ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ลูกไม้หลากสี ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ ผับแห่งหนึ่ง สุตาภัญถือกุหลาบช่อใหญ่กำลังจะแหวกกลุ่มวัยรุ่นเข้าไปดูธีรดนย์เพื่อนของเธอที่มา ออดิชั่นวงดนตรี แต่กลับถูกดันจนเซจะล้ม ชายหนุ่มคนหนึ่งเข้าไปรับเธอไว้ทัน ทั้งสองคนมองสบตากันนิ่งงัน

“ชนกชนม์...ถึงคิววงเราเล่นแล้ว”

เสียงเรียกของธีรดนย์ ทำให้ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์ ยิ้มให้หญิงสาวในอ้อมแขน ก่อนจะเดินไปหาคนเรียกสุตาภัญมองเลยเขาไปแล้วยิ้มให้ธีรดนย์ซึ่งกำลังโบกมือทักทายให้ เธอโบกมือตอบ แล้วตะโกน

“ฉันเป็นกำลังใจให้นะ”

ชนกชนม์เข้าใจผิดคิดว่าสุตาภัญพูดด้วย จึงหันมาขอบคุณ เธอไม่ทันจะอธิบายอะไร ธีรดนย์ลากตัวเขาเข้า ไปด้านหลังเวทีเสียก่อน จังหวะนั้น ชนิกานต์เพื่อนรักของเธอตามมาสมทบ สุตาภัญจึงไม่ได้สนใจอะไรอีก ชวน เพื่อนรักไปเชียร์วงดนตรีของธีรดนย์ที่หน้าเวที...

ในเวลาเดียวกัน ขณะสุรเดชกำลังนั่งป้อกฤติยาอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวข้างถนนโดยที่เธอไม่ได้มีใจให้แม้แต่น้อย ชยางกูรกับพวกตามมาทวงหนี้ สุรเดชทำเหมือนจะยอมจ่ายเงินแต่โดยดี ชยางกูรหลงเชื่อไม่ทันระวังตัว

เขาคว้าเก้าอี้ฟาด แล้วผลักโต๊ะล้มใส่พวกสมุน ก่อนจะฉวยมือกฤติยาวิ่งหนี ชยางกูรกับพวกตั้งหลักได้วิ่งไล่

สุรเดชไม่อยากให้กฤติยาต้องเดือดร้อนไปด้วย ไล่ให้หนีไปก่อน แล้วตัวเองวิ่งล่อพวกชยางกูรไปอีกทางหนึ่ง แต่หนีไม่พ้นถูกรุมอัด กฤติยาแอบมองอยู่ด้วยความเป็นห่วง ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง...

ขณะที่สุรเดชถูกยำสะบักสะบอม ชนกชนม์นักร้องนำของวงก็ร้องเพลงแรกจบท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมของนักเที่ยว ชนิกานต์ดึงช่อดอกไม้ในมือสุตาภัญเอาไปให้ชนกชนม์เพื่อทอดสะพานให้ เขากลับคิดว่าสุตาภัญฝากมาจึงส่งยิ้มไปให้พร้อมกับค้อมหัวเป็นทำนองขอบคุณ หญิงสาวจำต้องยิ้มรับ ชนิกานต์ถึงกับหน้าเจื่อน ขณะที่ธีรดนย์ยิ้มสะใจที่เห็นเธอเสียหน้า ชนิกานต์เกลียดเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งชิงชังมากขึ้นอีก...

ระหว่างที่วงดนตรีของธีรดนย์กำลังจะเล่นเพลงสุดท้ายของการออดิชั่น กฤติยาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอก ชนกชนม์ว่าพี่เดชกำลังแย่ เขารู้ว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับเพื่อนรัก หันไปบอกธีรดนย์ว่าขอตัวก่อน แล้ววิ่งลงจากเวทีทันที ครู่ต่อมา ชนกชนม์วิ่งตามกฤติยามาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นสุรเดชกำลังถูกชยางกูรทำร้ายรีบเข้าไปขวาง

“พอได้แล้ว...ทำไมต้องทำกันขนาดนี้”

“ไม่มีอะไรเพื่อนรัก...เข้าใจผิดกันนิดนึง” สุรเดชที่เลือดอาบหน้า ฝืนยิ้มให้ชนกชนม์

“เข้าใจผิดหรือ...เมื่อวานมันแข่งรถแพ้ฉันแล้วเบี้ยวเดิมพัน ถ้ามันไม่จ่ายก็ต้องแลกด้วยชีวิต” ชยางกูรว่าแล้วชักมีดขึ้นมาจ่อคอสุรเดช ชนกชนม์อาสาจะใช้หนี้แทน ชยางกูรต้องการกลั่นแกล้งพี่ชายต่างบิดาจึงบอกปัดว่าไม่ต้องการเงินของเขา อยากได้สร้อยคอห้อยจี้ภาพ ชนกชนม์วัย 4 ขวบ ถ่ายกับพ่อและแม่ของเขาสมัยยังเป็นครอบครัวสุขสันต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาแสนรักแสนหวงเส้นนั้นมากกว่า ชนกชนม์ปฏิเสธว่าให้ไม่ได้

“งั้นแข่งรถกับฉัน ถ้าแกชนะ ฉันปล่อยไอ้ขี้เรื้อนไป แต่ถ้าแพ้...สร้อยเส้นนี้เป็นของฉัน”

ชนกชนม์สงสารเพื่อนรักจำต้องรับคำท้า แต่มีข้อแม้ว่าถ้าตนชนะชยางกูรต้องเลิกแข่งรถ น้องชายตัวแสบยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะตกปากรับคำ

ooooooo

แม้จะไม่มีนักร้องนำเสียงดีอย่างชนกชนม์ แต่วงดนตรีของธีรดนย์ก็ได้รับคัดเลือกให้เล่นในผับแห่งนั้น สุตาภัญเข้าไปกอดแสดงความยินดีที่เขาได้งานโดย ไม่ได้คิดอะไร แต่พอรู้สึกว่าใกล้ชิดเกินไปก็ถอยห่าง

“ตาตั้งใจเอาดอกไม้มาเป็นกำลังใจให้ธี แต่ขอโทษด้วยนะที่กานต์...”

“ไม่เป็นไร ผมชินแล้ว...กานต์เค้าชอบแย่งของคนอื่นเสมอ”

ชนิกานต์ไม่พอใจ เข้ามาผลักธีรดนย์ “ฉันไม่เคยคิดแย่งของใคร โดยเฉพาะของของนาย แล้วนายก็ไม่มีอะไรที่มีค่าพอที่ฉันอยากได้ นายมันก็แค่...” ชนิกานต์จะด่าเรื่องที่เขาเป็นแค่ลูกคนรับใช้ในบ้านของเธอเท่านั้น แต่สุตาภัญชิงขอร้องให้เลิกทะเลาะกันเสียก่อน แล้วถามถึงเพื่อนของธีรดนย์ที่ร้องเพลงแรกว่าเป็นใคร

“เขาชื่อชนกชนม์ รู้จักกันตอนเรียนกวดวิชา เห็นว่าร้องเพลงได้เลยชวนเข้าวง แต่ทิ้งงานไปดื้อๆไม่เอาเข้าวงแล้วล่ะ...ไม่มีความรับผิดชอบ”

“เขาอาจมีธุระสำคัญก็ได้นะ” สุตาภัญแก้ตัวให้ชนกชนม์

“จะมีอะไรอีกล่ะ นอกจากไปแว้น อย่าไปสนใจเลย กลับเถอะ”

ชนิกานต์หูผึ่งทันที โยนกุญแจรถให้ธีรดนย์ แล้วสั่งให้พาไปลานแข่งรถ ธีรดนย์ไม่ยอมทำตาม ถ้าเธออยากไปดูก็เชิญไปเอง ชนิกานต์ขู่ฟ่อ ถ้าเขาขัดคำสั่ง เธอจะไล่แม่ของเขาออกจากงาน ธีรดนย์จำต้องทำตาม...

ที่ลานกว้างบริเวณสุสานรถไฟ สุรเดชยังซ่าไม่เลิก โทร.ตามแก๊งมอเตอร์ไซค์ที่เป็นพรรคพวกกันให้มาร่วมเป็นสักขีพยานในการแข่งรถครั้งนี้ด้วย และ

ที่สำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ชยางกูรกับพวกเล่นนอกเกม

ไม่นานนัก สุตาภัญ ชนิกานต์ และธีรดนย์ก็ตามมา เห็นชยางกูรและชนกชนม์พร้อมด้วยมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ที่จุดสตาร์ตเตรียมพร้อมจะแข่ง ชนิกานต์ตื่นเต้นดีใจที่มาทันเวลาจะได้เชียร์ชายหนุ่มที่เธอหมายตาไว้ ธีรดนย์เห็นแก๊งมอเตอร์ไซค์รวมตัวกันมากมาย นึกขยาด ชวนสองสาวกลับ ชนิกานต์แหวใส่ทันที

“ปอดแหกก็กลับไปซะ...ฉันจะเชียร์แฟนฉัน...

ชนกชนม์...สู้ๆนะ”

สุตาภัญถึงกับอึ้งที่เพื่อนรักออกตัวแรง ทั้งที่เพิ่ง เจอกันแท้ๆ ขี้ตู่ว่าเขาเป็นแฟนเสียแล้ว ชนกชนม์มองตามเสียงเชียร์ เห็นสุตาภัญมาก็ยิ้มดีใจ ชยางกูรเส้นริษยาแตก

เห็นพี่ชายต่างบิดาเป็นปลื้มเธอสุดๆคิดจะแย่งชิงมาเป็นของตัวเอง...

ได้เวลาเริ่มการแข่งขัน สุรเดชขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดห่างจากนักแข่งทั้งสองไม่มากนัก กฤติยาขึ้นไปยืนบนเบาะรถ พร้อมกับโบกผ้าสองผืนเป็นสัญญาณเตรียม พร้อม พอเธอทิ้งผ้าลงพื้น การแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น รถทั้งสองคันเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว สุรเดชตะโกนบอกพรรคพวกให้เข้าประจำที่

ทุกคนต่างวิ่งขึ้นไปยืนดูการแข่งขันบนโบกี้รถไฟ ชนิกานต์ไม่ยอมพลาด ขึ้นไปหามุมเหมาะๆดูเช่นกัน สุตาภัญพยายามจะห้ามแต่ไม่ทัน จำต้องวิ่งตาม โดยมีธีรดนย์วิ่งตามมาอีกทอดหนึ่ง ชนิกานต์ส่งเสียงเชียร์ชนกชนม์ลั่น สุรเดชหันไปมองตามเสียง เห็นธีรดนย์ยืนอยู่กับสาวสวยสองคนก็ตะโกนแซว

“เฮ้ย...ไอ้ธี เห็นติ๋มๆหงิมๆ วันนี้ควงสองเลยหรือวะ”

ธีรดนย์ยกมือทักตอบพอไม่ให้เสียมารยาท เนื่องจากไม่อยากจะคบค้าสมาคมกับสุรเดชสักเท่าไหร่ กฤติยาซึ่งยืนอยู่ข้างๆมองธีรดนย์อย่างพึงพอใจ สุรเดชรีบกันท่าคว้าคอเธอมากอดแสดงความเป็นเจ้าของ

ooooooo

การแข่งรถดำเนินไปอย่างตื่นเต้น ทั้งฝ่ายสุรเดชและฝ่ายเพทายเพื่อนของชยางกูรต่างส่งเสียงเชียร์ดังลั่น ชยางกูรเล่นสกปรกตลอดหวังจะให้รถของชนกชนม์ล้มคว่ำ แต่ก็รอดมาได้ และเร่งเครื่องตีคู่

ชยางกูรกลัวแพ้ ถีบรถของชนกชนม์เสียหลัก มัวแต่มองคู่แข่งพลาดท่าด้วยความสะใจ หันกลับมาอีกทีรถของตัวเองพุ่งเข้าหาโบกี้รถไฟ เขาต้องหักหลบกะทันหัน รถเสียหลักไถลไปกับพื้น แก๊งลูกเทวดากับสุรเดชส่งเสียงเฮลั่น ชนิกานต์ตะโกนขึ้นสุดเสียง

“ชนกชนม์ชนะแล้ว...ขี่เข้าเส้นชัยเลย”

ธีรดนย์มองไปยังสุรเดชกับพวก เห็นกฤติยาส่งยิ้มมาให้ก็ยิ้มตอบ สุรเดชไม่ชอบใจนัก ดึงมือเธอไปที่เส้นชัยเพื่อทำหน้าที่โบกผ้าให้ผู้ชนะคว้า กองเชียร์ของทั้งสองฝ่ายต่างโดดลงจากโบกี้รถไฟไปรอที่เส้นชัย

เหลือเพียงกลุ่มของสุตาภัญที่ยังยืนอยู่ข้างบน...

ด้านชนกชนม์เร่งเครื่องต่อไปหมายจะเข้าเส้นชัย แต่เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา วกรถกลับมาดูชยางกูรด้วยความเป็นห่วง เข้าไปช่วยประคองให้ลุกขึ้น เขากลับตอบแทนด้วยการต่อยหน้าจนล้มคว่ำแล้ววิ่งไปขึ้นรถของตัวเอง ทะยานออกไปและแล่นเข้าเส้นชัยในที่สุด สุตาภัญกับพวกเห็นเหตุการณ์ตลอด ไม่พอใจที่ชนกชนม์ถูกโกง โดยเฉพาะชนิกานต์ ลงจากโบกี้รถไฟจะไปเอาเรื่องชยางกูรให้ได้ สุตาภัญจะตามไปห้ามแต่ธีรดนย์รั้งไว้

“ตารออยู่ตรงนี้ดีกว่า...ผมไปตามเอง” ธีรดนย์ว่าแล้วรีบวิ่งตามชนิกานต์...

ทันทีที่ชนกชนม์แล่นเข้าเส้นชัย ชยางกูรปรี่มาทวงถามสร้อยคอตามที่ตกลงกันไว้ เขาไม่ยอมให้อ้างว่าชยางกูรทำผิดกติกา ทำร้ายคู่แข่ง ชยางกูรหน้าด้าน เถียงข้างๆคูๆว่าเกมนี้ไม่มีกติกา ใครเข้าเส้นชัยก่อนถือว่าเป็นผู้ชนะ จังหวะนั้น ชนิกานต์ปราดเข้ามาชี้หน้าด่าชยางกูรว่าไอ้ขี้โกง เขาสวนทันทีว่าเธอเกี่ยวอะไรด้วย

“ฉันเป็นแฟนชนกชนม์” ชนิกานต์ประกาศลั่น อย่างไม่อายใคร “แฟนฉันอุตส่าห์มีน้ำใจลงไปช่วยแก แต่แกทำร้ายเขา อย่างนี้เขาเรียกหน้าตัวเมีย”

ชยางกูรไม่พอใจชนิกานต์จะเข้าไปตบสั่งสอน แต่ชนกชนม์ขวางไว้ เขาสบช่องกระชากสร้อยคอสุดหวงของพี่ชายมาได้ก็ขว้างทิ้ง สร้อยลอยละลิ่วมาตกที่เท้าของสุตาภัญซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของตู้โบกี้พอดิบพอดี เธอหยิบขึ้นมาดูด้วยความแปลกใจ ฝ่ายชยางกูรยังไม่หนำใจ หันมาเยาะเย้ยถากถางชนกชนม์

“ความสุขของแกมันหลุดลอยไปลงกองขยะแล้ว ชีวิตแกต่อจากนี้ ต้องเจอเรื่องเน่าๆ ไอ้ลูกหมา”

ชนกชนม์สุดจะทน กระชากไหล่น้องชายตัวแสบที่กำลังเดินหนีให้หันกลับมา แล้วประเคนหมัดใส่ไม่ยั้ง พวกเพทายไม่พอใจจะกรูเข้าทำร้ายชนกชนม์ สุรเดชกับพวกไม่ยอม เกิดการตะลุมบอนกันขึ้น ธีรดนย์เห็นท่าไม่ดีดึงมือชนิกานต์พาหนี ยังไปไม่ถึงไหนมีเสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้นเสียก่อน วงแตกทันที ทุกคนต่างวิ่งไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองเร่งเครื่องหนีฝุ่นตลบ ธีรดนย์เป็นห่วงสุตาภัญจะกลับไปหาแต่ชนิกานต์คว้ามือไว้

“อยากโดนจับเข้าคุกหรือไง...แกรีบพาฉันออกไปเร็ว” ชนิกานต์พูดจบ วิ่งไปที่รถของตัวเอง ธีรดนย์เห็นตำรวจใกล้เข้ามา แม้จะเป็นห่วงสุตาภัญเพียงใดแต่ก็ไม่อยากถูกจับ ตัดสินใจวิ่งตามชนิกานต์...

ทางฝ่ายสุตาภัญได้ยินเสียงเอะอะพร้อมกับเสียงไซเรนตำรวจ รีบเดินตามหาเพื่อนทั้งสอง กลับเจอแก๊งมอเตอร์ไซค์วิ่งตัดหน้าตัดหลังวุ่นวายไปหมด มีชายแปลกหน้า

จะฉุดเธอขึ้นมอเตอร์ไซค์ ดีที่ชนกชนม์มาช่วยไว้ทันผลักชายคนนั้นออก แล้วพาสุตาภัญวิ่งหนีไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ของเขาแล่นหนีตำรวจ

ooooooo

ในเวลาต่อมาชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งสุตาภัญหน้าบ้านของเธอ แล้วเอาช่อดอกไม้ที่ได้จากชนิกานต์มาให้ดู พร้อมกับขอบใจเธอสำหรับช่อดอกไม้ช่อแรกในชีวิต หญิงสาวมองเขาอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงว่าเธอไม่ได้คิดจะให้ดอกไม้ช่อนี้กับเขา แต่ตั้งใจจะให้ธีรดนย์เพื่อนของเธอต่างหาก

“อ้าวเหรอ...ฉันนึกว่าเธอฝากเพื่อนมาให้ฉัน”

“ไม่เป็นไร มันเป็นของนายโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว” สุตาภัญยิ้มให้ด้วยความจริงใจ ในเมื่อช่อดอกไม้นี้เป็นของชนกชนม์แล้ว เขาขอมอบให้เธอเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสที่เราสองคนได้รู้จักกัน หญิงสาวรับไว้แต่เขาไม่ยอมปล่อยมือ เธอต้องออกแรงดึง ชนกชนม์แกล้งดึงกลับทำให้เธอเซเข้ามาชิด ทั้งสองมองสบตากันนิ่งงัน

ก่อนจะหัวเราะขำเพราะเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าผับเมื่อตอนหัวค่ำ พลันมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้น

“ตาเข้าบ้านก่อนนะ...ขอบใจนายมาก ถ้ามีโอกาสคงได้เจอกันอีก” สุตาภัญว่าแล้ววิ่งเข้าบ้าน ชนกชนม์มองตาม มั่นใจว่าเราสองคนจะต้องเจอกันอีก...

สุตาภัญต้องตกใจเมื่อเข้ามาในบ้านแล้วพบพ่อและแม่ของเธอนั่งรอเธออยู่ สุทินไม่พอใจมากที่ลูกสาว

กลับบ้านค่ำๆมืดๆ แถมยังโกหกพ่อแม่ว่าติดประชุมที่คณะ เขาไปรับเธอที่มหาวิทยาลัยถึงได้รู้ความจริงทั้งหมดว่าไม่มีการประชุมใดๆทั้งสิ้น สุทินพยายามตีกรอบให้ลูกอยู่ในโอวาทจะคบหากับใครต้องเป็นคนที่ตนเห็นดีด้วยและคนคนนั้นต้องอยู่ในตระกูลที่ดีมีฐานะ เพื่อลูกๆจะได้ยกระดับตัวเอง เขาถึงลงทุนมาซื้อบ้านในหมู่บ้านหรูแห่งนี้ เพื่อเป็นใบเบิกทางที่ดีให้แก่ลูกๆ

“เหมือนที่คุณพ่อตีสนิทนายทหารใหญ่เพื่อเลื่อนขั้นหรือคะ” สุตาภัญย้อนอย่างเหลืออด

“ใช่...คนเราจะได้ดีต้องมีพรรคพวกที่มีระดับ”สุทินว่าแล้วกระชากช่อดอกไม้ในมือลูกโยนลงพื้นก่อนจะกระทืบซ้ำ “อย่าริรักในวัยเรียน ไม่งั้นเธอจะท้องไม่มีพ่อ”

สุตาภัญเถียงไม่ยอมแพ้ว่าไม่เคยใฝ่ต่ำ สุทินโกรธตบเธอหน้าหันโทษฐานเถียงคำไม่ตกฟาก สุตาภัญร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ ต่อว่าท่านว่าไม่มีเหตุผล เอะอะก็ใช้แต่อำนาจ เธอไม่ใช่ลูกน้องในค่ายทหารของท่าน แล้ววิ่งหนีขึ้นห้อง สุทินจะตามไปลากตัวมาคุยกันให้รู้เรื่อง แต่เสาวนิตย์ขอร้องไว้ แค่นี้ลูกก็คงเข้าใจแล้ว สุทินพาลหาว่าเธอให้ท้ายลูกถึงได้เป็นแบบนี้ กำชับว่าให้ดูแลลูกให้ดีอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก

“ค่ะ...เป็นความผิดฉันเองค่ะ” เสาวนิตย์ยอมรับผิดเพียงผู้เดียวเหมือนเช่นทุกครั้ง...

