ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มนต์จันทรา

SHARE
ตอนที่ 11

แลงว่ายน้ำหนีไปกลางทะเลอย่างไม่คิดชีวิต จนกระทั่งหมดแรงจะจมน้ำ โชคดีที่มีชาวประมงช่วยไว้ เขาหนีต่อมาพักอยู่กับลุงที่ห่างเหินกันไปนาน ลุงกังวลใจว่าหลานจะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ แต่ เพราะเป็นหลานจำต้องให้ที่พักพิง

“แล้วนี่เอ็งจะบอกข้าได้รึยังไปก่อเรื่องอะไรมาถึงมาหาข้าได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นหัว”

แลง อึกอักไม่ทันได้ตอบ เสียงสมบูรณ์ตะโกนเรียกหน้าบ้าน ลุงออกมาต้อนรับ สมบูรณ์มาแจ้งว่าลำแพงตายแล้ว เพราะเห็นว่าลุงเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ พอแลงได้ยินก็เตลิดหนีออกทางหลังบ้าน สมบูรณ์สั่งลูกน้องตาม ลุงแปลกใจว่าหลานไปก่อเรื่องอะไรไว้

จันเลากับพิพัชสรุปความให้ษมาฟังว่า แลงเป็นสายให้ดิตถ์กับโศภีอย่างที่พวกตนสงสัย ษมาไม่อยากเชื่อว่าลำแพงจะเกี่ยวข้องด้วย

มัทนา ดูแลจัดของกินและยาให้สาระวารีที่เพิ่งฟื้น เหลืองลายเดินต้วมเตี้ยมเข้ามาหา สาระวารีแกล้งเอาขนมยั่วเพราะรู้ว่ามันอยากกิน มัทนาต่อว่า

“พี่วารี ใจร้าย ไม่ให้กินแล้วยังจะแกล้งตุ่มลายอีก ตุ่มลายเป็นฮีโร่ช่วยพี่วารีไว้จนเกือบต้องตายเลยนะคะ ไม่งั้นป่านนี้ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่า น้ำผึ้งที่ทาหลังพี่วารีมีพิษ”

สาระ วารียักไหล่แหย่แมวด้วยความเอ็นดูมากกว่าเกลียด มัทนาอุ้มเหลืองลายมาโอ๋ เอาขนมให้กิน สาระวารีเอ็ด มันอ้วนจนจะกลิ้งได้ เดี๋ยวก็เป็นตุ่มกันพอดี มัทนาบ่นสงสาร

“พูดเหมือนเจ้าพ่อนายมันไม่มีผิด สงสารๆ

ถ้ามันอ้วน จนมันอ้วนหรือเดินไม่ได้ขึ้นมาดูซิอย่างไหนจะน่าสงสารมากกว่ากัน...ยิ้มอะไร” สาระวารีเห็นมัทนายิ้มอย่างมีเลศนัย

“ก็ขำคนปากกับใจไม่ตรงกันน่ะสิ ปากก็ไม่สนไม่ชอบ แต่จำทุกคำพูดเขาได้ขึ้นใจเลย”

สาระ วารีแกล้งเงื้อมือจะตีกลบเกลื่อนความอาย มัทนารู้ทันโต้ว่า ษมาน่ารักจะตาย แค่มองตาเขาก็รู้ว่ารักและเป็นห่วงแค่ไหน สาระวารียอมรับ แต่เพราะตนเกลียดการพนัน เกลียดบ่อน ไม่มีทางก้าวข้ามเรื่องนี้ไปได้ มัทนาแย้งมันมีทาง อยู่ที่เธอจะก้าวข้ามมันไหม หญิงสาวใจแข็ง ยืนยันว่า ตนหายดีเมื่อไหร่จะกลับกรุงเทพฯและไม่มาที่นี่อีก ทุกอย่างจะได้จบ

ษมาเดินมาได้ยินคำสนทนาของสองสาว ทำให้เขาน้อยใจเสียใจ จำต้องเตรียมใจรับสถานการณ์นี้

ให้ได้ เขาเดินกลับไปเลยไม่ได้ยินมัทนาเตือนสติ หาว่าสาระวารีใจแคบ

“ก็มันจริงนี่คะ คุณษมาเขามีข้อดีตั้งหลายอย่าง แต่พี่วารีก็ทำเป็นมองไม่เห็นแล้วก็เอาข้อเสียข้อเดียว ขอเน้น แค่ข้อเดียวของเขาที่พี่ไม่ชอบมาตัดสินทุกอย่างมัทนาถามจริงๆเถอะค่ะความรักความจริงใจที่คุณษมามีให้พี่วารี มันไม่มีความหมายอะไรเลยเหรอคะ”

สาระวารีอึ้งมองเหลืองลายแทนการสบตาเพื่อน ทำเอามัทนาหนักใจความใจแข็งของเธอ

ooooooo

บรรยากาศ งานศพของลำแพงดูหงอยเหงา ชาวบ้านมากันประปราย ส่วนใหญ่เป็นคนของษมา แลงปลอมตัวปะปนมาเคารพศพพี่สาว ดิตถ์เข้ามาขวางเสียก่อนแล้วพาตัวไป

ดิตถ์ พาแลงมาพบโศภี ทั้งสองช่วยกันกระตุ้นแลงแก้แค้นให้พี่สาว หาว่าษมาจงใจฆ่าลำแพง พวกตนจะช่วย โดยให้แลงพาคนของตนไปที่เกาะยานก เพราะเขารู้ทางหนีทีไล่ดี

“จะให้ผมกลับไปที่นั่นอีกเหรอครับ” แลงหน้าเสีย

“ใช่แกจะได้ไปล้างแค้นให้พี่สาวแกไงล่ะ อยากให้พี่สาวตายฟรีรึไง ถ้ากำจัดษมาได้ เราก็แฮปปี้กันทุกฝ่าย” โศภีเกลี้ยกล่อม

ดิตถ์ เสริมว่า งานนี้ตนทุ่มสุดตัว อาวุธครบมือจัดการทั้งษมาและสาระวารีได้ไม่ยาก โศภีเห็นท่าทีแหยงๆของแลง ก็ดึงดิตถ์มาโวยจะทำงานสำเร็จหรือ ดิตถ์เชื่อว่า คนติดพนันอย่างแลงมีหนี้ท่วมหัวก็ต้องลืมความกลัวยอมช่วยพวกเราแน่ๆ

ค่ำวันนั้น สาระวารีออกมาเดินยืดเส้นยืดสายได้ยินพวกคนรับใช้ซักถามกูซอถึงกาสิโนจะได้ เปิดหรือไม่เพราะลูกหลานพวกเขารอจะได้เข้าทำงานเป็นแถว ทำให้หญิงสาวรู้ว่ากาสิโนมีความหมายต่อคนอีกเป็นร้อยคน เธอครุ่นคิดถึงคำเตือนของมัทนา ทันใดต้องตกใจเสียงษมา

“นั่นใครน่ะ...อ้าว วารี คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงแล้วคุณอรุณฉายล่ะ”

สาระวารีบอกว่าอรุณฉายทานข้าว ตนจึงออกมาเดินเล่น เพราะเห็นว่าปลอดภัยแล้ว และตนไม่อยากนอนหงิกอยู่อย่างนั้น ษมาเตือนว่ายังจับตัวแลงไม่ได้ ถือว่ายังไม่ปลอดภัย สาระวารีขอตามไปส่งมัทนากับเขตต์ตวันพรุ่งนี้เช้าด้วยคน ษมาจะห้ามแต่พอเธออ้างว่าอยากขออโหสิกรรมกับลำแพง ชายหนุ่มจำต้องยอมทั้งที่ยังห่วง

และแล้ววันรุ่งขึ้น หลังจากส่งมัทนากับเขตต์ตวันข้ามฝั่ง สาระวารีก็มาเคารพศพลำแพงพร้อมด้วยจิณห์วรา ลูกน้องษมายืนคุ้มกัน ษมาบอกเรื่องลำแพงเคยวางยาภูผาเจ้าของเกาะคนเก่า

“ก็คงเหตุผลเดียวกัน เขาคงแอบชอบคุณภูผาอยู่ พอคุณภูผาไม่สนใจ เขาก็เลยกำจัดทิ้งซะต่อไปถ้ากำจัดคุณไปแล้ว ผมยังไม่สนใจเขาอีก เขาก็คงใช้น้ำผึ้งพิษฆ่าผมต่อ”

สาระวารีถอนใจมองรูปลำแพงที่ดูเย็นชาจน น่ากลัว... สาระวารีตัดสินใจจะกลับกรุงเทพฯ จิณห์วราเตือนให้พักจนกว่าจะหายดีก่อน อีกอย่างสมบูรณ์ไปรับสาระสะมาอยู่ สาระวารีตกใจเมื่อรู้ว่าพี่สาวกำลังมา คราวนี้คงเจ็บยิ่งกว่าโดนระเบิดเสียอีก หญิงสาวโกรธที่ไม่ปรึกษากันก่อน

กลับ ที่พัก ษมาแปลกใจที่เห็นสาระวารีนอนซม อรุณฉายกระเซ้ายิ้มๆว่าเธอป่วยการเมือง เพราะกลัวพี่สาวถึงขนาดให้ตนจัดยานอนหลับให้ สาระวารีลุกพรวดขึ้นบ่น

“ฉันพูดจริงๆนะคุณอรุณ พี่สะมาดุมาก ฉันต้องโดนซักไซ้ยิ่งกว่าให้ปากคำกับตำรวจแน่ๆ ดีไม่ดีนะ จะโดนสั่งให้ลาออกจากงานด้วย”

“พี่สาวคุณวารีดุมากเลยเหรอคะ” อรุณฉายหันไปถามษมา เขายิ้มขำๆ

“อย่าเรียกดุเลยค่ะ เรียกว่าเฉียบขาดจนเลือดเย็นมากกว่า จริงๆแล้วเขาก็ไม่ค่อยเห็นด้วยที่ฉันมาเป็นนักข่าว ฉันถึงต้องคอยปิดๆไว้ไม่ให้รู้ว่าบางงานมันเสี่ยงขนาดไหน”

ษมาขัดคอ “ไม่ใส่ร้ายพี่สาวเกินไปหน่อยเหรอ คุณสะมาออกจะใจดี มีเหตุผลจะตาย”

“ต่อหน้าคนอื่นน่ะสิคะ คุณไม่รู้จักสะมาดีพอ ไอ้รอยยิ้มหวานๆท่าทางใจเย็น นิ่งๆยังงั้นแหละ รู้มั้ยว่าเวลาเอาจริงมันอสูรกายชัดๆ”

ษมาขู่จะฟ้องสาระสะมา หญิงสาวไม่สนใจหันไปกำชับอรุณฉายอย่าลืมที่เตี๊ยมกันเอาไว้

ooooooo

บ่ายวันนั้น สมบูรณ์พาสาระสะมามาถึงท่าเรือ พอดีเครื่องเรือเกเรนิดหน่อย สาระสะมาจึงเดินเล่นรอแถวนั้น โชคร้ายแลงผ่านมาเห็นเข้ารวบตัวเธอด้วยเข้าใจว่าเป็นสาระวารี กระเป๋าถือของสาระสะมาตกอยู่ไม่ห่างจากท่าเรือ

สมบูรณ์ตกใจออกเดินหาสาระ สะมาไม่เจอรีบโทร.แจ้งข่าวษมา พอสาระวารีรู้ข่าวตกใจมาก ษมายอมรับผิดที่ตนลืมไปเสียสนิทว่าสาระสะมามีหน้าตาเหมือนกับสาระวารีไม่มี ผิด

แลงลากตัวสาระสะมามาที่บ้านร้างแห่งหนึ่ง มัดมือมัดเท้าเธอไว้ ไม่สนใจที่หญิงสาวบอกว่าตนไม่ใช่สาระวารี แลงหาว่าโดนพิษน้ำผึ้งจนสติฟั่นเฟือน แลงกราดเกรี้ยวใส่โทษ เพราะเธอทำให้ษมาฆ่าพี่สาวตน ทันใด ประตูบ้านถูกกระแทกเปิดเข้ามา แลงตกใจหันมองเป็นดิตถ์เข้ามาด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก เกรงแลงจะฆ่าเธอไปเสียก่อน แผนตนคงพังหมด

“แต่คุณดิตถ์เคยอยากให้พี่ลำแพงฆ่ามันไม่ใช่เหรอครับ”

“ก็ตอนนั้นมันไม่มีทางเลือก กะว่าถ้านังนั่นมันตายแล้ว ไอ้ษมาคงท้อแท้หมดกำลังใจ  เราจะได้หาทางเล่นงานมันง่ายขึ้นหน่อย แต่ตอนนี้เราจับตัวมันได้แล้ว ก็ใช้มันไปต่อรองกับไอ้ษมาไม่ดีกว่าเหรอ ได้ประโยชน์กว่าฆ่าทิ้งเป็นไหนๆ”

แลงย้อนถามจะให้พี่สาวตนตายฟรีหรือ ดิตถ์โวยให้รอแก้แค้นทีหลัง และกำชับอย่าสร้างความเดือดร้อนให้ตนอีก  เพราะตอนนี้ตำรวจกำลังตามหาตัวหญิงสาวให้พล่าน บ่อนตนก็ต้องพลอยปิดหนีตำรวจ ถ้ายังก่อเรื่องอีก ตนจะตัดหางปล่อยวัดแน่ แลงสะกดความไม่พอใจเอาไว้

ษมา กับพวกมาหาลุงของแลงเพื่อสอบถามเผื่อลุงจะรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับแลง ลุงรีบบอกว่า ตั้งแต่แม่ของแลงตาย ตนก็ไม่ได้พบหลานทั้งสองเลย พอได้เจอก็หาเรื่องเดือดร้อนมาให้ สมบูรณ์แปลกใจ โกรธเคืองอะไรถึงไม่ไปมาหาสู่กัน

“ไม่ได้โกรธหรอกจ่า แต่มันรำคาญนังลำแพงมัน นังนี่มันเอาแต่เพ้อเจ้อมาตั้งแต่เด็ก ว่ามันเป็นเจ้าของเกาะยานก แถมยังฝังหัวเจ้าแลงอีก ฉันเตือนมัน มันก็ด่าสวนจนขี้เกียจจะพูดแล้ว”

ษมานึกไม่ถึงว่าลำแพงเป็นเจ้าของเกาะมา ก่อน ลุงรีบเล่าว่า ลำแพงคิดไปเอง ตนพยายามบอกหลายหนแล้วว่า ปู่ย่าตายายพวกเรามาตั้งรกรากบนเกาะนี้เท่านั้นแล้วคนอื่นๆก็ตามมา ต่อมามีการออกโฉนดเลยได้แบ่งๆกันคนละนิดคนละหน่อย ไม่มีใครเป็นเจ้าของคนเดียวจน กระทั่งมีคนมากว้านซื้อที่ดินทั้งหมด แต่ลำแพงก็ยังหาว่าคนอื่นๆโกงที่ดินไป ตนเอือมระอาชวนแลงข้ามฝั่งไปอยู่ด้วยกัน แต่แลงห่วงพี่สาว ไม่อยากทิ้งไว้ลำพัง

“ฝังใจกันขนาดนี้นี่เอง สองพี่น้องนั่นถึงได้ทำร้ายทุกคนที่คิดว่าจะมาแย่งเกาะยานกไป”

สมบูรณ์ว่าสองพี่น้องนี่มีอาการทางประสาท เพราะคนปกติไม่คิดอะไรแบบนี้ ลุงคิดชั่วครู่ก่อนตัดสินใจบอกษมา

“มีเรื่องนึงเกี่ยวกับไอ้แลง แต่ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์รึเปล่านะครับ ผมเคยได้ยินคนของเสี่ยดิตถ์บอกว่าไอ้แลงเป็นขาประจำที่บ่อนของเสี่ย แล้วตอนนี้ก็แว่วๆมาว่าเสี่ยดิตถ์ย้ายบ่อนไปเปิดแถวๆท่าเรือ ไม่รู้ว่าไอ้แลงจะอยู่แถวนั้นรึเปล่าครับ”

สมบูรณ์สบตาษมาอย่างมั่นใจว่า แลงต้องอยู่แถวนั้น เพราะสาระสะมาหายตัวไปบริเวณนั้น สีหน้าษมาหนักใจ

จวบจนค่ำ สาระสะมาพยายามเกลี้ยกล่อมแลงว่าษมาดูแลเขากับพี่สาวมาด้วยดีตลอด ทำไมต้องโกรธแค้นเขา แลงกราดเกรี้ยวว่าเกาะนั่นเป็นของตนกับพี่ พวกตนถูกโกง แลงนึกถึงคำที่ลำแพงฝังหัวมาตลอด

“พี่ลำแพงต้องมาตายก่อนที่เราจะได้เกาะยานกคืน ทั้งหมดเป็นเพราะแกคนเดียว ถ้าแกไม่แส่เข้ามา พี่ลำแพงก็ไม่ต้องตาย”

“ถึงวารีไม่เข้ามา คุณษมาเขาก็ไม่เลือกพี่สาวคุณหรอก เพราะถ้าเขารักพี่คุณ เขาก็คงแต่งงานไปด้วยนานแล้ว”

แลง รู้ว่าพี่สาวทึกทักเอาเอง แต่เพราะตนโดนดูถูกมาตลอดชีวิต ไม่ได้เรียน พี่ก็ทิ้งไป ทำอะไรก็มีแต่แพ้ ตนถึงชอบเข้าบ่อน เพราะอย่างน้อยยังมีโอกาสชนะบ้าง สาระสะมานึกถึงพ่อของตัวเอง พ่อก็คงคิดแบบนี้เหมือนกัน จึงเข้าใจความรู้สึกของแลง

ด้านสาระวารีกระวนกระวายใจเป็นห่วงพี่สาวมากจนเผลอต่อว่าษมาอย่างรุนแรง

“ถ้าคุณไม่คิดทำไอ้บ่อนบ้าเนี่ย ก็คงไม่มีคนต้องเดือดร้อนมากมายขนาดนี้ พี่ฉันก็ไม่ต้องมาพลอยรับเคราะห์ไปด้วย”

“ผมรู้ว่าต้นเหตุมันมาจากกาสิโนของผม แต่ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครเดือดร้อน”

“แต่คุณก็ทำมัน ความฝันของคุณของพ่อ ธุรกิจที่ช่วยสร้างงานให้คนอื่น คุณสรรหาข้ออ้างมาสร้างภาพให้ดูดี จริงๆมันก็แค่ธุรกิจบาป รอบตัวคุณถึงต้องมีคนเจ็บคนตายไม่จบไม่สิ้น”

ษมารู้สึกผิดเอ่ยปากเสียใจ แต่สาระวารีสวนทันควัน ให้เก็บคำขอโทษไว้ให้พี่สาวตน นี่เป็นเหตุที่ตนเกลียดการพนัน ต่อต้านกาสิโนของเขา และถ้าสาระสะมาเป็นอะไรไป ตนจะไม่ให้อภัยและไม่มีวันได้เจอกันอีกตลอดชีวิต ษมาพูดไม่ออก เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ooooooo

วันรุ่งขึ้น พิพัชยกกาแฟมาให้ษมาที่ล็อบบี้ รีสอร์ต เห็นหน้าเจ้านายเศร้าหมอง จึงปลอบใจ อย่าเอาคำพูดของคนงี่เง่าอย่างสาระวารีมาใส่ใจ ษมาติงพูดแรงเกินไป

“ถ้าคุณว่าแรงไปผมก็ขอโทษ แต่มีอย่างเหรอครับ มาโทษว่าคุณเป็นต้นเหตุเพราะทำกาสิโน เราทำของเราถูกกฎหมาย ไอ้พวกที่คิดแย่งต่างหากที่ผิด แทนที่จะด่ามัน กลับมาด่าเรา”

“แต่วารีเขาก็พูดถูกนะ ฉันเป็นต้นเหตุของความเดือดร้อนของเขาทั้งหมดจริงๆ”

พลันโศภีโทร.เข้ามา ษมากดรับสายแขวะ “ผมนึกว่าคุณจะโทร.มาเร็วกว่านี้เสียอีก”

“แหม ถ้าโศรู้ว่าคุณรอโทรศัพท์โศอยู่ โศคงโทร.มาตั้งนานแล้วล่ะค่ะ” โศภีมีดิตถ์อยู่ข้างๆ

ษมา ให้เธอเข้าเรื่องเลยว่าต้องการอะไร โศภียิ้มกริ่มเสนอสิ่งที่ต้องการ ษมาอึ้ง ขอเวลาตัดสินใจ โศภีกำชับอย่าให้นานนัก เป็นห่วงความปลอดภัยคนของเขา...ษมาวางสายไป ดิตถ์รีบท้วงโศภีว่า ษมาถ่วงเวลา คงคิดวางแผนชิงตัวประกัน โศภีหวั่นใจให้ย้ายที่คุมขัง ดิตถ์เห็นดีด้วย

สาระสะมาถูกมัดมือและปิดตาพาขึ้นรถออกจากบ้านร้างเดิม เธอพยายามจดจำเสียงทุกอย่างรอบตัว จนมาสะดุดกลิ่นปลาเค็ม เข้าใจว่าคงเป็นหมู่บ้านชาวประมง...หญิงสาวโดนเปลี่ยนมาขังที่บ้านที่โศภี เคยมากบดานอยู่ แลงหมั่นไส้ที่ได้อยู่ห้องสบายทั้งที่เป็นตัวประกัน ลูกน้องดิตถ์บอกว่าเป็นธรรมดา ต้องเก็บเอาไว้ต่อรอง ถ้าบุบสลายราคาจะตก พวกลูกน้องดิตถ์ออกไปหาข้าวกิน ให้แลงเฝ้าหญิงสาวไว้คนเดียว

สายของษมา รายงานว่าสาระสะมาถูกย้ายที่คุมขังไปแล้ว ษมาเครียดที่โศภีรู้แกวชิงพาหนีไปเสียก่อน เขาคงต้องยอมคุยเรื่องสัมปทานที่เธอเรียกร้อง พิพัชไม่เห็นด้วย

สาระวารี กังวลใจจนทานอะไรไม่ลง สมบูรณ์เข้ามาส่งข่าว อย่ากังวลไปเลย ถึงแม้สาระสะมาไม่ใช่ตัวประกันตัวจริง แต่พวกมันไม่รู้คงไม่กล้าทำอันตราย หญิงสาวสบถ

“แต่ถึงยังไง ก็คงไม่มีใครยอมเอากาสิโนลงทุนมหาศาลไปแลกกับคนที่ไม่ใช่แม้แต่ญาติห่างๆของตัวเองหรอกค่ะลุง”

“หนูดูถูกน้ำใจคุณษมาเกินไปแล้วล่ะ ร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านอะไรด้วยกันมาตั้งขนาดนี้ ยังไม่รู้อีกเหรอว่าคุณษมาเป็นคนยังไง”

“แต่ กาสิโนมันสำคัญกับเขามากเลยนะคะลุง มันคือความฝันทั้งชีวิตของเขา เขาทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจสร้างมันมาจากศูนย์ อีกไม่กี่ก้าวมันก็จะเสร็จสมบูรณ์ เป็นหนู หนูก็ไม่ยอมแลกหุ้นมูลค่ามหาศาลขนาดนั้นกับชีวิตพี่สาวผู้หญิงที่ไหนก็ ไม่รู้ ที่เพิ่งเข้ามาในชีวิตเขาไม่ถึงเดือนดีหรอกค่ะ เป็นลุงลุงจะทำไหมคะ” สาระวารีย้อนถามน้ำตารื้น

สมบูรณ์พูดไม่ออกเหมือนกัน ได้แต่ถอนใจยาว

ooooooo

ด้วยความมีสติทำให้สาระสะมามองหาสิ่งของที่พอเป็นอาวุธได้ พอแลงเอาข้าวมาวาง เธอก็ทำทีนอนทุรนทุรายเป็นหอบขอเขาหยิบยาพ่นในกระเป๋ากางเกง แลงจะล้วงหยิบ เธอร้องลั่นไม่ให้เขาแตะต้องตัว ให้เขาแก้มัดเพื่อจะหยิบเอง แถมขู่ถ้าตนเป็นอะไรไป เขาเดือดร้อนแน่

แลงกลัวอยู่เหมือนกัน จึงเสียรู้ยอมแก้มัดให้ โดนสาระสะมาเอาที่เขี่ยบุหรี่หินอ่อนฟาดหัวสุดแรง แถมคว้ามือถือหนีออกไป เธอกดมือถือหาสาระวารีทันที แต่ก็ไม่รู้ว่าตนอยู่ที่ไหน

“ตอนมันพามา เราถูกผูกตาไว้ แต่เรากะว่าน่าจะห่างจากท่าเรือไม่เกินครึ่งชั่วโมง”

สาระวารีรีบบอกพี่สาวให้หาที่หลบแถวนั้น ตนจะบอกษมาเอาตำรวจไปช่วย สาระสะมานึกได้รีบบอกว่าระหว่างทางตนได้กลิ่นปลาเค็มเหม็นมาก สาระวารีนึกออกว่าคงเป็นหมู่บ้านชาวประมง รีบกดโทร.หาษมาทันที

พอษมารู้รีบเดินทางไปที่นั่น ระหว่างทางเขากดเข้าเบอร์โทร.ของแลงที่มีในโทรศัพท์ของเขา สาระสะมาดีใจกำลังจะกดรับ แลงตามมาล็อกตัวเธอเสียก่อน มือถือหล่นส่งเสียงเรียกอยู่ตรงนั้น แลงได้ยินเสียงที่ตนตั้งไว้พิเศษ จึงรู้ว่าเป็นษมาก็ตกใจหวาดกลัว หญิงสาวรีบขู่

“คุณษมารู้แล้วล่ะว่านายเป็นคนจับตัวฉันมา”

ท่าทางแลงเหมือนคนสติแตกตื่นกลัว รถษมามาถึงพอดี สมบูรณ์และพิพัชปราดลงจากรถ แลงตกใจ

ผลักสาระสะมาเข้าใส่แล้ววิ่งหนีเตลิดไป ษมาเข้าประคองหญิงสาวกลับ

สาระวารีดีใจโผกอดพี่สาว พร่ำโทษเป็นเพราะกาสิโนของษมาทำให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ษมาหน้าเจื่อน สาระวารีประกาศ นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย เราสองคนพี่น้องจะไม่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจอุบาทว์นี่อีกต่อไป ว่าแล้วก็ดึงสาระสะมาเดินไป ษมารู้ว่า แม้จะช่วยสาระสะมามาได้แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ระหว่างตนกับสาระวารีดีขึ้นเลย

พออยู่กันเอง สาระสะมาต่อว่าน้องสาวที่พูดจารุนแรงเกินไป “คุณษมาเขาได้สัมปทานกาสิโนมาอย่างถูกกฎหมายนะวารี คนที่คิดแย่งชิงด้วยวิธีสกปรกตะหากที่ผิดไม่ใช่คุณษมาซะหน่อย...นายรู้ไหมว่าลุงสมบูรณ์บอกเราว่ายังไง ลุงสมบูรณ์บอกว่าคุณษมาจะตามหาเราวันนี้อีกวันนึงถ้าไม่เจอ เขาตั้งใจจะยอมแลกตัวเรากับข้อเสนอของพวกนั้น เขาแทบไม่รู้จักเราเลยด้วยซ้ำ แต่ที่เขายอมทำเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะนาย นายมีความสำคัญกับเขามากนะวารี เขาไม่อยากเห็นคนที่เขารักต้องเสียใจ”

สาระสะมาสบตาน้องสาว ขอให้ลองเปิดใจสักครั้ง สาระวารียังดื้อดึงไม่ยอมรับ

ooooooo

พิพัชเห็นเจ้านายนั่งซึมเศร้า จึงเข้ามาเตือนสติว่า สาระวารีไม่เหมาะสมกับเขา มีแต่อคติฝังใจกับเรื่องในอดีต เหมือนเดินบนทางคู่ขนานกันไม่มีวันบรรจบกันได้ ษมาถอนใจกลัดกลุ้ม

แลงกลับมากราบกรานขอโทษโศภีกับดิตถ์ที่ทำงานพลาด โศภีกราดเกรี้ยวใส่ แต่ดิตถ์ยื่นข้อเสนอให้แลงพาพวกของตนขึ้นเกาะยานก เพื่อกำจัดทั้งษมาและสาระวารีที่นั่น

ค่ำนั้น ษมาเห็นสาระวารียืนคิดอะไรอยู่ใน สวนหย่อม จึงตามมาขอโทษอีกครั้งที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ เห็นแก่ตัวไม่ปล่อยให้เธอกลับไป จนเกิดเรื่องราวแบบนี้ หญิงสาวรับคำขอโทษ

“แต่ไม่ได้หมายความว่า ฉันยอมรับเรื่องกาสิโนของคุณได้แล้วนะคะ มันคนละเรื่องกัน แยกให้ออกด้วย”

“ยังไงคุณก็มองข้ามมันไปไม่ได้จริงๆเหรอวารี ทั้งๆที่เรา...เข้ากันได้ทุกอย่าง”

“ฉันทำใจทนอยู่กับสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดในชีวิตไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าฉันบังคับให้คุณเลิก คุณก็คงไม่มีความสุข ให้ฉันอยู่กับมัน ฉันก็ไม่มีความสุขเหมือนกัน รักษาทุกอย่างไว้เท่านี้ดีกว่าค่ะ ถึงจะเสียใจแต่ก็เข้าใจ อย่างน้อยก็ยังเหลือความรู้สึกที่ดีๆอยู่ ฉันว่าดีกว่าดันทุรังทั้งๆที่รู้ว่ามีปัญหารออยู่ข้างหน้า ถ้าปล่อยไปถึงตอนนั้น เราอาจจะต้องจากกันด้วยความรู้สึกแย่ๆก็ได้”

ษมาเศร้าถามไม่มีทางออกอื่นเลยหรือ สาระวารียอมรับปัญหาอยู่ที่ใจตน ษมาขอรอแต่หญิงสาวกล่าวน้ำตารื้น ว่าทางออกมันถูกปิดตายมานานแล้ว อย่าเสียเวลาเปล่า ชายหนุ่มดึงมือเธอมากุมแต่หญิงสาวแกะมือเขาออกเดินหนีก่อนที่น้ำตาจะไหลรินออกมา

กลับเข้าห้องพัก สาระสะมาเห็นสภาพน้องสาวก็ตำหนิ พูดออกไปแล้วก็มานั่งเสียใจเอง สาระวารีโต้ว่า มันดีกว่าให้คาราคาซัง พี่สาวจึงเตือน หนีอะไรหนีได้ แต่หนีความรู้สึกตัวเองมันยาก ไม่มีใครดีพร้อมไปทุกอย่าง อะไรไม่ดีก็มองข้ามไปบ้าง แต่สาระวารียังรั้นว่าไม่ชอบหลอกตัวเอง สาระสะมาเหนื่อยใจกับความหัวดื้อของน้องสาว

รุ่งขึ้น สาระวารีพาสาระสะมา มากราบกระดูกพ่อ มีษมากับพวกคอยคุ้มกันแน่นหนา สมบูรณ์ไปดูแลความเรียบร้อยที่รถรอกลับ พลัน มีคนติดยามาด้อมๆมองๆจู่ๆก็เข้าแทงเขาโดยไม่ทันระวังตัว ลูกน้องษมารีบพาส่งโรงพยาบาล คนร้ายถูกจับสอบสวนได้ความว่าไม่เกี่ยวข้องกับคู่อริ แต่เป็นคนติดยาที่ขาดสติ

ษมาเครียดที่สาระวารีหลบหน้าหลบตา ขอร้องสาระสะมาช่วยคุยกับเธอว่า คนที่ทำร้ายสมบูรณ์ไม่ใช่คู่อริ แต่เป็นคนบ้าติดยา หญิงสาวชี้แจงให้เขาเข้าใจว่า ในชีวิตของสาระวารีไม่เคยต้องเลือกอะไรที่มันยากขนาดนี้ ต้องให้เวลาเธอ ไม่ใช่เขาไม่ดีพอ แต่เพราะเขาเป็นเจ้าของกาสิโน จึงเกิดทางตันขึ้น ษมาถอนใจทำไมสาระวารีไม่มองข้ามอะไรง่ายๆเหมือนเธอบ้าง

“ถ้าวารีเหมือนกับฉันซะหมด คุณอาจจะไม่ชอบก็ได้”

ษมายิ้มจางๆ สาระสะมาขอให้เขารีบไปชี้แจงกับสาระวารีว่าคนร้ายเป็นคนบ้าติดยาจริงๆ ไม่ใช่คู่อริ...พิพัชเริ่มเห็นใจษมา จึงมาขอร้องสาระสะมาให้ร่วมมือรั้งสาระวารีให้อยู่ที่เกาะยานกต่ออีกระยะ

ด้านสาระวารีมานั่งคุยกับสมบูรณ์ที่ทำแผลเรียบร้อย ว่าถ้าเขาปลอดภัยดี เธอก็จะกลับกรุงเทพฯเสียที สมบูรณ์ขอให้เธอบอกษมาล่วงหน้าให้เขาได้ตั้งตัวเตรียมใจเสียหน่อย แต่พอจะเก็บของ สาระสะมากลับมาบอกว่าอยากอยู่เที่ยวสักวันสองวัน ไหนๆก็ลางานมาแล้ว และย้อนถาม

“นายคิดว่ากลับกรุงเทพฯไปตอนนี้ ปลอดภัยกว่างั้นเหรอ แล้วคิดว่าคุณษมาจะไม่ส่งคนตามไปคุ้มครองเราที่กรุงเทพฯต่อรึไง ทางที่ดีอยู่ดูสถานการณ์ไปก่อนดีกว่า”...

เมื่อได้กลับมาที่เกาะยานก พิพัชคุยกับสาระสะมาว่าตนไม่คิดให้ษมาหันมาชอบเธอแทนน้องสาวแล้ว แต่อยากช่วยให้ษมาสมหวังมากกว่า จึงขอให้เธอร่วมมือ

“ฉันว่าความรักมันควรเริ่มต้นจากความจริงใจของคนสองคน ทุกอย่างควรตรงไปตรงมามากกว่าใช้เล่ห์เหลี่ยมนะคะ ถ้าเขาสองผ่านจุดที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง ปัญหานี้ก็จะจบ ไม่เกิดเป็นประเด็นขึ้นมาอีก แต่ถ้าผ่านมันไปได้เพราะแผนการของเราวันใดวันหนึ่ง ปัญหานี้อาจจะปะทุขึ้นมาอีกก็ได้”

พิพัชจ๋อย หนักใจแทนษมา

ooooooo

ระหว่างที่สาระวีกลับมาอยู่เกาะยานก เกิดคาร์บอมบ์ที่บริษัทษมา มีคนเจ็บหลายคน ที่พระฮามก็มีลูกน้องโศภีบุกขึ้นเกาะยิงกันสนั่นหวั่นไหว ที่รีสอร์ตก็มีการวางระเบิดเช่นกัน แขกที่มาพักหนีกันจ้าละหวั่น สาระวารีเห็นข่าวทางทีวีเป็นห่วงอย่างมาก

ษมาหน้าเครียดพร้อมพิพัชและถูกลูกน้องกำลังจะข้าฝั่ง สาระวารีมาห้ามเพราะดูออกว่าเจตนาล่อให้เขาออกไป ชัดๆ ษมาอ้างว่าคนของคนของตนเจ็บระนาว อย่างไรเสียก็ต้องไปดูแลจะมารักตัวกลัวตายไม่ได้ ษมาสั่งให้พิพัชและกูซออยู่ดูแลที่ยานก จันเลาล่วงหน้าไปดูลาดเลาก่อนแล้ว

ด้านดิตถ์กับโศภี ศึกษาลู่ทางเกาะยานกจากแผนที่ที่แลงเขียนให้อย่างยิ้มย่องพอใจ พวกเขาใช้คนหน้าใหม่ที่พวกษมาไม่เคยเห็นมาก่อน บุกไปที่ยานก อีกกลุ่มคอยป่วนที่ท่าเรือ...คนของดิตถ์ทำทีเป็นชาวประมงขอเอาเรือมาจอดหลบพายุที่หาดยานก กูซอเข้าตรวจค้นตามระเบียบไม่พบสิ่งใด แต่ก็ยังสั่งคนงานเฝ้าดู สบโอกาสคนของกูซอก็ถูกมอมเหล้านอนหมดสติ

สาระสะมากับอรุณฉายนั่งดูทีวีติดตามข่าว พิพัชเดินมาปิดไม่อยากให้ไม่สบายใจ สาระวารีงีบหลับอยู่ที่โซฟา สะดุ้งตื่นเพราะษมาโทร.เข้ามา เธอเป็นห่วงเขาบอกให้กลับมาตอนเช้าจะดีกว่า ทันใน เกิดไฟดับขึ้น สาะวารีอุทานตกใจ

“ไฟดับค่ะ...ดับหมดทั้งเกาะเลยค่ะ”

ษมารู้สึกไม่ชอบมาพากล บอกหญิงสาวให้ไปอยู่รวมกับสาระสะมาและอรุณฉายในห้องนอน อย่าเปิดประตูรับใครถ้าไม่ใช่พิพัชหรือกูซอ สาะระวารีใจไม่ดีใช้มือถือส่องไฟเดินไป

กูซอมาพบคนงานนอนหมดสติที่ชายหาดก็รู้ว่ามีเรื่องไม่ดีแน่ แลงซึ่งเป็นคนมาตัดไฟแอบมองด้วยความเครียดแค้น เห็นสาระสะมากำลังจุดเทียนตามทาง เข้าใจว่าเป็นสาระวารี

ส่วนษมาสั่งจันเลาเตรียมเรือกลับยานก จันเลาเตือนว่าจะถูกดักเล่นงานระหว่างทางแน่ ษมารู้ แต่ด้วยความเป็นห่วงสาระวารีเขาต้องกลับไป

สาระวารีมาเจอกับอรุณฉายที่ห้องนอน แต่ไม่มีสาระสะมาก็เป็นห่วง พลันมีเสียงเคาะประตู อรุณฉายคิดว่าเป็นสาระสะมา แต่สาระวารีเอะใจร้องถาม คนร้ายถือปืนคุมเชิง เมื่อข้างในไม่เปิดประตูออกมาจึงออกแรงกระแทก สาระวารีตกใจรีบหาอาวุธมาถือในมือ ไม่ทันไร พิพัชกับลูกน้องมารวบตัวคนร้ายไว้ได้หมด จากนั้น พิพัชก็เคาะประตูบอกสาระวารี สองสาวเปิดประตูออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ พอพิพัชรู้ว่าสาระสะมาไม่ได้อยู่ด้วยก็ตกใจ อรุณฉายบอกว่า เธอไปช่วยสาวใช้จุดเทียน

ด้านสาระสะมาถือเทียนวางตามจุดต่างๆของบ้านอยู่ แลงโผล่มาล็อกตัว

“คิดว่าจะหนีกูพ้นเหรอ” แลงพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยม

“นายเข้ามาที่นี่ได้ยังไง” สาระสะมาตกใจแต่พยายามตั้งสติพูดถ่วงเวลา

แลงเสียงกร้าวว่า ไม่มีใครรู้ทางหนีทีไล่บนเกาะนี้เท่าตน หญิงสาวอ้างว่าษมาวางคนไว้ทั่วเกาะ ไม่ง่ายที่จะจับตนไป แลงโต้

“แล้วใครว่ากูจะลักพาตัวมึงไปจากที่นี่ล่ะ ไอ้ดิตถ์กับนังโศภีตะหากที่อยากได้ตัวมึงเป็นประกัน

แต่สำหรับกู กูอยากฆ่ามึง ฆ่าให้ตายอย่างทรมาณเหมือนพี่สาวกู”

สาระสะมาตกใจกลัว พลันพิพัชกระชับปืนเล็งใส่แสงให้ปล่อยเธอ แลงท่าทางหวาดกลัว หญิงสาวได้ทีกัดเข้าที่แขนแลงเพื่อผละหนี พิพัชตกใจไม่คิดว่าสาระสะมาจะใจเด็ดอย่างนั้น หาทางเข้ารวบตัวแลง ไม่อยากจับตาย พอดีลูกน้องตามมาช่วยทัน

ดิตถ์พาพวกมาซุ่มรอโจมตีษมาที่ท่าเรือตราด จัดการคนของษมาที่มาเคลียร์พื้นที่จนหมด พอพวกษมามาถึงจึงเกิดการยิงใส่กันสนั่น

พิพัชรวบตัวแลงได้ เจ็บใจมากจึงขู่ “เตรียมตัวเข้าไปอยู่ในคุกเถอะ ไอ้แสง ไอ้เนรคุณ”

“ถึงฉันติดคุก เจ้านายแกก็ไม่รอดหรอก ป่านนี้โดนพรวกคุณดิตถ์ถล่มตายคาท่าเรือไปแล้ว” แลงหัวเราะกวนประสาท

พิพัชรีบโทร.หาษมาและจันเลาทันที แต่ไม่มีใครรับสาย สาระวารีหน้าเครียดแอบย่องมาหลังบ้าน จะเอาเรือออกไปช่วยษมา กูซอเห็นเข้าขวาง หญิงสาวรีบขอร้อง

“นายมาก็ดีแล้วกูซอ ฉันจะไปหาคุณษมาที่ตราด กูซอช่วยขับเรือพาฉันไปหน่อย”

“แต่คุณพิพัชห้ามไม่ให้ออกไปไหนนะครับ ให้รออยู่ที่นี่จนกว่าจะติดต่อคุณษมาได้”

“ฉันทนรอฟังข่าวเฉยๆต่อไปไม่ไหวแล้วล่ะ ถ้านายไม่ช่วยขับเรือให้ ฉันจะขับไปเอง บอกไว้ก่อน ฉันขับเรือไม่เป็นนะ ถ้าเรือคว่ำฉันจมน้ำตายขึ้นมา หาทางแก้ตัวกับคุณษมาเอาเองแล้วกัน” สาระวารีทำท่าจะลงเรือ

กูซอกลัวความผิดและเป็นห่วงสาระวารี จึงแอบสั่งคนงานไปบอกพิพัชแล้วรีบตามลงไปขับเรือให้ แต่เขาแกล้งขับช้าๆเพื่อให้พิพัชตามมาทัน

ooooooo

ด้านษมากับพวก ถูกพวกดิตถ์ไล่ยิง ถอยเข้ามาในตรอกซอกซอย พวกดิตถ์ตามเข้ามา หารู้ไม่ว่าเป็นแผนของษมา ให้ตำรวจตลบหลังล้อมอีกที ดิตถ์เสียท่าเจ็บใจ หนีเอาตัวรอด

จันเลาบ่น “ผมบอกแล้วว่าแผนการคุณเสี่ยงเกินไป”

“แล้วมันสำเร็จไหมล่ะ จับได้ยกแก๊งเลย” ษมาย้อนถามยิ้มๆ

ตำรวจเข้ามารายงานไม่พบตัวดิตถ์ ษมากับจันเลาเจ็บใจที่ดิตถ์หนีไปได้

สาระวารีรู้สึกว่ากูซอแกล้งขับเรือช้า กำลังจะโวยก็มีเรือคนของโศภีเข้าประกบ ซัดกูซอตกน้ำแล้วเอาตัวสาระวารีไป พิพัชขับเรือตามมาช่วยกูซอไว้ได้ หงุดหงิดที่สาระวารีหาเรื่องเดือดร้อนอีกจนได้ ทันใดษมาโทร.เข้ามาถามข่าวคราว พิพัชไม่อยากให้ษมาร้อนใจอีก จึงไม่บอกอะไร ตั้งใจจะไปช่วยหญิงสาวเอง

“ผมว่าคืนนี้คุณษมาพักที่รีสอร์ทก่อนเถอะครับ ปลอดภัยกว่าเดินทางกลับมาที่ยานก”

ษมาย้อนถามถึงสาระวารี พิพัชโกหกว่านอนหลับแล้ว ษมาโล่งใจที่เป้าหมายไม่ใช่สาระวารี สาระสะมาได้ยินการสนทนาของพิพัช จึงถามทำไมต้องโกหกษมาด้วย

“ผมจำเป็น”

“จำเป็นเพื่อความปลอดภัยของเจ้านายคุณ ส่วนวารีจะเป็นจะตายยังไงก็ช่างใช่ไหมคะเห็นแก่ตัวที่สุดเลย”

“ใจเย็นๆสิครับ คุณษมารู้ตอนนี้แล้วจะช่วยอะไรได้ ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันพาคุณวารีไปซ่อนไว้ที่ไหน ยังไงเราก็ต้องรอข่าวจากเพิ่มอยู่ดี ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงน้องสาวมาก ผมก็เป็นห่วงคุณวารีเหมือนกัน ผมเอาชีวิตเป็นประกันเลยว่าผมจะต้องช่วยน้องสาวคุณกลับออกมาให้ได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตผมก็จะทำ สบายใจขึ้นไหมครับ”

“ฉันไม่มีทางสบายใจหรอกค่ะ จนกว่าจะได้เห็นวารียืนอยู่ตรงหน้าแล้วเท่านั้น”

“จริงๆคุณวารีควรจะยืนอยู่ตรงนี้กับเรา ถ้าเขาไม่หุนหันทำอะไรเอาแต่ใจ โดยไม่ปรึกษาพวกเราก่อนแบบนี้” พิพัชหัวเสียเดินไป สาระสะมาจ๋อยที่น้องสาวเป็นคนหาเรื่องจริงๆ

ooooooo

ดิตถ์หนีหัวซุกหัวซุน โทร.หาโสภีให้มาช่วยโสภีโวยกลับว่าโดนจับทั้งฝูงแบบนั้น ตนก็ต้องหนีเหมือนกัน จะนอนหลับอยู่บ้านได้อย่างไร ดิตถ์โต้เธอมีเงิน จะหนีไปไหนก็ได้ คงไม่คิดถีบหัวส่งกันตอนนี้ โศภีตอบกลับ ลงเรือเดียวกันอย่ามาระแวงกัน

“เอางี้ ไปเจอกันที่กรุงเทพฯแล้วกัน นายคงมีปัญหาหนีเข้าไปไม่ยาก ที่นั่นฉันพอมีคนช่วย”

“ผมมันหมดทางเลือกแล้วนี่ โอเค ถึงกรุงเทพฯเมื่อไหร่ ผมจะโทร.หาคุณอีกที”

“แล้วถ้าแกซวยถูกจับได้ขึ้นมา อย่าพาดพิงถึงฉันเด็ดขาด เพราะถ้าหมดฉันสักคน คงไม่มีใครมีปัญญาช่วยแกได้หรอก แกได้ติดคุกจนตายแน่” ก่อนวางสายโศภียังขู่เอาไว้

โศภีวางสาย หันมาแสยะยิ้มที่คนของตนจับสาระวารีได้ สาระวารีถูกมัดมือมัดปากจ้องกลับเขม็งด้วยความเจ็บใจ...

ตำรวจตั้งด่านตรวจอย่างเข้มแข็ง สกัดจับรถของดิษถ์ แต่แล้วกลายเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง

แต่ษมารู้ทันตามมาดักจับดิตถ์บนรถทัวร์ก่อนที่จะออกจากท่ารถ ดิตถ์ตกใจกลัว คว้าตัวผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งมาเป็นตัวประกันหลบหนี โดยจี้ชิงรถคนงานที่กำลังขนของลงจากรถอยู่เขาผลักตัวประกันล้มลงแล้วขับรถหนีออกไป ษมาไม่รอช้าขับรถกวดตาม ไล่ยิงที่ยางรถของดิตถ์ จนรถเสียหลักจอดนิ่งข้างทาง ดิตถ์ยิงสวนจนกระสุนหมดแม็กซ์ เขาวิ่งหนีเข้าป่าข้างทาง

ษมาตามอย่างไม่ลดละ เกิดการต่อสู้กันอุตลุด แต่ษมาเป็นมวยมากกว่า จึงล้มดิตถ์ลงไปยาก ดิตถ์เจ้าเล่ห์ยกมือยอมแพ้แต่แอบคว้าไม้หวด ษมาชักปืนจ่อ ดิตถ์กลัวลานร้องลั่น

“อย่ายิง ฉันยอมแล้ว”

“มาขอร้องตอนนี้ ไม่สายไปหน่อยเหรอ”

ดิตถ์ยกมือไหว้ “ฉันยอมแพ้แล้วษมา อย่ายิงฉันนะ นึกเสียว่าเห็นแก่เดชมันเถอะ เดชมันเป็นเพื่อนรักเพื่อนซี้ของแกไม่ใช่เหรอ”

“ก็เพราะฉันเห็นกับเดชไงล่ะ แกถึงได้ลอยนวลสร้างความเดือดร้อนให้ฉันได้ถึงวันนี้พอแล้ว จบสิ้นกันซะที” ษมาเหนี่ยวไกยิงเฉียดตัวดิตถ์

ดิตถ์ร้องลั่นหน้าซีดหมดฟอร์ม จันเลากับลูกน้องตามมารวบตัวส่งตำรวจ ดิตถ์อ้อนวอน “แกต้องช่วยฉัน ฉันทำไปทั้งหมดเพราะโศภีบงการ เขามีคนหนุนหลังใหญ่ระดับนั้น ฉันกลัวตายเลยต้องยอมทำตามเขาทุกอย่าง จริงๆฉันไม่เคยอยากได้กาสิโนของแกเลย มันใหญ่เกินตัวฉันถูกข่มขู่ให้ทำ ฉันไม่เคยคิดร้ายกับแกเลยนะษมา ฉันเป็นพี่ชายเพื่อนรักแก ฉันรักแกเหมือนน้องชายนะษมา ฉันไม่อยากติดคุก”

จันเลาส่ายหน้าสมเพช ษมาสีหน้าเหนื่อยใจบอกจันเลา “ต้องฟังหูไว้หู แต่เรื่องโศภีมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง พอฟังขึ้น เพราะลำพังโศภีคนเดียว ไม่น่ามีกำลังคนกำลังอาวุธขนาดนี้...ไปโรงพักกันเถอะจะได้กลับยานกซะที”

จันเลาหน้าแหย ตัดสินใจต้องพูดแล้ว “ผมว่าสงสัยเราอาจจะต้องไปที่เกาะปีกในก่อน”

ษมา มองหน้างงๆจันเลากลืนน้ำลายเอื๊อกก่อนจะบอกว่า โศภีจับสาระวารีไปตั้งแต่เมื่อคืน ษมาตกใจและโกรธมากที่รวมหัวกันกับพิพัชปิดบัง เขาเดินหัวเสียออกไป

ooooooo

พอ พิพัชได้รับข่าวจากเพิ่มรายงานว่าเห็นเรือพวกของโศภีจอดที่เกาะปีกใน ก็รีบจะลงเรือตามไป สาระสะมาขอตามมาด้วย โดยอ้างว่า ต้องการช่วยน้องสาว พิพัชไม่อาจขัดได้จึงมอบปืนไว้ให้ป้องกันตัว

ด้านโศภีพยายามโทร.ขอ ความช่วยเหลือ “จะบ้าเหรอ เงินตั้งมากมายขนาดนั้นฉันจะไปหาที่ไหน แกไปบอกเจ้านายแกนะ ว่าตอนนี้ฉันกำลังเดือดร้อน เอาไว้ฉันหนีรอดไปได้ก่อนแล้วฉันจะโอนเงินให้...แกพูดอย่างงี้ได้ไง ยังไม่ทันไปบอกเจ้านายแกเลย ฮัลโหลๆ...”

