ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ชนกชนม์รีบตามไปขอโทษ สุตาภัญหันมาตบ หน้าเขาฉาดใหญ่ เบื่อเหลือเกินกับคำขอโทษที่สักแต่พูด ชนกชนม์รับปากจะเลิกใช้ยา และจะเข้ามอบตัวกับตำรวจ แต่สุตาภัญต้องช่วยให้การเป็นพยานว่าเขาไม่ได้ค้ายา

“คุณพ่อฉันเตือนให้เลิกยุ่งกับนาย คุณพ่อจะรับฉันกลับบ้าน แต่ฉันเลือกที่จะไปสถานีตำรวจให้ปากคำ เพื่อปกป้องนาย...นายกลับหักหลังฉัน...ฉันไม่เหลือความเชื่อใจและศรัทธาในตัวนายอีกแล้ว”

“ตา...ผมไม่มีใคร ผมมีตาคนเดียว ตาเป็นนางฟ้าของผม” ชนกชนม์อ้อนวอนสุดชีิวิต

“หมดเวลาของนายแล้ว นางฟ้ามีหน้าที่ปกป้องคนดี ไม่ใช่นาย” สุตาภัญพูดจบปาสร้อยคอที่ชนกชนม์ให้คืนเจ้าของ แล้วเดินจากไปด้วยความผิดหวัง ชนกชนม์ถึงกับทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นร้องไห้

ooooooo

ชนิกานต์ลุกขึ้นเข้าครัวแต่เช้าเตรียมทำอาหารไถ่โทษที่เมื่อคืนพูดจาไม่ดีกับกฤติยา แต่ลืมสูตรไปแล้ว ต้องขอร้องให้ธีรดนย์ช่วย หลังจากทำอาหารเสร็จ ชนิกานต์กับธีรดนย์ยกไปเสิร์ฟให้กฤติยาถึงห้อง แต่กัณฐิกาขวางไว้ กลัวเธอจะเข้าไปรังแกกฤติยาที่ยังเสียใจต่อการจากไปของสุรเดชจนไม่เป็นอันหลับอันนอน

“นายธี ทำคุณบูชาโทษ เอาไปทิ้งให้หมามันกินซะ” ชนิกานต์ประชด

“คุณกัณครับ นิกกี้ทำข้าวต้มมาให้แอนครับ”

กัณฐิกาไม่เชื่อใจ กลัวลูกเลี้ยงตัวดีจะเอาข้าวต้มราดหน้ากฤติยา ชนิกานต์ไม่พอใจที่แม่เลี้ยงคิดว่าเธอร้ายเหมือนตัวเอง ทำท่าจะเอาเรื่อง ธีรดนย์ต้องรีบเคลียร์ให้

“คุณกัณเข้าใจผิดครับ นิกกี้ตั้งใจเอามาฝากแอนจริงๆครับ ผมรับรองได้”

แม้จะไม่ไว้ใจชนิกานต์ แต่ในเมื่อธีรดนย์รับรอง กัณฐิกาจึงยอมปล่อยให้ทั้งคู่เข้าห้อง ชนิกานต์พยายามเชิญชวนกฤติยาให้กินข้าวต้มฝีมือตนเอง แต่เธอกินไม่ลงเพราะยังเศร้าใจเรื่องสุรเดชไม่หาย ธีรดนย์ช่วยคะยั้น คะยอ เธอถึงยอมกิน กัณฐิกามองไม่ไว้ใจ ถามว่าใส่ยาพิษหรือเปล่า ชนิกานต์ฉุนกึกหันขวับ

“ไม่ช่วยก็อย่าทำเสียเรื่อง ไปเอาน้ำมาให้หลานสิ”

ธีรดนย์อาสาจะไปเอาให้ ชนิกานต์ไม่ยอมให้ไป บอกกัณฐิกาให้ไปจัดการ พอเธอคล้อยหลัง กฤติยาถามชนิกานต์อย่างรู้ทันว่า มีเรื่องจะคุยกับตนใช่ไหม ชนิกานต์พยักหน้ารับ อยากคุยเรื่องของเราสามคนที่ไม่ควรให้พ่อของเธอ หรือกัณฐิการับรู้ แล้วคาดคั้นให้กฤติยารับปากจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ กฤติยายังไม่ทันจะพูดอะไร กัณฐิกากลับมาพร้อมกับแก้วใส่น้ำเสียก่อน ถามลูกเลี้ยงเสียงเขียวว่าขู่เข็ญอะไรหลานของเธอ

“เปล่า...กินอิ่มแล้ว ฉันเอาไปเก็บนะ” ชนิกานต์พูดจบรีบชิ่งทันที ธีรดนย์เก็บถาดใส่ข้าวต้มตามออกไป กัณฐิกาอดสงสัยไม่ได้ ถามกฤติยาว่าชนิกานต์ให้รับปากเรื่องอะไร

“แอนรับปากจะดูแลตัวเอง จะเข้มแข็งค่ะแม่” กฤติยาพูดไม่เต็มปาก ทำให้กัณฐิกาไม่วางใจ...

ตั้งแต่เกิดเรื่องกับสุรเดช สุรัมภาไม่เห็นชนกชนม์แวะเวียนมาก็เป็นห่วง ถามสุตาภัญว่าเจอเขาบ้างไหม เธอโกหกว่าไม่เจอไม่รู้หนีไปไหน เขาอาจร่วมขายยาเสพติดกับเพื่อน กลัวความผิดก็เลยหนีไปไม่กลับมาอีก

“ทำไมพี่ตาพูดงั้นล่ะ พี่ตาเป็นคนที่เชื่อใจพี่ชนม์มากที่สุด”

“เวลานี้พี่ขอเชื่อใจตัวเอง ไม่เชื่อคนอื่นอีกแล้ว...พี่ไปมหาวิทยาลัยก่อนนะ” สุตาภัญตัดบทเสร็จ รีบออกไป สุรัมภาอดแปลกใจคำพูดของพี่สาวไม่ได้ จังหวะนั้น ชยางกูรโทร.เข้ามือถือสุรัมภา ขู่ให้พาสุตาภัญมาพบเขาที่สวนสาธารณะ ถ้าไม่อยากให้คลิปว่อนไปทั่วเน็ต เธอวางสายน้ำตาซึมที่คลิปฉาวยังไม่ถูกลบทิ้ง

ooooooo

ชนกชนม์ตามมาง้อสุตาภัญถึงมหาวิทยาลัย ขอร้องอย่าทิ้งเขาไป ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ เธอยืนกรานไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วย เธอไม่ใช่ลมหายใจของเขา ชีวิตเขาก็เป็นของเขา อย่าทำให้ชีวิตเธอต้องมีมลทิน เพราะเขา

“จริงสิ ชีวิตเป็นของฉัน...ฉันทำอะไรก็ได้...เป็นตายร้ายดียังไงไม่ต้องมาสนใจ” ชนกชนม์น้อยใจวิ่งเตลิดไปที่ถนน ไม่ทันเห็นรถคันหนึ่งแล่นเข้ามา โชคดีที่คนขับรถเหยียบเบรกทัน ชนกชนม์โวยลั่นทำไมไม่ชนให้รู้แล้วรู้รอด แล้ววิ่งจากไป ขณะสุตาภัญโล่งอกที่เขาปลอดภัย สุรัมภาโทร.เข้ามือถือ เรียกพี่สาวให้ไปพบ...

