ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มนต์จันทรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ถึงเวลาต้องไปทำงาน สาระวารีค่อยๆย่อง ออกจากห้อง ลงบันไดมองซ้ายมองขวา ไม่มีใครก็วิ่งปรู๊ดไปใส่รองเท้าจะออกจากบ้าน พิพัชเห็นวิ่งมาคว้าแขนไว้ทั้งสองเถียงกันเสียงดัง พิพัชจะไปส่งแต่หญิงสาวไม่ยอม พิพัชว่าตนไม่ได้อยากทำนักหรอกถ้าเจ้านายไม่สั่ง

“นายไม่ต้องเอาชื่อคุณษมามาอ้างเลย เขายังไม่มีปัญญาบังคับฉันได้ แล้วนายคิดว่าตัวเองเป็นใคร”

พิพัชเคืองอยากถูกจับไปเชือดอีกก็ตามใจ ตนจะได้กลับเกาะไม่ต้องมาทนอยู่ หญิงสาวเหยียดปากหมั่นไส้ ตนต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องทน...พิพัชมองตามหลังสาระวารีที่ดื้อดึงออกไป เขาส่ายหน้าเดินมาหาสาระสะมา ซึ่งกำลังทำอาหารเช้าอยู่ในครัว เธอถามว่าทะเลาะอะไรกัน

“น้องสาวคุณนี่เอาแต่ใจจริงๆนะครับ ผมจะไปส่งที่ทำงานก็ไม่ยอม ดื้อมาก เกิดเรื่องขึ้นมาแล้วจะรู้สึก”

“วารีเขาเป็นแบบนี้ล่ะค่ะ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ มั่นใจตัวเองมาก ใช้อารมณ์นำไปก่อน เหตุผลค่อยคิดตามทีหลัง”

“เหมือนจะต่างกับคุณเยอะนะครับ” พิพัชมองเธอปลื้มๆ

ด้าน สาระวารีมาถึงบริษัทเห็น บก.ไชยวัฒน์และมีคณากำลังจับกลุ่มนินทาตนอยู่กับเพื่อนนักข่าว ก็หน้าหงิกหน้างอ บอกมีคณาว่าวันนี้ตนอารมณ์ไม่ดี บก.เอ่ยถามใครไปขัดใจ

“เรื่องมันยาวค่ะ บก.แต่เล่าสั้นๆมีแขกไม่ได้รับเชิญมาอยู่ที่บ้าน”

มีคณายื่นสยามสารรายสัปดาห์ ปกเป็นรูปเหมือนของษมาให้ สาระวารีตื่นเต้น ไหนว่าจะลงอาทิตย์หน้า บก.ว่ากลัวเจ้าพ่อโดนเก็บเสียก่อน ขี้เกียจแก้บทความอีกรอบ สาระวารีบ่นใจร้าย

“เธอทิ้งประเด็นร้อนไว้ในบทความขนาดนี้ เดี๋ยวคงมีพวกเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเปิดกาสิโนออกมาถกเถียงกันยกใหญ่แหละ” มีคณาชื่นชม

“ก็ดี อีตาเจ้าพ่อนั่นจะได้รู้ตัวว่ามีกลุ่มคนที่ต่อต้านมากน้อยแค่ไหน ไม่ได้มีแต่คนเห็นดีเห็นงามไปกับตัวซะหมดหรอก” สาระวารีเปิดหนังสือดูสีหน้าหมั่นไส้

บก.และมีคณาแอบสบตากันเหมือนอ่านใจสาระวารีออกว่าปากร้ายแต่ใจรักเขาไปแล้ว

ooooooo

ขณะที่โศภีนั่งอ่านคอลัมน์สัมภาษณ์ษมาในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งที่ตราด ด้วยสีหน้าไม่พอใจจู่ๆก็มีมือมาหยิบหนังสือไปอ่านบ้าง เธอหันมอง พอเห็นว่าเป็นษมาก็รีบปั้นหน้ายิ้มหวาน

