ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กัณฐิกาต้องการจะรู้ความจริงให้ได้ พอเห็นกฤติยากลับถึงบ้านพร้อมกับชนิกานต์ รีบเข้าไปคว้าข้อมือลูกไว้ รอจนชนิกานต์เดินขึ้นห้อง คาดคั้นให้ลูกบอกมาว่า ยัยคุณหนูนั่นเป็นอะไรกันแน่ ในห้องของเธอไม่เห็นมียาโรคกระเพาะสักเม็ด กฤติยาแก้ตัวแทนชนิกานต์ว่าเธอเอาติดตัวไปด้วย

“อย่าให้ฉันรู้ว่ายัยนิกกี้ท้อง ฉันไม่ปล่อยไว้แน่ คุณณวัตรเองก็เกลียดเรื่องนี้มาก”

กฤติยาอดเป็นกังวลแทนชนิกานต์ไม่ได้ รีบตามขึ้นไปที่ห้อง...

ด้านชนิกานต์เครียดหนัก ถ้าพ่อของเธอรู้ว่าเธอท้อง คงไม่ปล่อยธีรดนย์ให้ลอยนวล เธอเองก็อาจถูกตัดลูกตัดพ่อ ยิ่งคิดยิ่งกลุ้มใจไม่รู้จะปิดเรื่องนี้ได้นานแค่ไหน จังหวะนั้นกฤติยาเปิดประตูห้องเข้ามา

ชนิกานต์โผกอดร้องไห้อย่างน่าเวทนา “ฉันจะทำยังไงดี ช่วยฉันด้วยแอน...”

ค่ำวันเดียวกัน เฮียปรัชญาแปลกใจมากที่อยู่ๆ ชยางกูรโผล่มาที่บ่อน พร้อมกับยื่นเช็คใบหนึ่งให้ เฮียปรัชญาเห็นเช็คเปล่าไม่มีลายเซ็นถึงกับของขึ้น คิดจะเล่นตลกอะไรกับตน ชยางกูรรับปากพรุ่งนี้จะเอาเงินมาให้ แต่ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับแม่ของเขาอีก เขาติดหนี้ เขาจะชดใช้ให้เอง เฮียปรัชญาจะเชื่อได้อย่างไรว่าเขาจะไม่เบี้ยว

“ถ้าฉันไม่มา เฮียเอาชีวิตฉันไปได้เลย”

“ได้...ทำธุรกิจกันก็ต้องเชื่อใจกัน” เฮียปรัชญารอจนชยางกูรออกไปแล้ว จึงหันไปพยักพเยิดให้สมุนสะกดรอยตาม โดยไม่รู้ว่านี่เป็นหลุมพรางที่ชยางกูรขุดเอาไว้...

เพทายกำลังจะเดินเข้าบ่อน สวนกับชยางกูรที่ออกมาพอดี ได้ทีคุยเย้ยให้ฟังว่า วันนี้เขาจะไปเคลมสุรัมภาเด็กเก่าของชยางกูร แต่เสียดายที่พี่สาวของเธอมากันท่าเสียก่อน เอาไว้วันหลังเขาจะรวบหัวรวบหางทั้งพี่ทั้งน้อง แล้วจะถ่ายคลิปไปให้ดู ชยางกูรไม่ตอบโต้ กลับชวนเพทายไปดื่มฉลองด้วยกัน เนื่องในโอกาสที่เขากำลังจะเป็นอิสระใช้หนี้เฮียปรัชญาหมด และฉลองที่เพทายกำลังจะมีความสุขกับผู้หญิงของตัวเอง เพทายหลงกล เดินออกไปกับชยางกูร สมุนของเฮียปรัชญามองตามแปลกใจที่ทั้งคู่ออกไปด้วยกัน...

ขณะที่ชยางกูรวางแผนแก้แค้นเพทายและเฮียปรัชญาในคราวเดียวกัน ชนกชนม์ทนเห็นแม่ล้มป่วยเพราะตรอมใจเรื่องของชยางกูรไม่ไหว จึงไปขอร้องให้ธนกรกลับไปดูแลแม่ ตอนนี้ท่านต้องการใครสักคนคอยปลอบใจ ธนกรนั่งนิ่ง ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน กัณฐิกาดีใจเนื้อเต้นเมื่อเห็นณวัตรกลับจากต่างประเทศเร็วกว่ากำหนด แต่อดตัดพ้อต่อว่าไม่ได้ว่า จะกลับทั้งทีทำไมไม่โทร.บอกกันบ้าง เขาเคลียร์งานเสร็จก็รีบกลับทันที เพราะคิดถึงเธอคิดถึงลูก แล้วถามว่าชนิกานต์อยู่ไหน เขาอยากเจอแกมาก

“หนูนิกกี้ไม่ค่อยสบายค่ะ กัณเป็นห่วงแกมาก คอยดูแลใกล้ชิด นี่ก็เพิ่งให้ยัยแอนไปอยู่เป็นเพื่อนในห้องค่ะ”

ณวัตรเป็นห่วงลูก ชวนกัณฐิกาไปหาแกด้วยกัน...

ที่ห้องนอนของชนิกานต์ กฤติยาอดถามชนิกานต์ไม่ได้ว่า นึกอย่างไรถึงได้ยอมบอกเรื่องที่เธอท้อง

“ฉันไม่อยากให้ทุกคนต้องเดือดร้อนเพราะฉันอีก ฉันมาคิดอีกที ถ้าเขารู้ เขาอาจจะรักและเป็นห่วงฉัน แต่คำตอบที่ได้มันแย่เหลือเกิน เขาไม่แคร์ฉัน ทั้งๆที่รู้ว่า เด็กในท้องเป็นลูกเขา” ชนิกานต์พูดจบร้องไห้โฮ ณวัตรเปิดประตูผลัวะเข้ามาด้วยท่าทางโกรธจัด ตะคอกถามลูกว่าท้องกับใคร ชนิกานต์กลัวไม่กล้าบอกความจริงได้แต่นิ่งเงียบ ยิ่งทำให้เขาฟิวส์ขาดเข้าไปกระชากตัวเธอขึ้นจากเตียง คาดคั้นให้บอกมาว่าใครเป็นพ่อเด็ก

“คุณพ่อคะ คุณพ่อเข้าใจผิด”

“ยังมีหน้ามาแก้ตัว พ่อได้ยินที่ลูกพูดหมดแล้ว”

กฤติยาช่วยแก้ตัวอีกแรงหนึ่งว่า ชนิกานต์ไม่ได้ท้อง เราสองคนคุยกันถึงเพื่อนที่มหาวิทยาลัย ชนิกานต์ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ท้อง แต่ป่วยเป็นโรคกระเพาะ