ครู่ต่อมา สุตาภัญมาถึงสวนสาธารณะตามนัด โดยไม่ล่วงรู้ว่านี่เป็นแผนลวง ระหว่างที่ชยางกูรย่องมาด้านหลังจะเอาผ้าชุบยาสลบโป๊ะหน้าสุตาภัญ สุรัมภาตัดสินใจดึงตัวพี่สาวหลบ ทำให้เขาพลาดเป้า

“ภา...นี่มันเรื่องอะไรกัน” สุตาภัญมองน้องสาวงงๆ

“ยังเดาไม่ถูกอีกหรือ...ก็น้องเธอหลอกเธอมาให้ฉัน” ชยางกูรยิ้มเจ้าเล่ห์

“พี่ตา...ภาขอโทษ” สุรัมภาพูดจบ ดึงมือพี่สาวจะวิ่งหนี ชยางกูรขู่ถ้าไม่ยอมร่วมมือด้วยจะแฉคลิปฉาวของเธอ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิด ปรากฏว่าคลิปหายไปแล้ว เพทายเข้ามาเฉลยว่าเขาเป็นคนลบมันทิ้งเอง ตอนที่เจอกับชยางกูรครั้งก่อน ชยางกูรเจ็บใจที่ถูกหักหลัง ถามเสียงเครียด ตกลงเพทายเป็นพวกใครกันแน่

“ฉันไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ใครให้ประโยชน์สูงสุดคนนั้นคือเพื่อน”

ชยางกูรเพิ่งรู้ตัวว่าถูกเพทายหลอกลวงมาตลอด ทั้งชักชวนเข้าบ่อนทำให้เป็นหนี้พนันท่วมหัว แถมยังวางแผนช่วยสุรัมภาอีก เพทายต้องการแก้แค้นที่เขาชอบแย่งของของเพื่อนไปกิน ชยางกูรโกรธจัดพุ่งเข้าเตะต่อยอุตลุด แต่เขาหลบได้ สุตาภัญสบช่องดึงมือน้องวิ่งหนี ชยางกูรสู้เพทายไม่ได้ถูกอัดลงไปกองกับพื้น

“ฉันไม่เล่นแกถึงตาย แกต้องอยู่ทำงานให้เฮีย”

“ฉันช่วยจับตาให้เฮีย แกมาขวางทำไม” ชยางกูรโวยลั่น

“มันคนละส่วนกัน แกต้องใช้ฝีมือแกเองในการจับผู้หญิงคนนั้น แกมันหน้าตัวเมีย ใช้ผู้หญิงของฉันเป็นเครื่องมือ แมนๆหน่อย คิดจะเดินทางนี้ก็ต้องมีฝีมือ” เพทายตบหน้าชยางกูร แล้วถีบซ้ำ ก่อนจะผละจากไป

ooooooo

ตั้งแต่สุตาภัญตัดสัมพันธ์เพราะรู้เรื่องเสพยา ชนกชนม์เหมือนสูญสิ้นทุกอย่าง ไม่เป็นอันทำอะไร งานออกแบบเครื่องประดับที่แอบช่วยเหลือพวกพี่ๆ พนักงานฝ่ายออกแบบบริษัทเพชรของแม่ พลอยถูกกระทบไปด้วย ไม่สามารถส่งแบบให้ชลนิภาตรวจได้ หนึ่งในพนักงานจึงโกหกว่าทำงานไม่ทัน

“ประสิทธิภาพต่ำ ทำไม่ได้ก็ลาออกไปซะ ฉันให้เวลาภายในพรุ่งนี้ ไม่มีงานก็เอาใบลาออกมายื่นให้ฉัน” ชลนิภาโวยเสร็จกลับห้องทำงาน ทิ้งตัวลงนั่งเหนื่อยใจกับปัญหาที่ประดังเข้ามา หยิบภาพชนกชนม์ขึ้นมาดู

“ป่านนี้เธอไปอยู่ที่ไหน...ฉันเป็นห่วงเธอนะ” เธอพึมพำน้ำตาคลอ...

ค่ำวันเดียวกัน บนดาดฟ้าของตึกร้างซึ่งเคยเป็นที่ซ่องสุมของสุรเดชกับแก๊งลูกเทวดา บัดนี้เงียบเหงาไร้ผู้คน มีเพียงชนกชนม์กำลังร่างแบบเครื่องประดับอยู่เพียงลำพังทั้งๆที่เมายาแทบหัวทิ่ม

“ฉันทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อแม่ก็ไม่เคยรัก ไม่เคยสนใจ ทำดีไม่ได้ดีแล้วจะทำเพื่ออะไร” ชนกชนม์จุดไฟแช็กเผาแบบ แล้วหันไปหยิบแบบร่างที่เหลือโยนทิ้ง ก่อนจะเซล้มลงไปนอนกับพื้น คร่ำครวญขอให้ใครก็ได้ช่วยเขาด้วย ชนกชนม์เมายาอย่างหนัก เห็นภาพหลอนของสุรเดชเข้ามาหา

“ฉันรู้ว่าแกเหนื่อยเพื่อน ไปกับฉัน ไปอยู่บนสวรรค์ ได้เวลาลูกเทวดากลับสวรรค์แล้ว ความรักที่แกโหยหามาทั้งชีวิต อยู่ที่นั่น...มาสิเพื่อน ไปกับฉัน...ฉันจะพาแกบินไป” สุรเดชยื่นมือมาให้ ชนกชนม์กำลังจะจับแต่แล้วเปลี่ยนใจ ปฏิเสธลั่นว่าตนไม่ใช่ลูกเทวดา ไม่ยอมไปด้วย