“อ้าว คุณนั่นเอง นั่งก่อนสิคะ...ขึ้นฝั่งมาทำอะไรคะเนี่ย”

“ผมต้องอยู่จัดการงานศพให้คนขับรถของผมน่ะครับ เขารับเคราะห์แทนผม เพราะรถยนต์ถูกลอบวางระเบิด”

โศภีทำทีตกใจ เห็นอกเห็นใจแต่หลบสายตา แล้วเปลี่ยนเรื่องมาชวนคุยถึงคอลัมน์สัมภาษณ์เขา ว่าลงแต่เรื่องดีๆ สมกับที่มีสายสัมพันธ์อันดีต่อนักข่าว

“ผมก็พยายามดีกับทุกคนนั่นแหละ ไม่เคยอยากเป็นศัตรูกับใครเลย มีแต่คนอื่นอยากเป็นศัตรูกับผมมากกว่า” ษมาจ้องหน้าโศภี

โศภียิ้มกลบเกลื่อน จับมือเขาทำห่วงใย “ช่วยไม่ได้นี่คะ ผลประโยชน์ใครๆก็อยากได้ เมื่อมันมาหาเองไม่ได้แล้ว ก็ต้องแย่งชิงเป็นธรรมดาก็อย่างที่โศเคยเตือนคุณไว้ไงคะ ถ้าไม่อยากเสี่ยงตกเป็นเป้า ก็ถอยออกมาซะดีกว่า เงินทองที่คุณมีอยู่ตอนนี้ ใช้ไปถึงชาติหน้าก็ไม่หมด จะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวอีกทำไม”

“แต่ผมคิดมุมกลับนะโศ มันไม่ใช่ผมเสี่ยงคนเดียวหรอก ศัตรูของผมก็เสี่ยงไม่แพ้ผมเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส ว่าจะเป็นของใครมากกว่า เพราะฉะนั้นใครอย่าพลาดก็แล้วกัน” ษมายื่นมือมากุมมือเธออีกที ยิ้มๆมีเลศนัย ทำเอาโศภีแหยงอยู่ไม่น้อย

โศภีเดินออกจากร้านมาขึ้นรถที่ลูกน้องรอเปิดประตูรับ ทันทีที่สตาร์ตรถ เสียงระเบิดดังตูม ควันพุ่งออกตลบอบอวล ลูกน้องสองคนวิ่งออกจากรถตามสัญชาตญาณ พอควันจางลง เห็นโศภีนอนหมอบอยู่เบาะหลังกรีดร้องด้วยความกลัว พอรู้สึกตัว

ว่ายังไม่ตายก็ลุกพรวดลงจากรถ สีหน้าช็อกไม่หาย อารามรีบส้นสูงพลิกล้มคว่ำลง เงยหน้ามาเห็นคนมุงดู ษมาเดินหน้านิ่งออกมาจากร้าน ยืนมองด้วยสีหน้านิ่งเฉย หญิงสาวกลืนน้ำลายเอื้อก รู้ทันทีว่าษมาเอาคืนตนได้ไม่ยาก

ooooooo

บนเกาะยานก ลำแพงเล่นงานแลงที่แอบกินผลไม้แพงๆของษมา ทั้งที่ตัวเองเป็นเพียงคนรับใช้ แลงสุดทนโต้กลับ ไหนพี่บอกว่าตนจะได้เป็นเจ้าของเกาะไม่ใช่ษมา

“ฉันอดคิดไม่ได้จริงๆจ้ะพี่ ตอนนั้นถ้าพ่อไม่หมดตัว เราก็ไม่ต้องขายเกาะนี้ไป พี่กับฉันก็ต้องได้เรียนหนังสือสูงๆ ไม่ต้องมาเป็นขี้ข้ารับใช้เขาอยู่แบบนี้หรอก”

“เรื่องมันผ่านไปนานแล้วน่าเจ้าแลง ตอนนี้ เจ้าของเกาะยานกคือคุณษมาไม่ใช่พวกเรา แค่ได้กลับมาอยู่ที่นี่แกก็น่าจะพอใจได้แล้ว”