ทางฝ่ายชนกชนม์ไม่ต่างจากสุตาภัญ โดนแม่ตบตีอุตลุด ชยางกูรใส่ไฟว่าถูกเขาซ้อมเพราะเข้าไปห้ามไม่ให้เขาแข่งรถกับเพื่อน ชนกชนม์พยายามอธิบายความจริงแต่ท่านไม่ฟัง แถมด่าเขาสาดเสียเทเสียว่าเป็นคนไม่ได้เรื่อง ไม่เอาถ่าน คบแต่เพื่อนเลวๆ ชนกชนม์เสียใจประชด ประชันกลับ

“มันก็จริงอย่างที่คุณแม่พูดนะครับ...ผมเป็นลูกที่เลว ลูกที่คุณแม่เกลียดชัง”

“ใช่...ฉันเกลียดแกพอๆกับที่เกลียดพ่อแก”

“แล้วทำไมไม่ปล่อยให้ผมไปอยู่กับคุณพ่อล่ะครับ” ชนกชนม์สวนกลับด้วยความน้อยใจ

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของชนกชนม์ ตอนนั้นเขาอายุเพียง 4 ขวบ พ่อกับแม่ทะเลาะกัน แม่ไล่พ่อออกไปจากบ้าน เด็กน้อยเข้าไปกอดพ่อไว้ ร้องไห้อ้อนวอนให้เอาเขาไปอยู่ด้วย แต่แม่ไม่ยอมให้พ่อทำอย่างนั้นและไม่ยอมให้ท่านแวะมาเยี่ยมเขาด้วยซ้ำ

ชนกชนม์ตื่นจากภวังค์ ยิ่งคิดถึงอดีตยิ่งน้อยใจ “คุณแม่รั้งตัวผมไว้ ไม่ใช่เพราะความรัก แต่คุณแม่ไม่อยากเสียหน้า คุณแม่ต้องการเอาชนะคุณพ่อเท่านั้นเอง”

ชลนิภาโกรธจัดตบตีลูกชังไม่ยั้ง ธนกรพ่อเลี้ยงของชนกชนม์ทนดูไม่ไหว เข้ามาห้ามกลับถูกเธอพาลใส่ว่านี่เป็นเรื่องในครอบครัวของเธอ คนอื่นไม่เกี่ยว เขาถึงกับอึ้งที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างของชลนิภาอยู่ตลอด เดินหนีขึ้นห้องด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แทนที่ชลนิภาจะรู้สึกตัว กลับโยนความผิดให้ชนกชนม์หาว่าเป็นตัวซวย สร้างแต่ปัญหา ทำให้เธอกับธนกรต้องผิดใจกัน

“ถ้าคุณแม่เห็นว่าผมเป็นตัวซวย ตัวปัญหา ผมจะไม่ทำให้คุณแม่ต้องเดือดร้อนอีกแล้ว” ชนกชนม์วิ่งออกจากบ้านด้วยความเสียใจ ชลนิภาตะโกนไล่หลังแข่งกับเสียงฟ้าร้องและสายฝนที่เทกระหน่ำ

“จองหองนักก็ไปเลย...ไปไหนก็ได้ แต่อย่าไปพึ่งพ่อแก่ อย่าให้มันมาด่าฉันได้ว่าเลี้ยงลูกไม่ดี อย่าให้แม่เลี้ยงแกหัวเราะเยาะฉัน...ไอ้ลูกไม่รักดี”

ชนกชนม์ช้ำใจที่แม่ห่วงตัวเองมากกว่าห่วงเขา วิ่งหนีออกจากบ้านน้ำตาคลอ ชยางกูรมองตามยิ้มสะใจ

ครู่ต่อมา ชนกชนม์วิ่งมาถึงสี่แยก ฝนยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย เขากวาดตามองไปรอบๆรู้สึกเคว้งคว้าง

ไม่รู้จะไปทางไหนดี ในที่สุด ก็ตัดสินใจไปหาวีรภัทรผู้เป็นพ่อ หวังให้ท่านเป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่ต้องผิดหวังเพราะนัชชาเมียใหม่ของพ่อไม่ต้อนรับ อ้างว่าไม่ต้องการให้ลูกนิธิของเธอซึมซับพฤติกรรมอันธพาลจากชนกชนม์

ชายหนุ่มหมดทางไป จำต้องไปขอค้างคืนที่บ้านเช่าของสุรเดชซึ่งกำลังพี้ยาอยู่กับเพื่อนร่วมแก๊ง สุรเดชให้การต้อนรับเป็นอย่างดี แถมส่งยาไอซ์ให้เขาเสพเพื่อให้ลืมความเจ็บช้ำใจ ชนกชนม์เอายาขว้างทิ้ง

“แกเลิกเถอะ...มันไม่ช่วยให้ชีวิตแกดีขึ้นหรอก”

“แล้วลูกมหาเศรษฐีอย่างแกดีนักหรือไงวะ...ไม่อยากขึ้นสวรรค์ก็ไปลงนรก...โน่น” สุรเดชชี้ไปที่ห้องนอนของตัวเองซึ่งอยู่ถัดไป ชนกชนม์ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยเดินหนีเข้าห้อง เห็นพระพุทธรูปที่วางอยู่บนหิ้ง ฉุก

นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต เมื่อครั้งยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ

พ่อสั่งสอนให้เขาเป็นเด็กดี โตขึ้นก็จะได้เป็นคนดีของสังคม เขายังจำได้ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“ผมจะพยายามครับ...ผมจะทำให้ดีที่สุด” ชนกชนม์ย้ำกับตัวเองต่อหน้าพระพุทธรูป แล้วเผลอเอามือจะกุมสร้อยคอแสนรักแสนหวง แต่นึกขึ้นได้ว่าชยางกูรขว้างทิ้งไปแล้ว รู้สึกใจหายและเสียดายอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ชนกชนม์ปลุกสุรเดชให้ลุกขึ้นแต่เช้าเพื่อไปมหาวิทยาลัยด้วยกัน เขาขี้เกียจเข้าเรียนพยายามบ่ายเบี่ยงสุดฤทธิ์ ชนกชนม์ตื๊อเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายต้องยอมแพ้

“ฉันอนุญาตให้ลากิจได้วันเดียว...ฉันไปล่ะ”

“ฉันง่อยเปลี้ยเสียขาทำอะไรไม่ได้เลย...แกต้องช่วยทำธุระให้ฉัน” สุรเดชรั้งตัวเพื่อนรักไว้ แล้วคลานไปหยิบถุงกระดาษใบหนึ่งให้ ชนกชนม์จะเปิดดูข้างในเป็นอะไร แต่เขาห้ามไว้ อ้างว่าของแพ็กเรียบร้อย ขืนแกะดูจะทำให้เสียราคา ชนกชนม์มองเพื่อนรักอย่างจับผิด คาดคั้นให้บอกมาก่อนว่าอะไรอยู่ในถุงไม่อย่างนั้นจะไม่ช่วยเหลือ สุรเดชโกหกหน้าตายว่าไม่รู้ คนอื่นฝากมาอีกทีหนึ่งแล้วแกล้งร้องโอดโอย

“เอาไปให้ใคร...ไอ้เดช”

“ใส่ไว้ในกล่องแดงตรงจุดตรวจหน้าชุมชน”

ชนกชนม์อดสงสัยไม่ได้ ทำไมไม่ส่งให้กับมือคนที่จะรับของ สุรเดชขี้เกียจตอบคำถาม รีบไล่ให้เขาไปได้แล้ว ชนกชนม์ตัดรำคาญคว้าถุงกระดาษเดินออกไป เพื่อนร่วมแก๊งที่หลบมุมอยู่เข้ามาถามสุรเดชว่าจะไว้ใจไอ้หมอนี่ได้หรือ สุรเดชตอบอย่างมั่นใจว่าไม่มีใครไว้ใจได้เท่าเพื่อนคนนี้ของตนอีกแล้ว...

หลังจากสุตาภัญต่อว่าชนิกานต์และธีรดนย์พอเป็นพิธีที่เมื่อคืนทิ้งเธอให้ผจญภัยเพียงลำพัง ก็ชวนทั้งคู่และเพื่อนนักศึกษาร่วมคณะไปที่ชุมชนแออัดเพื่อแสดงละครให้เด็กๆที่นั่นชม ธีรดนย์อดทักท้วงไม่ได้ ถ้าขืนพ่อของสุตาภัญรู้ว่าเธอมาทำกิจกรรมที่นี่คงโดนเอ็ดอีกแน่ๆ ชนิกานต์เห็นด้วย แนะให้ยกเลิกกิจกรรมแล้วไปช็อปปิ้งแทน สุตาภัญไม่ยอมทำตาม เพราะรับปากเด็กๆไว้แล้ว และที่สำคัญนี่เป็นกิจกรรมของคณะ

“แล้วถ้าคุณพ่อคุณแม่ตารู้ล่ะ” ธีรดนย์สีหน้าเป็นกังวล

“ก็อย่าบอกให้รู้สิ...พวกเธอขนของไปที่ศูนย์เด็กเล็กก่อนนะ ฉันจะแวะซื้อขนมไปแจกเด็กๆ” สุตาภัญหันไปบอกเพื่อนๆร่วมคณะ แล้วชวนชนิกานต์กับธีรดนย์ไปที่เพิงขายขนมซึ่งอยู่ใกล้ๆ...

ให้บังเอิญเหลือเกินที่ร้านขายขนมหวานเป็นร้านของยายแก้ว ยายของกฤติยา หญิงสาวกำลังช่วยยายแก้วจัดวางขนมหน้าร้าน เหลือบไปเห็นธีรดนย์กับพวกบ่ายหน้ามาทางร้าน รู้สึกอายไม่อยากให้เขาเห็นตนเองในสภาพนี้ รีบหลบไปจัดของอีกมุมหนึ่ง ทันทีที่พวกนั้นมาถึงร้าน สั่งขนมหลายสิบห่อเพื่อเอาไปเลี้ยงเด็กๆ ยายแก้วห่อขนมคนเดียวไม่ไหว ร้องเรียกกฤติยาให้มาช่วย เธอกลับบ่ายเบี่ยง

“หนูสายแล้วจ้ะยาย หนูไปเอากระเป๋าไปเรียนแล้วนะ” กฤติยาพูดจบเดินก้มหน้าก้มตาออกไป ยายแก้วมองตาม แปลกใจในพฤติกรรมของหลานสาว...

ขณะกฤติยากำลังแอบมองธีรดนย์ที่ยืนอยู่หน้าร้านขายขนมของยายแก้ว ชนกชนม์เข้ามาทักจากด้านหลัง เธอถึงกับสะดุ้งโหยง ใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ตั้งสติได้ ถามเขาว่ามาทำอะไรที่นี่

“มานอนค้างกับพวกลูกเทวดาน่ะ...แล้วเราล่ะ มายืนทำอะไรตรงนี้...แอบใครหรือ?”

“เปล่า...ฉันจะไปเอาหนังสือที่บ้าน ไปก่อนนะ” กฤติยารีบเดินเลี่ยงออกไป

ชนกชนม์ไม่ติดใจสงสัยอะไร เดินมาตามทางผ่านหน้าร้านขายขนมของยายแก้ว คลาดกับสุตาภัญกับพวกเพียงนิดเดียว โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกตำรวจสะกดรอยตาม เมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง ชนกชนม์ยังคาใจของที่อยู่ในถุงไม่หายจะเปิดออกดู จังหวะนั้น เหลือบไปมองในเงาสะท้อนของกระจกหน้าร้านขายของเห็นมีคนจ้องอยู่ พอเขาหันไปมองตำรวจสองนายนั่นรีบหลบหลังเสาไฟ ชายหนุ่มสังหรณ์ใจชอบกล เร่งฝีเท้าหนี

ooooooo

ขณะเดียวกัน ภายในศูนย์เด็กเล็กของชุมชนแออัด สุตาภัญกับพวกเริ่มกิจกรรมกับเด็กๆอย่างสนุกสนาน ชนิกานต์ทำหน้าที่เอาขนมที่ซื้อจากร้านยายแก้วมาแจก ส่วนสุตาภัญ ธีรดนย์กับคนอื่นๆเข้าไปเตรียมตัวหลังเวทีเพื่อขึ้นแสดงละครเรื่องสโนไวท์ สุตาภัญในบทสโนไวท์ซักซ้อมบทกับธีรดนย์ซึ่งเล่นเป็นเจ้าชายเป็นครั้งสุดท้าย

“ธี...จำบทเจ้าชายได้ไหม?”

“ได้สิ...เจ้าชายออกมาตอนสโนไวท์นอนบนโลงแก้ว แล้วเจ้าชายก็จุมพิตทำให้สโนไวท์มีชีวิตอีกครั้ง”

สุตาภัญชมเปาะว่าเก่งมาก แล้วย้ำเตือนธีรดนย์อีกครั้งว่าห้ามจูบจริง ชายหนุ่มตาวาวขึ้นมาทันที เธอรีบตัดบทไล่เขาไปเปลี่ยนชุด ธีรดนย์ตื่นเต้นกับบทที่ได้รับ วางชุดเจ้าชายไว้แล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน

“กว่าจะถึงฉากเจ้าชายอีกสิบนาที รีบไปเถอะ” สุตาภัญพูดจบ ชวนเพื่อนหญิงที่ร่วมแสดงไปเปลี่ยนชุด...

ขณะที่การแสดงบนเวทีของสุตาภัญและเพื่อนๆ เริ่มต้นขึ้น ชนกชนม์เดินมาใกล้ถึงกล่องแดงที่เป็นจุดตรวจของตำรวจ เห็นชายสองคนยังคงสะกดรอยตาม ตัดสินใจไม่เอาถุงใส่กล่อง หันหลังเดินหนี

พวกนั้นไล่ตามพร้อมกับตะโกนเรียกให้หยุด ชนกชนม์ไม่รู้ว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ตกใจเผ่นหนีมาเจอกฤติยากลางทาง ด้วยความช่วยเหลือของเธอทำให้ตำรวจไล่ตามไปอีกทางหนึ่ง ทำให้เขามีเวลาหายใจหายคอ ชายหนุ่มหนีการไล่ล่าของตำรวจมาถึงหน้าศูนย์เด็กเล็ก ก้มมองถุงกระดาษในมือตัวเอง

“วิ่งไล่เราทำไม...หรือว่าของในนี้...”

ทันใดนั้น เขาเหลือบเห็นตำรวจสองนายจากระยะไกล ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตัดสินใจหลบเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเวที แอบมองลอดประตูห้องที่แง้มไว้ เห็นตำรวจไล่ตามเข้ามาใกล้ กวาดสายตาไปทั่วห้องหาทางหนี เห็นชุดเจ้าชายวางอยู่ รีบคว้ามาสวม แล้วใส่หมวกอำพรางใบหน้าที่แท้จริง เป็นจังหวะเดียวกับการแสดงบนเวทีดำเนินมาถึงตอนที่ชนิกานต์กล่าวเปิดตัวเจ้าชายพอดี

“ขณะที่สโนไวท์นอนเสียชีวิตอยู่ในโลงแก้ว ได้มีเจ้าชายจากแดนไกลเดินทางมาพบ”

ชนกชนม์รีบเดินขึ้นเวทีตรงไปหาสโนไวท์ที่นอนอยู่ ชนิกานต์มองด้วยความแปลกใจเพราะรูปร่างลักษณะไม่เหมือนธีรดนย์ และยิ่งมั่นใจว่าไม่ใช่เขาแน่นอนเพราะเจ้าตัวก้าวเข้ามายืนข้างๆเธอพลางบ่นอย่างงงๆ

“ใครออกไปเล่นแทนฉัน”

ชนิกานต์จ้องเจ้าชายบนเวทีตาไม่กะพริบ อยากรู้ว่าเป็นใครกันแน่ แกล้งเปลี่ยนบทพากย์ให้เจ้าชายเปิดหมวกออก ชนกชนม์จำต้องทำตาม ชนิกานต์ถึงกับอึ้ง ลืมพากย์บทต่อ เพื่อนร่วมคณะต้องสะกิด

“เล่าต่อสิ...เด็กๆรอดูอยู่”

ชนิกานต์ได้สติ “...เอ่อ...แล้วเจ้าชายรูปงามก็จุมพิตสโนไวท์”

ชนกชนม์จ้องสุตาภัญเขม็ง ไม่กล้าทำตาม แต่พอเห็นตำรวจสองนายเดินเข้ามาหน้าเวที ตัดสินใจก้มลงจูบ สุตาภัญตกใจลืมตาดูเห็นชนกชนม์ ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ ทางด้านตำรวจทั้งสองนายไม่เห็นวี่แววคนร้ายพากันไปตามหาที่อื่น ชนิกานต์ไม่อยากให้ชายที่เธอหมายปอง จูบสุตาภัญอีกรีบจบการแสดง

“สโนไวท์ฟื้นทันที...แล้วทั้งสองก็ครองรักกัน”

สุตาภัญรีบลุกขึ้นยืนหน้าแดงด้วยความเขินอาย เพื่อนๆที่ร่วมแสดงต่างงงกันไปหมด เข้ามาต่อว่าชนิกานต์ยกใหญ่ แต่เธอไม่สนใจ หันไปบอกพวกเด็กๆให้ตบมือให้กับการแสดงครั้งนี้ด้วย พวกเพื่อนๆถึงกับใบ้กิน...

ooooooo

หลังจากชนกชนม์ยอมให้ธีรดนย์ต่อว่าที่แอบสวมรอยเป็นเจ้าชายแทนตนเอง เขารีบหลบออกจากศูนย์แต่ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเจอสุตาภัญดักรออยู่ ชนกชนม์รู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเธออยากจะตบตีด่าว่าอย่างไรเขาก็ยอม สุตาภัญตบเขาอย่างแรงจนหน้าหัน ชนกชนม์เห็นว่าตัวเองยังถูกลงโทษไม่พอ ขอให้เธอตบซ้ำ

“การใช้ความรุนแรงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหรอก แต่ที่ฉันตบหน้านายเพราะฉันไม่อยากให้นายทำอย่างนั้นอีก แค่นี้เพียงพอแล้วสำหรับคนที่ยอมรับผิด” สุตาภัญยิ้มให้อย่างจริงใจ

ชนกชนม์ขอบใจเธอมากสำหรับมิตรภาพที่มีให้ แล้วยื่นมือไปให้จับ หญิงสาวยังไม่ทันจะจับมือด้วยตำรวจเข้ามาคล้องกุญแจมือชนกชนม์ไว้ พร้อมกับแจ้งข้อหาว่าเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีค้ายาเสพติด...

ครู่ต่อมา ชนกชนม์ถูกนำตัวมาที่โรงพัก แม้ตอนนี้จะยังหาของกลางไม่พบ แต่สารวัตรก็แจ้งข้อหาหนักว่าเขามียาเสพติดไว้เพื่อจำหน่าย แล้วจับยัดใส่ห้องขัง สักพัก เพื่อนตัวแสบของชนกชนม์โผล่มาเยี่ยมพร้อมกับข้าวผัดและโอเลี้ยง เขากระชากคอเสื้อสุรเดชมาติดกรงขัง ต่อว่าต่อขานที่หลอกให้เขาขนยาเสพติดให้

“ฉันจะกล้าทำอย่างนั้นกับเพื่อนได้ยังไง”

“แกไม่ต้องพูดดี ของในถุงเป็นยาบ้า” ชนกชนม์โวยแหลก สุรเดชเห็นเพื่อนยัวะ ปลอบให้ใจเย็นก่อน นั่งกิน ข้าวผัดให้อิ่มหนำสำราญก่อนเดี๋ยวชลนิภาก็จะมาประกันตัว ให้แล้ว เพราะตนเพิ่งโทร.ไปบอกเมื่อครู่ แทนที่จะดีใจชนกชนม์กลับมีสีหน้าเคร่งเครียด เขาเองก็โทร.บอกให้พ่อมาประกันตัวให้

“ตายล่ะวะ...พ่อแม่แกเจอกัน...บรรลัย...โรงพักกลายเป็นสนามรบ...ระเบิดตูมๆ...หากผีขี้คุกมีจริง ขอให้พ่อแกมาก่อนแม่ด้วยเถอะ” สุรเดชยกมือไหว้ท่วมหัว...

คำอธิษฐานของสุรเดชเป็นหมัน วีรภัทรกับชลนิภาดันมาถึงโรงพักพร้อมกัน ที่นั่นแทบแตก ชลนิภาด่าสามีเก่าสาดเสียเทเสีย ก่อนเรื่องราวจะบานปลาย สารวัตรเข้ามาแจ้งเสียก่อนว่าพบของกลางที่ชนกชนม์โยนทิ้งแล้ว แต่ไม่ใช่ยาเสพติดเป็นเพียงวิตามินซี ทำให้ชนกชนม์รอดคุกหวุดหวิด สารวัตรรู้ว่านี่เป็นแผนใช้เพื่อนหลอกล่อตำรวจของสุรเดช หมายหัวเขาไว้สักวันจะต้องจัดการให้ได้...