ภาพหลอนของสุรเดชพุ่งใส่ ชนกชนม์ตกใจถอยกรูด หลับหูหลับตาผลักเขาออก พอลืมตามองอีกทีถึงได้รู้ว่าตัวเองมายืนอยู่บนขอบดาดฟ้า ถึงกับผงะถอยหลัง ก่อนจะทรุดลงกับพื้นร้องไห้โฮ

ooooooo

ชนิกานต์ยกอาหารเช้าฝีมือตัวเองไปให้กฤติยาที่ห้อง แต่ไม่พบ เดินหาจนทั่วบ้านก็ไม่เจอ ถามกัณฐิกาก็ไม่รู้ว่าเธอไปไหน ธีรดนย์เองก็หายไปเช่นกัน ชนิกานต์สงสัยว่าอาจจะไปด้วยกัน รีบวิ่งไปหน้าบ้าน เห็นธีรดนย์กับกฤติยายืนคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้ ไม่รู้ว่าเพิ่งกรวดน้ำเสร็จ เธอปรี่เข้าไปโวยวายลั่นว่ามาทำอะไรกันสองต่อสอง

“เป็นไรมากเปล่าเนี่ย แค่ใส่บาตรทำบุญก็ต้องโวยด้วย” ธีรดนย์โวยกลับ ชนิกานต์ไม่อยากต่อปากต่อ คำด้วย ดึงแขนกฤติยาออกไปทันที ธีรดนย์ไม่ไว้ใจ รีบขวางไว้ จะไปไหนขอตามไปด้วย ชนิกานต์ผลักเขาพ้นทางจูงมือกฤติยาไปขึ้นรถ แล้วขับออกไป กัณฐิกาวิ่งออกมาจากตึกใหญ่ ตะโกนลั่น

“ยัยแอนอย่าไป...มันอาจลวงไปฆ่า”

ธีรดนย์แอบขำ ก่อนจะบอกกัณฐิกาว่าชนิกานต์ไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน เมื่อก่อนเธออาจจะไม่ชอบกฤติยาแต่ตอนนี้เธอเปิดใจยอมรับเป็นเพื่อนแล้ว กัณฐิกาอดสงสัยไม่ได้ ชนิกานต์ทำดีกับหลานของตนเพื่ออะไร มีความลับอะไรกันหรือเปล่า ธีรดนย์อ้างว่าชนิกานต์แค่อยากให้กฤติยาหายซึมเศร้าจากเรื่องสุรเดช ช่วงเวลาแบบนี้พวกเราต้องช่วยกันเป็นกำลังใจให้เธอ กัณฐิกาเข้าไปจับมือธีรดนย์ ขอบใจในความห่วงใยที่มีให้กฤติยา...

ชลนิภาถึงกับวีนแตกเมื่อเห็นแบบร่างเครื่อง ประดับที่พนักงานฝ่ายออกแบบส่งมาให้ตรวจ ด่าลั่นว่าแบบห่วยขนาดนี้จะให้เธอส่งให้ลูกค้าดูได้อย่างไร พนักงานแก้ตัวว่าท่านประธานไล่หัวหน้าฝ่ายออกแบบออกไปแล้ว ตนไม่ถนัดงานดีไซน์จะให้แบบร่างออกมาสวยได้อย่างไร

“ไม่ต้องมาเถียง เป็นหน้าที่ที่พวกเธอต้องศึกษางาน แล้วงานชิ้นก่อนๆที่เธอส่งฉัน มันดีกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า เป็นผลงานใคร” ชลนิภาคาดคั้น พนักงานไม่ยอมบอกว่าเป็นฝีมือชนกชนม์เพราะสัญญากับเขาไว้ว่าจะไม่ให้เรื่องนี้รู้ถึงหูแม่ของเขา จึงโกหกว่าไปซื้อแบบจากคนอื่นมา

“เธอมันแย่มาก ถ้าลูกค้ารู้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ไม่ต้องเขียนใบลาออก ฉันไล่เธอออก” ชลนิภาตะเพิดเสร็จ กลับห้องทำงานตัวเอง มองภาพ ชนกชนม์ที่วางอยู่บนโต๊ะ

“ชนม์ ถ้าเธออยู่ เธอคงช่วยงานฉันได้” ชลนิภาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...

ไม่นานนัก ชลนิภามาดักรอสุตาภัญที่หน้าอาคารเรียนภายในมหาวิทยาลัย แล้วชวนไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ ทำให้คลาดกับชนกชนม์ที่เดินตามหาสุตาภัญไปอย่างเฉียดฉิว ชลนิภาอยากรู้ข่าวชนกชนม์เป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง สุตาภัญไม่กล้าเล่าเรื่องที่เขาติดยา ได้แต่บอกว่าเขากลัวถูกจับ เลยคิดจะหนี

“ไม่ได้ทำผิดทำไมต้องหนี หรือว่าลูกฉันเกี่ยวข้องกับยาเสพติด”

“เปล่าค่ะ ชนม์ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยา แต่เขากลัวไม่มีใครช่วย เขากลัวติดร่างแหคดีของสุรเดช”

“คิดอะไรไม่ออกก็น่าจะไปหาฉัน ไม่ใช่หนีปัญหา แล้วตอนนี้ลูกฉันอยู่ที่ไหน”

สุตาภัญไม่รู้จริงๆ ว่าเขาอยู่ที่ไหน ชลนิภาเป็นห่วงลูกมาก ถ้าสุตาภัญเจอเขา ฝากไปบอกด้วยว่าเธอจะหาทนายสู้คดีให้ สุตาภัญดีใจที่ชลนิภารักและเป็นห่วงชนกชนม์ เธอเองก็เป็นห่วงเขาเช่นกัน...

