ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลายวันผ่านไป...

ด้วยความช่วยเหลือจากวีรภัทร ทำให้ชนกชนม์พ้นข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกคดี ถึงเวลาที่เขาต้องเลิกยาเสพติดโดยเด็ดขาด สุตาภัญจึงพาไปยังศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด พร้อมทั้งพูดให้กำลังใจ

“นายต้องอดทนนะไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่บ้าน แต่ที่นี่มีเพื่อนเยอะ เจ้าหน้าที่ก็ใจดี มีกิจกรรมกลุ่มให้นายได้ร่วมแลกเปลี่ยน รวมทั้งกิจกรรมฝึกอาชีพ สันทนาการ มันจะช่วยให้นายมีจิตใจที่เข้มแข็งและเลิกยาได้”

“ถ้าผมท้อ แล้วเลิกกลางคันล่ะ”

สุตาภัญเชื่อมั่น ชนกชนม์ต้องทำได้ แต่เจ้าตัวกลับไม่มั่นใจ ขอร้องเธออย่าทิ้งเขาต้องหมั่นมาเยี่ยมบ่อยๆ สุตาภัญไม่มีวันทิ้งเขา ชนกชนม์ยิ้มรับ ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในศูนย์บำบัด...

ที่ห้องพักของสุตาภัญ ธีรดนย์กับชนิกานต์แปลกใจเมื่อรู้จากสุรัมภาว่าสุตาภัญพาชนกชนม์ไปศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด ธีรดนย์อดสงสัยไม่ได้ แล้วคดีความที่ตำรวจตามจับเขาอยู่จะว่าทำอย่างไร

“พี่ชนม์เข้ามอบตัวแล้ว ตำรวจปิดคดีว่าพี่ชนม์ไม่มีความผิดค่ะ” สุรัมภาอธิบาย

“แต่ชนม์ติดยา ไม่ต้องติดคุกหรือ” ชนิกานต์อดสงสัยไม่ได้

“ผู้เสพถือเป็นผู้ป่วยไม่ใช่นักโทษ ต้องได้รับการบำบัดรักษาค่ะ พี่ตาก็เลยพาพี่ชนม์ไปศูนย์บำบัด”

ธีรดนย์ชวนชนิกานต์ตามไปที่นั่นกัน แต่เธอทำหน้าพะอืดพะอม ก่อนจะวิ่งไปอาเจียนในห้องนํ้า สักพักก็เดินหน้าซีดออกมา สุรัมภาถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรไป ชนิกานต์เองก็ไม่รู้เหมือนกันอยู่ๆก็คลื่นไส้

“พี่นิกกี้คงจะเครียด คนที่เครียดมากๆโรคเครียดลงกระเพาะ ทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ค่ะ”

ชนิกานต์ว่าน่าจะเป็นอย่างที่สุรัมภาพูด ช่วงนี้เธอนอนไม่ค่อยหลับ ธีรดนย์เร่งชนิกานต์ให้รีบไป เกรงจะคลาดกับสุตาภัญ เธอไปไม่ไหวขอร้องให้เขาพากลับบ้าน ธีรดนย์ชักสีหน้าไม่พอใจ สุรัมภาต้องช่วยขอร้องอีกแรง ขืนพาชนิกานต์ไปด้วย เกิดอาการหนักขึ้นจะไปกันใหญ่ เขาไม่มีทางเลือก จำต้องพาชนิกานต์กลับบ้าน

ooooooo

ในขณะเดียวกัน ชลนิภาพรวดพราดออกจากห้องตัวเองไปยังห้องของลูกเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะออกจากบ้านทั้งๆที่หายไปทั้งคืนเพิ่งกลับมา เห็นลูกหิ้วกระเป๋าใส่เสื้อผ้าท่าทางรีบร้อน ปราดเข้าไปถามว่าจะไปไหนอีก ชยางกูรโกหกว่าจะไปออกค่ายที่ต่างจังหวัด ชลนิภาขอร้องให้ลูกอยู่เป็นเพื่อน  ไม่ไปได้หรือเปล่า

“ไม่ได้ครับ...คุณแม่ครับ กูรขอเงินห้าแสน กูรรับปากอาจารย์ว่าคุณแม่จะเป็นสปอนเซอร์ให้ค่าย”

ชลนิภาไม่ถามอะไรสักคำ รีบไปหยิบเงินให้ แต่พอลูกไปได้สักพัก เกิดเอะใจขึ้นมา รีบโทรศัพท์ถามอาจารย์ว่าทางคณะจัดค่ายอาสาหรือเปล่า ได้ความว่าไม่มี เธอเสียใจที่ลูกหลอกลวง ยังไม่ทันจะโทร.ไปต่อว่า แป๋ววิ่งหน้าตื่นเข้ามาเสียก่อน รายงานว่าตำรวจมาขอพบ ชลนิภาคิดว่าชนกชนม์ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก กลับกลายเป็นชยางกูรที่ไปก่อคดีพยายามข่มขืนสุตาภัญ โดยมีชนกชนม์ให้การเป็นพยานในคดี

“ผมต้องการตัวนายชยางกูรไปสอบสวน หากมีความผิดจริง ต้องถูกดำเนินคดีข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเรา มีโทษจำคุก 4-20 ปี” ตำรวจรายงานเป็นฉากๆชลนิภาแทบจะล้มทั้งยืน...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ธีรดนย์ต่อว่าชนิกานต์ยกใหญ่ที่ทำให้อดไปเยี่ยมชนกชนม์ เธอรู้ดีว่าเขาอยากไปหาสุตาภัญ ไม่ได้อยากเจอชนกชนม์อย่างที่อ้าง ธีรดนย์สวนทันทีตนจะไปหาใครก็ไม่ใช่ธุระอะไรของเธอ ชนิกานต์อ้าปากจะโวยกลับ กฤติยาเข้ามาถามเสียก่อนว่าทำไมกลับกันเร็วนัก

“นิกกี้ป่วย ฉันเลยต้องพากลับมา”

กฤติยาเป็นห่วงหันไปถามชนิกานต์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จะให้จัดยาให้ไหม เธอแหวใส่ทันทีไม่ต้องมายุ่ง แล้วสะบัดหน้าจะขึ้นบันได แต่เกิดหน้ามืดเป็นลมล้มพับ ธีรดนย์เข้าไปประคองไว้ทัน ก่อนจะอุ้มขึ้นไปวางบนเตียงของเธอ กฤติยาแนะว่าถ้าชนิกานต์รู้สึกตัวเมื่อไหร่ เขาควรจะพาไปหาหมอจะได้รู้ว่าเป็นอะไร

“จะโรคอะไรก็คงสำออย ขวางทางไม่ให้ฉันเจอตา...ฉันไปก่อนนะ” ธีรดนย์ขยับจะไป กฤติยาขอร้องให้เขาอยู่ดูแลชนิกานต์ก่อน เขาก็รู้ว่าเธอต้องการเขามากแค่ไหน

“ฉันจำคำพูดของเธอได้ ถ้าไม่รักอย่าให้ความหวัง มันจะทำให้เจ็บยิ่งกว่าเดิม ฉันกลับไปคบกับตาแล้ว” ธีรดนย์พูดจบ ออกจากห้อง กฤติยาหันไปกุมมือชนิกานต์ไว้ เข้าใจคนหัวอกเดียวกัน พึมพำนํ้าตาคลอเบ้าว่า

“รักเขาข้างเดียว มันก็ต้องเจ็บอย่างนี้ล่ะ”...