ด้านชลนิภายังไม่ยอมรามือ ตามไปด่าสามีเก่าที่หน้าโรงพักว่าที่ลูกชายไม่รักดีเพราะใฝ่ต่ำไปคบหาคนต่ำๆเหมือนพ่อ นัชชามาทันได้ยินพอดี ปรี่เข้าไปถามอย่างเอาเรื่องว่าเธอหมายถึงใคร ชลนิภาเลยหันไปเปิดศึก น้ำลายกับนัชชาแทน เธอเถียงสู้ไม่ได้ถูกนัชชาด่าอย่างเจ็บแสบว่าก่อนจะเที่ยวมากล่าวหาคนอื่น น่าจะด่าตัวเองมากกว่าที่เลี้ยงลูกไม่ดี จนทำให้ใครต่อใครพากันเดือดร้อนเพราะลูกไม่เอาไหนของเธอ

ชลนิภาโกรธควันแทบออกหู จะเข้าไปตบสั่งสอน แต่ธนกรห้ามไว้ วีรภัทรเห็นท่าไม่ดี รีบดึงนัชชากลับ ชลนิภาเล่นงานใครไม่ได้หันมาด่าชนกชนม์แทน ว่าเป็นตัวซวยทำให้ตนเองถูกแม่เลี้ยงกับพ่อของเขารุมด่า ชยางกูรได้ทีเข้าไปออดอ้อนเอาใจแม่ แล้วชวนกันกลับบ้าน ทิ้งให้ชนกชนม์ยืนคอตกเพียงลำพัง สุตาภัญเห็นเหตุการณ์โดยตลอดสงสารเขาจับใจ เข้าไปปลอบและเป็นกำลังใจให้เขาพิสูจน์ตัวเองให้แม่เห็นว่าเขารักดี

“ขอบใจนะ...เธอมานี่...พ่อแม่เธอไม่ว่าหรือ”

“ไม่หรอก...คุณพ่อคุณแม่ฉันใจดี” สุตาภัญหวั่นใจอยู่เหมือนกัน แต่พยายามปกปิดความรู้สึกไว้

ooooooo

ตอนที่ 2

สุทินชอบจับผิดลูกสาวคนโตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไปดักรอรับเธอที่หน้ามหาวิทยาลัย แต่เธอออกมาเสียก่อน ธีรดนย์กับชนิกานต์ก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าเธอไปไหน สุทินจึงเอาตัวทั้งคู่กลับมาบ้านของตนด้วย เมื่อสุตาภัญกลับมาเจอเข้า ไม่พอใจมากที่เพื่อนรักทั้งสองถูกพ่อดึงมาเป็นเครื่องมือหาเรื่องเธอ จึงมีปากเสียงกัน

“คุณพ่อไม่ควรทำอย่างนี้กับเพื่อนตา...พวกเขาไม่ใช่ลูกน้องคุณพ่อที่จะสั่งซ้ายหันขวาหัน”

“ทุกคนที่อยู่ในชีวิตเธอ ต้องอยู่ในการควบคุมของฉัน...ถ้าใครไม่พอใจก็ไม่ต้องคบลูกสาวฉัน...สุตาภัญเธอไปไหน...ไปทำอะไร...หรือไปหาผู้ชาย”

สุตาภัญทั้งตกใจและเสียใจที่พ่อดูถูกต่อหน้าเพื่อน สุทินเห็นลูกเงียบไป คาดคั้นให้บอกมาว่าไปมั่วกับผู้ชายที่ไหน สุตาภัญถึงกับฟิวส์ขาด ในเมื่อพ่อหาว่าเธอใจง่าย จึงประชดประชันให้สาแก่ใจกันไปเลย

“วันนี้ตาหายไปจากมหาวิทยาลัยเพราะตาไปหาแฟนที่โรงพักค่ะ เขาโดนจับข้อหาไม่มีใบขับขี่ แต่งรถ ขับขี่รถเร็วเกินกำหนด ตาต้องไปประกันตัวเขา...” สุตาภัญยังเล่าไม่ทันจบ สุทินตบหน้าเธอฉาดใหญ่

“หยุดได้แล้ว”

“ตายังเล่าไม่จบเลยค่ะว่าเราคบกันนานแค่ไหน เคยมีอะไรกันกี่ครั้ง” สุตาภัญจงใจยั่วประสาทพ่อ ได้ผลเกินคาด สุทินโกรธจัดตบตีเธออุตลุด เสาวนิตย์ทนดูไม่ได้รีบเข้าไปห้าม แล้วดึงลูกมากอดปกป้อง ธีรดนย์เป็นห่วงหญิงที่ตนหลงรักขยับจะเข้าไปช่วย ชนิกานต์รู้นิสัยพาลของสุทินดี รีบลากแขนเขาออกไปทันที

เมื่อมาถึงหน้าบ้าน ธีรดนย์สะบัดมือเธอออกต่อว่าที่เธอไม่รู้จักเป็นห่วงเพื่อนหนีเอาตัวรอดแบบนี้ได้อย่างไร ชนิกานต์เตือนให้เขาห่วงตัวเองจะดีกว่า ในเมื่อสุตาภัญทำตัวเหลวแหลก แล้วจะไปห่วงทำไมให้เสียเวลา ธีรดนย์ผิดหวังที่ชนิกานต์เป็นเพื่อนรักของสุตาภัญแท้ๆกลับไม่รู้ว่านั่นเป็นแค่เรื่องประชด

“ไม่ต้องมาหลอกด่าฉัน...ฉันรู้น่า...ถ้ายัยตามีแฟนจริงๆ ฉันจะสะใจมาก แกจะได้เลิกหวังลมๆแล้งๆ ลูกขี้ข้ากับลูกนายทหารใหญ่ มันคนละชั้นกัน” ชนิกานต์ด่าจบ จํ้าพรวดๆไปที่รถ ธีรดนย์หันกลับไปมองที่ตัวบ้าน อดสงสัยไม่ได้ สุตาภัญหายไปไหนมา...

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชนกชนม์รู้ตัวว่าทำผิด ทันทีที่กลับถึงบ้าน เข้าไปก้มกราบขออภัยแม่ สัญญาจะไม่ทำอย่างนี้อีก ชลนิภาพอใจที่ลูกสำนึกผิด แต่จะปล่อยไปเฉยๆก็ใช่ที่ จะต้องลงโทษเพื่อให้เขาหลาบจำ จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีให้น้อง แล้วสั่งชยางกูรให้ไปเอาไม้เรียวมาให้

“แกเป็นพี่ แต่ไม่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องได้ ฉันก็จะให้น้องเป็นคนลงโทษแก...ลูกกูรเป็นเด็กดี เป็นลูกที่ดี เขามีสิทธิ์ที่จะลงโทษสั่งสอนพี่ชายที่ไร้สำนึก คนดีเท่านั้นที่สามารถควบคุมคนเลวได้...ลูกกูร...ลงโทษจนกว่าพี่แกจะสำนึก แม่จะออกไปไหว้พระที่ห้องพระ” ชลนิภาจ้องหน้าลูกชังครู่หนึ่ง ก่อนจะออกจากห้อง

ชนกชนม์ถึงกับอึ้ง ขณะที่ชยางกูรยิ้มสะใจ เดิน

ถือไม้เรียวเข้าหาพี่ชายแล้วฟาดใส่ไม่ยั้ง ปากก็ด่าว่าต่างๆ

นานา ชนกชนม์คว้าไม้เรียวไว้ ไม่เข้าใจว่าตนไปทำอะไรให้ เขาถึงได้จงเกลียดจงชังกันนัก

“แกลืมไปแล้วหรือว่าแกทำอะไรไว้” ชยางกูรเท้าความถึงอดีตสมัยเป็นเด็กให้ฟังว่าตนต้องอยู่ใต้เงาของ

พี่ชังคนนี้มาตลอดทั้งเรื่องเรียน ทั้งเรื่องกิจกรรมภายในโรงเรียน ชนกชนม์เป็นศิษย์โปรดของคุณครูและเป็นที่รักของเพื่อนนักเรียนด้วยกัน เขาทำอะไรก็ได้ดีมีแต่คนชื่นชม

“มันไม่ใช่ความผิดของฉันเลย ถ้านายอยากเก่งอยากดี นายก็ทำได้ด้วยตัวนาย”

“ฉันจะเก่งจะดีได้ไง เมื่อฉันกลายเป็นคนเดินตามรอยเท้าแก แต่วันนี้ ฉันจะใช้ความรักที่แม่มีต่อฉันเป็นอาวุธทำร้ายแก” ชยางกูรว่าแล้วสะบัดมือชนกชนม์ออก แล้วฟาดไม้เรียวใส่อุตลุด ชนกชนม์คว้ามือเขาไว้อีกครั้ง ชยางกูรขู่ถ้าคิดจะสู้ จะไปฟ้องคุณแม่

“ไม่ว่านายทำร้ายฉันยังไง ฉันจะไม่โกรธนาย เพราะนายเป็นน้องของฉัน...ฉันจะพิสูจน์ให้นายเห็นว่า ฉันเป็นลูกที่ดีและฉันจะทำให้นายรักฉัน” ชนกชนม์ประกาศก้อง ชยางกูรบอกให้เลิกเพ้อฝันได้แล้ว เขาจะไม่มีวันนั้นเพราะตนจะเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขาตลอดไป แล้วฟาดไม้เรียวใส่พี่ชายซ้ำๆอยู่อย่างนั้นจนหักคามือ แม้จะเจ็บแค่ไหนแต่ชนกชนม์ทนได้ ตั้งใจมั่นจะต้องชนะใจทั้งแม่และน้องให้ได้...

ด้านสุตาภัญยังคงพูดประชดประชันพ่อไม่เลิกจนท่านอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ เธอแค่พูดในสิ่งที่ท่านอยากฟังเท่านั้น ท่านชอบตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงไม่รักดีไม่ใช่หรือ

“ถ้าไม่จริงอย่างที่ฉันพูด มันจะเกิดเรื่องได้ยังไง” สุทินไม่วายขุดคุ้ยเรื่องในอดีตขึ้นมาด่าว่าลูกอีกครั้ง

คืนนั้น สุตาภัญเพิ่งกลับจากมหาวิทยาลัยกำลังเดินมาตามทางเปลี่ยวภายในหมู่บ้าน ถูกวัยรุ่นแถวนั้นฉุดเข้าข้างทางหมายจะข่มขืน เธอสู้สุดฤทธิ์ พร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือ โชคดีที่สุทินมาช่วยไว้ทัน ชักปืนยิงขู่ขึ้นฟ้าทำให้พวกคนเลวหนีกระเจิง

เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นตราบาปติดตัวสุตาภัญ พ่อโทษว่าเป็นเพราะเธอให้ท่าพวกนั้นถึงได้โดนฉุด ไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายเท่าใด พ่อก็ไม่เคยเชื่อคำพูดของเธอ เสาวนิตย์สงสารลูก ขอร้องสุทินเลิกพูดถึงอดีตได้แล้ว ไหนๆพวกเราก็ย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว สังคมรอบข้างดีขึ้น ชีวิตลูกๆทั้งสองก็ต้องดีขึ้น

“ต่อให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่สันดานใจง่ายเหมือนเดิม มันก็มีแต่จะแย่ลง...ต่อไปนี้ ไม่ว่าเธอจะไปไหน ทำอะไร เธอต้องอยู่ในสายตาฉัน” สุทินสั่งเสร็จ ผละจากไป สุตาภัญถึงกับปล่อยโฮที่ถูกพ่อบังคับจิตใจ

“แม่ขอเถอะ...เลิกเถียง เลิกประชดคุณพ่อ ยอมรับฟังและทำตามที่คุณพ่อบอก ทุกอย่างจะดีขึ้น”

“ตาต้องยอมเหมือนที่คุณแม่ยอมมาทั้งชีวิตหรือคะ” สุตาภัญย้อนถาม

เสาวนิตย์ถึงกับน้ำตาซึม สุตาภัญรู้สึกผิดที่พูดไม่ดีกับแม่รีบกราบขอโทษ สองแม่ลูกโผกอดกันร้องไห้

ooooooo

ขณะที่สุตาภัญมาหลบมุมทายาหม่องที่แผลซึ่งโดนพ่อตีอยู่ในสวนหน้าบ้าน เหลือบเห็นเงาใครบางคนปีนกำแพงข้างบ้านตรงมุมมืด ก่อนจะหล่นตุบลงมากองกับพื้น หญิงสาวตกใจคิดว่าโจรเข้าบ้านคว้าไม้ใกล้มือค่อยๆย่องเข้าไปหา หมายจะฟาดให้หัวแบะ แต่พอเขาหันมา เธอต้องตกใจเมื่อเห็นเป็นชนกชนม์

“นาย!...มาทำอะไรที่นี่?”

“ก็มาหาเธอไง...บ้านเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน”

สุตาภัญอดประหลาดใจไม่ได้ ทำไมเขาไม่เคยบอก ปรามว่าทีหน้าทีหลังอย่าปีนเข้าบ้านแบบนี้อีก แล้วเอานิ้วจิ้มที่แขนเขา บังเอิญถูกแผลที่ชยางกูรฟาดถึงกับร้องเสียงหลง เธอเพิ่งสังเกตเห็นรอยไม้เรียวตามแขนขาของเขา ซักถามเป็นการใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น ชนกชนม์เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง หญิงสาวตำหนิแม่ของเขา ไม่ควรทำแบบนี้ เท่ากับส่งเสริมให้น้องไม่เคารพพี่ แล้วนึกได้ว่าไม่ควรพูด รีบขอโทษที่ไปว่าแม่ของเขา

“ไม่เป็นไรหรอก พูดไปหมดแล้วนี่...เมื่อกี้นั่งทำอะไรอยู่...ยาหม่อง...เป็นอะไร?”

หญิงสาวอ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าบอกว่าโดนพ่อตี ชนกชนม์ชิงพูดขึ้นก่อนว่า เตรียมยาหม่องไว้ให้เขาใช่ไหม เธอเลยรับสมอ้าง ว่าเขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้ที่ตอนไปดูเขาแข่งรถครั้งก่อน เธอก็ต้องตอบแทนแล้วคว้ายาหม่องจะทาให้ ชนกชนม์เกรงใจ จะขอทาเอง แต่เธอไม่ยอม เขาจึงปล่อยเลยตามเลย...

หลังจากทายาหม่องเสร็จ สุตาภัญเห็นสมควรแก่เวลาจึงบอกให้ชนกชนม์กลับได้แล้ว เขาจัดแจงจะเดินไปออกทางประตูรั้ว เธอสั่งให้เขากลับทางเดิม ชนกชนม์ค่อยๆปีนกำแพงช้าๆถ่วงเวลาให้นานที่สุด สุตาภัญหมั่นไส้แกล้งผลักให้ลงไปเร็วๆ เขาไม่ทันตั้งหลักร่วงลงไปอีกฝั่งหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นมาพูดกับกำแพง

“ที่ฉันมาที่นี่ ฉันจะมาบอกเธอว่า ฉันจะทำตามคำแนะนำของเธอ ฉันจะทำให้คุณแม่ภูมิใจในตัวฉัน...ขอให้เธอเป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะ” ชนกชนม์ยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะเดินจากไป

“ปัญหาของเราไม่เหมือนกัน แต่ความทุกข์ใจก็ไม่ต่างกัน...ฉันบอกให้นายสู้ แล้วฉันจะถอยได้ไง...เราจะสู้ไปด้วยกันนะ...ชนกชนม์” สุตาภัญพึมพำกับตัวเอง

ooooooo

ทันทีที่ชนิกานต์กลับถึงบ้าน โทร.ถามเพื่อนรักว่าเมื่อตอนเย็นหายไปไหน ไปทำอะไรกับใครมา สุตาภัญยังไม่ทันจะอ้าปากเล่าความจริงให้ฟังชนิกานต์ เหลือบเห็นรองเท้าส้นสูงสีแสบสันวางอยู่หน้าประตูเข้าตัวบ้าน รีบขอตัวแล้ววางสายทันที

“อ้าว...ตัดสายไปซะดื้อๆ มีอะไรหรือเปล่า”

สุตาภัญมองมือถือตัวเองอย่างแปลกใจ...

ด้านชนิกานต์จ้ำพรวดๆไปยังห้องนอนณวัตร

พ่อของตนเอง เปิดประตูผลัวะเข้าไปโดยไม่เคาะ เจอ

กัณฐิกากำลังสวมเสื้อผ้าอยู่ ชนิกานต์ไม่พอใจมาก ควักเงินสองพันยื่นให้เป็นค่าตัวเธอแล้วไล่ไปให้พ้นหน้า

ณวัตรได้ยินเสียงลูกสาวด่าฉอดๆรีบออกจากห้องน้ำมาต่อว่า ว่าพูดจาอะไรควรจะให้เกียรติกันบ้าง กัณฐิกาไม่ใช่ ผู้หญิงหากินแต่เป็นผู้หญิงของเขาและเราสองคนกำลังจะแต่งงานกัน

ชนิกานต์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า จะยอมให้พ่อแต่งงานใหม่ไม่ได้เด็ดขาด อาละวาดบ้านแทบแตกตรงเข้าตบตีกัณฐิกาอุตลุด ฝ่ายหลังกร้านโลกกว่า รู้ดีว่าไม่ควรตอบโต้ ปล่อยให้อีกฝ่ายฟาดงวงฟาดงาไปคนเดียว ณวัตรทนดูต่อไปไม่ไหวเข้ามาห้าม กัณฐิกาสวมบทหญิงสาวแสนดี บีบน้ำตาตีหน้าเศร้า

“กัณขอโทษนะคะที่ทำให้ลูกคุณไม่สบายใจ กัณขอไปเองดีกว่าค่ะ”

“ไม่ต้องมาเล่นละครตบตา นังผู้หญิงขายตัว...

ออกไปจากบ้านฉัน” ชนิกานต์ไม่พูดเปล่า คว้าข้าวของใกล้มือขว้างใส่ กัณฐิกาวิ่งหนีเกือบไม่ทัน ณวัตรไม่พอใจลูกสาวมาก รีบวิ่งตาม ชนิกานต์อกแทบระเบิดด้วยความแค้น ที่คราวนี้พ่อเห็นผู้หญิงคนนี้ดีกว่าตน...

ทางด้านธีรดนย์ได้ยินเสียงเอะอะรีบออกมาดู ชนกับกัณฐิกาที่ผลุนผลันออกจากตึกใหญ่ เขารีบประคองเธอไว้ ทั้งสองสบตากันนิ่ง กัณฐิกายิ้มหวานให้เขา ณวัตรซึ่งวิ่งตามออกมารีบเข้าไปรับช่วงต่อแล้วสั่งให้ ธีรดนย์ดูแลคุณหนูให้ดี อย่าให้ตามไปอาละวาดตนเด็ดขาด เขารับคำแล้วขึ้นไปบนตึกใหญ่ เห็นชนิกานต์อาละวาดขว้างปาข้าวของ ก็หัวเราะเยาะ หญิงสาวหันมาเห็นไม่พอใจ ปรี่เข้ามาถามอย่างเอาเรื่องว่าหัวเราะทำไม

“จะมีเหตุผลอะไรนักหนาที่คนเราจะหัวเราะ นอกจากรู้สึกสนุก มีความสุขและสะใจ”

ชนิกานต์ไม่พอใจ ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ “การที่พ่อฉันมีเมียใหม่ มันน่าสนุกหรือไง”

แทนที่จะหยุดพูด ธีรดนย์ยิ่งกวนประสาทจน

ชนิกานต์ทนไม่ไหว ทั้งด่าทั้งตบตีเขาไม่ยั้ง ธีรดนย์สุดทนตบคืน เธอถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตบกลับ คราวนี้เขาตบเธอคืนสองทีซ้อน ชนิกานต์ไม่ยอมแพ้

เงื้อมือจะเอาคืนเขาคว้าไว้ทัน แล้วดึงเข้ามากอด ขณะกำลังจะประกบปาก อุษาแม่ของธีรดนย์และเป็นแม่บ้านของที่นี่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ชนิกานต์ได้ทีรีบผลักเขาออก แล้วโวยวายใส่อุษาลั่น

“ป้าอุษาหัดสอนลูกชายชั่วๆบ้าง อย่าทำรุ่มร่ามกับฉัน ไม่งั้นฉันจะไล่ป้าออก”

อุษาขออภัยแทนลูกชายด้วย และขอให้เธอยกโทษให้ ชนิกานต์ได้ที คิดกลั่นแกล้งสองแม่ลูก ถ้าจะให้ยกโทษให้ต้องให้ธีรดนย์กราบเท้าขอโทษเธอก่อน เขาโกรธมากที่ถูกหยามเกียรติไม่ยอมทำตาม อุษาตัดสินใจนั่งลงจะกราบเอง ธีรดนย์จึงจำใจต้องทำตามที่ชนิกานต์ต้องการ

“จำใส่กะโหลกกลวงๆของแกด้วย คนรับใช้หมายถึงขี้ข้าหรือทาส มีหน้าที่ทำตามที่เจ้านายสั่ง ถ้าแกยังตอแยทำกร่างใส่ฉันอีก ฉันจะเอาโซ่มาล่ามคอให้รู้สำนึกว่าแกเป็นแค่สุนัขรับใช้” ชนิกานต์ยิ้มสะใจ ธีรดนย์ไม่พอใจจะตอบโต้ แต่เหลือบเห็นสายตาดุของแม่แล้วจำต้องข่มอารมณ์ไว้...

ระหว่างที่อุษากำลังเก็บกวาดทำความสะอาดเศษแจกันและข้าวของที่ชนิกานต์อาละวาดขว้างปา ธีรดนย์

ถามคาดคั้นแม่ว่าทำไมต้องไปขอโทษชนิกานต์ด้วย

ในเมื่อฝ่ายนั้นชอบข่มเหงรังแกเรา อุษาถึงกับน้ำตาซึม ขอร้องให้เลิกตอแยคุณหนู เพื่อเธอได้ไหม ให้คิดเสียว่าที่เรามีทุกวันนี้ได้เพราะบุญคุณของคุณณวัตรที่ส่งเสีย

ให้เขาได้เรียนโรงเรียนดีๆเทียบเท่ากับลูกของท่าน

“เขาทำดีกับเราเพราะเป็นการใช้หนี้ชีวิตของพ่อต่างหาก”

ธีรดนย์ยังจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ดี ตอนนั้นเขายังเด็กมากแต่ก็รู้ความแล้ว ปิยมนภรรยาของณวัตรขับรถไล่ตามสามีที่พาเมียน้อยขึ้นรถหนีโดยมีสมชายพ่อของเขาขึ้นรถไปกับเธอด้วย เพื่อคอยปรามไม่ให้เธอใจร้อน  อารามจะตามณวัตรให้ทัน ปิยมนเร่งเครื่องปาดซ้ายปาดขวาจนเกิดอุบัติเหตุ ทำให้สมชายต้องสังเวยชีวิต

“แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าคิดอย่างนั้น มันเป็นคราวเคราะห์ของเราเอง ยังไงท่านก็มีบุญคุณท่านเกื้อหนุนพ่อกับแม่ก่อนลูกเกิดด้วยซ้ำ...แม่ขอล่ะ คุณหนูน่าสงสารขาดแม่ พ่อก็ไม่มีเวลาให้ อย่าทำร้ายจิตใจเธออีกเลย”

ธีรดนย์ยังโกรธชนิกานต์ไม่หาย แต่ไม่อยากทำให้แม่ไม่สบายใจจำต้องพยักหน้ารับคำ...

ทางด้านยายแก้วยังโกรธเรื่องเมื่อเช้าไม่หาย ทันทีที่กฤติยากลับจากเรียนหนังสือ ตัดพ้อต่อว่าว่าอายใช่ไหมที่ต้องเป็นแม่ค้าขายขนมในสลัม ถึงไม่ยอมออกมาช่วยเธอขายของ กฤติยายอมรับผิดว่าเป็นอย่างที่ยายว่าจริง เสียใจที่ทำตัวแย่ๆสัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีก ขอร้องยายอย่าโกรธอย่าเกลียดเธอเลย เธอไม่มีใครอีกแล้ว พ่อก็ไม่มี แม่ก็มาจากไป ถ้า
ยายทิ้งเธอไปอีกคนแล้วเธอจะอยู่ได้อย่างไร ยายแก้วน้ำตาคลอสงสารหลาน...

ooooooo

ชนกชนม์ต้องการชนะใจแม่ให้ได้ ลุกขึ้นแต่เช้าทำข้าวต้มกุ้งที่แม่ชอบเตรียมไว้ แทนที่ชลนิภาจะชื่นชม กลับหาว่าเขาไม่ได้ลงมือทำเองอย่างที่คุย คงจะออกไปซื้อจากตลาดมาให้

“คุณชนกชนม์ทำเองนะคะ แป๋วเห็นกับตาเลยค่ะ” แป๋วคนรับใช้ประจำบ้านช่วยยืนยัน

ชลนิภาไม่เชื่อ ยกชามข้าวต้มเททิ้ง ชยางกูรสบช่องชวนแม่ออกไปกินข้าวข้างนอกบ้าน ตนจะแนะนำร้านอาหารอร่อยให้ แล้วพากันออกไป ชนกชนม์ไม่ท้อแท้คิดจะสู้ต่อไปเพื่อให้แม่เห็นความดี...