ปลายทางตัดสายไปดื้อๆ โศภีโมโหหงุดหงิด สาระวารีซึ่งถูกมัดมือมัดปากเหล่มองอย่างเก็บข้อมูล โศภีเห็นกราดเกรี้ยวใส่ “มองฉันทำไม คงหวังล่ะสิว่าจะมีคนมาช่วยแกได้ ฝันไปเถอะย่ะ ฉันจะบอกอะไรแกให้ เงินบันดาลได้ทุกอย่างในโลกนี้ ฉันหนีได้เมื่อไหร่แกได้เป็นอาหารฉลามแน่ อย่าหวังเลยว่าจะมีวาสนาได้เป็นเมียษมา”

สาระวารีหน้าเครียดมองโศภี ที่เดินกรีดกรายกดโทรศัพท์ต่อไป หญิงสาวแกล้งทำเป็นหลับแต่เงี่ยหูฟังการสนทนาของโศภี...เวลาผ่านไปสักครู่ เสียงโศภีคุยโทรศัพท์กับลูกน้อง เนื้อหาว่าดิตถ์โดนตำรวจจับ ตอนนี้ซัดทอดถึงเธอแล้ว ทำให้การหนีของเธอยากมาก ไม่ว่าจะออกชายแดนหรือเข้าฝั่ง แต่โศภีไม่หวั่นเพราะเชื่อว่ามีตัวประกันสำคัญไว้ต่อรอง

ไม่ทันไร ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นมารายงานว่า พิพัชพาคนบุกขึ้นเกาะมาแล้ว โศภีตกใจสั่งให้เอาคนไปต้านไว้ แล้วหันมากระชากตัวสาระวารีพาออกทางหลังบ้าน...พิพัชกับพวกยิงต่อสู้กับคน ของโศภีอย่างดุเดือด ส่วนสาระสะมาหลบอยู่บนเรือที่จอดมุมเกาะกับคนขับเรือที่สแตนด์บายพร้อมยาม คับขันตลอดเวลา พลันเธอเห็นอะไรบางอย่างจึงแอบลงจากเรือเงียบๆ

ลูก น้องพิพัชถูกยิงล้มลง พิพัชจึงประคองมาหลบหลังโขดหิน ลูกน้องโศภีควักระเบิดออกมาจะถอดสลัก แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงปืนกระหน่ำใส่คนของโศภีจนล่าถอย พิพัชชะโงกหน้าออกมามอง เห็นษมา จันเลา และเหล่าลูกน้องเป็นคนมาช่วย พิพัชหน้าซีดหวาดเกรงที่โกหก ษมาเข้ามาถามเป็นอย่างไรบ้าง

“พลาดท่าไปหลายคนครับ”

“รีบไปช่วยวารีกันก่อน ส่วนคดีของเราเดี๋ยวค่อยสะสาง”

พิ พัชหน้าเจื่อนรีบตามษมาไป ษมาบุกเข้ามาไม่พบตัวสาระวารีและโศภี...เพราะโศภีฉุดกระชากสาระวารีมาอีก ด้านของเกาะ สาระสะมาแอบซุ่มจดๆจ้องๆจะยิงก็กลัวโดนน้อง แต่พอเห็นโศภีจะลากสาระวารีไปขึ้นเรือเล็กที่จอดอยู่ ก็เกรงว่าจะตามหายาก ตัดสินใจยิงถ่วงเวลา

โศภีได้ยินเสียงปืนตกใจรีบหลบ สาระวารีฉวยโอกาสดึงตัวออกวิ่งหนี โศภีโกรธตามไปจิกผม เกิดการต่อสู้ล้มกลิ้งไปกับพื้นทราย สาระวารีสู้ทั้งที่มือถูกมัด สาระสะมาหาจังหวะเข้าช่วย พอเห็นน้องเพลี่ยงพล้ำ โดนล็อกคอก็ออกมาเอาปืนขู่ให้ปล่อยน้อง โศภีเพิ่งเห็นว่าสองคนเป็นฝาแฝด ก็เจ็บใจกำทรายปาใส่หน้าสาระสะมา แล้วโถมตัวเข้าแย่งปืน

เสียงปืนดัง ขึ้นฟ้าขัดจังหวะ สามสาวชะงักหันมอง เป็นษมากับพวก โศภีจัดเจนกว่า คว้าสาระสะมาเป็นตัวประกัน สาระวารีร้องลั่นให้ปล่อยพี่สาวแล้วเอาตนไปแทน โศภีหัวเราะร่า

“ถ้าพี่สาวแกตาย แกคงไม่มีวันให้อภัยษมาแน่ๆ ษมาไม่ต้องการแบบนั้นหรอก จริงไหมษมา เพราะฉะนั้น ฉันจับแกหรือนังนี่ก็มีค่าเท่ากัน”

ษมา เห็นสาระวารีปลอดภัยคนหนึ่งก็โล่งใจหันมาต่อรองโศภี อย่าถลำลึกไปมากกว่านี้ ลูกน้องเธอก็ถูกจับหมดแล้ว ดิตถ์ก็สารภาพซัดทอด ป่านนี้ตำรวจกำลังตามล่าตัวเธอ และจันเลาก็แจ้งตำรวจไปแล้วว่าพวกตนมาที่เกาะนี้ ษมาขอให้เธอปล่อยสาระสะมาแล้วเขาจะปล่อยเธอหนีไป โดยไม่ให้ใครตามล่า พิพัชแย้ง ปล่อยไปก็ไม่มีทางรอด

“ฉันไม่อยากเห็นคนอื่นต้องมาเดือดร้อนเพราะฉันเป็นต้นเหตุอีกแล้ว...ว่าไงล่ะโศ”

“ฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าคุณจะไม่หักหลังฉัน สู้ฉันจับแม่นี่เป็นตัวประกันไม่เซฟกว่าเหรอ”

“ก็ตาม ใจ ถ้าคุณจับคุณสะมาไปด้วย ผมไม่รับรองความปลอดภัยให้คุณนะ คนของผมขับเรือไล่ล่าไม่ลดละแน่ แล้วยังตำรวจที่กำลังเดินทางมาที่นี่อีกล่ะ คุณคิดว่าตัวคนเดียวจะหนีพ้นก็เอาสิ...อย่าคิดนาน ถ้าตำรวจมาถึง สถานการณ์เปลี่ยนแน่นอน คุณไม่รอดคุกแน่”

โศภีชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ปั้นยิ้มหยันมาทางสาระวารี บอกษมาว่าตนเชื่อใจเขา เพราะตนรู้ว่าเขายังไม่ลืมอดีตของเรา ตนยังเป็นคนสำคัญของเขาเสมอ ษมาถอนใจ ขนาดนี้แล้วยังไม่วายทิ้งระเบิดสร้างปัญหาอีก...โศภีผลักสาระสะมากระเด็นไป ข้างหน้าแล้วถอยไปขึ้นเรือขับหนีออกไป

พิพัชกับจันเลาท้วงไม่ควร ปล่อยโศภีให้ย้อนกลับมาทำร้ายเขาอีก ไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดกับโจร ษมายกมือห้ามไม่พูดอะไร ได้แต่ขบกรามจนขึ้นสัน

ooooooo

เย็น วันนี้ ทุกคนกำลังให้ปากคำตำรวจบนเกาะยานก ษมาคุยโทรศัพท์ที่ห้องนั่งเล่น “ผมปลอดภัยดีครับ คิดว่าจากนี้ไปไม่น่ามีอุปสรรคอะไรแล้วล่ะครับ ผมรับรองว่ากาสิโนจะเปิดทันกำหนดเดิมแน่นอนครับ...ครับ ขอบคุณมากครับที่ให้ความไว้วางใจผม...ครับ สวัสดีครับ”

สีหน้าษมา ยิ้มแย้ม แต่พอสาระวารีเดินเข้ามาเอ่ยลา พรุ่งนี้จะกลับกรุงเทพฯ เขาหน้าเสียโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ “เราคงมาถึงทางตันจริงๆแล้วสินะ ผมควรเลิกหลอกตัวเองว่าจะเปลี่ยนใจคุณได้แล้วใช่ไหม”

สาระวารีน้ำตา รื้นหันหน้าหนี อวยพรให้เขาโชคดีแล้วรีบจ้ำออกไป ษมามองตามน้ำตาคลอ...หญิงสาวเข้ามาในห้อง เห็นพี่สาวกำลังเก็บเสื้อผ้ายิ่งหดหู่ใจ สาระสะมาหันมาถามอยากเปลี่ยนใจไหม เธอส่ายหน้า สาระสะมาย้ำเตือน

“ผู้ชายคนนี้รักนายมากนะ วารี...เหตุการณ์ตั้งหลายอย่างที่ผ่านมา มันเป็นเครื่องพิสูจน์คุณษมาได้อย่างดี เราไม่ต้องพูดซ้ำอีกแล้วล่ะ นายน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ”

“เราก็ไม่รู้นะสะมา ใจนึงก็อยากจะรักเขาให้เต็มร้อย เหมือนที่เขาให้ใจกับเรา แต่มันก็มีเรื่องติดๆอยู่ในใจเราก้าวข้ามไม่พ้นซะที”

สาระ สะมารู้ดีว่าเรื่องอะไร พยายามเตือนจงมองข้ามอดีตให้ได้ สาระวารีน้ำตาร่วงเมื่อนึกถึงคนที่ล่มจมอยู่ในบ่อน ลูกเมียต้องเดือดร้อน สาระสะมาชี้แจง

“กาสิโนของคุณษมา ไม่เหมือนกับบ่อนที่พ่อเข้าไปเล่นตอนนั้นนะวารี เขาทำทุกอย่างถูกต้อง ไม่โกงเหมือนบ่อนนั้น แล้วพระฮามก็ตั้งอยู่ตั้งไกล ใหญ่โตหรูหราซะขนาดนั้น มันเป็นการคัดสรรไปในตัวอยู่แล้วว่าต้องเป็นคนมีเงินเท่านั้น ถึงจะเข้าไปเล่นได้”

แต่สาระวารียังปักใจว่ามันก็คือบ่อน สาระสะมาหาว่าน้องเอาแต่ตั้งป้อม จะให้ษมาโยนเงินพันๆล้านทิ้งเพื่อตัวเอง ถ้าย้อนมองก็จะเห็นว่า ทุกวันนี้มีม้าแข่ง สลากกินแบ่ง หวยใต้ดิน และบ่อนเถื่อนที่เป็นอบายมุขทั้งนั้น ถึงษมาไม่ทำก็มีคนอื่นอยากทำอยู่ดี ถึงได้ตามฆ่าเขา สาระวารีเถียงไม่ออก หาว่าพี่สาวได้ค่านายหน้ามาพูดแทน สาระสะมาโต้ว่า ตนอยากเห็นความสุขของน้องเป็นค่าตอบแทนมากกว่า สาระวารีหลบตาในใจยังดื้อดึง

ด้านษมานั่งเศร้าอยู่ในห้องทำงาน พิพัชเริ่มใจอ่อน ปลอบใจ ษมาเหลือบมอง เอ่ยปาก “ถ้าวารีเขาใจอ่อนขี้สงสาร เปลี่ยนใจได้ง่ายแบบนายบ้างก็คงดี”...พิพัชมองเจ้านายอย่างเห็นใจ

วัน รุ่งขึ้น สาระวารียืนมองบ้านพักก่อนจะลงเรือกลับ ด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ อยากเห็นหน้าษมาอีกสักครั้ง แต่เขาก็ไม่ออกมาส่ง สาระสะมาย้ำยังเปลี่ยนใจทัน แต่สาระวารีใจแข็ง

ษมายืนมองอยู่ในบ้านด้วยหัวใจแทบสลาย

พิพัชเห็นใจบอกให้เขาออกไปส่ง เพราะอาจไม่ได้เจอกันอีก ษมากล่าวว่า ไปก็เท่านั้นเพราะเธอก็ทิ้งตนไปอยู่ดี เขาเดินมานั่งทำงานเศร้าๆ...

เมื่อถึงบ้าน สาระวารีเอาแต่ซึม ตกดึกออกมานั่งมองดวงจันทร์ สาระสะมาเห็นแล้วอ่อนใจตัดสินใจโทร.หาษมา ซึ่งเขาก็นั่งซึมอยู่ในห้องที่สาระวารีเคยพัก หญิงสาวถามยุ่งอยู่ไหม

“คุยได้ครับ มีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่าครับ”

“ไม่มีอะไรให้ช่วย แต่อยากช่วยมากกว่าค่ะ ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณกำลังซึมๆเศร้าๆเหมือนน้องสาวฉันอยู่หรือเปล่า”

“ก็...ประมาณนั้นแหละครับ วารีทำอะไรอยู่หรือครับ”

“นอนดูพระจันทร์ ทั้งที่เธอไม่เคยชอบเลยนะคะ ฉันชวนทีไรก็บอกว่ากลัวแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่า...คุณทำให้น้องสาวฉันเปลี่ยนไปมาก คุณต้องรับผิดชอบนะคะคุณษมา”

“ผมก็พร้อมรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่วารีเขาไม่ยอมน่ะสิ คุณพอมีทางช่วยผมได้ไหมครับ”

ชายหนุ่มร้องอ้าว เมื่อหญิงสาวตอบว่าไม่มีเหมือนกัน...ที่โทร.มาอยากให้กำลังใจ อย่าเพิ่งยอมแพ้แค่นี้ อีกเพียงอึดใจเดียว ก็จะช่วยพาน้องสาวตนผ่านความฝังใจ ที่เกาะกินมาตลอดชีวิตได้ อย่าทิ้งน้องตนให้จมกลับไปอยู่ที่เดิมอีกเลย ขอให้เขาอดทนอาจมีปาฏิหาริย์จากดวงจันทร์

“คุณนี่ตลกดีนะครับ ผมอายุปูนนี้แล้ว จะให้ไปขอพรจากดวงจันทร์ได้ยังไง อย่างไรเสียก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ อย่าเพิ่งถอดใจนะคะ ฉันเอาใจช่วยคุณอยู่นะคะ...สวัสดีค่ะ” สาระสะมาวางสาย หันมองน้องส่ายหน้าพึมพำ “ไม่มีใครเชื่อ ขอเองก็ได้”

ขณะเดียวกัน ษมาอุ้มเหลืองลายออกมานั่งมองจันทร์ ทำทีลูบขนมันไป เงยหน้ามองจันทร์เหมือนแอบอธิษฐานอะไรบางอย่าง

ด้านโศภีหลบหนีมาหมู่บ้านชาวประมง แต่งตัวปอนๆปะปนกับชาวบ้าน โทรศัพท์หาท่านที่คอยหนุนหลังอยู่หลายรอบกว่าจะได้คุยแต่ปลายสายกลับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ปฏิเสธไม่รู้จัก แถมว่าผิดก็ต้องว่าไปตามผิด โศภีโกรธที่จะมาถีบหัวส่งเมื่อตนตกที่นั่งลำบาก ยังขู่อย่า

โทร.มารบกวนอีก โศภีแค้นใจไม่เคยตกอับขนาดนี้มาก่อนตัดสินใจโทร.กลับที่เก่าด้วยความจำใจ

“ฉันเอง บอกเจ้านายแกด้วย ว่าอยากได้เท่าไหร่ฉันจะหาให้ ขอให้พาฉันหนีข้ามชายแดนภายในคืนนี้เลย” โศภีฟังปลายสายตอบสีหน้าเครียด

ooooooo

วันต่อมา สาระสะมาต้องไปบิน เห็นน้องสาวยังซึมๆจึงบอกให้น้องกลับไปทำงาน แต่สาระวารีอ้างต้องเขียนต้นฉบับให้เสร็จก่อน และขอร้องอย่าเพิ่งบอกใครว่าตนกลับมาแล้ว

สาระสะมาเข้ามานั่งชวนคุย “เราจำเหตุการณ์เรื่องพ่อได้ดีนะวารี ไม่เคยลืมเหมือนกัน เราก็เคยเกลียดการพนันจับใจเหมือนนาย แต่พอโตขึ้นเราถึงได้รู้ว่า ความดีความชั่วบางทีมันก็แยกออกจากกันไม่ได้เด็ดขาด ทุกอย่างไม่ใช่มีแค่สีดำสีขาวอย่างที่เราเคยแยกตอนเด็กๆ แล้วบ่อนก็ไม่ใช่ต้นกำเนิดของการพนันหรอกนะ แต่เป็นใจของคนเราเองที่เป็นบ่อเกิดของการพนัน ใจคนมีแต่ความละโมบ ความอยากได้ ส่วนบ่อนหรือกาสิโนก็เป็นแค่ตัวสนองความอยากเท่านั้นเอง”

สาระวารีรู้แก่ใจ พี่สาวตำหนิรู้แล้วยังไม่ตัดสินใจ เธอไม่เคยเป็นคนขี้ขลาด ถ้าสมัยก่อนไม่มีบ่อนคิดหรือว่าพ่อจะไม่หันไปแทงหวย ตีไก่ กัดปลา หรืออาจจะพาเพื่อนมาเล่นไพ่ที่บ้าน ลองคนชอบการพนันก็ทำได้หมด ทุกวันนี้ก็มีแต่การพนันรอบตัว ฉะนั้นอย่าเอาความสุขมาผูกติดกับกาสิโน

“เราไม่แน่ใจว่าจะทนได้รึเปล่า” สาระวารีเสียงอ่อย

“แล้วถ้าต้องเลิกคบกับเขา ไม่เจอหน้ากันอีกเลย ไม่ติดต่อกันอีกตลอดชีวิต นายคิดว่าทนได้หรือเปล่าล่ะ” เห็นน้องนั่งนิ่ง จึงคาดคั้น “ตอบมา ทนได้รึเปล่า”

สาระวารีอ้อมแอ้มว่าไม่ได้ สาระสะมาจึงยื่นคำขาดให้เลือก ถ้ารับด้านมืดของษมาไม่ได้ ก็เลิกกับเขาเสีย อย่าปล่อยคาราคาซัง สาระวารีร้องไห้ออกมา ยอมรับว่าลำบากใจที่สุดในชีวิต

“เราเข้าใจ เรื่องนี้อาจจะดูเล็กน้อยมากสำหรับคนอื่น แต่กับนายคือเรื่องใหญ่ เราเข้าใจนายที่สุด” สาระสะมา กอดให้กำลังใจน้อง “นายเลิกบุหรี่ทั้งๆที่นายติดมันมากได้ เพราะความรักและกำลังใจของเพื่อนๆ แล้วทำไมกะอีแค่ลืมอดีตที่มันผ่านไปตั้งนานแล้ว เพื่อคนที่รักนายมาก และนายก็รักเขามาก แค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้ จริงไหม”

คืนนั้น พอสาระวารีตั้งสติจะเริ่มทำงาน เปิดโน้ตบุ๊ก ก็มีเสียงแชทผ่านแอพไลน์ดังขัดขึ้น เธอบ่นมารผจญ แล้วหยิบมือถือมาเปิดดู มีรูปเหลืองลายและชื่อโปรไฟล์ว่า ตุ่มลาย ทำให้เธอต้องยิ้มออกมา ก่อนจะหุบยิ้มเพราะเห็นคลิปแปะมาด้วย จึงลังเลที่จะเปิดดู

สุดท้ายตัดสินใจเปิดคลิป เห็นษมาใช้มือถือถ่ายตัวเองพูดผ่านกล้องเคอะๆเขินๆ “สวัสดีครับ ยังไม่ลืมกันนะ รวมความกล้าอยู่หลายวัน ตอนนี้ผมก็ลุ้นอยู่ว่า คุณจะเปิดดูไหม...ผมก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่บางทีคุณอาจจะชอบคนทันสมัย สื่อสารแบบเดียวกับคุณ กุ๊กกิ๊กหน่อยๆ เอ่อ...ช่างมันเถอะ ผมคิดถึงคุณมาก คิดถึงตลอดเวลาเลย...ถ้าเราเจอกันเร็วกว่านี้ ผมจะไม่สร้างกาสิโนเด็ดขาด เพราะผมไม่อยากให้คุณเกลียดผม...วารี...ผม...”

ษมาเกิดอาการพูดไม่ออก แววตาเขาเศร้าจนสาระวารีอดใจหายไม่ได้ น้ำตาเธอไหลอาบแก้มด้วยสัมผัสได้ว่าเขาคงไม่กล้าพูดคำว่ารักออกมา พลันเสียงพิพัชเข้ามาขัดจังหวะ รายงานว่าลูกค้ามาถึงแล้ว ษมาจำต้องยุติการถ่ายคลิปเพียงแค่นี้ หญิงสาวกดคลิปดูซ้ำไปซ้ำมาอย่างว้าวุ่นใจ

ooooooo

ตั้งแต่เช้ายันบ่าย ษมานั่งเซ็นงานโดยมีพิพัชยืนอยู่ใกล้ๆ เขาทำงานโดยไม่คิดจะพัก เมื่อหมดงานบนโต๊ะ เขาก็จะข้ามไปพระฮาม พิพัชหนักใจกระเซ้าเหมือนเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วหนหนึ่ง น่าจะมาจากสาเหตุเดียวกัน ษมาเหล่มองด้วยสายตาดุจนพิพัชจ๋อย

พลัน สาระวารีโทร.เข้ามา ษมาดีใจมากรีบเดินออกมาพูดตรงระเบียง หญิงสาวแขวะว่าส่งอะไรมา เขารีบบอกว่านึกว่าเธอไม่ได้ดูเห็นเงียบหายไป...ต่างคนต่างเขิน ษมาเอื้อนเอ่ย

“ผมทำให้คุณรำคาญหรือเปล่า”

“ก็ไม่ถึงกับรำคาญหรอกค่ะ แต่มันเชยไปหน่อย ทีหลังคุณริจะทำคลิป ก็ช่วยให้มันสร้างสรรค์กว่านี้นิดนึง”

“ก็ผมพูดทุกอย่างด้วยความจริงใจนี่ครับ นิสัยอย่างคุณน่าจะชอบคนตรงไปตรงมา”

“ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ใจฉันหน่อยเลย”

ษมาทอดสายตาไปข้างหน้ากรอกเสียงถามว่า ดูแล้วรู้สึกอย่างไร หญิงสาวตอกกลับว่าเชย

“แสดงว่าคุณไม่ชอบ เฉยๆกับมัน ไม่ได้รู้สึกอะไรมากกว่านั้นเลยเหรอครับ”

“ฉันไม่ได้บอกว่าเฉยๆ ฉันบอกว่าเชย...แต่ถึงจะเชยฉันก็ชอบมากค่ะ แล้วถ้าไม่รู้สึกอะไรเลย ก็คงไม่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาของ้อผู้ชายถึงบ้านยังงี้หรอกค่ะ”

ษมามองไปเห็นสาระวารีเดินออกมาจากพุ่มไม้ เขาดีใจแทบไม่เชื่อสายตา รีบวิ่งลงจากระเบียงไป โผกอดเธออุ้มหมุนรอบดั่งไม่ยอมให้เธอหลุดลอยไปไหนอีก ในที่สุดความรักของตน ก็เอาชนะความเกลียดชังของเธอได้สำเร็จ หญิงสาวกอดตอบน้ำตาไหลริน

คืนนั้น ทั้งสองนั่งมองดวงจันทร์เคียงกัน ษมาบอกสาระวารีว่า หลายวันที่ผ่านมา ตนกลัวไปต่างๆนานา กลัวจะไม่ได้เจอเธออีก ต้องขอบคุณอะไรที่ดลใจให้เธอตัดสินใจแบบนี้ สาระวารีตอบว่า อะไรของเขาคือสาระสะมา เธอให้ตนตัดสินใจเลือก ว่าจะยอมรับสิ่งที่เขาเป็นอยู่ หรือยอมเสียเขาไปตลอดชีวิต ตนเลือกข้อแรก ษมาดีใจอย่างยิ่ง กุมมือเธอมาจุมพิต

“ผมรู้ว่าคุณยังไม่สบายใจเรื่องกาสิโน ถ้าไม่ติดว่าโครงการนี้ลงมือไปกว่าครึ่ง ผมจะเลิก”

“อย่าเลยค่ะ อย่าทิ้งความฝันเพื่อฉันเลย ฉันจะพยายามยอมรับมัน ในฐานะที่มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณ แต่ขอย้ำไว้เลยนะคะ ว่าฉันยังเกลียดการพนันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจฉันได้จนวันตาย”

ชายหนุ่มเอ่ยปากขอแต่งงาน สาระวารีหัวเราะ เขาหน้าเสียบอกว่าไม่ได้เล่าเรื่องตลก หญิงสาวแย้งไม่ได้ขำเขา แต่ขำที่โบราณว่าเกลียดอะไรได้อย่างนั้น มันจริงที่สุด แม้กระทั่งเมื่อก่อนตนไม่เคยชอบมานั่งมองจันทร์แบบนี้ เคยล้อพี่สาวว่าไม่อยากกลายเป็นหมาป่า ษมาชมว่าสาระสะมาเป็นคนน่ารัก เชื่อเรื่องขอพรพระจันทร์

สาระวารีอายที่พี่สาวเล่าเรื่องนี้

“ถ้าขอแล้วได้ก็ไม่เห็นน่าอายตรงไหน” ษมาอมยิ้มเพราะตัวเองก็แอบขอ

สาระวารีเล่าเรื่องตอนเด็กว่า แม่มักจะร้องเพลงจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้ากล่อมตนกับพี่ทุกคืน ตนเคยขอพรแต่ไม่สำเร็จ เพราะแม่ตายวันที่ตนขอ ษมาไม่รู้จักเพลงนี้ขอให้ร้องให้ฟัง สาระวารีฮัมเพลงจนมาถึงขอแหวนทองแดงผูกมือน้องข้า ษมายื่นแหวนเพชรมาตรงหน้า

“วันนี้คุณขอพรสำเร็จ...แต่งงานกับผมนะครับก่อนที่ผมจะเดินไม่ไหวซะก่อน”

สาระวารีอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะเปรยว่า “ฉันขอแหวนทองแดงต่างหาก ไม่ใช่แหวนเพชรซะหน่อย”

หญิงสาวเขินจะเดินหนี ษมาดึงแขนเธอไว้จนเธอร้องโอ๊ย...เขายื้อสวมแหวนใส่นิ้วนางซ้ายของเธอ “สาวนักบู๊อย่างคุณ ขอแต่งงานนุ่มนิ่มไม่ได้หรอก ต้องโหดๆถึงจะสำเร็จ”

“น่าจะทำอย่างนี้ตั้งนานแล้ว เสียเวลาถ่ายคลิปเชยๆ” สาระวารีย่นจมูกใส่ก่อนจะน้ำตารื้น “ขอบคุณที่ยังรักฉันนะคะ” หญิงสาวเป็นฝ่ายเข้าไปหอมแก้มเขา

ษมาตื้นตันใจ สวมกอดเธอไว้แน่น ขอดวงจันทร์เป็นสักขีพยานความรักของตน...

ด้านสำนักพิมพ์ ต่างตื่นตระหนกเมื่อได้รับแฟกซ์ขอลาออกของสาระวารี มัทนากับมีคณาไม่อยากจะเชื่อ บก.ไชยวัฒน์เสียดายนักข่าวฝีมือดี แต่ไม่อาจขวางกั้นอนาคตใครได้ แถมมีลางสังหรณ์ว่า จะต้องรับสมัครนักข่าวใหม่ถึงสามคน

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 10

หลังจากที่ษมาออกไปสั่งงานพิพัชก่อนที่จะขนของไปพระฮาม เขากลับเข้ามาเฝ้าไข้สาระวารี อรุณฉายรายงานว่า แม่บ้านเอากาแฟมาให้แล้ว ษมายิ้มรับเดินมาที่โต๊ะซึ่งมีกาแฟร้อนๆ และขนมปังปิ้งวางอยู่ เขาหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาเอาไปจ่อจมูกสาระวารีเป็นการเย้าแหย่

“กาแฟหอมนะวารี ไม่ลุกขึ้นมาดื่มกับผมหน่อยเหรอ ขี้เซาจริงๆ เลย” ษมาวางถ้วยกาแฟลง ขยับผ้าห่มให้แล้วลูบหน้าลูบแขนเธออย่างอาทร พลันรู้สึกว่าตัวเธอเย็นเฉียบก็ตกใจรีบบอกอรุณฉาย อรุณฉายเข้าจับชีพจรรู้ถึงความผิดปกติอย่างแรง รีบโทร.รายงานหมออเนก

ไม่นานหมออเนกก็มาดูอาการ แล้วบอกษมาว่าปลอดภัยแล้ว ถ้าช้ากว่านี้ก็แย่เหมือนกัน สาระวารีได้รับยาแก้ปวดเกินขนาด ตนตรวจดูแล้ว ยาในขวดพร่องไปจริง ต้องมีใครสักคนใส่ยาในสายน้ำเกลือเกินขนาด อรุณฉายร้องไห้ปฏิเสธ ไม่ได้เป็นคนทำ เพราะตนรู้แก่ใจถึงอันตรายของยานี้ หมออเนกเองก็เชื่อว่าไม่ใช่คนของตนแน่ เพราะอรุณฉายเป็นพยาบาลที่ทำงานด้วยกันมานาน แต่ถ้าษมาไม่พอใจ ตนจะเปลี่ยนพยาบาลคนใหม่มาให้ ษมายังเคือง

“ผมไม่ไว้ใจแน่ครับคุณหมอ เพราะตั้งแต่ผมย้ายวารีมาที่นี่ ก็มีแค่ผมกับพยาบาลคนนี้เท่านั้น ที่ได้อยู่กับวารีสองต่อสอง แล้วคนอื่นจะมีโอกาสฉีดยาให้วารีได้ยังไง”

“ไม่ได้มีแค่ดิฉันกับคุณษมานะคะที่อยู่เฝ้าไข้

คุณวารี อย่างเมื่อเช้าก็มีคุณแม่บ้านกับเด็กรับใช้อีกคนนึง คุณษมาลืมนึกไปหรือเปล่าคะ” อรุณฉายสะอื้น

ษมาฉุกคิดลืมนึกไปเพราะคิดเพียงว่า คนในบ้านเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่พอซักไซ้คนรับใช้ก็รู้ว่า เธอถูกลำแพงใช้ออกไปหยิบไม้ถูพื้น ลำแพงปฏิเสธหน้านิ่งว่า ตนไม่รู้เรื่องและไม่กล้าฉีดยาอะไรทั้งนั้น แถมปรักปรำอรุณฉายว่าน่าสงสัยที่สุด ษมาหน้านิ่วสะกิดใจถึงคำเตือนของพิพัชและจันเลา

แลงกระวนกระวาย กลัวลนลาน ชวนลำแพงหนีแต่ลำแพงตวาดว่าเกาะนี้เป็นของพวกเรา เราเกิดที่นี่ก็ต้องตายที่นี่ เลิกขี้ขลาดเสียที ษมาเพียงแค่ลองใจไม่ได้ปักใจเชื่อ เพราะถึงอย่างไรเราก็เป็นคนที่จงรักภักดีกับเขามากที่สุด

“โธ่...พี่ลำแพง ขนาดนี้แล้วยัง...” แลงอ่อนใจ

“แกไม่ต้องกลัวไปหรอกน่ะ ถึงนังนักข่าวนั่นจะดวงแข็งแค่ไหน แต่คราวนี้มันไม่รอดแน่ เพราะมันต้องตายแบบเดียวกับที่คุณภูตาย”

ooooooo

พอมัทนาได้รับอนุมัติจาก บ.ก. ให้ไปดูแลสาระวารี เธอก็รีบโทรไปที่บริษัทตวัน ฝากบอกเขตต์ตวันไม่ต้องมารับวันนี้ แล้วกลับไปเก็บเสื้อผ้าที่บ้าน เขียนโน้ตแปะบอกแม่ไว้ว่าตนไปตราด แต่พอออกมาจะเรียกรถ เขตต์ตวันก็ขับรถปราดเข้ามาจอด แล้วอาสาพาไป

“คุณจะไปได้ยังไง คุณต้องทำงาน งานแฟชั่นใกล้จะโชว์แล้วนะคะ”

“ช่างหัวมันเถอะ ยังไงมันก็ต้องเลื่อนอยู่แล้ว เสียเวลาแค่สามสี่วันไม่เสียหายอะไรหรอกเรื่องคุณสำคัญกว่า”

มัทนามองด้วยความซึ้งใจ เขตต์ตวันเปิดประตูรถให้เธอขึ้น แล้วขับออกไป...

ด้านษมา กำลังฟังลำแพงเสนอให้ใช้น้ำผึ้งรักษาแผลไฟลวกของสาระวารี ษมาเองเคยอ่านเจอเหมือนกัน ลำแพงจึงบอกว่าตนจะรีบไปตีผึ้งแล้วเอาน้ำผึ้งสดๆ มาให้ ษมาไม่ค่อยไว้ใจสั่งกูซอไปช่วย เขาสบตากูซอเป็นการส่งซิก กูซอเข้าใจรับคำทันที แล้วตามประกบลำแพง

กูซอช่วยลำแพงทำทุกขั้นตอน ถูกผึ้งต่อยจนตัวระบมแดงเป็นตุ่มๆ เต็มตัว ความหอมของน้ำผึ้งทำให้กูซอขอไปจิ้มขนมปังซักถ้วย ลำแพงคว้าขวดมากอดไม่ยอมให้ อ้างว่าของของตนเกรดคัดพิเศษ หายาก กูซอมองตามงงๆ

จากนั้น กูซอก็มารายงานษมา ษมาเห็นสภาพก็สงสารที่กูซอต้องมาเจ็บตัวเพราะตน

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ผึ้งนี่แปลกนะครับ ต่อยแต่ผม ไม่ต่อยคุณแม่บ้านมั่งเลย”

“ลำแพงคงมีวิธีป้องกัน...แล้วตกลงแกคุมอยู่ตลอดเวลารึเปล่า”

“ตลอดครับ ผมช่วยตั้งแต่ตียันคั้นลงขวด แล้วก็ตามเอาไปให้ที่ห้องคุณวารีเลยครับ พอผมเห็นมีคุณพยาบาล อยู่ในห้องด้วย ก็เลยกลับมารายงานคุณษมาครับ”

“ฉันเห็นแล้ว” ษมาพยักหน้า

“คุณษมาเห็นได้ยังไงครับ”

“ฉันให้คนแอบติดกล้องในห้องไว้แล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าใครทำอะไรในห้อง ฉันเห็นหมด” ษมามองจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน

กูซอสงสัยว่าน้ำผึ้งทำไมรักษาแผลได้ ษมาบอกว่าตนเคยอ่านเจอว่า น้ำผึ้งมีสารฆ่าเชื้อโรค ลองดูไม่เสียหลาย แต่ที่น่าห่วงคือ ระวังเหลืองลายจะมาเลียแผล กูซอนึกได้เหลืองลายชอบกินของหวาน ไม่ทันไร ษมาก็เห็นเหลืองลายเดินเข้าไปในห้องสาระวารี ลำแพงกำลังจิกตาใส่โวยอรุณฉาย หงุดหงิดที่เธอไม่ยอมเอาน้ำผึ้งทาแผลให้สาระวารี เพราะไม่ใช่คำสั่งหมอ

“แต่คุณษมาเป็นคนอนุญาตเอง ต่อให้คุณหมออยู่ที่นี่ ก็ต้องทำตามที่คุณษมาสั่งอยู่ดี”

อรุณฉายชักสีหน้าไม่พอใจ ลำแพงจะดึงขวดน้ำผึ้งมาทาเอง อรุณฉายยื้อไว้เพราะเป็นหน้าที่ของตน พลันลำแพงเห็นเหลืองลายเข้ามา เธอรีบไล่มันออกไป ษมามองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกล้องแต่ไม่ได้ยินคำสนทนา

แลงยังหวาดหวั่นกลัวสาระวารีฟื้นขึ้นมา ดักรอถามลำแพงทำไมแค่ทาแผลแล้วเมื่อไหร่จะตาย ลำแพงบอกว่าตนรู้นิสัยษมาดี ป่านนี้คงติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้องไม่มีทางเข้าถึงตัวสาระวารีได้ นอกจากวิธีนี้ แม้จะช้าแต่ก็ตายแน่ ลำแพงเห็นน้องชายกลัวมาก จึงให้ติดเรือเสบียงขึ้นฝั่งไปเที่ยวเล่น ทางนี้ตนจัดการเอง แลงดีใจอย่างลิงโลด

ooooooo

คืนนั้น สาระวารีไข้ขึ้นสูง นอนกระสับกระส่ายเหงื่อโทรมกาย เพ้อร้องให้คนช่วยอย่างหวาดกลัว อรุณฉายจับตัวปรากฏว่าร้อนจี๋ก็ตกใจ รีบโทร.ตามษมา เขารีบมาที่ห้องสาระวารี

อรุณฉายเช็ดตัวและให้ยาลดไข้จนอาการสาระวารีดีขึ้น ษมานั่งกุมมือสาระวารีอยู่ไม่ห่าง

“ผมไม่เข้าใจว่าวารีเป็นอะไรกันแน่ คุณพอรู้รึเปล่า”

“ฉันก็ไม่แน่ใจค่ะ เมื่อตอนเย็นยังดีๆ อยู่เลย ดิฉันวัดไข้ก็ปกติ แล้วจู่ๆ ก็ไข้ขึ้นสูงแถมยังเพ้ออีก ก็คงต้องรออาจารย์หมอมาตรวจดูพรุ่งนี้น่ะค่ะ เราถึงจะรู้ว่าคุณวารีเป็นอะไรกันแน่”

ขณะที่กำลังหนักใจ สมบูรณ์โทร.เข้ามารายงานษมาว่า มัทนามาถึงตราดแล้ว มากับเขตต์ตวัน ตอนนี้พัก ที่โรงแรม ไม่ได้มาพักที่รีสอร์ตของเขา ษมารีบขอให้สมบูรณ์พามาที่เกาะพรุ่งนี้

ระหว่างนั้น มัทนากำลังเครียดที่ต้องพักห้องเดียวกับเขตต์ตวัน เพราะทั้งโรงแรมเหลือห้องว่างเพียงห้องเดียว เขตต์ตวันรู้ว่าเธอกังวลจึงเสนอว่า ตนจะไปนอนในรถ

“จะดีเหรอคะ” มัทนาเกรงใจ

“ก็ดีกว่าเสียเวลาไปตระเวนหาโรงแรมอื่นครับ เหนื่อยแล้ว” เขตต์ตวันทำท่าอ่อนเพลีย

มัทนาลังเลใจก่อนจะบอกเขาว่า ให้เขานอนที่โซฟาในห้องก็ได้ เขตต์ตวันแอบยิ้ม ถามลองใจจะดีหรือ สีหน้ามัทนาดูลำบากใจ

“มันก็ไม่ดีหรอกค่ะ แต่มัทไว้ใจคุณปอน ถ้าคุณปอนคิดจะทำมิดีมิร้ายกับมัท มัทก็คงไม่รอดมาจากภูเก็ตหรอกค่ะ”

“ผมดีใจนะที่ได้ยินแบบนี้” เขตต์ตวันยิ้มกรุ้มกริ่ม

เมื่อถึงห้องพัก  มัทนายืนลังเลไม่กล้าเข้าห้อง ชายหนุ่ม เข้าใจรีบออกตัวว่านอนให้สบาย ตนจะไปนอนในรถ

แป๊บเดียวก็เช้า หญิงสาวดีใจรีบรับข้อเสนอ แต่เขตต์ตวันไม่ออกไปกลับเดินตามเข้ามาในห้อง มัทนาหน้าเสียตกใจ เขาแกล้งยื่นหน้ามาใกล้แล้วบอกให้เธอรีบไปอาบน้ำ  ตนจะได้อาบต่อ มัทนาหน้าตื่นสะพายกระเป๋าวิ่งจู๊ดเข้าห้องน้ำ

พักใหญ่ มัทนาหอบกระเป๋าออกจากห้องน้ำ เห็นเขตต์ตวันนอนหลับอยู่บนโซฟา เธอเข้ามาเรียกแต่เขาไม่ตื่น จึงคิดว่าเขาคงเหนื่อยกับการขับรถมาก มัทนาเดินมานอนที่เตียง วุ่นวายกับการหาทางป้องกันตัว เธอเอากระเป๋าวางบนตัวก่อนจะห่มผ้า ท่าทางทุลักทุเลจน เขตต์ตวันซึ่งแกล้งทำเป็นหลับ แอบมองขำๆ

ooooooo

แลงพอได้ออกมาจากเกาะ ก็ตรงเข้าบ่อนการพนันของดิตถ์ทันที ดิตถ์ต้อนรับให้เงินต่อทุนและซักถามเรื่องของษมา ทำให้ดิตถ์รู้ว่า สาระวารีกำลังถูกลำแพงวางยา ดิตถ์พาแลงมาพบโศภีเพื่อเล่าเรื่องอย่างละเอียดอีกที พอโศภีรู้ว่าแลงกลัวมาก จึงเสนอให้ฆ่าษมาเสียอีกคน

“ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากนะครับคุณโศ แต่ไอ้ษมามันร้ายแค่ไหนคุณก็รู้ ยิ่งบนเกาะมีแต่พวกมันทั้งนั้น จะไปทำอะไรได้ล่ะครับ”

“ก็วางยาอย่างที่พี่แกทำไง กำจัดทั้งไอ้ษมาทั้งนักข่าวพร้อมกันไปเลย”

“พี่ลำแพงไม่มีวันฆ่าไอ้ษมาหรอกครับ หลงรักมันซะขนาดนั้น เว้นแต่ไอ้ษมามันจะเอานังนักข่าวนั่นเป็นเมีย... แต่ถ้านังนั่นตาย พี่ลำแพงก็หมดคู่แข่ง แล้วจะฆ่าไอ้ษมาไปทำไมล่ะครับ”

โศภีหัวเราะกับความโง่ของแลง “พี่แกมันฝัน กลางวันแท้ๆ ถึงไม่มีนังวารี ไอ้ษมามันก็ไม่เอาพี่แกหรอก แต่คิดๆดู ถ้าฆ่าไอ้ษมามันยากนัก ฆ่านังนักข่าวนั้นมันก็ไม่เลวเหมือนกันนะ”

“ไม่ลงไม่เลวอะไร นังนักข่าวนั่นตายไปก็เท่านั้นไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลย” ดิตถ์งง

“ก็ไม่แน่ ดูเหมือนษมาจะรักนังคนนี้มากเหลือเกิน ทุ่มกายถวายหัวปกป้องมันซะขนาดนั้น แล้วถ้าอยู่ๆนังวารี ตายคาเกาะยานกขึ้นมาล่ะ นายว่าษมายังมีแก่ใจอยากทำกาสิโนอยู่อีกไหม อาจจะหมดกำลังใจไปเลยก็ได้นะ”

ดิตถ์คิดตามก่อนจะยิ้มอย่างเข้าใจ ไม่ลองไม่รู้ สั่งแลงจัดการได้เลย แลงเริ่มมีความหวัง...

ในคืนนั้น สาระวารีกระสับกระส่ายเหมือนฝันร้ายอีก ความรู้สึกของเธอหวนกลับไปวันเกิดเหตุ ที่โดนลำแพงกับแลงทำร้ายจนบาดเจ็บ แล้วฟื้นขึ้นมาเห็นน้ำมันกำลังไหลมาที่ผ้าติดไฟ เธอตกใจรวบรวมกำลังตะเกียกตะกายหนีไปทางทะเล แล้วเสียงระเบิดก็ดังสนั่นขึ้น

อรุณฉายกำลังเช็ดตัวให้สาระวารี ร่างเธอสงบลงเหมือนฝันร้ายได้ผ่านไป...รุ่งขึ้น ษมาโทร.ขอให้หมออเนกมาดูอาการคนไข้ แต่เผอิญเกิดเหตุโรงงานพลุระเบิด คนเจ็บเป็นร้อยจึงไม่มีีหมอว่างพอจะมาแทน พิพัชเสนอให้เปลี่ยนโรงพยาบาล แต่ษมาไม่เห็นด้วย พลันจันเลาเข้ามารายงานว่า สมบูรณ์พามัทนากับเขตต์ตวันมาถึงแล้ว ษมาดีใจจะได้มีคนไว้ใจได้ดูแลสาระวารี

มัทนาเห็นสภาพของสาระวารีถึงกับน้ำตาซึม ษมา คุยให้เขตต์ตวันฟังว่า ตนเป็นห่วงพวกฉวยโอกาสทำร้ายสาระวารีตอนนี้มาก มัทนาแปลกใจ ขนาดอยู่บนเกาะส่วนตัวยังมีคนมาทำร้ายได้อีก

“ที่จริงผมก็ไม่อยากระแวงแบบนี้หรอกนะครับ เพราะคนของผมอยู่กันมานานไว้ใจได้แต่ระยะหลังมันมีอะไรแปลกๆ เยอะ ผมเลยต้องกันไว้ก่อน”

“เพราะเหตุนี้นี่เอง คุณถึงอยากให้มัทนาช่วยดูแลคุณวารี” เขตต์ตวันเพิ่งเข้าใจ

ษมายอมรับว่าตนไว้ใจมัทนามากกว่า มัทนา บอกว่า ยังมีสาระสะมาอีกคนแต่ยังติดต่อไม่ได้ คงจะไปบิน ขณะนั้นเอง เหลืองลายเดินอุ้ยอ้ายเข้ามา มัทนาเห็นรีบเข้าไปอุ้ม ษมาบอกว่ามันชื่อเหลืองลายแต่สาระวารีเรียกตุ่มลาย มัทนาร้องอ๋อ ที่สาระวารีเอาไปเม้าท์ว่าเป็นแมวผี

เขตต์ตวันยังซักถามษมาว่า เรื่องที่เกิดกับสาระวารีเป็นการลอบทำร้ายหรือเปล่า ษมาตอบว่าไม่ใช่ เป็นอุบัติเหตุที่บังเอิญสาระวารีไปแอบสูบบุหรี่ตรงนั้นพอดี มัทนาได้ยินรีบแย้ง

“ไม่จริงหรอกค่ะ พี่วารีเลิกบุหรี่ได้แล้ว”มัทนายืนยัน

มัทนาเอาคลิปที่ตนถ่ายด้วยมือถือ ว่าสาระวารีทิ้งบุหรี่ทั้งหมดที่มี เก็บไว้เพียงที่มีในกลักบุหรี่ เธอขอเอาไว้ดมและเก็บไว้ดูต่างหน้า สาระวารีตั้งปณิธานว่าคนอย่างตนทำอะไรทำจริง มัทนายังแซวว่า รักใครรักจริงด้วย

“หลังจากวันนั้นมัทก็แอบดูเรื่อยๆ นะคะ พี่วารีไม่เคยสูบบุหรี่อีกเลย บุหรี่ในกลักก็เหลือเท่าเดิม”

เขตต์ตวันแย้งว่า สาระวารีอาจจะซื้อมาใส่แทนก็เป็นได้ มัทนาโต้ว่า ตนเอาปากกาทำเครื่องหมายไว้หมด ษมาฟังแล้วเชื่อ เข้าลูบผมสาระวารีอย่างทะนุถนอม

“ผมขอโทษนะวารี ทั้งเรื่องระเบิด เรื่องยา มันไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่มันเป็นคนของผมเองที่ทำร้ายคุณ ขอให้ผมแน่ใจก่อนเถอะว่ามันเป็นใคร...ผมไม่ยอมให้คุณเจ็บตัวฟรีแน่นอน”

จากนั้น ษมาก็มาปรึกษากับจันเลา ว่าตนเชื่อแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ พลัน พิพัชเข้ามารายงานว่าพวกดิตถ์กับโศภีเริ่มมีการเคลื่อนไหวอีกแล้ว ษมาหน้าเครียด

ooooooo

โรงพักที่ตราด ดิตถ์เข้ามอบตัวปฏิเสธไม่รู้เรื่องแชร์เครื่องสำอางอะไรทั้งนั้น ที่ตนไม่มามอบตัวแต่แรกเพราะตกใจ พอตั้งสติได้ถึงมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เขาอ้างว่าเขาเป็นคนทำงานสุจริต ไม่น่าจะต้องเจอเรื่องใส่ร้ายแบบนี้ ทันใด โศภีในชุดสวยเด่นเดินเข้ามาอย่างจงใจแย่งซีน

นักข่าวผละจากดิตถ์กรูเข้าสัมภาษณ์ ทำไมช่วงนี้หายหน้าไปไม่ออกงานสังคม โศภียิ้ม

“คิดถึงพี่กันเหรอคะ คือตอนนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับพี่เยอะแยะไปหมดเลย ได้เจอพี่น้องนักข่าววันนี้ก็ดีค่ะ โศจะได้ถือโอกาสแก้ข่าวซะเลย เรื่องแรกที่อยากพูดมากที่สุดก็คือเรื่องสัมปทานกาสิโนเกาะพระฮาม โศไม่ได้สัมปทานแทนคุณษมานะคะ เป็นข่าวลือที่ไม่มีมูล ตอนนี้กาสิโนยังเป็นของคุณษมา คุณษมายังเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว โศไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นเลยค่ะ”

นักข่าวถ่ายภาพกันวูบวาบ...หลังจากนั้น โศภีก็ได้กลับมาอยู่บ้านของตนอย่างสบาย ไม่ต้องหลบซ่อนอีก ดิตถ์ตามแขวะ ที่เธอไม่ยอมเสียโอกาส ให้ตนมอบตัวเพื่อหาทางวิ่งเต้นแล้วอาศัยกระแสข่าวตน แก้ข่าวให้ตัวเอง โศภียิ้มอย่างสะใจ

“แน่นอน ชีวิตฉันคิดน้อยอยู่เรื่องเดียว ที่คบนายเป็นเพื่อนนี่แหละ”

ดิตถ์ย่างสามขุม ยิ้มกริ่มเข้าหา “ถ้าเป็นเมื่อก่อนลองพูดแบบนี้ จับปล้ำไปแล้ว”

โศภีไล่ให้ออกห่าง ดิตถ์หัวเราะร่า หันมาถามจะทำอย่างไรต่อไป โศภีให้รอลำแพงลงมือกับสาระวารีก่อน จากนั้นค่อยหาวิธีจัดการษมา

ขณะเดียวกัน ษมาเป็นห่วงสาระวารีจนไม่อยากไปทำงาน แต่มีเรื่องที่ต้องไปดูแลที่พระฮาม เขตต์ตวันรับรองจะดูแลสาระวารีอย่างดี ให้เขาไปทำงานให้สบายใจ มัทนาถอนใจ

“ถ้าชีวิตจะต้องคอยระวัง หวาดระแวงอยู่ยังงี้สู้เลิกทำกาสิโนไม่ดีกว่าเหรอคะ...พี่วารีเคยเล่าว่า กาสิโนเป็นความฝันของคุณ แต่มัทว่า ฝันแล้วต้องเดือดร้อนขนาดนี้ สู้ฝันอย่างอื่นดีกว่า”

“ความฝันมันก็ส่วนนึงครับ แต่ความรับผิดชอบที่ผมมีกับลูกน้องก็อีกส่วนนึง กาสิโนที่ผมจะเปิด มันจะสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนอีกมาก ทั้งทางตรงทางอ้อม ตอนนี้มีคนอีกเยอะอาจจะเป็นพันๆ ที่ฝากความหวังไว้กับความฝันของผม”

“แต่พี่วารีเกลียดการพนันมาก คุณษมาก็ทราบไม่ใช่เหรอคะ”

“ทราบครับ แต่ถ้าจะให้ผมเลิกกาสิโน แล้วทิ้งลูกน้องเพื่อความสุขของตัวเอง ผมว่ามันเห็นแก่ตัวเกินไป ผมยอมเสียใจผิดหวังคนเดียวดีกว่า”

เขตต์ตวันเสริมว่า ษมาเดินมาไกลเกินกว่าจะถอย ษมายอมรับทั้งเรื่องกาสิโนและเรื่องสาระวารี มัทนานิ่วหน้าใส่เขตต์ตวัน ที่มาทำหน้าดุใส่ ษมามองยิ้มๆหันไปมองคนรักอย่างห่วงใย ก่อนจะเดินออกไปเพื่อไปลงเรือกับลูกน้อง

แลงยืนชะเง้อมองษมากับพิพัชลงเรืออย่างเก็บข้อมูล จันเลายืนมองนิ่งๆ  แลงหันมาสะดุ้งอย่างวัวสันหลังหวะ ทำทีก้มหน้าก้มตาเลี่ยงไปทำงาน

ooooooo

เขตต์ตวันส่งษมาลงเรือแล้วกลับมาที่ห้องสาระวารี เขานั่งเช็กงานในไอแพด มัทนากำลังคุยกับอรุณฉายเรื่องที่เธอโดนใส่ร้ายว่าให้ยาแก้ปวดสาระวารีเกินขนาด มัทนาย้อนถามสงสัยใคร

“ไม่มีใครยอมรับหรอกค่ะ ต่างคนต่างโทษกันไปมา แต่ดิฉันว่าคุณษมาต้องคิดว่าเป็นฝีมือดิฉันแน่ๆเลย” ท่าทางอรุณฉายกลุ้มใจ

เขตต์ตวันแทรกขึ้นว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น ษมาส่งเธอกลับไปแล้ว มัทนาเห็นด้วย อรุณฉายค่อยใจชื้น แล้วบอกว่าคนที่ตนสงสัยคือลำแพงแต่ท่าทางษมาจะไม่เชื่อเพราะเธอชิงใส่ร้ายตนก่อน...ระหว่างนั้น ภาพการสนทนาของทั้งสามคน อยู่ในสายตาลำแพง ซึ่งเข้าไปในห้องทำงานของษมา เธอยืนมองจอคอมด้วยความระแวงว่าทั้งสามคุยอะไรกัน

ค่ำวันนั้น สาระวารีไข้ขึ้นสูงอีก มัทนากับอรุณฉายช่วยกันเช็ดตัวให้ เขตต์ตวันโทรศัพท์คุยกับหมออเนกเป็นระยะๆ ลำแพงนั่งยิ้มกริ่มในห้องเพราะคาดว่า สาระวารี ไม่น่าพ้นคืนนี้ไปได้

วันรุ่งขึ้น มัทนา เขตต์ตวัน และอรุณฉายต่างฟุบหลับอยู่คนละมุมห้องหลังจากช่วยกันดูแลสาระวารีมาทั้งคืน มัทนารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก่อนรีบไปดูสาระวารีที่เตียง จับเนื้อตัวเห็นว่าไข้ลดลง อรุณฉายตื่นตามขึ้นมา รีบไปเอาเครื่องมาวัดความดัน ค่อยยิ้มออกที่กลับมาปกติ มัทนาจึงเตรียมน้ำผึ้งทาแผลโดยเทลงถ้วยไว้ เขตต์ตวันรู้สึกตัวเห็นไม่มีอะไรน่าห่วงจึงขอตัวไปอาบน้ำ พอเปิดประตูห้อง เจ้าเหลืองลายก็เดินอุ้ยอ้ายเข้ามา มัทนายิ้มอย่างเอ็นดู เข้าไปอุ้มมาฟัด ไม่ทันระวัง ชนขวดน้ำผึ้งตกแตก เหลืองลายกระโดดลงไปเลียเพราะเป็นของชอบอยู่แล้ว

“ว้าย!ไม่ได้นะตุ่มลาย เดี๋ยวเศษแก้วบาดคอ” มัทนาอุ้มแมวขึ้น

อรุณฉายหยิบทิชชูมารวบเศษแก้ว เขตต์ตวันจะไปเรียกเด็กมาทำความสะอาด แต่ไม่ทันจะออกไป เหลืองลายก็เกิดอาการชักน้ำลายฟูมปากขึ้น มัทนาตกใจมากคิดว่าเศษแก้วเข้าคอ

“ไม่ใช่เศษแก้วค่ะ อาการตุ่มลายเหมือนโดนยาเบื่อมากกว่า...คุณตวันคะ ช่วยตามคนมาช่วยดิฉันหน่อย แล้วก็ขอนม ไข่ไก่สายยางด้วยนะคะ ดิฉันจะล้างท้องให้มัน”

มัทนาอุ้มเหลืองลายตามอรุณฉายเข้าไปในห้องน้ำ เขตต์ตวันรีบออกไปตามที่อรุณฉายบอก...สาวใช้วิ่งหาของกันจ้าละหวั่น แลงโผล่มาพอรู้เรื่องจากกูซอก็หน้าซีดกลัวลาน รีบไปบอกพี่สาวให้หนี แต่ลำแพงตวาด ไม่หนี จะอยู่ที่นี่ ตายที่นี่ ปากเธอกระตุกอย่างคนเสียจริต

“แกไม่ต้องกลัวไปไอ้แลง ไม่มีใครทำอะไรเราได้ทั้งนั้น ฉันจะบอกคุณษมาเอง ว่าฉันทำทุกอย่างไปเพื่อเขา เขาต้องเข้าใจแล้วก็ไม่ถือโทษโกรธพวกเรา”

แลงหาว่าพี่สาวเพ้อเจ้อ ตนไม่เอาด้วยแล้ว ไม่อยากติดคุก แลงวิ่งตรงไปที่ท่าเรือ กะจะขโมยเรือหนี แต่ทันใด ษมากับพวกกลับมาเสียก่อน แลงจึงวิ่งหนีเตลิดไปอีกทาง

กูซอมาช่วยอรุณฉายล้างท้องให้เหลืองลายอยู่ในห้องน้ำ มัทนายืนเสียใจอยู่หน้าห้อง ที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้เหลืองลายเกือบตาย เขตต์ตวันโอบไหล่ปลอบใจไม่ห่าง จนกระทั่งแมวปลอดภัย กูซอเดินออกมาตัวลายพร้อยเพราะโดนแมวข่วน มัทนายิ้มแหยๆ ยกมือไหว้

“ขอโทษทีนะคะ เพราะฉันซุ่มซ่ามแท้ๆเลย”

กูซอรีบรับไหว้ห้ามไม่ให้ไหว้ตน เป็นเพราะษมารักแมวตัวนี้มาก เจ็บแค่ไหนตนก็ยอม ษมาโทร.เข้าหาเขตต์ตวันพอดี เขารีบบอกษมาว่าเหลืองลายปลอดภัยแล้ว และตนได้เก็บตัวอย่างน้ำผึ้งใส่ขวดไว้แล้ว ชายหนุ่มวางสายหันมาบอกมัทนา

“ถ้าเรื่องนี้คลี่คลายได้ก็เพราะฝีมือคุณเลยนะ นี่ถ้ามัทไม่ชนขวดน้ำผึ้งแตก ป่านนี้เราก็ไม่รู้หรอกว่า ในน้ำผึ้งมียาพิษผสมอยู่”

“ตกลงชมว่ามัทซุ่มซ่ามใช่ไหมคะ” มัทนาหน้างอ

“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง” เขตต์ตวันขำ มัทนาเคืองหยิกพุงเขาร้องโอ๊ย

ooooooo

เมื่อทุกอย่างคลี่คลายออกมา ลำแพงมายืนริมหน้าผา สีหน้าเหม่อลอยดูนิ่งสงบไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องที่เกิดขึ้น ษมา พิพัช จันเลาและลูกน้องตามมา ษมา ถามลำแพงทำแบบนี้ทำไม

“คุณไม่เห็นเหรอคะ นังผู้หญิงคนนั้นเข้ามาขวางทางของเรา นังตัวมารมันยั่วยวนทำให้คุณหลง”

ทุกคนอึ้งกับคำพูดของลำแพง ษมาโต้ว่า สาระวารีไม่ได้ยั่วตน แต่ตนรักเธอเอง สีหน้าลำแพงเครียดขึ้น แผดเสียงน้ำตาไหลพราก

“ไม่จริง คุณษมาไม่ได้รักมัน คุณรักฉันคนเดียว ฉันนี่แหละที่จะเป็นเมียคุณ คอยดูแลปรนนิบัติคุณ อยู่เคียงข้างคุณไปตลอดชีวิต...เราคือผัวเมียกัน ใครหน้าไหนก็มาแยกเราไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าใครบังอาจ ฉันก็จะฆ่ามัน ฆ่ามันให้หมดทุกคน”

ษมาถอนใจไม่คิดว่าลำแพงคิดกับตนแบบนี้ เขาพยายามกล่อมเธอให้ยอมรับความจริงว่าตนไม่เคยคิดอะไรกับเธอ ลำแพงกรีดร้องอย่างคนสติแตก โวยวายว่าเขาโกหก ตนกับเขาอยู่กินด้วยกันมานาน รู้ใจกันดี จนกระทั่งสาระวารีก้าวเข้ามายั่วยวนให้เขาหลง ษมายืนกรานว่าตนรักสาระวารีคนเดียว ลำแพงคลั่งจนคุมสติตัวเองไม่อยู่ ชักมีดออกมาวิ่งเข้าจะแทงษมา จันเลาร้องเตือนให้หลบ ษมาเบี่ยงตัวออก ทำให้ลำแพงถลาตกหน้าผาลงไปต่อหน้าต่อตาทุกคน...