“ป่วยก็ไปหาหมอ ไปตรวจให้รู้ผลตอนนี้เลยว่าเป็นโรคกระเพาะหรือท้อง” ณวัตรพูดจบลากลูกออกจากห้อง ต้องการจะรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ชนิกานต์จนแต้ม จำต้องบอกความจริง

“คุณพ่อไม่ต้องเสียเวลาหรอก นิกกี้ยอมรับแล้วว่านิกกี้ท้อง”

กฤติยาพยายามจะช่วยพูด แต่ชนิกานต์ขอร้องให้พอได้แล้ว ถ้าไม่บอกวันนี้ วันหน้าท่านก็ต้องทราบอยู่ดี ณวัตรโกรธมาก สั่งให้บอกมาว่าใครเป็นพ่อเด็ก เขาจะไม่ฆ่ามันด้วยมือตัวเอง ชนิกานต์ตัวสั่นด้วยความกลัว

“ธีรดนย์ใช่ไหม...ไม่ตอบก็ได้ ผู้ชายที่ใกล้ชิดลูกมากที่สุดคือนายธี” ณวัตรพูดจบพุ่งไปยังห้องพักของผู้ถูกกล่าวหา โดยลากตัวชนิกานต์ไปด้วย กฤติยากับกัณฐิการีบตามไปติดๆ...

ทางฝ่ายธีรดนย์ไม่สามารถยอมรับชนิกานต์และลูกในท้องของเธอได้ เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าจะออกจากบ้านเดินยังไม่ทันจะพ้นประตูห้องเจอณวัตรลากตัวชนิกานต์เข้ามาเสียก่อน ประมุขของบ้านถามเสียงเครียดว่าค่ำมืดดึกดื่นแล้วจะไปไหน เขาอ้างว่าจะไปติวหนังสือบ้านเพื่อน ณวัตรไม่เชื่อ คิดว่าเขาจะหนีพุ่งเข้าต่อยเปรี้ยง

“แกทำลูกสาวฉันท้อง ใครที่กล้าแตะต้องลูกสาวฉัน มันต้องตาย” ณวัตรตามเข้าไปเตะต่อยธีรดนย์ซ้ำ ชนิกานต์ทนดูพ่อทำร้ายชายคนรักไม่ไหว จำต้องแต่งเรื่องว่าเธอไม่ได้ท้องกับธีรดนย์ แต่เป็นชนกชนม์ต่างหาก

“พ่อไม่เชื่อ ลูกคิดจะปกป้องมัน”

ชนิกานต์ยืนกรานว่าลูกในท้องเธอเป็นของชนกชนม์จริงๆ ถ้าพ่อไม่เชื่อให้โทร.ไปถามได้เลย ณวัตรมองหน้ากฤติยาเพื่อรอคำยืนยันหรือปฏิเสธ กฤติยาจำต้องเล่นตามน้ำ ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เธอเป็นคนแนะนำให้ชนิกานต์ปิดเรื่องนี้ไว้เอง เพราะเกรงคุณอาจะจับได้ ณวัตรยังไม่ปักใจเชื่อ หันไปถามธีรดนย์ว่าตกลงใครเป็นพ่อเด็กกันแน่ ทั้งชนิกานต์และกฤติยารอฟังคำตอบจากธีรดนย์อย่างใจจดจ่อ

“ใช่ครับ...เด็กในท้องเป็นลูกชนม์”

ชนิกานต์เสียใจมากที่ธีรดนย์ไม่เป็นลูกผู้ชาย โยนความผิดให้เพื่อน ณวัตรโกรธควันแทบออกหู เข้าไปตบตีลูกไม่ยั้ง จนเป็นลมล้มพับ กัณฐิกาเป็นห่วงรีบเข้าไปกันไว้ ขอร้องให้ณวัตรพอได้แล้ว จากนั้นหันไปสั่งให้กฤติยากับธีรดนย์ช่วยพาชนิกานต์ขึ้นห้อง...

ระหว่างที่คฤหาสน์ของณวัตรเกิดเรื่องราวใหญ่โต ชยางกูรมอมเหล้าเพทายจนเมามาย เริ่มพูดอ้อแอ้ เขาลอบยิ้มพอใจที่แผนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง

ooooooo

ขณะสุตาภัญนั่งดูสุรัมภาวาดรูปทำการ์ดวันพ่อให้สุทินและทำเผื่อชนกชนม์ซึ่งเป็นว่าที่พ่อของลูกในท้องสุรัมภาอีกหนึ่งใบ ชนกชนม์มาขอให้สองพี่น้องไปช่วยทำความสะอาดบริษัทเพชรของแม่ของเขา เมื่อสุตาภัญมาเห็นสภาพบริษัทที่ข้าวของกระจุยกระจายไร้พนักงาน อดถามไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“มาเฟียมาพังบริษัทคุณแม่ ต้องการเงินที่ชยางกูรติดหนี้ แล้วพนักงานก็รวมตัวลาออก ไม่พอใจการบริหารงานของคุณแม่”

“บริษัทจะปิดตัวแล้ว ให้เราทำความสะอาดทำไมคะ พี่ชนม์”

“พี่จะทำให้มันกลับมาอีกครั้ง อยากเป็นฮีโร่กู้โลกไหมล่ะ” ชนกชนม์ถามติดตลก สองสาวพยักหน้ารับพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย จากนั้น ทั้งสามคนลงมือทำความสะอาดบริษัทไปพลางแหย่กันเล่นไปด้วย เพื่อไม่ให้งานตรงหน้าดูเคร่งเครียดเกินไป...

ระหว่างที่ชนกชนม์คิดจะกอบกู้บริษัทเพชรของแม่ให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม ธนกรตัดสินใจกลับบ้านมาดูแลชลนิภาที่นอนป่วย เธอถือทิฐิไม่ยอมให้เขาช่วย ขับไล่ไสส่งให้ไปไกลๆไม่ต้องมายุ่ง ธนกรจะไม่ยอมไปไหนเด็ดขาด บ้านนี้เป็นบ้านของเขาเช่นกัน

“คุณหย่าจากฉันแล้ว ไม่สิ ฉันหย่าจากคุณต่างหาก”

“ก็แค่คำพูด เรายังไม่ได้ลงบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ถือว่าหย่ากันตามกฎหมาย...ไปหาหมอเถอะ” ธนกรขอร้อง ชลนิภาไม่ยอมไป อ้างว่าสบายดี

“จริงสิ หมอที่ไหนก็คงรักษาไม่หาย นอกจากนิสัยดื้อแล้ว ยังดื้อยา แล้วอีกอย่างคุณไม่ได้ป่วยกาย ป่วยใจก็ต้องรักษาที่ใจ”

“ไม่ต้องมาอวดดี ถ้าคุณอยากให้ฉันหายล่ะก็ ออกไปเสีย อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า”

ธนกรหน้าเสีย ลุกออกไปทันที แป๋วติงเจ้านายว่าไม่น่าไล่คุณผู้ชายกลับ ท่านอุตส่าห์ยอมทิ้งศักดิ์ศรีกลับมาง้อภรรยา ชลนิภารู้สึกไม่ดีที่ไล่ธนกร แต่ยังวางฟอร์มทำเหมือนไม่สนใจ...

