ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
ตอนที่ 20

เพทายยังไม่ตายอย่างที่ใครต่อใครคิด พยายามฝืนสังขารไล่ตามจะไปทำร้ายสุรัมภาซึ่งหนีเตลิดลงมาทางบันไดหนีไฟ เขาตะโกนสั่งให้หยุด เธอกลับยิ่งเร่งฝีเท้าหนี เพทายแค้นใจมากที่เธอเป็นต้นเหตุให้ต้องเจ็บหนักปางตาย ชักปืนยิง ชนกชนม์ สุตาภัญ กับสุทิน วิ่งตามมาทัน ร้องเตือนให้ระวัง

สุรัมภาพุ่งหลบคมกระสุนได้หวุดหวิด แต่เสียหลักตกบันได ลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น เพทายหันปืนมาทางชนกชนม์กับพวกหมายจะฆ่าปิดปาก ตำรวจตามมาช่วยไว้ทัน ยิงเพทายร่างพรุน สุทินรีบวิ่งลงไปดูลูกโดยมีสุตาภัญกับชนกชนม์ตามไปติดๆ

ตอนที่ 19

สุตาภัญเป็นห่วงความรู้สึกของเพื่อนซี้ ทันทีที่เจอหน้าธีรดนย์บริเวณหน้าตึกเรียน เธอปรี่เข้าไปขอร้องให้เขายอมรับความจริงกับณวัตรว่าเป็นพ่อของเด็กในท้องชนิกานต์ เรื่องราวจะได้ไม่บานปลายทำให้ทุกคนรอบตัวเดือดร้อน ชนกชนม์ช่วยเกลี้ยกล่อมอีกแรงหนึ่ง

“นายกลับไปบอกคุณณวัตร เพราะนายเป็นคนเดียวที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้”

ตอนที่ 18

กัณฐิกาต้องการจะรู้ความจริงให้ได้ พอเห็นกฤติยากลับถึงบ้านพร้อมกับชนิกานต์ รีบเข้าไปคว้าข้อมือลูกไว้ รอจนชนิกานต์เดินขึ้นห้อง คาดคั้นให้ลูกบอกมาว่า ยัยคุณหนูนั่นเป็นอะไรกันแน่ ในห้องของเธอไม่เห็นมียาโรคกระเพาะสักเม็ด กฤติยาแก้ตัวแทนชนิกานต์ว่าเธอเอาติดตัวไปด้วย

“อย่าให้ฉันรู้ว่ายัยนิกกี้ท้อง ฉันไม่ปล่อยไว้แน่ คุณณวัตรเองก็เกลียดเรื่องนี้มาก”

กฤติยาอดเป็นกังวลแทนชนิกานต์ไม่ได้ รีบตามขึ้นไปที่ห้อง...

ด้านชนิกานต์เครียดหนัก ถ้าพ่อของเธอรู้ว่าเธอท้อง คงไม่ปล่อยธีรดนย์ให้ลอยนวล เธอเองก็อาจถูกตัดลูกตัดพ่อ ยิ่งคิดยิ่งกลุ้มใจไม่รู้จะปิดเรื่องนี้ได้นานแค่ไหน จังหวะนั้นกฤติยาเปิดประตูห้องเข้ามา

ชนิกานต์โผกอดร้องไห้อย่างน่าเวทนา “ฉันจะทำยังไงดี ช่วยฉันด้วยแอน...”

ค่ำวันเดียวกัน เฮียปรัชญาแปลกใจมากที่อยู่ๆ ชยางกูรโผล่มาที่บ่อน พร้อมกับยื่นเช็คใบหนึ่งให้ เฮียปรัชญาเห็นเช็คเปล่าไม่มีลายเซ็นถึงกับของขึ้น คิดจะเล่นตลกอะไรกับตน ชยางกูรรับปากพรุ่งนี้จะเอาเงินมาให้ แต่ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับแม่ของเขาอีก เขาติดหนี้ เขาจะชดใช้ให้เอง เฮียปรัชญาจะเชื่อได้อย่างไรว่าเขาจะไม่เบี้ยว

“ถ้าฉันไม่มา เฮียเอาชีวิตฉันไปได้เลย”

“ได้...ทำธุรกิจกันก็ต้องเชื่อใจกัน” เฮียปรัชญารอจนชยางกูรออกไปแล้ว จึงหันไปพยักพเยิดให้สมุนสะกดรอยตาม โดยไม่รู้ว่านี่เป็นหลุมพรางที่ชยางกูรขุดเอาไว้...

เพทายกำลังจะเดินเข้าบ่อน สวนกับชยางกูรที่ออกมาพอดี ได้ทีคุยเย้ยให้ฟังว่า วันนี้เขาจะไปเคลมสุรัมภาเด็กเก่าของชยางกูร แต่เสียดายที่พี่สาวของเธอมากันท่าเสียก่อน เอาไว้วันหลังเขาจะรวบหัวรวบหางทั้งพี่ทั้งน้อง แล้วจะถ่ายคลิปไปให้ดู ชยางกูรไม่ตอบโต้ กลับชวนเพทายไปดื่มฉลองด้วยกัน เนื่องในโอกาสที่เขากำลังจะเป็นอิสระใช้หนี้เฮียปรัชญาหมด และฉลองที่เพทายกำลังจะมีความสุขกับผู้หญิงของตัวเอง เพทายหลงกล เดินออกไปกับชยางกูร สมุนของเฮียปรัชญามองตามแปลกใจที่ทั้งคู่ออกไปด้วยกัน...

ขณะที่ชยางกูรวางแผนแก้แค้นเพทายและเฮียปรัชญาในคราวเดียวกัน ชนกชนม์ทนเห็นแม่ล้มป่วยเพราะตรอมใจเรื่องของชยางกูรไม่ไหว จึงไปขอร้องให้ธนกรกลับไปดูแลแม่ ตอนนี้ท่านต้องการใครสักคนคอยปลอบใจ ธนกรนั่งนิ่ง ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน กัณฐิกาดีใจเนื้อเต้นเมื่อเห็นณวัตรกลับจากต่างประเทศเร็วกว่ากำหนด แต่อดตัดพ้อต่อว่าไม่ได้ว่า จะกลับทั้งทีทำไมไม่โทร.บอกกันบ้าง เขาเคลียร์งานเสร็จก็รีบกลับทันที เพราะคิดถึงเธอคิดถึงลูก แล้วถามว่าชนิกานต์อยู่ไหน เขาอยากเจอแกมาก

“หนูนิกกี้ไม่ค่อยสบายค่ะ กัณเป็นห่วงแกมาก คอยดูแลใกล้ชิด นี่ก็เพิ่งให้ยัยแอนไปอยู่เป็นเพื่อนในห้องค่ะ”

ณวัตรเป็นห่วงลูก ชวนกัณฐิกาไปหาแกด้วยกัน...

ที่ห้องนอนของชนิกานต์ กฤติยาอดถามชนิกานต์ไม่ได้ว่า นึกอย่างไรถึงได้ยอมบอกเรื่องที่เธอท้อง

“ฉันไม่อยากให้ทุกคนต้องเดือดร้อนเพราะฉันอีก ฉันมาคิดอีกที ถ้าเขารู้ เขาอาจจะรักและเป็นห่วงฉัน แต่คำตอบที่ได้มันแย่เหลือเกิน เขาไม่แคร์ฉัน ทั้งๆที่รู้ว่า เด็กในท้องเป็นลูกเขา” ชนิกานต์พูดจบร้องไห้โฮ ณวัตรเปิดประตูผลัวะเข้ามาด้วยท่าทางโกรธจัด ตะคอกถามลูกว่าท้องกับใคร ชนิกานต์กลัวไม่กล้าบอกความจริงได้แต่นิ่งเงียบ ยิ่งทำให้เขาฟิวส์ขาดเข้าไปกระชากตัวเธอขึ้นจากเตียง คาดคั้นให้บอกมาว่าใครเป็นพ่อเด็ก

“คุณพ่อคะ คุณพ่อเข้าใจผิด”

“ยังมีหน้ามาแก้ตัว พ่อได้ยินที่ลูกพูดหมดแล้ว”

กฤติยาช่วยแก้ตัวอีกแรงหนึ่งว่า ชนิกานต์ไม่ได้ท้อง เราสองคนคุยกันถึงเพื่อนที่มหาวิทยาลัย ชนิกานต์ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ท้อง แต่ป่วยเป็นโรคกระเพาะ

“ป่วยก็ไปหาหมอ ไปตรวจให้รู้ผลตอนนี้เลยว่าเป็นโรคกระเพาะหรือท้อง” ณวัตรพูดจบลากลูกออกจากห้อง ต้องการจะรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ชนิกานต์จนแต้ม จำต้องบอกความจริง

“คุณพ่อไม่ต้องเสียเวลาหรอก นิกกี้ยอมรับแล้วว่านิกกี้ท้อง”

กฤติยาพยายามจะช่วยพูด แต่ชนิกานต์ขอร้องให้พอได้แล้ว ถ้าไม่บอกวันนี้ วันหน้าท่านก็ต้องทราบอยู่ดี ณวัตรโกรธมาก สั่งให้บอกมาว่าใครเป็นพ่อเด็ก เขาจะไม่ฆ่ามันด้วยมือตัวเอง ชนิกานต์ตัวสั่นด้วยความกลัว

“ธีรดนย์ใช่ไหม...ไม่ตอบก็ได้ ผู้ชายที่ใกล้ชิดลูกมากที่สุดคือนายธี” ณวัตรพูดจบพุ่งไปยังห้องพักของผู้ถูกกล่าวหา โดยลากตัวชนิกานต์ไปด้วย กฤติยากับกัณฐิการีบตามไปติดๆ...

ทางฝ่ายธีรดนย์ไม่สามารถยอมรับชนิกานต์และลูกในท้องของเธอได้ เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าจะออกจากบ้านเดินยังไม่ทันจะพ้นประตูห้องเจอณวัตรลากตัวชนิกานต์เข้ามาเสียก่อน ประมุขของบ้านถามเสียงเครียดว่าค่ำมืดดึกดื่นแล้วจะไปไหน เขาอ้างว่าจะไปติวหนังสือบ้านเพื่อน ณวัตรไม่เชื่อ คิดว่าเขาจะหนีพุ่งเข้าต่อยเปรี้ยง

“แกทำลูกสาวฉันท้อง ใครที่กล้าแตะต้องลูกสาวฉัน มันต้องตาย” ณวัตรตามเข้าไปเตะต่อยธีรดนย์ซ้ำ ชนิกานต์ทนดูพ่อทำร้ายชายคนรักไม่ไหว จำต้องแต่งเรื่องว่าเธอไม่ได้ท้องกับธีรดนย์ แต่เป็นชนกชนม์ต่างหาก

“พ่อไม่เชื่อ ลูกคิดจะปกป้องมัน”

ชนิกานต์ยืนกรานว่าลูกในท้องเธอเป็นของชนกชนม์จริงๆ ถ้าพ่อไม่เชื่อให้โทร.ไปถามได้เลย ณวัตรมองหน้ากฤติยาเพื่อรอคำยืนยันหรือปฏิเสธ กฤติยาจำต้องเล่นตามน้ำ ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เธอเป็นคนแนะนำให้ชนิกานต์ปิดเรื่องนี้ไว้เอง เพราะเกรงคุณอาจะจับได้ ณวัตรยังไม่ปักใจเชื่อ หันไปถามธีรดนย์ว่าตกลงใครเป็นพ่อเด็กกันแน่ ทั้งชนิกานต์และกฤติยารอฟังคำตอบจากธีรดนย์อย่างใจจดจ่อ

“ใช่ครับ...เด็กในท้องเป็นลูกชนม์”

ชนิกานต์เสียใจมากที่ธีรดนย์ไม่เป็นลูกผู้ชาย โยนความผิดให้เพื่อน ณวัตรโกรธควันแทบออกหู เข้าไปตบตีลูกไม่ยั้ง จนเป็นลมล้มพับ กัณฐิกาเป็นห่วงรีบเข้าไปกันไว้ ขอร้องให้ณวัตรพอได้แล้ว จากนั้นหันไปสั่งให้กฤติยากับธีรดนย์ช่วยพาชนิกานต์ขึ้นห้อง...

ระหว่างที่คฤหาสน์ของณวัตรเกิดเรื่องราวใหญ่โต ชยางกูรมอมเหล้าเพทายจนเมามาย เริ่มพูดอ้อแอ้ เขาลอบยิ้มพอใจที่แผนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง

ooooooo

ขณะสุตาภัญนั่งดูสุรัมภาวาดรูปทำการ์ดวันพ่อให้สุทินและทำเผื่อชนกชนม์ซึ่งเป็นว่าที่พ่อของลูกในท้องสุรัมภาอีกหนึ่งใบ ชนกชนม์มาขอให้สองพี่น้องไปช่วยทำความสะอาดบริษัทเพชรของแม่ของเขา เมื่อสุตาภัญมาเห็นสภาพบริษัทที่ข้าวของกระจุยกระจายไร้พนักงาน อดถามไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“มาเฟียมาพังบริษัทคุณแม่ ต้องการเงินที่ชยางกูรติดหนี้ แล้วพนักงานก็รวมตัวลาออก ไม่พอใจการบริหารงานของคุณแม่”

“บริษัทจะปิดตัวแล้ว ให้เราทำความสะอาดทำไมคะ พี่ชนม์”

“พี่จะทำให้มันกลับมาอีกครั้ง อยากเป็นฮีโร่กู้โลกไหมล่ะ” ชนกชนม์ถามติดตลก สองสาวพยักหน้ารับพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย จากนั้น ทั้งสามคนลงมือทำความสะอาดบริษัทไปพลางแหย่กันเล่นไปด้วย เพื่อไม่ให้งานตรงหน้าดูเคร่งเครียดเกินไป...

ระหว่างที่ชนกชนม์คิดจะกอบกู้บริษัทเพชรของแม่ให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม ธนกรตัดสินใจกลับบ้านมาดูแลชลนิภาที่นอนป่วย เธอถือทิฐิไม่ยอมให้เขาช่วย ขับไล่ไสส่งให้ไปไกลๆไม่ต้องมายุ่ง ธนกรจะไม่ยอมไปไหนเด็ดขาด บ้านนี้เป็นบ้านของเขาเช่นกัน

“คุณหย่าจากฉันแล้ว ไม่สิ ฉันหย่าจากคุณต่างหาก”

“ก็แค่คำพูด เรายังไม่ได้ลงบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ถือว่าหย่ากันตามกฎหมาย...ไปหาหมอเถอะ” ธนกรขอร้อง ชลนิภาไม่ยอมไป อ้างว่าสบายดี

“จริงสิ หมอที่ไหนก็คงรักษาไม่หาย นอกจากนิสัยดื้อแล้ว ยังดื้อยา แล้วอีกอย่างคุณไม่ได้ป่วยกาย ป่วยใจก็ต้องรักษาที่ใจ”

“ไม่ต้องมาอวดดี ถ้าคุณอยากให้ฉันหายล่ะก็ ออกไปเสีย อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า”

ธนกรหน้าเสีย ลุกออกไปทันที แป๋วติงเจ้านายว่าไม่น่าไล่คุณผู้ชายกลับ ท่านอุตส่าห์ยอมทิ้งศักดิ์ศรีกลับมาง้อภรรยา ชลนิภารู้สึกไม่ดีที่ไล่ธนกร แต่ยังวางฟอร์มทำเหมือนไม่สนใจ...

ณวัตรยอมให้ลูกสาวท้องไม่มีพ่อไม่ได้ ลากตัวเธอขึ้นรถจะพาไปบ้านชลนิภาเพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบ ชนิกานต์พยายามส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากกฤติยาแต่ไร้ผล เธอเองก็ช่วยอะไรไม่ได้ ธีรดนย์ได้แต่ยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ไม่คิดจะเข้าไปช่วยเหลือ กฤติยาขัดใจมาก ตรงเข้าไปต่อว่าว่าตัวเองเป็นคนสร้างปัญหา แต่กลับปล่อยให้คนอื่นต้องรับผิดชอบ ธีรดนย์เองก็ไม่ได้สบายใจ รู้สึกผิดเช่นกัน

ตอนที่ 17

หลายวันผ่านไป...

ด้วยความช่วยเหลือจากวีรภัทร ทำให้ชนกชนม์พ้นข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกคดี ถึงเวลาที่เขาต้องเลิกยาเสพติดโดยเด็ดขาด สุตาภัญจึงพาไปยังศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด พร้อมทั้งพูดให้กำลังใจ

“นายต้องอดทนนะไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่บ้าน แต่ที่นี่มีเพื่อนเยอะ เจ้าหน้าที่ก็ใจดี มีกิจกรรมกลุ่มให้นายได้ร่วมแลกเปลี่ยน รวมทั้งกิจกรรมฝึกอาชีพ สันทนาการ มันจะช่วยให้นายมีจิตใจที่เข้มแข็งและเลิกยาได้”

“ถ้าผมท้อ แล้วเลิกกลางคันล่ะ”

สุตาภัญเชื่อมั่น ชนกชนม์ต้องทำได้ แต่เจ้าตัวกลับไม่มั่นใจ ขอร้องเธออย่าทิ้งเขาต้องหมั่นมาเยี่ยมบ่อยๆ สุตาภัญไม่มีวันทิ้งเขา ชนกชนม์ยิ้มรับ ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในศูนย์บำบัด...

ที่ห้องพักของสุตาภัญ ธีรดนย์กับชนิกานต์แปลกใจเมื่อรู้จากสุรัมภาว่าสุตาภัญพาชนกชนม์ไปศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด ธีรดนย์อดสงสัยไม่ได้ แล้วคดีความที่ตำรวจตามจับเขาอยู่จะว่าทำอย่างไร

“พี่ชนม์เข้ามอบตัวแล้ว ตำรวจปิดคดีว่าพี่ชนม์ไม่มีความผิดค่ะ” สุรัมภาอธิบาย

“แต่ชนม์ติดยา ไม่ต้องติดคุกหรือ” ชนิกานต์อดสงสัยไม่ได้

“ผู้เสพถือเป็นผู้ป่วยไม่ใช่นักโทษ ต้องได้รับการบำบัดรักษาค่ะ พี่ตาก็เลยพาพี่ชนม์ไปศูนย์บำบัด”

ธีรดนย์ชวนชนิกานต์ตามไปที่นั่นกัน แต่เธอทำหน้าพะอืดพะอม ก่อนจะวิ่งไปอาเจียนในห้องนํ้า สักพักก็เดินหน้าซีดออกมา สุรัมภาถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรไป ชนิกานต์เองก็ไม่รู้เหมือนกันอยู่ๆก็คลื่นไส้

“พี่นิกกี้คงจะเครียด คนที่เครียดมากๆโรคเครียดลงกระเพาะ ทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ค่ะ”

ชนิกานต์ว่าน่าจะเป็นอย่างที่สุรัมภาพูด ช่วงนี้เธอนอนไม่ค่อยหลับ ธีรดนย์เร่งชนิกานต์ให้รีบไป เกรงจะคลาดกับสุตาภัญ เธอไปไม่ไหวขอร้องให้เขาพากลับบ้าน ธีรดนย์ชักสีหน้าไม่พอใจ สุรัมภาต้องช่วยขอร้องอีกแรง ขืนพาชนิกานต์ไปด้วย เกิดอาการหนักขึ้นจะไปกันใหญ่ เขาไม่มีทางเลือก จำต้องพาชนิกานต์กลับบ้าน

ooooooo

ในขณะเดียวกัน ชลนิภาพรวดพราดออกจากห้องตัวเองไปยังห้องของลูกเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะออกจากบ้านทั้งๆที่หายไปทั้งคืนเพิ่งกลับมา เห็นลูกหิ้วกระเป๋าใส่เสื้อผ้าท่าทางรีบร้อน ปราดเข้าไปถามว่าจะไปไหนอีก ชยางกูรโกหกว่าจะไปออกค่ายที่ต่างจังหวัด ชลนิภาขอร้องให้ลูกอยู่เป็นเพื่อน  ไม่ไปได้หรือเปล่า

“ไม่ได้ครับ...คุณแม่ครับ กูรขอเงินห้าแสน กูรรับปากอาจารย์ว่าคุณแม่จะเป็นสปอนเซอร์ให้ค่าย”

ชลนิภาไม่ถามอะไรสักคำ รีบไปหยิบเงินให้ แต่พอลูกไปได้สักพัก เกิดเอะใจขึ้นมา รีบโทรศัพท์ถามอาจารย์ว่าทางคณะจัดค่ายอาสาหรือเปล่า ได้ความว่าไม่มี เธอเสียใจที่ลูกหลอกลวง ยังไม่ทันจะโทร.ไปต่อว่า แป๋ววิ่งหน้าตื่นเข้ามาเสียก่อน รายงานว่าตำรวจมาขอพบ ชลนิภาคิดว่าชนกชนม์ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก กลับกลายเป็นชยางกูรที่ไปก่อคดีพยายามข่มขืนสุตาภัญ โดยมีชนกชนม์ให้การเป็นพยานในคดี

“ผมต้องการตัวนายชยางกูรไปสอบสวน หากมีความผิดจริง ต้องถูกดำเนินคดีข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเรา มีโทษจำคุก 4-20 ปี” ตำรวจรายงานเป็นฉากๆชลนิภาแทบจะล้มทั้งยืน...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ธีรดนย์ต่อว่าชนิกานต์ยกใหญ่ที่ทำให้อดไปเยี่ยมชนกชนม์ เธอรู้ดีว่าเขาอยากไปหาสุตาภัญ ไม่ได้อยากเจอชนกชนม์อย่างที่อ้าง ธีรดนย์สวนทันทีตนจะไปหาใครก็ไม่ใช่ธุระอะไรของเธอ ชนิกานต์อ้าปากจะโวยกลับ กฤติยาเข้ามาถามเสียก่อนว่าทำไมกลับกันเร็วนัก

“นิกกี้ป่วย ฉันเลยต้องพากลับมา”

กฤติยาเป็นห่วงหันไปถามชนิกานต์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จะให้จัดยาให้ไหม เธอแหวใส่ทันทีไม่ต้องมายุ่ง แล้วสะบัดหน้าจะขึ้นบันได แต่เกิดหน้ามืดเป็นลมล้มพับ ธีรดนย์เข้าไปประคองไว้ทัน ก่อนจะอุ้มขึ้นไปวางบนเตียงของเธอ กฤติยาแนะว่าถ้าชนิกานต์รู้สึกตัวเมื่อไหร่ เขาควรจะพาไปหาหมอจะได้รู้ว่าเป็นอะไร

“จะโรคอะไรก็คงสำออย ขวางทางไม่ให้ฉันเจอตา...ฉันไปก่อนนะ” ธีรดนย์ขยับจะไป กฤติยาขอร้องให้เขาอยู่ดูแลชนิกานต์ก่อน เขาก็รู้ว่าเธอต้องการเขามากแค่ไหน

“ฉันจำคำพูดของเธอได้ ถ้าไม่รักอย่าให้ความหวัง มันจะทำให้เจ็บยิ่งกว่าเดิม ฉันกลับไปคบกับตาแล้ว” ธีรดนย์พูดจบ ออกจากห้อง กฤติยาหันไปกุมมือชนิกานต์ไว้ เข้าใจคนหัวอกเดียวกัน พึมพำนํ้าตาคลอเบ้าว่า

“รักเขาข้างเดียว มันก็ต้องเจ็บอย่างนี้ล่ะ”...

ภายในห้องพักของสุตาภัญ ขณะที่สุรัมภากำลังนั่งมองสร้อยคอของชนกชนม์ที่ฝากให้สุตาภัญด้วยความรักและเป็นห่วง มีเสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้น

“ภา...พี่กลับมาแล้วจ้ะ”

สุรัมภารีบเอาสร้อยคอซ่อนไว้ แล้ววิ่งมาเปิดประตูรับ สุตาภัญยังไม่ทันจะนั่งให้หายเหนื่อย เธอซักเป็นการใหญ่ว่าชนกชนม์เป็นอย่างไรบ้าง สุตาภัญแกล้งอำว่าเกิดเรื่องไม่ดี สุรัมภาทำท่าจะร้องไห้ เธอรีบบอกว่าล้อเล่น ชนกชนม์สบายดี อีกไม่นานก็คงจะเลิกยาเสพติดได้ เพราะได้กำลังใจที่ดีจากทุกคนรวมทั้งสุรัมภาด้วย...

กำลังใจจากคนที่รักและเป็นห่วงไม่ช่วยอะไรชนกชนม์มากนัก เขายังทำใจไม่ได้กับการที่ต้องมาอยู่ที่ศูนย์บำบัด ไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม และที่สำคัญไม่ยอมแตะต้องอาหาร ทั้งเบื่อทั้งเซ็งไปหมด ขณะชนกชนม์นั่งดูเพื่อนๆ ผู้ร่วมบำบัดเตะฟุตบอลกันอย่างสนุกสนาน กลับเกิดอาการอยากยา เหงื่อแตกมือสั่น ต้องวิ่งเข้าห้องนํ้า เปิดฝักบัวราดนํ้าใส่ตัว ก่อนจะลงไปนอนดิ้นกับพื้นด้วยความทรมาน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น กฤติยาเห็นชนิกานต์ลงมาที่ห้องโถง รีบเข้าไปถามด้วยความห่วงใยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ยังปวดหัวคลื่นไส้อีกหรือเปล่า เธอไม่ตอบ เดินผ่านไปราวกับกฤติยาเป็นอากาศธาตุ

“ฉันต้องทำยังไง เธอถึงจะหายโกรธ”

“ฉันไม่มีวันให้อภัยเพื่อนทรยศ โกหกหลอกลวง”

กฤติยาอธิบายว่า ที่ต้องทำแบบนั้นเพราะเหตุการณ์บังคับ ไม่ได้คิดจะหลอกลวงใคร ทีแรกชนิกานต์ไม่ยอมให้อภัย แต่สุดท้ายก็เข้าใจถึงความจำเป็นของกฤติยาและให้อภัยในที่สุด...

ระหว่างที่ชนิกานต์กับกฤติยาปรับความเข้าใจกันได้ ชนกชนม์เป็นลมฟุบคาชามข้าว เพราะไม่ยอมกินอะไรตั้งแต่เมื่อวาน เจ้าหน้าที่ที่ดูแลสั่งให้เพื่อนๆ ช่วยกันพากลับห้องพัก ตนจะไปเอายาที่ห้องพยาบาลให้

หลังจากนั้นไม่นาน สุตาภัญมาขอเข้าเยี่ยมชนกชนม์ จึงได้รู้จากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลว่าเขาไม่สบายเป็นลม เนื่องจากไม่ยอมกินอาหาร ตอนนี้นอนพักอยู่ที่ห้อง รอสักครู่เจ้าหน้าที่จะไปตามให้ เขาหายเข้าไปด้านในศูนย์ไม่กี่อึดใจ วิ่งหน้าตื่นกลับมาบอกว่าชนกชนม์หนีไปแล้ว...

ขณะที่ชนกชนม์กำลังจะปีนกำแพงศูนย์บำบัด สุตาภัญตะโกนห้ามไว้ ขอร้องอย่าเพิ่งยอมแพ้ เธอรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาต้องอดทนและต่อสู้ต่อไป ชนกชนม์พยายามแล้ว แต่อาการอยากยาทำให้ทรมานมาก

“นายต้องเอาชนะมันให้ได้ แม่นายรออยู่ แม่นายต้องการนาย ตอนนี้แม่นายทุกข์ใจมาก พนักงานในบริษัทลาออกหมดแล้ว ตำรวจก็ตามจับชยางกูร แม่นายไม่มีใคร ท่านกำลังรอนายกลับไปดูแล นายเคยบอกฉันเองไม่ใช่หรือว่านายไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้ ไม่อยากทำให้แม่เสียใจ นายต้องสู้ สู้เพื่อแม่นาย”
ชนกชนม์รู้สึกผิดมาก ร้องไห้โฮ “ฉันขอโทษ...ฉันจะสู้เพื่อคนที่รักฉัน และคนที่ฉันรัก”

สุตาภัญยิ้มดีใจ ขณะที่เพื่อนๆผู้ร่วมบำบัดและเจ้าหน้าที่ที่ยืนฟังอยู่ น้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งใจ...

ในระหว่างที่ชนกชนม์มีกำลังใจจะต่อสู้กับการเลิกยาเสพติด ชยางกูรหนีการไล่ล่าของตำรวจกลับมายังที่ซ่อนตัว เจอเพทายซึ่งดักรออยู่ เขาขอร้องให้ช่วยพาหนี แต่กลับถูกเพทายอัดหมดสภาพแล้วลากตัวไปให้เฮียปรัชญาซ้อม แก้แค้นที่ชยางกูรไม่ยอมพาสุตาภัญมาให้ แถมคิดจะเคลมเธอตัดหน้า

“ตำรวจตามจับฉัน...ฉันไม่ทำให้แกแล้ว” ชยางกูรยังปากดีไม่เลิก

“ไม่ทำก็รีบหาเงินมาใช้หนี้ 10 ล้าน”

ชยางกูรโวยลั่นว่าเฮียปรัชญาขี้โกง เลยถูกเตะสั่งสอนหน้าคะมำ เขาพยายามคลานเข้าไปขอให้เพทายช่วยพูดกับเฮียปรัชญา เพราะเขาไม่มีเงินใช้หนี้ นอกจากเพทายจะไม่ช่วยแล้วยังต่อยเขาซ้ำสลบเหมือด

ooooooo

วันถัดมา สุตาภัญเรียกธีรดนย์ ชนิกานต์ กฤติยา และสุรัมภามาร่วมประชุมแต่เช้า เพื่อแจ้งให้รู้ว่าพวกเราชาวชมรมรักเด็ก จะไปเป็นจิตอาสาช่วยจัดกิจกรรมให้ชนกชนม์และผู้บำบัดคนอื่นๆที่ศูนย์บำบัดยาเสพติด ชนิกานต์ขอผ่าน พวกนี้น่ากลัวไม่อยากข้องแวะด้วย ธีรดนย์อธิบายว่าคนติดยาถือเป็นผู้ป่วยไม่ใช่ผู้ร้าย

“ถ้าทุกคนในสังคมมองว่าเขาน่ากลัว แล้วเขาจะมีกำลังใจกลับมาเป็นคนดีได้อย่างไร”

“ว่าไงคะคุณหนู จะร่วมด้วยช่วยกันไหม” สุตาภัญมองเพื่อนรักอย่างรอคำตอบ ชนิกานต์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตกลงใจร่วมทำกิจกรรมด้วย จะขอเป็นนางฟ้าเบอร์ห้าสักครั้ง

“โอเค...เราจะจัดกิจกรรมแข่งกีฬามหาสนุกแล้วทำอาหารเลี้ยง ทุกคนมีหน้าที่ดังนี้” สุตาภัญพูดจบ แจกแผนงานให้ทุกคนอ่าน...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชลนิภาตกใจเมื่อมาถึงบริษัทพบว่าข้าวของพังเสียหาย กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น รีบตรงไปยังห้องทำงานตัวเอง เห็นเฮียปรัชญานั่งเอาขาพาดบนโต๊ะทำงาน โดยมีเพทายกับสมุนยืนประกบซ้ายขวา เธอคว้ามือถือจะโทร.แจ้งตำรวจ แต่ต้องชะงักเมื่อสมุนชักปืนขึ้นมาเล็งใส่ เฮียปรัชญามองปรามเป็นทำนองให้สมุนเก็บปืน แล้วบอกเธอว่าไม่ได้ต้องการมาหาเรื่อง แต่จะมาแจ้งให้ทราบว่าชยางกูรติดหนี้เขาอยู่ 10 ล้านบาท

“ฉันให้เงินลูกไปใช้หนี้พวกแกหมดแล้ว พวกแกโกงลูกฉัน”

“อย่าเรียกว่าโกง มันเป็นธุรกิจ รักลูกอยากอยู่กับลูกนานๆหาเงินมาใช้หนี้ ไม่งั้นลูกเธอ...” เฮียปรัชญาปารูปถ่ายของชยางกูรกับชลนิภาที่วางอยู่บนโต๊ะลงพื้น แล้วเดินนำสมุนกับเพทายออกจากห้อง ชลนิภาถึงกับเข่าอ่อน ร้องไห้โฮที่ชยางกูรทำให้ผิดหวัง...

ค่ำวันเดียวกัน ที่คฤหาสน์ของณวัตร ระหว่างที่ชนิกานต์เดินหาธีรดนย์ให้ควั่ก กฤติยาเข้ามาเตือนให้เลิกตามตื๊อเขาได้แล้ว ความรักก็เหมือนผีเสื้อ ยิ่งไล่ตามจับมันก็ยิ่งบินหนี แนะให้ชนิกานต์วางตัวใหม่ ต้องเป็นคนที่มั่นใจ ไม่ตามตื๊อไม่วิ่งเข้าหา ไม่โวยวายไม่เอาแต่ใจตัวเอง ชนิกานต์บ่นอุบทำไมถึงยุ่งยากนัก

“หรือจะยอมแพ้”

“ถอยได้ไง ก็คนมันรักไปแล้วนี่” ชนิกานต์พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ธีรดนย์หันมาสนใจ

ooooooo

ถึงวันจัดงานมหกรรมกีฬามหาสนุก สนามหญ้าหน้าศูนย์บำบัดถูกเนรมิตให้เป็นสวนสนุกย่อมๆ สุตาภัญประกาศเริ่มต้นงานด้วยการแข่งขันวิ่งสามขา กฤติยาเตือนชนิกานต์ว่าอย่าลืมเคล็ดลับที่ตนสอนไว้เมื่อคืน แล้วดันตัวเธอออกไปแจกเชือกให้ผู้เข้าร่วมแข่งขัน ชนกชนม์ชวนสุตาภัญจับคู่ด้วย ธีรดนย์มาขัดจังหวะเสียก่อน

“ตาคู่ชนม์ได้ไง ชนม์เขามีคู่แล้ว...นิกกี้ เธอมาคู่กับชนม์”

ชนิกานต์ไม่พอใจอ้าปากจะค้าน แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาปรามของกฤติยา เธอยอมทำตามที่ธีรดนย์ สั่งอย่างว่าง่าย เข้าไปผูกเชือกที่ขาตัวเองติดกับขาชนกชนม์...

หลังจากผู้แข่งขันผูกเชือกติดกับขาคู่ของตัวเองเรียบร้อย สุรัมภาบอกให้ทุกคนเตรียมพร้อม ก่อนจะเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน ชนิกานต์กับชนกชนม์ รวมทั้งสุตาภัญกับธีรดนย์และกฤติยากับผู้บำบัดเป็นสามคู่ที่วิ่งนำ ขณะที่คู่อื่นๆพากันล้มลุกคลุกคลาน แต่สุดท้ายผู้ชนะวิ่งสามขาคือคู่ของกฤติยา...

การแข่งขันถัดมาคือการเล่นชักเย่อ ชนกชนม์เป็นหัวหน้าทีม มีชนิกานต์และผู้บำบัดอีกกลุ่มหนึ่งเป็นลูกทีม อีกทีมหนึ่งมีธีรดนย์เป็นหัวหน้า มีกฤติยาและผู้บำบัดจำนวนเท่ากันอยู่ในทีม สุตาภัญรับหน้าที่เป็นกรรมการ ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองทีม คอยเหยียบเชือกไว้ สิ้นเสียงนกหวีด เธอปล่อยเชือก

ทั้งสองทีมต่างออกแรงดึงเชือกอย่างเอาเป็นเอาตาย ทีมของชนกชนม์สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ พ่ายแพ้ไป สุตาภัญวิ่งเข้าไปจับมือธีรดนย์ชูขึ้น ประกาศให้เป็นผู้ชนะการชักเย่อ ชนกชนม์แอบมองอย่างเศร้าสร้อย

ยังมีการแข่งขันกีฬากันอีกหลายประเภท ล้วนแต่สร้างความบันเทิงให้ผู้ร่วมงาน เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน มีการประกาศมอบถ้วยรางวัลให้กับทีมชนะเลิศที่ทุกคนต่างรอคอย

“ทีมผู้ชนะเลิศการแข่งขันกีฬามหาสนุกได้แก่...เพื่อความรักและสามัคคี ทุกทีมคือผู้ชนะค่ะ”

สิ้นเสียงประกาศ ทุกคนต่างกรูเข้าไปแย่งถ้วยรางวัลด้วยสีหน้าเปี่ยมความสุข สุตาภัญยิ้มพอใจที่งานครั้งนี้เรียกรอยยิ้มและความสนุกสนานให้ทุกคน...

ระหว่างที่ผู้บำบัดและผู้จัดงานกำลังมีความสุขกันถ้วนหน้า ที่อีกมุมหนึ่งของศูนย์บำบัด วีรภัทรเฉลยว่า

ที่ชวนนัชชากับนิธิมาที่นี่ ตั้งใจจะมาเลี้ยงอาหารกลางวันให้ผู้บำบัดรวมทั้งชนกชนม์ด้วย เธอหน้าตึงขึ้นมาทันทีไม่ต้องการให้นิธิมาเห็นตัวอย่างที่ไม่ดีของชนกชนม์

โตขึ้นลูกอาจจะกลายเป็นเด็กติดยาไปด้วย

“ผมกลับคิดว่านี่เป็นวิธีการที่ดีด้วยซ้ำ แทนที่เราจะสอนว่าโทษของยาเสพติดคืออะไร เราให้ลูกเห็นตัวอย่างชีวิตจริง และลูกก็ควรให้โอกาสคนที่หลงผิดกลับตัว โดยเฉพาะคนคนนั้นคือพี่ชายของแก”

“ชนกชนม์ไม่ใช่พี่ชายนิธิ” นัชชาสวนทันที

“ถ้าคุณรักผม ชนม์เป็นลูกผม คุณก็ควรจะรักชนม์ด้วย ถึงเขาจะไม่ได้เกิดจากคุณแต่คุณก็ได้ชื่อว่าเป็นแม่คนหนึ่งของเขา” วีรภัทรให้ข้อคิดเสร็จเดินเข้าศูนย์บำบัด โดยคิดว่านัชชาคงไม่ตามเข้าไปด้วย

ooooooo

เสร็จการแข่งขัน ทุกคนต่างมารอที่โรงอาหารด้วยความหิวโหย สุตาภัญกับเพื่อนๆจากชมรมคนรักเด็กช่วยกันเสิร์ฟอาหารและน้ำให้ผู้บำบัด ธีรดนย์คอยตามประกบสุตาภัญไม่ห่าง แถมคอยซับเหงื่อให้ ชนิกานต์เห็นแล้วท้อ หันไปบ่นให้กฤติยาฟังว่าเคล็ดลับที่สอนไว้สงสัยจะเหลวไม่เป็นท่า ธีรดนย์ไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย

“เรื่องของใจต้องใช้เวลา ให้เขาค่อยๆซึมซับความดีของเธอ”

ชนิกานต์ไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหน กฤติยาเองก็ตอบไม่ได้ แต่ขอให้เธอสู้ต่อไป สักวันต้องมาถึง...

นัชชาไม่ได้พานิธิกลับอย่างที่วีรภัทรคาดคิด เธอกับลูกมาให้กำลังใจชนกชนม์เช่นเดียวกับวีรภัทร ชนกชนม์ ดีใจที่พ่อของเขากับครอบครัวใหม่ไม่ทอดทิ้ง ทำให้เขามีกำลังใจจะเลิกยาเสพติดให้ได้...

ในเวลาต่อมา สุรัมภาจูงมือชนกชนม์มาที่มุมหนึ่งของศูนย์บำบัด คืนสร้อยคอที่เขาฝากไว้ เธอยังไม่ได้เอาให้พี่ตาเพราะอยากให้เขาเป็นคนให้เอง ชนกชนม์ไม่คิดว่าสร้อยเส้นนี้จำเป็นสำหรับสุตาภัญ เพราะเธอมีธีรดนย์คอยดูแลแล้ว จังหวะนั้นธีรดนย์จูงมือสุตาภัญตามเข้ามา กระเซ้าว่ามาขวางอะไรหรือเปล่า สุรัมภารีบบอกว่าไม่ได้ขวางคอ แต่พี่ชนม์มีเรื่องจะคุยกับพี่ตา ธีรดนย์ไม่อยากให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกัน ชิงพูดตัดหน้า

“ผมก็มีเรื่องจะคุยกับตาเหมือนกัน ผมไม่อยากให้ตาพักอยู่อพาร์ตเมนต์ มันไม่ปลอดภัย ผมไปเช่าบ้านไว้แล้ว ผมจะให้ตากับน้องย้ายไปอยู่ที่นั่น...เอ่อ...ยังมีอีกเร่ืองหนึ่ง ตาเรียนจบเมื่อไหร่ ผมจะหมั้นตาทันที”

ชนิกานต์แอบฟังอยู่ เสียใจน้ำตาคลอเบ้า กฤติยาที่ยืนอยู่ข้างๆจับมือเธอไว้ปลอบใจ ชนกชนม์เศร้าใจไม่แพ้กัน ฝืนยิ้มให้ยินดีกับทั้งคู่ด้วย สุตาภัญออกตัวว่า

ธีรดนย์แค่พูดเล่น ไม่ต้องมาแสดงความยินดีอะไรทั้งนั้น

“ผมพูดจริง เราเป็นแฟนกันนานแล้ว ผมไม่ลังเลที่จะใช้ชีวิตกับตา ผมอยากดูแลตา” ธีรดนย์พูดจบ ดึงสุตาภัญมากอด เธอถึงกับอึ้ง ชนกชนม์ตัดสินใจดึงตัวเองออกจากรักสามเส้า ประกาศข่าวดีกับทุกคนเช่นกัน

“สร้อยเส้นนี้เป็นของครอบครัวผม ผมขอมอบสร้อยเส้นนี้ให้กับภา...ตามีคนดูแลแล้ว ภาก็ต้องมีใครสักคนคอยช่วยเหลือนะ หลังจากพี่ออกจากที่นี่ พี่จะดูแลภา พี่จะเป็นพ่อของลูกภา” ชนกชนม์ว่าแล้วสวมสร้อยคอของตัวเองให้สุรัมภาที่โผกอดเขาด้วยความตื้นตันใจ สุตาภัญต้องข่มอาการปวดใจไว้

“ฉันขอบใจนายมากที่รักและเป็นห่วงภา”

ธีรดนย์ยิ้มพอใจที่ชนกชนม์ประกาศจะเลือกสุรัมภา เท่ากับเขาหมดคู่แข่งเรื่องความรัก ชนิกานต์ทนไม่ไหวจะเข้าไปโวยแต่กฤติยารั้งไว้ เธอหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ เลยเดินหนี กฤติยาวิ่งตามจนทันดึงตัวไว้ ขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน ถึงธีรดนย์จะบอกรักสุตาภัญก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะแต่งงานกันวันนี้พรุ่งนี้ เธอยังมีโอกาส

“ฉันรอไม่ได้อีกแล้ว ฉันต้องเคลียร์กับตา” ชนิกานต์สีหน้าเด็ดเดี่ยว

ooooooo

สุรัมภาไม่สบายใจเรื่องชนกชนม์ ทันทีที่กลับถึงห้องพัก ขอร้องสุตาภัญอย่าโกรธเคืองกัน  เธอไม่ได้คิดจะแย่งชนกชนม์ไปจากพี่ สุตาภัญจะโกรธน้องได้อย่างไรในเมื่อชนกชนม์เป็นฝ่ายเลือกเอง

“แล้วพี่ตาล่ะ พี่ตาไม่ได้รักพี่ธี พี่ตารักพี่ชนม์”

“พี่คงต้องให้โอกาสธีได้พิสูจน์ตัวเอง หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ต่อไปนี้ภาต้องรักตัวเอง รักลูกให้มาก ชนม์เขาจะเป็นผู้ชายที่ปกป้องภาได้...ดึกแล้ว เข้านอนได้แล้ว” สุตาภัญพูดจบดันตัวน้องสาวเข้าห้องน้ำ ส่วนเธอลงมาเดินทอดอารมณ์อยู่ใต้ถุนอพาร์ตเมนต์ คิดถึงตอนที่ชนกชนม์รับปากจะดูแลสุรัมภาแล้วอดเศร้าใจไม่ได้ จังหวะที่กลับขึ้นห้อง ชนิกานต์โทร.มาตามให้ไปพบ...

ครู่ต่อมา สุตาภัญมาถึงสวนสาธารณะตามนัด ชนิกานต์ร้องไห้ฟูมฟายเข้ามาขอร้องให้คืนธีรดนย์ให้ กฤติยาพยายามจะห้ามปราม แต่เธอไม่ฟัง ยังคงอ้อนวอนเพื่อนรักอย่าแย่งธีรดนย์ไปจากตน สุตาภัญจะแย่งได้อย่างไรในเมื่อทั้งคู่เลิกกันแล้ว ชนิกานต์ไม่เป็นฝ่ายอยากเลิก แต่ถูกธีรดนย์บังคับ และขู่ว่าถ้าบอกสุตาภัญ เขาจะย้ายออกจากบ้าน เธอจะไม่ได้เจอเขาอีก พูดได้แค่นั้นชนิกานต์เป็นลมล้มพับไป กฤติยาตกใจรีบเข้าไปดูแล

“นิกกี้เป็นลมบ่อยมาก พาไปหาหมอเถอะ จะได้รู้ว่าป่วยเป็นอะไร”

สุตาภัญเห็นด้วยกับกฤติยา ต่างช่วยกันประคองชนิกานต์ที่ไม่ได้สติไปขึ้นรถ...

ชนิกานต์ถึงกับหน้าเครียดเมื่อผลการตรวจของหมอบอกว่าเธอตั้งท้องได้สองเดือน เธอไม่โทษใครนอกจากตัวเองที่ไม่ยอมกินยาคุมที่ธีรดนย์ยัดเยียดให้ สุตาภัญแนะให้บอกเขาเรื่องนี้ ชนิกานต์ร้องห้ามลั่น เรื่องนี้จะรู้ถึงหูธีรดนย์ไม่ได้ กฤติยาแปลกใจ ในเมื่อชนิกานต์เองก็อยากอยู่กับเขา ทำไมถึงไม่ยอมบอก

“ฉันจะไม่เอาลูกเป็นเครื่องมือต่อรองขอความรัก ฉันไม่อยากให้เขารักฉันเพราะสงสาร ฉันอยากให้เขารักฉันด้วยใจ ห้ามบอกธีเรื่องฉันท้อง...สัญญากับฉันสิ”

กฤติยาและสุตาภัญจำต้องรับปาก แต่ในใจอดเป็นกังวลแทนเพื่อนไม่ได้

ooooooo

ในที่สุดชนกชนม์ก็เลิกยาเสพติดได้สำเร็จ สุตาภัญมารอรับหน้าศูนย์บำบัด ถามเพื่อความมั่นใจว่าเขาเลิกยาได้แล้วใช่ไหม ชนกชนม์พยักหน้ารับคำต่อให้มียาเสพติดมากองตรงหน้า จะพุ่งเข้าไปทำลายให้สิ้นซาก

“รู้ซึ้งแล้วว่ามันทำลายชีวิตผม”

“สอบผ่าน คุณได้ไปต่อ” สุตาภัญผายมือให้ชนกชนม์เดินนำหน้า ไม่นานนัก ทั้งคู่กลับมาที่บ้านเช่าหลังเก่าที่ชนกชนม์เคยอยู่กับสุรเดช สุตาภัญทักท้วงว่า เขาน่าจะเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

“ผมเคยบอกแล้วไง สิ่งแวดล้อมเลวร้ายแค่ไหนไม่สำคัญ มันอยู่ที่ใจ คิดดีทำดี มันจะเป็นเกราะป้องกันภัยให้เรา” ชนกชนม์พูดจบเดินเข้าบ้าน ต้องแปลกใจที่เห็นภายในเก็บกวาดสะอาดสะอ้าน สุรัมภาออกมาต้อนรับพร้อมกับมอบช่อดอกไม้ให้ ชนกชนม์มองรอบๆอย่างชื่นชม ถามว่าเป็นผลงานของเธอใช่ไหม

“พี่ชนม์อาสาจะดูแลภา...ภาก็ต้องดูแลพี่ชนม์สิคะ เอากระเป๋ามาค่ะ ภาจะเอาเสื้อผ้าออกให้”

“อย่าเลย พี่เกรงใจ” ชนกชนม์ว่าแล้วยื่นกระเป๋าให้สุรัมภา แล้วพากันหัวเราะชอบใจ สุตาภัญเห็นทั้งคู่มีความสุข อดเศร้าใจไม่ได้ ชนกชนม์สังเกตเห็น ถามว่าไม่สบายใจเรื่องอะไร เธอปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

“ช่วงที่ผมไม่อยู่ มีอะไรเกิดขึ้นบ้างเนี่ย อัพเดทหน่อย เพื่อนๆเป็นไง นิกกี้ทำใจเรื่องธีได้หรือยัง”

สุตาภัญไม่กล้าเล่าเรื่องชนิกานต์ท้อง ได้แต่บอกว่าเธอเข้มแข็งไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ชนกชนม์ยังคาใจไม่หาย สุตาภัญกลุ้มใจเรื่องอะไรกันแน่เพราะหน้าตามันฟ้อง เธออ้างว่าเป็นห่วงน้อง ไม่อยากให้น้องลำบาก อีกไม่นานก็ต้องคลอดลูกแล้ว ชนกชนม์ปลอบว่าไม่ต้องห่วง เขารับปากจะดูแลสุรัมภาให้ดีที่สุด

“นายต้องรักภาให้มากๆนะ”

ชนกชนม์รับคำ สุรัมภาได้ยินก็เป็นปลื้มแต่ในใจอดเป็นกังวลไม่ได้...

ขณะที่ชนกชนม์กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปลอดจากยาเสพติด ชยางกูรซมซานกลับบ้านในสภาพทรุดโทรม เข้าไปกราบเท้าขอโทษแม่ที่ทำให้ผิดหวัง ขอให้ท่านอภัยให้ จะลงโทษเขาอย่างไร ก็ยอมทุกอย่าง

“แม่ลงโทษลูกไม่ได้ ขอแค่เห็นลูกกลับมาปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้ว” ชลนิภาดึงลูกมากอด ก่อนจะบอกให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จะได้ไปสถานีตำรวจด้วยกัน เธอจะหาทนายเก่งๆมาช่วยสู้คดีให้ ชยางกูรไม่ไป ไม่อยากติดคุก จะขอหนีไปอยู่ต่างประเทศ จะไปให้ไกลจากที่นี่และไม่กลับมาอีก

“คุณแม่ต้องช่วยกูร คุณแม่รักกูรไหมครับ คุณแม่ต้องช่วยกูรด้วยนะครับ” ชยางกูรคร่ำครวญทั้งน้ำตา ชลนิภาใจอ่อนยอมทำตามที่ลูกต้องการ ให้เขาขึ้นไปอาบน้ำ เธอจะเตรียมเงินและจัดกระเป๋าเดินทางให้

ระหว่างจัดเสื้อผ้าให้ลูก ชลนิภาฉุกคิดเรื่องราวในอดีต ตอนที่ลูกขโมยแหวนเพชรและธนกรตำหนิลูก แต่ชลนิภากลับเข้าข้าง และอีกหลายเหตุการณ์ที่ชยางกูรทำผิด นอกจากจะไม่ลงโทษเขาแล้วเธอยังให้ท้ายอีกต่างหาก สุดท้ายชยางกูรต้องเสียคนเพราะเธอนั่นเอง ชลนิภาตัดสินใจจะทำบางอย่าง

ooooooo

ใกล้ถึงอพาร์ตเมนต์ที่พักของสุตาภัญ สุรัมภาทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว หันไปถามสุตาภัญว่าชนกชนม์รับปากจะดูแลเธอเพราะความรัก หรือแค่สงสาร สุตาภัญแปลกใจทำไมน้องถึงคิดแบบนี้

“ก็ภารู้ว่าพี่ชนม์รักพี่ตามาก แล้วก็รักพี่ธี พี่ชนม์อาจเปิดทางให้พี่ธีสมหวังในรัก”

“ไม่เอา หยุดคิดหยุดพูดได้แล้ว” สุตาภัญพูดพลางจับสร้อยคอที่ชนกชนม์คล้องให้สุรัมภา “ชีวิตของชนม์อยู่กับภา ใจชนม์ก็อยู่กับภา...ภาต้องดูแลมันให้ดี”
สุรัมภารับปากจะดูแลและรักเขาให้สุดหัวใจ จากนั้นสองสาวเดินต่อ พอเลี้ยวหัวมุมตึก เจอธีรดนย์ดักรออยู่ สุตาภัญบอกน้องให้ขึ้นห้องไปก่อน จะขอคุยธุระกับธีรดนย์ก่อน สุรัมภาพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินต่อไปไม่ทันสังเกตเห็นเพทายซุ่มดูอยู่ ก่อนจะสะกดรอยตาม...

ด้านสุตาภัญกับธีรดนย์เดินกันมาเงียบๆจนถึงใต้ถุนอพาร์ตเมนต์ เธอตัดสินใจขอลดความสัมพันธ์กับเขาเหลือเพียงแค่เพื่อน เราสองคนเป็นแฟนกันไม่ได้ หมั้นกันก็ไม่ได้ พูดได้แค่นั้นรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ พูดอะไรไม่ออก รีบเดินหนี ธีรดนย์ตกใจ เกิดเรื่องอะไรขึ้นเดินตามมาคว้าแขนไว้

“ใครพูดอะไร ใครใส่ร้ายผม นิกกี้ใช่ไหม นิกกี้ยุให้ตาเลิกกับผม หรือว่าชนม์มันตื๊อตาอีก ธีจะไปคุยกับชนม์ให้รู้เรื่อง” ธีรดนย์ขยับจะไป สุตาภัญบอกให้พอได้แล้ว การตัดสินใจครั้งนี้ของเธอไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น แต่เป็นเพราะตัวธีรดนย์เอง เขาอยากรู้ว่าทำอะไรผิด จะได้ปรับปรุงแก้ไขเพื่อทำให้เธอพอใจ

“ตาไม่อยากหลอกตัวเอง ตาไม่ได้รักธี ต่อให้ธีเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟกต์ที่สุดในโลก ตาก็ไม่ได้รักธี”

“ผมไม่เข้าใจ ทำตัวดีๆไม่ชอบ ตาคงชอบแบบกุ๊ย ไอ้ขี้ยาอย่างชนม์” ธีรดนย์พาลหาเรื่อง สุตาภัญตบหน้าเขาเพื่อให้หยุดโทษคนอื่น สักวันเขาจะเข้าใจเองว่าเราสองคนรักกันไม่ได้เพราะอะไร แล้วเดินจากไป...

ธีรดนย์โกรธมากคิดว่าชนกชนม์เป็นสาเหตุทำให้สุตาภัญเลิกคบกับตน ตามไปเอาเรื่องถึงบ้านเช่า ไม่พูดพล่ามอะไรทั้งนั้น ต่อยชนกชนม์หน้าหงาย แล้วตามเข้าไปจะซํ้า เขาไม่ยอมเจ็บฝ่ายเดียวโต้ตอบกลับไปโดนธีรดนย์เต็มๆ เซถลาเป็นนกปีกหัก

“ฉันไม่ยอมให้แกต่อยฟรีหรอก แกโกรธฉันเรื่องอะไร” ชนกชนม์ตั้งการ์ดเตรียมรับมือ แต่อีกฝ่ายกลับทรุดตัวลงนั่งร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา...

ในเวลาเดียวกัน สุรัมภาเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมจะอาบนํ้า มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เธอเปิดประตูรับโดยไม่ถามสักคำคิดว่าเป็นสุตาภัญ แต่ต้องผงะเมื่อเห็นเพทายยืนยิ้มแสยะอยู่ สุรัมภาพยายามจะดันประตูปิด แต่สู้แรงเขาไม่ไหว จะหนีออกจากห้อง เพทายคว้าตัวไว้ เหวี่ยงเธอเข้าห้องปิดประตูตามหลัง...

อีกมุมหนึ่งใต้ถุนอพาร์ตเมนต์ สุตาภัญกำลังจะเดินขึ้นห้อง ชนกชนม์โทร.ไปตามให้มาที่บ้านเช่าของเขาด่วนที่สุด ธีรดนย์กำลังเสียใจมาก เธอต้องมาคุยกันให้รู้เรื่อง สุตาภัญวางสายสีหน้าครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี...

ทางฝ่ายเพทายผลักสุรัมภาล้มลงบนเตียงหมายจะขืนใจเป็นรางวัลตอบแทนที่ลบคลิปฉาวให้ หญิงสาวแกล้งโอนอ่อนผ่อนตาม พอได้จังหวะถีบกล่องดวงใจเขาถึงกับทรุด แล้ววิ่งไปเปิดประตูห้องจะหนี เขาตั้งหลักได้คว้าตัวไว้ จับกดลงพื้น ก่อนที่เธอจะเสียที สุตาภัญเปิดประตูผลัวะเข้ามา คว้ามีดใกล้มือขึ้นมาขู่เพทาย สั่งให้หยุดลวนลามน้องสาวของตน แล้วคว้านกหวีดเตือนภัยที่แขวนไว้ขึ้นมาเป่า พลางตะโกนขอความช่วยเหลือ

ตอนที่ 16

ชนกชนม์รีบตามไปขอโทษ สุตาภัญหันมาตบ หน้าเขาฉาดใหญ่ เบื่อเหลือเกินกับคำขอโทษที่สักแต่พูด ชนกชนม์รับปากจะเลิกใช้ยา และจะเข้ามอบตัวกับตำรวจ แต่สุตาภัญต้องช่วยให้การเป็นพยานว่าเขาไม่ได้ค้ายา

“คุณพ่อฉันเตือนให้เลิกยุ่งกับนาย คุณพ่อจะรับฉันกลับบ้าน แต่ฉันเลือกที่จะไปสถานีตำรวจให้ปากคำ เพื่อปกป้องนาย...นายกลับหักหลังฉัน...ฉันไม่เหลือความเชื่อใจและศรัทธาในตัวนายอีกแล้ว”

“ตา...ผมไม่มีใคร ผมมีตาคนเดียว ตาเป็นนางฟ้าของผม” ชนกชนม์อ้อนวอนสุดชีิวิต

“หมดเวลาของนายแล้ว นางฟ้ามีหน้าที่ปกป้องคนดี ไม่ใช่นาย” สุตาภัญพูดจบปาสร้อยคอที่ชนกชนม์ให้คืนเจ้าของ แล้วเดินจากไปด้วยความผิดหวัง ชนกชนม์ถึงกับทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นร้องไห้

ooooooo

ชนิกานต์ลุกขึ้นเข้าครัวแต่เช้าเตรียมทำอาหารไถ่โทษที่เมื่อคืนพูดจาไม่ดีกับกฤติยา แต่ลืมสูตรไปแล้ว ต้องขอร้องให้ธีรดนย์ช่วย หลังจากทำอาหารเสร็จ ชนิกานต์กับธีรดนย์ยกไปเสิร์ฟให้กฤติยาถึงห้อง แต่กัณฐิกาขวางไว้ กลัวเธอจะเข้าไปรังแกกฤติยาที่ยังเสียใจต่อการจากไปของสุรเดชจนไม่เป็นอันหลับอันนอน

“นายธี ทำคุณบูชาโทษ เอาไปทิ้งให้หมามันกินซะ” ชนิกานต์ประชด

“คุณกัณครับ นิกกี้ทำข้าวต้มมาให้แอนครับ”

กัณฐิกาไม่เชื่อใจ กลัวลูกเลี้ยงตัวดีจะเอาข้าวต้มราดหน้ากฤติยา ชนิกานต์ไม่พอใจที่แม่เลี้ยงคิดว่าเธอร้ายเหมือนตัวเอง ทำท่าจะเอาเรื่อง ธีรดนย์ต้องรีบเคลียร์ให้

“คุณกัณเข้าใจผิดครับ นิกกี้ตั้งใจเอามาฝากแอนจริงๆครับ ผมรับรองได้”

แม้จะไม่ไว้ใจชนิกานต์ แต่ในเมื่อธีรดนย์รับรอง กัณฐิกาจึงยอมปล่อยให้ทั้งคู่เข้าห้อง ชนิกานต์พยายามเชิญชวนกฤติยาให้กินข้าวต้มฝีมือตนเอง แต่เธอกินไม่ลงเพราะยังเศร้าใจเรื่องสุรเดชไม่หาย ธีรดนย์ช่วยคะยั้น คะยอ เธอถึงยอมกิน กัณฐิกามองไม่ไว้ใจ ถามว่าใส่ยาพิษหรือเปล่า ชนิกานต์ฉุนกึกหันขวับ

“ไม่ช่วยก็อย่าทำเสียเรื่อง ไปเอาน้ำมาให้หลานสิ”

ธีรดนย์อาสาจะไปเอาให้ ชนิกานต์ไม่ยอมให้ไป บอกกัณฐิกาให้ไปจัดการ พอเธอคล้อยหลัง กฤติยาถามชนิกานต์อย่างรู้ทันว่า มีเรื่องจะคุยกับตนใช่ไหม ชนิกานต์พยักหน้ารับ อยากคุยเรื่องของเราสามคนที่ไม่ควรให้พ่อของเธอ หรือกัณฐิการับรู้ แล้วคาดคั้นให้กฤติยารับปากจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ กฤติยายังไม่ทันจะพูดอะไร กัณฐิกากลับมาพร้อมกับแก้วใส่น้ำเสียก่อน ถามลูกเลี้ยงเสียงเขียวว่าขู่เข็ญอะไรหลานของเธอ

“เปล่า...กินอิ่มแล้ว ฉันเอาไปเก็บนะ” ชนิกานต์พูดจบรีบชิ่งทันที ธีรดนย์เก็บถาดใส่ข้าวต้มตามออกไป กัณฐิกาอดสงสัยไม่ได้ ถามกฤติยาว่าชนิกานต์ให้รับปากเรื่องอะไร

“แอนรับปากจะดูแลตัวเอง จะเข้มแข็งค่ะแม่” กฤติยาพูดไม่เต็มปาก ทำให้กัณฐิกาไม่วางใจ...

ตั้งแต่เกิดเรื่องกับสุรเดช สุรัมภาไม่เห็นชนกชนม์แวะเวียนมาก็เป็นห่วง ถามสุตาภัญว่าเจอเขาบ้างไหม เธอโกหกว่าไม่เจอไม่รู้หนีไปไหน เขาอาจร่วมขายยาเสพติดกับเพื่อน กลัวความผิดก็เลยหนีไปไม่กลับมาอีก

“ทำไมพี่ตาพูดงั้นล่ะ พี่ตาเป็นคนที่เชื่อใจพี่ชนม์มากที่สุด”

“เวลานี้พี่ขอเชื่อใจตัวเอง ไม่เชื่อคนอื่นอีกแล้ว...พี่ไปมหาวิทยาลัยก่อนนะ” สุตาภัญตัดบทเสร็จ รีบออกไป สุรัมภาอดแปลกใจคำพูดของพี่สาวไม่ได้ จังหวะนั้น ชยางกูรโทร.เข้ามือถือสุรัมภา ขู่ให้พาสุตาภัญมาพบเขาที่สวนสาธารณะ ถ้าไม่อยากให้คลิปว่อนไปทั่วเน็ต เธอวางสายน้ำตาซึมที่คลิปฉาวยังไม่ถูกลบทิ้ง

ooooooo

ชนกชนม์ตามมาง้อสุตาภัญถึงมหาวิทยาลัย ขอร้องอย่าทิ้งเขาไป ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ เธอยืนกรานไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วย เธอไม่ใช่ลมหายใจของเขา ชีวิตเขาก็เป็นของเขา อย่าทำให้ชีวิตเธอต้องมีมลทิน เพราะเขา

“จริงสิ ชีวิตเป็นของฉัน...ฉันทำอะไรก็ได้...เป็นตายร้ายดียังไงไม่ต้องมาสนใจ” ชนกชนม์น้อยใจวิ่งเตลิดไปที่ถนน ไม่ทันเห็นรถคันหนึ่งแล่นเข้ามา โชคดีที่คนขับรถเหยียบเบรกทัน ชนกชนม์โวยลั่นทำไมไม่ชนให้รู้แล้วรู้รอด แล้ววิ่งจากไป ขณะสุตาภัญโล่งอกที่เขาปลอดภัย สุรัมภาโทร.เข้ามือถือ เรียกพี่สาวให้ไปพบ...

ครู่ต่อมา สุตาภัญมาถึงสวนสาธารณะตามนัด โดยไม่ล่วงรู้ว่านี่เป็นแผนลวง ระหว่างที่ชยางกูรย่องมาด้านหลังจะเอาผ้าชุบยาสลบโป๊ะหน้าสุตาภัญ สุรัมภาตัดสินใจดึงตัวพี่สาวหลบ ทำให้เขาพลาดเป้า

“ภา...นี่มันเรื่องอะไรกัน” สุตาภัญมองน้องสาวงงๆ

“ยังเดาไม่ถูกอีกหรือ...ก็น้องเธอหลอกเธอมาให้ฉัน” ชยางกูรยิ้มเจ้าเล่ห์

“พี่ตา...ภาขอโทษ” สุรัมภาพูดจบ ดึงมือพี่สาวจะวิ่งหนี ชยางกูรขู่ถ้าไม่ยอมร่วมมือด้วยจะแฉคลิปฉาวของเธอ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิด ปรากฏว่าคลิปหายไปแล้ว เพทายเข้ามาเฉลยว่าเขาเป็นคนลบมันทิ้งเอง ตอนที่เจอกับชยางกูรครั้งก่อน ชยางกูรเจ็บใจที่ถูกหักหลัง ถามเสียงเครียด ตกลงเพทายเป็นพวกใครกันแน่

“ฉันไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ใครให้ประโยชน์สูงสุดคนนั้นคือเพื่อน”

ชยางกูรเพิ่งรู้ตัวว่าถูกเพทายหลอกลวงมาตลอด ทั้งชักชวนเข้าบ่อนทำให้เป็นหนี้พนันท่วมหัว แถมยังวางแผนช่วยสุรัมภาอีก เพทายต้องการแก้แค้นที่เขาชอบแย่งของของเพื่อนไปกิน ชยางกูรโกรธจัดพุ่งเข้าเตะต่อยอุตลุด แต่เขาหลบได้ สุตาภัญสบช่องดึงมือน้องวิ่งหนี ชยางกูรสู้เพทายไม่ได้ถูกอัดลงไปกองกับพื้น

ตอนที่ 15

พอตั้งสติได้ กฤติยาหันไปถามธีรดนย์ว่าชนิกานต์ พูดความจริงใช่ไหม เขาไม่กล้าตอบ ได้แต่หลบสายตา เธอเดาได้ไม่ยากว่าเป็นเรื่องจริง ต่อว่าว่าไม่น่าทำแบบนี้ ชนิกานต์เข้ามาคว้าตัวกฤติยาเขย่าอย่างแรง

“รู้ความจริงแล้วก็อย่ามาแย่งธีไปจากฉัน ธีเป็นแฟนฉัน...ฉันรักธี”

กัณฐิ กาปราดมาดึงตัวชนิกานต์ออก ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน เธอเปลี่ยนเป้าหมายหันไปเล่นงานกัณฐิกาแทน กล่าวหาว่านี่เป็นแผนชั่วของกัณฐิกา พอตัวเองไม่ได้ธีรดนย์ก็ส่งหลานสาวไปอ่อยเขาถึงในห้อง กัณฐิกาคาดคั้นให้กฤติยาบอกความจริงมาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธออับอายไม่กล้าพูด วิ่งหนีขึ้นห้อง

“เป็นไง หลานสาวแสนดีวิ่งหนีความจริงไม่กล้าสู้หน้าฉัน แกยอมรับได้แล้วว่าเป็นแผนชั่วของแก คิดจะเอาธีไปกินทั้งน้าทั้งหลาน” ชนิกานต์ยิ้มหยัน กัณฐิกาไม่พอใจมาก สั่งให้หยุดพูดเพ้อเจ้อได้แล้ว ถึงตนจะดูแย่ในสายตาเธอ แต่ก็ไม่เคยคิดใช้หลานตัวเองเป็นเครื่องมือ และไม่เคยคิดสกปรกอย่างที่เธอคิด แล้ววิ่งตามกฤติยาไป

“อย่ามาย้อนด่าฉัน กลับมาก่อน ลากตัวหลานแกมาคุยให้รู้เรื่อง” ชนิกานต์จะตาม แต่ธีรดนย์ขวางไว้ ขอร้องให้พอได้แล้ว เธอโผกอดเขาไว้แน่น อ้อนวอนให้รับปากจะรักเธอคนเดียว ธีรดนย์ทำไม่ได้เพราะไม่ได้รักชนิกานต์แต่รักสุตาภัญ ขอร้องเธอให้หยุดพูดหยุดคิดเรื่องนี้ ลืมมันไปให้หมดได้ไหม

“นายลืมฉันได้แต่นายลืมสิ่งที่ทำกับฉันไม่ได้” ชนิกานต์พูดจบวิ่งหนีทั้งน้ำตา ธีรดนย์ถึงกับหน้าเครียด...

กัณฐิ กาต้องการรู้ความจริงให้ได้ ตามไปคาดคั้นกฤติยาถึงในห้องนอนของฝ่ายหลัง เธอตัดสินใจสารภาพทุกอย่างให้ฟัง ขอโทษที่ตนเองไม่รักดี ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ผู้ชายทำให้แม่ต้องถูกชนิกานต์ด่าว่า แล้วจับมือแม่มาตบหน้าตัวเอง กัณฐิกาจับมือเธอไว้

“เพราะแม่ใช่ไหม ลูกถึงทำประชดแบบนี้ แม่ขอโทษ” กัณฐิการ้องไห้โฮดึงลูกมากอดแนบอก แต่แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ เดินหายไปจากห้องสักพัก กลับเข้ามาพร้อมกับยื่นยาคุมกำเนิดและน้ำหนึ่งแก้วให้กฤติยากิน

“...อะไรที่มันพลาดไปแล้วก็อย่าให้เกิดขึ้นอีก มันไม่ใช่เรื่องผิดบาปชั่วชีวิต เราแก้ไขแก้ตัวได้...ลูกนอนได้แล้ว ตื่นเช้ามาก็เป็นวันใหม่ ชีวิตใหม่” กัณฐิกาปลอบเสร็จขยับจะไป กฤติยาเรียกไว้

“แม่นอนกับแอนได้ไหม”

กัณฐิกาถึงกับน้ำตาซึม เดินกลับมากอดลูกอีกครั้ง กฤติยาอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกที่แม่ยอมอยู่ด้วย...

ทางฝ่ายชนกชนม์หยิบสร้อยห้อยล็อกเก็ตรูป ครอบครัวตัวเองขึ้นมาดูแล้วร้องไห้คิดถึงแม่ ต้องใช้ยาเสพติดดับความคิดถึง พอยาออกฤทธิ์เขาเห็นแม่มาเยี่ยมถึงห้องเช่า จับเขานอนหนุนตัก ชนกชนม์ยิ้มมีความสุข แต่พอฤทธิ์ยาเริ่มสร่าง ภาพของแม่ก็หายไปด้วย เขาถึงได้รู้ว่าเมื่อครู่เป็นแค่ความฝัน...

ขณะที่ชนกชนม์เมายาจนเห็นภาพหลอน ธีรดนย์กลับถึงห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทรุดตัวลงตรงหน้ารูปถ่ายของอุษา ก่อนจะก้มกราบ

“แม่เคยสอนให้ผมรู้จักควบคุมอารมณ์ ผมทำพลาดอีกแล้ว ผมอยากให้แม่อยู่กับผม...ผมขอโทษครับแม่” ธีรดนย์คร่ำครวญจบร้องไห้โฮ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ชนกชนม์มาดักรอสุตาภัญหน้าอพาร์ตเมนต์เพื่อมอบสร้อยห้อยล็อกเกตรูปครอบครัวของเขาให้ ตอนนี้หัวใจของเธอว่างแล้วไม่ต้องดูแลใครอีก ช่วยดูแลครอบครัวเขาด้วย ชีวิตของเขาเป็นของเธอแต่ผู้เดียว

“วันไหนที่คุณไม่ต้องการผม เอาสร้อยคืนให้ผม”

“ฉันจะดูแลมันให้ดีที่สุด” สุตาภัญยิ้มหวานให้ ชนกชนม์ค่อยๆโน้มตัวจะหอมแก้ม เธอดันหน้าเขาออกต่อว่าว่าได้คืบจะเอาศอก แกล้งเอาข้อศอกกระทุ้งเขาไปหนึ่งที ก่อนจะเดินหนี ชนกชนม์รีบเดินตาม...

ทางฝ่ายสุรัมภายังคงฝันลมๆแล้งๆที่จะได้ชนกชนม์มาเป็นของตัว หยิบผ้าเช็ดหน้าที่เขาให้เช็ดน้ำตาเมื่อวานขึ้นมากอดจูบเสมือนเป็นตัวแทนของเขา...

ในเวลาเดียวกัน ชยางกูรเข้ามาบอกชลนิภาว่ามีเรียนแต่เช้า ไม่อยู่กินข้าวด้วย ชลนิภาดักคอว่าการโกหกเป็นบาปโดยเฉพาะโกหกพ่อแม่ เมื่อวานเธอไปพบกับอาจารย์ที่ปรึกษาของชยางกูรมา เขารายงานว่าชยางกูรไม่มาเรียนเกือบหนึ่งเดือนแล้ว อ้างว่าแม่ไม่สบายต้องอยู่เฝ้าไข้ อาจารย์ให้งานอะไรไปชยางกูรก็ไม่เคยส่งสักชิ้น

“ลูกคงไม่แก้ตัวว่าอาจารย์ใส่ร้ายลูก”

ชยางกูรจนแต้ม ขอโทษแม่ที่ทำตัวไม่ดี แล้วบีบน้ำตาขอความเห็นใจ ชลนิภาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำตัวเหลวไหลไม่ไปเรียนหนังสือ เข้าบ่อนการพนันเป็นว่าเล่น

“เพื่อนมันหลอกกูรครับ กูรพยายามเลิกแต่มันโกง หลอกกูรเซ็นสัญญาเงินกู้ ถ้ากูรไม่ใช้หนี้ มันจะฆ่ากูร”

“ลูกติดหนี้เท่าไหร่”

พอรู้ว่าลูกเป็นหนี้พนันสูงถึง 5 ล้านบาท ชลนิภาถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจให้เงินลูกไปใช้หนี้ แล้วบอกให้ลูกกลับตัวกลับใจ กลับมาเป็นลูกที่ดีของเธอเหมือนเดิม ชยางกูรกราบขอบคุณแม่ที่ยอมช่วยเหลือ...