ษมากลับมาดูแลสาระวารี เขาลูบผมปลอบเธออย่างทะนุถนอม “ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะวารี จะไม่มีเรื่องร้ายๆเกิดกับคุณอีกแล้ว”

มัทนากับเขตต์ตวันยืนอยู่ด้วยกัน มัทนาสังเวชใจที่ลำแพงไม่น่าเลือดเย็นขนาดนี้ เขตต์ตวันบอกว่าเป็นเพราะความอิจฉา ษมาชมว่าเขาสรุปได้ตรงประเด็น เขตต์ตวันยิ้มๆ

“ประสบการณ์สอนครับคุณษมา คนของผม

ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ถ้าฟังจากที่คุณษมาเล่า ผมเดาว่าแม่บ้านคุณน่าจะมีอาการทางจิต เขาคงอยากเป็นคุณหญิงเจ้าของเกาะมาก แต่คุณวารีเข้ามาขวางทางเขาก็เลยคิดกำจัด”

ษมาพยักหน้ารับ มัทนาเป็นห่วงยาพิษที่ซึมเข้าแผลสาระวารีไปบ้างแล้ว ษมาบอกว่าหมออเนกรักษาได้ทันไม่ต้องกังวล แต่ที่น่าแปลกใจของทุกคนก็คือ ลำแพงใส่ยาพิษในน้ำผึ้งตอนไหน...จนกระทั่งผลการวิเคราะห์น้ำผึ้งออกมาว่า มาจากต้นยี่โถ ผึ้งบนเกาะดูดน้ำหวานจากต้นยี่โถเพียงอย่างเดียว จึงทำให้น้ำผึ้งที่ได้ออกมาจากผึ้งเลี้ยงนั้น มีพิษของต้นยี่โถไปด้วย ส่วนน้ำผึ้งที่พวกเราทานกัน ลำแพงคงไปซื้อมา

ษมาให้คนออกตามจับแลง จันเลาคาดว่าแลงว่ายน้ำข้ามทะเลออกไป ถ้ารอดไปขึ้นฝั่งที่ไหนได้ จะให้ตำรวจจับ ษมาให้คนงานเอาศพลำแพงขึ้นมาทำพิธีเพราะถึงอย่างไรก็เป็นคนเก่าคนแก่ ทั้งจันเลา พิพัชและกูซอซาบซึ้งน้ำใจของษมา ถึงกับเอ่ยปากเพราะอย่างนี้พวกตนจึงยอมทำงานแบบมอบกายถวายชีวิตให้

คืนต่อมา สาระวารีฝันร้ายอีก เธอนอนกระสับ– กระส่ายไปมา ษมานั่งกุมมือพร่ำปลอบ...อย่ายอมแพ้ ต้องสู้กลับมาหาตนให้ได้ อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆสาระวารีได้ยินเสียงษมา เธอวิ่งไปในความมืดร้องเรียกเขา ทันใด ร่างลำแพงเลือดอาบเต็มหน้าเด้งขึ้นมาปะทะหน้าเธอ สาระวารีร้องกรี๊ด ลืมตาพรวดขึ้นอย่างหวาดกลัว ษมาดีใจมากที่เธอฟื้น เขากอดเธอด้วยความดีใจ หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นใจ ปลอดภัย เธอบอกเขาว่า ตนได้ยิน

เสียงเขาบอกไม่ให้ยอมแพ้ หญิงสาวสวมกอดษมาน้ำตาไหลรินต่างถ่ายทอดความรักและห่วงใยให้กันและกันอย่างเปิดใจ

ooooooo

ตอนที่ 9

จากที่จิณห์วราเอาข่าวคนเม้าท์ถึงความสัมพันธ์ของสาระวารีและษมามาบอก ทำให้สาระวารีทั้งโกรธ และตกใจแทบทนไม่ไหวจะไปเลาะฟันคนพวกนั้นทิ้ง เพื่อนสาวรีบห้าม

“จะไหวเหรอแก คนซักครึ่งค่อนจังหวัดเห็นจะได้นะ”

“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ” สาระวารีเหวอ

“ก็ใช่น่ะสิ จังหวัดเล็กๆจะมีคนดังอยู่ซักกี่คน คุณษมาก็ติดท็อปไฟว์สเป็กสาวทั้งบ้านทั้งเมือง หล่อ โสด รวย”

“แก่ด้วย...” สาระวารีเหยียดปากหมั่นไส้

“ยังจะปากดีอีก แกไปไหนมาไหนกับเขาซะทั่วเมืองขนาดนั้นจะไม่ให้ถูกเม้าท์ได้ยังไงยะ”

“เขาแค่ไปช่วยฉันทำข่าวเท่านั้นเอง ไม่ได้...” สาระวารีโวยแล้วเสียงอ่อยลง พูดไม่ออก

จิณห์วราเสริมทันที “ไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันซะหน่อย...แล้วรู้ไหม บางรายเม้าท์ไปไกลถึงขั้นว่าแกท้องกับคุณษมาแล้วด้วยนะ”

“ตายแล้ว! จริงเหรอ”

“ฉันจะรีบถ่อมาหาแกเพื่อโกหกรึไงยะ”

สาระวารีร้อนใจ ชื่อเสียงตนป่นปี้ ไม่รู้ว่าข่าวลือนี้ถึงกรุงเทพฯหรือยัง เพื่อนสาวแกล้งหยิบมือถือมาจะโทร.ไปบอกคนที่กรุงเทพฯให้ สาระวารีถลึงตาใส่ บ่นไม่ตลกเลย เพื่อนหัวเราะ

“ฉันน่ะรู้จักนิสัยแกดี อย่างแกไม่มีทางง่ายกับผู้ชายคนไหนหรอก ไม่งั้นคงไม่ค้างเติ่งมาถึงป่านนี้”

“แต่คนอื่นไม่รู้นิสัยฉันอย่างแกนี่ เขาต้องคิดว่าข่าวลือเป็นจริงแน่ๆ” สาระวารีหน้าเหย

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันถึงต้องรีบมาเตือนแกนี่ไง ต่อให้แกทำข่าวเสร็จแล้วกลับไปกรุงเทพฯ คนมันก็ต้องเอาไปลือกันอีก ว่าแกถูกคุณษมาทิ้ง...ถ้าแกไม่ใส่ใจข่าวลือพวกนี้ก็จบ แต่ญาติๆแกที่ตราดจะคิดยังไง ยิ่งญาติห่างมากๆนี่ล่ะตัวดี รู้ข่าวเร็วนักแหละ”

สาระวารีคิดตามยิ่งกลัดกลุ้มไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร เกรงว่าจะถึงหูสาระสะมาแล้วด้วยซ้ำ...ษมาเดินยิ้มแย้มเข้ามา จิณห์วรากระซิบบอกเพื่อนว่า ตัวการมาแล้วพูดกันให้รู้เรื่องไปเลย สาระวารีบ่ายเบี่ยงไม่กล้าสู้ตาเขา จิณห์วราเตือน

“เรื่องบานปลายใหญ่โตไปขนาดนี้แล้ว คนสนิทเขาอาจจะยังไม่กล้าพูด แต่อีกไม่นานก็ต้องเข้าหูคุณษมา ช้าเร็วก็ต้องรู้”

ษมาเดินเข้ามาทัก “มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ คงไม่เล่าให้ผมฟังไม่ได้แล้วล่ะ”

สีหน้าสาระวารีดูอึดอัดใจอย่างมาก จิณห์วราตัดสินใจเล่าให้ษมาฟัง พอฟังจบเขาก็ยิ้มร่า

“เท่าที่ฟังดู ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนี่ครับ”

“ฉันเสียหายขนาดนี้ คุณว่ายังไม่มีปัญหาอีกเหรอ คุณเป็นผู้ชายก็พูดได้สิ” สาระวารีแว้ด

“ก็ปากคน คุณจะให้ทำยังไงได้ล่ะ ความจริงก็คือ ผมไปช่วยคุณทำข่าว แล้วเพื่อความปลอดภัย ผมก็ต้องตามประกบคุณตลอด ถ้าคนอื่นจะเข้าใจผิด มันก็ช่วยไม่ได้”

สาระวารีเจ็บใจแต่ไม่รู้จะเถียงอย่างไร จิณห์วราเหล่มองเพื่อนก่อนเสนอให้ษมาหาทางแก้ข่าวบ้าง ไม่อย่างนั้นเพื่อนตนจะขายไม่ออก ษมายิ้มอย่างมีคำตอบ

“ผมเองก็คิดอยู่เหมือนกันล่ะครับ กะว่าจะชวนวารีเขามาอยู่ที่เกาะด้วยกันซะเลย จะได้ไม่มีใครกล้านินทาอีก”

“คุณษมา...” สาระวารีไม่พอใจ

จิณห์วรารีบเสริมว่า ชวนมาอยู่เฉยๆ ไม่ได้ เพราะเห็นแบบนี้ เพื่อนตนหัวโบราณพอควร สาระวารีหยิกแขน เพื่อนเต็มแรง จิณห์วราหน้าเบ้ ษมาทำไม่รู้ไม่ชี้ เลยตามเลย

“ผมทราบ ก็เลยคิดว่าจะทำให้ถูกต้องตาม ธรรมเนียมเสียก่อน”

“จริงเหรอคะ งั้นจิณห์ขอแสดงความยินดีเป็นคนแรกเลยนะคะ...ดีใจด้วยนะแก”

สาระวารีตาโพลงทุบโต๊ะเสียงดังจนจิณห์วราสะดุ้งโหยง ก่อนจะลุกพรวดคว้ากระเป๋าสะพายเดินหนีไป ษมาจ๋อยลงแต่ก็หันมาพูดยิ้มๆกับจิณห์วราว่า ขอตัวสักครู่ หญิงสาวเข้าใจ

“ตามสบายเลยค่ะว่าที่เจ้าบ่าว”

ษมายกนิ้วโป้งให้สองนิ้วก่อนจะรีบตามสาระวารีออกไป จิณห์วรายิ้มกริ่มดีใจแทนเพื่อน ที่มุมห้องลำแพงยืนกำมือตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ เพราะได้ยินทุกคำพูดของคนที่ตนรักเทิดทูน

ตามทางเดินของรีสอร์ต สาระวารีเดินลิ่วหน้างอด้วยความเคืองปนอาย ษมายิ่งตามมาขวางหน้า “วารีคุยกันก่อนสิ...คุณจะไปไหน”

“ก็กลับกรุงเทพน่ะสิ ไม่ทงไม่ทำมันแล้ว ไอ้ข่าวพลอยบ้าบออะไรเนี่ย”

“ใจเย็นๆ สิครับ ที่ผมทำก็เพื่อปกป้องชื่อเสียงของคุณนะ”

“พูดเองเออเองอยู่คนเดียว ฉันไปตกลงกับคุณตอนไหน อย่างนี้มันฉวยโอกาสชัดๆ” สาระวารีปรี๊ดแตก

ษมาปลอบ “ตั้งสติดีๆ นะวารี ตอนนี้ที่คนอื่นเขาว่าคุณเสียๆ หายๆ ก็เพราะทุกคนเห็นว่าคุณเป็นผู้หญิงที่เข้ามาอยู่บ้านผู้ชายเฉยๆ แต่ถ้าผมให้ข่าวออกไปว่าเราแพลนจะแต่งงานกันอยู่แล้ว มันก็จะยุติข่าวลือทั้งหมดได้ง่ายๆ”

สาระวารีอ้าปากจะเถียงแต่เถียงไม่ออก หน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย พอตั้งสติได้ จึงโต้ว่ามันจะง่ายกว่าไหม ถ้าเขาจะบอกไปเลยว่า มันไม่เป็นความจริง ไม่มีอะไรทั้งนั้น ษมาจ้องตาหญิงสาวนิ่ง สีหน้าซีเรียสจริงจัง ก่อนจะเอื้อนเอ่ยบอกเธอว่า

“แต่มันคงง่ายที่สุดถ้าผมบอกว่า...ผมรักคุณ...ขอโทษที่ผมข้ามขั้นตอนไปหน่อย”

สาระวารีอึ้ง น้ำตารื้นขึ้นมา กล่าวเสียงเครือ“ฉันไม่น่าอยู่ทำข่าวพลอยต่อเลยจริงๆ...”

“ไม่อยู่ได้ไง ผมอุตส่าห์คิดหาทางแทบตาย” ษมาทำหน้ายิ้มขี้เล่น

หญิงสาวอายปนหมั่นไส้ เอากระเป๋าฟาดใส่ ษมาฉวยโอกาสรวบตัวเธอเข้ามากอด ไม่ว่าเธอจะทุบตีอย่างไรเขาก็ไม่ปล่อย กลับกอดกระชับด้วยความรักและความอบอุ่น จนเธอใจละลายไม่อาจปฏิเสธหัวใจตัวเองต่อไปอีกได้ หมดแรงจะถือกระเป๋าปล่อยตกพื้น ร้องไห้โอบกอดเขาสะอื้นฮัก ชายหนุ่มลูบหลังปลอบประโลม ยิ้มดีใจกับความสุขที่ไม่อยากปล่อยเธอหนีหายไปไหนอีก

ooooooo

ด้านท้ายรีสอร์ต ลำแพงระบายความโกรธกับแลงด้วยเกลียดสาระวารีอย่างมาก หาว่ารอบจัดทำให้ ษมาตกหลุมพราง แลงยุใส่ ทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทน จะลงมือเมื่อไหร่สั่งมาได้เลย

“เร็วๆ นี้แหละ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ บนฝั่งมีคนเยอะเกินไป ฉันอยากไปจัดการมันที่ยานก ที่นั่นเป็นถิ่นของเรา จะทำอะไรมันก็ง่ายกว่า”

“งั้นก็ต้องหาทางให้คุณษมากับนังนักข่าวนั่นกลับไปที่ยานกให้เร็วที่สุด” สองพี่น้องคิดวางแผนอย่างรัดกุม

เริ่มด้วยแลง ทำทีไปช่วยคนงานขนของใช้ต่างๆ และเสบียงเพื่อเอาไปส่งเกาะพระฮาม  อ้างว่าว่างไม่ค่อยมีงานทำที่เกาะยานก เมื่อไปถึงพระฮามก็มืดค่ำ แลงช่วยยกของลงจากเรือ แล้วเดินเลี่ยงหลบไปจัดการตามแผนทันที

เช้าตรู่ ษมาสะดุ้งตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์ พิพัชแจ้งเข้ามาว่า เมื่อคืนมีคนลอบไปเผาบ้านพักคนงานที่เกาะพระฮาม ษมาตกใจรีบถามมีใครเป็นอะไรหรือเปล่า เมื่อไม่มีก็โล่งใจ

“นอกจากบ้านพักคนงาน มีอะไรเสียหายอีกไหม”

“ยังไม่ทราบเลยครับ มันทำลายวิทยุสื่อสารด้วย ผมเลยยังไม่ทราบรายละเอียด เพิ่งรู้ข่าวจากพวกที่ไปส่งเสบียงเมื่อคืนน่ะครับ”

“งั้นขอเวลาครึ่งชั่วโมง ฉันไปที่พระฮามด้วย”ษมาหน้าเครียดวางสายลุกขึ้นแต่งตัว

ooooooo

เมื่อษมามาบอกสาระวารีให้ไปอยู่ที่เกาะยานก หญิงสาวโอดครวญ ไม่เห็นจำเป็นที่ตนต้องไปเลย ตนสัมภาษณ์คนอีกสองสามคน ก็เสร็จงานกลับกรุงเทพฯได้

“ไม่ได้หรอก ยังไงที่ยานกก็ปลอดภัยกว่าที่นี่ ถึงจะมีคนคุ้มกันคุณยังไง ผมก็ไม่ไว้ใจเท่ากับคุณอยู่ที่ยานกหรอก ผมกลัวใครจะมาทำร้ายว่าที่...”

“พอเลยๆ จะเอายังไงก็เอา เดี๋ยวจะหาว่าฉันเป็นภาระอีก” สาระวารีรีบตัดบทเกรงเขาจะพูดอะไรออกมาให้อายคนอื่น

“อย่าทำหน้าแบบนี้สิครับ ผมไปธุระแค่ครึ่งวันเท่านั้นเอง แล้วผมจะพาคุณไปที่ตลาดค้าพลอยฝั่งโน้น ถึงจะไม่ใช่เหมืองพลอยอย่างสมัยที่ผมไปขุด แต่ก็ยังพอมีบรรยากาศเก่าๆให้คุณได้ภาพข่าวอีกเยอะเลย”

“ค่อยยังชั่ว” สาระวารียิ้มออก

“นั่งเรือจากยานกไปสี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว คุณทำตัวว่านอนสอนง่ายอยู่ที่ยานกแป๊บเดียวเอง” ษมาโล่งใจ

สาระวารีค้อนใส่ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนั่งที่โซฟา ษมาฝากจันเลาดูแล แล้วเรียกพิพัชไปด้วยกัน ชายหนุ่ม

ยังเหลียวมองคนรักอย่างห่วงใย พิพัชมองตามไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ จันเลาบอกสาระวารีว่าตนจะไปเตรียมรถ หญิงสาวทำหน้าเซ็ง พอหันหน้ามาเจอลำแพง ก็สะดุ้งสุดตัว

“อุ๊ย! มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะคุณแม่บ้าน ยังกะหายตัว ได้แน่ะ”

“ฉันเตรียมของเสร็จแล้ว คุณจะให้ฉันช่วยอะไรไหม”

สาระวารีเกรงใจของตนมีเล็กน้อยเก็บเองได้ เดี๋ยวไปเจอกันที่รถเลยดีกว่า ลำแพงมองตามหลังหญิงสาวไปด้วยสายตาเย็นชาแต่ยิ้มมุมปากอย่างน่ากลัว

ooooooo

พอถึงเกาะยานก กูซอและคนงานช่วยกันยกของลงจากเรือ จันเลาบอกสาระวารีให้เข้าไปพักในบ้าน ษมากลับมาเมื่อไหร่ ตนจะให้คนไปตาม หญิงสาวหน้าบึ้ง

“นายคุณสั่งให้ขังฉันไว้ในบ้านใช่ไหมล่ะ ฉันรู้ทันหรอกนะ”

จันเลาขำๆ ลำแพงตาขวางหมั่นไส้ ถือของเดินตามเข้าบ้าน จันเลาสั่งกูซอตามคนงานทุกคนที่ขนของไปส่งที่พระฮามเมื่อวานมาพบตน เพราะเขาได้รับคำสั่งจากษมาให้สืบหาไส้ศึก

เมื่อคนงานทุกคนมาพร้อม จันเลาซักถามมีใครเห็นอะไรผิดปกติเมื่อคืนบ้าง คนงานคนหนึ่งรายงานว่า คนที่ไปก็พวกเดียวกัน เห็นหน้าทุกวัน จู่ๆก็เห็นควันไฟพวยพุ่ง จึงไปช่วยกันดับไฟ กูซอสันนิษฐาน

“พวกมันคงเล่นงานเราแบบคราวก่อนแหละ แอบ เอาเรือไปจอดแล้วส่งคนขึ้นเกาะ”

“ไม่มีทาง คุณษมาสั่งให้มีเวรยามทุกจุดที่เรือเข้าจอดได้ ถ้าจะมีใครลอบขึ้นพระฮามได้ ก็ต้องปะปนไปกับเรือเสบียงนั่นแหละ” จันเลามั่นใจ

“ในเรือไม่มีใครแปลกปลอมจริงๆครับคุณจันเลา มีแต่พวกเรากันเองทั้งนั้น ก่อนเรือจะออกผมก็ตรวจดูอีกที ไม่มีใครลอบขึ้นเรือมาแน่ๆครับ” คนงานยืนยัน

จันเลาถามย้ำว่า คนที่ไปส่งเสบียงมีแค่นี้แน่ๆ ใช่ไหม คนงานอีกคนนึกได้ บอกว่ามีแลงอีกคน จันเลาแปลกใจ คนงานรายงานว่า

“ไอ้แลงมันบอกว่ามันเบื่อ ไม่มีอะไรทำก็เลยขอตามไปส่งเสบียงด้วยครับ”

“ไอ้นี่มันทั้งซื่อทั้งบื้อ กลัวคุณษมายังกะอะไรดี ไม่ใช่มันหรอกครับ อย่างมันน่าจะจุดไฟปิ้งปลากินแล้วไหม้มากกว่า” กูซอคิดเช่นนั้น แต่จันเลาชักไม่ไว้ใจแลงขึ้นมาเสียแล้ว

ด้านษมากับพิพัช เดินสำรวจแคมป์คนงานบนเกาะพระฮาม พิพัชวิเคราะห์

“เท่าที่ดู มันน่าจะตัดเครื่องมือสื่อสารก่อน แล้วค่อยไปเผาบ้านพักคนงานนะครับ มันทำแบบนี้เพื่อจะกันไม่ให้พระฮามส่งข่าวไปที่ยานกได้สะดวก”

“ในเมื่อมันตัดการสื่อสารได้แล้ว ทำไมแค่เผาบ้านพักคนงานนิดๆหน่อยๆเท่านั้นล่ะ ตรงนี้น่าคิดนะ” ษมาสงสัย

พิพัชพยักหน้า “เป็นไปได้ไหมครับว่า เพราะคนร้ายมีไม่มาก ลอบขึ้นเกาะมาได้ไม่กี่คนหรือบางทีอาจจะแค่คนเดียวด้วยซ้ำ”

“เหมือนมันแค่จงใจมาป่วนเรา แล้วทำไปเพื่ออะไร” ษมาครุ่นคิด

“นั่นสิครับ จะว่าล่อเสือออกจากถ้ำก็ไม่ใช่ เพราะเป้าหมายมันคือคุณษมา แล้วมันก็น่าจะรู้ ว่าเราต้องเตรียมคนมาคุ้มกันคุณเต็มที่ ทำอันตรายคุณษมาไม่ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว”

ษมาสะดุดหูคำว่าล่อเสือออกจากถ้ำ ฉุกคิดเป็นห่วงสาระวารีทันที

ooooooo

ขณะที่สาระวารีกำลังนั่งเล่นเกมในมือถืออย่างเพลิดเพลิน ลำแพงเดินตาแข็งกร้าวเข้ามาบอกว่าษมามาถึงแล้ว หญิงสาวแปลกใจลุกขึ้นมองไม่เห็นมี
เรือมาจอดที่ท่าเทียบซักลำ ลำแพงจิกตามองอย่างหมั่นไส้ที่ฉลาดเกิน

“คุณษมาไม่ได้มาเทียบท่านี้ แต่ขับอ้อมไปทางโรงเก็บเรือเลย คุณตามไปพบคุณษมาที่โรงเก็บเรือเถอะค่ะ”

สาระวารียังสงสัยทำไมต้องไปที่นั่น ลำแพงชักรำคาญ สะบัดเสียงว่าจะได้ไม่ต้องขับเรืออ้อมเกาะมารับอีก หญิงสาวยังซักไซ้ว่าเรือมีปัญหาหรือเปล่า ลำแพงพยายามระงับอารมณ์

“ก็แค่แวะเติมน้ำมันเท่านั้นล่ะค่ะ คุณอย่าถามมากมายนักเลย แค่นี้ก็เสียเวลามากแล้วนะคะ กว่าจะไปกว่าจะกลับ เดี๋ยวได้มืดค่ำกลางทางพอดี คุณษมาจะต้องเดือดร้อนอีก เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่งแท้ๆเลย” ลำแพงหัวเสียเดินออกไป

สาระวารีมองไล่หลัง บ่นอย่างหมั่นไส้ “คนงานบ้านนี้เลี้ยงด้วยอาหารอะไรเนี่ยจงรักภักดีเจ้านายกันซะเหลือเกิน”

สาระวารีสะพายกระเป๋าเดินไปทางโรงเก็บเรืออีกฟากของเกาะ ลำแพงเดินตามหลังหญิงสาวหันมาถามไม่เห็นษมาเลย ลำแพงให้รอสักครู่ สาระวารีแย้งไหนบอกว่าษมามาถึงแล้ว คอยตนที่นี่ ลำแพงแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวย่างสามขุมเข้าหา

“ตอนนี้ก็น่าจะอยู่พระฮามมั้ง”

สาระวารีตกใจเริ่มรู้สึกไม่ดีถอยหลังหนี “นี่คุณจะทำอะไร ล้อเล่นอย่างนี้ฉันไม่ชอบนะคะคุณแม่บ้าน”

“ใครล้อเล่นกับแกอีหน้าด้าน เสนอตัวมาประเคนให้ผู้ชายถึงที่ อยากจะมีผัวมากนักใช่ไหม” ลำแพงมองสาระวารีด้วยสายตาเกลียดชัง

“คุณพูดจาหยาบคายเกินไปแล้วนะ ฉันจะฟ้องคุณษมา”

ลำแพงกระชากแขนมาตะคอกใส่ “ไม่ต้องเอาคุณษมามาขู่ฉัน แกนึกหรือว่าเขาจะเข้าข้างแก เขารักฉัน เขารักฉันคนเดียวได้ยินไหม...คุณษมารักฉัน รักฉันคนเดียวไม่ใช่แก ไม่ใช่แก”

สาระวารีเห็นอาการของลำแพง รีบสะบัดมือจนหลุดวิ่งหนี ทันใดแลงโผล่จากที่ซ่อนใช้ไม้ฟาดเธออย่างแรง เธอหลบด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด แต่แลงกระหน่ำฟาดหลายครั้งจนโดนที่หัวคิ้วแตก ร่างสาระวารีทรุดลง กระเป๋าหล่นกลักบุหรี่และของอื่นกระจายออกมา

ระหว่างนั้น จันเลาให้กูซอกับคนงานตามหาแลงมาพบ กูซอไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นแลงเพราะดูเป็นคนซื่อๆ จันเลาก็ลังเลแต่ไม่มีใครน่าสงสัยเท่า

สาระวารีเจ็บหนักค่อยๆหมดสติ ลำแพงกับแลงมองดูอย่างสะใจ แลงเงื้อไม้จะฟาดซ้ำลำแพงให้พอได้ เพราะไม่ต้องการให้ถึงตาย อยากให้ตายเพราะแรงระเบิดมากว่า

“งั้นก็ตามใจพี่ อ้ะ...นี่ผ้าขยำขี้ผึ้งที่พี่สั่ง แล้วทำไมต้องใช้ไอ้ผ้านี่ด้วยล่ะพี่”

“ขี้ผึ้งนี่ฉันทำเอง มันติดไฟดี แต่เผาไหม้ช้า พวกเราจะได้มีเวลาหนีได้ทันไงล่ะ”

แลงยิ้มเข้าใจ เมื่อที่นี่ระเบิด ทุกคนก็คิดว่าสาระวารีแอบมาสูบบุหรี่ ดวงซวยเพราะถังน้ำมันรั่วขึ้นมา ทำให้ตายอนาถ แลงนึกถึงตอนที่เห็นสาระวารีทำกลักบุหรี่หล่นจากกระเป๋าและษมาแย่งเก็บขึ้นมา ทำให้รู้ว่าหญิงสาวชอบสูบบุหรี่...แลงใช้ขวานจามถังน้ำมันเป็นรูให้น้ำมันไหลนองพื้น ลำแพงค่อยๆวางผ้าชุบขี้ผึ้งไว้ใกล้ๆร่างสาระวารี เตรียมจุดไฟรอน้ำมันไหลมา

“สมน้ำหน้ามัน อยากแรดมาให้ท่าคุณษมาดีนัก เสียดายมันตายสบายไปหน่อย แพศยาอย่างมัน น่าจะจับมาทรมานให้ตายช้าๆ ถึงจะสาแก่ใจ”

ลำแพงจุดไฟใส่ผ้าชุบขี้ผึ้ง แลงเก็บของที่กระจายใส่กระเป๋าของสาระวารีให้เหลือแต่กลักบุหรี่วางใกล้ตัว แล้วดึงพี่สาวให้รีบไป ลำแพงยังหันมองสาระวารี หัวเราะอย่างสาแก่ใจ

น้ำมันค่อยๆ ไหลเป็นทางมาใกล้ผ้าที่จุดไฟข้างตัวสาระวารีเข้าทุกทีๆ หญิงสาวรู้สึกตัว ได้กลิ่นน้ำมันหัน หน้ามอง ตกตะลึงจะลุกหนี แต่ร่างกายปวดร้าวไปทั้งตัวจนขยับเขยื้อนไม่ไหว

จันเลาเดินคุยกับกูซอ เขายังไม่ไว้ใจแลง สั่งกูซอให้จับตาดูทุกระยะ พลันเสียงระเบิดดังตูม...เรือของษมาแล่นใกล้เข้ามา ได้ยินเสียงระเบิดและเห็นเปลวไฟที่เกาะยานก เขายิ่งเป็นห่วงสาระวารีอย่างมาก จันเลากับกูซอวิ่งไปทางโรงเก็บเรือ  เห็นข้าวของในโรงเก็บเรือกระจัด กระจาย คนงานมาช่วยกันดับไฟ จันเลารีบถามสาเหตุและมีใครบาดเจ็บบ้าง คนงานรายงานว่าไม่รู้สาเหตุและไม่มีใครบาดเจ็บ จันเลาตั้งท่าจะช่วยดับไฟ เหลือบเห็นกระเป๋าสะพายของสาระวารีก็ตกใจตะโกนเรียก ลำแพงกับแลงซุ่มดูอยู่ ลำแพงยิ้มเยาะ หัวเราะในลำคออย่างสะใจสุดๆ

“หาเข้าไปเถอะ ถ้าโชคดี อาจจะเจอเศษชิ้นส่วนของมันซักชิ้น”

“พอตำรวจมา พี่ต้องให้การว่า เห็นมันแอบสูบบุหรี่ที่นี่บ่อยๆให้ตรงกันนะพี่”

ลำแพงพยักหน้าย้อนถามว่าสร้างหลักฐานเรียบร้อยแน่นะ แลงรับรองและโชว์บุหรี่มวนหนึ่งที่เก็บไว้ ลำแพงเอ็ดจะเก็บมาทำไม สั่งให้ทำเป็นก้นบุหรี่ถูกทิ้งไว้ตรงนี้ แลง รีบจัดการ

จันเลาร้อนใจสั่งคนงานรื้อซากปรักหักพังหาร่าง สาระวารี ทันใด เขามองไปเห็นบางอย่างผลุบโผล่อยู่ในทะเล จันเลาเรียกกูซอให้ไปช่วยกันทันที พยายามเพ่งมองเห็นสาระวารีกึ่งลอยกึ่งจมอยู่ จันเลาลุยทะเลไปอุ้มร่างเธอที่ตามตัวมีแต่บาดแผล โดยเฉพาะกลางหลัง

ษมามาถึง กูซอรายงานว่าโรงเก็บเรือระเบิด สาระวารีได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้กำลังปฐมพยาบาลอยู่บนบ้าน พิพัชสั่งกูซอเตรียมเรือรอไว้เลย

ลำแพงต่อว่าจันเลาว่าเลือดสาระวารีจะเปรอะโซฟาราคาแพง จันเลาหันมาจ้องลำแพงอย่างไม่พอใจ แลงทำทีติงพี่สาวอย่ามัวเถียงกัน ช่วยสาระวารีก่อน ลำแพงรู้ว่าน้องชายกลัวความแตก ไม่ทันไรษมาวิ่งเข้ามา จันเลาบอกว่าเท่าที่ดูไม่มีกระดูกหัก แต่รอยแผลที่กลางหลังน่าเป็นห่วง ษมาไม่รอช้าอุ้มคนรักพาไปหาหมอทันที ลำแพงสบตากับแลงสีหน้าเคร่งเครียด

สองพี่น้องหวั่นกลัวสาระวารีฟื้นขึ้นมาแล้วบอกความจริงษมา แต่ลำแพงยังหวังว่าสภาพร่องแร่งอย่างนั้นไม่น่ารอด แต่ถ้ารอดขึ้นมาตนก็มีแผนสอง
ขณะที่ดิตถ์ยังกบดานอยู่ในบ้านพักแห่งหนึ่ง

แลงโทร.เข้ามาขอให้เขาช่วยส่งคนไปเก็บสาระวารีที่โรงพยาบาล ดิตถ์หัวเสียตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แต่ก็รับปากเกรงแลงจะทรยศ โศภีซึ่งมาคุยงานพลอยหงุดหงิดไปด้วย

“นังลำแพงมันบ้าได้ใจจริงๆ นึกแล้วว่าซักวันมันต้องทำ”

“ไม่ช่วยมันก็ขาดแหล่งข่าวชั้นดี เอาไงดีหว่า” ดิตถ์ลังเล

“ถ้านังนักข่าวอยู่โรงพยาบาล ษมาก็ต้องอยู่ด้วย ไหนก็ต้องเหนื่อยแล้วก็เก็บมันพร้อมกันซะเลยสิ ถึงจะเสี่ยงแต่ก็คุ้ม เพราะมีแพะรับบาปแทนเราอยู่แล้ว” โศภียิ้มมุมปากวางแผนให้ดิตถ์ “พวกมันส่งคนไปเก็บนังวารี แต่ษมาโดนลูกหลงไปด้วย สองพี่น้องหน้าโง่นั่นเป็นแพะแทนเราอยู่เห็นๆ ยังไงก็สาวไม่ถึงเราหรอก คราวนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้าย พลาดไม่ได้เด็ดขาด”

“แหม คุณโศนี่แยบยลจริงๆ ไม่เปลี่ยนใจมาเป็นเมียผมจริงๆเหรอ”

“ไอ้บ้า...” โศภีด่ากลับ ลุกเดินหนีขยะแขยง ดิตถ์มองตามอย่างมีความหวัง...

ในขณะที่ษมาฟังหมออเนกดูฟิล์มเอกซเรย์และอธิบายอาการของสาระวารี พิพัชยืนลุ้นผลอยู่ด้วย หมอบอกว่า อาการหนักพอควร คนไข้ช็อกถูกกระแทกอย่างแรง แถมเสียเลือดมาก โชคดีที่กระดูกไม่หัก สมองได้รับความกระทบกระเทือนเล็กน้อย ษมาตกใจเกรงเธอไม่ฟื้น

หมอว่าไม่ถึงขนาดนั้น ตอนนี้พ้นขีดอันตราย แต่ยังไม่ฟื้นเพราะเสียเลือดมาก ร่างกายอ่อนเพลีย หลังจากรู้สึกตัวจะหนักกว่า จึงต้องฉีดยาแก้ปวดให้ ยานี้ทำให้ง่วงซึม คนไข้จะหลับเป็นส่วนใหญ่ไม่ต้องตกใจ...ษมาเครียด พิพัชปลอบใจเธอแกร่งไม่เป็นอะไรง่ายๆ ษมาฝืนยิ้ม

ษมาเข้ามาดูคนรักในห้องไอซียู จับมือและลูบผมเธอด้วยความสงสารจับใจ หญิงสาวเหมือนกำลังฝันร้าย กระสับกระส่ายไปมา เขาปลอบเธอ

“คุณปลอดภัยแล้ววารี ผมอยู่กับคุณตรงนี้แล้วนะ ไม่ต้องกลัว ผมผิดเองที่รั้งคุณเอาไว้ ผมขอโทษนะวารี” ษมาจับมือเธอมาจุมพิต อาการเธอสงบลงเหมือนรู้สึกปลอดภัยขึ้น

ooooooo

ที่เกาะยานก จันเลาเรียกคนงานทั้งหมดประชุม เขาเชื่อว่าการระเบิดครั้งนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ จึงจัดเวรยามดูแลยี่สิบสี่ชั่วโมง ลำแพงแขวะว่าตื่นตูมเกินไป แค่นักข่าวแอบมาสูบบุหรี่น้ำมันเกิดรั่วขึ้นมาจึงระเบิด ไม่ได้มีใครลอบมาทำร้ายเจ้านายเสียหน่อย จันเลาจ้องหน้า

“ดูคุณจะรู้ดีเหลือเกินนะครับคุณแม่บ้าน พูดยังกะเห็นคุณวารีสูบบุหรี่กับตาอย่างงั้นล่ะ”

“ถ้าตอนที่ระเบิดฉันไม่เห็นหรอกค่ะ แต่ก่อนหน้านี้ฉันเคยเห็นเขาไปแอบสูบบุหรี่อยู่หลายครั้ง เขารู้ว่าคุณษมาไม่ชอบ แต่ก็นะอยากจะเอาชนะใจผู้ชายให้ได้ ก็เลยต้องอดทนแอบไปหาที่สูบไกลๆจนเกิดระเบิดขึ้นมา ดีนะที่พวกเราไม่ต้องมาตายสังเวยพวกขี้ยา” ลำแพงหมั่นไส้

“นั่นมันความคิดของคุณแม่บ้านเองคนเดียว ตำรวจเขายังไม่ได้สรุปซะหน่อย เพราะฉะนั้น ทุกคนต้องทำตามที่ผมสั่ง ถ้าใครไม่ปฏิบัติตาม ผมจะรายงานคุณษมา”

จันเลากำชับกูซอจัดการตามที่สั่ง แลงจำต้องเดินมารวมกลุ่มเพื่อไม่ให้ใครสงสัย...เมื่อกูซอจัดแจงแบ่งเวลาเวรยามแก่ทุกคนแล้ว ก็มารายงานจันเลาพร้อมยังเชื่อว่าแลงไม่ใช่คนร้าย จันเลาบอกว่าที่ให้จัดเวรยามเพราะอยากให้คอยสังเกตแลงทุกฝีก้าว ตอนนี้แลงน่าสงสัยสุด...

หลังจากหมออเนกฉีดยาผ่านสายน้ำเกลือให้สาระวารี เขาบอกว่าไม่ต้องตกใจถ้าคนไข้มีอาการสะลึมสะลือ พิพัชขอให้ษมาไปพักผ่อน ตนจะเฝ้าไข้ให้เอง ไม่ทันไร สาระวารีรู้สึกตัวลืมตาขึ้น ษมาดีใจเข้าไปกุมมือถามจำตนได้ไหม เธอเอ่ยเรียกเขาอย่างอ่อนแรง จะขยับตัวร้องโอ๊ยด้วยความปวดระบม ษมาปรามอย่าขยับเพราะบาดแผลเต็มตัว หญิงสาวงงแผลอะไร

“ก็แผลจากโรงเก็บเรือระเบิดน่ะสิคุณ เจ็บแค่นี้ถือว่าปาฏิหาริย์มาก คุณนี่ก็หัวแข็งใช่เล่นนะ” พิพัชแขวะ

ษมาถามจำไม่ได้หรือ สาระวารีพยายามนึกจนปวดหัว ชายหนุ่มปรามอย่าเพิ่งคิดให้พักผ่อน เธอหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย พิพัชกระซิบจำไม่ได้แบบนี้ไม่ค่อยดี ษมาให้รอดูอาการ เขาออกมาคุยโทรศัพท์กับสมบูรณ์ให้จัดการงานแทน ถ้าลูกค้าคนไหนคุยไม่รู้เรื่องก็นัดใหม่วันหลัง เพราะตนไม่มีแก่ใจจะไปทำงาน ระหว่างนั้น มีพนักงานทำความสะอาดเข็นรถมาทำความสะอาดบริเวณนั้น พอษมาจะเดินกลับ คนทำความสะอาดก็ชักมีดออกมาจะแทงษมา ษมาหลบทันต่อสู้ดึงวิกผมคนทำความ สะอาดออก จึงรู้ว่าเป็นผู้ชายปลอมตัวมา มีพนักงานหญิงคนหนึ่งเข็นรถเข้ากระแทกช่วยคนร้ายหนีกันไปได้ ษมาฉุกคิดถึงสาระวารีจึงไม่ตาม รีบกลับไปห้องคนไข้

ooooooo

โศภีโวยวายว่าใครตัดหน้าทำร้ายษมาก่อนที่พวกตนจะลงมือ เธอมองดิตถ์อย่างสงสัย เขาปฏิเสธไม่ได้หักหลังร่วมมือกับใคร แต่ได้ยินมาว่าเป็นสมุนกำนันธง สงสัยอยากฮุบกาสิโนบ้าง

ทางโรงพยาบาลตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับษมา หมออเนกต้องยอมทำตามความต้องการของษมา ที่จะย้ายสาระวารีกลับไปที่เกาะยานกและให้พยาบาลพิเศษตามไปดูแลใกล้ชิด รวมถึงหมอเองก็ต้องไปตรวจทุกวัน โดยเขาจัดการเอาเฮลิคอปเตอร์มาเคลื่อนย้ายคนเจ็บให้กระเทือนน้อยที่สุด จากนั้นษมาก็ขอร้องจิณห์วราติดต่อสาระสะมาด้วย ส่วนที่สยามสารตนจะแจ้งข่าวเอง จิณห์วราถอนใจครั้งนี้จะทำให้เพื่อนรักเลิกสูบบุหรี่ได้หรือยัง

จันเลาได้รับรายงานก็สั่งเคลียร์พื้นที่เตรียมเฮลิคอปเตอร์ลง ลำแพงยิ่งหมั่นไส้อิจฉาแค้นใจ แลงร้อนรนเกรงสาระวารีบอกความจริงษมา ลำแพงตวาดตาเขียว

“อย่าปอดแหกนักเลยน่ะ ถ้าคุณษมารู้แล้ว แกกับฉันยังจะยืนลอยหน้าอยู่ตรงนี้ได้อีกเหรอ มีสมองน่ะหัดคิดซะมั่ง กลัวจนขี้ขึ้นสมองแล้ว”

“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะพี่”

“ก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น มันกลับมาที่นี่ก็ดี เกาะยานกจะได้เป็นหลุมฝังศพของมัน”...

ด้านสยามสาร บก.ไชยวัฒน์กำลังบ่นกับมีคณาที่สาระวารีเงียบหายไปติดต่อไม่ได้ โทษเพราะเริ่มมีแฟนก็เสียงานเสียการกันหมด มีคณาหลบตาเพราะมีชนักติดหลังเช่นกัน ไม่ทันไรษมาโทร.เข้ามา เธอรีบบอก บก.แล้วกดรับสาย พอรู้ข่าวเพื่อนรักก็ตกใจอย่างมาก

พอ บก.รู้เรื่องบ่นหูดับตับไหม้ ว่าเตือนแล้วเตือนอีกให้เลิกสูบบุหรี่ มีคณาแย้งว่าเพื่อนตนเลิกสูบตั้งแต่ไปทำงานที่ตราดแล้ว บก.ชักเอะใจ มีคณาขอไปเยี่ยมสาระวารี

“ไม่ได้ ทำงานเธอให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปดีกว่า ขืนเธอไปอีกคน ปิดเล่มไม่ทันแน่ๆคุณษมาเขาก็บอกว่าวารีปลอดภัยแล้ว วารีอยู่ในความดูแลของเขาไม่น่าเป็นอะไรแล้วล่ะ แต่ถ้าปิดต้นฉบับไม่ทัน คงมีหลายคนที่นี่ตายก่อนแน่นอน”

มีคณาจ๋อยกระชับแว่นตามความเคยชิน

ooooooo

ทางโรงพยาบาลส่งอรุณฉายมาเป็นพยาบาลพิเศษดูแลสาระวารี ษมาจัดห้องมีอุปกรณ์การแพทย์พร้อมสรรพ เขากำชับอรุณฉายถ้าต้องการพักทานข้าวหรือทำธุระส่วนตัวให้โทร.บอกคนอื่นเข้ามาอยู่แทน อย่าปล่อยสาระวารีไว้คนเดียว เธอรับคำเลี่ยงไปจัดยา ปล่อยให้ษมาเข้ามาดูแล เขากุมมือสาระวารีกระซิบพอได้ยินกันสองคน

“ตื่นเร็วๆนะวารี ผมอยากคุยอยากเถียงกับคุณใจจะขาดอยู่แล้ว”

จังหวะนั้น พิพัชเคาะประตูเข้ามา ษมารีบทำเป็นดูสายน้ำเกลือกลบเกลื่อน หันมาถามมีอะไร พิพัชเชิญไปคุยด้านนอก ษมาตามพิพัชออกไปแต่ไม่ลืมย้ำพยาบาลฝากสาระวารีด้วย

พิพัชให้ษมามาฟังจันเลาให้ข้อมูลที่ทำให้ไม่ไว้ใจแลง แต่ษมาไม่อยากเชื่อเพราะเท่าที่เห็น แลงทำงานแทบจะตายแทนตนได้ ไม่มีเหตุผลที่จะทำลายเกาะพระฮาม

“ก็เพื่อจะล่อคุณษมาไปพระฮาม แล้วทำร้ายคุณวารีไงครับ”

“ฉันยอมรับนะว่าเรื่องที่พระฮามมันดูเหมือนจะล่อฉันออกไปเพื่อทำร้ายวารี แต่ก็ไม่น่าใช่เจ้าแลง เพราะมันไม่มีความแค้นอะไรกับวารี แล้วก็มีคนเห็นวารีไปสูบบุหรี่จนเกิดระเบิดด้วยไม่ใช่เหรอ ทุกอย่างมันอาจจะเป็นแค่อุบัติเหตุก็ได้”

พิพัชเองก็ไม่อยากเชื่อ แต่เพราะคนที่บอกว่าเห็นสาระวารีสูบบุหรี่คือลำแพง ษมาหน้าเครียดยิ่งไม่อยากเชื่อว่าสองพี่น้องที่เป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงจะทำกับตน พิพัชว่าเขาไว้ใจสองพี่น้องมากเกินไป ษมาข้องใจว่าลำแพงจะทำเพื่ออะไร

“ก็ปกป้องน้องชายที่กำลังคิดไม่ซื่อกับคุณษมาน่ะสิครับ” พิพัชสันนิษฐาน

แต่จันเลาคิดว่ามีคนบงการเบื้องหลัง จ้างแลงให้ก่อเรื่อง ษมาครุ่นคิดทั้งสองเหตุผลแต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อซะทีเดียว

ระหว่างนั้น อรุณฉายกำลังเช็ดตัวให้สาระวารี ลำแพงเปิดประตูเข้ามา สายตามองอย่างเคืองแค้นทำทีซักถามอาการ อรุณฉายตอบว่า หมอจัดยาที่ทำให้ง่วง จึงหลับยาว ลำแพงแนะนำตัวว่าตนเป็นแม่บ้านที่นี่ แล้วเสนอตัวมาดูแลแทนเวลาที่จะออกไปทานข้าวหรือทำธุระส่วนตัว อรุณฉายดีใจขอรบกวนเลย ตนยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยง ลำแพงรีบบอกให้ไปที่ครัวจะมีคนจัดการให้หรืออยากสั่งอะไรพิเศษก็ได้ อรุณฉายรีบออกไป ลำแพงหันมาจ้องสาระวารียิ้มปากกระตุก

หลังจากฟังพิพัชกับจันเลา ษมาก็จับตามองแลงที่กำลังทำงานอยู่อย่างชั่งใจ พอแลงหันมาเห็นก็ทำทีถามไถ่ว่าทำงานที่นี่มานานหรือยัง ถ้าอยากออกไปอยู่ที่อื่นหรือมีใครชักชวน ตนก็ไม่ว่าอะไร แลงชักแขยงเกรงษมาสงสัย รีบขอรับใช้เขาจนวันตาย ไม่อยากไปอยู่ที่ไหนทั้งนั้น

ด้านลำแพง ลูบผมสาระวารีที่นอนหลับใหลด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เข่นเขี้ยว “หัวแข็งเหลือเกินนะแก แต่ก็โชคร้ายที่แกต้องกลับมาอยู่ในมือฉันอีกจนได้ เสียดายที่นังพยาบาลนั่นเห็นฉันอยู่กับแก ไม่งั้นป่านนี้แกได้ตายคามือฉันไปแล้ว”

ลำแพงจิกผมสาระวารี ก้มลงกระซิบข้างหู ร่างสาระวารีกระสับกระส่ายหายใจแรงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้ยินลำแพงสบถ

“ถึงแกจะรอดแกก็อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะฉันจะจับตาดูแกอยู่ตลอดเวลา ถ้าแกเปิดปากกับคุณษมาเมื่อไหร่ ฉันจะจัดการกับแกทันที แล้วก็ไม่ใช่แกคนเดียวแต่คุณษมาด้วย...แกคิดว่าฉันไม่กล้าล่ะสิ ใช่ ฉันรักคุณษมา แต่ถ้าฉันไม่ได้เขา แกก็อย่าหวังว่าจะได้เลย ฉันทำได้จริงๆแล้วฉันก็เคยทำมาแล้วด้วย เจ้าของคนเก่าของที่นี่ไง เขานอกใจฉันไปมีคนอื่นเหมือนคุณษมาไม่มีผิด มันคิดว่าอากาศบนเกาะทำให้มันป่วย มันไม่รู้เลยสักนิด ว่าฉันนี่แหละ ที่บันดาลให้มันเป็น”

ลำแพงหัวเราะอย่างคนเสียสติ จ้องมองสาระวารีด้วยความอาฆาตเกลียดชัง คิดถึงอดีตคราวที่พ่อทิ้งแม่กับพวกตนไปอยู่กับหญิงวัยกลางคนที่ใส่ทองอย่างกับตู้ทองเคลื่อนที่ แม่เสียใจจนเป็นลมล้มพับ...หลังจากนั้นหลายปีต่อมา เมื่อภูผาเข้ามาเป็นเจ้าของเกาะ เขามีท่าทีเหมือนชอบลำแพง เธอเคลิบเคลิ้มวาดฝันว่าจะได้เป็นคุณนายเจ้าของเกาะ แต่พอภรรยาของภูผามาปรากฏตัวขึ้น ภูผาแสดงออกว่ารักภรรยาตนมาก จนลำแพงเคียดแค้น แอบใส่ยาพิษในน้ำสมุนไพรให้เขากินจนร่างกายอ่อนล้าและตายในที่สุด

ลำแพงจ้องมองสาระวารีตาขวางหลังจากคิดถึงสิ่งที่ตนเคยทำ อรุณฉายกลับเข้ามาถามว่าสาระวารีเป็นอย่างไรบ้าง ลำแพงพูดเสียงราบเรียบว่า รู้สึกตัวขึ้นมาบ่นว่าปวดแผลแล้วหลับไป

“เอ๊ะ...รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ ยายังไม่น่าหมดฤทธิ์นะคะ จะปวดได้อย่างไร” อรุณฉายดูเวลา

“แต่คุณวารีบ่นว่าปวดจริงๆนะคะ คุณจะทำอะไรก็ทำซักอย่างเถอะค่ะ ฉันสงสารเธอ”

“งั้นเดี๋ยวฉันฉีดยาแก้ปวดให้อีกนิดละกันนะคะ” อรุณฉายหันไปเปิดกล่องหยิบขวดยา

ลำแพงทำเป็นขอให้ฉีดเยอะๆจะได้ไม่ปวดอีก อรุณฉายบอกว่าไม่ได้ถ้าให้เกินขนาดถึงตายได้ ว่าแล้วเธอ ก็ฉีดยาเข้าสายน้ำเกลือ ลำแพงมองอมยิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

นาฬิกาปลุกส่งเสียงขึ้นตอนตีห้า ษมาลุกขึ้นกดปิด เตรียมตัวไปเปลี่ยนเวรกับอรุณฉาย เขาเข้ามานั่งข้างเตียงสาระวารี ใช้มือแตะข้างแก้มและหน้าผากเธอ เพื่อเช็กดูว่ามีไข้หรือเปล่า อรุณฉายซึ่งนอนเฝ้าไข้ สะดุ้งตื่น ษมารีบจุ๊ปากเกรงรบกวนคนไข้

“ผมเอง...ผมเป็นห่วงวารีก็เลยเข้ามาดู ขอโทษนะที่ทำให้คุณตื่น”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ได้เวลาที่ดิฉันต้องตื่นอยู่แล้ว คุณแม่บ้านบอกว่า จะตั้งโต๊ะอาหารตอน หกโมงเช้า งั้นดิฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

“คุณไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยเถอะ เดี๋ยวผมดูแลวารีแทนให้เอง”

อรุณฉายยิ้มขอบคุณแล้วเดินออกไป ษมาหันมากุมมือสาระวารีรำพัน “ตื่นได้แล้ววารี จะขี้เซาไปถึงไหนครับ ผมอยากให้ทุกครั้งที่คุณตื่น ได้เจอหน้าผมเป็นคนแรก” ษมาจุ๊บมือ เฝ้ารอการตื่นของคนรัก

ลำแพงจัดโต๊ะอาหารอยู่ อรุณฉายเดินยิ้มเข้ามา ลำแพงรีบบอกว่าทานได้ตามสบาย ตนจะตามเด็กไปเฝ้าไข้สาระวารีแทน ว่าแล้วก็เดินยิ้มกริ่มออกไป อรุณฉายจะห้ามก็ไม่ทัน

“อ้าว ไปซะแล้ว กำลังจะบอกว่าไม่ต้องให้ใครไปอยู่เป็นเพื่อนคุณวารีก็ได้ค่ะ”

“ทำไมล่ะครับ คุณษมาสั่งเอาไว้ไม่อยากให้คุณวารีอยู่คนเดียวนี่ครับ” แลงสงสัย

“ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คุณวารีไม่ได้อยู่คนเดียวนี่คะ คุณษมาเธอตื่นมาอยู่เป็นเพื่อนแต่เช้าตรู่เลยล่ะค่ะ”

แลงหน้าซีดเผือด กลัวแผนลอบฆ่าของลำแพงจะแตก แล้วตัวจะซวยไปด้วย...ขณะที่ลำแพงเดินหน้านิ่ง คอตั้งมาถึงหน้าห้องสาระวารี มองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็น ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป เห็นหญิงสาวนอนให้น้ำเกลืออยู่ลำพัง เธอจ้องเขม็งยิ้มมุมปากกดล็อกประตู

ระหว่างนั้น ษมาออกมาคุยโทรศัพท์กับ บก.ไชย-วัฒน์ที่ห้องทำงานถึงอาการบาดเจ็บของสาระวารี  บก.บ่นเสียดายที่ติดงานไม่อาจไปดูแลได้ ษมารีบย้ำไม่ต้องห่วง ตนจะดูแลอย่างดีที่สุด แล้วขอคุยกับมัทนา บก.โอนสายไปให้ เมื่อมัทนารู้เรื่องสาระวารีก็ตกใจมาก...