ทางฝ่ายสุทินทำอย่างที่ลั่นวาจาไว้ ขับรถมาส่งสุตาภัญที่มหาวิทยาลัย เธอรีบร้อนลงจากรถวิ่งไปยังตึกที่จะเรียนลืมกระเป๋าหนังสือเสียสนิท สุรัมภาน้องสาวต้องวิ่งเอามันมาให้

“ดีใจที่คุณพ่อมาส่ง ถึงกับลืมกระเป๋าเลยหรือ”

“ใครจะไม่ดีใจล่ะ มีคุณพ่อรักและห่วงยิ่งกว่าเชลยศึก” สุตาภัญประชด รับกระเป๋าแล้วขยับจะไป

สุทินไม่ยอมจะเข้าไปส่งเธอให้ถึงคณะ สุตาภัญรู้ดีว่าไม่มีทางขัดพ่อได้ จึงปล่อยให้ทำตามใจ สุทินสั่งให้สุรัมภาไปรอในรถ ห้ามออกมายืนประเจิดประเจ้อให้พวกผู้ชายมองเป็นของสนุก เธอรับคำ แล้ววิ่งกลับไปที่รถไม่ทันมองทาง รถมอเตอร์ไซค์ของชนกชนม์เกือบชน เจ้าของรถรีบลงมาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เด็กสาวเห็นเขาครั้งแรกก็ถูกใจ ยิ่งเขาไปหยิบกุหลาบหนึ่งดอกจากช่อดอกไม้มาให้เป็นการปลอบขวัญ เธอยิ่งประทับใจมาก...

ฝ่ายชนิกานต์กับธีรดนย์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นสุทินตามมาส่งสุตาภัญถึงหน้าคณะ หญิงสาวอายเพื่อนๆพยายามไล่พ่อทางอ้อม ให้รีบไปส่งน้องเดี๋ยวจะไปเรียนสาย

“ชนิกานต์ ฉันฝากดูแลสุตาภัญด้วย...ส่วนนายธีรดนย์ ถ้าลูกฉันไม่บอกว่านายเป็นเกย์ ฉันไม่มีวันให้คบกับลูกสาวฉันเด็ดขาด...สุตาภัญเย็นนี้ไปยืนรอที่หน้าคณะให้ตรงเวลาด้วย...” สุทินพูดจบ เดินออกมา...

ขณะชนกชนม์กำลังจะวิ่งไปหาสุตาภัญที่คณะ โจเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกัน เข้ามาขวางไว้ ถามว่าบ่ายนี้จะไปช่วยร้องเพลงงานของชมรมหรือเปล่า ชนกชนม์ส่ายหน้า ธีรดนย์ไม่ได้บอกเรื่องนี้ คงโกรธที่เขาทิ้งวงวันไปออดิชั่นวันก่อน โจเสียดายแทน ถ้าไปงานนี้ด้วยจะได้ร้องเพลงคู่กับดาวของคณะอย่างสุตาภัญ

ชนกชนม์คิดหาทางไปร้องเพลงกับเธอให้ได้ มัวแต่ก้มหน้าก้มตามองกุหลาบในมือที่จะเอาไปให้สุตาภัญ ไม่ทันเห็นสุทินที่เดินสวนมา ชนเข้าอย่างจังจนช่อดอกไม้หล่น เขาก้มเก็บ จึงไม่เห็นสีหน้าไม่พอใจของสุทิน

พอชนกชนม์หันไปขอโทษเห็นแต่ด้านหลังของเขา ครู่ต่อมา ชายหนุ่มมาถึงคณะนิเทศศาสตร์ ชนิกานต์ปรี่เข้าไปรับช่อดอกไม้จากมือเขาหน้าตาเฉย ขอบใจที่เขาเอากุหลาบมาให้ ชนกชนม์พูดไม่ออก  จำต้องเออออไปด้วย ชนิกานต์คว้ามือเขาพามาแนะนำตัวกับสุตาภัญว่านี่คือแฟนของเธอ ชนกชนม์ถึงกับทำหน้าไม่ถูก

“อย่าไปถือสาเลยค่ะ ยัยนี่ชอบอำ” สุตาภัญ

ยิ้มขำ

ธีรดนย์ยังโกรธเรื่องครั้งก่อนไม่หาย ถามชนกชนม์เสียงเข้มว่ามาที่นี่ทำไม เขาจะมาขอไปร้องเพลงงานชมรมคนรักเด็กด้วย ธีรดนย์ปฏิเสธทันทีว่าคิวเต็มแล้ว และที่สำคัญ ไม่อยากเห็นงานพังเพราะเขาอีก แล้วหันไปชวนสุตาภัญเข้าเรียน โดยไม่สนใจเขาอีก ชนิกานต์ปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอจะหาทางเคลียร์เรื่องนี้ให้เอง

ด้วยความช่วยเหลือของชนิกานต์และคำอ้อนวอนขอร้องของสุตาภัญ ในที่สุดธีรดนย์ก็ยอมให้ชนกชนม์ไปร่วมร้องเพลงในงานนี้ด้วย

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ชยางกูรเดินเข้าไปหาเพทายกับเพื่อนร่วมแก๊งอีกสองคนที่ยืนรออยู่ ถามถึงเรื่องผู้หญิงที่เพทายรับปากจะหามาให้อยู่ไหน เพทายชี้ไปทางร้านขายเสื้อผ้าวัยรุ่น

“โน่นไง...ใช้ได้ไหม”

ชยางกูรมองตามมือ เห็นนานา เจน และพลอย กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่ เขายิ้มพอใจ ควักเงินให้เพทายห้าพันบาท แล้วเดินตรงไปหาสาวๆ หนึ่งในเพื่อนร่วมแก๊งทักว่านานาเป็นเมียเพทายไม่ใช่หรือ

“ก็แค่เมีย ไม่ใช่แม่ของลูก เงินนี่มีค่ามากกว่ามันเยอะ” เพทายมองเงินในมือสีหน้าเปื้อนยิ้ม แล้วมองไปยังชยางกูรที่เข้าไปทักทายสามสาว ดูท่าทางนานาเองก็พอใจหนุ่มกระเป๋าหนักอย่างชยางกูรเช่นกัน...

อีกด้านหนึ่งของห้างฯ สุรเดชกำลังโทรศัพท์นัด

ให้กฤติยามาเจอกันที่เดิม จังหวะที่กดวางสาย เห็นสาวสวยสองคนเดินผ่าน อาการโรคจิตของเขากำเริบ รีบเปิด

กล้องวีดิโอในมือถือ แล้วเดินตาม...

ในเวลาเดียวกัน ณ ลานกิจกรรมของห้างฯ หลังจากเซตเครื่องดนตรีเรียบร้อยแล้ว ธีรดนย์แจ้งคิวกับทุกคนว่า ชนกชนม์จะร้องหนึ่งเพลง แล้วคั่นด้วยการรับบริจาคเงิน คิวที่สองเขากับสุตาภัญจะขึ้นไปร้องเพลงคู่ แล้วก็จะรับบริจาคเงินอีกครั้ง ทางห้างฯมีเวลาให้เราเพียงครึ่งชั่วโมง พวกเราจึงต้องระดมทุนให้ได้มากที่สุด ชนิกานต์บ่นว่าไม่น่าจัดกิจกรรมบ้าบอแบบนี้ให้เสียเวลา สู้ไปขอเงินพ่อของเธอไม่ดีกว่าหรือ แป๊บเดียวก็ได้เป็นแสนแล้ว

“เราไม่ได้ต้องการแค่เงิน แต่เราอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเป็นจิตอาสาและร่วมแบ่งปันให้เด็กๆ”

“เหลือเวลาหนึ่งชั่วโมง ทุกคนสแตนด์บายอยู่แถวนี้แล้วกัน...ชนกชนม์ หวังว่านายคงไม่ทำงานฉันล่มอีก”

“เชื่อใจเพื่อนสิวะ...ไอ้ธี” ชนกชนม์ยิ้มอย่างมั่นใจ...

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ชนกชนม์รับปาก เขาเห็นเวลายังพอเหลือจึงชวนสุตาภัญไปช่วยเลือกซื้อเสื้อให้แม่ของเขา เผื่อท่านจะได้ประทับใจเขาขึ้นมาบ้าง สุตาภัญอดแปลกใจไม่ได้ทำไมต้องเป็นเธอด้วย

“ก็เธอเป็นคนสอนให้ฉันทำดีกับคุณแม่ ดังนั้น เธอต้องร่วมรับผิดชอบด้วย”

หญิงสาวยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ...

หลังจากซื้อเสื้อผ้าให้นานากับสาวๆเสร็จเรียบร้อย ชยางกูรชวนไปนั่งรถเล่นกันต่อ นานาจะขอไปทำสปาเล็บก่อน ชยางกูรใจปํ้า ควักเงินให้ เสร็จเมื่อไหร่ให้โทร.มาบอก หญิงสาวยิ้มดีใจ หอมแก้มเขาหนึ่งฟอด แล้วเดินนำเพื่อนอีกสองคนไปที่ร้านทำเล็บ ขณะที่ชยางกูร

ตามไปสมทบกับเพทายและพวก...

ด้านสุรเดชเห็นนานากับเพื่อนๆ หน้าตาสะสวยแถมนุ่งกระโปรงสั้นเดินผ่านหน้าก็สนใจรีบเดินตาม โดยไม่รู้ว่าผู้หญิงกลุ่มนี้เป็นเด็กของชยางกูร...

ที่หน้าลานกิจกรรม ธีรดนย์เห็นใกล้เวลาแสดงแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทั้งสุตาภัญและชนกชนม์หายไปไหน ถามชนิกานต์ก็ไม่ได้เรื่อง ชักเริ่มเป็นกังวล...

คนที่ธีรดนย์ถามหากำลังเลือกชุดให้ชลนิภากันอย่างตั้งอกตั้งใจ ในที่สุดก็ได้ชุดที่ถูกใจ ชนกชนม์ขอร้องให้สุตาภัญลองชุดให้ดูก่อนว่าเวลาสวมแล้วจะสวยเหมือนที่อยู่ในไม้แขวนหรือเปล่า เธอมองนาฬิกาเห็นใกล้เวลาเล่นดนตรีแล้ว จึงบอกเขาว่าไม่ต้องลองดีกว่า

“เหลืออีกตั้งสิบนาที...ทันถมเถ” ชนกชนม์คะยั้นคะยอจนสุตาภัญต้องยอมเข้าห้องลองชุด

ooooooo

ชนิกานต์พยายามโทร.หาสุตาภัญแต่ติดต่อไม่ได้ แถมชนกชนม์ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ธีรดนย์เริ่มนั่งไม่ติด ด่าว่าชนกชนม์ไม่หยุด ชนิกานต์ชักจะทนไม่ไหวตวาดลั่น

“เลิกบ่นสักทีได้ไหม แทนที่จะยืนด่าแฟนฉัน เอาเวลาไปคิดแก้ปัญหาเถอะ”

ธีรดนย์ตัดสินใจจะร้องเพลงแรกเอง แล้วบอกโจให้ไปเตรียมตัวได้...

ฝ่ายชนกชนม์มองดูเวลาแล้วชักใจไม่ดี เหลืออีก 5 นาทีการแสดงจะเริ่ม สุตาภัญยังไม่ออกจากห้องลองชุดสักที เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งให้ชลนิภาบังเอิญเข้ามาดูเสื้อในร้านเดียวกัน ชนกชนม์ตกใจแทบช็อก รีบเดินหลบๆ

ไปที่ห้องลองชุด เป็นจังหวะเดียวกับสุตาภัญออกมาพอดีเห็นชลนิภายืนเลือกเสื้ออยู่

“ผู้หญิงคนนั้นเหมือนแม่นายเปี๊ยบเลย”

“ไม่ใช่แค่เหมือน แต่ใช่เลยล่ะ...ขืนท่านเห็นฉันเข้า นอกจากจะไม่เซอร์ไพรส์แล้วฉันอาจโดนด่าก็ได้” ชายหนุ่มเป็นกังวลมาก คิดจะหลบอยู่ตรงนี้สักพัก รอให้แม่ไปก่อน แต่โชคไม่เข้าข้าง ชลนิภาเกิดถูกใจเสื้อชุดหนึ่งคว้าไปยังห้องลองชุด ชนกชนม์ถึงกับตาเหลือกรีบกันสุตาภัญกลับเข้าห้องแล้วตามเข้าไปด้วย...

ขณะที่ชนกชนม์กับสุตาภัญตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ธีรดนย์ร้องเพลงแรกจบพอดี แต่ยังไม่เห็นวี่แววสุตาภัญ คิวต่อไปเป็นเพลงคู่ เขาไม่มีทางเลือกจำต้องขอร้องชนิกานต์ให้ขึ้นไปร้องเพลงคู่กับเขาแทน...

ทางฝ่ายชลนิภารออยู่หน้าห้องลองชุดนานสองนานคนในห้องไม่ยอมออกมาสักที เริ่มไม่พอใจทำท่าจะอาละวาด ธนกรเห็นท่าไม่ดี ชวนเธอไปดูของร้านอื่นกันก่อน แล้วค่อยกลับมาลองชุดทีหลัง ชลนิภาหมดอารมณ์จะซื้อ ส่งชุดคืนให้พนักงาน แล้วเดินสะบัดออกไปกับธนกร


สุตาภัญกับชนกชนม์ถึงกับถอนใจโล่งอก ค่อยๆแง้มประตูออกมาดู ไม่เห็นใคร ต่างยิ้มให้กันที่รอดมาได้ ชนกชนม์ถามสุตาภัญว่าตกลงเอาชุดนี้ใช่ไหม

เธอส่ายหน้า เปลี่ยนใจไปเลือกชุดที่ชลนิภาจะลองแทน มั่นใจว่าท่านต้องชอบแน่ๆ ชนกชนม์ขอบใจเธอมากที่ช่วย หญิงสาวพยักหน้ารับ แล้วต้องตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเลยเวลาขึ้นร้องเพลงมาเกือบสิบนาทีแล้ว

ooooooo

ระหว่างเดินเล่นรอพวกสาวๆ ชยางกูรเห็นชนิกานต์ กับธีรดนย์กำลังร้องเพลงอยู่ที่ลานกิจกรรมของห้างฯ ชวนเพทายกับพวกเข้าไปป่วน ส่งเสียงโห่ดังลั่น กฤติยา กำลังจะหย่อนเงินลงในตู้บริจาค หันมองพวกนั้นด้วยความ ไม่พอใจ ก่อนจะเลี่ยงออกมายืนดูอยู่ห่างๆ

“เสียงแบบนี้กลับไปเห่าที่บ้านเถอะ” สิ้นเสียงชยางกูร เพทายกับพวกก็โห่ฮารับ

ชนิกานต์ไม่พอใจจะลงไปด่า แต่ธีรดนย์คว้ามือไว้ แล้วช่วยกันร้องเพลงต่อไปจนจบ ชยางกูรกับพวกได้ใจตะโกนแซวสนุกสนาน ทำให้ผู้คนที่ยืนฟังเริ่มถอยห่าง ไม่มีใครเข้ามาบริจาคเงิน ชนิกานต์ยอมไม่ได้ลงจากเวทีเข้าไปด่าเป็นชุด ชยางกูรฟิวส์ขาดเงื้อมือจะตบ ชนกชนม์เข้ามาคว้าไว้ทัน ชยางกูรเตือนเขาไม่ให้มายุ่ง”

“แกไม่ควรรังแกผู้หญิงและผู้หญิงคนนี้ก็เป็นเพื่อนพี่”

สุตาภัญมาทันได้ยินพอดี แปลกใจเมื่อรู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ชยางกูรหันมาเห็นเธอ ปรี่เข้ามาแนะนำตัวเองพร้อมกับยื่นมือให้จับ สุตาภัญไม่ต้องการรู้จักกับคนที่คิดทำลายงานของเธอ ชนกชนม์เห็นยังพอมีเวลา บอกธีรดนย์ว่าจะขอร้องเพลงไถ่โทษที่มาช้า ธีรดนย์ไม่ยอมให้ร้อง แถมไล่เขาออกจากวง

“ร้องเพลงหาเงิน ทำตัวยังกะขอทานข้างถนน...เอางี้ ถ้าแกทำให้คนที่เดินผ่านไปมา เข้ามาฟังเพลงแล้วสนุกไปกับพวกแกได้ ฉันบริจาคหนึ่งหมื่นบาท แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ กราบตีนฉันตรงนี้” ชยางกูรพูดจบมองพี่ชายต่างบิดาอย่างเหยียดหยาม ชนกชนม์อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะรับคำท้า สุดท้ายชยางกูรก็แพ้พนัน เพลงที่ชนกชนม์ร้อง โดยมีสุตาภัญและชนิกานต์เป็นหางเครื่อง ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาหยุดดู และตบมือตามสนุกสนาน...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ชลนิภายังอารมณ์ค้างจากที่ไม่ได้ลองชุด เมื่อนิธิถือไอศกรีมวิ่งมาชน เธอถึงกับสติแตกด่าลั่นว่าวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ พ่อแม่ไม่สั่งสอน แล้วผลักเด็กน้อยล้มลงร้องไห้จ้า วีรภัทรกับนัชชารีบวิ่งมาดูลูก ชลนิภาเลยหันมาเล่นงานทั้งคู่ที่ไม่รู้จักดูแลลูกให้ดี ถึงได้ซนและไร้มารยาท สงสัยจะได้เชื้อเลวๆของพ่อมา โตขึ้นคงกลายเป็นพวกขยะสังคม วีรภัทรโกรธ ตำหนิเธอว่าไม่ควรพูดแบบนี้ต่อหน้าเด็กและควรให้เกียรติเขาบ้าง

“หรือไม่จริง...เชื้อชั่วๆของคุณทำให้ชนกชนม์ทำตัวเลวทรามต่ำช้า”

“คุณอย่าลืมสิว่าชนกชนม์ก็เป็นลูกของคุณเหมือนกัน จะดีจะชั่วก็มีเชื้อมาจากคุณ” นัชชาด่ากลับ

“ไม่ค่ะ...ฉันถือว่าชนกชนม์เป็นลูกพ่อ ลูกของฉันคือชยางกูร และฉันก็มั่นใจว่าชยางกูรจะเป็นคนเก่งคนดีกว่าเด็กเลวๆคนนี้” ชลนิภาหันไปตวาดใส่หน้านิธิซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย ทั้งวีรภัทรและนัชชายิ่งไม่พอใจ...

ขณะชยางกูรจำต้องเอาเงินใส่ตู้บริจาคตามข้อตกลง มีเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลั่นห้าง ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นนานากับเพื่อนสาวกำลังวิ่งไล่ตามสุรเดชซึ่งวิ่งหนีมาหาชนกชนม์

“กูรคะไอ้โรคจิตมันถ่ายคลิปกางเกงในพวกเรา” นานาว่าพลางชี้ไปที่สุรเดชที่ยืนหลบอยู่หลังชนกชนม์

ชยางกูรโกรธมาก สั่งให้เพทายกับพวกจับสุรเดชมากระทืบให้เข็ดหลาบ คนถูกขานชื่อไม่รอช้าเผ่นแน่บ ชนกชนม์เป็นห่วงเพื่อนวิ่งตามไปช่วยโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของชนิกานต์ สุตาภัญจะตามไปด้วยแต่ธีรดนย์คว้าแขนไว้ เตือนความจำว่าเธอต้องกลับถึงคณะก่อนที่พ่อของเธอจะมารับ สุตาภัญถึงกับชะงัก...

ด้านกฤติยาเห็นพวกชยางกูรไล่ล่าสุรเดชไปตามทางเดินในห้าง รีบคว้ามือถือขึ้นมากดเบอร์...

ระหว่างที่ชลนิภากำลังด่าว่าวีรภัทรเรื่องเลี้ยงดูลูกไม่ดี และคุยทับว่าสู้ลูกชยางกูรของเธอไม่ได้ แต่ต้องหน้าแตกเมื่อเห็นชยางกูรกับพวกกำลังไล่ตีสุรเดชที่อีกมุมหนึ่งของห้าง เธอพึมพำอย่างงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น

“ภาพมันฟ้องอยู่แล้วนี่คะ...เด็กหนีเรียนยกพวกตีกัน” นัชชายิ้มเย้ย ชลนิภาเป็นห่วงลูกชายสุดเลิฟรีบตามไปดูโดยมีธนกรตามไปติดๆ สักพัก ชนกชนม์โผล่มาจากมุมตึกวิ่งตามไปอีกทอดหนึ่ง วีรภัทรใจไม่ดีเกรงจะมีเรื่อง บอกนัชชาให้รออยู่ตรงนี้กับนิธิ เขาขอไปดูลูกชายคนโตก่อน แล้ววิ่งออกไปเลยไม่ฟังเสียงทัดทานของเธอ

ครู่ต่อมา ชนกชนม์ตามไปเจอสุรเดชกำลังแอบอยู่ในลานจอดรถ ขณะกำลังจะพาหนี ชยางกูรกับ พวกตามมาเจอเสียก่อน สั่งให้เอาตัวสุรเดชมาให้ ชนกชนม์ต่อรอง จะลบคลิปที่ถ่ายพวกสาวให้หมด แต่

ชยางกูรต้องปล่อยเพื่อนของเขาไป จากนั้นก็หยิบมือถือของสุรเดชออกมาลบคลิปจนเกลี้ยง แล้วจะลากตัวกลับ

ชยางกูรขวางไว้ ต้องให้แน่ใจก่อนว่าคลิปถูกลบแล้วจริงๆ สุรเดชจึงโยนมือถือให้ตรวจ แทนที่ชยางกูรจะเช็กข้อมูลกลับโยนมันลงพื้น กระทืบซ้ำจนแหลก สุรเดชแค้นจัดโดดต่อยชยางกูรทันที เพทายกับพวกไม่พอใจรุมเตะต่อยเขาอุตลุด ชนกชนม์รีบเข้าไปช่วยเพื่อน ทำให้เกิดการตะลุมบอนกันขึ้น

ooooooo

ตอนที่ 3

ขณะสุตาภัญกำลังช่วยเพื่อนๆเก็บของ เจอถุงใส่เสื้อที่ชนกชนม์ซื้อให้แม่ รีบคว้าถุงออกตามหาเจ้าของจนพบเขากำลังต่อสู้อยู่กับเพทายที่ลานจอดรถของห้าง ส่วนสุรเดชถูกชยางกูรกับเพื่อนอีกสองคนล้อมไว้ เธอรีบหลบข้างเสาแอบมอง ชนกชนม์ฝีมือเหนือกว่าต่อยคู่ต่อสู้ล้มคว่ำ เพทายสู้ไม่ได้ชักมีดพกขึ้นมาขู่...