“พี่ก็ดีแต่พูดให้ฉันพอใจ แล้วทุกวันนี้ พี่พอใจ แล้วจริงเหรอ” แลงยิ้มหยันอย่างรู้ทัน

ลำแพงตากร้าวขึ้น นึกถึงอดีตที่ผ่านมา ครั้ง

พ่อตาย ตนจำต้องขายเกาะนี้ให้แก่ภูผาทำรีสอร์ต เขายินดีรับเธอและน้องชายเป็นคนงานที่เกาะ ภูผามีท่าทีสนใจลำแพง จนเธอหลงเพ้อว่าเขาจะยกย่องตัวเองเป็นนายหญิงของที่นี่ แลงพยายามเตือนว่าภูผามีเมียแล้ว เขาไม่อยากให้เมียมาลำบากตอนก่อสร้าง แต่เมื่อใดที่รีสอร์ตสร้างเสร็จ เมียของเขาก็ต้องมาอยู่...

ลำแพงรดน้ำต้นไม้ไปครุ่นคิดเรื่องในอดีตไปด้วยความเก็บกด พลันเหลือบไปเห็นต้นการะเกดที่ษมาปลูก ก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที ไม่ยอมรดน้ำให้มัน ษมากลับมาถึงทักทายว่าขยันจริง ลำแพงสะดุ้งที่เขากลับมาเงียบๆเขาเอ่ยถามว่าไปงานศพเหวียงบ้างหรือยัง เธอว่ายังไม่มีโอกาส

“งั้นพรุ่งนี้ไปพร้อมกับฉันเลยสิ มีเสื้อผ้าใส่ไปงานไหม ไม่มีเดี๋ยวฉันออกค่าใช้จ่ายให้”

ลำแพงยิ้มปลื้มที่ษมาชวน วาดฝันจะได้ออกงานเคียงคู่กับเขา เธอรีบกลับเข้าห้อง ค้นเสื้อผ้าในตู้มาลองสวมใส่ แลงแปลกใจที่พี่สาวเงียบไปจึงพรวดพราดเข้ามาในห้อง เห็นพี่สาวใส่ชุดดำหรูก็แปลกใจ ลำแพงเอ็ดที่เข้ามาไม่เคาะประตู แลงถามว่าเอาชุดสวยๆมาจากไหน

“ฉันก็ซื้อสะสมเอาไว้เรื่อยๆฉันเป็นคนเตรียม พร้อมอยู่เสมอ แกก็รู้ดีนี่ ดูอย่างวันนี้สิ คุณษมาชวนฉันออกงานปุบปับ ถ้าฉันไม่เตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อมตลอดเวลา ฉันจะหาชุดสวยๆที่ไหนมาใส่ให้คู่ควรออกงานเคียงข้างกับคุณษมาล่ะ” ลำแพงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าให้เห็นว่า ตนมีเสื้อผ้าสวยๆหลายรูปแบบ ขาดแต่ชุดแต่งงานเท่านั้น

“มิน่าล่ะ ทำงานมาทั้งชีวิต ถึงได้มีเงินเก็บเหลืออยู่เท่านี้”

“ฉันยกให้แกไปใช้หนี้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว ยังจะมาพูดมากอีก” ลำแพงแหวใส่

แลงเปรยว่ายังไม่เข็ดอีกหรือ ลำแพงหันมามองเรื่องอะไร แลงโพล่งออกมาว่า เข็ดกับเจ้าของเกาะที่มีเมียอยู่แล้ว ลำแพงกราดเกรี้ยวเข้าบีบคอแลงทันที

“หุบปากนะไอ้แลง อย่าเอาคุณษมาไปเทียบกับไอ้เวรนั่น”

“แต่คุณษมาเขาไม่ได้คิดอะไรกับพี่”