ภายในห้องพักของสุตาภัญ ขณะที่สุรัมภากำลังนั่งมองสร้อยคอของชนกชนม์ที่ฝากให้สุตาภัญด้วยความรักและเป็นห่วง มีเสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้น

“ภา...พี่กลับมาแล้วจ้ะ”

สุรัมภารีบเอาสร้อยคอซ่อนไว้ แล้ววิ่งมาเปิดประตูรับ สุตาภัญยังไม่ทันจะนั่งให้หายเหนื่อย เธอซักเป็นการใหญ่ว่าชนกชนม์เป็นอย่างไรบ้าง สุตาภัญแกล้งอำว่าเกิดเรื่องไม่ดี สุรัมภาทำท่าจะร้องไห้ เธอรีบบอกว่าล้อเล่น ชนกชนม์สบายดี อีกไม่นานก็คงจะเลิกยาเสพติดได้ เพราะได้กำลังใจที่ดีจากทุกคนรวมทั้งสุรัมภาด้วย...

กำลังใจจากคนที่รักและเป็นห่วงไม่ช่วยอะไรชนกชนม์มากนัก เขายังทำใจไม่ได้กับการที่ต้องมาอยู่ที่ศูนย์บำบัด ไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม และที่สำคัญไม่ยอมแตะต้องอาหาร ทั้งเบื่อทั้งเซ็งไปหมด ขณะชนกชนม์นั่งดูเพื่อนๆ ผู้ร่วมบำบัดเตะฟุตบอลกันอย่างสนุกสนาน กลับเกิดอาการอยากยา เหงื่อแตกมือสั่น ต้องวิ่งเข้าห้องนํ้า เปิดฝักบัวราดนํ้าใส่ตัว ก่อนจะลงไปนอนดิ้นกับพื้นด้วยความทรมาน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น กฤติยาเห็นชนิกานต์ลงมาที่ห้องโถง รีบเข้าไปถามด้วยความห่วงใยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ยังปวดหัวคลื่นไส้อีกหรือเปล่า เธอไม่ตอบ เดินผ่านไปราวกับกฤติยาเป็นอากาศธาตุ

“ฉันต้องทำยังไง เธอถึงจะหายโกรธ”

“ฉันไม่มีวันให้อภัยเพื่อนทรยศ โกหกหลอกลวง”

กฤติยาอธิบายว่า ที่ต้องทำแบบนั้นเพราะเหตุการณ์บังคับ ไม่ได้คิดจะหลอกลวงใคร ทีแรกชนิกานต์ไม่ยอมให้อภัย แต่สุดท้ายก็เข้าใจถึงความจำเป็นของกฤติยาและให้อภัยในที่สุด...

ระหว่างที่ชนิกานต์กับกฤติยาปรับความเข้าใจกันได้ ชนกชนม์เป็นลมฟุบคาชามข้าว เพราะไม่ยอมกินอะไรตั้งแต่เมื่อวาน เจ้าหน้าที่ที่ดูแลสั่งให้เพื่อนๆ ช่วยกันพากลับห้องพัก ตนจะไปเอายาที่ห้องพยาบาลให้

หลังจากนั้นไม่นาน สุตาภัญมาขอเข้าเยี่ยมชนกชนม์ จึงได้รู้จากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลว่าเขาไม่สบายเป็นลม เนื่องจากไม่ยอมกินอาหาร ตอนนี้นอนพักอยู่ที่ห้อง รอสักครู่เจ้าหน้าที่จะไปตามให้ เขาหายเข้าไปด้านในศูนย์ไม่กี่อึดใจ วิ่งหน้าตื่นกลับมาบอกว่าชนกชนม์หนีไปแล้ว...

ขณะที่ชนกชนม์กำลังจะปีนกำแพงศูนย์บำบัด สุตาภัญตะโกนห้ามไว้ ขอร้องอย่าเพิ่งยอมแพ้ เธอรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาต้องอดทนและต่อสู้ต่อไป ชนกชนม์พยายามแล้ว แต่อาการอยากยาทำให้ทรมานมาก

“นายต้องเอาชนะมันให้ได้ แม่นายรออยู่ แม่นายต้องการนาย ตอนนี้แม่นายทุกข์ใจมาก พนักงานในบริษัทลาออกหมดแล้ว ตำรวจก็ตามจับชยางกูร แม่นายไม่มีใคร ท่านกำลังรอนายกลับไปดูแล นายเคยบอกฉันเองไม่ใช่หรือว่านายไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้ ไม่อยากทำให้แม่เสียใจ นายต้องสู้ สู้เพื่อแม่นาย”
ชนกชนม์รู้สึกผิดมาก ร้องไห้โฮ “ฉันขอโทษ...ฉันจะสู้เพื่อคนที่รักฉัน และคนที่ฉันรัก”

สุตาภัญยิ้มดีใจ ขณะที่เพื่อนๆผู้ร่วมบำบัดและเจ้าหน้าที่ที่ยืนฟังอยู่ น้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งใจ...

ในระหว่างที่ชนกชนม์มีกำลังใจจะต่อสู้กับการเลิกยาเสพติด ชยางกูรหนีการไล่ล่าของตำรวจกลับมายังที่ซ่อนตัว เจอเพทายซึ่งดักรออยู่ เขาขอร้องให้ช่วยพาหนี แต่กลับถูกเพทายอัดหมดสภาพแล้วลากตัวไปให้เฮียปรัชญาซ้อม แก้แค้นที่ชยางกูรไม่ยอมพาสุตาภัญมาให้ แถมคิดจะเคลมเธอตัดหน้า

“ตำรวจตามจับฉัน...ฉันไม่ทำให้แกแล้ว” ชยางกูรยังปากดีไม่เลิก

“ไม่ทำก็รีบหาเงินมาใช้หนี้ 10 ล้าน”

ชยางกูรโวยลั่นว่าเฮียปรัชญาขี้โกง เลยถูกเตะสั่งสอนหน้าคะมำ เขาพยายามคลานเข้าไปขอให้เพทายช่วยพูดกับเฮียปรัชญา เพราะเขาไม่มีเงินใช้หนี้ นอกจากเพทายจะไม่ช่วยแล้วยังต่อยเขาซ้ำสลบเหมือด

ooooooo

วันถัดมา สุตาภัญเรียกธีรดนย์ ชนิกานต์ กฤติยา และสุรัมภามาร่วมประชุมแต่เช้า เพื่อแจ้งให้รู้ว่าพวกเราชาวชมรมรักเด็ก จะไปเป็นจิตอาสาช่วยจัดกิจกรรมให้ชนกชนม์และผู้บำบัดคนอื่นๆที่ศูนย์บำบัดยาเสพติด ชนิกานต์ขอผ่าน พวกนี้น่ากลัวไม่อยากข้องแวะด้วย ธีรดนย์อธิบายว่าคนติดยาถือเป็นผู้ป่วยไม่ใช่ผู้ร้าย