ขณะชลนิภาเริ่มให้ความสนใจลูกชายที่ตนทิ้งขว้าง ชนิกานต์พากฤติยามาเลือกซื้อเสื้อผ้าสวยๆ เสร็จชวนไปกินอาหารกันต่อ สั่งกับข้าวมาเต็มโต๊ะ จนกฤติยาแซวว่าสั่งมากขนาดนี้จะกินหมดได้อย่างไร

“หมดสิ นี่เป็นการบำบัด ช่วยแก้ปัญหาได้ทุก อย่าง ฉันใช้วิธีนี้ประจำเวลาเครียด ฉันก็จะกินๆๆๆ ให้อิ่มท้อง ทำให้อิ่มใจ นอนหลับไม่ต้องคิดมาก เขาเรียกว่ากินบำบัด  แต่ถ้ากินแล้วไม่หายเครียด  ฉันจะพาเธอไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ได้ คุณพ่อไปคุยงานอยู่อีกหลายวัน เราตามไปสมทบ ฉันออกค่าใช้จ่ายให้เอง”

“ไม่ต้องดีกับฉันมากก็ได้ ยังไงฉันก็ช่วยปิดบังเรื่องเธอกับธี ฉันจะไม่บอกคุณน้า ไม่บอกคุณอาณวัตร มันเป็นความลับของเราแค่สามคน”

ชนิกานต์รู้สึกดีที่กฤติยายอมช่วย เพราะถ้าพ่อของเธอรู้เรื่องนี้ ต้องโกรธธีรดนย์มาก อาจจับส่งตำรวจ เธอเป็นห่วง ไม่อยากให้เขาเดือดร้อน กฤติยารับปาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะอยู่เคียงข้างชนิกานต์เสมอ เพราะเราเป็นเพื่อนกัน ธีรดนย์แอบตามมาได้ยินทุกคำพูดที่สองสาวคุยกัน ดีใจที่ทั้งคู่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

ooooooo

ระหว่างที่สุรัมภานั่งอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์อยู่ที่สวนสาธารณะใกล้ที่พัก เพทายตามมาทวงรางวัลที่เธอสัญญาจะให้ถ้าลบคลิปฉาวนั่นได้ สุรัมภาเสนอเงินให้ แต่เขาไม่ต้องการ อยากได้ตัวเธอเป็นค่าตอบแทน สุรัมภากลัว ลุกพรวดจะหนี เพทายคว้าแขนไว้

“ไปสนุกด้วยกัน ฉันจะดูแลเธอ รับเธอเป็นแฟนออกนอกหน้า”

หญิงสาวไม่เล่นด้วย ร้องขอความช่วยเหลือลั่น ผลักเพทายออก แล้ววิ่งไปหาคนแถวนั้น ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเริ่มหันมาสนใจ เพทายเห็นท่าไม่ดีตัดใจวิ่งหนี...

ในขณะที่สุรัมภารอดเงื้อมือเพทายมาได้อย่างหวุดหวิด ชนกชนม์เดินเซเล็กน้อยเพราะเมายา เข้ามา หาสุตาภัญที่กำลังจะเอาเครื่องประดับไปขายที่ตลาดนัด เสนอตัวจะไปช่วยขายอีกแรงหนึ่ง เธอปัดมือเขาออกปฏิเสธว่าไม่ต้อง เธอขายเองได้ ชนกชนม์แย่งถุงใส่เครื่องประดับไปจากมือแล้วตะคอกใส่หน้า

“ผมบอกว่าจะช่วย...ผมมันน่ารังเกียจนักหรือไง”

สุตาภัญรู้ทันทีว่าเขาเมายา  ไล่ให้กลับไปหาแม่ของเขา วันนี้ท่านมาตามหาเขาที่มหาวิทยาลัย ท่านเป็นห่วงเขามาก พร้อมจะช่วยเหลือทุกอย่าง ชนกชนม์เหมือนจะซาบซึ้งใจแต่กลับระเบิดเสียงหัวเราะราวกับคนบ้า

“ผมไม่เชื่อ คุณแม่เกลียดผมเกลียดตัวซวย

อย่างผม ท่านไม่มีวันมาหาหรือห่วงใยผม คุณแค่สร้างเรื่องปลอบใจ หาเรื่องผลักไสไล่ส่งผมไปจากคุณต่างหาก ผมรู้ทันคุณ ไม่มีใครรักผมอีกแล้วรวมทั้งคุณด้วย”

“เมายาทำตัวแย่ เป็นแบบนี้ไงใครๆถึงเกลียดนายไม่รักตัวเองแล้วจะเรียกร้องให้คนอื่นมารัก น่าสมเพช”

“ถ้าคุณรักผม...ผมจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อคุณ...

กลับมารักผมนะคนดีของผม เป็นของผม คุณจะได้

รักผม” ชนกชนม์สวมกอดสุตาภัญไว้ ซุกไซ้ไปทั่วตัว หญิงสาวตกใจ ดิ้นรนสุดฤทธิ์ ก่อนเรื่องราวจะไปกันใหญ่ ธีรดนย์เข้ามากระชากชนกชนม์ออก ประเคนหมัดใส่จนหงายหลังตึง แล้วจะตามเข้าไปซ้ำแต่สุตาภัญห้ามไว้ ชนกชนม์ยันตัวลุกขึ้น จะขอคุยกับสุตาภัญให้รู้เรื่อง

“แกเมาหนักกลับไปซะ ถ้าต้องการมอบตัว ฉัน

จะพาแกไป” ธีรดนย์ว่าแล้วจะเข้าไปช่วยพยุง ชนกชนม์ปัดมือเขาออก ยืนยันจะขอคุยกับสุตาภัญให้ได้ แล้ว

เดินเข้าไปหา ธีรดนย์รั้งตัวไว้ ชนกชนม์โวยวายลั่นให้ปล่อย แค่อยากรู้ความจริงว่าสุตาภัญยังรักและมีใจให้เขาหรือเปล่า

“ฉันจะมีใจให้นายได้ยังไง ฉันไม่เคยรักนาย”

สุตาภัญฝืนใจพูดเพราะไม่อยากให้เขามาวอแวอีก

“โกหก...คุณเคยรักผม คุณเคยต้องการผม”

ชนกชนม์ดื้อดึงไม่ยอมแพ้ สุตาภัญโทษว่าเป็นเพราะเขาทำตัวเอง เธอไม่อยากเสียเวลากับขี้ยาไร้อนาคตอย่างเขาอีก จากนี้ไปเธอขอเลือกคนที่รักและดูแลเธอได้

“ฉันจะกลับไปคบกับธี...เขาเป็นผู้ชายที่ฉันจะฝากชีวิตไว้ได้ ไม่ใช่นาย”

ชนกชนม์ไม่เชื่อ ธีรดนย์มีพันธะกับชนิกานต์

จะกลับมาคบกับเธอได้อย่างไร ธีรดนย์อ้างว่าคุยกับ

ชนิกานต์เรียบร้อยแล้ว เราตกลงจะเป็นแค่เพื่อนกัน และที่สำคัญเขารักสุตาภัญคนเดียว ชนกชนม์จำต้องรับสภาพ

“ตา...คุณทำถูกแล้ว คนเราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด

ให้ชีวิต ต่อให้ผมเลวผมชั่วยังไง ขอให้คุณรู้ว่าคนเลวคนนี้รักคุณตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และจะรักคุณ

ตลอดไป” ชนกชนม์เผยความในใจจบ ก็เดินจากไป สุตาภัญซาบซึ้งใจมาก แต่จำต้องข่มอารมณ์ไว้ไม่แสดงออก...