ด้านชลนิภาวิ่งตามหาลูกชายจนทั่วแต่ไม่พบ ธนกร

บอกให้เธอรออยู่ตรงนี้ก่อน เขาจะบอก รปภ.ให้ไปช่วยระงับเหตุ แล้ววิ่งออกไปอีกทางหนึ่ง ชลนิภาเป็นห่วงชยางกูรมาก ทนรออยู่เฉยๆไม่ไหว ตามหาต่อไป...

สุรเดชถูกเพื่อนของชยางกูรสองคนรุมอัดจนล้มกลิ้งล้มหงาย ชยางกูรย่างสามขุมเข้าหาหมายจะกระทืบซ้ำ เขาเห็นท่าไม่ดีชักมีดออกมา อีกฝ่ายถึงกับผงะ ถอยร่น เพื่อนทั้งสองของชยางกูรชักมีดออกมาบ้าง สุรเดชหน้าเสียยิ้มแหย ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นยืน

“มีดนี่เป็นของปลอม เอาไว้ขู่แย่งไอติมเด็ก...เราจบนะ” สุรเดชทิ้งมีด แล้วหันหลังจะเดินหนี

ชยางกูรไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ โดดถีบเขาล้มคว่ำ พยักพเยิดให้เพื่อนเข้าไปลากตัวเขาขึ้นจากพื้นให้หันมาประจันหน้าด้วย ชยางกูรกระชากสร้อยคอห้อยป้ายเหล็ก เขียนคำว่า “ลูกเทวดา” ออกจากคอของศัตรู

“น้ำหน้าอย่างแกเป็นได้แค่ แก๊งลูกหมา”

“หยามกันมากไปแล้ว” สุรเดชโกรธจัด ดิ้นหลุดจนเป็นอิสระ พวกของชยางกูรจะตามเข้าไปจับตัว เขาทำทีเอื้อมมือไปด้านหลังเหมือนจะหยิบปืน “อยากเป็นไข้โป้งก็เข้ามาสิวะ”

ชยางกูรกับพวกชะงัก สุรเดชชักมือออก ทำมือเป็นรูปปืน เล็งใส่พร้อมกับส่งเสียง “ปังๆ” พวกนั้นตกใจหลบกันวุ่นวาย สุรเดชหัวเราะชอบใจก่อนจะวิ่งหนี

ชยางกูรแค้นใจมากไล่ตาม...

ในระหว่างที่สุรเดชกำลังเสียทีให้ชยางกูรกับพวก มีเสียงมอเตอร์ไซค์ดังกระหึ่มไปทั่ว สักพัก แก๊งลูกเทวดาก็ปรากฏตัวขึ้น ขี่รถฉวัดเฉวียนล้อมหน้าล้อมหลังชยางกูรกับพวกไว้

“เหล่าเทวดามาช่วยแล้วเว้ย...เข้ามาสิวะ ไอ้หมาหมู่” สุรเดชหัวเราะชอบใจที่เห็นชยางกูรตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ชนกชนม์ต่อยเพทายจนล้มคว่ำ มีดกระเด็นตกพื้น เขาคว้ามันขึ้นมาทำท่าจะแทง สุตาภัญซึ่งแอบมองอยู่ ร้องห้ามเสียงลั่น ชนกชนม์หันไปยิ้มให้เธอก่อนจะทิ้งมีด

“ลูกผู้ชายตัวจริง เขาไม่ทำร้ายคนไม่มีทางสู้หรอก” ชนกชนม์ว่าแล้วเดินไปหาสุตาภัญ จึงไม่เห็นเพทายเก็บมีดขึ้นมาพุ่งจะแทงด้านหลัง สุตาภัญตกใจร้องเตือน ชนกชนม์พลิกตัวกลับล็อกมือเพทายไว้ แล้วดึงมีดไป

“คิดเป็นนักเลงอย่าทำตัวหมาลอบกัด” แล้วอัดทั้งเข่าเขย่าทั้งศอกจนเพทายทรุดฮวบ หญิงสาวชวนเขาไปจากที่นี่ ชนกชนม์เป็นห่วงน้องกับเพื่อนรีบวิ่งไปหา...

ทางฝ่ายชลนิภาวิ่งตามหาชยางกูรมาตามทาง อารามรีบร้อนสะดุดขาตัวเองหกล้ม วีรภัทรเข้ามาช่วยพยุงให้ลุกขึ้นด้วยความเป็นห่วง เธอไม่ชอบใจผลักเขาออก จะเดินเอง พอทิ้งน้ำหนักลงเท้าก็เจ็บแปลบขึ้นมาเซจะล้ม วีรภัทรต้องช่วยประคองไว้ ไม่ทันสังเกตเห็น นัชชายืนหน้าหงิกมองอยู่กับนิธิที่อีกมุมหนึ่ง

ooooooo

หลังจากซ้อมชยางกูรจนหนำใจแล้ว สุรเดช

ชักมีดขึ้นมาวนตามใบหน้าเขา นี่ถ้าไม่ใช่น้องของเพื่อนรัก ป่านนี้ตายไปนานแล้ว แต่กฎต้องเป็นกฎ ใครจะหยามแก๊งลูกเทวดาไม่ได้ ถ้าหยามมันต้องเจ็บตัว

“รอยแผลเป็นบนหน้า มันจะเตือนให้แกระลึกไว้เสมอว่า อย่าล้อเล่นกับลูกเทวดา”

สุรเดชทำทีจะเอามีดกรีดหน้าชยางกูร แต่ชนกชนม์คว้ามีดไปโยนทิ้งเสียก่อน ขอให้จบเรื่องกันแค่นี้ สุรเดชฮึดฮัดไม่ยอมจบ ผลักเขาพ้นทางจะเอาเรื่องชยางกูรให้ได้ ชนกชนม์ขวางไว้ ขอร้องให้ปล่อยน้องของเขา ถ้ายังคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน สุรเดชกระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้ กระซิบเบาๆ

“ฉันแกล้งขู่มันไปงั้นแหละ แกจะได้เป็นฮีโร่ปกป้องมัน” แล้วผลักเขาออก แสร้งโวยวายลั่น “ ก็ได้...ฉันยอมให้ทานชีวิตน้องแก เพราะแกเป็นเพื่อนรัก” สุรเดชยิ้มกวน ก่อนจะชี้หน้าชยางกูร “ต่อไปก็สำนึกในบุญคุณพี่แกบ้าง ไม่งั้นแกตายไปแล้ว” สุรเดชสั่งสอนจบ ค้นตัวชยางกูรยึดมือถือไว้ ชดใช้ที่เขากระทืบมือถือของตนพังแล้วถ่ายภาพคู่กับเขาเผื่อโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก

จังหวะนั้น รปภ.ห้างกรูกันเข้ามาสั่งให้ทุกคนหยุด สุรเดชแกล้งขู่ว่ามีระเบิดปิงปอง ทำทีล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วโยนใส่ พวก รปภ.ตกใจ โดดหลบกันจ้าละหวั่น เขาหัวเราะชอบใจที่หลอกพวกนั้นได้ วิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ สตาร์ตเครื่องจะหนี กฤติยาออกจากที่ซ่อนโดดขึ้นซ้อนท้าย แล้วรถก็พุ่งฝ่าพวก รปภ.ออกไป

ชนกชนม์รีบเข้าไปดูอาการน้อง ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขากลับปัดมือ สั่งไม่ให้มายุ่ง เพทายกับพวกวิ่งเข้ามาสมทบ ชวนชยางกูรตามไปเล่นงานสุรเดชคืน แต่ธนกรเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เพทายกับพวกจำต้องชิ่งหนี ชนกชนม์บอกให้ธนกรพาน้องกลับไปก่อน แล้วจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังทีหลัง จากนั้นเขากลับไปหาสุตาภัญซึ่งยื่นถุงใส่เสื้อของชลนิภาให้ แล้วขอตัวกลับมหาวิทยาลัย ต้องไปถึงให้ทันก่อนที่พ่อของเธอจะมารับ

เธอมองนาฬิกาข้อมือแล้วใจหาย เกรงจะไปไม่ทันเวลา ชนกชนม์อาสาจะไปส่งให้ แล้วพาเธอซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์บึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก ทั้งคู่มาถึงหน้าคณะนิเทศศาสตร์ สุตาภัญลงจากรถ ถอดหมวก กันน็อกออก โล่งใจที่ไม่เห็นรถของพ่อจอดอยู่ ขอบใจชนกชนม์มากที่ช่วยมาส่ง

“ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจเธอที่เอาของมาให้แถมยังเป็นห่วงฉัน ไม่เคยมีใครเป็นห่วงฉันเหมือนเธอเลย”

ต่างยิ้มให้กันด้วยความจริงใจ สุตาภัญหันไปมองอีกด้านหนึ่งของคณะ ต้องตกใจที่เห็นพ่อเดินหน้าบึ้งเข้ามาหา เธอยังไม่ทันตั้งตัว ถูกพ่อยิงคำถามเป็นชุดว่าคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งเป็นใคร ไม่ใช่เพื่อนของเธอทำไมถึงอยู่ด้วยกัน เธออึกๆอักๆคิดคำตอบไม่ทัน ชนกชนม์หัวไว ทำทีโวยวายทวงค่ารถ หญิงสาวตั้งสติได้รีบเออออไปด้วย ก่อนจะควักเงินจ่ายให้ สุทินไม่ติดใจสงสัยอะไรเพียงแต่ต่อไปนี้ห้ามลูกนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีก...

ที่มุมหนึ่งของห้าง วีรภัทรนวดข้อเท้าให้ชลนิภาสักพัก อาการเจ็บบรรเทา ปากที่เคยหุบเงียบเริ่มเหน็บแนมอดีตสามี แถมขู่จะกีดกันไม่ให้พบชนกชนม์ เขายอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ ชลนิภาอ้าปากจะด่าอีก แต่หันไปเห็นธนกรประคองลูกชายสุดเลิฟในสภาพบอบช้ำเสียก่อน รีบกะเผลกๆไปหา

วีรภัทรมองตาม สีหน้าเป็นกังวลที่ภรรยาเก่ายังโกรธแค้นและไม่ให้อภัยเขา พอหันกลับมาอีกทีเจอนัชชากับนิธิยืนมองอยู่ รีบเข้าไปบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชวนสองแม่ลูกกลับ นัชชาตบหน้าเขาด้วยความน้อยใจ

“กลับไปดูแลเมียเก่าและลูกคุณซะ ฉันดูแลลูกได้” แล้วจูงมือนิธิออกไป

ooooooo

ชนิกานต์กลับถึงบ้านอย่างอารมณ์เบิกบานเมื่อนึกถึงตอนที่ชนกชนม์เข้ามาช่วยปกป้องเธอจาก ชยางกูร ธีรดนย์คันปากขึ้นมาทันที เหน็บแนมว่าแฟนของเธอเป็นกุ๊ยไม่ใช่คนดีอย่างที่เธอคิด

“ถามจริงเถอะ ทำไมแกถึงไม่ชอบหน้าชนกชนม์ หรือว่าแกหึงที่ฉันรักเขา”

“เลิกคิดถึงเรื่องนั้นได้เลย เป็นตายร้ายดียังไง ฉันไม่หน้ามืดเอาเธอเป็นแฟน”

ชนิกานต์เองก็ไม่เอาเขาเหมือนกัน แถมขู่จะกีดกันทุกวิถีทางไม่ให้เขาสมหวังกับสุตาภัญ แล้วเดินเข้าตัวตึก ธีรดนย์มองตามเจ็บใจ ตะโกนไล่หลัง วันไหนที่ชนิกานต์ผิดหวังหรือเสียใจ เขาจะเป็นคนซ้ำเติมเธอให้จมดิน

“ฝันไปเถอะ คนอย่างชนิกานต์สะกดคำว่าเสียใจไม่เป็น” ชนิกานต์ยิ้มสะใจ

แต่แล้วต้องหุบยิ้มเมื่อเจอกัณฐิการอต้อนรับอยู่ คุยว่าวันนี้ทำอาหารที่เธอโปรดไว้ให้กิน แล้วเดินนำเธอไปยังโต๊ะอาหาร พยายามเอาใจเธอสุดฤทธิ์ ชนิกานต์ไม่เล่นด้วยหยิบจานใส่กับข้าวเทราดหัวกัณฐิกาทีละจานๆ เธอร้องลั่นด้วยความตกใจ ธีรดนย์รีบวิ่งเข้ามาคว้ามือ

ชนิกานต์ไว้ สั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ เธอไม่สนใจคว้าจานอาหารจะละเลงหน้ากัณฐิกาอีก ชายหนุ่มเข้าไปขวางไว้

“หยุดบ้าได้แล้ว ไม่เห็นรึไงว่าคุณกัณฐิกาปวดแสบ ปวดร้อนไปทั้งตัว...คุณกัณฐิกาไปล้างหน้าล้างตัวเถอะครับ ผมจะพาไป” ธีรดนย์ประคองเธอออกไป ชนิกานต์มองตามไม่พอใจที่เขาปกป้องนังนั่น...

หลังจากกัณฐิกาล้างคราบอาหารออกจนหมด ธีรดนย์ ขอตัวไปทำงานต่อ ยังไม่ทันขยับ เธอคว้าแขนเขาไว้ ขอบใจที่ช่วยเหลือ ชายหนุ่มพยักหน้ารับ เดินจากไปไม่คิดอะไร กัณฐิกามองตาม แววตาบ่งบอกว่าพึงพอใจชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่า ชนิกานต์ยืนมองอยู่พักใหญ่ อดแขวะไม่ได้

“แกมันร่านจริงๆ พ่อฉันไม่อยู่ก็คิดจะกินเด็กในบ้าน...อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้เท่าทันแก”

“หนูกำลังเข้าใจผิด” กัณฐิกาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ชนิกานต์ หมั่นไส้ ตบเธอฉาดใหญ่จนล้มคว่ำ ก่อนจะเดินจากไป แต่แล้วต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นภาพของกัณฐิกาอยู่ในกรอบรูปที่เคยใส่ภาพของแม่เธอ ถึงกับร้องกรี๊ดๆลั่นบ้าน สักพัก กัณฐิกาตามเข้ามาถามกวนๆว่าไม่ชอบรูปนี้หรือ เธอจะได้เอารูปใบใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาใส่

ชนิกานต์สติแตก ปรี่เข้าไปตบตีกัณฐิกาอุตลุด คราวนี้ยัยตัวแสบตบกลับ แถมเบิ้ลคืนสองเท่า ชนิกานต์ขู่จะฟ้องพ่อ กัณฐิกาไม่กลัวท้าให้ไปฟ้อง อยากรู้เหมือนกันว่าพ่อของเธอจะเชื่อใคร ระหว่างเมียใหม่ที่เร่าร้อนเอาใจเก่งหรือว่าลูกสาวงี่เง่าขี้วีนไร้เหตุผลอย่างเธอ ชนิกานต์โกรธจัด พุ่งเข้าหา

ทั้งคู่ตบตีกันไม่ยั้ง ณวัตรเข้ามาเห็น สั่งให้หยุด ชนิกานต์ฟ้องพ่อเป็นการใหญ่ว่าถูกกัณฐิกาทำร้าย รวมทั้งเรื่องที่นังนี่เอารูปแม่ของเธอออกแล้วใส่รูปตัวเองแทน

“พอได้แล้ว พ่อไม่อยากฟังเรื่องโกหกไร้สาระ คุณกัณไม่ใช่คนหยาบคายก้าวร้าว ลูกต่างหากที่เป็นฝ่ายทำร้ายและรังแกคุณกัณ แล้วเรื่องรูปพวกนั้น พ่อเป็น

คนบอกให้คุณกัณทำอย่างนั้นเอง พ่อคิดว่าถ้าพ่อต้องเริ่มชีวิตใหม่กับใครสักคน พ่อควรลืมอดีตได้แล้ว และที่สำคัญพ่อควรให้เกียรติผู้หญิงคนนั้นในฐานะภรรยาอย่างสมบูรณ์ ถึงเวลาแล้วที่พ่อต้องหาใครสักคนมาดูแลลูก พ่อจะแต่งงานกับคุณกัณเร็วๆนี้”

หัวเด็ดตีนขาดชนิกานต์จะไม่ยอมให้พ่อแต่งงานกับนังนี่ กัณฐิกาสวมบทสาวใจพระ ขอร้องให้ณวัตรยกเลิกงานแต่งงาน ไม่อยากทำให้พ่อลูกต้องหมางใจกัน เธอจะขอเป็นฝ่ายไปเองจะไม่อยู่ขวางหูขวางตาใคร

ธีรดนย์แอบฟังอยู่ด้านนอก ซึ้งน้ำใจกัณฐิกาที่ยอมเสียสละ ขณะที่ณวัตรเข้าไปคว้าตัวเธอไว้

“ผมไม่ยอมสูญเสียผู้หญิงที่ดีที่สุดไป ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมจะแต่งงานกับคุณอาทิตย์หน้า...ส่วนลูกเตรียมตัดชุดได้แล้ว พ่อจะให้ลูกเป็นเพื่อนเจ้าสาว” ณวัตรสั่งเสียงเข้ม ชนิกานต์ประกาศลั่นจะไม่ยอมไปร่วมงานแต่งงานของพ่อเด็ดขาด จะรอไปงานเดียวคืองานศพของผู้หญิงคนนี้

ณวัตรไม่พอใจที่ลูกก้าวร้าว ตบสั่งสอนไปหนึ่งทีแล้วประคองกัณฐิกาออกไป ชนิกานต์ถึงกับปล่อยโฮที่พ่อไม่รักไม่ตามใจเธอเหมือนเมื่อก่อน

ooooooo

อุษาเพิ่งกลับเข้ามาได้ยินเสียงชนิกานต์ร้องไห้คร่ำครวญดังมาจากตึกใหญ่ รีบเดินมาดู เห็นลูกชายตัวเองยืนหัวเราะชอบใจอยู่ตรงทางเข้าตัวตึก เอ็ดลั่นว่ามัวแต่หัวเราะอะไรอยู่ ทำไมไม่เข้าไปดูคุณหนู

“ผมก็แค่สะใจที่มีคนปราบคุณหนูขี้วีนได้สักที”

อุษาไม่เข้าใจว่าเขาพูดเรื่องอะไร ธีรดนย์เล่าเรื่องผู้หญิงคนใหม่ของนายท่านที่กำราบคุณหนูขี้วีนอยู่หมัด อุษาตำหนิลูกที่เห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก ขยับจะเข้าไปดูชนิกานต์ ธีรดนย์รั้งไว้ อาสาจะไปดูให้เอง อุษากำชับว่าห้ามเยาะเย้ยหรือซ้ำเติมคุณหนูอีก

“ครับ...ผมจำได้ดี แม่เคยสอนว่าคนล้มอย่าข้าม” ธีรดนย์ยิ้มให้แม่ ก่อนจะเดินเข้าข้างใน...

ธีรดนย์รับปากแม่ดิบดี แต่พอเห็นหน้าชนิกานต์เท่านั้นกลับเหยียบย่ำซ้ำเติมให้ยิ่งเครียดหนักขึ้น จนอาการลมชักกำเริบ ทีแรกเขาคิดจะปล่อยเธอไว้อย่างนั้น แต่นึกสงสารขึ้นมา เปลี่ยนใจเข้าไปดูแล...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านของชลนิภา ธนกรยังคาใจเรื่องที่ห้างสรรพสินค้าไม่หาย เรียกชยางกูรมาซักถามเป็นการใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาปั้นเรื่องว่าถูกแย่งมือถือก็เลยไปแย่งคืน ธนกรไม่เชื่อ เพราะท่าทางที่ลูกกับเพื่อนวิ่งไล่ชายคนนั้นเหมือนมีเรื่องบาดหมางกันมานาน ไม่ใช่แค่เรื่องมือถือ ชลนิภารำคาญสั่งให้ธนกรเลิกถามได้แล้ว

“คุณจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปแล้วเกิดปัญหาใหม่ตามมาอย่างนั้นหรือ...คุณไม่เคยสงสัยบ้างหรือไง ทำไมก๊วนวัยรุ่นที่วิ่งไปกับลูกกูรไม่ใช่เพื่อนที่มหาวิทยาลัย ท่าทางเป็นนักเลงด้วยซ้ำ”

ชลนิภาเห็นด้วยกับข้อสังเกตของธนกร สั่งให้ลูกสุดสวาทเล่าความจริงมาให้หมด ขณะที่ชยางกูรกำลังจนแต้ม ชนกชนม์ออกรับหน้าแทนน้องว่านักเลงพวกนั้นเป็นเพื่อนของเขาเอง  เห็นน้องเดือดร้อนก็เลยเข้าไปช่วย ชลนิภาไม่เคยมองชยางกูรเป็นเด็กเกเร จึงเชื่อหมดใจว่าเป็นความผิดของชนกชนม์ แต่ธนกรไม่เชื่อ รู้แก่ใจดีว่าชนกชนม์ ต้องการปกป้องน้องได้ แต่หวังว่าสักวัน ชยางกูรจะรักพี่ชายเหมือนที่พี่ชายรักเขา...

ทางฝ่ายวีรภัทรพยายามอธิบายให้นัชชาฟังว่าระหว่างเขากับชลนิภาจบกันไปนานแล้ว ไม่มีถ่านไฟเก่าให้คุอีกแล้ว นัชชาไม่เชื่อเพราะดูท่าทางที่เขาประคองชลนิภาแล้วเหมือนยังมีเยื่อใยให้ แต่ถ้าจะให้เธอเชื่อ เขาต้องเลิกติดต่อกับคนบ้านนั้น แล้วทุกอย่างจะจบลงด้วยดี วีรภัทรถึงกับอึ้ง...