ลำแพงบีบคอน้องชายอย่างแรงก่อนจะผลักกระเด็นไป แลงไอแค่กๆมองพี่สาวที่ดูมีอาการทางจิตด้วยสีหน้ากลัวๆลำแพงหันกลับมามองตัวเองในกระจก เปลี่ยนเป็นยิ้มปลาบปลื้ม

ในขณะที่ษมาพยายามโทรศัพท์หาสาระวารี

แต่เธอไม่ยอมรับสาย มีคณาเห็นหน้าจอ แปลกใจถามเพื่อน ดูเขาก็จริงใจด้วยทำไมยังตั้งข้อรังเกียจอีก สาระวารีหน้าเครียด สารภาพกับเพื่อนว่า ตนเกลียดการพนันเข้าไส้ แล้วจะให้คบกับเจ้าของบ่อนได้อย่างไร

“เธอก็เลยเลือกที่จะตัดใจจากเขาแทน”

“ตัดจงตัดใจอะไร อย่าเลือกใช้คำสร้างกระแสแบบนักข่าวหน่อยเลย”

มีคณาโต้ว่าก็ตนเป็นนักข่าว ความจริงตนไม่รู้จะแนะนำอย่างไร เพราะตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน แต่ตนก็ยังเชื่อว่า ทุกคนมีทั้งข้อดีข้อเสีย ถ้าเราจะยอมรับใครซักคนเข้ามาในชีวิตต้องรับทั้งข้อดีข้อเสียของเขา ขนาดตัวเรายังทำให้ดีพร้อมทุกอย่างไม่ได้เลย

“ฉันเข้าใจ แต่ข้อเสียของเขา มันเป็นสิ่งที่เขาเลือกตัดทิ้งออกไปได้นี่นา การที่เขาไม่ยอมตัดมัน ก็แปลว่าฉันสำคัญน้อยกว่ากาสิโนของเขา”

“เธอกำลังจะบอกว่า เขาผิดเพราะให้ความสำคัญกับความฝันทั้งชีวิตของเขา มากกว่าความสุขของเธอใช่ไหม”

สาระวารีมองหน้าเพื่อนเสียงอ่อยที่พูดเสียตนดูเป็นคนเห็นแก่ตัวมาก มีคณาว่าตนพูดจากข้อเท็จ จริง สาระวารีถอนใจ บ่นถ้าย้อนเวลาได้ เราสองคนไม่น่าไปทำข้าวให้ต้องเจอสองคนนั่นที่ทำให้ชีวิตพวกเราต้องปวดหัว มีคณาก็ถอนใจ ต้องยอมรับความจริงว่ามันย้อนเวลาไม่ได้

ooooooo

ค่ำวันนั้น สาระวารีกลับมาบ้าน เห็นพิพัชกำลังคุมช่างติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆของบ้าน เธอแกล้งแขวะ พวกตนไม่ใช่ลูกแฝดเศรษฐีหมื่นล้าน ถึงต้องทำขนาดนี้ พิพัชโต้ว่า ทำตามคำสั่งษมาที่ห่วงเธอมาก สาระวารีบ่นเป็นญาติฝ่ายไหนของตนไม่ทราบ

“คุณนี่พูดจาไม่น่ารักเอาซะเลย”

“ฉันก็ไม่ได้อยากให้คุณหรือว่าเจ้านายคุณมารักฉันนี่...ช่วยพาคนของคุณออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันเหนื่อยอยากพักผ่อน”

พิพัชถอนใจบอกช่างว่าเจ้าของบ้านไม่ให้ติดตั้ง ก็ให้คิดค่าเสียเวลามา ช่างเดินจ๋อยกลับไป สาระสะมาเดินหน้าซีดมาหาพิพัช เพราะเพิ่งอาเจียนจากอาการอาหารเป็นพิษ พิพัชประคองเธอมานั่งที่โซฟา สาระวารีเห็นไม่พอใจ เธอโทร.ไปโวยวายษมา จนเขาต้องเอาโทรศัพท์ออกห่าง