ทางด้านธีรดนย์ไม่มีทางเลือกจำต้องอยู่ที่คฤหาสน์ของณวัตรต่อไป แต่ไม่รู้จะอ้างกับคุณท่านอย่างไรจึงขอความช่วยเหลือจากชนิกานต์ให้ร่วมมือกันโกหกว่าที่ธีรดนย์ต้องอยู่ที่นี่ต่อเพราะเธอมีงานกลุ่มร่วมกับเขา ถ้าเขาย้ายออกไปจะไม่มีใครช่วยเหลือเธอ ณวัตรไม่ติดใจสงสัยอะไร อนุญาตให้ธีรดนย์อยู่จนกว่าจะเรียนจบ

“เอ่อ...มาพร้อมหน้ากันก็ดีแล้ว นิกกี้ ธีรดนย์ ฉันมีเรื่องจะให้ช่วย”

ชนิกานต์กับธีรดนย์มองหน้ากันแปลกใจ ณวัตรจะให้ช่วยเรื่องอะไร...

ครู่ต่อมา ชนิกานต์กับธีรดนย์นำข่าวดีมาบอกสุตาภัญกับชนกชนม์ว่าณวัตรต้องการให้พวกเราช่วยกันคิดรูปแบบงานเปิดตัวหมู่บ้านโครงการใหม่ของท่าน โดยจะมีค่าจ้างให้ด้วย ท่านวางคอนเซปต์คร่าวๆว่าต้องเป็นบ้านแห่งความสุขและความอบอุ่นในครอบครัว สุตาภัญมีฝีมือด้านการจัดงานทุกคนในกลุ่มจึงมอบหน้าที่นี้ให้

“ตาขอเวลาคิดรูปแบบงานก่อน แล้วจะแจงอีกที

ว่าใครต้องทำอะไร” สุตาภัญยิ้มแย้มดีใจ ที่จะได้ทำงาน ที่ชอบแถมได้เงินอีกด้วย...

สุทินยังโกรธเสาวนิตย์เรื่องเมื่อวานไม่หาย ไม่ยอมแตะต้องอาหารที่เธอทำให้ เสาวนิตย์ขอโทษที่พูดไปแบบนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะหักหน้าเขาต่อหน้าชลนิภา แค่อยากให้เขายอมรับความจริงเท่านั้น

“ความจริงที่ว่าลูกสาวเราทำตัวเหลวแหลกคบนักเลง ฉันให้อภัยไม่ได้”

เสาวนิตย์แนะให้ลองถามความจริงจากลูกเสียก่อน บางทีสิ่งที่เห็นอาจไม่จริงก็ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือการหันหน้ามาคุยกัน สุทินแดกดันว่าถ้าเลือกได้ เขาขอให้เธอกลับไปเป็นใบ้เหมือนเดิมดีกว่าพูดเพ้อเจ้อแบบนี้ แล้วเดินหนีขึ้นห้อง เสาวนิตย์มองตาม แอบดีใจที่อย่างน้อยเขาก็เริ่มใจอ่อนเรื่องของลูกๆ

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันงานเปิดตัวหมู่บ้านโครงการใหม่ของณวัตร วีรภัทรและครอบครัวถูกวางตัวให้เป็นพรี-เซ็นเตอร์กิตติมศักดิ์ของงานจึงมาถึงสถานที่จัดงานแต่เช้า สุตาภัญในฐานะโปรดิวเซอร์ใหญ่ของงานเข้ามาต้อนรับ

“เชิญด้านในค่ะ ตาจะแจ้งคิวงานและรายละเอียดทั้งหมด”

วีรภัทรจูงมือนัชชากับนิธิเดินตามสุตาภัญไปด้านหลังเวที...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ชนกชนม์แอบมองพ่อกับแม่เลี้ยงด้วยความไม่สบายใจ สุรัมภาเข้ามาถามว่าทำไมไม่ไปพบพ่อตัวเอง ชนกชนม์ไม่กล้า คดีเก่าที่สวนสนุกยังเคลียร์กับพวกท่านไม่จบ

ตอนที่ 14

ชนกชนม์รู้จักสถานที่ที่อยู่ในเว็บไซต์ อาสาจะพาสุตาภัญไปที่นั่น เธอปฏิเสธทันที

“ไม่ ต้องมายุ่งกับฉัน...ฉันพูดผิดไหมล่ะ นายเข้ามาในชีวิตฉันมีแต่เรื่องแย่ๆเลิกตามฉันสักที” สุตาภัญพูดจบ ขยับจะไป ชนกชนม์ดึงมือไว้ เธอไม่ทันตั้งตัว เซเสียหลักเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา ทั้งคู่มองสบตากันอึดใจก่อนที่สุตาภัญจะดิ้นหนี ชนกชนม์ไม่ให้ไปรวบตัวเอาไว้

“ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า ผมไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูด...ไปกับผม” แล้วดึงสุตาภัญไปด้วยกัน

ครู่ต่อมา ชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์พาสุตาภัญมาจอดหน้าตึกแถวตามที่อยู่ที่ปรากฏในคอมพิวเตอร์ เธอมองไปรอบๆเห็นห้องแถวเรียงรายอยู่มากมายไม่รู้ว่าสุรัมภาอยู่ห้องไหน ชนกชนม์แนะให้แยกกันตามหาจะได้เร็วขึ้น สุตาภัญจะไปดูตึกแถวด้านหลัง ส่วนเขาจะแยกไปดูอีกฝั่งหนึ่ง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สุทินไม่พอใจที่เห็นเสาวนิตย์เอาแต่นั่งเศร้าดูอัลบั้มภาพถ่ายของลูกๆกระชากจากมือเอาไปโยนทิ้งขยะ เธอตามไปเก็บคืน เขาโกรธที่เธอแข็งข้อ เข้ามาแย่งไปอีกครั้ง ตะคอกถามว่าต้องการอะไรกันแน่ เสาวนิตย์ย้อนถามว่าอยากฟังเธอพูดจริงหรือ สุทินอารมณ์ขึ้น ตวาดลั่นมีอะไรจะพูดก็ว่ามาอย่ายอกย้อน

“ฉันคิดว่าถ้าฉันเป็นใบ้ ไม่พูด น่าจะเป็นวิธีเดียวที่จะใช้ชีวิตร่วมกับคุณได้ ถ้าคุณไม่พอใจที่ฉันไม่ทำตามสั่ง คุณก็ไล่ฉันออกจากบ้านเหมือนที่คุณทำกับลูกก็ได้” เสาวนิตย์กลายเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน

สุทินฟิวส์ขาดเงื้อมือจะตบ แต่กลับเปลี่ยนใจโยนอัลบั้มทิ้ง แล้วผละจากไป เสาวนิตย์หยิบอัลบั้มขึ้นมากอดไว้แนบอก คิดถึงลูกสาวทั้งสองคนเหลือเกิน สุทินเองก็คิดถึงลูกๆเช่นกัน แต่ไม่แสดงออก...

หลังจากค้นหาทั่วบริเวณจนพลบค่ำ สุตาภัญชักสงสัยชนกชนม์อาจจะพามาผิดที่ แต่เขามั่นใจต้องใช่แถวนี้ ยังเหลืออีกห้องหนึ่งทางด้านโน้นที่ยังไม่ได้ไป

สุตาภัญไม่รอช้าวิ่งไปยังทิศทางนั้นทันที...

ขณะที่สุตาภัญกับชนกชนม์ตามหาสุรัมภากันให้ควั่ก พนักงานของคลินิกทำแท้งเรียกสุรัมภาเป็นคิวถัดมา เธอลังเลไม่ขยับ พนักงานรำคาญ เร่งให้รีบเข้าห้องมีคิวรออยู่อีกหลายราย ถ้าไม่กล้าทำก็ให้กลับไป สุรัมภาตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องปฏิบัติการด้านใน คล้อยหลังครู่เดียว สุตาภัญกับชนกชนม์พรวดพราดเข้ามาในคลินิกคลาดกันอย่างเฉียดฉิว สุตาภัญไม่เห็นน้องอยู่ที่ห้องรอเรียกจะเข้าไปดูด้านใน พนักงานเรียกไว้

“น้อง...อย่าแซงคิว”

“ตาไม่ได้มาทำ...พี่คะ ผู้หญิงในภาพนี้มาที่นี่หรือเปล่าคะ” สุตาภัญหยิบรูปถ่ายของสุรัมภาให้ดู

พนักงานรีบปฏิเสธว่าไม่มี ชนกชนม์จะขอเข้าไปดูด้านใน เธอขวางไว้ แล้วไล่ทั้งคู่กลับ ถ้าไม่ได้คิดจะมาทำแท้ง สุตาภัญและชนกชนม์จำต้องออกมาด้วยความผิดหวัง อารามเป็นห่วงน้อง ประกอบกับเหนื่อยมาทั้งวัน ทำให้สุตาภัญระเบิดอารมณ์ใส่ชนกชนม์ ซ้ำไล่ไปให้พ้นหน้า เขาน้อยใจมาก รับปากจะไม่มาวุ่นวายกับชีวิตเธออีก แล้วขยับจะไป ทันใดนั้นมีเสียงร้องเรียก “พี่ตา” ดังขึ้น สุตาภัญหันมองตามเสียงเห็นสุรัมภายืนอยู่

“พี่ตา...ภากลัว...ภาไม่กล้า” สุรัมภาว่าแล้วปล่อยโฮ

สุตาภัญโผกอดน้องด้วยความสงสาร ชนกชนม์โล่งใจที่สุรัมภาไม่ทำร้ายตัวเองและเด็กในท้อง

ooooooo

ถึงเวลาต้องจ่ายหนี้พนันตามนัด ชยางกูรกลับ พาสาวๆมาเที่ยวผับอย่างสบายใจ เฮียปรัชญาไม่พอใจมาก สั่งให้เพทายพาสมุนมาตามทวงหนี้ ชยางกูร ผลักเพทายพ้นทางแล้ววิ่งหนีออกจากผับ เจอสมุนอีกคนหนึ่งดักรออยู่ เขาตั้งท่าเตรียมต่อสู้แต่สมุนกับเพทายตามมาทัน รุมซ้อมจนหนำใจแล้วแย่งกุญแจรถไป

“เอากุญแจรถฉันคืนมา” ชยางกูรโวยลั่น

“รถแกเป็นดอกเบี้ย” สมุนทั้งสองคนรุมเตะซ้ำคนละหนึ่งที ก่อนจะจากไป

“รีบหาเงินคืนเฮีย ไม่งั้นแกต้องตายเป็นศพไร้ญาติ” เพทายเตือนจบ เดินตามสมุนออกไป...

ในเวลาต่อมา สุรัมภากับสุตาภัญกลับถึงห้องพักโดยมีชนกชนม์ตามมาส่ง สุตาภัญขอคำมั่นจากน้องสาวว่าต่อจากนี้ไปจะไม่คิดทำแท้งอีก เธอรับปากทันที

“พี่ก็สัญญาจะช่วยเหลือภา”

“ขอบคุณพี่ชนม์มากนะคะ” สุรัมภายิ้มรับดูผ่อน คลายความกังวลใจลงไปมาก สุตาภัญรู้สึกดีที่ชนกชนม์ทำให้น้องยิ้มได้ รู้สึกผิดที่ต่อว่าต่อขานเขา รอจังหวะที่ ชนกชนม์กลับรีบตามมาขอโทษ แต่เขาแกล้งเล่นตัวให้เธอง้อ สุตาภัญเข้าไปหอมแก้มเขาหนึ่งฟอดชดเชยความผิด ชายหนุ่มยิ้มปลื้มก่อนจะหันแก้มอีกข้างหนึ่งให้

“คุณรู้ไหมว่าคำพูดของคุณทำให้ผมกินไม่ได้นอนไม่หลับ...คิดมากจนถึงขั้นจะทำร้ายตัวเอง...”

สุตาภัญรู้ทัน หอมแก้มเขาอีกหนึ่งฟอด ชนกชนม์ได้ใจยื่นแก้มให้อีกหญิงสาวบอกให้พอได้แล้ว

“ขอบใจนายมากนะ ขอบใจทุกๆอย่างที่ทำเพื่อฉันกับภา ฉันจะมาบอกว่า นายไม่ใช่ตัวหายนะ แต่นายเป็นตัวนำโชคของฉัน” สุตาภัญพูดจบ เดินหนีด้วยความเขิน ชนกชนม์วิ่งตามไปดึงเธอมากอดไว้แนบอก

“คุณเป็นนางฟ้าของผมเสมอ ไม่ว่าคุณจะด่าจะว่าผมยังไง ผมไม่เคยโกรธคุณสักครั้ง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คุณตอบผมได้ไหม...ความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร”

หญิงสาวเขินไม่กล้าบอกว่ามันคือความรัก ชนก–ชนม์เหมือนต้องมนต์ค่อยๆโน้มตัวจะจูบ สุตาภัญยกมือขึ้นกันไว้ บอกราตรีสวัสดิ์แล้วเดินกลับห้อง ชนกชนม์มองตาม ยิ้มสุขใจที่ปรับความเข้าใจกับเธอได้

ooooooo

ทันทีที่ชนิกานต์ทราบข่าวจากณวัตรว่าธีรดนย์จะย้ายเข้าบ้านใหม่ที่เขาซื้อให้ในเช้าวันนี้เลย รีบไปดักรอตรงสระว่ายน้ำ พอธีรดนย์มาถึงพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง ชนิกานต์กระชากกระเป๋าเสื้อผ้าใบหนึ่งไปจากมือเขา เทข้าวของข้างในลงสระว่ายน้ำ สั่งห้ามเขาไปไหนเด็ดขาด

“มันก็แค่ของนอกกาย ฉันซื้อใหม่อีกเท่าไหร่ก็ได้” ธีรดนย์ไม่สนใจ ขยับจะไป ชนิกานต์โผกอดเขาไว้ขอร้องทั้งน้ำตาอย่าไปจากเธอ เขาแกะมือเธอออก แล้วเดินต่อไปอย่างไม่ไยดี ชนิกานต์ตะโกนลั่น

“ฉันจะบอกคุณพ่อว่านายข่มขืนฉัน...นายก็รู้ว่าคุณพ่อซีเรียสกับเรื่องนี้มาก แล้วฉันจะบอกให้ตารู้ความจริงทั้งหมด” คำขู่ของชนิกานต์ได้ผล ธีรดนย์หยุดกึกไม่กล้าขยับ เธอย่ามใจ ท้าทายให้เขาไปจากชีวิตเธอ ก่อนจะเดินอย่างผู้ชนะเข้าตึกใหญ่ ธีรดนย์ถึงกับเข่าอ่อน ทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงที่ไม่สามารถไปจากที่นี่ได้...

หลังจากชวนชนกชนม์ไปทำบุญตักบาตรเช้าที่วัด สุตาภัญเอาสร้อยคอพร้อมล็อกเกตรูปถ่ายครอบครัวของชนกชนม์ที่ชยางกูรโยนทิ้ง คืนให้เจ้าของ เพื่อให้เขามีกำลังใจสู้ต่อไป ชนกชนม์กลับมอบให้เธอเก็บไว้

“ผมฝากชีวิตผมให้คุณช่วยดูแล”

“ไม่ดีหรอก เราสองคนไม่ควรใกล้ชิดกันเกินไป ฉันรับปากจะช่วยดูแลธี...ฉันเป็นแฟนของธี”

“แล้วธีเป็นแฟนเธอหรือเปล่า” ชนกชนม์มองอย่างรอคำตอบ สุตาภัญไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้เดินหนีทันที...

ขณะเดียวกัน ที่บริษัทเพชรของชลนิภา พนักงานฝ่ายออกแบบเครื่องประดับถึงกับถอนใจโล่งอกที่ชลนิภาพอใจแบบเครื่องเพชรที่เสนอไป ไม่ตีกลับเหมือนครั้งก่อนๆ เพื่อนพนักงานต่างชมเปาะว่าเก่งมาก

“ฝีมือพี่ที่ไหนล่ะ คุณชนกชนม์ช่วย...มีออเดอร์ลูกค้า พี่ก็เลยส่งไปให้คุณชนกชนม์คิด บริษัทเราท่าจะรอดแล้วล่ะ” พนักงานฝ่ายออกแบบยิ้มดีใจพลอยทำให้ทุกคนในแผนกดีใจไปด้วยที่ชนกชนม์แอบช่วยเหลือ...

ระหว่างที่ชลนิภากำลังดูแบบเครื่องประดับที่เพิ่งได้มาด้วยความพอใจ แต่ต้องแปลกใจเมื่อได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยว่าชยางกูรไม่เข้าเรียน แถมไม่ส่งงาน

“เป็นไปไม่ได้...ค่ะ...พรุ่งนี้ดิฉันจะเข้าไปพบค่ะ” ชลนิภาวางสาย งุนงงกับพฤติกรรมของลูกรัก

ooooooo

ขณะที่เรื่องชั่วๆของชยางกูรเริ่มเปิดเผยออกมาทีละอย่าง ชนิกานต์มาดักรอสุตาภัญอยู่หน้าคณะมีเรื่องจะคุยด้วย ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร ธีรดนย์กับชนกชนม์เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“ตา...ธีมีเรื่องส่วนตัวจะคุยด้วย ไปคุยด้านโน้นกัน” ธีรดนย์รีบคว้ามือสุตาภัญจะไป ชนิกานต์ขวางไว้

“เรื่องส่วนตัวของนายอาจเกี่ยวกับฉัน แล้วเรื่องของพวกเรา น่าจะเกี่ยวข้องกัน แถลงข่าวตรงนี้ท่าจะดี”

ธีรดนย์ไม่อยากเคลียร์ด้วย ผลักชนิกานต์พ้นทาง แล้วจูงมือสุตาภัญออกไป ชนิกานต์ตะโกนไล่หลังว่า ธีรดนย์ข่มขืนตน สุตาภัญหยุดกึกมองธีรดนย์สลับกับ

ชนิกานต์ไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

“ตา...ช่วงงานศพป้าอุษา ธีเขาโกรธและเกลียดฉัน หาว่าฉันฆ่าแม่เขาแล้วเขาก็ข่มขืนฉัน...ฉันตกเป็นของธีแล้ว” ชนิกานต์เล่าทั้งน้ำตา สุตาภัญคาดคั้นให้ธีรดนย์ตอบมาว่าจริงหรือเปล่า เขากลับอึกอักไม่กล้าพูด

“ใช่...นิกกี้พูดความจริง” ชนกชนม์โพล่งขึ้นทันที ธีรดนย์ไม่พอใจต่อว่าเพื่อนว่าคิดจะหักหลังตน แย่งสุตาภัญไปใช่ไหม ชนกชนม์ไม่ได้คิดเช่นนั้น แค่ไม่อยากเห็นชนิกานต์ ต้องช้ำใจ และไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับสุรัมภา ลูกผู้ชายกล้าทำต้องกล้ารับ ธีรดนย์ จนแต้มจำต้องสารภาพ

“ผมไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ผมไม่ได้รักนิกกี้ ผมรักตา”

สุตาภัญทนฟังไม่ได้ ตบหน้าธีรดนย์ฉาดใหญ่ ก่อนจะวิ่งหนี ธีรดนย์มองชนิกานต์อย่างแค้นใจ แล้ววิ่งตามสุตาภัญ ชนกชนม์สงสารชนิกานต์มาก ปลอบว่าทุก อย่างต้องจบด้วยดี เขาจะอยู่ข้างเธอเอง...

ด้านธีรดนย์วิ่งตามสุตาภัญจนทัน ดึงมากอดไว้ คร่ำครวญว่ารักเธอมากแค่ไหน สุตาภัญสะบัดหลุด แล้วตบเขาอย่างแรงจนหน้าหัน ขอร้องอย่าทำให้เธอต้องเกลียดเขามากไปกว่านี้ ธีรดนย์ขอโทษ รู้ดีว่าทำผิด แต่ก็ไม่สามารถ จะย้อนอดีตกลับไปแก้ไขอะไรได้ สุตาภัญไม่ต้องการคำแก้ตัว แค่อยากให้เขารับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

“ผมไม่ได้ตั้งใจ”

“อย่าพูดคำนี้ให้ตาได้ยินอีก ไม่ได้ตั้งใจ...มันเป็นคำพูดของผู้ชายที่เห็นแก่ตัว ก่อนทำทำไมไม่คิด จะให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายรับปัญหารับเคราะห์กรรมอย่างเดียวใช่ไหม”

“ผมขอโทษ...เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมได้ไหม”

“กลับไปดูแลนิกกี้ แล้วตาจะเป็นเพื่อนที่ดีของธี” สุตาภัญพูดจบเดินจากไป ทิ้งให้ธีรดนย์ยืนเศร้าอยู่เพียงลำพัง สักพักชนิกานต์ตามเข้ามาปลอบเขาว่าไม่ต้องเสียใจถึงสุตาภัญจะไม่รักแต่เขายังมีเธออยู่ทั้งคนแล้วโอบกอดเขาไว้ ธีรดนย์ดันเธอออกห่าง

“เธอทำลายความหวัง ความสุขในชีวิตฉัน...ฉันไม่มีวันรักเธอ ฉันเกลียดเธอ” ธีรดนย์ตวาดลั่น ก่อนจะผละจากไป ชนิกานต์ถึงกับปล่อยโฮที่เขาจงเกลียดจงชังเธอไม่เปลี่ยนแปลง...

อีกมุมหนึ่งหน้าตึกเรียน หลังจากร้องไห้จนหนําใจแล้ว สุตาภัญหันไปต่อว่าชนกชนม์ว่ารู้เรื่องระหว่างธีรดนย์กับชนิกานต์แล้วทำไมไม่บอก เขาอยากให้ธีรดนย์เป็นคนบอกเธอด้วยตัวเอง ไม่อยากได้ชื่อว่าหักหลังเพื่อน ขอร้องสุตาภัญให้อภัยธีรดนย์ เธอก็รู้ดีว่าเขารักเธอมากขนาดไหน

“หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ มันจบแล้ว ฉันกับธีเป็นแค่เพื่อน”

แม้จะสงสารธีรดนย์ แต่ในใจลึกๆ แล้วชนกชนม์แอบดีใจที่สุตาภัญกับเขาเลิกคบกัน...

ณ คฤหาสน์ของณวัตร ชนิกานต์เป็นห่วงธีรดนย์มาก คํ่าแล้วยังไม่กลับมาสักที ชะเง้อคอมองไปหน้าบ้านตลอดเวลา กัณฐิกาอดแขวะไม่ได้ที่เห็นเธอนั่งรอคนใช้ ชนิกานต์ไม่มีอารมณ์จะต่อปากต่อคำด้วย เดินหนีไปคอยอีกมุมหนึ่ง เธอยังตามมากวนประสาท ทำทีมีเมตตา สั่งสอนว่าอย่าปล่อยตัวปล่อยใจมากนัก ผู้ชายจะเห็นเป็นของตายไร้ค่า ต้องหัดทำตัวให้น่าค้นหา ชนิกานต์ถึงกับสะดุ้งเพราะแทงใจดำเต็มๆ ด่ากลับทันที

“อ๋อ นี่เป็นเคล็ดลับจับผู้ชายของเธอล่ะสิ ขอบใจนะที่สอน แต่ไม่ต้อง ฉันไม่คิดเป็นโสเภณี เอาบทเรียนสอนหญิงไว้สอนหลานสาวของเธอน่าจะเหมาะกว่า ท่าทางจะเจริญรอยตามกัน”

กัณฐิกาฉุนขาดจะเข้าไปตบ แต่ต้องเงื้อมือค้างเมื่อเห็นกฤติยาเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง ชนิกานต์มองตามสายตากัณฐิกา ก่อนจะเดินหนี กฤติยาจะเดินตามแต่กัณฐิกาเรียกไว้

“แอน...แกจะไปไหน แกคงไม่บ้าจี้ชะเง้อหานายธีรดนย์อีกคนนะ”

“ถ้าใช่ มันเสียหายตรงไหนคะ หรือแม่หึง” กฤติยา ยอกย้อน กัณฐิกาไม่เคยคิดแบบนั้น ที่เตือนให้ลูกอยู่ห่างๆ ธีรดนย์ก็เพราะเป็นห่วง กฤติยาไม่สนใจฟังเดินหนี...

ด้านชนิกานต์พยายามโทร.หาธีรดนย์แต่ติดต่อไม่ได้ หมดความอดทน ปามือถือทิ้ง กฤติยาเก็บมันมาคืนให้ ถามด้วยความเป็นห่วงว่าทะเลาะกันอีกหรือ ชนิกานต์บ่อนํ้าตาแตกทันทีโผกอดเธอไว้

“ตาบอกเลิกธี แต่ธีก็ไม่รักฉัน ธีเกลียดฉัน...ฉันต้องทำยังไงดี...แอน”

“ใจเย็นๆนะ ถ้าเธอรักธี เธอต้องอดทน”

ชนิกานต์อยากจะบอกว่ามีอะไรกับธีรดนย์แล้วแต่ไม่กล้า ได้แต่บอกว่ารักเขามากจะไม่ยอมเสียเขาให้ใคร ถ้ามีใครแย่งเขาไป เธอจะไม่มีวันให้อภัย และจะทำทุกอย่างเพื่อเอาเขาคืนมา กฤติยาเตือนว่าความรักไม่ใช่การครอบครองหรือแย่งชิง แต่คือการให้ ทำให้คนที่เรารักมีความสุข ชนิกานต์ทำไม่ได้ เธอสูญเสียของรักมามากแล้ว จะไม่ยอมเสียธีรดนย์ไปอีก กฤติยาอดเป็นห่วงความคิดที่จะครอบครองธีรดนย์ของชนิกานต์ไม่ได้...

ฝ่ายธีรดนย์หลบมาร้องไห้ให้กับชะตากรรมของตัวเองที่ไม่เหลือใคร แม่ก็มาจากไป ส่วนคนรักก็ขอเลิก

ooooooo

ชยางกูรในชุดนักศึกษาเข้าไปไหว้ลาชลนิภาแต่เช้า อ้างว่าวันนี้ต้องไปช่วยอาจารย์ทำงานวิจัยที่มหาวิทยาลัย ชลนิภาแกล้งถามว่างานวิจัยอะไร

“เป็นงานวิจัยของคณะน่ะครับ อาจารย์เขาเลือกนักศึกษาหัวแถวไปช่วยงาน กูรไปก่อนนะครับ”

ชลนิภาต้องการจะไปดูให้เห็นด้วยตาตัวเองว่าลูกเป็นอย่างที่อาจารย์โทร.มาฟ้องหรือเปล่า ทิ้งระยะห่างสักพัก ก่อนจะคว้ากระเป๋าถือตามลูกไปมหาวิทยาลัย...

ทางด้านชนกชนม์แวะมารับสุตาภัญที่ห้องพักเพื่อไปมหาวิทยาลัยด้วยกัน เช้านี้เธอยังไม่มีเรียน จะขอไปทำงานหาเงินก่อน แต่ไม่ยอมบอกว่างานอะไร แล้วเร่งเขาให้รีบไป สุรัมภาแอบฟังอยู่สะกดรอยตาม...

หลังจากสุตาภัญแวะรับชุดสำหรับใส่ทำงานเรียบร้อย จึงตามมาสมทบกับชนกชนม์ที่หน้ามหาวิทยาลัยจนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ยอมบอกว่าทำงานอะไร เขาทนไม่ไหว ขู่ถ้าไม่บอกจะไม่ให้ไปแล้วยืนขวางทางไว้ สุตาภัญหลบไปทางซ้าย ชนกชนม์ก็ตามไปดักหน้า พอเธอจะหนีไปทางขวา เขาก็เอาตัวดันไว้ทำให้ถุงเสื้อที่อยู่ในมือสุตาภัญร่วงตกพื้น ชนกชนม์คว้ามาเปิดดู เห็นเป็นชุดตัวการ์ตูนญี่ปุ่น พร้อมกับใบปลิวโฆษณาร้านขนมเค้ก

“เรื่องแค่นี้ทำไมต้องปิดบังกันด้วย” ชนกชนม์ตัดพ้อ

“ฉันไม่อยากให้ภารู้ กลัวจะกังวลใจและคิดมากว่าฉันต้องลำบากเพราะน้อง”

ชนกชนม์เห็นดีด้วยรับปากจะปิดเรื่องนี้ให้มิด สุรัมภามาทันได้ยินพอดีอาสาจะช่วยแจกใบปลิว ชนกชนม์แนะให้เธอกลับไปพักผ่อน คนกำลังท้องกำลังไส้ เขาช่วยสุตาภัญเองได้ สุรัมภาอ้างว่าคนท้องไม่ใช่คนป่วย และที่สำคัญในเมื่อมาอาศัยพี่ตาอยู่ เธอก็ต้องช่วยพี่ทำงาน...

ทางฝ่ายเสาวนิตย์คิดถึงและเป็นห่วงลูกทั้งสองคนมาก แอบย่องออกจากบ้านจะไปหา แต่ถูกสุทินจับได้เสียก่อน เธอถึงกับหน้าถอดสีกลัวจะถูกเล่นงาน แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร นอกจากจะไม่โดนทำร้าย สุทินยังอาสาจะขับรถไปส่งอีกด้วย เสาวนิตย์อดประหลาดใจไม่ได้...

ขณะที่สุตาภัญ สุรัมภา และชนกชนม์กำลังแจกใบปลิวพร้อมกับเชิญชวนนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาให้ลองชิมขนมคัพเค้กสไตล์ญี่ปุ่น ไม่ห่างกันนักรถของเฮียปรัชญาแล่นมาจอด เขาเลื่อนกระจกรถลงมองไปยังสุตาภัญที่อยู่ในชุดตัวการ์ตูนญี่ปุ่นสดใสน่ารักด้วยสายตาพึงพอใจ จังหวะนั้นเพทายเข้ามารายงานว่าชยางกูรมาแล้ว

“ไปลากตัวมันมาให้เฮียสั่งสอน” เฮียปรัชญาสั่งเสร็จมองไปที่สุตาภัญอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนรถออกไป

เพทายมองตามสายตาเขา เห็นสุรัมภากำลังยืนแจกขนมเค้กอยู่ หมายมั่นปั้นมือถ้าจัดการเรื่องชยางกูรเสร็จเมื่อไหร่จะต้องเคลมเธอให้ได้...

การร่วมมือกันทำงานระหว่างสุตาภัญ สุรัมภา และชนกชนม์ผ่านไปได้ด้วยดี สุตาภัญวานชนกชนม์ไปรับเงินค่าจ้างให้ ส่วนเธอกับน้องจะขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เขาสัญญาจะดูแลเงินให้อย่างดีไม่ให้ขาดหายแม้แต่บาทเดียว แล้ววิ่งปรู๊ดออกไป...

ในขณะที่สุตาภัญกับสุรัมภาพากันไปเข้าห้องนํ้า สุทินขับรถพาเสาวนิตย์มาจอดไม่ห่างจากจุดนั้นนัก เขายังรักษาฟอร์มไม่ยอมลงไปตามหาลูก ทั้งๆที่คิดถึงพวกเธอใจแทบขาด ขอนั่งรออยู่ในรถ เสาวนิตย์ขี้เกียจตื๊อเดินไปยังคณะที่สุตาภัญเรียนเพียงลำพัง

ooooooo

ชนกชนม์กำลังจะไปรับเงินจากนายจ้าง เจอชลนิภาโดยบังเอิญ ต่างคนต่างชะงักคาดไม่ถึง ชลนิภาตั้งสติได้ก่อน ขยับจะเดินหนี ชนกชนม์เรียกไว้แล้วถามว่ามาทำธุระอะไรที่นี่ ถ้ามาหาน้อง ตึกเรียนของเขาอยู่ด้านโน้นอาสาจะพา แม่ไป ชลนิภาปฏิเสธเสียงเขียวว่าไม่ต้อง มีปัญญาไปเองได้

“คุณแม่สบายดีนะครับ”

“ฉันป่วยคงมาที่นี่ไม่ได้...แล้วแกแต่งชุดบ้าอะไร ไม่ไปเรียนหนังสือ”

“วันนี้ผมไม่มีเรียน ผมมาหาจ๊อบแจกใบปลิวครับ ผมทำงานเก็บเงินไว้เป็นค่าเทอม วันไหนมีตลาดนัดผมก็ทำเครื่องประดับมาขาย พอจะมีรายได้ไว้ใช้ครับ” ชนกชนม์ เล่าด้วยความภาคภูมิใจ ชลนิภาสงสารลูกที่ต้องลำบากลำบนทำงานตัวเป็นเกลียว แต่ไม่แสดงออกให้เห็น หันหลังจะไป แต่ต้องหยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงลูก

“คุณแม่ครับ...ผมคิดถึงคุณแม่...คุณแม่รักษาสุขภาพด้วยนะครับ”

ชลนิภาตื้นตันใจนํ้าตาไหล อยากจะหันไปกอดลูกแต่ไม่กล้า รอจนลูกเดินจากไปจึงแอบเดินตาม...

ฝ่ายสุตาภัญกับสุรัมภาเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ออกจากห้องนํ้าเจอเสาวนิตย์ที่เดินผ่านมาพอดี สามแม่ลูกโผกอดกันกลมด้วยความรักและคิดถึง เสาวนิตย์ชวนลูกทั้งสองคนกลับไปอยู่บ้านอย่างเดิม

“คุณแม่กลับไปเถอะค่ะ ภาไม่อยากให้คุณแม่ต้องถูกคุณพ่อทำร้ายเพราะภาอีก”

“คุณพ่อไม่มีวันให้อภัยตากับน้อง คุณแม่ลืมลูกไม่รักดีคนนี้เถอะค่ะ” สุตาภัญเสริม

“จะให้แม่ลืมลูกได้ยังไง ในเมื่อลูกเป็นลูกแม่ ไม่ว่าลูกจะทำผิดร้ายแรงแค่ไหน ลูกก็คือลูกของแม่” เสาวนิตย์ดึงลูกทั้งสองคนมากอดไว้ ยืนยันจะพากลับบ้านให้ได้ สุตาภัญกังวลใจ กลัวพ่อจะไม่ยอม

“ใครบอกล่ะ แม่รู้ว่าคุณพ่อก็ห่วงลูกมาก ไม่งั้นคงไม่พาแม่มาส่ง”

สุรัมภาและสุตาภัญต่างประหลาดใจร้องเอะอะเป็นเสียงเดียวกันว่า “คุณพ่อมาที่นี่หรือคะ”

“จ้ะ...คุณพ่อเป็นคนปากแข็งใจแข็ง แต่ยอมมากับแม่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าคุณพ่อรักและเป็นห่วงลูก ไปหาคุณพ่อกันเถอะ” เสาวนิตย์คะยั้นคะยอ สุรัมภามองหน้าพี่สาวเป็นทำนองว่าจะเอาอย่างไรดี สุตาภัญตัดสินใจกลับไปกับแม่ และจะได้ไปกราบขอโทษพ่อ เสาวนิตย์ ดีใจมาก รีบพาทั้งคู่ไปหาสุทิน...

ขณะที่สุตาภัญกับสุรัมภาตกลงใจจะกลับบ้าน ชลนิภาแอบเห็นชนกชนม์เข้าไปรับเงินค่าแจกใบปลิวจากนายจ้าง ได้ยินเขาชมลูกว่าเก่ง รู้จักทำมาหากินตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ

“คุณพ่อคุณแม่สอนดี ท่านคงภูมิใจน่าดู”

“ใช่ครับท่านคอยเป็นกำลังใจให้ผม คุณแม่ภูมิใจในตัวผมมาก” ชนกชนม์ขอบคุณเขาก่อนจะลากลับ ขณะชลนิภาเป็นปลื้มกับสิ่งที่ลูกทำ มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น อาจารย์ของชยางกูรโทร.มาเชิญให้ไปพบ...

อีกมุมหนึ่งของมหาวิทยาลัย สุทินรออยู่นานแล้วไม่เห็นเสาวนิตย์กลับมาสักที ตัดสินใจออกไปตาม

ooooooo

ชนิกานต์ชะเง้อคอคอยมองไปหน้าบ้านด้วยความเป็นห่วง ธีรดนย์หายไปตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่กลับ พอเห็นรถของเขาแล่นเข้ามา เธอรีบออกไปรอรับ แทนที่ธีรดนย์จะชะลอความเร็ว กลับเร่งเครื่องเข้าหา ชนิกานต์ตกใจยืนตัวแข็งทื่อ เขาเบรกรถห่างจากเธอเพียงนิดเดียว ก่อนจะเดินเซด้วยความเมามายเข้าไปหา

“รู้หรือยังว่าความกลัวเป็นยังไง ตอนที่เธอขับรถชนแม่ฉัน...แม่ฉันรู้สึกยังไง...ฉันไม่น่าเบรก ฉันน่าจะชนเธอให้ตาย เธอควรรับกรรมที่ทำไว้กับแม่ฉัน” ธีรดนย์ตวาด

“ฉันขอโทษจะให้ฉันกราบเท้านาย ฉันก็ยอม ขอให้นายให้อภัยฉัน ดีกับฉันบ้าง”

ธีรดนย์ฉุกคิดถึงอดีตเมื่อครั้งชนิกานต์สั่งให้เขาก้มกราบขอโทษเธอ เขาจึงอยากแก้แค้นบ้าง สั่งให้เธอ กราบเท้าขี้ข้าอย่างเขาจนกว่าเขาจะให้อภัยกับสิ่งที่เธอทำไว้ กฤติยาแอบมองอยู่ แปลกใจที่ชนิกานต์ยอมทำตามที่ธีรดนย์สั่ง ขณะชนิกานต์ก้มกราบ ธีรดนย์เหยียบมือเธอไว้ถึงกับร้องโอ๊ยลั่นด้วยความเจ็บปวด

“มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่เธอเคยทำกับฉันและแม่...ฉันเกลียดเธอ” ธีรดนย์ผลักชนิกานต์หน้าคะมำเธอไม่ละความพยายามโผกอดเขาไว้ ขอโทษที่เคย ทำไม่ดีเอาไว้ ต่อไปจะไม่ทำร้ายความรู้สึกของเขาอีก จะยอมทำตามที่เขาสั่งทุกอย่าง ขอเพียงอย่าโกรธอย่าเกลียดเธออีกเลย ธีรดนย์ไม่ให้อภัย ผลักชนิกานต์เต็มแรงหัวกระแทกรถ ก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่ไยดี กฤติยาสงสารเธอมาก รีบช่วยประคองเข้าตึกใหญ่...

ระหว่างที่ชนกชนม์กำลังชื่นชมเงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง ชยางกูรเข้ามากระชากไปจากมือ ขอเอาไปใช้ ก่อนชนกชนม์ขอคืนเงินจำนวนนั้นไม่ใช่ของเขา  เป็นเงินของสุตาภัญ ชยางกูรไม่สน เงินของใครก็จะเอา  แล้วถามว่า มีอีกไหม ถ้าไม่มีเงินสด ขอบัตรเอทีเอ็มก็ได้จะไปกดเงินเอง

“นายได้ไปก็เอาไปเล่นการพนันหมด ฉันไม่ให้”

ชยางกูรจะเข้าไปแย่งกระเป๋าเงินของชนกชนม์ แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นสมุนของเฮียปรัชญาเดินมาทางตนเอง ถึงกับหน้าถอดสีเผ่นแน่บ พวกสมุนวิ่งไล่ ชนกชนม์มองตามน้องด้วยความเป็นห่วง เทพีแห่งโชคไม่เข้าข้างชยางกูร หนีมาเจอเฮียปรัชญากับเพทายดักรออยู่ เขาละล่ำละลักแก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจจะเบี้ยว

“เฮียรู้ ใครดี...เฮียก็ดีตอบ ใครชั่วเฮียก็จัดหนัก” เฮียปรัชญาตบสั่งสอนชยางกูรจนหัวคะมำ ก่อนจะสั่งสมุนกระทืบซ้ำให้หลาบจำจะได้ไม่คิดเบี้ยวคิดหนีอีก ชยางกูรพยายามต่อสู้ แต่สมุนมีฝีมือมากกว่าอัดเขาทรุดลงไปกองกับพื้น ชนกชนม์ตามมาห้ามให้หยุดทำร้ายน้องชายของตน ไม่อย่างนั้นจะแจ้งตำรวจ

“ไม่เคยได้ยินหรือไง ตำรวจเป็นมิตรกับประชาชน และประชาชนอย่างเฮียก็กว้างขวางเสียด้วย แกเป็นพี่ชายจะจ่ายหนี้แทนมันเฮียก็ยินดี” เฮียปรัชญายิ้มเหี้ยม ชนกชนม์ปฏิเสธทันทีว่าไม่มีเงิน เฮียปรัชญาหันไปพยักพเยิดให้สมุนจัดการกับชยางกูรต่อไป ชนกชนม์สงสารน้อง เข้าไปช่วยต่อสู้กับพวกสมุน สุทินที่เดินตามหาเสาวนิตย์กับลูกๆเห็นเหตุการณ์พอดี หยุดมอง...

หลังเข้าพบอาจารย์ของชยางกูร ชลนิภาเดินตามหาลูกชายสุดสวาทมาแถวลานจอดรถ เจอเสาวนิตย์กับสุรัมภา ปรี่เข้าไปต่อว่าต่างๆนานา ก่อนจะเดินเชิดหน้าออกไปอย่างสาแก่ใจ

ooooooo

สุตาภัญแยกจากแม่และน้องมาตามหาพ่ออีกด้านหนึ่ง เห็นชนกชนม์ถูกรุมทำร้ายรีบวิ่งเข้าไปห้าม เฮียปรัชญายิ้มพอใจที่ได้เจอหญิงสาวอีกครั้ง สั่งสมุนให้ยั้งมือ แล้วหันไปทางชยางกูร

“...อย่าเล่นอย่างนี้กับเฮียอีก นี่แค่ใบเหลือง รีบหาเงินไปเคลียร์ ก่อนจะโดนใบแดง” เฮียปรัชญาขู่จบเดินจากไปพร้อมสมุน สวนกับสุทินที่ยืนมองลูกสาวไม่พอใจที่ไปยุ่งเกี่ยวกับชนกชนม์และชยางกูร...

ด้านชนกชนม์เป็นห่วงน้องรีบเข้าไปดูอาการ ชยางกูรกลับผลักไสไล่ส่งไม่ให้มายุ่ง สุตาภัญทนไม่ไหวตำหนิเสียงลั่นว่าพี่ชายมาช่วยยังไม่รู้จักสำนึกอีก ดีแต่สร้างปัญหาให้คนอื่นไม่หยุดหย่อน

“ไม่ต้องมาสอนฉัน” ชยางกูรพยายามยันตัวลุกขึ้น

ชลนิภาเดินผ่านมาเห็น หลบมุมแอบฟัง ชนกชนม์เตือนชยางกูรให้เลิกเล่นการพนันได้แล้ว ถ้าไม่อยากเห็นชีวิตตัวเองต้องพังลงต่อหน้า เขาโกหกว่าเลิกแล้ว แต่ต้องหาเงินมาใช้หนี้เฮียปรัชญา 5 ล้านบาท ขอยืมเงินชนกชนม์ไปใช้หนี้ก่อน เขาไม่มีเงินมากขนาดนั้น เสนอให้ชยางกูรมาช่วยเขาทำงาน จะได้เอาเงินไปผ่อนใช้หนี้

“ฉันไม่ยอมลำบากนั่งขายของแลกเงินเหมือนขอทาน แล้วต้องทำงานกี่ปีกี่ชาติถึงจะใช้หนี้หมด”

“นายมีทางเลือกเดียว ไปขอเงินคุณแม่แล้วบอกความจริงทั้งหมด”

ชยางกูรไม่ยอมให้แม่รู้เรื่องนี้เด็ดขาด ชลนิภาตัดสินใจเข้าไปหาลูก ทำทีไม่รู้เรื่อง แกล้งถามชยางกูรว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมหน้าตาบอบช้ำแบบนี้ เขาอึกๆอักๆ
ไม่กล้าพูด สุตาภัญอาสาจะเล่าความจริงให้ฟัง ชนกชนม์ไม่อยากให้น้องเดือดร้อน ชิงเล่าเสียก่อนว่าน้องมีเรื่องกับเพื่อน เขาเลยเข้ามาช่วยเคลียร์ให้เรียบร้อยแล้ว

“เรื่องก็เป็นอย่างที่พี่ชนม์พูดครับ” ชยางกูรรับสมอ้าง ชลนิภาสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

“ทำไมลูกกูรต้องโกหกแม่...แม่ได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว ลูกติดหนี้การพนัน...ชนม์...เธอปกป้องน้องเพื่ออะไร เธอต้องการอะไรจากฉัน”

“ผมไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร ไม่เคยคิดให้คุณแม่รับผมกลับบ้าน แต่ผมเป็นห่วงน้อง ผมรักน้องไม่อยากให้น้องมีปัญหาครับ”

ชลนิภารู้สึกดีกับชนกชนม์มากขึ้น ชวนกลับบ้านด้วยกันจะได้เล่าความจริงทั้งหมดให้เธอฟัง ชยางกูรไม่พอใจที่แม่เริ่มเอนเอียงไปทางศัตรูหมายเลขหนึ่งของตนคิดหาทางกำจัด สุตาภัญดีใจไปกับชนกชนม์ด้วย

“นายไปกับแม่นายเถอะ ฉันเองก็จะกลับบ้าน คุณพ่อมารับฉันกลับบ้าน”

ชนกชนม์กับแม่และน้องยังไม่ทันจะขยับไปไหน สุทินเข้ามาขวางไว้ ที่อีกฝั่งหนึ่งตรงกันข้าม เสาวนิตย์กับสุรัมภาเห็นสุทินยืนประจันหน้ากับชลนิภาอดเป็นกังวลใจไม่ได้ว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่...

เป็นอย่างที่เสาวนิตย์คาดไว้ไม่มีผิด สุทินจะเอาเรื่องชยางกูรที่ข่มขืนสุรัมภาให้ได้ ชยางกูรปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่ได้ทำ อ้างว่าถูกใส่ร้าย สุตาภัญยืนยันว่าเขาเป็นคนข่มขืนน้อง

“ไม่จริง เธอเป็นพี่น้องกัน เข้าข้างกันเองแล้วก็โกรธที่ฉันไม่เล่นด้วย...คุณอารู้ไว้ด้วย ลูกสาวคุณอาชอบผม ตามตื๊อจะเป็นแฟน ผมไม่เล่นด้วยก็ใส่ร้าย โยนบาป

ให้ผม” ชยางกูรแต่งเรื่องเป็นฉากๆ สุทินมองสุตาภัญด้วยความไม่พอใจ ชนกชนม์เห็นท่าไม่ดี ช่วยยืนยันอีกแรงว่าชยางกูรโกหก สิ่งที่สุตาภัญเล่ามาเป็นความจริง

“ไม่จริงนะครับคุณแม่ มันใส่ร้ายกูร มันเกลียดกูร” ชยางกูรแกล้งบีบน้ำตา ก่อนจะวิ่งหนี ชลนิภาไม่พอใจมาก ต่อว่าชนกชนม์เป็นการใหญ่ที่ช่วยสุตาภัญใส่ร้ายน้องชายตัวเอง สั่งให้เลิกยุ่งกับชยางกูรสักที

“ได้ครับคุณแม่ ต่อไปนี้ไม่ว่าน้องจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น ผมจะไม่สนใจน้องอีก” ชนกชนม์ไหว้แม่

ก่อนจะเดินจากไป ชลนิภาตะโกนไล่หลังว่าอย่ามาให้เธอเห็นหน้าอีก ชนกชนม์ถึงกับน้ำตาร่วงด้วยความเสียใจ

ooooooo

สุตาภัญทนเห็นชลนิภาทำร้ายจิตใจชนกชนม์ต่อไปไม่ไหว ขอร้องให้หยุดได้แล้ว ชนกชนม์เป็นคนดีเสียสละเพื่อน้องได้ทุกอย่าง และรักชลนิภามากอย่าทำให้เขาเสียใจมากไปกว่านี้

“ไม่ต้องมาพูดดี ฉันรู้ทันเธอ...หวังให้ฉันรู้สึกดียอมรับเธอด้วยคนงั้นสิ เธอนี่เล่นละครได้สมบทบาทมาก ที่บ้านคงจะสอนมาดี ลูกถึงได้แอ็กติ้งดีเหมือนพ่อแม่” ชลนิภาแดกดัน สุทินปฏิเสธว่าไม่เคยสั่งสอนลูกให้ทำตัวแย่ๆ อย่างที่เธอสบประมาท ชลนิภายิ้มเย้ย

“หรือคะ แล้วที่ลูกสาวคุณออกแว้นกับลูกชายนอกคอกของฉัน หนีออกจากบ้านตะลอนอยู่กับผู้ชาย ทำตัวอย่างนี้จะให้เรียกอะไร ถ้าไม่เรียกว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน”

“คุณไม่มีสิทธิ์มากล่าวหาผม ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ลูกผม” สุทินเหลือบมองสุตาภัญด้วยสายตาตำหนิ

“แต่คุณคงปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกสาวที่ริรักในวัยเรียน ท้องไม่มีพ่อคนนี้ เป็นลูกคุณ” ชลนิภาปรายตามองสุรัมภาอย่างเหยียดหยาม หญิงสาวทนฟังไม่ไหววิ่งหนี สุตาภัญเป็นห่วงน้อง รีบวิ่งตาม สุทินกับชลนิภายังคงต่อปากต่อคำกันไม่หยุด เสาวนิตย์ต้องขอร้องให้เลิกทะเลาะกันได้แล้ว พวกเราน่าจะคิดหาวิธีทำอย่างไรให้ลูกๆมีความสุขและกลับมาอยู่กับเรา ทั้งคู่ถึงได้ยุติศึกน้ำลายลงได้...

ทางด้านชนกชนม์เห็นสุรัมภาแอบมาร้องไห้อยู่คนเดียว ก็สงสารเข้าไปกอดปลอบใจ เธอยิ่งร้องไห้ เขาต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าให้เช็ดน้ำตา บอกให้เธอหยุดร้องไห้ได้แล้ว เขามีผ้าเช็ดหน้าแค่ผืนเดียวเท่านั้น สุรัมภายิ้มทั้งน้ำตา ซบหน้ากับอกอบอุ่นของชนกชนม์

“ผ้าผืนเล็กนิดเดียวซับไม่หมดหรอก ต้องใช้เสื้อพี่ชนม์” สุรัมภาหัวเราะขำ พลอยทำให้ชนกชนม์หัวเราะไปด้วย สุตาภัญเข้ามาเห็นภาพบาดตาถึงกับหน้าเศร้า ชนกชนม์หันมาเห็นสีหน้าหม่นหมองของเธอรีบพูดดักคอ

“หยุดเลยนะ ห้ามร้องอีกคนล่ะ ทั้งผ้าเช็ดหน้าทั้งเสื้อเปียกโชกหมดแล้ว”

สุตาภัญหัวเราะผสมโรงไปด้วย กลบเกลื่อนความ รู้สึกของตัวเอง...

ค่ำวันเดียวกัน ที่ห้องนอนของชนิกานต์ กฤติยาเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เจ้าของห้องเสร็จ รู้ว่าเธอเคลียร์ปัญหากับธีรดนย์ไม่ลงตัว อาสาจะเป็นตัวกลางไปพูดให้ ชนิกานต์แหวใส่ทันทีว่าไม่ต้อง กฤติยาถึงกับหน้าเสีย ชนิกานต์รู้สึกตัวว่าผิด ปรับท่าทีอ่อนลง

“ปัญหาของฉัน...ฉันเคลียร์เอง” พูดจบเธอลุกขึ้นจากเตียง กฤติยาทักท้วง ถ้าไปคุยกับธีรดนย์ตอนนี้รังแต่จะทำให้ยิ่งแย่ลงไปอีก เขาเมาตั้งแต่กลับมายังไม่สร่าง พรุ่งนี้ค่อยไปปรับความเข้าใจจะดีกว่า ชนิกานต์คิดคล้อยตาม ลงนอนบนเตียงอย่างเดิม กฤติยาดึงผ้าห่มมาคลุมให้ แล้วขยับจะไป ชนิกานต์คว้ามือไว้

“ขอบใจเธอมาก เธอเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน”

กฤติยายิ้มรับ แล้วออกจากห้อง นึกเป็นห่วงธีรดนย์ขึ้นมา ตัดสินใจลงไปดู ครู่ต่อมา เธอมาถึงหน้าห้องพักของธีรดนย์ เห็นเขาคร่ำครวญต่อหน้าภาพถ่ายของอุษาว่าไม่เหลือใครอีกแล้ว คนรักก็มาบอกเลิก ไม่มีพ่อไม่มีแม่ไม่มีคนที่รักเขาแม้แต่คนเดียว อยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอด กฤติยาสงสารเขามากเข้ามากอดปลอบใจ ด้วยความเมาทำให้ธีรดนย์เผลอใจกอดเธอตอบ ก่อนจะล้มลงบนเตียงและมีอะไรกันในที่สุด

ooooooo

หลังจากพาสุรัมภาขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องเรียบร้อย สุตาภัญกับชนกชนม์ลงมาคุยกันที่สวนหย่อมภายในอพาร์ตเมนต์ที่พักของเธอ ชนกชนม์ขอโทษเธอที่ปล่อยให้ชยางกูรเอาเงินค่าจ้างไปหมด

“ช่างมันเถอะ หาใหม่ได้ ว่าแต่นายมั่นใจได้ไง ว่าชยางกูรจะกลับใจเลิกเล่นการพนัน”

“ไม่มั่นใจหรอก แต่นี่จะเป็นการให้โอกาสครั้งสุดท้ายที่พี่จะให้น้องได้ ผมช่วยเขา ให้โอกาสเขาแก้ตัวหลายครั้งแล้ว หลังจากนี้ เขาต้องดูแลตัวเอง ชีวิตของใครก็เป็นของคนนั้น เราดูแลเขาไม่ได้ทั้งชีวิตหรอก”

“นายลอกเลียนคำพูดฉัน”

“ไม่ได้ลอกเลียน แค่จำมาพูด” ชนกชนม์ว่าแล้วหัวเราะชอบใจ สุตาภัญจ้องหน้าเขาอึดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดดื้อๆว่าทุกครั้งที่สุรัมภาอยู่ใกล้เขา ดูมีความสุข มีชีวิตชีวาขึ้นมาก ชนกชนม์ขอร้องให้เธอหยุดสนใจคนอื่นแล้วหันมาสนใจตัวเองบ้าง สุตาภัญอ้างว่ามีน้องอยู่คนเดียวก็ต้องคอยดูแล

“น้องคุณมีคุณดูแล แล้วคุณล่ะ ก็ต้องหาคนดูแลด้วย เอางี้ ผมเสียสละทั้งชีวิตดูแลคุณเอง...ชอบไหม”

สุตาภัญยิ้มรับเขินๆบอกให้ชนกชนม์กลับได้แล้วดึกมากแล้ว เขาอวยพรให้เธอฝันดี และที่สำคัญอย่าลืมฝันถึงเขาบ้าง สุตาภัญยิ้มให้แทนคำตอบ มองตามเขากลับไปอย่างมีความสุข...

ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างชนกชนม์กับสุตาภัญกลับมาเข้าที่เข้าทาง ชนิกานต์นอนไม่หลับ เพราะยังเคลียร์กับธีรดนย์ไม่จบ ลุกพรวดพราดตรงไปยังห้องพักของเขา กัณฐิกากำลังตามหากฤติยาเห็นเข้า อดแปลกใจไม่ได้ ค่ำมืดดึกดื่นป่านนี้แล้วชนิกานต์จะออกไปไหนอีก...

ด้านกฤติยารีบลุกขึ้นแต่งตัวจะกลับตึกใหญ่ ธีรดนย์คว้าแขนไว้ ขอโทษที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เขาไม่ได้ตั้งใจ กฤติยาขอร้องไม่ต้องพูดอะไรอีก ไม่ใช่ความผิดเขา เธอเองต่างหากที่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น เขาไม่ต้องสนใจให้ลืมเรื่องนี้ให้หมด แล้วเดินไปเปิดประตูห้อง ธีรดนย์เห็นสร้อยคอของเธอตกอยู่บนเตียงรีบเก็บไปคืน

“แอน...เธอลืมสร้อย...ฉันขอบใจเธอมากนะที่เธอเข้าใจฉัน เราเป็นเพื่อนเหมือนเดิมได้ใช่ไหม” ธีรดนย์พูดจบดึงเธอมากอด ชนิกานต์ปรี๊ดแตกเมื่อเห็นภาพบาดตา ตรงหน้า ปรี่เข้าไปลากตัวกฤติยาถูลู่ถูกังไปเหวี่ยงลงสระว่ายน้ำ แล้วกระโดดตามลงไปคาดคั้นให้บอกมาว่าภาพที่เธอกับธีรดนย์กอดกันไม่เป็นเรื่องจริงใช่ไหม

กฤติยาร้องไห้โฮ เสียใจที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ชนิกานต์เจ็บใจที่โดนแทงข้างหลัง โวยวายลั่น

“ฉันเปิดใจรับเธอเป็นเพื่อน เธอทำกับฉันได้ยังไง ที่เธอพยายามทำดีกับฉัน อาสาเป็นแม่สื่อ เธอหลอกให้ฉันตายใจ เธอต้องการใกล้ชิดธี ต้องการแย่งธีไปจากฉัน”

“ไม่ใช่นะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่ต้องแก้ตัว ฉันไม่เชื่อเธออีกแล้ว...ฉันเคยบอกเธอว่าฉันไม่ยอมให้ใครแย่งธีไป จำได้ไหม” ชนิกานต์ลงมือตบตีกฤติยาอุตลุด ธีรดนย์รีบโดดลงไปช่วยกันกฤติยาไว้ ยิ่งทำให้ชนิกานต์สติแตกตามเข้าไปจะทำร้ายเธออีก ธีรดนย์ ผลักชนิกานต์ออก แล้วไล่กลับห้อง จากนั้นคว้ามือกฤติยาพาขึ้นจากสระจะกลับตึกใหญ่ ชนิกานต์ไม่ยอมรามือตามมายื้อเธอไว้ อ้างว่ามีเรื่องต้องคุยกันก่อน ธีรดนย์เห็นท่าไม่ดีบอกให้กฤติยาเข้าไปข้างในก่อน

“ฉันเป็นแฟนกับธี...ฉันเป็นของเขาแล้ว” ชนิกานต์ตะโกนไล่หลัง กฤติยาถึงกับยืนตะลึง

ooooooo

ตอนที่ 13

หลังทำใจอยู่พักใหญ่ สุรัมภาจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้สุตาภัญ และชนกชนม์ฟัง เริ่มตั้งแต่เธอวิ่งหนีชนกชนม์เพราะถูกปฏิเสธความรัก มาเจอเพทายกับพวกฉุดขึ้นรถพาเข้าโรงแรม และจบที่ชยางกูรทำทีมาช่วย แต่กลับหลอกเธอไปข่มขืนเพื่อแก้แค้นที่สุตาภัญเล่นตัวไม่ยอมตกเป็นเมียเขา

“เพราะพี่เป็นต้นเหตุ ภา...พี่ขอโทษ” สุตาภัญดึงสุรัมภามากอด ร้องไห้เสียใจที่มีส่วนทำให้น้องต้องเจอเรื่องเลวร้าย ชนกชนม์แค้นใจมาก ประกาศลั่นเรื่องนี้ชยางกูรต้องรับผิดชอบ...

ในเวลาเดียวกัน ที่คฤหาสน์ของณวัตร กัณฐิกาโกรธจัดเมื่อรู้ว่ากฤติยาไปเปิดแผงขายขนมที่ตลาดนัด สั่งให้เลิกขาย ทำตัวจนๆแบบนี้เดี๋ยวใครก็จับได้ว่าเราสองคนมาจากสลัม

“มาจากสลัมมันผิดตรงไหนคะแม่ การขายของก็เป็นอาชีพที่สุจริต ยายสอนให้แอนภูมิใจและรักในการทำงาน แม้ว่างานนั้นจะได้เงินน้อย ก็ไม่มีใครมีสิทธิ์มาดูถูกคุณค่าตัวเราจากงาน หรือแม่ต้องการให้แอนไปขายตัวอย่างแม่” กฤติยายอกย้อนอย่างเจ็บแสบ กัณฐิกาฉุนขาด ตบหน้าลูกฉาดใหญ่

“ไม่ต้องมาย้อนฉัน แกไปเคลียร์กับไอ้แว้นสุรเดชยังไง มันถึงบุกมาที่นี่...มันมาเปิดโปงว่าแกเป็นลูกฉัน ดีนะที่ฉันกล่อมคุณณวัตรไว้ได้ ทุกอย่างเกือบพังลงเพราะแก”

กฤติยาเตือนว่าสักวันความจริงต้องเปิดเผย แม่ควรเป็นฝ่ายบอกณวัตรเองจะดีกว่า ถ้าเขารักแม่จริงต้องยอมรับได้ กัณฐิการู้ว่าณวัตรรักเธอ แต่ไม่เท่ากับที่เขารักลูกของเขา กฤติยานิ่วหน้าสงสัย เธอจึงอธิบายเพิ่มเติม

“แม่ใหม่ของนิกกี้ไม่ใช่แค่ดี แต่ต้องดีที่สุด เขาคาดหวังผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบให้ลูกเขา ไม่ใช่อดีตผู้หญิงหากินอย่างฉัน” กัณฐิกาพูดไปร้องไห้ไป กฤติยาสงสารแม่จับใจ เข้าไปเช็ดนํ้าตาให้ แล้วแนะว่าถ้าณวัตรยอมรับอดีตของแม่ไม่ได้ แม่ควรกลับไปตั้งต้นใหม่กับคนที่ยอมรับตัวตนของแม่ได้ แบบนั้นน่าจะมีความสุขมากกว่า

“ไม่...ฉันเหนื่อยมามากพอแล้ว ฉันจะไม่ยอมถอย มันเป็นหน้าที่ของแกที่ต้องปกปิดความลับทั้งหมด ไอ้สุรเดชกล้ามาแฉเพราะแกพลาดท่าเสียตัวให้มัน...มันถึงไม่แคร์ไม่ฟังแก”

“แม่เห็นแอนเป็นผู้หญิงใจง่ายหรือ” กฤติยาตัดพ้อ

“หรือให้ฉันคิดว่าแกรักนวลสงวนตัว ออกซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่นมยังไม่แตกพาน ชีวิตพวกแกมันจะมีอะไร นอกจากรักสนุกไปวันๆ”

กฤติยาเสียใจที่ถูกแม่ตัวเองดูถูก ประชดว่าจะเป็นอย่างที่แม่ว่าให้ดู แล้ววิ่งหนีออกจากห้อง กัณฐิกาตะโกนด่าไล่หลัง จะไปสำส่อนที่ไหนก็เชิญ แต่อย่าทำให้เธอเดือดร้อน แล้วหันไปพูดกับภาพถ่ายยายแก้วที่วางอยู่ โยนความผิดให้คนตายที่ไม่รู้จักสั่งสอนหลานทำให้กฤติยาใฝ่ตํ่าเสียคน

ooooooo

ในเวลาต่อมา ชนกชนม์พาสุตาภัญกับสุรัมภามาพบชลนิภาที่บ้าน เพื่อให้ชำระความในสิ่งที่ชยางกูรก่อไว้ เธอกลับไม่เชื่อว่าลูกชายสุดสวาทจะทำเรื่องเสื่อมเสียพรรค์นั้น ชยางกูรกลับมาพอดี ต่อว่าชนกชนม์ว่ามาใส่ร้ายอะไรตนให้แม่ฟังอีก สุตาภัญไม่รอช้าปรี่เข้าไปหา

“นายมาก็ดีแล้ว บอกความจริงกับแม่นายว่านายทำอะไรน้องฉัน”

ชยางกูรทำเป็นไม่รู้เรื่อง แสร้งถามสุรัมภาว่าตนไปทำอะไรให้ เธอทั้งกลัวทั้งอับอายไม่กล้าพูด เขาได้ทีรุกไล่ ถ้าสุรัมภาไม่พูดออกมาก็แปลว่ากำลังโกหกแม่ของเขา เธอยิ่งกลัวหนัก หนีไปหลบหลังพี่สาว

“ฉันรู้ว่าพวกเธออยู่ข้างพี่ชนกชนม์เห็นฉันเป็นศัตรู แต่ฉันไม่เคยทำร้ายเธอ ทำไมต้องมาใส่ความกันด้วย”

“ชยางกูร...นายไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ ยอมรับความจริงได้แล้วว่านายข่มขืนภาจนท้อง” สุตาภัญตะคอกใส่อย่างเอาเรื่อง ชยางกูรปากแข็งไม่ยอมรับ หนําซํ้ายังกล่าวหาว่าชนกชนม์กับพวกใส่ร้ายหวังจะทำลายอนาคตเขา รู้ทั้งรู้ว่าสุรัมภาใจแตก ไปกับผู้ชายไม่เลือกหน้า กลับมาโยนให้เขารับบาป สุตาภัญโกรธที่ชยางกูรปฏิเสธหน้าด้านๆ จะเข้าไปตบสั่งสอน แต่เขาคว้ามือไว้ ก่อนจะผลักเธอออก แล้วหันไปชี้หน้าสุรัมภา

“ฉันยอมรับว่าเธอน่ารัก แต่ฉันไม่เคยสนใจเธอเลย เพราะฉันรู้ว่าเธอผ่านผู้ชายมานับไม่ถ้วน”

สุรัมภาอับอายมาก ขอร้องสุตาภัญให้พากลับบ้าน ชนกชนม์ทนฟังไม่ไหวสั่งให้ชยางกูรหยุดพูดจาดูหมิ่นดูแคลนได้แล้ว และขอร้องให้ชลนิภาตัดสินเรื่องนี้

ชลนิภานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทางชนกชนม์

“ถ้าลูกกูรทำผิดจริง ทำไมไม่เรียกร้องในวันเกิดเหตุ มาเรียกร้องอะไรป่านนี้”

“สุตาภัญจะเอาเรื่องตั้งแต่วันนั้น ผมขอร้องไว้ ผมไม่อยากให้น้องเสียอนาคต หวังว่าน้องจะกลับตัวกลับใจ แล้วที่สำคัญ ผมไม่รู้ว่ากูรขืนใจภา” ชนกชนม์หวังจะได้รับความยุติธรรมจากแม่ แต่เธอกลับเข้าข้างชยางกูรเช่นเคย กล่าวหาว่าเขาสวมรอยเป็นพยานให้สองศรีพี่น้องเพื่อจะเล่นงานลูกชายสุดที่รักของตน แล้วตบตีเขาไม่ยั้ง ชยางกูรสบช่องรีบสวมบทพ่อพระ เข้าไปห้ามแม่ไม่ให้ทำร้ายชนกชนม์

ยิ่งทำให้ชลนิภาเชื่อสนิทใจว่าลูกกูรของเธอเป็นคนดี ไล่ชนกชนม์กับพวกกลับ สุตาภัญไม่ยอมไปไหนทั้งสิ้นจนกว่าชยางกูรจะยอมรับผิด ชลนิภาท้าให้ไปฟ้องตำรวจ จะได้เรียกนักข่าวให้มาทำข่าวประจานให้รู้กันทั่วว่าสุรัมภาใจแตก ท้องไม่มีพ่อ แล้วยังมาหมิ่นประมาทลูกของเธอ สุรัมภาทนฟังต่อไปไม่ไหว วิ่งร้องไห้ออกไป

“เรามาเจรจาด้วยเพราะไม่อยากทำลายชื่อเสียงคุณอา แต่ในเมื่อคุณอาต้องการอย่างนั้น ตาคงต้องใช้กฎหมายเรียกร้องความเป็นธรรม” สุตาภัญพูดจบ รีบตามน้องออกไป ชนกชนม์ไหว้ลาชลนิภา

“ผมลาล่ะครับคุณแม่”

“ฉันบอกแล้วไงไม่ต้องเรียกฉันว่าแม่ แล้วไม่ต้องมาเหยียบบ้านนี้อีก ฉันเกลียดแกได้ยินไหม ฉันเกลียดแก” ชลนิภาตะคอกเสร็จ สะบัดหน้าเดินออกไป

“เชื่อหรือยังว่าไม่มีใครรักแก...ไอ้หมาขี้เรื้อน” ชยางกูรหัวเราะใส่หน้าชนกชนม์ แล้วเดินตามแม่ขึ้นบ้าน ชนกชนม์เสียใจและผิดหวังมาก ตั้งใจจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกต่อไปเพื่อความสบายใจของแม่

ooooooo

สุตาภัญตามมาปลอบสุรัมภาที่กำลังขวัญเสียให้คลายกังวล ชนกชนม์เข้ามาช่วยปลอบอีกแรงหนึ่งว่าไม่ต้องเสียใจ เขาเต็มใจจะเป็นพยานให้เธอเอาผิดชยางกูรแล้วชวนไปแจ้งความ สุรัมภาไม่ยอมไป ถ้าขืนพ่อรู้เรื่องนี้ต้องฆ่าเธอตายแน่ ชนกชนม์อาสาจะช่วยพูดกับพ่อของเธอให้ รับรองว่าท่านต้องเข้าใจและเห็นใจเธอ

“ทำตามที่ภาบอก...นายยังไม่รู้จักพ่อฉันดีพอ ผลร้ายจะตกที่น้องฉัน” สุตาภัญเสียงเครียด

สุรัมภาได้ฟัง ยิ่งไม่สบายใจ ร้องไห้วิ่งหนี ชนกชนม์เป็นห่วงจะวิ่งตาม แต่สุตาภัญดึงแขนไว้ ขอร้องเขาให้เลิกยุ่งกับเราสองพี่น้อง ชนกชนม์ไม่สนใจ ขยับจะไป สุตาภัญตวาดลั่นว่าไม่ต้องยุ่ง ออกไปจากชีวิตเธอกับน้องได้แล้ว เขาไม่เข้าใจ ทำไมเธอต้องโกรธขนาดนี้ สุตาภัญโทษชนกชนม์เป็นต้นเหตุทำให้น้องของเธอต้องเจอเรื่องเลวร้าย และผู้ชายที่ย่ำยีสุรัมภาก็เป็นน้องชายของเขาเอง แถมเขายังปกป้อง ขอร้องไม่ให้เธอเอาเรื่องชยางกูร

“เห็นไหมว่านายเป็นคนทำให้ทุกอย่างเลวร้าย นายเป็นตัวซวยอย่างที่แม่นายพูดไว้”

“ใช่...ผมมันเป็นตัวซวย แล้วคุณล่ะ คุณเป็นตัวอะไร ตัวนำโชค...นางฟ้าผู้แสนดีงั้นหรือ” ชนกชนม์แดกดัน ทั้งคู่มีปากเสียงกันรุนแรง สุตาภัญโกรธจัดตบหน้าเขาฉาดใหญ่

ชนกชนม์ฟิวส์ขาดเผลอผลักสุตาภัญจนเซ พอได้สติจะเข้าไปช่วยพยุง เธอปัดมือเขาออก สั่งไม่ให้มาแตะต้อง แค่นี้ชีวิตเธอก็แย่พอแล้วอย่าเอาความซวยมาให้อีก แล้วไล่เขาออกไปจากชีวิต ก่อนจะวิ่งหนี ชนกชนม์เสียใจมาก ตะโกนไล่หลังทั้งน้ำตาว่าเธอไม่ใช่นางฟ้าประจำตัวของเขาอีกต่อไปแล้ว...

ขณะที่ชนกชนม์กับสุตาภัญถูกปัญหาชีวิตกดดันจนทำให้ทะเลาะกัน กฤติยาแวะมาหาสุรเดชบนดาดฟ้าตึกร้าง เห็นเขากับเพื่อนร่วมแก๊งลูกเทวดากำลังมีปาร์ตี้กันสนุกสนาน เธอชวนสุรเดชหลบมาหามุมสงบคุยกันเขาย่ามใจคิดว่าเธอยอมมอบตัวมอบใจให้ ดึงเธอเข้ามากอดด้วยความรักหมดหัวใจ

“แอนมีเวลาให้พี่กอดห้านาที เป็นการตอบแทนความดีที่พี่เคยดีกับแอน หลังจากนั้น แอนจะถือว่าเราไม่เคยรู้จักกัน เพราะพี่เกือบทำให้ชีวิตแม่แอนพังทั้งๆที่พี่รับปากแอนแล้ว”

“ถ้าแอนรักพี่...พี่จะทำตามใจแอนทุกอย่าง อย่าทิ้งพี่ไป แอนก็รู้พี่กำพร้าไม่มีพ่อแม่ พี่มีแอนคนเดียว”

กฤติยาไม่สนใจ ผลักเขาพ้นทางแล้วเดินจากไป สุรเดชตะโกนไล่หลังไม่มีวันยอมปล่อยเธอไปเด็ดขาด...

ตอนที่ 12

ชนกชนม์รู้สึกท้อใจและสิ้นหวังที่ถูกพ่อกับแม่เลี้ยงตำหนิ อย่างแรงในสิ่งที่เขาไม่ได้ก่อ สุตาภัญเข้าใจความรู้สึกของเขาดี พยายามปลอบไม่ให้คิดมาก

“นายอย่าเพิ่งท้อใจ เวลาจะช่วยพิสูจน์ความจริง... นายต้องรอ”

“จะให้ฉันรออีกนานแค่ไหน”

“เท่าที่เรายังมีลมหายใจ...ถ้านายยังยึดมั่นในการเป็นคนดี” สุตาภัญยิ้มให้กำลังใจ...