มัทนาเข้ามาปรึกษากับ บก.ขอลาพักร้อนไปตราดหาสาระวารีวันนี้ บก.อนุมัติทันที แถมเซ็นเบิกค่าใช้จ่ายให้อีกด้วย มัทนาขอบคุณจะออกไป

“เดี๋ยวมัท...ผมขอสั่งคุณ สั่งเด็ดขาดเลยนะ ถ้ามีข่าวคืบหน้าอะไร โทร.บอกผมทันที ผมต้องการรู้ข่าวทุกระยะไม่ว่าจะดีหรือว่าร้าย”

มัทนารับคำน้ำตาซึม บก.ย้ำให้ระวังตัว

ooooooo

ขณะเดียวกัน ลำแพงยิ้มย่องมองสาระวารีด้วยสายตาอำมหิต เข่นเขี้ยว “ใจจริงฉันอยากให้แกตายอย่างทรมานช้าๆ สาสมกับความหน้าด้านของแก แต่ก็นับเป็นบุญของแก ที่แกจะได้ตายสบายขึ้นหน่อย”

ลำแพงเดินไปเปิดกล่องหยิบยาแก้ปวดขึ้นมา ตั้งท่าจะฉีดเข้าสายน้ำเกลือ กะให้ดูเหมือนได้ยาเกินขนาด เข่นเขี้ยว “จบสิ้นกันซะทีอีตัวมาร”

ทันใด มีเสียงเคาะประตู ลำแพงชะงักตกใจ เสียงษมาดังขึ้น “ล็อกห้องทำไม เปิดประตูห้องเดี๋ยวนี้”

ลำแพงปั้นหน้ายิ้มเปิดประตู พอษมาถามล็อกทำไม เธอรีบขอโทษอ้างว่ามันชินมือ

“เข้ามาทำอะไร”

“คุณพยาบาลไปทานข้าว ดิฉันเลยมาอยู่เป็นเพื่อนคุณวารี”

“แล้วเขาไม่ได้บอกเธอเหรอ ว่าฉันอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”

ลำแพงแอบโมโห ทำไมไม่บอกก่อน ทำยิ้มกลบเกลื่อนว่า อรุณฉายคงลืม ษมาไม่ติดใจอะไร เดินมาจับแขนแตะหน้าผากสาระวารีอย่างห่วงใย ลำแพงมองด้วยความอิจฉาริษยาสุดๆ ษมายังสั่งให้เธอเตรียมอาหารมาให้ตนที่ห้องนี้ตอน 8 โมง ลำแพงรับคำอย่างเคืองแค้น

ด้านอรุณฉายรีบทานข้าวเพื่อกลับไปดูแลสาระวารี แลงพยายามถ่วงเวลาให้เธออยู่นานๆด้วยการเอาขนมหวานมาให้และชวนคุย อีกใจก็กังวลว่าพี่สาวจะเจอกับษมาหรือไม่

ษมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ใกล้ๆ สาระวารี ลำแพงยังไม่ออกไปไหนยืนกระสับกระส่ายไม่ห่าง ษมาเหลือบมองจึงบอกว่า “มีงานอะไรก็ไปทำได้นะ ไม่ต้องอยู่ช่วยฉันหรอก เดี๋ยวคุณพยาบาลเขาก็มาแล้ว”

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเสร็จงานหมดแล้ว เหลือรอยกสำรับอาหารเช้าให้คุณษมาตอน 8 โมง เท่านั้นเองค่ะ”

ไม่ทันไร สาวใช้เคาะประตูเปิดเข้ามารายงานษมาว่า พิพัชให้มาเรียนว่าของส่งครบแล้ว เขาจะไปพระฮามเลย ษมารีบฝากลำแพงเฝ้าสาระวารีไว้จนกว่าอรุณฉายจะมา ลำแพงยิ้มย่อง แต่แล้วต้องชะงักหุบยิ้ม เมื่อษมาสั่งสาวใช้

“เธออยู่ในห้องนี้ก่อน เดี๋ยวลำแพงต้องออกไปเตรียมอาหารให้ฉัน จะได้มีคนเฝ้าคุณวารี”

สาวใช้รับคำ ลำแพงสีหน้าเจ็บใจ พอษมาออกไป ก็หันมาสั่งสาวใช้อีกที

“ไปเอาผ้ามาถูพื้นหน่อย ไม่รู้อะไรหกเหนียวไปหมดตรงเนี้ย”

“ค่ะคุณแม่บ้าน” สาวใช้รับคำก้มหน้าออกไป

ลำแพงจิกตามองด้วยแววตาอำมหิต ในที่สุด โอกาสมาถึงจนได้...

ooooooo

ตอนที่ 8

ถึงเวลาต้องไปทำงาน สาระวารีค่อยๆย่อง ออกจากห้อง ลงบันไดมองซ้ายมองขวา ไม่มีใครก็วิ่งปรู๊ดไปใส่รองเท้าจะออกจากบ้าน พิพัชเห็นวิ่งมาคว้าแขนไว้ทั้งสองเถียงกันเสียงดัง พิพัชจะไปส่งแต่หญิงสาวไม่ยอม พิพัชว่าตนไม่ได้อยากทำนักหรอกถ้าเจ้านายไม่สั่ง

“นายไม่ต้องเอาชื่อคุณษมามาอ้างเลย เขายังไม่มีปัญญาบังคับฉันได้ แล้วนายคิดว่าตัวเองเป็นใคร”

พิพัชเคืองอยากถูกจับไปเชือดอีกก็ตามใจ ตนจะได้กลับเกาะไม่ต้องมาทนอยู่ หญิงสาวเหยียดปากหมั่นไส้ ตนต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องทน...พิพัชมองตามหลังสาระวารีที่ดื้อดึงออกไป เขาส่ายหน้าเดินมาหาสาระสะมา ซึ่งกำลังทำอาหารเช้าอยู่ในครัว เธอถามว่าทะเลาะอะไรกัน

“น้องสาวคุณนี่เอาแต่ใจจริงๆนะครับ ผมจะไปส่งที่ทำงานก็ไม่ยอม ดื้อมาก เกิดเรื่องขึ้นมาแล้วจะรู้สึก”

“วารีเขาเป็นแบบนี้ล่ะค่ะ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ มั่นใจตัวเองมาก ใช้อารมณ์นำไปก่อน เหตุผลค่อยคิดตามทีหลัง”

“เหมือนจะต่างกับคุณเยอะนะครับ” พิพัชมองเธอปลื้มๆ

ด้าน สาระวารีมาถึงบริษัทเห็น บก.ไชยวัฒน์และมีคณากำลังจับกลุ่มนินทาตนอยู่กับเพื่อนนักข่าว ก็หน้าหงิกหน้างอ บอกมีคณาว่าวันนี้ตนอารมณ์ไม่ดี บก.เอ่ยถามใครไปขัดใจ

“เรื่องมันยาวค่ะ บก.แต่เล่าสั้นๆมีแขกไม่ได้รับเชิญมาอยู่ที่บ้าน”

มีคณายื่นสยามสารรายสัปดาห์ ปกเป็นรูปเหมือนของษมาให้ สาระวารีตื่นเต้น ไหนว่าจะลงอาทิตย์หน้า บก.ว่ากลัวเจ้าพ่อโดนเก็บเสียก่อน ขี้เกียจแก้บทความอีกรอบ สาระวารีบ่นใจร้าย

“เธอทิ้งประเด็นร้อนไว้ในบทความขนาดนี้ เดี๋ยวคงมีพวกเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเปิดกาสิโนออกมาถกเถียงกันยกใหญ่แหละ” มีคณาชื่นชม

“ก็ดี อีตาเจ้าพ่อนั่นจะได้รู้ตัวว่ามีกลุ่มคนที่ต่อต้านมากน้อยแค่ไหน ไม่ได้มีแต่คนเห็นดีเห็นงามไปกับตัวซะหมดหรอก” สาระวารีเปิดหนังสือดูสีหน้าหมั่นไส้

บก.และมีคณาแอบสบตากันเหมือนอ่านใจสาระวารีออกว่าปากร้ายแต่ใจรักเขาไปแล้ว

ooooooo

ขณะที่โศภีนั่งอ่านคอลัมน์สัมภาษณ์ษมาในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งที่ตราด ด้วยสีหน้าไม่พอใจจู่ๆก็มีมือมาหยิบหนังสือไปอ่านบ้าง เธอหันมอง พอเห็นว่าเป็นษมาก็รีบปั้นหน้ายิ้มหวาน

“อ้าว คุณนั่นเอง นั่งก่อนสิคะ...ขึ้นฝั่งมาทำอะไรคะเนี่ย”

“ผมต้องอยู่จัดการงานศพให้คนขับรถของผมน่ะครับ เขารับเคราะห์แทนผม เพราะรถยนต์ถูกลอบวางระเบิด”

โศภีทำทีตกใจ เห็นอกเห็นใจแต่หลบสายตา แล้วเปลี่ยนเรื่องมาชวนคุยถึงคอลัมน์สัมภาษณ์เขา ว่าลงแต่เรื่องดีๆ สมกับที่มีสายสัมพันธ์อันดีต่อนักข่าว

“ผมก็พยายามดีกับทุกคนนั่นแหละ ไม่เคยอยากเป็นศัตรูกับใครเลย มีแต่คนอื่นอยากเป็นศัตรูกับผมมากกว่า” ษมาจ้องหน้าโศภี

โศภียิ้มกลบเกลื่อน จับมือเขาทำห่วงใย “ช่วยไม่ได้นี่คะ ผลประโยชน์ใครๆก็อยากได้ เมื่อมันมาหาเองไม่ได้แล้ว ก็ต้องแย่งชิงเป็นธรรมดาก็อย่างที่โศเคยเตือนคุณไว้ไงคะ ถ้าไม่อยากเสี่ยงตกเป็นเป้า ก็ถอยออกมาซะดีกว่า เงินทองที่คุณมีอยู่ตอนนี้ ใช้ไปถึงชาติหน้าก็ไม่หมด จะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวอีกทำไม”

“แต่ผมคิดมุมกลับนะโศ มันไม่ใช่ผมเสี่ยงคนเดียวหรอก ศัตรูของผมก็เสี่ยงไม่แพ้ผมเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส ว่าจะเป็นของใครมากกว่า เพราะฉะนั้นใครอย่าพลาดก็แล้วกัน” ษมายื่นมือมากุมมือเธออีกที ยิ้มๆมีเลศนัย ทำเอาโศภีแหยงอยู่ไม่น้อย

โศภีเดินออกจากร้านมาขึ้นรถที่ลูกน้องรอเปิดประตูรับ ทันทีที่สตาร์ตรถ เสียงระเบิดดังตูม ควันพุ่งออกตลบอบอวล ลูกน้องสองคนวิ่งออกจากรถตามสัญชาตญาณ พอควันจางลง เห็นโศภีนอนหมอบอยู่เบาะหลังกรีดร้องด้วยความกลัว พอรู้สึกตัว

ว่ายังไม่ตายก็ลุกพรวดลงจากรถ สีหน้าช็อกไม่หาย อารามรีบส้นสูงพลิกล้มคว่ำลง เงยหน้ามาเห็นคนมุงดู ษมาเดินหน้านิ่งออกมาจากร้าน ยืนมองด้วยสีหน้านิ่งเฉย หญิงสาวกลืนน้ำลายเอื้อก รู้ทันทีว่าษมาเอาคืนตนได้ไม่ยาก

ooooooo

บนเกาะยานก ลำแพงเล่นงานแลงที่แอบกินผลไม้แพงๆของษมา ทั้งที่ตัวเองเป็นเพียงคนรับใช้ แลงสุดทนโต้กลับ ไหนพี่บอกว่าตนจะได้เป็นเจ้าของเกาะไม่ใช่ษมา

“ฉันอดคิดไม่ได้จริงๆจ้ะพี่ ตอนนั้นถ้าพ่อไม่หมดตัว เราก็ไม่ต้องขายเกาะนี้ไป พี่กับฉันก็ต้องได้เรียนหนังสือสูงๆ ไม่ต้องมาเป็นขี้ข้ารับใช้เขาอยู่แบบนี้หรอก”

“เรื่องมันผ่านไปนานแล้วน่าเจ้าแลง ตอนนี้ เจ้าของเกาะยานกคือคุณษมาไม่ใช่พวกเรา แค่ได้กลับมาอยู่ที่นี่แกก็น่าจะพอใจได้แล้ว”

“พี่ก็ดีแต่พูดให้ฉันพอใจ แล้วทุกวันนี้ พี่พอใจ แล้วจริงเหรอ” แลงยิ้มหยันอย่างรู้ทัน

ลำแพงตากร้าวขึ้น นึกถึงอดีตที่ผ่านมา ครั้ง

พ่อตาย ตนจำต้องขายเกาะนี้ให้แก่ภูผาทำรีสอร์ต เขายินดีรับเธอและน้องชายเป็นคนงานที่เกาะ ภูผามีท่าทีสนใจลำแพง จนเธอหลงเพ้อว่าเขาจะยกย่องตัวเองเป็นนายหญิงของที่นี่ แลงพยายามเตือนว่าภูผามีเมียแล้ว เขาไม่อยากให้เมียมาลำบากตอนก่อสร้าง แต่เมื่อใดที่รีสอร์ตสร้างเสร็จ เมียของเขาก็ต้องมาอยู่...

ลำแพงรดน้ำต้นไม้ไปครุ่นคิดเรื่องในอดีตไปด้วยความเก็บกด พลันเหลือบไปเห็นต้นการะเกดที่ษมาปลูก ก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที ไม่ยอมรดน้ำให้มัน ษมากลับมาถึงทักทายว่าขยันจริง ลำแพงสะดุ้งที่เขากลับมาเงียบๆเขาเอ่ยถามว่าไปงานศพเหวียงบ้างหรือยัง เธอว่ายังไม่มีโอกาส

“งั้นพรุ่งนี้ไปพร้อมกับฉันเลยสิ มีเสื้อผ้าใส่ไปงานไหม ไม่มีเดี๋ยวฉันออกค่าใช้จ่ายให้”

ลำแพงยิ้มปลื้มที่ษมาชวน วาดฝันจะได้ออกงานเคียงคู่กับเขา เธอรีบกลับเข้าห้อง ค้นเสื้อผ้าในตู้มาลองสวมใส่ แลงแปลกใจที่พี่สาวเงียบไปจึงพรวดพราดเข้ามาในห้อง เห็นพี่สาวใส่ชุดดำหรูก็แปลกใจ ลำแพงเอ็ดที่เข้ามาไม่เคาะประตู แลงถามว่าเอาชุดสวยๆมาจากไหน

“ฉันก็ซื้อสะสมเอาไว้เรื่อยๆฉันเป็นคนเตรียม พร้อมอยู่เสมอ แกก็รู้ดีนี่ ดูอย่างวันนี้สิ คุณษมาชวนฉันออกงานปุบปับ ถ้าฉันไม่เตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อมตลอดเวลา ฉันจะหาชุดสวยๆที่ไหนมาใส่ให้คู่ควรออกงานเคียงข้างกับคุณษมาล่ะ” ลำแพงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าให้เห็นว่า ตนมีเสื้อผ้าสวยๆหลายรูปแบบ ขาดแต่ชุดแต่งงานเท่านั้น

“มิน่าล่ะ ทำงานมาทั้งชีวิต ถึงได้มีเงินเก็บเหลืออยู่เท่านี้”

“ฉันยกให้แกไปใช้หนี้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว ยังจะมาพูดมากอีก” ลำแพงแหวใส่

แลงเปรยว่ายังไม่เข็ดอีกหรือ ลำแพงหันมามองเรื่องอะไร แลงโพล่งออกมาว่า เข็ดกับเจ้าของเกาะที่มีเมียอยู่แล้ว ลำแพงกราดเกรี้ยวเข้าบีบคอแลงทันที

“หุบปากนะไอ้แลง อย่าเอาคุณษมาไปเทียบกับไอ้เวรนั่น”

“แต่คุณษมาเขาไม่ได้คิดอะไรกับพี่”

ลำแพงบีบคอน้องชายอย่างแรงก่อนจะผลักกระเด็นไป แลงไอแค่กๆมองพี่สาวที่ดูมีอาการทางจิตด้วยสีหน้ากลัวๆลำแพงหันกลับมามองตัวเองในกระจก เปลี่ยนเป็นยิ้มปลาบปลื้ม

ในขณะที่ษมาพยายามโทรศัพท์หาสาระวารี

แต่เธอไม่ยอมรับสาย มีคณาเห็นหน้าจอ แปลกใจถามเพื่อน ดูเขาก็จริงใจด้วยทำไมยังตั้งข้อรังเกียจอีก สาระวารีหน้าเครียด สารภาพกับเพื่อนว่า ตนเกลียดการพนันเข้าไส้ แล้วจะให้คบกับเจ้าของบ่อนได้อย่างไร

“เธอก็เลยเลือกที่จะตัดใจจากเขาแทน”

“ตัดจงตัดใจอะไร อย่าเลือกใช้คำสร้างกระแสแบบนักข่าวหน่อยเลย”

มีคณาโต้ว่าก็ตนเป็นนักข่าว ความจริงตนไม่รู้จะแนะนำอย่างไร เพราะตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน แต่ตนก็ยังเชื่อว่า ทุกคนมีทั้งข้อดีข้อเสีย ถ้าเราจะยอมรับใครซักคนเข้ามาในชีวิตต้องรับทั้งข้อดีข้อเสียของเขา ขนาดตัวเรายังทำให้ดีพร้อมทุกอย่างไม่ได้เลย

“ฉันเข้าใจ แต่ข้อเสียของเขา มันเป็นสิ่งที่เขาเลือกตัดทิ้งออกไปได้นี่นา การที่เขาไม่ยอมตัดมัน ก็แปลว่าฉันสำคัญน้อยกว่ากาสิโนของเขา”

“เธอกำลังจะบอกว่า เขาผิดเพราะให้ความสำคัญกับความฝันทั้งชีวิตของเขา มากกว่าความสุขของเธอใช่ไหม”

สาระวารีมองหน้าเพื่อนเสียงอ่อยที่พูดเสียตนดูเป็นคนเห็นแก่ตัวมาก มีคณาว่าตนพูดจากข้อเท็จ จริง สาระวารีถอนใจ บ่นถ้าย้อนเวลาได้ เราสองคนไม่น่าไปทำข้าวให้ต้องเจอสองคนนั่นที่ทำให้ชีวิตพวกเราต้องปวดหัว มีคณาก็ถอนใจ ต้องยอมรับความจริงว่ามันย้อนเวลาไม่ได้

ooooooo

ค่ำวันนั้น สาระวารีกลับมาบ้าน เห็นพิพัชกำลังคุมช่างติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆของบ้าน เธอแกล้งแขวะ พวกตนไม่ใช่ลูกแฝดเศรษฐีหมื่นล้าน ถึงต้องทำขนาดนี้ พิพัชโต้ว่า ทำตามคำสั่งษมาที่ห่วงเธอมาก สาระวารีบ่นเป็นญาติฝ่ายไหนของตนไม่ทราบ

“คุณนี่พูดจาไม่น่ารักเอาซะเลย”

“ฉันก็ไม่ได้อยากให้คุณหรือว่าเจ้านายคุณมารักฉันนี่...ช่วยพาคนของคุณออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันเหนื่อยอยากพักผ่อน”

พิพัชถอนใจบอกช่างว่าเจ้าของบ้านไม่ให้ติดตั้ง ก็ให้คิดค่าเสียเวลามา ช่างเดินจ๋อยกลับไป สาระสะมาเดินหน้าซีดมาหาพิพัช เพราะเพิ่งอาเจียนจากอาการอาหารเป็นพิษ พิพัชประคองเธอมานั่งที่โซฟา สาระวารีเห็นไม่พอใจ เธอโทร.ไปโวยวายษมา จนเขาต้องเอาโทรศัพท์ออกห่าง

“ค่อยๆพูดเบาๆก็ได้วารี ผมยังไม่แก่ขนาดหูตึงหรอกนะครับ”

“คุณลองมาเป็นฉันบ้างไหมล่ะ ดูซิว่ายังใจเย็นอยู่ได้ไหม” สาระวารีน้ำเสียงโกรธจัด

ษมาขอร้องอย่าโกรธพิพัชเลย เพราะเขาทำตามคำสั่งตน สาระวารีโพล่งออกมาว่า ให้จีบพี่สาวตนด้วยหรือ ษมาหัวเราะ ใจคอจะไม่ให้คนปิ๊งปั๊งกันบ้างหรือ หญิงสาวยิ่งโกรธหาว่าเขาเข้าข้างลูกน้อง ษมาพยายามอธิบาย

“ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต่คุณคิดดูนะ ของอย่างนี้มันตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก ถ้าเขาจะชอบจะจีบกัน มันใช่ความผิดของผมเหรอ”

สาระวารีพาลให้เขาโทร.สั่งพิพัชห้ามยุ่งกับพี่สาวตน ษมาว่ามันเรื่องส่วนตัวของพิพัช หญิงสาวเสียงกร้าว ถ้าไม่ทำตนจัดการเอง ษมายิ้มขำที่พิพัชเกลียดตัวกินไข่เข้าเสียแล้ว

วันรุ่งขึ้น พิพัชกำลังเช็ดรถอยู่หน้าบ้าน สาระวารีเดินเข้ามาเอากระเป๋าสะพายฟาดใส่กลางหลังเขา พิพัชงงโวยว่านอนไม่เต็มอิ่มหรืออย่างไร หญิงสาวหาว่ากินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ทำเป็นไม่เข้าใจ พิพัชยิ่งงง สาระวารีบอกเขาว่า พี่สาวตนเข้าใจยากกว่าตนเสียอีก

“แล้วพี่สาวคุณมาเกี่ยวอะไรด้วย”

สาระวารีเคืองเอากระเป๋าฟาดอีก คราวนี้พิพัชไม่ยอม ล็อกตัวเธอไว้ หญิงสาวโวยวายให้เลิกยุ่งกับพี่สาวตน พิพัชชะงัก “นี่คุณคิดว่าผมจีบพี่สาวคุณเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ”

“นี่คุณ คุณกับพี่สาวหน้าเหมือนกันยังกะแกะ ผมพิศวาสไม่ลงหรอก กลัวหลอนมากกว่า ผมตั้งใจจะเป็นพ่อสื่อให้พี่สาวคุณกับคุณษมาตะหาก”

“ว่ายังไงนะ” สาระวารีตกใจ

“คุณได้ยินไม่ผิดหรอก พี่สาวคุณทั้งฉลาด ใจเย็น ใช้เหตุผลมาก่อนอารมณ์ เป็นแม่บ้านแม่เรือน แถมยังเข้มแข็งกว่าที่เห็นซะอีก เหมาะที่จะยืนเคียงข้างคุณษมามากที่สุดแล้ว”

สาระวารีอึ้ง พิพัชตอกย้ำว่า ษมาคงชอบหน้าตามากกว่านิสัย พี่สาวเธอคงมาแทนที่ไม่ยาก เพราะถึงอย่างไร เธอก็ยอมรับเรื่องกาสิโนไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็อย่าคิดกันท่าคนอื่น โดยเฉพาะพี่สาวแท้ๆของตัวเอง หญิงสาวเถียงไม่ออก ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก

ooooooo

พอมาทำงาน สาระวารีปรับทุกข์กับมีคณา เธอขำที่เพื่อนเจอคู่แข่งสมน้ำสมเนื้อจนได้ ไม่รู้ว่าษมาถูกลูกน้องไซโคจะเสียศูนย์บ้างไหม ท่าทางสาระวารีเครียดจนเห็นได้ชัด

“ตรรกะของนายนั่นมันใช้ได้เหรอ คนอายุอานามขนาดนายษมา คงไม่ได้ชอบใครที่แค่รูปร่างหน้าตาหรอก...”

มีคณาเหล่มอง “ตกลงนี่เธอหวงพี่สาวหรือว่าหึง กลัวคุณษมาจะชอบพี่สาวเธอกันแน่จ๊ะ”

สาระวารีดีดติ่งหูมีคณาร้องโอ๊ย...โทษฐานพูดไม่เข้าหู มีคณาหันมาพูดจริงจัง ในเมื่อไม่ชอบการพนันจนยอมรับษมาไม่ได้ ก็อย่าปิดโอกาสเขาที่จะมองหญิงอื่น เลย สาระวารีโอดครวญ

“แต่ผู้หญิงคนนั้นคือพี่สาวของฉันนะ”

“ก็ใช่ แต่เธอกับคุณษมาก็ยังไม่ใช่แฟนกันซะหน่อย ยังไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงไหนเลยด้วยซ้ำ แล้วถ้าเขาจะเปลี่ยนใจ หรือพี่เธอจะหันมามองคุณษมาบ้าง ก็ไม่ผิดตรงไหนนี่” มีคณาจงใจพูดให้เพื่อนเผยความ รู้สึกออกมา เพื่อยอมลดอคติและเปิดใจตัวเองมากขึ้น

ระหว่างนั้น พิพัชพาสาระสะมาออกมาเดินซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเขาพยายามพูดให้เธอสนใจษมา แต่หญิงสาวรู้ทัน ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล พิพัชขอให้รับพิจารณาไว้ก่อน

“คงไม่ได้หรอกค่ะ”

“ทำไมล่ะครับ”

“ข้อแรก ฉันไม่ได้ชอบคุณษมา และข้อสองคุณษมาชอบน้องสาวฉัน”

“แต่ผู้หญิงคนนั้น...เอ่อ คุณวารีไม่เหมาะกับคุณษมาในทุกๆด้าน คุณวารีทั้งใจร้อน แข็งกระด้าง เกลียดการพนันเข้ากระดูกดำ จะอยู่กันเข้าไปได้ยังไง ผมยังมองไม่เห็นทางออกเลย”

“ดูคุณจะรักเจ้านายคุณมากเลยนะคะ”

“ครับ คุณษมามีบุญคุณกับผมมาก แล้วเราก็ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้าคุณษมาคิดจะมีใครซักคน ผมก็อยากให้เขาได้คนที่เพียบพร้อมอย่างคุณ”

สาระสะมาย้อนว่า ไอ้ความเพียบพร้อมที่ว่าไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะอยู่กันยืด มันอยู่ที่เข้ากันได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าษมาชอบผู้หญิงสวยคงหันไปสนใจโศภีแล้ว แต่นี่เขาชอบสาระวารี ไม่เชื่อให้คอยดูต่อไป พิพัชได้แต่ถอนใจยาว...

ooooooo

และแล้วโศภีกับดิตถ์ก็เล่นงานษมาอีกครั้ง

ด้วยการแอบเอายาบ้าใส่รถขนสินค้าของบริษัทษมา ทำให้ถูกจับ ตำรวจมาเชิญตัวษมาไปสอบปากคำถึงเกาะยานก ษมาจึงให้ลำแพงเป็นตัวแทนไปงานศพเหวียง ลำแพงแค้นใจที่ไม่ได้ออกงานคู่กับเขา

พิพัชขับรถมาจอดรอสาระวารีหน้าสำนักพิมพ์ เพื่อบอกว่าตนจะกลับเกาะ หญิงสาวรู้ข่าวก่อนแล้วกำลังจะไปหาษมาเช่นกัน จึงขอเดินทางไปด้วย พิพัชอดถามไม่ได้ว่าเธอจะไปทำไม

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันมั่นใจว่าคนอย่าง เจ้านายคุณ ไม่มีวันค้ายานรกเด็ดขาด มันต้องมีใคร ซักคนจงใจใส่ร้ายเขาแน่ๆ”

“ขอบใจที่เชื่อใจคุณษมา แต่อย่าไปเลย คุณไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก”

หญิงสาวยอมรับว่าตนช่วยอะไรไม่ได้ แต่อยากแสดงน้ำใจ ตนสัญญาจะไม่ทำตัววุ่นวาย พิพัชเริ่มเห็นความจริงใจของเธอ ระหว่างทาง สาระวารี โทร.บอกสาระสะมาให้ช่วยโทร.ลางาน บก.ที สาระสะมารู้ทันว่าให้โดนด่าแทน อดถามไม่ได้ว่าจะไปนานแค่ไหน ห่วงษมามากขนาดนี้เชียวหรือ แฝดผู้น้องอึกอัก อ้างต้องรีบเดินทาง แล้ววางสายไป สาระสะมาพึมพำกับตัวเองว่าน้องจะหนีใจตัวเองไปทำไม

ooooooo

คืนนั้น ษมากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟาบ้านพักที่ตราด ท่าทางเขาเหนื่อยใจ เสียงเคาะประตูทำให้เขาคิดว่าเป็นลูกน้องเอาอาหารเข้ามา จึงบอกให้วางไว้ ตนอยากอยู่คนเดียว เสียงสาระวารีดังขึ้นว่า ถ้าอย่างนั้นตนจะได้กลับ ษมาลืมตาโพลงขึ้นด้วยความดีใจ

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณจะมา นี่ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหมครับเนี่ย”

สาระวารีค้อนแก้เขิน แล้วถามเขาถึงความคืบหน้าของคดี ชายหนุ่มตอบว่าหนักเอาการเพราะเจอยาในรถบริษัทตน คนขับก็คนของตน งานนี้ต้องสู้กันยาว แต่ตนห่วงกาสิโนมากกว่า

“ถ้าฉันเดาไม่ผิด คนที่สร้างเรื่องใส่ร้ายคุณ น่าจะหวังผลให้คุณถูกยกเลิกสัมปทาน”

“ใช่ แทนที่จะเอาชีวิตผมก็หันมาใช้วิธีนี้แทน ผมเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน”

“ถึงฉันจะมีความคิดต่อต้านการสร้างกาสิโนของคุณ แต่ฉันก็ทนเห็นคุณโดนใส่ร้ายป้ายสีแบบนี้ไม่ได้หรอกนะคะ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง แต่ถ้าคุณต้องการให้ฉันทำอะไรก็บอกมาเลยนะคะ”

“ได้ยินแบบนี้ผมมีกำลังใจสู้ขึ้นเยอะเลย ขอบคุณมากนะวารีที่ยังไม่ทิ้งผม” ษมายิ้มปลื้ม

พิพัช จันเลาและสมบูรณ์แอบมองผ่านช่องประตู ยิ้มดีใจที่เจ้านายดูมีความสุขขึ้น...จากนั้น ทั้งสามปรึกษากัน สมบูรณ์ไปสืบได้ความมาว่า มีคนน่าสงสัยอยู่สองคน สุชาติกับทวีคนงานที่โรงงาน เมื่ออาทิตย์ก่อนถูกจับได้ว่ายักยอกของบริษัทไปขายตลาดมืด จึงโดนไล่ออกตนตามไปที่บ้าน ทั้งสองคนหนีไปแล้ว สมบูรณ์ขอให้พิพัชตามเรื่องคนที่มาขอยกเลิกสัมปทานกาสิโน เพราะคนนั้นแหละเข้าข่ายตัวบงการที่สุด

รุ่งขึ้น พิพัชมารายงานษมาว่า โศภีเป็นคนแรกที่ยื่นเรื่องคัดค้านสัมปทาน สาระวารีรีบถามว่าจะลงมติเมื่อไหร่ พิพัชตอบว่าสักสองสามวัน แต่คนที่เข้าใจเรามีเยอะ น่าจะถ่วงเวลาออกไปได้ซักเดือน ษมาครุ่นคิดชั่วครู่ วางแผนทันที

“ทางฝั่งโน้นก็ปล่อยให้เขาจัดการไปตามนั้น แต่ สำหรับทางเรา รีบปล่อยข่าวลือให้ทั่วเลยว่า ฉันถูกตัดสิทธิ์สัมปทานแล้ว โศภีคือผู้ได้รับสัมปทานกาสิโนที่เกาะ พระฮามแทน”

บ่ายวันนั้น ดิตถ์นั่งรถมากับโศภี รอประตูบ้านเปิดเพื่อเอารถเข้า ดิตถ์บ่นเซ็งๆเมื่อไหร่จะมีอิสระไปไหนมาไหนได้เสียที โศภีแอบหงุดหงิดบอกว่าคดีของเขาไม่ใช่คดีเล็กๆ รอสักระยะค่อยเข้ามามอบตัว แล้วทำตามที่ตนบอก ทันใด...มีมอเตอร์ไซค์มาจอดเทียบ มือปืนชักปืนจ่อยิงดิตถ์ตกใจดึงโศภีขึ้นบังตัว หญิงสาวกรีดร้องลั่น ลูกน้องโศภีกรูออกมา มือปืนรีบซิ่งหนี

เข้ามาในบ้าน โศภีโวยวายทุบตีดิตถ์ที่ดึงตนเป็นโล่บังกระสุน ดิตถ์อ้างรู้ว่ารถเธอกันกระสุนได้ จังหวะนั้น ษมาโทร.เข้ามา ดิตถ์บอกให้เปิดสปีกเกอร์โฟน โศภีทำเสียงอ่อนหวาน

“สวัสดีค่ะษมา มีธุระอะไรสำคัญเหรอคะ ถึงโทร.มาหาโศได้”

“ได้ข่าวว่าคุณถูกลอบยิงเหรอครับโศ เป็นยังไงบ้างล่ะ”

“ฉันเพิ่งถูกลอบยิงไม่ถึงสิบนาที คุณรู้ได้ยังไง” โศภีเสียงกร้าวเข้าใจว่าฝืมือเขา

ษมาหัวเราะดักคอว่าไม่ใช่ฝีมือตน แต่เป็นเพราะข่าวเธอกำลังดัง ว่าเธอได้สัมปทานกาสิโนแทนตน โศภีตาเหลือกไม่รู้เรื่อง ษมาทำตกใจให้เธอตามไปอธิบายกับทุกคน เพราะมีคนเชื่อข่าวนี้อยู่เยอะ รวมทั้งพวกโลภมาก ตนจะช่วยสวดมนต์ให้พระคุ้มครอง ษมาวางสายยิ้มๆ

ดิตถ์ว่าซวยแล้วที่เธอโดนษมาย้อนศร ให้รีบหาที่ซ่อนตัวดีกว่า ตนก็ต้องรีบไปเพราะที่นี่ไม่ปลอดภัยเสียแล้ว โศภีเข่นเขี้ยวเจ็บใจ

ษมาเดินหัวเราะมาเห็นสาระวารีทำหน้าเซ็ง จึงถามไม่ดีใจหรือที่ตนเอาคืนได้ หญิงสาวค่อนขอด ตนไม่น่าตื่นตูมมาหาเขาเลย เพราะดูท่าเขาก็จัดการทุกอย่างได้ ษมารีบอ้อน

“ใครบอกล่ะครับ จริงๆเมื่อวานผมเครียดมากเลยนะ แต่ทุกอย่างคลี่คลาย ผมมีพลังฮึกขึ้นสู้ได้ ก็เพราะได้เห็นหน้าคุณ” ษมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ดึงมือมากุม “คุณเกลียดการพนัน เกลียดกาสิโน ถ้าผมถูกยกเลิกสัมปทานไปซะได้ คุณน่าจะสะใจมากกว่า แต่กลับไม่ใช่ คุณรีบมาที่นี่โดยไม่สนใจอะไรพวกนั้นเลย คุณมาเพราะแค่เป็นห่วงผมเท่านั้น”

“คนแก่นี่ชอบคิดเองเออเองซะจริง” สาระวารีเก้อเขิน

ษมาเชยคางเธอขึ้น “ผมไม่อยากให้คุณจากผมไปไหนอีกแล้วนะวารี...เรา...”

ลำแพงกับแลงเข้ามาขัดจังหวะ แววตาหมั่นไส้สาระวารีสุดๆ อ้างว่าตนกับน้องมาคอยช่วย ทั้งษมาและสาระวารีเก้อเขินไปตามๆกัน หญิงสาวลุกเดินหนี ษมายิ้มรับรู้ได้ว่าเธอก็มีใจให้

ooooooo

คนงาน 2 คนที่แอบเอายาใส่ในรถขนของบริษัทษมา ถูกสมบูรณ์ใช้แผนตลบหลัง จับได้ทั้ง 2 คนเอาเข้าคุก ดิตถ์จับลูกเมียคนงานไว้คนหนึ่ง ใช้ข่มขู่ให้คนงานยอมรับผิด แล้วตนจะจ่ายเงินงวดหลังแก่ลูกเมียเขา แต่ถ้าไม่ คงไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกเมีย

คํ่าวันนั้น ลำแพงจัดอาหารตั้งโต๊ะ สั่งแลงใส่ยาพิษในนํ้าให้สาระวารีดื่ม ษมากับสาระวารีกำลังคุยกันเรื่องจับคนร้ายได้ หญิงสาวแขวะ

“จบได้เร็วก็ดี ไม่งั้นโดนยกเลิกสัมปทานขึ้นมา ฉันขี้เกียจต้องมานั่งปลอบใจไปสมนํ้าหน้าคุณไป”

“แล้วทำไมต้องสมนํ้าหน้าผมด้วยล่ะ กาสิโนผมจะสร้างประโยชน์ตั้งเยอะ แต่คุณเลือกที่จะปิดหูปิดตาไม่ยอมมองเอง” ษมาหันมาบอกลำแพงไม่ต้องอยู่รับใช้ มีอะไรก็ไปทำ

ลำแพงยิ่งเจ็บแค้นน้อยใจ ษมาชวนสาระวารีให้อยู่ทำข่าวขุดพลอยเลย จะได้ไม่ต้องเดินทางไปมา หญิงสาวว่าจะโดน บก.บ่นหูชาไปสามวันเจ็ดวันที่โดดงานมานี่ ทันใด...สาระวารีเกิดปวดท้องรุนแรงจนตัวงอ ษมา ตกใจรีบพามาหาหมอ ตัวเธอเองแปลกใจกับอาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หายปวดท้องแล้วแต่กลับเพลีย หมอสงสัยอาหารเป็นพิษให้ยามารับประทาน

ลำแพงตบหน้าน้องชาย หาว่าใส่ยาในนํ้าให้สาระวารีน้อยเกินไป จึงหายเร็ว แลงแก้ตัวว่าตนเป็นห่วงพี่ ถ้าสาระวารีตาย ตำรวจก็ต้องเข้ามาสอบสวนและคนทำอาหารก็คือพี่ ลำแพงโวย

“แล้วแกจะยอมปล่อยให้มันแย่งคุณษมาไปจากฉันง่ายๆรึไง” ลำแพงเริ่มมีอาการทางจิต

แลงปลอบให้ใจเย็น ค่อยๆทำให้ตายช้าๆอย่างที่เคยทำกับภูผา เจ้าของเกาะคนเก่าโดยไม่มีใครสงสัย ลำแพงสีหน้าเข่นเขี้ยวครุ่นคิดถึงอดีต

ภาพภูผาเดินคลอเคลียกับภรรยาบนรีสอร์ตที่สร้างเสร็จ แลงปลอบลำแพงว่า ผู้ชายรวยๆต้องการผู้หญิงสวยๆมาเป็นเมีย คอยเอาอกเอาใจเท่านั้น มีเงินเสียอย่าง จะจ้างบริวารแค่ไหนก็ได้

“แกหาว่าฉันไม่สวย หน้าตาน่าเกลียดใช่ไหมไอ้แลง คุณภูผาถึงไม่สนใจฉัน” ลำแพงตากร้าว ออกอาการปากกระตุก ถามแลงจำตอนเด็กที่เขาขาหักได้ไหม

แลงท่าทางหวาดกลัว เพราะจำได้แม่นยำว่า

ลำแพงเป็นคนทำให้ตนขาหักแค่ขโมยขนมเธอกินนิดหน่อยเท่านั้น ลำแพงยํ้าอีกครั้ง สิ่งใดที่ตนไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน แลงถอยกรูดอย่างหวาดกลัวพี่สาว...และแล้วเวลาผ่านไปหนึ่งปี ภูผาป่วยกระเสาะกระแสะหาสาเหตุไม่ได้ จนภรรยาของเขาจำต้องขายเกาะให้ษมาเพื่อพาตัวสามีกลับไปรักษา แลงกระซิบถามพี่สาวว่าจะอยู่ถึงเดือนไหม ลำแพงยิ้มเหี้ยม สองอาทิตย์ก็เก่งแล้ว...

วันต่อมา สาระวารีเตรียมตัวจะกลับกรุงเทพฯ

ษมารีบท้วงหายดีแล้วหรือ หญิงสาวเคือง

“ถึงไม่หายก็ต้องกลับแล้วล่ะค่ะ ไม่อยากโดน บก.ตัดเงินเดือน ยิ่งได้น้อยๆอยู่”

ษมาเกลี้ยกล่อมไม่ต้องกลับให้เสียเวลาไปๆมาๆ สาระวารีงงเรื่องอะไร

“หาข้อมูลทำสกู๊ปข่าวเรื่องขุดพลอยให้เสร็จก่อนค่อยกลับก็ได้นี่ครับ”

“ก็ฉันบอกแล้วไงคะ ว่า บก.ยังไม่ได้อนุมัติเลย จะเขียนไปให้เขาดีลีททิ้งเล่นๆเหรอคะ”

“ลองโทร.ไปหา บก.คุณใหม่เถอะ ผมว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจ อยากให้คุณทำแล้วก็ได้”

“คุณโทร.ไปล็อบบี้ บก.มาแล้วใช่ไหม” สาระวารีจ้องหน้าจับผิด

ษมาอมยิ้มดูมีเลศนัย หญิงสาวโทร.หา บก. เขาสั่งให้เธอทำข่าวขุดพลอย เธอชักสงสัย บก.อธิบายเสียงนุ่มนวลว่า ตนเห็นเนื้อหามันน่าสนใจแค่นั้นเอง อย่าคิดมาก

“แค่นั้นแน่เหรอคะ บก.พูดความจริงตอนนี้ยังทันนะคะ” สาระวารีเสียงแข็งขึ้น

“ก็พูดไปหมดแล้วไง เนื้อหามันน่าสนใจมากๆ”

“บก.คะ ถ้าไม่พูดความจริง วารีจะกลับเดี๋ยวนี้เลย แต่ถ้า บก.อยากได้สกู๊ปนี้มาก ก็ส่งนักข่าวคนอื่นมาทำแทนก็แล้วกัน”

“เดี๋ยววารี ใจเย็นก่อนนะคนดีของ บก. ผมเล่าให้ฟังก็ได้ คืองี้ คุณษมาเขาจองซื้อโฆษณาหนึ่งหน้าของเราทั้งเดือนเลย แลกกับการส่งตัวเธอไปทำสกู๊ปข่าวขุดพลอย”

สาระวารีปรี๊ดแตกไหนบก.สอนนักสอนหนาให้รักษาจรรยาบรรณ กลับมาทำผิดเสียเอง บก.โต้ ตนทำผิดตรงไหน แค่ส่งเสริมให้คนรักกัน ได้บุญด้วยซํ้า อีกอย่างษมาทำบ่อนไม่ได้ทำบ่อพลอย ไม่มีได้มีเสีย แค่อยากได้นักข่าวของตนเท่านั้น สาระวารีเจ็บใจจะไม่ยอมทำ

“เหรอ...แล้วตอนนี้เธออยู่ไหนนะวารี กรุงเทพฯหรือตราด ถ้าตราดก็แสดงว่าโดดงาน แต่ถ้าทำสกู๊ปพลอยก็แสดงว่าไปทำงาน” บก.ยื่นข้อเสนอเจ้าเล่ห์ ทำเอาสาระวารีปฏิเสธไม่ได้

ooooooo

ษมาอมยิ้มเปิดประตูรถให้สาระวารีที่หน้าหงิกหน้างอขึ้นมานั่ง เขาขับรถพาเธอออกจากรีสอร์ต

ลำแพงยืนมองด้วยความเจ็บแค้น เสียใจ นํ้าตาไหล ปิ่มว่าปวดร้าวถึงที่สุดแล้ว

สถานที่ที่ษมาพาสาระวารีมาเป็นร้านขายพลอย เจ้าของร้านเป็นชายสูงวัย เขานำภาพถ่ายเก่าๆของการขุดพลอยสมัยก่อนมาให้เธอดู หญิงสาวดูด้วยความตื่นเต้น

“ภาพหายากทั้งนั้นเลย ขอบคุณมากนะคะคุณลุงที่ให้ยืมไปลงภาพประกอบ”

“ไม่เป็นไรหรอก ไอ้ภาพพวกนี้ก็เก็บเป็นที่ระลึกเท่านั้นเอง ได้เผยแพร่ให้คนรุ่นหลังเห็นเป็นประโยชน์ ผมก็ดีใจ”

“แค่เห็นภาพก็รู้เลยนะคะ ว่าการขุดพลอยสมัยก่อนมันยากลำบากขนาดไหน”

“ยังไม่ได้ครึ่งของของจริงหรอกวารี คนที่ไปเสี่ยงโชคมีเยอะ แต่ที่รวยกลับมาจริงๆก็มีไม่กี่คนหรอก นี่ยังไม่รวมพวกที่เอาชีวิตไปทิ้งอีกนะ”

“ถึงตายเลยเหรอคะแล้วตายเพราะอะไรคะ” สาระวารีจ่อเครื่องอัดเสียงไปทางเจ้าของร้าน

“ก็หลายอย่าง ส่วนใหญ่ก็ดินถล่ม น้ำป่า แล้วหนักสุดก็ไข้มาลาเรีย คนไปขุดพลอยสมัยนั้น โดนกันทุกคนแหละ”

หญิงสาวรีบถามว่ามีการฆ่ากันตายบ้างไหม ษมายิ้มๆ รู้ว่าเธออยากรู้เรื่องเดช เจ้าของร้านตอบว่า มีบ้างแต่ไม่บ่อย เพราะพวกตนรวมกลุ่มกันไว้ คนที่คิดจะชิงพลอยก็ทำอะไรไม่ถนัด ยกเว้นถึงฆาตจริงๆ อย่างเดชเพื่อนของษมา สาระวารีเหล่มองษมา

“คุณเดชที่เป็นน้องชายคุณดิตถ์ใช่ไหมคะ”

“รู้จักเจ้าตัวแสบนี่ด้วยเหรอ แล้วไปฟังนิทานของมันมาหรือยังล่ะ อย่าไปเชื่อเชียวนะ ไอ้นี่เจอใครเป็นต้องเล่าเรื่องที่น้องชายถูกฆ่าตายทุกที เล่าเป็นคุ้งเป็นแควอย่างกับเห็นเอง ทั้งๆที่ผมต่างหาก ที่เป็นคนแรกที่เห็นศพเจ้าเดชกับตา”

สาระวารีสนใจอยากรู้เรื่องละเอียด เจ้าของร้านจึงเล่าให้ฟัง ว่าระหว่างการขุดพลอยของษมาและเดชครั้งนั้น เดชเป็นไข้มาลาเรีย มีษมาคอยดูแลหาน้ำท่ามาให้ดื่ม ตั้งใจจะพาเพื่อนกลับมารักษาตัว แต่เดชไม่ยอมกลับ ไหนๆ มาแล้วอยากขุดพลอยให้ได้ แล้วเดชก็ขุดพลอยได้เม็ดใหญ่ จึงขอตัวกลับก่อนกำหนด ษมาเป็นห่วงแต่ตนเห็นว่า ตนถึงกำหนดกลับไล่หลังเดชหนึ่งวันจะตามดูแลให้ แต่โชคร้าย เดชถูกปล้นพลอยกลางทางเสียก่อน เขาถูกฆ่าตายอย่างสยดสยอง ตนเป็นคนพบศพ และพลอยก็หายไปด้วย

สาระวารีรีบถาม “แล้วคุณลุงเล่าเรื่องนี้ให้นายดิตถ์ฟังรึเปล่าคะ”

“เล่าไม่รู้กี่รอบแล้ว แต่มันไม่ฟัง เรื่องของเรื่องก็คือมันอิจฉาคุณษมา ไปขุดพลอยครั้งแรกก็ได้พลอยมาขายเป็นสิบๆ ล้าน มันก็เลยโมเมว่าคุณษมาขโมยพลอยของน้องมันไป”

หญิงสาวซักไซ้ว่าหาพลอยของเดชเจอไหม เจ้าของร้านตอบว่าไม่เจอเพราะพลอยถูกเจียระไนไปแล้ว สาระวารีหันมาถามษมา

“แล้วทำไมคุณไม่เล่าให้ฉันฟังให้ละเอียดตั้งแต่แรก”

“ผมพูดไปก็เหมือนแก้ตัว สู้ให้คุณมาได้ยินกับหูตัวเองจะดีกว่า”

“มิน่าล่ะ ถึงได้อยากให้ฉันมาทำข่าวพลอยนักหนา ที่แท้ก็อยากเคลียร์ตัวเองกับสื่อ”

ษมาขำกับคำพูดของหญิงสาวที่ดูประชดประชัน ไม่น้อย...

พอออกจากร้านพลอย ษมาและสาระวารีมานั่งดื่มกาแฟที่ร้านๆ หนึ่ง หญิงสาวตรวจเช็กรูปที่ได้มา  ยิ่งดูก็ยิ่งอยากเห็นของจริง  อดถามชายหนุ่มไม่ได้

“เดี๋ยวนี้เขาไม่มีการขุดพลอยที่ฝั่งโน้นกันแล้วใช่ไหมคะ”

“ถ้าแบบนักเสี่ยงโชคเหมือนเมื่อก่อนก็ไม่มีแล้วล่ะ เดี๋ยวนี้เขาทำเป็นรูปสัมปทาน  มีบริษัทยักษ์ใหญ่เข้าไปจัดการ แล้วก็ใช้ดาวเทียมสำรวจ”

“งั้นตอนนี้เหมืองพลอยที่คุณเคยขุด  มันมีสภาพยังไงเหรอคะ”

ษมายิ้มอย่างรู้ทัน “อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะวารี มันอันตรายเกินไป ถึงไงผมก็ไม่พาคุณไปหรอก”

“เบื่อพวกรู้ทัน กลับกันเถอะค่ะ” สาระวารีเซ็ง

ษมาแย้งว่ากาแฟยังไม่หมด  หญิงสาวแขวะแกมห่วง อยากมีเวลาละเลียดจิบกาแฟอีกนานๆหรือจะให้เผาไปให้จิบ  ยิ่งอยู่นานยิ่งอันตราย  ษมาหัวเราะโต้ว่าตอนนี้คนที่ต้องระวังตัวคือโศภีไม่ใช่ตน  แต่สาระวารีเตือนอย่าประมาท

“แล้วใครว่าผมประมาทล่ะ ดูทางโน้นสิครับ...แล้วก็ทางโน้นด้วย”  ษมาชี้นิ้วให้มองตามว่า  มีคนของตนแฝงตัวอยู่รอบๆคอยรักษาความปลอดภัย “ผมไม่ประมาทหรอกวารี ยิ่งมีคุณอยู่ด้วย ผมยิ่งต้องรอบคอบมากกว่าเดิมหลายเท่า ขอบคุณมากที่ห่วงความปลอดภัยของผม”

สาระวารีอมยิ้ม  ซาบซึ้งกับความห่วงใยของเขา  รีบก้มหน้าจิบกาแฟกลบเกลื่อนอารมณ์

ooooooo

ค่ำวันนั้น  ข้างบ้านพักในรีสอร์ตที่ตราดของษมา แลงค่อยๆย่องมาแอบฟังการสนทนาของษมาแต่ได้ยินไม่ถนัด  จึงขยับหามุมอื่น  พลันเจอลำแพงทำหน้าดุดันราวผีดิบ  เขาตกใจสุดขีด  ดีดตัวถอยล้มลงกับพื้นสนาม ลำแพงดึงน้องชายกลับห้องพัก

“สารภาพมาซะดีๆนะไอ้แลง แกคิดจะทำอะไร คิดจะทรยศคุณษมาอีกใช่ไหม” ลำแพงกราดเกรี้ยวใส่

“โอ๊ย...เปล่านะพี่  ฉันแค่อยากรู้ว่าเขาคุยอะไรกัน จะได้มาเล่าให้พี่ฟังไงล่ะ”

“แกคิดว่าฉันโง่นักรึไงไอ้แลง”  ลำแพงบิดหูแลงจนร้องลั่น

แลงหวาดกลัวพี่สาวอย่างมาก “ฉันไม่กล้าแล้วจ้ะพี่แพง  ที่หลงผิดไปคราวก่อน  ฉันก็รู้สึกผิดจะแย่อยู่แล้ว ฉันไม่กล้าหักหลังคุณษมาอีกแล้วจ้ะพี่”

“ไม่ทำก็ดีแล้ว อย่าลืมสิ คุณษมาไม่ใช่แค่เจ้านายจ่ายเงินเดือนแก แต่ยังเป็นผู้มีพระคุณท่วมหัว ให้ชีวิตใหม่กับแก  จำใส่กะโหลกแกไว้เลย  อย่าคิดเนรคุณท่านเป็นอันขาด”

แลงหน้าเครียดเมื่อโดนพี่สาวทวงบุญคุณ อดคิดถึงอดีตที่ผ่านมาไม่ได้...หลายปีก่อนช่วงที่เกาะยานกเปลี่ยนเจ้าของใหม่ มีกลุ่มโจร 4-5 คน เอาเรือมาจอดที่หาดทราย ทยอยยกของลงจากเรือ แลงเห็นรีบเข้ามาห้าม

“พี่ชาย ที่นี่เป็นเกาะส่วนตัวนะ เข้ามาไม่ได้”

พวกโจรตกใจหน้าเครียด ปั้นยิ้มบอกแลงว่าพวกเรามาหาปลา เรือเสียขอแวะซ่อมสักชั่วโมงแล้วจะไป แลงจึงบอกว่า ต้องไปขอเจ้านายก่อน เจ้าของเกาะคนเก่าให้ตนกับพี่สาวอยู่เฝ้าที่นี่ ตนอนุญาตเองไม่ได้ พอแลงหันหลังกลับ พวกโจรก็กรูเข้าทำร้ายจนสะบักสะบอมเลือดอาบ เสียงโจรคนหนึ่งบอกว่าแลงเห็นหน้าพวกเราแล้ว ต้องฆ่าปิดปาก จึงชักมีดออกมาจะแทงให้ตาย

เสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้น เฉี่ยวมือโจรที่กำลังจะแทงแลง พวกโจรตกใจ พิพัชกับจันเลาและลูกน้องเข้าต่อสู้จนจับโจรได้หมดทุกคน แลงปรือตามองเห็นหน้าษมาเป็นคนมาช่วย

หลังจากนั้น ลำแพงทำแผลให้แลงที่นอนสลบอยู่บนเตียง ษมายืนมองเห็นว่าอาการหนัก จึงให้พาข้ามฝั่งไปหาหมอจะดีกว่า ลำแพงตอบว่าตนกับน้องไม่มีเงิน อีกอย่างตนพอมีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่บ้าง น่าจะพอช่วยได้

“ถึงไงมันก็ไม่ดีเท่าไปหาหมอหรอก ถ้าไม่มีเงินเดี๋ยวฉันออกให้ แล้วก็ไม่ต้องเอามาใช้คืนหรอกนะ เพราะเป็นหน้าที่ของฉัน ที่ต้องดูแลทุกคนบนเกาะนี้อยู่แล้ว...อ้อ ฉันลืมบอกเธอไป ฉันชื่อษมา เป็นเจ้าของเกาะคนใหม่ เธอคือลำแพงใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ...” ลำแพงยิ้มซาบซึ้ง

“คุณภูผาเขาฝากฝังเธอกับน้องให้ทำงานกับฉันไว้แล้ว ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะดูแลเธอกับน้องให้ดีที่สุด ไม่แพ้คุณภูผาเลย”

“ขอบพระคุณมากค่ะคุณษมา” ลำแพงยกมือไหว้ แอบชำเลืองมองเขาด้วยความชื่นชมดุจเจ้าชายในฝันที่รอคอย

เวลาผ่านไปเจ็ดแปดวัน ษมาคุมคนงานซ่อมแซมดัดแปลงรีสอร์ตให้เป็นบ้านพักส่วนตัว แลงในสภาพยังมีผ้าพันแผลตามร่างกาย ช่วยคนงานยกกระถางต้นไม้ ษมาเหลือบเห็น บอกให้เขากลับไปพักผ่อนจนกว่าจะหายดี

“ผมเกรงใจน่ะครับคุณษมา นั่งๆนอนๆมาตั้งหลายวันแล้ว”

ษมาตบไหล่เบาๆ “นายทำงานกับฉัน ก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน อย่าเกรงใจเรื่องเล็กๆน้อยๆ แบบนี้เลย รักษาตัวให้หายสนิทก่อนดีกว่า ฉันยังมีงานรอให้นายทำอีกเยอะ”

แลงยกมือไหว้ขอบคุณ รู้สึกประทับใจเจ้านายคนใหม่นี้มาก...