“ค่อยๆพูดเบาๆก็ได้วารี ผมยังไม่แก่ขนาดหูตึงหรอกนะครับ”

“คุณลองมาเป็นฉันบ้างไหมล่ะ ดูซิว่ายังใจเย็นอยู่ได้ไหม” สาระวารีน้ำเสียงโกรธจัด

ษมาขอร้องอย่าโกรธพิพัชเลย เพราะเขาทำตามคำสั่งตน สาระวารีโพล่งออกมาว่า ให้จีบพี่สาวตนด้วยหรือ ษมาหัวเราะ ใจคอจะไม่ให้คนปิ๊งปั๊งกันบ้างหรือ หญิงสาวยิ่งโกรธหาว่าเขาเข้าข้างลูกน้อง ษมาพยายามอธิบาย

“ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต่คุณคิดดูนะ ของอย่างนี้มันตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก ถ้าเขาจะชอบจะจีบกัน มันใช่ความผิดของผมเหรอ”

สาระวารีพาลให้เขาโทร.สั่งพิพัชห้ามยุ่งกับพี่สาวตน ษมาว่ามันเรื่องส่วนตัวของพิพัช หญิงสาวเสียงกร้าว ถ้าไม่ทำตนจัดการเอง ษมายิ้มขำที่พิพัชเกลียดตัวกินไข่เข้าเสียแล้ว

วันรุ่งขึ้น พิพัชกำลังเช็ดรถอยู่หน้าบ้าน สาระวารีเดินเข้ามาเอากระเป๋าสะพายฟาดใส่กลางหลังเขา พิพัชงงโวยว่านอนไม่เต็มอิ่มหรืออย่างไร หญิงสาวหาว่ากินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ทำเป็นไม่เข้าใจ พิพัชยิ่งงง สาระวารีบอกเขาว่า พี่สาวตนเข้าใจยากกว่าตนเสียอีก

“แล้วพี่สาวคุณมาเกี่ยวอะไรด้วย”

สาระวารีเคืองเอากระเป๋าฟาดอีก คราวนี้พิพัชไม่ยอม ล็อกตัวเธอไว้ หญิงสาวโวยวายให้เลิกยุ่งกับพี่สาวตน พิพัชชะงัก “นี่คุณคิดว่าผมจีบพี่สาวคุณเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ”

“นี่คุณ คุณกับพี่สาวหน้าเหมือนกันยังกะแกะ ผมพิศวาสไม่ลงหรอก กลัวหลอนมากกว่า ผมตั้งใจจะเป็นพ่อสื่อให้พี่สาวคุณกับคุณษมาตะหาก”

“ว่ายังไงนะ” สาระวารีตกใจ

“คุณได้ยินไม่ผิดหรอก พี่สาวคุณทั้งฉลาด ใจเย็น ใช้เหตุผลมาก่อนอารมณ์ เป็นแม่บ้านแม่เรือน แถมยังเข้มแข็งกว่าที่เห็นซะอีก เหมาะที่จะยืนเคียงข้างคุณษมามากที่สุดแล้ว”

สาระวารีอึ้ง พิพัชตอกย้ำว่า ษมาคงชอบหน้าตามากกว่านิสัย พี่สาวเธอคงมาแทนที่ไม่ยาก เพราะถึงอย่างไร เธอก็ยอมรับเรื่องกาสิโนไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็อย่าคิดกันท่าคนอื่น โดยเฉพาะพี่สาวแท้ๆของตัวเอง หญิงสาวเถียงไม่ออก ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก

ooooooo

พอมาทำงาน สาระวารีปรับทุกข์กับมีคณา เธอขำที่เพื่อนเจอคู่แข่งสมน้ำสมเนื้อจนได้ ไม่รู้ว่าษมาถูกลูกน้องไซโคจะเสียศูนย์บ้างไหม ท่าทางสาระวารีเครียดจนเห็นได้ชัด

“ตรรกะของนายนั่นมันใช้ได้เหรอ คนอายุอานามขนาดนายษมา คงไม่ได้ชอบใครที่แค่รูปร่างหน้าตาหรอก...”