ณวัตรยอมให้ลูกสาวท้องไม่มีพ่อไม่ได้ ลากตัวเธอขึ้นรถจะพาไปบ้านชลนิภาเพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบ ชนิกานต์พยายามส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากกฤติยาแต่ไร้ผล เธอเองก็ช่วยอะไรไม่ได้ ธีรดนย์ได้แต่ยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ไม่คิดจะเข้าไปช่วยเหลือ กฤติยาขัดใจมาก ตรงเข้าไปต่อว่าว่าตัวเองเป็นคนสร้างปัญหา แต่กลับปล่อยให้คนอื่นต้องรับผิดชอบ ธีรดนย์เองก็ไม่ได้สบายใจ รู้สึกผิดเช่นกัน

“ผิดก็รับผิดสิ ทำไมไม่กล้าสู้ความจริง ฉันผิดหวังในตัวนายมาก”

“แอนก็เห็นคุณท่านโกรธมาก คุณท่านจะฆ่าฉัน...ฉันกลัว”

“นายกลัวตาย แต่ไม่เห็นใจนิกกี้ ไม่เห็นใจพี่ชนม์ที่เป็นแพะรับบาป นายมันขี้ขลาด เห็นแก่ตัว” กฤติยาด่าไม่ยั้ง ธีรดนย์นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รีบออกจากบ้านทันที

ooooooo

ระหว่างที่สุรัมภากับชนกชนม์ง่วนอยู่กับการทำความสะอาดบริษัทของชลนิภา สุตาภัญแอบกลับบ้านขอร้องให้พ่อรับน้องกลับมาอยู่ด้วย น้องใกล้คลอดแล้ว เธอไม่อยากให้น้องต้องลำบาก

“คุณพ่อจะปล่อยให้หลานคุณพ่อเกิดมาด้วยความลำบากหรือคะ”

“เด็กในท้องยัยภาไม่ใช่หลานฉัน”

“ลูกของภาก็คือสายเลือดคุณพ่อนะคะ คุณพ่อไม่ต้องกังวลเรื่องเสียหน้า ชนกชนม์อาสาจะดูแลภา เป็น พ่อของลูกภา”

สุทินไม่ยอมรับขี้ยาอย่างชนกชนม์เป็นลูกเขย เด็ดขาด เขาเคยเตือนสุตาภัญแล้ว อย่าไปข้องแวะกับคนพรรค์นั้น สุดท้ายชนกชนม์ก็ต้องเข้ารับการบำบัด สุตาภัญไม่เถียงเรื่องชนกชนม์ติดยา คนเราทำพลาดกันได้ ตอนนี้เขาเลิกยาได้แล้ว และกลับมาเป็นคนดีเหมือนเดิม สุทินไม่อยากฟัง ไล่สุตาภัญกลับ

“คุณพ่อรับน้องกลับบ้านนะคะ” สุตาภัญอ้อนวอน

“ไม่มีใครมาสั่งฉัน...ฉันตัดสินใจเองได้”

สุตาภัญรู้ดีว่าตื๊อไปยิ่งจะทำให้ท่านโกรธ จึงขอตัวกลับ เสาวนิตย์จะเดินไปส่ง แต่สุทินห้ามไว้ เธอไม่ฟังเดินตามลูกออกไป พลางร้องบอกว่าให้รอก่อน เธอจะไปเก็บเสื้อผ้าไปอยู่ด้วย จะได้ช่วยดูแลสุรัมภาอีกแรง

“อย่าเลยค่ะ คุณแม่ไปแล้วใครจะดูแลคุณพ่อ ตายังพอดูแลน้องได้ มีชนม์คอยช่วยอีกคน”

“ได้จ้ะ...แม่จะอยู่ที่นี่ คอยช่วยพูดให้คุณพ่อใจอ่อน รับลูกกลับบ้าน เราจะได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน”....

ใกล้เที่ยงแล้ว สุตาภัญไปธุระยังไม่กลับ ชนกชนม์ไม่อยากให้สุรัมภาต้องหิ้วท้องรอ ชวนไปกินข้าวกันก่อน ยังไม่ทันจะออกจากบริษัท ธีรดนย์พรวดพราดเข้ามาหา เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟัง และขอให้ชนกชนม์รับสมอ้างว่าเป็นพ่อของเด็กในท้องชนิกานต์ เพราะถ้าขืนคุณท่านรู้ว่าเป็นเขา ต้องโดนฆ่าแน่ๆ

“แล้วฉันล่ะ” ชนกชนม์ตัดพ้อ

“อย่างน้อยนายก็เป็นลูกเจ้าของบริษัทเพชร เป็นลูกเพื่อนของคุณท่าน...คุณท่านไม่ทำร้ายนาย ฉันขอล่ะ ช่วยฉันก็เท่ากับช่วยนิกกี้ด้วย” ธีรดนย์แทบจะคุกเข่าอ้อนวอน ชนกชนม์ปฏิเสธว่าทำไม่ได้ เพราะรับปากสุรัมภาไว้แล้วว่าจะดูแลเธอกับลูก

“พี่ชนม์ไปช่วยพี่นิกกี้เถอะค่ะ ภาเข้าใจความรู้สึกพี่นิกกี้ว่าแย่ขนาดไหน การที่ถูกคนรักปฏิเสธ พี่นิกกี้กำลังโดดเดี่ยว และเหตุผลเดียวที่พี่นิกกี้โกหกคุณพ่อว่า พี่ชนม์เป็นพ่อของเด็ก พี่นิกกี้เห็นว่าพี่ชนม์เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด พี่ชนม์เป็นที่พึ่งสุดท้าย อย่าทำลายความหวังพี่นิกกี้นะคะ”

“แล้วภาล่ะ”

“พี่ชนม์ไม่ต้องห่วง ภายังมีพี่ตาที่ดูแลภาได้ ช่วยพี่นิกกี้ด้วยนะคะ” คำพูดของสุรัมภาทำเอาธีรดนย์ละอายใจ แต่ไม่มากพอทำให้ออกมารับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง

ooooooo

ชลนิภาทั้งแปลกใจและดีใจปนกัน ที่ธนกรยังไม่หนีไปไหน ทั้งๆที่เธอขับไล่ไสส่ง หนำซ้ำยังคอยดูแล ยกอาหารกลางวันมาให้ เธออดถามไม่ได้ว่าหายโกรธเธอแล้วหรือ