ขณะชนิกานต์กำลังตามหาธีรดนย์ไปทั่วมหาวิทยาลัยเจอชนกชนม์เดินหน้าเศร้าผ่านมา ปรี่เข้า

ไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเล่าเรื่องสุตาภัญจะกลับไปคบกับธีรดนย์ให้เธอรับรู้ และขอร้องเธออย่าโกรธสุตาภัญ เธอก็รู้ว่าธีรดนย์รักสุตาภัญมากแค่ไหน ชนิกานต์เสียใจน้ำตาคลอเบ้า

“ฉันรู้ว่าเธอเสียใจไม่ต่างจากฉัน คนที่แพ้ก็ต้องดูแล้วตัวเองให้ดี สักวันคงเป็นวันของเธอ ฝากดูแล

ตาด้วย” ชนกชนม์เดินร้องไห้ออกไป ชนิกานต์เศร้าใจมากที่เพื่อนซี้กลับไปคบกับชายที่ตัวเองหลงรัก

ooooooo

กัณฐิกายังคาใจไม่หาย ทำไมชนิกานต์ถึงทำดีกับกฤติยานักหนา เมื่อตอนบ่ายก็พาไปซื้อเสื้อผ้า หนำซ้ำยังเลี้ยงข้าวอีก เธอคาดคั้นให้ลูกบอกความจริงมาว่ายัยนั่นต้องการอะไรกันแน่ กฤติยารับปากแล้วว่าจะไม่เปิดเผยความลับ จึงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร กัณฐิกายังไม่ทันจะซักถามอะไรเพิ่มเติม ได้ยินเสียงชนิกานต์โวยวายดังขึ้น

“กลับมานะ มาคุยกันให้รู้เรื่อง”

สองแม่ลูกต่างสงสัยว่าชนิกานต์ทะเลาะอะไร

กับธีรดนย์ โดยเฉพาะกัณฐิกาถึงกับหูผึ่งทันที...

ทางด้านธีรดนย์พยายามเดินหนีไม่อยากต่อล้อ ต่อเถียงด้วย ชนิกานต์ไล่ตามไม่ลดละ ต่อว่าเขาว่าไม่ควรเอาข้อตกลงที่เราสองคนทำไว้ไปบอกสุตาภัญ ธีรดนย์จำเป็นต้องบอก ไม่อย่างนั้นสุตาภัญจะเชื่อได้อย่างไรว่าเราสองคนไม่มีพันธะต่อกันแล้ว และที่สำคัญเขาจะกลับไปคบกับเธอ ชนิกานต์ไม่ยอมแพ้ ยกชนกชนม์มาอ้างว่าธีรดนย์กำลังทำลายความรู้สึกของเพื่อน ถึงสุตาภัญจะบอกเลิกชนกชนม์ แต่ก็ทำเพื่อประชดเท่านั้น

“ฉันไม่สน ฉันจะใช้เวลาช่วงนี้ดูแลตา...ตาต้องเปลี่ยนใจมารักฉัน ส่วนเธอ เลิกตอแยฉันไม่งั้นฉันจะไปจากบ้านนี้” ธีรดนย์ขู่ ชนิกานต์ไม่กล้าหือ รับปากจะไม่ตื๊อไม่บ่น แต่ขอร้องเขาอย่าเป็นแฟนกับสุตาภัญ เธอเป็นของเขาแล้ว ธีรดนย์สั่งห้ามไม่ให้พูดแบบนี้อีก ชนิกานต์ไม่ยอมหยุด

“ก็มันเป็นความจริงนี่ เราสองคนเป็นของกันและกันแล้ว” ชนิกานต์พูดจบโผกอดธีรดนย์ไว้แน่น กัณฐิกาได้ยินเต็มสองหูและเห็นภาพตำตา ถึงกับร้องเอะอะ
ชนิกานต์รีบผละจากธีรดนย์ กัณฐิกาถึงบางอ้อ ทำไมลูกเลี้ยงของตนถึงได้ทำดีกับกฤติยานัก ที่แท้ต้องการให้ปิดปากเรื่องนี้นี่เอง

“คุณณวัตรต้องรู้เรื่องแพศยาของลูกสาว” กัณฐิกาพูดจบ จ้ำพรวดๆไปที่ห้องนั่งเล่น คว้าโทรศัพท์จะโทร.ไปฟ้องณวัตร กฤติยาเข้ามาแย่งโทรศัพท์ ขอร้องแม่ช่วยปิดเรื่องนี้ กัณฐิกาต้องการแก้แค้นชนิกานต์ ยืนยันจะโทร.ฟ้องณวัตรให้กลับมาเอาเรื่องลูกสาวตัวดีให้ได้ แล้วยื้อแย่งโทรศัพท์คืน ชนิกานต์รีบเข้าไปขอร้องอย่าฟ้องพ่อของเธอ กัณฐิกาต้องการอะไร เธอจะให้ทุกอย่าง แม่เลี้ยงแสบคูณสองต้องการให้เธอกราบเท้า ชนิกานต์อึ้ง

“ว่าไง...ไหนบอกว่ายอมได้ทุกอย่าง ทำสิ...ก้มกราบที่เท้าฉัน เท้าของผู้หญิงที่เธอก่นด่าว่าเป็นโสเภณี”

ชนิกานต์ไม่มีทางเลือก จำต้องทำตามที่กัณฐิกาต้องการ แต่เรื่องไม่จบ เพราะเธอยังจะโทร.ฟ้องณวัตรอีก ชนิกานต์ไม่พอใจชี้หน้าด่าสาดเสียเทเสีย กัณฐิกาแกล้งยั่ว ทำท่าลังเลจะโทร.ดีหรือไม่โทร.ดี ธีรดนย์ขอร้องกัณฐิกาให้ช่วยปิดเรื่องนี้ เพราะคนที่เดือดร้อนไม่ใช่ชนิกานต์คนเดียว เขาจะพลอยโดนหางเลขไปด้วย เธอสงสารธีรดนย์ ยอมทำตามคำขอร้อง ธีรดนย์รีบบอกชนิกานต์ให้ไหว้ขอบคุณเธอ