มีคณาเหล่มอง “ตกลงนี่เธอหวงพี่สาวหรือว่าหึง กลัวคุณษมาจะชอบพี่สาวเธอกันแน่จ๊ะ”

สาระวารีดีดติ่งหูมีคณาร้องโอ๊ย...โทษฐานพูดไม่เข้าหู มีคณาหันมาพูดจริงจัง ในเมื่อไม่ชอบการพนันจนยอมรับษมาไม่ได้ ก็อย่าปิดโอกาสเขาที่จะมองหญิงอื่น เลย สาระวารีโอดครวญ

“แต่ผู้หญิงคนนั้นคือพี่สาวของฉันนะ”

“ก็ใช่ แต่เธอกับคุณษมาก็ยังไม่ใช่แฟนกันซะหน่อย ยังไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงไหนเลยด้วยซ้ำ แล้วถ้าเขาจะเปลี่ยนใจ หรือพี่เธอจะหันมามองคุณษมาบ้าง ก็ไม่ผิดตรงไหนนี่” มีคณาจงใจพูดให้เพื่อนเผยความ รู้สึกออกมา เพื่อยอมลดอคติและเปิดใจตัวเองมากขึ้น

ระหว่างนั้น พิพัชพาสาระสะมาออกมาเดินซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเขาพยายามพูดให้เธอสนใจษมา แต่หญิงสาวรู้ทัน ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล พิพัชขอให้รับพิจารณาไว้ก่อน

“คงไม่ได้หรอกค่ะ”

“ทำไมล่ะครับ”

“ข้อแรก ฉันไม่ได้ชอบคุณษมา และข้อสองคุณษมาชอบน้องสาวฉัน”

“แต่ผู้หญิงคนนั้น...เอ่อ คุณวารีไม่เหมาะกับคุณษมาในทุกๆด้าน คุณวารีทั้งใจร้อน แข็งกระด้าง เกลียดการพนันเข้ากระดูกดำ จะอยู่กันเข้าไปได้ยังไง ผมยังมองไม่เห็นทางออกเลย”

“ดูคุณจะรักเจ้านายคุณมากเลยนะคะ”

“ครับ คุณษมามีบุญคุณกับผมมาก แล้วเราก็ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้าคุณษมาคิดจะมีใครซักคน ผมก็อยากให้เขาได้คนที่เพียบพร้อมอย่างคุณ”

สาระสะมาย้อนว่า ไอ้ความเพียบพร้อมที่ว่าไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะอยู่กันยืด มันอยู่ที่เข้ากันได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าษมาชอบผู้หญิงสวยคงหันไปสนใจโศภีแล้ว แต่นี่เขาชอบสาระวารี ไม่เชื่อให้คอยดูต่อไป พิพัชได้แต่ถอนใจยาว...

ooooooo

และแล้วโศภีกับดิตถ์ก็เล่นงานษมาอีกครั้ง

ด้วยการแอบเอายาบ้าใส่รถขนสินค้าของบริษัทษมา ทำให้ถูกจับ ตำรวจมาเชิญตัวษมาไปสอบปากคำถึงเกาะยานก ษมาจึงให้ลำแพงเป็นตัวแทนไปงานศพเหวียง ลำแพงแค้นใจที่ไม่ได้ออกงานคู่กับเขา

พิพัชขับรถมาจอดรอสาระวารีหน้าสำนักพิมพ์ เพื่อบอกว่าตนจะกลับเกาะ หญิงสาวรู้ข่าวก่อนแล้วกำลังจะไปหาษมาเช่นกัน จึงขอเดินทางไปด้วย พิพัชอดถามไม่ได้ว่าเธอจะไปทำไม

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันมั่นใจว่าคนอย่าง เจ้านายคุณ ไม่มีวันค้ายานรกเด็ดขาด มันต้องมีใคร ซักคนจงใจใส่ร้ายเขาแน่ๆ”