“ผมจะโกรธคุณได้ไง เราไม่ใช่คนแปลกหน้า เราเป็นคู่ชีวิต เรามีสิทธิ์ที่จะคิดเห็นต่าง แต่เรายังรักกัน... ชวนผมคุย เดี๋ยวจะเลยเวลากินยานะ” ธนกรว่าแล้วตักอาหารป้อนชลนิภาที่มองด้วยความซาบซึ้งใจ

“ขอบคุณมากนะคะที่ให้อภัยฉัน”

จังหวะนั้น แป๋วเข้ามารายงานว่ามีแขกมาหาคุณผู้หญิง ธนกรอาสาจะไปรับแขกเอง ให้เธอกินอาหารให้เสร็จจะได้กินยา ครู่ต่อมา ธนกรลงมาที่ห้องรับแขกเห็นณวัตรนั่งรออยู่กับชนิกานต์

“ขอโทษเถอะครับคุณชลนิภาป่วย นอนพักรักษาตัว คุณณวัตรมีอะไรคุยกับผมได้เลย”

“ผมเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ชนกชนม์ลูกชายคุณทำลูกสาวผมท้อง”

ธนกรไม่เชื่อว่าชนกชนม์จะทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนั้น ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ๆ ณวัตรยืนยันว่าไม่เข้าใจผิด เพราะชนิกานต์เป็นคนบอกเอง ธนกรหันไปถามเธอว่าเป็นความจริงหรือ เธอกลัวพ่อเล่นงาน จำต้องโกหกว่าจริง ธนกรแนะว่าถ้าจะให้เป็นธรรม ควรเรียกชนกชนม์มาคุยเรื่องนี้กันต่อหน้า จำเลยในคดีมาถึงพอดี

“ผมขอรับผิดชอบนิกกี้เองครับ” ชนกชนม์ประกาศเสียงดังฟังชัด

ในเมื่อไม่ขอโต้แย้งอะไร ณวัตรอยากให้ทั้งคู่แต่งงานกันให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องเรียนให้พักไว้ก่อน เขาไม่ต้องการให้ใครเห็นลูกสาวตัวเองท้องโย้ไปมหาวิทยาลัย

ชนกชนม์ขอเวลาสักระยะหนึ่ง รอให้แม่ของเขาหายดีก่อน เขาไม่อยากทำให้ท่านทุกข์ใจมากไปกว่านี้ ณวัตรเห็นว่าชนกชนม์ไม่อิดออด แถมธนกรรับปากจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง ทำให้คลายความกังวลลงไปได้...

ด้านสุตาภัญปลื้มใจมากเมื่อรู้ว่าสุรัมภาเสียสละชนกชนม์ให้ชนิกานต์ ภาวนาขอให้ความดีครั้งนี้ของน้องสาวส่งผลให้ได้เจอแต่สิ่งดีๆ...

ชลนิภาอยากรู้มากว่าณวัตรกับชนิกานต์มาขอพบเรื่องอะไร ลุกจากเตียงจะลงไปดู ธนกรเข้ามาห้าม เสียก่อน ขอร้องให้กลับไปนอนพัก สองพ่อลูกคู่นั้นกลับไปแล้ว เธอสงสัยว่ามีเรื่องอะไรกัน

“คุณณวัตรทราบข่าวว่าคุณป่วย พาลูกสาวมาเยี่ยม ผมบอกว่าคุณยังไม่แข็งแรง เขาก็ฝากกระเช้าเยี่ยม อยู่ข้างล่าง” ธนกรจำเป็นต้องแต่งเรื่อง ไม่อยากให้ชลนิภาไม่สบายใจ เธอพยักหน้ารับรู้ไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก...

ขณะที่ชลนิภาไม่ระแคะระคายเรื่องของชนกชนม์ และชนิกานต์ ชยางกูรพาเพทายที่เมาแทบทรงตัวไม่อยู่ออกจากร้านเหล้า พอถึงมุมปลอดคน เขาลงมือซ้อมเพทายแก้แค้นที่หลอกเขาเข้าบ่อนจนเสียผู้เสียคน ต้องสูญเงินไปหลายล้านบาท เพทายพยายามต่อสู้แต่สู้ไม่ไหว เพราะเมามาก ถูกชยางกูรยำเละลงไปกองกับพื้น แล้วล้วงเอา มือถือของเขาออกมาโทร.หาตำรวจ

“คุณตำรวจ ผมชื่อเพทาย มีการเปิดบ่อน มันใช้ผับบังหน้า...” ชยางกูรแจ้งที่ตั้งของบ่อนเสร็จ ยิ้มสะใจ...

ฝ่ายเฮียปรัชญาแปลกใจมากเมื่อสมุนกลับมารายงานว่าเพทายออกไปดื่มเหล้ากับชยางกูร ทั้งๆที่สองคนนั่นเกาเหลากัน เขายังไม่ทันจะวิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้น นักเลงคุมบ่อนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าตำรวจบุก เฮียปรัชญาไม่รอให้บอกซ้ำ วิ่งหนีไปยังทางลับด้านหลัง โดยมีสมุนตามประกบไม่ห่าง

นักพนันวิ่งหนีตำรวจกันจ้าละหวั่น ขณะที่สมุนของเฮียปรัชญาที่เหลือพยายามสกัดตำรวจไว้ให้นานที่สุด เพื่อเปิดทางให้เจ้านายหนี แต่สุดท้ายแล้วเฮียปรัชญากับสมุนก็หนีไม่รอดถูกตำรวจรวบตัวไว้ได้ ชยางกูรซุ่มดูอยู่ในมุมมืดอย่างสะใจ ยิงกระสุนนัดเดียว เล่นงานเฮีย ปรัชญาและใส่ความเพทายได้ในคราวเดียวกัน

ooooooo

ชนกชนม์เครียดที่ต้องแบกรับปัญหาที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ชวนสุตาภัญมาทำบุญที่วัดแต่เช้า เผื่อจะทำให้สบายใจขึ้น หลังจากกราบพระประธานในโบสถ์เสร็จ สุตาภัญเห็นสีหน้าชนกชนม์ยังหมองๆ หยิบดอกไม้จุ่มในขันน้ำมนต์พรมให้ เขาถึงกับยิ้มออก ยืนนิ่งให้เธอพรมน้ำมนต์ให้อีก

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันช่วยให้ชีวิตนายดีขึ้นหรือเปล่า” สุตาภัญออกตัว

“ต้องดีขึ้นสิ อย่างน้อยผมมีกำลังใจมากขึ้น และผมก็ได้รับน้ำใจจากคุณ...เอาอีก”

สุตาภัญแกล้งยกขันน้ำมนต์ราด ชนกชนม์ไม่หนี กลับชอบใจด้วยซ้ำ...