“ถ้าทุกคนในสังคมมองว่าเขาน่ากลัว แล้วเขาจะมีกำลังใจกลับมาเป็นคนดีได้อย่างไร”

“ว่าไงคะคุณหนู จะร่วมด้วยช่วยกันไหม” สุตาภัญมองเพื่อนรักอย่างรอคำตอบ ชนิกานต์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตกลงใจร่วมทำกิจกรรมด้วย จะขอเป็นนางฟ้าเบอร์ห้าสักครั้ง

“โอเค...เราจะจัดกิจกรรมแข่งกีฬามหาสนุกแล้วทำอาหารเลี้ยง ทุกคนมีหน้าที่ดังนี้” สุตาภัญพูดจบ แจกแผนงานให้ทุกคนอ่าน...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชลนิภาตกใจเมื่อมาถึงบริษัทพบว่าข้าวของพังเสียหาย กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น รีบตรงไปยังห้องทำงานตัวเอง เห็นเฮียปรัชญานั่งเอาขาพาดบนโต๊ะทำงาน โดยมีเพทายกับสมุนยืนประกบซ้ายขวา เธอคว้ามือถือจะโทร.แจ้งตำรวจ แต่ต้องชะงักเมื่อสมุนชักปืนขึ้นมาเล็งใส่ เฮียปรัชญามองปรามเป็นทำนองให้สมุนเก็บปืน แล้วบอกเธอว่าไม่ได้ต้องการมาหาเรื่อง แต่จะมาแจ้งให้ทราบว่าชยางกูรติดหนี้เขาอยู่ 10 ล้านบาท

“ฉันให้เงินลูกไปใช้หนี้พวกแกหมดแล้ว พวกแกโกงลูกฉัน”

“อย่าเรียกว่าโกง มันเป็นธุรกิจ รักลูกอยากอยู่กับลูกนานๆหาเงินมาใช้หนี้ ไม่งั้นลูกเธอ...” เฮียปรัชญาปารูปถ่ายของชยางกูรกับชลนิภาที่วางอยู่บนโต๊ะลงพื้น แล้วเดินนำสมุนกับเพทายออกจากห้อง ชลนิภาถึงกับเข่าอ่อน ร้องไห้โฮที่ชยางกูรทำให้ผิดหวัง...

ค่ำวันเดียวกัน ที่คฤหาสน์ของณวัตร ระหว่างที่ชนิกานต์เดินหาธีรดนย์ให้ควั่ก กฤติยาเข้ามาเตือนให้เลิกตามตื๊อเขาได้แล้ว ความรักก็เหมือนผีเสื้อ ยิ่งไล่ตามจับมันก็ยิ่งบินหนี แนะให้ชนิกานต์วางตัวใหม่ ต้องเป็นคนที่มั่นใจ ไม่ตามตื๊อไม่วิ่งเข้าหา ไม่โวยวายไม่เอาแต่ใจตัวเอง ชนิกานต์บ่นอุบทำไมถึงยุ่งยากนัก

“หรือจะยอมแพ้”

“ถอยได้ไง ก็คนมันรักไปแล้วนี่” ชนิกานต์พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ธีรดนย์หันมาสนใจ

ooooooo

ถึงวันจัดงานมหกรรมกีฬามหาสนุก สนามหญ้าหน้าศูนย์บำบัดถูกเนรมิตให้เป็นสวนสนุกย่อมๆ สุตาภัญประกาศเริ่มต้นงานด้วยการแข่งขันวิ่งสามขา กฤติยาเตือนชนิกานต์ว่าอย่าลืมเคล็ดลับที่ตนสอนไว้เมื่อคืน แล้วดันตัวเธอออกไปแจกเชือกให้ผู้เข้าร่วมแข่งขัน ชนกชนม์ชวนสุตาภัญจับคู่ด้วย ธีรดนย์มาขัดจังหวะเสียก่อน

“ตาคู่ชนม์ได้ไง ชนม์เขามีคู่แล้ว...นิกกี้ เธอมาคู่กับชนม์”

ชนิกานต์ไม่พอใจอ้าปากจะค้าน แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาปรามของกฤติยา เธอยอมทำตามที่ธีรดนย์ สั่งอย่างว่าง่าย เข้าไปผูกเชือกที่ขาตัวเองติดกับขาชนกชนม์...

หลังจากผู้แข่งขันผูกเชือกติดกับขาคู่ของตัวเองเรียบร้อย สุรัมภาบอกให้ทุกคนเตรียมพร้อม ก่อนจะเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขัน ชนิกานต์กับชนกชนม์ รวมทั้งสุตาภัญกับธีรดนย์และกฤติยากับผู้บำบัดเป็นสามคู่ที่วิ่งนำ ขณะที่คู่อื่นๆพากันล้มลุกคลุกคลาน แต่สุดท้ายผู้ชนะวิ่งสามขาคือคู่ของกฤติยา...

การแข่งขันถัดมาคือการเล่นชักเย่อ ชนกชนม์เป็นหัวหน้าทีม มีชนิกานต์และผู้บำบัดอีกกลุ่มหนึ่งเป็นลูกทีม อีกทีมหนึ่งมีธีรดนย์เป็นหัวหน้า มีกฤติยาและผู้บำบัดจำนวนเท่ากันอยู่ในทีม สุตาภัญรับหน้าที่เป็นกรรมการ ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองทีม คอยเหยียบเชือกไว้ สิ้นเสียงนกหวีด เธอปล่อยเชือก

ทั้งสองทีมต่างออกแรงดึงเชือกอย่างเอาเป็นเอาตาย ทีมของชนกชนม์สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ พ่ายแพ้ไป สุตาภัญวิ่งเข้าไปจับมือธีรดนย์ชูขึ้น ประกาศให้เป็นผู้ชนะการชักเย่อ ชนกชนม์แอบมองอย่างเศร้าสร้อย

ยังมีการแข่งขันกีฬากันอีกหลายประเภท ล้วนแต่สร้างความบันเทิงให้ผู้ร่วมงาน เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน มีการประกาศมอบถ้วยรางวัลให้กับทีมชนะเลิศที่ทุกคนต่างรอคอย

“ทีมผู้ชนะเลิศการแข่งขันกีฬามหาสนุกได้แก่...เพื่อความรักและสามัคคี ทุกทีมคือผู้ชนะค่ะ”

สิ้นเสียงประกาศ ทุกคนต่างกรูเข้าไปแย่งถ้วยรางวัลด้วยสีหน้าเปี่ยมความสุข สุตาภัญยิ้มพอใจที่งานครั้งนี้เรียกรอยยิ้มและความสนุกสนานให้ทุกคน...