“ที่ฉันต้องรับใช้ไอ้ดิตถ์ ก็เพราะจำใจ แต่ถ้าจะให้ทำร้ายคุณษมาถึงตาย ฉันก็ไม่ทำหรอกจ้ะ” สีหน้าแลงหลังจากถูกพี่สาวพูดให้สำนึกบุญคุณของษมาจ๋อยลง เขาไม่มีวันลืมความดีของษมาที่ช่วยเหลือเขาครั้งนั้น

“จำคำของแกไว้ให้ดีก็แล้วกันไอ้แลง ถ้าฉันรู้ว่าแกคิดเนรคุณคุณษมา ถึงแกเป็นน้อง ฉันก็ไม่ปล่อยแกไว้แน่” ลำแพงจ้องด้วยสายตาดุดัน เห็นได้ชัดว่าจิตไม่ปกติ

พอลำแพงเดินไป แลงก็ตาขวาง ขบกรามด้วยความเจ็บใจ “เกาะของกูแท้ๆ...”

ooooooo

เช้าวันใหม่ สาระวารีเดินจิบกาแฟชมสวนบริเวณบ้านพักที่ตราดอย่างสบายอารมณ์ พลันจิณห์วราโทรศัพท์เข้ามาขัดความสุข อารามรีบวางถ้วยกาแฟแล้วค้นกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ตรงระเบียง ทำให้กระเป๋าหกของกระจาย เธอกดรับสายพูดไปเก็บของไป

“ใครตายยะ โทร.จิกอยู่ได้ ไม่รับก็คือไม่รับ คนกำลังจิบกาแฟชมบรรยากาศเพลินๆอยู่ แกรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่...อ้าว...ฮัลโหลๆ จิณห์ อะไรของนางเนี่ย” สาระวารีแปลกใจที่เพื่อนวางสายไปดื้อๆ เธอเอื้อมจะเก็บกลักบุหรี่ที่หล่น

มีมือหนึ่งมาชิงไปก่อน เธอเงยหน้ามองตามเห็นษมาถือกลักบุหรี่ของตนสีหน้าไม่ค่อยชอบใจ พร้อมถามว่ายังสูบอยู่อีกหรือ สาระวารีไม่ตอบ ดึงกลักบุหรี่คืนมาเก็บใส่กระเป๋า

“ผมซีเรียสนะ รู้ไหมว่าปีๆหนึ่งมีคนตายเพราะบุหรี่เท่าไหร่ พยายามหน่อยสิวารี”

“ลืมตาตื่นขึ้นมาก็เทศน์เลยนะคะ ขี้บ่นซะจริง”

จังหวะนั้น แลงเดินเข้ามารายงานว่า จิณห์วรามาขอพบ สาระวารีแปลกใจที่เพื่อนหายตัวได้หรืออย่างไร เธอรีบสะพายกระเป๋าเดินไป ษมาส่ายหน้าถอนใจกับความดื้อของเธอ แลงมองตามหลังด้วยสายตาเรียบเฉยแต่ในใจคุกรุ่น

จิณห์วรามาส่งข่าวว่า มีข่าวลือไม่ดีออกมาเกี่ยวกับตัวสาระวารี จนเธอร้อนใจต้องมาบอกถึงที่ สาระวารีฟังแล้วตกใจโกรธมากถึงขนาดจะไปเลาะฟันคนป่าวประกาศ

“จะไหวเหรอแก คนซักครึ่งค่อนจังหวัดเห็นจะได้นะ”

สาระวารีตาโพลง ที่จำนวนคนมากขนาดนั้น...

ooooooo

ตอนที่ 7

สองคน ษมากับสาระวารีเดินเล่นอยู่ในสวนหย่อมข้างร้านเบเกอรี่ หญิงสาวติงว่าเขาเพิ่งถูกลอบฆ่าติดๆกันหลายครั้ง ยังกล้ามาเดินเล่นอีก ชายหนุ่มโต้ว่าถ้ามัวแต่กลัวหลบซ่อนตัวอยู่ ก็ดูน่าสมเพชตัวเอง ว่าแล้วก็ล้วงลิปสติกในกระเป๋ากางเกงส่งคืนให้

“ฉันหาตั้งนาน อยู่ที่คุณได้ไงคะเนี่ย”

“คุณทำตกในรถผมวันที่เราไปซื้อของด้วยกันไงครับ”

สาระ วารีขอบคุณ แต่ษมาว่าตนควรเป็นคนขอบคุณมากกว่า คืนนั้นตนคงถูกยิงทะลุหัวไปแล้ว ถ้าไม่ก้มเก็บลิปสติกของเธอ เขายอมรับว่าครั้งนี้เป็นเหตุการณ์เฉียดตายที่สุดของเขาสาระวารีมองหน้าษมา ด้วยสีหน้าห่วงใย เขาส่งยิ้มให้

“ผมยังยืนยันนะว่าผมช่วยคุณหาข่าวเรื่องแชร์เครื่องสำอางให้คุณได้จริงๆ”

“ฉันก็ยังยืนยันเหมือนเดิมค่ะ ว่าฉันจะทำข่าวนี้ด้วยตัวของฉันเอง”

ษมา บอกเธอว่าเขามีข่าววงในว่าอุปกรณ์แหกตาชาวบ้านพวกนั้นผลิตที่ไหน สีหน้าสาระวารีสนใจทันที...ษมาพาเธอมาที่ตึกแถวแห่งหนึ่ง มีชายฉกรรจ์คอยคุมหลายคน

“คนงานส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าว นอกจากประหยัดแล้วถึงเวลาก็ส่งกลับประเทศไปไม่ต้องห่วงว่าจะเอาความลับไปเปิดเผยด้วย” ษมาสาธยาย

สาระวารีแปลกใจที่เขารู้ลึก ษมาบอกว่าเขารู้จักคนที่จัดหาแรงงาน หญิงสาวเบ้หน้าใส่ลืมไปว่าเขาเป็นคนกว้างขวาง เธอครุ่นคิดแผนการเล็กน้อยแล้วขอให้ษมาไปส่งที่ตลาดเพราะตนนัดจิณห์วราไว้ ษมาถามไม่ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานหรือ เธอหาว่าตึกแถวไหนๆก็เหมือนกัน

ษมางงที่ดูเธอไม่สนใจเบาะแสของตน “ไปจริงๆเหรอ”

“ก็จริงสิคะ ไหนช่วยเล่ามาเป็นข้อมูลทีสิคะ ว่าใครส่งคนงานพวกนี้มาให้นายดิตถ์” สาระวารีทำทีไม่สนใจเท่าไหร่ แต่ใจจริงหูผึ่งรอฟัง...

เวลา ผ่านไปพักใหญ่ สาระวารีแอบปลอมตัวเป็นคนงานใหม่ เดินปะปนเข้ามาในตึกแถวนั่น ลูกน้องดิตถ์บอกทุกคนให้เก็บของที่ห้องพัก แล้วตอนเย็นมาเปลี่ยนกะทำงาน สาระวารีใช้โอกาสนี้ แอบเอากล้องวีดิโอใส่ถุงเจาะรูถ่ายสถานที่และคนงานไว้ พลัน มือถือเธอดังขึ้น ทุกคนหันมองเธอรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ กดรับสายกรอก เสียงโวยแบบเบาๆ

“จะโทร.มาทำไม อยากให้ฉันโดนจับรึไง” สาระวารีเปิดก๊อกน้ำกลบเสียงตัวเอง

ษมา ตกใจรีบถามว่าอยู่ที่ไหน สาระวารีบอกตามตรงว่าอยู่ที่ที่เขาพามาเมื่อเช้า เพราะถ้าไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสืออย่างไร ชายหนุ่มถามด้วยความห่วงเข้าไปด้วยวิธีไหน

“เงินเบิกทางได้ทุกเรื่องแหละ”

“คุณนี่ร้ายจริงๆแล้วทำไมคุณไม่บอกผมก่อน”

“ขืนบอก คุณคงยอมให้ฉันเข้ามาทำงานที่นี่หรอก”

“นี่คุณปลอมเป็นคนงานเข้าไปเหรอ” ษมาตกใจ

“ก็ใช่น่ะสิ”

“คุณ คิดว่าตัวเองเป็นใคร ซุปเปอร์เกิร์ลรึไง ถ้าลูกน้องไอ้ดิตถ์มันจับได้ว่าคุณปลอมตัวเข้าไปจะทำยังไง มันไม่ปล่อยคุณเอาไว้แน่...วารี รีบหาทางออกมาเดี๋ยวนี้เลย จะแกล้งป่วยอะไรก็ได้ มันอันตรายเกินไปที่จะเสี่ยง” ษมาออกคำสั่งเสียงกร้าว แต่สาระวารีตัดสายไปดื้อๆ เขาร้อนใจโกรธตัวเองไม่น่าพาเธอไปที่นั่น...ให้เผอิญมีคนมาแอบฟังการสนทนา ของษมา

ooooooo

ท้องฟ้ามืดครึ้ม สาระวารีและคนใหม่ทำงานกันเคร่งเครียด สาระวารีทำทีล้วงของในถุงผ้าที่สะพายไว้เพื่อขยับกล้องถ่ายมุมต่างๆ ลูกน้องดิตถ์เข้ามาบอกทุกคนให้พักทานข้าว คนงานทยอยกันลุกขึ้น พอสาระวารีจะเดินไปก็มีลูกน้องดิตถ์เข้ามาขวาง สองสามคน

“มีอะไรคะ พี่ชาย...”

ขาดคำ คนของดิตถ์ก็ชกท้องเธอจนจุกทรุดฮวบลง สาระวารีถูกพาตัวมาพบดิตถ์ เขาเปิดกล้องวีดิโอของเธอดู แล้วยิ้มเยาะ หลักฐานแค่นี้ยังทำอะไรเราไม่ได้ ลูกน้องถาม

“จะจัดการนังนักข่าวยังไงครับ ขืนรอดออกไปเรื่องถึงหูตำรวจแน่ เก็บมันเลยไหมครับ”

“ใจเย็นๆนังนี่มันมีค่ามหาศาลกว่าที่เอ็งคิดเยอะ ใครฆ่ามันก็โง่ดักด่านแล้วล่ะ”

ดิตถ์ ให้เอาตัวสาระวารีที่ถูกมัดมือมัดปากขึ้นเรือประมง จะไปเป็นเหยื่อล่อษมา หญิงสาวดิ้นส่งเสียงอื้ออึงจึงโดนมัดติดเสาเรือเกรงจะโดดนํ้าหนี

หลังจาก นั้น ดิตถ์ก็ให้คนเอากล่องกระดาษมาทิ้งที่หน้าบริษัทษมา สมบูรณ์เตือนลูกน้องให้ระวังเกรงเป็นระเบิด ษมา พิพัช และจันเลามาถึง สมบูรณ์ค่อยๆเปิดกล่องดู พบข้างในเป็นภาพถ่ายสาระวารีโดนมัด และมีกล้องวีดิโอของเธอใส่มาด้วย พิพัชสบถ

“นึกแล้วไม่มีผิด โดนจนได้ อวดเก่งจนได้เรื่อง”

“กล้องวีดิโอโดนลบหมดแล้วครับ ส่วนภาพพวกนี้คงเพิ่งถ่ายไว้ คุณวารียังไม่น่าถูกพาตัวไปพ้นตราดหรอกครับ” จันเลาวิเคราะห์

ษมา หน้าเครียดเป็นห่วงสาระวารีอย่างมาก เขากดโทรศัพท์หาดิตถ์ทันที กรอกเสียงถามต้องการอะไร ดิตถ์ทำเสียงเยาะไม่รู้เรื่องอะไร ษมาพยายามสะกดอารมณ์

“ฉันว่าเรามีเรื่องต้องตกลงกัน ถ้าแกฉลาดพอก็น่าจะรับข้อเสนอของฉัน”

“ไม่มัดมือชกกันเกินไปหน่อยเหรอครับคุณษมา ผมคงต้องขอฟังดูก่อน ว่าข้อเสนอของคุณมันน่าสนใจแค่ไหน”

ษมาฟังสถานที่นัดหมายจากดิตถ์ “คนอย่างฉันรักษาคำพูดอยู่แล้ว อยู่ที่ตัวแกมากกว่าว่าน่าไว้ใจได้แค่ไหน”

พอ วางสาย จันเลารีบถามทางนั้นว่าอย่างไร ษมาบอกว่า มันนัดเจอที่เกาะเตีย ให้ตนไปคนเดียว พิพัชร้อนใจห้ามไม่ให้ไป เชื่อว่าเป็นแผนเก็บทั้งษมาและสาระวารี ษมารู้แก่ใจแต่ด้วยความเป็นห่วงสาระวารี เขาต้องไป พิพัชยิ่งหัวเสียหาว่าสาระวารีหาเรื่องเดือดร้อนให้ไม่หยุดหย่อน ษมาเข้าใจความรู้สึกลูกน้อง เขาครุ่นคิดแผนการอย่างหนัก

ooooooo

ดิตถ์ กับลูกน้องจับกุมสาระวารีเป็นตัวประกันอยู่ที่ชายหาด มีอาวุธพร้อมมือ ท่าทางดิตถ์งุ่นง่าน สาระ- วารีเยาะหยันตนไม่มีความสำคัญกับษมา เรื่องอะไรเขาจะมาเสี่ยงตาย ดิตถ์โต้

“กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง คิดว่าฉันรู้ไม่ทันเหรอ ว่าไอ้ษมามันคิดยังไงกับแก ดีไม่ขึ้นเตียงกันแล้วด้วยซ้ำ ถึงได้หวงซะขนาดนี้”

“ใจทรามแล้วยังปากหมาอีก” สาระวารีโดดถีบตัวโยน ทั้งที่ถูกจับกุมเอาไว้

ดิตถ์ โกรธปราดเข้าบีบปาก สั่งให้หุบปาก สาระวารีสะบัดหน้าถอยออกอย่างรังเกียจ พลันลูกน้องร้องว่ามีเรือมา หญิงสาวใจแป้วเป็นห่วงษมาอย่างมาก...ษมาขับเรือมาลำพัง จอดเรือโดดลงมา ลูกน้องดิตถ์เข้าค้นอาวุธ ษมาร้องให้ปล่อยตัวสาระวารีไป ดิตถ์พยักหน้าให้ลูกน้องปล่อย หญิงสาววิ่งเข้าหาษมาทันที ต่อว่าเขาบ้าหรือเปล่า ไม่รู้หรือว่าถูกล่อมาฆ่า

“ทำไมผมจะไม่รู้ แต่ถึงรู้ผมก็ต้องมา” ษมาจ้องตาหญิงสาวด้วยแววตาห่วงใย

ดิตถ์หมั่นไส้ “เอ้าๆจะสร้างความประทับใจให้นางเอกอีกนานไหม”

“แกต้องการเท่าไหร่ สิบล้านพอไหม ปล่อยวารีไป แล้วเอาฉันเป็นตัวประกันแทน คนของฉันจะโอนเงินให้แกไม่เกินเย็นนี้ แล้วฉันสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องแก”

ดิตถ์หัวเราะเยาะ ษมาเพิ่มให้อีกเป็น 30 ล้าน ดิตถ์ย้อนเขาก็รู้ว่าตนต้องการอะไร

“กาสิโนฉันน่ะเหรอ แกมีเงินไม่พอที่จะสานต่อมันหรอก ถึงแกจะหาหุ้นส่วนมาได้ เขาก็แค่โยนเศษหุ้นให้แกเท่านั้นเอง ไม่มีใครไว้ใจคนเก่งแต่ปาก มือไม่ถึง ทำอะไรได้แค่ครึ่งๆกลางๆ ไม่เคยสำเร็จซักอย่างแบบแกหรอก”

ดิตถ์โกรธมากที่ด่าแทงใจดำ ชักปืนยิงใส่ษมา 3-4 นัดซ้อน ท่ามกลางความตกใจสุดขีดของสาระวารี เธอวิ่งเข้าประคองร่างษมาที่ล้มคว่ำลงนอนนิ่ง ดิตถ์หัวเราะร่าสะใจ

“ในที่สุดมึงก็มีวันนี้ไอ้ษมา วันที่มึงต้องมานอน ตายคาตีนกู วิญญาณมึงคอยดูความสำเร็จของกูก็แล้วกัน กาสิโนเกาะพระฮามต้องเป็นของกู”

ขาดคำก็มีห่ากระสุนสาดเข้าใส่พวกดิตถ์ ต่างวิ่งหนีกระเจิง...บนเรือห่างจากฝั่ง โศภีส่องกล้องมองด้วยความสะใจ โทษฐานที่ดิตถ์ทรยศตน

ก่อนหน้าที่ษมาจะไปตามนัดของดิตถ์ พิพัชกับจันเลาไปหาโศภีที่บ้าน ตอนแรกโศภีสมน้ำหน้าเมื่อรู้ว่าดิตถ์จับตัวสาระวารีไป แต่พอพิพัชบอกว่า

“นายดิตถ์บังคับให้คุณษมาเพิ่มชื่อมันเข้าเป็นหุ้นส่วนกาสิโน แลกกับความปลอดภัยของคุณวารี คุณษมายอมตามข้อเสนอของมัน ตอนนี้กำลังเดินทางไปพบมันที่เกาะเตียตามลำพัง”

โศภีหน้าเสีย เจ็บใจที่ดิตถ์หักหลัง พิพัชกับจันเลาอ้างว่า ษมาห้ามพวกตนไม่ให้บอกใคร แต่พวกตนไม่เห็นด้วยที่คนเลวอย่างดิตถ์จะได้หุ้น ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครนอกจากเธอ

โศภีขบกรามแน่น มองผ่านกล้องบนเรือดูผลงานที่ตนสั่งลูกน้องเก็บพวกดิตถ์ให้หมด รวมทั้งษมาและสาระวารีด้วย

ทันทีที่มีเสียงห่ากระสุน สาระวารีพยายามประคองร่างษมาจะหาที่หลบ ษมาลืมตาขึ้นจับมือเธอพร้อมปรามอย่าเพิ่งถามอะไร ตามตนไปก่อน  เขาดึงเธอวิ่งหลบหนีขึ้นเรือขับออกไป

ขณะที่ดิตถ์กับพวกถูกล้อมจับไว้หมด โศภีตามมากราดเกรี้ยวใส่ที่กล้าหักหลังตน ดิตถ์ละล่ำละลักอธิบายว่ามันฉุกละหุก บอกไม่ทัน เลยคิดว่าจัดการเสร็จแล้วจะไปบอก โศภีโวย

“บอกฉันหรือว่าจะอมหุ้นกาสิโนเอาไว้เองคนเดียวกันแน่”

ดิตถ์งงพูดเรื่องอะไร ซักไซ้ไปมารู้ว่าโศภีรู้เรื่องนี้จากคนของษมา ก็ถึงบางอ้อว่าเธอถูกหลอก ลูกน้องมารายงานไม่พบศพษมาบนเกาะ โศภีส่องกล้องไปเห็นษมาขับเรืออยู่กลางทะเล

ooooooo

สาระวารีนั่งซุกตัวอยู่มุมหนึ่งของเรือ มีเรืออีกสองลำแล่นมาขนาบข้าง เป็นเรือของจันเลากับพิพัชคอยคุ้มกัน หญิงสาวซาบซึ้งใจมองษมาที่กำลังขับเรือ ลมพัดแรงเสื้อเปิดออก ทำให้เห็นว่าเขาสวมเสื้อเกราะ จึงถูกยิงไม่เป็นอะไร พอกลับมาถึงเกาะยานก ษมาพาขึ้นฝั่งพูดคุย

“ไอ้พวกนั้นไม่ได้มาช่วยเราหรอก  แต่มาฆ่านายดิตถ์”

“คุณพูดเหมือนรู้ว่าพวกนั้นเป็นใคร”

“คนของโศภี...สองคนนั่นร่วมมือกันกำจัดผม เพื่อฮุบกาสิโน”

สาระวารีฟังพอจะเข้าใจ ษมาเล่าอีกว่า เรื่องนี้ตนก็เสี่ยงเหมือนกัน แต่ตนมั่นใจว่าเดานิสัยสองคนนี้ไม่ผิด ถ้ามีโอกาสต้องหักหลังกันเองแน่ หญิงสาวแขวะ นักพนันขั้นเทพก็แบบนี้ กล้าได้กล้าเสี่ยง ษมาถือโอกาสตักเตือน

“ทีนี้เห็นแล้วใช่ไหมว่าความดื้อแล้วก็ความกระหายข่าวของคุณ จนมองข้ามความปลอดภัย มันสร้างความเดือดร้อนมากขนาดไหน”

“ฉันขอโทษค่ะ คราวนี้ฉันยอมรับผิดต่อไปฉันจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีกแล้วพอใจรึยังคะ”

“ดีครับ  ต่อไปอย่าดื้อกับผู้ใหญ่อีก” ษมายิ้มอย่างเอ็นดู

ลำแพงแอบมองอยู่หลังพุ่มไม้  สีหน้าแววตาเกลียดชัง มือกำใบไม้ขยำจนบี้แหลกคามือ...เวลาผ่านไป  สาระวารีนั่งทานอาหารกับษมาอย่างเอร็ดอร่อย  พิพัชเดินมายืนข้างลำแพง  เขาไม่ค่อยพอใจสาระวารีเท่าไหร่  เคืองที่หาเรื่องเดือดร้อนมาให้เจ้านายตนบ่อยๆ  สาระวารีหันมาชมลำแพงทำอาหารได้อร่อยมาก เธอจำต้องปั้นยิ้ม

“ขอบคุณค่ะ แต่ค่อยๆทานนะคะ เดี๋ยวติดคอตายขึ้นมา คุณษมาจะมาโทษว่าเป็นความผิดดิฉันอีก” คำพูดของลำแพงทำเอาสาระวารีสำลัก

พิพัชเอ่ยนิ่งๆ “ผมจะไปเตรียมเรือไว้เลยนะครับ ทานอิ่มจะได้พากลับไปส่งที่ฝั่ง”

แต่ษมาแย้งให้สาระวารีนอนพักที่เกาะสักคืน  พิพัชถอนใจเซ็งๆ แบบไม่รักษามารยาทกันเลย ทำให้สาระวารีมองหน้าเขาขำๆ ไม่ทันไร จันเลาเข้ามาบอกว่า โศภีมาขอพบ พิพัชโพล่งออกมาให้ไล่กลับไปเลย หมดเวลาหยั่งเชิงกันแล้ว สาระวารีเสริม

“ฉันเห็นด้วยกับคุณพิพัช  ถึงเวลาประกาศศึกแล้ว หมดเวลาทำแกล้งโง่ดูเชิงยัยนั่นแล้ว”

จันเลาเห็นด้วย แต่ท่าทางษมาครุ่นคิด แล้วให้จันเลาเชิญโศภีไปรอที่เก้าอี้รับแขกหน้าบ้าน  พิพัชจะแย้ง ษมายกมือห้ามไม่ให้พูด แล้วก้มหน้าทานข้าวต่อ สาระวารีจับตามองเขา รับรู้ได้ว่าเขามีแผนการบางอย่างในใจ

ด้านโศภีที่นั่งอยู่หน้าบ้าน สะกดสีหน้าให้นิ่งทั้งที่ในใจร้อนเป็นไฟ  เพราะต้องมาแสดงละครตบตาอีกครั้ง ษมาเดินเคียงคู่กับสาระวารีออกมา มีจันเลาและพิพัชตามหลัง โศภีอดหมั่นไส้ไม่ได้ จำต้องปั้นหน้าห่วงใยษมา ละล่ำละลักถาม

“คุณสองคนหนีออกมาได้ตอนไหนคะ โศเป็นห่วงแทบแย่”

“ช่วงชุลมุนกันน่ะครับ คุณโศมีธุระอะไรเหรอครับ” ษมาตีหน้าเฉยเมย

โศภีน้อยใจตัดพ้อ “โศอุตส่าห์ตามไปช่วยชีวิตคุณ ไม่เห็นคุณจะขอบใจโศซักคำ แถมยังทำท่าทางไม่ต้อนรับ โศอีก”

ษมาหันสบตากับสาระวารี พิพัชหยั่งเชิงถามว่าจับตัวดิตถ์ได้ไหม โศภีรู้ทั้งรู้ว่าถูกหลอกถาม ต้องสร้างเรื่องตอบ “หนีไปไหนก็ไม่รู้ นายนี่มันนกรู้ จับไม่ได้ไล่ไม่ทันหรอก”

“ไม่ใช่คุณโศภีชอบทำบุญ ปล่อยนกปล่อยปลาไปหรอกนะครับ” พิพัชแขวะ

โศภีหันมาโวยไม่เข้าใจที่พูด ษมาเดินมายืนตรงหน้าโศภีโต้ “นายดิตถ์อยากฆ่าผมเพราะหวังสัมปทานกาสิโนเปลี่ยนมือ แสดงว่าต้องมีแบ็กเรื่องเงินทุนหนุนหลังอยู่ ลำพังนายดิตถ์จะมีปัญญาหาเงินมาจากไหน จริงไหมครับ”

“ฉันจะไปรู้เหรอคะ ไม่ใช่คนเดียวกันซะหน่อย”

“แล้วคุณษมาพอจะรู้รึเปล่าคะ ว่าใครอยู่เบื้องหลังนายดิตถ์ ถ้ามีหลักฐานต้องรีบจัดการเลยนะคะ ปล่อยไว้อันตราย” สาระวารีเสริม จับตามองไปที่โศภี
โศภีชักเสียวสันหลัง พิพัชเสริมอย่างรู้กันว่า ษมาเก็บหลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับจอมบงการไว้หมด หลักฐานละเอียดยิบ ตั้งแต่เส้นทางการเงิน ประวัติทางธุรกิจที่ผิด กฎหมาย แล้วก็คนที่คบหาสนิทด้วยในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา รับรองดิ้นไม่หลุด จันเลาช่วยแทรก แม้แต่คนที่แอบกินข้าวกับดิตถ์ร้านไหน ก็มีทั้งภาพและเสียงหมด โศภีเริ่ม กระสับกระส่าย ษมาจงใจบอกให้รู้ว่าหลักฐานทั้งหมดตนเก็บไว้ในตู้เซฟ

“ถ้าผมเป็นอะไรไป พิพัชกับจันเลาจะเปิดตู้เซฟ แล้วเอาหลักฐานทั้งหมดไปยื่นให้ตำรวจทันที ถ้าผมตายมันก็ต้องติดคุกจนตายเหมือนกัน หนีไม่พ้นหรอกครับ”

โศภีกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอสีหน้าหวาดกลัวแต่ต้องเก็บอาการสุดๆ ษมาแอบยิ้มเจ้าเล่ห์

ษมากับสาระวารียืนส่งโศภีที่เดินลิ่วกลับไปลงเรือที่คนของเธอรออยู่ สาระวารีเอ่ยถามษมา มีหลักฐานขนาดนั้นทำไมไม่แจ้งความเสียเลย ษมายิ้มๆ เฉลยว่าทุกอย่างเป็นการลักไก่ หญิงสาวเบ้ปาก แขวะว่าตนลืมไปว่าอยู่ในวงไพ่

“แทนที่จะมาพูดค่อนขอดผม คุณควรจะขอบคุณผมมากกว่า”

สาระวารียกมือไหว้ประชด “ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ ที่อุตส่าห์เสี่ยงตายไปช่วยชีวิตนักข่าวไร้ประโยชน์ ที่ดีแต่สร้างปัญหาไม่จบไม่สิ้น”

ษมาบอกว่าตนหมายถึงเรื่องอื่น หญิงสาวทำหน้างงๆ “ก็คุณมาตราดทำไมล่ะ เตรียมเขียนข่าวส่ง บก.คุณได้เลย ผมแจ้งความให้ตำรวจเข้าไปทลายโรงงานนายดิตถ์ ยึดของกลางไว้แล้ว ตอนนี้ตำรวจกำลังขยายผลถึงเรื่องแชร์เครื่องสำอางอยู่....ผมช่วยหาข่าวขนาดนี้แล้ว จะให้รางวัลอะไรผมดีล่ะ

“สมาชิกสยามสารฟรีตลอดชีพดีไหมคะ”  สาระวารีแดกดัน

“อยากได้นักข่าวประจำตัวตลอดชีพมากกว่า” ษมาจ้องหน้าหญิงสาวตาหวานเชื่อม

ทำเอาสาระวารีเขินไม่คิดว่าเขาจะเล่นมุกนี้ ษมาอ้างว่าเวลากาสิโนเปิดจะได้มีคนช่วยเขียนข่าวประชาสัมพันธ์ให้ ตนใช้เส้นล็อกตำแหน่งนี้ไว้ให้เธอ คนเดียว สาระวารีทำหน้านิ่ง ตอบว่าจะหาคนเขียนข่าวให้ เพราะตนไม่มีวันเขียนข่าวเชียร์ให้คนเข้าบ่อนเล่นการพนันที่ตนเกลียดเข้ากระดูกดำ ษมาจ๋อย ลืมนึกถึงข้อนี้ไปสนิท แค่อยากกระเซ้าเย้าแหย่ สาระวารีหน้าเครียดเดินหนี ด้วยความสับสนในใจ ใจหนึ่งก็แอบชอบเขา อีกใจต่อต้านกาสิโน ษมารู้ดีว่า นี่คืออุปสรรคใหญ่ที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับเธอไปไม่ได้ไกล

ooooooo

ดิตถ์เอ็ดตะโร สั่งพนักงานห้ามตำรวจค้นบริษัทถ้าไม่มีหมายศาล ปฏิเสธไม่รู้เรื่องแชร์อะไรทั้งสิ้น...ตัวเขามาขอความช่วยเหลือจากโศภี แต่กลับโดนแว้ดใส่

“ฉันไม่ฆ่านายทิ้งที่เกาะก็บุญเท่าไหร่แล้ว ยังมีหน้ามาขอความช่วยเหลือฉันอีก”

“ผมไม่ได้หักหลังคุณจริงๆนะครับคุณโศ คุณก็รู้ว่าเป็นแผนการของไอ้ษมา มันยุให้เราแตกคอกัน รู้ยังงี้แล้วคุณยังโกรธผมอยู่อีกเหรอ”

“ก็พฤติกรรมนายมันน่าสงสัย แล้วตอนนี้นายก็ร่ำรวยจากแชร์เครื่องสำอางเป็นเศรษฐีร้อยล้าน ไม่ต้องพึ่งฉันแล้วนี่” โศภีหัวเราะเย้ยหยัน

“ยังมาซ้ำเติมกันอีกคุณโศ ไอ้ษมามันร่วมมือกับนังนักข่าวนั่นแจ้งตำรวจ แฉผมซะป่นปี้จะล้มละลายหมดเนื้อหมดตัวก็งานนี้ล่ะ”  ดิตถ์เอ่ยปากขอร้องให้โศภีช่วย

โศภีบอกว่าษมาขู่ว่ามีหลักฐานเอาผิดตนเก็บไว้ในตู้เซฟ ถ้าเขาช่วยทำลายมันได้ ตนก็ยินดีช่วย ดิตถ์ตาโพลงเพราะนั่นคือการล้วงคองูเห่า แต่พอโศภีขู่ถ้าทำไม่ได้ก็เตรียมหนีข้ามแดนได้เลย...เมื่อจนตรอก ดิตถ์จำต้องรับปากจะลงมือคืนนี้

ในขณะที่ษมาระวังตัวแจ ตรวจตราจอคอม– พิวเตอร์เช็กกล้องวงจรปิดก่อนจะเข้านอน อดเป็นห่วงสาระวารีไม่ได้ จึงโทร.เข้าไปในห้องเธอ เสียงหญิงสาวงัวเงียรับโทรศัพท์โกรธๆโวยว่าคนนะไม่ใช่นกฮูกจะได้ไม่หลับไม่นอน ชายหนุ่มขำรีบขอโทษที่โทร.มาเพราะจะเตือนให้ล็อกห้องดีๆ อย่าออกจากห้องจนกว่าจะเช้า สาระวารีแขวะ

“คนแก่นี่ชอบย้ำคิดย้ำทำซะจริง เตือนแล้วเตือนอีก คุณเองก็ต้องระวังตัวด้วย ถ้ามีเกลือเป็นหนอนอย่างที่คุณคิด คุณก็ไม่ควรออกจากห้องนอนไปไหนค่ำๆมืดๆคนเดียวเหมือนกัน”

“งั้นเราย้ายมาพักห้องเดียวกันดีไหมครับ จะได้ช่วยระวังให้กัน”

“ไอ้เฒ่าลามก...ฉันวางสายแล้วนะ” สาระวารีกระแทกหูโทรศัพท์ด้วยความเขินปนอาย

ษมายิ้มขำๆหันมาเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด พลันเห็นบางอย่างผิดปกติในห้องทำงานจึงรู้ว่า แผนที่วางล่อมีคนติดกับแล้ว...คนร้ายที่ย่องเข้ามารู้สถานการณ์ดี เอาถุงครอบกล้องวงจรปิดไว้ ค้นตู้เซฟจนทั่วไม่พบหลักฐานใดๆ ษมาบุกเข้ามา เกิดการต่อสู้กัน คนร้ายสวมหมวกคลุมหน้า แต่พอษมาจะกระชากออกก็รีบโดดหนีทางหน้าต่าง ษมาคว้าปืนกระโดดตามลงไปทันที

ขณะเดียวกัน กูซอวิ่งเข้าบ้านพักคนงาน จันเลากับพิพัชเข้ามาขวางถามว่าหนีใครมา กูซอแปลกใจบอกว่าตนปวดท้อง จันเลาค่อนขอดคงไม่ปวดมากเท่ากับโดนหักหลัง กูซองง

พิพัชซักไซ้ “วันนี้ตอนไปเอาเสบียงที่ฝั่ง แกหายไปไหนมา”

“ฉันถามพวกที่ไปด้วยกันแล้ว มันบอกว่าพอแกซื้อของเสร็จก็ให้พวกมันขนลงเรือ ส่วนตัวแกหายไปเป็นชั่วโมง แกไปไหน แอบไปพบใครมากูซอ” จันเลาซักไซ้

พิพัชกระชากคอเสื้อกูซอเค้นให้ตอบ กูซอหน้าซีดตกใจปวดท้องจนพูดไม่ออก พลันเสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้น พิพัชกับจันเลาชะงักรีบวิ่งไปทางเสียงปืน กูซอวิ่งปรู๊ดเข้าบ้านพักคนงาน

คนร้ายยังสวมหมวกคลุมหน้าวิ่งลัดเลาะหนีตายไปอย่างชำนาญทาง ษมาวิ่งตามหาไม่เจอยืนมองไปรอบๆ ด้วยความเจ็บใจ คนร้ายซุ่มเงียบรอจังหวะหนี ทันใด ลำแพงย่องเข้ามาใช้ท่อนไม้ฟาดลงมากลางหลังคนร้าย และเงื้อจะฟาดซ้ำ เสียงคนร้ายร้อง

“อย่าพี่ลำแพง นี่ฉันเอง” คนร้ายถอดหมวกไหมพรมออก ลำแพงแทบช็อกเมื่อเห็นว่าเป็นแลงน้องชายตัวเอง

ษมาได้ยินเสียง บุกเข้ามาหลังพุ่มไม้ ไม่พบทั้งลำแพงและแลง พิพัชกับจันเลาวิ่งตามมาสมทบ ษมารีบบอกว่าเหยื่อติดกับ มีคนเข้าไปค้นตู้เซฟแต่หนีไปได้ จันเลาลำดับเหตุการณ์

“คุณษมาไล่ล่าคนร้ายตอนเราอยู่กับกูซอ กูซอก็ไม่น่าจะใช่ไอ้ทรยศ แล้วมันเป็นใครกันแน่” ...ษมาเองก็ครุ่นคิด ใครกันที่เป็นหนอนบ่อนไส้

ooooooo

ด้านแลงถูกลำแพงตบหน้าหันและทุบตีอย่างบ้าคลั่ง โทษฐานกล้าหักหลังษมา เธอด่าว่าเนรคุณ ชิงหมาเกิด แลงกลัวพี่สาวมากได้แต่ยกมือป้อง ขอร้องให้ฟังตนอธิบาย แต่เธอไม่ฟัง

“ฉันติดหนี้พนัน ถ้าฉันไม่ทำตามที่มันสั่ง ไอ้ดิตถ์มันฆ่าฉันแน่” แลงโพล่งขึ้น

ลำแพงชะงัก แลงรีบย้ำว่าตนไม่ได้โกหก ลำแพงข้องใจว่าเขารู้รหัสเซฟได้อย่างไร แลงตอบว่าแอบเห็น ษมากับพิพัชเปิดเซฟอยู่หลายครั้ง แลงบีบน้ำตาอ้อนลำแพงให้ช่วย เกรงโดนอุ้มฆ่า ลำแพงอดใจอ่อนไม่ได้เลื่อนมือมาลูบหัวน้องชายด้วยความรัก แลงถอนใจที่รอดได้อีกครั้ง

เมื่อโศภีรู้จากดิตถ์ว่า ในเซฟของษมาไม่มีหลักฐานอะไรเอาผิดเธอได้เลย ก็สงสัยหรือษมาจะเก็บไว้ที่อื่น แต่ดิตถ์มั่นใจว่าโศภีหลงกลษมา

“ถ้ามันมีหลักฐานเล่นงานคุณได้จริง มันไม่ปล่อยคุณไว้หรอก มันลอบกัดคุณโดยไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ เหมือนที่ผมโดนเอาคืนอยู่นี่ไงล่ะ”

โศภีขบกรามแน่น ดิตถ์ทวงข้อตกลงที่ตนช่วยเธอแล้ว ถึงคราวที่เธอต้องช่วยตน แต่โศภีกลับพูดใส่หน้าว่า คดีดังขนาดนี้ ใครจะกล้ายื่นมือไปช่วย หาเรื่องใส่ตัวเอง ดิตถ์โมโหสุดขีด

“พูดยังงี้ได้ไงวะ นี่คุณหลอกใช้ผมเหรอ จะมาหักหลังกันหน้าด้านๆ ยังงี้ไม่ได้นะโว้ย” ดิตถ์จะเข้าทำร้ายโศภี แต่คนของเธอชักปืนขู่ จึงชะงัก”

“คนที่หมดประโยชน์ทุกคน ฉันไม่เคยเก็บเอาไว้ให้เกะกะขวางทางหรอก อย่าว่าแต่ไอ้พวกขี้โม้อย่างแกเลย ขาใหญ่อย่างนายสิงขร ฉันก็เชือดทิ้งมาแล้ว”

ดิตถ์ตะลึงนึกไม่ถึงว่าสิงขรตายด้วยฝีมือโศภี คนของเธอลากตัวดิตถ์ออกไปโยนนอกบ้าน เขาแค้นเคือง ขู่จะเอาคืนให้สาสม ดิตถ์มาบอกลูกน้องให้โทร.บอกโชติ ว่าตนจะไปกบดานที่ชายแดนให้รอรับ แต่ลูกน้องตอบเสียงอ่อย

“คงไม่ได้แล้วล่ะครับเสี่ย...ข่าวเรื่องเสี่ยออกทั้งทีวีทั้งอินเตอร์เน็ต คนรู้จักครึ่งค่อนประเทศแล้วครับ ตอนนี้คนของเราก็หนีเอาตัวรอดกันเกือบหมด เหลือไม่ถึงสิบคนแล้วล่ะครับ”

ดิตถ์ยิ่งแค้นใจ โทษเป็นความผิดของษมา

ooooooo

เช้าวันใหม่ ที่บริษัท สมบูรณ์เห็นเหวียงกำลังล้างรถ จึงเข้ามาดู เหวียงบอกว่าษมาจะขับรถไปส่งสาระวารีที่กรุงเทพฯด้วยตัวเอง คันโปรดเข้าศูนย์เกรงจะได้ไม่ทัน สมบูรณ์หวั่นใจหาเรื่องโดนส่องอีกแล้ว เหวียงว่าแฟนใคร ใครก็ห่วง มีรปภ. คนหนึ่งยืนมองด้วยสายตาไม่น่าไว้วางใจ

เมื่อษมากับสาระวารีนั่งเรือจากเกาะยานกมา หญิงสาวบอกษมาไม่จำเป็นต้องไปส่งตนให้คนขับรถไปก็ได้ ลิปสติกของตนไม่ใช่เครื่องรางลงอาคมที่จะช่วยชีวิตเขาได้ทุกครั้ง

“เป็นห่วงผมเหรอ” ษมายิ้มแฉ่ง

“ฉันกลัวซวยไปด้วยต่างหาก”สาระวารีเบ้หน้าใส่

“ผมว่าช่วงสองสามวันนี่น่าจะเป็นช่วงปลอดภัย ที่ผมจะไปไหนมาไหนที่สุดแล้วล่ะ...ไอ้ดิตถ์คงหนีการจับกุมอยู่ ส่วนโศภีโดนขู่ไปขนาดนั้น คงไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไรอีกแล้วล่ะ”

“ประมาทไปรึเปล่าคะ คนที่คิดจะฆ่าคุณก็ไม่ได้มีแต่สองคนนี้เท่านั้น”

“ผมทราบ แล้วตอนนี้เป้าโจมตีก็ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวแล้วด้วย ตอนนี้เขาลือกันไปทั่วว่าคุณคือคนรักของผม”

“จะบ้าเหรอ...” สาระวารีแอบเขิน

ษมาจ้องตาซึ้งๆ “ช่วยไม่ได้ทุกคนเข้าใจยังงั้นหมดแล้ว คุณคือเครื่องต่อรองชั้นดี ถ้าพวกมันอ่านใจผมออก จับคุณเป็นตัวประกันจะเรียกร้องอะไรได้ง่ายกว่าฆ่าผมตายซะอีก”

“พูดอะไรของคุณ ซับซ้อนต้องตีความ เข้าใจยาก น่ารำคาญ” สาระวารีเข้าใจแต่ทำกลบเกลื่อนเมินหน้าหนี แล้วแอบอมยิ้มปลื้มที่ตนมีความหมายกับเขาขนาดนี้

สมบูรณ์นั่งรถออกมารอรับษมาที่ท่าเรือ รปภ.ยืนมองไล่หลังรถยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย พอสาระวารีเห็นสมบูรณ์ก็เข้ามาสวัสดี สมบูรณ์กระเซ้า น่าจะกลับมาอยู่ที่ตราดเลย เห็นมาบ่อยๆ หญิงสาวหน้างอแก้ตัวว่าตนมาทำงาน อีกหน่อยคงไม่ได้มาแล้ว ษมาแทรก คนทางนี้เหงาแย่

“เดี๋ยวบ่อนเปิด คนคึกคัก หายเหงาไปเองแหละค่ะ...รถล่ะคะลุง” สาระวารีทำไม่สนใจ

ษมาขึ้นนั่งประจำที่คนขับ สาระวารีโบกมือให้สมบูรณ์ จากนั้นสมบูรณ์ก็โทรศัพท์คุยกับเหวียงถึงของที่สั่งซื้อ...ษมาขับรถพูดคุยหยอกล้อกับ

สาระวารีดูมีความสุข ขณะที่เหวียงรายงานสมบูรณ์ว่าซื้ออะไรมาได้บ้าง เขาเดินหอบของมาขึ้นรถที่จอดอยู่ ฉับพลัน รถก็ระเบิดตูมขึ้น

โศภีได้รับรายงานจากคนของตัวที่ปลอมเป็น รปภ.บริษัทมา เขาติดระเบิดใต้ท้องรถคันที่เหวียงล้างไว้ให้ ษมาเข้ากรุงเทพ โศภีสะใจมากจะตบรางวัลให้อย่างงาม...สมบูรณ์ใจหายวานโทร.บอกษมาให้ลง

จากรถเร็วที่สุด ษมาจอดแล้วฉุดสาระวารีลงวิ่งไปห่างรถมากที่สุด เขาใช้ตัวกอดบังร่างหญิงสาวไว้ด้วยความเป็นห่วง สาระวารีชำเลืองมองเขาอย่างรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ษมาสบตาเธอเตรียมรับเหตุร้ายที่จะเกิด... ชั่วอึดใจ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งสองกะพริบตางงๆ สาระวารีเริ่มเขินผลักตัวออกห่าง ทั้งสองหันมองรถที่จอดไม่เป็นอะไร

ooooooo

ทุกคนมารวมตัวกันที่บริษัท สมบูรณ์สีหน้ายังตกใจ ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองษมาและสาระวารี เดชะบุญที่ทางศูนย์โทร.มาบอกว่ารถของษมาได้แล้ว ตนเลยให้เหวียงเอารถที่สำรองไว้ไปซื้อของแทนและให้คนที่ศูนย์เอารถไปส่งที่ท่าเรือ

“เจ้าเหวียงเลยรับเคราะห์แทนผม” ษมาสีหน้าเสียใจ สาระวารีก็เสียใจไม่แพ้กัน

ษมาสั่งพิพัชดูแลครอบครัวเหวียงให้ดีที่สุด และให้สมบูรณ์นำเงินไปมอบให้ก้อนหนึ่ง ษมาหันมาชวนสาระวารีเดินทางต่อ พิพัชขัด

“นี่คุณจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อีกเหรอครับ ห่วงความปลอดภัยของตัวเองบ้างเถอะ”

ษมาตอบว่าไม่เห็นมีอะไรแล้ว พิพัชจะแย้ง สาระวารีแทรกขึ้น “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันกลับเองได้ ลูกน้องคุณเขาหึง เอ๊ย...ห่วง”

“พูดอะไรของคุณ” พิพัชเคือง สาระวารียักไหล่

สมบูรณ์เสนอตัวไปส่งสาระวารีเอง เพื่อให้พิพัชสบายใจและษมาจะได้อยู่เจอครอบครัวเหวียงด้วย สาระวารีหันมาค้อนพิพัช ษมาสบายใจขึ้น ฝากสมบูรณ์ดูแลสาระวารีแทนตน

ระหว่างนั่งมาในรถ สาระวารีเอ่ยถาม “แน่ใจนะลุงว่านายพิพัชไม่ได้แอบชอบคุณษมา”

สมบูรณ์หัวเราะก๊าก “หนูวารี ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะครับ เดี๋ยวฟ้าผ่าตายพอดี”

“แหม...ก็เห็นทั้งหวงทั้งห่วงจนออกนอกหน้า ซะขนาดนั้น เขาน่ะหึงหวงผู้หญิงทุกคนเลยนะลุง ทั้งคุณโศทั้งหนู”

“พิพัชเขารักเขาบูชาเจ้านายของเขามากก็เลยห่วงมาก ไม่ได้มีเรื่องอย่างที่คุณระแวงหรอก จงรักภักดีขนาดยอมตายแทนได้เลยนะครับ”

สาระวารีแขวะ “เหมือนหมาหวงเจ้าของใช่ไหมคะลุง...ลุงมองโลกชั้นเดียวเกินไป นายพิพัชอาจจะแอ๊บแมนก็ได้ ล่ำๆยังเงี้ย ตัวดีนักล่ะ”

สมบูรณ์หัวเราะบอกว่า ป่านนี้พิพัชจามจนตกเก้าอี้ไปแล้ว หญิงสาวสะใจเปลี่ยนเรื่องมาถามสมบูรณ์จะกลับตราดเลยหรือ สมบูรณ์ตอบว่าพรุ่งนี้มีงานต้องทำ พอถึงหน้าบ้าน เขาให้สาระวารีรีบเข้าบ้าน หญิงสาวว่าไม่ต้องห่วง ไม่มีใครทำอะไรในเขตบ้านตน แต่สมบูรณ์ไม่ยอม

“ไม่ได้หรอกครับ ผมรับปากคุณษมาไว้แล้วต้องส่งคุณถึงในบ้าน”

สาระวารีถอนใจ ไม่ทันที่จะไขประตูบ้าน สมบูรณ์สังเกตเห็นที่ลูกบิดมีความผิดปกติ รีบห้ามสาระวารีและให้ถอยออกมา เขาถามเธอเคยงัดแงะช่องกุญแจมาก่อนไหม

“ไม่เคยค่ะ เรามีกุญแจสำรองซ่อนเอาไว้ ทำไมเหรอคะลุง”

“ที่ลูกบิดประตูมีรอยขูดขีดแปลกๆ เต็มไปหมดเลย...หนูวารีไปรอในรถก่อน”

คนขับรถเข้าดูแลสาระวารี สมบูรณ์หยิบปืนออกมาค่อยๆย่องเข้าไปในบ้าน แล้วก็ได้พบคนร้ายสองคนซ่อนตัวอยู่จริง แต่ไม่ยากเย็นสำหรับตำรวจเก่าอย่างเขา ที่จะจัดการคนร้ายทั้งสอง

เวลาผ่านไป ษมาในชุดดำคุยโทรศัพท์กับสาระวารีสีหน้าเครียด ด้วยเป็นห่วงเธอมาก หญิงสาวถอนใจ “ก็เกือบไปเหมือนกันแหละค่ะ ถ้าลุงสมบูรณ์ไม่มาด้วย ป่านนี้ฉันคงถูกจับตัวไปอีกรอบแล้วค่ะ”

“เพราะผมแท้ๆเลย คุณถึงต้องเดือดร้อนไปด้วย”

“เลิกโทษตัวเองซะทีเถอะค่ะ ฉันยังไม่เคยคิดโทษคุณเลย”

“ขอบคุณครับ แต่คุณกับพี่สาวไม่ต้องกลัวไปนะ ผมจะหาทางป้องกันให้คุณปลอดภัยกลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิมให้ได้”

“ทางมันมีอยู่แล้วล่ะค่ะ ง่ายมาก คุณแค่เลิกทำกาสิโน ทั้งชีวิตคุณ ชีวิตฉันก็จะกลับมาสงบสุขเหมือนเดิม”

ษมาอึ้ง ขอเธออย่าพูดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สาระวารีตอกกลับ “ใช่ค่ะ อย่าพูดในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ คุณดูแลความปลอดภัยให้ใครร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้หรอก แม้แต่ตัวคุณเอง”

ษมาอึ้งโดนแทงใจดำจนเถียงไม่ออก ตัดสินใจสั่งพิพัชไปเป็นบอดี้การ์ดให้สาระวารีที่กรุงเทพฯ พิพัชแย้งว่าตนกับเธอไม่ลงรอยกันเท่าไหร่ มีหวังตีกันแน่ ษมาสวนทันควัน

“ผมก็ไม่เห็นวารีจะลงรอยกะใครซักคน แม้แต่กับผม”

พิพัชขอให้ส่งจันเลาไปแทน จันเลาโต้ว่าตนมีงานต้องทำ และที่สำคัญ เจ้านายอยากให้ไปติดตั้งระบบป้องกันภัยที่บ้านสาระวารี ตนไม่ถูกโรค กับไฮเทคโนโลยี ทุกวันนี้แค่เข้ากูเกิลได้ก็หรูแล้ว พิพัชเหล่เพื่อนที่ไม่ช่วยกันบ้าง ษมาน้ำเสียงซีเรียสขึ้น

“นายคือคนที่ฉันไว้ใจมากนะพิพัช วารีต้องเดือดร้อนก็เพราะฉันเป็นต้นเหตุ ฉันถึงจำต้องส่งมือขวา คนที่ฉันไว้ใจมากที่สุดไปดูแลเขาแทน นี่ถ้าไม่ติดว่าถ้าฉันไปด้วยตัวเองแล้วจะยิ่งเป็นเป้าโจมตีให้วารีเดือดร้อนยิ่งขึ้น ฉันคงไม่ยืมจมูกใครหายใจหรอก”

พิพัชแหยลง เจอษมาพูดเชือดนิ่มๆ จะไม่ยอมไปก็ไม่ได้ แอบถอนใจออกมาเซ็งๆ

ooooooo

แม้จะโกรธแต่ก็เป็นน้องในไส้ ลำแพงเอาเงินทองของมีค่าของตนทั้งหมดมามอบให้แลงเอาไปใช้หนี้พนันให้หมด แลงกล่าวขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน ลำแพงให้เขาสัญญาจะไม่ทรยศ ษมาอีก แลงถอนใจถ้าไม่โดนบีบตนคงไม่ทำแน่ ลำแพงเชื่อใจน้องชาย

แต่แล้ว แลงกลับขายทองหยองของพี่สาว รวมกับเงินสดที่ได้เป็นรางวัลจากดิตถ์ และดิตถ์ยังล้างหนี้เก่าให้ด้วย เอามาเล่นการพนันในบ่อนของดิตถ์ต่อ และดูท่าจะสวามิภักดิ์ต่อเขา

“แล้วคุณดิตถ์จะเอายังไงกับไอ้ษมาครับ จะเลิกหรือว่าจะให้ผมส่งข่าวให้เหมือนเดิม”

“ก็เหมือนเดิมสิวะ ไอ้ษมามันทำให้ข้าหมดเนื้อหมดตัว ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ ถ้าไม่เห็นมันตายกับตา ข้านอนตาไม่หลับหรอกโว้ย แต่ตอนนี้คงต้องพักรบหาเงินก่อน นังโศภีมันก็ดันชิ่งไปอีก ข้าเลยต้องเสี่ยงเปิดบ่อนอีกรอบ” ...แลงรับปากจะรับใช้เขาทุกอย่าง

วันต่อมา จันเลาเดินตามประกบษมา ซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์กับพิพัช ษมากำชับให้ดูแลติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยให้ทั่วบ้านสาระวารี และขอให้ประกบเธออย่างที่จันเลาประกบตน

จันเลายิ้มขำๆ “ผมอยากเห็นตอนที่สองคนเจอหน้ากันจริงๆเลยครับ”

“ทำไงได้ล่ะ ถ้าบอกก่อน วารีต้องไม่ยอมให้พิพัชไปบ้านแน่ๆ”

“คุณษมาคิดจริงจังกับคุณวารีหรือแค่คบเป็นเพื่อนแก้เหงาฆ่าเวลาครับ”

“แกเห็นฉันเป็นคนยังงั้นเหรอ” ษมาหน้าดุขึ้นมา จันเลาผงะยิ้มแหยๆ “แกเคยเห็นฉันให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนไหนมากเท่าวารีมาก่อนรึเปล่า”

“ไม่เคยครับ”

“คงได้คำตอบแล้วนะ”

“แต่คุณวารีเธอเกลียดการพนันมาก...แล้วเขาก็เป็นคนใจแข็งมากซะด้วย บอกตรงๆนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าคุณษมาจะเปลี่ยนใจเธอได้”

ษมาชะงักหันมาจ้องหน้าจันเลา “ฉันรู้ว่าวารีเขาใจแข็งแล้วก็เป็นผู้หญิงที่มีอุดมการณ์เพราะเขาเป็นแบบนี้แหละฉันถึงชอบ แต่ฉันมั่นใจว่าความจริงใจของฉัน จะเปลี่ยนความคิดเขาได้ แต่คงต้องใช้เวลานานมาก มันก็คุ้มที่จะรอใช่ไหมล่ะ”

จันเลาอึ้ง รู้สึกเห็นใจเจ้านายและเข้าใจความรู้สึกของเขา

ooooooo

ทันทีที่สาระสะมาลงจากรถแท็กซี่หน้าบ้าน พิพัชเลี้ยวรถมา บีบแตรใส่เธอเสียงดัง บอกให้เธอเปิดประตูบ้าน ตนจะเอารถเข้า สาระสะมางงย้อนถามว่าเขาจำบ้านผิดหรือเปล่า พิพัชหาว่าเธอกวน แถมเปลี่ยนลุคเป็นสาวการบิน คิดจะป่วนไปทุกสาขาอาชีพหรืออย่างไร

สาระสะมาอมยิ้มรู้ว่าเขาคงคิดว่าตนเป็นสาระวารี พิพัชโวย “ยิ้มอะไรอยู่ได้ อย่านึกว่าผมอยากมานะ ถ้าคุณษมาไม่ขอร้องให้ผมมาดูแลคุณ จ้างให้ผมก็ไม่มาหรอก”

สาระสะมาได้ยินชื่อษมา จึงยอมเปิดประตูบ้านให้ เข้ามาหาน้ำท่ารับรอง ไม่วายพิพัชหาว่าเธอคิด วางยา หญิงสาวหัวเราะออกมาแสดงว่าน้องสาวทำแสบไว้เยอะ พิพัชชักโมโห

“คุณเลิกแอ๊บได้แล้ว คุณษมาไม่อยู่...ผมขอเตือนคุณไว้ก่อนเลยนะ ที่ผมมาที่นี่ก็เพราะคำสั่งของคุณษมาให้มาคุ้มครองคุณ ถ้าคุณขืนออกฤทธิ์กับผม ก็เท่ากับคุณทำร้ายตัวคุณเอง เพราะผมคงไม่ทนคุณเหมือนคุณษมาแน่ๆ”

“ฉันว่าฉันดูแลตัวเองได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องมีใครมาคุ้มครอง คุณษมากังวลอะไรมากไปรึเปล่าคะ”

“อย่างคุณน่ะเหรอจะดูแลตัวเองได้ ถ้าจ่าสมบูรณ์ ไม่ช่วยคุณเอาไว้ ป่านนี้คุณโดนฆ่าหั่นศพไปแล้ว อย่าอวดเก่งไปหน่อยเลย...ผมขอไปสำรวจข้างบนบ้านนะครับ”

พิพัชไม่อยู่รอฟังคำอนุญาต สาระสะมาครุ่นคิดปะติดปะต่อเรื่องราว...จังหวะนั้นสาระวารีเพิ่งตื่นนอน งัวเงียเดินหัวฟูออกมาจากห้องนอน กำลังจะลงบันได เจอกับพิพัชเข้าอย่างจัง ต่างคนต่างตกใจร้องเฮ้ย...ลั่น สาระสะมารีบวิ่งตามขึ้นมายิ้มขำๆ

พิพัชนั่งหน้าเครียดที่โซฟา บ่นมีแฝดก็ไม่บอกกันบ้าง สาระวารีแว้ดใส่ว่าเขาเป็นนายทะเบียนหรือ ตนถึงต้องแจ้ง พอสาระวารีรู้เรื่องที่ษมาส่งพิพัชมา ก็ปฏิเสธไม่ให้ทำอะไรทั้งสิ้น พิพัชโต้ว่าคนที่สั่งตนได้มีคนเดียวคือษมา ถ้าไม่พอใจอะไรให้โทร.ไปบอก  สาระสะมาพยายามเตือนน้องสาวให้เชื่อฟังษมา สาระวารีเสียงอ่อยโอดครวญ “สะมา...”