แทนที่ชยางกูรจะสำนึกบุญคุณ กลับบอกชนกชนม์ว่า ไม่ว่าเขาจะทำดีกับตนมากแค่ไหน ตนก็ไม่มีวันรู้สึกดีๆตอบ ชนกชนม์ไม่เคยคาดหวังอะไรอยู่แล้ว แค่ได้ปกป้องน้องก็ทำให้เขามีความสุข ชยางกูรไม่ซึ้งด้วย ที่มาหาก็แค่อยากจะรู้ว่าเขาเป็นแฟนสุตาภัญหรือเปล่า ชนกชนม์ไม่กล้าเผยความรู้สึกจึงโกหกว่าเธอเป็นแค่เพื่อน

“ดี...ฉันจะจีบ”

“อย่าไปยุ่งกับเธอเลย ฉันว่านายสองคนไม่เหมาะกันหรอก”

“ยังไม่ได้คบจะรู้ได้ยังไงว่าไม่เหมาะ แกหึงหรือ ช่างเถอะ ฉันไม่น่าถามแกให้เสียเวลา ต่อให้เธอเป็นแฟนแก ฉันก็จะแย่ง” ชยางกูรหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเดินจากไป ชนกชนม์ไม่สบายใจนักที่น้องสนใจสุตาภัญ...

ทางด้านสุรัมภายังเพ้อถึงชายในฝัน ซึ่งเจอกันตอนที่ไปส่งสุตาภัญที่มหาวิทยาลัย เอาดอกกุหลาบที่เขาให้เพื่อปลอบขวัญที่ขี่มอเตอร์ไซค์เกือบชนเธอมาอวดพี่สาว สุตาภัญฉุกคิดถึงภาพชนกชนม์หอบกุหลาบช่อใหญ่มาที่คณะเมื่อเช้าถึงกับชะงัก พยายามมองโลกในแง่ดีว่าคงไม่บังเอิญขนาดนั้น สุรัมภาเห็นพี่สาวเงียบไป เข้าไปเขย่าตัวขอร้องให้ช่วยเป็นแม่สื่อให้ สุตาภัญยังไม่รู้เลยว่า เขาเป็นใครจะเป็นแม่สื่อให้ได้อย่างไร

“เขาอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ตา อาจจะรู้จักกันก็ได้ นะๆๆ...คนนี้น้องขอ” สุรัมภาอ้อน สุตาภัญจำต้องรับปาก แต่อดเป็นกังวลไม่ได้ กลัวว่าชายในฝันของน้องสาวจะเป็นชนกชนม์...

ด้านชนิกานต์นอนสลบไสลหลังจากชักอยู่พักใหญ่ โดยมีธีรดนย์คอยบีบนวดคลายกล้ามเนื้อให้ เธอนอนละเมอทั้งน้ำตาเสียใจที่พ่อไม่รัก เขาเช็ดน้ำตาให้ด้วยความสงสาร

“ถ้าเธออ่อนโยน อ่อนหวานเหมือนที่เธอเป็นตอนนี้ก็คงดี ทุกคนคงรักเธอได้ไม่ยาก” ธีรดนย์เคลิ้มไปกับท่าทีนั้น ก้มลงจะจูบชนิกานต์ แต่แล้วนึกขึ้นได้ หยุดกึก “ฉันไม่มีวันให้อภัยคนร้ายกาจอย่างเธอได้”

ooooooo

หลังจากหายหน้าไปนาน จนกฤติยาลืมไปแล้วว่ายังมีแม่ อยู่ๆกัณฐิกาก็โผล่มาที่บ้าน บอกกับยายแก้วผู้เป็นแม่ว่าต่อไปนี้ไม่ต้องลำบากออกไปขายขนมอีกแล้ว เธอจะส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน แม่ต้องลำบากเพื่อเธอมามาก ขอให้เธอได้ทดแทนคุณดูแลแม่บ้าง แล้วส่งเงินปึกใหญ่ให้ ยายแก้วไม่รับ

“ให้กูอดตายดีกว่ากินของที่ได้มาด้วยเรื่องชั่วๆ ไปชิงผัวขายตัวมั่วผู้ชาย ข้าไม่เอา...บาป”

“...ฉันจะบอกให้นะ เงินนี่ฉันได้มาด้วยความรักความเสน่หา เขาให้ด้วยความเต็มใจ ฉันไม่ได้ขายตัวแลกเงินอย่างที่แม่ว่า”

จังหวะนั้น กฤติยาถือถาดขนมออกมา กัณฐิกาพยายามจะพูดคุยด้วย แต่เธอไม่แม้แต่จะปรายตามอง ทำเหมือนกัณฐิกาเป็นอากาศธาตุ กฤติยาบอกยายแก้วว่าจะไปเปิดร้านให้ก่อน ยายไม่ต้องรีบไปก็ได้ วันนี้เธอไม่มีเรียน แล้วยกถาดขนมออกไป กัณฐิกาตะโกนไล่หลัง

“ไปอยู่กับแม่นะ ลูกไม่ต้องลำบากอยากเรียนอะไรก็ได้เรียน อยากได้อะไรแม่จะซื้อให้ ลูกจะมีเสื้อผ้าสวยๆใส่ มีรถนั่งโก้ๆ คุณณวัตรเขาใจดี เขาจะเป็นพ่อที่ดีของลูก”

กฤติยาหันขวับ “พ่อคนที่เท่าไหร่คะแม่...ตั้งแต่เกิดมา หนูยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อหนูเป็นใคร นอกจากฟังชาวบ้านสาธยายว่าหนูเกิดจากความไม่ตั้งใจ ที่โสเภณีพลาดท่าเสียทีให้ลูกค้า พอ 5 ขวบหนูก็มีพ่อใหม่...ครบ 7 ขวบ หนูก็มีพ่อเลี้ยงใหม่อีกสามคน ไม่ทันครบ 10 ขวบ หนูก็มีพ่อใหม่เกือบโหล หนูคงเป็นลูกที่มีความสุขที่สุดในโลกที่มีพ่อมากกว่าทุกคน” แดกดันจบเธอปล่อยโฮด้วยความอัดอั้น

“ใครเป็นพ่อของลูกก็ไม่สำคัญ ยังไงลูกก็เป็นลูกแม่ ตอนนี้แม่สบายแล้ว แม่จะพาลูกไปอยู่ด้วย เราจะได้มีความสุขกันตามประสาแม่ๆลูกๆ” กัณฐิกาพยายามข่มอารมณ์ไว้ กฤติยาไม่ไป เพราะมีพ่อใหม่ไม่ซ้ำหน้ามากพอแล้ว แต่จะขอมีแม่เพียงคนเดียวและแม่คนนั้นก็คือยายแก้ว เธอจะอยู่กับยายไปจนวันตาย

“อย่าเรื่องมากนักได้ไหม ฉันให้เวลาแกคิดดูให้ดี จะเป็นสก๊อยในสลัมหรือเป็นคุณหนูในคฤหาสน์ใหญ่” กัณฐิกาว่าแล้วเอาเงินยัดใส่มือลูก เธอไม่ต้องการเงินของแม่ กัณฐิกาถามเสียงห้วน ถ้าไม่ต้องการเงินแล้วต้องการอะไร ใครๆก็อยากได้เงินกันทั้งนั้นเพราะเงินซื้อได้ทุกอย่าง แล้ววางเงินทิ้งไว้ก่อนจะเดินจากไป กฤติยาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น น้ำตาไหลพราก ยายแก้วสงสารหลานจับใจ ดึงตัวมากอด

“ยายจ๋า...หนูไม่ได้ต้องการอะไรจากแม่ หนูอยากให้แม่กอดหนูสักครั้ง”

ooooooo

ชนิกานต์หนีออกจากบ้านตั้งแต่เช้า ไม่มีใครรู้ ว่าไปไหน ธีรดนย์โทร.ไปตามบ้านเพื่อนก็ไม่เจอ โทร.เข้ามือถือของเธอก็ไม่รับสาย อุษาเกรงจะเกิดเรื่องไม่ดี บอกให้เขาลองไปดูตามบ้านเพื่อนๆ เผื่อคุณหนูจะไปที่นั่น

“ไม่ต้อง...ที่ผ่านมาฉันตามใจมากเกินไป ลูกถึงได้ใจ เอะอะไม่ได้ดั่งใจก็สร้างเรื่องเรียกร้องความสนใจ คราวนี้ฉันจะดัดนิสัย หนีไปก็ต้องกลับเองได้ ฉันขอสั่งห้ามออกตามหาเด็ดขาด” ณวัตรสั่งเสียงเฉียบ...

ด้านชนกชนม์ไม่เข้าใจทำไมแม่ถึงจงเกลียดจงชังตนนักหนา พอรู้ว่าเขาเป็นคนซื้อเสื้อให้ ทั้งๆที่ชอบ แม่กลับโยนมันคืนเขา แถมกำชับว่าต่อไปไม่ต้องซื้ออะไรมาให้อีก เธอไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณคนไม่เอาไหนอย่างเขา แล้วเดินสะบัดขึ้นห้องอย่างไม่สบอารมณ์ ชยางกูรได้ทีเหยียบซ้ำ สั่งให้แป๋วเอาเสื้อตัวนี้ไปทำผ้าขี้ริ้ว ธนกรเห็นใจลูกเลี้ยง ปลอบว่าสักวันแม่ของเขาต้องใจอ่อนและเห็นในความดีที่เขาทำ

“ผมยอมรับครับว่าท้อ แต่ผมไม่ถอย” ชนกชนม์ยิ้มสู้ ธนกรดีใจที่เขายังยิ้มได้...

ชนิกานต์อยากหนีไปอยู่ต่างจังหวัดสักระยะหนึ่ง เพราะไม่ต้องการรู้เห็นการแต่งงานของพ่อกับนังมารร้าย จึงแวะมาขอให้สุตาภัญไปเป็นเพื่อน เธอปฏิเสธทันควันว่าไปไม่ได้ พ่อของเธอคงไม่ยอมแน่ๆ

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมการไว้แล้ว” ชนิกานต์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ครู่ต่อมา เธอเอาเอกสารโครงการปฏิบัติการทำข่าวท้องถิ่นไปให้สุทินดู เขาไม่เข้าใจทำไมลูกต้องไปทำกิจกรรมที่ต่างจังหวัด

“กลุ่มของเราทำหัวข้อปัญหาประมงชายฝั่งค่ะ ต้องไปสัมภาษณ์ชาวประมงที่นั่น” ชนิกานต์อธิบาย

สุทินซักถามเป็นการใหญ่ว่าไปพักที่ไหน สุตาภัญทำหน้าที่อะไร แล้วในกลุ่มมีใครไปบ้าง อาจารย์ท่านไหนเป็นคนดูแล ชนิกานต์ถนัดเรื่องโกหกอยู่แล้ว ตอบได้ทุกคำถาม แล้วรวบรัดตัดความยื่นเอกสารให้สุทินเซ็นยินยอม แม้เอกสารเหล่านั้นจะเหมือนของจริงทุกอย่าง แต่สุทินก็ไม่ยอมให้ลูกไป เพราะไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่ต้องออกภาคสนาม เรียนรู้จากตำราเอาเองก็ได้ ชนิกานต์อ้างว่านี่เป็นวิชาหลัก ถ้าไม่ให้ไปก็เรียนไม่จบ

“ฉันจะเชื่อได้อย่างไรว่า พวกเธอไปทำงานไม่ได้หนีเที่ยว” สุทินจ้องหน้าสองสาวอย่างจับผิด

“ทางคณะจึงออกเอกสารชี้แจงไงคะ ถ้าคุณอายังกังวลใจ โทร.สอบถามจากอาจารย์ประจำวิชาได้เลยค่ะ เบอร์โทรศัพท์อยู่บนหัวเอกสาร...หนูต่อเบอร์ให้ก็ได้นะคะ” ชนิกานต์สู้สายตาสุทิน เพื่อความสมจริง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเซ็นเอกสารยินยอมให้...

ในเวลาต่อมา สุตาภัญพร้อมด้วยเป้สัมภาระก็พร้อมออกเดินทาง เธออดชมเพื่อนรักไม่ได้ว่าวางแผนการได้เฉียบมาก ตระเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมสรรพรวมทั้งเบอร์โทรศัพท์ปลอมๆนั่นด้วย

“แน่นอน...ฉันเตี๊ยมให้เกอด้าเพื่อนเราสวมบทเป็นอาจารย์ ยัยนี่แอ็กติ้งเป็นเลิศ รีบไปกันเถอะ” ชนิกานต์กับสุตาภัญยังไม่ทันจะก้าวขาออกจากบ้าน สุทินเรียกไว้เสียก่อน สั่งให้สองสาวเอาสุรัมภาไปด้วย จะได้มีคนคอยควบคุมแทนเขา สุรัมภารับปากจะดูแลพี่สาวไม่ให้คลาดสายตา และจะโทร.มารายงานพ่อทุกชั่วโมง สุตาภัญกับชนิกานต์มองหน้ากันเซ็งๆ...

เพราะคุณแม่ขอร้อง ธีรดนย์จำต้องออกตามหาชนิกานต์ไปตามบ้านเพื่อน แต่ก็ไม่พบ จึงแวะมาถามหาที่ บ้านของชนกชนม์เป็นที่สุดท้าย ชนกชนม์อดเป็นห่วงชนิกานต์ไม่ได้ ถามว่าโทร.เช็กกับสุตาภัญหรือยัง เขาโทร.แล้วแต่เธอไม่รับสาย ชนิกานต์คงไม่กล้าไปหลบที่บ้านเพื่อนซี้ เพราะพ่อของสุตาภัญดุมาก ถ้ารู้ว่าชนิกานต์หนีออกจากบ้าน คงลากตัวไปส่งนานแล้ว

“อย่าเพิ่งคิดไปเองสิ บ้านของสุตาภัญอยู่ใกล้นิดเดียว น่าจะลองไปดู”

ธีรดนย์ตวาดลั่นว่าไม่ต้องมาสั่งสอน แล้วเดินหัวเสียออกไป ชนกชนม์ตะโกนไล่หลังขอเฟซบุ๊กของชนิกานต์กับสุตาภัญด้วย เผื่อสองคนนั่นจะอัพเดตสถานะ จะได้รู้ว่าอยู่ที่ไหน ธีรดนย์หยุดกึก หันกลับมาทันที...

เมื่อมาถึงรีสอร์ตริมทะเล สุรัมภาถึงได้รู้ว่าเรื่องมาออกภาคสนามเป็นเรื่องโกหก ขู่จะฟ้องพ่อ ทั้งชนิกานต์และสุตาภัญพยายามติดสินบนน้อง ถ้าอยากได้อะไรจะ ให้หมดทุกอย่าง ขออย่าให้รู้ถึงหูพ่อ

สุรัมภาไม่สนใจหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาพ่อ สอง สาวถึงกับหน้าเสีย แต่แล้วเธอกลับรายงานว่าทุกอย่างเรียบ ร้อยดี พี่ทั้งสองกำลังอบรมอยู่ กลุ่มของพี่ๆมีแต่ผู้หญิง อาจารย์ที่มาคุมก็เป็นผู้หญิง พ่อไม่ต้องเป็นห่วง แล้วกดวางสายสีหน้ายิ้มๆ สุตาภัญถึงกับถอนใจโล่งอก อดถาม ไม่ได้ว่านึกอย่างไรถึงได้ช่วยเราสองคน

“คุณพ่อไม่ได้สั่งให้ภามาหรอก แต่ภาขออาสามาเอง อ้างว่ามาคุมพวกพี่ ภาอยากแปลงร่างเป็นนกน้อยเริงร่าท้าลมทะเลให้ฉ่ำปอด” สุรัมภาว่าแล้วชวนชนิกานต์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

สุตาภัญคิดอะไรขึ้นมาได้ หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปตัวเอง กำลังจะแชร์ลงเฟซบุ๊ก ชนิกานต์ย้อนกลับมาพอดี ถามว่าจะทำอะไร เธออ้างว่าถ่ายรูปเล่น เพื่อนรักมองอย่างรู้ทัน สั่งห้ามทำอย่างนั้นเด็ดขาด ตนไม่อยากให้ใครรู้ว่าอยู่ที่นี่ แล้วไล่สุตาภัญไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พอชนิกานต์คล้อยหลัง เธอรีบแชร์รูปลงเฟซบุ๊กทันที...

ภาพของสุตาภัญกับที่อยู่ของรีสอร์ตปรากฏหราอยู่ในเฟซบุ๊กบนหน้าจอโน้ตบุ๊กของชนกชนม์ ธีรดนย์จะตามไปที่นั่น ชนกชนม์ขอไปด้วย อ้างว่าจะไปช่วยเกลี้ยกล่อมชนิกานต์ให้กลับบ้าน ธีรดนย์นิ่งคิดครู่หนึ่ง

“ได้...ครั้งนี้ฉันยอมนาย...นายเป็นหนี้บุญคุณฉัน ฉันขออะไรนายก็ต้องให้ฉัน”

ชนกชนม์รับคำ ทั้งคู่ไม่เห็นชยางกูรแอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ooooooo

ไม่นานนัก ธีรดนย์กับชนกชนม์มาถึงรีสอร์ตซึ่งเป็นที่พักของสุตาภัญกับพวกแต่ไม่เจอใคร พนักงานที่นั่นแจ้งว่าพวกเธอออกไปเล่นน้ำ ธีรดนย์กับชนกชนม์แยกย้ายกันตามหา...

สามสาวเล่นน้ำทะเลกันอย่างมีความสุข โดยไม่ลืมเก็บภาพความประทับใจครั้งนี้ไว้ด้วย หลังจากวิ่งเล่นกันจนเหน็ดเหนื่อย ชนิกานต์เดินไปซื้อน้ำมะพร้าวมาให้ เห็นสุตาภัญนั่งก่อปราสาททรายอยู่ที่ชายหาด ทักท้วงว่าจะเสียเวลาทำไปทำไม เดี๋ยวคลื่นซัดมาก็พังหมดแล้ว

“พังก็สร้างใหม่ได้นี่ ตราบใดที่เรายังมีแรงและมีความรัก” สุตาภัญว่าแล้วชวนเพื่อนรักสร้างปราสาททรายด้วยกัน ขณะปราสาทกำลังเป็นรูปเป็นร่าง สุรัมภาแกล้งขว้างลูกบอลใส่ปราสาทพัง สองเพื่อนซี้ช่วยกันไล่จับ สุตาภัญจับตัวไว้ได้ แต่เธอดิ้นจนหลุด แล้ววิ่งหนี ชนิกานต์ไล่ตาม สุตาภัญได้แต่ยืนมอง พอหันกลับมาอีกทีต้องแปลกใจที่เห็นชนกชนม์ยืนอยู่ ถามเขาว่ามาทำไม แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่

“ก็เธอเป็นคนโพสต์ลงในเฟซบุ๊กนี่ เธอจงใจให้ธีรดนย์รู้ว่าเธออยู่ที่นี่ เพราะเธอไม่อยากให้ที่บ้านชนิกานต์กังวลใจ” ชนกชนม์มองเธออย่างรู้ทัน สุตาภัญยอมรับว่าที่ต้องทำแบบนั้นเพราะอยากให้คนที่บ้านชนิกานต์มาตาม เธอจะได้รู้สึกว่ามีคนรักและเป็นห่วง ชนกชนม์รู้สึกว่าฉายาที่ชนิกานต์ตั้งให้เธอว่านางฟ้าเบอร์ห้า ช่างสมกับเธอจริงๆ เธอเป็นคนมีจิตใจดีงาม เป็นห่วงเป็นใยคนอื่นๆ...

ชนิกานต์ไม่พอใจมากที่เห็นธีรดนย์ตามมาถึงนี่ ขับไล่ไสส่งให้กลับไป เขาไม่ยอมกลับถ้าเธอไม่ไปด้วยชนิกานต์คิดว่าพ่อสั่งให้เขามาตาม ตอนนี้ท่านคงเป็นห่วงเธอแทบแย่แล้วใช่ไหม

“เลิกจินตนาการเพ้อเจ้อได้แล้ว คุณท่านไม่ได้สั่งให้มารับ แถมยังกำชับไม่ให้ออกตามหาเธอด้วยซ้ำ คุณท่านเอือมระอากับพฤติกรรมของเธอเต็มทน ไม่คิดตาม ยังใช้ชีวิตปกติ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวสักนิด”

หญิงสาวทั้งเสียใจทั้งผิดหวังที่พ่อไม่สนใจ พาลด่าว่าธีรดนย์แล้วจะเดินหนี เขากระชากแขนไว้ทำให้เธอเสียหลักเซเข้ามาในอ้อมกอด ทั้งสองสบตากันนิ่งงัน ชนิกานต์ตั้งสติได้ผลักเขาออกแล้ววิ่งหนี...

ฝ่ายชนกชนม์ได้อยู่ลำพังกับสุตาภัญ ตัดสินใจเผยความในใจที่มีต่อเธอซึ่งเธอเองก็มีใจให้เขาเช่นกันจากนั้น ทั้งคู่ชวนกันแข่งเก็บเปลือกหอยเพื่อเอาไปตกแต่งปราสาททราย จังหวะหนึ่งเกิดใจตรงกันคว้าเปลือกหอยชิ้นเดียวกัน ชนกชนม์จี้เอวให้เธอปล่อยมือ สุตาภัญบ้าจี้ทรุดลงไปกับพื้นดึงเขาล้มไปด้วย โดยเธอนอนทับ     อยู่บนตัวเขา ใบหน้าเกือบชิดกัน ชนิกานต์กับธีรดนย์เข้ามาเห็นพอดี ร้องถามว่าทำอะไรกัน

ทั้งคู่รีบลุกขึ้น ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แค่แย่งเปลือกหอยกันแล้วเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ชนิกานต์น้อยใจที่ ชนกชนม์ดูจะสนใจสุตาภัญมากกว่าตนเอง เลยพาลต่อว่าเพื่อนรักที่เอารูปไปลงเฟซบุ๊กทำให้ธีรดนย์ตามมาถูกธีรดนย์ไม่พอใจที่ชนิกานต์หาเรื่องสุตาภัญ ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกัน เขาพูดแทงใจดำเธอว่าที่ไม่มีใครรัก เพราะเธอเอาแต่ใจตัวเองไม่เคยนึกถึงคนอื่น เหมือนที่พ่อของเธอพูดไว้ไม่มีผิดว่าเธอเกิดมามีแต่สร้างปัญหา

“ได้...ในเมื่อฉันเป็นตัวปัญหา ฉันก็จะไม่อยู่ให้รกโลก ฉันตายไปทุกคนคงจะมีความสุข” ชนิกานต์พูดจบวิ่งหนีออกไปทั้งน้ำตา สุตาภัญจะตาม แต่ธีรดนย์คว้าแขนไว้ บอกว่าไม่ต้องไปสนใจ ชนิกานต์แค่เล่นละครบีบน้ำตา ทำทีขู่ฆ่าตัวตายแต่ไม่เคยทำอย่างที่ขู่สักครั้ง ชนกชนม์ไม่อยากเสี่ยง อาสาจะไปดูเธอให้...