ระหว่างที่ผู้บำบัดและผู้จัดงานกำลังมีความสุขกันถ้วนหน้า ที่อีกมุมหนึ่งของศูนย์บำบัด วีรภัทรเฉลยว่า

ที่ชวนนัชชากับนิธิมาที่นี่ ตั้งใจจะมาเลี้ยงอาหารกลางวันให้ผู้บำบัดรวมทั้งชนกชนม์ด้วย เธอหน้าตึงขึ้นมาทันทีไม่ต้องการให้นิธิมาเห็นตัวอย่างที่ไม่ดีของชนกชนม์

โตขึ้นลูกอาจจะกลายเป็นเด็กติดยาไปด้วย

“ผมกลับคิดว่านี่เป็นวิธีการที่ดีด้วยซ้ำ แทนที่เราจะสอนว่าโทษของยาเสพติดคืออะไร เราให้ลูกเห็นตัวอย่างชีวิตจริง และลูกก็ควรให้โอกาสคนที่หลงผิดกลับตัว โดยเฉพาะคนคนนั้นคือพี่ชายของแก”

“ชนกชนม์ไม่ใช่พี่ชายนิธิ” นัชชาสวนทันที

“ถ้าคุณรักผม ชนม์เป็นลูกผม คุณก็ควรจะรักชนม์ด้วย ถึงเขาจะไม่ได้เกิดจากคุณแต่คุณก็ได้ชื่อว่าเป็นแม่คนหนึ่งของเขา” วีรภัทรให้ข้อคิดเสร็จเดินเข้าศูนย์บำบัด โดยคิดว่านัชชาคงไม่ตามเข้าไปด้วย

ooooooo

เสร็จการแข่งขัน ทุกคนต่างมารอที่โรงอาหารด้วยความหิวโหย สุตาภัญกับเพื่อนๆจากชมรมคนรักเด็กช่วยกันเสิร์ฟอาหารและน้ำให้ผู้บำบัด ธีรดนย์คอยตามประกบสุตาภัญไม่ห่าง แถมคอยซับเหงื่อให้ ชนิกานต์เห็นแล้วท้อ หันไปบ่นให้กฤติยาฟังว่าเคล็ดลับที่สอนไว้สงสัยจะเหลวไม่เป็นท่า ธีรดนย์ไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย

“เรื่องของใจต้องใช้เวลา ให้เขาค่อยๆซึมซับความดีของเธอ”

ชนิกานต์ไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหน กฤติยาเองก็ตอบไม่ได้ แต่ขอให้เธอสู้ต่อไป สักวันต้องมาถึง...

นัชชาไม่ได้พานิธิกลับอย่างที่วีรภัทรคาดคิด เธอกับลูกมาให้กำลังใจชนกชนม์เช่นเดียวกับวีรภัทร ชนกชนม์ ดีใจที่พ่อของเขากับครอบครัวใหม่ไม่ทอดทิ้ง ทำให้เขามีกำลังใจจะเลิกยาเสพติดให้ได้...

ในเวลาต่อมา สุรัมภาจูงมือชนกชนม์มาที่มุมหนึ่งของศูนย์บำบัด คืนสร้อยคอที่เขาฝากไว้ เธอยังไม่ได้เอาให้พี่ตาเพราะอยากให้เขาเป็นคนให้เอง ชนกชนม์ไม่คิดว่าสร้อยเส้นนี้จำเป็นสำหรับสุตาภัญ เพราะเธอมีธีรดนย์คอยดูแลแล้ว จังหวะนั้นธีรดนย์จูงมือสุตาภัญตามเข้ามา กระเซ้าว่ามาขวางอะไรหรือเปล่า สุรัมภารีบบอกว่าไม่ได้ขวางคอ แต่พี่ชนม์มีเรื่องจะคุยกับพี่ตา ธีรดนย์ไม่อยากให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกัน ชิงพูดตัดหน้า

“ผมก็มีเรื่องจะคุยกับตาเหมือนกัน ผมไม่อยากให้ตาพักอยู่อพาร์ตเมนต์ มันไม่ปลอดภัย ผมไปเช่าบ้านไว้แล้ว ผมจะให้ตากับน้องย้ายไปอยู่ที่นั่น...เอ่อ...ยังมีอีกเร่ืองหนึ่ง ตาเรียนจบเมื่อไหร่ ผมจะหมั้นตาทันที”

ชนิกานต์แอบฟังอยู่ เสียใจน้ำตาคลอเบ้า กฤติยาที่ยืนอยู่ข้างๆจับมือเธอไว้ปลอบใจ ชนกชนม์เศร้าใจไม่แพ้กัน ฝืนยิ้มให้ยินดีกับทั้งคู่ด้วย สุตาภัญออกตัวว่า

ธีรดนย์แค่พูดเล่น ไม่ต้องมาแสดงความยินดีอะไรทั้งนั้น

“ผมพูดจริง เราเป็นแฟนกันนานแล้ว ผมไม่ลังเลที่จะใช้ชีวิตกับตา ผมอยากดูแลตา” ธีรดนย์พูดจบ ดึงสุตาภัญมากอด เธอถึงกับอึ้ง ชนกชนม์ตัดสินใจดึงตัวเองออกจากรักสามเส้า ประกาศข่าวดีกับทุกคนเช่นกัน

“สร้อยเส้นนี้เป็นของครอบครัวผม ผมขอมอบสร้อยเส้นนี้ให้กับภา...ตามีคนดูแลแล้ว ภาก็ต้องมีใครสักคนคอยช่วยเหลือนะ หลังจากพี่ออกจากที่นี่ พี่จะดูแลภา พี่จะเป็นพ่อของลูกภา” ชนกชนม์ว่าแล้วสวมสร้อยคอของตัวเองให้สุรัมภาที่โผกอดเขาด้วยความตื้นตันใจ สุตาภัญต้องข่มอาการปวดใจไว้

“ฉันขอบใจนายมากที่รักและเป็นห่วงภา”

ธีรดนย์ยิ้มพอใจที่ชนกชนม์ประกาศจะเลือกสุรัมภา เท่ากับเขาหมดคู่แข่งเรื่องความรัก ชนิกานต์ทนไม่ไหวจะเข้าไปโวยแต่กฤติยารั้งไว้ เธอหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ เลยเดินหนี กฤติยาวิ่งตามจนทันดึงตัวไว้ ขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน ถึงธีรดนย์จะบอกรักสุตาภัญก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะแต่งงานกันวันนี้พรุ่งนี้ เธอยังมีโอกาส

“ฉันรอไม่ได้อีกแล้ว ฉันต้องเคลียร์กับตา” ชนิกานต์สีหน้าเด็ดเดี่ยว

ooooooo

สุรัมภาไม่สบายใจเรื่องชนกชนม์ ทันทีที่กลับถึงห้องพัก ขอร้องสุตาภัญอย่าโกรธเคืองกัน  เธอไม่ได้คิดจะแย่งชนกชนม์ไปจากพี่ สุตาภัญจะโกรธน้องได้อย่างไรในเมื่อชนกชนม์เป็นฝ่ายเลือกเอง