พิพัชงง “เรียกคุณษมาทำไม”

“ฉันเรียกพี่สาวฉันย่ะ ชื่อเขาคล้ายกัน ชื่อตั้งร้อยชื่อพันชื่อไม่ตั้ง” สาระวารีแว้ดใส่

พิพัชทำหน้ากวนหาว่าเธอเพ้อเรียกเจ้านายตน สาระวารีหันไปต่อว่าพี่สาว ทำไมต้องเข้าข้างคนอื่นสาระสะมาสวนกลับ ตนต้องถามมากกว่าว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมไม่เล่าให้ฟัง แฝดผู้น้องจ๋อยลง อ้างไม่อยากทำให้ไม่สบายใจ

“ที่ไม่บอกความจริงเพราะกลัวเราให้นายลาออกจากงานใช่ไหมล่ะ”

สาระวารีเถียงไม่ออก สาระสะมาจึงบอกว่า เมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องเชื่อฟังษมา หรืออยากจะย้ายที่อยู่ซักพักจนกว่าเรื่องทั้งหมดจะจบลง สาระวารีไม่กล้าหือ พิพัชยิ้มชอบใจ

ooooooo

ตอนที่ 6

ทางเกาะยานก พิพัชได้รับแจ้งจากษมาว่าเรื่องข่าวเรียบร้อย จะอยู่เที่ยวกรุงเทพฯสักพัก ลำแพงไม่พอใจบอกพิพัชให้เร่งษมากลับจะได้ไม่เสียงาน จันเลาให้ปล่อยเจ้านายมีความสุขไปเถิด พิพัชกลับไม่ห่วงเรื่องงาน แต่ห่วงความปลอดภัยจะตามไปกรุงเทพฯ จันเลาขอไปด้วย

“ถ้าคุณษมาได้รับอันตราย ฉันถือว่าเป็นความผิดของแม่นั่นคนเดียว” ลำแพงเข่นเขี้ยว

ในขณะที่สาระวารีกำลังไล่ษมากลับ เพราะเขาอ้างว่ารับปากสาระสะมาจะรับเธอกลับบ้านวันนี้ มัทนาสะพายเป้เดินมา สาระวารีหันไปทักทำข่าวข้างนอกหรือ มัทนายิ้มๆตอบว่า

“บก.ให้บอกว่าอย่างนั้น”

สาระวารีรู้ทันทีว่า บก.ให้มัทนาเบี้ยวงาน ษมาลุกขึ้นท้วง “อ้าวคุณ จะไม่แนะนำเพื่อนคุณให้ผมรู้จักมั่งเหรอ”

มัทนาปรี่เข้ามายกมือไหว้ สาระวารีจำต้องแนะนำ พอเห็นสองคนคุยกันถูกคอก็รีบขัด

“ถ้าไม่อยากให้ทั้งกอง บก.รู้ว่าเธอได้อภิสิทธิ์โดดงาน ก็รีบไปให้พ้นๆเลย”

มัทนาจ๋อยบอกษมาคงมีโอกาสพบกันใหม่ สาระวารีรีบขัดว่า ไม่มีเพราะเขากำลังจะกลับเกาะ ว่าแล้วก็รีบไล่เพื่อนไป เกรงษมาซักถามเรื่องของตน ษมายิ้มขำๆ พลันษมาเห็นมีรถมอเตอร์ไซค์ขี่วนเวียนมาหน้าตึก ท่าทางไม่น่าไว้ใจ จึงรีบบอกสาระวารีให้หลบ แล้ววิ่งไปรวบตัวมัทนา แต่คนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ชักปืนยิงใส่ เฉียดหัวเธอล้มลง สาระวารีได้สติวิ่งตามโวยวายจนหมดแรง รปภ.วิ่งตามมา เธอหันมาต่อว่า

“ยืนมองอยู่ทำไม ทำไมไม่จับมัน เขาจ้างคุณมารักษาความปลอดภัยไม่ใช่เหรอ”

“มันมีปืนนะคุณ ผมมีแค่กระบองท่อนเดียว ขืนเข้าไปขวาง มันก็ยิงผมตายสิครับ”

“ก็เอากระบองนี่แหละ ปาหัวกบาลมัน ไม่ใช่มายืนบื้ออยู่ยังงี้”

ษมาร้องเรียกสาระวารีให้มาช่วยพามัทนาส่งโรงพยาบาลด่วน ไชยวัฒน์กับคนในสำนักพิมพ์วิ่งกรูมาด้วยความตกใจ ษมาให้เขาแจ้งความว่ามัทนาถูกยิง...

ษมาอุ้มมัทนาเข้ามาในรถที่สาระวารีนั่งรอรับอยู่เบาะหลัง ษมาส่งผ้าเช็ดหน้าให้เธอใช้กดแผลห้ามเลือดให้มัทนา

“โอ๊ย เบาๆสิครับ ไม่ต้องแรงมากแค่ห้ามเลือด”

“ขอโทษนะมัท...” สาระวารียังตกใจ เป็นห่วงมัทนา

ระหว่างทาง มัทนาฟื้นขึ้นมา แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น สาระวารีบอกว่าเธอถูกยิงกระสุนแค่แฉลบแต่เลือดออกมาก เธอยังรู้สึกชาๆอ่อนแรงหลับไปอีก...ถึงโรงพยาบาล ษมาดูแลมัทนาเข้าห้องฉุกเฉิน สาระวารียืนกดโทรศัพท์หามีคณาแต่ไม่มีคนรับสาย จึงหงุดหงิด จนษมาเดินมา เธอรีบถามอาการมัทนา

“โอเคแล้ว คุณหมอเย็บแผลให้ น่าจะซักสิบเข็ม”

สาระวารีโล่งอก ขอบคุณษมาที่ช่วยแบบทุ่มสุดตัวขนาดนี้ เขาตอบยิ้มๆ “น้องรักคุณนี่ครับ แต่ถึงจะเป็นคนอื่น ถ้าผมอยู่ในเหตุการณ์ ผมก็ช่วยอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ทุ่มสุดตัวขนาดนี้”

สาระวารีรู้สึกว่าเขากะลิ้มกะเหลี่ย รีบตัดบทถามว่ามัทนาพักห้องไหน ษมาส่ายหน้า

“มัทไม่ยอมนอน จะกลับบ้านให้ได้ ตอนนี้ไม่เจ็บเพราะได้ยาแก้ปวดเข้าไป เดี๋ยวยาหมดฤทธิ์จะรู้สึก...เพื่อนกันดื้อเหมือนกันไม่มีผิด”

“ผู้หญิงดื้อนี่แหละมีเสน่ห์” สาระวารีค้อนขวับเดินไปหามัทนาที่ห้องฉุกเฉิน

ooooooo

เมื่อษมาขับรถมาถึงหน้าบ้านมัทนา เห็นตำรวจหลายนายเต็มหน้าบ้าน มัทนาตกใจรีบวิ่งเข้าไปดูว่าเกิดอะไรกับครอบครัวตน พ่อกับพี่บอกว่าบ้านถูกขโมยขึ้น รื้อค้นกระจุยกระจาย

มัทนาไปตรวจดูข้าวของ ษมาซักถามสาระวารีอยู่ที่ระเบียง “มัทเขาคิดว่าใครเป็นคนทำ”

“เขตต์ตวัน คนที่ฉันเคยเล่าให้คุณฟังว่ามัทไปสัมภาษณ์ที่ภูเก็ตไงคะ”

“พระเอกหนังน่ะเหรอ...เขาจะทำไปเพื่ออะไร”

“เขาคิดว่ามัทจะเอาชีวิตส่วนตัวเขามาแบล็กเมล์ งี่เง่าจริงๆเลย อยู่ใกล้ชิดกับมัทตั้งนาน ดูไม่ออกรึไงว่ามัทเป็นคนยังไง ใสซื่อขนาดนั้นจะไปทำร้ายใครได้ยิ่งเป็นไอดอลในใจอย่างตัวด้วยแล้ว...ประสาท ทุเรศที่สุดเลย ส่งคนมาลอบยิงแล้วยังส่งคนมาทำลายบ้านเขาอีก เลวจริงๆ”

ษมาฟังอย่างครุ่นคิด “อย่าเพิ่งด่วนตัดสินเขาโดยไม่มีหลักฐานสิวารี”

“ไม่ใช่เขาแล้วจะใคร”

“ผมก็เคยโดนใส่ร้ายแบบนี้เหมือนกัน ทั้งที่ผมไม่ได้ทำ”

สาระวารีถอนใจ ชวนษมาเข้าไปไหว้พ่อแม่มัทนา...

สองคนนั่งดูตำรวจสอบปากคำคนในบ้าน จู่ๆ มัทนาเดินลงมาจากบนห้อง บอกพ่อว่าไม่มีอะไรหายแล้วขอตัวออกไปข้างนอกดูท่าทางรีบร้อน สาระวารีกับษมารีบตามออกไป มัทนาเดินลิ่วๆออกไปตามถนน ษมาขับรถตามมาจอดเทียบ สาระวารีลงจากรถมาดึงเพื่อนรุ่นน้องขึ้นรถ

“วารี คุณมานั่งข้างหน้ากับผมนี่เลย ผมไม่ใช่คนขับรถของคุณนะ ถ้าจะไปก็ต้องมานั่งข้างหน้ากับผม”

มัทนาเข้าใจบอกสาระวารีให้ไปนั่งหน้ากับษมา สาระวารีทำหน้าหงิกโกรธๆ “เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังงี้ ยังจะมาเรื่องมากอีก”

ษมาอมยิ้มชอบใจ ขับรถมุ่งหน้าไปคอนโดของเขตต์ตวัน...มาถึง มัทนาวิ่งรี่จะขึ้นลิฟต์ไปห้องเขตต์ตวัน พนักงานมาขวาง บอกว่าเขตต์ตวันสั่งไม่รับแขกใดๆ สาระวารีจึงขอให้โทร.ขึ้นไปถาม พอเอกชัยรู้ว่ามัทนามาก็รีบให้ขึ้นมา

ทันทีที่มัทนาเข้ามาในห้อง ก็ปรี่เข้าทุบตีเขตต์ตวันยกใหญ่ ทั้งเอกชัยและเยาะยืนงง เอกชัยให้เยาะออกไป

จากห้องก่อน แล้วเชื้อเชิญษมากับสาระวารีมานั่งคุยกัน

สาระวารีจะเอาเรื่องท่าเดียว เพราะเชื่อมัทนาว่าเขตต์ตวันส่งคนไปทำร้าย แต่พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากเขตต์ตวันมัทนาหลับไปด้วยฤทธิ์ยา ษมาเชื่อว่าเขตต์ตวันเป็นคนดี จึงดึงสาระวารีออกมาจากห้อง

“ลากฉันออกมาทำไม จะปล่อยให้มัทนากลับไปกับคนที่ไม่น่าไว้ใจได้ยังไงคะ”

เขตต์ตวันตามออกมาส่ง เขารับรองว่าจะดูแลมัทนาถึงบ้านอย่างปลอดภัย ษมาจับมือกับเขตต์ตวันอย่างเชื่อความจริงใจของเขา สาระวารีโวยวายมาตลอดทาง ษมาต้องอธิบาย

“คุณมองท่าทางคุณตวันที่มีกับเพื่อนคุณไม่ออกหรอก ผู้ชายคนนี้ไม่เป็นอันตรายกับคุณมัทแน่ๆ...เขาดูตกใจแล้วก็เป็นห่วงคุณมัทมากตอนรู้ว่าถูกยิง เอาน่ะ ผู้ชายด้วยกันดูกันออก”

“ผีเห็นผีว่างั้นเถอะ” สาระวารีแขวะก่อนจะเดินนำกลับไป ษมายิ้มๆเดินตาม

ooooooo

โศภีมาต่อว่าดิตถ์ เข้าใจว่าเขาส่งคนไปยิงษมาที่หน้าสยามสารแต่พลาดโดนนักข่าว ดิตถ์ปฏิเสธยกใหญ่ ตนให้คนเช็กดูแล้ว คู่กรณีของนักข่าวมันสั่งเก็บ ษมาสาระแนไปช่วยเองไม่อย่างนั้นไม่ปิดข่าวเงียบแบบนี้แน่

“แน่ใจนะ ไม่ใช่ว่านายมีแผนการจะหักหลังฉัน”

“โถๆคุณโศภีที่รัก ผมจะหักหลังคุณให้มันได้อะไรขึ้นมา ยังไงผมก็ต้องพึ่งพาเงินคุณยึดกาสิโนของไอ้ษมามัน ไม่มีคุณผมก็ทำอะไรต่อไม่ได้...อย่าระแวงกันเองสิคุณ ถ้าคุณไม่เชื่อแกล้งโทร.เข้ามือถือมันดูก็ได้ ถ้าเป็นการลอบยิงมันจริง ป่านนี้มันกลับเกาะไปแล้ว”

“อย่าให้ฉันรู้ก็แล้วกัน ว่านายคิดเล่นไม่ซื่อกับฉัน”

ดิตถ์ซุกไซ้หน้ากับซอกคอโศภีประจบ ใครจะกล้าทำร้ายคนที่รักได้ลงคอ หญิงสาวเกือบเคลิ้ม พอรู้สึกตัว ผละออกสะบัดหน้ากลับไปทันที

เช้าวันใหม่ สาระวารีแต่งตัวลงมาเห็นพี่สาวกำลังเปลี่ยนหลอดโคมไฟอยู่ เธอมองไปรอบบ้านจนสาระสะมาต้องถามว่ามองหาใคร เธอร้อนตัวปฏิเสธ เปลี่ยนมาถามว่าเช้านี้ทำอะไรกิน ทันใด เสียงษมาดังมาว่า “ผมก็หิวเหมือนกัน”

สาระวารีสะดุ้งหันมอง สาระสะมารีบบอกว่ารอเดี๋ยวแล้วเดินเข้าครัวไป สาระวารีค่อนขอด “มาทันเวลากินทุกทีเลยนะ”

“ผมมาตั้งนานแล้วครับ คุยโทรศัพท์สั่งงานอยู่...

คุณสะมาชวนทานข้าวเช้าอีก เกรงใจแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ” ษมาทำหน้ากวน

สาระวารีหมั่นไส้แกล้งถามว่าที่โรงแรมไม่มีอาหารเช้าหรือ ษมาตอบว่ามี แต่ไม่อร่อยเท่าพี่สาวเธอทำ สาระวารีหมั่นไส้ บอกพรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้วเพราะแม่ครัวไปบิน สาระสะมาจึงบอกให้มาลองชิมฝีมือน้องสาวก็ได้ สาระวารีร้องลั่นไม่ต้อง เพราะตนกินนมแก้วเดียว แล้วไปหากินที่ทำงาน ษมารีบเสนอจะมารับไปทานข้าวทุกเช้า

“ขอบคุณค่ะ แต่อย่าเลย เดี๋ยวจะสบายจนเคยตัว ข่าวคุณก็ตรวจแล้ว เมื่อไหร่คุณจะกลับเกาะคุณไปซะทีเนี่ย”

“ผมกะจะรอหนังสือคุณตีพิมพ์ก่อน”

“แต่มันอีกหลายวันนะ!”

“ไม่เป็นไร ผมเคลียร์งานที่จำเป็นเสร็จแล้ว ตั้งใจจะมาตรวจข่าว แล้วก็รับคุณกลับตราดด้วยกันเลย”

สาระวารีตกใจทำไมต้องกลับ “ก็ไปทำสกู๊ปเรื่องขุดพลอยไงครับ คุณเคยบอกว่าสนใจไม่ใช่เหรอ รึว่า บก.คุณยังไม่อนุญาต ผมจะได้ไปคุยให้”

“ไม่ต้องเลย ฉันพูดเองได้...เออคุณมาก็ดีแล้ว เรื่องข่าวคาสิโนคุณ ฉันว่าถ้ามันไม่มีรูปคุณลงเลย ยังไงก็ไม่สมบูรณ์นะ”

ษมาปฏิเสธเสียงแข็ง ห้ามมีรูปตนในหนังสือเล่มไหนทั้งนั้น สาระวารีรีบบอกว่าตนไม่ผิดสัญญา แต่เขาไม่ให้ลงรูปถ่ายเท่านั้น สีหน้าเธอมีเลศนัย ษมาแอบระแวง

สายวันนั้น สาระวารีพาษมามานั่งที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊นิด และเอาช่างศิลป์ของสำนักพิมพ์มาวาดภาพเหมือนษมา เขาหน้าเหยเกที่ต้องทำกันขนาดนี้

“อ้าว ก็คุณไม่ยอมให้ถ่ายรูป ฉันก็ไม่ถ่ายแล้วไง จะเอายังไงอีก”

“ไม่ถ่ายรูปแล้ววาดภาพเหมือนเนี่ยนะ”

สาระวารีย้ำว่ารูปไม่เหมือนมาก เจ๊นิดได้ยินติง ทำไมไม่วาดให้เหมือน เขาอุตส่าห์ใจดีล้างหนี้ให้จนหมด ษมายิ้มๆตอบแทนว่าตนศัตรูเยอะ สาระวารีฝากเจ๊นิดดูแลษมา ตนจะกลับไปทำงาน เจ๊นิดรับปากออกอาการดีใจพร้อมอวยษมาว่าจีบสาระวารีติดแน่ๆ

ooooooo

พอวาดเสร็จ สาระวารีเอารูปมาให้ บก.ดู ว่าษมายอมให้ลงภาพเขาแค่นี้ บก.ย้อนถามษมายังเฝ้ารอเธออยู่หรือ หญิงสาวส่ายหน้าตอบว่าเขาไปทำธุระก่อนจะหยั่งเชิงถาม

“แล้วเรื่องทำสกู๊ปการขุดพลอยล่ะคะ บก.ยังเห็นว่ายังไง”

“มันก็น่าสนล่ะนะ อาจจะไม่ถึงกับเป็นข่าวลีด แต่ก็เป็นสารคดีชิ้นเด่นได้ แต่ผมมีเรื่องสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง... คุณคิดยังไงกับคุณษมา”

“เอ่อ...ก็แค่แหล่งข่าวคนนึง ไม่มีอะไรนี่คะ” สาระวารีตอบอึกๆอักๆ

“พูดตรงๆนะวารี เท่าที่ผมได้พูดคุยกับคุณษมา ผู้ชายคนนี้ก็ไม่เลวหรอกนะ ถ้าเขาต้องการอะไร เขาคงมุ่งมั่นเอามาให้ได้ ทีนี้มันก็ขึ้นอยู่กับคุณ ถ้ายังไม่คิดจะจริงจังกับเจ้าพ่อคนนี้ก็อย่าใช้เขาเพื่องาน แล้วก็อย่าให้เขาเอางานมาล่อคุณได้อีกล่ะ วารี”

สาระวารีนิ่งคิด ตกเย็น เธอสะพายเป้เดินไปรอรถเมล์ พลัน ษมาขับรถมาบีบแตรเรียก

“ผมเสร็จธุระเลยแวะมาดู เผื่อคุณยังไม่กลับบ้าน จะได้พาไปส่ง”

สาระวารีบอกว่าตนยังไม่กลับบ้าน จะไปซื้อของ ชายหนุ่มรีบอาสาพาไป อ้างรับปากสาระสะมาจะดูแลเธออย่างดี สาระวารีตัดสินใจไปกับเขาเพราะอยากจะคุยบางอย่าง...ระหว่างเดินเลือกของ สาระวารีบอกษมาว่าตนยังไม่ไปทำข่าวขุดพลอย เพราะมีงานอื่นเข้ามา น่าสนใจกว่า สีหน้าษมาผิดหวัง หญิงสาวเล่าข่าวให้ฟัง

“เคยได้ยินเรื่องแชร์ลูกโซ่ที่ให้ซื้ออุปกรณ์มาใส่กับนมสด แล้วมันจะตกตะกอนเป็นก้อนๆไหมคะ”

“แล้วไง เป็นแชร์ลูกโซ่ตรงไหน”

“ก็ตรงที่บริษัทจะรับซื้อตะกอนนมกลับไปน่ะสิคะ บริษัทอ้างว่าเอาไปทำเครื่องสำอาง คนก็แห่ไปซื้ออุปกรณ์กันใหญ่”

ษมาย้อนถามว่าเสร็จข่าวนี้แล้วจะไปทำข่าวขุดพลอยเลยใช่ไหม หญิงสาวอึ้งๆอ้างแล้วแต่ บก.ษมา

หน้าเสียเพราะตนต้องกลับเกาะ สาระวารีสะท้อนใจ เหตุผลแท้จริงคือกลัวใจตัวเอง ษมาเป็นห่วงที่คืนนี้

สาระวารีต้องอยู่บ้านลำพัง เพราะพี่สาวไปบิน จึงเสนอตัวอยู่เป็นเพื่อน หญิงสาวตอกกลับว่าอยู่คนเดียวปลอดภัยกว่า

“ผมไม่ได้คิดอะไรไม่ดีนะคุณ ที่พูดเพราะเป็นห่วงจริงๆ”

“ฉันก็พูดจริงเหมือนกัน อยู่กับคุณถ้าไม่โดนอาวุธสงคราม ก็คงไม่แคล้วโดนสาวๆในคอลเลกชั่นของคุณตามมาอาละวาดเอา เหมือนที่สะมาโดน”

ษมาแปลกใจ สาระวารีเล่าเรื่องที่สาระสะมาโดนโศภีวีนใส่กลางห้าง เจอตนหน่อยไม่ได้เลือดสาดแน่ ษมาชักระแวง โศภีมากรุงเทพฯทำไมหรือบังเอิญ หญิงสาวแขวะว่าเธอตามเขามา

ขณะเดียวกัน ที่แคมป์คนงานเกาะพระฮาม ถูกลูกน้องดิตถ์ก่อกวน เผาทำลายที่พักเพื่อบีบให้ษมา

กลับเกาะ...ษมาขับรถพาสาระวารีกลับบ้าน เธอนั่งจดบัญชีที่ซื้อของ ษมาชื่นชมที่สองพี่น้องรู้จักใช้เงิน สาระวารีนึกได้เตือนเขาเลิกให้ขนมหวานเจ้าเหลืองลาย ก่อนที่มันจะอ้วนตายเสียก่อน ทันใดมีมอเตอร์ไซค์ปาดหน้า ษมาเบรกรถอย่างแรงกระเป๋าสาระวารีตกกระจาย เธอสบถดีที่ไม่ชน เพราะถ้าชนรถใหญ่ก็ผิดวันยังค่ำ ษมาเห็นด้วยเพราะที่ตราดก็เหมือนกัน

ถึงบ้าน ษมาช่วยยกของที่ซื้อเข้าบ้าน พลัน พิพัชโทร.มารายงานเรื่องเกาะพระฮาม ษมาตกใจสั่งการให้ดูแลช่วยเหลือคนงานก่อน สาระวารีรีบถามเกิดอะไรขึ้น

“มีคนบุกไปเผาบ้านพักคนงานที่พระฮาม คนของผมถูกทำร้ายบาดเจ็บ แต่โชคดีไม่เป็นอะไรมาก จะว่าไปก็ดีแล้วล่ะ ที่คุณไม่ไปทำข่าวที่ตราด ไม่งั้นผมคงห่วงคุณแย่”

สาระวารีสบตาเขาอย่างซึ้งใจ ษมาลากลับ เธอห่วงขอให้กลับตอนเช้า แต่เขายืนกรานจะกลับคืนนี้เพราะเป็นห่วงคนงาน เขาจับมือเธออย่างห่วงใย

“อยู่บ้านคนเดียวระวังด้วยแล้วกัน”

“ฉันอยู่จนชินแล้วล่ะค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ”

“รับปากผมก่อน ว่าเราจะได้เจอกันอีก” ษมาสบตาซึ่งๆ

“ถ้าเขาไม่เลิกขุดพลอยไปซะก่อน ฉันก็คงต้องไปทำสกู๊ปข่าวล่ะค่ะ...จับนานไปแล้วค่ะ”

ษมานึกได้ปล่อยมือเธอยิ้มเขินๆ สาระวารีเดินไปส่งเขาที่รถ อดใจหายไม่ได้ ษมาอิดออดไม่อยากจากไปเท่าไหร่ จังหวะนั้น เขาใช้ทีเผลอขโมยหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ก่อนจะขึ้นรถ แล้วล็อกประตู สาระวารีตั้งสติได้ โวยวายทุบรถไล่หลัง ก่อนจะเดินอมยิ้มอายๆเข้าบ้าน

ษมานั่งยิ้มขับรถมาตามทาง ลูกน้องโศภีซึ่งเฝ้าดูอยู่ โทร.รายงานเจ้านายทันที โศภีสั่งให้ตามเก็บษมา ระวังอย่าให้กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ ดิตถ์ซึ่งนั่งอยู่กับโศภี ยิ้มแย้มที่แผนล่อษมากลับเกาะเป็นผลสำเร็จ อดชมหญิงสาวไม่ได้

“คุณนี่ร้ายจริงๆเห็นตามไอ้ษมามาตั้งหลายปี ผมก็นึกว่าถ่านไฟเก่ามันจะแรงซะอีก ที่ไหนได้ พอผลประโยชน์ขัดกัน ก็เชือดคนรักเก่าได้อย่างเลือดเย็น”

“ฉันให้โอกาสแล้ว ช่วยไม่ได้ แทนที่จะมีทั้งกาสิโนทั้งเมียที่ดีพร้อมอย่างฉัน ดันไปโง่หลงนังนักข่าวเก้งก้างนั่นได้ งั้นฉันก็ขอแค่กาสิโนของมันก็แล้วกัน” สีหน้าโศภีร้ายกาจเยือกเย็น

ษมาขับรถมาตามทางด้วยความเร็วสูง จนมาติดสัญญาณไฟแดง จังหวะที่เบรกแรงทำให้ลิปสติกของสาระวารีไหลออกมาจากใต้เบาะ เขาจึงก้มเก็บ ทันใดเสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้น กระสุนเจาะกระจกเข้าใส่ษมาเลือดสาด

ooooooo

กลางดึก สาระวารีผล็อยหลับหน้าทีวี สะดุ้งตื่นเมื่อษมาโทร.เข้ามา เธอรีบถามว่าถึงเกาะแล้วหรือ เขาตอบว่าใช่ ถึงดึกไปหน่อยเพราะแวะทำธุระ หญิงสาวไม่ว่าอะไรกลับยินดีที่เขาเดินทางปลอดภัย ษมากล่าวราตรีสวัสดิ์ิ์ ไม่อยากให้เธอรู้ว่าตัวเองบาดเจ็บจากการถูกยิง

พิพัชออกอาการไม่พอใจ โทษสาระวารีเป็นต้นเหตุให้เจ้านายบาดเจ็บ ทำให้ตนไม่ได้ตามมาคุ้มกัน ษมาย้อนถาม ไม่คิดบ้างหรือว่า ถ้ามาด้วยอาจเป็นศพแทน พิพัชหาว่าษมาเข้าข้างสาระวารีตลอด จันเลาขำเพื่อนจะซีเรียสทำไม แล้วชมษมาดวงแข็งจริงๆเป็นคนอื่นคงไม่รอด ษมาหยิบลิปสติกของสาระวารีมาวาง

“ก็คงต้องขอบคุณลิปสติกแท่งนี้ ถ้าฉันไม่ก้ม

ลงไปเก็บ คงโดนกระสุนเจาะสมองไปแล้วล่ะ” ษมานึกถึงเหตุการณ์ที่ตนก้มเก็บของทำให้กระสุนโดนหัวไหล่ จึงรีบลงจากรถยิงสู้คนร้ายที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาสองคน จนมันหนีไป เขาบ่นเสียดายมือตกไปหน่อย สอยไม่ร่วงซักคน

“ถูกยิงไหล่ทะลุแบบนี้ ยังคว้าปืนมายิงตอบโต้ได้ก็สุดยอดแล้วล่ะครับ” จันเลาชื่นชม

พิพัชข้องใจว่าลิปสติกมาตกในรถได้อย่างไร จันเลาตอบแทนยิ้มๆไม่น่าถาม พิพัชเคืองอยากรู้ว่าฝีมือใคร ษมาครุ่นคิด มีหลายคนที่อยากให้ตนตายเพื่อยึดสัมปทาน แล้วคิดได้

“พิพัช นายโทร.ไปหาคุณโศภีให้หน่อย บอกเขาว่าฉันถูกยิง ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว”

“โทร.บอกเขาทำไมครับ” พิพัชไม่เข้าใจแผนการ

“เอาน่า ฉันสั่งให้โทร.ก็โทร.เถอะ แต่ต้องโทร.ไปที่บ้านนะ ถ้าคุณโศไม่อยู่ก็ฝากคนที่บ้านไว้ให้บอกตามนี้”

ทั้งพิพัชและจันเลาสงสัยอ้าปากจะถาม ลำแพงเคาะประตูเปิดเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเสียก่อน เธอเป็นห่วงษมามาก พอรู้ข่าวก็ข้ามฝั่งมาทันทีเพื่อจะดูแล เขา...พิพัชรีบจัดการตามที่ษมาสั่ง เขาโทร.ไปที่บ้านโศภี จึงได้รู้ว่าเธอไปกรุงเทพฯหลายวันแล้ว พิพัชพูดตามที่ษมาสั่งทุกอย่าง ก่อนจะวางสายหันมาเปรยกับจันเลา

“ไม่น่าใช่หรอก คุณโศภีตามจับคุณษมามากี่ปีแล้ว ถ้าคิดฆ่าผู้หญิงอื่นยังพอว่า คนที่น่าระแวงแล้วเรามองข้ามที่สุดน่าจะเป็นนักข่าววารีนั่นมากกว่า จริงๆเธอรู้การเคลื่อนไหวของคุณษมาดีที่สุด จะว่าไป ดีกว่าเราสองคนซะอีก”...แต่จันเลาไม่คิดอย่างที่พิพัชสงสัย

ด้านโศภี พอรู้ว่าษมาให้คนโทร.มาบอกที่บ้านว่ายังไม่ตายก็แทบสติแตก โทร.โวยวายใส่ดิตถ์วางแผนไม่เข้าท่า ทำให้ษมาสงสัยตนแน่ๆ

“ไม่คิดมากหรอก มันจงใจโทร.ไปบอกที่บ้านฉันว่ามันยังไม่ตาย เหมือนจะบอกฉันเป็นนัยๆว่ามันรู้แล้วนะว่าเป็นฝีมือฉัน”

“อย่าเพิ่งสติแตกสิคุณ ไอ้ษมามันจะรู้ได้ยังไง ไม่มีพยานหลักฐานอะไรซักอย่าง มันแค่หยั่งเชิงดูปฏิกิริยาคุณมากกว่า”

“ก็นี่แหละ แสดงว่ามันสงสัยฉันแล้ว มันเจตนาจะเล่นสงครามประสาทกับฉัน”

“เลอะเทอะกันไปใหญ่แล้วคุณ อย่างมากไอ้ษมามันก็แค่ระแวง เพราะคุณดันไปวีนแม่นักข่าวนั่น เชื่อผมสิ มันไม่มีหลักฐานอะไรเล่นงานคุณได้หรอกน่า”

“เพราะแผนการห่วยๆของคุณนั่นแหละ”

“ใจเย็นๆก่อนน่า คุณรีบกลับไปที่ตราด แล้วเล่นละครตีบทให้แตก อย่าหลุดพิรุธอะไรให้ไอ้ษมามันจับผิดได้ แค่นี้ก็พอแล้ว”

โศภีย้อนถามแล้วเขาไม่กลับหรือ ดิตถ์ตอบยิ้มๆว่าตนยังมีธุรกิจต้องเคลียร์นิดหน่อย

ooooooo

สำนักงานแห่งหนึ่งที่สาระวารีแฝงตัวเข้ามาสืบเรื่องแชร์ลูกโซ่อุปกรณ์ทำตะกอนนม โดยมีพนักงานขายชุดอุปกรณ์ละ 1,500 บาท มีการสาธิตวิธีทำ
เอานมสดใส่ลงในถ้วย เทผงสีน้ำตาลในซองลงไป เขย่าให้เข้ากันทิ้งไว้สองคืน จะเกิดตะกอน จากนั้นก็ช้อนตะกอนขึ้นมาปั้นเป็นก้อนกลมๆได้หกก้อน นำมาขายคืนบริษัทห้าก้อน รับเงินคืนไป 850 บาท ส่วนอีกก้อนเอาไว้เป็นหัวเชื้อในการทำครั้งต่อไป หนึ่งชุดทำได้หกครั้ง ขายคืนได้เงิน 5,100 บาทถ้วน...สาระวารีทำทีตื่นเต้น ขอซื้ออุปกรณ์หนึ่งชุด มีป้าคนหนึ่งยุ ซื้อชุดเดียวจะได้กี่สตางค์ให้ซื้อทีหลายๆชุด ดูอย่างตนจะมาเอาที  20 ชุด สาระวารีแกล้งทำเสียงอ่อยว่ามีเงินแค่นี้ ป้าแกยังยุให้หาเพื่อนมาร่วมหุ้น

ทันใด สาระวารีเหลือบเห็นดิตถ์เดินเข้ามา โดยมีผู้จัดการยืนนอบน้อมเอาบัญชีมาให้ดู สีหน้ายิ้มแย้มพอใจ เธอรีบหลบมุมตึก แปลกใจสงสัยงานนี้ไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

สาระวารีเอาชุดอุปกรณ์ที่ซื้อมาให้ บก.ดูพร้อมรายงาน “วารีเอาไอ้ผงนี่ไปให้เพื่อนที่กระทรวงตรวจดู ปรากฏว่ามันเป็นยีสต์ธรรมดาๆนี่เองค่ะ บก.พอเอาใส่นม ถึงจับตัวเป็นก้อนได้”

“มันเปลี่ยนรูปแบบการต้มตุ๋นไปเรื่อยๆ จับไม่ได้ไล่ไม่ทันซะที งั้นคุณรีบตามข่าวเรื่องนี้ต่อเลยนะ เราจะได้รีบลงข่าวเตือนประชาชนไม่ให้หลงเชื่อมิจฉาชีพกลุ่มนี้”

“เราอาจจะโชคดี รู้ตัวคนบงการเร็วกว่าที่คิดก็ได้ค่ะ บก. ถ้าที่วารีสงสัยไม่ผิดนะคะ”

สาระวารีบอกเรื่องที่พบดิตถ์ บก.คิดทบทวนนึกได้ “เท่าที่รู้มา ไอ้แชร์เครื่องสำอางนี่มันเริ่มระบาดมาจากที่ตราดซะด้วย”

หญิงสาวตะลึง ขอลุยเลยทีเดียว

ooooooo

กลับมาที่เกาะยานก ลำแพงเฝ้าดูแลษมาอย่างใกล้ชิด จนเขาต้องบอกว่า เจ็บแขนแค่ข้างเดียวยังทำงานและช่วยตัวเองได้ เหลืองลายเข้ามานัวเนีย ษมาเผลอจะส่งขนมหวานให้กิน แต่แล้วชะงักนึกถึงคำเตือนของสาระ-วารี จึงใจแข็งไม่ให้ขนมหวานแก่มันและกำชับลำแพง

“ของหวานที่เหลืออย่าให้เหลืองลายกินนะ คุณวารีเขาเป็นห่วงมันกลัวอ้วนตายเสียก่อน”

ลำแพงรับคำหน้านิ่ง แต่พอลับหลัง เธอราดน้ำผึ้งใส่ขนมหวานให้เหลืองลายกินด้วยสีหน้าเกลียดชัง ระหว่างนั้น โศภีหน้าตื่นเข้ามา ทำทีห่วงใยษมาสุดๆ เขาย้อนถามไปเที่ยวกรุงเทพฯมาสนุกไหม หญิงสาวชะงักตั้งสติไม่ให้เกิดพิรุธ ปั้นยิ้มตอบตนไปดูช่องทางทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้เที่ยว ษมายิ้มๆต่างฝ่ายต่างใส่หน้ากากเข้าหากัน โศภีหาว่าษมาคิดถึงแต่สาระวารีจนพาล

“ใครบอกล่ะโศ ตอนนี้ผมอารมณ์ดีมากเลยนะ ดีจนมีเวลามานั่งย้อนคิดถึงอะไรตั้งหลายอย่าง” โศภีร้อนตัวถามอะไรบ้าง “ก็เช่น เรื่องที่ผมถูกถล่มที่พระฮามเรื่องนายสิขร แล้วก็เรื่องที่ผมถูกยิงเมื่อคืนก่อน แต่ละเรื่องมีความบังเอิญหลายๆอย่าง ที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้”

“โศภีก็ไม่เห็นจะมีอะไรนี่คะ คนที่อยากฮุบกาสิโนของคุณมีอยู่เต็มไปหมด”

“ใช่ แต่ไม่น่าจะมีใครรู้ความเคลื่อนไหวของผมละเอียดยิบ ขนาดส่งคนไปดักทำร้ายผมล่วงหน้าได้ตลอดขนาดนี้ คุณว่ามันน่าสงสัยไหมล่ะ”

โศภีหน้าเสีย ทำทีออกความเห็น “คุณกำลังสงสัยว่ามีหนอนบ่อนไส้เหรอคะ”

“เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องบางทีคนที่เราไว้ใจมากที่สุด อาจจะอันตรายที่สุดก็ได้” ษมาแกล้งจ้องหน้า “บางทีคนที่เรานึกไม่ถึง คิดว่าเขารักเรา อาจจะเป็นคนที่อยากเห็นเราตายมากที่สุดก็ได้”

โศภีใจแป้วหัวเราะกลบเกลื่อนว่าเขาคิดมาก ษมาไม่ขำด้วยเดินออกไปหน้าบ้าน โศภีชักวิตกกังวล ชายหนุ่มหันมาถามไม่ไปเดินเล่นด้วยกันหรือ เธอรีบเดินตามแสร้งยิ้ม...

คืนนั้นโศภีโวยใส่ดิตถ์ราวคนสติแตก “ฉันบอกคุณแล้วว่ามันต้องรู้แน่ๆว่าเป็นฝีมือฉัน”

ดิตถ์พยายามปลอบให้เธออยู่เฉยๆอย่าหลงกลษมา “ไอ้ษมามันเป็นนักพนันเก่า มันก็แค่ลักไก่เท่านั้นเอง ถ้าคุณไม่หลุดพิรุธ มันก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทันคุณหรอก”

“นายก็พูดได้สิ นายไม่ต้องเผชิญหน้ากับมันนี่ รู้ ไหมว่าตอนที่ฉันคุยกับมัน ฉันเหมือนกับเข้าไปอยู่ในกรงเดียวกับเสือไม่มีผิด มันจะขย้ำเอาตอนไหนก็ไม่รู้”

“ถ้าคุณกลัวมันนักล่ะก็ ยกเลิกแผนการทั้งหมด ถ้าคุณยอมถอยตอนนี้ ไอ้ษมามันคงไม่ทำอะไรคุณหรอก เพียงแต่คุณต้องทนดูมันร่ำรวยล้นฟ้า มีนังนักข่าวนั่นเป็นมาดามครองคู่อยู่ที่กาสิโนจนชั่วฟ้าดินสลาย”

“ไม่มีทางซะหรอก” โศภีเข่นเขี้ยว

“งั้นคุณก็ต้องใจเย็น อย่างน้อยกว่าไอ้ษมาจะเปิดกาสิโนของมันได้ ก็ต้องกินเวลาอีก 5-6 เดือน เรายังมีเวลาวางแผนกันอีกเยอะ”

“ตอนนี้ไอ้ษมามันรู้แล้วว่ามีคนทรยศอยู่ข้างตัวมัน ต่อไปสายของคุณคงทำงานไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกแล้ว ระวังจะโดนเก็บ”

“ไม่มีทาง จนตายมันก็คิดไม่ถึงหรอกว่าสายของผมเป็นใคร” ดิตถ์หัวเราะอย่างมั่นใจ

โศภีชำเลืองมองด้วยสีหน้าอยากรู้ว่ามันเป็นใคร

ooooooo

สาระวารีเดินทางมาตราดโดยไม่บอกษมาเพื่อมาทำข่าวแชร์ลูกโซ่ แถมขอร้อง บก.ไม่ต้องส่งใครตามมาช่วย อยากทำงานคล่องตัวคนเดียว แต่แล้วก็เจอจันเลาเข้าจนได้ เขาดีใจคิดว่าเธอมาเยี่ยมเจ้านาย จึงชวนข้ามไปเกาะยานกพร้อมกัน หญิงสาวเอ็ดยังกล้าใช้มุกเดิมอีก

“คราวนี้ไม่ได้มุกครับ คุณษมาเจ็บจริง โดนยิงจริงๆนะครับ”

สาระวารีตกใจ จันเลาบอกว่าษมาโดนยิงคืนที่กลับจากกรุงเทพฯ หญิงสาวรีบถามอาการ

“ก็พอสมควรล่ะครับ ตกลงจะไปพร้อมกันไหมครับ คราวนี้เรื่องจริงไม่ใช่มุกอ้อนๆของคุณษมาแน่นอน” จันเลาชูสามนิ้วสาบาน

สาระวารีโทร.ต่อว่าษมา เขาแก้ตัวว่าไม่อยากให้เธอตกใจ หญิงสาวประชด

“พอเจ็บจริงไม่บอก กลัวตกใจ ต้องรอตอนไม่เจ็บแล้วค่อยแกล้งโทร.ไปอำให้คนเขาตกใจเล่นแทนใช่ไหมคะ”

“โธ่ ทำผิดครั้งเดียวเล่นงานผมไม่เลิกเลยนะ ผมดีใจที่คุณเปลี่ยนใจมาทำสกู๊ปขุดพลอยที่นี่ ถ้างั้นผมพาไปหาแหล่งข่าวนะ”

“เปลี่ยนเรื่องเชียวนะ ฉันไม่ได้มาทำข่าวที่คุณแนะนำซะหน่อย ฉันมาทำข่าวแชร์เครื่องสำอางค่ะ”

ษมาเสนอตัวช่วย แต่สาระวารีขอทำด้วยฝีมือตัวเอง แล้วตัดบทถึงเวลาทำงานแล้ว วางสายไปดื้อๆ ทำเอาษมาเป็นห่วงอย่างมาก

สาระวารีชวนจิณห์วราไปดูลาดเลาที่สำนักงานลวงโลกของดิตถ์ ทำทีเข้าไปซื้ออุปกรณ์ สาระวารีแกล้งพูดเสียงดังกับพนักงานว่า นั่นจิณห์วราลูกสาวเสี่ย รวยล้นฟ้ายังสนใจ ทำให้พนักงานหันมาพูดคุยกับจิณห์วรา สาระวารีฉวยโอกาสหลบเข้าไปด้านใน แอบเอากล้องถ่ายห้องทำงาน และเอกสารต่างๆ ที่วางบนโต๊ะ จากนั้นโทร.บอกเพื่อนให้ออกไปสตาร์ตรถรอได้เลย

พลัน ได้ยินเสียงดิตถ์ดังแว่วมา ว่ามีใครเข้าไปในห้องหรือเปล่า ลูกน้องตอบว่าไม่มี ดิตถ์โวยวายว่าของในสต๊อกหาย ให้ทำการเช็กใหม่ สาระวารีรีบหลบหลังม่าน ดิตถ์เข้ามาไม่ทันจะลงนั่ง มือถือดังขึ้น เขากดรับเสียงหวาน

“ว่าไงครับคนสวย...ตอนนี้เลยเหรอ มีแผนการอะไรเด็ดๆ เล่นงานมันอีกเหรอ...งั้นเดี๋ยวผมแวะไปหาที่บ้านก็แล้วกัน... ไม่ให้ไปที่บ้านแล้วจะให้ไปที่ไหนล่ะคุณกลัวไอ้ษมาจนขึ้นสมองแล้ว...ร้านไหนล่ะ รู้จักสิครับ ได้ๆ”ดิตถ์วางสายเข่นเขี้ยว “หาแหล่งเงินทุนได้จะไม่ง้อนังโรคประสาทนี่เลยจริงๆ”

ดิตถ์หอบเอกสารเดินออกจากห้อง สาระวารีค่อยๆ ออกจากที่ซ่อน สังหรณ์ใจว่ามีเรื่องเกี่ยวข้องกับษมาแน่

ooooooo

เย็นวันนั้น กูซอขับเรือไปรับหมอมาล้างแผลให้ษมา แต่เกิดท้องเสียจึงไปรับหมอช้าไปหน่อยมีหมอหนุ่มๆ มาบอกว่าหมออนันต์ติดผ่าตัดให้ตนไปแทน...มาถึงเกาะ พิพัชต่อว่ากูซอที่ผิดเวลา ก่อนจะพาหมอหนุ่มไปที่ห้องษมา

หมอตรวจบาดแผลแล้วจะฉีดยาฆ่าเชื้อให้ ษมาจับมือหมอไว้ถามว่า ต้องฉีดยาด้วยหรือ

“คุณหมออนันต์สั่งมาน่ะครับ” ษมายังจับมือยั้งไว้แน่น “มีอะไรหรือครับคุณษมา”

“เปล่าครับ ผมแค่สงสัยว่าหมอจะเอายา อะไรมาฉีดให้ผม”

“ก็ยาฆ่าเชื้อธรรมดา ไม่มีอะไรนี่ครับ หรือว่าคุณษมาไม่ไว้ใจผมครับ”

“มีคนอยากให้ผมตายเยอะ ผมต้องระวังตัวมากเป็นธรรมดาครับ นี่ผมเพิ่งโทร.คุยกับคุณหมออนันต์ คุณหมอ บอกว่ามีคนโทร.ไปหา บอกว่าคนของผมขอเลื่อนนัดคุณหมอเป็นวันพรุ่งนี้”

หมอหนุ่มตกใจ ตัดสินใจโถมแรงปักเข็มฉีดใส่ษมา เกิดการต่อสู้กัน พิพัชกับจันเลาเข้ามาช่วยจับหมอปลอมไปซ้อมให้เปิดปากว่าใครส่งมา แต่เขาไม่ยอมปริปาก กูซอแค้นจัดชกหน้าหลายหมัดฐานคิดทำร้ายเจ้านาย ษมาเข้ามาห้ามให้กูซอออกไปทำงานต่อ พิพัชรายงานว่าแจ้งตำรวจเรียบร้อย อีกสักพักคงมาถึง

“ฉันให้โอกาสแกอีกครั้ง ถ้าแกยอมบอกว่าใครใช้แกมา ฉันจะบอกตำรวจให้กันแกไว้เป็นพยาน โทษของแกจะได้เบาลง”

คนร้ายยังปิดปากแน่น จันเลาโมโหแทน “พูดกับมันดีๆไม่รู้เรื่องหรอกครับ ผมว่าคุณษมาขึ้นไปพักบนบ้านดีกว่า ตรงนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ผมเอง ดูสิว่าจะปิดปากได้อีกนานแค่ไหน”

“อย่ามาตั้งศาลเตี้ยบนเกาะของฉันนะจันเลา ฉันไม่ชอบ หน้าที่ของแกคือเฝ้ามันเอาไว้จนกว่าตำรวจจะมา”

“งั้นให้ผมเฝ้ามันไว้เองก็ได้ครับคุณษมา เดี๋ยวคุณจันเลาจะห้ามใจไม่อยู่ ฆ่ามันตายซะก่อนถึงมือตำรวจ” แลงเสนอตัว

“ก็ดี ขืนให้สองคนนี้เฝ้า เดี๋ยวมันจะเละซะก่อนถึงมือตำรวจ” ษมาเหล่มองพิพัชกับจันเลา

พิพัชเคืองเปรยว่าจะอยู่แถวนี้ จันเลาเข่นเขี้ยวเดินตามพิพัชออกไป แลงนั่งเฝ้ามุมห้อง

ooooooo

ษมาเข้าบ้านมาโทรศัพท์หาสาระวารี ซึ่งเธอพักอยู่บ้านจิณห์วรา

“ต้องขอบคุณคุณมากนะวารี ไม่ได้คุณผมแย่แน่”

“ไม่ต้องขอบคุณอะไรฉันหรอกค่ะ ฉันแค่ได้ยินครึ่งๆกลางๆก็เลยรีบโทร.เตือนคุณ ที่คุณรอดได้ก็เพราะคุณรอบคอบเองมากกว่า”

“แต่ถ้าคุณไม่โทร.เตือน ผมก็คงไม่ระวังตัวมากเท่านี้ ใครจะไปคิดถึงว่ามันจะปลอมตัวเป็นหมอมาฉีดยาฆ่าผมได้ มันหาทางเล่นงานผมทุกรูปแบบจริงๆ”

“ผลประโยชน์มหาศาลขนาดนี้ ใครก็อยากได้ทั้งนั้นล่ะค่ะ คุณก็ไม่น่ายอมเซ็นสัญญาสัมปทานแบบนั้นเลย”

“ทำไงได้ล่ะครับ คนมันอยากได้มาก”

“คุณน่าจะพอเดาได้นะคะ ว่าผู้หญิงที่ร่วมมือกับนายดิตถ์เป็นใคร”

“ผมรู้นะว่าคุณกำลังสงสัยใคร แต่เดี๋ยวรอตำรวจสอบปากคำก่อน ผมไม่อยากปรักปรำใครโดยไม่มีหลักฐาน... แล้วคุณจะอยู่ตราดอีกนานไหม ผมอยากเจอคุณนะวารี”

“ฉันงานยุ่ง ไม่มีเวลาหรอกคุณ” แม้จะใจเต้นรัวแต่สาระวารีทำเสียงแข็ง

“เรื่องแชร์เครื่องสำอางของคุณ ผมพอมีข้อมูลลึกๆ นะ อยากรู้ไหมล่ะ”

“นี่คุณเอาข่าวมาหลอกล่อฉันอีกแล้วนะ ฉันไม่ใช่ไอ้แมวหมูของคุณนะ ที่จะได้เอาของหวานมาหลอกล่อให้ทำอะไรตามใจชอบของคุณ”

“ไม่ได้หลอกล่อ แต่ผมอยากช่วยงานคุณจริงๆคุณไม่อยากได้ข่าวเหรอ รับรองงานนี้สยามสารได้ดังอีกรอบแน่ๆ”

“พอเลย ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันต้องการใช้ฝีมือของตัวเอง คุณไม่ต้องมาช่วยอะไรฉันทั้งนั้นแหละ” สาระวารีตัดสายไปดื้อๆ

ษมาถอนใจกับความดื้อรั้นของหญิงสาว ลำแพงเข้ามาได้ยิน กำมือแน่นข่มอารมณ์หึงปั้นหน้านิ่ง รายงานษมาว่าพิพัชให้มาบอกว่า บริษัทโซล่าร์เซลติดต่อกลับมาแล้ว ษมายิ้มรับเดินไป ลำแพงเข่นเขี้ยว จะกำจัดสาระวารีอย่างไรดี

เวลาผ่านไป พิพัชกับจันเลามาพบแลงถูกตีหัวนอนสลบ ส่วนหมอปลอมโดนรัดคอตายคาห้อง ทั้งสองยิ่งมั่นใจว่ามีหนอนบ่อนไส้แน่ ทั้งสองมุ่งเป้าไปที่กูซอ พอตำรวจมาถึงจึงกลายเป็นคดีฆาตกรรม ต้องสอบปากคำคนทั้งบ้าน พิพัชให้ตำรวจสอบปากคำกูซอเป็นคนแรก

แลงฟื้นขึ้นมา ษมาให้ลำแพงดูแล มีอะไรไม่ดีรีบพาข้ามฝั่งไปหาหมอทันที ลำแพงไหว้ขอบคุณที่เป็นห่วงน้องชายตน

“มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว ใครที่ทำงานกับฉัน ฉันก็ต้องดูแลอย่างดีทุกคนนั่นแหละ แกจำหน้าคนที่ตีแกได้ไหม”

“ไม่ได้เลยครับคุณษมา ผมจำได้ว่านั่งเฝ้าอยู่ดีๆก็วูบไป หลังจากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลยครับ”

“ลำแพง...นับจากวันนี้ไป เธอมีหน้าที่ต้องจับตาดูพฤติกรรมของทุกคนในเกาะให้ละเอียดมากขึ้น ถ้าเห็นใครทำอะไรผิดสังเกต เธอรีบรายงานฉันทันที”

“ค่ะ คุณษมา นี่คุณกำลังสงสัยว่าเกลือจะเป็นหนอนจริงๆเหรอคะ”

“ฉันก็ภาวนาขอให้ฉันคิดผิด ทุกคนที่นี่อยู่กับฉันมานาน ฉันคงผิดหวังมาก ถ้าถูกพวกเรากันเองหักหลัง” สีหน้าษมาผิดหวังเอามากๆ

คืนนั้น โศภีนัดเจอดิตถ์ที่ร้านอาหาร เธอโวยวายใส่เขายกใหญ่ที่ทำงานพลาดอีกจนได้ หาว่าเขาแล้งน้ำยา งี่เง่าสุดๆดิตถ์โกรธตอบโต้

“แล้วทีคนของคุณล่ะ จ่อยิงเผาขนแท้ๆก็ยังพลาด บุญเท่าไหร่แล้วที่ไม่โดนมันสอยร่วงกลับมา ต้องอย่างนี้ สินะถึงเรียกว่าฉลาด”

“เออๆคนที่โง่ที่สุดคือฉันเอง โง่ที่คิดว่าคนอย่างนายจะทำงานใหญ่ได้ ลืมนึกไปว่านายริจะจับงานใหญ่ทั้งที่มือไม่ถึง”

“แล้วอยากรู้ไหมว่าอะไรที่ทำให้คุณมาร่วมมือกับมือสมัครเล่นอย่างผม ก็เพราะความโลภ อยากได้สมบัติของไอ้ษมาจนตัวสั่น ยอมลงทุนเอาตัวเข้าแลก แต่มันกินไม่ลงเลยจนตรอก ต้องซมซานมาหาคนอย่างไอ้ดิตถ์”

โศภีโกรธที่ด่าแทงใจดำ ตวัดมือตบหน้าดิตถ์เขา หลบและจับมือเธอไว้ทัน ต่างคนต่างจ้องหน้าอาฆาตกัน ดิตถ์เอ่ยปากอย่ามาตีกันเองให้เสียหายมากกว่านี้ ตนต้องฆ่าตัดตอนลูกน้องไปหนึ่งคน จะมาแตกคอกันเองทำไม จะเข้าทางษมาเสียเปล่า

ด้านสาระวารี กำลังเซ็งกับหลักฐานที่ถ่ายรูปมา แต่ไม่มีน้ำหนักพอจะเอาผิดดิตถ์ได้ เพราะเป็นบัญชีธรรมดา จิณห์วราเตือนไม่ให้เอาตัวไปเสี่ยงแบบนั้นอีก ตนไม่เอาด้วยแล้ว

“เฮ้ย แกจะทิ้งกันง่ายๆอย่างนี้น่ะเหรอ เป็นเพื่อนประสาอะไรวะ”

“ทิ้งแกดีกว่าถูกสามีฉันทิ้ง นานๆสามีฉันจะได้กลับบ้านซะที ขืนไม่อยู่ปรนนิบัติ เที่ยวตะลอนๆตามแกหาข่าว ได้ทะเลาะกับคุณสถิตแน่ คุ้มกันไหมล่ะ”

“เออ เออ เห็นสามีดีกว่าเพื่อน”

“แน่นอนย่ะ เพื่อนหาง่าย สามีหายาก”

“ไม่มีมั่งให้มันรู้ไป สองตาฉันจะไม่แลแกเลย”

จิณห์วราเหลือบเห็นษมาเดินเข้ามา “ฉันไม่ใจร้ายพอทิ้งให้แกทำงานเปล่าเปลี่ยวเดียวดายตามลำพังหรอกย่ะ ฉันหาผู้ช่วยมาให้แล้ว

“ใครไม่ทราบยะ” สาระวารีเสียงขุ่นหันไปมอง เห็นษมายืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าร้านที่ตนนั่งอยู่ ถึงกับอึ้ง ดีใจระคนเขินอาย หันมาหยิกขาเพื่อนที่หักหลังกันซึ่งๆหน้า

ooooooo

ตอนที่ 5

ระหว่างนั่งอยู่บนรถตู้บริษัทษมากลับกรุงเทพฯ สาระวารีได้รับโทรศัพท์จากษมา จึงพูดแดกดันว่าจะ มาหลอกอะไรกันอีก เขาถามเสียงอ่อยถึงไหนแล้ว เธอตอบกวนๆ

“ไม่รู้สิคะ ไม่ใช่คนขับ”

“ยังไม่หายโกรธผมอีกเหรอ ผมขอโทษที่หลอกคุณ แต่ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นตัวตลกหรือว่าโง่เง่าอะไรอย่างที่คุณคิดเลยนะ”

“แล้วคุณทำไปเพื่ออะไร บอกตรงๆว่าฉันเสียความ...”