คำ พูดให้กำลังใจของสุตาภัญไม่มีความหมาย ชนกชนม์พ่ายแพ้ให้กับความผิดหวังและท้อแท้ หันไปพึ่งยาเสพติดที่เพื่อนชั่วอย่างสุรเดชปรนเปรอให้

ooooooo

กัณฐิ การู้ข่าวว่าหลังเสร็จงานเผาศพอุษา ธีรดนย์จะย้ายออกจากคฤหาสน์ก็ใจหาย ไม่อยากให้ชายหนุ่ม ที่ตัวหมายปองต้องหลุดมือ เข้าไปออเซาะณวัตรให้ เปลี่ยนใจ อย่าให้ธีรดนย์ย้ายไปไหน อ้างว่าตอนนี้เขาไม่มีใครอีกแล้ว ควรจะได้อยู่กับผู้ใหญ่ที่เขาไว้ใจอย่างณวัตร

“มันเป็นความต้องการ ของนายธี แล้วอีกอย่าง มันดีกับนิกกี้และหนูแอน เด็กหนุ่มสาวที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องกันไม่ควรใกล้ชิดกัน คุณเองควรดูแลไม่ให้หลานคุณใกล้ชิดนายธีมากนัก” ณวัตรไม่ค่อยพอใจที่รู้ว่ากฤติยามักจะไปไหนมาไหนกับธีรดนย์อยู่บ่อยๆ กัณฐิกาเองก็ไม่พอใจเช่นกัน คิดจะไปตักเตือน แต่ลูกไม่อยู่ที่ห้อง สงสัยว่าจะไปหาธีรดนย์ รีบตามไปดู...

ฝ่ายธีรดนย์รำคาญที่ชนิกานต์ คอยตามตื๊อ พอได้ยินเสียงเธอเคาะประตูห้องเรียก เขานั่งเงียบไม่ขานรับทำทีไม่อยู่ กฤติยาเห็นชนิกานต์เคาะประตูอยู่นานสองนาน จึงเข้ามาบอกว่าธีรดนย์น่าจะออกไปแล้ว มีอะไรหรือเปล่า ชนิกานต์รอให้เขาขับรถไปส่ง แต่ไม่เห็นมาสักทีก็เลยมาตาม กฤติยาอาสาจะขับรถให้

“ไม่เป็นไร...ขอบใจนะที่ช่วยฉันทุกเรื่อง” ชนิกานต์พูดจบเดินจากไป พอเธอคล้อยหลัง ธีรดนย์ค่อยๆโผล่ออกมาจากห้อง กฤติยาอ้าปากจะตะโกนบอกชนิกานต์ แต่เขาเอามือปิดปากห้ามไว้ กฤติยาอดสงสัยไม่ได้ทำไมธีรดนย์ต้องหลบหน้าชนิกานต์ด้วย แล้วพลั้งปากถามว่ายังไม่ดีกันอีกหรือ ตนอุตส่าห์วางแผนไว้ พอนึกขึ้นได้รีบปิดปากเงียบไม่พูดอะไรอีก ธีรดนย์คาดคั้นเท่าไหร่เธอก็ไม่ยอมพูด แกล้งจี้เอวจนเธอยอมเปิดปากบอก

“ฉันจัดฉากให้นายไปสวนสนุกกับนิกกี้ จะได้ปรับความเข้าใจกัน”

“เป็นอย่างนี้นี่เอง ร้ายนักเชียว...เธอต้องไถ่โทษ” ธีรดนย์แกล้งขู่...

ด้าน กัณฐิกาเดินสวนกับชนิกานต์หน้าตึกใหญ่ พยายามทักทายพูดดีด้วย แต่เธอไม่สนอง แถมยังตั้งตัวเป็นอริไม่เปลี่ยนแปลง กัณฐิกาไม่พอใจ ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกรักของณวัตร ไม่มีวันปล่อยให้ลอยหน้าอยู่แบบนี้...

ใน เวลาเดียวกัน สุตาภัญคิดถึงบ้านมาก แอบแวะหาแม่แต่ไม่กล้าเข้าบ้านได้แต่ยืนคุยกันอยู่หน้ารั้ว พอเธอเหลือบเห็นพ่อเดินออกมา รีบชิ่งหนี สุทินเห็นหลังใครไวๆ ตะโกนเรียกเสาวนิตย์เข้ามาซักถามว่าคุยกับใคร เธอ โกหกว่าคุยกับเพื่อนบ้าน แล้วขอตัวไปจัดอาหารเช้าให้

“คุณไปตามลูกด้วย ยัยสุตาภัญขี้เซายังไม่ลงมา” สุทินเผลอพูดถึงลูกสาวคนโต ลืมไปว่าเธอไม่อยู่ที่นี่แล้ว

“ฉันรู้ว่าคุณเป็นห่วงลูก เราเป็นพ่อเป็นแม่ ต้องให้อภัยแก ไปรับลูกกลับบ้านเถอะค่ะ”

สุ ทินไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอ รีบไล่เสาวนิตย์ไปเตรียมอาหารเพื่อกลบเกลื่อน แล้วเหลือบไปเห็นรูปถ่ายของสุตาภัญที่วางอยู่ เดินไปหยิบขึ้นมาดูด้วยความคิดถึง

“เธอทำอย่างนี้ได้ยังไง ไม่รู้หรือว่าพ่อแม่ห่วง มากแค่ไหน” สุทินพูดพลางนํ้าตาไหล เสาวนิตย์แอบมองอยู่อีกมุมหนึ่ง รู้ดีว่าเขารักและห่วงลูก แต่ไม่แสดงออก พลอยร้องไห้ไปด้วย

ooooooo

ในเวลาต่อมา ที่มหาวิทยาลัย สุตาภัญกับธีรดนย์แปลกใจมากเมื่อรู้ว่าชนกชนม์กับชนิกานต์เลิกเป็นแฟนกันแล้ว ต่างซักถามกันเป็นการใหญ่ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ชนิกานต์แค่อยากเลิกก็เลยเลิกไม่มีอะไรซับซ้อน แต่เราสองคนยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม แล้วหันไปจับมือกับชนกชนม์เป็นการยืนยันคำพูด

“ตัดใจง่ายอย่างนี้ แสดงว่ามีคนใหม่” สุตาภัญซัก

“ใช่...ฉันพบรักใหม่” ชนิกานต์พูดจบปรายตามองธีรดนย์ซึ่งไม่ค่อยจะชอบใจนัก รีบเปลี่ยนเรื่องพูด หันไปชวนสุตาภัญมาร่วมเป็นหุ้นส่วนร้านขายเครื่องประดับของเขากับชนกชนม์จะได้มีรายได้เพิ่ม...

ไม่นานนัก ธีรดนย์กับพวกมาถึงเพิงเก่าที่ยายแก้วเคยใช้ขายขนม กฤติยาอนุญาตให้พวกเขาใช้ที่นี่เป็นโรงงานผลิตเครื่องประดับ ชนิกานต์ไม่เห็นด้วยเพราะดูอนาถาเกินไป อาสาจะออกเงินไปเช่าตึกแถวให้ ทั้งชนกชนม์และสุตาภัญคัดค้าน ถ้าเช่าห้องก็เท่ากับ มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ยิ่งประหยัดต้นทุนในการผลิตได้มากเท่าไหร่ ก็จะทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นเท่านั้น สุดท้ายชนิกานต์จำต้องยอมทำตาม...

ขณะที่ชนกชนม์กับพวกเริ่มลงมือผลิตเครื่องประดับ ชลนิภาได้รับรายงานจากพนักงานการเงินเรื่องที่ชยางกูรเบิกเงินบริษัทไปใช้เกือบสิบล้านบาท แทนที่จะเล่นงานลูก เธอกลับโยนความผิดให้ธนกรหาว่าปล่อยปละละเลยไม่ดูแล ธนกรปฏิเสธว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา ในเมื่อชลนิภาให้ชยางกูรบริหารงานแทนเขาทุกอย่าง

“แต่คุณเป็นพ่อ คุณต้องคอยดูแลลูก”

“แล้วคุณเปิดโอกาสให้ผมทำหน้าที่นั้นหรือเปล่า...ผมอยู่ในบ้านหลังนี้เพียงได้ชื่อว่าเป็นสามีคุณและเป็นพ่อของลูก แต่ไม่มีบทบาทอะไรเลย”

“ฉันจะไว้ใจคุณได้ไง คุณมันไม่ได้เรื่อง”

“ในเมื่อภรรยาไม่พอใจการทำงานของสามี ผมก็ควรพิจารณาตัวเอง เราหย่ากัน” ธนกรว่าแล้วคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าที่เตรียมไว้จะออกจากห้อง ชลนิภาสั่งไม่ให้ไป เขาไม่สนใจ ขยับจะไป แล้วนึกขึ้นได้หันมาเตือนว่าตราบใดที่ชลนิภาไม่ให้เกียรติคนอื่น ก็จะไม่มีใครให้เกียรติเธอเช่นกัน ชลนิภาถึงกับลมจับที่สามีไม่อยู่ในโอวาท แป๋วตกใจรีบเข้าไปประคอง พยายามร้องเรียกให้ธนกรกลับมาดูแล แต่เขาเดินจากไปอย่างไม่ไยดี...

สักพักชลนิภาฟื้นคืนสติ รีบเดินมาที่ระเบียงห้องเห็นธนกรหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าจะออกจากบ้าน เหตุการณ์นี้ช่างเหมือนเมื่อครั้งที่วีรภัทรเดินออกไปจากชีวิตเธอไม่มีผิดเพี้ยน ชลนิภาถึงกับเข่าอ่อน

“ไม่มีใครรักฉัน ทิ้งฉันไปทุกคน ฉันทำตัวแย่มากเลยใช่ไหม” แล้วร้องไห้โฮ...

ขณะที่ธนกรเดินมาถึงถนนหน้าบ้าน ชยางกูรขับรถเข้ามาจอดเทียบถามด้วยความแปลกใจว่าพ่อจะไปไหน ได้ความว่าท่านจะย้ายไปอยู่ที่อื่น เพื่อทำเรื่องหย่าขาดจากชลนิภา ชยางกูรตกใจ ตัดพ้อถ้าเขาไปแล้ว ตนเองกับแม่จะอยู่อย่างไร เขาไม่รักเราสองคนแม่ลูกแล้วหรือ

“ถ้าลูกรักพ่อ...ลูกเลิกเล่นการพนันได้ไหม”

“ผมยอมรับว่าผมเคยหลงผิด แต่ผมเลิกแล้ว พ่อเลิกใส่ร้ายผมสักที” ชยางกูรแก้ตัวนํ้าขุ่นๆ

ธนกรจึงเฉลยความจริงให้ฟังว่าเขาสะกดรอยตามลูกไปตลอด ลูกเข้าบ่อนตั้งแต่สิบโมงเช้าเมื่อวานจนถึงเที่ยงคืน และตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนที่ลูกไม่เข้าบ่อน ชยางกูรไม่พอใจที่พ่อจับโกหกได้ โวยวายกลบเกลื่อนว่าที่ตนเองเป็นแบบนี้ก็เพราะพ่อไม่รัก ชอบไปเข้าข้างชนกชนม์ ธนกรเหลืออดที่ลูกโยนความผิดให้คนอื่น ไม่อยากฟังอะไรอีกจะเดินหนี ชยางกูรเข้าไปห้ามไว้

“ผมเคยดูถูกไอ้ชนม์ไว้ ไม่มีใครรักมัน สุดท้ายผมต้องเป็นฝ่ายแพ้...มันต้องเย้ยผม พ่อทิ้งผมไปไม่ได้”

ธนกรเดินจากไปไม่สนใจ ชยางกูรผิดหวังมากรีบวิ่งตาม แต่พ่อขึ้นรถแท็กซี่ไปเสียก่อน เขาพยายามวิ่งไล่แต่ไม่ทัน ทรุดลงไปกองกับพื้น ตะโกนไล่หลังว่ารักพ่อ ธนกรใจแข็ง ไม่ยอมสั่งให้หยุดรถ

ooooooo

ที่เพิงหมาแหงนซึ่งใช้เป็นโรงงานผลิตเครื่อง ประดับ เพื่อนรักทั้งสี่คนขะมักเขม้นทำงานตามแบบที่ชนกชนม์วาดไว้ โดยมีกฤติยาคอยยืนดูอยู่ห่างๆ ขณะที่ชนกชนม์กับสุตาภัญช่วยกันประดิษฐ์สร้อยคอรูปหัวใจ ธีรดนย์จะเข้าไปกันท่า แต่ถูกชนิกานต์ดึงตัวมาเสียก่อน...

พอได้เวลาพักเที่ยง ชนกชนม์ส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดทำงานกันก่อน เขาซึ่งเป็นหัวหน้าทีมจะไปซื้อข้าวมาให้กิน สุตาภัญอาสาไปเป็นเพื่อน ธีรดนย์ไม่ต้องการให้ทั้งคู่อยู่ใกล้ชิดกันจะตามไปด้วย แต่ชนิกานต์ดึงมือไว้สั่งให้อยู่เป็นเพื่อนตนไม่อย่างนั้นจะเปิดเผยความลับ ธีรดนย์ยังไม่ทันจะอ้าปากโต้ตอบ กฤติยาถือถาดใส่อุปกรณ์ทำลูกชุบเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ชวนทั้งคู่ให้มาช่วยทำลูกชุบด้วยกัน...

เนื่องจากต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย สุตาภัญเสนอให้ทำมื้อกลางวันกินเอง บอกให้ชนกชนม์ไปซื้อปลากระป๋องที่ร้านค้า ส่วนเธอจะไปที่บ้านเช่าของสุรเดชเพื่อหุงข้าวรอ ครู่ต่อมา ขณะชนกชนม์รับถุงใส่ปลากระป๋องจากแม่ค้า นึกขึ้นได้ว่าทิ้งอุปกรณ์เสพยาไว้ในห้องนอน เกรงสุตาภัญจะเข้าไปเจอ ตาลีตาเหลือกกลับบ้าน โชคดีที่เธอไม่ทันเห็น ชนกชนม์ถึงกับถอนใจ โล่งอก...

ขณะที่ชนกชนม์รอดตัวหวุดหวิดจากการถูกสุตาภัญจับได้ว่าเสพยา กฤติยาทำลูกชุบเสร็จไปหลายชิ้น ขณะที่ชนิกานต์กับธีรดนย์มัวแต่แกล้งเอาสีป้ายหน้ากันไป มายังไม่สำเร็จสักชิ้น กฤติยาต้องเข้ามาห้ามทัพ กลับถูกทั้งคู่รุมเอาสีละเลงหน้ากันสนุกสนาน...

ตอนที่ 11

ชลนิภายืนดูชนกชนม์ขายของอยู่พักหนึ่ง ก่อนตัดสินใจจะเข้าไปหา แต่ชยางกูรมาคว้าแขนไว้ ถามว่าจะไปไหน เธอไม่กล้าบอกความจริง ชยางกูรทำทีเพิ่งหันไปเห็นพี่ชายต่างบิดา แสร้งดีใจ

“พี่ชนม์นี่ครับ...คุณแม่คิดถึงพี่ชนม์หรือ”

“เปล่า กลับเถอะ แม่ไม่อยากเดินแล้ว” ชลนิภาจะเดินหนีกลบเกลื่อน ชยางกูรรั้งไว้

“อย่าเพิ่งกลับสิครับ คุณแม่เห็นไหมครับ พี่ชนม์ไม่ได้เสียคนอย่างที่เรากังวล พี่ชนม์รู้จักทำมาหากินสู้ชีวิตคุณแม่น่าจะไปให้กำลังใจพี่ชนม์นะครับ”

ชลนิภายิ้มรับแล้วเดินเข้าไปหา ชยางกูรแอบส่งสัญญาณให้เพทายกับปอนทันที สองคนนั่นเดินกร่างเข้าไปหาเรื่องชนกชนม์ ว่าก๊อบปี้แบบเครื่องประดับจากร้านของพวกตน แล้วเข้าไปพังข้าวของหวังจะให้ชนกชนม์ตอบโต้ เขากลับก้มหน้าก้มตาเก็บของที่เกลื่อนพื้น ชลนิภาไม่อยากอยู่ดูอีกต่อไปชวนชยางกูรกลับ เขารีบส่งสายตาให้ลิ่วล้อของตนเล่นงานชนกชนม์ให้หนักข้อขึ้น

เพทายรู้งาน เหยียบมือชนกชนม์ที่กำลังเก็บของ  เขาหมดความอดกลั้นอีกต่อไป ตรงเข้าชกต่อยเพทายอุตลุด ปอนรีบเข้ามาช่วยอัดชนกชนม์กระเด็น ชลนิภาเห็นลูกใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา ไม่พอใจมาก ปรี่เข้ามาห้าม พร้อมกับขอให้คนแถวนั้นช่วยเรียกตำรวจ ชยางกูรรีบส่งสัญญาณอีกครั้ง เพทายกับปอนต่อยหน้าชนกชนม์คนละหมัด ก่อนจะวิ่งหนี ชนกชนม์ดีใจคิดว่าแม่มาช่วย รีบขอบคุณเป็นการใหญ่ เธอกลับตบหน้าเขา

“แกมันเลวไม่เคยเปลี่ยน ฉันคิดว่าแกจะทำมาหากินสุจริต ก๊อปของคนอื่นแล้วยังทำตัวนักเลง”

ชนกชนม์พยายามจะอธิบายว่าแม่เข้าใจผิด แต่เธอไม่ฟัง แถมสั่งให้เขาไปเปลี่ยนนามสกุลจะได้ไม่ต้องเสียชื่อเสียงมาถึงเธอ ชนกชนม์มองแม่ที่เดินจากไปด้วยหัวใจแทบแหลกสลายที่ไม่เคยมองเขาในแง่ดี...

อีกมุมหนึ่งของตลาด พงษ์ภูมิไม่ค่อยชอบใจนักเพราะที่นี่มีแต่ของมือสองขาย ไม่ถูกรสนิยมของตน ชวนสุตาภัญกับสุรัมภาไปหาร้านติดแอร์สบายๆนั่งกันดีกว่า

“ไม่ค่ะ ตาชอบธรรมชาติแล้วอีกอย่างที่นี่คนเยอะดี ตารู้สึกปลอดภัยค่ะ” สุตาภัญว่ากระทบพงษ์ภูมิที่ครั้งก่อนลวนลามตน สุรัมภาได้ที ออกปากไล่พงษ์ภูมิทางอ้อม ถ้าไม่ชอบที่นี่จะกลับไปก่อนก็ได้ เขาไม่ยอมกลับ สุรัมภาเริ่มใจคอไม่ดี เกรงชยางกูรจะไม่พอใจที่พงษ์ภูมิอยู่เป็นก้างขวางคอ คอยชะเง้อคอมองหาจนสุตาภัญชักสงสัย น้องแอบนัดใครไว้หรือเปล่า

“เปล่า...พี่ตารออยู่ตรงนี้นะ ภาเห็นเพื่อน ขอแวะไปทักแป๊บนึง” สุรัมภารีบเดินออกไปทันที

พงษ์ภูมิชวนสุตาภัญไปเดินดูของด้านโน้น เธอกลับเดินหนีไปอีกทางหนึ่ง เขาไม่พอใจมาก เดินตามจนทัน คว้าข้อมือเธอไว้ ถามว่าเขาน่ากลัวมากใช่ไหม เธอไม่ได้เห็นเขาน่ากลัว แต่เขาเป็นตัวอันตรายที่ไม่ควรเข้าใกล้ แล้วดึงมือพงษ์ภูมิออก ประกาศชัดเจนว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราสองคนจะได้เจอกัน พงษ์ภูมิไม่ปล่อยให้เธอลอยนวล ออกอุบายว่าลืมมือถือไว้ในรถ ชวนเธอไปเอา สุตาภัญไม่ยอมไปด้วยจะเดินหนี เขาจับแขนเธอไว้

“ขัดใจฉันเท่ากับตัดโอกาสการงานพ่อเธอ...เป็นลูกสาวที่ดีอย่าทำให้พ่อแม่ลำบาก” คำขู่ของพงษ์ภูมิได้ผล สุตาภัญจำใจไปกับเขา

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะที่กฤติยากับกัณฐิกากำลังเตรียมของว่างให้แขกอยู่ที่ศาลาสวดศพอุษา สุรเดชเดินดุ่มๆจะเข้าไปหากฤติยา กัณฐิกาตกใจ รีบลากตัวเขาออกไปข้างนอก ณวัตรอดสงสัยไม่ได้ว่าชายหนุ่มที่อยู่กับกัณฐิกาเป็นใคร รีบเดินตาม กฤติยาหันมาเห็นพอดี มองตามสีหน้าเป็นกังวล

ครู่ต่อมา กัณฐิกาพาสุรเดชมาถึงมุมปลอดคน เขาไม่รอช้าแบมือขอเงินใช้ เธอไม่มีทางเลือกจำต้องให้จังหวะนั้น ณวัตรปรี่เข้ามาถามกัณฐิกาว่ามีเรื่องอะไรกัน ผู้ชายคนนี้เป็นใคร ก่อนที่สุรเดชจะแฉความลับให้ณวัตรรู้ กฤติยาเข้ามาแทรกเสียก่อน อ้างว่าสุรเดชเป็นแฟนเธอ แล้วขอตัวออกไปกับเขาทันที ณวัตรแปลกใจมาก คาดคั้นให้กัณฐิกาบอกมาว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่ กุ๊ยนั่นเป็นแฟนกฤติยาจริงหรือ

“หนูแอนเลิกคบแล้วนายนั่นไม่ยอม กัณพยายามช่วยเคลียร์ให้หลาน ก็ถูกมันข่มขู่จะเล่นงานกัณถึงขั้นสร้างเรื่องเสียๆหายๆใส่ความกัณค่ะ”

“ผมจัดการเรื่องนี้เอง มันจะได้หยุดรังควานคุณกับหนูแอน”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ มันได้เงินไปคงจบ หากมันใส่ความกัณ คุณอย่าไปเชื่อมันนะคะ”

ณวัตรพยักหน้ารับคำ กัณฐิกายิ้มพอใจที่เขาเชื่อคำโกหกของเธอ...

ทางฝ่ายกฤติยาขอร้องสุรเดชให้หยุดวุ่นวายกับชีวิตของเธอและแม่เสียที อยากได้เงินเท่าไหร่ให้บอกมาสุรเดชแก้ตัวว่าไม่ได้คิดจะมาไถเธอกับแม่ เพียงแต่ตอนนี้เขาเดือดร้อนจริงๆ ต้องกบดานหนีตำรวจ ย้ายที่นอนไม่ซ้ำแต่ละวัน กฤติยารับปากจะหาเงินมาให้ แล้วขยับจะไป

“เงินไม่ใช่คำตอบสุดท้าย พี่อยากได้โปรโมชั่นเสริม” สุรเดชยิ้มกรุ้มกริ่ม กฤติยารู้ทันว่าเขาต้องการอะไร ตัดสินใจทำตามข้อเรียกร้องของเขา...

ขณะที่กัณฐิการอดจากการถูกสุรเดชแฉความลับได้อย่างเฉียดฉิว ชยางกูรเอาเงินค่าจ้างป่วนร้านชนกชนม์มาจ่ายให้เพทายกับปอนเรียบร้อยเตรียมจะไปจัดการกับสุตาภัญตามที่นัดแนะไว้กับสุรัมภา แต่เจอชนกชนม์ดักรออยู่ อยากรู้ว่าชยางกูรตามรังควานตนเพื่ออะไร

“แกเคยพูดว่าชีวิตเสเพลของฉันจะทำให้หมดตัว แต่เปล่าเลย ชีิวิตฉันมีแต่ได้กับได้ งานบริษัทซึ่งควรจะเป็นของแกก็เป็นของฉัน ผู้หญิงของแกก็จะเป็นของฉัน...ฉันบอกแล้วไง ฉันจะทำลายชีวิตแก ไอ้หมาขี้เรื้อน”

ชนกชนม์ทนไม่ไหวต่อยชยางกูรซึ่งเบี่ยงตัวหลบทัน แล้วสวนกลับเข้าเต็มหน้าเขาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นชยางกูรยิ้มสะใจ เหยียบอกเขาไว้ บอกให้หยุดเพ้อฝัน

ที่จะเป็นคนดีได้แล้ว สังคมนี้ไม่เหลือที่ให้คนดียืน แล้วแนะให้เขาไปเข้าแก๊งลูกเทวดา ค้ายาเสพติดให้รู้แล้วรู้รอด ชีิวิตจะได้รุ่ง จังหวะนั้นสุรัมภาโทร.มาตามชยางกูรพอดี

“อย่าเพิ่งตายล่ะ รอฟังข่าวดีของฉัน มันจะทำให้แกตายทั้งเป็น” ชยางกูรหัวเราะเยาะ แล้วเดินจากไป...

ด้านสุตาภัญอุตส่าห์ระวังตัวแจ แต่ก็โดนพงษ์ภูมิลวนลามอีกจนได้ รู้ดีว่ายิ่งดิ้นหนีรังแต่จะเจ็บตัว แถมตรงที่จอดรถก็เปลี่ยว แสร้งเล่นไปตามน้ำ พอพงษ์ภูมิตายใจ เธอหยิบที่ช็อตไฟฟ้าจี้เขาถึงกับร้องลั่น

“ออกเดทกับคนดี ฉันพกความจริงใจ แต่ออกเดทกับคนทรามอย่างนายมันต้องใช้ไอ้นี่” สุตาภัญพูดจบช็อตพงษ์ภูมิซ้ำอีกครั้ง แล้ววิ่งหนี เขาแค้นใจมากหาทางเอาคืน

ooooooo

ชยางกูรไม่พอใจมากเมื่อมาถึงสถานที่ตามนัดแล้วไม่พบสุตาภัญ  หันไปจะเล่นงานสุรัมภาที่บังอาจหลอกลวง แต่สุตาภัญวิ่งเข้ามาเสียก่อน เขารีบปล่อยสุรัมภา  แล้วถอยไปยืนด้านหลัง

“พี่ตาหายไปไหนมา แล้วคุณพงษ์ภูมิล่ะ”

“เลิกพูดถึงมันได้แล้ว มันจะลวนลามพี่  ภากลับกันเถอะ” สุตาภัญคว้ามือน้องจะไป  สุรัมภาเดินตามแผนการทันที ขอให้ชยางกูรไปส่งเราสองคนที่บ้านได้ไหม สุตาภัญเพิ่งสังเกตเห็นชยางกูรยืนอยู่ด้านหลัง แปลกใจที่น้องสนิทสนมกับคนชั่วรีบลากเธอกลับ สุรัมภาพยายามเกลี้ยกล่อมพี่สาวให้กลับกับชยางกูร อ้างว่าเขาสำนึกผิด และอยากจะขอโทษเรื่องที่ผ่านมา สุตาภัญไม่เชื่อว่าคนเลวอย่างเขาจะกลับตัวได้

“แล้วพี่ตาเชื่อใจภาหรือเปล่าคะ  ถ้าเชื่อใจภาให้ชยางกูรไปส่งนะคะ” สุรัมภาอ้อนวอน

ในเมื่อน้องขอร้อง สุตาภัญจำต้องพยักหน้ารับแม้จะลำบากใจก็ตาม ระหว่างทางไปที่จอดรถ สุตาภัญเห็นชนกชนม์ในสภาพใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ถือกล่องใส่เครื่องประดับกำลังจะออกจากตลาดนัด รีบเดินตามจนทัน ถามด้วยความเป็นห่วงว่าหน้าไปโดนอะไรมา  แล้วจะเช็ดเลือดให้ เขาปัดมือเธอออก

“เราตกลงกันแล้วไง เราเลิกคบกันไม่เจอกันอีก เราจะเป็นคนแปลกหน้า” ชนกชนม์ตัดบัวไม่เหลือเยื่อใย

“ใช่ ไม่รู้จักกัน...ไม่ว่านายจะเป็นตายร้ายดียังไง ฉันก็จะไม่สนใจนาย” สุตาภัญเสียใจมาก เดินจากไปทั้งน้ำตา ไม่ทันสังเกตเห็นพงษ์ภูมิที่จ้องมองทั้งคู่ด้วยสายตาเคียดแค้น ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาสุทิน...

ขณะที่ชนกชนม์พยายามตัดใจจากสุตาภัญ ชนิกานต์คิดเข้าข้างตัวเองว่าธีรดนย์มีใจให้  ถึงได้ยอมรับผิดแทนเธอ เขาหัวเราะใส่หน้า ที่ต้องทำอย่างนั้นก็เพราะได้บ้านพร้อมที่ดินและเงินทุนในการเรียนหนังสืออีกจำนวนหนึ่งจากณวัตรเป็นค่าตอบแทนต่างหาก ไม่ได้ทำเพราะมีจิตพิศวาสอย่างที่เธอคิด เสร็จงานศพเมื่อไหร่ เขาจะไปจากที่นี่แล้วเดินหนีกลับห้อง ชนิกานต์ตะโกนไล่หลัง จะไม่ยอมให้เขาทิ้งเธอไปเด็ดขาด...

ทันทีที่สุตาภัญกลับมา สุรัมภาออกอุบายให้พี่สาวไปรอที่ลานจอดรถ เธอจะไปตามชยางกูรก่อน พอสุตาภัญคล้อยหลัง ชยางกูรออกจากที่ซ่อน ยิ้มแสยะให้สุรัมภาก่อนจะเดินตามสุตาภัญไป สุรัมภารู้สึกผิด แต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง เดินแยกไปอีกทางหนึ่ง ตามหาชนกชนม์จนเจอ รีบออกตัวเพราะเกรงเขาจะไล่

“ภาไม่ได้มากวนใจพี่ชนม์นะคะ ภาอยากมาช่วยทำแผลให้”

“ไม่เป็นไร พี่กลับไปทำที่บ้านได้” ชนกชนม์ตัดบท ไม่อยากให้มีปัญหา

“ภาขอดูแลพี่ชนม์เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ” สุรัมภาว่าแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาจะซับเลือดให้ เขาจับมือ

เธอไว้ บอกให้กลับได้แล้วเดี๋ยวสุตาภัญจะรอ เธอมีพิรุธขึ้นมาทันที

“เอ่อ...พี่ตาเขาไม่ได้รอภา  เขาอาจมีความสุข...” สุรัมภาหยุดพูด สีหน้าเปลี่ยนเป็นหวาดกลัว ชนกชนม์มองตามสายตาเธอเห็นเพทายกับปอนเดินอยู่ หันกลับมาอีกที สุรัมภาขอตัวกลับก่อน แล้วเดินออกไปเลย ชนกชนม์สงสัย ทำไมถึงทำตัวแปลกๆ รีบวิ่งไปดักหน้า คาดคั้น

ให้บอกความจริงว่าสุตาภัญอยู่ไหน เกิดอะไรขึ้นกับเธอ สุรัมภาโดนเขารุกหนักเข้าก็ยอมเปิดปากพูดว่า พี่สาวของเธออยู่กับชยางกูร

ooooooo

เป็นอย่างที่สุตาภัญคาดไว้ไม่มีผิด คนอย่างชยางกูรไม่มีทางทิ้งลายชั่วได้    เขาอาศัยช่วงปลอดคน ลวนลามเธอ สุตาภัญหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าขึ้นมาจะช็อต ชยางกูรไวกว่าจับมือเธอบิดเครื่องช็อตไฟฟ้าร่วง เธอหมดทางสู้ตะโกนขอความช่วยเหลือลั่น

ชยางกูรเห็นท่าไม่ดีต่อยท้องเธอจุกตัวงอก่อนจะอุ้มออกไป ครู่ต่อมา เขาพาสุตาภัญไปวางไว้ในโบกี้รถไฟ เธอขอร้องให้เขาปล่อยเธอไป ชยางกูรปล่อยแน่นอนแต่ไม่ใช่ตอนนี้ แล้วลงมือปลดกระดุมเสื้อตัวเองออก ก่อนจะย่างสามขุมเข้าหา สุตาภัญกลัวมากถอยกรูด...

ขณะสุรัมภากำลังยืนหลบมุมรอให้ชยางกูรเสร็จกิจกับพี่สาวตัวเอง ต้องตกใจที่เห็นเพทายเข้ามาหา ขยับจะวิ่งหนี เขาคว้าแขนไว้ แล้วแย่งมือถือขึ้นมากดเบอร์โทร.ตัวเองแล้วโทร.ออก

“วันไหนอยากสนุก โทร.หาฉัน” เพทายส่งมือถือคืนให้ สุรัมภารับมาแล้ววิ่งหนี

“กูรมันกินแล้ว แกชอบกินกากหรือไงวะ” ปอนหัวเราะเยาะ เพทายกลับยิ้มให้อย่างมีเลศนัย...

สุตาภัญถอยไปจนสุดโบกี้หมดทางหนี ชยางกูร กดเธอนอนกับพื้นหมายจะขืนใจ ชนกชนม์กระชากน้องเลวออกมาแล้วต่อยโครมถึงกับเซถลา ชยางกูรคว้าท่อนไม้แถวนั้นขึ้นมาฟาด ชนกชนม์หลบทันแต่เสียหลักล้มเรี่ยวแรงไม่ค่อยมี เพราะโดนซ้อมมา น้องตัวแสบขึ้นคร่อม เอาท่อนไม้กดคอไว้ ชนกชนม์ดันเขาออกจะลุกขึ้น ชยางกูร เตะตัดขาล้มกระแทกพื้น ร้องโอดโอย แล้วจะตามเข้าไปซ้ำแต่เกิดเปลี่ยนใจ หันไปหาสุตาภัญแทน

“แกอยู่ด้วยก็ดี จะได้เป็นพยานรักของฉันกับผู้หญิงที่แกรัก” ชยางกูรยิ้มเหี้ยมเดินเข้าหาหญิงสาว

พลันมีเสียงร้องเรียก “พี่ตาๆ” ดังขึ้น ชยางกูรเกรง จะมีคนมาช่วยตัดสินใจวิ่งหนี สุตาภัญโผกอดชนกชนม์ร้องไห้โฮ สุรัมภายืนมองน้ำตาซึมที่เห็นทั้งสองคนรักและเป็นห่วงเป็นใยกัน ทันใดนั้น สุทินโผล่พรวดเข้ามา เห็นลูกสาวกำลังกอดกับชนกชนม์โกรธควันแทบออกหู กระชากเขาเข้ามาต่อยจนล้มคว่ำ สุตาภัญรีบเข้าไปห้าม

“คุณพ่อกำลังเข้าใจผิด ชนม์ช่วยตาไว้”

ชนกชนม์ยังไม่ทันจะเล่าความจริงให้ฟัง พงษ์ภูมิเข้ามาต่อยซ้ำ สุตาภัญไม่พอใจผลักเขาออก พงษ์ภูมิต่อว่าเธอฉอดๆทีกับตนทำเป็นเล่นตัว ที่แท้ก็ชอบของเถื่อนอย่างพวกกุ๊ย เธอโกรธจัดตบหน้าเขาฉาดใหญ่

“เห็นแล้วใช่ไหมครับว่า ลูกสาวแสนดีของคุณอาเป็นยังไง คิดหาคำแก้ตัวกับพ่อผมแล้วกัน” พงษ์ภูมิพูดจบผละจากไป สุทินเสียหน้ามากลากสุตาภัญกลับไปชำระความที่บ้าน...

ในเวลาเดียวกัน ที่คฤหาสน์ณวัตร ชนิกานต์ไม่ยอมรามือตามตื๊อธีรดนย์ถึงในห้องพัก ขอร้องไม่ให้เขาไปจากที่นี่ สารภาพอย่างไม่อายว่ารักเขามาก

“แต่ฉันเกลียดเธอ...เธอฆ่าแม่ฉัน” ธีรดนย์ตะคอกใส่

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันขอโทษ จะลงโทษอย่างไรก็ได้ อย่าทิ้งฉันไป”

“ลงโทษเหรอ...ใช่คนอย่างเธอต้องได้รับโทษ” ธีรดนย์โกรธจนขาดสติ ผลักชนิกานต์ล้มลงบนเตียง แล้วโถมเข้าหาหมายจะขืนใจให้หายแค้น ชนิกานต์ได้แต่นอนนิ่งยอมรับสภาพ

ooooooo

บนดาดฟ้าตึกร้าง กฤติยาพร้อมพลีกายให้สุรเดช เพื่อแลกกับการปิดปากเงียบเรื่องที่เธอกับกัณฐิกาเป็นแม่ลูกกัน สุรเดชไม่อยากได้แค่ตัว แต่อยากได้หัวใจเธอด้วย กฤติยาน้ำตาร่วง ไม่อาจให้ตามที่เขาขอ

“เพราะไอ้ธีใช่ไหม ไม่มีไอ้ธี แอนคงรักพี่...พี่จะไปฆ่ามัน”

“อย่านะ...ปล่อยเขาไปเถอะ ฉันรักเขาแต่เขาไม่ได้รักฉัน”

สุรเดชพยายามหว่านล้อมให้กฤติยาเห็นว่ารักคนที่เขารักเราดีกว่า แต่เธอไม่คล้อยตาม...

ตอนที่ 10

หลังจากคิดทบทวนอยู่หลายวันว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปดี ชนกชนม์ตัดสินใจจะทำเครื่องประดับขาย เพราะเคยช่วยธนกรออกแบบเครื่องเพชรให้บริษัทของแม่มาหลายครั้ง ขณะที่เขานั่งก้มหน้าก้มตาสเกตช์แบบเครื่องประดับอยู่ที่โต๊ะภายในมหาวิทยาลัย สุตาภัญย่องเข้ามาทักทางด้านหลังว่าทำอะไรอยู่

ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงรีบเก็บภาพสเกตช์ใส่กระเป๋า อ้างว่าทำรายงาน สุตาภัญไม่เชื่อ หน้าตาไม่เห็นเหมือนรายงาน เหมือนภาพอะไรสักอย่างมากกว่า

“ภาพประกอบรายงานไง เธอไม่เชื่อใจฉันเหรอ”

“สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” สุตาภัญพูดจบดึงกระเป๋าของชนกชนม์ไป เขาแย่งคืนไม่ยอมให้ดู เธอขู่จะลาออกจากการเป็นนางฟ้าประจำตัวเขาถ้าไม่ยอมบอกว่าภาพสเกตช์พวกนั้นคืออะไร เขากลับวิ่งหนีไปซ่อนตัว สุตาภัญไม่ยอมปล่อยให้ลอยนวลง่ายๆวิ่งตามหาจนทั่วก็ไม่พบกลับเจอธีรดนย์แทน

ส่วนชนกชนม์ไปยืนหลบมุมอยู่หวังจะแกล้งจ๊ะเอ๋สุตาภัญให้ตกใจ ชนิกานต์โผล่พรวดมาทางด้านหลังทำเอาเขาเกือบช็อก จากนั้นเธอควงแขนชนกชนม์ตามหาสุตาภัญกับธีรดนย์จนพบ ต่อว่าเพื่อนรักว่าโตป่านนี้แล้วยังจะเล่นซ่อนหากันอีก สุตาภัญไม่ได้เล่นซ่อนหาแต่ไล่จับโจรขโมยความลับต่างหาก

“เฮ้อ โล่งอก นึกว่าแฟนขโมยความรักยัยตาไปเสียอีก” ชนิกานต์แกล้งพูด เพื่อจะดูอากัปกิริยาของทั้งคู่

ชนกชนม์มองสุตาภัญที่รีบหลบตา ธีรดนย์สังเกตเห็นแต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ ถามว่าความลับอะไร สุตาภัญชี้ไปที่กระเป๋าของชนกชนม์ ชนิกานต์ยอมให้แฟนของเธอมีความลับไม่ได้ดึงกระเป๋าไปเปิดดูทันที เห็นภาพสเกตช์เครื่องประดับที่ชนกชนม์ออกแบบถึงกับตะลึง อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาไปหัดทำงานแบบนี้มาจากไหน

“ตอนเด็กๆ ไปวิ่งเล่นที่บริษัท เห็นเขาออกแบบโน่นนี่นั่น ก็พอจำได้แล้วเอามาประยุกต์ใหม่ พอได้ไหม”

ธีรดนย์ยกนิ้วให้ ไม่ใช่แค่พอใช้ได้ แต่ดีมาก สุตาภัญแนะให้ชนกชนม์ต่อยอดทำเครื่องประดับพวกนี้ขาย เขาตั้งใจจะทำอยู่แล้ว จะลองติดต่อโรงงานที่รู้จักกันให้ทำให้ ใช้วัสดุไม่แพงมาก แต่เน้นดีไซน์แปลก แตกต่าง จะได้ขายง่าย ธีรดนย์ยุให้ลุยไปเลย จะได้ขอร่วมหุ้นด้วย

“ดีไซน์โดดเด่น ไม่มีใครก๊อบปี้ได้อีก” ชนิกานต์ยังนึกแค้นใจเรื่องที่ถูกก๊อบปี้เสื้อไม่หาย

“นายมาถูกทางแล้ว ยินดีต้อนรับนักธุรกิจจิวเวลรี่คนใหม่” สุตาภัญพูดจบยื่นมือให้ชนกชนม์จับ ชนิกานต์ชะงักไปเล็กน้อยไม่ค่อยพอใจนัก แต่เก็บอาการไว้ เข้ามาร่วมจับมือยินดีไปด้วย

ooooooo

ชลนิภาเปิดช่องให้ชยางกูรมาทำงานที่บริษัท โดยเริ่มตรวจแบบร่างเครื่องเพชรที่ธนกรออกแบบ ธนกรไม่ค่อยพอใจนัก เพราะลูกยังไม่มีประสบการณ์ แต่ไม่กล้าทักท้วงก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้เมื่อเครื่องเพชรที่ธนกร ออกแบบ ถูกลูกค้าตีกลับ ชลนิภาแทบคลั่งเล่นงานเขาอย่างไม่ไว้หน้า

“คุณมันชุ่ยไปเสียทุกเรื่อง ยอดขายลดลงเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ มันเกิดอะไรขึ้น”

“ปีนี้เรายังไม่มีงานดีไซน์ออกใหม่ แล้วก็ไม่มีแคมเปญพิเศษ”

“แล้วทำไมไม่ทำ คิดไม่ออกหรือทำไม่ได้...ใช่สิ คุณมันตกยุคตกเทรนด์ไปแล้ว หลังจากนี้ฉันจะใช้ชยางกูรมาควบคุมงานดีไซน์ทั้งหมด”

ธนกรยังไม่ทันจะอ้าปากค้าน เลขาฯหน้าห้องชลนิภาเข้ามาแจ้งว่ามีแขกมาขอพบ ชลนิภาไม่มีคิวนัดไว้ไม่ต้องการพบใครทั้งนั้น พลันนัชชาเดินเข้ามา “แล้วถ้าเป็นฉันล่ะ”

ธนกรรู้งานรีบออกจากห้องปล่อยให้ทั้งคู่คุยกันตามลำพัง นัชชาไม่รอช้าพูดเข้าประเด็นทันที เธอต้องการให้ชลนิภาเลิกใช้ชนกชนม์เป็นสะพานดึงวีรภัทรกลับไปหาเหมือนที่ผ่านมาได้แล้ว ไม่มีทางสำเร็จ

“ฉันขอบอกให้รู้ไว้ ฉันไม่มีความคิดแย่งชิงของเสียๆที่ฉันทิ้ง มันเน่ามันเสีย ไม่มีค่าสำหรับฉันอีก แล้วฉันก็ไม่อยากเสวนากับพวกเก็บขยะ มือเปื้อนของเน่าน่าขยะแขยง...ออกไปได้แล้ว”

“พูดอะไรก็จดจำแล้วปฏิบัติด้วยนะคะ ฉันกลัวว่าสักวัน บริษัทเพชรล่มสลาย อาจกลายเป็นโรงงานรีไซเคิลไปขโมยของเก่ามาโมดิฟายใหม่”

“ออกไป...เรียก รปภ.มาลากตัวมันออกไป” ชลนิภาโกรธควันแทบออกหู

นัชชายิ้มสะใจก่อนจะเดินออกไป สวนทางกับธนกร ที่กลับเข้ามาเพราะเป็นห่วงชลนิภา เลยโดนหางเลขเข้าเต็มๆชลนิภาพาลหาเรื่องต่างๆนานา ธนกรพยายามจะ อธิบายก็ไม่ฟัง หาว่าเขาดีแต่แก้ตัวไปวันๆ จากนี้ไปเธอจะให้ชยางกูรดูแลงานทุกอย่างแทนเขา ธนกรถึงกับอึ้ง ก่อนจะกลับออกไปด้วยความเสียใจ

ชยางกูรที่ยืนฟังอยู่นานแล้ว รีบเข้ามาปลอบแม่ว่าอย่าอารมณ์เสีย เขาจะช่วยแม่ทำให้บริษัทของเราเจริญก้าวหน้าเอง ชลนิภากอดลูกไว้ด้วยความรัก หวังให้เขาเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเธอ

ooooooo

ตั้งแต่ณวัตรป่วยคราวก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกดีขึ้นเป็นลำดับ กัณฐิกาชักหวั่นใจกลัวชนิกานต์ทำคะแนนแซงหน้า คิดจะแยกพ่อลูกด้วยการชวนเขาไปเที่ยวทะเลด้วยกันสองต่อสองในวันหยุดที่จะถึง เขาไปไม่ได้เพราะมีนัดกับลูกคิวยาวไปถึงสิ้นเดือน ขอให้เธอรอไปเดือนหน้า กัณฐิกาผิดหวังแต่เก็บอาการไว้

“คุณนัดหนูนิกกี้ไปเที่ยวไหนกันคะ”

“คุณอย่าบอกใครนะ  ผมจะไปเล่นไอซ์สเกตกับลูก”

“คุณเล่นได้หรือคะ”

“ไม่ได้ก็ต้องลอง บางทีคนเราก็ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นบ้าง โดยเฉพาะคนที่เรารัก หลังจากผมป่วย ผมรู้ตัวว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอน ถึงเวลาที่ผมต้องทำในสิ่งที่ควรทำ ใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อคนที่เรารักและรักเรา แล้วเราไม่ต้องเสียใจในวันที่เขาจากไป...ผมรักคุณนะครับ” ณวัตรหอมแก้มกัณฐิกาแล้วขึ้นรถขับออกไป เธอยืนอึ้งคำพูดของเขาทำให้เธอนึกเสียใจที่ละเลยผู้หญิงสองคนที่รักเธอมากที่สุด จนคนหนึ่งจากไปไม่มีวันกลับ...

ในขณะเดียวกัน สุตาภัญแวะมาหาชนกชนม์ที่บ้านเช่าของสุรเดช ไม่ได้มาเพื่อคอยเป็นกำลังใจให้เขาอย่างเดียว แต่ยังช่วยเอาผ้าที่กองอยู่ในตะกร้าไปซักให้ด้วย ชนกชนม์มาเห็นเข้า ร้องห้ามเท่าไหร่เธอก็ไม่ฟังตั้งหน้าตั้งตาซักต่อไป ชนกชนม์แกล้งหยิบเสื้อโยนลงกะละมังซักผ้า ผงซักฟอกกระเด็นใส่หน้าเธอร้องว่าแสบตาลั่น

เขาตกใจรีบเอาชายเสื้อตัวเองเช็ดให้ สุตาภัญแกล้งวักน้ำผงซักฟอกใส่เขาคืนบ้าง ต่างฝ่ายต่างแกล้งกันไปแกล้งกันมาสนุกสนาน...

ที่คฤหาสน์ของณวัตร ขณะที่อุษากำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ ธีรดนย์เข้ามากอดจากด้านหลัง พร้อมกับเอาเงินค่าร้องเพลงที่หาได้ทั้งหมดให้ อุษาอยากให้ลูกเก็บเงินไว้ใช้เองบ้าง ทำงานเหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว

“ขอให้แม่มีความสุข ผมก็หายเหนื่อยแล้ว แม่อดทนอีกนิดนะครับ สักวันอาจมีค่ายเพลงจับผมเซ็นสัญญา ตอนนั้นเราก็จะซื้อบ้านกี่หลังก็ได้”

“ลูกไปร้องเพลงให้คนอื่นฟัง ไม่เคยร้องให้แม่ฟังบ้างเลย” อุษาแกล้งตัดพ้อ

“ได้ครับ เดี๋ยวผมไปเอากีตาร์ก่อน ผมจะเปิดคอนเสิร์ตชื่อว่า ด้วยรักจากใจ ให้แม่...แม่รอสักครู่นะครับ” ธีรดนย์หอมแก้มอุษา แล้ววิ่งกลับไปที่ห้องพักตัวเอง หยิบกีตาร์จะออกจากห้อง เจอชนิกานต์ดักไว้ ขอให้เขาไปกับเธอก่อน คว้ากีตาร์ไปจากมือเขา เอาพิงผนังห้องไว้ แล้วลากเขาออกไปทันที ธีรดนย์หมดทางจะปฏิเสธ...

กัณฐิกานำดอกไม้มายังที่เก็บอัฐิของยายแก้ว มองรูปถ่ายแม่ที่ติดอยู่ด้านหน้าแล้ว ฉุกคิดถึงเรื่องราวในอดีต ตอนนั้นกฤติยายังเล็กมาก กัณฐิกามีนัดกับลูกค้ารีบแต่งตัวจะออกจากบ้าน ยายแก้วเตือนให้เธออยู่ดูแลลูกบ้าง อย่ามัวแต่หาเงิน สุดท้ายแล้วลูกจะไม่รู้ว่าใครเป็นแม่

“มันไม่รักฉันได้ไง ฉันเป็นคนหาเงินมาซื้อนมให้มันกิน”

“ความรักมันเหมือนนาฬิกา มันเดินไปข้างหน้าไม่เคยตีกลับ ถ้าแกปล่อยให้มันผ่านไป แกไม่สามารถเรียกร้องความรักคืนมาได้อีก” คำพูดของยายแก้วดังก้องอยู่ในหัวของกัณฐิกาชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“แม่...ฉันเข้าใจคำสอนของแม่แล้ว ฉันขอโทษที่ฉันไม่ได้ดูแลแม่ ฉันสัญญา ฉันจะดูแลลูกให้ดี แอนคือสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตฉัน...ฉันรักแม่นะ” กัณฐิกาว่าแล้ว ทรุดตัวลงร้องไห้โฮ...

กัณฐิกากลับไปไม่นาน กฤติยาก็มาเยี่ยมที่เก็บอัฐิยาย เห็นช่อดอกไม้วางอยู่ นึกสงสัยใครเอามาให้

ooooooo

ไม่นานนัก ชนิกานต์พาธีรดนย์มาที่ห้างสรรพ-สินค้า ซื้อเสื้อผ้าให้เขาหลายตัว เป็นการขอบใจที่เขาช่วยสอนทำอาหาร จนทำให้สายสัมพันธ์พ่อกับเธอกลับมาเหมือนเดิม ธีรดนย์พยักหน้ารับรู้

“หมดธุระแล้ว กลับเถอะ...แม่ฉันรอ” ธีรดนย์พูดจบขยับจะไป

ชนิกานต์คว้ามือไว้ เขารีบดึงออก แล้วจ้ำพรวดๆ จะออกจากห้างฯ เธอวิ่งมาขวาง ตัดพ้อว่าตนเองน่ารังเกียจมากนักหรือถึงกับต้องเอามือออก แล้วจับมือเขาไว้อีกครั้ง ธีรดนย์ก็ดึงมือออกอีก ชนิกานต์ไม่พอใจโผกอดทันที เขารีบดันตัวเธอออก ขอร้องอย่าทำอย่างนี้ ชนิกานต์ไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงอยู่ใกล้เธอไม่ได้

“เธอมันเป็นของต้องห้าม...คุณท่านพูดถูกแล้ว ผู้ชายกับผู้หญิงจะมาใกล้ชิดกันมันไม่เหมาะ มันอาจเลยเถิด ไม่เคยได้ยินหรือไง รักแท้แพ้ใกล้ชิด” ธีรดนย์พูดไปโดยไม่ได้คิดอะไร ผิดกับชนิกานต์ถึงกับสะอึก นึกถึงชนกชนม์ขึ้นมาทันที ลากเขากลับไปที่รถ ครู่ต่อมา ชนิกานต์ขับรถมาจอดหน้าปากซอยบ้านเช่าของสุรเดช ธีรดนย์ทักท้วง ทำไมต้องมาถึงที่นี่ โทร.นัดให้ชนกชนม์ไปหาก็ได้

“ฉันอยากรู้ว่าสมมติฐานที่ฉันกลัวจะเป็นจริงหรือเปล่า”

“เธอหมายถึงอะไร...นิกกี้”

“นายเองก็หวั่นใจไม่ต่างจากฉัน” ชนิกานต์ว่าแล้ว จ้ำพรวดๆเข้าซอยโดยมีธีรดนย์ตามไปติดๆ...

ขณะชนกชนม์กำลังตากผ้าปูที่นอนอยู่กับสุตาภัญข้างบ้าน เขามองสบตาเธอพักใหญ่ ก่อนตัดสินใจจะเผยความในใจให้รู้ หญิงสาวรู้ทันรีบขอตัวกลับ ชนกชนม์ตะโกนไล่หลัง

“เมื่อไหร่เราจะเลิกหนีความจริงกันสักที”

สุตาภัญหยุดกึกหันกลับมามอง ชนกชนม์เดินเข้าไปหา “ตาคุณคิดอย่างไรกับผม...คุณรักผมหรือเปล่า”

ทั้งคู่มัวแต่จ้องตากันลึกซึ้ง ไม่ทันเห็นชนิกานต์กับธีรดนย์ยืนมองอยู่ ชนิกานต์ถึงกับน้ำตาซึม หันหลังจะกลับ ธีรดนย์คว้าแขนไว้ สั่งให้เธอเข้าไปบอกแฟนของตัวเองให้เลิกยุ่งกับแฟนของเขา

“รักกันมากก็ไปบอกเองสิ” ชนิกานต์สะบัดมือเขาออก แล้วเดินจากไป

“นิกกี้...ฉันบอกให้กลับมาก่อน”

สุตาภัญกับชนกชนม์ ตกใจที่ได้ยินเสียงธีรดนย์ รีบเดินไปหาเจอเขายืนอยู่คนเดียว ชนิกานต์หายไปแล้วชนกชนม์ถามว่าเธอไปไหน มีอะไรกันหรือเปล่า ธีรดนย์ยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ไม่มีอะไรหรอก วีนก่อนอาหารมื้อเย็น...ตามาช่วยชนกชนม์ออกแบบหรือ”

“ใช่จ้ะ...ตากำลังจะกลับพอดี...ชนม์ตากลับก่อนนะ เย็นแล้ว คุณพ่อคุณแม่จะเป็นห่วง” สุตาภัญว่าแล้วเดินออกไปกับธีรดนย์...

ผ่านไปครู่เดียว ธีรดนย์กลับมาที่บ้านเช่าของสุรเดชอีกครั้ง ชนกชนม์แปลกใจทำไมถึงไม่ไปส่งสุตาภัญ เขาเรียกรถแท็กซี่ให้เธอกลับเอง ขาดคำเขาปล่อยหมัดเข้าเต็มหน้าชนกชนม์จนเซ แล้วตามเข้าไปซ้ำ

“เพื่อนกันทำอย่างนี้ได้ไง แกผิดคำพูด แก้ตัวสิวะว่ามันไม่จริง” ธีรดนย์ตวาดลั่น

คราวนี้ชนกชนม์ไม่ปฏิเสธ ยอมรับหน้าชื่นว่ารักสุตาภัญ ธีรดนย์ทนไม่ไหวต่อยเขาอีกครั้งจนล้มคว่ำ ชนกชนม์อ้างว่าพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้รักเธอแล้ว แต่ทำไม่สำเร็จ ธีรดนย์โกรธที่เขามีชนิกานต์อยู่ทั้งคนยังมายุ่งกับแฟนของตนอีก ชนิกานต์ยืนลุ้นอยู่มุมหนึ่งอยากรู้ว่าเขาจะว่าอย่างไร ถึงกับน้ำตาคลอเมื่อได้ยินคำตอบ

“ฉันไม่ได้รักนิกกี้ ฉันปล่อยให้มันผิดพลาดมานานเกินไป ฉันจะไม่ทำร้ายความรู้สึกของเธออีกแล้ว ฉันจะบอกเลิกเธอ” ชนกชนม์สีหน้ามุ่งมั่นเอาจริง ชนิกานต์เดินน้ำตาไหลพรากเข้าไปตบหน้าเขาฉาดใหญ่

“ฉันเป็นแค่ผู้หญิงที่น่าสงสารและน่าสมเพช

ใช่ไหม...ธี พาฉันกลับบ้าน”

ธีรดนย์ไม่กลับจะอยู่คุยกับเพื่อนทรยศให้รู้เรื่องก่อน ชนิกานต์ตวาดลั่นให้เขาเลิกฝันลมๆแล้งๆได้แล้ว ถึงอย่างไรสุตาภัญก็ไม่ได้รักเขา ธีรดนย์รับความจริงไม่ได้ ตะคอกกลับว่าสุตาภัญรักเขา หญิงสาวเสียใจที่เขาไม่ฟัง ร้องไห้โฮ วิ่งหนี ธีรดนย์หันมาวิงวอนชนกชนม์ว่าในโลกนี้มีคนที่เป็นความหวังและกำลังใจให้เขาสู้ชีวิตแค่สองคน คนหนึ่งคือแม่ของเขา อีกคนคือสุตาภัญ อย่าทำลายความหวังของเขาได้ไหม ชนกชนม์ถึงกับอึ้ง

ooooooo

กฤติยาเพิ่งกลับจากเยี่ยมอัฐิยายแก้วที่วัดในสลัม เห็นธีรดนย์กำลังจะออกจากซอย ดีใจจะเข้าไปทัก แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นชนิกานต์เข้าไปขวางหน้าเขาไว้

“นายเองก็รู้มาตลอดว่าตาไม่ได้รักนาย เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว”

“วันนี้ตาอาจจะสับสน แต่ฉันจะทำให้ตารักฉัน” ธีรดนย์พูดจบ เดินหนี ชนิกานต์ตะโกนไล่หลัง

“นายมันโง่ตามตื๊อคนที่เขาไม่รัก ทำไมไม่สนใจคนที่รักนาย...ฉันรักนาย”

ธีรดนย์เดินกลับไปหาชนิกานต์ทันที กฤติยาผิดหวังมาก ไม่อาจทนฟังต่อไปได้เดินจากไป จึงไม่เห็นเขาปฏิเสธความรักที่ชนิกานต์มอบให้อย่างไม่มีเยื่อใย และยืนยันจะรักสุตาภัญต่อไปไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรแล้วผละจากไปไม่สนใจชนิกานต์ที่ทรุดตัวลงร้องไห้กับพื้น...

ค่ำวันเดียวกัน กฤติยากลับถึงบ้านด้วยอาการของคนอกหัก เดินน้ำตาซึมจะเข้าห้อง กัณฐิกาเข้ามาหาอย่างคนสำนึกผิด ถามลูกว่าไม่สายไปใช่ไหมถ้าเราสองคนจะกลับมาเป็นแม่ลูกกัน วันนี้เธอไปขอโทษยายแก้วมาแล้ว จึงอยากจะขอโทษลูกด้วยและขอให้ลูกให้อภัย กฤติยาบ่อน้ำตาแตกทันทีโผกอดแม่ไว้แน่น

“แม่จะผิดได้อย่างไรก็แม่เป็นแม่ แอนรอคอยจะได้กอดแม่มาทั้งชีวิต”

กัณฐิกาซึ้งใจมากกอดลูกตอบ อุษายืนตะลึงที่ได้ยินว่าทั้งสองคนเป็นแม่ลูกกัน อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ รีบโทร.หาคุณท่าน แต่ยังไม่ทันได้บอกอะไร ณวัตรมีลูกค้ามาพบเสียก่อน จึงบอกให้อุษารอตอนที่ตนกลับบ้านค่อยคุยกัน เธอวางสายรีบกลับไปแอบฟังสองแม่ลูกคุยกันต่อไป กฤติยาขอร้องแม่ให้หยุดที่ณวัตรและเลิกสร้างปัญหาภายในครอบครัว เลิกยุ่งเกี่ยวกับธีรดนย์เด็ดขาด กัณฐิกามองออกว่าลูกรักใคร่ชอบพอชายหนุ่มคนนี้

“ใช่ค่ะ...แอนรักธีรดนย์ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ นิกกี้เขารักธีรดนย์”

“คุณณวัตรไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้ ถ้าลูกรักธีรดนย์ แม่ก็ยินดี”

“ธีรดนย์เขามีแฟนแล้ว ถึงเขาไม่ได้รักแอน...แอนขอแค่ได้เห็นคนที่แอนรักมีความสุข แอนก็สุขใจแล้ว แอนขอให้แม่ทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดีของคุณอาและเป็นคุณผู้หญิงที่ดีกับทุกคน แอนเชื่อว่าแม่จะมีความสุขโดยไม่ต้องดิ้นรนไขว่คว้าอะไรอีก...แอนขอได้ไหมคะแม่”

กัณฐิกานิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะรับปาก สองแม่ลูกโผกอดกันอย่างมีความสุข แต่แล้วความสุขมีได้แค่ชั่วครู่เมื่อกัณฐิกาเหลือบไปเห็นอุษายืนจ้องอยู่

“ฉันขอโทษที่มาขัดจังหวะของครอบครัว” อุษาพูดจบ เดินออกไป สองแม่ลูกต่างตกใจที่แม่บ้านผู้ซื่อสัตย์ของณวัตรรู้ความลับของพวกตน รีบวิ่งตามไปขอร้องให้ปิดเรื่องนี้ไว้อย่าให้รู้ถึงหูณวัตร อ้างว่าที่ทำไปไม่ได้คิดร้ายกับใคร อุษาไม่เชื่อ ให้ทั้งคู่ไว้คอยแก้ตัวกับคุณท่านเอง แล้วรีบเดินหนี กัณฐิกาจะตาม กฤติยารั้งไว้

“พอเถอะแม่ ถึงเวลาที่เราคงต้องยอมรับความจริง คุณอาต้องเข้าใจแล้วก็ให้อภัยเรา”

กัณฐิการู้แก่ใจดีว่าณวัตรรับไม่ได้ถ้ารู้ว่าเธอมีลูกติด วิมานที่วาดไว้ต้องพังทลายแน่นอน เธอยอม

ไม่ได้วิ่งตามไปเล่นงานอุษา กฤติยารู้สึกสังหรณ์ใจชอบกลรีบเดินตาม...

ทางฝ่ายธีรดนย์เพิ่งกลับมาถึงบ้าน ตั้งใจจะร้องเพลงให้แม่ฟังให้ได้ เดินผ่านหน้าตึกใหญ่เห็นเงียบเชียบ ไฟเปิดอยู่ไม่กี่ดวง คิดว่าแม่คงอยู่ที่ห้องพักแล้ว รีบเดินลัดสนามไปที่นั่น...

ด้านอุษาร้อนใจมาก รอให้ณวัตรกลับมาก่อนไม่ไหว ตัดสินใจโทร.หาอีกครั้ง กำลังจะอ้าปากบอกเรื่องสองแม่ลูก กัณฐิกากระชากโทรศัพท์ไปจากมือแล้วปิดเครื่องเสียก่อน ณวัตรรีบโทร.กลับแต่ติดต่อไม่ได้ เกรงจะเกิดเรื่องที่บ้าน ทิ้งงานทุกอย่างรีบกลับทันที

ooooooo

กัณฐิกาเสนอเงินให้อุษาเพื่อปิดปาก แต่เธอไม่ยอมรับเงินสกปรกที่กัณฐิกาหลอกลวงมาจากคุณท่านแล้วเข้าไปยื้อแย่งโทรศัพท์คืน กัณฐิกาไม่ให้ ขู่จะฟ้องณวัตรว่าอุษากระด้างกระเดื่องใส่ตน และจะยุให้เขาไล่เธอออก ระหว่างเมียที่เขารักกับคนรับใช้ ลองคิดดูให้ดีๆว่าเขาจะเชื่อใคร

ตอนที่ 9

สุตาภัญมาช่วยชนกชนม์ตกแต่งเสื้อสำหรับขายที่บ้านเช่าของสุรเดชแต่เช้า เขามัวแต่มองเธอไม่ได้มองเสื้อที่จะสกรีน ทำให้สีเลอะเทอะไปหมด สุตาภัญหัวเราะขำทั้งที่ในมือยังถือเข็มกับด้าย ทำให้เข็มตำนิ้วเลือดออก ชนกชนม์รีบเอาสำลีมาซับเลือด ปิดปลาสเตอร์ให้แล้วเป่ามนต์ที่นิ้วให้ 3 ที

“โอม...เพี้ยงๆๆ...หายแล้ว”

สุตาภัญมองด้วยความซาบซึ้งใจที่เขาเป็นห่วงเป็นใย พอเขามองตอบรู้สึกเขินขึ้นมา รีบไล่เขาไปอาบน้ำจะได้ไปขายเสื้อ ชนกชนม์ทำตามอย่างว่าง่าย...

กัณฐิกายืนเหม่ออยู่บนระเบียงห้อง นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานแล้วอดสงสัยไม่ได้ ทำไมชนิกานต์ต้องเล่นแรงขนาดจะเอาให้ตาย หรือว่าเธอหึงธีรดนย์ จังหวะนั้น กัณฐิกาเหลือบไปเห็นธีรดนย์กำลังใช้สวิงตักเศษใบไม้ออกจากสระว่ายน้ำ มองไปอีกทางหนึ่งปรากฏร่างของชนิกานต์กำลังจะเดินไปหาเขา กัณฐิกามองสนใจ...

ทันทีที่เห็นหน้าชนิกานต์ ธีรดนย์ถามดักคอว่าจะหาเรื่องอะไรเขาอีก เธอไม่ตอบหยิบถังขยะที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมา แล้วดึงสวิงไปจากมือเขา เอาเศษใบไม้ใส่ถังขยะ

“ยังไงเนี่ย กินยาไม่ได้เขย่าขวด หรือไม่ได้อ่านฉลากก่อนกิน ถึงได้เพี้ยน”

ชนิกานต์ชักสีหน้าไม่พอใจ แต่พอนึกขึ้นได้รีบเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม เอาสวิงไปตักเศษใบไม้อีกมุมหนึ่งของสระ ธีรดนย์แปลกใจ เธอต้องการอะไรกันแน่ ถึงได้มาทำดีกับเขา ชนิกานต์ขอร้องเขาอย่าไปจากที่นี่ ถ้าเงินไม่พอใช้ เธอจะบอกพ่อให้เพิ่มเงินเดือนให้แม่ของเขา หรืออยากจะปรับปรุงห้องพักใหม่ก็ได้ แต่ถ้าเขากับแม่อยากจะขึ้นไปนอนบนตึกใหญ่ ยังมีห้องว่างเหลืออีกหลายห้องให้เลือก

“โลกของเธอมีแต่วัตถุสิ่งของ ความสุขของฉันไม่ได้อยู่ที่ทรัพย์สินเงินทอง แต่อยู่ที่ค่าความเป็นคน”

“ฉันรู้ว่าฉันอาจไม่ดีกับนาย เอาเป็นว่าฉันจะพยายามไม่วีนไม่เหวี่ยงก็แล้วกัน อยู่ที่นี่ต่อไปนะ”

ธีรดนย์ขี้เกียจพูดกับคนเพี้ยน เดินหนี ชนิกานต์ไม่ยอมแพ้ รีบเดินตาม กัณฐิกาออกจากที่ซ่อนจะตามไปดู แต่เห็นรถของณวัตรแล่นเข้ามาเสียก่อนก็เลยเปลี่ยนใจ...

ขณะที่สุตาภัญกำลังเก็บเสื้อที่จะเอาไปขายใส่ถุงพลาสติกใบใหญ่ สุรเดชยื่นถุงใส่ของใบหนึ่งให้ อ้างว่าข้างในเป็นวัตถุมงคล เขาไปเช่ามาให้ชนกชนม์จะได้ขายดิบขายดี สุตาภัญจะเปิดดู เขาร้องห้ามลั่น

“หยุด...หลวงพ่อบอกว่าถ้าผู้หญิงเปิดดูอาคมจะเสื่อม เอาถุงใบนี้ไปวางไว้ที่ร้านจะได้เฮงๆ แต่อย่าบอกไอ้ชนม์นะว่าเป็นของฉัน ไอ้นั่นมันขี้เกรงใจ ฉันอยากเซอร์ไพรส์เพื่อนรัก”

สุตาภัญพยักหน้ารับรู้ เป็นจังหวะเดียวกับชนก–ชนม์ออกมาพอดี เห็นสุรเดชคุยอยู่กับสุตาภัญมองไม่ไว้ใจก่อนจะถามว่ามีอะไร สุรเดชแค่มาทักทายแฟนเพื่อนเท่านั้น ชนกชนม์รีบบอกว่าเธอเป็นเพื่อนไม่ใช่แฟน แล้วชวนสุตาภัญไปกันได้แล้วเดี๋ยวจะเสียฤกษ์

“ก้าวเท้าขวาออกจากประตู เฮงๆนะเพื่อน”สุรเดชมองตาม พอใจที่แผนหลอกฝากยาเสพติดสำเร็จ

ooooooo

พอเห็นณวัตรลงจากรถ กฤติยารีบเข้าไปช่วยถือกระเป๋าเอกสารให้ กัณฐิกาวิ่งมาจากอีกด้านหนึ่งถึงกับหยุดกึก แปลกใจที่กฤติยาเอาอกเอาใจณวัตรจนออกนอกหน้า แถมคุยว่าเตรียมเครื่องดื่มเย็นๆไว้รอท่าเขาด้วย แล้วเดินนำเข้าไปในตึกใหญ่ จากนั้นกฤติยานำน้ำผลไม้มาให้ณวัตรดื่ม แล้วบริการนวดไหล่ให้

“เก่งจัง หนูไปเรียนที่ไหนมา” ณวัตรหลับตาพริ้มรู้สึกผ่อนคลาย กัณฐิกาเข้ามายืนมอง กฤติยาทำไม่รู้ไม่ชี้

“แอนไม่ได้เรียนหรอกค่ะ คุณแม่สอน...คุณแม่สอนว่าเกิดเป็นผู้หญิงต้องทำให้ได้ทุกอย่าง ต้องรู้จักปรนนิบัติเอาใจ ใครเห็นใครก็รัก ใครก็หลง”

“เสียดายที่อาไม่ได้รู้จักคุณแม่หนู”

“น่าเสียดายค่ะ ที่แม่แอนตายแล้ว” กฤติยาจ้องหน้ากัณฐิกาเขม็ง ฝ่ายถูกจ้องเกรงเธอจะเปิดเผยความจริงรีบเข้ามาขัดจังหวะ ขอบใจกฤติยาที่ช่วยดูแลคุณณวัตร เดี๋ยวเธอจะดูแลต่อเองแล้วเข้ามาจะยืนแทนที่ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมขยับ กัณฐิกาบีบแขนเธออย่างแรงจนต้องถอย

“แอนขอตัวก่อนนะคะ โอกาสหน้าแอนจะ

นวดตัวให้ค่ะ รับรองว่าคุณอาจะผ่อนคลายมากกว่านี้” กฤติยาส่งยิ้มให้ณวัตรก่อนจะเดินออกไป กัณฐิกาไม่พอใจที่ลูกจงใจอ่อยณวัตร ยิ่งเห็นสายตาที่เขามองกฤติยาแล้วยิ่งหวั่นใจ รีบเบี่ยงเบนความสนใจเขาด้วยการใส่ไฟเรื่องที่ชนิกานต์สนิทสนมกับธีรดนย์จนผิดสังเกต...