“แล้วพี่ตาล่ะ พี่ตาไม่ได้รักพี่ธี พี่ตารักพี่ชนม์”

“พี่คงต้องให้โอกาสธีได้พิสูจน์ตัวเอง หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ต่อไปนี้ภาต้องรักตัวเอง รักลูกให้มาก ชนม์เขาจะเป็นผู้ชายที่ปกป้องภาได้...ดึกแล้ว เข้านอนได้แล้ว” สุตาภัญพูดจบดันตัวน้องสาวเข้าห้องน้ำ ส่วนเธอลงมาเดินทอดอารมณ์อยู่ใต้ถุนอพาร์ตเมนต์ คิดถึงตอนที่ชนกชนม์รับปากจะดูแลสุรัมภาแล้วอดเศร้าใจไม่ได้ จังหวะที่กลับขึ้นห้อง ชนิกานต์โทร.มาตามให้ไปพบ...

ครู่ต่อมา สุตาภัญมาถึงสวนสาธารณะตามนัด ชนิกานต์ร้องไห้ฟูมฟายเข้ามาขอร้องให้คืนธีรดนย์ให้ กฤติยาพยายามจะห้ามปราม แต่เธอไม่ฟัง ยังคงอ้อนวอนเพื่อนรักอย่าแย่งธีรดนย์ไปจากตน สุตาภัญจะแย่งได้อย่างไรในเมื่อทั้งคู่เลิกกันแล้ว ชนิกานต์ไม่เป็นฝ่ายอยากเลิก แต่ถูกธีรดนย์บังคับ และขู่ว่าถ้าบอกสุตาภัญ เขาจะย้ายออกจากบ้าน เธอจะไม่ได้เจอเขาอีก พูดได้แค่นั้นชนิกานต์เป็นลมล้มพับไป กฤติยาตกใจรีบเข้าไปดูแล

“นิกกี้เป็นลมบ่อยมาก พาไปหาหมอเถอะ จะได้รู้ว่าป่วยเป็นอะไร”

สุตาภัญเห็นด้วยกับกฤติยา ต่างช่วยกันประคองชนิกานต์ที่ไม่ได้สติไปขึ้นรถ...

ชนิกานต์ถึงกับหน้าเครียดเมื่อผลการตรวจของหมอบอกว่าเธอตั้งท้องได้สองเดือน เธอไม่โทษใครนอกจากตัวเองที่ไม่ยอมกินยาคุมที่ธีรดนย์ยัดเยียดให้ สุตาภัญแนะให้บอกเขาเรื่องนี้ ชนิกานต์ร้องห้ามลั่น เรื่องนี้จะรู้ถึงหูธีรดนย์ไม่ได้ กฤติยาแปลกใจ ในเมื่อชนิกานต์เองก็อยากอยู่กับเขา ทำไมถึงไม่ยอมบอก

“ฉันจะไม่เอาลูกเป็นเครื่องมือต่อรองขอความรัก ฉันไม่อยากให้เขารักฉันเพราะสงสาร ฉันอยากให้เขารักฉันด้วยใจ ห้ามบอกธีเรื่องฉันท้อง...สัญญากับฉันสิ”

กฤติยาและสุตาภัญจำต้องรับปาก แต่ในใจอดเป็นกังวลแทนเพื่อนไม่ได้

ooooooo

ในที่สุดชนกชนม์ก็เลิกยาเสพติดได้สำเร็จ สุตาภัญมารอรับหน้าศูนย์บำบัด ถามเพื่อความมั่นใจว่าเขาเลิกยาได้แล้วใช่ไหม ชนกชนม์พยักหน้ารับคำต่อให้มียาเสพติดมากองตรงหน้า จะพุ่งเข้าไปทำลายให้สิ้นซาก

“รู้ซึ้งแล้วว่ามันทำลายชีวิตผม”

“สอบผ่าน คุณได้ไปต่อ” สุตาภัญผายมือให้ชนกชนม์เดินนำหน้า ไม่นานนัก ทั้งคู่กลับมาที่บ้านเช่าหลังเก่าที่ชนกชนม์เคยอยู่กับสุรเดช สุตาภัญทักท้วงว่า เขาน่าจะเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

“ผมเคยบอกแล้วไง สิ่งแวดล้อมเลวร้ายแค่ไหนไม่สำคัญ มันอยู่ที่ใจ คิดดีทำดี มันจะเป็นเกราะป้องกันภัยให้เรา” ชนกชนม์พูดจบเดินเข้าบ้าน ต้องแปลกใจที่เห็นภายในเก็บกวาดสะอาดสะอ้าน สุรัมภาออกมาต้อนรับพร้อมกับมอบช่อดอกไม้ให้ ชนกชนม์มองรอบๆอย่างชื่นชม ถามว่าเป็นผลงานของเธอใช่ไหม

“พี่ชนม์อาสาจะดูแลภา...ภาก็ต้องดูแลพี่ชนม์สิคะ เอากระเป๋ามาค่ะ ภาจะเอาเสื้อผ้าออกให้”

“อย่าเลย พี่เกรงใจ” ชนกชนม์ว่าแล้วยื่นกระเป๋าให้สุรัมภา แล้วพากันหัวเราะชอบใจ สุตาภัญเห็นทั้งคู่มีความสุข อดเศร้าใจไม่ได้ ชนกชนม์สังเกตเห็น ถามว่าไม่สบายใจเรื่องอะไร เธอปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

“ช่วงที่ผมไม่อยู่ มีอะไรเกิดขึ้นบ้างเนี่ย อัพเดทหน่อย เพื่อนๆเป็นไง นิกกี้ทำใจเรื่องธีได้หรือยัง”

สุตาภัญไม่กล้าเล่าเรื่องชนิกานต์ท้อง ได้แต่บอกว่าเธอเข้มแข็งไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ชนกชนม์ยังคาใจไม่หาย สุตาภัญกลุ้มใจเรื่องอะไรกันแน่เพราะหน้าตามันฟ้อง เธออ้างว่าเป็นห่วงน้อง ไม่อยากให้น้องลำบาก อีกไม่นานก็ต้องคลอดลูกแล้ว ชนกชนม์ปลอบว่าไม่ต้องห่วง เขารับปากจะดูแลสุรัมภาให้ดีที่สุด

“นายต้องรักภาให้มากๆนะ”

ชนกชนม์รับคำ สุรัมภาได้ยินก็เป็นปลื้มแต่ในใจอดเป็นกังวลไม่ได้...