“เพราะผมคิดถึงคุณมากน่ะสิ” ษมาแทรกขึ้นทำเอาสาระวารีชะงัก “ผมก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมทำแผนการงี่เง่าแบบนั้น ผมรู้ว่าทำตัวไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่ แต่ผมคิดแค่ว่าอยากเจอคุณอีก อยากมีเวลาอยู่กับคุณมากขึ้นอีกหน่อย ทำยังไงก็ได้ที่จะได้เห็นหน้าคุณ อีกแค่ห้านาทีก็ยังดี...วารี คุณฟังผมอยู่รึเปล่า”

“ค่ะ...” สาระวารีใจเต้นรัวแทบจะลืมหายใจ

“ผมดีใจมากที่คุณยอมกลับมาเยี่ยมผม อย่างน้อยผมก็รู้ว่าคุณยังห่วงผมบ้าง ไม่ใช่แค่มาทำงาน  เสร็จงานก็จากกันไป ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆอะไรเพิ่มขึ้นมาเลย...คุณจะไม่พูดอะไรบ้างเหรอ ปล่อยผมพูดคนเดียวแบบนี้  ผม ก็เขินเป็นเหมือนกันนะ”

หญิงสาวหน้าร้อนผ่าว เขินจนพูดไม่ออก ตัดบทว่าง่วงอยากนอนเอาแรง พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่ เธอพิงศีรษะอมยิ้มอบอุ่นใจ ษมาเป่าปาก โล่งอกที่กล้าพูดความในใจออกไปให้เธอเข้าใจ

เมื่อถึงบ้าน สาระวารีไขกุญแจบ้าน บอกคนขับรถให้วางของตนไว้เดี๋ยวตนเอาเข้าบ้านเอง แต่คนรถกลับบอกว่า ยังมีอีกมาก เขายกชะลอมลำไยจำนวนหลายชะลอมมาวางพร้อมเอ่ย

“คุณษมาท่านฝากมาให้คุณน่ะครับ บอกว่าเผื่อคุณจะเอาไปฝากเพื่อนๆที่ทำงาน นี่ยังมีอีกนะครับ”

สาระวารีเดินนำเข้าบ้าน ปากก็บ่นว่าวุ่นวายกับตนจริงๆ แต่ในใจแอบปลื้ม

ooooooo

โศภีนั่งดื่มเซ็งอยู่คนเดียวในผับ ดิตถ์มาเห็นเข้ามานั่งด้วยอย่างถือวิสาสะ เยาะว่าเธอคงโดนษมาทิ้งชัวร์เพราะแพ้ทางเด็ก โศภีโดนแทงใจดำกราดเกรี้ยวใส่ให้หุบปาก เขาคว้ามือเธอไว้

“ผมรู้จักคุณดี คนอย่างคุณบูชาเงินที่สุด คุณไม่ได้พิศวาสอะไรไอ้ษมาหนักหนาหรอก”

โศภีสะบัดมือออก มองดิตถ์ที่รู้ทัน ดิตถ์ชวนเธอร่วมมือ ในเมื่อแผนอดีตรักฝังใจ มัดใจษมาไม่อยู่ โอกาสชิงสัมปทานกาสิโนเหลือน้อยเต็มที ถ้าไม่จับมือกัน คงได้จับมือแสดงความยินดีกับษมาวันงานเปิดกาสิโนแน่ๆ โศภีถอนใจยอมนั่งลงคุยกับดิตถ์

รุ่งเช้า มือถือส่งเสียงดังปลุกสาระวารี เธองัวเงียควานหยิบมากดรับสาย กรอกเสียงฮัลโหลแบบมะนาวไม่มีน้ำ...เสียงษมาตอบกลับมา “ตื่นหรือยังวารี”

สาระวารีลืมตาโพลง “คุณโทร.มาทำไมเนี่ย คนกำลังหลับสบายอยู่เลย”

“ผมขอโทษที่โทร.มาปลุก ผมแค่อยากโทร.มาเช็กดูว่าคุณกลับถึงกรุงเทพฯปลอดภัยดีไหม”

น้ำเสียงสาระวารีแดกดันว่าปลอดภัยดีทุกอย่าง ขอบคุณที่โทร.มาแล้วจะวางสาย ษมาร้อง

“เดี๋ยวสิวารี คุยแค่นี้เองเหรอ”

“โอ๊ยคุณ เพิ่งจะจากกันไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย ฉันจะมีเรื่องอะไรคุยกับคุณนักหนาล่ะ...อ้อ ขอบคุณมากเรื่องลำไยนะคะ ฉันต้องแบกชะลอมลำไยโหนรถเมล์ไปทำงาน ลำบากไม่มากเลยค่ะ แค่นี้นะคะ” สาระวารีนึกได้แดกดันเล็กๆ

“โอเคครับ แล้วเจอกันที่กรุงเทพฯวันนัดตรวจต้นฉบับนะครับ” ษมาขำวางสายไป

สาระวารีเหยียดปากใส่พูดล้อคำของษมา ก่อนจะลงนอน พลิกตัวไปมา พยายามข่มตาหลับต่อ สุดท้ายลุกขึ้นโวย ไม่ต้องนอนมันแล้วเดินหน้าหงิกเข้าห้องน้ำ

ไม่นาน สาระวารีเดินหาวหวอดๆถือชะลอมเข้ามาในล็อบบี้สยามสาร มีคณายืนกดลิฟท์อยู่หันมาเห็น ดีใจวิ่งไปหาร้องเรียกเพื่อน พอสาระวารีเห็นมีคณาก็ดีใจทิ้งชะลอมโผกอดเพื่อนอุ้มหมุน พร่ำบอกว่าคิดถึงจังเลย มีคณาร้องลั่น...เดี๋ยวล้ม อายเขา

สองสาวช่วยกันหิ้วชะลอมเดินคุยกันไปตามทางในบริษัท มีคณาข้องใจทำไมวันนี้มาทำงานเช้าได้ สาระวารีหน้าหงิกทันที

“ก็ไม่ได้อยากมานักหรอก มีพวกโรคประสาทโทร.มาปลุก” ว่าแล้วก็ส่งลำไยให้หนิงเอาไปฝากกอง บก.สองชะลอม แล้วหันกลับมาถามมีคณาว่า มัทนากลับมาหรือยัง

“คงวันสองวันนี้แหละ”

“งั้นเธอเอาไปชะลอมนึงเลย กินผลไม้หวานๆซะ ชีวิตรักจะได้หวานชื่นกะเขามั่ง”

มีคณาตีแขนเพื่อนอายๆ สองสาวมานั่งคุยกัน มีคณาตั้งคำถามว่า เจ้าพ่อคนนี้น่ากลัวไหม

“เขายังยืนยันว่าเขาไม่ใช่เจ้าพ่อ แต่ท่าทางเอาเรื่องเหมือนกันแหละ อย่างที่เคยเล่า บ้านเขาที่เกาะยานกยังกะโรงเรียนดัดสันดาน โทรศัพท์ทุกสายต้องบันทึกไว้หมด แล้วที่สำคัญนะมี่ อนามัยจัดมาก ขึ้นเกาะปุ๊บยึดบุหรี่ฉันปั๊บ บอกคนบนเกาะเขาไม่สูบ มาคืนให้ก่อนกลับ แถมเทศนาซะยกใหญ่” สาระวารีเม้าท์อย่างเมามัน

มีคณาเอ็ดว่าแอบสูบหรี่หรือ สาระวารีเสียงอ่อนแค่ตั้งท่า มีคณาโวย สัญญากันแล้ว เรื่องนี้ตนเข้าข้างษมาเต็มที่ เขาทำถูก เพราะคนไม่สูบแต่อยู่ใกล้ก็เหมือนสูบเอง เห็นแก่ตัว

“พอเลยยัยป้าแว่น ตั้งแต่ฉันไปจนวินาทีนี้ ฉันยังไม่ได้สูบบุหรี่ซักตัว โอเคป่ะ ไปรายงานตัวกับ

บก.ดีกว่า ขี้เกียจฟังเทศน์” สาระวารีค้อนขวับเดินหนี

มีคณาหมั่นไส้ ปาลำไยโดนหัวโป๊ก สาระวารีหันมาชี้หน้าทำนองฝากไว้ก่อน

ooooooo

บก.ไชยวัฒน์แกะลำไยกินไปคุยไปกับสาระวารี เขาถามเธอไม่สะทกสะท้านบ้างเลยหรือที่เกือบตาย หญิงสาวยอมรับตอนแรกก็กลัว พอรอดมาได้กลายเป็นประสบการณ์แปลกๆ

“คุณนี่แกร่งกว่าที่ผมคิดไว้เยอะนะ”

“แต่ข่าวเรื่องลอบยิง เรื่องผู้บงการอะไรนี่ ทางคุณษมาเขาขอเอาไว้ อย่าให้ลงข่าวนะคะ”

“อ้าว ไม่ให้ลงเหรอ ว้า...น่าเสียดาย”

“วารีก็เสียดายค่ะ บก.แต่คิดอีกที ลงไปอาจมีปัญหาทั้งทางเขาทางเราก็ได้ แต่สำคัญกว่านั้น เจ้าพ่อแกอาจจะฟ้องเราได้นะคะ บก.”

“ก็ว่าไปตามนั้น งั้นคุณก็เขียนงานไป ไม่ต้องรีบร้อนมาก เอาให้ดีที่สุด ผลงานชั้นโบว์แดงเลยนะ”

สาระวารีเสียงอ่อย ไม่รีบไม่ได้เพราะแหล่งข่าวขอตรวจข่าวก่อน บก.แปลกใจ ไหนว่ารักสันโดษไม่ชอบออกจากเกาะ หญิงสาวบ่น คราวนี้เขากลัวจะเขียนข่าวเขาเสียหายเลยยอมออกจากถ้ำ บก.ทำหน้าฉงน จ้อง หน้าสาระวารี

“ฟังทะแม่งๆอยู่นะวารี บอกตรงๆ ผมไม่ค่อยไว้ใจนายเจ้าพ่อนี่ซะแล้วสิ เล่าอะไรให้ผมฟังไม่หมด

รึเปล่าวารี”

สาระวารีหัวเราะกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร แล้วตัดบทขอตัวกลับไปทำงานอ้างคิดถึงโต๊ะทำงานสุดชีวิต ยิ่งทำให้ บก.สงสัยหนักขึ้น

ตกกลางวัน สาระวารีเดินมาชวนมีคณาไปกินข้าวกลางวัน มีคณาทำหน้าแหยๆ บอกเพื่อนอย่างเกรงใจว่า ไปไม่ได้ แหล่งข่าวโทร.มานัดพอดี สาระวารีโวยให้แหล่งข่าวรอไปก่อน

“ก็แหล่งข่าวนัดกินข้าวน่ะสิ”

สาระวารีเอะใจ จ้องหน้า “อย่างเธอเนี่ยนะ ยอมรับนัดกินข้าวกับแหล่งข่าว...แหล่งข่าวที่ไหนจะมีความสำคัญมากกว่าฉัน ขนาดเธอยอมทิ้งให้เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานแสนนาน กินข้าวคนเดียวได้ลงคอ บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

มีคณาอ้อมแอ้มตอบว่าสารวัตรหิรัณย์ แหล่งข่าวเรื่องยาเสพติด แล้วคว้ากระเป๋าเดินเลี่ยงๆ สาระวารีไม่ยอมเลิกรา ตามมาขวาง บอกว่าน้องๆเม้าท์ให้ฟังว่าหมู่นี้เอะอะก็ไปแหล่งข่าวหน่วยนี้ตลอด สารวัตรหิรัณย์ก็โทร.จิกเช้ากลางวันเย็น ให้สารภาพมาดีๆว่ากิ๊กกันหรือเปล่า

มีคณาตกใจปฏิเสธเสียงแข็ง “จะบ้าเหรอวารี ฉันทำงาน”

“เดี๋ยวๆขอสรุปความเข้าใจอีกที สารวัตรคนนี้ใช่คนเดียวกับที่เธอฟาดเขาสองครั้งซ้อนหรือเปล่า”

มีคณารีบเบี่ยงประเด็นว่า ใช่ บก. ให้ทำสกู๊ปสลับกับข่าวทารุณกรรมเด็ก สาระวารีเตือนเพื่อน ว่าโบราณให้ห่าง รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ เพราะเจ้าชู้สุดๆ มีคณา เผลอเถียง ผู้ชายทุกอาชีพเจ้าชู้หมด ขนาดไม่มีอาชีพยังไม่เจียมตัวเลย ขึ้นชื่อว่าผู้ชายก็ต้องระวังทั้งนั้น สีหน้าเธอชิงชังขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด สาระวารีพอจะรู้ว่าเพื่อนมีปมในอดีต จึงอ่อนลง ขอไปด้วย เพื่อพิสูจน์บางอย่าง มีคณามองเพื่อนอย่างสงสัยแต่ไม่อยากขัด

หิรัณย์นั่งเล่นเกมในโทรศัพท์อยู่ที่ล็อบบี้ สาระ–วารีแอบมองรู้สึกคุ้นหน้า เคยเห็นมาก่อน

“จะพิสูจน์อะไรก็รีบทำซะสิ เขามีงานต้องไปทำต่อ”

“กินข้าวกลางวันกับเธอเนี่ยนะงาน...หน้าตาเหมือนตำรวจที่ไหนล่ะ เดี๋ยวเธอคอยดูให้ดีนะมี่ ฉันจะเผยธาตุแท้ของผู้ชายคนนี้ให้เธอเห็น ก่อนเธอจะหลวมตัวหลวมใจไปกันใหญ่”

สาระวารีจัดแจงเสื้อผ้าให้ดูเซ็กซี่ สูดลมหายใจเข้า เดินกรีดกรายออกไปนั่งข้างๆหิรัณย์ ทำหน้าทำตายั่วยวน จนเขารู้สึกตัวหันมองยิ้มให้ เธอเอ่ยถาม มารอใครเห็นนั่งอยู่นานสองนาน

หิรัณย์ปั้นยิ้มย้อนถาม “แล้วคุณมารอใครล่ะครับ”

“รอคนที่ใช่น่ะค่ะ” สาระวารีส่งตาเจ้าชู้ แกล้งวางมือบนตักหิรัณย์

มีคณาซึ่งแอบมองอยู่ตกใจไม่คิดว่าเพื่อนจะกล้าถึงเนื้อถึงตัวขนาดนั้น ได้ยินหิรัณย์ย้อนถามว่าเจอหรือยัง สาระวารีทำปูไต่ตาวิ้งๆไม่แน่ใจต้องพิสูจน์ ชายหนุ่มถามจะพิสูจน์อย่างไร

“ไปคุยกันต่อที่ห้องแอปเปิ้ลดีกว่าค่ะ” สาระวารีถือวิสาสะดึงมือหิรัณย์ให้ลุกขึ้น

หิรัณย์รวบมือเธอไขว้หลัง คว้ากุญแจมือมาใส่ สาระวารีตกใจร้องลั่น มีคณาต้องรีบออกมาห้ามทัพ อธิบายว่านี่เพื่อนตน มาลองทดสอบเขา หิรัณย์แกล้งทำหน้าดุตักเตือนทีหลังอย่าทำ มีคณายกมือไหว้ขอโทษ สาระวารีจ๋อยหน้าแตกพังยับเยิน...หิรัณย์พามีคณาขึ้นรถออกไป สาระวารีจับตามอง สีหน้าแค้นเคือง จะต้องฉีกหน้ากากไอ้หน้าหนวดให้ได้

ooooooo

ค่ำคืนบนเกาะยานกดูเงียบเหงาสำหรับษมา พอไม่มีสาระวารี จู่ๆเขาก็สั่งจันเลา พรุ่งนี้ตอนไปเอาเสบียงบนฝั่ง ให้หาซื้อต้นการะเกดมาปลูกที่เกาะด้วย พิพัชกับจันเลาแปลกใจ ที่เจ้านายเกิดชอบต้นไม้ขึ้นมา สองหนุ่มเดินคุยกันงงๆลำแพงผ่านมาได้ยิน

“คุณษมาอยากได้อะไรเหรอ”

“ต้นการะเกด คุณษมาอยากได้มาปลูก”

พิพัชบ่นแปลกใจ ทำไมเจาะจงจะเอาต้นนี้ ลำแพงตาเขียวปั้ด ขบกรามแน่น “ไม่เห็นจะแปลก ขนาดเกลียดนักข่าวยังพานักข่าวขึ้นเกาะมาได้ แล้วก็รู้ประดับสมองเอาไว้ซะด้วยว่า ชื่อแม่นักข่าวสาระวารีนั่น แปลว่าดอกการะเกด”

สองหนุ่มอึ้ง ถามลำแพงรู้ได้อย่างไร เธอหลุดปากว่าเปิดพจนานุกรมในห้องทำงานษมาดู เพราะคนอะไรชื่อประหลาด สองหนุ่มอมยิ้มรู้ว่าลำแพงหึงเจ้านาย ลำแพงยังแดกดัน

“ตัวไม่อยู่ ปลูกต้นไม้ไว้ดูต่างหน้าก็ยังดี เจ้านายพวกเธอชักจะเพ้อเจ้อไปใหญ่แล้ว”

ลำแพงสะบัดหน้าเดินไป จันเลาเปรย ท่าทางเจ้านายจะตกหลุมรักสาระวารีเข้าแล้ว พิพัชหน้าเครียดไม่ยินดีด้วย เพราะยังไม่ไว้ใจเธอ

เช้าตรู่ สาระวารีสะดุ้งตื่น ควานหาโทรศัพท์ที่ดังปลุก พอเห็นว่าเป็นษมาก็โวย “คุณอีกแล้วเหรอ จะจองเวรฉันไปถึงไหนเนี่ย”

“โมโหแต่เช้า เขาว่าจะแก่เร็วนะคุณ”

“ช่างฉันเถอะ ฉันจะนอน”

“ตื่นแต่เช้าดีต่อสุขภาพมากกว่านะ นอกจากสมองจะแจ่มใสแล้ว ระบบการทำงานอย่างอื่นของร่างกาย...” พูดไม่ทันจบ สาระวารีสวนทันทีว่ายอมตื่นแล้ว “คุณตื่นก็ดี อีกสามวันเจอกันนะวารี” ษมาวางสายไปดื้อๆ สาระวารีหงุดหงิดกระฟัดกระเฟียดเดินเข้าห้องน้ำ...

ทำให้วันนี้สาระวารีมาสำนักพิมพ์แต่เช้า เดินบ่นงึมงำผ่านโต๊ะ มัทนาที่กำลังถอดเทปสัมภาษณ์อยู่ ก็ชะงักถอยกลับมา สองสาวทักทายดีใจกันยกใหญ่

“เจอป้ามี่รึยัง วันๆหาตัวไม่เจอเลย เอะอะไปขลุกอยู่หน่วยปราบปรามยาเสพติดตลอด ไม่รู้ไปติดใจอะไรนักหนา”

“เห็นพี่มี่บอกว่าจะทำสกู๊ปอะไรซักอย่างนี่ล่ะค่ะ”

สาระวารีถามถึงงานของมัทนาเป็นอย่างไรบ้าง เธอตอบว่าเรียบร้อยดี แล้วย้อนถามบ้าง สาระวารีตอบเขินๆว่าษมายอมให้สัมภาษณ์ดี พาไปดูเกาะที่ใช้สร้างกาสิโน เป็นเกาะที่สวยมาก ถ้ามัทนากับมีคณาไปต้องชอบ แย่หน่อยตรงที่ษมาขออ่านต้นฉบับก่อนตี–พิมพ์...มัทนาชะงัก

“จบข่าวกันเลย อย่างพี่วารีไม่ยอมแน่ๆใช่ไหมคะ”

สาระวารีเสียงอ่อยว่า ยอม ทำเอามัทนาอึ้ง สาระสารี ทำอารมณ์เสียกลบเกลื่อน ว่าษมาจะตามมาอ่านถึงโรงพิมพ์ จะห้ามได้อย่างไร มัทนาอ้าปากจะซัก สาระวารีตัดบท ขอตัวไปทำงานกลางวันค่อยเม้าท์ต่อ มัทนาอึ้งแต่ไม่ติดใจ เพราะเรื่องของตัวเองก็หนักใจพออยู่แล้ว...

ตอนที่ 4

ทั้งสาระวารีและษมาคุยกับหมอถึงอาการของพิพัช แม้โชคดีกระสุนไม่ถูกจุดสำคัญแต่เสียเลือดมากทำให้ยังต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ ชิด ษมาให้สาระวารีกลับกรุงเทพฯโดยเร็วเกรงจะโดนลูกหลง แต่เธอไม่ยอมกลับจนกว่าจะรู้ว่าพิพัชพ้นขีดอันตราย

จันเลาได้ภาพ มือปืนจากกล้องวงจรปิด คืออำนวยเป็นลูกน้องดิตถ์ ษมาโกรธมากจะไปจัดการ สาระวารีวิ่งตามด้วยความเป็นห่วง ษมาหันกลับมาขอร้องให้เธอรออยู่ที่โรงพยาบาล แล้วรีบเดินไป กูซอกับจันเลาอธิบายให้เธอฟังว่า เรื่องนี้ไม่ควรเป็นข่าว และถ้าเธอไปก็จะเป็นตัวถ่วง สาระวารีจ๋อย กูซอชวนเธอกลับไปเฝ้าไข้พิพัช จันเลารีบวิ่งตามษมาไปทันที

ดิตถ์กำลังหงุดหงิดที่ษมารอดตายไปได้อีก ไม่ทันไร สมุนถูกถีบล้มลุกคลุกคลานเข้ามาในบ่อน ลูกค้าที่เล่นอยู่แตกตื่นวิ่งหนีออกไป ษมาก้าวเข้ามาพร้อมจันเลาและลูกน้อง ดิตถ์กลัวลานวิ่งหนี ออกด้านหลัง ลูกน้องทั้งสองฝ่ายชกต่อยตะลุมบอนกัน ษมาวิ่งตามดิตถ์ไปทันก่อนขึ้นรถ ดิตถ์ยกมือยอมแพ้ ถามจะเอาอย่างไร

“ฉันควรจะถามแกมากกว่า ที่ฉันถูกลอบฆ่าสองครั้งซ้อนนี่ ฝีมือแกใช่ไหม”

“แกอย่าทำอะไรฉันนะ ยังไงฉันก็เป็นพี่ชายเดชเพื่อนรักของแกนะโว้ย”

ษมาตะคอกให้ตอบคำถาม ดิตถ์ปากคอสั่นปฏิเสธไม่ได้ส่งใครไปฆ่าเขาทั้งนั้น

“โกหก...คนที่แกใช้ไปยิงฉันมันชื่ออำนวย มันเป็นลูกน้องของแก”

“ไอ้นวยเหรอ ไอ้เวร ทำกูซวยแล้วไหมล่ะ ไอ้นวยมันออกจากฉันไปได้พักใหญ่แล้ว แต่ฉันไม่รู้จริงๆว่ามันไปทำงานให้กับใคร”

ษมาฟังอย่างไตร่ตรอง รู้ว่าคนอย่างดิตถ์ปอดแหก จึงแกล้งขยับปืนขู่ ดิตถ์ละล่ำละลัก

“ไอ้ นวยมันฝีมือดี มีคนอยากดึงมันไปทำงานด้วยเยอะ มันเลยมาขอขึ้นเงินค่าจ้าง แกก็รู้ว่า แค่หมุนเงินเดือนต่อเดือนฉันก็เต็มกลืนแล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาขึ้นให้มันอีก ฉันก็เลยปล่อยให้มันออกไปอยู่ที่อื่น” ดิตถ์ยกมือสาบานไม่รู้เรื่องลอบฆ่าทั้งที่พระฮามและที่ตราดวันนี้

ษมา ขู่ว่าถ้าโกหกตนจะกลับมาอีก สั่งดิตถ์ยกมือเหนือหัวคว่ำหน้าลงกับรถ แล้วกลับไปไม่ทันไร สมุนดิตถ์วิ่งมารายงานว่า ตำรวจทลายบ่อน ดิตถ์ตกใจและเจ็บใจมาก รู้ว่าเป็นฝีมือษมา

ooooooo

วันรุ่ง ขึ้น ลำแพงมาควบคุมคนงานขนเสบียงจากตราดไปเกาะยานก เจอสมบูรณ์จึงรู้เรื่องษมาโดนลอบยิง ยังไม่กลับเกาะอีกหลายวัน จนกว่าจะส่ง สาระวารีกลับกรุงเทพฯไปก่อน ลำแพงแอบแค้นใจ สมบูรณ์เล่าว่าสาระวารีจะอยู่รอจนกว่าพิพัชพ้นขีดอันตราย

“แต่ผมไม่เชื่อหรอก อยู่ทำข่าวมากกว่า คุณษมาถูกลอบยิงกลางเมืองขนาดนี้ ข่าวดังไปทั่ว มีเหรอที่หนูวารีจะยอมปล่อยข่าวนี้ผ่านไปง่ายๆ”

ลำแพง ยิ่งเจ็บใจตามไปที่โรงพยาบาล...ระหว่างนั้น สาระวารีพักที่บ้านจิณห์วรา รีบทำข่าวส่งไปให้ บก. ไชยวัฒน์ จิณห์วราสงสัยเอาภาพประกอบมาจากไหน สาระวารียิ้มกริ่ม

“เมื่อวานตอนเกิดเรื่อง คุณษมาให้ฉันซ่อนตัวในรถ ฉันแอบใช้มือถือถ่ายรูปบริเวณที่เกิดเหตุส่งให้ บก.ไปแล้ว”

“เธอนี่มันนักฉวยโอกาสจริงๆ...ในที่สุดคุณษมาก็ตกเป็นภาพข่าวครั้งแรกในหน้าสยามสารจนได้ เพราะฝีมือนักข่าวจอมเจ้าเล่ห์อย่างเธอ”

สาระ วารีส่ายหน้า ตนไม่ได้ถ่ายรูปษมาเพราะ สัญญาเอาไว้แล้ว จิณห์วราทำหน้ากระเซ้า เป็นห่วงแหล่งข่าว มากกว่า สาระวารีเขิน ตัดบทให้เพื่อนรีบไปส่งตนที่โรง พยาบาล

สายวันนั้น โศภีนัดษมาพบที่ร้านกาแฟภายในโรงพยาบาลเพื่อบอกว่าตนช่วยให้คนสืบหามือปืน ษมาดักคอแลกกับอะไร โศภีแกล้งยั่วส่งตาประพิมพ์ประพราย ษมารำคาญจะลุกไป โศภีรีบดึงแขนเขาไว้ออดอ้อน

“เดี๋ยวสิคะษมา ใจร้อนจังเลย โศไม่ต้องการอะไรจากคุณหรอกค่ะ แค่อยากจะช่วยคุณบ้างก็เท่านั้นเอง เผื่อคุณจะมองโศในแง่ดีขึ้นบ้าง”

ษมา ถอนใจนั่งลงฟังว่า เธอจะช่วยอย่างไร โศภีได้ข่าวมาว่า อำนวยว่าจ้างเรือพาหนีข้ามชายแดนตอนบ่ายนี้ พลันสาระวารีเดินเข้ามาเห็นสองคนคุยกันอยู่ก็ชะงัก โศภีเหลือบเห็นยิ้มเย้ย ษมาหันมองตามสายตาโศภี สาระวารีตกใจรีบเดินหนีไปขึ้นลิฟต์ ษมาเป็นกังวลลุกพรวดวิ่งตามเธอไป โศภีมองตามด้วยสายตาเคียดแค้น

ษมา ตามมาดึงแขนสาระวารีก่อนที่จะเข้าไปเยี่ยมพิพัช ถามอย่างร้อนใจ ทำไมยังไม่กลับกรุงเทพฯอีกในเมื่อหมอบอกว่าพิพัชพ้นขีดอันตรายแล้ว หญิงสาวเสียงอ่อยอยากอยู่ทำข่าว

“ผมไม่อนุญาตให้คุณทำข่าวนี้” ษมาเสียงเข้ม สาระวารีเถียงฉอดๆ

“ทำไมล่ะ ทีนักข่าวอื่นเขาทำได้ ทำไมฉันจะทำไม่ได้ เรื่องอะไรมาห้ามฉันอยู่คนเดียว”

“เพราะ ผมเป็นห่วงคุณน่ะสิ” ษมาจ้องด้วยสายตาห่วงใย “อย่าดื้อได้ไหม ตอนนี้กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน ไม่รู้ใครเป็นใคร ผมห่วงความปลอดภัยของคุณ ถึงได้อยากให้คุณกลับไปก่อน”

“แต่นี่มันเป็นงานของฉัน ถ้าฉันทิ้งข่าวไปเพราะรักตัวกลัวตาย ก็อย่ามาเป็นนักข่าวดีกว่า”

“คุณก็รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังมีอิทธิพลมากกว่าที่คุณคิด”

“ถ้า อย่างนั้นฉันยิ่งไม่มีวันไปไหนเด็ดขาด หน้าที่ของฉันคือการตีแผ่ความจริงให้สังคมรับรู้ ไม่ว่าศัตรูคุณจะเป็นใคร ต่อให้ฉันต้องโดนหางเลขไปด้วย ฉันก็จะทำข่าวนี้ต่อ ชัดไหมคะ”

“ทำไมคุณถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ ถ้าคุณอยากได้ข่าวมากนักก็รอให้ทุกอย่างมันเคลียร์ก่อนไม่ได้รึไง ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย” ษมาชักโมโห

“มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ไหมคะ งั้นฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะ ฉันมีนัดสัมภาษณ์คุณหมอเจ้าของไข้คุณพิพัช” สาระวารีทำหน้ากวนแล้วเดินจากไปอย่างไม่แยแส

ษมามองตามอยากจับมาตีก้นให้เข็ด สาระวารีรู้ว่าโดนเม้าท์หันมาถลึงตาใส่ ลำแพงเดินมาเห็นอาการของทั้งสองคน เก็บความไม่พอใจไว้ เข้ามาถามษมาถึงอาการของพิพัช แต่ษมากลับสั่งให้เธอดูแลสาระวารี พาไปพักที่บ้านรับรองของตน เพราะต้องการกักบริเวณไม่อยากให้เดินเพ่นพ่านที่ไหน เป็นห่วงความปลอดภัย ลำแพงขบกรามแน่นข่มความอิจฉา

ooooooo

ษมากับจันเลานำกำลังตำรวจไปดักจับอำนวยที่ท่าเรือ แต่ยังมีมือดีลอบยิงหัวอำนวยดับคาที่ระหว่างการจับกุม...ษมาเครียดมาก  สมบูรณ์ไปสืบได้ความว่า น้องชายของอำนวยเล่าว่าหลังจากอำนวยออกจากดิตถ์แล้วไปทำงานกับจิตติ ทุกคนช็อกมองหน้ากันงงๆ

เย็นวันนั้น ที่บ้านพักรับรองของษมา ลำแพงวางกระติกน้ำร้อนสองใบบนโต๊ะ เป็นกระติกลายหนึ่งใบและกระติกสีพื้นหนึ่งใบ เธอเทน้ำสมุนไพรจากกระติกลายใส่ถ้วยนั่งจิบ สาระวารีเดินคุยโทรศัพท์กับเพื่อนนักข่าว เรื่องอำนวยถูกฆ่าตัดตอน ท่าทางหงุดหงิดผ่านมา ลำแพง เปรยว่า นักข่าวพื้นที่ของสยามสารก็มีแล้วเธอจะอยู่ต่อไปทำไม สาระวารีสวน

“ไหนๆฉันก็อยู่ที่นี่แล้ว ทำเองไม่ดีกว่าเหรอคะ เจ้านายคุณทำกับฉันยังงี้ มันลิดรอนเสรีภาพสื่อมวลชน ชัดๆ” เห็นลำแพงจิบน้ำสมุนไพรกลิ่นหอม จึงถามว่าน้ำอะไร

“น้ำสมุนไพรค่ะ ดิฉันทำเอง คุณจะลองซะหน่อย ไหมคะ มันมีสรรพคุณลดความเครียด”

“ก็ดีค่ะ ถ้าเจอเจ้านายคุณ ฉันจะได้ไม่เครียดจนเผลอไปบีบคอเขาตาย”

ลำแพงยิ้มมุมปาก เทน้ำจากกระติกสีพื้นคนละใบกับที่ตัวเองดื่มส่งให้ สาระวารีรับมาสูดความหอม ถามส่วนผสมจากอะไร ลำแพงจาระไนและเร่งให้ดื่ม ไม่ทันที่จะดื่ม จันเลาเข้ามาขัดจังหวะ บอกว่าษมาเรียกสาระวารีไปพบ หญิงสาววางถ้วยเข่นเขี้ยว

“ถ้าไม่ยอมปล่อยฉันออกไปอีก ฉันจะโทร.แจ้งความจริงๆด้วย”

ลำแพงขัดใจคว้าถ้วยสมุนไพรของสาระวารีมาเททิ้ง สีหน้าแววตาชิงชังจนมีอาการปากกระตุกอยู่ในที

ร้านอาหารในรีสอร์ตของษมา สาระวารีกำลังวีนใส่ษมาที่บังคับให้ตนกลับกรุงเทพฯเธอว่าที่นี่ไม่ใช่บนเกาะยานกของเขา เขาไม่มีสิทธิ์มาบังคับตน โศภีซึ่งนั่งอยู่ด้วยปราม อายคนอื่นบ้าง สาระวารีหันมาโวยโศภีให้เตือนษมาอย่ามาขัดขวางการทำงานของตน

“มีเหตุผลหน่อยได้ไหมวารี ผมทำเพื่อคุณนะ”

“ฉันเอาตัวรอดได้ อันตรายยิ่งกว่านี้ฉันก็เคยผ่านมาแล้ว คุณไม่ต้องห่วงฉันหรอก”

“อวดเก่งขนาดนี้ บอกความจริงเขาไปเถอะค่ะษมา ไม่ต้องรอให้ชัวร์ก่อนหรอก เผื่ออยากจะใช้ความสามารถที่มีอยู่น้อยนิด สืบหาความจริงเอาเอง” โศภีแดกดัน

สาระวารีชักงงมันเรื่องอะไร ษมาเอ่ยขึ้นว่ายังไม่อยากด่วนสรุป โศภีโวย ถ้าเขาไม่บอกตนจะบอกเอง “รู้ไหมว่าหลังจากที่อำนวยออกจากนายดิตถ์ มันไปทำงานให้กับใคร คนคนนี้ถึงจะไม่มีอิทธิพล แต่มีเงินหนาพอที่จะทำกาสิโนต่อจากษมาได้แน่นอน เขาอยู่เบื้องหลังการลอบยิงเมื่อวาน...คุณจิตติ พ่อเพื่อนเธอยังไงล่ะ”

สาระวารีตกใจสุดขีด ลุกพรวดจะไปถามจิณห์วราทันที ษมาถอนใจ โศภีเป่าหูว่าดีไม่ดี สาระวารีก็เป็นสายถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวของเขา ษมาครุ่นคิดลำดับเหตุการณ์

ooooooo

เมื่อฟังความจากจิณห์วราว่า พ่อเครียดมาก เพราะรับอำนวยเข้าทำงานไม่ถึงเดือน จากที่น้องชายซึ่งทำงานอยู่ก่อนยืนยันหนักแน่นว่าพี่ชายตัวเองเลิกทำงานไม่ดีมานานแล้ว พ่อเชื่อใจจึงรับไว้ สาระวารีครุ่นคิด ขอเจอน้องชายของอำนวย จิณห์วราจึงขับรถพาไปพบ

น้องชายอำนวยมอบของพี่ชายที่เหลืออยู่ นอกนั้นตำรวจยึดไปหมดแล้วให้แก่สาระวารี ยืนยันว่าตนไม่รู้เรื่องจริงๆ ไม่คิดว่าพี่ชายจะกลับไปทำงานไม่ดีอีก จิณห์วรา บอกว่าพ่อของตนเชื่อ ไม่ต้องกังวล สาระวารีค้นของในถุง พบรูปถ่ายหมู่ใบหนึ่ง ในนั้นมีจันเลายืนร่วมอยู่ด้วย เธอตกใจ รีบบอกจิณห์วราให้พาตนกลับไปหาษมาด่วน

ดึกมากแล้ว ษมาเดินหน้าเครียดๆ ออกมาส่งโศภีที่ล็อบบี้ของรีสอร์ต เธอออดอ้อนขออยู่ค้างคืนกับเขา พลัน สาระวารีวิ่งหน้าตื่นเข้ามา ผงะเล็กน้อย ษมาปลดมือ โศภีออกแต่เธอยังยื้อไว้

“ฉันมีอะไรให้คุณดู” สาระวารียื่นรูปถ่ายให้ “นี่รูป อำนวย มือปืนที่ยิงคุณ คนยืนติดกันคุณคงจำได้นะว่าใคร”

โศภีโวยวายว่า จันเลารู้จักกับอำนวย สาระวารียืนยันว่าไม่ได้ปรักปรำใคร แค่มาเตือนให้ระวัง ทำไมจันเลารู้จักกับอำนวยแล้วไม่เคยบอก

“คุณคิดมากเกินไปรึเปล่า ในภาพมีตั้งหลายคน จันเลาไม่จำเป็นต้องรู้จักกับคนที่อยู่ในภาพทั้งหมดก็ได้นี่”

“คุณจิตติก็แค่รับอำนวยเข้าทำงาน ไม่จำเป็นต้องบงการฆ่าคุณก็ได้เหมือนกัน” เห็นษมาอมยิ้ม สาระวารีเสียงอ่อนลง “ฉันบอกแล้วไงคะ ว่ายังไม่ไดปรักปรำใคร ที่รีบเอารูปมาให้คุณดูก็เพราะไม่อยากให้คุณพุ่งประเด็นไปทางเดียว อย่างที่ฉันเคยพูดกับคุณ คนที่อันตรายที่สุด อาจจะเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด”

โศภีหน้าเครียด “ก็จริงนะคะษมา ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร เงินง้างได้ทุกอย่างแหละค่ะ แม้แต่พวกนักข่าว ยังเขียนเรื่องเท็จให้เป็นจริงได้เลย”

ตอนที่ 3

ลำแพงหน้าบึ้งตึงเดินไปเอาชุดปฐมพยาบาล ชนกับสาระวารีตรงทางเลี้ยว จึงบอกให้เธอไปช่วยษมาดูแลโศภีซึ่งเป็นลมแต่ตนสงสัยจะมารยามากกว่า สาระวารีเดินไปทางห้องโศภี

ระหว่างนั้น ษมาอุ้มโศภีวางบนเตียง เธอลืมตาขึ้นโอบกอดคอเขาไว้ ดีใจที่เขายังเป็นห่วงตน สาระวารีเปิดประตูเข้ามาพอดี ตกใจรีบขอโทษถอยออก ษมาหน้าเสียแกะมือโศภีออกร้องเรียกสาระวารีพร้อมกับวิ่งตามออกไป ทำให้โศภีแค้นใจมาก

“วารีรอผมก่อน คุณกำลังเข้าใจผมกับโศผิด” ท่าทางษมาร้อนใจ

“นั่นมันเรื่องของคุณ ฉันไม่สนใจหรอก ฉันแค่รู้สึกเสียมารยาทมากๆ เลยต้องรีบเดินออกมา...ทีหน้าทีหลังก็ล็อกประตูห้องด้วยนะคะ อย่าลืมว่ามีนักข่าวอยู่ในบ้านด้วย”

สาระวารีเดินเลี่ยงหนี ษมาโพล่งขึ้นทันทีว่า ตนจะให้สัมภาษณ์เดี๋ยวนี้พร้อมไหม หญิงสาวหันกลับมาดีใจฉับพลัน...ทั้งสองมานั่งมุมร่มรื่นหลังบ้าน สาระวารีเตรียมอุปกรณ์เครื่องอัดเสียง สมุดโน้ต ปากกาพร้อมกล้องถ่ายรูป จู่ๆษมาก็บอกว่า ไม่ต้องการให้มีการอัดเสียง

“อ้าว! ทำไมล่ะคะ”

“ผมทำงานแบบนี้อะไรที่เป็นความลับได้มันก็ดีแม้แต่เสียงหรือรูปถ่ายผมก็ไม่อยากให้มี”

“ค่า เข้าใจแล้วค่ะว่าคนเป็นเจ้าพ่อ ต้องระวังตัวทุกฝีก้าว...พอใจไหมคะ”

ษมารู้ว่าสาระวารีประชด เขาเก็บเครื่องอัดเสียงของเธอไว้ จะคืนให้วันที่กลับ หญิงสาวหน้างอจับปากกาเตรียมจด คำถามแรกที่เธอถามคือ เขาเอาเงินที่ไหนมาสร้างกาสิโน

“ผมบอกแล้วไง ว่าถ้าคุณยังมีความคิดติดลบกับการพนันอยู่ ผมจะยังไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องคาสิโน”

“เอ๊ะคุณนี่ ไหนบอกว่าพร้อมจะให้สัมภาษณ์แล้วไงคะ”

“ครับ แต่ไม่ใช่เรื่องคาสิโน ผมอยากให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประวัติชีวิตผมก่อน ยังไงคุณก็ต้องมีประกอบบทความอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“งั้นก็ว่ามาเลย อยากเล่าตรงไหนสร้างภาพยังไงก็พูดมา ฉันจะได้ไม่เสียเวลาตั้งคำถามให้คุณไม่ตอบ” ษมาขำท่าทางโกรธของเธอ สาระวารีจดไปพูดไป “ขำ ด้วยน้ำเสียงน่าเกลียดๆ”

ษมานิ่งไปสักครู่ เอ่ยว่า ประวัติคร่าวๆของตน เธอก็รู้บ้างแล้ว หญิงสาวกระแทกเสียง ตกลงจะให้ตนเขียนเองใช่ไหม เขารีบปลอบให้ใจเย็นๆ กำลังจะทบทวนให้ฟัง สีหน้าเขาขรึมลง

“คุณแม่ผมท่านเสียไปตั้งแต่ผมยังเล็ก ส่วนพ่อผมเป็นชาวสวน ท่านเสียไปตอนผมเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ผมเลยตัดสินใจลาออกมาทำสวนต่อ”

“ทำไมไม่เรียนให้จบก่อนล่ะคะ อีกแค่ปีเดียวเอง สวนคุณมันก็น่าจะอยู่ตัวแล้ว”

ษมาแอบยิ้มที่มีโอกาสจะอธิบายเรื่องโศภี เขาเล่าว่า...หลังจากพ่อตาย โศภีซึ่งเป็นคนรักเริ่มจะห่างเหิน เขาจึงเอาเงินเก็บมาสั่งทำกำไลเงินสลักลายที่มีความหมายพิเศษสำหรับเขากับเธอมอบให้และขอร้องให้เธอรอ เขาสัญญาจะสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่ให้เธอน้อยหน้าใคร... เวลาผ่านไปสองสามเดือน พายุเข้าทำลายสวนเขาจนหมด เพื่อนบ้านแนะนำถ้าทำไม่ไหวให้ขายสวน

“ขายแล้วฉันจะไปทำมาหากินอะไรล่ะลุง เรียนก็ไม่จบ ฉันก็หวังว่าจะทำสวนจนกว่าจะตั้งตัวได้ จะได้มีเงินไปขอโศภีเขาด้วย”

“โศภี ใช่ลูกสาวพี่สัน เจ้าของแพปลาหรือเปล่า” ษมาพยักหน้า “โอ๊ย...อีกไม่กี่วันก็เป็นเมียเจ้าสัวกิมแล้ว เขาไม่มาเอาเอ็งหรอก”

ษมาตกใจสุดๆ ไม่เคยระแคะระคายมาก่อน...เขาบุกไปหาโศภีที่บ้าน แต่กลับถูกพ่อเธอกีดกันไม่ให้กลับมาอีก แถมเหยียดหยามว่าเงินขายสวนยังไม่พอค่าสินสอด เก็บไว้ซื้อข้าวกินเองจะดีกว่า เขาโต้ว่าเจ้าสัวอายุมากกว่าโศภีหลายสิบปี ไม่สงสารลูกสาวหรือ กลับโดนพ่อเธอสั่งคนรุมอัด โศภีออกมาห้ามและตอกย้ำเขาว่า

“คุณขายทุกอย่างที่คุณมีเพื่อเอามาเป็นสินสอดให้พ่อโศน่ะเหรอคะ แล้วคุณคิดบ้างไหม ว่าถ้าโศแต่งงานกับคุณไปแล้วเราจะอยู่กันได้ยังไง ในเมื่อคุณไม่มีสมบัติอะไรติดตัวซักอย่าง”

“เรื่องนั้นไว้ค่อยคิดกันก็ได้ สำคัญแค่มีคุณ ผมก็ไม่กลัวอะไรแล้ว ผมพร้อมสู้ทุกอย่าง”

“แต่โศกลัวค่ะ กลัวอดตาย...โศไม่ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงตายเอาดาบหน้าพร้อมกับคุณหรอกนะคะ ขอโทษนะคะที่โศเคยรับปากว่าจะรอคุณ แต่คุณทำให้โศผิดหวังเอง เรียนก็ไม่จบ ทำงานก็เจ๊ง แล้วจะให้โศฝากอนาคตไว้กับคุณได้อย่างไร”

โศภีตอกย้ำให้เขารู้ว่า เธอเลือกเจ้าสัวเพราะมีธุรกิจมั่นคง รับประกันชีวิตที่สุขสบายไปจนตาย เธอรักเขา แต่ไม่มากพอที่จะยอมกัดก้อนเกลือกิน...ษมาซาบซึ้งน้ำตาคลอเบ้า ยิ้มเยาะให้กับตัวเอง ที่หลงนึกว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่รักตนและยอมร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย

“ผมเลยเอาเงินที่ขายที่ได้ไปเล่นพนันในบ่อน กะประชดชีวิตให้มันหมดตัว แต่มันดันยิ่งเล่นยิ่งได้ อย่างที่คุณรู้นั่นแหละ ผมคงไม่ต้องเล่าซ้ำแล้วมั้ง”

“แล้วคุณโศภีล่ะคะ”

“โศเขาแต่งงานไปกับเจ้าสัวซักเจ็ดแปดปี เจ้าสัวก็ตาย มรดกทั้งหมดก็แบ่งกับลูกชายเจ้าสัวคนละครึ่ง จนกลายเป็นแม่ม่ายทรงเครื่องอย่างที่คุณเห็น”

สาระวารีแย้งว่าโศภีทั้งสวยและรวย เขาน่าจะคืนดีกับเธอ แต่ษมาโต้ว่า ตนเจ็บแล้วจำ...เขาถามเธอจดทันไหม หญิงสาวตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวเกินไป ไม่ควรเอามาเขียน

เห็นษมาอมยิ้มสีหน้าเจ้าเล่ห์ สาระวารีนึกได้ “คุณหลอกให้ฉันฟังคุณแก้ตัวใช่ไหม”

“ก็ผมพยายามจะอธิบายกับคุณดีๆ แต่คุณไม่ยอมฟังเองนี่”

“แล้วทำไมฉันต้องฟังด้วยล่ะ ฉันบอกแล้วไง ว่าคุณจะมีใครมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”

“ผมก็บอกคุณแล้วเหมือนกัน ว่าผมไม่อยากให้คุณเข้าใจผิด แล้วการได้ฟังจากปากผมเอง มันก็ดีกว่าคุณเที่ยวไปถามเอาจากคนอื่น...คุณไม่ใช่แค่คนที่เคยช่วยชีวิตผมเอาไว้เท่านั้นนะวารี แต่คุณคือแรงผลักดัน ที่ทำให้ผมกลับขึ้นมายืนใหม่ได้อีกครั้ง”

สาระวารีมองหน้าเขางงๆ ษมาเล่าว่า จากวันนั้นที่เห็นเด็กผู้หญิงยอมเจ็บตัวขอเงินไม่กี่บาทจากพ่อไปซื้อยาให้แม่ ส่วนตนเอาเงินแสนจากน้ำพักน้ำแรงของพ่อมาถลุงเล่นเพื่อประชดชีวิตกับผู้หญิงที่ไม่เห็นค่าในตัวเรา มันทำให้ตนได้คิด กลับมาตั้งหลักชีวิตได้ใหม่

“ผมถือว่าคุณเป็นคนสำคัญในชีวิตของผมนะวารี ผมถึงไม่อยากให้คุณเข้าใจอะไรผิด ถึงจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยก็เถอะ ผมก็ไม่ยอมปล่อยผ่านทั้งนั้น” ษมามองสาระวารีด้วยสายตาลึกซึ้ง ทำเอาหญิงสาววางหน้าไม่ถูก หายใจไม่ทั่วท้อง สะเทิ้นอายไปกับสายตาของเขา

สาระวารีตัดบทถามคำถามต่อไป แต่มือไม้สั่นอย่างเห็นได้ชัด ษมายิ้มอย่างเอ็นดู

ooooooo

คืนนั้น สาระวารีโทร.คุยกับมีคณา ทั้งบ่นทั้งแซวเรื่องแหล่งข่าวของกันและกัน ต่างเขินอายไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง

ในขณะเดียวกัน สองพี่น้อง ลำแพงกับแลงคุยกันเรื่องที่ พรุ่งนี้ษมาจะพาสาระวารีไปเกาะพระฮาม ลำ–แพงดีใจจะได้จบเรื่องเร็วๆ แลงเสียดายหมดสนุกจะเห็นโศภีหึงหนักขึ้นทุกวัน ลำแพงยิ้มเยาะ มันหมดสนุกตั้งแต่วันที่โศภีวางแผนลักพาตัวสาระวารี จนเข้าหน้าษมาไม่ติดแล้ว แลงสงสัยว่าษมาจะชอบสาระวารีจริง ลำแพงแว้ดใส่ เป็นไปไม่ได้ อย่าพูดให้ใครได้ยิน ษมาจะเสื่อมเสีย แลงจ๋อยลง ใจจริงลำแพงก็หวั่นใจอยู่ไม่น้อย

พิพัชเองก็ไม่เห็นด้วยที่ษมาจะพาสาระวารีไปเกาะพระฮาม จันเลาแก้ต่างให้ว่าบนเกาะไม่มีความลับอะไรทำไมจะไปไม่ได้ และทำไมถึงได้ตั้งแง่รังเกียจเธอนัก ระวังจะลำบากทีหลัง

“ลำบากยังไง ทำข่าวเสร็จก็กลับไปแล้ว”

“ทำไมแกมันซื่อบื้อนักวะ ไม่เห็นเหรอว่าคุณษมาทั้งเอาอกเอาใจ ทั้งเป็นห่วงคุณวารีขนาดไหน แกเคยเห็นคุณษมาเป็นแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนรึเปล่าล่ะ”

“แกคิดว่าคุณษมาจะชอบนักข่าวคนนั้นจริงๆหรือ”

“นาทีนี้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอก ดูปฏิกิริยาคุณโศภีเอาก็ได้” พิพัชเกรงษมาจะถูกหลอก แต่จันเลาไม่คิดอย่างนั้น เพราะษมาบอกว่ารู้จักกันมาก่อนและคนอย่างเขาหลอกยาก หรืออยากให้ษมาเลือกโศภีมาเป็นนายหญิง พิพัชส่ายหน้า ถ้าเป็นอย่างนั้นตนจะขึ้นฝั่งไปทำงานกับสมบูรณ์ จันเลาถามถ้าเจ้านายเลืิอกสาระวารี พิพัชตอบเหมือนเดิม เพราะเขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่...ไม่คาดคิด โศภีแอบฟังการสนทนาของสองหนุ่ม

จากนั้น โศภียกกาแฟมาให้ษมาในห้องทำงาน พยายามออดอ้อนว่าที่ผ่านมาตนเจ็บปวดมาตลอด ษมา แขวะ “เห็นว่าได้มาเป็นร้อยล้าน เจ็บเพราะเงินทับเท้าเอาเหรอครับ”

“คุณจะพูดกระทบกระเทียบแดกดันโศยังไงก็ได้ แต่ขอให้คุณรู้เอาไว้ว่าโศไม่ได้อยากทำอย่างนั้นเลย แต่ไม่มีทางเลือก” โศภีบีบน้ำตาเล่าเรื่องที่พ่อขอร้องตน ว่ากิจการแพปลาไม่รุ่งเรืองเหมือนก่อน พ่อจึงเอาเงินไปลงทุนร้านอาหารกับเพื่อนแต่ถูกโกง

พ่อยืมเงินจากเจ้าสัว ดอกเพิ่มพูนจนหมดปัญญาจะใช้คืน เผอิญเจ้าสัวชอบตนจึงสู่ขอ พ่อให้ตนเลือกว่า ถ้าไม่ตกลง พ่อก็จะยอมให้เขายึดบ้านและทรัพย์สิน ตนสงสารพ่อ...โศภีสะอื้น

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา โศก็มีแต่กำไลอันนั้นเป็นเครื่องปลอบใจให้หายคิดถึงคุณ โศมีเรื่องจะพูดแค่นี้ล่ะค่ะ คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่คุณ”

ษมานั่งฟังนิ่งๆ แล้วเปิดลิ้นชักค้นหาของบางอย่าง สักพักก็เจอ หยิบกำไลเงินขึ้นมาวางบนโต๊ะ “กำไลอันนี้ใช่ไหมที่คุณบอกว่าเก็บมันไว้เป็นที่ระลึก” สีหน้าโศภีซีดเผือดตกใจมาก ษมายิ้มเยาะ... “แล้วคุณรู้ไหมว่าผมได้มันกลับมายังไง”

ษมาเล่าว่า เขาเห็นกำไลนี้อยู่ที่ข้อมือญาติคนหนึ่งของเธอ จึงขอซื้อต่อด้วยเงินห้าพันบาท น้าคนนั้นบอกว่า “พันนึงฉันก็ขายแล้ว ฉันไม่ได้ซื้อมันมาหรอก โศมันทิ้งรวมกับเสื้อผ้าเก่าๆของมัน ตั้งแต่ได้เป็นเมียเจ้าสัว แม่โศเขาหัวสูง มือเติบ เสื้อผ้าข้าวของใช้ไม่กี่ครั้งก็ทิ้ง กำไลนี่ถ้าฉันไม่แอบเก็บมา เด็กรับใช้ในบ้านก็คงได้ไปใส่เล่นแล้วล่ะ”

ษมาชูกำไลต่อหน้าโศภี ตอกย้ำ “กำไลนี้ผมสั่งทำเอง มีอันเดียวในโลกไม่ซ้ำใครแน่”

โศภีจะแก้ตัว แต่ษมาชิงตัดบท เธอไม่ผิดหรอก เป็นเมียเจ้าสัวมีเงินใช้เหลือเฟือ จะเก็บกำไลราคาถูกแบบนี้ไว้ทำไม โศภีจนแต้มโผกอดษมาร้องไห้ขอโทษ ชายหนุ่มสงสัยอีกเรื่อง

“ถ้าคุณคิดถึงผมจริง ตอนที่เจ้าสัวเสียใหม่ๆทำไมคุณถึงไม่กลับมาหาผม...เพราะตอนนั้นผมยังไม่ได้มีเงินเท่าคุณ ไม่เหมือนตอนนี้ ที่ผมมีมากกว่า และกำลังจะเป็นเจ้าของกาสิโนใช่ไหมครับ จริงๆผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรเรื่องนี้แล้วล่ะ ไม่งั้นผมคงไม่ยอมให้คุณกลับมายืนอยู่ตรงหน้าผมยังงี้หรอก ผมคิดว่าอย่างน้อยเราอาจทำธุรกิจร่วมกันได้ หรือดีหน่อยก็เป็นเพื่อนกันได้...แต่ถ้า
คุณยังไม่หยุดวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของผมอีก เราคงต้องจบกันแค่นี้จริงๆ”

โศภีเจ็บแค้น โทษว่าเป็นเพราะสาระวารี เขาถึงเปลี่ยนไป ษมาได้แต่ส่ายหน้าเหนื่อยใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น กูซอขับเรือพาษมา สาระวารี พิพัช และจันเลาไปเกาะพระฮาม สาระวารีตื่นเต้นถ่ายรูปไปตลอดทาง พิพัชกับจันเลานั่งมองนิ่งๆ ษมา คอยอธิบายสิ่งต่างๆให้เธอฟัง

“ผมมีเรือเร็วจากตราดตรงไปที่พระฮามรับส่งลูกค้าอยู่แล้ว แต่อีกไม่นานคงมีเครื่องบินเล็กไว้บริการ ลองลูกค้ามีเงินเข้ากาสิโนผมได้ ก็เดินทางไม่ลำบาก”

“กะจับแต่พวกกระเป๋าหนักๆล่ะสิ” สาระวารีเบ้ปากหมั่นไส้

ษมาว่าจะได้สกรีนคนเล่นชั้นหนึ่งก่อน หญิงสาวบ่นว่าบ่อนก็คือบ่อน จะคนรวยคนจนถ้าผีพนันเข้าสิง มันก็ไม่ต่างกัน จันเลาแอบขำที่เจ้านายโดนสาวตอกกลับ แต่พิพัชไม่พอใจ

เมื่อเรือเทียบฝั่ง ษมาจะช่วยสาระวารีขึ้นจากเรือ เพราะตรงนี้น้ำลึก ไม่มีหาดทราย แต่หญิงสาวไม่รับความช่วยเหลือ กระโดดจากเรือด้วยตัวเอง คนงานมาช่วยกัน ยกสัมภาระและเสบียง รวมทั้งของสาระวารีลงจากเรือ พิพัชควบคุมคนงานขนของ สาระวารียืนมองไปรอบเกาะ

“ท่าทางเกาะนี้จะใหญ่กว่าเกาะยานกของคุณเยอะเลยนะคะ”

“ก็ใหญ่กว่าประมาณสองเท่าได้ ที่สำคัญทำเลดีกว่า ฮวงจุ้ยก็ดีเหมาะจะเปิดกาสิโน”

“แล้วพวกไฟฟ้ากับน้ำจืดล่ะคะ คุณจะทำยังไง”

“ที่นี่มีน้ำตกขนาดใหญ่อยู่อีกฟากของเกาะ มีน้ำใช้ได้ทั้งปี แต่ผมสร้างแท็งก์เก็บน้ำฝนสำรองไว้แล้ว โครงการใหญ่ขนาดนี้ประมาทไม่ได้ พลาดล่ะเสียชื่อหมดกันเลย”

จันเลามาดึงพิพัชให้ออกห่างไม่ต้องตามเจ้านาย...