ด้านธีรดนย์เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ออกจากห้องน้ำจะแต่งตัวเตรียมไปข้างนอก ต้องตกใจที่เห็นชนิกานต์นั่งปั้นจิ้มอยู่ เธอพยายามตื๊อให้เขาอยู่ที่นี่ต่อไป ธีรดนย์ไม่ยอมรับปาก ไล่เธอออกจากห้องแล้วเดินไปหยิบเสื้อมาใส่ ชนิกานต์แย่งเสื้อมาถือไว้ ให้เขารับปากให้ได้ว่าจะไม่ไปอยู่ที่อื่น

“ฉันจะอยู่จะไปมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย”

ธีรดนย์ตะคอกด้วยความรำคาญ

“ก็ฉันไม่อยากให้ไป ป้าอุษาไม่อยู่ใครจะดูแลฉันดูแลคุณพ่อ และที่สำคัญเวลาฉันไปมหาวิทยาลัยใครจะขับรถไปส่งฉัน” ชนิกานต์อ้างไปเรื่อย ทั้งที่ไม่รู้ว่า จริงๆแล้วทำไมตัวเองถึงไม่อยากให้เขาไปอยู่ที่อื่น

“อ๋อ...ห่วงไม่มีคนคอยรับใช้ว่างั้น จะยากอะไรเธอมีเงินมากพอที่จะจ้างคนใช้ได้เป็นร้อย แล้วก็เอาที่ว่านอนสอนง่ายไม่ขัดใจเธอเหมือนฉัน” ธีรดนย์ดึงเสื้อคืน ชนิกานต์ไม่ทันตั้งตัวเซเข้ามาใกล้ใบหน้าแทบชนกัน เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เผลอซบหน้ากับอกเขา ธีรดนย์รีบดันตัวออก แล้วบอกให้เธอออกไป

“สัญญากับฉันสิว่านายจะไม่ทิ้งฉัน” ชนิกานต์น้ำตาคลอ ธีรดนย์ถึงกับอึ้งไม่คิดว่าเธอจะอ่อนไหว

ขนาดนี้ ด้วยความสงสาร เขาจึงรับปากจะไม่ไปจากที่นี่ ชนิกานต์ดีใจโดดกอดธีรดนย์ทันที เขาตกใจรีบถอยห่าง

“ไปกันเถอะ ไปช่วยตากับชนม์ขายของ” ชนิกานต์ยิ้มหน้าระรื่น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ooooooo

สุตาภัญกับชนกชนม์ยังไม่ทันจะถึงปากซอย

บ้านเช่าถูกสารวัตรกับจ่าที่เคยจับชนกชนม์ขวางไว้

ขอตรวจค้นถุงใส่เสื้อผ้าที่จะเอาไปขาย ชนกชนม์

อธิบายว่าในนั้นไม่มีอะไรมีแต่เสื้อ สารวัตรไม่ฟังจะตรวจค้นให้ได้

“ด้วยความยินดีครับ แต่ถ้าไม่มียา คุณตำรวจต้องอุดหนุนผมคนละหนึ่งตัวนะครับ” ชนกชนม์ยิ้มมั่นใจ

สุรเดชกับเปี๊ยกซุ่มดูอยู่ไม่ห่าง กังวลใจ กลัวตำรวจจะพบยาเสพติด จ่าลงมือค้นในถุงเสื้อจนทั่วแต่ไม่พบอะไร สารวัตรเหลือบเห็นถุงกระดาษในมือสุตาภัญขอค้นในถุงนั้นด้วย แล้วแย่งไปจากมือ ขณะเขากำลังจะเปิดถุงดู ครูพรซึ่งดูแลศูนย์เด็กเล็กในสลัมและเป็นที่เคารพของคนในชุมชนเข้ามาทักทายสุตาภัญกับชนกชนม์เสียก่อน สารวัตรแปลกใจ ครูพรรู้จักเด็กสองคนนี้ด้วยหรือ

“น้องตาเป็นนักศึกษามาช่วยแสดงละครให้เด็กๆดูเป็นประจำค่ะ...แล้วน้องตามาทำอะไรแถวนี้คะ”

“ตามาช่วยเพื่อนสกรีนเสื้อเอาไปขายค่ะ แต่สารวัตรคิดว่าตากับเพื่อนค้ายาเสพติด”

“คนดีอย่างน้องสองคนนี่ไม่ทำแน่นอนค่ะ ถ้าจะจับ...โน่นไปจับแก๊งลูกเทวดาลูกหมาดีกว่า” ครูพรว่าแล้วชี้ไปที่สุรเดชกับเปี๊ยกแอบอยู่ “ทำตัวลับๆล่อๆหลบสารวัตรอยู่โน่น”

เปี๊ยกกับสุรเดชตกใจวิ่งหนี สารวัตรและจ่าไล่ตามไปทันที สุตาภัญขอบคุณครูพรมากที่ช่วยพูดให้ แล้วชวนชนกชนม์รีบไปเปิดร้าน ด้านสุรเดชกับเปี๊ยกหนีไม่รอด ถูกสารวัตรกับจ่านำตัวกลับสถานีตำรวจ...

ขณะที่สุตาภัญกับชนกชนม์รอดจากเงื้อมมือตำรวจมาได้หวุดหวิด ณวัตรคิดคล้อยตามคำยุแยงของกัณฐิกา ออกตามหาชนิกานต์จนทั่วตึกใหญ่แต่ไม่พบ ตัดสินใจไปดูที่ห้องธีรดนย์ กัณฐิกายิ้มสะใจที่ณวัตรจะไปห้ามปรามชนิกานต์ไม่ให้ใกล้ชิดธีรดนย์ กฤติยาแอบมองอยู่ที่มุมหนึ่ง รู้เท่าทันเจตนาแม่ตัวเอง

ครู่ต่อมา ณวัตรเปิดประตูห้องพักธีรดนย์เข้าไป พลางตะโกนเรียกเจ้าของห้อง อุษานั่งรีดผ้าอยู่อีกห้องหนึ่ง ได้ยินเสียงเอะอะออกมาถามว่าคุณท่านมีอะไร    ให้รับใช้ เขาอยากรู้ว่าธีรดนย์อยู่ไหน

“ธีรดนย์พาคุณหนูออกไปธุระค่ะ”

ณวัตรไม่พอใจสั่งว่าธีรดนย์กลับมาเมื่อไหร่ให้รีบไปพบเขาทันที อุษาแปลกใจ มีเรื่องอะไรกันแน่

ooooooo

ระหว่างทางมาที่แผงขายเสื้อ ชนกชนม์เพิ่งสังเกตเห็นถุงในมือสุตาภัญ ยังไม่ทันจะอ้าปากถามว่าถุงอะไร ชนิกานต์เข้ามาควงแขนเขาเสียก่อน ธีรดนย์เห็นสุตาภัญมากับชนกชนม์อดถามไม่ได้ว่า ทำไมมาพร้อมกัน ชนกชนม์ไม่กล้าบอกความจริง แต่งเรื่องว่าเจอกันหน้าปากทาง สุตาภัญเลยช่วยแบกของมาให้

“วันหน้าก็โทร.บอกแฟนสิ แฟนไปช่วยขนของถึงบ้านเลย” ชนิกานต์เสนอตัว

สุตาภัญไม่อยากให้ธีรดนย์ซักถามอะไรอีก รีบตัดบทชวนทุกคนไปช่วยกันจัดแผงขายเสื้อ ธีรดนย์เหลือบเห็นนิ้วสุตาภัญปิดปลาสเตอร์ ถามว่าไปโดนอะไรมา เธอโกหกว่าโดนหนามกุหลาบเกี่ยวตอนที่จัดแจกันให้แม่ เขาไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก ชนกชนม์เห็นทั้งคู่คุยกันกะหนุงกะหนิง เจ็บจี๊ดเข้าไปถึงหัวใจ...

ที่สถานีตำรวจ จ่าค้นตัวสุรเดชกับเปี๊ยกทั้งภายในและภายนอกทุกซอกทุกมุมแล้วไม่พบยาเสพติด สารวัตรจึงต้องปล่อยตัวทั้งคู่ไป สุรเดชคิดว่ารอดตัวแล้ว ชวนเปี๊ยกไปเอาของที่แผงขายเสื้อของชนกชนม์จะได้เอาไปส่งให้ลูกค้า โดยไม่รู้ว่าสารวัตรกับจ่าแอบสะกดรอยตาม...

แผงขายเสื้อของชนกชนม์กับเพื่อนๆเปิดมาพักใหญ่แล้ว ยังขายไม่ได้สักตัว ธีรดนย์จึงทำแผนโปรโมตสินค้าขึ้นมาใหม่ โดยเปิดเพลงให้ทุกคนใส่เสื้อของร้านออกไปเต้นโชว์ ผู้คนผ่านไปผ่านมาเข้ามามุงดูด้วยความสนใจ การแสดงจบเรียกเสียงตบมือชื่นชมดังสนั่น แต่ไม่มีใครสนใจจะซื้อของในร้าน ทั้งสี่คนต่างแปลกใจ

พลันมีเสียงประกาศจากร้านนายโตที่อยู่ใกล้ๆ “ทางนี้เลยน้อง เสื้อผ้าลายใหม่ไม่ซ้ำใคร”

สุตาภัญหันไปเห็นเสื้อที่แขวนอยู่ในร้านนั้นแบบเหมือนที่ร้านของชนกชนม์ไม่มีผิดเพี้ยน ชนิกานต์ไม่พอใจมากที่ถูกนายโตก๊อบปี้แบบเสื้อ พุ่งออกไปกระชากเสื้อในมือนายโตมาเทียบกับเสื้อที่ตัวเองสวมอยู่

“หน้าด้าน...ก๊อบลายเสื้อมาจากร้านฉัน เก็บของก๊อบไปเผาทิ้งแล้วปิดร้านซะ” ชนิกานต์ตะคอกลั่น นายโตไม่พอใจโวยกลับใครลอกใครกันแน่ ชนกชนม์ สุตาภัญ และธีรดนย์ตามมาสมทบ ต่อว่านายโตยกใหญ่

แทนที่จะสำนึกเขายิ่งโวยวายเสียงดัง หาว่าร้านของชนกชนม์ต่างหากที่ลอกแบบเสื้อร้านของเขา เท่านั้นยังไม่พอ นายโตขายตัดราคาเหลือแค่ตัวละ 139 บาท โดยไม่สนใจว่าเสื้อของชนกชนม์จะขายได้หรือเปล่า ทันใดนั้น มีเสียงดังมาจากร้านของหนิงฝั่งตรงข้าม ขายเสื้อก๊อบปี้ร้านของชนกชนม์เหมือนกัน แถมราคาถูกกว่าร้านของนายโต ชนิกานต์สะใจมากที่กรรมตามสนองนายโตรวดเร็วราวกับติดจรวด

ชนกชนม์เดินคอตกกลับมาที่ร้าน สุตาภัญตามมาปลอบว่าอย่าเพิ่งท้อ ช่วยกันขายเดี๋ยวก็หมดเอง

“ทั้งโดนก๊อบโดนตัดราคา ไปไม่รอดหรอก...ขายเอาทุนคืนแล้วกัน ต่อไปคงต้องปิดกิจการ” ชนกชนม์พูดจบ เดินออกจากร้าน ธีรดนย์ สุตาภัญ และชนิกานต์ช่วยกันประกาศขายเสื้อในราคาต้นทุน

ตอนที่ 8

ชนิกานต์ตื่นแต่เช้า นอนมองกล่องใส่แหวนเพชรที่พ่อให้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดดู เห็น แหวนวงสวยที่ตัวเองเคยบอกท่านว่าอยากได้ เธอหยิบขึ้นมาสวม ยิ้มดีใจที่พ่อยังจำได้ อยากจะทำอะไรดีๆ ตอบแทนท่านบ้าง รีบอาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปที่ห้องทำงานของพ่อ ลงมือจัดข้าวของรกๆบนโต๊ะทำงานให้

ธีรดนย์ผ่านมาเห็นเธอก้มๆเงยๆอยู่แถวโต๊ะ ทำงานคุณท่าน ย่องมาทางด้านหลัง ถามว่าทำอะไรอยู่ เธอสะดุ้งโหยงหันขวับ ไม่กล้าบอกความจริง ได้แต่ยืนบังโต๊ะเอาไว้ ธีรดนย์ดันตัวเธอออก เผยให้เห็นโต๊ะที่ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ ชนิกานต์อายจะเดินหนี เขาคว้ามือไว้ได้ เห็นแหวนเพชรสวมอยู่ที่นิ้วเธอ ถึงบางอ้อทันที

“อยากตอบแทนคุณท่านที่ให้แหวนเพชรล่ะสิ”

“ยุ่งน่า” ชนิกานต์เอ็ดกลบเกลื่อน ขยับจะเดินหนี ธีรดนย์ยื้อไว้ ทำความดีทำไมต้องอาย ไว้ละอายใจตอนทำชั่วไม่ดีกว่าหรือ เธอขอร้องเขาอย่าหาเรื่องกันแต่เช้า แล้วเดินหนี ธีรดนย์มองตามเห็นเธอตรงรี่เข้าครัว คิดว่าจะไปป่วนอะไรในนั้น รีบตามไปดู...

ขณะที่ชนิกานต์เลือกทำความดีตอบแทนพ่อ สุรเดชกลับทำชั่ว ขโมยเงินที่ชนกชนม์ได้จากการถ่ายแบบไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่เอี่ยมมาใส่โชว์สาว เจ้าของเงินถึงกับควันออกหู กระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้

“แกไม่รู้หรือไง กว่าฉันจะหาเงินมาได้ แทบเสียตัว แล้วเงินนั่นต้องไปจ่ายค่าเทอม”

“อ้าว...แล้วก็ไม่บอก งั้นเอาเสื้อผ้ารองเท้าไปจ่ายแทนค่าเทอม” สุรเดชว่าแล้วทำท่าจะถอดชุดให้ ชนกชนม์โกรธจัด เดินออกไปอย่างหัวเสีย สุรเดชคิดแผนการบางอย่างได้ รีบตามมาปลอบว่าอย่าไปเครียดกับเงินไม่กี่ พันบาท มาทำงานให้ตนแป๊บเดียวก็ได้เป็นหมื่นแล้วแล้วส่งห่อยาเสพติดให้

“เลิกทำตัวเป็นคนดีได้แล้ว คนดีมีแต่ในนิยาย ชีวิตจริงมักจะอดตาย”

“อดตายดีกว่าทำผิดกฎหมายและที่สำคัญ ฉันจะไม่ฆ่าคนทั้งเป็น” ชนกชนม์ปัดห่อยากระเด็น แล้วผละจากไป สุรเดชรีบหยิบห่อยาขึ้นมา ตะโกนไล่หลัง สุดท้ายแล้วชนกชนม์จะต้องกลืนน้ำลายตัวเอง...

ครู่ต่อมา ชนกชนม์มายืนเกาะประตูรั้วบ้านชลนิภา คิดถึงบ้านคิดถึงแม่เหลือเกินอยากจะเข้าไปหา แต่พอเห็นรถของเธอแล่นตรงมาที่ประตูรั้ว เขากลับวิ่งไปแอบกลัวจะโดนตะเพิด ชลนิภาเห็นใครบางคนวิ่งผ่านหน้าบ้าน สั่งให้คนขับหยุดรถ กวาดตามองหาไม่เห็นใคร ทันทีที่รถของแม่คล้อยหลัง ชนกชนม์ออกจากที่ซ่อนมองตามตาละห้อย ไม่ทันเห็นสุตาภัญย่องมาทางด้านหลัง เขาหันกลับมาอีกทีเจอเธอยืนอยู่ตรงหน้าตกใจร้องลั่น

“ขวัญเอ๊ยขวัญมา อยู่กับเนื้อกับตัวนะขวัญจ๋า” สุตาภัญเป่ามนต์เพี้ยงๆให้ ทำเหมือนเขาเป็นเด็กๆแล้วถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าถึงมายืนหน้าเครียดอยู่ตรงนี้ ชนกชนม์ไม่กล้าเล่าให้ฟัง ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

“มี...ปัญหาเรื่องการเงินใช่ไหม”

ชนกชนม์งง รู้ได้อย่างไร สุตาภัญแอบไปเช็กที่สำนักทะเบียนของมหาวิทยาลัยมา รู้ว่าเขายังไม่ได้ชำระค่าเทอม เสนอให้เอาเงินเก็บของเธอไปจ่ายก่อน ถ้ามีค่อยเอามาใช้คืน แต่ถ้าไม่มีก็ให้ถือว่าเธอติดหนี้เขาตั้งแต่ชาติปางก่อน ชนกชนม์ปฏิเสธทันทีว่าไม่เอา สุตาภัญว่าถ้าไม่ยอมให้ช่วยแสดงว่าเธอไม่ใช่เพื่อน ชนกชนม์หนีไม่ออกจำต้องรับความช่วยเหลือ เธอบอกให้เขาไปรอที่สวนสาธารณะ เดี๋ยวจะกลับไปเอาเงินที่บ้านมาให้

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ธีรดนย์เห็นชนิกานต์หั่นผักเตรียมทำอาหารด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ พร้อมกับดูตำรา อาหารไปด้วยก็อดขำไม่ได้ กระเซ้าว่าคนชั่วกลับใจคิดจะทำอะไร ชนิกานต์รีบเอาตัวบังวัตถุดิบที่เตรียมไว้แล้ว ไล่เขาออกจากครัว ธีรดนย์เห็นท่าทางแม่ครัวมือใหม่ แล้วเกรงจะทำไม่สำเร็จอาสาจะช่วย เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้อง

“อย่าอวดดีน่า ทำสุ่มสี่สุ่มห้า คุณท่านกินเข้าไปท้องเสียขึ้นมาเป็นเรื่องอีก”

ชนิกานต์ชักคล้อยตาม สุดท้ายต้องยอมให้ธีรดนย์ช่วย กฤติยายืนมองอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ชอบใจนักที่เห็นทั้งคู่ช่วยกันทำกับข้าวไป หยอกล้อกันไปสนุกสนาน แม้บางทีจะมีทะเลาะกันบ้างก็ตาม...

ขณะที่สุตาภัญกำลังจะขึ้นไปหยิบเงินให้ชนกชนม์ ได้ยินเสียงถ้วยชามตกแตก หันไปมองในครัวเห็นแม่นอนกองอยู่กับพื้น มีเศษถ้วยชามเกลื่อน รีบวิ่งเข้าไปประคอง รู้ทันทีว่าท่านเป็นไข้

“ตัวแม่ร้อนมาก แม่ยังไม่หายดีเลย แม่ไปพักเถอะ”

“วันนี้คุณพ่อไปตีกอล์ฟกับหัวหน้า แม่ต้องไปช่วยดูแล...แม่ฝากลูกเก็บกวาดด้วย” เสาวนิตย์ว่าแล้วฝืนจะลุกขึ้น แต่กลับทรุดลงอีกครั้ง จังหวะนั้น สุทินตะโกนเร่งให้เสาวนิตย์รีบออกมาเร็วๆ มัวแต่โอ้เอ้จะเลยเวลานัด เขาเห็นเธอเงียบไป ตะโกนเร่งอีก สุตาภัญรีบหิ้วถุงกอล์ฟเข้ามาหา สุทินแปลกใจเสาวนิตย์หายไปไหน

“คุณแม่ไม่สบายค่ะ ให้ท่านพักเถอะ ตาไปช่วยคุณพ่อเอง”

สุทินไม่มีทางเลือกจำต้องเอาลูกไปแทน...

ด้านชนกชนม์มาถึงสวนสาธารณะของหมู่บ้าน เจอสุรัมภานั่งซึมอยู่คนเดียว เป็นห่วงจะเข้าไปทัก แต่มีข้อความจากสุตาภัญเข้ามาในมือถือชนกชนม์เสียก่อนว่า ต้องไปธุระกับพ่อ จะเอาเงินไปให้ที่มหาวิทยาลัย เขาอ่านจบเงยหน้าขึ้นมอง เจอสุรัมภายืนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะโผกอดเขาด้วยความดีใจ ชนกชนม์รีบแกะมือเธอออก รู้ดีว่าเธอคิดอย่างไรกับเขา พยายามเว้นระยะห่างความสัมพันธ์ เพื่อตัดปัญหา

“...ภาออกมานั่งเหงาคนเดียว มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าบอกพี่ได้นะ พี่ชายคนนี้ยินดีช่วยเหลือน้องสาวเสมอ”

“ไม่ค่ะ...ภาไม่ต้องการพี่ชาย ภาต้องการคนรักและคนรักของภาคือพี่ชนกชนม์” สุรัมภาวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา ชนกชนม์เป็นห่วงเธอมาก แต่เลือกที่จะไม่ตามเพราะไม่ต้องการให้ความหวัง หันหลังเดินจากไป สุรัมภาโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ เห็นหลังชนกชนม์ไวๆ เสียใจที่เขาไม่ตามมาง้อ...

ที่คฤหาสน์ของณวัตร ชนิกานต์ยืนดูกับข้าวฝีมือตัวเองที่จัดวางเต็มโต๊ะอาหารด้วยความภูมิใจ

“คุณท่านคงปลื้มใจที่ลูกสาวเข้าครัวทำอาหารให้กิน” ธีรดนย์กระเซ้า

“ไม่ต้องพูดมาก ไปยกน้ำมา” ชนิกานต์ว่าแล้วดันตัวเขากลับเข้าครัว ขณะธีรดนย์กำลังเปิดตู้หาเหยือกน้ำ กฤติยารีบหยิบมาวางให้ เขาแปลกใจเธอรู้ได้อย่างไร เธอได้ยินชนิกานต์สั่งเขา ธีรดนย์แกล้งทำเสียงดุ
“นี่ แอบฟังเราคุยกันหรือ”

“เปล่านะ ฉันได้ยินเสียงกุกกักในครัวก็เลยเข้าไปดู เห็นธีกับนิกกี้ช่วยกันทำอาหาร”

“นั่น ยอมรับหมดเปลือก อย่างนี้ต้องลงโทษ” ธีรดนย์เห็นเธอหน้าเสีย รีบบอกว่าล้อเล่น แล้วขอตัวไปเอาน้ำก่อน กฤติยาตามไปช่วย เพราะต้องการอยู่ใกล้ชิดเขา

ooooooo

ระหว่างที่ชนิกานต์ตรวจดูความเรียบร้อยของโต๊ะอาหารเป็นครั้งสุดท้าย กัณฐิกาเดินเข้ามาเห็นกับข้าวบนโต๊ะถึงกับออกปากชม วันนี้ป้าอุษาทำอาหารหน้าตาน่ากินมาก ชนิกานต์คุยอวดว่าเป็นฝีมือของเธอเอง กัณฐิกาไม่สนใจฟัง เอื้อมมือจะตักกับข้าวกิน เธอรีบดึงจานอาหารออก

“สำหรับคุณพ่อคนเดียวเท่านั้น คนอื่นห้ามแตะต้องโดยเฉพาะคนนอกอย่างเธอ”

“คุณณวัตรคงตื้นตันใจจนน้ำตาไหล เมื่อลูกสาวสวยใสไร้สมองแปลงโฉมเป็นแม่ศรีเรือน”

“อย่ามายั่วโมโหฉันนะ ฉันกำลังอารมณ์ดี หลบไป... ฉันจะไปตามคุณพ่อ” ชนิกานต์เดินกระแทกไหล่แม่เลี้ยงตัวแสบจะออกไป ณวัตรเดินสวนเข้ามาพอดี หญิงสาวกำลังจะชวนพ่อกินข้าว แต่ยัยตัวแสบชิงพูดเอาหน้าเสียก่อนว่าอาหารพร้อมแล้ว ณวัตรมาที่โต๊ะอาหารไม่สนใจจะมองลูกสาวตัวเองด้วยซ้ำ

“อาหารน่ากินมาก คุณกัณทำหรือครับ...คุณรู้ได้ไงว่าผมชอบกิน...ของโปรดของผมทั้งนั้นเลย”

แทนที่กัณฐิกาจะปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ กลับนิ่งเฉยทำให้ณวัตรเข้าใจผิดคิดว่าเธอทำอาหารเหล่านี้เอง ชนิกานต์โกรธมากเอาอาหารเททิ้ง ณวัตรตะโกนห้ามลั่น เสียงดังเข้าไปถึงในครัว ธีรดนย์กับกฤติยาแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงห้ามปรามไม่ได้ทำให้ชนิกานต์หยุดอาละวาด ณัวตรต้องเข้าไปดึงลูกออกจากโต๊ะอาหาร

“ลูกจงเกลียดจงชังคุณกัณไปถึงไหน เธอมีน้ำใจทำอาหารให้เรากิน แล้วลูกทำอะไรบ้างนอกจากรังควานกลั่นแกล้งคุณกัณ” ณวัตรต่อว่าเสียงลั่น

ชนิกานต์น้อยใจมากที่พ่อเห็นกัณฐิกาดีทุกอย่าง ส่วนเธอไม่ว่าจะทำอะไรเลวไปหมด ไม่เคยมีดี ตัดพ้อเสร็จวิ่งหนีออกจากห้อง กัณฐิกายิ้มสะใจ ธีรดนย์เดินเข้ามากับกฤติยาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

“ดูฝีมือเพื่อนแก อาละวาดเทอาหารที่คุณกัณเป็นคนทำให้ฉัน” ณวัตรโวย

“คุณน้าไม่ได้ทำค่ะ คนที่ทำอาหารคือนิกกี้ค่ะคุณอา”

ณวัตรตกใจที่รู้ความจริงจะตามไปขอโทษลูก กัณฐิกาห้ามไว้อย่าเพิ่งไปพูดตอนนี้ปล่อยให้เธอใจเย็นก่อน กฤติยาไม่อยากให้พ่อลูกผิดใจกัน เร่งณวัตรให้รีบไปหาลูก เขาออกจากห้องทันที กัณฐิกามองตามไม่พอใจ...

ด้านชนิกานต์หนีมาร้องไห้อยู่คนเดียวที่สนามหญ้าข้างบ้าน ณวัตรตามมาปรับความเข้าใจแต่เธอไม่ฟังโวยวายต่อว่าเขาลั่นบ้าน แล้วระบายแค้นถอดแหวนเพชรปาใส่หน้าพ่อโดนคิ้วแตกเลือดซึม

“ลูกทำเกินไปแล้วนะ เอะอะก็เอาแต่ใช้อารมณ์ ทำตัวงี่เง่าแบบนี้ถึงไม่มีใครรัก” ณวัตรโวยเสร็จ เดินหัวเสียเข้าบ้าน ธีรดนย์ต้องเตือนชนิกานต์ให้ไปขอโทษท่าน ทั้งๆที่รู้ตัวว่าทำไม่ดี เธอยังเถียงข้างๆคูๆว่าไม่ทำอะไรผิด พ่อต่างหากที่ไปชมนังนั่น เธออุตส่าห์ไปช่วยจัดของและทำอาหารให้ท่านตั้งหลายอย่าง ยังมาด่าเธออีก

“แล้วทำไมไม่พูดดีๆเข้าใจผิดก็อธิบายให้เข้าใจ ทำผิดก็ขอโทษ มันไม่มีอะไรยากเลย ปัญหามันแก้ง่ายนิดเดียวเอง...ท่องคาถาให้ขึ้นใจ อย่ากลัวเสียหน้า อย่ากลัวเสียฟอร์ม”

ชนิกานต์พยักหน้ารับรู้ขอบใจเขาแล้ววิ่งเข้าตัวตึก ธีรดนย์รู้สึกดีที่เธออ่อนลงยอมฟังคำแนะนำของตน...

ทางฝ่ายสุรัมภาทนเก็บความอัดอั้นตันใจไม่ไหว ตัดสินใจจะเล่าเรื่องที่ถูกชยางกูรข่มขืนให้แม่ฟัง แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด เสาวนิตย์หน้ามืดเพราะพิษไข้ เป็นลมล้มพับไปเสียก่อน

ooooooo

ไม่นานนัก สุทินกับสุตาภัญมาถึงสนามกอล์ฟ เกรียงศักดิ์นายของสุทินต่อว่าเขาที่ปล่อยให้นั่งรอ สุทินรู้สึกผิดมากยกมือไหว้ขอโทษ แล้วแนะนำสุตาภัญให้รู้จักเจ้านายของเขา เกรียงศักดิ์แปลกใจ เสาวนิตย์ไปไหน ทำไมไม่มาด้วย สุตาภัญรายงานว่าแม่ไม่สบายนอนพักอยู่ที่บ้าน สุทินไม่พอใจที่ลูกตอบคำถามแทนทำตาดุใส่

“คุณเสาวนิตย์ป่วยเป็นอะไรมากไหม”

“ไม่มากค่ะ ไข้ขึ้นเพราะโดน...เอ่อ...โดนฝนเป็นไข้หวัดค่ะ”

สุทินโล่งใจที่สุตาภัญไม่เปิดเผยความจริง รีบเปลี่ยนเรื่อง ชวนเกรียงศักดิ์ไปออกรอบกันได้แล้ว พงษ์ภูมิลูกชายของเกรียงศักดิ์ตามมาสมทบพอดี สุทินรีบยกมือไหว้ทั้งๆที่ตนเองอาวุโสกว่า แถมเขาไม่รับไหว้พ่อของเธออีกต่างหาก สุตาภัญไม่ชอบขี้หน้าผู้ชายคนนี้ขึ้นมาทันที พงษ์ภูมิถูกใจสุตาภัญ สั่งให้สุทินไปดูแลพ่อของเขา ส่วนเขาจะดูแลสุตาภัญให้เอง เธอเริ่มไม่ไว้ใจผู้ชายคนนี้...

สุตาภัญยิ่งขยะแขยงพงษ์ภูมิมากขึ้นเมื่อเขาพยายามจะหาเศษหาเลยกับเธอตลอด แถมไม่ให้เกียรติเธอกับพ่อ เธอจึงหาเรื่องว่ากระทบกลับไปบ้าง ทำให้เขาไม่พอใจ คิดจะเอาชนะเธอให้ได้ เมื่อตีกอล์ฟมาถึงหลุม 3 พงษ์ภูมิทักพ่อของเขาว่ารองเท้าเปื้อน เกรียงศักดิ์ก้มมองรองเท้าตัวเองแล้วหันมองสุทินซึ่งรีบคว้าผ้าเช็ดหน้าออกมาจะเช็ดรองเท้าให้ สุตาภัญทนไม่ได้คว้ามือท่านไว้

“คุณพ่อจะทำอะไรคะ”

สุทินไม่พอใจปัดมือลูกออก แล้วก้มลงไปเช็ดรองเท้าให้เกรียงศักดิ์ สุตาภัญเศร้าใจมากที่พ่อลดศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อเลียเจ้านาย พงษ์ภูมิเหมือนจะรู้ทันความคิดของเธอ เข้ามายืนข้างๆ

“พ่อเธอฉลาด รู้จักเอาตัวรอด เธอเองก็ต้องเรียนรู้ไว้บ้างว่าควรทำตัวยังไงกับคนที่มีอำนาจเหนือกว่า” พงษ์ภูมิว่าแล้วเดินไปขึ้นรถกอล์ฟ แล้วหันมาสั่งสุตาภัญให้ขึ้นรถ เธอไม่พอใจ แต่จำต้องนั่งไปกับเขา...

ขณะที่สุตาภัญเริ่มทนพฤติกรรมของเจ้านายพ่อและลูกชายของเขาไม่ไหว ชนกชนม์มาซ้อมดนตรีกับวงของธีรดนย์ที่ผับเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิด ธีรดนย์ชวนเขาให้มาร้องเพลงด้วยกันจะได้มีรายได้ ชนกชนม์ไม่อยากเบียดเบียนเพื่อน ถ้าเอาเขามาเพิ่มอีกคนหนึ่ง หารเงินกันแล้วจะเหลือไม่กี่บาท

“แล้วนายจะหาเงินจากไหน” ธีรดนย์ถามด้วยความเป็นห่วง

ชนกชนม์ยังคิดไม่ออก ธีรดนย์เตือนเพื่อนรัก อย่างไรเสียก็อย่าหมดหนทางจนต้องขึ้นไปข้างบน ชนกชนม์รู้ดีว่าเขาหมายถึงบ่อนพนันของเฮียปรัชญา ส่ายหน้าแล้วเดินออกไป เมื่อมาถึงหน้าผับ เห็นรถของชยางกูรจอดอยู่ เป็นห่วงน้องขึ้นมาทันที รีบวิ่งไปที่ชั้นสอง เจอนักเลงคนเดิมที่เฝ้าอยู่หน้าประตูทางเข้าบ่อน ถามว่าจำเขาได้ไหมคนที่เป็นเพื่อนของสุรเดช

“จำได้แม่นเลยล่ะ”

ชนกชนม์คิดว่าเขาไม่ว่าอะไร ขยับจะเข้าไปข้างใน แต่นักเลงไม่ให้เข้าลากเขาออกไป เตือนว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวไปให้พ้นๆหน้า ชนกชนม์จะขอไปหาน้องชายเท่านั้น ไม่ได้คิดจะเข้าไปก่อกวน นักเลงรำคาญชักปืนขึ้นมาขู่ ชนกชนม์ไม่รอช้า เผ่นแน่บ

ooooooo

หลังจากได้นอนพัก เสาวนิตย์ค่อยยังชั่วขึ้นไข้ ลดลงแล้ว เห็นสุรัมภานั่งซึมอยู่ เดินเข้ามาถามว่าก่อนแม่จะเป็นลม เธอมีอะไรจะเล่าให้ฟังไม่ใช่หรือ สุรัมภาเริ่มลังเลที่เล่า เสาวนิตย์เห็นลูกอึกๆอักๆชักสงสัย

“ลูกไปทำอะไรมา...เรื่องผู้ชายหรือเปล่า...คุณพ่อเหนื่อยเพื่อพวกเรามามากแล้ว อย่าสร้างปัญหาให้คุณพ่อไม่สบายใจอีก แม่ขอนะ”

“ค่ะ...ภาจะไม่สร้างปัญหาให้คุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจ”

“ลูกรักของแม่” เสาวนิตย์ดึงลูกสาวคนเล็กมากอด สุรัมภาน้ำตาคลอไม่สามารถเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นได้...

ทางด้านสุตาภัญอดสูใจมากที่พ่อของเธอแกล้งตีกอล์ฟแพ้เจ้านายเพียงเพราะต้องการเอาใจ พอเห็นพ่ออยู่เพียงลำพัง เดินเข้าไปถามตรงๆว่ายอมก้มให้เกรียงศักดิ์เพื่ออะไรกันแน่ ตำแหน่งหน้าที่หรือการเลื่อนยศ

“ฉันทำเพื่อพวกเธอ...เรามีบ้านหลังใหม่ มีกินมีใช้สบายขึ้นไม่ใช่เพราะหน้าที่การงานหรือไง”

“ตาไม่อยากให้คุณพ่อก้มหัวให้เขาดูถูกเรา...” สุตาภัญยังคุยกับพ่อไม่จบ พงษ์ภูมิเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน พูดขึ้นลอยๆว่าช่วยเอาถุงกอล์ฟไปเก็บที่รถตู้ของเขาด้วย สุทินคิดว่าสั่งตนเอง ขยับจะไป

“เดี๋ยว...ผมหมายถึงลูกสาวอา” พงษ์ภูมิว่าแล้วเหลือบมองสุตาภัญซึ่งมองสุทินเป็นทำนองไม่อยากไปกับผู้ชายคนนี้ สุทินไม่สนใจ สั่งให้เธอไปช่วยเขา เธอจำต้องแบกถุงกอล์ฟตามพงษ์ภูมิด้วยความไม่พอใจ...

เมื่อมาถึงรถตู้ พงษ์ภูมิออกอุบายให้สุตาภัญเอาถุงกอล์ฟไปใส่ไว้ในรถ พอจะถอยออกมาเขาผลักเธอเข้าไปข้างในแล้วเริ่มลวนลาม สุตาภัญร้องขอความช่วยเหลือลั่น พงษ์ภูมิเห็นท่าไม่ดีรีบปิดประตูรถ สุทินยืนมองเหตุการณ์อยู่จะเข้าไปช่วย แต่เกรียงศักดิ์เรียกไว้ บอกให้ไปดูแลเรื่องอาหารให้ สุทินชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไปช่วยลูก กระชากพงษ์ภูมิออกจากรถ แล้วพาสุตาภัญลงมา

“แกรู้ตัวหรือเปล่า กำลังเล่นกับใคร” พงษ์ภูมิโวยลั่น

สุทินต่อยเขาเปรี้ยงถึงกับเซถลา เกรียงศักดิ์ตามมาสมทบแสร้งถามว่าเกิดอะไรกันขึ้น สุทินไม่กล้าฟ้อง บอกว่าไม่มีอะไร ลูกของเขาไม่ค่อยสบายขอตัวกลับก่อนแล้วพาสุตาภัญออกไปทันที เกรียงศักดิ์หันไปต่อว่าลูกชาย ทีหน้าทีหลังหัดเลือกสถานที่บ้าง อย่าให้เดือดร้อนมาถึงตน...

ตอนที่ 7

สุรัมภาไม่ยอมบอกเหตุผลว่าทำไมถึงออกมาพบชยางกูรค่ำๆมืดๆขอร้องชนกชนม์อย่าพูดถึงชื่อนี้ให้เธอได้ยินอีก อ้อนวอนเขาอย่าทิ้งเธอไปไหน เธอรักเขามาก

“เราคุยกันเรื่องนี้จบไปแล้วนะ”

“แต่ภาตัดใจจากพี่ไม่ได้ พี่เป็นผู้ชายคนเดียวที่ภารัก พี่รู้ไหมว่าภาเสียใจมากแค่ไหน ภาอยากให้พี่ปกป้องภาตลอดไป” สุรัมภาว่าแล้วโผกอดเขาร้องไห้

ทันใดนั้น ชนิกานต์เข้ามากระชากเธอออก สั่งห้ามมายุ่งกับแฟนของตนอีก สุรัมภากอดชนกชนม์ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ชนิกานต์ไม่พอใจออกแรงดึงอีก ชนกชนม์ ขอร้องให้เธอหยุดทึ้งน้องได้แล้ว เธอกำลังเข้าใจผิด

“นายใจดีเกินไป ไม่ทันแผนร้ายยัยนี่หรอก...วันก่อนเอาเพื่อนมาดักตบฉัน วันนี้หน้าด้านมาแย่งแฟนฉันอีก เธอมันไร้ยางอายจริงๆ ขาดผู้ชายไม่ได้หรือไง ฉันแนะนำให้ดักรอหน้าผับหรือไปยืนรอแถวถนนใหญ่ หน้าตาอย่างเธอหาเหยื่อได้ไม่ยาก แต่ระวังโดนลากไปข่มขืน” ชนิกานต์พูดเรื่อยเปื่อยไม่ได้คิดอะไร

สุรัมภาถูกแทงใจดำเรื่องข่มขืนถึงกับปล่อยโฮ ผลักชนิกานต์พ้นทางแล้ววิ่งหนี สุตาภัญเป็นห่วงน้องรีบวิ่งตาม ชนกชนม์เป็นห่วงสุตาภัญไล่ตามไปติดๆชนิกานต์น้อยใจที่เขาทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง...

สุตาภัญตามไม่ทัน เพราะน้องหนีขึ้นรถแท็กซี่ไปเสียก่อน ชนกชนม์ไม่เข้าใจทำไมสุรัมภายังโกรธเธออยู่ ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่ สุตาภัญไม่อยากยุ่งด้วย ไล่ให้เขากลับไปดูแลแฟนของเขาจะดีกว่า

“ผมเป็นห่วงคุณมากนะ มีอะไรให้ช่วยบอกผมได้”

สุตาภัญอยากให้ชนกชนม์ช่วยไปบอกน้องชายให้เลิกรังควานสุรัมภา แล้วให้เขาเก็บความห่วงใยไว้ เธอไม่ต้องการ โดยเฉพาะจากคนเห็นแก่ตัวอย่างเขา ชนกชนม์จับมือสุตาภัญมาตบหน้าตนเอง จะให้ทำอะไรเขายอมทุกอย่างขอเพียงเธอกลับมาเป็นนางฟ้าของเขาเหมือนเดิม เขาจะต่อสู้ชีวิตต่อไปได้อย่างไรถ้าไม่มีกำลังใจจากเธอ สุตาภัญไม่ซึ้งด้วยพยายามสะบัดมือออก ชนกชนม์ไม่ยอมปล่อย แถมดึงเธอมากอดไว้แน่น

ชนิกานต์เห็นภาพบาดตาถึงกับอึ้ง ธีรดนย์ที่กำลังจะเข้าไปเล่นดนตรีก็ตะลึงเช่นเดียวกัน ชนกชนม์ยังไม่ทันได้บอกว่ารักสุตาภัญมากแค่ไหน เธอตั้งสติได้เสียก่อนผลักเขาออกแล้วตบหน้าหัน จากนั้นวิ่งหนีขึ้นรถแท็กซี่ ธีรดนย์ปรี่เข้าไปต่อยชนกชนม์ไม่ยั้งด้วยความหึงหวง ต่อว่า ว่าเป็นเพื่อนประสาอะไรคิดจะแย่งแฟนเพื่อน ชนิกานต์ กระชากเขาออก ขู่ถ้าไม่หยุดทำร้ายแฟนของเธอ จะไล่แม่ของเขาออกจากงาน ธีรดนย์หยุดกึก

“เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆไอ้ชนม์...เราต้องเคลียร์กัน” พูดจบ ธีรดนย์เดินจากไปอย่างหัวเสีย

ชนกชนม์ขอร้องชนิกานต์อย่าไปโกรธธีรดนย์ แค่เรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น แล้วขอตัวกลับก่อน เธอตัดสินใจถามเขาตรงๆว่าที่ยอมเป็นแฟนเธอเพราะรักหรือสงสาร ชนกชนม์ถึงกับพูดไม่ออก ชนิกานต์ร้องไห้โผกอดเขาไว้

“ไม่มีใครรักฉันเลย คุณพ่อไม่สนใจฉันอีกแล้ว ฉันมีเพียงนายคนเดียว ฉันรักนาย...นายรักฉันใช่ไหม”

ชนกชนม์ไม่อยากทำให้ชนิกานต์เสียใจ และไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของธีรดนย์จำต้องรับบทแฟนของชนิกานต์ต่อไปอย่างขมขืนใจ

ooooooo

ในเวลาต่อมา ชยางกูรขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้าน โดยมีรถของธนกรแล่นตามมาติดๆเขาเห็นพ่อมองมาด้วยสายตาแปลกๆรีบเดินหนี ธนกรวิ่งมาขวางไว้ ต่อว่าลูกว่าทำไมถึงได้ทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้น

ชยางกูรตีหน้าซื่อตาใสไม่รู้ว่าพ่อพูดเรื่องอะไร ธนกรสะกดรอยตามลูกชายตั้งแต่เช้าแล้ว เห็นเหตุการณ์ที่ลานจอดรถทุกอย่าง เขาจะเข้าไปช่วยสุรัมภาแต่ชนกชนม์ช่วยไว้ได้ก่อน ชยางกูรไม่พอใจที่พ่อไม่ไว้ใจ

“พ่อเชื่อใจลูกมานานพอแล้ว นานพอที่พ่อจะรู้ว่าเชื่อคนผิด”

“คุณพ่อคิดมากไป มันก็แค่สนุกๆคุณพ่ออย่าซีเรียสนักเลย”

“ลูกยังคิดว่าเป็นเรื่องสนุก ทั้งๆที่มันผิดกฎหมาย เป็นเพราะแม่ตามใจลูกจนเสียคน ไปสารภาพกับแม่”

ชยางกูรยังปากแข็งไม่ยอมรับผิด ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกัน ชยางกูรถือดีว่าแม่เข้าข้าง พูดจาไม่ให้ความเคารพ ธนกรจึงตบหน้าลูกเพื่อเตือนสติ ชลนิภารู้เรื่องนี้เข้าบ้านแทบแตก ตำหนิเขาอย่างแรงที่บังอาจมาตีลูกของเธอ ธนกรถามเสียงเครียด ตกลงชยางกูรเป็นลูกของเธอหรือลูกของเราสองคน ชลนิภาถึงกับอึ้ง

“คุณควรตอบผมได้แล้ว ผมอยู่บ้านนี้ในฐานะอะไร สามี...พ่อของลูกหรือพนักงานถือกระเป๋าให้ประธานบริษัท นังแป๋วคนใช้ในบ้านยังมีตัวตนมากกว่าผมเสียอีก...ถามจริงๆเถอะ คุณแต่งงานกับผมเพราะรักผมหรือประชดคุณวีรภัทร” ธนกรมองหน้าชลนิภาอย่างรอคำตอบ

“อย่ากดดัน แล้วก็อย่ามาขัดใจฉัน...และที่สำคัญอย่าทำให้ลูกกูรเสียใจอีก” ชลนิภาพูดจบเดินสะบัดออกไป ไม่สนใจธนกรที่ช้ำใจกับการต้องตกเป็นเบี้ยล่างของเธอและลูก...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทันทีที่สุทินเห็นสุตาภัญก้าวเข้ามาในบ้าน คว้าไม้เรียวหวดไม่ยั้ง ปากก็ต่อว่าเสียงลั่น

“ลูกภาเล่าให้ฟังหมดแล้วว่าเธอหนีออกจากบ้านไปหาผู้ชายที่ผับ ลูกภาเป็นห่วงกลัวเธอเสียคน นี่ถ้าลูกภาไม่เข้าไปห้าม เธอคงมั่วสุมไม่ยอมกลับบ้าน”

สุตาภัญเหลือบเห็นน้องสาวยืนมองมาด้วยความสะใจ ก่อนจะเดินหนีขึ้นบ้าน รู้สึกเสียใจที่น้องใส่ความแต่ไม่ได้แก้ข้อกล่าวหาใดๆรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ พูดไปพ่อก็ไม่เชื่อจึงปล่อยให้ท่านตีจนไม้เรียวหักคามือถึงได้หยุดตีแล้วไล่เธอกลับห้อง สุตาภัญแปลกใจที่พ่อไม่ทำโทษเพิ่มเติม

เสาวนิตย์จะประคองลูกขึ้นห้อง แต่สุทินเรียกไว้ สุตาภัญจึงเดินขึ้นไปคนเดียว สุทินมองเสาวนิตย์คิดจะ ลงโทษเธอด้วยฐานเป็นแม่แต่ไม่รู้จักสั่งสอนลูก ด้านสุตาภัญขึ้น มาถึงโถงบันไดชั้นบน เจอสุรัมภาดักรอเยาะเย้ยอยู่ เธอต่อว่าน้องว่าทำไมต้องทำแบบนี้ เกลียดเธอมากนักหรือ

“ใช่...ฉันเกลียดเธอ ฉันต้องโชคร้ายที่เกิดมาเป็นน้องเธอ” สุรัมภาโทษพี่สาวว่าเป็นต้นเหตุให้ตัวเองถูกชยางกูรข่มขืน เพราะเขาต้องการแก้แค้นที่สุตาภัญเล่นตัว สุตาภัญอยากรู้สาเหตุว่าทำไมน้องถึงเกลียดเธอ  สุรัมภาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้เดินหนีเข้าห้องปิดประตูใส่หน้า

“ไม่ว่าภาจะเกลียดพี่ ทำร้ายพี่...พี่ก็ยังรักภาเสมอ” สุตาภัญตะโกนไล่หลัง...

ที่ผับของเฮียปรัชญา ธีรดนย์อินไปกับเพลงที่ ตัวเองร้อง เนื้อหาของเพลงเต็มไปด้วยความเศร้าและเจ็บปวดจากความรัก ไม่ใช่เขาคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้ ชนกชนม์กับสุตาภัญรวมทั้งชนิกานต์ก็รู้สึกเช่นกัน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ชนกชนม์กำลังนั่งคุยกับโจอยู่ที่มุมหนึ่งของมหาวิทยาลัย ธีรดนย์โยนนวมคู่หนึ่งลงตรงหน้า บอกให้ไปเจอกันที่โรงยิม ชนกชนม์รู้ว่าเขาไม่พอใจเรื่องเมื่อคืนหยิบนวมขึ้นมาดู

“มันไปบ้าพลังมาจากไหน ไอ้ชนม์แกไม่ต้องไปบ้าจี้ตามมันเลย” โจบ่นไปมองตามธีรดนย์ที่เดินจากไปด้วย พอหันกลับมาอีกที ชนกชนม์บ่ายหน้าไปทางโรงยิมแล้ว โจสีหน้าครุ่่นคิดกังวลใจ...

ครู่ต่อมา โจนำเรื่องนี้ไปบอกสุตาภัญกับชนิกานต์ซึ่งนั่งรอเข้าเรียนอยู่หน้าห้องเลกเชอร์ ชนิกานต์ถึงกับบ่นอุบไม่รู้ว่าธีรดนย์เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก โจตั้งข้อสังเกตว่าผู้ชายจะต่อยกันมีแค่สองเรื่องเท่านั้น ไม่โชว์พลังก็แย่งผู้หญิง สุตาภัญทำเป็นไม่สนใจ ขอตัวไปเรียน ชนิกานต์ไม่ยอมให้ไป จะลากเธอไปโรงยิมด้วยกันให้ได้

“เธอไปคนเดียวก็ได้ ธีฟังเธออยู่แล้ว” สุตาภัญว่าแล้วขยับจะเข้าห้องเลกเชอร์ ชนิกานต์คว้ามือไว้ ในเมื่อสุตาภัญเป็นตัวต้นเหตุจะให้เธอไปคนเดียวได้อย่างไร เจ้าตัวถึงกับหน้าเสีย ชนิกานต์มองแปลกใจ

“เธอจะตีหน้าเศร้าทำไม ฉันไม่ได้ว่าเธอแย่ง

ชนม์สักหน่อย ปัญหามันมาจากยัยภาเป็นต้นเหตุ ชนม์ปลอบใจเธอแล้วธีก็เข้าใจผิด...ถึงเธอไม่ใช่คนก่อเรื่อง แต่เธอต้องร่วมรับผิดชอบ”

สุตาภัญสบายใจขึ้น แต่ยังตัดสินใจไม่ถูกจะไปห้ามสองหนุ่มดีหรือไม่...

ที่โรงยิมของมหาวิทยาลัย ชนกชนม์พยายามอธิบายให้ธีรดนย์ฟังว่าเรื่องเม่ือคืนไม่มีอะไรในกอไผ่ พอดีสุตาภัญมีปัญหากับน้องสาว เขาแค่เข้าไปปลอบใจเท่านั้น ธีรดนย์โดดขึ้นเวทีมวย แล้วหันมาทางชนกชนม์

“เป็นลูกผู้ชายก็ขึ้นมา แต่ถ้าเป็นหน้าตัวเมีย

แทงข้างหลังเพื่อนก็กลับไปซะ”

คำพูดท้าทายของธีรดนย์ทำให้ชนกชนม์ไม่มีทางเลือก จำต้องขึ้นเวที แต่ยังพยายามขอร้องเขาให้คุยกันดีๆ เพื่อนกันไม่จำเป็นต้องใช้กำลังตัดสินปัญหา ธีรดนย์

ไม่ฟังอะไรทั้งนั้นชกชนกชนม์หงายหลังตึง

“อย่าคิดว่าแกเคยมีบุญคุณกับฉันแล้วจะแย่งคนรักของฉันไปได้...ลุกขึ้นมา”

“เพื่อนทำให้เพื่อนไม่หวังผลตอบแทน ฉันไม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำให้นายเป็นหนี้บุญคุณ แล้วฉันก็ไม่เคยคิดแย่งตา” ชนกชนม์ยันตัวลุกขึ้น ยังไม่ทันตั้งตัว ธีรดนย์ปล่อยหมัดเข้าเต็มหน้าถึงกับเซไปติดเชือก

“ไม่คิดหรือไม่กล้ารับความจริง ฉันไม่ได้โง่ ฉันรู้ว่าแกชอบตา...แกรักตาใช่ไหม” ธีรดนย์รุกเข้าหา

ชนกชนม์ตัดสินใจสารภาพ “ใช่ ฉันรักตา...ถึงฉันจะชอบตารักตาแค่ไหน แต่ฉันทำได้แค่รู้สึกดีและเป็นห่วงเป็นใยเธอ...เธอเป็นคนบอกรักแก เธอเป็นแฟนแก” ชนกชนม์ยืนยันหนักแน่น ธีรดนย์ท้าพนันถ้าใครชกชนะได้สุตาภัญไป ชนกชนม์ไม่เอาด้วยเพื่อนกันย่อมไม่แย่งผู้หญิงคนเดียวกัน หันหลังจะเดินลงจากเวที

ธีรดนย์เข้ามาขวางไว้ “เพราะแกเป็นเพื่อนฉัน แกถึงต้องสู้กับฉัน...ฉันไม่อยากได้ความรักเพราะสงสารหรือสมเพช ฉันต้องได้ความรักเพราะเป็นที่หนึ่งไม่ใช่ที่สอง...คิดเป็นเพื่อนฉัน...สู้กับฉัน”

ชนกชนม์หันกลับมาเผชิญหน้า แล้วตั้งการ์ดเตรียมต่อสู้ เป็นจังหวะเดียวกับสุตาภัญและชนิกานต์มาถึงโรงยิม ชนิกานต์จะเข้าไปห้ามแต่สุตาภัญบอกให้ปล่อยสองคนนั่น ไม่ต้องไปยุ่ง

“เธอจะให้ธีมันฆ่าแฟนฉันหรือไง”

“เชื่อฉันเถอะ เพื่อนก็คือเพื่อน ความรุนแรงอาจจะไม่ช่วยแก้ปัญหา แต่สำหรับคนที่มีมิตรภาพต่อกัน มันอาจทำให้ทุกอย่างดีขึ้น” สุตาภัญเชื่อว่าทั้งสองหนุ่มจะยุติปัญหาได้ด้วยตัวเอง...

การต่อยมวยเป็นไปอย่างสูสี ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ จังหวะหนึ่ง ธีรดนย์เสียท่าถูกชนกชนม์รุกไล่จนต้องถอยร่น แต่นึกขึ้นได้ว่าไม่อยากแย่งสุตาภัญไปจากเพื่อนจึงออมมือ ปล่อยให้อีกฝ่ายบุกบ้าง ชนกชนม์เผลอตัว เหลือบมองสุตาภัญที่ยืนดูอยู่ข้างเวที ธีรดนย์สบช่องต่อยปลายคางเขาล้มคว่ำ ชนิกานต์ร้องลั่น

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ นายธี” แล้ววิ่งมาดูอาการชนกชนม์ พอเห็นไม่เป็นอะไรก็เบาใจ...

ในที่สุดธีรดนย์และชนกชนม์ก็ปรับความเข้าใจกันได้อย่างที่สุตาภัญคาดไว้ไม่มีผิด หนำซ้ำมิตรภาพระหว่างทั้งคู่ยังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

ooooooo

ตั้งแต่ธนกรตบหน้าสั่งสอนชยางกูรครั้งนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับชลนิภาดูห่างเหินไม่เหมือนเดิม เช้านี้ก็เช่นกัน ธนกรแต่งตัวเสร็จ คว้ากระเป๋าจะไปทำงานไม่กินมื้อเช้าด้วย ชลนิภาต้องเรียกเขาไว้

“กินอาหารก่อน แล้วไปบริษัทพร้อมกัน”

ธนกรมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินต่อไป ชลนิภาไม่พอใจที่เขาไม่ฟังคำสั่ง จำต้องนั่งกินข้าวคนเดียว เพราะชยางกูรออกไปเรียนแต่เช้า เธอตักข้าวเข้าปากได้คำเดียวก็กินไม่ลง มองไปยังเก้าอี้ที่ว่างเปล่าแล้วฉุกคิดถึงเมื่อครั้งที่ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าทั้งชยางกูร ธนกรและชนกชนม์ แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครอยู่เคียงข้างสักคน แป๋วเห็นเจ้านายนั่งหน้าเศร้า ถามว่าเหงาไหม ชลนิภาเอ็ดลั่นว่าถามคำถามงี่เง่าทำไม

“อย่าหาว่าแป๋วจุ้นจ้านเลยค่ะ แป๋วสงสารคุณนายค่ะ แม่แป๋วเคยสอนว่าถ้ามีผัวอย่าข่มผัวไม่งั้นผัวจะทิ้ง”

“แกหุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ อย่าไปพูดถึงเขาอีก”

แป๋วอธิบายว่าไม่ได้หมายถึงคุณวีรภัทรแต่หมายถึงคุณธนกรต่างหาก กลัวเขาจะทิ้งเจ้านายไปอีกคน ชลนิภาโกรธ ไล่เธอไปพ้นหน้า เตือนว่าทีหน้าทีหลังอย่าปากเสียอีก แป๋วกลัวหัวหด รีบเผ่นออกมาแทบไม่ทัน

“ฉันไม่เคยคิดข่มใคร ฉันแค่อยากให้ทุกอย่างดีที่สุด” ชลนิภาพึมพำน้ำตาคลอ...

ขณะที่ชลนิภากำลังเศร้าใจกับชีวิต กัณฐิกาพากฤติยามาเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

ทั้งคู่มีความเห็นไม่ตรงกัน ชอบชุดคนละสไตล์ กฤติยาชอบแบบที่มีสีสันสดใสแต่กัณฐิกาชอบแบบหรูดูดี คะยั้น–

คะยอให้ลูกเอาชุดที่ตนเองเลือกให้ กฤติยายืนยันจะเอาชุด

ที่เธอเลือกเอง กัณฐิกาไม่พอใจ

“อย่าดื้อนักสิ ฉันเลือกสิ่งที่ดีให้เสมอ...ลูกไม่ใช่สก๊อยในสลัมที่จะใส่สีสันแสบตา ชุดนี้มีรสนิยมกว่า”

กฤติยาชักสีหน้าขึ้นมาทันที กัณฐิการู้ตัวว่ายุ่งมากไป เอาชุดที่ตัวเองเลือกแขวนราวไว้ แล้วเชิญลูกเลือกชุดเอาเองตามสบาย ณวัตรเข้ามาเห็นชุดที่กัณฐิกาเลือกสวยดี แนะให้กฤติยาลองสวมดู

“หลานชอบชุดนั้นมากกว่า” กัณฐิกาว่าแล้วชี้ชุดที่กฤติยาเลือก

“หนูชอบชุดที่คุณอาเลือกค่ะ” กฤติยาเปลี่ยนใจหน้าตาเฉย “หนูไปลองชุดให้คุณอาดูนะคะว่าใส่แล้วจะสวยเหมือนอย่างที่คุณอาพูดหรือเปล่า”

“ฉันจะรอดู” ณวัตรมองตามด้วยแววตาเป็นประกาย หันมาอีกทีเจอกัณฐิกาจ้องอยู่ เขารีบกลบเกลื่อนขอตัวไปดูของด้านโน้นก่อน กฤติยาเปลี่ยนชุดเสร็จเมื่อไหร่ ให้โทร.ตามแล้วกัน...

ครู่ต่อมา กฤติยาในชุดใหม่เดินออกจากห้องลองเสื้อจะไปอวดณวัตร กัณฐิกาเข้าไปขวางไว้ เตือนว่าอย่าให้มันมากนัก หัดสงบเสงี่ยมเจียมตัวไว้บ้าง กฤติยาทำไก๋ไม่รู้ว่าแม่พูดอะไร

“แล้วแกคิดจะทำอะไรกับผัวฉัน”

“แม่คิดมากไปหรือเปล่า หนูแค่อยากเอาใจให้คุณอาเอ็นดูตามที่แม่ต้องการ หนูทำอะไรผิดหรือคะ”

“คิดแค่นั้นก็ดีแล้ว...ไป...ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว” กัณฐิกาดันตัวลูกกลับไปที่ห้องลองเสื้อ หันมาอีกทีต้องตกใจที่เห็นสุรเดชกำลังเดินดูของอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของร้าน รีบปราดเข้าไปหา สุรเดชเห็นกัณฐิกาก็ดีใจ ถามว่ากฤติยาแฟนของเขามาด้วยหรือเปล่า เธอโกหกว่าไม่ได้มา

“แล้วนั่นวิญญาณใครล่ะครับ” สุรเดชชี้ไปที่ห้องลองเสื้อ เห็นกฤติยาเดินออกมา รีบพุ่งไปทางนั้นทันทีกัณฐิกาหน้าเสีย เกรงณวัตรจะรู้ความลับจากปากเสียๆของสุรเดช รีบวิ่งตาม...

ขณะที่สุรเดชบ่ายหน้ามาทางห้องลองเสื้อ

ณวัตรคว้ามือกฤติยาพาออกไปอีกทางหนึ่ง อ้างว่ามีของจะให้ดู สุรเดชมาถึงบริเวณห้องลองเสื้อ แต่หญิงคนรักหายไปแล้ว กัณฐิกาแอบยิ้มดีใจ

“ฉันบอกแล้วไง ลูกฉันไม่ได้มา”

“ถึงหน้าผมจะโง่ แต่ตาผมไม่ได้บอด” สุรเดชพูดจบออกตามหากฤติยาโดยมีกัณฐิกาตามประกบไม่ห่าง

ooooooo

ที่ห้างเดียวกัน ชนกชนม์อดถามธีรดนย์ไม่ได้ว่าพามาที่นี่ทำไม ธีรดนย์เห็นเพื่อนอยากได้งานทำ พอดีวันก่อนเจอเจ๊โมเดลลิ่งคนหนึ่งที่ผับ ชวนให้มาถ่ายแบบลงหนังสือ บอกว่าอยากได้นายแบบสองคนก็เลยชวนเขามาด้วย ชนกชนม์ตื่นเต้นเกิดมาไม่เคยถ่ายแบบมาก่อน เก๊กหน้าหล่อวางมาดเท่ ธีรดนย์ขำกลิ้ง

“ไปได้แล้วไอ้ชนม์...อย่าให้เจ๊รอนาน” เขาว่าแล้วลากคอชนกชนม์ออกไป...

ด้านชนิกานต์รู้ว่าธีรดนย์พาชนกชนม์มาถ่ายแบบที่ห้างแห่งนี้ ชวนสุตาภัญมาเป็นเพื่อน เพื่อมอบดอกไม้เป็นกำลังใจให้ชนกชนม์ โดยจะวานให้สุตาภัญช่วยเป็นบุรุษไปรษณีย์ส่งดอกไม้ให้เขาแทนเธอ

“แฟนใครคนนั้นก็ดูแลเองสิ” สุตาภัญเกี่ยง

“ให้เองมันไม่ตื่นเต้น ต้องมีแผนนิดนึง...เดี๋ยวเธอใส่ชุดหมี” ชนิกานต์พูดพลางชี้ไปยังชุดหมีที่กองอยู่กับพื้น “เอาช่อดอกไม้ไปให้เขา แล้วชี้มาที่ฉัน...ฉันจะโพสท่าเป็นนางแบบ เข้าไปหอมแก้มแสดงความยินดีกับงานใหม่ของเขา...โอเค”

สุตาภัญปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด แล้วเดินหนี ชนิกานต์ผิดหวังที่เพื่อนไม่ยอมช่วย อึดใจถัดมา สุตาภัญเดินกลับมาบอกว่าใส่ชุดหมีแล้วฉี่ไม่ได้ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน ชนิกานต์เฮลั่นด้วยความดีใจ...

ขณะที่แผนให้กำลังใจแฟนของชนิกานต์สำเร็จไปหนึ่งขั้น ธีรดนย์กับชนกชนม์มาถึงที่หมายตามนัด ชนก–ชนม์แปลกใจเมื่อเห็นเจ๊โมเดลลิ่งที่เพื่อนว่าคือคุณชาติ เกย์หื่นที่ตนเคยเจอที่ผับของเฮียปรัชญาตอนทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ ชนกชนม์เห็นสายตาที่เขามองมาแล้วถึงกับเสียววาบ จะขอถอนตัว ธีรดนย์ไม่ยอมให้ไปดึงตัวไว้

“โอเค...ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พร้อมลุยเลยค่ะ” คุณชาติสั่งการด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง...

ทางฝ่ายณวัตรพากฤติยามาหลบมุมหลังร้าน แล้วมอบกล่องใส่สร้อยห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กๆให้ อ้างว่าเป็นการรับขวัญหลานคนใหม่ เธอส่งคืนทันที

“หนูรับไม่ได้หรอกค่ะ มันมีค่ามากเกินไป แค่คุณอาเมตตาหนูก็ถือเป็นบุญคุณแล้วค่ะ”

ณวัตรจับมือเธอไว้ ก่อนจะยัดกล่องสร้อยเพชรให้ คะยั้นคะยอให้รับไว้ อย่าให้เขาเสียนํ้าใจ แล้วกำชับว่าอย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ กฤติยาถามหยั่งเชิงว่ากลัวคุณน้าจะรู้หรือ

“อาไม่อยากให้ลูกนิกกี้อิจฉาหนู ไม่งั้นคงอาละวาดอีก อารักและเป็นห่วงหนูมากนะ”

“ขอบคุณค่ะ หนูจะถือว่าเป็นของขวัญจากคุณอาที่เคารพ” กฤติยาพยายามรักษาระยะห่างไว้ รู้แล้วว่าณวัตรเจ้าชู้ไม่เลือก...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก สุรเดชเห็นหลังกฤติยาไวๆ รีบเดินเข้าไปหา กัณฐิกาใจเสีย ขอร้องเขาให้เลิกยุ่งกับลูกของเธอ อย่าทำลายชีวิตกฤติยาเลย สุรเดชไม่ฟังเสียงอ้อนวอนปรี่เข้าไปหยุดตรงหน้าณวัตรกับกฤติยาที่มองเขาอย่างตกใจ กัณฐิการีบเข้ามาบอกณวัตรว่าได้ของครบแล้ว พวกเรากลับกันได้แล้ว พร้อมกับดึงกฤติยาออกมาเพื่อเบนความสนใจสุรเดช แต่ไม่ได้ผล เขายังคงยืนอยู่ตรงหน้าณวัตร

“คุณครับ...ห้องนํ้าไปทางไหนครับ”

ณวัตรชี้ไปที่ป้ายบอกทาง สุรเดชขอบคุณเขาแล้ววิ่งปรู๊ดออกไป กัณฐิกาถึงกับถอนใจโล่งอก กฤติยารู้สึกดีที่สุรเดชไม่เปิดเผยความลับของเราสองคนแม่ลูกให้ณวัตรล่วงรู้ พยายามกวาดตามองหาเขาแต่ไม่เห็น พอเธอกับพวกคล้อยหลัง สุรเดชโผล่ออกจากที่ซ่อน พึมพำกับตัวเอง

“รักแท้คือการเสียสละ ก็แค่วันนี้วันเดียว”

ooooooo

การถ่ายแบบของชนกชนม์และธีรดนย์ผ่านไปอย่างราบรื่น คุณชาติชมไม่หยุดว่ารูปออกมาหล่อมาก สองหนุ่มคิดว่าเสร็จงานแล้ว ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

“ยังเหลืออีกเซ็ตหนึ่งจ้ะ...ไปเปลี่ยนชุด ย้ายโลเกชั่นค่ะ” คุณชาติว่าแล้วเดินนำกองถ่ายออกไป...

เมื่อชนิกานต์พาสุตาภัญในชุดหมีมาถึงสถานที่ถ่ายแบบจึงไม่พบใคร แปลกใจว่าหายไปไหนกันหมดธีรดนย์บอกเธอเองว่าถ่ายแบบกันแถวนี้ สุตาภัญคิดว่าพวกนั้นคงกลับกันหมดแล้ว ชวนเพื่อนกลับบ้าง

“แกรอตรงนี้ ฉันจะไปดูว่าถ่ายแบบตรงไหน เดี๋ยวฉันมาตาม ใส่หัวไว้ อย่าให้แฟนฉันเห็น”

สุตาภัญมองตามเพื่อนรักเดินลับมุมตึกด้วยความเซ็ง ก่อนจะหยิบหัวหมีขึ้นมาสวม...

ระหว่างที่ชนิกานต์ออกตามหากองถ่าย ธีรดนย์เร่งชนกชนม์ที่มัวแต่เก๊กหล่อหน้ากระจกเงาในห้องนํ้าชายให้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วๆ ถ่ายเซ็ตนี้เสร็จจะได้รับเงินเลย ชนกชนม์ขอบใจเขามากที่ช่วยหางานให้ ขณะที่ธีรดนย์เข้าไปปลดทุกข์ คุณชาติแอบมายืนด้านหลัง

ชนกชนม์ พอเขาเงยหน้ามองกระจกเงาตกใจร้องลั่น

“เฮ้ย...นี่ห้องนํ้าชายนะครับพี่...ผมว่าพี่ไปรอข้างนอกดีกว่า ผมขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

“เซ็ตนี้ไม่ต้องใช้เสื้อผ้า...เน้นความใสวิ้งๆๆๆ” คุณชาติไม่พูดเปล่าเข้ามาปลดกระดุมเสื้อชนกชนม์ที่ร้องเอะอะด้วยความตกใจ ก่อนจะเผ่นหนีออกไปแทบไม่ทัน โดยมีคุณชาติไล่ตาม...

ชนกชนม์ไม่รู้จะไปหลบที่ไหน เจอหมีมาสคอตตัวโตโดยไม่รู้ว่าเป็นสุตาภัญ รีบวิ่งไปหลบด้านหลัง คุณชาติหาชนกชนม์ไม่พบ เจอแต่หมีตัวโตกำลังเต้นรำ ถอดใจเลิกตามหา นึกขึ้นได้ว่าธีรดนย์ยังอยู่ในห้องนํ้ารีบวิ่งกลับไปหา ชนกชนม์ค่อยๆโผล่หน้าออกมาดู ไม่เห็นเกย์หื่นถึงกับถอนใจโล่งใจ

“ขอบใจมากนะหมีน้อย เธอช่วยชีวิตฉันไว้ รักหมีที่สุดเลย”

สุตาภัญจำเสียงชนกชนม์ได้ถึงกับตะลึง โดยไม่คาดคิดชนกชนม์โผกอดหมีไว้แน่น หญิงสาวไม่ทันตั้งตัว เซหงายหลังตึงโดยมีเขานอนอยู่บนตัว หัวหมีกระเด็นไปอีกทาง ชนกชนม์ตะลึงที่เห็นสุตาภัญ พอตั้งสติได้รีบลุกพรวด เธอพยายามจะลุกขึ้น แต่ทำไม่ได้ต้องให้เขาช่วยดึง ชนกชนม์เห็นเธอในชุดหมีแล้วอดขำไม่ได้

“คุณมาเล่นละครให้เด็กดูหรือ”

สุตาภัญไม่ตอบ วานเขาช่วยเก็บช่อดอกไม้ที่พื้นให้ รอชนิกานต์กลับมาจะได้ทำตามแผนให้เสร็จๆไป...

ฝ่ายธีรดนย์เปิดประตูห้องนํ้าออกมาต้องตกใจแทบหงายหลังเมื่อจ๊ะเอ๋กับคุณชาติที่ยืนรอท่าอยู่ เขาทำเฉไฉถามหาชนกชนม์ คุณชาติขอร้องไม่ให้พูดถึงคนไม่รักดีคนนั้นอีก ให้พูดแต่เรื่องของเราสองคนจะดีกว่า แล้วเข้ามาลูบไล้เนื้อตัวธีรดนย์ที่แอบทำหน้าสยอง ก่อนจะค่อยๆเขยิบออกมาแบบเนียนๆ แล้วแบมือขอค่าตัว

คุณชาติหยิบซองใส่เงินขึ้นมาโบกยั่ว “เงินมาผ้าหลุด”

“หลุดให้หมดทุกชิ้นเลยนะครับเจ๊” ธีรดนย์แสร้งเล่นด้วยเพื่อให้เขาตายใจ ไม่นานนัก ก็มีเสียงกรีดร้องดังสนั่นไปทั้งห้างชนิกานต์เดินผ่านมาพอดี สะดุ้งโหยง พยายามชะเง้อมองเข้าไปในห้องนํ้าชาย เป็นจังหวะเดียวกับธีรดนย์เปิดประตูผลัวะ วิ่งสวนออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าของคุณชาติ เจอชนิกานต์ยืนหน้าเหลออยู่ นึกสนุกยัดเสื้อผ้าใส่มือเธอแล้ววิ่งหนี อึดใจ คุณชาติในสภาพใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวพรวดพราดตามออกมา

“เอาเสื้อผ้าเจ๊คืนมา”

ชนิกานต์ตกใจรีบคืนเสื้อผ้าให้ แล้ววิ่งออกมาทันที คุณชาติถึงกับอารมณ์เสียที่วันนี้ไม่มีผู้ชายตกถึงท้อง

ooooooo

สุตาภัญขี้เกียจรอชนิกานต์จัดแจงยื่นช่อดอกไม้ให้ชนกชนม์ซึ่งรับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เธอรีบออกตัวว่าไม่ใช่ดอกไม้ของเธอ ชนกชนม์หุบยิ้ม

“นิกกี้ฝากฉันให้นาย แต่ผิดแผนไม่รู้ว่าเจ้าตัวหายไปไหน จบหน้าที่ฉันแล้ว...บาย” สุตาภัญคว้าหัวหมีเดินจากไป ชนกชนม์รีบตามจนทัน ถามว่าหายโกรธเขาหรือยัง เธอไม่ตอบ เขาพยายามง้อสุดฤทธิ์ ขอให้เธอยกโทษให้ สุตาภัญไม่สนใจยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ชนกชนม์ตัดสินใจโผกอดเธอไว้

“ปล่อย...อย่ามากอดฉัน” สุตาภัญตกใจร้องลั่น

“ฉันไม่ได้กอดเธอสักหน่อย ฉันกอดหมี...ฉันจะปล่อยก็ต่อเมื่อเธอให้อภัยฉัน”

หญิงสาวพยายามดิ้นหนีแต่ไม่หลุด จำต้องยอมยกโทษให้ ชนกชนม์ดีใจส่งเสียงเฮลั่น สักพัก ชนิกานต์ กับธีรดนย์ตามมาสมทบ ธีรดนย์อดขำไม่ได้ที่เห็น

สุตาภัญในชุดหมี เธออายมาก หันไปต่อว่าชนิกานต์

“เพราะเธอคนเดียว...ฉันทำหน้าที่เสร็จแล้วนะ”

ชนิกานต์หันไปเห็นชนกชนม์ถือช่อดอกไม้ที่ตนเองซื้อให้ยิ้มพอใจ เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นสุตาภัญขอตัวไปถอดชุดนี้ออกก่อน ธีรดนย์กับชนิกานต์นึกสนุกไม่ยอมให้ถอด ขอถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก ขณะที่ทั้งสี่คนถ่ายรูปร่วมกัน ชนกชนม์ลอบมองสุตาภัญด้วยสายตาลึกซึ้ง เธอเองก็มองตอบเขาด้วยสายตาแบบนั้นเช่นกัน...

ขณะที่ชนกชนม์กับพวกกำลังสนุกสนานกัน

อยู่ที่ห้างสรรพสินค้า เพทายทำให้ชยางกูรกลายเป็น

ผีพนันสมใจ เล่นจนหมดหน้าตักไม่พอ ยังขอกู้เงินจากเฮียปรัชญาเจ้าของบ่อนอีกหนึ่งล้านบาทมาเล่นพนันต่อ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่านี่เป็นแผนหลอกสูบเงินของทั้งคู่

ooooooo

ชนิกานต์หรือนิกกี้จับได้ว่ากัณฐิกาแอบให้นาฬิการาคาแพงกับธีรดนย์ แถมใส่ให้เขาด้วยมือตัวเอง เธอมองออกว่าแม่เลี้ยงคิดจะเคลมเขา ลากทั้งคนพร้อมด้วยนาฬิกาไปฟ้องพ่อ เพื่อให้รู้ธาตุแท้ของเธอ ณวัตรกลับบอกว่าตนเป็นคนซื้อนาฬิกาเรือนนั้นเอง แล้วฝากกัณฐิกาเอาไปให้ธีรดนย์

“ไม่จริง คุณพ่อแก้ตัวแทนมัน ไม่งั้นมันไม่ทำลับๆล่อๆโกหกนิกกี้”

“พ่อเป็นคนสั่งให้ปิดเป็นความลับ เพราะถ้าลูกรู้ก็อาละวาดอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ แล้วเป็นไง มันก็เป็นจริงอย่างที่พ่อคิดไว้...ไหนๆลูกเอะอะไม่พอใจแล้ว ก็รู้ไว้ซะเลยว่าพ่อซื้อสร้อยให้หนูกฤติยาด้วย”

กัณฐิกามองหน้ากฤติยาไม่พอใจที่ไม่บอกเรื่องนี้กับตน ณวัตรหยิบกล่องใส่แหวนเพชรยื่นให้ชนิกานต์

“ส่วนของลูก พ่อซื้อแหวนเพชรที่ลูกบ่นอยากได้...