“ไม่ต้อง...เรายังเคลียร์กันไม่จบ ตามฉันมา” กัณฐิกาเดินนำชนิกานต์ไปที่ห้องรับแขก ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาวางมาดเป็นนางพญา ชนิกานต์ค้อมตัวเข้ามานั่งตรงหน้าด้วยกิริยานอบน้อมสุดฤทธิ์ กัณฐิกาถือไพ่เหนือกว่าก่นด่าไม่ยั้ง ชนิกานต์ชักจะทนไม่ไหว ถามเสียงเขียวว่าต้องการอะไรกันแน่

“อย่ามาระรานรังควานฉันอีก ต่างคนต่างอยู่...อ้อ ไม่สิ ตอนนี้ฉันมีอำนาจเหนือกว่า เอาเป็นว่าฉันต้องการอะไร อยากได้อะไร เธอต้องเสนอสนองให้ฉัน เป็นขี้ข้ารับใช้ฉัน”

หญิงสาวไม่พอใจลุกพรวด กัณฐิกากดตัวเธอให้ลงนั่งอย่างเดิม “สอนไม่จำ...อย่าค้ำหัวผู้ใหญ่” แล้วหัวเราะชอบใจเดินจากไป ชนิกานต์ขบกรามแน่นด้วยความแค้น ที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างให้นังแม่เลี้ยงตัวแสบ...

ขณะที่ความลับของชนิกานต์กับธีรดนย์ถูกเปิดเผย สุตาภัญยืนมองดวงจันทร์ เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น...

ในเวลาเดียวกัน บนดาดฟ้าของตึกร้าง ชนกชนม์รู้สึกไม่ต่างจากสุตาภัญเช่นกัน หยิบสร้อยคอห้อยจี้รูปครอบครัวของตัวเองขึ้นมาดู พลันภาพในอดีตตอนที่สุตาภัญโยนสร้อยคืนให้ผุดขึ้นมาในความคิดคำนึง ทำให้เขายิ่งเศร้าใจนั่งมองสร้อยคอทั้งคืนไม่ยอมหลับยอมนอน จนสว่างคาตา

“...คุณไม่ต้องการผม ผมก็อยากให้เก็บไว้เป็นตัวแทนผม” ชนกชนม์ตัดสินใจจะเอาสร้อยไปให้สุตาภัญ

ooooooo

ชนิกานต์รู้ว่าวันนี้ธีรดนย์จะไปช่วยสุตาภัญขายของ อาสาไปช่วยอีกแรง แต่เขาไม่ให้ไป เธอรู้ดีว่าตื๊อไปก็เท่านั้น พอเขาคล้อยหลังจะแอบตาม แต่ถูกกัณฐิกาขวางไว้ สั่งให้ไปทำซุปผักให้กิน ชนิกานต์โกหกว่าทำไม่เป็น

“แล้วใครกันที่เคยทำซุปประจบสอพลอคุณพ่อ...ฉันไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์นะยะ” กัณฐิกาแดกดัน ชนิกานต์หนีไม่ออก จำต้องทำตามสั่ง ทั้งที่อยากตามไปอยู่ใกล้ชิดธีรดนย์ใจจะขาด...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สุตาภัญรีบร้อนจะไปเปิดแผงขายของ หยิบถุงใส่เครื่องประดับไปไม่ครบ สุรัมภากำลังจะทำความสะอาดห้อง เห็นพี่สาวลืมของทิ้งไว้ รีบคว้าถุงวิ่งตาม...

ด้านสุตาภัญออกจากใต้ถุนอพาร์ตเมนต์ได้ไม่กี่ก้าว ต้องชะงักเมื่อเจอชยางกูรดักรออยู่ เธอรีบคว้ามือถือขึ้นมา จะโทร.แจ้งตำรวจ เขาปรี่เข้ามากระชากมือถือโยนทิ้ง หญิงสาวอ้าปากจะร้องให้คนช่วย ชยางกูรตะปบปากเธอไว้ แล้วลากออกไป ทันทีที่พ้นมุมตึก ชนกชนม์เดินเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง จึงไม่เห็นทั้งคู่ จังหวะที่เขากำลังจะเดินเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ สุรัมภาวิ่งสวนออกมา ร้องทักทายเขาด้วยความดีใจว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“พี่โอเค...ตาอยู่ไหม พี่เอาของมาฝากให้ตา”

“พี่ตาเพิ่งออกไปขายของเมื่อครู่นี้เองค่ะ พี่ชนม์ไปกับภา เอาของไปให้พี่ตาด้วยกัน” สุรัมภาว่าแล้วคว้ามือชนกชนม์ไว้ เขาแกะมือเธอออก พึมพำน้อยใจว่าสุตาภัญคงไม่อยากเจอเขา ช่วยฝากสร้อยคอเส้นนี้ให้เธอด้วย ยื่นสร้อยให้สุรัมภาเสร็จก็ผละจากไป สุรัมภาวิ่งแยกไปอีกทางหนึ่งรีบเอาของไปให้พี่สาว...

ที่มุมลับตาคนไม่ห่างกันนัก ชยางกูรพยายามดึงสุตาภัญไปที่รถ เธอขัดขืนสุดฤทธิ์ เขาต่อยท้องเธอจนทรุดแล้วลากเข้ารถ สุรัมภาเห็นพอดี ร้องเรียกพี่สาวลั่น ชยางกูรตกใจรีบขึ้นรถ แล้วเร่งเครื่องออกไป สุรัมภาวิ่งตามพร้อมกับตะโกนขอความช่วยเหลือ ชนกชนม์ได้ยินเสียงเอะอะ เข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“พี่ชนม์...ชยางกูรจับตัวพี่พาไปค่ะ” สุรัมภาละล่ำ ละลัก ชนกชนม์ใจคอไม่ดีรีบตามไปทันที...

ขณะที่สุตาภัญตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน พนักงานทั้งหมดในบริษัทของชลนิภารวมตัวกันยื่นใบลาออก ชลนิภาไม่พอใจ หาว่าพวกนี้ทำเพื่อจะเรียกร้องให้ขึ้นเงินเดือน

“ไม่ใช่ค่ะ พวกเราไม่ต้องการเงินเพิ่ม แต่ต้องการเจ้านายที่ให้เกียรติ พวกเราไม่อยากเป็นทาสที่ทำงานตามสั่ง” หนึ่งในพนักงานพูดจบ พากันเดินออกจากบริษัท ชลนิภาแทบช็อกเมื่อเห็นห้องทำงานที่ว่างเปล่า...