ในขณะที่ชนกชนม์รู้สึกสบายใจขึ้น ชนิกานต์กลับเครียดหนักที่โยนบาปให้เพื่อนที่ดีอย่างชนกชนม์ ทั้งๆที่เขาไม่ได้เกี่ยวข้อง ตัดสินใจจะสารภาพความจริงกับพ่อ กฤติยาเห็นด้วย แต่คนที่จะพูดเรื่องนี้ต้องไม่ใช่เธอ

“ธีรดนย์เป็นผู้ชาย ควรแสดงความรับผิดชอบ ฉันจะไปเกลี้ยกล่อมให้เขายอมพูดความจริง”

ชนิกานต์ขอบใจที่กฤติยาช่วยเหลือ ครู่ต่อมา กฤติยามาถึงหน้าห้องพักของธีรดนย์ เคาะประตูเรียกให้เขาออกมาคุยกัน ธีรดนย์นั่งซุกตัวอยู่มุมห้อง ไม่กล้าเปิดรับ กฤติยาโกรธ ทุบประตูปังๆ

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้ เลิกหดหัวอยู่ในกระดอง ถ้านายยังเป็นลูกผู้ชายนายต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริง”

ธีรดนย์ค่อยๆแง้มประตูออกมา กฤติยากระชากเขาออกจากห้อง ลากเข้าไปในตึกใหญ่ ให้ไปบอกความจริงกับณวัตร ธีรดนย์รีบสะบัดมือเธอออก หัวเด็ดตีนขาดจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น กฤติยาต่อว่าเขาต่างๆนานา และยืนยันว่าถ้าเขาไม่กล้าพอ เธอจะพูดกับณวัตรเอง แล้วขยับจะไป

“ไม่นะ เธอรักฉัน เธอต้องช่วยฉัน” ธีรดนย์คว้ากฤติยามากอด เจอไม้นี้เข้าไปเธอถึงกับอึ้ง...

อีกมุมหนึ่งของคฤหาสน์ กัณฐิกาคาดคั้นชนิกานต์ให้บอกมาว่า ใช้ลูกของเธอไปทำอะไรให้ ชนิกานต์ยียวนใส่ จะใช้อะไรใครมันก็เรื่องของเธอ กัณฐิกายุ่งอะไรด้วย ในเมื่อเราสองคนตกลงกันแล้วว่าต่างคนต่างอยู่

“ฉันอยู่ของฉัน ถ้าเธอไม่บังคับแอน” กัณฐิกาพูดจบ จะไปตามหากฤติยา ชนิกานต์ขวางไว้ กัณฐิกาเหลืออด ตบหน้าเธอฉาดใหญ่ ชนิกานต์ไม่ยอมเจ็บตัวฟรีตบกลับ ทั้งคู่เปิดฉากตบตีกันอุตลุด จิกทึ้งกันลงล้มไปกองกับพื้น กัณฐิกาตั้งหลักได้ก่อน ขึ้นคร่อมชนิกานต์ไว้ แล้วนึกขึ้นได้ว่าเธอท้อง รีบลุกขึ้น

“รักษาชีวิต ดูแลลูกให้ดี อย่ามาแรงใส่ฉันอีก”

“ฉันจะบอกคุณพ่อว่าแอนเป็นลูกสาวแท้ๆของแก”

“อย่านะ เราตกลงกันแล้ว เธอปิดเรื่องฉัน...ฉันปิดเรื่องเธอ”

ชนิกานต์ไม่มีเรื่องอะไรต้องปกปิดอีกแล้ว แต่เรื่องของกัณฐิกาต้องทำให้พ่อของเธอเดือดดาลถึงขั้นไล่ออกจากที่นี่แน่นอน กัณฐิกาท้าให้ไปฟ้อง คิดหรือว่าณวัตรจะฟัง ชนิกานต์ทำให้เขาหมดหวัง ผิดหวัง และเลิกไว้ใจเธอแล้ว คำพูดที่ออกจากปากชนิกานต์ล้วนแต่เป็นเรื่องโกหก กัณฐิกาพูดจบ ตามหากฤติยาต่อไป ชนิกานต์เกรงแม่เลี้ยงตัวแสบจะไปวุ่นวายรีบเดินตาม

ooooooo

ธีรดนย์ยังคงกอดกฤติยาไว้ พลางลูบไล้ไปทั่วตัว ปากก็พร่ำบอกว่ามีเธอคนเดียวเท่านั้นที่รักและเข้าใจเขามากที่สุด เขาเองก็รักเธอเช่นกัน ดังนั้น เธอต้องช่วยเขา กฤติยาถึงกับเคลิ้มไปกับคำลวงของธีรดนย์

“ทำเพื่อฉัน ทำเพื่อคนที่เธอรัก” ธีรดนย์เจ้าเล่ห์ แกล้งหว่านเสน่ห์ แล้วโน้มตัวจะจูบ กฤติยาผลักเขาออก ขอร้องอย่าทำแบบนี้ ธีรดนย์กระซิบข้างหูว่ารักเธอมาก

หญิงสาวรู้ทันทีว่าเป็นแค่คำลวง ตบเขาหน้าหัน

“คนรักกันไม่ทำอย่างนี้ นายใช้ความรักมาต่อรอง เรียกร้องผลประโยชน์ นั่นมันไม่ใช่ความรักมันเป็นความเห็นแก่ตัว ถึงฉันจะรักนายมาก ฉันก็ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของนายทำร้ายคนอื่น ฉันจะบอกคุณอาว่านายเป็นคนทำนิกกี้ท้อง” กฤติยาประกาศกร้าว กัณฐิกาแอบฟังอยู่ตลอดตกใจ เข้ามาโวยวายลั่น ก่อนจะหันไปขู่ชนิกานต์ที่ตามมาสมทบว่าจะฟ้องณวัตรว่าธีรดนย์เป็นพ่อของเด็กในท้องเธอ

“ไปบอกคุณพ่อฉัน ไปบอกทุกอย่างที่แกได้ยิน ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าคุณพ่อรู้ว่าฉันท้องกับธี คุณพ่อจะทำยังไง” ชนิกานต์ท้าทาย ธีรดนย์ละล่ำละลักขอร้องกัณฐิกาอย่าบอกเรื่องนี้กับคุณท่าน

“ที่ผ่านมา เธอเคยขอให้ฉันช่วยหลายต่อหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ ฉันให้เธอไม่ได้ ฉันต้องทำเพื่อความถูกต้อง” กัณฐิกาพูดจบกลับเข้าตึกใหญ่ ธีรดนย์ตาเหลือก ขอให้ชนิกานต์ช่วยไปห้าม เธอนิ่งเฉยไม่ยอมทำตาม...