ษมาคุยให้สาระวารีฟังว่า สิ่งที่เป็นปัญหาตอนนี้คือสัญญาณมือถือยังใช้ไม่ได้ หญิงสาวถามถึงไฟฟ้า เขาจะพาเธอไปดูเครื่องปั่นไฟจากแรงคลื่น ที่เขาคิดขึ้นมากำลังไฟพอใช้ไปตลอดปี และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

“กรีนกาสิโน อนุรักษ์ธรรมชาติซะด้วย” สาระวารีประชด

ทั้งสองกำลังจะเดินไป ษมาได้ยินเสียงเรือเร็วแล่นตรงมา บนเรือมีคนสี่ถึงห้าคน ด้วยความไว ษมาเห็นคนบนเรือยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 เขาร้องบอกทุกคนให้ระวัง แล้วโถมตัวเข้ากอดสาระวารีกระโจนลงทะเล ท่าเรือตรงที่ษมายืนเมื่อสักครู่ระเบิดไฟลุกท่วม พิพัช จันเลาและคนงานตั้งสติได้ชักปืนออกยิงตอบโต้ กูซอยิงสกัดให้พิพัชกับจันเลา คนร้ายยังกราดยิงใส่ษมากับสาระวารีในทะเล จันเลาจึงบอกพิพัชช่วยกันยิงไปที่ถังน้ำมันเรือ

ษมาคาดการณ์ได้ ฉุดสาระวารีดำดิ่งลงไปว่ายให้ ไกลจากจุดนั้น เสียงเรือระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พิพัชสั่งการให้ช่วยเจ้านายขึ้นจากทะเล จันเลาเห็นว่าพิพัชถูกสะเก็ดระเบิดที่แขน จึงให้เขาไปทำแผล ตนไปช่วยเอง...

แต่ษมาหิ้วปีกสาระวารีขึ้นบนหาดอีกด้านของเกาะ เขาสำรวจว่าเธอบาดเจ็บตรงไหนบ้าง หญิงสาวส่ายหน้า คิดว่าเป็นวิญญาณไปแล้ว ชายหนุ่มจึงจับแก้มเธอ

สาระวารีปัดมือษมาออกอย่างโกรธๆ “อย่ามาฉวยโอกาส เดี๋ยวโดน”

“คราวนี้เชื่อผมรึยัง ว่าทำไมผมถึงต้องระวังตัวตลอดเวลา”

“แล้วคุณล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า” สาระวารีจ๋อยลง อดเป็นห่วงเขาไม่ได้

ษมายักไหล่ว่าเรื่องเล็ก ชวนเธอเดินกลับไปที่แคมป์ สาระวารีลุกขึ้นเข่าอ่อนจะทรุด เขาเข้าประคอง เธอดีดตัวออกห่าง อวดเก่งว่าตนอายุน้อยกว่าเขาเยอะต้องไหว ษมายิ้มระวังหลังให้ พอมาถึงแคมป์ พิพัชโล่งใจรีบรายงานความเสียหายว่า คนงานบาดเจ็บหลายคน เครื่องมือสื่อสารพัง สาระวารีเหลือบเห็นที่แขนพิพัชเลือดเกรอะกรัง “อ้าว! นี่คุณก็บาดเจ็บนี่คะ”

“โดนแค่ถากๆ ไม่เป็นอะไรมากหรอก”

“ไม่มากก็ต้องทำแผลค่ะ เดี๋ยวติดเชื้อขึ้นมาจะยุ่ง ไป เดี๋ยวฉันทำแผลให้”

สาระวารีหมั่นไส้รู้ว่าพิพัชไม่ชอบตนเท่าไหร่ แกล้งดึงเขา พิพัชร้องลั่น แผลจะฉีกก็เพราะเธอ หญิงสาวลากเขามาทำแผลจนได้...ษมาปรึกษาจันเลาหน้าเครียดว่าต้องมีหนอนบ่อนไส้แน่ เพราะที่เกาะนี้มีเวรยามแน่นหนา ไม่มีใครบุกมาได้ง่ายๆ จันเลาพยักหน้าเห็นด้วย

ooooooo

ด้านเกาะยานก โศภีลากกระเป๋าออกมาเจอลำแพงทำความสะอาดบ้านอยู่ จึงสั่งให้เอาเรือไปส่งตนที่ฝั่ง ลำแพงตอบหน้านิ่งว่าษมาเอาเรือไปเกาะพระฮาม เรืออีกลำเข้าฝั่งไปขนของตั้งแต่เช้ายังไม่กลับ โศภีโวยให้โทร.ตามคนของตนเอาเรือมารับ ลำแพงโต้กลับทำไมไม่โทร.เอง

โศภีโกรธตัวสั่น พลัน แลงเข้ามาบอกพี่สาวว่าติดต่อษมาไม่ได้ไม่รู้มีปัญหาอะไร ลำแพงหน้าเสียลองไปใช้วิทยุสื่อสารที่ห้องทำงานษมาก็ติดต่อคนบนเกาะไม่ได้เช่นกัน โศภียืนครุ่นคิด

ตกเย็น ทุกอย่างบนเกาะพระฮามดูสงบเหมือนไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นมาก่อน สาระวารีอยู่ในชุดชาวเลยืนมองวิว ษมาเข้ามาต่อว่าด้วยความเป็นห่วงที่แยกมาลำพัง เธอมองหน้าเขานิ่งๆ ษมาแปลกใจมีอะไร หญิงสาวเอ่ยถามว่าศัตรูเขาเป็นใครกันแน่ทำไมถึงใช้อาวุธสงครามมายิงเป็นว่าเล่นได้ ชายหนุ่มขำเลือดนักข่าวเธอคงฉีดพล่าน

“ถ้าคุณไม่ตอบ ฉันจะไม่คุยกับคุณอีกเลย” สาระวารีโกรธจะเดินหนี

“ศัตรูผมมีอยู่เต็มไปหมด ใครๆก็อยากให้ผมตายทั้งนั้นแหละ เรื่องวันนี้ผมยังตอบไม่ได้หรอกว่าฝีมือใคร แต่ผมยืนยันได้ว่าผมไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมาย ที่ถูกไล่ฆ่าก็เพราะสัมปทานกาสิโนประเด็นเดียวเลย”

“ทำไมล่ะคะ ก็คุณได้สัมปทานไปแล้วนี่ ฆ่าคุณตายแล้วจะมีประโยชน์อะไร”

“มีสิครับ ในสัญญาระบุว่าถ้าผมเปิดกาสิโนได้ไม่ทันตามกำหนด ไม่ว่าจะสาเหตุอะไรสัมปทานของผมก็ต้องเปลี่ยนมือไป ถึงได้มีคนคอยขัดแข้งขัดขา ถึงขั้นอยากฆ่าผมให้ตายไง”

“สัญญาบ้าบออย่างนี้ คุณทำไปได้ยังไง นี่ก็ไม่ต่างจากคุณทำสัญญาเชิญคนมาฆ่าชัดๆ”

“สร้างกาสิโนที่นี่ มันเป็นความฝันของผม แล้วนี่ก็เป็นโอกาสเดียวที่ผมจะทำให้ฝันตัวเองเป็นจริงได้ ถึงจะเสี่ยงตาย มันก็คุ้มที่จะเสี่ยง”

หญิงสาวบ่นฝันอยากเป็นเจ้าของบ่อน ดีตาย... ษมารู้ว่าเธอเกลียดการพนันฝังใจ ไม่ยอมเปิดใจรับง่ายๆ จึงถามถึงความฝันของเธอบ้าง สาระวารีหน้าเศร้าลงเพราะฝันสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

“ฉันถึงขั้นเคยอธิษฐานขอกับพระจันทร์เลยนะคะ ฉันอยากให้แม่หายป่วย อยากให้พ่อเลิกเล่นการพนัน คุณว่ามันจะเป็นจริงได้ไหมล่ะ” สาระวารีหัวเราะเยาะตัวเองน้ำตารื้น

ษมาสบตาเธออย่างเห็นใจ หญิงสาวหลบตาไม่อยากให้เขาอ่านความรู้สึกตัวเองมากกว่านี้...เมื่อสาระวารีกลับมาที่เกิดเหตุ เห็นสภาพความเสียหายถึงกับเข่าอ่อน ษมาเดินตามมาเข้าประคอง เธอผละออกยอมรับว่า รู้สึกเหมือนตัวเองขี้ขลาด ษมาปลอบว่าเธอกล้าหาญมากต่างหาก คนโง่เท่านั้นที่ไม่รู้จักกลัวอะไร จะมีสักกี่คนที่ยืนอยู่ได้หลังจากถูกไล่ยิงด้วยอาวุธสงครามอย่างเธอ

“ก็คุณไงคะ”

“ผมชินแล้ว นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเจอไล่ล่าแบบนี้”

สาระวารีสงสัยทำไมไม่มีข่าว ษมาตอบว่ามีอีกมากที่เกิดขึ้นที่นี่แล้วไม่เป็นข่าว เพราะทุกคนเป็นคนของเขา

เลือดนักข่าวสาระวารีฉีดพล่าน “ลองนึกดูสิคะ ข่าวเจ้าพ่อเกาะยานกถูกระเบิดเอ็ม 79 ถล่มหน้ากาสิโน มันจะตื่นเต้นเร้าใจคนอ่านสยามสารขนาดไหน”

ษมาจ้องหน้าเธอนิ่ง “อย่าแม้แต่จะคิด อย่าลืมว่าคุณก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย การตกเป็นข่าวซะเอง ไม่สนุกเหมือนกับการทำข่าวคนอื่นหรอกนะ”

“แต่คุณก็ไม่ควรปิดบังข่าวสารต่อสาธารณชน”

“ใช่ ถ้าเป็นข่าวที่มีประโยชน์ หรือว่ามีผลกระทบกับคนหมู่มาก แต่เรื่องนี้ผมเห็นว่าเกี่ยวพันกับคนแค่ไม่กี่คน ผมไม่เห็นมีความจำเป็นต้องเปิดเผย”

“แล้วคุณคิดบ้างไหม บางทีอาจจะไม่ใช่ฝีมือพวกอยากได้สัมปทานก็ได้ แต่เป็นคนที่มีเรื่องโกรธแค้นส่วนตัวกับคุณแล้วฉวยโอกาส อย่างเช่นนายดิตถ์เป็นต้น”

ษมาตาดุกร้าว เตือนอย่าเอ่ยชื่อใครถ้าไม่รู้แน่ ย้ำห้ามเขียนข่าวนี้เด็ดขาด หญิงสาวเบ้ปาก

ooooooo

โศภีเห็นเรือกลับมา จึงถามลำแพงไม่คิดจะตามไปดูษมาที่เกาะพระฮามหรือ ลำแพงตอบหน้านิ่งว่า ฝนตกพายุจะมา แลงเข้ามารายงานว่า ชาวประมงลือกันว่า เกาะพระฮามถูกยิงถล่ม ลำแพงตกใจในขณะที่โศภีหน้านิ่งครุ่นคิด

ลูกน้องมารายงานดิตถ์ว่าครั้งนี้ษมาไม่น่ารอด ดิตถ์ดีใจแต่ให้ลูกน้องคอยเช็กข่าว พรุ่งนี้ตนจะไปทาบทามหุ้นส่วนร่วมทำสัมปทานแทนษมา ก่อนที่คนอื่นจะตัดหน้าไปก่อน

คืนนั้น ษมานั่งตรวจเอกสารมากมาย กูซอคุมคนงานซ่อมเครื่องมือสื่อสาร ษมาเปรยกับจันเลาว่า ติดเกาะแบบนี้ก็ดี ทำให้ตนมีเวลาตรวจเอกสาร จันเลาบุ้ยใบ้ให้ษมาดูสาระวารี เธอคงจะหิว กัดกินบะหมี่สำเร็จรูปแห้งๆ ไปสองก้อนแล้ว ษมาเอาน้ำมาให้ดื่ม เธอส่ายหน้า ขืนกิน น้ำมีหวังบะหมี่อืดในท้องแน่ เธอรื้อของในเป้ด้วยความดีใจที่มันไม่เสียหาย พลัน ไฟดับพรึบ ตกใจร้องลั่นได้ยินเสียงษมาหัวเราะจึงโวยขำอะไร

ษมาจุดเทียนถือมาปักตรงโต๊ะ ถามสาระวารีกลัวความมืดหรือ เธอตอบว่าเปล่า เขาจึงให้เธอมานั่งคุยกับเขา เพื่อยืนยันว่าไม่กลัวเขาด้วย

“ทำไมฉันต้องกลัวคุณด้วย ก็แค่นั่งคุย...ไงคะ ฉันมาแล้ว อยากคุยอะไร หรือเปลี่ยนใจจะให้สัมภาษณ์ขึ้นมาตอนนี้”

“ไม่เอา เบื่อคุยเรื่องผมแล้ว คุยเรื่องคุณบ้างดีกว่า ทำไมถึงชอบเป็นนักข่าว”

ตอนที่ 2

บ่อนของดิตถ์ทำเงินไม่ดีจนแทบจะเจ๊ง เขากำลังหงุดหงิด ลูกน้องมารายงานว่า คนของโศภีเล่าว่า ษมายอมให้นกข่าวสยามสารสัมภาษณ์ จึงมายุยงโศภีถึงบ้าน อย่าให้ษมาทำอย่างนั้นโศภีเสียหน้า เย้ยหยันให้ดิตถ์กลับไปดูแลกิจการตัวเองให้ดีเสียก่อน ดูถูกว่าเป็นเศรษฐีเงินหมุน

“ผมไม่ได้มาทะเลาะกับคุณนะ ผมมาเจรจา คุณต้องการไอ้ษมา ส่วนผมต้องการเส้นสายทำธุรกิจ แล้วทำไมเราไม่มาร่วมมือกันล่ะ”

“ฉันมีปัญญาจัดการของฉันเองได้ ไม่ต้องการหุ้นส่วน”

“ษมามันฉลาด ไม่ง่ายอย่างท่ีคุณคิดหรอก อยากฝันลมๆแล้งๆจนแห้งตายก็ตามใจคุณ”

โศภีโกรธไล่ตะเพิดดิตถ์ แค้นใจเพราะรู้ดีว่าษมาไม่เปิดทางให้ตนกลับมาเป็นคนรักอีก

วันต่อมา พิพัชเอาเรือมารับสาระวารี เธอเลียบเคียงถามเรื่องบ่อน เขานิ่งเฉย เธอยั่วว่าทำหน้าดุขนาดนี้พอบ่อนเปิด ษมาไม่ควรส่งเขามาต้อนรับลูกค้าเพราะลูกค้าเผ่นกลับบ้านหมดแน่

“ผมเป็นเลขาฯส่วนตัวของคุณษมา ไม่ใช่ไกด์ เข้าใจให้ถูกต้องซะด้วย”

สาระวารีรู้ว่าพิพัชไม่ชอบขี้หน้าตนเท่าไหร่ ยิ่งแกล้วยั่วอารมณ์มาตลอดทาง จนถึงฝั่ง เขาไม่ช่วยเหลือเธอลงจากเรือ เธอแกล้งโวย “แมนมาก ไม่ถีบฉันตกน้ำเลยล่ะ”

ลำแพงเดินมาต้อนรับด้วยใบหน้านิ่งเฉย พิพัชแนะนำว่าลำแพงเป็นแม่บ้านท่ีนี่ และอีกคนคือแลงน้องชายของเธอ สาระวารีมองบริเวณบ้านษมาด้วยความทึ่ง

“บ้านนายคุณนี่สวยมากนะ มีกองละครมาใช้สถานที่บ้างหรือยังคะเนี่ย”

“คุณษมาชอบอยู่เงียบๆรักความเป็นส่วนตัว ผมคิดว่าคุณษมาคงไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาเปิดการแสดงให้วุ่นวายหรอก แค่นักข่าวหลงเข้ามาคนเดียวก็วุ่นวายมากพอแล้ว” พิพัชโต้

สาระวารียังซักถามว่าเกาะที่จะสร้างบ่อน มองเห็นจากที่นี่ไหม พิพัชชี้ให้ดูเกาะที่เป็นรูปเกือกม้าไกลลิบ หญิงสาวยกกล้องจะถ่ายภาพ ลำแพงขัดขึ้นว่า ษมาคงไม่พอใจที่ต้องรอนาน สาระวารีชะงัก บ่นอุบว่าเกาะนี้มีแต่ผีดิบ พิพัชได้ยิน หันมาเตือนว่า ลำแพงเป็นคนที่ษมาไว้ใจ เธอไม่มาล้วงตับกินกลางดึกแน่ ไม่ต้องกลัว หญิงสาวค้อนขวับ นึกได้ ล้วงหยิบใบอนุโมทนาบุญส่งให้ บอกว่าเงินที่ให้ตอนรถชน ตนเอาไปทำบุญหมด แนะนำให้เขาเอาใบนี้ไปลดหย่อนภาษี พิพัชถอนใจข่มอารมณ์ที่สาวผู้นี้แสบไม่เบา

สาระวารีก้าวเข้ามาในห้องรับแขก ษมายืนรอต้อนรับ เขาถามว่าเธอเอาเสื้อผ้ามามากพอหรือเปล่า จะได้ให้ลำแพงจัดเพิ่ม หญิงสาวงงเข้าใจว่าตนมาแค่คืนเดียว

“เมื่อคืนที่งานเลี้ยง ผมบอกให้คุณเตรียมตัวมาค้างคืน แต่ไม่ได้บอกว่ากี่คืน”

สาระวารีโวยทำไมไม่บอก ษมากวนก็เธอไม่ได้ถาม หญิงสาวข่มอารมณ์สรุปต้องการให้ตนอยู่กี่คืน เขายักไหล่ตอบ นานเท่าที่เธอจะเก็บข้อมูลได้ละเอียดและถูกต้อง

“งั้นก็คงคืนเดียว เพราะฉันจะสัมภาษณ์คุณวันนี้ พรุ่งนี้ถ่ายภาพสถานที่ที่คุณจะสร้างเท่านี้ก็เสร็จแล้ว”

ษมาเล่นลิ้นว่าไม่แน่ สาระวารีสวนทันควันว่าทำไม

“คุณอยู่บนเกาะในหน้ามรสุม พายุกำลังมา เราคงไปไหนไม่ได้อย่างน้อยหนึ่งถึงสองวัน”

หญิงสาวไม่เชื่อเพราะเห็นทะเลสงบดี ษมาเล่าว่าจากประสบการณ์ท้องฟ้าจะนิ่งก่อนมีพายุ แต่ถึงถ้าไม่มีพายุเธอจะอยู่กี่คืนก็ได้ สาระวารียืนยันว่าจะอยู่คืนเดียว พรุ่งนี้กลับ

“อย่าเพิ่งมั่นใจนักเลย เขาว่าสิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอนไม่ใช่หรือ...คุณเดินทางมาไกล ขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะ”

“ฉันไม่เหนื่อย ถ้าคุณไม่รังเกียจฉันจะขอสัมภาษณ์คุณเดี๋ยวนี้เลย”

“ผมไม่รังเกียจ แต่ไม่ใช่เวลานี้ คุณขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนให้สบายก่อนค่อยมาคุยกัน”

สาระวารีชักโมโหคิดว่าเขากำลังถ่วงเวลา เขาชี้แจงอยากให้สบายตัวเพราะหน้าตาเธอแดงจากการนั่งเรือโต้ลม ผมก็มีแต่กลิ่นเค็ม หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าถูกตำหนิมีกลิ่นตัว จึงค้อนขวับตามลำแพงขึ้นห้อง ลำแพงกำชับให้ลงไปทานอาหารเย็นทุ่มตรง สาระวารีรับคำแล้วถามหาเป้

“อยู่ในตู้เรียบร้อยแล้ว ของใช้จำเป็นฉันก็เตรียมให้คุณพร้อมแล้วเช่นกัน ถ้าคุณต้องการอะไรอีก กดอิน– เตอร์คอมที่โต๊ะหัวเตียงของคุณ หมายเลขศูนย์ใช้สำหรับเรียกคนมาทำความสะอาดหรือเรียกใช้ตามต้องการ ส่วนหมายเลขหนึ่ง ต่อตรงไปที่ห้องคุณพิพัช”

“แล้วห้องคุณษมาล่ะคะ เบอร์อะไร”

“คุณษมาไม่ใช่ผู้ที่จะถูกเรียกใช้ในบ้านหลังนี้”

ลำแพงตาวาวแต่สีหน้านิ่งเหมือนผีดิบ

สาระวารียักไหล่สรุปว่าไม่มีเบอร์ แล้วถามถ้าตนอยากโทร.ไปกรุงเทพฯจะใช้โทรศัพท์ได้หรือไม่ เพราะสัญญาณที่นี่ไม่ดีเลย ลำแพงตอบว่าได้แต่มีการบันทึกเทปไว้ทุกสาย

“โอ้โห ถึงขนาดดักฟังกันเลยเหรอคะ”

“แต่คุณไม่ต้องห่วงนะคะ ที่นี่มีกฎไม่ละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของใคร นอกจากความเป็นส่วนตัวนั้น จะคุกคามหรือไม่หวังดีกับคุณษมาและคนของที่นี่”

สาระวารีบ่นอุบนี่หรือไม่ละลาบละล้วง ลำแพงเตือนอีกเรื่อง ถ้าอยากออกไปเดินเล่นรอบเกาะให้เรียกพิพัชหรือคนอื่นไปด้วย สาระวารีติงที่นี่เป็นเกาะส่วนตัวหรือโรงเรียนดัดสันดานกันแน่ ลำแพงหน้านิ่งไร้อารมณ์ไม่ตอบ กลับออกไป

ooooooo

หลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย สาระวารีย่องออกจากห้องหวังจะไปเดินสำรวจรอบบ้าน เจอแมวลายตัวอ้วนนอนขวางบันได เธอไล่มันชิ่วๆแมวทำหน้ายักษ์ใส่ร้องเหมียวๆลั่น

“เฮ้ย! จะร้องทำไม เงียบนะ เดี๋ยวจับตอนซะหรอก เจ้าหง่าวอ้วน”

ขาดคำ เสียงษมาดังขึ้น “จะย่องไปไหนเหรอวารี”

หญิงสาวสะดุ้งเห็นษมายืนอยู่ตีนบันได “ที่แท้ร้องบอกเจ้าของนี่เอง มีทั้งบอดี้การ์ดหน้าโหด แม่บ้านผีปอบ แล้วยังมีผู้คุมแมวอ้วนอีก นักโทษที่ไหนจะหนีคุณพ้นได้คะ คุณเจ้าพ่อ”

“ผมไม่ใช่เจ้าพ่อ แล้วเหลืองลายก็ไม่ใช่แมวของผมด้วย ถ้ามันพูดได้มันคงบอกว่ามันต่างหากที่เป็นเจ้าของทุกคนที่นี่ แล้วก็เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ด้วย”

สาระวารีเบ้ปาก “เหลืองลาย...เรียกตุ่มลายดีกว่ามั้ง อ้วนซะขนาดเนี้ย”

ษมายิ้มถามย้ำว่าเธอจะไปไหน ลำแพงไม่ได้บอกหรือว่าไปไหนต้องเรียกพิพัชหรือคนอื่นไปด้วย สาระวารีตีหน้าตายบอกว่า บอกแต่ตนเกรงใจ ชายหนุ่มรู้ทัน

“ที่ผมสั่งให้คนไปกับคุณไม่ใช่เพราะที่นี่มีอะไรต้องปิดปังหรอกนะ เพียงแต่บนเกาะนี้ มีที่อันตรายหลายแห่ง ถ้าคุณหลงเดินไปคนเดียวจะไม่ปลอดภัย ถ้าคุณอยากไปเดินเล่น ผมจะเป็นไกด์ให้เอง...เชิญครับ” ษมาผายมือ

สาระวารีทำหน้าเซ็งเดินนำออกไป จันเลาเห็น เจ้านายออกมาก็ทำท่าจะเดินตาม ษมายกมือห้ามและแนะนำให้สาระวารีรู้ว่า จันเลาเป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย เธอยิ้มแหยๆ

“ยิ้มแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ ยิ้มชื่นชม หรือว่ายิ้มด่ากันแน่” จันเลาเอ่ยถาม

“ทำไมต้องคิดว่าฉันด่าคุณด้วยล่ะ แสดงว่าร้อนตัวรู้ดีว่าเคยทำอะไรผิดกับฉันเอาไว้”

จันเลาไม่กล้าหืออือต่อหน้าเจ้านาย ษมาโบกมือให้เขาไป แล้วหันมาตำหนิสาระวารีที่เจ้าคิดเจ้าแค้นเรื่องจันเลาขับรถเฉี่ยว หญิงสาวโต้ว่าตนไม่ใช่เด็กที่จะมาคอยเจ้าคิดเจ้าแค้น

“ใช่ คุณไม่ใช่เด็กแล้ว แต่แปลกที่ผมกลับรู้สึกว่าตอนเด็กคุณมีเหตุผลกว่านี้มาก”

สาระวารีแปลกใจ แต่คิดว่าจ่าสมบูรณ์คงเล่าให้ฟัง จึงไม่ติดใจ...หญิงสาวมองไปเห็นพื้นที่โล่งลดหลั่นไล่ระดับลงไป พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินมากกว่าดิน ไม่มีร่มไม้ใหญ่ มีแปลงสวนครัวและแปลงดอกไม้เล็กๆเธอยกกล้องขึ้นถ่ายภาพเก็บไว้ มองอีกด้าน เห็นว่าสุดทางมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเป็นแนวเหมือนชายป่า  ละแวกนั้นมีกล่องไม้สีขาวลักษณะคล้ายกล่องรับจดหมายตามบ้านกลับหัวขนาดใหญ่เรียงรายอยู่หลายกล่อง

“กล่องขาวๆนั่นอะไรคะ”

“รังผึ้ง งานอดิเรกของลำแพงเขา”

“แปลกดีนะคะ เลี้ยงผึ้งกลางทะเล แล้วมันจะไปหาน้ำหวานจากที่ไหนได้คะ”

“ก็คงจากดอกไม้แถวๆนี้ล่ะ”

“ฉันไม่เห็นดอกอะไรนอกจากยี่โถ  น้ำผึ้งดอกยี่โถ ไม่รู้รสชาติเป็นยังไง” สาระวารีขำๆ

“ผมก็ไม่เคยชิมเหมือนกัน แต่อย่าเข้าไปใกล้ล่ะ ถึงจะผึ้งเลี้ยงแต่ดุ  ระวังหน่อยแล้วกัน  ถ้ามีตัวไหนบินมาตอมอย่าปัด ให้เดินหนีไปเฉยๆ”

สาระวารีสงสัยว่าทำไม ษมาอธิบายว่า ถ้าปัด ผึ้งจะปล่อยกลิ่นเรียกตัวอื่นมารุมต่อย หญิงสาวขยาดชวนษมาเดินไปทางอื่น ระหว่างนั้นเธอหาเรื่องคุย

“เกาะที่คุณจะเปิดกาสิโนชื่อว่าเกาะพระฮามเหรอคะ”

“ใช่ ภาษาเขมร แปลว่า...เช้ามืด”

สาระวารีหันมามองหน้าเปรยว่าคนของเขาก็ชื่อแปลก ษมารู้ทันชี้แจงว่าคนงานของตนเป็นคนพื้นที่  ส่วนใหญ่ก็เลือดผสม  แต่มีบัตรประชาชนไทยถูกต้องทุกคน หญิงสาวบ่นในใจสงสัยมีพรายกระซิบ  ชายหนุ่มโพล่งขึ้น

“ผมไม่มีพรายกระซิบหรอกนะ” สาระวารีตาโพลงเขาอ่านใจตนได้อย่างไร พลันพลาดสะดุดก้อนหินจะล้ม ษมาคว้าแขนไว้ทัน  ดึงมาจ้องหน้า “ผมอ่านภาษาท่าทางได้บ้างเล็กน้อย  โดยเฉพาะภาษาที่สื่อจากใบหน้ากับดวงตา คุณทำงานมาตั้งนาน ไม่มีแหล่งข่าวบอกคุณบ้างหรือไง ดวงตาคุณนี่อ่านง่ายที่สุด พอคิดอะไรมันออกมาทางแววตาชัดเจนเลย”

“ฉันยังไม่เคยมีแหล่งข่าวที่เป็นจารชนความคิดคนอื่นมาก่อน” สาระวารีแขวะ

“อยู่ที่นี่ในฐานะอย่างผม ถ้าอ่านความคิดคนอื่นไม่ทัน แค่วินาทีเดียวก็มีสิทธิ์เน่าได้ง่าย”

สาระวารีเบ้ปาก จะเดินลงสะพานไม้ไปหาด ษมารีบดึงเสื้อเธอไว้ หญิงสาวตกใจดึงเสื้อกลับ ชายหนุ่มรีบบอกว่า ขืนลงไปมีหวังถึงหาดแบบไม่มีลมหายใจ สาระวารีโวย สะพานชำรุดทำไมไม่ทำป้ายติดไว้

“ใครจะตกล่ะครับ คนที่นี่รู้ดีว่าที่ไหนควรยืนที่ไหนควรเดินผ่านหรือไม่”

“กับดัก...”

ษมายักไหล่ ที่ตนปล่อยไว้เพราะที่นี่เป็นเกาะส่วนตัว ไม่ได้รับแขก หญิงสาวประชดว่ามีทรายดูดหรือรังมดตะนอยกินคนตรงไหนอีก ชายหนุ่มขำหาว่าเธอดูหนังมากไป

ห่างออกมา ลำแพงยืนมองสีหน้าแววตานิ่ง พิพัช เข้ามาเปรย ดูท่าเจ้านายจะให้ความสนิทสนมนักข่าวคนนี้มาก เหมือนเคยรู้จักมาก่อน ลำแพงย้อนถามว่าคนนี้ไว้ใจได้แค่ไหน พิพัชไม่มั่นใจ ลำแพงจึงบอกว่าต้องช่วยกันจับตามอง เกรงเจ้านายจะมาตายน้ำตื้น

สาระวารียังเพลิดเพลินเดินชมเกาะ เธอชมว่าเกาะนี้ทำเลดี มีหาดสวยทั้งหน้าเกาะหลังเกาะ เห็นเรือประมงสามลำจอดอยู่จึงถามว่าของเขาหรือ

ตอนที่ 1

ปาร์ตี้หลังงานแฟชั่นโชว์ตวัน สามทหารเสือสาว เต้นรำอย่างสนุกสนานถือโอกาสฉลองอำลาแยกกันไปทำงาน มัทนาต้องเดินทางไปสัมภาษณ์เขตต์ตวันที่ภูเก็ต สาระวารีไปสัมภาษณ์เจ้าพ่อเกาะยานกเรื่องเปิดบ่อนกาสิโน ส่วนมีคณาตามเรื่องค้าประเวณี ต่างอวยพรให้กันและกัน

“มัทขออวยพรให้เจ้าพ่อเกาะยานกตกตะลึงในความงาม แล้วยอมให้พี่วารีได้สัมภาษณ์เป็นคนแรก”

“ข้อนี้มันแน่อยู่แล้ว” สาระวารีสะบัดผมทำท่ามั่นใจ

“แล้วก็ขอให้เธอมีสติ อย่าไปทำห้าววีนแตกจนเกิดเรื่องขึ้นมาอีกล่ะ” มีคณาเสริม

“นี่ป้าแว่น เธออวยพรหรือหลอกด่าฉันเนี่ย...” สาระวารีโวยก่อนจะชูแก้วร้อง เชียร์...

ไชยวัฒน์ บก.หนังสือพิมพ์สยามสาร มักจะเล่าให้พนักงานใหม่ๆฟังเรื่องสามทหารเสือสาวของสำนักพิมพ์ โดยเฉพาะสาระวารี ถึงความห้าวต่างจากรูปร่างหน้าตาของเธอ ที่หนุ่มๆเห็นจะต้องตะลึงอยากเข้ามาจีบ แต่แล้วก็ล่าถอยแทบไม่ทัน อย่างหนุ่มฝ่ายศิลป์มาดเซอร์ ที่คิดว่าจะพิชิตใจเธอได้ ก็ต้องถอนสมอหนีไม่เป็นท่า เมื่อโดนสาวเจ้าสั่งอาหารจนกระเป๋าฉีก เท่านั้นไม่พอ ยังวีนใส่เด็กเสิร์ฟที่เอาอาหารไปเสิร์ฟโต๊ะอื่นก่อน จนหนุ่มศิลป์อายเลื่อนตัวไปแอบใต้โต๊ะ เป็นที่ลือเลื่องในสำนักพิมพ์ ไม่มีหนุ่มไหนกล้าหือหรือแอบนินทาเธอแม้แต่น้อย บก.สรุป

“นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้หญิงอย่างสาระวารี ดูแต่ตามืออย่าต้อง ขืนลองแม่เอาตาย”

วันนี้เป็นวันที่สาระวารีได้รับมอบหมายงานให้ไปสัมภาษณ์ษมา นักธุรกิจหนุ่มที่กำลังจะเปิดกาสิโนอย่างถูกกฎหมายบนเกาะพระฮาม หญิงสาวมีอคติกับเรื่องการพนันเป็นทุน

“มันก็ไอ้แหล่งการพนันเหมือนๆกัน ต่างแค่คนจนเรียกบ่อน คนรวยเรียกกาสิโน”

“แล้วคุณมีปัญหาอะไรรึเปล่า ถ้าไม่สะดวกที่จะ ไปทำ ผมจะได้ส่งคนอื่นไปแทน”

“คนอย่างวารีเหรอคะจะกล้ามีปัญหากับ บก.แล้วทำไมไม่ให้นักข่าวเราที่เมืองจันท์ทำข่าวให้ล่ะคะ”

“เพราะว่าอยู่ใกล้เกินไป เป็นคนพื้นที่รู้จักกันดีน่ะสิ ผมถึงไม่อยากให้สันทัดทำข่าว”

“เจ้าของบ่อนเป็นพวกเจ้าพ่อมาเฟียหรือไงคะ”

“ก็คงมีอิทธิพลพอตัวแหละ ไม่งั้นคงไม่กล้าเจรจากับเขมร ทุ่มเงินเป็นสิบเป็นร้อยล้านเปิดกาสิโนใหญ่โตแบบนั้น”

บก.เอาประวัติข้อมูลบางส่วนของษมาที่สันทัดส่งมา ให้สาระวารีไปศึกษาดู สาระวารีแปลกใจ ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน สงสัยเป็นหุ่นเชิดของใครหรือเปล่า บก.ยืนยัน

“ผมแน่ใจ เท่าที่ผมรู้มา รายนี้รวยจริง ไม่ใช่รวย จากสมบัติบรรพบุรุษด้วย เรียกว่าโตขึ้นมาจากลำแข้งของตัวเองแท้ๆ...เขาเริ่มต้นจากการค้าพลอยขุดพลอย แล้วก็จับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ค้าที่ ไปจนถึงรับงานต่างชาติ แล้วก็มือขึ้นเสียด้วย จับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด”

บก.บ่นเสียดายที่ษมาไม่ชอบออกงานสังคม รักสันโดษเอามากๆไม่เคยยอมให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารฉบับไหนมาก่อน สาระวารีแปลกใจ

“บก.ส่งจดหมายขอสัมภาษณ์ไปแล้ว เขายังไม่ตอบกลับมาอีกเหรอคะ”

“เงียบกริบไปเลย แต่ผมไม่รอแล้วล่ะ คุณก็ลองพยายามดูก่อน ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

“แต่ถ้าได้มันก็ดีใช่ไหมคะ ข่าวแบบนี้ถ้าตัวต้นตอไม่พูดเอง มันก็จืดชืดไม่มีน้ำหนักเสนอแค่ผลดีผลเสีย คนคัดค้านคนเห็นด้วยเรื่องมันก็งั้นๆใครๆก็ทำกันข่าวแห้งสนิทไม่น่าอ่านเหมือนเจ้าของออกมาพูดเอง จริงไหมคะ”

“ถูกต้องคร้าบ...วารีนี่อ่านใจผมตรงเผงเลย”

สาระวารีรู้สึกเป็นงานท้าทายพร้อมลุย บก.ยิ้มปลื้มแต่ไม่ลืมย้ำเตือน ให้เธอทำข่าวด้วยใจเป็นกลาง อย่าทำด้วยความอคติ เพราะเขาพอจะรู้ว่าเธอมีปมเกลียดการพนัน

ooooooo

ก่อนหน้าที่สาระวารีจะมาทำข่าว มีเหตุร้ายๆเกิดขึ้นกับษมามากมายหวิดเอาชีวิตไม่รอด ดีที่เขามีพิพัชและจันทรา ที่เป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องคอยช่วยเป็นบอดี้การ์ด ครั้งนี้ก็โดนลอบทำร้ายบาดเจ็บเล็กน้อย ตอนเดินทางมาเกาะยานก ลำแพงแม่บ้านประจำเกาะ ช่วยทำแผลให้

โศภี อดีตคนรักของษมา แต่แต่งงานไปกับคนที่รวยกว่า ปัจจุบันเธอเป็นหม้ายเนื้อหอมคิดกลับมาสานสัมพันธ์รักกับษมาที่กำลังจะเป็นเจ้าพ่อกาสิโนอีกครั้ง เธอให้ลูกน้องขับเรือพามาที่เกาะด้วยความร้อนใจ

ษมาบอกลำแพงว่าตนจะทำแผลตัวเอง แต่เธอเอ็ดเบาๆ “เจ็บก็ต้องทนค่ะ เดี๋ยวแผลหายไม่ทันงานวันเกิดคุณจิตติ คุณของลำแพงจะไม่หล่อ”

“ษมา เป็นยังไงบ้างคะ” เสียงโศภีดังเข้ามาพร้อมตัว ลำแพงหันมองสีหน้าเย็นชา

“นิดหน่อยครับ ไม่เป็นไรมาก” ษมาตอบตามมารยาท

“เขาว่ามันเล่นงานคุณด้วยอาวุธสงครามเลยเหรอคะ เล่นแรงขึ้นทุกที โศไม่สบายใจเลยค่ะ” ษมายิ้มๆเพราะหนักกว่านี้ก็โดนมาแล้ว โศภีบอกลำแพงว่าตนจะทำแผลให้เองแต่เธอนิ่งเฉย“หูหนวกหรือไง ฉันบอกให้ไปไงล่ะ”

“ดิฉันมีเจ้านายคนเดียวเท่านั้น คือคุณษมา” ลำแพงเอ่ยหน้านิ่ง

โศภีโมโหจะโวย ษมารีบตัดบทบอกลำแพงกลับไปทำงาน เธอวางมือลุกขึ้นอย่างเย็นชา โศภีมองทิ้งค้อนตามอย่างเคืองๆ แล้วหันมาเอาใจชายหนุ่ม

“ถึงยังไงโศก็ไม่สบายใจอยู่ดีล่ะค่ะ ตั้งแต่คุณได้สัมปทานกาสิโนที่เกาะพระฮาม ก็มีแต่เรื่องมาตลอด นับวันก็ยิ่งหนักขึ้นทุกที”

“รักจะทำงานแบบนี้ มันก็ต้องทำใจ ผมก็คงต้องเจอแบบนี้ไปเรื่อยๆ นั่นล่ะ”

“แต่คุณมีพร้อมหมดแล้วนะคะษมา ทั้งเงินทอง อำนาจบารมี แล้วคุณจะเสี่ยงทำกาสิโนไปอีกทำไมคะ วางมือซะเถอะค่ะษมา เชื่อโศเถอะนะคะ” โศภีกุมมือเขาอ้อนวอน

ชายหนุ่มดึงมือออก ลุกขึ้นยืนปฏิเสธสีหน้ามุ่งมั่นว่า กาสิโนคือความฝันของตน

ooooooo

ช่วงหัวค่ำ สาระวารีเดินคุยโทรศัพท์กับมีคณาหัวเราะคิกคักขณะเดินเข้าบ้าน เจอสาระสมาพี่สาวฝาแฝดนั่งเล่นอยู่ที่สนามหน้าบ้าน จึงทักถามยังไม่นอนอีกหรือ แฝดผู้พี่ตอบว่าเห็นพระจันทร์สวยจึงออก มานั่งดู แฝดผู้น้องเบ้ปาก

“โรแมนติกอีกตามเคย นี่ขืนให้เรามานั่งเงียบๆ ดูพระจันทร์ ถ้าไม่กลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า ก็คงคลั่งตายซะก่อน”

“ยังไม่ทันลองเลย ก็ตีโพยตีพายไปแล้วว่าไม่ชอบ นายนี่จริงๆ เลย”

สาระวารีดักคอมารอตนทำไม สาระสมายิ้มที่รู้ทันบอกน้องว่า น้ารดีโทร.มาบอกข่าว รุจิดาจะหมั้นกับพวกธนัทดุล สาระวารีเหยียดปาก

“ตระกูลนี้รวยจะตาย ลองน้ารดียกลูกสาวให้ คงไม่ใช่ธนัทดุลหางแถวแน่ๆ ป่านนี้คงยืดอกพูดได้เต็มปากแล้วว่า ลูกสาวฉันเก่งหาผัวรวยๆได้”

“วารีนี่พูดจาไม่น่าฟังเลย” สาระสมาตำหนิ

“คราวนี้ก็ถึงคิวยัยรวีหมีดำขึ้นแป้นลูกสาวคนเล็กเตรียมกระโจนสู่ตลาดวิวาห์หาผัวต่อ”

สาระสมาปรามให้น้องหยุด แต่สาระวารียังพร่ำว่ารุจรวีน่าจะหาผัวยากหน่อย เพราะหน้าตาเหมือนหมีควายแล้วยังปากร้าย ใจสกปรกอีกต่างหาก

“ปากนายก็ใช่ย่อยซะที่ไหน อย่าไปพูดแบบนี้ให้ใครฟังเชียวนะ ยังไงเขาก็ญาติเรา”

“มีนายนับญาติอยู่คนเดียวแหละ เขาเคยนับญาติกับเราที่ไหน ไอ้เด็กกำพร้าเลือดชั่วอย่างเราสองคน ไม่ดีพอจะเป็นญาติกับเขาหรอก” สีหน้าสาระวารีแค้นฝังใจ

สิบเจ็ดปีก่อน สองพี่น้องฝาแฝดอยู่กับพ่อแม่ที่ตราด พ่อเอาแต่เล่นการพนัน ทำให้แม่เสียใจจนตาย สรัลน้องชายแม่รับหลานมาดูแล รินรดีน้าสะใภ้โวยวาย ไม่มีจะกินยังหาภาระมาใส่ตัว

“โธ่คุณจะให้ผมทำยังไงล่ะ พี่สาวผมก็ตายไปแล้ว ถ้าทิ้งหลานในไส้ให้อยู่ตามยถากรรม ใครรู้เข้าผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน คุณแม่ท่านก็รับปากจะจ่ายค่าเล่าเรียนให้เด็กสองคนนั่นเอง ไม่กระเทือนถึงเราหรอกน่า”

รินรดียังโวยว่าต้องมีเรื่องอื่นที่จะกระเทือน เพราะเลือดชั่วของพ่อจะทำให้เด็กทั้งสองโตมาเป็นคนดีได้อย่างไร ไม่แคล้วหาความเดือดร้อนมาให้ไม่จบไม่สิ้น ...สาระวารีจดจำคำเหยียดหยามนั้นมาตลอดชีวิต สาระสมาสงสารน้องสาวที่เรื่องมันตั้งนานมาแล้ว ยังไม่ลืมอีก

“สีหน้าท่าทางของน้ารดีตอนนั้น ต่อให้เราตาย เราก็ไม่มีวันลืมหรอก ทำเหมือนกับเราเป็นตัวเสนียด ถ้าไม่ใช่เพราะคุณยายทิ้งพันธบัตรไว้ให้พวกเรา ป่านนี้อย่าว่าแต่บ้านเล้ย จะมีเงินเรียนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทุกอย่างมันเป็นเพราะพ่อ ถ้าพ่อไม่ติดพนัน แม่ก็คงไม่ต้องตาย เราสองคนก็คงไม่เป็นหนี้บุญคุณใคร ให้มันด่าเอาได้ว่าเป็นเด็กเลือดชั่วอย่างนี้หรอก”

สาระสมาเข้าใจจิตใจของน้อง เปลี่ยนเรื่องคุยถามถึงงาน สาระวารีจึงบอกว่าตนไม่ไปงานหมั้นเด็ดขาด เพราะต้องเตรียมตัวไปทำข่าวที่ตราด แฝดผู้พี่แปลกใจว่าน้องสาวยอมกลับไปถิ่นเก่า สาระวารีบอกเรื่องษมาที่ต้องไปสัมภาษณ์ เธอยิ่งทึ่งที่น้องยอมทำข่าวที่ตัวเองเกลียด

ooooooo

การที่คนงานจำนวนมากอยู่ร่วมกัน ก็มักจะมีการชกต่อยกัน ษมาต้องใช้พระเดชและพระคุณในการปกครอง ตั้งกฎเหล็กห้ามทะเลาะเบาะแว้งบนเกาะของตน ถ้าไม่สามัคคีกันก็ทำงานร่วมกันไม่ได้ เพราะคนที่คิดจะแย่งสัมปทานกาสิโนก็มากพออยู่แล้ว

“ถ้าใครไม่อยากทำงานกับฉันก็ออกไปจากเกาะ แต่ถ้ารักจะทำงานอยู่ที่นี่ต่อ ก็ต้องทำตามกฎของฉัน”

คนงานกลัวหัวหดรีบบอกพิพัชขออยู่ต่อกันเป็นแถว สัญญาจะไม่ทะเลาะกันอีก...โศภีเป็นห่วงษมา ถามอีกนานไหมกว่ากาสิโนจะสร้างเสร็จ ษมาตอบว่าภายในปีนี้

“แล้วคุณไม่คิดหาใครมาร่วมหุ้นด้วยจริงๆเหรอคะ มีหุ้นส่วนหลายคน คุณจะได้ไม่ถูกพุ่งเป้าคนเดียว”

“ไม่จำเป็นหรอก ผมเคยบอกคุณแล้วนี่ ว่ากาสิโนที่พระฮามเป็นความฝันของผม แล้วผมก็ยังไม่อยากให้ใครมาร่วมแบ่งฝันของผมด้วย”

ลำแพงยืนจัดโต๊ะอาหารเงี่ยหูฟังอยู่นาน โศภีชำเลืองมองแกล้งแขวะ “ถ้าจะเสิร์ฟนานขนาดนี้ ก็ลากเก้าอี้มานั่งคุยด้วยกันซะเลยสิจ๊ะลำแพง”

ลำแพงจะเดินไป ษมาเรียก “เดี๋ยวลำแพง เรือที่จะไปส่งคุณโศภีจัดการเรียบร้อยหรือยัง”

“ดิฉันให้เจ้าแลงไปจัดการแล้วค่ะ”

“อะไรกันคะ นี่คุณจะให้โศกลับแล้วเหรอคะ เดี๋ยวอีกสี่ห้าวันคนของโศก็มารับเองล่ะค่ะ เสียแรงที่โศเป็นห่วงคุณ ไม่ทันไรก็ไล่กันซะแล้ว”

“ผมไม่ได้ไล่ แต่ผมกลัวคุณจะโดนลูกหลงไปด้วย ช่วงนี้ผมงานเยอะ ไม่มีเวลาดูแลคุณ แล้วผมก็ไม่อยากให้คุณถูกนินทาเสียๆหายๆด้วย” พอดีมือถือษมาดังขึ้น เขาจึงเดินเลี่ยงไปคุย

โศภีเห็นลำแพงยิ้มเยาะ ก็ตาลุกวาวตวาดถามยิ้มอะไร ลำแพงตอบก่อนจะเดินหนีว่า เธอคิดว่าตนยิ้มเพราะอะไรก็ตามนั้น โศภียิ่งเจ็บใจมองตามหลังเข่นเขี้ยว

“ฉันเป็นคุณนายเกาะนี้เมื่อไหร่ แกตกงานเป็นคนแรกแน่นังซอมบี้”

มนต์จันทรา เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”
19 พ.ค. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2564 เวลา 02:05 น.