ครั้งนี้ชนิกานต์เอาจริง วิ่งหนีไปที่สะพานซึ่งยื่นไปในทะเลแล้วโดดลงไปหวังฆ่าตัวตาย ชนกชนม์โดดลง ไปช่วยไว้ได้ทัน อุ้มเธอขึ้นมาวางบนสะพาน หญิงสาวค่อยๆได้สติ เห็นชนกชนม์อยู่ตรงหน้าโผกอดไว้แน่นเหมือนต้องการที่พึ่ง และให้เขาสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอไปไหน ชนกชนม์ว่าเพื่อนย่อมไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว

“ฉันอยากเป็นแฟนนาย ฉันรักนายนะ” ชนิกานต์อ้อนวอน ชนกชนม์เจอไม้นี้เข้าไปถึงกับทำอะไรไม่ถูกสุตาภัญตามมาด้วยความเป็นห่วง กลับเห็นภาพบาดตาบาดใจ ขณะที่ธีรดนย์ยิ้มพอใจที่เห็นทั้งคู่กอดกัน

ooooooo

ตอนที่ 4

ธีรดนย์ยังไม่หนำใจ ใส่ไฟว่าชนกชนม์รักชนิกานต์จริงๆอย่างที่เขาเคยบอกไว้ไม่มีผิด สุตาภัญทนดู ต่อไปไม่ไหวชวนเขากลับ ชนกชนม์หันมาเห็นสุตาภัญ รู้ทันทีว่าเธอกำลังเข้าใจผิด ดันตัวชนิกานต์ออก รีบวิ่งมาขวางหน้าไว้ ขอร้องอย่าเพิ่งไป ให้มาช่วยทางนี้ก่อน ธีรดนย์ได้ทีใส่ไฟซ้ำ

“ช่วยอยู่เป็นสักขีพยานรักของนายสองคนน่ะหรือ”

“นายกำลังเข้าใจผิด เมื่อกี้ชนิกานต์คิดสั้นกระโดดน้ำ ฉันเพิ่งช่วยขึ้นมา”

“รีบพาชนิกานต์ไปพักก่อนเถอะธี อาการดีขึ้นแล้วค่อยกลับบ้าน” สุตาภัญร้อนใจจะกลับไปดู

ชนิกานต์ตามมาเสียก่อน ยืนยันว่าถึงตายก็ไม่กลับ ชนกชนม์กับสุตาภัญช่วยกันเกลี้ยกล่อมอย่างไรเธอก็ไม่ยอมกลับ อ้างว่าเหนื่อย ขอนอนพักก่อน แล้วบ่ายหน้าไปทางบ้านพัก สุตาภัญบอกธีรดนย์ให้ค้างที่นี่คืนหนึ่งก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที...

ระหว่างที่อยู่ลำพังกับเพื่อนรักในห้องพัก สุตาภัญอดถามไม่ได้ว่าทำไมต้องแกล้งจมน้ำด้วย ในบรรดาเพื่อนทั้งหมดเธอว่ายน้ำแข็งที่สุด ต่อให้น้ำลึกแค่ไหนก็ช่วยตัวเองได้ แล้วทำไมต้องทำแบบนี้

“ฉันอยากรู้ว่าชนกชนม์คิดยังไงกับฉัน และฉันก็รู้แล้วว่าเขาห่วงใยฉัน เขารักฉัน...บอกตามตรงนะ ตอนที่ธีบอกว่าชนกชนม์ชอบเธอแล้วฉันเห็นเธอกับเขากอดกันที่หาดทราย ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธอชอบชนกชนม์ แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเธอรู้ว่าฉันรักชนกชนม์ เธอไม่เคยทำร้ายจิตใจฉันและไม่คิดแย่งแฟนเพื่อนจริงไหมตา” ชนิกานต์ดักคอ สุตาภัญเจ็บแปลบเข้าไปถึงหัวใจ จำต้องฝืนยิ้มแทนคำตอบ แล้วขอตัวไปตามน้อง...

ขณะที่สุตาภัญตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่เพิงขายขนมของยายแก้วในตลาด กฤติยานั่งใจลอยไม่มีแก่ใจจะทำอะไร นึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าแล้วยิ่งเศร้า สุรเดชเข้ามาแหย่ เธอก็เอาแต่นั่งนิ่ง เขารู้ทันทีว่าเธอไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วยรีบชิ่งออกมา แต่ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงเธอตะโกนไล่หลัง

“ช่วยพาฉันไปไหนก็ได้”

สุรเดชหันกลับมามอง แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่กล้าถาม ไม่นานนัก เขาพากฤติยาขึ้นมาบนดาดฟ้าของตึกร้างแห่งหนึ่ง เธอเดินหน้าเศร้าไปหยุดที่ขอบตึก ก่อนจะกรีดร้องระบายความอัดอั้นตันใจ สุรเดชได้แต่ยืนมองห่างๆด้วยความเป็นห่วง...

ด้านสุตาภัญเดินตามหาสุรัมภามาถึงหน้ารีสอร์ต เจอชนกชนม์ที่เดินสวนเข้ามา ต่างฝ่ายต่างอึ้ง เธอยังน้อยใจเรื่องที่เห็นเขากอดกับชนิกานต์ไม่หาย แกล้งประชดไล่เขาไปดูชนิกานต์ ส่วนตนเองจะไปตามหาน้องสาว ชนกชนม์ขอไปด้วยจะได้ช่วยกันอีกแรง

“ฉันบอกแล้วไงให้นายไปดูแลชนิกานต์...เธอต้องการนาย”

“แล้วเธอล่ะ...ไม่ต้องการฉันหรือ” ชนกชนม์ย้อนถาม สุตาภัญถึงกับอึ้ง ที่อีกฝั่งหนึ่งของถนน สุรัมภาเดินถือไอศกรีมวิ่งมาหยุดมองเพื่อจะข้ามถนนกลับรีสอร์ต เห็นชนกชนม์ชายในฝันของตนเองยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม อารามดีใจที่เจอเขา วิ่งข้ามถนนไม่มองอะไรทั้งสิ้น ชยางกูรขับรถมาด้วยความเร็วมีคนวิ่งตัดหน้ากระแทกเบรกเสียงดังสนั่น สุรัมภาตกใจ เห็นรถพุ่งเข้าหา กรีดร้องสุดเสียง ทั้งชนกชนม์และสุตาภัญต่างมองตะลึง

ooooooo

รถของชยางกูรหยุดอยู่ห่างสุรัมภาที่ยืนตัวสั่นไม่ถึงคืบ ชยางกูรโกรธจัดลงมาโวยลั่นว่าตาบอดหรือถึงได้ข้ามถนนไม่ดูรถ สุตาภัญรีบวิ่งไปหาน้องสาวด้วยความเป็นห่วง พอเห็นเธอปลอดภัยก็โล่งใจ

ชนกชนม์วิ่งตามมาสมทบ “น้องเธอเป็นยังไงบ้าง”

ทันทีที่เห็นหน้าชายในฝัน สุรัมภาทั้งตื่นเต้นดีใจทั้งยังช็อกที่รอดตายมาได้ เป็นลมล้มพับ ชนกชนม์รีบเข้าไปอุ้ม พากลับที่พัก โดยมีสุตาภัญตามประกบไม่ห่าง ชยางกูรมองตาม คิดแผนชั่วบางอย่างขึ้นมาได้...

ครู่ต่อมา ชนกชนม์อุ้มสุรัมภามาวางบนโซฟาภายในห้องพัก สุตาภัญจะตามเข้าไปแต่ชยางกูรคว้าแขนไว้เธอสั่งให้ปล่อย ชยางกูรรีบคลายมือออก ขอโทษที่ทำให้น้องสาวของเธอตกใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะชน น้องของเธอวิ่งตัดหน้ารถเขาเอง สุตาภัญประหลาดใจที่วันนี้เขามาแปลก พูดจาดีแถมยอมรับผิด

“ฉันขอโทษแทนน้องสาวด้วยแล้วกัน จบเรื่องก็กลับไปได้แล้ว” สุตาภัญว่าแล้วเดินเข้าห้อง ชยางกูรไม่ยอมกลับ ตามเข้ามาด้วย...

หลังจากชนกชนม์เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้สักพัก สุรัมภาค่อยๆรู้สึกตัว เห็นชายในฝันอยู่ตรงหน้าก็ยิ้มให้ เขายิ้มตอบ ก่อนจะแนะนำตัวเองว่าชื่อชนกชนม์ เด็กสาวซึ่งอาการดีขึ้น ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ถามว่าจำเธอได้ไหม เขาจำเธอได้ เด็กเปิ่นที่ชอบวิ่งให้รถชนเล่นใครจะลืมลง

“ใครบอก ภาเป็นคนมีเสน่ห์ต่างหาก ใครเห็นก็ชอบวิ่งเข้าหา” ทั้งคู่ต่างหัวเราะขำ สุตาภัญที่เพิ่งมาถึงถามน้องอย่างห่วงใยว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอดีขึ้นแล้ว แต่ยังมึนนิดหน่อย ชยางกูรซึ่งตามมาด้านหลังโวยใส่เธอลั่น

“โรคสำออย แกล้งเป็นลม หวังเรียกค่าทำขวัญสิท่า...เอาเท่าไหร่”

สุรัมภาไม่พอใจที่ชยางกูรพูดจาไม่เข้าหูเลย ด่ากลับ สองคนปะทะคารมกันดุเดือด สุตาภัญต้องรีบห้ามศึกก่อนเรื่องจะลุกลาม แล้วไล่ชยางกูรกลับ สุรัมภาไม่ยอมรามือจะเอาเรื่องเขาให้ได้ ชนกชนม์ต้องขอร้องให้เห็นแก่เขา เธอถึงได้ยอมสงบศึก เขายิ้มให้เป็นทำนองขอบใจแล้วพาน้องชายตัวดีออกไป

“ภารู้จักชนกชนม์ด้วยหรือ” สุตาภัญนิ่วหน้าสงสัย และถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าเขาคือชายในฝันของน้อง...

ชนกชนม์อยากรู้ว่าชยางกูรต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ตามมาที่นี่ เขาอ้างว่ามาเป็นกันชนไม่ให้ชนกชนม์ยุ่งกับผู้หญิงของเขา ชนกชนม์ไม่อยากพูดถึงสุตาภัญรีบตัดบทไล่เขากลับ มาไม่บอกใคร เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง

“มันจะยากอะไร ฉันโทร.บอกคำเดียวว่ามาเที่ยวกับเพื่อนมันก็จบ แต่ถ้าฉันบอกว่าแกมั่วสุมกับผู้หญิง คงสนุกแน่ ถ้าไม่อยากให้ฉันฟ้องคุณแม่ แกต้องช่วยฉันจีบสุตาภัญ” ชยางกูรยิ้มกวน ขณะที่ชนกชนม์หน้าเครียด...

ฝ่ายสุรัมภาทวงสัญญาที่พี่สาวเคยให้ไว้ว่าจะช่วยเป็นแม่สื่อให้เธอกับชายในฝัน สุตาภัญไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร จึงโกหกว่าชนกชนม์มีแฟนแล้ว เธอซักถามด้วยความสนใจว่าใครเป็นแฟนเขา ชนิกานต์มาทันได้ยินพอดี ออกตัวแรงอย่างไม่อายปากว่าเธอเองที่เป็นแฟนของชนกชนม์ แล้วขอตัวไปเลือกชุดสวยๆใส่อวดแฟนสักหน่อย สุรัมภาหน้าเศร้าขึ้นมาทันที ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นความจริง

“ทำหน้ายังกับคนอกหัก เรายังไม่ได้เป็นแฟนกับพี่เขาสักหน่อย ไปๆอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้สดชื่นขึ้น”

“ภาไม่ยอมแพ้หรอก...พี่ตาต้องช่วยภา” สุรัมภามุ่งมั่นจะต้องพิชิตใจชายในฝันให้ได้

ooooooo

ค่ำแล้วกฤติยายังไม่หายเศร้าใจเรื่องแม่ สุรเดชสงสารเธอจับใจเข้ามาถามว่าไหวหรือเปล่า น้ำเสียงห่วงใย นั้นทำให้หญิงสาวบ่อน้ำตาแตกโผกอดเขาไว้แน่น สุรเดชถึงกับอึ้ง ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา เธอไม่เคยให้เขาแตะต้องตัวแม้แต่น้อย คิดเอาเองว่าเธอคงใจอ่อนยอมเป็นแฟน เริ่มลูบไล้เนื้อตัว หญิงสาวเอะใจคว้ามือเขาไว้

“หยุด...อย่าทำอย่างนี้”

แทนที่จะหยุด สุรเดชกลับยิ่งรุกหนักข้อขึ้นซุกไซ้ร์ไปทั่ว กฤติยาดิ้นรนจนเป็นอิสระตบเขาฉาดใหญ่ แล้วชี้หน้าด่าไม่ยั้ง สุรเดชไม่พอใจ ต่อว่าว่าอ่อยให้กันขนาดนี้ยังมาทำเล่นตัวอีก

“ฉันให้กอดไม่ได้หมายความว่าฉันอยากมีเซ็กซ์ด้วย ฉันแค่ต้องการไออุ่นจากคนเข้าใจ” กฤติยาโวยจบวิ่งหนีลงข้างล่าง สุรเดชวิ่งตามมาทันตรงบันไดคว้าตัวเธอไว้ อธิบายว่าที่ทำลงไปก็เพราะรัก ไม่ได้คิดจะฟันแล้วทิ้ง กฤติยาต่อว่าว่าเคยถามกันสักคำไหมว่าเธอรักเขาหรือเปล่า สุรเดชทั้งโกรธทั้งน้อยใจ หาว่าที่เธอเปลี่ยนใจไม่ รักเขาเพราะเจอคนที่ดีกว่าหล่อกว่าอย่างธีรดนย์ เขารู้ได้จากสายตาหยาดเยิ้มที่เธอมองไอ้หมอนั่นวันแข่งรถ

“ฉันจะรักใครชอบใครก็ไม่เกี่ยวกับพี่ เพราะยังไงฉันก็ไม่รักพี่” กฤติยาพูดจบวิ่งหนีไปด้วยความผิดหวัง...

ในเวลาเดียวกัน สุตาภัญถึงกับหน้าเครียดที่เพื่อนรักกับน้องสาวต่างหมายปองชายคนเดียวกัน เหมือนน้ำท่วมปากจะบอกทั้งคู่ว่าเธอเองก็มีใจให้เขาก็พูดไม่ออก แถมน้องสาวยังขอร้องให้เธอช่วยเป็นแม่สื่อให้อีกต่างหาก สุตาภัญทำอะไรไม่ถูก ยืนมองทะเลอย่างอัดอั้นก่อนจะตะโกนสุดเสียง

“ฉันจะทำอย่างไรดีเนี่ย”

ทันใดนั้น มีเสียงตะโกนขึ้นด้านหลังทวนทุกคำที่เธอพูดเมื่อครู่ สุตาภัญนิ่วหน้าหันไปมอง เห็นชนกชนม์ยืนยิ้มอยู่ เขาถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เธออ้ำๆอึ้งๆอยากจะบอกให้เขาไปหาสุรัมภาตามที่เตี๊ยมกันไว้ แต่เขาชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าเขาเองก็มีเรื่องจะให้เธอช่วย แล้วจูงมือเธอออกไปทันทีโดยไม่ถามความสมัครใจสักคำ...

อีกมุมหนึ่งของชายหาด ขณะสุรัมภากำลังนั่งรอชายในฝันอย่างใจจดจ่อ เหลือบไปเห็นชนิกานต์ในชุดเซ็กซี่แล้วก้มมองชุดตัวเอง ไม่เห็นสวยเหมือนของคู่แข่ง รีบกลับไปเปลี่ยนชุดใหม่...

หลังจากปล่อยให้ชนกชนม์จูงมือมาได้สักพัก สุตาภัญดึงมือออก ต่อรองว่าถ้าเขาอยากให้เธอช่วยต้องไปช่วยเธอทำบางอย่างก่อน ทั้งคู่ตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะช่วยใครก่อนกัน จึงตัดสินปัญหาด้วยการเป่ายิงฉุบ สุตาภัญแพ้ จึงต้องยอมเดินตามชนกชนม์แต่โดยดี...

สุรัมภารออยู่นานสองนานไม่เห็นชนกชนม์โผล่มาสักที ตัดสินใจออกตามหา ชนิกานต์กำลังตามหาเขาอยู่เช่นกัน ได้ยินเสียงสุรัมภาตะโกนเรียกหาชนกชนม์ รีบเดินเข้ามาขอบใจที่เธอช่วยตามหาเขาให้

“ใครบอกล่ะคะ ภานัดเจอพี่ชนกชนม์ต่างหาก” สุรัมภาพูดจบ ออกเดินหาเขาต่อ ชนิกานต์ถึงกับอึ้ง พอ ตั้งสติได้เร่งฝีเท้าตามไปถามว่าเมื่อครู่นี้สุรัมภาพูดเล่นใช่ไหม เธอตอบชัดเจนว่าพูดจริง

“เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังแย่งแฟนพี่”

“พี่อย่าขี้ตู่สิคะ พี่ชนกชนม์ยังไม่เคยประกาศเป็นแฟนพี่สักหน่อย...จริงไหมคะ”

“งั้นเราไปหาพี่ชนกชนม์ด้วยกัน แล้วภาจะรู้ว่าเขารักพี่มากแค่ไหน” ชนิกานต์เดินออกไปอย่างมั่นใจ

ooooooo

ครู่ต่อมา ชนกชนม์พาสุตาภัญมาที่สะพานที่ยื่นไปในทะเลซึ่งถูกประดับด้วยคบไฟส่องประกายระยิบ ระยับสะท้อนกับผืนน้ำ เธอเดินไปยังปลายสะพานโดยไม่ทันสังเกตว่าชนกชนม์ไม่ได้เดินตามมาด้วย เมื่อมาถึงปลายทาง เห็นสถานที่ถูกตกแต่งสวยงาม เธอหันกลับไปจะชมชนกชนม์ กลับพบชยางกูรยืนอยู่แทนที่

“เธอชอบไหม”

“ฉันว่าคนหยาบคายอย่างนายไม่น่าคิดได้” สุตาภัญพูดจบจะเดินหนี ชยางกูรขวางไว้

“จะรีบไปไหนล่ะ พี่ชายฉันอุตส่าห์จัดฉากวางแผนให้เราได้อยู่ด้วยกัน เขาบอกว่าเธอชอบอะไรที่สวยๆเพ้อๆ โรแมนติก ตอนแรกฉันไม่เห็นด้วยหรอก ฉันว่ามันเสียเวลา แต่เห็นสีหน้าเธอตอนนี้แล้วต้องยอมรับว่าพี่ชายฉันมองขาด” ชยางกูรไม่พูดเปล่ามองเธอด้วยสายตาหื่นกระหาย สุตาภัญไม่พอใจจะเดินกลับ เขาคว้ามือเธอไว้

“เล่นตัวเพื่ออะไร อยากได้แหวน สร้อย กระเป๋าหรือ ดูท่าแล้วเธอยังบริสุทธิ์ฉันยอมจ่าย...ต้องการเท่าไร”

สุตาภัญโกรธจัด ตบหน้าเขาทันที “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวที่นายจะซื้อได้ง่ายๆ แล้วจำไว้ด้วย ผู้หญิงไม่ใช่สินค้า” เธอพูดจบก็เดินหนี ชยางกูรหน้ามืดเข้ามารวบตัวเธอไว้...

ด้านชนกชนม์หลบไปเดินเล่นริมหาด เจอธีรดนย์เข้ามาซักไซ้ไล่เรียงว่าเห็นสุตาภัญหรือเปล่า เขาแนะให้ลองไปดูที่บ้านพัก ธีรดนย์ไปมาแล้วไม่เจอ เลยจะลองไปดูที่สะพาน ชนกชนม์กังวลใจไม่อยากให้เขาไปขัดขวางชยางกูร พยายามหลอกล่อให้ไปที่อื่น ธีรดนย์ไม่สนใจ มุ่งมั่นจะไปที่สะพานให้ได้

ชนกชนม์จะตาม แต่ชนิกานต์เข้ามาคว้าแขนไว้ สุรัมภาซึ่งเดินตามมาไม่รอช้า ถามว่าเขาเป็นแฟนชนิกานต์หรือเปล่า ชายหนุ่มยังไม่ทันจะตอบคำถาม มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือของสุตาภัญดังขึ้นเสียก่อนชนกชนม์ตกใจรีบวิ่งไปที่สะพานทันที...