หลังจากได้ประกันตัวออกมา เฮียปรัชญาพร้อมด้วยสมุนตามไปเล่นงานเพทาย ฐานสมคบกับชยางกูรแจ้งตำรวจมาทลายบ่อนของตน เพทายปฏิเสธเสียงสั่นว่าไม่เคยคิดหักหลังเฮีย เขาเองก็ถูกชยางกูรหลอกไปทำร้าย บาดแผลบนตัวเหล่านี้เป็นพยานได้ เฮียปรัชญาไม่เชื่อ ชักปืนขึ้นมาจะยิง

“ฉันสาบานได้เฮีย ฉันจะลากคอมันมาให้เฮีย”

เฮียปรัชญาจะให้โอกาสเพทายแก้ตัว แต่ท่าเหลวอีก เขาไม่ปล่อยไว้แน่...

ขณะที่ชยางกูรถูกเฮียปรัชญาหมายหัว ชนกชนม์ชวนสุตาภัญมานั่งพักที่ศาลาวัด เล่าให้เธอฟังว่าแม่ของเขายังไม่รู้ว่าเขาจะแต่งงานกับชนิกานต์ เขาขอร้องให้ธนกรปิดเรื่องนี้ไว้ก่อน ถ้าแม่รู้จะยิ่งเครียดหนักขึ้น

“ผมคงเกิดมาเป็นตัวซวยจริงๆ เกิดมาทำให้บริษัทคุณแม่ทรุด คุณพ่อกับคุณแม่เลิกกัน ชะตาชีวิตผมเลวร้ายเหมือนที่หมอดูเคยทำนายไว้”

สุตาภัญไม่อยากให้ชนกชนม์เชื่อเรื่องพรรค์นั้น หมอดูไม่ใช่เจ้าชีวิต เราต่างหากที่กำหนดชีวิตตัวเอง จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวเราเอง สุตาภัญคุยเพลินเพิ่งนึกขึ้นได้ นัดสุรัมภาเอาไว้ ชนกชนม์จะขอไปด้วย

“ไม่ได้ เรื่องภายในครอบครัว ฉันไปก่อนนะ” สุตาภัญโบกมือลาชนกชนม์ ก่อนจะวิ่งปรู๊ดออกไป

“ครอบครัวเขา...แล้วครอบครัวเราล่ะ” ชนกชนม์พูดแล้วคิดถึงแม่ขึ้นมาทันที

ooooooo

ขณะธนกรกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องโถง เห็นชลนิภาเดินลงบันไดมา รีบเข้าไปประคองพา มาที่โซฟา เตือนเธอว่าน่าจะนอนพักให้หายก่อน ชลนิภาอ้างว่าค่อยยังชั่วแล้ว อยากปรึกษาเรื่องชยางกูร ธนกรคงรู้เรื่องลูกมาบ้างแล้ว เขาพยักหน้ารับ เรื่องนี้คงต้องปล่อยให้กฎหมายบ้านเมืองจัดการ

“คุณไม่ห่วง ไม่สงสารลูกบ้างหรือ”

“ตามใจจนเสียคนกับใจแข็งแล้วลูกเป็นคนดี ผมขอเลือกอย่างหลัง ผมยังหวังว่าสักวันลูกจะกลับมาหาเรา”

“ขอให้ฉันได้เห็นหน้าลูกอีกสักครั้งก็ยังดี” ชลนิภาคิดถึงลูกน้ำตาซึม ธนกรดึงเธอมากอดปลอบใจ...

คนที่ชลนิภาคิดถึง คว้ากระเป๋าสัมภาระออกจากโรงแรมที่ซ่อนตัว เพราะตำรวจไล่ล่าใกล้เข้ามาทุกที เจอเพทายกับสมุนของเฮียปรัชญาดักรออยู่ ชยางกูรโยนกระเป๋าในมือใส่ แล้วเผ่นแน่บ เพทายตะโกนสั่งสมุนให้ไล่ตาม ชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาเห็นเพทายกับพวกกำลังวิ่งไล่ชยางกูร รีบวกรถกลับไปช่วย
สองฝ่ายตะลุมบอนกันอุตลุด เพทายสู้ชนกชนม์ไม่ได้ ชักปืนขึ้นมาจะยิง เขาคว้าไม้ฟาดปืนกระเด็นหลุดมือ แล้ววิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์พลางตะโกนเรียกชยางกูร เพทายเห็นคู่อริจะหนีรีบวิ่งไปหยิบปืน ชนกชนม์เร่งเครื่องมอเตอร์-ไซค์ ใช้ล้อหลังปัดเขากระเด็น ช่วยชยางกูรหนีรอดไปได้...

ระหว่างที่ชยางกูรเจอศึกสองด้าน เหตุการณ์ที่คฤหาสน์ของณวัตรวุ่นวายใหญ่โต แทนที่กัณฐิกาจะฟ้องณวัตรเรื่องธีรดนย์กับชนิกานต์ กลับขอให้เขาจัดงานแต่งงานให้ธีรดนย์กับกฤติยา อ้างว่าฝ่ายชายลวนลามจนได้เสียกันต้องรับผิดชอบ ชนิกานต์ฉุนขาดจะเอาเรื่องกัณฐิกา ณวัตรไม่พอใจ สั่งลูกให้หยุดก้าวร้าวได้แล้ว

“มันคิดจะยัดเยียดหลานมันให้ธี” ชนิกานต์สติแตกโวยลั่น

ณวัตรสั่งให้หยุดพูด แล้วหันไปถามธีรดนย์ว่าเป็นจริงอย่างที่กัณฐิกาว่าหรือเปล่า กฤติยาพยายามส่งสายตาเป็นทำนองให้ธีรดนย์ปฏิเสธ เขากลับยอมรับว่าล่วงเกินกฤติยาจริง

“ถึงจะใช่แต่นายไม่รักแอน มันเป็นความใคร่ไม่ใช่ความรัก นายบอกคุณพ่อสิ นายรักฉันฉันท้องกับนาย”

ธีรดนย์ปฏิเสธทันทีว่าไม่เคยมีอะไรกับชนิกานต์ กฤติยาจะอ้าปากบอกว่าชนิกานต์พูดความจริง ณวัตรชิงห้ามเสียก่อน ยืนยันว่าจะจัดงานแต่งงานให้ธีรดนย์กับกฤติยาเร็วที่สุด แล้วจํ้าพรวดๆขึ้นบันได ชนิกานต์วิ่งตามไปขอร้องให้ฟังเธอพูดก่อน เธอท้องกับธีรดนย์จริงๆ ณวัตรไม่สนใจ จะเดินเข้าห้อง ชนิกานต์ขวางไว้

“คุณพ่อให้ธีแต่งงานกับแอนไม่ได้ นิกกี้รักธี ธีเป็นพ่อของลูก...”