ขณะที่ชนกชนม์กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปลอดจากยาเสพติด ชยางกูรซมซานกลับบ้านในสภาพทรุดโทรม เข้าไปกราบเท้าขอโทษแม่ที่ทำให้ผิดหวัง ขอให้ท่านอภัยให้ จะลงโทษเขาอย่างไร ก็ยอมทุกอย่าง

“แม่ลงโทษลูกไม่ได้ ขอแค่เห็นลูกกลับมาปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้ว” ชลนิภาดึงลูกมากอด ก่อนจะบอกให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จะได้ไปสถานีตำรวจด้วยกัน เธอจะหาทนายเก่งๆมาช่วยสู้คดีให้ ชยางกูรไม่ไป ไม่อยากติดคุก จะขอหนีไปอยู่ต่างประเทศ จะไปให้ไกลจากที่นี่และไม่กลับมาอีก

“คุณแม่ต้องช่วยกูร คุณแม่รักกูรไหมครับ คุณแม่ต้องช่วยกูรด้วยนะครับ” ชยางกูรคร่ำครวญทั้งน้ำตา ชลนิภาใจอ่อนยอมทำตามที่ลูกต้องการ ให้เขาขึ้นไปอาบน้ำ เธอจะเตรียมเงินและจัดกระเป๋าเดินทางให้

ระหว่างจัดเสื้อผ้าให้ลูก ชลนิภาฉุกคิดเรื่องราวในอดีต ตอนที่ลูกขโมยแหวนเพชรและธนกรตำหนิลูก แต่ชลนิภากลับเข้าข้าง และอีกหลายเหตุการณ์ที่ชยางกูรทำผิด นอกจากจะไม่ลงโทษเขาแล้วเธอยังให้ท้ายอีกต่างหาก สุดท้ายชยางกูรต้องเสียคนเพราะเธอนั่นเอง ชลนิภาตัดสินใจจะทำบางอย่าง

ooooooo

ใกล้ถึงอพาร์ตเมนต์ที่พักของสุตาภัญ สุรัมภาทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว หันไปถามสุตาภัญว่าชนกชนม์รับปากจะดูแลเธอเพราะความรัก หรือแค่สงสาร สุตาภัญแปลกใจทำไมน้องถึงคิดแบบนี้

“ก็ภารู้ว่าพี่ชนม์รักพี่ตามาก แล้วก็รักพี่ธี พี่ชนม์อาจเปิดทางให้พี่ธีสมหวังในรัก”

“ไม่เอา หยุดคิดหยุดพูดได้แล้ว” สุตาภัญพูดพลางจับสร้อยคอที่ชนกชนม์คล้องให้สุรัมภา “ชีวิตของชนม์อยู่กับภา ใจชนม์ก็อยู่กับภา...ภาต้องดูแลมันให้ดี”
สุรัมภารับปากจะดูแลและรักเขาให้สุดหัวใจ จากนั้นสองสาวเดินต่อ พอเลี้ยวหัวมุมตึก เจอธีรดนย์ดักรออยู่ สุตาภัญบอกน้องให้ขึ้นห้องไปก่อน จะขอคุยธุระกับธีรดนย์ก่อน สุรัมภาพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินต่อไปไม่ทันสังเกตเห็นเพทายซุ่มดูอยู่ ก่อนจะสะกดรอยตาม...

ด้านสุตาภัญกับธีรดนย์เดินกันมาเงียบๆจนถึงใต้ถุนอพาร์ตเมนต์ เธอตัดสินใจขอลดความสัมพันธ์กับเขาเหลือเพียงแค่เพื่อน เราสองคนเป็นแฟนกันไม่ได้ หมั้นกันก็ไม่ได้ พูดได้แค่นั้นรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ พูดอะไรไม่ออก รีบเดินหนี ธีรดนย์ตกใจ เกิดเรื่องอะไรขึ้นเดินตามมาคว้าแขนไว้

“ใครพูดอะไร ใครใส่ร้ายผม นิกกี้ใช่ไหม นิกกี้ยุให้ตาเลิกกับผม หรือว่าชนม์มันตื๊อตาอีก ธีจะไปคุยกับชนม์ให้รู้เรื่อง” ธีรดนย์ขยับจะไป สุตาภัญบอกให้พอได้แล้ว การตัดสินใจครั้งนี้ของเธอไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น แต่เป็นเพราะตัวธีรดนย์เอง เขาอยากรู้ว่าทำอะไรผิด จะได้ปรับปรุงแก้ไขเพื่อทำให้เธอพอใจ

“ตาไม่อยากหลอกตัวเอง ตาไม่ได้รักธี ต่อให้ธีเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟกต์ที่สุดในโลก ตาก็ไม่ได้รักธี”

“ผมไม่เข้าใจ ทำตัวดีๆไม่ชอบ ตาคงชอบแบบกุ๊ย ไอ้ขี้ยาอย่างชนม์” ธีรดนย์พาลหาเรื่อง สุตาภัญตบหน้าเขาเพื่อให้หยุดโทษคนอื่น สักวันเขาจะเข้าใจเองว่าเราสองคนรักกันไม่ได้เพราะอะไร แล้วเดินจากไป...

ธีรดนย์โกรธมากคิดว่าชนกชนม์เป็นสาเหตุทำให้สุตาภัญเลิกคบกับตน ตามไปเอาเรื่องถึงบ้านเช่า ไม่พูดพล่ามอะไรทั้งนั้น ต่อยชนกชนม์หน้าหงาย แล้วตามเข้าไปจะซํ้า เขาไม่ยอมเจ็บฝ่ายเดียวโต้ตอบกลับไปโดนธีรดนย์เต็มๆ เซถลาเป็นนกปีกหัก

“ฉันไม่ยอมให้แกต่อยฟรีหรอก แกโกรธฉันเรื่องอะไร” ชนกชนม์ตั้งการ์ดเตรียมรับมือ แต่อีกฝ่ายกลับทรุดตัวลงนั่งร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา...

ในเวลาเดียวกัน สุรัมภาเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมจะอาบนํ้า มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เธอเปิดประตูรับโดยไม่ถามสักคำคิดว่าเป็นสุตาภัญ แต่ต้องผงะเมื่อเห็นเพทายยืนยิ้มแสยะอยู่ สุรัมภาพยายามจะดันประตูปิด แต่สู้แรงเขาไม่ไหว จะหนีออกจากห้อง เพทายคว้าตัวไว้ เหวี่ยงเธอเข้าห้องปิดประตูตามหลัง...

อีกมุมหนึ่งใต้ถุนอพาร์ตเมนต์ สุตาภัญกำลังจะเดินขึ้นห้อง ชนกชนม์โทร.ไปตามให้มาที่บ้านเช่าของเขาด่วนที่สุด ธีรดนย์กำลังเสียใจมาก เธอต้องมาคุยกันให้รู้เรื่อง สุตาภัญวางสายสีหน้าครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี...