พ่อถือว่าทุกคนในบ้านเป็นลูกหลาน ต้องได้รับความรักเท่าเทียมกัน จบเรื่องก็ออกไปได้แล้ว พ่อมีงานต้องทำ”

กัณฐิการอจนทุกคนออกไปหมดแล้ว จึงหันไปขอโทษณวัตรที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้นอีก เขาขอร้องเธออย่าโทษ ตัวเอง เธอทำดีที่สุดแล้ว กัณฐิกายิ้มพอใจที่ณวัตรไว้วางใจ...

ด้านชนิกานต์ไม่ยอมรามือ ตามไปหาเรื่องธีรดนย์ว่าใฝ่สูงคิดจะหนีชีวิตคนใช้โดยใช้กัณฐิกาเป็นบันได

ไต่ออกจากรั้วบ้านหลังนี้

“รู้ด้วยว่าฉันอยากไปจากที่นี่...บอกด้วยความจริงใจนะ ฉันไม่เคยคิดใช้คุณกัณเป็นเครื่องมือ แต่

เอาล่ะเมื่อเธอเสนอ ฉันก็จะสนอง” ธีรดนย์ยิ้มกวนแล้วผละจากไป ชนิกานต์เจ็บใจ รีบตามเขาจนทันตรงแถวสระว่ายน้ำ ถามว่าคิดจะเอานังหนังเหี่ยวนั่นจริงๆหรือว่าคิดจะใช้เธอเป็นทางผ่านไปหาหลานสาว กฤติยาผ่านมาพอดีหลบมุมแอบฟัง

“ขอบใจอีกครั้งที่ชี้โพรงให้กระรอกน้อย ก็น่าสนนะ กฤติยาดีกว่าเธอด้วย”

ชนิกานต์ถามเสียงเขียวว่านังนั่นดีกว่าเธอตรงไหน ธีรดนย์มองสำรวจทั่วตัวเธอ ก่อนจะบอกว่ากฤติยา

สวยกว่า แถมนิสัยก็ดีกว่า สรุปแล้วดีกว่าชนิกานต์ทุกอย่าง เธอตรงเข้าทุบตีเขาไม่ยั้ง ธีรดนย์คว้ามือไว้

“แล้วที่สำคัญอ่อนหวานกว่า ผู้ชายน่ะ ต้องการให้ผู้หญิงเอาอกเอาใจไม่ใช่เอาแต่วีน ใครเลือกเธอก็เพี้ยนแล้ว” เขาหัวเราะชอบใจ แล้วเดินออกไป ชนิกานต์โกรธ ผลักเขาลงสระว่ายน้ำ ธีรดนย์คว้าตัวเธอไว้ ทำให้ตกน้ำไปด้วยกัน เธอตั้งหลักได้ไล่ตีเขาอุตลุด ธีรดนย์จับมือเธอไว้ ชนิกานต์ไม่ยอมแพ้จะกัดมือเขาให้ปล่อย ธีรดนย์ดึงมือหลบ ทำให้เธอเสียหลักเซเข้าหา ใบหน้าของทั้งคู่ชนกัน ต่างนิ่งงันราวกับตกอยู่ในภวังค์ เขาก้มจะจูบเธอ

กฤติยาทนดูไม่ได้ทำทีเพิ่งมาเห็นเหตุการณ์ แกล้งส่งเสียงร้องเอะอะ ชนิกานต์ได้สติผลักธีรดนย์ออก แล้วรีบขึ้นจากสระว่ายน้ำเดินเข้าบ้าน ธีรดนย์ขึ้นตาม ยิ้มแก้เขินให้กฤติยา ก่อนจะกลับห้องพัก

ooooooo

ระหว่างที่ธีรดนย์เดินมาตามทางจะไปห้องพัก กฤติยาวิ่งตามเข้ามาพร้อมกับส่งผ้าขนหนูให้

“ธีรดนย์ นายเช็ดตัวสิ เดี๋ยวเป็นหวัดหรอก”

“เรียกธีก็ได้” ธีรดนย์ว่าแล้ว รับผ้ามาเช็ดหัวแบบลวกๆ กฤติยาแย่งมาเช็ดให้แล้วถามหยั่งเชิงว่าชนิกานต์เป็นแฟนกับเขามานานหรือยัง ธีรดนย์แก้ตัวเป็นพัลวันว่าเธอเข้าใจผิด เราสองคนไม่ได้เป็นแฟนกัน เป็นคู่แค้นกันมากกว่า เธอก็เห็นไม่ใช่หรือว่าชนิกานต์เกลียดเขายิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน

“ก็ไม่แน่นะ เกลียดมากก็รักมาก โตมาด้วยกันอาจจะรักกันโดยไม่รู้ใจตัวเองก็ได้”

“ฉันกับนิกกี้เป็นแฟนกัน บ้านระเบิดแน่ แล้วเธอล่ะมีแฟนหรือยัง”

“ใครจะมาสนใจเด็กกำพร้าอย่างฉัน”

“อ้าว...พูดอย่างนี้ฉันก็หมดสิทธิ์สิ...คือ...ฉัน

หมายถึง ฉันก็กำพร้าพ่อเหมือนกัน”

จังหวะนั้น กัณฐิกาเข้ามาตามตัวกฤติยาให้ไปช่วยหาสร้อยคอให้ อ้างว่าทำหล่นหายในห้อง พอไล่ลูกไปพ้นทางแล้ว กัณฐิกาก็หันไปหาชายหนุ่ม จะช่วยเช็ดตัวให้ แล้วคว้าผ้าขนหนูไปจากมือ เขารีบแย่งคืน

“ไม่เป็นไรครับ...ขอบคุณครับ” ธีรดนย์พูดจบ รีบกลับห้องพัก กัณฐิกามองตาม ผิดหวังที่โดนปฏิเสธ...

ความจริงแล้วกัณฐิกาไม่ได้ต้องการหาสร้อย แค่จะเรียกกฤติยามาต่อว่าเรื่องที่ณวัตรซื้อสร้อยให้แล้วไม่บอก กฤติยาเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญก็เลยไม่บอก กัณฐิกาปรามว่าอย่าวาดฝันให้ไกลก็แล้วกันเพราะคุณณวัตรซื้อสร้อยให้เพราะเห็นเธอเป็นลูกเป็นหลาน เธอรู้ตัวดีว่าควรวางตัวอย่างไร แม่ควรจะดูแลคนของแม่จะดีกว่า

“นอกจากห่างๆคุณณวัตรแล้ว แกก็ไม่ควรใกล้ชิดธีรดนย์”

“แม่ห่วงหนูหรือว่าหึงธี” กฤติยาพูดแทงใจดำ กัณฐิกาชักสีหน้าทันที พอรู้สึกตัวรีบกลบเกลื่อน

“ฉันผิดหวังที่แกคิดเหมือนยัยนิกกี้ หาว่าฉันเคลมเด็กในบ้าน ลูกเป็นสาวแล้วจะทำอะไรก็ต้องรู้จักวางเนื้อวางตัว แม่ผ่านชีวิตมาก่อน ลูกต้องเชื่อฟังแม่”

“ค่ะหนูจะเชื่อแม่...แม่ปูเดินยังไงลูกปูก็เดิน

อย่างนั้น” กฤติยาพูดจบก็ออกไป กัณฐิกามองตามไม่พอใจ...

ชนกชนม์หมดหนทาง จำต้องกลับไปของานที่เก่าทำ แต่ถูกกัปตันปฏิเสธ เขานึกถึงเฮียปรัชญาขึ้นมาได้รีบขึ้นไปหา นักเลงคุมทางเข้าจำได้ว่าเขาเคยมากับสุรเดช หลังจากค้นตัวไม่พบอาวุธและกล้องวีดิโอ จึงเดินนำเขาเข้าไปข้างใน ชนกชนม์ตะลึงเมื่อเห็นนักพนันมากมายกำลังเล่นพนันกันหน้าดำคร่ำเคร่ง

ระหว่างเดินไปห้องเฮียปรัชญา มีเสียงโต๊ะล้ม พร้อมกับเสียงโวยวายว่าถูกโกงดังขึ้น ชนกชนม์หันไปมองต้องตกใจที่เห็นชยางกูรกำลังชี้หน้าเจ้ามืออย่างเอาเรื่อง นักเลงที่พาเขามา พุ่งตรงไปกระชากตัวชยางกูรพร้อมกับชักปืนขู่ เพทายรีบเข้ามากันไว้ บอกว่าเป็นเพื่อนของเขาเอง นักเลงจึงยอมเก็บปืน แล้วผลักชยางกูรเซไปชนชนกชนม์พอดี เขารีบลากน้องชายออกจากบ่อน แล้วไล่ให้กลับบ้าน ชยางกูรไม่พอใจสะบัดมือชนกชนม์ออก

“ฉันรู้แล้วว่าทำไมฉันหมดตัว ไม่ใช่บ่อนโกง แต่เป็นเพราะแกมา แกมันเป็นตัวซวย”

“เลิกโทษคนอื่นสักที...ไป กลับบ้าน แล้วอย่ามาที่นี่อีก”

ชยางกูรโวยลั่นว่าชนกชนม์ไม่มีสิทธิ์มาสั่งเขา ในเมื่อน้องไม่เชื่อฟัง ชนกชนม์จำเป็นต้องรายงานเรื่องนี้ให้พ่อกับแม่ทราบ แล้วตรงไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่สนามหญ้าหน้าบ้านสุทิน สุรัมภารีบเก็บรูปถ่ายของครอบครัวไว้ในหนังสือเรียนเมื่อเห็นสุตาภัญในชุดกีฬาเข้ามาชวนไปตีแบตฯด้วยกัน เธอไม่ไปอ้างว่าจะอ่านหนังสือ

สุตาภัญพยายามหว่านล้อมให้เธอไปออกกำลังกายแต่ไม่สำเร็จ แต่ถ้าเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาให้ตามไปที่สโมสร สุรัมภามองตามสุตาภัญที่เดินออกไป รู้สึกผิดที่โกรธพี่สาวซึ่งดีกับเธอมาตลอด...

ทางฝ่ายชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงบริเวณสวนสาธารณะของหมู่บ้าน กำลังจะไปบ้านแม่ ชยางกูรเร่งเครื่องรถแซง ก่อนจะปาดหน้า ชนกชนม์หักหลบ มอเตอร์ไซค์เสียหลักไถลไปกับพื้น สุตาภัญวิ่งผ่านมาพอดี ตกใจรีบเข้าไปดู เห็นชยางกูรลงจากรถ ข่มขู่ไม่ให้ชนกชนม์ยุ่งเรื่องของตน

“ฉันไม่อยากให้นายถลำลึกไปมากกว่านี้ ต่อไปนายอาจไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่รถคันนี้ก็ต้องเสียให้บ่อน”

น้องตัวแสบไม่สน เสียรถไปก็ยังมีบ้านมีบริษัทของแม่ ชนกชนม์เตือนว่าไม่ควรเอาสมบัติมาผลาญ ชยางกูรไม่พอใจผลักเขาล้ม สุตาภัญเข้ามาห้ามไว้ ขู่ถ้าไม่หยุดทำร้ายชนกชนม์จะโทร.แจ้งตำรวจ ชยางกูรจำต้องถอย ชนกชนม์พยายามจะลุกขึ้นเอง แต่เข่าเจ็บลุกไม่ไหว ทรุดลงไปกองกับพื้นอีก สุตาภัญรีบเข้าไปประคอง

“เจ็บแล้วยังอวดดีอีก เดี๋ยวฉันไปเอากล่องยาที่สโมสรมาทำแผลให้”

ชยางกูรเห็นสุตาภัญกุลีกุจอช่วยเหลือชนกชนม์ คิดแผนชั่วขึ้นมาได้ รีบขับรถไปจอดหน้าบ้านสุทิน คว้ามือถือขึ้นมาโทร.เรียกสุรัมภาให้ออกมาพบ ข่มขู่ถ้าไม่ทำตามสั่งจะเข้าไปหาเอง สุรัมภากลัวพ่อกับแม่จะเห็นรีบออกไปหาชยางกูร เสาวนิตย์ถือถาดใส่น้ำผลไม้จะเอามาให้สุรัมภาแต่ไม่เจอใคร มองไปทางหน้าบ้านเห็นลูกขึ้นรถไปกับผู้ชายก็ตกใจ และยิ่งตกใจแทบช็อกเมื่อสุทินเข้ามาถามว่าสุรัมภาไปไหน...

หลังจากทำแผลให้ชนกชนม์เสร็จ สุตาภัญไล่เขากลับไปพักผ่อน เขายังไปไม่ได้ต้องไปคุยกับแม่ของเขาก่อน เธอไม่เข้าใจ ชยางกูรร้ายกาจขนาดนี้แล้วทำไมเขายังทำดีด้วย

“เพราะผมอยากให้เขาเป็นคนดี แล้วไม่อยากทำให้คุณแม่เสียใจ คุณแม่เสียใจเพราะฉันมามากพอแล้ว ขอให้คุณแม่ได้ภูมิใจกับลูกที่คุณแม่รัก”

สุตาภัญถึงบางอ้อทันที ทำไมเขาถึงออกหน้ารับแทนน้องทุกครั้ง ขอโทษที่เข้าใจเขาผิด แล้วขอร้องว่าอย่าเพิ่งไปคุยกับแม่ของเขา พูดอะไรตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ รังแต่จะถูกชยางกูรใส่ร้าย ทำให้แม่ยิ่งเกลียดชังเขามากขึ้น ชนกชนม์ไม่อยากเห็นน้องต้องเสียคนเพราะการพนัน

“ฉันเห็นด้วยที่นายจะห้ามปราม แต่ต้องหาจังหวะที่เหมาะสม คนอย่างชยางกูร หากไม่มีหลักฐานก็เปล่าประโยชน์ วิธีที่ดีที่สุดคือ ให้คุณแม่นายได้เห็นกับตา ผู้ใหญ่มักเชื่อในสิ่งที่เห็น มากกว่าเชื่อคำพูดของลูก”

“โดยเฉพาะลูกไม่รักดีอย่างผม”

“เชื่อฉันสิ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ความดีของนายจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ถ้านายยังไม่ท้อ”

ชนกชนม์ยิ้มรับ สุขใจที่มีสุตาภัญคอยให้กำลังใจ จากนั้นชวนเธอกลับ แล้วเดินกะเผลกๆไปที่รถ สุตาภัญเข้าไปช่วยประคอง ทั้งสองคนมองสบตากันลึกซึ้ง สุรัมภาเห็นภาพบาดตาถึงกับน้ำตาคลอ ชยางกูรใส่ไฟทันที

“ฉันอยากให้เธอได้เห็นกับตา จะได้เลิกหวังในตัวมันสักที”

ooooooo

สุตาภัญมองตามชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์ ออกไปจนลับสายตา พอหันกลับมาอีกทีเจอสุรัมภายืนร้องไห้อยู่ เธอกำลังจะอธิบายความจริงให้ฟัง น้องวิ่งหนีไปเสียก่อน สุตาภัญรีบวิ่งตาม

“ภา...ฟังพี่ก่อน ภากำลังเข้าใจผิด พี่...”

สุรัมภาไม่อยากฟังคำแก้ตัว จะเดินหนีเข้าบ้าน สุทินเข้ามาขวางไว้ถามว่าไปไหนกันมา สุรัมภาโกหกว่าไปออกกำลังกายมา สุตาภัญยังไม่ทันจะตอบคำถามของพ่อ สุรัมภาชิงฟ้องเสียก่อน

“พี่ตานัดพบผู้ชาย...คนที่เคยมารับมาส่งพี่ตาค่ะ เขาอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับเรา แต่ตอนนี้โดนไล่ออกจากบ้านไปเข้ากลุ่มเด็กแว้นข้างถนน วันนี้พี่ตาเป็นคนโทร.นัดให้เขามาหาที่สวนสาธารณะ...พี่ตาไม่น่าทำแบบนี้เลย ภารักพี่ตานะคะ ภาถึงไม่อยากให้พี่ตาหลงผิดไปมากกว่านี้”

สุทินเชื่อคำโกหกของสุรัมภาสนิทใจ “ภาไม่ผิดหรอกลูก...ลูกทำดีที่สุดแล้ว ลูกขึ้นห้องไปได้แล้ว”

สุรัมภาแอบยิ้มสะใจที่ได้ทำร้ายพี่สาวตัวเอง สุทินจะให้โอกาสสุตาภัญแก้ข้อกล่าวหา เธอกลับบอกว่าท่านอยากจะลงโทษอย่างไรก็เชิญตามสบาย สุตาภัญต้องแปลกใจที่พ่อไม่ลงโทษ ไล่เธอขึ้นห้อง กำชับว่าไม่ต้องลงมาอีกจนกว่าเขาจะอนุญาต...

สุตาภัญเข้าไปหาน้องหวังจะปรับความเข้าใจ สุรัมภากลับต่อว่าฉอดๆว่าที่เธอคอยกันท่าไม่ให้ยุ่งกับชนกชนม์ ทีแรกคิดว่าเธอทำเพื่อเพื่อน แต่ความจริงแล้วเธอทำเพื่อตัวเองจะได้อยู่ใกล้ชิดเขา มีธีรดนย์อยู่ทั้งคนยังคิดจะแย่งแฟนเพื่อน แย่งผู้ชายของน้อง สุตาภัญถึงกับอึ้ง สุรัมภายังไม่หนำใจต่อว่าอีกว่า

“วันนี้ฉันตั้งใจจะให้อภัยเธอ ยังไงเราก็ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องกัน แต่สิ่งที่เธอทำวันนี้ มันทำให้ฉันหมดศรัทธา เราก็อย่าเป็นพี่น้องกันอีกเลย...ออกไปจากห้องฉัน” สุรัมภาตวาดลั่น สุตาภัญเดินน้ำตาคลอออกไป สุรัมภาหยิบภาพถ่ายตอนเด็กๆที่ถ่ายคู่กับพี่สาว ก่อนจะทิ้งลงพื้นแตกกระจาย...

ฝ่ายสุตาภัญกำลังจะเข้าห้องตัวเอง ได้ยินเสียงตุ้บตั้บดังมาจากข้างล่าง ค่อยๆย่องลงไปดู เห็นพ่อกำลังตบตีแม่อุตลุด ปากก็ด่าว่าต่างๆนานา เธอรีบลงไปห้าม เสาวนิตย์เกรงลูกจะถูกลงโทษไปด้วย ผลักเธอออก บอกให้กลับไปห้องตัวเอง สุทินโกรธจะเล่นงานสุตาภัญที่ขัดคำสั่งห้ามออกจากห้อง เสาวนิตย์ขอร้องเขาอย่าทำร้ายลูก เธอผิดเองลงโทษเธอดีกว่า สุตาภัญอ้อนวอนพ่ออย่าทำร้ายแม่อีกเลย

“จำไว้ ถ้าเธอยังทำเรื่องเลวทราม ฉันจะลงโทษแม่เธอ...แม่เธอต้องรับผิดชอบที่สั่งสอนลูกไม่ดี” สุทินพูดจบเดินออกไป สุตาภัญเข้าไปกอดแม่ไว้แน่น ถามว่าโดนพ่อทำร้ายมานานแค่ไหนแล้ว พอรู้ความจริงว่าแม่รับโทษแทนเธอตั้งแต่ตอนที่สุรัมภาฟ้องพ่อว่าเธอไปเที่ยวผับ ถึงกับร้องไห้โฮ

“แม่ยอมให้พ่อทำร้ายได้ไง ตาจะไปคุยกับพ่อให้รู้เรื่อง” สุตาภัญจะไปพูดกับพ่อให้รู้เรื่อง แต่แม่ห้ามไว้

“พอเถอะ...อย่าให้แม่หนักใจไปกว่านี้ พ่อเขาทำถูกแล้ว แม่ผิดเองที่ไม่มีเวลาดูแลลูก”

“แต่พ่อไม่มีสิทธิ์ทำร้ายแม่แบบนี้ พ่อเผด็จการ เราไม่ใช่ทาสของพ่อ”

“ลูกตา พอได้แล้ว อย่าว่าพ่อเขาอีกเลย มันจะเป็นบาปติดตัวลูก”

สุตาภัญโผกอดแม่ด้วยความสงสาร

ooooooo

ตอนที่ 6

ไม่นานนัก เพทายอุ้มสุรัมภาเข้าไปในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ปอนไม่พูดพล่ามจัดแจงถอดเสื้อตัวเองออก เพทายหันมาเห็นก็โวยลั่นให้ออกไปรอข้างนอกก่อน ตนเสร็จเมื่อไหร่เขาค่อยต่อคิว

“เสียเวลา แซนด์วิชเลยดีกว่า” ปอนโยนเสื้อลงบนเตียง เพทายเหวี่ยงคืน แล้วไล่เขาออกไปรอข้างนอก

ปอนออกจากห้องอย่างเซ็งจัด ตะโกนกลับมาว่าให้เขาเร่งมือด้วย เพทายมองไปยังเด็กสาวที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียง ไม่คิดจะแบ่งของดีอย่างนี้ให้ใคร แล้วเดินเข้าไปสูดดมกลิ่นอายสาวจนทั่วตัว

“ของสดของดีมันหอมน่ากินจริงๆเธอเองก็คงอยากกินของอร่อย” เพทายพูดจบคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ...

ทางด้านชยางกูรหลอกสุตาภัญมายังโรงแรมเดียวกัน เธอจะโทร.แจ้งตำรวจให้มาจัดการแต่ชยางกูรห้ามไว้ ขืนเรื่องถึงตำรวจก็จะถึงหูพ่อกับแม่ของเธอด้วย เธอไม่กล้าเสี่ยงรีบวางสายแล้ววิ่งตามชยางกูรเข้าไปในโรงแรม สอบถามกับพนักงานประจำเคาน์เตอร์ว่าเมื่อครู่นี้มีวัยรุ่นสองคนพาผู้หญิงมาเปิดห้องพักห้องไหน

“ตั้งแต่หัวค่ำยังไม่มีใครเปิดห้องเลย” พนักงานโกหกหน้าตาย

ชยางกูรกระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้ ตะคอกใส่หน้าว่าเขากับเพื่อนไล่ตามพวกนั้นมา ยังมีหน้ามาโกหกอีก พอสุตาภัญเผลอ ชยางกูรแอบยัดเงินใส่มือพนักงานแล้วขยิบตาให้ เขารู้งานรีบส่งกุญแจห้องให้ แต่ไม่ใช่ห้องเดียวกันกับที่สุรัมภาอยู่ สุตาภัญหลงกลเดินตามไปขึ้นลิฟต์

เป็นจังหวะเดียวกับชนกชนม์และธีรดนย์นั่งรถแท็กซี่มาจอดหน้าโรงแรม ชนกชนม์มองรถของน้องชายที่จอดอยู่ ก่อนจะวิ่งตามธีรดนย์เข้าไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ ถามพนักงานว่าเมื่อครู่นี้มีชายหญิงคู่หนึ่งมาเปิดห้องพักหรือเปล่า เขาโกหกเป็นแพตเทิร์นว่าตั้งแต่หัวค่ำยังไม่มีใครเปิดห้องเลย

“อยากถูกปิดโรงแรมเพราะสมรู้ร่วมคิดคดีข่มขืนก็เอา” ธีรดนย์ขู่จบหยิบมือถือขึ้นมาทำท่าจะโทร.แจ้งตำรวจ พนักงานตกใจ คว้ากุญแจมาสเตอร์คีย์ที่ไขได้ทุกห้อง เดินนำไปที่ลิฟต์...

ขณะเดียวกัน สุตาภัญรีบไขกุญแจเข้ามาในห้องต้องแปลกใจที่ไม่พบใคร หันหลังจะกลับ ชยางกูรขวางทางไว้ เธอสั่งให้หลีกไปจะรีบไปช่วยน้อง

“อย่าไปกวนใจพวกเขาเลยป่านนี้น้องเธอคงสนุกกับเพื่อนฉันไปแล้ว”

สุตาภัญเพิ่งตระหนักว่านี่เป็นแผนชั่วของชยางกูร คิดจะเอาเธอกับน้องมาทำมิดีมิร้าย ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือลั่น ชยางกูรตกใจพุ่งเข้ามาปิดปากไว้ แล้วรวบตัวไปที่เตียงก่อนจะขึ้นคร่อม สุตาภัญแทงเข่าเข้าจุดสำคัญ เขาถึงกับจุกลงไปกองกับพื้น เธอฉวยโอกาสวิ่งไปที่ประตู ชยางกูรคว้าขาเธอไว้...

อีกมุมหนึ่งของโรงแรม ชนกชนม์กับธีรดนย์ถูกพนักงานเจ้าเล่ห์หลอกพาไปยังชั้นอื่นเพื่อถ่วงเวลาชนกชนม์ไม่พอใจตะคอกถามว่าตกลงห้องไหนกันแน่ ถ้าไม่บอกจะอัดให้คว่ำ พนักงานรีบบอกทันทีว่าอยู่ชั้นบนสุดแต่อ้างว่าจำเบอร์ห้องไม่ได้ ธีรดนย์กระชากกุญแจไปจากมือเขาแล้ววิ่งนำชนกชนม์ไป เมื่อมาถึงชั้นเป้าหมาย ธีรดนย์โยนกุญแจให้เพื่อน แล้วแยกย้ายกันตามหาสุตาภัญ

ooooooo

สุตาภัญขัดขืนต่อสู้สุดฤทธิ์ พยายามจะไปให้ถึงประตูห้อง ชยางกูรตั้งหลักได้กระชากเธอให้หันมาแล้วตบอย่างแรงจนเธอล้มคว่ำลงบนเตียง

“เธอบังคับให้ฉันต้องใช้ความรุนแรงกับเธอเองนะ” ชยางกูรว่าแล้วถอดเสื้อผ้า เดินยิ้มเหี้ยมเข้าหา

“อย่านะ...อย่าทำอะไรฉันเลย”

ก่อนที่สุตาภัญจะเสียทีให้คนชั่วช้า ชนกชนม์เข้ามาช่วยไว้ทัน ต่อยชยางกูรทรุดลงไปกองกับพื้น สุตาภัญโผกอดชนกชนม์ไว้ร้องไห้โฮ เขากอดตอบปลอบว่าไม่ต้องกลัว เขาจะปกป้องเธอเอง ธีรดนย์เข้ามาเห็นภาพบาดตา ชักสีหน้าขึ้นมาทันที ทั้งคู่รีบผละออกจากกัน ธีรดนย์แค้นใจชยางกูรมากที่คิดจะข่มขืนสาวที่ตนรักเข้าไปกระชากตัวขึ้นมาต่อยไม่ยั้งจนเขาแน่นิ่ง สุตาภัญต้องเข้ามาห้าม

“พอเถอะ...รีบไปช่วยภา พวกมันจับตัวภามาที่นี่ เราต้องไปช่วย” จากนั้น ทั้งสามคนก็รีบออกจากห้อง...

ด้านสุรัมภารู้สึกตัวลืมตาขึ้นมองไปรอบๆพบว่าตัวเองอยู่ในห้องพักของโรงแรม ชักใจไม่ดี จังหวะนั้น เพทายออกจากห้องน้ำเห็นเธอฟื้นคืนสติ ย่างสามขุมเข้าหา สุรัมภาคว้าโคมไฟหัวเตียงขว้างใส่ เขาหลบทัน แล้วโดดรวบเธอไว้หมายจะเผด็จศึก เด็กสาวคว้าที่เขี่ย บุหรี่ฟาดเขาหัวแตกเลือดอาบ แล้ววิ่งหนีไปทางประตูห้อง...

ธีรดนย์รู้ดีว่าแม้พวกตนจะมีกุญแจมาสเตอร์คีย์อยู่ในมือ แต่กว่าจะไขครบทุกห้อง สุรัมภาคงจะเสร็จพวกชั่วนั้นเสียก่อน แนะให้ลงไปถามพนักงานคนนั้น ถ้ายังไม่ยอมเปิดปากตนจะเรียกตำรวจมาจัดการเอง สุตาภัญกับชนกชนม์เห็นด้วยกับข้อเสนอของธีรดนย์ เดินผ่านห้องที่สุรัมภาอยู่ ตรงไปยังลิฟต์...

คล้อยหลังแค่อึดใจเดียว สุรัมภาเปิดประตูห้องออกมา เห็นหลังชนกชนม์กับพวกไวๆยังไม่ทันจะอ้าปากเรียก เพทายเข้ามาทางด้านหลังปิดปากไว้เสียก่อน แล้วลากเธอกลับเข้าห้อง ชนกชนม์กำลังจะเดินเข้าลิฟต์ได้ยินเสียงประตูปิดดังปัง หันไปมองพบแต่ความว่างเปล่า ไม่ได้สนใจอะไรอีกเดินเข้าลิฟต์กดลงชั้นล่าง...

ทางฝ่ายเพทายลากสุรัมภามาที่เตียง ซุกไซ้ไปตามซอกคอ เธอดิ้นรนขัดขืนแต่สู้แรงเขาไม่ได้ แต่แล้วประตูห้องเปิดผลัวะ ชยางกูรก้าวเข้ามาข้างใน สุรัมภาดีใจคิดว่าเขามาช่วยรีบวิ่งไปหลบด้านหลัง ชยางกูรต่อยหน้าเพทายโครม แล้วขยิบตาให้เป็นทำนองขอจัดการเอง ก่อนจะพาสุรัมภาออกไป เพทายไม่พอใจที่ถูกชยางกูร แย่งผู้หญิงไปต่อหน้าต่อตา คิดหาทางแก้แค้น...

ครู่ต่อมา สุตาภัญ ชนกชนม์ และธีรดนย์มายืนตรงหน้าพนักงานคนเดิม คาดคั้นให้บอกมาว่าวัยรุ่นสองคนพาเด็กสาวมาเปิดห้องพักห้องไหน พนักงานอ้าปากจะโกหกอีก แต่เจอชนกชนม์เงื้อกำปั้นรอ กลัวหัวหด รีบเดินนำไปยังห้องเป้าหมาย แต่กลับไม่พบใคร สุตาภัญทั้งเครียดทั้งเจ็บที่ถูกชยางกูรซ้อมถึงกับเป็นลมล้มพับ...

สุรัมภาหลงเชื่อว่าชยางกูรจะพาไปส่งบ้าน เขากลับหลอกเธอเข้าโรงแรม เธอพยายามอ้อนวอนขอร้องให้เขาปล่อย โดยเธอจะช่วยเชียร์พี่สาวให้รักเขาเป็นการตอบแทน ชยางกูรไม่รับข้อเสนอ

“รักหรือ...มันเลยเส้นรักมาแล้ว แต่ฉันต้องการเอาชนะ ฉันต้องการจัดการพี่สาวเธอ...หักหน้าพี่ชายฉัน”

“นายไม่ได้ชอบฉัน ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย”

“เกี่ยวสิ พี่สาวเธอเล่นตัว เธอก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่พี่สาวเธอทำกับฉัน” ชยางกูรว่าแล้วโถมใส่สุรัมภาทันที

ooooooo

ผ่านไปพักใหญ่ สุตาภัญค่อยๆรู้สึกตัว มองไปรอบๆพบว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟาที่บ้าน ร้องหาน้องสาวลั่น พอรู้จากธีรดนย์ว่าเธอยังไม่กลับ ชนกชนม์เช็กดูทุกห้องในโรงแรมแล้วก็ไม่พบ สุตาภัญยิ่งเป็นกังวลจะออกไปตามหาน้องให้ได้

“ใจเย็นๆ ภาอาจไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่เราคิดก็ได้ ภาคงสับสนต้องการอยู่คนเดียว พอรู้สึกดีขึ้นภาต้องกลับมา” ชนกชนม์ปลอบ สุตาภัญคลายความกังวลลง จับมือเขาไว้ขอบใจที่ช่วยเหลือ ธีรดนย์ไม่ชอบใจนัก รีบเข้าไปกันท่า พร้อมกับประกาศความเป็นเจ้าของ

“ขอบใจนายมากที่ช่วยเป็นธุระให้ตา นายกลับไปได้แล้ว ฉันจะดูแลแฟนฉันเอง”

ชนกชนม์ไม่อยากอยู่เป็นส่วนเกิน จึงขอตัวกลับ สุตาภัญพยักหน้ารับรู้ แล้วยิ้มให้ ธีรดนย์เห็นสายตาที่เธอมองเขาเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง คิดหาทางตัดไฟแต่ต้นลม เดินตามชนกชนม์จนทันกันตรงหน้าบ้านของเขา ขอร้องให้เขาช่วยจัดการกับน้องชายตัวเอง อย่าให้มายุ่งกับสุตาภัญอีก ชนกชนม์ขอโทษแทนน้องชายด้วยและรับปากจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

“แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ชอบที่นายใกล้ชิดกับตา ไม่ว่าจะด้วยความจำเป็นหรือเหตุบังเอิญ นายอยู่ห่างตาไว้ นายก็รู้ว่าตาเป็นแฟนฉัน...เพื่อนกันไม่หักหลังกัน” ธีรดนย์ย้ำประโยคสุดท้ายหนักแน่นก่อนจะเดินออกไป ชลนิภาได้ยินที่ธีรดนย์พูดพอดี มองลูกชายคนโตอย่างสงสัย ก่อนจะถามว่าชยางกูรไปไหน...

คนที่ชลนิภาถามถึงกำลังโยนเงินให้สุรัมภาหนึ่งปึกไว้เป็นค่าแท็กซี่กลับบ้าน เธอเจ็บใจมาก จะเอาเรื่องเขาถึงตำรวจฐานข่มขืนเธอ เขาขู่ว่าถ้าสุรัมภาไม่อยากเป็นดาราหน้าจอมือถือก็ให้หุบปากไว้ แล้วเปิดคลิปที่ถ่ายเหตุการณ์ในห้องนี้ไว้ให้ดู สุรัมภาตกใจ ถึงกับร้องไห้โฮ

“ครั้งแรกก็งี้ล่ะ อีกหน่อยก็ชิน” ชยางกูรพูดจบ หัวร่อร่าออกจากห้อง ทิ้งเธอไว้อย่างนั้นคนเดียว...

ทางด้านชลนิภาเห็นชนกชนม์นิ่งเงียบ ถามซ้ำอีกครั้งว่าชยางกูรไปไหน เขาตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าน้องไปเที่ยวผับแล้วไปก่อเรื่อง ชลนิภาไม่เชื่อ หาว่าชนกชนม์ใส่ความน้องเพราะอิจฉา

“คุณแม่จะคิดอย่างไรก็ช่าง แต่ความจริงคือชยางกูรคิดจะข่มขืนเพื่อนผม”

ธนกรตกใจ สั่งให้ชนกชนม์เล่าความจริงมาให้หมด ชลนิภาไม่พอใจที่สามีเกิดอยากรู้เรื่องบัดสีที่ชนกชนม์ปั้นแต่งขึ้นเพื่อใส่ร้ายลูกของเขาเอง ธนกรอยากรู้ความจริงมากกว่าปิดหูปิดตารับฟังแต่สิ่งที่อยากได้ยิน

“ชยางกูรลวงเพื่อนผมไปข่มขืนที่โรงแรม ผมตามเข้าไปช่วยไว้ได้ ผมบอกคุณแม่...คุณแม่จะได้มีสติคิดหาวิธีช่วยเหลือลูกรักคุณแม่ ก่อนตำรวจจะมาลากคอเข้าคุก”

จังหวะนั้น ชยางกูรซึ่งสวมหมวกใส่แว่นดำเข้ามาในบ้าน ตัดพ้อต่อว่าพี่ชายว่าเมื่อไหร่จะเลิกใส่ร้ายตนสักที คราวก่อนก็เรื่องแข่งรถ ครั้งนี้หาว่าเขาขืนใจผู้หญิงอีก ทั้งที่ความจริงแล้ว ชนกชนม์ต่างหากที่ทำ เขาแต่งเรื่องว่าไม่อยากให้พี่ชายตัวเองทำผิดกฎหมายและทำลายชื่อเสียงของแม่ พยายามจะเข้าไปช่วยเหลือผู้หญิงคนนั้น

แต่พี่กลับทำร้ายเขา แล้วเปิดหมวกถอดแว่นดำออกโชว์ใบหน้าฟกช้ำ ชลนิภาเชื่อทุกคำที่ชยางกูรพูด หันมาเล่นงานชนกชนม์อย่างหนักถึงขนาดตัดแม่ตัดลูกขับไล่ออกจากบ้าน ชนกชนม์ถึงกับอึ้ง เธอเห็นเขายืนเฉย คว้าของใกล้มือขว้างใส่หัวแตกเลือดอาบ ชยางกูรแอบยิ้มสะใจขณะที่ธนกรสงสารชนกชนม์มาก

“ที่ผ่านมา เวลาคุณแม่ด่าว่าผมเป็นตัวซวย ทำให้ธุรกิจคุณแม่พัง ทำให้พ่อทิ้งคุณแม่ไป ผมพยายามหลอกตัวเองว่าคุณแม่คงพูดด้วยอารมณ์โมโห แต่ผมเพิ่งรู้ความจริงวันนี้เอง คุณแม่เกลียดผมจริงๆ ผมขอโทษครับที่ผมเป็นตัวซวย ทำให้ชีวิตคุณแม่มีปัญหา ต่อไปนี้...

ผมจะไม่อยู่สร้างความเดือดร้อนให้คุณแม่อีกแล้ว ไม่ว่าคุณแม่จะเกลียดชังผมมากแค่ไหน แต่ขอให้คุณแม่รู้ไว้ว่าผม...ยังรักคุณแม่เสมอครับ”

ชนกชนม์ตัดพ้อจบก้มกราบแทบเท้าแม่แล้วเดินจากไปทั้งน้ำตา

ooooooo

ขณะที่ธีรดนย์กับสุตาภัญพยายามโทร.เข้ามือถือของสุรัมภาด้วยความเป็นห่วง เจ้าตัวเดินเข้ามาในบ้าน สุตาภัญดีใจรีบวิ่งเข้าไปถามไถ่ว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหม เธอเป็นห่วงแทบแย่ สุรัมภาปัดมือพี่สาวออก

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน เธอไม่ใช่พี่ฉัน” สุรัมภาพูดจบวิ่งขึ้นห้อง

สุตาภัญวิ่งตาม แต่เธอปิดประตูล็อกกลอนไม่ให้เข้า พยายามเคาะประตูเรียกให้เปิด แต่ไร้ผล ด้านสุรัมภาวิ่งเข้าห้องน้ำเปิดฝักบัวรดตัวทั้งที่สวมเสื้อผ้าหวังจะล้างคราบราคีออกจากตัว แต่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ถึงกับทรุดลงร้องไห้ น้ำตาแทบเป็นสายเลือด...

ธีรดนย์เห็นสุตาภัญเดินน้ำตาคลอลงมาหา ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าสุรัมภาไม่ยอมคุยด้วย เอาแต่ตะโกนว่าเกลียดเธอซ้ำๆ สุตาภัญตำหนิตัวเองที่เป็นพี่ที่ไม่เอาไหนทำให้น้องเสียใจ ธีรดนย์ไม่อยากให้เธอโทษตัวเอง ตอนนี้สุรัมภาคงกำลังสับสน ปล่อยให้อยู่คนเดียวสักพักอาจจะดีขึ้น

“จำไว้นะตา ในวันที่คุณไม่มีใคร ขอให้คุณรู้ไว้ ผมจะอยู่กับคุณเสมอ”ธีรดนย์เช็ดน้ำตาให้ แล้วดึงเธอเข้ามากอดปลอบใจ ชนกชนม์ยืนมองอยู่หน้าบ้านทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหวหันหลังเดินกลับ สุตาภัญเห็นเขาพอดี รีบผละจากอ้อมกอดธีรดนย์ จ้ำพรวดๆไปหน้าบ้าน แต่ชนกชนม์หายไปแล้ว...

ชนกชนม์หมดทางไปจึงบากหน้าไปขอนอนบ้านพ่อสักคืน แม้จะรู้ว่าแม่เลี้ยงไม่ชอบขี้หน้า วีรภัทรกลับอ้างว่าคืนนี้มีแขกมาค้างที่บ้านไม่มีห้องว่างให้เขาพัก บอกให้ไปเปิดโรงแรมอยู่ แล้วยื่นเงินค่าห้องให้

“ไม่ต้องครับ ผมไปพักกับเพื่อนได้ ผมไปก่อนนะครับ เดี๋ยวเพื่อนรอ”

วีรภัทรพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะกลับเข้าบ้าน ชนกชนม์ แอบได้ยินพ่อคุยกับแม่เลี้ยง จึงได้รู้ความจริงว่าท่านไม่ได้มีแขกมาพักด้วยอย่างที่อ้าง เขาเดินน้ำตาคลอจากไปด้วยความเสียใจที่พ่อไม่ต้องการเขาเช่นกัน...

หลังจากส่งธีรดนย์กลับไปแล้ว สุตาภัญพยายามต่อโทรศัพท์หาชนกชนม์ แต่เขาไม่รับสาย...

ที่พึ่งสุดท้ายของชนกชนม์คือบ้านของสุรเดช แม้จะเป็นที่สุมหัวของพวกขี้ยา แต่เขาไม่มีทางเลือก จำต้องพักค้างคืนที่นี่ สุรเดชส่งยาเสพติดให้เขาลอง ชนกชนม์ตั้งใจมั่นว่าจะไม่แตะต้องของพวกนี้ จึงเอาขว้างทิ้ง แล้วเดินตรงไปที่ห้องนอนห้องเดิมที่เคยมาค้าง สุรเดชมองตามไม่สบอารมณ์

ooooooo

กฤติยามากราบอัฐิยายแก้วที่วัดแต่เช้า เจอกัณฐิกาที่นำพวงมาลัยดอกไม้มาไหว้ท่านเช่นกัน ไม่พอใจมากตรงเข้าไปต่อว่าต่อขานที่ท่านเห็นการไปฮันนีมูนกับสามีใหม่สำคัญกว่าพิธีรดน้ำศพแม่ตัวเอง กัณฐิกาอ้างว่าที่ทำไปก็เพื่อลูก เพราะต้องเอาใจคุณณวัตรเพื่อที่เขาจะได้ยอมให้เธอเอาลูกไปอยู่ด้วย

“นี่หนูต้องกราบขอบพระคุณแม่ใช่ไหม ที่เสียสละทำทุกอย่างเพื่อหนู” กฤติยาแดกดัน

“เราไม่มีใครอีกแล้ว ครอบครัวเราเหลือเพียงเราสองคน ต่อจากนี้แม่จะดูแลลูกเอง” กัณฐิกาโผกอดลูก

กฤติยาผลักเธอออก “หนูไม่มีแม่...แม่หนูตายแล้ว” เธอตะโกนใส่หน้าแม่เสร็จ ผละจากไป...

ในเวลาเดียวกัน ที่คฤหาสน์ของณวัตร ชนิกานต์น้อยใจพ่อมากที่มีของติดมือมาฝากทุกคนแม้แต่กฤติยายกเว้นเธอคนเดียวที่ไม่ได้ ธีรดนย์ได้ทีเย้ยว่าตอนนี้

ชนิกานต์ไม่ใช่คุณหนูคนโปรดของคุณท่านอีกต่อไปแล้ว บอกอุษาผู้เป็นแม่ว่าขอตัวก่อน ทนดมกลิ่นหัวเหม็นเน่าไม่ไหว แล้วเดินหัวเราะชอบใจออกไป

“คุณหนูอย่าถือสานะคะ” อุษาขอร้อง

“หัดสั่งสอนลูกบ้าง ไม่งั้นจะไม่ได้อยู่บ้านนี้”

ชนิกานต์พูดจบ วิ่งตามธีรดนย์จนทันกระชากถุงใส่เสื้อของฝากที่พ่อเธอให้ ทิ้งลงพื้นใช้เท้าขยี้ซ้ำโทษฐานว่าเธอเป็นหมาหัวเน่า เขาผลักเธอออก หยิบเสื้อตัวนั้นขึ้นมาแล้วหัวเราะเยาะเย้ยว่ารู้ตัวก็ดีแล้ว เธอโกรธจัดตรงเข้าตบตีเขาอุตลุด ธีรดนย์คว้ามือไว้

“ระวังตัวไว้ให้ดีแล้วกัน วันนี้คุณท่านไม่เห็นหัว วันหน้าอาจถูกตัดหางปล่อยวัด ไม่มีใครสนใจเหมือนที่แฟนเธอทิ้งไว้ที่ผับเมื่อคืน น่าสงสารจริงๆเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่า ใครๆก็เขี่ยทิ้ง”

ชนิกานต์เถียงคอเป็นเอ็นว่าชนกชนม์รักเธอ ไม่อย่างนั้นจะอยากเป็นแฟนเธอทำไม ธีรดนย์เหน็บแนมว่าที่ชนกชนม์ยอมรับเธอเป็นแฟนก็เพราะเวทนาสงสาร ชนิกานต์ย้อนให้บ้างว่าสุตาภัญเองก็ไม่ได้อยากจะคบเขาแต่เป็นเพราะชนกชนม์ประกาศเป็นแฟนกับเธอ สุตาภัญกลัวเสียหน้าก็เลยต้องหาใครสักคนมาควงแก้เก้อ  ธีรดนย์ยัวะจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าสุตาภัญรักเขา ไม่ใช่แค่มีไว้ควงเล่นๆ

“ฉันก็จะทำให้แกเห็นว่าชนกชนม์รักฉัน” ชนิกานต์พูดจบเดินจากไป ธีรดนย์ชักจะหวั่นใจเรื่องสุตาภัญ...

ไม่นานนัก ชนิกานต์มาที่บ้านชนกชนม์ ถึงได้รู้ว่าเขาถูกแม่เฉดหัวออกจากบ้านเนื่องจากทำเรื่องเสื่อม

เสีย ชนิกานต์ไม่เชื่อว่าคนดีๆอย่างชนกชนม์จะทำแบบนั้น พยายามพูดแก้ต่างให้ ชลนิภาไม่อยากฟังสั่งให้แป๋วไปส่งแขก ระหว่างเดินไปที่ประตูรั้ว ชนิกานต์ซักถามแป๋วว่าเกิดอะไรขึ้น เธอยังไม่ทันจะเปิดปากพูด ชยางกูรเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ชนิกานต์มีปากเสียงกับชยางกูรพอหอมปากหอมคอก่อนจะแยกย้ายกันไป

ooooooo

ที่มหาวิทยาลัย สุตาภัญโกรธจัดเมื่อรู้จากชนิกานต์ว่าชนกชนม์ถูกไล่ออกจากบ้าน เธอมั่นใจชยางกูรต้องเป็นต้นเหตุเรื่องนี้ ชนิกานต์งง ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ชลนิภาพูดเหมือนชนกชนม์ไปข่มขืนใครมา

“ชนกชนม์ไม่ได้ทำ และเธอไม่ต้องไปสนใจว่าใครทำ ให้รู้ไว้ว่าชนกชนม์เป็นคนดีเท่านั้นพอ” สุตาภัญพูดจบจํ้าพรวดๆออกไป ชนิกานต์ตะโกนถามไล่หลังว่าจะไปไหน เธอก็ไม่ตอบเดินหายไปทางหลังคณะ ชนิกานต์หันกลับมาอีกทีเจอธีรดนย์ยื่นดอกกุหลาบให้ เธอรับมางงๆ ไม่รู้ว่าให้เนื่องในโอกาสอะไร

เขามาแสดงความเสียใจและสะใจที่แฟนของ

ชนิกานต์ถูกเฉดหัวออกจากบ้าน ชนิกานต์โมโหขยี้กุหลาบในมือ แล้วซัดใส่หน้าเจ้าของ ด่าซํ้าว่ากล้าดีอย่างไรมาเยาะเย้ยตน นอกจากเป็นขี้ข้าที่ใช้ไม่ได้แล้ว ยังเป็นเพื่อนที่เลวมาก ชนกชนม์ลำบากต้องระหกระเหินแทนที่จะช่วยกลับซํ้าเติม

“เพื่อนแล้วไง คนอย่างมันเอาตัวรอดได้น่า”

“อย่าลืมว่าเขาเป็นแฟนฉัน แกต้องให้เกียรติและเคารพเขาเสมือนเจ้านายแก เป็นขี้ข้า...อย่าลืมกำพืด” ชนิกานต์ด่าจบ เดินสะบัดออกไป ธีรดนย์ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองตามเจ็บใจ...

ขณะชยางกูรกำลังนั่งกินขนมอย่างสบายใจ สุตาภัญเดินหน้าบึ้งเข้ามาคว้าแก้วน้ำที่วางอยู่แถวนั้นสาดหน้า ด่าซ้ำว่าเลวมาก คิดข่มขืนเธอไม่พอ ยังโยนความผิดให้พี่ชายตัวเอง คนแบบนี้ต้องจับขังคุกถึงจะสำนึก

“อย่าคิดไกลถึงแจ้งความเลย หน้าบางอย่างเธอไม่กล้าแม้แต่บอกพ่อแม่ด้วยซ้ำ...ฉันสืบเรื่องเธอมาหมดแล้ว กลับบ้านผิดเวลาก็กลัวตัวสั่น นับประสาอะไรจะกล้าบอกว่าไปเที่ยวผับ ไหนจะเรื่องน้องสาวแย่งผู้ชาย ดักตบเพื่อนสนิทอีก...เอาสิ กล้าไหมล่ะ” ชยางกูรลอยหน้าท้าทาย

สุตาภัญหมั่นไส้ตบหน้าเขาทันที ประกาศลั่นว่าเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่ เธอต้องปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง...

ในเวลาต่อมา สุตาภัญมาขอพบชลนิภาที่บ้าน อ้างว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับชยางกูรจะแจ้งให้ทราบ ชลนิภาหูผึ่ง ถามว่ามีเรื่องอะไร สุตาภัญเล่าให้ฟังว่าลูกชายสุดที่รักของเธอคิดจะข่มขืนตน แต่ชนกชนม์มาช่วยไว้ทัน และที่มาที่นี่ไม่ได้ต้องการมาเอาเรื่อง แค่อยากจะเรียกร้องความยุติธรรมให้ชนกชนม์ซึ่งไม่ได้ทำผิดอะไร เขาต่างหากที่ช่วยเหลือเธอให้รอดพ้นจากชยางกูร

“ฉันไม่เชื่อ แกต้องเป็นผู้หญิงของชนกชนม์ มันสั่งให้แกสร้างเรื่องหลอกฉันเพื่อล้างมลทินชั่วของมัน หวังให้ฉันใจอ่อนรับมันกลับเข้าบ้าน ฉันไม่หลงกลพวกแกหรอก เธอออกไปได้แล้ว”

“ขอให้คุณอารับรู้ไว้นะคะ ชนกชนม์เป็นสุภาพบุรุษและเป็นลูกที่ดี แต่หากคุณอายังปิดหูปิดตาตัวเอง สักวันคุณอาต้องเสียใจเพราะลูกรักของคุณอา”

ชลนิภาตวาดลั่นว่าไม่ต้องมาสั่งสอน แล้วไล่เธอไปให้พ้นหน้า ธนกรมองตามเด็กสาวสีหน้าครุ่นคิด สุตาภัญยังไปไม่ทันพ้นประตูรั้ว เจอชนกชนม์พอดี เธอต้องการให้ เขาเข้าไปข้างในบ้านด้วยกัน ชลนิภาจะได้รู้ความจริงเสียทีว่าลูกชายสุดเลิฟของตนเลวแค่ไหน ชนกชนม์กลับขอร้องเธออย่าเอาเรื่องชยางกูร เขาไม่อยากเห็นน้องต้องหมดอนาคต สุตาภัญฉุนขาด

“ฉันผิดหวังในตัวนายมาก ฉันรู้สึกอับอายที่ต้องมาพูดเรื่องตัวเองเพื่อช่วยนาย แต่นายกลับไม่ปกป้องศักดิ์ศรีของนาย และไม่เคยคิดถึงความรู้สึกฉัน สุดท้ายแล้ว นายก็เป็นคนเห็นแก่ตัวเหมือนกับน้องนาย การที่นายทำอย่างนี้เท่ากับนายสมรู้ร่วมคิดกับชยางกูรข่มขืนฉัน” สุตาภัญต่อว่าจบ เดินจากไปทั้งน้ำตา

ชนกชนม์ยอมให้สุตาภัญเข้าใจตนเองผิดๆดีกว่าจะทำให้แม่ต้องเสียใจและผิดหวังในตัวชยางกูร เพราะท่านผิดหวังในตัวเขามามากพอแล้ว ด้านสุตาภัญเสียใจกับการกระทำครั้งนี้ของชนกชนม์ ในเมื่อเขาขอไม่ให้เอาเรื่องชยางกูร เธอก็จะให้ แต่จากนี้ไป เธอจะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาอีก

ooooooo

กฤติยาตัดสินใจทำตามคำขอสุดท้ายของยายแก้วที่อยากเห็นตนกับแม่อยู่พร้อมหน้าเป็นครอบครัวเดียวกัน เธอแปลงโฉมตัวเองเป็นสาวเปรี้ยว หอบข้าวของไปอยู่กับแม่ที่คฤหาสน์ของณวัตรในฐานะลูกบุญธรรมอย่างที่แม่ต้องการ ต่อหน้าคนอื่นกฤติยาจะเรียกแม่ว่าคุณน้าเพื่อไม่ให้ใครสงสัย

ณวัตรดูจะพอใจในตัวกฤติยามาก เธอเองก็พอจะมองออก จงใจกราบขอบคุณที่อกเขาที่อนุญาตให้มาอยู่ที่นี่ กัณฐิกาไม่ค่อยพอใจนัก รีบดึงตัวกฤติยาออกห่าง

“ไปจ้ะ...น้าจะพาหลานไปห้องพัก” กัณฐิกาพูดจบเดินนำกฤติยาขึ้นไปข้างบน ณวัตรมองตามกฤติยาด้วยสายตาชื่นชอบ อุษาซึ่งเห็นเหตุการณ์โดยตลอดรู้ดีว่าคุณท่านคิดอะไรอยู่...

ทันทีที่กัณฐิกาพาลูกเข้าห้องพัก ต่อว่าว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ ทำไมถึงต้องแต่งตัวโป๊แบบนี้ กฤติยาอ้างว่าแม่เป็นคนบอกเธอเองให้มาใช้ชีวิตหรูหรา เธอก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ คนอื่นจะได้ไม่รู้ว่ามาจากสลัม

กัณฐิกาไม่อยากต่อความด้วยเปลี่ยนเรื่องพูด “ลูกให้อภัยแม่แล้วใช่ไหม ถึงยอมมาอยู่กับแม่”

“หนูไม่ได้มาอยู่กับแม่ หนูมาอยู่กับคุณน้าค่ะ”

“จะเรียกอะไรก็ช่างเถอะ แม่ดีใจนะที่ลูกมา ชีวิตลูกหลังจากนี้ไม่ลำบากอีกแล้ว แม่จะทำให้ชีวิตหนูมีความสุข เป็นครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก” กัณฐิกาว่าแล้วเข้ามากอด กฤติยาดันเธอออกอ้างว่าไม่ชิน กัณฐิกาไม่ค่อยพอใจนัก จะลุกออกจากห้อง แต่นึกอะไรขึ้นมาได้ หันกลับมาเตือนลูกว่า

“ต่อไปสำรวมกิริยาด้วย โตเป็นสาวแล้วอย่าประเจิดประเจ้อกับคุณณวัตรให้มากนัก”

ooooooo

สุตาภัญพยายามจะปรับความเข้าใจกับน้องสาว แต่เธอไม่ยอมคุยด้วยเดินหนีเข้าห้องปิดประตูตามหลัง สุตาภัญดันประตูไว้ ติงน้องว่าอย่าโกรธเธอด้วยเรื่องชนกชนม์ เพราะเขาไม่มีค่าพอ

“พี่ไม่มีสิทธิ์มาว่าพี่ชนกชนม์ของภา” สุรัมภาพูดจบปิดประตูใส่หน้าพี่สาว จังหวะนั้นมีเสียงเตือนจากมือถือ ว่ามีข้อความเข้า เธอรีบกดดูเห็นข้อความมาจากชยางกูร

“คิดถึงจังเลย อยากกอด อยากหอม อยาก...” สุรัมภาขยะแขยงมาก โยนมือถือทิ้ง...

ทางด้านชนกชนม์ทนอยู่เฉยๆต่อไปไม่ไหว เงินในกระเป๋าใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว ขอร้องสุรเดชให้ช่วยหางานให้ เขาเคยคุยไว้ว่าเป็นผู้กว้างขวางแถวนี้ น่าจะหางานให้ตนได้ไม่ยาก ครู่ต่อมา สุรเดชพาชนกชนม์มาที่ผับของเฮียปรัชญา ซึ่งเป็นร้านเดียวกับที่ธีรดนย์มาเล่นดนตรี สุรเดชจะฝากงานเป็นเด็กเสิร์ฟให้ ไม่ต้องใช้สมอง ใช้แต่ร่างกายและหน้าตา ชนกชนม์ทำหน้างงไม่เข้าใจ

“หล่ออย่างแกทิปเยอะแน่...จริงๆนะฮะ” สุรเดชแกล้งจีบปากจีบคอ แล้วควงแขนชนกชนม์เข้าไปหลังร้าน จึงไม่เห็นรถของชยางกูรแล่นมาจอด เพทายเดินนำชยางกูร ขึ้นไปที่บ่อนการพนันซึ่งอยู่ชั้นบนของผับ...

ทางฝ่ายสุรเดชพาชนกชนม์มาถึงห้องห้องหนึ่งซึ่งมีนักเลงหน้าเหี้ยมยืนคุมอยู่ บอกให้เพื่อนรักรอที่นี่ก่อน เขาจะเข้าไปคุยกับเฮียปรัชญาเอง สุรเดชหายเข้าไปในห้องสักพักก็กลับออกมาแจ้งชนกชนม์ว่าเรียบร้อย คืนนี้ให้เริ่มงานได้เลย ชนกชนม์ทึ่งไม่คิดว่าจะง่ายดายขนาดนี้...

ชยางกูรติดใจบ่อนอย่างจังทั้งๆที่มาเป็นครั้งแรก เพทายยืนมองอย่างพอใจที่หลอกเขามาเล่นการพนันสำเร็จ เฮียปรัชญาเข้ามาตบไหล่เขา เอาเงินค่าเหนื่อยสำหรับเหยื่อรายใหม่ยื่นให้ แล้วมองไปที่ชยางกูร

“ลูกค้าเกรดเอเสียด้วย...ไม่ใช่แค่รวยแต่ต้องโง่ด้วย” เฮียปรัชญาว่าแล้วหัวเราะชอบใจ...

คํ่าวันเดียวกัน ชนิกานต์ถึงกับสติแตกที่เจอกฤติยาอยู่ในบ้านของตน ปราดเข้าไปผลักไสให้ออกไปกฤติยายืนนิ่งไม่ตอบโต้ ยิ่งทำให้ชนิกานต์โกรธตบเธอหน้าหงาย แล้วตามเข้าไปจะซํ้า เธอคว้ามือไว้แล้วตบคืนสองทีซ้อน ประกาศกร้าวจะไม่ยอมให้ใครมาตบฟรีๆ ศึกย่อยๆระเบิดขึ้น สองสาวตบตีกันอุตลุด ธีรดนย์ได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ กัณฐิกากระชากตัวชนิกานต์ออก สั่งให้หยุดทำร้ายลูกของเธอเดี๋ยวนี้

“แกยอมรับแล้วใช่ไหมว่าแกสองคนเป็นแม่ลูกกัน” ชนิกานต์สีหน้าเอาเรื่อง

“ถึงเราจะเป็นน้าหลาน แต่กฤติยาเป็นลูกบุญธรรมฉัน” กัณฐิกาโกหกหน้าด้านๆ

กฤติยาผิดหวังที่แม่ไม่ยอมรับว่าเป็นลูก ชนิกานต์ด่าว่ากัณฐิกาที่คิดจะเอาลูกมาช่วยกอบโกยสมบัติพ่อของเธอ แล้วขู่กฤติยาว่าจะทำให้อยู่ที่นี่อย่างไม่มีความสุข กฤติยาไม่อยากมาที่นี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอเจอฤทธิ์เดชของชนิกานต์เข้าไปถึงกับถอดใจ ณวัตรขอร้องไม่ให้ไป เธอเป็นหลานสาวของกัณฐิกาก็เท่ากับเป็นหลานเขาด้วย อยู่ที่นี่ให้สบายไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น ชนิกานต์ไม่พอใจที่พ่อหักหน้าต่อหน้าศัตรู อาละวาดหนักข้อขึ้น

กฤติยาทนไม่ไหววิ่งหนีออกจากบ้าน ณวัตรบอกให้กัณฐิกาไปตามหลานกลับมา ชนิกานต์ไม่พอใจต่อว่าพ่อต่างๆนานา ณวัตรเหลืออดตบหน้าสั่งสอนไปหนึ่งที ชนิกานต์ปล่อยโฮ คร่ำครวญว่าพ่อหมดรักเธอแล้ว

“ลูกต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ถ้าลูกไม่มอบความรักให้ใครก็จะไม่มีใครรักลูก ยังไม่สายที่จะเริ่มต้นใหม่” ณวัตรสั่งสอนเสร็จ รีบตามกัณฐิกาออกไป ชนิกานต์เสียใจที่พ่อไม่สนใจ เพิ่มความเกลียดชังสองแม่ลูกทวีคูณ...

ขณะกฤติยากำลังจะวิ่งไปที่ประตูใหญ่ ธีรดนย์มาขวางไว้ เกลี้ยกล่อมจนเธอเปลี่ยนใจยอมอยู่ที่นี่ต่อไป กัณฐิกาเห็นทั้งคู่ใกล้ชิดสนิทสนมกันรีบเข้าไปกั้นกลาง จับเนื้อตัวธีรดนย์ไว้ตลอดเวลา

“ธีรดนย์ ฉันขอบใจมากที่ช่วยพูดจนหลานใจอ่อน ยอมอยู่ที่นี่ และขอโทษเธอที่พลอยเดือดร้อนไปด้วย”

กฤติยามองท่าทางที่แม่แสดงออกต่อธีรดนย์ด้วยความสงสัย ณวัตรตามมาสมทบ กัณฐิกาจึงปล่อยมือจากชายหนุ่มมาประคองกฤติยาแทน ณวัตรอ้างว่าคุยกับชนิกานต์รู้เรื่องแล้ว ต่อไปกฤติยาจะอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ แล้วเสนอตัวจะพาเธอเข้าบ้าน กัณฐิกาไม่อยากให้เขาใกล้ชิดลูก รีบกันท่า

“ไม่เป็นไรค่ะ กัณพาไปเอง” กัณฐิกาพากฤติยา

กลับเข้าตัวตึก ธีรดนย์มองตามพอใจที่กฤติยาจะอยู่ที่นี่ต่อไป ณวัตรเห็นสายตาที่เขามองแล้วไม่ชอบใจนัก สั่งให้เขาคอยดูแลชนิกานต์ให้ดี อย่าให้อาละวาดทำร้ายกฤติยาอีกและเตือนว่าอย่ารับคำอย่างเดียวต้องทำให้ได้ตามที่สั่งด้วย

ooooooo

ธีรดนย์เดินกลับที่พักด้วยอารมณ์ขุ่นมัว บอกกับแม่ว่าอีกไม่นานเขาจะพาท่านไปจากที่นี่ไปให้พ้นจากคำว่าคนรับใช้ สัญญาว่าชีวิตพวกเราจะดีขึ้น เขาจะเล่นดนตรีเก็บเงิน และจะตั้งใจเรียนให้จบมีงานดีๆทำ จะได้พาแม่ออกไปอยู่บ้านของเราเอง อุษาลูบหัวธีรดนย์ ด้วยความรัก

“จ้ะลูก อย่าให้แม่รอนานนะ...ไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้ไปร้องเพลง”...

ด้านชนกชนม์ทำงานที่ผับของเฮียปรัชญาเป็นวันแรก มีลูกค้าเกย์ชื่อชาติเกิดติดใจเขาขึ้นมาคอยเรียกใช้บริการอยู่ตลอด ทำให้กัปตันของร้านไม่ค่อยพอใจ หาว่าเขาประจบสอพลอรอทิปจากลูกค้า สั่งให้คอยรับบริการลูกค้าโต๊ะอื่นด้วย ชนกชนม์ไม่อยากมีปัญหาตั้งแต่ทำงานวันแรก ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวไป...

ชยางกูรลงมาจากบ่อนได้เงินติดมือมาก้อนใหญ่ เพทายชวนไปฉลองความโชคดีที่ร้านเจ้าประจำ แต่ชยาง–กูรเหลือบเห็นชนกชนม์ในชุดเด็กเสิร์ฟเสียก่อน คิดแผนชั่วขึ้นมาได้ รีบส่งข้อความไปเรียกตัวสุรัมภาให้มาเจอกันที่นี่ ขู่ว่าถ้าไม่มา จะส่งคลิปประจาน สุรัมภาไม่มีทางเลือกลอบออกจากบ้าน แต่ไม่รอดสายตาสุตาภัญ...

ทางฝ่ายชนิกานต์ตั้งใจจะมาดื่มที่ผับแห่งนี้เพื่อหนีปัญหาทางบ้าน แปลกใจที่เห็นชนกชนม์มาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ ตามไปดู เจอเขากำลังเสิร์ฟอาหารให้ชยางกูร ซึ่งด่าว่าเขาต่างๆนานา ชนิกานต์ไม่พอใจ ปราดเข้าไปผลักอกชยางกูร แล้วด่าซ้ำสาดเสียเทเสีย เขาไม่พอใจเงื้อมือจะตบสั่งสอน ชนกชนม์คว้ามือเขาไว้ แล้วดึงชนิกานต์ ออกมา ชยางกูรมองตามแค้นใจ พอหันกลับมาอีกที เจอสุรัมภายืนอยู่ จัดแจงไล่เพทายทันที

“แกกลับไปได้แล้ว ผัวเมียจะคุยกัน” ชยางกูรพูดจบสั่งให้สุรัมภามานั่งข้างๆ...

กัปตันของร้านเห็นชนกชนม์ยืนหลบมุมคุยอยู่กับชนิกานต์ ก็เข้ามาต่อว่าว่าตกลงมาทำงานหรือมาจีบสาวกันแน่ ชนกชนม์ไม่อยากต่อความยาวด้วย ขอให้ชนิกานต์กลับไปก่อน เขามีงานต้องทำ แล้วรีบเข้าไป ต้อนรับแขก เธอไม่ยอมกลับ ยัดเงินให้กัปตันหนึ่งพันบาท สั่งให้หาโต๊ะให้นั่ง...

สุรัมภาอยากรู้ว่าชยางกูรนัดให้มาที่นี่ทำไม เขาแค่อยากให้เธอได้เจอสุดที่รักของเธอ แล้วพยักพเยิดไปทางที่ชนกชนม์ยืนอยู่ ชนกชนม์เห็นสุรัมภาแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ บอกให้กลับบ้าน เดี๋ยวเขาจะพาไปส่งขึ้นแท็กซี่ ชยางกูรสั่งให้เธออยู่ก่อน สุรัมภาไม่กล้าขยับไปไหน แต่แล้วชยางกูรเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาดื้อๆ

“ฉันเห็นหน้าแกแล้วกินอะไรไม่ลง ไปหาอะไรอร่อยๆกินที่อื่นดีกว่า...ไปสุรัมภา...ลุกขึ้น”

สุรัมภาทำตามอย่างว่าง่าย ชนกชนม์รู้ทันทีว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล ชยางกูรเอาเงินค่าอาหารวางไว้บนโต๊ะ แกล้งทิ้งแบงก์พันบาทลงกับพื้นเป็นค่าทิปให้ชนกชนม์แล้วกึ่งจูงกึ่งลากสุรัมภาออกไป ชนกชนม์ก้มเก็บเงินที่พื้น พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที ต้องแปลกใจเมื่อเจอสุตาภัญยืนอยู่

“นายเห็นภาไหม...ฉันเห็นรถของชยางกูรอยู่ที่นี่”

ชนกชนม์ยังไม่ทันจะตอบ สุตาภัญชิงพูดขึ้นก่อนว่าไม่น่าเสียเวลาถาม ถึงเขารู้ก็คงไม่บอกอะไร เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเขาต้องเข้าข้างน้องชายอยู่แล้ว ชนกชนม์พยายามจะอธิบายแต่เธอไม่ฟังก้าวฉับๆออกไป ชนิกานต์เห็นหลังเพื่อนรักไวๆ รีบลุกตาม ชนกชนม์จะตามสุตาภัญแต่กัปตันขวางไว้เสียก่อน

“จะอู้งานไปถึงไหน ไปรับออเดอร์ลูกค้า...ถ้าไม่ทำงานก็ออกไปซะ”

ชนกชนม์ตัดสินใจลาออกทันที แล้ววิ่งไปนอกร้าน...

ที่มุมมืดตรงลานจอดรถ สุรัมภาเดินหน้าเศร้าตามชยางกูรมาที่รถของเขา พยายามขอร้องให้เขาลบคลิปอุบาทว์นั่นทิ้ง ชยางกูรเปิดมือถือเรียกคลิปขึ้นมาดู ก่อนจะลบทิ้ง สุรัมภาดีใจมาก ขยับจะไป

“เดี๋ยวสิ...ลบแล้วก็ถ่ายใหม่ได้” ชยางกูรว่าแล้วผลักเธอเข้าไปที่เบาะรถด้านหลัง

ก่อนเหตุร้ายจะเกิดซ้ำสอง ชนกชนม์กระชาก ชยางกูรออกมา ต่อยไม่ยั้งจนล้มกลิ้งล้มหงาย ชยางกูรสู้ไม่ได้ ชักปืนขึ้นมาเล็งสุรัมภาขู่ไม่ให้เขาเข้ามาใกล้ไม่อย่างนั้นจะยิงเธอทิ้ง เขาไม่กล้าขยับได้แต่มองน้องชั่วขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว โดยมีรถอีกคันหนึ่งแล่นตาม สุรัมภาโผกอดชนกชนม์อย่างเสียขวัญ

เขาพยายามจะสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ ชนิกานต์กับสุตาภัญตามมาเห็นสุรัมภากำลังซบอกชนกชนม์อยู่ ชนิกานต์ไม่พอใจมาก บอกให้เพื่อนไปเคลียร์กับน้องสาวให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นเธอจะตบเพื่อนที่ไม่รู้จักสั่งสอนน้องให้เลิกแย่งแฟนเธอ ชนิกานต์เห็นสุตาภัญยืนนิ่ง ปราดเข้าไปเคลียร์เอง

ooooooo

ตอนที่ 5

ขณะที่ ชนกชนม์ สุตาภัญ วีรภัทร รวมทั้งชนิกานต์และธีรดนย์จนปัญญาไม่รู้จะไปตามหาเครื่องเพชรที่ไหน เนื่องจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมไม่สามารถบันทึกภาพคนร้ายได้เพราะตรงนั้นเป็นมุมอับ สุรัมภาวิ่งมาจากอีกด้านหนึ่ง พร้อมกับตะโกนเรียกชนกชนม์

“พี่ชนกชนม์คะ ใช่กล่องนี้หรือเปล่าคะ”

ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นสุรัมภากำลังโบกกล่องกำมะหยี่ไปมา ต่างกรูกันเข้าไปหา...

อีกมุมหนึ่งหน้าโรงแรม นัชชาจูงมือนิธิจะกลับ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นชลนิภาก้าวลงจากรถโดยมีธนกรก้าวตาม ก่อนจะพากันเร่งฝีเท้าเข้าไปข้างใน เธอมองตามด้วยความสงสัย...