ชนิกานต์พูดยังไม่ทันจบ ณวัตรชิงตบหน้าหัน “พ่อจะไม่ฟังเรื่องไร้สาระอีกแล้ว พ่อของเด็กในท้องลูกคือชนกชนม์ ไม่ใช่คนใช้อย่างธีรดนย์” ณวัตรผลักลูกพ้นทาง เข้าห้องปิดประตูใส่หน้า ชนิกานต์ทรุดตัวลงร้องไห้โฮ ณวัตรเองก็เสียใจไม่แพ้ลูกเช่นกัน เพราะรู้แก่ใจดีว่าสิ่งที่ลูกพูดเป็นความจริง

ooooooo

ชนกชนม์ขี่มอเตอร์ไซค์หนีมาได้พักใหญ่ เห็นไม่มีใครไล่ตามจึงจอดรถ ชยางกูรลงจากรถรีบเดินหนีชนกชนม์ตามไปต่อยหน้าสามหมัดซ้อน หมัดแรกสำหรับความชั่วที่ชยางกูรโยนความผิดให้เขา หมัดที่สองสำหรับความเลวร้ายที่คุณพ่อคุณแม่เสียใจ และหมัดสุดท้ายสำหรับตราบาปที่ทำไว้กับสุรัมภา

“ฉันรู้ว่าความรุนแรงไม่ช่วยแก้ปัญหา ฉันต้องการเตือนสตินาย กลับตัวกลับใจไปมอบตัว”

“ไม่ต้องมาสอน ชีวิตเป็นของฉัน”

“ใช่ ชีวิตนายเป็นของนาย ฉันทำได้เพียงแค่ให้สติในฐานะพี่ แต่นายเป็นคนเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวนายเอง...อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไปกับฉัน”

ชยางกูรไม่สนใจ หันหลังเดินจากไป ชนกชนม์ตะโกนไล่หลัง อยากให้เขาไปขอโทษสุรัมภา รวมทั้งธนกรและชลนิภาด้วย ชยางกูรชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเดินต่อไป...

สุตาภัญนัดกับสุรัมภาจะเอาพวงมาลัยดอกมะลิพร้อมกับการ์ดวันพ่อที่สุรัมภาทำด้วยตัวเองไปกราบสุทิน เมื่อทั้งคู่มาถึงหน้าบ้านสุรัมภาไม่กล้าสู้หน้าพ่อ เอาพวงมาลัยกับการ์ดเสียบไว้ที่ประตูรั้วแทน สุตาภัญ

ตัดสินใจกดกริ่ง คิดว่าแม่ต้องเป็นคนมาเปิดประตูรับ แต่กลับกลายเป็นพ่อออกมาแทน

สุรัมภากลัวพ่อจะเล่นงาน รีบลากสุตาภัญหลบ สุทินเดินมาที่ประตูรั้วไม่เจอใคร เห็นแต่การ์ดกับพวงมาลัยดอกมะลิเสียบอยู่ หยิบมาเปิดดู เห็นข้อความที่ลูกทั้งสองคนเขียนอวยพรให้เขามีสุขภาพแข็งแรงถึงกับเดินน้ำตาร่วงเข้าบ้าน เสาวนิตย์เห็นเขาร้องไห้ แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น สุทินยื่นการ์ดในมือให้แทนคำตอบ เธอเปิดการ์ดออกอ่าน รู้ว่าสุตาภัญกับสุรัมภาทำมาให้พ่อ พลอยซาบซึ้งใจ ร้องไห้ไปด้วย

“ลูกเอาการ์ดมาอวยพรผม ลูกไม่โกรธไม่เกลียดผม” สุทินพึมพำทั้งน้ำตา

“ลูกยังรักคุณเสมอค่ะ รับลูกกลับบ้านนะคะ”เสาว–นิตย์จะเข้าไปกอดปลอบใจสุทิน แต่ต้องชะงัก เกรงเขาจะไม่ต้องการ สุทินกลับคว้าเสาวนิตย์มากอดเสียเอง เธอดีใจมากที่เขามีท่าทีเปลี่ยนไป...

ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อตอนกลางวัน กฤติยาเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง กัณฐิกาเป็นห่วงเข้าไปดู กลับถูกเธอต่อว่าว่าใจร้ายมาก ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายเพียงเพื่อต้องการแก้แค้นชนิกานต์

“ไม่ใช่ แม่ทำเพื่อลูก...ลูกเสียสละเพื่อคนอื่นมามากพอแล้ว ลูกควรทำเพื่อตัวเองบ้าง ลูกรักธี แม่ก็อยากให้ลูกมีความสุข สมหวังกับคนที่ลูกรัก ที่ผ่านมาชีวิตลูกขาดแม่ ยายก็มาจากไป แม่ไม่อยากให้ลูกต้องสูญเสียคนที่รักอีก แม่ทำเพื่อลูกนะ” กัณฐิกาพูดไปร้องไห้ไป กฤติยาซึ้งใจมากแต่แม่น่าจะนึกถึงความรู้สึกของชนิกานต์บ้าง

“นิกกี้ต้องแต่งงานกับชนม์ ทั้งคู่เหมาะสมกันที่สุดทั้งฐานะและชื่อเสียงวงศ์ตระกูล”

“แม่...แอนทำร้ายความรู้สึกของนิกกี้ไม่ได้ แอนจะไปบอกคุณอาวัตรให้ยกเลิกการแต่งงาน”

“เชื่อแม่ คิดถึงตัวเอง และที่สำคัญ คุณณวัตรเองก็ต้องการให้มันเป็นแบบนี้”

กฤติยาไม่เข้าใจแม่หมายถึงอะไร แต่ไม่ซักอะไรอีกขอตัวไปดูชนิกานต์ จังหวะที่เปิดประตูห้องออกไปเจอเจ้าตัวยืนอยู่พอดี กฤติยายังไม่ทันจะว่าอะไร ชนิกานต์ตบหน้าเปรี้ยง โทษฐานหักหลังเพื่อน

“นิกกี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันจะไปบอกคุณพ่อเธอให้รู้ความจริง”

“พอที เลิกตีสองหน้าได้แล้ว ฉันเบื่อฟังคำแก้ตัวของเพื่อนทรยศ สุดท้ายเธอก็แสดงธาตุแท้แย่งผู้ชายเหมือนแม่ แสร้งทำดีเข้าอกเข้าใจฉัน แต่แย่งคนรักฉัน”

กฤติยาพยายามจะอธิบายว่าชนิกานต์เข้าใจผิดแต่เธอไม่ฟัง จากนี้ไปจะไม่ขอเป็นเพื่อนกับกฤติยาอีก...