ทางฝ่ายเพทายผลักสุรัมภาล้มลงบนเตียงหมายจะขืนใจเป็นรางวัลตอบแทนที่ลบคลิปฉาวให้ หญิงสาวแกล้งโอนอ่อนผ่อนตาม พอได้จังหวะถีบกล่องดวงใจเขาถึงกับทรุด แล้ววิ่งไปเปิดประตูห้องจะหนี เขาตั้งหลักได้คว้าตัวไว้ จับกดลงพื้น ก่อนที่เธอจะเสียที สุตาภัญเปิดประตูผลัวะเข้ามา คว้ามีดใกล้มือขึ้นมาขู่เพทาย สั่งให้หยุดลวนลามน้องสาวของตน แล้วคว้านกหวีดเตือนภัยที่แขวนไว้ขึ้นมาเป่า พลางตะโกนขอความช่วยเหลือ

“ฉันไม่ยอมให้เธอหลอกใช้ฟรีๆ เธอต้องตอบแทนฉัน” เพทายพูดจบ ผลุนผลันออกจากห้อง เห็นชาวบ้านเริ่มออกมาดู กลัวความผิดวิ่งหนีไปทางบันไดหนีไฟ สุตาภัญเห็นน้องปลอดภัยก็โล่งใจ แต่อดสงสัยคำพูดของเพทายไม่ได้ คาดคั้นให้สุรัมภาบอกมาว่าไปสัญญาอะไรกับคนชั่วพรรค์นั้น สุรัมภาเล่าเรื่องคลิปให้ฟัง

“เราต้องระวังตัวกันมากขึ้น พี่จะบอกให้ชนม์ดูแลภามากกว่านี้ แล้วพี่จะทำงานหาเงิน ย้ายไปอยู่ที่อื่น”

ooooooo

ชนกชนม์ทั้งงงทั้งแปลกใจเมื่อรู้ความจริงจากธีรดนย์ว่าสุตาภัญขอลดฐานะจากแฟนเป็นเพื่อนกับเขาแทน ธีรดนย์เองก็ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“ฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ตาเองไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง  ในฐานะเพื่อน ฉันแนะนำได้แค่ว่า นายกลับไปดูแลนิกกี้เถอะ นิกกี้รักนายมาก มันน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด”

“ไม่ ความฝันความหวังของฉันคือตา ฉันฝันที่จะใช้ชีวิตกับตา ฉันไม่ยอมให้ใครมาทำลายฝันของฉัน” ธีรดนย์พูดจบปาดนํ้าตาทิ้ง พร้อมจะสู้เพื่อให้สุตาภัญกลับมาเป็นแฟนของตนอีกครั้ง...

ขณะที่ธีรดนย์มุ่งมั่นจะทำให้สุตาภัญกลับมาเหมือนเดิมให้ได้ ชลนิภาตัดสินใจโทร.แจ้งตำรวจว่า

ชยางกูรกลับบ้านแล้ว สักพักเธอจะพาไปมอบตัว ชยางกูร เข้ามาแย่งโทรศัพท์ไปกดวางสาย

“คุณแม่โกหก คุณแม่ไม่รักกูร...กูรเกลียดคุณแม่” พูดจบ เขาวิ่งออกไปทันที

ชลนิภาวิ่งตาม พลางร้องขอให้กลับมาก่อน เธอยังรักและเป็นห่วงลูกเสมอ ชยางกูรหันขวับ ถ้าเป็นจริงอย่างที่พูด ทำไมแม่ถึงคิดจะส่งเขาให้ตำรวจ ชลนิภาพยายามอธิบายให้ลูกเข้าใจ ที่ทำไปก็เพราะไม่อยากให้ลูกต้องหนีตลอดชีวิต ชยางกูรไม่ยอมติดคุกเด็ดขาดขยับจะไป ชลนิภาคว้าตัวไว้ เขาไม่พอใจผลักแม่ล้มกระแทกตู้แล้วเดินหนีไปไม่สนใจไยดี ชลนิภาเสียใจมากเป็นลมล้มพับ แป๋วตกใจรีบวิ่งเข้าไปประคอง

ชยางกูรกำลังจะออกจากบ้าน ชนกชนม์เข้ามาขวางไว้ขอร้องให้มอบตัวสู้คดี เขากลับโทษว่าเป็นเพราะชนกชนม์ตำรวจถึงตามล่าเขา ชนกชนม์ปรามชยางกูรให้เลิกโทษคนอื่น ความผิดทั้งหมดเป็นเพราะตัวเขาเอง

“ไม่ต้องมาสอน สะใจแกแล้วสิ แกจะได้กลับไปเป็นลูกรักของคุณแม่ แต่จำไว้ ฉันไม่ยอมจนตรอกให้แกหัวเราะเยาะ ฉันจะต้องชนะแก” ชยางกูรพูดจบจะออกไป ชนกชนม์ขวางไว้อีก ยืนกรานจะพาเขาไปสถานีตำรวจให้ได้ ชยางกูรชักปืนขึ้นมาขู่ ครั้งนี้จะเว้นชีวิตเขาไว้ชดใช้ที่เคยช่วยเหลือตนครั้งก่อน แต่หลังจากนี้ เราสองคนเป็นศัตรูกัน เขาผลักชนกชนม์พ้นทางแล้วเดินจากไป ชนกชนม์มองตามอย่างห่วงใย ก่อนจะวิ่งเข้าตัวบ้าน ต้องตกใจที่เห็นแม่นอนหมดสติโดยมีแป๋วประคองอยู่ เขารีบอุ้มไปวางบนเตียง เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้

“คุณแม่ครับ ผมกลับมาเป็นชนกชนม์คนดีของคุณแม่แล้ว ผมจะไม่ทำให้คุณแม่เสียใจ ผมรักคุณแม่ครับ” ชนกชนม์เข้าไปกราบแทบเท้าชลนิภาที่ยังนอนสลบไสล ก่อนจะหันไปบอกแป๋วว่าขอตัวกลับก่อน เธอขอร้องให้ชนกชนม์กลับมาอยู่ด้วยกันที่นี่ คุณหญิงใจอ่อนลงมากแล้ว และคิดถึงเขามาก

“เอาไว้ให้คุณแม่อยากให้ผมกลับมาจริงๆค่อยว่ากัน พี่แป๋ว อย่าบอกคุณแม่นะว่าผมมาที่นี่”

“แป๋วต้องบอกค่ะ คุณผู้หญิงจะได้รู้ความจริงสักทีว่าคุณชนกชนม์เป็นลูกประเสริฐ”

“อย่าเลย คุณแม่อาจไม่พอใจที่ผมมาวุ่นวายที่นี่ เครียดหนักกว่าเดิม...ผมขอ”

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ธีรดนย์โวยใส่ชนิกานต์เป็นชุด เพราะคิดว่ายุแหย่ให้สุตาภัญเลิกกับตน เธอปฏิเสธว่าไม่เคยทำอย่างนั้น สุตาภัญฉลาดพอที่จะตัดสินใจเองได้ว่าใครเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ถึงไม่เลือกผู้ชายเห็นแก่ตัวไม่มีความรับผิดชอบอย่างเขา ธีรดนย์ฉุนขาดถ้าชนิกานต์คิดว่าเขาเลวอย่างที่พูดแล้วมารักทำไม