ฝ่ายธีรดนย์รีบตามไปช่วยสุตาภัญอีกแรง ทันทีที่ทราบเรื่องจากสุรัมภา

ooooooo

ครู่ต่อมา สุตาภัญรู้สึกตัวตื่นขึ้นพบว่าตัวเองอยู่ในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง เห็นชยางกูรนั่งอยู่ใกล้ๆ ถึงกับร้องลั่น จับเธอมาทำไม

“เธอมันเสน่ห์แรง เสี่ยแก่ๆมันต้องการตัวเธอ...แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ก่อนจะส่งเธอเข้าหอกับมัน ฉันขอตัดริบบิ้นก่อน ไอ้ปรัชญามันต้องกินของเหลือจากฉัน” ชยางกูรพูดจบโถมเข้าหา ซุกไซ้ซอกคอสุตาภัญอย่างหื่นกระหาย เธอตัดสินใจกัดคอเขาจมเขี้ยว ชยางกูรโกรธ ตบเธอฉาดใหญ่สลบเหมือด แล้วตรงเข้าปลุกปล้ำ

ก่อนที่สุตาภัญจะเสียที ชนกชนม์พังประตูห้องเข้ามา กระชากน้องชั่วขึ้นมาต่อยไม่ยั้ง จนลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น จากนั้นชนกชนม์อุ้มสุตาภัญที่หมดสติออกจากโรงแรม เป็นจังหวะเดียวกับธีรดนย์มาถึงพอดี

พอรู้ว่าสุตาภัญปลอดภัย แค่สลบไปเท่านั้น ธีรดนย์คว้าตัวเธอไปจากชนกชนม์หน้าตาเฉย เขาได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะกลับไปที่เกิดเหตุอีกครั้ง เห็นชยางกูรพยายามจะลุกขึ้น ชนกชนม์แค้นมากเข้าไปเตะต่อยอุตลุด ปากก็ด่าว่าเขาว่าชั่วไม่เคยเปลี่ยน ทำไมไม่รู้จักหลาบจำ

“ฉันไม่อยากทำ เสี่ยที่บ่อนมันบังคับ ฉันเอาเงินไปใช้หนี้มัน แต่มันโกง เพิ่มหนี้แล้วบังคับให้ฉันจับตัวตาไปให้มัน ไม่งั้นมันจะฆ่าฉัน” ชยางกูรโอดครวญ
ชนกชนม์ไม่เชื่อ ขอให้เลิกโกหกได้แล้ว คราวนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ชยางกูรลอยนวลอีกต่อไป จะส่งตัวให้ตำรวจจัดการเผื่อจะสำนึกขึ้นมาบ้าง แล้วจับน้องชั่วมัดติดกับเก้าอี้ ก่อนจะโทร.แจ้งตำรวจให้มาเอาตัว...

ขณะที่สุตาภัญรอดเงื้อมมือชยางกูรมาได้หวุดหวิด กัณฐิกายังแกล้งชนิกานต์ไม่เลิก อยู่ๆก็เปลี่ยนใจไม่อยากกินซุปผักทั้งๆที่ทำเสร็จเรียบร้อย อยากจะกินอาหารฝรั่งแทน สั่งให้เธอทำให้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมง ชนิกานต์โกรธแทบจะเอาชามซุปปาหน้าแต่ไม่กล้า เพราะนังแม่เลี้ยงตัวแสบกำความลับของตัวเองไว้...

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ชนิกานต์กลับมาพร้อมกับอาหารตามที่กัณฐิกาสั่ง แต่ไม่ได้ทำเอง ออกไปซื้ออาหารแช่แข็งหน้าหมู่บ้านมาใส่ไมโครเวฟ กัณฐิกาไม่พอใจที่เธอไม่ทำเอง ไล่ให้ไปรดน้ำต้นไม้เป็นการไถ่โทษ แล้วตามไปยืนคุมไม่ให้อู้งาน ชนิกานต์ชักทนไม่ไหว แกล้งฉีดน้ำใส่ กัณฐิกาโวยวายลั่นให้หยุด กฤติยาได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู ชนิกานต์ไม่ยอมหยุดฉีดน้ำ กัณฐิกาโกรธเข้าไปกระชากสายยางรดน้ำต้นไม้ เธอไม่ทันตั้งตัวหน้าคะมำหัวกระแทกพื้นเลือดซึม กัณฐิกาตกใจ ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายรีบเข้าไปขอโทษ แล้วจะพาไปทำแผล

“ไม่ต้องยุ่ง คุณพ่อกลับมาฉันจะฟ้องว่าแกจะฆ่าฉัน” ชนิกานต์โวยจบ เดินฉับๆเข้าตึกใหญ่ กฤติยารีบตามไปช่วยทำแผลใส่ยาให้ และขอร้องอย่าเอาเรื่องกัณฐิกา ชนิกานต์ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

“อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลย พ่อเธอรู้เรื่องนี้ก็ต้องรู้เรื่องนั้น...ฉันจะพูดให้คุณน้าเลิกแกล้งเธอ ไม่ขู่เธออีก” กฤติยาว่าแล้ว ออกไป ชนิกานต์ยังโกรธกัณฐิกาไม่หาย ตามไปจะเล่นงานคืน

ooooooo

ไม่นานนัก สุตาภัญรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในห้องของตัวเอง พอรู้จากธีรดนย์ว่ารอดเงื้อมมือชยางกูรมาได้ ดีใจโผกอดเขาร้องไห้โฮ ธีรดนย์กอดตอบปลอบใจว่าไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว เขาจะอยู่ดูแลเธอเอง ชนกชนม์ยืนอยู่หน้าห้องพัก ทนเห็นภาพบาดตาไม่ได้ หลบออกมาเงียบๆ สุรัมภาแปลกใจที่เขาไม่เข้าห้องวิ่งตามไปเรียกไว้

“พี่ชนม์...เข้าไปหาพี่ตาสิคะ พี่ตาคงดีใจที่รู้ว่าพี่ชนม์ไปช่วยไว้”

“อย่าเลย ตาไม่อยากเห็นหน้าพี่หรอก แล้วอีกอย่างมีธีคอยดูแลตาคงมีความสุข พี่ฝากดูแลตาด้วยนะ รักพี่สาวคนนี้ให้มากๆ” ชนกชนม์สั่งเสร็จเดินจากไป สุรัมภาเศร้าที่เขายังรักและเป็นห่วงสุตาภัญไม่เปลี่ยนแปลง...

ทางด้านตำรวจไปถึงโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ พบเพียงเศษผ้ากองอยู่ ชยางกูรหนีรอดไปได้...