ฝ่ายธีรดนย์เครียดหนัก ที่เรื่องราวชักจะบานปลายไปกันใหญ่ ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรดี

ooooooo

สุตาภัญแปลกใจเมื่อลงมาถึงใต้ถุนอพาร์ตเมนต์ เจอชนกชนม์ยืนรออยู่พร้อมกับรถเข็นใส่ต้นกุหลาบหลายกระถาง เธอสงสัยว่าเอากุหลาบมาทำไมมากมาย เขาไม่ตอบ พาเธอมายังสวนข้างอพาร์ตเมนต์

“บอกได้หรือยัง เอาต้นกุหลาบมาทำอะไร”

“อยากปลูกต้นกุหลาบเป็นตัวแทนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของผม...ผมจะคอยรดน้ำพรวนดิน ดูการเจริญเติบโตของมันพร้อมกับชีวิตของผม...และผมอยากให้คุณปลูกชีวิตผม ช่วยรดน้ำและดูแลมัน”

สุตาภัญไม่พูดอะไร หยิบกระถางกุหลาบใบหนึ่งเดินนำ ชนกชนม์แบกกระถางที่เหลือตามไป...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชลนิภาแปลกใจมากเมื่อเห็นวีรภัทรกับนัชชามาขอพบพร้อมกับกระเช้าของเยี่ยม

ชลนิภาไม่วายประชดประชันว่ามาเยี่ยมหรือมาสมน้ำหน้า นัชชารู้ว่าคนเก่งอย่างเธอต้องอยู่อีกนาน แล้วส่งกระเช้าให้ ชลนิภาลังเลอยู่อึดใจ ก่อนจะรับไว้ วีรภัทรถามเธอว่าชนกชนม์เป็นอย่างไรบ้าง ทราบข่าวจากณวัตรว่าชนิกานต์ท้องกับเขา ชลนิภาโวยวายทันทีว่าลูกตัวดีไปก่อเรื่องอะไรอีก ทำไมธนกรไม่บอกอะไรกันบ้าง

“ผมไม่อยากให้คุณเครียดอีก ผมห่วงคุณ”

“คุณเป็นห่วงฉัน หรืออยากช่วยปิดบังเรื่องเลวร้ายของชนม์”

ธนกรขอให้ชลนิภาให้อภัยลูกได้แล้ว และที่สำคัญเขาเชื่อว่าชนกชนม์ไม่มีพฤติกรรมแบบนั้น ชลนิภาของขึ้น พาลไล่สองผัวเมียกลับ นัชชายังกลับไม่ได้ มีเรื่องจะคุยด้วย ชลนิภาคิดว่าเธอจะเยาะเย้ยที่ลูกของตนทั้งสองคนสร้างแต่ปัญหา ลูกคนเล็กหนีคดี ส่วนลูกคนโตก็ทำผู้หญิงท้อง

“ฉันไม่คิดว่าชนกชนม์ก่อเรื่อง คุณเป็นแม่ คุณเลี้ยงแกมาตั้งแต่เกิด คุณน่าจะรู้จักลูกคุณดี”

“คุณไม่มีสิทธิ์มาสอนฉัน” ชลนิภาสวนทันที

“ฉันไม่ยอมให้คุณทำร้ายจิตใจชนกชนม์อีก ชนกชนม์เป็นลูกคุณวีรภัทรก็เท่ากับเป็นลูกฉันด้วย ฉันให้เวลาคุณคิดไตร่ตรองให้ดี ถ้าคุณไม่ยอมรับชนกชนม์ ฉันจะใช้สิทธิ์ความเป็นแม่เลี้ยงที่รักลูก รับชนกชนม์ไปอยู่บ้านฉัน” นัชชาพูดจบ กลับออกไป วีรภัทรมีความสุขที่เธอยอมรับลูกของเขาหมดหัวใจ ชลนิภาถึงกับอึ้งไม่คิดว่านัชชาจะรักลูกของตนขนาดนี้ เธอเป็นแม่แท้ๆกลับไม่เคยปกป้อง จำต้องทบทวนบทบาทตัวเอง...

ขณะที่นัชชาเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อลูกเลี้ยงให้ทุกคนรับรู้ ชนกชนม์กับสุตาภัญช่วยกันปลูกกุหลาบต้นสุดท้ายเสร็จพอดี เขาฝากเธอดูแลพวกมันให้ด้วย แล้วถามว่าเมื่อวานไปหาพ่อกับแม่มาเป็นอย่างไรบ้าง

“เอาการ์ดกับมาลัยไปวางไว้ ภาไม่กล้าเข้าไปพบท่าน แล้วนายล่ะ เจอชยางกูรไม่ใช่หรือ”

ชนกชนม์พยักหน้ารับคำ คิดว่าครั้งนี้อาจจะเจอกันเป็นครั้งสุดท้าย ชยางกูรเลือกที่จะหนีไม่ยอมมอบตัว แล้วนึกขึ้นได้ว่ามาตั้งนานแล้วยังไม่เห็นหน้าสุรัมภาเลย อยู่บนห้องหรือ ได้ความว่าออกไปซื้อของ อีกสักครู่คงกลับ แล้วชวนชนกชนม์ไปล้างมือ เตรียมตัวไปมหาวิทยาลัย...

ด้านสุรัมภากำลังจะกลับอพาร์ตเมนต์ เจอชยางกูรดักรออยู่ ตกใจกลัวจะถูกเล่นงาน รีบเดินหนี เขาปรี่เข้ามาจับตัวไว้ถามว่าลูกในท้องเป็นอย่างไรบ้าง สุรัมภาไม่ต้องการให้เขามาสนใจ ลูกของเธอเธอดูแลเองได้

ชยางกูรรู้สึกผิดต่อสุรัมภาและลูกแต่ไม่พร้อมจะรับผิดชอบ ให้เงินเธอเอาไว้เผื่อซื้อข้าวของจำเป็นให้ลูก

“เอาเงินสกปรกของนายคืนไป ฉันมีปัญญาเลี้ยงลูกของฉันได้ ไม่ต้องมาวุ่นวายกับชีวิตฉันอีก ฉันจะดีใจมากถ้าไม่เห็นหน้านายอีก” สุรัมภาว่าแล้วเดินหนี ชยางกูรตะโกนไล่หลังว่าขอโทษ สุรัมภาหยุดกึก ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากของเขา ความโกรธความเกลียดที่เคยอัดแน่นเต็มอก บรรเทาลง...

เฮียปรัชญาไม่พอใจมากเมื่อรู้จากเพทายว่าชยางกูรหนีรอดไปได้เพราะพี่ชายมาช่วยไว้ สั่งให้เพทายเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ ในเมื่อเล่นงานชยางกูรไม่ได้ ก็ให้จัดการชนกชนม์แทน เพทายจะไปจับตัวเขามาให้

“ไม่ต้อง เอาผู้หญิงของมันมา ฉันจะทำให้มันกระอักเลือดตาย”

เพทายจะรวบมาทั้งพี่ทั้งน้องพร้อมกันทีเดียว เฮียเอาคนพี่ไป ส่วนคนน้องเขาจอง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 10:04 น.