“ถ้าย้อนเวลาไปได้ ฉันก็อยากเกลียดนาย แต่ฉันทำไม่ได้ ฉันรักนายไปแล้ว นายเป็นยังไงฉันก็รัก”

“เลิกพูดเถอะ ฟังแล้วจะอาเจียน” ธีรดนย์ผลักเธอพ้นทาง ขยับจะไป ชนิกานต์คลื่นไส้วิงเวียน รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ อาเจียนจนหมดแรง ธีรดนย์เป็นห่วง จะพาไปหาหมอ เธออ้างว่าหายแล้วไม่ต้องเป็นห่วง เธอดูแลตัวเองได้ เข้าทางธีรดนย์ทันที ในเมื่อชนิกานต์ดูแลตัวเองได้ คุณท่านกลับมาเมื่อไหร่ เขาจะย้ายออกไป

“นายสัญญาจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะเรียนจบ”

“ฉันเบื่อที่จะทะเลาะรายวันกับเธอ ฉันไม่อยากประสาทเสีย เป็นโรคจิต” ธีรดนย์พูดจบ ผละจากไป กฤติยาที่ยืนฟังอยู่พักใหญ่เข้ามาเตือนชนิกานต์ว่าจะปิดเรื่องตั้งท้องได้นานแค่ไหน สู้บอกธีรดนย์ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวดีกว่า เขาจะได้รักและห่วงใยเธอ ชนิกานต์คิดไม่ตกจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี...

ได้เวลาอาหารเที่ยง กัณฐิกาลงมือทำข้าวคลุกกะปิอย่างสุดฝีมือ โดยใช้แต่เครื่องปรุงชั้นดี แต่พอยกมาวางตรงหน้าชนิกานต์กลับบ่นว่าเหม็นเน่า แล้ววิ่งไปอาเจียน กัณฐิกาไม่พอใจ ด่าไล่หลังว่าเนรคุณ อุตส่าห์ทำให้กิน ยังมาใส่ร้ายว่าอาหารฝีมือตนบูด หยิบจานใส่ข้าวคลุกกะปิขึ้นมาดม

“หอมที่สุดในสามโลก ยัยเด็กบ้า...เอ๊ะ หรือว่ายัยนั่น...” กัณฐิกาสงสัยว่าชนิกานต์จะท้อง...

ครู่ต่อมา กฤติยาพาชนิกานต์ขึ้นไปนอนพักที่ห้อง ชนิกานต์ย้ำว่าอย่าแพร่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาด ถ้ากัณฐิการู้ พ่อของเธอก็ต้องรู้ด้วย เธอต้องโดนท่านเล่นงานตายแน่

กฤติยารับปากจะไม่พูด แล้วบอกให้ชนิกานต์พักผ่อนมากๆ ดึงผ้ามาห่มให้ก่อนจะออกจากห้อง แต่ต้องชะงักเมื่อเจอกัณฐิกาดักรออยู่ ถามเสียงเครียดว่าชนิกานต์ท้องใช่ไหม กฤติยาปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้ท้อง แม่คิดมากไปเอง กัณฐิกาไม่เชื่อ เอาแต่อาเจียนทั้งวันแบบนี้ อาการเหมือนคนแพ้ท้องไม่มีผิดเพี้ยน

“นิกกี้เป็นโรคกระเพาะค่ะ แอนเป็นคนพาไปหาหมอเอง แม่ไม่เชื่อเดี๋ยวแอนเอาใบรับรองแพทย์ให้ดู”

“ไม่ต้อง จะเป็นอะไรก็ช่าง ช่วยด้วยแล้วกัน คิดว่า ทำบุญ”

กฤติยาแอบถอนใจ โล่งอกที่แม่ไม่ติดใจจะซักถามอะไรอีก

ooooooo

สายวันต่อมา ขณะสุตาภัญในฐานะโปรดิวเซอร์ใหญ่ กำลังกำกับ ชนกชนม์ ชนิกานต์ รวมทั้งกฤติยากับสุรัมภาและเพื่อนๆจากคณะอีกกลุ่มใหญ่ ถ่ายวีดิโอโฆษณาเพื่อลงในยูทูบ โดยทุกคนจะเต้นฮาเล็มเชคซึ่งเป็นท่าเต้นสุดฮิตในโลกออนไลน์ ธีรดนย์เข้ามาขอคุยด้วย

“ตาไม่สะดวก ตากำลังทำงาน” สุตาภัญว่าแล้ว สั่งให้ทุกคนเตรียมเข้าฉาก ธีรดนย์จำต้องถอยออกมาแต่ยังไม่ยอมถอดใจ รอจนกระทั่งถ่ายทำเสร็จ จึงเข้าไปขอคุยเป็นการส่วนตัวกับสุตาภัญอีกครั้ง

“พวกเราเป็นเพื่อนกัน ไม่มีความลับต่อกัน ธีมีอะไรกับตาก็พูดได้เลย”

ธีรดนย์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงคนรัก หยิบแหวนเพชรออกมาขอแต่งงาน ทุกคนพากันตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำทั้งๆที่เพิ่งถูกเธอตัดสัมพันธ์ ธีรดนย์จับมือสุตาภัญขึ้นมาจะสวมแหวนให้ เธอชักมือกลับ ขอร้องอย่าทำอย่างนี้ ธีรดนย์ตัดพ้อ ตัวเองทำอะไรผิด ทำไมเธอถึงไม่รับรักเขา สุตาภัญอึกอักไม่กล้าพูด ชนิกานต์ทนไม่ไหว ตัดสินใจบอกธีรดนย์ว่าสุตาภัญเลิกคบกับเขาเพื่อตน

“ฉันนึกแล้วเชียว เธอมันตัวปัญหา หยุดรังควานฉันได้แล้ว ยังไงฉันก็ไม่รักเธอ”

“นายไม่รักฉัน ก็ต้องรักลูกของเรา ฉันท้อง”

“ไม่จริง ฉันเอายาคุมให้เธอกินแล้ว”

ชนิกานต์ไม่ได้กิน แอบเอายาทิ้งถังขยะ ทั้งสุตาภัญ กฤติยา และสุรัมภาต่างพูดไปในทำนองเดียวกันให้ธีรดนย์ยอมรับความจริง และรับผิดชอบชนิกานต์กับลูกในท้อง

“ฉันไม่เชื่อ ทุกคนสร้างเรื่องโกหกฉัน ทุกคนใจร้ายไม่มีใครอยู่ข้างฉัน พวกเธอไม่ใช่เพื่อนฉัน” ธีรดนย์โวยวายจบ วิ่งเตลิดออกไป ชนิกานต์ถึงกับปล่อยโฮ เสียใจที่เขาไม่ยอมรับความจริง...

ฝ่ายกัณฐิกายังข้องใจไม่หาย แอบย่องเข้าห้อง ชนิกานต์ ค้นหาทุกซอกทุกมุมเจอแต่ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน ไม่เห็นยาโรคกระเพาะสักเม็ด ตกลงลูกเลี้ยงตัวแสบของเธอเป็นอะไรกันแน่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 10:13 น.