ทางด้านชนกชนม์รีบเปิดกล่องเครื่องเพชรดู ดีใจที่เห็นเครื่องเพชรอยู่ครบถ้วน สุรัมภาแต่งเรื่องว่าเจอผู้ชายคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธด้านหลังโรงแรม พอเขาเห็นเธอก็ตกใจรีบโยนกล่องใบนี้ทิ้ง ชนกชนม์เข้าไปจับมือขอบใจสุรัมภาเป็นการใหญ่ เธอยิ้มรับแก้มแทบปริ ชนิกานต์หึงหวงชนกชนม์เข้ามากั้นกลาง แล้วคว้ากล่องเครื่องเพชรส่งให้ธีรดนย์ สั่งให้เอาไปให้นายหญิงของเขา ก่อนยัยนั่นจะช็อกตายไปเสียก่อน

“ชนกชนม์คะ...ฉันไปเตรียมตัวก่อนนะ งานจะเริ่มแล้ว” ชนิกานต์พูดจบ เดินนำธีรดนย์ออกไป สุตาภัญดีใจกับชนกชนม์ด้วย จะได้หมดกังวลเสียที ชลนิภามาจากไหนไม่รู้ ปรี่เข้าไปตบตีชนกชนม์อุตลุด ปากก็ด่าว่าต่างๆนานา วีรภัทรกับธนกรต้องช่วยกันห้าม เธอหยุดตบตีแต่ไม่หยุดด่า สุตาภัญกับสุรัมภาสงสารชนมชนม์ ช่วยกันชี้แจงว่าพวกเราหาเครื่องเพชรเจอแล้ว อย่าลงโทษเขาอีกเลย

“ไม่ต้องมายุ่งเรื่องในครอบครัวฉัน” ชลนิภาตวาดแว้ดแล้วหันไปต่อว่าธนกร “ฉันบอกแล้วว่ามันเป็นตัวซวย ทำอะไรมีแต่ผิดพลาดล้มเหลว...ฉันไม่น่าเชื่อคุณเลย ต่อไปฉันจะไม่ฟังคุณอีกแล้ว”

ชนกชนม์รู้สึกแย่ที่เป็นต้นเหตุทำให้ธนกรโดนตำหนิ ไปด้วย ขอรับผิดแต่ผู้เดียว แม่จะลงโทษอย่างไรเขาก็ยอม ชลนิภาต้องลงโทษเขาแน่ที่ทำให้บริษัทของเธอเสียชื่อเสียง แล้วสั่งให้กลับบ้าน วีรภัทรต้องการปกป้องชนกชนม์ขอคุยกับชลนิภาเป็นการส่วนตัว ก่อนจะหันไปบอกชนกชนม์ ให้อยู่ที่นี่ต่อไป ในเมื่อเขาทำผิดพลาด ก็ควรอยู่ช่วยงานที่นี่ก่อน อย่าให้ทางนั้นว่าได้ว่าเราหนีความรับผิดชอบ

ชายหนุ่มลังเลไม่รู้จะเชื่อใคร ข้างหนึ่งก็พ่ออีกข้างหนึ่งก็แม่ ธนกรบอกให้เขาทำตามที่วีรภัทรแนะนำ ชลนิภาไม่พอใจที่ธนกรเข้าข้างสามีเก่า สั่งเสียงเขียวให้กลับ วีรภัทรตะโกนไล่หลังว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ถ้าเธอยอมฟัง จากนี้ไปจะไม่มารบกวนอีก ชลนิภาหยุดกึกสนใจขึ้นมาทันที โอกาสจะกำจัดเขาพ้นจากชีวิตลูกเห็นอยู่รำไร ธนกรรู้งานบอกภรรยาว่าจะไปรอที่รถ ปล่อยให้
ทั้งคู่ได้คุยกัน

ชนกชนม์ยืนมองพ่อกับแม่ด้วยสีหน้าเป็นกังวล สุตาภัญแนะให้เขาปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่คุยกันจะดีกว่า เขาพยักหน้าเห็นด้วย แล้วหันไปขอบใจสุรัมภาอีกครั้งหนึ่งที่ช่วยเขาไว้

“ภาเต็มใจช่วยพี่ชนกชนม์ค่ะ พี่ชนกชนม์เป็นหนี้บุญคุณภาแล้วนะ”

ชนกชนม์รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะจะหาโอกาสชดใช้ให้ สุตาภัญไม่อยากให้น้องสาวอยู่ใกล้ชิดชายที่ตนหลงรัก อ้างว่าใกล้เวลางานเริ่มแล้ว เราสองคนต้องไปเตรียมตัวก่อน แล้วจูงมือน้องสาวออกไป

ooooooo

เรื่องที่วีรภัทรจะคุยกับชลนิภาไม่มีอะไรมาก แค่อยากให้เธอเลิกด่าว่าลูกแรงๆแบบนี้อีก ถ้าลูกทำผิดก็ตำหนิและสอนในสิ่งที่ดีให้ แต่หากลูกทำดี เธอก็ควรชมเชยบ้าง คำชมเพียงคำเดียวของพ่อแม่จะทำให้ลูกเห็นคุณค่าในตัว-เอง และกลายเป็นแรงผลักดันให้แกสร้างสรรค์สิ่งดีๆในชีวิต

“เก็บคำสวยหรูไว้สอนลูกเมียใหม่นั่นเถอะ”

ชลนิภาแดกดันจบ ขยับจะไป วีรภัทรคว้ามือไว้ ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นนัชชายืนมองอยู่อีกมุมหนึ่งกับนิธิด้วยน้ำตาคลอเบ้า คิดว่าถ่านไฟเก่าคุทนดูไม่ไหวจูงมือลูกเดินหนี จึงไม่เห็นชลนิภาสะบัดมือวีรภัทรออกด้วยสีหน้าเอาเรื่อง เตือนว่าอย่ามาแตะต้องตัวเธออีก

“ต่อไปนี้ผมจะไม่วุ่นวายหรือยุ่งเกี่ยวกับลูกอีก เพื่อความสบายใจของคุณและผมไม่อยากให้นัชชากังวลใจในเรื่องนี้ ผมฝากคุณดูแลลูกด้วย ผมรักลูกมาก” วีรภัทรพูดจบ ผละจากไป...

ในเวลาเดียวกัน สุตาภัญยังคาใจเรื่องที่โจรโยนเครื่องเพชรทิ้งไม่หาย พยายามซักถามน้องสาวอีกครั้งเธอตีหน้าเศร้าน้ำตาซึม ตัดพ้อว่าถามแบบนี้เหมือนไม่เชื่อใจกัน สุตาภัญเข้ามาเช็ดน้ำตาให้

“พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจว่าภา พี่รักและเชื่อใจภาเสมอ”

จังหวะนั้น ชนิกานต์มาตามสุตาภัญให้ไปช่วยยกของชำร่วยไปวางหน้างาน พอเพื่อนรักคล้อยหลังชนิกานต์พูดดักคอสุรัมภาให้เลิกคิดได้แล้วว่าสิ่งที่เธอทำครั้งนี้จะมัดใจชนกชนม์ได้ เขาแยกแยะออกระหว่างความรักกับบุญคุณ สุรัมภาไม่สน รู้แค่ว่าเขาเป็นปลื้มกับสิ่งที่ตนเองทำก็พอแล้ว จากนั้นก็เดินตามสุตาภัญไป...

ในขณะที่ชนิกานต์กับสุรัมภากำลังเปิดศึกแย่งชิงชนกชนม์อย่างไม่มีใครยอมใคร กฤติยาหยิบรูปถ่ายของตัวเองในวัยเด็กกับแม่และยายขึ้นมาดู ยายแก้วเข้ามาเห็น ถามด้วยความแปลกใจว่ายังเก็บภาพนี้ไว้อีกหรือ

“มันมีค่าต่อหนูมากค่ะยาย มันอาจเป็นภาพแรกและภาพสุดท้ายที่เราได้ถ่ายด้วยกัน”

ยายแก้วไม่คิดเช่นนั้น หลังจากวันนี้ไปแล้วกัณฐิกาอาจพากฤติยาไปอยู่ด้วย จะได้มีความสุขพร้อมหน้าครอบครัวอีกครั้ง เธอไม่อยากไปไหน อยากอยู่กับยายที่นี่

“งานจะเริ่มแล้ว หนูรีบไปเถอะ” ยายแก้วตัดบทแล้วเดินไปส่งหลานสาวขึ้นรถ วัยรุ่นสองคนกำลังนั่งดื่มเหล้าเห็นกฤติยาในชุดสวยตะโกนแซวกันใหญ่ ยายแก้วไม่พอใจด่าลั่น พวกนั้นลุกขึ้นจะเอาเรื่อง กฤติยารีบดึงมือท่านเดินหนี แล้วออดอ้อนยายน่าจะไปงานด้วยกัน

“ไม่อยากไปทำขายหน้านังกัณ...วันนี้ลูกสวยมาก มือถือมีกล้องไหม ยายอยากถ่ายรูปด้วย”

กฤติยาถ่ายรูปคู่กับยายแก้ว แล้วถ่ายรูปเดี่ยวของท่านไว้หนึ่งรูป ยายแก้วมองรูปในมือถือยิ้มพอใจ พูดเป็นลางว่าตอนนี้เธอมีรูปติดหน้าโลงศพแล้ว กฤติยาใจเสีย ขอร้องอย่าพูดแบบนี้อีก ยายแก้วไล่เธอไปงานได้แล้วเดี๋ยวจะไม่ทัน โดยไม่รู้ว่าวัยรุ่นสองคนนั้นจ้องมองอย่างประสงค์ร้าย

ooooooo

ชนิกานต์เริ่มป่วนงานแต่งงานของพ่อกับ

กัณฐิกาตั้งแต่แขกเริ่มทยอยเข้างานด้วยการสวมชุดเพื่อนเจ้าสาวสั้นจู๋ แถมวอบๆแวมๆ ทุกคนพากันตะลึง สงสัยว่าเธอคิดจะทำอะไรกันแน่ สุตาภัญเห็นเพื่อนแต่งตัวไม่เหมาะสมรีบไล่ให้ไปเปลี่ยน ณวัตรต่อว่าว่าทำไมลูกถึงแต่งตัวแบบนี้

“ลูกคิดได้ว่าเพื่อนเจ้าสาวควรแต่งตัวให้เข้าคอนเซปต์เจ้าสาว ในเมื่อเจ้าสาวเป็นโสเภณี เพื่อนเจ้าสาวก็ต้องเซ็กซี่ให้ถึงใจ” ชนิกานต์ว่าแล้วส่งสายตายั่วยวนไปทั่ว

ณวัตรไม่พอใจมาก หันไปสั่งธีรดนย์ให้พาชนิกานต์กลับบ้าน เธอไม่ยอมกลับ ต้องทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวให้เสร็จก่อน กัณฐิการู้ทันว่าชนิกานต์ต้องการจะฉีกหน้าตน จึงชวนณวัตรเข้าไปดูแลแขกด้านใน ชนิกานต์คว้ามือไว้ไม่ให้ไป อ้างว่ามีของขวัญเตรียมไว้ให้แม่เลี้ยงคนใหม่ แล้วหันไปหยิบกล่องของขวัญที่วางอยู่บนโต๊ะมาให้ ขอร้องให้เปิดดูตอนนี้เลย กัณฐิกาจำต้องแกะกล่องของขวัญ พอดึงริบบิ้นที่ผูกไว้ ฝากล่องด้านบนก็ดีดออก ตุ๊กตาหน้าผีโผล่พรวดขึ้นมา เธอร้องวี้ดว้ายด้วยความตกใจ ชนิกานต์ หัวเราะลั่น

“ตุ๊กตาผีเหมาะกับหน้าผีใจผีอย่างแก”

ณวัตรโกรธจัดจะเข้าไปตบสั่งสอน เสาวนิตย์ห้ามไว้ทัน แล้วร้องบอกให้สุตาภัญพาชนิกานต์ออกไปก่อน เธอฮึดฮัดไม่ยอมไป แต่สุตาภัญลากเธอออกไปจนได้ ชนกชนม์เป็นห่วงรีบเดินตาม สุรัมภาไม่ยอมปล่อยให้เขาคลาดสายตาตามไปอีกทอดหนึ่ง ณวัตรเกรงลูกสาวจะก่อเรื่องอีก สั่งให้ธีรดนย์ตามไปคุม...

ฝ่ายชนิกานต์ดิ้นรนจนเป็นอิสระ จะกลับไปเอาเรื่องกัณฐิกาอีก สุตาภัญคว้าตัวไว้ ชวนกลับไปสงบสติอารมณ์ที่บ้าน ชนิกานต์ผลักเธอออก สั่งไม่ให้มายุ่ง ชนกชนม์เห็นท่าไม่ดี ขอร้องให้ชนิกานต์เลิกก่อกวนได้แล้ว

“นายขอ ฉันให้นายได้ แล้วถ้าฉันขอให้นายเป็นแฟนฉันล่ะ...ให้ฉันได้ไหม”

ชนกชนม์ตอบโดยไม่ต้องคิดว่า ให้เธอได้แค่ความเป็นเพื่อน ชนิกานต์อยากรู้ว่าเขามีใครแล้วหรือถึงปฏิเสธเธอ เขาอยากจะบอกว่ามีสุตาภัญอยู่เต็มหัวใจ แต่ไม่กล้า ได้แต่โกหกว่าไม่มีใคร รู้สึกกับชนิกานต์แค่เพื่อนจริงๆ เธอเสียใจมาก สารภาพอย่างไม่อายปากอยากให้เขาเป็นมากกว่าเพื่อน แล้ววิ่งกลับเข้างาน สุตาภัญเป็นห่วงเพื่อนรัก รีบวิ่งตาม ธีรดนย์เล่นงานชนกชนม์ทันที

“เรื่องกำลังจบลงด้วยดี นายก็หาเรื่องใหม่ได้ทุกครั้ง” เขาว่าแล้วตามไปดูแลชนิกานต์ไม่ให้แผลงฤทธิ์ ขณะที่สุรัมภายิ้มดีใจที่ชนกชนม์ไม่ได้ชอบชนิกานต์ เท่ากับเธอหมดคู่แข่งไปโดยปริยาย

ooooooo

ชนิกานต์มาปักหลักอยู่ตรงมุมเครื่องดื่ม ยืนกระดกเหล้าเข้าปากเป็นว่าเล่น สุตาภัญเข้ามาห้ามก็ไม่ฟัง แถมต่อว่าว่ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าตนชอบชนกชนม์ ทำไมยังปล่อยให้น้องสาวของเธอมาแย่งแฟนของตน สุตาภัญไม่เคยสนับสนุนน้องให้ทำอย่างนั้น ชนิกานต์ท้าให้พิสูจน์คำพูดด้วยการทำให้ชนกชนม์รักเธอ

สุตาภัญทักท้วงว่าตนไม่มีสิทธิ์ไปบังคับใจเขา ชนิกานต์หาเรื่องไม่เลิก ถ้าสุตาภัญบังคับชนกชนม์ให้รักเธอไม่ได้ ก็ช่วยบังคับให้น้องตัวเองเลิกแย่งเขาเสียที สุตาภัญนิ่งอึ้งไม่รู้จะทำอย่างไร

“ไปสิ...ไปจัดการน้องเธอซะ” ชนิกานต์ว่าพลางผลักสุตาภัญให้ออกไป ธีรดนย์ปรี่เข้ามาปกป้อง

“เลิกบ้าสักที ตาไม่เกี่ยวอะไรด้วย เธอกำลังทำลายมิตรภาพที่ดีเพียงเพราะผู้ชายชั่วๆคนหนึ่ง”

ชนิกานต์โกรธที่ธีรดนย์บังอาจมาว่าแฟนของตน เอาเหล้าสาดหน้าแล้วเดินจากไป...

ทางฝ่ายสุตาภัญออกมาหน้างานเจอชนกชนม์เดินสวนเข้ามาพอดี เขาขอโทษเธอด้วยที่ทำให้เพื่อนของเธอเสียใจ สุตาภัญไม่เห็นความจำเป็นที่เขาต้องขอโทษ เรื่องของหัวใจเธอไม่มีสิทธิ์ไปบังคับเขา

“อย่าลืมสิ เธอเป็นเจ้าชีวิตฉัน”

“เจ้าชีวิตสามารถขออะไรได้ทุกอย่างไหม”

ชนกชนม์ให้เธอได้ทุกอย่างแม้แต่หัวใจของเขา สุตาภัญอ้าปากจะขอความรักจากเขาให้ชนิกานต์ สุรัมภาเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน จะขอถ่ายรูปกับชนกชนม์จะ เอาไปลงเฟซบุ๊ก แล้วลากเขาออกไป...

ใกล้เริ่มพิธีแล้ว ณวัตรกำลังจะพากัณฐิกาไปที่เวที กฤติยาเข้ามาทักทายเสียก่อน กัณฐิกาแนะนำว่าเธอเป็นลูกของลูกพี่ลูกน้องตนเอง กำพร้ามาตั้งแต่เด็กๆ อยู่กับ ยายเพียงแค่สองคน ณวัตรมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพึงพอใจ จังหวะนั้น เพื่อนรักของณวัตรมาถึงงานพอดี เขา ขอตัวไปต้อนรับเพื่อนก่อน กฤติยาน้อยใจที่แม่ไม่ยอมรับว่าเป็นลูก เดินหนีออกจากงาน กัณฐิการีบตามจนทัน ถามว่าจะไปไหน

“หนูไม่อยากเห็นแม่เล่นละครหลอกตัวเองหลอกคนอื่นทั้งชีวิต”

“แม่จำเป็น...แม่ขอโทษ คุณณวัตรเขารับเรื่องนี้ไม่ได้ แม่ถึงต้องให้แกเล่นบทหลาน แล้วมันต่างกันตรงไหน ยังไงแกก็เป็นญาติฉัน...ปาดน้ำตาแล้วกลับเข้างาน”

กฤติยาไม่ทำตามสั่ง จะกลับบ้านให้ได้ ชนิกานต์เมาได้ที่เดินมาเจอทั้งคู่คุยกันอยู่ก็หยุดฟัง พอจับใจความได้ว่าสองคนนี้เป็นแม่ลูกกัน แถมกำลังมีปากเสียงกันอยู่ กฤติยาเดินหนี กัณฐิกาจะตาม แต่ณวัตรเข้ามาตามไปขึ้นเวทีเสียก่อน กัณฐิกาจำต้องกลับเข้าไปในงาน ในใจยังพะวงเรื่องกฤติยา

ชนิกานต์ยิ้มด้วยความสะใจที่ล่วงรู้ความลับของนังแม่เลี้ยงตัวแสบ คิดแผนชั่วร้ายขึ้นมาได้รีบเดินตามกฤติยาจนทัน ลากตัวเธอขึ้นไปบนเวที ป่าวประกาศให้รู้กันทั้งงานว่าหญิงสาวคนนี้เป็นลูกติดของเจ้าสาว กัณฐิกาบีบน้ำตา หาว่าชนิกานต์จงใจใส่ร้ายป้ายสีตน ชนิกานต์สั่งให้กฤติยาบอกความจริงต่อหน้าทุกคน เธอไม่อยาก ทำร้ายแม่ จึงปั้นเรื่องว่าชนิกานต์เข้าใจผิด กัณฐิกาเป็นแค่แม่บุญธรรมของเธอไม่ใช่แม่จริงๆ

“โกหก ฉันได้ยินเต็มสองหูว่าเธอเป็นแม่ลูกกัน” ชนิกานต์โวยวายลั่น

“ฉันพูดความจริง แม่ฉันตายแล้ว ฉันมาในวันนี้เพื่อขอบคุณน้ากัณที่คอยส่งเสียฉัน แต่หลังจากนี้ ฉันดูแลตัวเองได้แล้ว ฉันจะไม่รบกวนน้ากัณอีก” กฤติยาตัด สัมพันธ์แม่กลางเวที แล้ววิ่งออกจากงาน ชนิกานต์ด่าทั้งกัณฐิกาและกฤติยาสาดเสียเทเสีย กัณฐิกาอับอายขายหน้าจนเป็นลมล้มพับ เสาวนิตย์รีบประคองเธอออกจากงาน ณวัตรหมดความอดทนขึ้นไปตบหน้าสั่งสอนลูกสาว แล้วประกาศก้อง

“ผมขอโทษด้วยครับ งานเลี้ยงในค่ำนี้จบลงแล้ว”

เสียงซุบซิบดังไปทั่ว จากนั้นแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายต่างทยอยกันกลับ ณวัตรไม่มีอะไรจะพูดกับลูกที่ชอบสร้างแต่ปัญหาให้ เดินลงจากเวที ชนิกานต์ร้องเรียกให้พ่ออยู่ก่อน แต่ไร้ประโยชน์ เธอถึงกับทรุดลงกับพื้นร้องไห้โฮ ไม่นานนัก แขกกลับจนหมด ชนกชนม์กำลังจะกลับเช่นกันแต่ชนิกานต์ตะโกนเรียกไว้

“ชนกชนม์...คุณพ่อไม่รักฉันแล้ว ไม่มีใครรักฉัน ...ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว ฉันรักเธอมาก เธออย่าทิ้งฉันไป เป็นแฟนกับฉันได้ไหม” ชนิกานต์มองเขาอย่างรอคำตอบ ชนกชนม์ถึงกับพูดอะไรไม่ออก สุตาภัญสงสารเพื่อนรักจับใจเดินเข้าไปหาชนกชนม์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“นายสัญญากับฉันแล้ว ฉันเป็นเจ้าของชีวิตนาย ฉันขอหัวใจนาย...ให้กับเพื่อนฉัน”

ชนกชนม์ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะถามสุตาภัญว่าไม่เคยชอบเขาเลยหรือ เธอตอบทั้งน้ำตาว่าจะชอบเขาได้อย่างไรในเมื่อเธอมีธีรดนย์เป็นแฟนอยู่แล้ว แล้วหันไปเรียกธีรดนย์ที่ยืนอยู่ที่เวทีกับชนิกานต์

“ธี...ตาจะกลับแล้ว ไปส่งตาที่รถหน่อยสิ” สุตาภัญพูดจบจะเดินไปที่เวที ชนกชนม์คว้ามือไว้ เธอแกะมือเขาออก แล้วเข้าไปจับมือธีรดนย์ ชนกชนม์ปวดร้าวใจมากตะโกนบอกชนิกานต์เพื่อให้สุตาภัญได้ยิน

“หยุดร้องได้แล้วคนดี...แฟนผมต้องไม่ขี้แง

เป็นแฟนผมต้องเข้มแข็งนะครับ”

ชนิกานต์ดีใจมากวิ่งมากอดชนกชนม์ สุตาภัญเดินจากไปทั้งน้ำตา ชนกชนม์ก็น้ำตาซึมเช่นเดียวกัน...

ขณะยายแก้วกำลังทำขนมเตรียมไว้ขายวันพรุ่งนี้ สองวัยรุ่นที่เธอเจอเมื่อตอนหัวค่ำลอบเข้ามาชิงทรัพย์ถึงในบ้าน ยายแก้วขัดขืนไม่ยอมให้ ร้องขอความช่วยเหลือลั่น พวกนั้นตกใจ ผลักเธอกระแทกเตาถ่านล้มคว่ำ ถ่านร้อนๆตกใส่กองถุงกระดาษสำหรับใส่ขนม สองวัยรุ่นตกใจวิ่งหนี ยายแก้วจะลุกตาม แต่เห็นไฟลามไปติด

ผนังบ้านไม้อย่างรวดเร็ว ใกล้ถึงรูปถ่ายซึ่งกฤติยาหวงแหน เธอตัดสินใจวิ่งกลับเข้าไป...

กฤติยาเดินเข้ามาในซอยบ้านพร้อมกับสุรเดชซึ่งมายืนรอรับกลับ มีเสียงตะโกนลั่นว่าไฟไหม้บ้านยายแก้ว เธอถึงกับใจเสีย รีบวิ่งไปดู เห็นเพื่อนบ้านกำลังช่วยกันตักน้ำดับไฟที่ลุกท่วมบ้านของเธอ กฤติยากับสุรเดชคว้าผ้าห่มที่ตากไว้ชุบน้ำห่อตัวแล้ววิ่งฝ่าเปลวไฟเข้าไปข้างใน พบยายแก้วใกล้หมดสตินอนอยู่กับพื้นกอดรูปถ่ายครอบครัวไว้แน่น รีบช่วยกันประคองแกออกมา ยายแก้วซึ่งอ่อนแรงเต็มทีส่งรูปถ่ายให้กฤติยา

“จำคำยายไว้นะ...ไม่มีแม่...คนไหน...ไม่รักลูก...หรอก...” พูดได้แค่นั้น ยายแก้วก็สิ้นใจ กฤติยาโผกอดร่างไร้วิญญาณของเธอไว้ร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด

ooooooo

นัชชาเสียใจมากกับเรื่องเมื่อคืน เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าจูงลูกจะไปจากบ้าน วีรภัทรพยายามอธิบายว่าไม่ได้คิดอะไรกับชลนิภาแล้ว ที่จับมือเธอก็แค่ล่ำลาและฝากให้ช่วยดูแลลูกชายคนโตให้ด้วย หลังจากนี้ไป เขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับบ้านนั้นอีก แล้วขอร้องนัชชาอย่าพรากนิธิไป เขาไม่ต้องการให้เหมือนเมื่อครั้งต้องจากชนกชนม์

“นิธิจำได้ คุณแม่เคยสอนว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ต้องรักกัน คุณแม่ไม่รักพวกเราแล้วหรือครับ”

นัชชาน้ำตาซึม วีรภัทรรู้ว่าเธอใจอ่อนแล้วเข้าไปสวมกอดไว้ สัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก...

ในเวลาเดียวกัน สุทินเรียกสุตาภัญมาซักถามว่าเกิดอะไรขึ้นในงานแต่งงานณวัตร สุรัมภาถึงได้กลับบ้านแบบเซื่องซึม ไม่มีความสุข เธอไม่กล้าเล่าความจริงให้ฟัง อ้างว่าปกติน้องก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วถ้านอนดึก สุทินมองอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก สุตาภัญเกรงพ่อจะซักอะไรอีก รีบขอตัวขึ้นไปอ่านหนังสือ

“เดี๋ยว...วันนี้ฉันต้องไปตีกอล์ฟกับท่านปลัดที่เขาใหญ่ แม่เธอต้องไปด้วยและค้างหนึ่งคืน เธอมีหน้าที่ดูแลน้อง...ฉันรู้ว่าเธออึดอัดที่ฉันคอยจ้ำจี้จ้ำไช แต่ฉันต้องล้อมกรอบเธอไว้ก่อนจะเกิดปัญหา...อย่าให้เกิดเรื่อง”

สุทินสั่งเสร็จเหลือบมองกางเกงขาสั้นที่ลูกใส่อยู่

สั่งห้ามใส่ตัวนี้อีก สุตาภัญรับคำ มองพ่อเดินออกจากห้องอย่างโล่งใจ เสาวนิตย์ฝากสุตาภัญขึ้นไปดูน้องให้ด้วย ทำไมยังไม่ลงมาอีก แล้วกำชับว่าห้ามทำให้น้องเสียใจ

“แม่ก็รู้ว่าตารักยัยภามาก...เดินทางปลอดภัยนะคะ”

สุตาภัญหอมแก้มแม่หนึ่งฟอด เสาวนิตย์ยิ้ม

คลายความกังวล ถือกระเป๋าใส่เสื้อผ้าตามสุทินไปที่รถ...

ooooooo

ทางฝ่ายชนกชนม์ถูกตามตัวไปพบชลนิภาแต่เช้า เห็นแม่ถือไม้เรียวยืนรออยู่ คิดว่าจะถูกลงโทษเรื่องเมื่อคืน ยินยอมพร้อมใจรับโทษ แต่กลับตาลปัตรเธอหักไม้เรียวทิ้งและจะไม่สาวความยืดอีกต่อไป แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นอีกเพียงครั้งเดียว

เธอจะไม่อดทนกับเขาอีก

ชนกชนม์ขอบคุณแม่มาก รับปากจะไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก ชลนิภารับฟังแต่ไม่เชื่อคำสัญญาของเขานัก จังหวะนั้นแป๋วเข้ามารายงานมีคนมาขอ พบชนกชนม์

เมื่อเขามาถึงห้องโถง ชนิกานต์ปราดเข้ามา กอดแขนไว้ แสดงตัวเป็นแฟนอย่างเปิดเผย จะขอพบชลนิภาจะได้แนะนำตัวกับท่าน ชนกชนม์รู้ว่าแม่ต้องไม่ชอบใจ จึงโกหกว่าไม่อยู่...ยังไม่ทันขาดคำ ชลนิภาตามเข้ามา ชนกชนม์รีบชิงแนะนำตัวชนิกานต์หรือนิกกี้ว่าเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน

“แฟนจ๋าเลิกอายได้แล้ว...เราเป็นแฟนกันค่ะ คุณแม่”

ชยางกูรผ่านมาได้ยินหยุดฟัง ชลนิภาไม่สนว่าทั้งคู่จะเป็นอะไรกัน แต่ชนิกานต์อย่ามาที่นี่อีก เธอไม่ชอบผู้หญิงที่เที่ยววิ่งโร่บุกมาบ้านผู้ชาย แล้วหันไปเล่นงานชนกชนม์ว่าตัวเองยังเอาไม่รอดคิดพาผู้หญิงเข้าบ้าน

“คุณแม่กำลังเข้าใจผิด เราเป็นแค่เพื่อนกัน จริงๆครับ ชนิกานต์มารับผมไปติวหนังสือ...ไปกันเถอะเพื่อนๆรออยู่...ผมไปก่อนนะครับ” ชนกชนม์ว่าแล้วรีบลากตัวชนิกานต์ออกไป

ชยางกูรเข้ามาใส่ไฟทันที ว่าชนกชนม์ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แถมยังไปโปรยเสน่ห์ใส่น้องสาวเพื่อนร่วมสถาบันที่เป็นแค่เด็กนักเรียน เขาไม่ได้คิดจะฟ้องแม่ แต่ไม่อยากให้แม่ต้องปวดหัวกับปัญหาท้องก่อนแต่ง ชลนิภาหมายหัวไว้ ถ้าชนกชนม์ทำเรื่องงามหน้า เธอไม่ปล่อยไว้แน่นอน...

ooooooo

ครู่ต่อมา สุตาภัญเข้าไปตามน้องที่ห้องต้องตกใจที่เห็นเธอเอารูปที่ถ่ายกับชนิกานต์ตอนไปเที่ยวทะเลด้วยกันมาตัดทิ้งเกลื่อนห้อง เจ็บใจที่ถูกแย่งชนกชนม์ไป สุตาภัญคว้ากรรไกรไปจากมือน้อง สั่งให้พอได้แล้ว ทำอย่างนี้ไม่มีประโยชน์

สุรัมภาโทษว่าเป็นความผิดของพี่ตาที่สั่งให้ชนกชนม์เลือกชนิกานต์ รู้ทั้งรู้ว่าเธอรักเขายังไปยกให้คนอื่น ตัดพ้อว่าพี่ตารักเพื่อนมากกว่าน้องตัวเอง สุตาภัญค้านทันทีว่าไม่เป็นความจริง

“ไม่อยากให้ภาตัดพี่ตัดน้อง พี่ตาทำให้พี่ชนกชนม์เลิกกับพี่นิกกี้” สุรัมภาขู่

สุตาภัญปฏิเสธว่าทำไม่ได้ สุรัมภาโกรธหยิบรูปถ่ายคู่กับพี่สาวขึ้นมาตัดเป็นเสี่ยงๆประกาศไม่ขอเป็นพี่เป็นน้องกับเธออีก แล้ววิ่งหนีออกจากห้อง สุตา– ภัญวิ่งตามมาถึงถนนในหมู่บ้าน เห็นเธอวิ่งตัดหน้ารถอย่างกระชั้นชิด เสียงรถคันนั้นเบรกดังลั่น สุรัมภาตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจที่เห็นรถหยุดห่างตัวเองแค่คืบ

ชนิกานต์ลงจากรถมาโวยลั่นว่าไม่มีอะไรทำหรือ ถึงได้เที่ยววิ่งให้รถชนเล่น สุรัมภาเห็นเธอก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ยิ่งรู้ว่าชนกชนม์มาด้วยก็ยิ่งเสียใจวิ่งหนีไปอีก สุตาภัญวิ่งตาม ชนกชนม์คว้ามือไว้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอแกะมือเขาออก บอกว่าไม่มีอะไรแค่ทะเลาะกันนิดหน่อย

“มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า” ชนกชนม์ออกปาก

สุตาภัญไม่สามารถบอกความจริงเรื่องที่น้องสาวของเธอรักเขา จึงได้แต่อ้ำอึ้ง ชนิกานต์รีบเข้ามาควงแขนเขาแสดงความเป็นเจ้าของ ชวนให้กลับขึ้นรถ อ้อนว่าหิวข้าวจะแย่แล้ว ชนกชนม์จำต้องไปกับชนิกานต์ทิ้งให้สุตาภัญยืนเศร้าอยู่คนเดียว

ooooooo

สุรัมภายืนหลบมุมอยู่ตรงสวนสาธารณะของหมู่บ้านมองเข้าไปในรถของชนิกานต์ที่แล่นผ่าน หน้าไปเห็นศัตรูหัวใจนั่งซบไหล่ชนกชนม์ซึ่งเป็นคนขับ ถึงกับน้ำตาร่วงด้วยความเสียใจ ชยางกูรเดินเข้ามาด้านหลัง

“น่าสงสาร อุตส่าห์ทำดีไม่มีคนเห็นใจ รู้งี้เอาเพชรไปขายแบ่งเงินกันใช้สบายใจกว่าเยอะ”

สุรัมภาไม่พอใจขู่ฟ่อถ้าขืนพูดอีกคำเดียว เธอจะแฉว่าเขาเป็นคนขโมยเพชร ชยางกูรท้าทายถ้าอยากโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดก็เชิญโพนทะนาได้เลย รับรองได้ว่าหมดสิทธิ์ได้ความรักจากพี่ชายของเขาแน่นอน สุรัมภาเสียดายที่หลงคารมยอมร่วมมือกับคนชั่วอย่างเขา

“อย่ามองฉันในแง่ร้ายนัก ในฐานะที่เคยช่วยเหลือกันมา ฉันจะบอกสูตรลับจับผู้ชายให้...เลิกทำตัวอ่อนใสไร้เดียงสาได้แล้ว เปลี่ยนตัวเองเสียใหม่ให้เร้าใจ รับรองว่าใครเห็นก็อยากกิน”

ชยางกูรไล้แขนสุรัมภาเล่น เธอสะบัดหนีไปขึ้นรถแท็กซี่ ชยางกูรเหลือบเห็นสุตาภัญเดินมาทางนี้รีบเข้าไปหา เธอไม่อยากยุ่งด้วยเดินหนี เขาตะโกนไล่หลัง ไม่อยากรู้หรือว่าน้องสาวของเธอไปไหน สุตาภัญหยุดกึก หันกลับมามอง

“ถ้าอยากรู้ขึ้นรถฉันสิ ฉันจะพาไป”

สุตาภัญไม่มีวันไว้ใจคนน่าขยะแขยงน่ารังเกียจอย่างเขาอีก หันหลังกลับจะเดินต่อไป เขารวบตัวเธอไว้จะจูบ เธอดิ้นรนจนเป็นอิสระ ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ สั่งให้เลิกยุ่งกับตน ไม่อย่างนั้นจะจับส่งตำรวจ แล้วออกตามหาน้องต่อไป ชยางกูรไม่กลัวคำขู่ คิดหาทางรวบหัว รวบหางสุตาภัญ...

ooooooo

ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ขณะชนกชนม์กำลังจะไปกินข้าวกับชนิกานต์ เห็นธีรดนย์อยู่ในร้านขายเครื่องดนตรี เขาทำทีขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วแอบเข้าไปหาธีรดนย์

สองหนุ่มเล่นกีตาร์ประชันฝีมือกัน จนคนขายอดชมไม่ได้ว่าเล่นได้ไพเราะมาก ถามธีรดนย์ว่าจะเอากีตาร์ตัวนี้เลยไหมจะได้ใส่กล่องให้ เขามีเงินไม่พอจ่าย บอกว่ายังก่อน ส่งกีตาร์คืนให้คนขายแล้วหันไปทางชนกชนม์

“ฉันไปก่อน นัดโจซ้อมวง เย็นนี้ไปเล่นที่ร้านแล้ว”

ชนกชนม์รู้ว่าธีรดนย์อยากได้กีตาร์ตัวใหม่ รีบจ่ายเงินซื้อแล้ววิ่งตามมาให้ ธีรดนย์ทำท่าจะไม่รับ เขาทั้งขอร้องทั้งบังคับ ธีรดนย์ถึงยอมรับกีตาร์ไว้

ooooooo

เย็นวันเดียวกัน มีพิธีรดน้ำศพยายแก้ว สุรเดชต้องเกลี้ยกล่อมกฤติยาอยู่นาน ถึงได้ยอมโทร.บอกข่าวร้ายแม่ และให้รีบมาที่วัดทุกคนกำลังรอทำพิธีรดน้ำศพยายกันอยู่ กัณฐิกามองตั๋วเครื่องบินในมือแล้วบอกว่าไปไม่ได้

“มีธุระอะไรสำคัญกว่างานศพแม่ตัวเอง” กฤติยาตะคอกลั่น

กัณฐิกายังไม่ทันจะตอบ ณวัตรเปิดประตูห้อง เข้ามาบอกว่า ทะเลมัลดีฟส์กำลังรอเธออยู่ เสียงของ

เขาลอดไปทางโทรศัพท์ กฤติยาวางสายด้วยความสะเทือนใจที่รู้ว่าแม่มางานศพไม่ได้เพราะจะไปเที่ยวกับสามีใหม่...

ค่ำแล้วสุรัมภายังไม่กลับบ้าน สุตาภัญร้อนใจมาก ตัดสินใจโทร.ขอความช่วยเหลือธีรดนย์ แต่เขา

ติดเล่นดนตรีไปช่วยไม่ได้ เลิกงานแล้วจะโทร.หาเธออีกครั้ง วางสายแล้วรีบช่วยโจขนเครื่องดนตรีเข้าไปในผับ ช่างบังเอิญจริงๆที่สุรัมภามาเที่ยวผับแห่งเดียวกันพอดี ธีรดนย์รีบโทร.แจ้งสุตาภัญทันที

ไม่ใช่สุรัมภาเท่านั้นที่มาที่นี่ ชนกชนม์พาชนิกานต์ตามมาเป็นกำลังใจให้ธีรดนย์ด้วย...

พลอยกับเจนเพื่อนของสุรัมภาที่มาด้วยกันอยู่แก๊งเดียวกับนานาคู่ขาของชยางกูร เมื่อชยางกูร เพทายกับปอนมาถึงผับ เพทายชวนให้ไปนั่งร่วมโต๊ะกับนานา ชยางกูรไม่สนใจ ไม่อยากกินของเก่าอีกแล้ว

“แต่สมาชิกใหม่เนื้อสดหอมหวาน”

เพทายว่าแล้วพยักพเยิดให้ชยางกูรดูสุรัมภาซึ่งนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่โต๊ะนานา เขาสนใจขึ้นมาทันที ผลักเพทายพ้นทางแล้วเดินไปที่โต๊ะ เพทายไม่ค่อยพอใจนักที่โดนเขาปาดหน้าเค้กแต่ขัดไม่ได้ จำต้องเดินตาม สุรัมภาเห็นชยางกูรมานั่งร่วมโต๊ะด้วย จะลุกหนี เขาขวางไว้ชวนให้อยู่ดื่มด้วยกันก่อน เธอไม่อยากดื่มด้วยขยับจะไป แต่เหลือบเห็นชนกชนม์นั่งอยู่
กับชนิกานต์เสียก่อนจึงเปลี่ยนใจ นั่งดื่มต่อ...

ไม่นานนัก สุตาภัญมาถึงผับ ถามธีรดนย์ว่าน้องของเธออยู่ไหน เขาชี้ไปที่โต๊ะนานา กลับไม่เห็นสุรัมภานั่งอยู่ อดแปลกใจไม่ได้เมื่อครู่ยังอยู่ คนที่สุตาภัญถามหาอยู่ที่โต๊ะชนกชนม์ จะขอคุยเป็น

การส่วนตัวกับชนิกานต์นอกร้าน เธอไม่ไป ถ้าอยากจะคุยก็ให้คุยที่นี่ได้เลย เพราะเธอไม่มีอะไรปิดบังชนกชนม์

“มันเป็นเรื่องของผู้หญิง แต่ถ้าพี่ไม่กลัว ก็ไม่เป็นไรค่ะ” สุรัมภาทิ้งท้ายแล้วเดินนำออกไป ชนิกานต์เดินตาม คลาดกับสุตาภัญและธีรดนย์ที่เข้ามาถามชนกชนม์ว่าเห็นสุรัมภาบ้างหรือเปล่าเพียงนิดเดียว พอเธอรู้ว่าน้องอยู่นอกร้าน รีบตามไปทันที ธีรดนย์ต้องขึ้นเวทีแล้วจึงไปช่วยเธอไม่ได้ ฝากชนกชนม์ช่วยดูแลแทน...

ooooooo

สุรัมภาไม่มีอะไรจะคุยกับชนิกานต์ แค่หลอกให้ออกมาให้พลอยกับเจนช่วยกันรุมทำร้าย ชนิกานต์สู้สุดฤทธิ์แต่อีกฝ่ายมีมากกว่าถูกตบตีสะบักสะบอม โดยที่สุรัมภายืนดูอยู่ด้วยความสะใจ สุตาภัญเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรีบเข้าไปห้ามปราม สุรัมภาคว้าตัวพี่สาวไว้ไม่ให้เข้าไปยุ่ง

“ภา...ทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือเปล่า...นี่เธอสองคน ...ฉันสั่งให้หยุด”

สองสาวมือตบไม่ฟังเสียง สุตาภัญจะเข้าไปช่วยเพื่อนก็ถูกสุรัมภาผลักจนเซ ชนกชนม์ประคองสุตาภัญไว้ทัน ก่อนจะวิ่งเข้าไปช่วยชนิกานต์ พลอยกับเจนเห็นท่าไม่ดีถอยห่าง ชนิกานต์โกรธมากขู่จะโทร.เรียกตำรวจ สองสาวมือตบเผ่นแน่บ สุตาภัญคาดคั้นให้น้องบอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น เธอโกหกว่าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

“บอกความจริงไปสิ ว่าเธออกหักจากชนกชนม์แล้วเอาเพื่อนมารุมตบฉัน” ชนิกานต์โวย

สุรัมภากลัวความผิดวิ่งหนี ชนกชนม์บอกให้สุตาภัญดูแลชนิกานต์ เขาจะไปตามน้องให้เอง...

ด้านชยางกูรเห็นสุรัมภาวิ่งผ่านหน้าไป บอกเพทายกับปอนให้ตามไปจัดการ ส่วนตนเองหมายตาสุตาภัญไว้อย่างไรเสียคืนนี้ต้องรวบหัวรวบหางเธอให้ได้...

ชนกชนม์ตามสุรัมภาจนทัน ถึงกับอึ้งเมื่อเธอสารภาพรักซึ่งๆหน้า เขาพยายามอธิบายว่าไม่ได้คิดอะไรเกินกว่าคำว่าน้อง เธอน้อยใจมากวิ่งหนีไปอีก เขาจะตามแต่ชนิกานต์คว้าแขนไว้ บอกว่าไม่ต้องไปสนใจเด็กสติแตกนั่น สุตาภัญตามมาไม่เห็นน้องอยู่ด้วยก็เป็นห่วงรีบตามหา ชนิกานต์ไม่อยากยุ่งด้วยชวนชนกชนม์กลับ...

ระหว่างที่ชนกชนม์กับชนิกานต์เดินไปยังที่จอดรถ สุรัมภาถูกเพทายกับปอนต่อยท้องจนจุกลงไปกองกับพื้น ก่อนจะถูกอุ้มไปที่รถ ด้านชยางกูรเห็น

สุตาภัญมาตามหาน้อง หลอกว่ามีพวกวัยรุ่นจับเธอไป ชวนให้ขึ้นไปตามหาด้วยกัน เธอไม่กล้าขึ้น วิ่งไปที่ถนนใหญ่เพื่อหาแท็กซี่ ฝ่ายชนกชนม์ส่งชนิกานต์ขึ้นรถแล้ววิ่งไปยังทิศทางที่สุตาภัญไป ธีรดนย์ที่เพิ่งออกมา เห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งตาม...

สุตาภัญหาแท็กซี่ไม่ได้ จำต้องขึ้นรถไปกับชยางกูร ชนกชนม์กับธีรดนย์มาทันเห็นพอดีอดเป็นห่วงไม่ได้รีบตามไปทันที

ooooooo

ตอนที่ 4

ธีรดนย์ยังไม่หนำใจ ใส่ไฟว่าชนกชนม์รักชนิกานต์จริงๆอย่างที่เขาเคยบอกไว้ไม่มีผิด สุตาภัญทนดู ต่อไปไม่ไหวชวนเขากลับ ชนกชนม์หันมาเห็นสุตาภัญ รู้ทันทีว่าเธอกำลังเข้าใจผิด ดันตัวชนิกานต์ออก รีบวิ่งมาขวางหน้าไว้ ขอร้องอย่าเพิ่งไป ให้มาช่วยทางนี้ก่อน ธีรดนย์ได้ทีใส่ไฟซ้ำ

“ช่วยอยู่เป็นสักขีพยานรักของนายสองคนน่ะหรือ”

“นายกำลังเข้าใจผิด เมื่อกี้ชนิกานต์คิดสั้นกระโดดน้ำ ฉันเพิ่งช่วยขึ้นมา”

“รีบพาชนิกานต์ไปพักก่อนเถอะธี อาการดีขึ้นแล้วค่อยกลับบ้าน” สุตาภัญร้อนใจจะกลับไปดู

ชนิกานต์ตามมาเสียก่อน ยืนยันว่าถึงตายก็ไม่กลับ ชนกชนม์กับสุตาภัญช่วยกันเกลี้ยกล่อมอย่างไรเธอก็ไม่ยอมกลับ อ้างว่าเหนื่อย ขอนอนพักก่อน แล้วบ่ายหน้าไปทางบ้านพัก สุตาภัญบอกธีรดนย์ให้ค้างที่นี่คืนหนึ่งก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที...

ระหว่างที่อยู่ลำพังกับเพื่อนรักในห้องพัก สุตาภัญอดถามไม่ได้ว่าทำไมต้องแกล้งจมน้ำด้วย ในบรรดาเพื่อนทั้งหมดเธอว่ายน้ำแข็งที่สุด ต่อให้น้ำลึกแค่ไหนก็ช่วยตัวเองได้ แล้วทำไมต้องทำแบบนี้

“ฉันอยากรู้ว่าชนกชนม์คิดยังไงกับฉัน และฉันก็รู้แล้วว่าเขาห่วงใยฉัน เขารักฉัน...บอกตามตรงนะ ตอนที่ธีบอกว่าชนกชนม์ชอบเธอแล้วฉันเห็นเธอกับเขากอดกันที่หาดทราย ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธอชอบชนกชนม์ แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเธอรู้ว่าฉันรักชนกชนม์ เธอไม่เคยทำร้ายจิตใจฉันและไม่คิดแย่งแฟนเพื่อนจริงไหมตา” ชนิกานต์ดักคอ สุตาภัญเจ็บแปลบเข้าไปถึงหัวใจ จำต้องฝืนยิ้มแทนคำตอบ แล้วขอตัวไปตามน้อง...

ขณะที่สุตาภัญตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่เพิงขายขนมของยายแก้วในตลาด กฤติยานั่งใจลอยไม่มีแก่ใจจะทำอะไร นึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าแล้วยิ่งเศร้า สุรเดชเข้ามาแหย่ เธอก็เอาแต่นั่งนิ่ง เขารู้ทันทีว่าเธอไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วยรีบชิ่งออกมา แต่ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงเธอตะโกนไล่หลัง

“ช่วยพาฉันไปไหนก็ได้”

สุรเดชหันกลับมามอง แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่กล้าถาม ไม่นานนัก เขาพากฤติยาขึ้นมาบนดาดฟ้าของตึกร้างแห่งหนึ่ง เธอเดินหน้าเศร้าไปหยุดที่ขอบตึก ก่อนจะกรีดร้องระบายความอัดอั้นตันใจ สุรเดชได้แต่ยืนมองห่างๆด้วยความเป็นห่วง...

ด้านสุตาภัญเดินตามหาสุรัมภามาถึงหน้ารีสอร์ต เจอชนกชนม์ที่เดินสวนเข้ามา ต่างฝ่ายต่างอึ้ง เธอยังน้อยใจเรื่องที่เห็นเขากอดกับชนิกานต์ไม่หาย แกล้งประชดไล่เขาไปดูชนิกานต์ ส่วนตนเองจะไปตามหาน้องสาว ชนกชนม์ขอไปด้วยจะได้ช่วยกันอีกแรง

“ฉันบอกแล้วไงให้นายไปดูแลชนิกานต์...เธอต้องการนาย”

“แล้วเธอล่ะ...ไม่ต้องการฉันหรือ” ชนกชนม์ย้อนถาม สุตาภัญถึงกับอึ้ง ที่อีกฝั่งหนึ่งของถนน สุรัมภาเดินถือไอศกรีมวิ่งมาหยุดมองเพื่อจะข้ามถนนกลับรีสอร์ต เห็นชนกชนม์ชายในฝันของตนเองยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม อารามดีใจที่เจอเขา วิ่งข้ามถนนไม่มองอะไรทั้งสิ้น ชยางกูรขับรถมาด้วยความเร็วมีคนวิ่งตัดหน้ากระแทกเบรกเสียงดังสนั่น สุรัมภาตกใจ เห็นรถพุ่งเข้าหา กรีดร้องสุดเสียง ทั้งชนกชนม์และสุตาภัญต่างมองตะลึง

ooooooo

รถของชยางกูรหยุดอยู่ห่างสุรัมภาที่ยืนตัวสั่นไม่ถึงคืบ ชยางกูรโกรธจัดลงมาโวยลั่นว่าตาบอดหรือถึงได้ข้ามถนนไม่ดูรถ สุตาภัญรีบวิ่งไปหาน้องสาวด้วยความเป็นห่วง พอเห็นเธอปลอดภัยก็โล่งใจ

ชนกชนม์วิ่งตามมาสมทบ “น้องเธอเป็นยังไงบ้าง”

ทันทีที่เห็นหน้าชายในฝัน สุรัมภาทั้งตื่นเต้นดีใจทั้งยังช็อกที่รอดตายมาได้ เป็นลมล้มพับ ชนกชนม์รีบเข้าไปอุ้ม พากลับที่พัก โดยมีสุตาภัญตามประกบไม่ห่าง ชยางกูรมองตาม คิดแผนชั่วบางอย่างขึ้นมาได้...

ครู่ต่อมา ชนกชนม์อุ้มสุรัมภามาวางบนโซฟาภายในห้องพัก สุตาภัญจะตามเข้าไปแต่ชยางกูรคว้าแขนไว้เธอสั่งให้ปล่อย ชยางกูรรีบคลายมือออก ขอโทษที่ทำให้น้องสาวของเธอตกใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะชน น้องของเธอวิ่งตัดหน้ารถเขาเอง สุตาภัญประหลาดใจที่วันนี้เขามาแปลก พูดจาดีแถมยอมรับผิด

“ฉันขอโทษแทนน้องสาวด้วยแล้วกัน จบเรื่องก็กลับไปได้แล้ว” สุตาภัญว่าแล้วเดินเข้าห้อง ชยางกูรไม่ยอมกลับ ตามเข้ามาด้วย...

หลังจากชนกชนม์เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้สักพัก สุรัมภาค่อยๆรู้สึกตัว เห็นชายในฝันอยู่ตรงหน้าก็ยิ้มให้ เขายิ้มตอบ ก่อนจะแนะนำตัวเองว่าชื่อชนกชนม์ เด็กสาวซึ่งอาการดีขึ้น ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ถามว่าจำเธอได้ไหม เขาจำเธอได้ เด็กเปิ่นที่ชอบวิ่งให้รถชนเล่นใครจะลืมลง

“ใครบอก ภาเป็นคนมีเสน่ห์ต่างหาก ใครเห็นก็ชอบวิ่งเข้าหา” ทั้งคู่ต่างหัวเราะขำ สุตาภัญที่เพิ่งมาถึงถามน้องอย่างห่วงใยว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอดีขึ้นแล้ว แต่ยังมึนนิดหน่อย ชยางกูรซึ่งตามมาด้านหลังโวยใส่เธอลั่น

“โรคสำออย แกล้งเป็นลม หวังเรียกค่าทำขวัญสิท่า...เอาเท่าไหร่”

สุรัมภาไม่พอใจที่ชยางกูรพูดจาไม่เข้าหูเลย ด่ากลับ สองคนปะทะคารมกันดุเดือด สุตาภัญต้องรีบห้ามศึกก่อนเรื่องจะลุกลาม แล้วไล่ชยางกูรกลับ สุรัมภาไม่ยอมรามือจะเอาเรื่องเขาให้ได้ ชนกชนม์ต้องขอร้องให้เห็นแก่เขา เธอถึงได้ยอมสงบศึก เขายิ้มให้เป็นทำนองขอบใจแล้วพาน้องชายตัวดีออกไป

“ภารู้จักชนกชนม์ด้วยหรือ” สุตาภัญนิ่วหน้าสงสัย และถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าเขาคือชายในฝันของน้อง...

ชนกชนม์อยากรู้ว่าชยางกูรต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ตามมาที่นี่ เขาอ้างว่ามาเป็นกันชนไม่ให้ชนกชนม์ยุ่งกับผู้หญิงของเขา ชนกชนม์ไม่อยากพูดถึงสุตาภัญรีบตัดบทไล่เขากลับ มาไม่บอกใคร เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง

“มันจะยากอะไร ฉันโทร.บอกคำเดียวว่ามาเที่ยวกับเพื่อนมันก็จบ แต่ถ้าฉันบอกว่าแกมั่วสุมกับผู้หญิง คงสนุกแน่ ถ้าไม่อยากให้ฉันฟ้องคุณแม่ แกต้องช่วยฉันจีบสุตาภัญ” ชยางกูรยิ้มกวน ขณะที่ชนกชนม์หน้าเครียด...

ฝ่ายสุรัมภาทวงสัญญาที่พี่สาวเคยให้ไว้ว่าจะช่วยเป็นแม่สื่อให้เธอกับชายในฝัน สุตาภัญไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร จึงโกหกว่าชนกชนม์มีแฟนแล้ว เธอซักถามด้วยความสนใจว่าใครเป็นแฟนเขา ชนิกานต์มาทันได้ยินพอดี ออกตัวแรงอย่างไม่อายปากว่าเธอเองที่เป็นแฟนของชนกชนม์ แล้วขอตัวไปเลือกชุดสวยๆใส่อวดแฟนสักหน่อย สุรัมภาหน้าเศร้าขึ้นมาทันที ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นความจริง

“ทำหน้ายังกับคนอกหัก เรายังไม่ได้เป็นแฟนกับพี่เขาสักหน่อย ไปๆอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้สดชื่นขึ้น”

“ภาไม่ยอมแพ้หรอก...พี่ตาต้องช่วยภา” สุรัมภามุ่งมั่นจะต้องพิชิตใจชายในฝันให้ได้

ooooooo

ค่ำแล้วกฤติยายังไม่หายเศร้าใจเรื่องแม่ สุรเดชสงสารเธอจับใจเข้ามาถามว่าไหวหรือเปล่า น้ำเสียงห่วงใย นั้นทำให้หญิงสาวบ่อน้ำตาแตกโผกอดเขาไว้แน่น สุรเดชถึงกับอึ้ง ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา เธอไม่เคยให้เขาแตะต้องตัวแม้แต่น้อย คิดเอาเองว่าเธอคงใจอ่อนยอมเป็นแฟน เริ่มลูบไล้เนื้อตัว หญิงสาวเอะใจคว้ามือเขาไว้

“หยุด...อย่าทำอย่างนี้”

แทนที่จะหยุด สุรเดชกลับยิ่งรุกหนักข้อขึ้นซุกไซ้ร์ไปทั่ว กฤติยาดิ้นรนจนเป็นอิสระตบเขาฉาดใหญ่ แล้วชี้หน้าด่าไม่ยั้ง สุรเดชไม่พอใจ ต่อว่าว่าอ่อยให้กันขนาดนี้ยังมาทำเล่นตัวอีก

“ฉันให้กอดไม่ได้หมายความว่าฉันอยากมีเซ็กซ์ด้วย ฉันแค่ต้องการไออุ่นจากคนเข้าใจ” กฤติยาโวยจบวิ่งหนีลงข้างล่าง สุรเดชวิ่งตามมาทันตรงบันไดคว้าตัวเธอไว้ อธิบายว่าที่ทำลงไปก็เพราะรัก ไม่ได้คิดจะฟันแล้วทิ้ง กฤติยาต่อว่าว่าเคยถามกันสักคำไหมว่าเธอรักเขาหรือเปล่า สุรเดชทั้งโกรธทั้งน้อยใจ หาว่าที่เธอเปลี่ยนใจไม่ รักเขาเพราะเจอคนที่ดีกว่าหล่อกว่าอย่างธีรดนย์ เขารู้ได้จากสายตาหยาดเยิ้มที่เธอมองไอ้หมอนั่นวันแข่งรถ

“ฉันจะรักใครชอบใครก็ไม่เกี่ยวกับพี่ เพราะยังไงฉันก็ไม่รักพี่” กฤติยาพูดจบวิ่งหนีไปด้วยความผิดหวัง...

ในเวลาเดียวกัน สุตาภัญถึงกับหน้าเครียดที่เพื่อนรักกับน้องสาวต่างหมายปองชายคนเดียวกัน เหมือนน้ำท่วมปากจะบอกทั้งคู่ว่าเธอเองก็มีใจให้เขาก็พูดไม่ออก แถมน้องสาวยังขอร้องให้เธอช่วยเป็นแม่สื่อให้อีกต่างหาก สุตาภัญทำอะไรไม่ถูก ยืนมองทะเลอย่างอัดอั้นก่อนจะตะโกนสุดเสียง

“ฉันจะทำอย่างไรดีเนี่ย”

ทันใดนั้น มีเสียงตะโกนขึ้นด้านหลังทวนทุกคำที่เธอพูดเมื่อครู่ สุตาภัญนิ่วหน้าหันไปมอง เห็นชนกชนม์ยืนยิ้มอยู่ เขาถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เธออ้ำๆอึ้งๆอยากจะบอกให้เขาไปหาสุรัมภาตามที่เตี๊ยมกันไว้ แต่เขาชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าเขาเองก็มีเรื่องจะให้เธอช่วย แล้วจูงมือเธอออกไปทันทีโดยไม่ถามความสมัครใจสักคำ...

อีกมุมหนึ่งของชายหาด ขณะสุรัมภากำลังนั่งรอชายในฝันอย่างใจจดจ่อ เหลือบไปเห็นชนิกานต์ในชุดเซ็กซี่แล้วก้มมองชุดตัวเอง ไม่เห็นสวยเหมือนของคู่แข่ง รีบกลับไปเปลี่ยนชุดใหม่...

หลังจากปล่อยให้ชนกชนม์จูงมือมาได้สักพัก สุตาภัญดึงมือออก ต่อรองว่าถ้าเขาอยากให้เธอช่วยต้องไปช่วยเธอทำบางอย่างก่อน ทั้งคู่ตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะช่วยใครก่อนกัน จึงตัดสินปัญหาด้วยการเป่ายิงฉุบ สุตาภัญแพ้ จึงต้องยอมเดินตามชนกชนม์แต่โดยดี...

สุรัมภารออยู่นานสองนานไม่เห็นชนกชนม์โผล่มาสักที ตัดสินใจออกตามหา ชนิกานต์กำลังตามหาเขาอยู่เช่นกัน ได้ยินเสียงสุรัมภาตะโกนเรียกหาชนกชนม์ รีบเดินเข้ามาขอบใจที่เธอช่วยตามหาเขาให้

“ใครบอกล่ะคะ ภานัดเจอพี่ชนกชนม์ต่างหาก” สุรัมภาพูดจบ ออกเดินหาเขาต่อ ชนิกานต์ถึงกับอึ้ง พอ ตั้งสติได้เร่งฝีเท้าตามไปถามว่าเมื่อครู่นี้สุรัมภาพูดเล่นใช่ไหม เธอตอบชัดเจนว่าพูดจริง

“เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังแย่งแฟนพี่”

“พี่อย่าขี้ตู่สิคะ พี่ชนกชนม์ยังไม่เคยประกาศเป็นแฟนพี่สักหน่อย...จริงไหมคะ”

“งั้นเราไปหาพี่ชนกชนม์ด้วยกัน แล้วภาจะรู้ว่าเขารักพี่มากแค่ไหน” ชนิกานต์เดินออกไปอย่างมั่นใจ

ooooooo

ครู่ต่อมา ชนกชนม์พาสุตาภัญมาที่สะพานที่ยื่นไปในทะเลซึ่งถูกประดับด้วยคบไฟส่องประกายระยิบ ระยับสะท้อนกับผืนน้ำ เธอเดินไปยังปลายสะพานโดยไม่ทันสังเกตว่าชนกชนม์ไม่ได้เดินตามมาด้วย เมื่อมาถึงปลายทาง เห็นสถานที่ถูกตกแต่งสวยงาม เธอหันกลับไปจะชมชนกชนม์ กลับพบชยางกูรยืนอยู่แทนที่

“เธอชอบไหม”

“ฉันว่าคนหยาบคายอย่างนายไม่น่าคิดได้” สุตาภัญพูดจบจะเดินหนี ชยางกูรขวางไว้

“จะรีบไปไหนล่ะ พี่ชายฉันอุตส่าห์จัดฉากวางแผนให้เราได้อยู่ด้วยกัน เขาบอกว่าเธอชอบอะไรที่สวยๆเพ้อๆ โรแมนติก ตอนแรกฉันไม่เห็นด้วยหรอก ฉันว่ามันเสียเวลา แต่เห็นสีหน้าเธอตอนนี้แล้วต้องยอมรับว่าพี่ชายฉันมองขาด” ชยางกูรไม่พูดเปล่ามองเธอด้วยสายตาหื่นกระหาย สุตาภัญไม่พอใจจะเดินกลับ เขาคว้ามือเธอไว้

“เล่นตัวเพื่ออะไร อยากได้แหวน สร้อย กระเป๋าหรือ ดูท่าแล้วเธอยังบริสุทธิ์ฉันยอมจ่าย...ต้องการเท่าไร”

สุตาภัญโกรธจัด ตบหน้าเขาทันที “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวที่นายจะซื้อได้ง่ายๆ แล้วจำไว้ด้วย ผู้หญิงไม่ใช่สินค้า” เธอพูดจบก็เดินหนี ชยางกูรหน้ามืดเข้ามารวบตัวเธอไว้...

ด้านชนกชนม์หลบไปเดินเล่นริมหาด เจอธีรดนย์เข้ามาซักไซ้ไล่เรียงว่าเห็นสุตาภัญหรือเปล่า เขาแนะให้ลองไปดูที่บ้านพัก ธีรดนย์ไปมาแล้วไม่เจอ เลยจะลองไปดูที่สะพาน ชนกชนม์กังวลใจไม่อยากให้เขาไปขัดขวางชยางกูร พยายามหลอกล่อให้ไปที่อื่น ธีรดนย์ไม่สนใจ มุ่งมั่นจะไปที่สะพานให้ได้

ชนกชนม์จะตาม แต่ชนิกานต์เข้ามาคว้าแขนไว้ สุรัมภาซึ่งเดินตามมาไม่รอช้า ถามว่าเขาเป็นแฟนชนิกานต์หรือเปล่า ชายหนุ่มยังไม่ทันจะตอบคำถาม มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือของสุตาภัญดังขึ้นเสียก่อนชนกชนม์ตกใจรีบวิ่งไปที่สะพานทันที...

ธีรดนย์ซึ่งอยู่ใกล้กว่าไปถึงจุดเกิดเหตุก่อน เห็นชยางกูรกำลังลวนลามหญิงที่ตนแอบรัก ทนไม่ไหวเข้าไปกระชากเขาออกจากเธอ ประเคนกำปั้นใส่หน้าจนล้มคว่ำ แล้วจะเข้าไปซ้ำ ชนกชนม์เข้ามาห้ามเสียก่อน ธีรดนย์ ผลักอกเขาแล้วชกไปหนึ่งหมัด ฐานที่เขาสมรู้ร่วมคิดกับน้องชายวางแผนย่ำยีสุตาภัญ

ชนกชนม์หันไปต่อว่าน้องชายที่ทำเกินเหตุ ยังไม่ทันจะขอโทษสุตาภัญก็ถูกเธอตบหน้าหันเสียก่อน ชนิกานต์กับสุรัมภามาทันเห็นพอดี ไม่พอใจที่สุตาภัญตบหน้าชนกชนม์ ถามเสียงเครียดว่ามีเรื่องอะไรกัน

“ไอ้ชั่วนี่จะขืนใจตา พี่ชายมันก็สมรู้ร่วมคิดด้วย” ธีรดนย์ว่าพลางชี้หน้าชยางกูรอย่างเอาเรื่อง

สุรัมภาไม่เชื่อว่าชนกชนม์จะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย คนสันดานหยาบช้าอย่างชยางกูรคิดเองทำเองมากกว่าชยางกูรไม่พอใจจะเข้าไปทำร้ายสุรัมภา สุตาภัญเข้าไปขวางไว้

“หยุดหยาบคายป่าเถื่อนได้แล้ว ไม่งั้นฉันเอาเรื่องนายแน่”

ชยางกูรหยุดกึกไม่กล้าหือ ธีรดนย์ยุให้สุตาภัญแจ้งความเอาผิดกับสองพี่น้อง แต่เธอไม่ต้องการให้เรื่องถึงตำรวจ เดี๋ยวจะรู้ถึงหูพ่อของเธอด้วย จะพากันเดือดร้อนไปหมด แล้วหันไปชวนน้องสาวกลับที่พักเพื่อเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับบ้าน ชนกชนม์ไม่สบายใจที่สุตาภัญเข้าใจตนเองผิด รีบเดินตาม

ooooooo

สุตาภัญสั่งให้น้องสาวรีบไปเก็บของและห้ามพูดถึงชนกชนม์ให้ได้ยินอีก สุรัมภาเห็นสีหน้าเอาจริงของพี่สาวแล้วไม่กล้าขัด รีบทำตามสั่ง สุตาภัญจะเข้าบ้านพัก แต่ชนกชนม์ปราดเข้ามาขวางไว้ พยายามอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น เธอไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวจะเดินหนี เขาคว้าตัวเธอไว้

“ปล่อยฉัน อย่าให้ฉันเกลียดนายมากไปกว่านี้”

“เธอจะโกรธจะเกลียดฉันยังไงก็ได้ แต่ขอให้เธอรู้ไว้ ฉันไม่คิดว่าชยางกูรจะทำร้ายเธอ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องนี้ ไม่อยากให้เธออยู่

กับใครนอกจากฉัน เพราะว่าฉัน...” ชนกชนม์ยังไม่ทันจะบอกว่ารัก สุทินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน สุตาภัญตกใจแทบช็อกรีบดันตัวชนกชนม์ออก สุรัมภาเห็นพ่อมาค่อยๆหลบออกจากบ้านพักไปตามธีรดนย์กับชนิกานต์ให้มาช่วย รู้ดีว่าต้องเกิดเรื่องแน่ๆ

เป็นอย่างที่สุรัมภาคาดไว้ไม่มีผิด สุทินไม่พูดพล่าม ตรงเข้าตบตีสุตาภัญอุตลุด โทษฐานโกหกว่ามาทำงานแต่กลับมามั่วผู้ชาย สุรัมภา ธีรดนย์ และชนิกานต์ได้แต่ยืนดู ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ชนกชนม์ทนไม่ไหวรั้งแขนสุทินไว้ ขอร้องให้พอได้แล้ว สุทินผลักเขาออกสั่งห้ามมายุ่งเกี่ยว พอเห็นหน้าเขาชัดๆ  สุทินจำได้ทันที

“แกคงไม่ขี่รถวินมารับผู้โดยสารไกลถึงที่นี่”

ชนกชนม์ยกมือไหว้ขอโทษสุทินที่คราวก่อนโกหกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แล้วแนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยกับสุตาภัญ ชนิกานต์สบช่องรีบเข้ามาขอโทษเขาเช่นกัน ยอมรับผิดทุกอย่างว่าเป็นคนแต่งเรื่องโกหกพวกนี้เอง สุทินโกรธมากที่ทุกคนรวมหัวกันหลอกเขา ถ้าเขาไม่โทร.ไปเช็กที่คณะ คงเป็นไอ้งั่งหัวหงอกให้ทุกคนหลอกไปทั้งชีวิต สุรัมภาสำนึกผิดที่ทำให้พ่อเสียใจ เดินน้ำตาซึมเข้ามาขอโทษ

“ภา...ลูกทำอย่างนี้กับพ่อได้ยังไง พ่อไว้ใจลูกมากทำไมถึงทำอย่างนี้ บอกมาสิ...ทำไม”

สุตาภัญไม่อยากให้น้องเดือดร้อนจึงรับผิดเพียงผู้เดียวว่าเป็นคนบังคับให้น้องทำ สุทินนึกอยู่แล้วว่าเรื่องเลวๆพรรค์นี้สุรัมภาไม่มีทางคิดเองเป็น ชนกชนม์พยายามอธิบายว่าพวกเราไม่ได้ทำอะไรเสียหาย

“แกไม่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น แล้วต่อไปนี้ห้ามยุ่งกับลูกสาวฉันเด็ดขาด” สุทินชี้หน้าชนกชนม์อย่างเอาเรื่อง แล้วหันไปสั่งให้ลูกๆไปเก็บของกลับบ้านชยางกูรยืนมองอยู่มุมหนึ่งยิ้มสะใจที่ทุกคนโดนเล่นงาน ธีรดนย์บอกชนกชนม์ให้กลับไปจัดการน้องชาย  อย่าให้มายุ่มย่ามกับสุตาภัญอีก  ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาเรื่อง...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ชนกชนม์กระชากคอเสื้อ

ชยางกูรเข้ามาต่อยเพื่อเตือนสติว่าทีหน้าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกไม่ว่ากับผู้หญิงคนไหน ถ้าเขาไม่อยากติดคุกก็ควรเลิกพฤติกรรมเลวๆเสียที

“แกห่วงฉันเพราะเรื่องนี้หรือว่าหวงก้างกันแน่”

“ฉันชอบสุตาภัญ อย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉัน” ชนกชนม์เสียงเข้มก่อนจะเดินเข้าบ้าน ชยางกูรไม่สน

ถึงจะแฟนพี่ชาย ตนก็จะแย่งมาให้ได้...

การกระทำครั้งนี้ของสุตาภัญทำให้สุทินโกรธมาก เขาไม่ลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีเหมือนที่เคยทำ กลับขังเธอไว้ในห้องแล้วเอาโซ่ใส่กุญแจมาคล้องประตูไว้ สั่งห้ามใครปล่อยเด็ดขาด โดยไม่สนใจเสียงอ้อนวอนของลูก

“คุณพ่อทำอย่างนี้กับตาไม่ได้นะคะ เปิดค่ะ...ขังตาไว้ไม่ได้นะคะ ตาไม่ใช่นักโทษของคุณพ่อ” สุตาภัญร้องไห้โฮ ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นด้วยความเสียใจ

ooooooo

ชนิกานต์กับกัณฐิกาเปิดศึกนํ้าลายกันแต่เช้า คราวนี้กัณฐิกาที่เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน แดกดันเธอว่าไม่น่าจะกลับมา ทุกอย่างกำลังจะลงเอยด้วยดีแท้ๆ หรือว่าไม่มีที่ไป ชนิกานต์มาคิดดูแล้ว ขืนไปก็เท่ากับยอมแพ้ สู้กลับมาเฝ้าสมบัติของพ่อไว้ดีกว่า จะได้กันท่าไม่ให้ผู้หญิงหน้าไม่มียางอย่างเธอสูบไปจนหมดตัว

“มั่นใจว่าเป็นยันต์กันผีได้ก็เอาสิ เธอก็เห็นว่าพ่อเธอหลงฉันหัวปักหัวปําโดยไม่ต้องทำยาเสน่ห์ ทุกอย่างต้องเป็นของฉัน” กัณฐิกายิ้มอย่างมั่นใจ

“ฉันนี่แหละจะทำให้พ่อตาสว่าง เห็นธาตุแท้เล่ห์มารยาของเธอ แล้วก็เฉดหัวเธอออกไปจากบ้านนี้”

“เกมชักสนุกแล้วสิ ฉันชอบอะไรที่ท้าทาย” กัณ– ฐิกาตักข้าวต้มใส่ถ้วยกำลังจะนั่งกิน

ชนิกานต์แย่งถ้วยข้าวต้มไปต่อหน้าต่อตา เตือนว่าที่แม่เลี้ยงว่าตนเองร้ายกว่าที่เธอคิดนัก กัณฐิกาไม่พอใจ ลุกหนี ชนิกานต์มองตาม ก่อนจะผลักถ้วยข้าวต้มออก เธอแค่อยากแย่งไม่ได้อยากกิน กัณฐิกาแค้นใจคิดหาคนมาช่วยกำจัดชนิกานต์พ้นทาง จึงขอร้องณวัตรว่าหลังแต่งงานแล้วเธอจะพาญาติมาอยู่ที่นี่ด้วย ณวัตรยินดีต้อนรับญาติทุกคนของเธอ ขออย่างเดียวอย่าเป็นลูกติด กัณฐิกาถึงกับอึ้งเพราะตั้งใจจะเอากฤติยามาอยู่ด้วย

“ผมรับได้หากคุณเคยมีครอบครัวมาก่อน แต่ผมไม่พร้อมรับภรรยาที่มีลูกติด จะว่าผมเห็นแก่ตัวก็ได้ แต่ผมรักลูกมาก ผมไม่อยากให้ลูกผมน้อยใจที่ผมต้องแบ่งปันความรักให้ลูกคนอื่น”

“ขอให้คุณสบายใจได้ กัณยังไม่เคยมีลูกค่ะ” กัณ– ฐิกาโกหกหน้าตาเฉย ชนิกานต์ซึ่งแอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่ง ยิ้มพอใจที่รู้ว่าพ่อยังรัก จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ชนิกานต์รีบเดินออกไปรับสาย สุตาภัญโทร.มาฟ้องว่าพ่อขังเธอไว้ในห้องตั้งแต่เมื่อคืนทำโทษที่โกหก และอยากให้เพื่อนรักหาทางช่วยเธอออกไปจากที่นี่

“จะให้ฉันช่วยยังไง ขืนฉันเข้าไปหาเธอ พ่อเธอเอาฉันตายแน่”

ธีรดนย์ผ่านมาได้ยินพอดี ตำหนิชนิกานต์ว่าเป็นตัวการทำให้สุตาภัญเดือดร้อน เป็นตายอย่างไรเธอก็ต้องช่วยเพื่อน แล้วแย่งมือถือมาพูดเอง ปลอบใจสุตาภัญว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะรีบหาทางไปช่วย เธอขอบใจเขามาก วางสายด้วยความสบายใจขึ้น

ชนิกานต์หมั่นไส้ธีรดนย์ที่ชอบทำตัวเป็นฮีโร่ต่อหน้าสุตาภัญ ถามเขาว่าไปรับปากอย่างนั้น มีแผนในใจแล้วหรือ เขาจะให้ณวัตรไปขอให้สุตาภัญมาช่วยงานแต่งงาน สุทินต้องเกรงใจณวัตรและยอมปล่อยตัวสุตาภัญออกมาแน่นอน ชนิกานต์เห็นด้วยกับความคิดนี้ รีบเข้าไปหาพ่อ เสนอตัวจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กัณฐิกา แต่มีข้อแม้ว่าพ่อต้องเชิญครอบครัวของสุตาภัญมางานด้วย และต้องให้สุตาภัญเป็นเพื่อนเจ้าสาวคู่กับเธอ

“ลูกต้องการอะไร หรืออยากทำอะไรพ่อเต็มใจช่วยเสมอ”

“คุณน้าล่ะคะ เต็มใจให้หนูเป็นเพื่อนเจ้าสาวหรือเปล่าคะ” ชนิกานต์ยิ้มอ่อนหวานผิดจากเมื่อครู่ลิบลับ

“ถือเป็นข่าวที่น่ายินดี งานนี้ต้องเป็นงานแต่งที่อบอุ่นที่สุด”

“ค่ะ...จะเป็นงานแต่งที่อยู่ในความทรงจำไปอีกนาน” ชนิกานต์ยิ้มเจ้าเล่ห์วางแผนจะถล่มงานนี้ให้ราบ กัณฐิกาไม่ไว้ใจที่อยู่ๆเธอก็พูดจาดีด้วย

ooooooo

แผนของธีรดนย์และชนิกานต์สำเร็จด้วยดีสุทินจำใจปล่อยสุตาภัญเป็นอิสระ เพราะเธอต้องออกไปตัดชุดสำหรับใส่ไปงานแต่งงาน เขาไม่รู้ว่าลูกไปทำท่าไหน ณวัตรถึงได้มาขอตัวเธอไปช่วยงานถึงที่นี่ด้วยตัวเอง

“ถ้าคุณพ่อไม่ไว้ใจตา เพื่อความสบายใจ ตาไม่ไปก็ได้ค่ะ”

“ไม่ต้องประชดฉัน ถ้าฉันไม่เกรงใจที่คุณณวัตรเคยช่วยเหลือไว้ อย่าหวังว่าเธอจะได้ออกมาเร็วอย่างนี้ ส่วนวันงาน ฉันติดประชุมที่กรม ฉันจะให้แม่กับน้องไปคุมเธอ”

“ค่ะ...แล้วแต่คุณพ่อจะเห็นสมควร” สุตาภัญไม่วายประชด...