ธีรดนย์ซึ่งอยู่ใกล้กว่าไปถึงจุดเกิดเหตุก่อน เห็นชยางกูรกำลังลวนลามหญิงที่ตนแอบรัก ทนไม่ไหวเข้าไปกระชากเขาออกจากเธอ ประเคนกำปั้นใส่หน้าจนล้มคว่ำ แล้วจะเข้าไปซ้ำ ชนกชนม์เข้ามาห้ามเสียก่อน ธีรดนย์ ผลักอกเขาแล้วชกไปหนึ่งหมัด ฐานที่เขาสมรู้ร่วมคิดกับน้องชายวางแผนย่ำยีสุตาภัญ

ชนกชนม์หันไปต่อว่าน้องชายที่ทำเกินเหตุ ยังไม่ทันจะขอโทษสุตาภัญก็ถูกเธอตบหน้าหันเสียก่อน ชนิกานต์กับสุรัมภามาทันเห็นพอดี ไม่พอใจที่สุตาภัญตบหน้าชนกชนม์ ถามเสียงเครียดว่ามีเรื่องอะไรกัน

“ไอ้ชั่วนี่จะขืนใจตา พี่ชายมันก็สมรู้ร่วมคิดด้วย” ธีรดนย์ว่าพลางชี้หน้าชยางกูรอย่างเอาเรื่อง

สุรัมภาไม่เชื่อว่าชนกชนม์จะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย คนสันดานหยาบช้าอย่างชยางกูรคิดเองทำเองมากกว่าชยางกูรไม่พอใจจะเข้าไปทำร้ายสุรัมภา สุตาภัญเข้าไปขวางไว้

“หยุดหยาบคายป่าเถื่อนได้แล้ว ไม่งั้นฉันเอาเรื่องนายแน่”

ชยางกูรหยุดกึกไม่กล้าหือ ธีรดนย์ยุให้สุตาภัญแจ้งความเอาผิดกับสองพี่น้อง แต่เธอไม่ต้องการให้เรื่องถึงตำรวจ เดี๋ยวจะรู้ถึงหูพ่อของเธอด้วย จะพากันเดือดร้อนไปหมด แล้วหันไปชวนน้องสาวกลับที่พักเพื่อเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับบ้าน ชนกชนม์ไม่สบายใจที่สุตาภัญเข้าใจตนเองผิด รีบเดินตาม

ooooooo

สุตาภัญสั่งให้น้องสาวรีบไปเก็บของและห้ามพูดถึงชนกชนม์ให้ได้ยินอีก สุรัมภาเห็นสีหน้าเอาจริงของพี่สาวแล้วไม่กล้าขัด รีบทำตามสั่ง สุตาภัญจะเข้าบ้านพัก แต่ชนกชนม์ปราดเข้ามาขวางไว้ พยายามอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น เธอไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวจะเดินหนี เขาคว้าตัวเธอไว้

“ปล่อยฉัน อย่าให้ฉันเกลียดนายมากไปกว่านี้”

“เธอจะโกรธจะเกลียดฉันยังไงก็ได้ แต่ขอให้เธอรู้ไว้ ฉันไม่คิดว่าชยางกูรจะทำร้ายเธอ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องนี้ ไม่อยากให้เธออยู่

กับใครนอกจากฉัน เพราะว่าฉัน...” ชนกชนม์ยังไม่ทันจะบอกว่ารัก สุทินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน สุตาภัญตกใจแทบช็อกรีบดันตัวชนกชนม์ออก สุรัมภาเห็นพ่อมาค่อยๆหลบออกจากบ้านพักไปตามธีรดนย์กับชนิกานต์ให้มาช่วย รู้ดีว่าต้องเกิดเรื่องแน่ๆ

เป็นอย่างที่สุรัมภาคาดไว้ไม่มีผิด สุทินไม่พูดพล่าม ตรงเข้าตบตีสุตาภัญอุตลุด โทษฐานโกหกว่ามาทำงานแต่กลับมามั่วผู้ชาย สุรัมภา ธีรดนย์ และชนิกานต์ได้แต่ยืนดู ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ชนกชนม์ทนไม่ไหวรั้งแขนสุทินไว้ ขอร้องให้พอได้แล้ว สุทินผลักเขาออกสั่งห้ามมายุ่งเกี่ยว พอเห็นหน้าเขาชัดๆ  สุทินจำได้ทันที

“แกคงไม่ขี่รถวินมารับผู้โดยสารไกลถึงที่นี่”

ชนกชนม์ยกมือไหว้ขอโทษสุทินที่คราวก่อนโกหกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แล้วแนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยกับสุตาภัญ ชนิกานต์สบช่องรีบเข้ามาขอโทษเขาเช่นกัน ยอมรับผิดทุกอย่างว่าเป็นคนแต่งเรื่องโกหกพวกนี้เอง สุทินโกรธมากที่ทุกคนรวมหัวกันหลอกเขา ถ้าเขาไม่โทร.ไปเช็กที่คณะ คงเป็นไอ้งั่งหัวหงอกให้ทุกคนหลอกไปทั้งชีวิต สุรัมภาสำนึกผิดที่ทำให้พ่อเสียใจ เดินน้ำตาซึมเข้ามาขอโทษ

“ภา...ลูกทำอย่างนี้กับพ่อได้ยังไง พ่อไว้ใจลูกมากทำไมถึงทำอย่างนี้ บอกมาสิ...ทำไม”

สุตาภัญไม่อยากให้น้องเดือดร้อนจึงรับผิดเพียงผู้เดียวว่าเป็นคนบังคับให้น้องทำ สุทินนึกอยู่แล้วว่าเรื่องเลวๆพรรค์นี้สุรัมภาไม่มีทางคิดเองเป็น ชนกชนม์พยายามอธิบายว่าพวกเราไม่ได้ทำอะไรเสียหาย

“แกไม่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น แล้วต่อไปนี้ห้ามยุ่งกับลูกสาวฉันเด็ดขาด” สุทินชี้หน้าชนกชนม์อย่างเอาเรื่อง แล้วหันไปสั่งให้ลูกๆไปเก็บของกลับบ้านชยางกูรยืนมองอยู่มุมหนึ่งยิ้มสะใจที่ทุกคนโดนเล่นงาน ธีรดนย์บอกชนกชนม์ให้กลับไปจัดการน้องชาย  อย่าให้มายุ่มย่ามกับสุตาภัญอีก  ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาเรื่อง...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ชนกชนม์กระชากคอเสื้อ

ชยางกูรเข้ามาต่อยเพื่อเตือนสติว่าทีหน้าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกไม่ว่ากับผู้หญิงคนไหน ถ้าเขาไม่อยากติดคุกก็ควรเลิกพฤติกรรมเลวๆเสียที

“แกห่วงฉันเพราะเรื่องนี้หรือว่าหวงก้างกันแน่”

“ฉันชอบสุตาภัญ อย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉัน” ชนกชนม์เสียงเข้มก่อนจะเดินเข้าบ้าน ชยางกูรไม่สน

ถึงจะแฟนพี่ชาย ตนก็จะแย่งมาให้ได้...

การกระทำครั้งนี้ของสุตาภัญทำให้สุทินโกรธมาก เขาไม่ลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีเหมือนที่เคยทำ กลับขังเธอไว้ในห้องแล้วเอาโซ่ใส่กุญแจมาคล้องประตูไว้ สั่งห้ามใครปล่อยเด็ดขาด โดยไม่สนใจเสียงอ้อนวอนของลูก

“คุณพ่อทำอย่างนี้กับตาไม่ได้นะคะ เปิดค่ะ...ขังตาไว้ไม่ได้นะคะ ตาไม่ใช่นักโทษของคุณพ่อ” สุตาภัญร้องไห้โฮ ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นด้วยความเสียใจ

ooooooo

ชนิกานต์กับกัณฐิกาเปิดศึกนํ้าลายกันแต่เช้า คราวนี้กัณฐิกาที่เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน แดกดันเธอว่าไม่น่าจะกลับมา ทุกอย่างกำลังจะลงเอยด้วยดีแท้ๆ หรือว่าไม่มีที่ไป ชนิกานต์มาคิดดูแล้ว ขืนไปก็เท่ากับยอมแพ้ สู้กลับมาเฝ้าสมบัติของพ่อไว้ดีกว่า จะได้กันท่าไม่ให้ผู้หญิงหน้าไม่มียางอย่างเธอสูบไปจนหมดตัว

“มั่นใจว่าเป็นยันต์กันผีได้ก็เอาสิ เธอก็เห็นว่าพ่อเธอหลงฉันหัวปักหัวปําโดยไม่ต้องทำยาเสน่ห์ ทุกอย่างต้องเป็นของฉัน” กัณฐิกายิ้มอย่างมั่นใจ

“ฉันนี่แหละจะทำให้พ่อตาสว่าง เห็นธาตุแท้เล่ห์มารยาของเธอ แล้วก็เฉดหัวเธอออกไปจากบ้านนี้”

“เกมชักสนุกแล้วสิ ฉันชอบอะไรที่ท้าทาย” กัณ– ฐิกาตักข้าวต้มใส่ถ้วยกำลังจะนั่งกิน

ชนิกานต์แย่งถ้วยข้าวต้มไปต่อหน้าต่อตา เตือนว่าที่แม่เลี้ยงว่าตนเองร้ายกว่าที่เธอคิดนัก กัณฐิกาไม่พอใจ ลุกหนี ชนิกานต์มองตาม ก่อนจะผลักถ้วยข้าวต้มออก เธอแค่อยากแย่งไม่ได้อยากกิน กัณฐิกาแค้นใจคิดหาคนมาช่วยกำจัดชนิกานต์พ้นทาง จึงขอร้องณวัตรว่าหลังแต่งงานแล้วเธอจะพาญาติมาอยู่ที่นี่ด้วย ณวัตรยินดีต้อนรับญาติทุกคนของเธอ ขออย่างเดียวอย่าเป็นลูกติด กัณฐิกาถึงกับอึ้งเพราะตั้งใจจะเอากฤติยามาอยู่ด้วย

“ผมรับได้หากคุณเคยมีครอบครัวมาก่อน แต่ผมไม่พร้อมรับภรรยาที่มีลูกติด จะว่าผมเห็นแก่ตัวก็ได้ แต่ผมรักลูกมาก ผมไม่อยากให้ลูกผมน้อยใจที่ผมต้องแบ่งปันความรักให้ลูกคนอื่น”

“ขอให้คุณสบายใจได้ กัณยังไม่เคยมีลูกค่ะ” กัณ– ฐิกาโกหกหน้าตาเฉย ชนิกานต์ซึ่งแอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่ง ยิ้มพอใจที่รู้ว่าพ่อยังรัก จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ชนิกานต์รีบเดินออกไปรับสาย สุตาภัญโทร.มาฟ้องว่าพ่อขังเธอไว้ในห้องตั้งแต่เมื่อคืนทำโทษที่โกหก และอยากให้เพื่อนรักหาทางช่วยเธอออกไปจากที่นี่

“จะให้ฉันช่วยยังไง ขืนฉันเข้าไปหาเธอ พ่อเธอเอาฉันตายแน่”

ธีรดนย์ผ่านมาได้ยินพอดี ตำหนิชนิกานต์ว่าเป็นตัวการทำให้สุตาภัญเดือดร้อน เป็นตายอย่างไรเธอก็ต้องช่วยเพื่อน แล้วแย่งมือถือมาพูดเอง ปลอบใจสุตาภัญว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะรีบหาทางไปช่วย เธอขอบใจเขามาก วางสายด้วยความสบายใจขึ้น

ชนิกานต์หมั่นไส้ธีรดนย์ที่ชอบทำตัวเป็นฮีโร่ต่อหน้าสุตาภัญ ถามเขาว่าไปรับปากอย่างนั้น มีแผนในใจแล้วหรือ เขาจะให้ณวัตรไปขอให้สุตาภัญมาช่วยงานแต่งงาน สุทินต้องเกรงใจณวัตรและยอมปล่อยตัวสุตาภัญออกมาแน่นอน ชนิกานต์เห็นด้วยกับความคิดนี้ รีบเข้าไปหาพ่อ เสนอตัวจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กัณฐิกา แต่มีข้อแม้ว่าพ่อต้องเชิญครอบครัวของสุตาภัญมางานด้วย และต้องให้สุตาภัญเป็นเพื่อนเจ้าสาวคู่กับเธอ

“ลูกต้องการอะไร หรืออยากทำอะไรพ่อเต็มใจช่วยเสมอ”

“คุณน้าล่ะคะ เต็มใจให้หนูเป็นเพื่อนเจ้าสาวหรือเปล่าคะ” ชนิกานต์ยิ้มอ่อนหวานผิดจากเมื่อครู่ลิบลับ

“ถือเป็นข่าวที่น่ายินดี งานนี้ต้องเป็นงานแต่งที่อบอุ่นที่สุด”

“ค่ะ...จะเป็นงานแต่งที่อยู่ในความทรงจำไปอีกนาน” ชนิกานต์ยิ้มเจ้าเล่ห์วางแผนจะถล่มงานนี้ให้ราบ กัณฐิกาไม่ไว้ใจที่อยู่ๆเธอก็พูดจาดีด้วย

ooooooo

แผนของธีรดนย์และชนิกานต์สำเร็จด้วยดีสุทินจำใจปล่อยสุตาภัญเป็นอิสระ เพราะเธอต้องออกไปตัดชุดสำหรับใส่ไปงานแต่งงาน เขาไม่รู้ว่าลูกไปทำท่าไหน ณวัตรถึงได้มาขอตัวเธอไปช่วยงานถึงที่นี่ด้วยตัวเอง

“ถ้าคุณพ่อไม่ไว้ใจตา เพื่อความสบายใจ ตาไม่ไปก็ได้ค่ะ”

“ไม่ต้องประชดฉัน ถ้าฉันไม่เกรงใจที่คุณณวัตรเคยช่วยเหลือไว้ อย่าหวังว่าเธอจะได้ออกมาเร็วอย่างนี้ ส่วนวันงาน ฉันติดประชุมที่กรม ฉันจะให้แม่กับน้องไปคุมเธอ”

“ค่ะ...แล้วแต่คุณพ่อจะเห็นสมควร” สุตาภัญไม่วายประชด...

ธนกรเห็นเป็นโอกาสดีที่ชนกชนม์จะเรียกความเชื่อมั่นจากแม่ จึงเกลี้ยกล่อมชลนิภายอมให้ชนกชนม์เป็นคนนำเครื่องเพชรไปส่งให้เจ้าสาวของณวัตรในงานวันแต่งงาน ชลนิภาเตือนว่าถ้าชนกชนม์ทำงานนี้พลาด จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ชยางกูรได้ยินโดยตลอด คิดหาทางกลั่นแกล้งชนกชนม์...

ค่ำวันเดียวกัน กัณฐิกาแวะมาหากฤติยาที่บ้านแม่ เอาเงินค่าตัดชุดสวยๆสำหรับใส่ไปงานแต่งงานของตนมาให้ กฤติยาไม่สนใจเดินหยิบโน่นจับนี่ไปเรื่อยเปื่อย กัณฐิกาชักรำคาญสั่งให้เลิกทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนสักที อย่าลืมว่าเธอเป็นแม่ กฤติยาย้อนถามแล้วแม่เห็นเธอเป็นอะไร

“เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ไม่ต้องรื้อฟื้น แกต้องไปงานแต่งฉัน”

“แล้วแม่จะให้หนูไปในฐานะอะไร” กฤติยามีปมด้อยเรื่องนี้ เพราะแม่ไม่เคยยอมรับเธอเป็นลูก หาว่าเธอเป็นตัวถ่วงทำให้หาสามีใหม่ไม่ได้ เธอยังจำเหตุการณ์เจ็บปวดใจเหล่านั้นได้ดีเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“ในเมื่อแม่เลือกใช้ชีวิตตามที่แม่ต้องการ แม่จะมาห่วงหนูกับยายทำไม”

ไม่ว่ากฤติยาจะหาข้ออ้างอย่างไร กัณฐิกาก็ไม่สนใจ อย่างไรเสียทั้งคู่ต้องไปงานแต่งงานของตนให้ได้ แล้วหันไปกำชับยายแก้วว่า ต้องใส่เสื้อผ้าให้ดูดีมีราคา อย่าทำให้เธอต้องขายหน้าเด็ดขาด แล้วเอาเงินยัดใส่มือลูกก่อนจะผละจากไป กฤติยาน้ำตาไหลพรากปวดร้าวใจที่ต้องเป็นเครื่องมือของแม่ แม้ยายแก้วจะปลอบว่า คราวนี้แม่ของเธออาจจะ
ยอมรับเธอเป็นลูกจริงๆก็ได้ แต่กฤติยา ก็ยังไม่วางใจอยู่ดี

ooooooo

งานแต่งงานระหว่างณวัตรกับกัณฐิกาจัดขึ้น ภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ชนกชนม์พร้อมถุงใส่กล่องเครื่องเพชรมาถึงงานตามนัด ณวัตรขอให้สุตาภัญลงไปรับเครื่องเพชรให้ สุตาภัญในชุดเพื่อนเจ้าสาวสวยงามมาก จนชนกชนม์ตะลึง เดินลงจากบันไดชั้นสองเพื่อมารับเครื่องเพชร เกิดเหยียบพลาด เสียหลักจะร่วงตกบันได

โชคดีที่ชนกชนม์รับไว้ทัน ทั้งคู่มองสบตากันนิ่งงัน สุตาภัญได้สติรีบดันตัวเขาออก แล้วขอถุงใส่เครื่องเพชร ชนกชนม์ไม่ให้ ซ้ำยังเดินหนี หญิงสาวเดินตามขอร้องให้ส่งเครื่องเพชรมา งานใกล้เริ่มแล้ว ชนกชนม์ไม่ให้จนกว่าเธอจะยอมคืนดีด้วย สุตาภัญหลอกล่อจนได้เครื่องเพชรในที่สุด แล้วไล่เขากลับ

“ผมจะกลับก็ต่อเมื่อคุณให้อภัย แล้วกลับมาเป็นเจ้าชีวิตผมเหมือนเดิม” ชนกชนม์หันไปคว้าดอกไม้ในแจกันใกล้มือ แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าสุตาภัญ ขู่ว่าถ้าไม่ให้อภัย ต้องเจอท่าไม้ตาย แล้วตะโกนลั่นห้องว่า

“แต่งงานกับผมนะครับ”

แขกที่เดินผ่านไปผ่านมาเหลียวมองเป็นตาเดียวกัน สุตาภัญอายมาก รีบบอกให้ชนกชนม์ลุกขึ้น เขาไม่ยอมลุก เธอขยับจะหนี เขาจับขาไว้ แล้วตะโกนขอแต่งงานกับเธออีกครั้ง สุตาภัญจำต้องให้อภัย จังหวะนั้น นิธิมางานแต่งงานกับพ่อและแม่ เห็นพี่ชายต่างมารดาก็ดีใจรีบวิ่งเข้ามาหา แต่สะดุดหกล้มเสียก่อน ชนกชนม์รีบวิ่งไปดู เด็กน้อยร้องไห้จ้า สุตาภัญตกใจรีบเข้าไปช่วย โดยวางถุงใส่กล่องเครื่องเพชรไว้ตรงนั้น

นัชชาเดินเข้ามากับวีรภัทรเห็นชนกชนม์กำลังกอดปลอบใจนิธิอยู่ ไม่พอใจรีบดึงลูกคืน ชนกชนม์ทักทายพ่อกับแม่เลี้ยงแล้วแนะนำสุตาภัญให้รู้จัก นัชชาไม่อยากให้วีรภัทรเสวนากับเขา รีบชวนเข้างาน ชนกชนม์

เห็นใกล้ถึงฤกษ์แล้ว หันไปเตือนสุตาภัญว่าควรเอาเครื่องเพชรไปให้เจ้าสาวได้แล้ว หญิงสาวตกใจ

“เครื่องเพชร!...ฉันวางไว้ตรงโน้น”

ทั้งคู่รีบวิ่งกลับมาดู เห็นถุงใส่เครื่องเพชรยังอยู่ดีก็โล่งใจ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อถุงใส่เครื่องเพชรถึงมือกัณฐิกา ข้างในกลับเป็นกล่องทิชชูที่มีขนาดใกล้เคียงกับกล่องเครื่องเพชร เธอลมแทบจับ ใกล้ถึงฤกษ์แล้วไม่มีเครื่องเพชรใส่จะทำอย่างไรดี ชนก-ชนม์ถึงกับหน้าเสีย เมื่อครู่ยังเห็นอยู่เลย ต้องมีใครขโมยไปแน่ๆ ณวัตรไม่สนว่ามันจะหายหรือโดนขโมย แต่ภรรยาของเขาต้องมีเครื่องเพชรใส่

ชนกชนม์ขอร้องณวัตรอย่าเพิ่งโทร.บอกแม่ของเขา ขอเวลาเขาค้นหาให้ทั่วๆอีกครั้งหนึ่งก่อน แต่พอเขากับเพื่อนๆคล้อยหลัง ณวัตรรีบโทร.แจ้งชลนิภาทันที เธอรับปากจะไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด วางสายแล้วนึกเจ็บใจตัวเองไม่น่าไว้ใจตัวซวยอย่างชนกชนม์ให้เอาเครื่องเพชรไปส่ง...

ชนิกานต์ ชนกชนม์ สุตาภัญ และธีรดนย์ช่วยกันออกค้นหาเครื่องเพชรจนทั่วทั้งล็อบบี้แต่ไม่พบ ธีรดนย์ถือโอกาสนี้ซ้ำเติมชนกชนม์ต่างๆนานา จนชนิกานต์ทนไม่ไหว ลากเขาออกไปอีกทางหนึ่งเพื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่โรงแรมให้รับรู้เรื่องนี้ และจะได้เช็กกล้องวงจรปิดของที่นี่ เผื่อจะจับโจรขโมยเพชรได้

“ฉันขอโทษนะ เป็นเพราะฉันคนเดียว” สุตาภัญเสียงอ่อย

“อย่าคิดอย่างนั้นเลย...ฉันไม่เข้าใจว่ามันหายไปได้อย่างไร ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าในถุงนั่นเป็นเครื่องเพชร” ชนกชนม์สีหน้าครุ่นคิดสงสัย สุตาภัญแนะให้เขาลองไปถามพ่อของเขาดู เผื่อท่านจะเห็นอะไรบ้าง วีรภัทรให้ความร่วมมืออย่างดี แต่นัชชากลับไม่พอใจ คิดว่าทั้งคู่มาถามเพราะต้องการโยนความผิดให้พวกตน วีรภัทรเห็นท่าไม่ดี บอกให้เธอกลับไปก่อน เขาจะอยู่ช่วยลูกหาเครื่องเพชร นัชชาไม่พอใจมากที่วีรภัทรไล่กลับ...

ด้านชยางกูรกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดจะเอาเครื่องเพชรที่ฉกได้ไปขายเอาเงินมาใช้ ลุกออกจากมุมปลอดคนกำลังจะกลับ เจอสุรัมภาที่จ้องมองด้วยความสงสัยว่าเขาถือกล่องอะไรอยู่ ชยางกูรไม่ตอบ เดินหนี เธอเข้ามาแย่ง แต่เขายื้อไว้ไม่ยอมปล่อย สุรัมภากัดมือเขาจมเขี้ยวจนต้องปล่อย แล้วรีบเปิดดูเห็นเครื่องเพชรอยู่ข้างใน

“นายมันชั่วมาก ขโมยเครื่องเพชรหวังให้พี่ชนกชนม์ถูกด่า ฉันจะแฉความชั่วของนาย”

ชยางกูรจนแต้ม เสนอจะให้เงินสุรัมภาถ้าเธอยอมปิดปากเงียบไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ สุรัมภาไม่ต้องการเงินของเขา แต่ต้องการช่วยพี่ชนกชนม์ให้พ้นผิด และคนชั่วอย่างเขาต้องถูกลงโทษ ชยางกูรรีบเปลี่ยนข้อเสนอใหม่ ถ้าเธอต้องการเป็นคนดีในสายตาพี่ชายของเขา เธอต้องร่วมมือกับเขา สุรัมภาคิดคล้อยตาม

“เธอเป็นคนที่พบมัน หลังจากที่โจรทิ้งไว้ในถังขยะเพื่อหนีความผิด พี่ชายฉันเป็นพวกสำนึกในบุญคุณคน มันจะทำให้เธอชนะใจเขาได้” ชยางกูรว่าแล้วเอากล่องเครื่องเพชรใส่มือสุรัมภา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 07:22 น.