ธีรดนย์เป็นห่วงความปลอดภัยของสุตาภัญ แนะให้ย้ายไปอยู่ที่อื่น เขามีเงินก้อนใหญ่ที่คุณท่านให้ไว้ จะเอาไปเช่าบ้านให้เธอกับน้องอยู่ สุตาภัญไม่อยากรบกวนเขา เงินที่ได้จากการขายของเพียงพอให้เธออยู่ได้

“งั้นธีจะมาหาตา มาดูแลตาทุกวัน ธีเป็นห่วงตามากนะ” ธีรดนย์กุมมือสุตาภัญไว้ สุรัมภาสวนขึ้นทันที

“พี่ชนม์ก็ห่วงพี่ตานะคะ พี่ชนม์เป็นคนไปช่วยพี่ตา...พี่ธีบอกความจริงสิคะ ว่าใครช่วยพี่ตา”

ธีรดนย์หนีไม่ออก จำต้องยอมรับว่าชนกชนม์เป็นคนช่วยสุตาภัญไว้ ส่วนเขาตามไปทีหลัง สุรัมภาแนะให้พี่สาวไปขอบใจชนกชนม์ ธีรดนย์เห็นค่ำแล้ว บอกให้สุตาภัญพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้เขาจะพาเธอไปหาชนกชนม์เองสุตาภัญพยักหน้ารับรู้ สุรัมภาผิดหวังที่พี่สาวไม่ทำตามคำแนะนำของตน...

กัณฐิกาโวยวายลั่นเมื่อรู้ว่าชนิกานต์ไม่ได้เป็นอะไรมากแค่แผลถลอกนิดหน่อย แต่ดันร้องโอดครวญราวกับต้องเย็บเป็นร้อยเข็ม กฤติยาขอร้องแม่เลิกแกล้งชนิกานต์ได้แล้ว เธอสำนึกผิดแล้ว ชนิกานต์ชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินกฤติยาเรียกกัณฐิกาว่าแม่ ไม่ได้เรียกคุณน้าอย่างเคย

“แม่เคยสัญญากับแอนว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ตามประสาแม่ลูกไงจ๊ะ แม่จำได้ไหม”

“แม่ไม่ลืมสัญญาหรอก แม่ทำเพื่อลูกได้เสมอ” กัณฐิกาเข้าไปสวมกอดกฤติยาไว้ ชนิกานต์ร้องเอะอะที่จับได้คาหนังคาเขาว่าทั้งคู่เป็นแม่เป็นลูกกันจริงๆกัณฐิกาแก้ตัวว่าเธอกำลังเข้าใจผิด ถ้าไม่เชื่อถามกฤติยาก็ได้

“พอเถอะค่ะแม่...แอนเหนื่อยที่ต้องโกหกแล้ว”

ชนิกานต์จะโทร.ไปฟ้องพ่อ ให้มาเฉดหัวทั้งคู่ออกจากบ้าน เดินไปหยิบโทรศัพท์จะกดหาณวัตร กัณฐิกาท้าให้โทร.ได้เลย ถ้าเธอไม่กลัวพ่อจะรู้เรื่องที่เธอได้เสียกับคนใช้ในบ้าน ชนิกานต์ฮึดฮัดไม่พอใจที่ถูกข่มขู่

“ฉันไม่ได้ขู่ ฉันพูดจริง อย่างมากฉันกับลูกก็หาที่อยู่ใหม่ แต่เธอคงโดนหนักและที่สำคัญ ธีรดนย์ชายคนรักต้องถูกจับเข้าคุก หรือไม่ก็ถูกไล่ออกจากบ้านนี้ เธอไม่มีวันได้เห็นหน้าเขาอีก...คนฉลาดรู้ดีว่าต้องทำยังไง แลกกันหมัดต่อหมัด เธอเสียฉันเสีย เธอได้ฉันก็ได้”

ชนิกานต์ถามเสียงเครียดว่าจะเอาอย่างไร กัณฐิกาเสนอให้เอาเรื่องของเราสองคนใส่โลงฝังดินกลบให้มิดทุกอย่างจะได้จบ ชนิกานต์ไม่มีทางเลือกจำต้องรับข้อเสนอ...

ระหว่างที่ชนิกานต์กับกัณฐิกาต่างทำข้อตกลงลับๆ กัน สุตาภัญนอนไม่หลับ เป็นห่วงชนกชนม์ ตัดสินใจออกไปหา ครู่ต่อมา เธอมาถึงดาดฟ้าของตึกร้างซึ่งเคยเป็นที่ซ่องสุมของแก๊งลูกเทวดา เห็นชนกชนม์เดินเซด้วยอาการเมายาไปยังขอบตึก ตกใจตะโกนลั่นว่าคิดจะทำอะไร เขาหันมองด้วยความแปลกใจ

“ผมเป็นลูกเทวดา ผมจะบินกลับสวรรค์” ชนกชนม์ยังคงเดินตรงไปที่ขอบตึก สุตาภัญวิ่งเข้าไปกระชากตัวเขาออกมา ต่อว่าว่าเป็นบ้าอะไรถึงคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย เขาไม่เคยคิดจะทำอย่างนั้น แค่แกล้งเธอเล่น ในเมื่อไม่มีใครรักเขาแล้ว เขาก็ต้องรักตัวเอง แล้วเดินไปหยิบหลอด ใส่ยาเสพติดขึ้นมาจะเสพ สุตาภัญเข้ามาแย่ง

“รักตัวเองด้วยการเสพยาทำลายตัวเองน่ะหรือ”

“แล้วจะให้ผมทำไง ผมไม่มีใคร ผมอยู่ได้เพราะ มัน มันเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผม”

สุตาภัญแดกดัน ถ้าเขาคิดว่าสิ่งนี้ดีที่สุด เธอก็จะขอลองเสพบ้างแล้วจุดไฟแช็กจ่อที่หลอดยา ชนกชนม์รีบปัดทิ้ง สุตาภัญขอร้องให้เขาเลิกเสพยา ไม่ใช่เพื่อเธอคนเดียวแต่เพื่อพ่อแม่และตัวเขาเอง

“ผมพยายามแล้วนะ แต่ผมเลิกไม่ได้ ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้” ชนกชนม์ทรุดตัวลงกับพื้นร้องไห้

“ฉันจะช่วยนาย ฉันจะเป็นกำลังใจให้นาย ฉันจะอยู่เคียงข้างนายจนถึงวันที่นายหยุดยาได้” สุตาภัญดึงเขามากอดให้กำลังใจ ชนกชนม์ถึงกับปล่อยโฮ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 18:01 น.