ธนกรเห็นเป็นโอกาสดีที่ชนกชนม์จะเรียกความเชื่อมั่นจากแม่ จึงเกลี้ยกล่อมชลนิภายอมให้ชนกชนม์เป็นคนนำเครื่องเพชรไปส่งให้เจ้าสาวของณวัตรในงานวันแต่งงาน ชลนิภาเตือนว่าถ้าชนกชนม์ทำงานนี้พลาด จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ชยางกูรได้ยินโดยตลอด คิดหาทางกลั่นแกล้งชนกชนม์...

ค่ำวันเดียวกัน กัณฐิกาแวะมาหากฤติยาที่บ้านแม่ เอาเงินค่าตัดชุดสวยๆสำหรับใส่ไปงานแต่งงานของตนมาให้ กฤติยาไม่สนใจเดินหยิบโน่นจับนี่ไปเรื่อยเปื่อย กัณฐิกาชักรำคาญสั่งให้เลิกทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนสักที อย่าลืมว่าเธอเป็นแม่ กฤติยาย้อนถามแล้วแม่เห็นเธอเป็นอะไร

“เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ไม่ต้องรื้อฟื้น แกต้องไปงานแต่งฉัน”

“แล้วแม่จะให้หนูไปในฐานะอะไร” กฤติยามีปมด้อยเรื่องนี้ เพราะแม่ไม่เคยยอมรับเธอเป็นลูก หาว่าเธอเป็นตัวถ่วงทำให้หาสามีใหม่ไม่ได้ เธอยังจำเหตุการณ์เจ็บปวดใจเหล่านั้นได้ดีเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“ในเมื่อแม่เลือกใช้ชีวิตตามที่แม่ต้องการ แม่จะมาห่วงหนูกับยายทำไม”

ไม่ว่ากฤติยาจะหาข้ออ้างอย่างไร กัณฐิกาก็ไม่สนใจ อย่างไรเสียทั้งคู่ต้องไปงานแต่งงานของตนให้ได้ แล้วหันไปกำชับยายแก้วว่า ต้องใส่เสื้อผ้าให้ดูดีมีราคา อย่าทำให้เธอต้องขายหน้าเด็ดขาด แล้วเอาเงินยัดใส่มือลูกก่อนจะผละจากไป กฤติยาน้ำตาไหลพรากปวดร้าวใจที่ต้องเป็นเครื่องมือของแม่ แม้ยายแก้วจะปลอบว่า คราวนี้แม่ของเธออาจจะ
ยอมรับเธอเป็นลูกจริงๆก็ได้ แต่กฤติยา ก็ยังไม่วางใจอยู่ดี

ooooooo

งานแต่งงานระหว่างณวัตรกับกัณฐิกาจัดขึ้น ภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ชนกชนม์พร้อมถุงใส่กล่องเครื่องเพชรมาถึงงานตามนัด ณวัตรขอให้สุตาภัญลงไปรับเครื่องเพชรให้ สุตาภัญในชุดเพื่อนเจ้าสาวสวยงามมาก จนชนกชนม์ตะลึง เดินลงจากบันไดชั้นสองเพื่อมารับเครื่องเพชร เกิดเหยียบพลาด เสียหลักจะร่วงตกบันได

โชคดีที่ชนกชนม์รับไว้ทัน ทั้งคู่มองสบตากันนิ่งงัน สุตาภัญได้สติรีบดันตัวเขาออก แล้วขอถุงใส่เครื่องเพชร ชนกชนม์ไม่ให้ ซ้ำยังเดินหนี หญิงสาวเดินตามขอร้องให้ส่งเครื่องเพชรมา งานใกล้เริ่มแล้ว ชนกชนม์ไม่ให้จนกว่าเธอจะยอมคืนดีด้วย สุตาภัญหลอกล่อจนได้เครื่องเพชรในที่สุด แล้วไล่เขากลับ

“ผมจะกลับก็ต่อเมื่อคุณให้อภัย แล้วกลับมาเป็นเจ้าชีวิตผมเหมือนเดิม” ชนกชนม์หันไปคว้าดอกไม้ในแจกันใกล้มือ แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าสุตาภัญ ขู่ว่าถ้าไม่ให้อภัย ต้องเจอท่าไม้ตาย แล้วตะโกนลั่นห้องว่า

“แต่งงานกับผมนะครับ”

แขกที่เดินผ่านไปผ่านมาเหลียวมองเป็นตาเดียวกัน สุตาภัญอายมาก รีบบอกให้ชนกชนม์ลุกขึ้น เขาไม่ยอมลุก เธอขยับจะหนี เขาจับขาไว้ แล้วตะโกนขอแต่งงานกับเธออีกครั้ง สุตาภัญจำต้องให้อภัย จังหวะนั้น นิธิมางานแต่งงานกับพ่อและแม่ เห็นพี่ชายต่างมารดาก็ดีใจรีบวิ่งเข้ามาหา แต่สะดุดหกล้มเสียก่อน ชนกชนม์รีบวิ่งไปดู เด็กน้อยร้องไห้จ้า สุตาภัญตกใจรีบเข้าไปช่วย โดยวางถุงใส่กล่องเครื่องเพชรไว้ตรงนั้น

นัชชาเดินเข้ามากับวีรภัทรเห็นชนกชนม์กำลังกอดปลอบใจนิธิอยู่ ไม่พอใจรีบดึงลูกคืน ชนกชนม์ทักทายพ่อกับแม่เลี้ยงแล้วแนะนำสุตาภัญให้รู้จัก นัชชาไม่อยากให้วีรภัทรเสวนากับเขา รีบชวนเข้างาน ชนกชนม์

เห็นใกล้ถึงฤกษ์แล้ว หันไปเตือนสุตาภัญว่าควรเอาเครื่องเพชรไปให้เจ้าสาวได้แล้ว หญิงสาวตกใจ

“เครื่องเพชร!...ฉันวางไว้ตรงโน้น”

ทั้งคู่รีบวิ่งกลับมาดู เห็นถุงใส่เครื่องเพชรยังอยู่ดีก็โล่งใจ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อถุงใส่เครื่องเพชรถึงมือกัณฐิกา ข้างในกลับเป็นกล่องทิชชูที่มีขนาดใกล้เคียงกับกล่องเครื่องเพชร เธอลมแทบจับ ใกล้ถึงฤกษ์แล้วไม่มีเครื่องเพชรใส่จะทำอย่างไรดี ชนก-ชนม์ถึงกับหน้าเสีย เมื่อครู่ยังเห็นอยู่เลย ต้องมีใครขโมยไปแน่ๆ ณวัตรไม่สนว่ามันจะหายหรือโดนขโมย แต่ภรรยาของเขาต้องมีเครื่องเพชรใส่

ชนกชนม์ขอร้องณวัตรอย่าเพิ่งโทร.บอกแม่ของเขา ขอเวลาเขาค้นหาให้ทั่วๆอีกครั้งหนึ่งก่อน แต่พอเขากับเพื่อนๆคล้อยหลัง ณวัตรรีบโทร.แจ้งชลนิภาทันที เธอรับปากจะไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด วางสายแล้วนึกเจ็บใจตัวเองไม่น่าไว้ใจตัวซวยอย่างชนกชนม์ให้เอาเครื่องเพชรไปส่ง...

ชนิกานต์ ชนกชนม์ สุตาภัญ และธีรดนย์ช่วยกันออกค้นหาเครื่องเพชรจนทั่วทั้งล็อบบี้แต่ไม่พบ ธีรดนย์ถือโอกาสนี้ซ้ำเติมชนกชนม์ต่างๆนานา จนชนิกานต์ทนไม่ไหว ลากเขาออกไปอีกทางหนึ่งเพื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่โรงแรมให้รับรู้เรื่องนี้ และจะได้เช็กกล้องวงจรปิดของที่นี่ เผื่อจะจับโจรขโมยเพชรได้

“ฉันขอโทษนะ เป็นเพราะฉันคนเดียว” สุตาภัญเสียงอ่อย

“อย่าคิดอย่างนั้นเลย...ฉันไม่เข้าใจว่ามันหายไปได้อย่างไร ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าในถุงนั่นเป็นเครื่องเพชร” ชนกชนม์สีหน้าครุ่นคิดสงสัย สุตาภัญแนะให้เขาลองไปถามพ่อของเขาดู เผื่อท่านจะเห็นอะไรบ้าง วีรภัทรให้ความร่วมมืออย่างดี แต่นัชชากลับไม่พอใจ คิดว่าทั้งคู่มาถามเพราะต้องการโยนความผิดให้พวกตน วีรภัทรเห็นท่าไม่ดี บอกให้เธอกลับไปก่อน เขาจะอยู่ช่วยลูกหาเครื่องเพชร นัชชาไม่พอใจมากที่วีรภัทรไล่กลับ...

ด้านชยางกูรกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดจะเอาเครื่องเพชรที่ฉกได้ไปขายเอาเงินมาใช้ ลุกออกจากมุมปลอดคนกำลังจะกลับ เจอสุรัมภาที่จ้องมองด้วยความสงสัยว่าเขาถือกล่องอะไรอยู่ ชยางกูรไม่ตอบ เดินหนี เธอเข้ามาแย่ง แต่เขายื้อไว้ไม่ยอมปล่อย สุรัมภากัดมือเขาจมเขี้ยวจนต้องปล่อย แล้วรีบเปิดดูเห็นเครื่องเพชรอยู่ข้างใน

“นายมันชั่วมาก ขโมยเครื่องเพชรหวังให้พี่ชนกชนม์ถูกด่า ฉันจะแฉความชั่วของนาย”

ชยางกูรจนแต้ม เสนอจะให้เงินสุรัมภาถ้าเธอยอมปิดปากเงียบไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ สุรัมภาไม่ต้องการเงินของเขา แต่ต้องการช่วยพี่ชนกชนม์ให้พ้นผิด และคนชั่วอย่างเขาต้องถูกลงโทษ ชยางกูรรีบเปลี่ยนข้อเสนอใหม่ ถ้าเธอต้องการเป็นคนดีในสายตาพี่ชายของเขา เธอต้องร่วมมือกับเขา สุรัมภาคิดคล้อยตาม

“เธอเป็นคนที่พบมัน หลังจากที่โจรทิ้งไว้ในถังขยะเพื่อหนีความผิด พี่ชายฉันเป็นพวกสำนึกในบุญคุณคน มันจะทำให้เธอชนะใจเขาได้” ชยางกูรว่าแล้วเอากล่องเครื่องเพชรใส่มือสุรัมภา

ooooooo

ตอนที่ 3

ขณะสุตาภัญกำลังช่วยเพื่อนๆเก็บของ เจอถุงใส่เสื้อที่ชนกชนม์ซื้อให้แม่ รีบคว้าถุงออกตามหาเจ้าของจนพบเขากำลังต่อสู้อยู่กับเพทายที่ลานจอดรถของห้าง ส่วนสุรเดชถูกชยางกูรกับเพื่อนอีกสองคนล้อมไว้ เธอรีบหลบข้างเสาแอบมอง ชนกชนม์ฝีมือเหนือกว่าต่อยคู่ต่อสู้ล้มคว่ำ เพทายสู้ไม่ได้ชักมีดพกขึ้นมาขู่...

ด้านชลนิภาวิ่งตามหาลูกชายจนทั่วแต่ไม่พบ ธนกร

บอกให้เธอรออยู่ตรงนี้ก่อน เขาจะบอก รปภ.ให้ไปช่วยระงับเหตุ แล้ววิ่งออกไปอีกทางหนึ่ง ชลนิภาเป็นห่วงชยางกูรมาก ทนรออยู่เฉยๆไม่ไหว ตามหาต่อไป...

สุรเดชถูกเพื่อนของชยางกูรสองคนรุมอัดจนล้มกลิ้งล้มหงาย ชยางกูรย่างสามขุมเข้าหาหมายจะกระทืบซ้ำ เขาเห็นท่าไม่ดีชักมีดออกมา อีกฝ่ายถึงกับผงะ ถอยร่น เพื่อนทั้งสองของชยางกูรชักมีดออกมาบ้าง สุรเดชหน้าเสียยิ้มแหย ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นยืน

“มีดนี่เป็นของปลอม เอาไว้ขู่แย่งไอติมเด็ก...เราจบนะ” สุรเดชทิ้งมีด แล้วหันหลังจะเดินหนี

ชยางกูรไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ โดดถีบเขาล้มคว่ำ พยักพเยิดให้เพื่อนเข้าไปลากตัวเขาขึ้นจากพื้นให้หันมาประจันหน้าด้วย ชยางกูรกระชากสร้อยคอห้อยป้ายเหล็ก เขียนคำว่า “ลูกเทวดา” ออกจากคอของศัตรู

“น้ำหน้าอย่างแกเป็นได้แค่ แก๊งลูกหมา”

“หยามกันมากไปแล้ว” สุรเดชโกรธจัด ดิ้นหลุดจนเป็นอิสระ พวกของชยางกูรจะตามเข้าไปจับตัว เขาทำทีเอื้อมมือไปด้านหลังเหมือนจะหยิบปืน “อยากเป็นไข้โป้งก็เข้ามาสิวะ”

ชยางกูรกับพวกชะงัก สุรเดชชักมือออก ทำมือเป็นรูปปืน เล็งใส่พร้อมกับส่งเสียง “ปังๆ” พวกนั้นตกใจหลบกันวุ่นวาย สุรเดชหัวเราะชอบใจก่อนจะวิ่งหนี

ชยางกูรแค้นใจมากไล่ตาม...

ในระหว่างที่สุรเดชกำลังเสียทีให้ชยางกูรกับพวก มีเสียงมอเตอร์ไซค์ดังกระหึ่มไปทั่ว สักพัก แก๊งลูกเทวดาก็ปรากฏตัวขึ้น ขี่รถฉวัดเฉวียนล้อมหน้าล้อมหลังชยางกูรกับพวกไว้

“เหล่าเทวดามาช่วยแล้วเว้ย...เข้ามาสิวะ ไอ้หมาหมู่” สุรเดชหัวเราะชอบใจที่เห็นชยางกูรตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ชนกชนม์ต่อยเพทายจนล้มคว่ำ มีดกระเด็นตกพื้น เขาคว้ามันขึ้นมาทำท่าจะแทง สุตาภัญซึ่งแอบมองอยู่ ร้องห้ามเสียงลั่น ชนกชนม์หันไปยิ้มให้เธอก่อนจะทิ้งมีด

“ลูกผู้ชายตัวจริง เขาไม่ทำร้ายคนไม่มีทางสู้หรอก” ชนกชนม์ว่าแล้วเดินไปหาสุตาภัญ จึงไม่เห็นเพทายเก็บมีดขึ้นมาพุ่งจะแทงด้านหลัง สุตาภัญตกใจร้องเตือน ชนกชนม์พลิกตัวกลับล็อกมือเพทายไว้ แล้วดึงมีดไป

“คิดเป็นนักเลงอย่าทำตัวหมาลอบกัด” แล้วอัดทั้งเข่าเขย่าทั้งศอกจนเพทายทรุดฮวบ หญิงสาวชวนเขาไปจากที่นี่ ชนกชนม์เป็นห่วงน้องกับเพื่อนรีบวิ่งไปหา...

ทางฝ่ายชลนิภาวิ่งตามหาชยางกูรมาตามทาง อารามรีบร้อนสะดุดขาตัวเองหกล้ม วีรภัทรเข้ามาช่วยพยุงให้ลุกขึ้นด้วยความเป็นห่วง เธอไม่ชอบใจผลักเขาออก จะเดินเอง พอทิ้งน้ำหนักลงเท้าก็เจ็บแปลบขึ้นมาเซจะล้ม วีรภัทรต้องช่วยประคองไว้ ไม่ทันสังเกตเห็น นัชชายืนหน้าหงิกมองอยู่กับนิธิที่อีกมุมหนึ่ง

ooooooo

หลังจากซ้อมชยางกูรจนหนำใจแล้ว สุรเดช

ชักมีดขึ้นมาวนตามใบหน้าเขา นี่ถ้าไม่ใช่น้องของเพื่อนรัก ป่านนี้ตายไปนานแล้ว แต่กฎต้องเป็นกฎ ใครจะหยามแก๊งลูกเทวดาไม่ได้ ถ้าหยามมันต้องเจ็บตัว

“รอยแผลเป็นบนหน้า มันจะเตือนให้แกระลึกไว้เสมอว่า อย่าล้อเล่นกับลูกเทวดา”

สุรเดชทำทีจะเอามีดกรีดหน้าชยางกูร แต่ชนกชนม์คว้ามีดไปโยนทิ้งเสียก่อน ขอให้จบเรื่องกันแค่นี้ สุรเดชฮึดฮัดไม่ยอมจบ ผลักเขาพ้นทางจะเอาเรื่องชยางกูรให้ได้ ชนกชนม์ขวางไว้ ขอร้องให้ปล่อยน้องของเขา ถ้ายังคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน สุรเดชกระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้ กระซิบเบาๆ

“ฉันแกล้งขู่มันไปงั้นแหละ แกจะได้เป็นฮีโร่ปกป้องมัน” แล้วผลักเขาออก แสร้งโวยวายลั่น “ ก็ได้...ฉันยอมให้ทานชีวิตน้องแก เพราะแกเป็นเพื่อนรัก” สุรเดชยิ้มกวน ก่อนจะชี้หน้าชยางกูร “ต่อไปก็สำนึกในบุญคุณพี่แกบ้าง ไม่งั้นแกตายไปแล้ว” สุรเดชสั่งสอนจบ ค้นตัวชยางกูรยึดมือถือไว้ ชดใช้ที่เขากระทืบมือถือของตนพังแล้วถ่ายภาพคู่กับเขาเผื่อโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก

จังหวะนั้น รปภ.ห้างกรูกันเข้ามาสั่งให้ทุกคนหยุด สุรเดชแกล้งขู่ว่ามีระเบิดปิงปอง ทำทีล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วโยนใส่ พวก รปภ.ตกใจ โดดหลบกันจ้าละหวั่น เขาหัวเราะชอบใจที่หลอกพวกนั้นได้ วิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ สตาร์ตเครื่องจะหนี กฤติยาออกจากที่ซ่อนโดดขึ้นซ้อนท้าย แล้วรถก็พุ่งฝ่าพวก รปภ.ออกไป

ชนกชนม์รีบเข้าไปดูอาการน้อง ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขากลับปัดมือ สั่งไม่ให้มายุ่ง เพทายกับพวกวิ่งเข้ามาสมทบ ชวนชยางกูรตามไปเล่นงานสุรเดชคืน แต่ธนกรเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เพทายกับพวกจำต้องชิ่งหนี ชนกชนม์บอกให้ธนกรพาน้องกลับไปก่อน แล้วจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังทีหลัง จากนั้นเขากลับไปหาสุตาภัญซึ่งยื่นถุงใส่เสื้อของชลนิภาให้ แล้วขอตัวกลับมหาวิทยาลัย ต้องไปถึงให้ทันก่อนที่พ่อของเธอจะมารับ

เธอมองนาฬิกาข้อมือแล้วใจหาย เกรงจะไปไม่ทันเวลา ชนกชนม์อาสาจะไปส่งให้ แล้วพาเธอซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์บึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก ทั้งคู่มาถึงหน้าคณะนิเทศศาสตร์ สุตาภัญลงจากรถ ถอดหมวก กันน็อกออก โล่งใจที่ไม่เห็นรถของพ่อจอดอยู่ ขอบใจชนกชนม์มากที่ช่วยมาส่ง

“ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจเธอที่เอาของมาให้แถมยังเป็นห่วงฉัน ไม่เคยมีใครเป็นห่วงฉันเหมือนเธอเลย”

ต่างยิ้มให้กันด้วยความจริงใจ สุตาภัญหันไปมองอีกด้านหนึ่งของคณะ ต้องตกใจที่เห็นพ่อเดินหน้าบึ้งเข้ามาหา เธอยังไม่ทันตั้งตัว ถูกพ่อยิงคำถามเป็นชุดว่าคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งเป็นใคร ไม่ใช่เพื่อนของเธอทำไมถึงอยู่ด้วยกัน เธออึกๆอักๆคิดคำตอบไม่ทัน ชนกชนม์หัวไว ทำทีโวยวายทวงค่ารถ หญิงสาวตั้งสติได้รีบเออออไปด้วย ก่อนจะควักเงินจ่ายให้ สุทินไม่ติดใจสงสัยอะไรเพียงแต่ต่อไปนี้ห้ามลูกนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีก...

ที่มุมหนึ่งของห้าง วีรภัทรนวดข้อเท้าให้ชลนิภาสักพัก อาการเจ็บบรรเทา ปากที่เคยหุบเงียบเริ่มเหน็บแนมอดีตสามี แถมขู่จะกีดกันไม่ให้พบชนกชนม์ เขายอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ ชลนิภาอ้าปากจะด่าอีก แต่หันไปเห็นธนกรประคองลูกชายสุดเลิฟในสภาพบอบช้ำเสียก่อน รีบกะเผลกๆไปหา

วีรภัทรมองตาม สีหน้าเป็นกังวลที่ภรรยาเก่ายังโกรธแค้นและไม่ให้อภัยเขา พอหันกลับมาอีกทีเจอนัชชากับนิธิยืนมองอยู่ รีบเข้าไปบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชวนสองแม่ลูกกลับ นัชชาตบหน้าเขาด้วยความน้อยใจ

“กลับไปดูแลเมียเก่าและลูกคุณซะ ฉันดูแลลูกได้” แล้วจูงมือนิธิออกไป

ooooooo

ชนิกานต์กลับถึงบ้านอย่างอารมณ์เบิกบานเมื่อนึกถึงตอนที่ชนกชนม์เข้ามาช่วยปกป้องเธอจาก ชยางกูร ธีรดนย์คันปากขึ้นมาทันที เหน็บแนมว่าแฟนของเธอเป็นกุ๊ยไม่ใช่คนดีอย่างที่เธอคิด

“ถามจริงเถอะ ทำไมแกถึงไม่ชอบหน้าชนกชนม์ หรือว่าแกหึงที่ฉันรักเขา”

“เลิกคิดถึงเรื่องนั้นได้เลย เป็นตายร้ายดียังไง ฉันไม่หน้ามืดเอาเธอเป็นแฟน”

ชนิกานต์เองก็ไม่เอาเขาเหมือนกัน แถมขู่จะกีดกันทุกวิถีทางไม่ให้เขาสมหวังกับสุตาภัญ แล้วเดินเข้าตัวตึก ธีรดนย์มองตามเจ็บใจ ตะโกนไล่หลัง วันไหนที่ชนิกานต์ผิดหวังหรือเสียใจ เขาจะเป็นคนซ้ำเติมเธอให้จมดิน

“ฝันไปเถอะ คนอย่างชนิกานต์สะกดคำว่าเสียใจไม่เป็น” ชนิกานต์ยิ้มสะใจ

แต่แล้วต้องหุบยิ้มเมื่อเจอกัณฐิการอต้อนรับอยู่ คุยว่าวันนี้ทำอาหารที่เธอโปรดไว้ให้กิน แล้วเดินนำเธอไปยังโต๊ะอาหาร พยายามเอาใจเธอสุดฤทธิ์ ชนิกานต์ไม่เล่นด้วยหยิบจานใส่กับข้าวเทราดหัวกัณฐิกาทีละจานๆ เธอร้องลั่นด้วยความตกใจ ธีรดนย์รีบวิ่งเข้ามาคว้ามือ

ชนิกานต์ไว้ สั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ เธอไม่สนใจคว้าจานอาหารจะละเลงหน้ากัณฐิกาอีก ชายหนุ่มเข้าไปขวางไว้

“หยุดบ้าได้แล้ว ไม่เห็นรึไงว่าคุณกัณฐิกาปวดแสบ ปวดร้อนไปทั้งตัว...คุณกัณฐิกาไปล้างหน้าล้างตัวเถอะครับ ผมจะพาไป” ธีรดนย์ประคองเธอออกไป ชนิกานต์มองตามไม่พอใจที่เขาปกป้องนังนั่น...

หลังจากกัณฐิกาล้างคราบอาหารออกจนหมด ธีรดนย์ ขอตัวไปทำงานต่อ ยังไม่ทันขยับ เธอคว้าแขนเขาไว้ ขอบใจที่ช่วยเหลือ ชายหนุ่มพยักหน้ารับ เดินจากไปไม่คิดอะไร กัณฐิกามองตาม แววตาบ่งบอกว่าพึงพอใจชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่า ชนิกานต์ยืนมองอยู่พักใหญ่ อดแขวะไม่ได้

“แกมันร่านจริงๆ พ่อฉันไม่อยู่ก็คิดจะกินเด็กในบ้าน...อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้เท่าทันแก”

“หนูกำลังเข้าใจผิด” กัณฐิกาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ชนิกานต์ หมั่นไส้ ตบเธอฉาดใหญ่จนล้มคว่ำ ก่อนจะเดินจากไป แต่แล้วต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นภาพของกัณฐิกาอยู่ในกรอบรูปที่เคยใส่ภาพของแม่เธอ ถึงกับร้องกรี๊ดๆลั่นบ้าน สักพัก กัณฐิกาตามเข้ามาถามกวนๆว่าไม่ชอบรูปนี้หรือ เธอจะได้เอารูปใบใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาใส่

ชนิกานต์สติแตก ปรี่เข้าไปตบตีกัณฐิกาอุตลุด คราวนี้ยัยตัวแสบตบกลับ แถมเบิ้ลคืนสองเท่า ชนิกานต์ขู่จะฟ้องพ่อ กัณฐิกาไม่กลัวท้าให้ไปฟ้อง อยากรู้เหมือนกันว่าพ่อของเธอจะเชื่อใคร ระหว่างเมียใหม่ที่เร่าร้อนเอาใจเก่งหรือว่าลูกสาวงี่เง่าขี้วีนไร้เหตุผลอย่างเธอ ชนิกานต์โกรธจัด พุ่งเข้าหา

ทั้งคู่ตบตีกันไม่ยั้ง ณวัตรเข้ามาเห็น สั่งให้หยุด ชนิกานต์ฟ้องพ่อเป็นการใหญ่ว่าถูกกัณฐิกาทำร้าย รวมทั้งเรื่องที่นังนี่เอารูปแม่ของเธอออกแล้วใส่รูปตัวเองแทน

“พอได้แล้ว พ่อไม่อยากฟังเรื่องโกหกไร้สาระ คุณกัณไม่ใช่คนหยาบคายก้าวร้าว ลูกต่างหากที่เป็นฝ่ายทำร้ายและรังแกคุณกัณ แล้วเรื่องรูปพวกนั้น พ่อเป็น

คนบอกให้คุณกัณทำอย่างนั้นเอง พ่อคิดว่าถ้าพ่อต้องเริ่มชีวิตใหม่กับใครสักคน พ่อควรลืมอดีตได้แล้ว และที่สำคัญพ่อควรให้เกียรติผู้หญิงคนนั้นในฐานะภรรยาอย่างสมบูรณ์ ถึงเวลาแล้วที่พ่อต้องหาใครสักคนมาดูแลลูก พ่อจะแต่งงานกับคุณกัณเร็วๆนี้”

หัวเด็ดตีนขาดชนิกานต์จะไม่ยอมให้พ่อแต่งงานกับนังนี่ กัณฐิกาสวมบทสาวใจพระ ขอร้องให้ณวัตรยกเลิกงานแต่งงาน ไม่อยากทำให้พ่อลูกต้องหมางใจกัน เธอจะขอเป็นฝ่ายไปเองจะไม่อยู่ขวางหูขวางตาใคร

ธีรดนย์แอบฟังอยู่ด้านนอก ซึ้งน้ำใจกัณฐิกาที่ยอมเสียสละ ขณะที่ณวัตรเข้าไปคว้าตัวเธอไว้

“ผมไม่ยอมสูญเสียผู้หญิงที่ดีที่สุดไป ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมจะแต่งงานกับคุณอาทิตย์หน้า...ส่วนลูกเตรียมตัดชุดได้แล้ว พ่อจะให้ลูกเป็นเพื่อนเจ้าสาว” ณวัตรสั่งเสียงเข้ม ชนิกานต์ประกาศลั่นจะไม่ยอมไปร่วมงานแต่งงานของพ่อเด็ดขาด จะรอไปงานเดียวคืองานศพของผู้หญิงคนนี้

ณวัตรไม่พอใจที่ลูกก้าวร้าว ตบสั่งสอนไปหนึ่งทีแล้วประคองกัณฐิกาออกไป ชนิกานต์ถึงกับปล่อยโฮที่พ่อไม่รักไม่ตามใจเธอเหมือนเมื่อก่อน

ooooooo

อุษาเพิ่งกลับเข้ามาได้ยินเสียงชนิกานต์ร้องไห้คร่ำครวญดังมาจากตึกใหญ่ รีบเดินมาดู เห็นลูกชายตัวเองยืนหัวเราะชอบใจอยู่ตรงทางเข้าตัวตึก เอ็ดลั่นว่ามัวแต่หัวเราะอะไรอยู่ ทำไมไม่เข้าไปดูคุณหนู

“ผมก็แค่สะใจที่มีคนปราบคุณหนูขี้วีนได้สักที”

อุษาไม่เข้าใจว่าเขาพูดเรื่องอะไร ธีรดนย์เล่าเรื่องผู้หญิงคนใหม่ของนายท่านที่กำราบคุณหนูขี้วีนอยู่หมัด อุษาตำหนิลูกที่เห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก ขยับจะเข้าไปดูชนิกานต์ ธีรดนย์รั้งไว้ อาสาจะไปดูให้เอง อุษากำชับว่าห้ามเยาะเย้ยหรือซ้ำเติมคุณหนูอีก

“ครับ...ผมจำได้ดี แม่เคยสอนว่าคนล้มอย่าข้าม” ธีรดนย์ยิ้มให้แม่ ก่อนจะเดินเข้าข้างใน...

ธีรดนย์รับปากแม่ดิบดี แต่พอเห็นหน้าชนิกานต์เท่านั้นกลับเหยียบย่ำซ้ำเติมให้ยิ่งเครียดหนักขึ้น จนอาการลมชักกำเริบ ทีแรกเขาคิดจะปล่อยเธอไว้อย่างนั้น แต่นึกสงสารขึ้นมา เปลี่ยนใจเข้าไปดูแล...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านของชลนิภา ธนกรยังคาใจเรื่องที่ห้างสรรพสินค้าไม่หาย เรียกชยางกูรมาซักถามเป็นการใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาปั้นเรื่องว่าถูกแย่งมือถือก็เลยไปแย่งคืน ธนกรไม่เชื่อ เพราะท่าทางที่ลูกกับเพื่อนวิ่งไล่ชายคนนั้นเหมือนมีเรื่องบาดหมางกันมานาน ไม่ใช่แค่เรื่องมือถือ ชลนิภารำคาญสั่งให้ธนกรเลิกถามได้แล้ว

“คุณจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปแล้วเกิดปัญหาใหม่ตามมาอย่างนั้นหรือ...คุณไม่เคยสงสัยบ้างหรือไง ทำไมก๊วนวัยรุ่นที่วิ่งไปกับลูกกูรไม่ใช่เพื่อนที่มหาวิทยาลัย ท่าทางเป็นนักเลงด้วยซ้ำ”

ชลนิภาเห็นด้วยกับข้อสังเกตของธนกร สั่งให้ลูกสุดสวาทเล่าความจริงมาให้หมด ขณะที่ชยางกูรกำลังจนแต้ม ชนกชนม์ออกรับหน้าแทนน้องว่านักเลงพวกนั้นเป็นเพื่อนของเขาเอง  เห็นน้องเดือดร้อนก็เลยเข้าไปช่วย ชลนิภาไม่เคยมองชยางกูรเป็นเด็กเกเร จึงเชื่อหมดใจว่าเป็นความผิดของชนกชนม์ แต่ธนกรไม่เชื่อ รู้แก่ใจดีว่าชนกชนม์ ต้องการปกป้องน้องได้ แต่หวังว่าสักวัน ชยางกูรจะรักพี่ชายเหมือนที่พี่ชายรักเขา...

ทางฝ่ายวีรภัทรพยายามอธิบายให้นัชชาฟังว่าระหว่างเขากับชลนิภาจบกันไปนานแล้ว ไม่มีถ่านไฟเก่าให้คุอีกแล้ว นัชชาไม่เชื่อเพราะดูท่าทางที่เขาประคองชลนิภาแล้วเหมือนยังมีเยื่อใยให้ แต่ถ้าจะให้เธอเชื่อ เขาต้องเลิกติดต่อกับคนบ้านนั้น แล้วทุกอย่างจะจบลงด้วยดี วีรภัทรถึงกับอึ้ง...

แทนที่ชยางกูรจะสำนึกบุญคุณ กลับบอกชนกชนม์ว่า ไม่ว่าเขาจะทำดีกับตนมากแค่ไหน ตนก็ไม่มีวันรู้สึกดีๆตอบ ชนกชนม์ไม่เคยคาดหวังอะไรอยู่แล้ว แค่ได้ปกป้องน้องก็ทำให้เขามีความสุข ชยางกูรไม่ซึ้งด้วย ที่มาหาก็แค่อยากจะรู้ว่าเขาเป็นแฟนสุตาภัญหรือเปล่า ชนกชนม์ไม่กล้าเผยความรู้สึกจึงโกหกว่าเธอเป็นแค่เพื่อน

“ดี...ฉันจะจีบ”

“อย่าไปยุ่งกับเธอเลย ฉันว่านายสองคนไม่เหมาะกันหรอก”

“ยังไม่ได้คบจะรู้ได้ยังไงว่าไม่เหมาะ แกหึงหรือ ช่างเถอะ ฉันไม่น่าถามแกให้เสียเวลา ต่อให้เธอเป็นแฟนแก ฉันก็จะแย่ง” ชยางกูรหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเดินจากไป ชนกชนม์ไม่สบายใจนักที่น้องสนใจสุตาภัญ...

ทางด้านสุรัมภายังเพ้อถึงชายในฝัน ซึ่งเจอกันตอนที่ไปส่งสุตาภัญที่มหาวิทยาลัย เอาดอกกุหลาบที่เขาให้เพื่อปลอบขวัญที่ขี่มอเตอร์ไซค์เกือบชนเธอมาอวดพี่สาว สุตาภัญฉุกคิดถึงภาพชนกชนม์หอบกุหลาบช่อใหญ่มาที่คณะเมื่อเช้าถึงกับชะงัก พยายามมองโลกในแง่ดีว่าคงไม่บังเอิญขนาดนั้น สุรัมภาเห็นพี่สาวเงียบไป เข้าไปเขย่าตัวขอร้องให้ช่วยเป็นแม่สื่อให้ สุตาภัญยังไม่รู้เลยว่า เขาเป็นใครจะเป็นแม่สื่อให้ได้อย่างไร

“เขาอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ตา อาจจะรู้จักกันก็ได้ นะๆๆ...คนนี้น้องขอ” สุรัมภาอ้อน สุตาภัญจำต้องรับปาก แต่อดเป็นกังวลไม่ได้ กลัวว่าชายในฝันของน้องสาวจะเป็นชนกชนม์...

ด้านชนิกานต์นอนสลบไสลหลังจากชักอยู่พักใหญ่ โดยมีธีรดนย์คอยบีบนวดคลายกล้ามเนื้อให้ เธอนอนละเมอทั้งน้ำตาเสียใจที่พ่อไม่รัก เขาเช็ดน้ำตาให้ด้วยความสงสาร

“ถ้าเธออ่อนโยน อ่อนหวานเหมือนที่เธอเป็นตอนนี้ก็คงดี ทุกคนคงรักเธอได้ไม่ยาก” ธีรดนย์เคลิ้มไปกับท่าทีนั้น ก้มลงจะจูบชนิกานต์ แต่แล้วนึกขึ้นได้ หยุดกึก “ฉันไม่มีวันให้อภัยคนร้ายกาจอย่างเธอได้”

ooooooo

หลังจากหายหน้าไปนาน จนกฤติยาลืมไปแล้วว่ายังมีแม่ อยู่ๆกัณฐิกาก็โผล่มาที่บ้าน บอกกับยายแก้วผู้เป็นแม่ว่าต่อไปนี้ไม่ต้องลำบากออกไปขายขนมอีกแล้ว เธอจะส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน แม่ต้องลำบากเพื่อเธอมามาก ขอให้เธอได้ทดแทนคุณดูแลแม่บ้าง แล้วส่งเงินปึกใหญ่ให้ ยายแก้วไม่รับ

“ให้กูอดตายดีกว่ากินของที่ได้มาด้วยเรื่องชั่วๆ ไปชิงผัวขายตัวมั่วผู้ชาย ข้าไม่เอา...บาป”

“...ฉันจะบอกให้นะ เงินนี่ฉันได้มาด้วยความรักความเสน่หา เขาให้ด้วยความเต็มใจ ฉันไม่ได้ขายตัวแลกเงินอย่างที่แม่ว่า”

จังหวะนั้น กฤติยาถือถาดขนมออกมา กัณฐิกาพยายามจะพูดคุยด้วย แต่เธอไม่แม้แต่จะปรายตามอง ทำเหมือนกัณฐิกาเป็นอากาศธาตุ กฤติยาบอกยายแก้วว่าจะไปเปิดร้านให้ก่อน ยายไม่ต้องรีบไปก็ได้ วันนี้เธอไม่มีเรียน แล้วยกถาดขนมออกไป กัณฐิกาตะโกนไล่หลัง

“ไปอยู่กับแม่นะ ลูกไม่ต้องลำบากอยากเรียนอะไรก็ได้เรียน อยากได้อะไรแม่จะซื้อให้ ลูกจะมีเสื้อผ้าสวยๆใส่ มีรถนั่งโก้ๆ คุณณวัตรเขาใจดี เขาจะเป็นพ่อที่ดีของลูก”

กฤติยาหันขวับ “พ่อคนที่เท่าไหร่คะแม่...ตั้งแต่เกิดมา หนูยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อหนูเป็นใคร นอกจากฟังชาวบ้านสาธยายว่าหนูเกิดจากความไม่ตั้งใจ ที่โสเภณีพลาดท่าเสียทีให้ลูกค้า พอ 5 ขวบหนูก็มีพ่อใหม่...ครบ 7 ขวบ หนูก็มีพ่อเลี้ยงใหม่อีกสามคน ไม่ทันครบ 10 ขวบ หนูก็มีพ่อใหม่เกือบโหล หนูคงเป็นลูกที่มีความสุขที่สุดในโลกที่มีพ่อมากกว่าทุกคน” แดกดันจบเธอปล่อยโฮด้วยความอัดอั้น

“ใครเป็นพ่อของลูกก็ไม่สำคัญ ยังไงลูกก็เป็นลูกแม่ ตอนนี้แม่สบายแล้ว แม่จะพาลูกไปอยู่ด้วย เราจะได้มีความสุขกันตามประสาแม่ๆลูกๆ” กัณฐิกาพยายามข่มอารมณ์ไว้ กฤติยาไม่ไป เพราะมีพ่อใหม่ไม่ซ้ำหน้ามากพอแล้ว แต่จะขอมีแม่เพียงคนเดียวและแม่คนนั้นก็คือยายแก้ว เธอจะอยู่กับยายไปจนวันตาย

“อย่าเรื่องมากนักได้ไหม ฉันให้เวลาแกคิดดูให้ดี จะเป็นสก๊อยในสลัมหรือเป็นคุณหนูในคฤหาสน์ใหญ่” กัณฐิกาว่าแล้วเอาเงินยัดใส่มือลูก เธอไม่ต้องการเงินของแม่ กัณฐิกาถามเสียงห้วน ถ้าไม่ต้องการเงินแล้วต้องการอะไร ใครๆก็อยากได้เงินกันทั้งนั้นเพราะเงินซื้อได้ทุกอย่าง แล้ววางเงินทิ้งไว้ก่อนจะเดินจากไป กฤติยาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น น้ำตาไหลพราก ยายแก้วสงสารหลานจับใจ ดึงตัวมากอด

“ยายจ๋า...หนูไม่ได้ต้องการอะไรจากแม่ หนูอยากให้แม่กอดหนูสักครั้ง”

ooooooo

ชนิกานต์หนีออกจากบ้านตั้งแต่เช้า ไม่มีใครรู้ ว่าไปไหน ธีรดนย์โทร.ไปตามบ้านเพื่อนก็ไม่เจอ โทร.เข้ามือถือของเธอก็ไม่รับสาย อุษาเกรงจะเกิดเรื่องไม่ดี บอกให้เขาลองไปดูตามบ้านเพื่อนๆ เผื่อคุณหนูจะไปที่นั่น

“ไม่ต้อง...ที่ผ่านมาฉันตามใจมากเกินไป ลูกถึงได้ใจ เอะอะไม่ได้ดั่งใจก็สร้างเรื่องเรียกร้องความสนใจ คราวนี้ฉันจะดัดนิสัย หนีไปก็ต้องกลับเองได้ ฉันขอสั่งห้ามออกตามหาเด็ดขาด” ณวัตรสั่งเสียงเฉียบ...

ด้านชนกชนม์ไม่เข้าใจทำไมแม่ถึงจงเกลียดจงชังตนนักหนา พอรู้ว่าเขาเป็นคนซื้อเสื้อให้ ทั้งๆที่ชอบ แม่กลับโยนมันคืนเขา แถมกำชับว่าต่อไปไม่ต้องซื้ออะไรมาให้อีก เธอไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณคนไม่เอาไหนอย่างเขา แล้วเดินสะบัดขึ้นห้องอย่างไม่สบอารมณ์ ชยางกูรได้ทีเหยียบซ้ำ สั่งให้แป๋วเอาเสื้อตัวนี้ไปทำผ้าขี้ริ้ว ธนกรเห็นใจลูกเลี้ยง ปลอบว่าสักวันแม่ของเขาต้องใจอ่อนและเห็นในความดีที่เขาทำ

“ผมยอมรับครับว่าท้อ แต่ผมไม่ถอย” ชนกชนม์ยิ้มสู้ ธนกรดีใจที่เขายังยิ้มได้...

ชนิกานต์อยากหนีไปอยู่ต่างจังหวัดสักระยะหนึ่ง เพราะไม่ต้องการรู้เห็นการแต่งงานของพ่อกับนังมารร้าย จึงแวะมาขอให้สุตาภัญไปเป็นเพื่อน เธอปฏิเสธทันควันว่าไปไม่ได้ พ่อของเธอคงไม่ยอมแน่ๆ

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมการไว้แล้ว” ชนิกานต์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ครู่ต่อมา เธอเอาเอกสารโครงการปฏิบัติการทำข่าวท้องถิ่นไปให้สุทินดู เขาไม่เข้าใจทำไมลูกต้องไปทำกิจกรรมที่ต่างจังหวัด

“กลุ่มของเราทำหัวข้อปัญหาประมงชายฝั่งค่ะ ต้องไปสัมภาษณ์ชาวประมงที่นั่น” ชนิกานต์อธิบาย

สุทินซักถามเป็นการใหญ่ว่าไปพักที่ไหน สุตาภัญทำหน้าที่อะไร แล้วในกลุ่มมีใครไปบ้าง อาจารย์ท่านไหนเป็นคนดูแล ชนิกานต์ถนัดเรื่องโกหกอยู่แล้ว ตอบได้ทุกคำถาม แล้วรวบรัดตัดความยื่นเอกสารให้สุทินเซ็นยินยอม แม้เอกสารเหล่านั้นจะเหมือนของจริงทุกอย่าง แต่สุทินก็ไม่ยอมให้ลูกไป เพราะไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่ต้องออกภาคสนาม เรียนรู้จากตำราเอาเองก็ได้ ชนิกานต์อ้างว่านี่เป็นวิชาหลัก ถ้าไม่ให้ไปก็เรียนไม่จบ

“ฉันจะเชื่อได้อย่างไรว่า พวกเธอไปทำงานไม่ได้หนีเที่ยว” สุทินจ้องหน้าสองสาวอย่างจับผิด

“ทางคณะจึงออกเอกสารชี้แจงไงคะ ถ้าคุณอายังกังวลใจ โทร.สอบถามจากอาจารย์ประจำวิชาได้เลยค่ะ เบอร์โทรศัพท์อยู่บนหัวเอกสาร...หนูต่อเบอร์ให้ก็ได้นะคะ” ชนิกานต์สู้สายตาสุทิน เพื่อความสมจริง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเซ็นเอกสารยินยอมให้...

ในเวลาต่อมา สุตาภัญพร้อมด้วยเป้สัมภาระก็พร้อมออกเดินทาง เธออดชมเพื่อนรักไม่ได้ว่าวางแผนการได้เฉียบมาก ตระเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมสรรพรวมทั้งเบอร์โทรศัพท์ปลอมๆนั่นด้วย

“แน่นอน...ฉันเตี๊ยมให้เกอด้าเพื่อนเราสวมบทเป็นอาจารย์ ยัยนี่แอ็กติ้งเป็นเลิศ รีบไปกันเถอะ” ชนิกานต์กับสุตาภัญยังไม่ทันจะก้าวขาออกจากบ้าน สุทินเรียกไว้เสียก่อน สั่งให้สองสาวเอาสุรัมภาไปด้วย จะได้มีคนคอยควบคุมแทนเขา สุรัมภารับปากจะดูแลพี่สาวไม่ให้คลาดสายตา และจะโทร.มารายงานพ่อทุกชั่วโมง สุตาภัญกับชนิกานต์มองหน้ากันเซ็งๆ...

เพราะคุณแม่ขอร้อง ธีรดนย์จำต้องออกตามหาชนิกานต์ไปตามบ้านเพื่อน แต่ก็ไม่พบ จึงแวะมาถามหาที่ บ้านของชนกชนม์เป็นที่สุดท้าย ชนกชนม์อดเป็นห่วงชนิกานต์ไม่ได้ ถามว่าโทร.เช็กกับสุตาภัญหรือยัง เขาโทร.แล้วแต่เธอไม่รับสาย ชนิกานต์คงไม่กล้าไปหลบที่บ้านเพื่อนซี้ เพราะพ่อของสุตาภัญดุมาก ถ้ารู้ว่าชนิกานต์หนีออกจากบ้าน คงลากตัวไปส่งนานแล้ว

“อย่าเพิ่งคิดไปเองสิ บ้านของสุตาภัญอยู่ใกล้นิดเดียว น่าจะลองไปดู”

ธีรดนย์ตวาดลั่นว่าไม่ต้องมาสั่งสอน แล้วเดินหัวเสียออกไป ชนกชนม์ตะโกนไล่หลังขอเฟซบุ๊กของชนิกานต์กับสุตาภัญด้วย เผื่อสองคนนั่นจะอัพเดตสถานะ จะได้รู้ว่าอยู่ที่ไหน ธีรดนย์หยุดกึก หันกลับมาทันที...

เมื่อมาถึงรีสอร์ตริมทะเล สุรัมภาถึงได้รู้ว่าเรื่องมาออกภาคสนามเป็นเรื่องโกหก ขู่จะฟ้องพ่อ ทั้งชนิกานต์และสุตาภัญพยายามติดสินบนน้อง ถ้าอยากได้อะไรจะ ให้หมดทุกอย่าง ขออย่าให้รู้ถึงหูพ่อ

สุรัมภาไม่สนใจหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาพ่อ สอง สาวถึงกับหน้าเสีย แต่แล้วเธอกลับรายงานว่าทุกอย่างเรียบ ร้อยดี พี่ทั้งสองกำลังอบรมอยู่ กลุ่มของพี่ๆมีแต่ผู้หญิง อาจารย์ที่มาคุมก็เป็นผู้หญิง พ่อไม่ต้องเป็นห่วง แล้วกดวางสายสีหน้ายิ้มๆ สุตาภัญถึงกับถอนใจโล่งอก อดถาม ไม่ได้ว่านึกอย่างไรถึงได้ช่วยเราสองคน

“คุณพ่อไม่ได้สั่งให้ภามาหรอก แต่ภาขออาสามาเอง อ้างว่ามาคุมพวกพี่ ภาอยากแปลงร่างเป็นนกน้อยเริงร่าท้าลมทะเลให้ฉ่ำปอด” สุรัมภาว่าแล้วชวนชนิกานต์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

สุตาภัญคิดอะไรขึ้นมาได้ หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปตัวเอง กำลังจะแชร์ลงเฟซบุ๊ก ชนิกานต์ย้อนกลับมาพอดี ถามว่าจะทำอะไร เธออ้างว่าถ่ายรูปเล่น เพื่อนรักมองอย่างรู้ทัน สั่งห้ามทำอย่างนั้นเด็ดขาด ตนไม่อยากให้ใครรู้ว่าอยู่ที่นี่ แล้วไล่สุตาภัญไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พอชนิกานต์คล้อยหลัง เธอรีบแชร์รูปลงเฟซบุ๊กทันที...

ภาพของสุตาภัญกับที่อยู่ของรีสอร์ตปรากฏหราอยู่ในเฟซบุ๊กบนหน้าจอโน้ตบุ๊กของชนกชนม์ ธีรดนย์จะตามไปที่นั่น ชนกชนม์ขอไปด้วย อ้างว่าจะไปช่วยเกลี้ยกล่อมชนิกานต์ให้กลับบ้าน ธีรดนย์นิ่งคิดครู่หนึ่ง

“ได้...ครั้งนี้ฉันยอมนาย...นายเป็นหนี้บุญคุณฉัน ฉันขออะไรนายก็ต้องให้ฉัน”

ชนกชนม์รับคำ ทั้งคู่ไม่เห็นชยางกูรแอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ooooooo

ไม่นานนัก ธีรดนย์กับชนกชนม์มาถึงรีสอร์ตซึ่งเป็นที่พักของสุตาภัญกับพวกแต่ไม่เจอใคร พนักงานที่นั่นแจ้งว่าพวกเธอออกไปเล่นน้ำ ธีรดนย์กับชนกชนม์แยกย้ายกันตามหา...

สามสาวเล่นน้ำทะเลกันอย่างมีความสุข โดยไม่ลืมเก็บภาพความประทับใจครั้งนี้ไว้ด้วย หลังจากวิ่งเล่นกันจนเหน็ดเหนื่อย ชนิกานต์เดินไปซื้อน้ำมะพร้าวมาให้ เห็นสุตาภัญนั่งก่อปราสาททรายอยู่ที่ชายหาด ทักท้วงว่าจะเสียเวลาทำไปทำไม เดี๋ยวคลื่นซัดมาก็พังหมดแล้ว

“พังก็สร้างใหม่ได้นี่ ตราบใดที่เรายังมีแรงและมีความรัก” สุตาภัญว่าแล้วชวนเพื่อนรักสร้างปราสาททรายด้วยกัน ขณะปราสาทกำลังเป็นรูปเป็นร่าง สุรัมภาแกล้งขว้างลูกบอลใส่ปราสาทพัง สองเพื่อนซี้ช่วยกันไล่จับ สุตาภัญจับตัวไว้ได้ แต่เธอดิ้นจนหลุด แล้ววิ่งหนี ชนิกานต์ไล่ตาม สุตาภัญได้แต่ยืนมอง พอหันกลับมาอีกทีต้องแปลกใจที่เห็นชนกชนม์ยืนอยู่ ถามเขาว่ามาทำไม แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่

“ก็เธอเป็นคนโพสต์ลงในเฟซบุ๊กนี่ เธอจงใจให้ธีรดนย์รู้ว่าเธออยู่ที่นี่ เพราะเธอไม่อยากให้ที่บ้านชนิกานต์กังวลใจ” ชนกชนม์มองเธออย่างรู้ทัน สุตาภัญยอมรับว่าที่ต้องทำแบบนั้นเพราะอยากให้คนที่บ้านชนิกานต์มาตาม เธอจะได้รู้สึกว่ามีคนรักและเป็นห่วง ชนกชนม์รู้สึกว่าฉายาที่ชนิกานต์ตั้งให้เธอว่านางฟ้าเบอร์ห้า ช่างสมกับเธอจริงๆ เธอเป็นคนมีจิตใจดีงาม เป็นห่วงเป็นใยคนอื่นๆ...

ชนิกานต์ไม่พอใจมากที่เห็นธีรดนย์ตามมาถึงนี่ ขับไล่ไสส่งให้กลับไป เขาไม่ยอมกลับถ้าเธอไม่ไปด้วยชนิกานต์คิดว่าพ่อสั่งให้เขามาตาม ตอนนี้ท่านคงเป็นห่วงเธอแทบแย่แล้วใช่ไหม

“เลิกจินตนาการเพ้อเจ้อได้แล้ว คุณท่านไม่ได้สั่งให้มารับ แถมยังกำชับไม่ให้ออกตามหาเธอด้วยซ้ำ คุณท่านเอือมระอากับพฤติกรรมของเธอเต็มทน ไม่คิดตาม ยังใช้ชีวิตปกติ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวสักนิด”

หญิงสาวทั้งเสียใจทั้งผิดหวังที่พ่อไม่สนใจ พาลด่าว่าธีรดนย์แล้วจะเดินหนี เขากระชากแขนไว้ทำให้เธอเสียหลักเซเข้ามาในอ้อมกอด ทั้งสองสบตากันนิ่งงัน ชนิกานต์ตั้งสติได้ผลักเขาออกแล้ววิ่งหนี...

ฝ่ายชนกชนม์ได้อยู่ลำพังกับสุตาภัญ ตัดสินใจเผยความในใจที่มีต่อเธอซึ่งเธอเองก็มีใจให้เขาเช่นกันจากนั้น ทั้งคู่ชวนกันแข่งเก็บเปลือกหอยเพื่อเอาไปตกแต่งปราสาททราย จังหวะหนึ่งเกิดใจตรงกันคว้าเปลือกหอยชิ้นเดียวกัน ชนกชนม์จี้เอวให้เธอปล่อยมือ สุตาภัญบ้าจี้ทรุดลงไปกับพื้นดึงเขาล้มไปด้วย โดยเธอนอนทับ     อยู่บนตัวเขา ใบหน้าเกือบชิดกัน ชนิกานต์กับธีรดนย์เข้ามาเห็นพอดี ร้องถามว่าทำอะไรกัน

ทั้งคู่รีบลุกขึ้น ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แค่แย่งเปลือกหอยกันแล้วเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ชนิกานต์น้อยใจที่ ชนกชนม์ดูจะสนใจสุตาภัญมากกว่าตนเอง เลยพาลต่อว่าเพื่อนรักที่เอารูปไปลงเฟซบุ๊กทำให้ธีรดนย์ตามมาถูกธีรดนย์ไม่พอใจที่ชนิกานต์หาเรื่องสุตาภัญ ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกัน เขาพูดแทงใจดำเธอว่าที่ไม่มีใครรัก เพราะเธอเอาแต่ใจตัวเองไม่เคยนึกถึงคนอื่น เหมือนที่พ่อของเธอพูดไว้ไม่มีผิดว่าเธอเกิดมามีแต่สร้างปัญหา

“ได้...ในเมื่อฉันเป็นตัวปัญหา ฉันก็จะไม่อยู่ให้รกโลก ฉันตายไปทุกคนคงจะมีความสุข” ชนิกานต์พูดจบวิ่งหนีออกไปทั้งน้ำตา สุตาภัญจะตาม แต่ธีรดนย์คว้าแขนไว้ บอกว่าไม่ต้องไปสนใจ ชนิกานต์แค่เล่นละครบีบน้ำตา ทำทีขู่ฆ่าตัวตายแต่ไม่เคยทำอย่างที่ขู่สักครั้ง ชนกชนม์ไม่อยากเสี่ยง อาสาจะไปดูเธอให้...

ครั้งนี้ชนิกานต์เอาจริง วิ่งหนีไปที่สะพานซึ่งยื่นไปในทะเลแล้วโดดลงไปหวังฆ่าตัวตาย ชนกชนม์โดดลง ไปช่วยไว้ได้ทัน อุ้มเธอขึ้นมาวางบนสะพาน หญิงสาวค่อยๆได้สติ เห็นชนกชนม์อยู่ตรงหน้าโผกอดไว้แน่นเหมือนต้องการที่พึ่ง และให้เขาสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอไปไหน ชนกชนม์ว่าเพื่อนย่อมไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว

“ฉันอยากเป็นแฟนนาย ฉันรักนายนะ” ชนิกานต์อ้อนวอน ชนกชนม์เจอไม้นี้เข้าไปถึงกับทำอะไรไม่ถูกสุตาภัญตามมาด้วยความเป็นห่วง กลับเห็นภาพบาดตาบาดใจ ขณะที่ธีรดนย์ยิ้มพอใจที่เห็นทั้งคู่กอดกัน

ooooooo

ตอนที่ 2

สุทินชอบจับผิดลูกสาวคนโตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไปดักรอรับเธอที่หน้ามหาวิทยาลัย แต่เธอออกมาเสียก่อน ธีรดนย์กับชนิกานต์ก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าเธอไปไหน สุทินจึงเอาตัวทั้งคู่กลับมาบ้านของตนด้วย เมื่อสุตาภัญกลับมาเจอเข้า ไม่พอใจมากที่เพื่อนรักทั้งสองถูกพ่อดึงมาเป็นเครื่องมือหาเรื่องเธอ จึงมีปากเสียงกัน

“คุณพ่อไม่ควรทำอย่างนี้กับเพื่อนตา...พวกเขาไม่ใช่ลูกน้องคุณพ่อที่จะสั่งซ้ายหันขวาหัน”

“ทุกคนที่อยู่ในชีวิตเธอ ต้องอยู่ในการควบคุมของฉัน...ถ้าใครไม่พอใจก็ไม่ต้องคบลูกสาวฉัน...สุตาภัญเธอไปไหน...ไปทำอะไร...หรือไปหาผู้ชาย”

สุตาภัญทั้งตกใจและเสียใจที่พ่อดูถูกต่อหน้าเพื่อน สุทินเห็นลูกเงียบไป คาดคั้นให้บอกมาว่าไปมั่วกับผู้ชายที่ไหน สุตาภัญถึงกับฟิวส์ขาด ในเมื่อพ่อหาว่าเธอใจง่าย จึงประชดประชันให้สาแก่ใจกันไปเลย

“วันนี้ตาหายไปจากมหาวิทยาลัยเพราะตาไปหาแฟนที่โรงพักค่ะ เขาโดนจับข้อหาไม่มีใบขับขี่ แต่งรถ ขับขี่รถเร็วเกินกำหนด ตาต้องไปประกันตัวเขา...” สุตาภัญยังเล่าไม่ทันจบ สุทินตบหน้าเธอฉาดใหญ่

“หยุดได้แล้ว”

“ตายังเล่าไม่จบเลยค่ะว่าเราคบกันนานแค่ไหน เคยมีอะไรกันกี่ครั้ง” สุตาภัญจงใจยั่วประสาทพ่อ ได้ผลเกินคาด สุทินโกรธจัดตบตีเธออุตลุด เสาวนิตย์ทนดูไม่ได้รีบเข้าไปห้าม แล้วดึงลูกมากอดปกป้อง ธีรดนย์เป็นห่วงหญิงที่ตนหลงรักขยับจะเข้าไปช่วย ชนิกานต์รู้นิสัยพาลของสุทินดี รีบลากแขนเขาออกไปทันที

เมื่อมาถึงหน้าบ้าน ธีรดนย์สะบัดมือเธอออกต่อว่าที่เธอไม่รู้จักเป็นห่วงเพื่อนหนีเอาตัวรอดแบบนี้ได้อย่างไร ชนิกานต์เตือนให้เขาห่วงตัวเองจะดีกว่า ในเมื่อสุตาภัญทำตัวเหลวแหลก แล้วจะไปห่วงทำไมให้เสียเวลา ธีรดนย์ผิดหวังที่ชนิกานต์เป็นเพื่อนรักของสุตาภัญแท้ๆกลับไม่รู้ว่านั่นเป็นแค่เรื่องประชด

“ไม่ต้องมาหลอกด่าฉัน...ฉันรู้น่า...ถ้ายัยตามีแฟนจริงๆ ฉันจะสะใจมาก แกจะได้เลิกหวังลมๆแล้งๆ ลูกขี้ข้ากับลูกนายทหารใหญ่ มันคนละชั้นกัน” ชนิกานต์ด่าจบ จํ้าพรวดๆไปที่รถ ธีรดนย์หันกลับไปมองที่ตัวบ้าน อดสงสัยไม่ได้ สุตาภัญหายไปไหนมา...

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชนกชนม์รู้ตัวว่าทำผิด ทันทีที่กลับถึงบ้าน เข้าไปก้มกราบขออภัยแม่ สัญญาจะไม่ทำอย่างนี้อีก ชลนิภาพอใจที่ลูกสำนึกผิด แต่จะปล่อยไปเฉยๆก็ใช่ที่ จะต้องลงโทษเพื่อให้เขาหลาบจำ จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีให้น้อง แล้วสั่งชยางกูรให้ไปเอาไม้เรียวมาให้

“แกเป็นพี่ แต่ไม่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องได้ ฉันก็จะให้น้องเป็นคนลงโทษแก...ลูกกูรเป็นเด็กดี เป็นลูกที่ดี เขามีสิทธิ์ที่จะลงโทษสั่งสอนพี่ชายที่ไร้สำนึก คนดีเท่านั้นที่สามารถควบคุมคนเลวได้...ลูกกูร...ลงโทษจนกว่าพี่แกจะสำนึก แม่จะออกไปไหว้พระที่ห้องพระ” ชลนิภาจ้องหน้าลูกชังครู่หนึ่ง ก่อนจะออกจากห้อง

ชนกชนม์ถึงกับอึ้ง ขณะที่ชยางกูรยิ้มสะใจ เดิน

ถือไม้เรียวเข้าหาพี่ชายแล้วฟาดใส่ไม่ยั้ง ปากก็ด่าว่าต่างๆ

นานา ชนกชนม์คว้าไม้เรียวไว้ ไม่เข้าใจว่าตนไปทำอะไรให้ เขาถึงได้จงเกลียดจงชังกันนัก

“แกลืมไปแล้วหรือว่าแกทำอะไรไว้” ชยางกูรเท้าความถึงอดีตสมัยเป็นเด็กให้ฟังว่าตนต้องอยู่ใต้เงาของ

พี่ชังคนนี้มาตลอดทั้งเรื่องเรียน ทั้งเรื่องกิจกรรมภายในโรงเรียน ชนกชนม์เป็นศิษย์โปรดของคุณครูและเป็นที่รักของเพื่อนนักเรียนด้วยกัน เขาทำอะไรก็ได้ดีมีแต่คนชื่นชม

“มันไม่ใช่ความผิดของฉันเลย ถ้านายอยากเก่งอยากดี นายก็ทำได้ด้วยตัวนาย”

“ฉันจะเก่งจะดีได้ไง เมื่อฉันกลายเป็นคนเดินตามรอยเท้าแก แต่วันนี้ ฉันจะใช้ความรักที่แม่มีต่อฉันเป็นอาวุธทำร้ายแก” ชยางกูรว่าแล้วสะบัดมือชนกชนม์ออก แล้วฟาดไม้เรียวใส่อุตลุด ชนกชนม์คว้ามือเขาไว้อีกครั้ง ชยางกูรขู่ถ้าคิดจะสู้ จะไปฟ้องคุณแม่

“ไม่ว่านายทำร้ายฉันยังไง ฉันจะไม่โกรธนาย เพราะนายเป็นน้องของฉัน...ฉันจะพิสูจน์ให้นายเห็นว่า ฉันเป็นลูกที่ดีและฉันจะทำให้นายรักฉัน” ชนกชนม์ประกาศก้อง ชยางกูรบอกให้เลิกเพ้อฝันได้แล้ว เขาจะไม่มีวันนั้นเพราะตนจะเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขาตลอดไป แล้วฟาดไม้เรียวใส่พี่ชายซ้ำๆอยู่อย่างนั้นจนหักคามือ แม้จะเจ็บแค่ไหนแต่ชนกชนม์ทนได้ ตั้งใจมั่นจะต้องชนะใจทั้งแม่และน้องให้ได้...

ด้านสุตาภัญยังคงพูดประชดประชันพ่อไม่เลิกจนท่านอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ เธอแค่พูดในสิ่งที่ท่านอยากฟังเท่านั้น ท่านชอบตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงไม่รักดีไม่ใช่หรือ

“ถ้าไม่จริงอย่างที่ฉันพูด มันจะเกิดเรื่องได้ยังไง” สุทินไม่วายขุดคุ้ยเรื่องในอดีตขึ้นมาด่าว่าลูกอีกครั้ง

คืนนั้น สุตาภัญเพิ่งกลับจากมหาวิทยาลัยกำลังเดินมาตามทางเปลี่ยวภายในหมู่บ้าน ถูกวัยรุ่นแถวนั้นฉุดเข้าข้างทางหมายจะข่มขืน เธอสู้สุดฤทธิ์ พร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือ โชคดีที่สุทินมาช่วยไว้ทัน ชักปืนยิงขู่ขึ้นฟ้าทำให้พวกคนเลวหนีกระเจิง

เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นตราบาปติดตัวสุตาภัญ พ่อโทษว่าเป็นเพราะเธอให้ท่าพวกนั้นถึงได้โดนฉุด ไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายเท่าใด พ่อก็ไม่เคยเชื่อคำพูดของเธอ เสาวนิตย์สงสารลูก ขอร้องสุทินเลิกพูดถึงอดีตได้แล้ว ไหนๆพวกเราก็ย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว สังคมรอบข้างดีขึ้น ชีวิตลูกๆทั้งสองก็ต้องดีขึ้น

“ต่อให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่สันดานใจง่ายเหมือนเดิม มันก็มีแต่จะแย่ลง...ต่อไปนี้ ไม่ว่าเธอจะไปไหน ทำอะไร เธอต้องอยู่ในสายตาฉัน” สุทินสั่งเสร็จ ผละจากไป สุตาภัญถึงกับปล่อยโฮที่ถูกพ่อบังคับจิตใจ

“แม่ขอเถอะ...เลิกเถียง เลิกประชดคุณพ่อ ยอมรับฟังและทำตามที่คุณพ่อบอก ทุกอย่างจะดีขึ้น”

“ตาต้องยอมเหมือนที่คุณแม่ยอมมาทั้งชีวิตหรือคะ” สุตาภัญย้อนถาม

เสาวนิตย์ถึงกับน้ำตาซึม สุตาภัญรู้สึกผิดที่พูดไม่ดีกับแม่รีบกราบขอโทษ สองแม่ลูกโผกอดกันร้องไห้

ooooooo

ขณะที่สุตาภัญมาหลบมุมทายาหม่องที่แผลซึ่งโดนพ่อตีอยู่ในสวนหน้าบ้าน เหลือบเห็นเงาใครบางคนปีนกำแพงข้างบ้านตรงมุมมืด ก่อนจะหล่นตุบลงมากองกับพื้น หญิงสาวตกใจคิดว่าโจรเข้าบ้านคว้าไม้ใกล้มือค่อยๆย่องเข้าไปหา หมายจะฟาดให้หัวแบะ แต่พอเขาหันมา เธอต้องตกใจเมื่อเห็นเป็นชนกชนม์

“นาย!...มาทำอะไรที่นี่?”

“ก็มาหาเธอไง...บ้านเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน”

สุตาภัญอดประหลาดใจไม่ได้ ทำไมเขาไม่เคยบอก ปรามว่าทีหน้าทีหลังอย่าปีนเข้าบ้านแบบนี้อีก แล้วเอานิ้วจิ้มที่แขนเขา บังเอิญถูกแผลที่ชยางกูรฟาดถึงกับร้องเสียงหลง เธอเพิ่งสังเกตเห็นรอยไม้เรียวตามแขนขาของเขา ซักถามเป็นการใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น ชนกชนม์เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง หญิงสาวตำหนิแม่ของเขา ไม่ควรทำแบบนี้ เท่ากับส่งเสริมให้น้องไม่เคารพพี่ แล้วนึกได้ว่าไม่ควรพูด รีบขอโทษที่ไปว่าแม่ของเขา

“ไม่เป็นไรหรอก พูดไปหมดแล้วนี่...เมื่อกี้นั่งทำอะไรอยู่...ยาหม่อง...เป็นอะไร?”

หญิงสาวอ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าบอกว่าโดนพ่อตี ชนกชนม์ชิงพูดขึ้นก่อนว่า เตรียมยาหม่องไว้ให้เขาใช่ไหม เธอเลยรับสมอ้าง ว่าเขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้ที่ตอนไปดูเขาแข่งรถครั้งก่อน เธอก็ต้องตอบแทนแล้วคว้ายาหม่องจะทาให้ ชนกชนม์เกรงใจ จะขอทาเอง แต่เธอไม่ยอม เขาจึงปล่อยเลยตามเลย...

หลังจากทายาหม่องเสร็จ สุตาภัญเห็นสมควรแก่เวลาจึงบอกให้ชนกชนม์กลับได้แล้ว เขาจัดแจงจะเดินไปออกทางประตูรั้ว เธอสั่งให้เขากลับทางเดิม ชนกชนม์ค่อยๆปีนกำแพงช้าๆถ่วงเวลาให้นานที่สุด สุตาภัญหมั่นไส้แกล้งผลักให้ลงไปเร็วๆ เขาไม่ทันตั้งหลักร่วงลงไปอีกฝั่งหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นมาพูดกับกำแพง

“ที่ฉันมาที่นี่ ฉันจะมาบอกเธอว่า ฉันจะทำตามคำแนะนำของเธอ ฉันจะทำให้คุณแม่ภูมิใจในตัวฉัน...ขอให้เธอเป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะ” ชนกชนม์ยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะเดินจากไป

“ปัญหาของเราไม่เหมือนกัน แต่ความทุกข์ใจก็ไม่ต่างกัน...ฉันบอกให้นายสู้ แล้วฉันจะถอยได้ไง...เราจะสู้ไปด้วยกันนะ...ชนกชนม์” สุตาภัญพึมพำกับตัวเอง

ooooooo

ทันทีที่ชนิกานต์กลับถึงบ้าน โทร.ถามเพื่อนรักว่าเมื่อตอนเย็นหายไปไหน ไปทำอะไรกับใครมา สุตาภัญยังไม่ทันจะอ้าปากเล่าความจริงให้ฟังชนิกานต์ เหลือบเห็นรองเท้าส้นสูงสีแสบสันวางอยู่หน้าประตูเข้าตัวบ้าน รีบขอตัวแล้ววางสายทันที

“อ้าว...ตัดสายไปซะดื้อๆ มีอะไรหรือเปล่า”

สุตาภัญมองมือถือตัวเองอย่างแปลกใจ...

ด้านชนิกานต์จ้ำพรวดๆไปยังห้องนอนณวัตร

พ่อของตนเอง เปิดประตูผลัวะเข้าไปโดยไม่เคาะ เจอ

กัณฐิกากำลังสวมเสื้อผ้าอยู่ ชนิกานต์ไม่พอใจมาก ควักเงินสองพันยื่นให้เป็นค่าตัวเธอแล้วไล่ไปให้พ้นหน้า

ณวัตรได้ยินเสียงลูกสาวด่าฉอดๆรีบออกจากห้องน้ำมาต่อว่า ว่าพูดจาอะไรควรจะให้เกียรติกันบ้าง กัณฐิกาไม่ใช่ ผู้หญิงหากินแต่เป็นผู้หญิงของเขาและเราสองคนกำลังจะแต่งงานกัน

ชนิกานต์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า จะยอมให้พ่อแต่งงานใหม่ไม่ได้เด็ดขาด อาละวาดบ้านแทบแตกตรงเข้าตบตีกัณฐิกาอุตลุด ฝ่ายหลังกร้านโลกกว่า รู้ดีว่าไม่ควรตอบโต้ ปล่อยให้อีกฝ่ายฟาดงวงฟาดงาไปคนเดียว ณวัตรทนดูต่อไปไม่ไหวเข้ามาห้าม กัณฐิกาสวมบทหญิงสาวแสนดี บีบน้ำตาตีหน้าเศร้า

“กัณขอโทษนะคะที่ทำให้ลูกคุณไม่สบายใจ กัณขอไปเองดีกว่าค่ะ”

“ไม่ต้องมาเล่นละครตบตา นังผู้หญิงขายตัว...

ออกไปจากบ้านฉัน” ชนิกานต์ไม่พูดเปล่า คว้าข้าวของใกล้มือขว้างใส่ กัณฐิกาวิ่งหนีเกือบไม่ทัน ณวัตรไม่พอใจลูกสาวมาก รีบวิ่งตาม ชนิกานต์อกแทบระเบิดด้วยความแค้น ที่คราวนี้พ่อเห็นผู้หญิงคนนี้ดีกว่าตน...

ทางด้านธีรดนย์ได้ยินเสียงเอะอะรีบออกมาดู ชนกับกัณฐิกาที่ผลุนผลันออกจากตึกใหญ่ เขารีบประคองเธอไว้ ทั้งสองสบตากันนิ่ง กัณฐิกายิ้มหวานให้เขา ณวัตรซึ่งวิ่งตามออกมารีบเข้าไปรับช่วงต่อแล้วสั่งให้ ธีรดนย์ดูแลคุณหนูให้ดี อย่าให้ตามไปอาละวาดตนเด็ดขาด เขารับคำแล้วขึ้นไปบนตึกใหญ่ เห็นชนิกานต์อาละวาดขว้างปาข้าวของ ก็หัวเราะเยาะ หญิงสาวหันมาเห็นไม่พอใจ ปรี่เข้ามาถามอย่างเอาเรื่องว่าหัวเราะทำไม

“จะมีเหตุผลอะไรนักหนาที่คนเราจะหัวเราะ นอกจากรู้สึกสนุก มีความสุขและสะใจ”

ชนิกานต์ไม่พอใจ ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ “การที่พ่อฉันมีเมียใหม่ มันน่าสนุกหรือไง”

แทนที่จะหยุดพูด ธีรดนย์ยิ่งกวนประสาทจน

ชนิกานต์ทนไม่ไหว ทั้งด่าทั้งตบตีเขาไม่ยั้ง ธีรดนย์สุดทนตบคืน เธอถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตบกลับ คราวนี้เขาตบเธอคืนสองทีซ้อน ชนิกานต์ไม่ยอมแพ้

เงื้อมือจะเอาคืนเขาคว้าไว้ทัน แล้วดึงเข้ามากอด ขณะกำลังจะประกบปาก อุษาแม่ของธีรดนย์และเป็นแม่บ้านของที่นี่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ชนิกานต์ได้ทีรีบผลักเขาออก แล้วโวยวายใส่อุษาลั่น

“ป้าอุษาหัดสอนลูกชายชั่วๆบ้าง อย่าทำรุ่มร่ามกับฉัน ไม่งั้นฉันจะไล่ป้าออก”

อุษาขออภัยแทนลูกชายด้วย และขอให้เธอยกโทษให้ ชนิกานต์ได้ที คิดกลั่นแกล้งสองแม่ลูก ถ้าจะให้ยกโทษให้ต้องให้ธีรดนย์กราบเท้าขอโทษเธอก่อน เขาโกรธมากที่ถูกหยามเกียรติไม่ยอมทำตาม อุษาตัดสินใจนั่งลงจะกราบเอง ธีรดนย์จึงจำใจต้องทำตามที่ชนิกานต์ต้องการ

“จำใส่กะโหลกกลวงๆของแกด้วย คนรับใช้หมายถึงขี้ข้าหรือทาส มีหน้าที่ทำตามที่เจ้านายสั่ง ถ้าแกยังตอแยทำกร่างใส่ฉันอีก ฉันจะเอาโซ่มาล่ามคอให้รู้สำนึกว่าแกเป็นแค่สุนัขรับใช้” ชนิกานต์ยิ้มสะใจ ธีรดนย์ไม่พอใจจะตอบโต้ แต่เหลือบเห็นสายตาดุของแม่แล้วจำต้องข่มอารมณ์ไว้...

ระหว่างที่อุษากำลังเก็บกวาดทำความสะอาดเศษแจกันและข้าวของที่ชนิกานต์อาละวาดขว้างปา ธีรดนย์

ถามคาดคั้นแม่ว่าทำไมต้องไปขอโทษชนิกานต์ด้วย

ในเมื่อฝ่ายนั้นชอบข่มเหงรังแกเรา อุษาถึงกับน้ำตาซึม ขอร้องให้เลิกตอแยคุณหนู เพื่อเธอได้ไหม ให้คิดเสียว่าที่เรามีทุกวันนี้ได้เพราะบุญคุณของคุณณวัตรที่ส่งเสีย

ให้เขาได้เรียนโรงเรียนดีๆเทียบเท่ากับลูกของท่าน

“เขาทำดีกับเราเพราะเป็นการใช้หนี้ชีวิตของพ่อต่างหาก”

ธีรดนย์ยังจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ดี ตอนนั้นเขายังเด็กมากแต่ก็รู้ความแล้ว ปิยมนภรรยาของณวัตรขับรถไล่ตามสามีที่พาเมียน้อยขึ้นรถหนีโดยมีสมชายพ่อของเขาขึ้นรถไปกับเธอด้วย เพื่อคอยปรามไม่ให้เธอใจร้อน  อารามจะตามณวัตรให้ทัน ปิยมนเร่งเครื่องปาดซ้ายปาดขวาจนเกิดอุบัติเหตุ ทำให้สมชายต้องสังเวยชีวิต

“แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าคิดอย่างนั้น มันเป็นคราวเคราะห์ของเราเอง ยังไงท่านก็มีบุญคุณท่านเกื้อหนุนพ่อกับแม่ก่อนลูกเกิดด้วยซ้ำ...แม่ขอล่ะ คุณหนูน่าสงสารขาดแม่ พ่อก็ไม่มีเวลาให้ อย่าทำร้ายจิตใจเธออีกเลย”

ธีรดนย์ยังโกรธชนิกานต์ไม่หาย แต่ไม่อยากทำให้แม่ไม่สบายใจจำต้องพยักหน้ารับคำ...

ทางด้านยายแก้วยังโกรธเรื่องเมื่อเช้าไม่หาย ทันทีที่กฤติยากลับจากเรียนหนังสือ ตัดพ้อต่อว่าว่าอายใช่ไหมที่ต้องเป็นแม่ค้าขายขนมในสลัม ถึงไม่ยอมออกมาช่วยเธอขายของ กฤติยายอมรับผิดว่าเป็นอย่างที่ยายว่าจริง เสียใจที่ทำตัวแย่ๆสัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีก ขอร้องยายอย่าโกรธอย่าเกลียดเธอเลย เธอไม่มีใครอีกแล้ว พ่อก็ไม่มี แม่ก็มาจากไป ถ้า
ยายทิ้งเธอไปอีกคนแล้วเธอจะอยู่ได้อย่างไร ยายแก้วน้ำตาคลอสงสารหลาน...

ooooooo

ชนกชนม์ต้องการชนะใจแม่ให้ได้ ลุกขึ้นแต่เช้าทำข้าวต้มกุ้งที่แม่ชอบเตรียมไว้ แทนที่ชลนิภาจะชื่นชม กลับหาว่าเขาไม่ได้ลงมือทำเองอย่างที่คุย คงจะออกไปซื้อจากตลาดมาให้

“คุณชนกชนม์ทำเองนะคะ แป๋วเห็นกับตาเลยค่ะ” แป๋วคนรับใช้ประจำบ้านช่วยยืนยัน

ชลนิภาไม่เชื่อ ยกชามข้าวต้มเททิ้ง ชยางกูรสบช่องชวนแม่ออกไปกินข้าวข้างนอกบ้าน ตนจะแนะนำร้านอาหารอร่อยให้ แล้วพากันออกไป ชนกชนม์ไม่ท้อแท้คิดจะสู้ต่อไปเพื่อให้แม่เห็นความดี...

ทางฝ่ายสุทินทำอย่างที่ลั่นวาจาไว้ ขับรถมาส่งสุตาภัญที่มหาวิทยาลัย เธอรีบร้อนลงจากรถวิ่งไปยังตึกที่จะเรียนลืมกระเป๋าหนังสือเสียสนิท สุรัมภาน้องสาวต้องวิ่งเอามันมาให้

“ดีใจที่คุณพ่อมาส่ง ถึงกับลืมกระเป๋าเลยหรือ”

“ใครจะไม่ดีใจล่ะ มีคุณพ่อรักและห่วงยิ่งกว่าเชลยศึก” สุตาภัญประชด รับกระเป๋าแล้วขยับจะไป

สุทินไม่ยอมจะเข้าไปส่งเธอให้ถึงคณะ สุตาภัญรู้ดีว่าไม่มีทางขัดพ่อได้ จึงปล่อยให้ทำตามใจ สุทินสั่งให้สุรัมภาไปรอในรถ ห้ามออกมายืนประเจิดประเจ้อให้พวกผู้ชายมองเป็นของสนุก เธอรับคำ แล้ววิ่งกลับไปที่รถไม่ทันมองทาง รถมอเตอร์ไซค์ของชนกชนม์เกือบชน เจ้าของรถรีบลงมาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เด็กสาวเห็นเขาครั้งแรกก็ถูกใจ ยิ่งเขาไปหยิบกุหลาบหนึ่งดอกจากช่อดอกไม้มาให้เป็นการปลอบขวัญ เธอยิ่งประทับใจมาก...

ฝ่ายชนิกานต์กับธีรดนย์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นสุทินตามมาส่งสุตาภัญถึงหน้าคณะ หญิงสาวอายเพื่อนๆพยายามไล่พ่อทางอ้อม ให้รีบไปส่งน้องเดี๋ยวจะไปเรียนสาย

“ชนิกานต์ ฉันฝากดูแลสุตาภัญด้วย...ส่วนนายธีรดนย์ ถ้าลูกฉันไม่บอกว่านายเป็นเกย์ ฉันไม่มีวันให้คบกับลูกสาวฉันเด็ดขาด...สุตาภัญเย็นนี้ไปยืนรอที่หน้าคณะให้ตรงเวลาด้วย...” สุทินพูดจบ เดินออกมา...

ขณะชนกชนม์กำลังจะวิ่งไปหาสุตาภัญที่คณะ โจเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกัน เข้ามาขวางไว้ ถามว่าบ่ายนี้จะไปช่วยร้องเพลงงานของชมรมหรือเปล่า ชนกชนม์ส่ายหน้า ธีรดนย์ไม่ได้บอกเรื่องนี้ คงโกรธที่เขาทิ้งวงวันไปออดิชั่นวันก่อน โจเสียดายแทน ถ้าไปงานนี้ด้วยจะได้ร้องเพลงคู่กับดาวของคณะอย่างสุตาภัญ

ชนกชนม์คิดหาทางไปร้องเพลงกับเธอให้ได้ มัวแต่ก้มหน้าก้มตามองกุหลาบในมือที่จะเอาไปให้สุตาภัญ ไม่ทันเห็นสุทินที่เดินสวนมา ชนเข้าอย่างจังจนช่อดอกไม้หล่น เขาก้มเก็บ จึงไม่เห็นสีหน้าไม่พอใจของสุทิน

พอชนกชนม์หันไปขอโทษเห็นแต่ด้านหลังของเขา ครู่ต่อมา ชายหนุ่มมาถึงคณะนิเทศศาสตร์ ชนิกานต์ปรี่เข้าไปรับช่อดอกไม้จากมือเขาหน้าตาเฉย ขอบใจที่เขาเอากุหลาบมาให้ ชนกชนม์พูดไม่ออก  จำต้องเออออไปด้วย ชนิกานต์คว้ามือเขาพามาแนะนำตัวกับสุตาภัญว่านี่คือแฟนของเธอ ชนกชนม์ถึงกับทำหน้าไม่ถูก

“อย่าไปถือสาเลยค่ะ ยัยนี่ชอบอำ” สุตาภัญ

ยิ้มขำ

ธีรดนย์ยังโกรธเรื่องครั้งก่อนไม่หาย ถามชนกชนม์เสียงเข้มว่ามาที่นี่ทำไม เขาจะมาขอไปร้องเพลงงานชมรมคนรักเด็กด้วย ธีรดนย์ปฏิเสธทันทีว่าคิวเต็มแล้ว และที่สำคัญ ไม่อยากเห็นงานพังเพราะเขาอีก แล้วหันไปชวนสุตาภัญเข้าเรียน โดยไม่สนใจเขาอีก ชนิกานต์ปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอจะหาทางเคลียร์เรื่องนี้ให้เอง

ด้วยความช่วยเหลือของชนิกานต์และคำอ้อนวอนขอร้องของสุตาภัญ ในที่สุดธีรดนย์ก็ยอมให้ชนกชนม์ไปร่วมร้องเพลงในงานนี้ด้วย

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ชยางกูรเดินเข้าไปหาเพทายกับเพื่อนร่วมแก๊งอีกสองคนที่ยืนรออยู่ ถามถึงเรื่องผู้หญิงที่เพทายรับปากจะหามาให้อยู่ไหน เพทายชี้ไปทางร้านขายเสื้อผ้าวัยรุ่น

“โน่นไง...ใช้ได้ไหม”

ชยางกูรมองตามมือ เห็นนานา เจน และพลอย กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่ เขายิ้มพอใจ ควักเงินให้เพทายห้าพันบาท แล้วเดินตรงไปหาสาวๆ หนึ่งในเพื่อนร่วมแก๊งทักว่านานาเป็นเมียเพทายไม่ใช่หรือ

“ก็แค่เมีย ไม่ใช่แม่ของลูก เงินนี่มีค่ามากกว่ามันเยอะ” เพทายมองเงินในมือสีหน้าเปื้อนยิ้ม แล้วมองไปยังชยางกูรที่เข้าไปทักทายสามสาว ดูท่าทางนานาเองก็พอใจหนุ่มกระเป๋าหนักอย่างชยางกูรเช่นกัน...

อีกด้านหนึ่งของห้างฯ สุรเดชกำลังโทรศัพท์นัด

ให้กฤติยามาเจอกันที่เดิม จังหวะที่กดวางสาย เห็นสาวสวยสองคนเดินผ่าน อาการโรคจิตของเขากำเริบ รีบเปิด

กล้องวีดิโอในมือถือ แล้วเดินตาม...

ในเวลาเดียวกัน ณ ลานกิจกรรมของห้างฯ หลังจากเซตเครื่องดนตรีเรียบร้อยแล้ว ธีรดนย์แจ้งคิวกับทุกคนว่า ชนกชนม์จะร้องหนึ่งเพลง แล้วคั่นด้วยการรับบริจาคเงิน คิวที่สองเขากับสุตาภัญจะขึ้นไปร้องเพลงคู่ แล้วก็จะรับบริจาคเงินอีกครั้ง ทางห้างฯมีเวลาให้เราเพียงครึ่งชั่วโมง พวกเราจึงต้องระดมทุนให้ได้มากที่สุด ชนิกานต์บ่นว่าไม่น่าจัดกิจกรรมบ้าบอแบบนี้ให้เสียเวลา สู้ไปขอเงินพ่อของเธอไม่ดีกว่าหรือ แป๊บเดียวก็ได้เป็นแสนแล้ว

“เราไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่เราอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเป็นจิตอาสาและร่วมแบ่งปันให้เด็กๆ”

“เหลือเวลาหนึ่งชั่วโมง ทุกคนสแตนด์บายอยู่แถวนี้แล้วกัน...ชนกชนม์ หวังว่านายคงไม่ทำงานฉันล่มอีก”

“เชื่อใจเพื่อนสิวะ...ไอ้ธี” ชนกชนม์ยิ้มอย่างมั่นใจ...

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ชนกชนม์รับปาก เขาเห็นเวลายังพอเหลือจึงชวนสุตาภัญไปช่วยเลือกซื้อเสื้อให้แม่ของเขา เผื่อท่านจะได้ประทับใจเขาขึ้นมาบ้าง สุตาภัญอดแปลกใจไม่ได้ทำไมต้องเป็นเธอด้วย

“ก็เธอเป็นคนสอนให้ฉันทำดีกับคุณแม่ ดังนั้น เธอต้องร่วมรับผิดชอบด้วย”

หญิงสาวยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ...

หลังจากซื้อเสื้อผ้าให้นานากับสาวๆเสร็จเรียบร้อย ชยางกูรชวนไปนั่งรถเล่นกันต่อ นานาจะขอไปทำสปาเล็บก่อน ชยางกูรใจปํ้า ควักเงินให้ เสร็จเมื่อไหร่ให้โทร.มาบอก หญิงสาวยิ้มดีใจ หอมแก้มเขาหนึ่งฟอด แล้วเดินนำเพื่อนอีกสองคนไปที่ร้านทำเล็บ ขณะที่ชยางกูร

ตามไปสมทบกับเพทายและพวก...

ด้านสุรเดชเห็นนานากับเพื่อนๆ หน้าตาสะสวยแถมนุ่งกระโปรงสั้นเดินผ่านหน้าก็สนใจรีบเดินตาม โดยไม่รู้ว่าผู้หญิงกลุ่มนี้เป็นเด็กของชยางกูร...

ที่หน้าลานกิจกรรม ธีรดนย์เห็นใกล้เวลาแสดงแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทั้งสุตาภัญและชนกชนม์หายไปไหน ถามชนิกานต์ก็ไม่ได้เรื่อง ชักเริ่มเป็นกังวล...

คนที่ธีรดนย์ถามหากำลังเลือกชุดให้ชลนิภากันอย่างตั้งอกตั้งใจ ในที่สุดก็ได้ชุดที่ถูกใจ ชนกชนม์ขอร้องให้สุตาภัญลองชุดให้ดูก่อนว่าเวลาสวมแล้วจะสวยเหมือนที่อยู่ในไม้แขวนหรือเปล่า เธอมองนาฬิกาเห็นใกล้เวลาเล่นดนตรีแล้ว จึงบอกเขาว่าไม่ต้องลองดีกว่า

“เหลืออีกตั้งสิบนาที...ทันถมเถ” ชนกชนม์คะยั้นคะยอจนสุตาภัญต้องยอมเข้าห้องลองชุด

ooooooo

ชนิกานต์พยายามโทร.หาสุตาภัญแต่ติดต่อไม่ได้ แถมชนกชนม์ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ธีรดนย์เริ่มนั่งไม่ติด ด่าว่าชนกชนม์ไม่หยุด ชนิกานต์ชักจะทนไม่ไหวตวาดลั่น

“เลิกบ่นสักทีได้ไหม แทนที่จะยืนด่าแฟนฉัน เอาเวลาไปคิดแก้ปัญหาเถอะ”

ธีรดนย์ตัดสินใจจะร้องเพลงแรกเอง แล้วบอกโจให้ไปเตรียมตัวได้...

ฝ่ายชนกชนม์มองดูเวลาแล้วชักใจไม่ดี เหลืออีก 5 นาทีการแสดงจะเริ่ม สุตาภัญยังไม่ออกจากห้องลองชุดสักที เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งให้ชลนิภาบังเอิญเข้ามาดูเสื้อในร้านเดียวกัน ชนกชนม์ตกใจแทบช็อก รีบเดินหลบๆ

ไปที่ห้องลองชุด เป็นจังหวะเดียวกับสุตาภัญออกมาพอดีเห็นชลนิภายืนเลือกเสื้ออยู่

“ผู้หญิงคนนั้นเหมือนแม่นายเปี๊ยบเลย”

“ไม่ใช่แค่เหมือน แต่ใช่เลยล่ะ...ขืนท่านเห็นฉันเข้า นอกจากจะไม่เซอร์ไพรส์แล้วฉันอาจโดนด่าก็ได้” ชายหนุ่มเป็นกังวลมาก คิดจะหลบอยู่ตรงนี้สักพัก รอให้แม่ไปก่อน แต่โชคไม่เข้าข้าง ชลนิภาเกิดถูกใจเสื้อชุดหนึ่งคว้าไปยังห้องลองชุด ชนกชนม์ถึงกับตาเหลือกรีบกันสุตาภัญกลับเข้าห้องแล้วตามเข้าไปด้วย...

ขณะที่ชนกชนม์กับสุตาภัญตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ธีรดนย์ร้องเพลงแรกจบพอดี แต่ยังไม่เห็นวี่แววสุตาภัญ คิวต่อไปเป็นเพลงคู่ เขาไม่มีทางเลือกจำต้องขอร้องชนิกานต์ให้ขึ้นไปร้องเพลงคู่กับเขาแทน...

ทางฝ่ายชลนิภารออยู่หน้าห้องลองชุดนานสองนานคนในห้องไม่ยอมออกมาสักที เริ่มไม่พอใจทำท่าจะอาละวาด ธนกรเห็นท่าไม่ดี ชวนเธอไปดูของร้านอื่นกันก่อน แล้วค่อยกลับมาลองชุดทีหลัง ชลนิภาหมดอารมณ์จะซื้อ ส่งชุดคืนให้พนักงาน แล้วเดินสะบัดออกไปกับธนกร


สุตาภัญกับชนกชนม์ถึงกับถอนใจโล่งอก ค่อยๆแง้มประตูออกมาดู ไม่เห็นใคร ต่างยิ้มให้กันที่รอดมาได้ ชนกชนม์ถามสุตาภัญว่าตกลงเอาชุดนี้ใช่ไหม

เธอส่ายหน้า เปลี่ยนใจไปเลือกชุดที่ชลนิภาจะลองแทน มั่นใจว่าท่านต้องชอบแน่ๆ ชนกชนม์ขอบใจเธอมากที่ช่วย หญิงสาวพยักหน้ารับ แล้วต้องตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเลยเวลาขึ้นร้องเพลงมาเกือบสิบนาทีแล้ว

ooooooo

ระหว่างเดินเล่นรอพวกสาวๆ ชยางกูรเห็นชนิกานต์ กับธีรดนย์กำลังร้องเพลงอยู่ที่ลานกิจกรรมของห้างฯ ชวนเพทายกับพวกเข้าไปป่วน ส่งเสียงโห่ดังลั่น กฤติยา กำลังจะหย่อนเงินลงในตู้บริจาค หันมองพวกนั้นด้วยความ ไม่พอใจ ก่อนจะเลี่ยงออกมายืนดูอยู่ห่างๆ

“เสียงแบบนี้กลับไปเห่าที่บ้านเถอะ” สิ้นเสียงชยางกูร เพทายกับพวกก็โห่ฮารับ

ชนิกานต์ไม่พอใจจะลงไปด่า แต่ธีรดนย์คว้ามือไว้ แล้วช่วยกันร้องเพลงต่อไปจนจบ ชยางกูรกับพวกได้ใจตะโกนแซวสนุกสนาน ทำให้ผู้คนที่ยืนฟังเริ่มถอยห่าง ไม่มีใครเข้ามาบริจาคเงิน ชนิกานต์ยอมไม่ได้ลงจากเวทีเข้าไปด่าเป็นชุด ชยางกูรฟิวส์ขาดเงื้อมือจะตบ ชนกชนม์เข้ามาคว้าไว้ทัน ชยางกูรเตือนเขาไม่ให้มายุ่ง”

“แกไม่ควรรังแกผู้หญิงและผู้หญิงคนนี้ก็เป็นเพื่อนพี่”

สุตาภัญมาทันได้ยินพอดี แปลกใจเมื่อรู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ชยางกูรหันมาเห็นเธอ ปรี่เข้ามาแนะนำตัวเองพร้อมกับยื่นมือให้จับ สุตาภัญไม่ต้องการรู้จักกับคนที่คิดทำลายงานของเธอ ชนกชนม์เห็นยังพอมีเวลา บอกธีรดนย์ว่าจะขอร้องเพลงไถ่โทษที่มาช้า ธีรดนย์ไม่ยอมให้ร้อง แถมไล่เขาออกจากวง

“ร้องเพลงหาเงิน ทำตัวยังกะขอทานข้างถนน...เอางี้ ถ้าแกทำให้คนที่เดินผ่านไปมา เข้ามาฟังเพลงแล้วสนุกไปกับพวกแกได้ ฉันบริจาคหนึ่งหมื่นบาท แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ กราบตีนฉันตรงนี้” ชยางกูรพูดจบมองพี่ชายต่างบิดาอย่างเหยียดหยาม ชนกชนม์อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะรับคำท้า สุดท้ายชยางกูรก็แพ้พนัน เพลงที่ชนกชนม์ร้อง โดยมีสุตาภัญและชนิกานต์เป็นหางเครื่อง ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาหยุดดู และตบมือตามสนุกสนาน...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ชลนิภายังอารมณ์ค้างจากที่ไม่ได้ลองชุด เมื่อนิธิถือไอศกรีมวิ่งมาชน เธอถึงกับสติแตกด่าลั่นว่าวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ พ่อแม่ไม่สั่งสอน แล้วผลักเด็กน้อยล้มลงร้องไห้จ้า วีรภัทรกับนัชชารีบวิ่งมาดูลูก ชลนิภาเลยหันมาเล่นงานทั้งคู่ที่ไม่รู้จักดูแลลูกให้ดี ถึงได้ซนและไร้มารยาท สงสัยจะได้เชื้อเลวๆของพ่อมา โตขึ้นคงกลายเป็นพวกขยะสังคม วีรภัทรโกรธ ตำหนิเธอว่าไม่ควรพูดแบบนี้ต่อหน้าเด็กและควรให้เกียรติเขาบ้าง

“หรือไม่จริง...เชื้อชั่วๆของคุณทำให้ชนกชนม์ทำตัวเลวทรามต่ำช้า”

“คุณอย่าลืมสิว่าชนกชนม์ก็เป็นลูกของคุณเหมือนกัน จะดีจะชั่วก็มีเชื้อมาจากคุณ” นัชชาด่ากลับ

“ไม่ค่ะ...ฉันถือว่าชนกชนม์เป็นลูกพ่อ ลูกของฉันคือชยางกูร และฉันก็มั่นใจว่าชยางกูรจะเป็นคนเก่งคนดีกว่าเด็กเลวๆคนนี้” ชลนิภาหันไปตวาดใส่หน้านิธิซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย ทั้งวีรภัทรและนัชชายิ่งไม่พอใจ...

ขณะชยางกูรจำต้องเอาเงินใส่ตู้บริจาคตามข้อตกลง มีเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลั่นห้าง ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นนานากับเพื่อนสาวกำลังวิ่งไล่ตามสุรเดชซึ่งวิ่งหนีมาหาชนกชนม์

“กูรคะไอ้โรคจิตมันถ่ายคลิปกางเกงในพวกเรา” นานาว่าพลางชี้ไปที่สุรเดชที่ยืนหลบอยู่หลังชนกชนม์

ชยางกูรโกรธมาก สั่งให้เพทายกับพวกจับสุรเดชมากระทืบให้เข็ดหลาบ คนถูกขานชื่อไม่รอช้าเผ่นแน่บ ชนกชนม์เป็นห่วงเพื่อนวิ่งตามไปช่วยโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของชนิกานต์ สุตาภัญจะตามไปด้วยแต่ธีรดนย์คว้าแขนไว้ เตือนความจำว่าเธอต้องกลับถึงคณะก่อนที่พ่อของเธอจะมารับ สุตาภัญถึงกับชะงัก...

ด้านกฤติยาเห็นพวกชยางกูรไล่ล่าสุรเดชไปตามทางเดินในห้าง รีบคว้ามือถือขึ้นมากดเบอร์...

ระหว่างที่ชลนิภากำลังด่าว่าวีรภัทรเรื่องเลี้ยงดูลูกไม่ดี และคุยทับว่าสู้ลูกชยางกูรของเธอไม่ได้ แต่ต้องหน้าแตกเมื่อเห็นชยางกูรกับพวกกำลังไล่ตีสุรเดชที่อีกมุมหนึ่งของห้าง เธอพึมพำอย่างงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น

“ภาพมันฟ้องอยู่แล้วนี่คะ...เด็กหนีเรียนยกพวกตีกัน” นัชชายิ้มเย้ย ชลนิภาเป็นห่วงลูกชายสุดเลิฟรีบตามไปดูโดยมีธนกรตามไปติดๆ สักพัก ชนกชนม์โผล่มาจากมุมตึกวิ่งตามไปอีกทอดหนึ่ง วีรภัทรใจไม่ดีเกรงจะมีเรื่อง บอกนัชชาให้รออยู่ตรงนี้กับนิธิ เขาขอไปดูลูกชายคนโตก่อน แล้ววิ่งออกไปเลยไม่ฟังเสียงทัดทานของเธอ

ครู่ต่อมา ชนกชนม์ตามไปเจอสุรเดชกำลังแอบอยู่ในลานจอดรถ ขณะกำลังจะพาหนี ชยางกูรกับ พวกตามมาเจอเสียก่อน สั่งให้เอาตัวสุรเดชมาให้ ชนกชนม์ต่อรอง จะลบคลิปที่ถ่ายพวกสาวให้หมด แต่

ชยางกูรต้องปล่อยเพื่อนของเขาไป จากนั้นก็หยิบมือถือของสุรเดชออกมาลบคลิปจนเกลี้ยง แล้วจะลากตัวกลับ

ชยางกูรขวางไว้ ต้องให้แน่ใจก่อนว่าคลิปถูกลบแล้วจริงๆ สุรเดชจึงโยนมือถือให้ตรวจ แทนที่ชยางกูรจะเช็กข้อมูลกลับโยนมันลงพื้น กระทืบซ้ำจนแหลก สุรเดชแค้นจัดโดดต่อยชยางกูรทันที เพทายกับพวกไม่พอใจรุมเตะต่อยเขาอุตลุด ชนกชนม์รีบเข้าไปช่วยเพื่อน ทำให้เกิดการตะลุมบอนกันขึ้น

ooooooo

ตอนที่ 1

ณ ผับแห่งหนึ่ง สุตาภัญถือกุหลาบช่อใหญ่กำลังจะแหวกกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปดูธีรดนย์เพื่อนของเธอที่มา ออดิชั่นวงดนตรี แต่กลับถูกดันจนเซจะล้ม ชายหนุ่มคนหนึ่งเข้าไปรับเธอไว้ทัน ทั้งสองคนมองสบตากันนิ่งงัน

“ชนกชนม์...ถึงคิววงเราเล่นแล้ว”

เสียงเรียกของธีรดนย์ ทำให้ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์ ยิ้มให้หญิงสาวในอ้อมแขน ก่อนจะเดินไปหาคนเรียกสุตาภัญมองเลยเขาไปแล้วยิ้มให้ธีรดนย์ซึ่งกำลังโบกมือทักทายให้ เธอโบกมือตอบ แล้วตะโกน

“ฉันเป็นกำลังใจให้นะ”

ชนกชนม์เข้าใจผิดคิดว่าสุตาภัญพูดด้วย จึงหันมาขอบคุณ เธอไม่ทันจะอธิบายอะไร ธีรดนย์ลากตัวเขาเข้า ไปด้านหลังเวทีเสียก่อน จังหวะนั้น ชนิกานต์เพื่อนรักของเธอตามมาสมทบ สุตาภัญจึงไม่ได้สนใจอะไรอีก ชวน เพื่อนรักไปเชียร์วงดนตรีของธีรดนย์ที่หน้าเวที...

ในเวลาเดียวกัน ขณะสุรเดชกำลังนั่งป้อกฤติยาอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวข้างถนนโดยที่เธอไม่ได้มีใจให้แม้แต่น้อย ชยางกูรกับพวกตามมาทวงหนี้ สุรเดชทำเหมือนจะยอมจ่ายเงินแต่โดยดี ชยางกูรหลงเชื่อไม่ทันระวังตัว

เขาคว้าเก้าอี้ฟาด แล้วผลักโต๊ะล้มใส่พวกสมุน ก่อนจะฉวยมือกฤติยาวิ่งหนี ชยางกูรกับพวกตั้งหลักได้วิ่งไล่

สุรเดชไม่อยากให้กฤติยาต้องเดือดร้อนไปด้วย ไล่ให้หนีไปก่อน แล้วตัวเองวิ่งล่อพวกชยางกูรไปอีกทางหนึ่ง แต่หนีไม่พ้นถูกรุมอัด กฤติยาแอบมองอยู่ด้วยความเป็นห่วง ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง...

ขณะที่สุรเดชถูกยำสะบักสะบอม ชนกชนม์นักร้องนำของวงก็ร้องเพลงแรกจบท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมของนักเที่ยว ชนิกานต์ดึงช่อดอกไม้ในมือสุตาภัญเอาไปให้ชนกชนม์เพื่อทอดสะพานให้ เขากลับคิดว่าสุตาภัญฝากมาจึงส่งยิ้มไปให้พร้อมกับค้อมหัวเป็นทำนองขอบคุณ หญิงสาวจำต้องยิ้มรับ ชนิกานต์ถึงกับหน้าเจื่อน ขณะที่ธีรดนย์ยิ้มสะใจที่เห็นเธอเสียหน้า ชนิกานต์เกลียดเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งชิงชังมากขึ้นอีก...

ระหว่างที่วงดนตรีของธีรดนย์กำลังจะเล่นเพลงสุดท้ายของการออดิชั่น กฤติยาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอก ชนกชนม์ว่าพี่เดชกำลังแย่ เขารู้ว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับเพื่อนรัก หันไปบอกธีรดนย์ว่าขอตัวก่อน แล้ววิ่งลงจากเวทีทันที ครู่ต่อมา ชนกชนม์วิ่งตามกฤติยามาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นสุรเดชกำลังถูกชยางกูรทำร้ายรีบเข้าไปขวาง

“พอได้แล้ว...ทำไมต้องทำกันขนาดนี้”

“ไม่มีอะไรเพื่อนรัก...เข้าใจผิดกันนิดนึง” สุรเดชที่เลือดอาบหน้า ฝืนยิ้มให้ชนกชนม์

“เข้าใจผิดหรือ...เมื่อวานมันแข่งรถแพ้ฉันแล้วเบี้ยวเดิมพัน ถ้ามันไม่จ่ายก็ต้องแลกด้วยชีวิต” ชยางกูรว่าแล้วชักมีดขึ้นมาจ่อคอสุรเดช ชนกชนม์อาสาจะใช้หนี้แทน ชยางกูรต้องการกลั่นแกล้งพี่ชายต่างบิดาจึงบอกปัดว่าไม่ต้องการเงินของเขา อยากได้สร้อยคอห้อยจี้ภาพ ชนกชนม์วัย 4 ขวบ ถ่ายกับพ่อและแม่ของเขาสมัยยังเป็นครอบครัวสุขสันต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาแสนรักแสนหวงเส้นนั้นมากกว่า ชนกชนม์ปฏิเสธว่าให้ไม่ได้

“งั้นแข่งรถกับฉัน ถ้าแกชนะ ฉันปล่อยไอ้ขี้เรื้อนไป แต่ถ้าแพ้...สร้อยเส้นนี้เป็นของฉัน”

ชนกชนม์สงสารเพื่อนรักจำต้องรับคำท้า แต่มีข้อแม้ว่าถ้าตนชนะชยางกูรต้องเลิกแข่งรถ น้องชายตัวแสบยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะตกปากรับคำ

ooooooo

แม้จะไม่มีนักร้องนำเสียงดีอย่างชนกชนม์ แต่วงดนตรีของธีรดนย์ก็ได้รับคัดเลือกให้เล่นในผับแห่งนั้น สุตาภัญเข้าไปกอดแสดงความยินดีที่เขาได้งานโดย ไม่ได้คิดอะไร แต่พอรู้สึกว่าใกล้ชิดเกินไปก็ถอยห่าง

“ตาตั้งใจเอาดอกไม้มาเป็นกำลังใจให้ธี แต่ขอโทษด้วยนะที่กานต์...”

“ไม่เป็นไร ผมชินแล้ว...กานต์เค้าชอบแย่งของคนอื่นเสมอ”

ชนิกานต์ไม่พอใจ เข้ามาผลักธีรดนย์ “ฉันไม่เคยคิดแย่งของใคร โดยเฉพาะของของนาย แล้วนายก็ไม่มีอะไรที่มีค่าพอที่ฉันอยากได้ นายมันก็แค่...” ชนิกานต์จะด่าเรื่องที่เขาเป็นแค่ลูกคนรับใช้ในบ้านของเธอเท่านั้น แต่สุตาภัญชิงขอร้องให้เลิกทะเลาะกันเสียก่อน แล้วถามถึงเพื่อนของธีรดนย์ที่ร้องเพลงแรกว่าเป็นใคร

“เขาชื่อชนกชนม์ รู้จักกันตอนเรียนกวดวิชา เห็นว่าร้องเพลงได้เลยชวนเข้าวง แต่ทิ้งงานไปดื้อๆไม่เอาเข้าวงแล้วล่ะ...ไม่มีความรับผิดชอบ”

“เขาอาจมีธุระสำคัญก็ได้นะ” สุตาภัญแก้ตัวให้ชนกชนม์

“จะมีอะไรอีกล่ะ นอกจากไปแว้น อย่าไปสนใจเลย กลับเถอะ”

ชนิกานต์หูผึ่งทันที โยนกุญแจรถให้ธีรดนย์ แล้วสั่งให้พาไปลานแข่งรถ ธีรดนย์ไม่ยอมทำตาม ถ้าเธออยากไปดูก็เชิญไปเอง ชนิกานต์ขู่ฟ่อ ถ้าเขาขัดคำสั่ง เธอจะไล่แม่ของเขาออกจากงาน ธีรดนย์จำต้องทำตาม...

ที่ลานกว้างบริเวณสุสานรถไฟ สุรเดชยังซ่าไม่เลิก โทร.ตามแก๊งมอเตอร์ไซค์ที่เป็นพรรคพวกกันให้มาร่วมเป็นสักขีพยานในการแข่งรถครั้งนี้ด้วย และ

ที่สำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ชยางกูรกับพวกเล่นนอกเกม

ไม่นานนัก สุตาภัญ ชนิกานต์ และธีรดนย์ก็ตามมา เห็นชยางกูรและชนกชนม์พร้อมด้วยมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ที่จุดสตาร์ตเตรียมพร้อมจะแข่ง ชนิกานต์ตื่นเต้นดีใจที่มาทันเวลาจะได้เชียร์ชายหนุ่มที่เธอหมายตาไว้ ธีรดนย์เห็นแก๊งมอเตอร์ไซค์รวมตัวกันมากมาย นึกขยาด ชวนสองสาวกลับ ชนิกานต์แหวใส่ทันที

“ปอดแหกก็กลับไปซะ...ฉันจะเชียร์แฟนฉัน...

ชนกชนม์...สู้ๆนะ”

สุตาภัญถึงกับอึ้งที่เพื่อนรักออกตัวแรง ทั้งที่เพิ่ง เจอกันแท้ๆ ขี้ตู่ว่าเขาเป็นแฟนเสียแล้ว ชนกชนม์มองตามเสียงเชียร์ เห็นสุตาภัญมาก็ยิ้มดีใจ ชยางกูรเส้นริษยาแตก

เห็นพี่ชายต่างบิดาเป็นปลื้มเธอสุดๆคิดจะแย่งชิงมาเป็นของตัวเอง...

ได้เวลาเริ่มการแข่งขัน สุรเดชขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดห่างจากนักแข่งทั้งสองไม่มากนัก กฤติยาขึ้นไปยืนบนเบาะรถ พร้อมกับโบกผ้าสองผืนเป็นสัญญาณเตรียม พร้อม พอเธอทิ้งผ้าลงพื้น การแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น รถทั้งสองคันเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว สุรเดชตะโกนบอกพรรคพวกให้เข้าประจำที่

ทุกคนต่างวิ่งขึ้นไปยืนดูการแข่งขันบนโบกี้รถไฟ ชนิกานต์ไม่ยอมพลาด ขึ้นไปหามุมเหมาะๆดูเช่นกัน สุตาภัญพยายามจะห้ามแต่ไม่ทัน จำต้องวิ่งตาม โดยมีธีรดนย์วิ่งตามมาอีกทอดหนึ่ง ชนิกานต์ส่งเสียงเชียร์ชนกชนม์ลั่น สุรเดชหันไปมองตามเสียง เห็นธีรดนย์ยืนอยู่กับสาวสวยสองคนก็ตะโกนแซว

“เฮ้ย...ไอ้ธี เห็นติ๋มๆหงิมๆ วันนี้ควงสองเลยหรือวะ”

ธีรดนย์ยกมือทักตอบพอไม่ให้เสียมารยาท เนื่องจากไม่อยากจะคบค้าสมาคมกับสุรเดชสักเท่าไหร่ กฤติยาซึ่งยืนอยู่ข้างๆมองธีรดนย์อย่างพึงพอใจ สุรเดชรีบกันท่าคว้าคอเธอมากอดแสดงความเป็นเจ้าของ

ooooooo

การแข่งรถดำเนินไปอย่างตื่นเต้น ทั้งฝ่ายสุรเดชและฝ่ายเพทายเพื่อนของชยางกูรต่างส่งเสียงเชียร์ดังลั่น ชยางกูรเล่นสกปรกตลอดหวังจะให้รถของชนกชนม์ล้มคว่ำ แต่ก็รอดมาได้ และเร่งเครื่องตีคู่

ชยางกูรกลัวแพ้ ถีบรถของชนกชนม์เสียหลัก มัวแต่มองคู่แข่งพลาดท่าด้วยความสะใจ หันกลับมาอีกทีรถของตัวเองพุ่งเข้าหาโบกี้รถไฟ เขาต้องหักหลบกะทันหัน รถเสียหลักไถลไปกับพื้น แก๊งลูกเทวดากับสุรเดชส่งเสียงเฮลั่น ชนิกานต์ตะโกนขึ้นสุดเสียง

“ชนกชนม์ชนะแล้ว...ขี่เข้าเส้นชัยเลย”

ธีรดนย์มองไปยังสุรเดชกับพวก เห็นกฤติยาส่งยิ้มมาให้ก็ยิ้มตอบ สุรเดชไม่ชอบใจนัก ดึงมือเธอไปที่เส้นชัยเพื่อทำหน้าที่โบกผ้าให้ผู้ชนะคว้า กองเชียร์ของทั้งสองฝ่ายต่างโดดลงจากโบกี้รถไฟไปรอที่เส้นชัย

เหลือเพียงกลุ่มของสุตาภัญที่ยังยืนอยู่ข้างบน...

ด้านชนกชนม์เร่งเครื่องต่อไปหมายจะเข้าเส้นชัย แต่เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา วกรถกลับมาดูชยางกูรด้วยความเป็นห่วง เข้าไปช่วยประคองให้ลุกขึ้น เขากลับตอบแทนด้วยการต่อยหน้าจนล้มคว่ำแล้ววิ่งไปขึ้นรถของตัวเอง ทะยานออกไปและแล่นเข้าเส้นชัยในที่สุด สุตาภัญกับพวกเห็นเหตุการณ์ตลอด ไม่พอใจที่ชนกชนม์ถูกโกง โดยเฉพาะชนิกานต์ ลงจากโบกี้รถไฟจะไปเอาเรื่องชยางกูรให้ได้ สุตาภัญจะตามไปห้ามแต่ธีรดนย์รั้งไว้

“ตารออยู่ตรงนี้ดีกว่า...ผมไปตามเอง” ธีรดนย์ว่าแล้วรีบวิ่งตามชนิกานต์...

ทันทีที่ชนกชนม์แล่นเข้าเส้นชัย ชยางกูรปรี่มาทวงถามสร้อยคอตามที่ตกลงกันไว้ เขาไม่ยอมให้อ้างว่าชยางกูรทำผิดกติกา ทำร้ายคู่แข่ง ชยางกูรหน้าด้าน เถียงข้างๆคูๆว่าเกมนี้ไม่มีกติกา ใครเข้าเส้นชัยก่อนถือว่าเป็นผู้ชนะ จังหวะนั้น ชนิกานต์ปราดเข้ามาชี้หน้าด่าชยางกูรว่าไอ้ขี้โกง เขาสวนทันทีว่าเธอเกี่ยวอะไรด้วย

“ฉันเป็นแฟนชนกชนม์” ชนิกานต์ประกาศลั่น อย่างไม่อายใคร “แฟนฉันอุตส่าห์มีน้ำใจลงไปช่วยแก แต่แกทำร้ายเขา อย่างนี้เขาเรียกหน้าตัวเมีย”

ชยางกูรไม่พอใจชนิกานต์จะเข้าไปตบสั่งสอน แต่ชนกชนม์ขวางไว้ เขาสบช่องกระชากสร้อยคอสุดหวงของพี่ชายมาได้ก็ขว้างทิ้ง สร้อยลอยละลิ่วมาตกที่เท้าของสุตาภัญซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของตู้โบกี้พอดิบพอดี เธอหยิบขึ้นมาดูด้วยความแปลกใจ ฝ่ายชยางกูรยังไม่หนำใจ หันมาเยาะเย้ยถากถางชนกชนม์

“ความสุขของแกมันหลุดลอยไปลงกองขยะแล้ว ชีวิตแกต่อจากนี้ ต้องเจอเรื่องเน่าๆ ไอ้ลูกหมา”

ชนกชนม์สุดจะทน กระชากไหล่น้องชายตัวแสบที่กำลังเดินหนีให้หันกลับมา แล้วประเคนหมัดใส่ไม่ยั้ง พวกเพทายไม่พอใจจะกรูเข้าทำร้ายชนกชนม์ สุรเดชกับพวกไม่ยอม เกิดการตะลุมบอนกันขึ้น ธีรดนย์เห็นท่าไม่ดีดึงมือชนิกานต์พาหนี ยังไปไม่ถึงไหนมีเสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้นเสียก่อน วงแตกทันที ทุกคนต่างวิ่งไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองเร่งเครื่องหนีฝุ่นตลบ ธีรดนย์เป็นห่วงสุตาภัญจะกลับไปหาแต่ชนิกานต์คว้ามือไว้

“อยากโดนจับเข้าคุกหรือไง...แกรีบพาฉันออกไปเร็ว” ชนิกานต์พูดจบ วิ่งไปที่รถของตัวเอง ธีรดนย์เห็นตำรวจใกล้เข้ามา แม้จะเป็นห่วงสุตาภัญเพียงใดแต่ก็ไม่อยากถูกจับ ตัดสินใจวิ่งตามชนิกานต์...

ทางฝ่ายสุตาภัญได้ยินเสียงเอะอะพร้อมกับเสียงไซเรนตำรวจ รีบเดินตามหาเพื่อนทั้งสอง กลับเจอแก๊งมอเตอร์ไซค์วิ่งตัดหน้าตัดหลังวุ่นวายไปหมด มีชายแปลกหน้า

จะฉุดเธอขึ้นมอเตอร์ไซค์ ดีที่ชนกชนม์มาช่วยไว้ทันผลักชายคนนั้นออก แล้วพาสุตาภัญวิ่งหนีไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ของเขาแล่นหนีตำรวจ

ooooooo

ในเวลาต่อมาชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งสุตาภัญหน้าบ้านของเธอ แล้วเอาช่อดอกไม้ที่ได้จากชนิกานต์มาให้ดู พร้อมกับขอบใจเธอสำหรับช่อดอกไม้ช่อแรกในชีวิต หญิงสาวมองเขาอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงว่าเธอไม่ได้คิดจะให้ดอกไม้ช่อนี้กับเขา แต่ตั้งใจจะให้ธีรดนย์เพื่อนของเธอต่างหาก

“อ้าวเหรอ...ฉันนึกว่าเธอฝากเพื่อนมาให้ฉัน”

“ไม่เป็นไร มันเป็นของนายโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว” สุตาภัญยิ้มให้ด้วยความจริงใจ ในเมื่อช่อดอกไม้นี้เป็นของชนกชนม์แล้ว เขาขอมอบให้เธอเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสที่เราสองคนได้รู้จักกัน หญิงสาวรับไว้แต่เขาไม่ยอมปล่อยมือ เธอต้องออกแรงดึง ชนกชนม์แกล้งดึงกลับทำให้เธอเซเข้ามาชิด ทั้งสองมองสบตากันนิ่งงัน

ก่อนจะหัวเราะขำเพราะเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าผับเมื่อตอนหัวค่ำ พลันมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้น

“ตาเข้าบ้านก่อนนะ...ขอบใจนายมาก ถ้ามีโอกาสคงได้เจอกันอีก” สุตาภัญว่าแล้ววิ่งเข้าบ้าน ชนกชนม์มองตาม มั่นใจว่าเราสองคนจะต้องเจอกันอีก...

สุตาภัญต้องตกใจเมื่อเข้ามาในบ้านแล้วพบพ่อและแม่ของเธอนั่งรอเธออยู่ สุทินไม่พอใจมากที่ลูกสาว

กลับบ้านค่ำๆมืดๆ แถมยังโกหกพ่อแม่ว่าติดประชุมที่คณะ เขาไปรับเธอที่มหาวิทยาลัยถึงได้รู้ความจริงทั้งหมดว่าไม่มีการประชุมใดๆทั้งสิ้น สุทินพยายามตีกรอบให้ลูกอยู่ในโอวาทจะคบหากับใครต้องเป็นคนที่ตนเห็นดีด้วยและคนคนนั้นต้องอยู่ในตระกูลที่ดีมีฐานะ เพื่อลูกๆจะได้ยกระดับตัวเอง เขาถึงลงทุนมาซื้อบ้านในหมู่บ้านหรูแห่งนี้ เพื่อเป็นใบเบิกทางที่ดีให้แก่ลูกๆ

“เหมือนที่คุณพ่อตีสนิทนายทหารใหญ่เพื่อเลื่อนขั้นหรือคะ” สุตาภัญย้อนอย่างเหลืออด

“ใช่...คนเราจะได้ดีต้องมีพรรคพวกที่มีระดับ”สุทินว่าแล้วกระชากช่อดอกไม้ในมือลูกโยนลงพื้นก่อนจะกระทืบซ้ำ “อย่าริรักในวัยเรียน ไม่งั้นเธอจะท้องไม่มีพ่อ”

สุตาภัญเถียงไม่ยอมแพ้ว่าไม่เคยใฝ่ต่ำ สุทินโกรธตบเธอหน้าหันโทษฐานเถียงคำไม่ตกฟาก สุตาภัญร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ ต่อว่าท่านว่าไม่มีเหตุผล เอะอะก็ใช้แต่อำนาจ เธอไม่ใช่ลูกน้องในค่ายทหารของท่าน แล้ววิ่งหนีขึ้นห้อง สุทินจะตามไปลากตัวมาคุยกันให้รู้เรื่อง แต่เสาวนิตย์ขอร้องไว้ แค่นี้ลูกก็คงเข้าใจแล้ว สุทินพาลหาว่าเธอให้ท้ายลูกถึงได้เป็นแบบนี้ กำชับว่าให้ดูแลลูกให้ดีอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก

“ค่ะ...เป็นความผิดฉันเองค่ะ” เสาวนิตย์ยอมรับผิดเพียงผู้เดียวเหมือนเช่นทุกครั้ง...

ทางฝ่ายชนกชนม์ไม่ต่างจากสุตาภัญ โดนแม่ตบตีอุตลุด ชยางกูรใส่ไฟว่าถูกเขาซ้อมเพราะเข้าไปห้ามไม่ให้เขาแข่งรถกับเพื่อน ชนกชนม์พยายามอธิบายความจริงแต่ท่านไม่ฟัง แถมด่าเขาสาดเสียเทเสียว่าเป็นคนไม่ได้เรื่อง ไม่เอาถ่าน คบแต่เพื่อนเลวๆ ชนกชนม์เสียใจประชด ประชันกลับ

“มันก็จริงอย่างที่คุณแม่พูดนะครับ...ผมเป็นลูกที่เลว ลูกที่คุณแม่เกลียดชัง”

“ใช่...ฉันเกลียดแกพอๆกับที่เกลียดพ่อแก”

“แล้วทำไมไม่ปล่อยให้ผมไปอยู่กับคุณพ่อล่ะครับ” ชนกชนม์สวนกลับด้วยความน้อยใจ

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของชนกชนม์ ตอนนั้นเขาอายุเพียง 4 ขวบ พ่อกับแม่ทะเลาะกัน แม่ไล่พ่อออกไปจากบ้าน เด็กน้อยเข้าไปกอดพ่อไว้ ร้องไห้อ้อนวอนให้เอาเขาไปอยู่ด้วย แต่แม่ไม่ยอมให้พ่อทำอย่างนั้นและไม่ยอมให้ท่านแวะมาเยี่ยมเขาด้วยซ้ำ

ชนกชนม์ตื่นจากภวังค์ ยิ่งคิดถึงอดีตยิ่งน้อยใจ “คุณแม่รั้งตัวผมไว้ ไม่ใช่เพราะความรัก แต่คุณแม่ไม่อยากเสียหน้า คุณแม่ต้องการเอาชนะคุณพ่อเท่านั้นเอง”

ชลนิภาโกรธจัดตบตีลูกชังไม่ยั้ง ธนกรพ่อเลี้ยงของชนกชนม์ทนดูไม่ไหว เข้ามาห้ามกลับถูกเธอพาลใส่ว่านี่เป็นเรื่องในครอบครัวของเธอ คนอื่นไม่เกี่ยว เขาถึงกับอึ้งที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างของชลนิภาอยู่ตลอด เดินหนีขึ้นห้องด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แทนที่ชลนิภาจะรู้สึกตัว กลับโยนความผิดให้ชนกชนม์หาว่าเป็นตัวซวย สร้างแต่ปัญหา ทำให้เธอกับธนกรต้องผิดใจกัน

“ถ้าคุณแม่เห็นว่าผมเป็นตัวซวย ตัวปัญหา ผมจะไม่ทำให้คุณแม่ต้องเดือดร้อนอีกแล้ว” ชนกชนม์วิ่งออกจากบ้านด้วยความเสียใจ ชลนิภาตะโกนไล่หลังแข่งกับเสียงฟ้าร้องและสายฝนที่เทกระหน่ำ

“จองหองนักก็ไปเลย...ไปไหนก็ได้ แต่อย่าไปพึ่งพ่อแก่ อย่าให้มันมาด่าฉันได้ว่าเลี้ยงลูกไม่ดี อย่าให้แม่เลี้ยงแกหัวเราะเยาะฉัน...ไอ้ลูกไม่รักดี”

ชนกชนม์ช้ำใจที่แม่ห่วงตัวเองมากกว่าห่วงเขา วิ่งหนีออกจากบ้านน้ำตาคลอ ชยางกูรมองตามยิ้มสะใจ

ครู่ต่อมา ชนกชนม์วิ่งมาถึงสี่แยก ฝนยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย เขากวาดตามองไปรอบๆรู้สึกเคว้งคว้าง

ไม่รู้จะไปทางไหนดี ในที่สุด ก็ตัดสินใจไปหาวีรภัทรผู้เป็นพ่อ หวังให้ท่านเป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่ต้องผิดหวังเพราะนัชชาเมียใหม่ของพ่อไม่ต้อนรับ อ้างว่าไม่ต้องการให้ลูกนิธิของเธอซึมซับพฤติกรรมอันธพาลจากชนกชนม์

ชายหนุ่มหมดทางไป จำต้องไปขอค้างคืนที่บ้านเช่าของสุรเดชซึ่งกำลังพี้ยาอยู่กับเพื่อนร่วมแก๊ง สุรเดชให้การต้อนรับเป็นอย่างดี แถมส่งยาไอซ์ให้เขาเสพเพื่อให้ลืมความเจ็บช้ำใจ ชนกชนม์เอายาขว้างทิ้ง

“แกเลิกเถอะ...มันไม่ช่วยให้ชีวิตแกดีขึ้นหรอก”

“แล้วลูกมหาเศรษฐีอย่างแกดีนักหรือไงวะ...ไม่อยากขึ้นสวรรค์ก็ไปลงนรก...โน่น” สุรเดชชี้ไปที่ห้องนอนของตัวเองซึ่งอยู่ถัดไป ชนกชนม์ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยเดินหนีเข้าห้อง เห็นพระพุทธรูปที่วางอยู่บนหิ้ง ฉุก

นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต เมื่อครั้งยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ

พ่อสั่งสอนให้เขาเป็นเด็กดี โตขึ้นก็จะได้เป็นคนดีของสังคม เขายังจำได้ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“ผมจะพยายามครับ...ผมจะทำให้ดีที่สุด” ชนกชนม์ย้ำกับตัวเองต่อหน้าพระพุทธรูป แล้วเผลอเอามือจะกุมสร้อยคอแสนรักแสนหวง แต่นึกขึ้นได้ว่าชยางกูรขว้างทิ้งไปแล้ว รู้สึกใจหายและเสียดายอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ชนกชนม์ปลุกสุรเดชให้ลุกขึ้นแต่เช้าเพื่อไปมหาวิทยาลัยด้วยกัน เขาขี้เกียจเข้าเรียนพยายามบ่ายเบี่ยงสุดฤทธิ์ ชนกชนม์ตื๊อเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายต้องยอมแพ้

“ฉันอนุญาตให้ลากิจได้วันเดียว...ฉันไปล่ะ”

“ฉันง่อยเปลี้ยเสียขาทำอะไรไม่ได้เลย...แกต้องช่วยทำธุระให้ฉัน” สุรเดชรั้งตัวเพื่อนรักไว้ แล้วคลานไปหยิบถุงกระดาษใบหนึ่งให้ ชนกชนม์จะเปิดดูข้างในเป็นอะไร แต่เขาห้ามไว้ อ้างว่าของแพ็กเรียบร้อย ขืนแกะดูจะทำให้เสียราคา ชนกชนม์มองเพื่อนรักอย่างจับผิด คาดคั้นให้บอกมาก่อนว่าอะไรอยู่ในถุงไม่อย่างนั้นจะไม่ช่วยเหลือ สุรเดชโกหกหน้าตายว่าไม่รู้ คนอื่นฝากมาอีกทีหนึ่งแล้วแกล้งร้องโอดโอย

“เอาไปให้ใคร...ไอ้เดช”

“ใส่ไว้ในกล่องแดงตรงจุดตรวจหน้าชุมชน”

ชนกชนม์อดสงสัยไม่ได้ ทำไมไม่ส่งให้กับมือคนที่จะรับของ สุรเดชขี้เกียจตอบคำถาม รีบไล่ให้เขาไปได้แล้ว ชนกชนม์ตัดรำคาญคว้าถุงกระดาษเดินออกไป เพื่อนร่วมแก๊งที่หลบมุมอยู่เข้ามาถามสุรเดชว่าจะไว้ใจไอ้หมอนี่ได้หรือ สุรเดชตอบอย่างมั่นใจว่าไม่มีใครไว้ใจได้เท่าเพื่อนคนนี้ของตนอีกแล้ว...

หลังจากสุตาภัญต่อว่าชนิกานต์และธีรดนย์พอเป็นพิธีที่เมื่อคืนทิ้งเธอให้ผจญภัยเพียงลำพัง ก็ชวนทั้งคู่และเพื่อนนักศึกษาร่วมคณะไปที่ชุมชนแออัดเพื่อแสดงละครให้เด็กๆที่นั่นชม ธีรดนย์อดทักท้วงไม่ได้ ถ้าขืนพ่อของสุตาภัญรู้ว่าเธอมาทำกิจกรรมที่นี่คงโดนเอ็ดอีกแน่ๆ ชนิกานต์เห็นด้วย แนะให้ยกเลิกกิจกรรมแล้วไปช็อปปิ้งแทน สุตาภัญไม่ยอมทำตาม เพราะรับปากเด็กๆไว้แล้ว และที่สำคัญนี่เป็นกิจกรรมของคณะ

“แล้วถ้าคุณพ่อคุณแม่ตารู้ล่ะ” ธีรดนย์สีหน้าเป็นกังวล

“ก็อย่าบอกให้รู้สิ...พวกเธอขนของไปที่ศูนย์เด็กเล็กก่อนนะ ฉันจะแวะซื้อขนมไปแจกเด็กๆ” สุตาภัญหันไปบอกเพื่อนๆร่วมคณะ แล้วชวนชนิกานต์กับธีรดนย์ไปที่เพิงขายขนมซึ่งอยู่ใกล้ๆ...

ให้บังเอิญเหลือเกินที่ร้านขายขนมหวานเป็นร้านของยายแก้ว ยายของกฤติยา หญิงสาวกำลังช่วยยายแก้วจัดวางขนมหน้าร้าน เหลือบไปเห็นธีรดนย์กับพวกบ่ายหน้ามาทางร้าน รู้สึกอายไม่อยากให้เขาเห็นตนเองในสภาพนี้ รีบหลบไปจัดของอีกมุมหนึ่ง ทันทีที่พวกนั้นมาถึงร้าน สั่งขนมหลายสิบห่อเพื่อเอาไปเลี้ยงเด็กๆ ยายแก้วห่อขนมคนเดียวไม่ไหว ร้องเรียกกฤติยาให้มาช่วย เธอกลับบ่ายเบี่ยง

“หนูสายแล้วจ้ะยาย หนูไปเอากระเป๋าไปเรียนแล้วนะ” กฤติยาพูดจบเดินก้มหน้าก้มตาออกไป ยายแก้วมองตาม แปลกใจในพฤติกรรมของหลานสาว...

ขณะกฤติยากำลังแอบมองธีรดนย์ที่ยืนอยู่หน้าร้านขายขนมของยายแก้ว ชนกชนม์เข้ามาทักจากด้านหลัง เธอถึงกับสะดุ้งโหยง ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ตั้งสติได้ ถามเขาว่ามาทำอะไรที่นี่

“มานอนค้างกับพวกลูกเทวดาน่ะ...แล้วเราล่ะ มายืนทำอะไรตรงนี้...แอบใครหรือ?”

“เปล่า...ฉันจะไปเอาหนังสือที่บ้าน ไปก่อนนะ” กฤติยารีบเดินเลี่ยงออกไป

ชนกชนม์ไม่ติดใจสงสัยอะไร เดินมาตามทางผ่านหน้าร้านขายขนมของยายแก้ว คลาดกับสุตาภัญกับพวกเพียงนิดเดียว โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกตำรวจสะกดรอยตาม เมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง ชนกชนม์ยังคาใจของที่อยู่ในถุงไม่หายจะเปิดออกดู จังหวะนั้น เหลือบไปมองในเงาสะท้อนของกระจกหน้าร้านขายของเห็นมีคนจ้องอยู่ พอเขาหันไปมองตำรวจสองนายนั่นรีบหลบหลังเสาไฟ ชายหนุ่มสังหรณ์ใจชอบกล เร่งฝีเท้าหนี

ooooooo

ขณะเดียวกัน ภายในศูนย์เด็กเล็กของชุมชนแออัด สุตาภัญกับพวกเริ่มกิจกรรมกับเด็กๆอย่างสนุกสนาน ชนิกานต์ทำหน้าที่เอาขนมที่ซื้อจากร้านยายแก้วมาแจก ส่วนสุตาภัญ ธีรดนย์กับคนอื่นๆเข้าไปเตรียมตัวหลังเวทีเพื่อขึ้นแสดงละครเรื่องสโนไวท์ สุตาภัญในบทสโนไวท์ซักซ้อมบทกับธีรดนย์ซึ่งเล่นเป็นเจ้าชายเป็นครั้งสุดท้าย

“ธี...จำบทเจ้าชายได้ไหม?”

“ได้สิ...เจ้าชายออกมาตอนสโนไวท์นอนบนโลงแก้ว แล้วเจ้าชายก็จุมพิตทำให้สโนไวท์มีชีวิตอีกครั้ง”

สุตาภัญชมเปาะว่าเก่งมาก แล้วย้ำเตือนธีรดนย์อีกครั้งว่าห้ามจูบจริง ชายหนุ่มตาวาวขึ้นมาทันที เธอรีบตัดบทไล่เขาไปเปลี่ยนชุด ธีรดนย์ตื่นเต้นกับบทที่ได้รับ วางชุดเจ้าชายไว้แล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน

“กว่าจะถึงฉากเจ้าชายอีกสิบนาที รีบไปเถอะ” สุตาภัญพูดจบ ชวนเพื่อนหญิงที่ร่วมแสดงไปเปลี่ยนชุด...

ขณะที่การแสดงบนเวทีของสุตาภัญและเพื่อนๆ เริ่มต้นขึ้น ชนกชนม์เดินมาใกล้ถึงกล่องแดงที่เป็นจุดตรวจของตำรวจ เห็นชายสองคนยังคงสะกดรอยตาม ตัดสินใจไม่เอาถุงใส่กล่อง หันหลังเดินหนี

พวกนั้นไล่ตามพร้อมกับตะโกนเรียกให้หยุด ชนกชนม์ไม่รู้ว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ตกใจเผ่นหนีมาเจอกฤติยากลางทาง ด้วยความช่วยเหลือของเธอทำให้ตำรวจไล่ตามไปอีกทางหนึ่ง ทำให้เขามีเวลาหายใจหายคอ ชายหนุ่มหนีการไล่ล่าของตำรวจมาถึงหน้าศูนย์เด็กเล็ก ก้มมองถุงกระดาษในมือตัวเอง

“วิ่งไล่เราทำไม...หรือว่าของในนี้...”

ทันใดนั้น เขาเหลือบเห็นตำรวจสองนายจากระยะไกล ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตัดสินใจหลบเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเวที แอบมองลอดประตูห้องที่แง้มไว้ เห็นตำรวจไล่ตามเข้ามาใกล้ กวาดสายตาไปทั่วห้องหาทางหนี เห็นชุดเจ้าชายวางอยู่ รีบคว้ามาสวม แล้วใส่หมวกอำพรางใบหน้าที่แท้จริง เป็นจังหวะเดียวกับการแสดงบนเวทีดำเนินมาถึงตอนที่ชนิกานต์กล่าวเปิดตัวเจ้าชายพอดี

“ขณะที่สโนไวท์นอนเสียชีวิตอยู่ในโลงแก้ว ได้มีเจ้าชายจากแดนไกลเดินทางมาพบ”

ชนกชนม์รีบเดินขึ้นเวทีตรงไปหาสโนไวท์ที่นอนอยู่ ชนิกานต์มองด้วยความแปลกใจเพราะรูปร่างลักษณะไม่เหมือนธีรดนย์ และยิ่งมั่นใจว่าไม่ใช่เขาแน่นอนเพราะเจ้าตัวก้าวเข้ามายืนข้างๆเธอพลางบ่นอย่างงงๆ

“ใครออกไปเล่นแทนฉัน”

ชนิกานต์จ้องเจ้าชายบนเวทีตาไม่กะพริบ อยากรู้ว่าเป็นใครกันแน่ แกล้งเปลี่ยนบทพากย์ให้เจ้าชายเปิดหมวกออก ชนกชนม์จำต้องทำตาม ชนิกานต์ถึงกับอึ้ง ลืมพากย์บทต่อ เพื่อนร่วมคณะต้องสะกิด

“เล่าต่อสิ...เด็กๆรอดูอยู่”

ชนิกานต์ได้สติ “...เอ่อ...แล้วเจ้าชายรูปงามก็จุมพิตสโนไวท์”

ชนกชนม์จ้องสุตาภัญเขม็ง ไม่กล้าทำตาม แต่พอเห็นตำรวจสองนายเดินเข้ามาหน้าเวที ตัดสินใจก้มลงจูบ สุตาภัญตกใจลืมตาดูเห็นชนกชนม์ ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ ทางด้านตำรวจทั้งสองนายไม่เห็นวี่แววคนร้ายพากันไปตามหาที่อื่น ชนิกานต์ไม่อยากให้ชายที่เธอหมายปอง จูบสุตาภัญอีกรีบจบการแสดง

“สโนไวท์ฟื้นทันที...แล้วทั้งสองก็ครองรักกัน”

สุตาภัญรีบลุกขึ้นยืนหน้าแดงด้วยความเขินอาย เพื่อนๆที่ร่วมแสดงต่างงงกันไปหมด เข้ามาต่อว่าชนิกานต์ยกใหญ่ แต่เธอไม่สนใจ หันไปบอกพวกเด็กๆให้ตบมือให้กับการแสดงครั้งนี้ด้วย พวกเพื่อนๆถึงกับใบ้กิน...

ooooooo

หลังจากชนกชนม์ยอมให้ธีรดนย์ต่อว่าที่แอบสวมรอยเป็นเจ้าชายแทนตนเอง เขารีบหลบออกจากศูนย์แต่ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเจอสุตาภัญดักรออยู่ ชนกชนม์รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเธออยากจะตบตีด่าว่าอย่างไรเขาก็ยอม สุตาภัญตบเขาอย่างแรงจนหน้าหัน ชนกชนม์เห็นว่าตัวเองยังถูกลงโทษไม่พอ ขอให้เธอตบซ้ำ

“การใช้ความรุนแรงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหรอก แต่ที่ฉันตบหน้านายเพราะฉันไม่อยากให้นายทำอย่างนั้นอีก แค่นี้เพียงพอแล้วสำหรับคนที่ยอมรับผิด” สุตาภัญยิ้มให้อย่างจริงใจ

ชนกชนม์ขอบใจเธอมากสำหรับมิตรภาพที่มีให้ แล้วยื่นมือไปให้จับ หญิงสาวยังไม่ทันจะจับมือด้วยตำรวจเข้ามาคล้องกุญแจมือชนกชนม์ไว้ พร้อมกับแจ้งข้อหาว่าเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีค้ายาเสพติด...

ครู่ต่อมา ชนกชนม์ถูกนำตัวมาที่โรงพัก แม้ตอนนี้จะยังหาของกลางไม่พบ แต่สารวัตรก็แจ้งข้อหาหนักว่าเขามียาเสพติดไว้เพื่อจำหน่าย แล้วจับยัดใส่ห้องขัง สักพัก เพื่อนตัวแสบของชนกชนม์โผล่มาเยี่ยมพร้อมกับข้าวผัดและโอเลี้ยง เขากระชากคอเสื้อสุรเดชมาติดกรงขัง ต่อว่าต่อขานที่หลอกให้เขาขนยาเสพติดให้

“ฉันจะกล้าทำอย่างนั้นกับเพื่อนได้ยังไง”

“แกไม่ต้องพูดดี ของในถุงเป็นยาบ้า” ชนกชนม์โวยแหลก สุรเดชเห็นเพื่อนยัวะ ปลอบให้ใจเย็นก่อน นั่งกิน ข้าวผัดให้อิ่มหนำสำราญก่อนเดี๋ยวชลนิภาก็จะมาประกันตัว ให้แล้ว เพราะตนเพิ่งโทร.ไปบอกเมื่อครู่ แทนที่จะดีใจชนกชนม์กลับมีสีหน้าเคร่งเครียด เขาเองก็โทร.บอกให้พ่อมาประกันตัวให้

“ตายล่ะวะ...พ่อแม่แกเจอกัน...บรรลัย...โรงพักกลายเป็นสนามรบ...ระเบิดตูมๆ...หากผีขี้คุกมีจริง ขอให้พ่อแกมาก่อนแม่ด้วยเถอะ” สุรเดชยกมือไหว้ท่วมหัว...

คำอธิษฐานของสุรเดชเป็นหมัน วีรภัทรกับชลนิภาดันมาถึงโรงพักพร้อมกัน ที่นั่นแทบแตก ชลนิภาด่าสามีเก่าสาดเสียเทเสีย ก่อนเรื่องราวจะบานปลาย สารวัตรเข้ามาแจ้งเสียก่อนว่าพบของกลางที่ชนกชนม์โยนทิ้งแล้ว แต่ไม่ใช่ยาเสพติดเป็นเพียงวิตามินซี ทำให้ชนกชนม์รอดคุกหวุดหวิด สารวัตรรู้ว่านี่เป็นแผนใช้เพื่อนหลอกล่อตำรวจของสุรเดช หมายหัวเขาไว้สักวันจะต้องจัดการให้ได้...

ด้านชลนิภายังไม่ยอมรามือ ตามไปด่าสามีเก่าที่หน้าโรงพักว่าที่ลูกชายไม่รักดีเพราะใฝ่ต่ำไปคบหาคนต่ำๆเหมือนพ่อ นัชชามาทันได้ยินพอดี ปรี่เข้าไปถามอย่างเอาเรื่องว่าเธอหมายถึงใคร ชลนิภาเลยหันไปเปิดศึก น้ำลายกับนัชชาแทน เธอเถียงสู้ไม่ได้ถูกนัชชาด่าอย่างเจ็บแสบว่าก่อนจะเที่ยวมากล่าวหาคนอื่น น่าจะด่าตัวเองมากกว่าที่เลี้ยงลูกไม่ดี จนทำให้ใครต่อใครพากันเดือดร้อนเพราะลูกไม่เอาไหนของเธอ

ชลนิภาโกรธควันแทบออกหู จะเข้าไปตบสั่งสอน แต่ธนกรห้ามไว้ วีรภัทรเห็นท่าไม่ดี รีบดึงนัชชากลับ ชลนิภาเล่นงานใครไม่ได้หันมาด่าชนกชนม์แทน ว่าเป็นตัวซวยทำให้ตนเองถูกแม่เลี้ยงกับพ่อของเขารุมด่า ชยางกูรได้ทีเข้าไปออดอ้อนเอาใจแม่ แล้วชวนกันกลับบ้าน ทิ้งให้ชนกชนม์ยืนคอตกเพียงลำพัง สุตาภัญเห็นเหตุการณ์โดยตลอดสงสารเขาจับใจ เข้าไปปลอบและเป็นกำลังใจให้เขาพิสูจน์ตัวเองให้แม่เห็นว่าเขารักดี

“ขอบใจนะ...เธอมานี่...พ่อแม่เธอไม่ว่าหรือ”

“ไม่หรอก...คุณพ่อคุณแม่ฉันใจดี” สุตาภัญหวั่นใจอยู่เหมือนกัน แต่พยายามปกปิดความรู้สึกไว้

ooooooo

ลูกไม้หลากสี เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 06:58 น.