“ขอบใจที่เชื่อใจคุณษมา แต่อย่าไปเลย คุณไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก”

หญิงสาวยอมรับว่าตนช่วยอะไรไม่ได้ แต่อยากแสดงน้ำใจ ตนสัญญาจะไม่ทำตัววุ่นวาย พิพัชเริ่มเห็นความจริงใจของเธอ ระหว่างทาง สาระวารี โทร.บอกสาระสะมาให้ช่วยโทร.ลางาน บก.ที สาระสะมารู้ทันว่าให้โดนด่าแทน อดถามไม่ได้ว่าจะไปนานแค่ไหน ห่วงษมามากขนาดนี้เชียวหรือ แฝดผู้น้องอึกอัก อ้างต้องรีบเดินทาง แล้ววางสายไป สาระสะมาพึมพำกับตัวเองว่าน้องจะหนีใจตัวเองไปทำไม

ooooooo

คืนนั้น ษมากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟาบ้านพักที่ตราด ท่าทางเขาเหนื่อยใจ เสียงเคาะประตูทำให้เขาคิดว่าเป็นลูกน้องเอาอาหารเข้ามา จึงบอกให้วางไว้ ตนอยากอยู่คนเดียว เสียงสาระวารีดังขึ้นว่า ถ้าอย่างนั้นตนจะได้กลับ ษมาลืมตาโพลงขึ้นด้วยความดีใจ

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณจะมา นี่ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหมครับเนี่ย”

สาระวารีค้อนแก้เขิน แล้วถามเขาถึงความคืบหน้าของคดี ชายหนุ่มตอบว่าหนักเอาการเพราะเจอยาในรถบริษัทตน คนขับก็คนของตน งานนี้ต้องสู้กันยาว แต่ตนห่วงกาสิโนมากกว่า

“ถ้าฉันเดาไม่ผิด คนที่สร้างเรื่องใส่ร้ายคุณ น่าจะหวังผลให้คุณถูกยกเลิกสัมปทาน”

“ใช่ แทนที่จะเอาชีวิตผมก็หันมาใช้วิธีนี้แทน ผมเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน”

“ถึงฉันจะมีความคิดต่อต้านการสร้างกาสิโนของคุณ แต่ฉันก็ทนเห็นคุณโดนใส่ร้ายป้ายสีแบบนี้ไม่ได้หรอกนะคะ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง แต่ถ้าคุณต้องการให้ฉันทำอะไรก็บอกมาเลยนะคะ”

“ได้ยินแบบนี้ผมมีกำลังใจสู้ขึ้นเยอะเลย ขอบคุณมากนะวารีที่ยังไม่ทิ้งผม” ษมายิ้มปลื้ม

พิพัช จันเลาและสมบูรณ์แอบมองผ่านช่องประตู ยิ้มดีใจที่เจ้านายดูมีความสุขขึ้น...จากนั้น ทั้งสามปรึกษากัน สมบูรณ์ไปสืบได้ความมาว่า มีคนน่าสงสัยอยู่สองคน สุชาติกับทวีคนงานที่โรงงาน เมื่ออาทิตย์ก่อนถูกจับได้ว่ายักยอกของบริษัทไปขายตลาดมืด จึงโดนไล่ออกตนตามไปที่บ้าน ทั้งสองคนหนีไปแล้ว สมบูรณ์ขอให้พิพัชตามเรื่องคนที่มาขอยกเลิกสัมปทานกาสิโน เพราะคนนั้นแหละเข้าข่ายตัวบงการที่สุด

รุ่งขึ้น พิพัชมารายงานษมาว่า โศภีเป็นคนแรกที่ยื่นเรื่องคัดค้านสัมปทาน สาระวารีรีบถามว่าจะลงมติเมื่อไหร่ พิพัชตอบว่าสักสองสามวัน แต่คนที่เข้าใจเรามีเยอะ น่าจะถ่วงเวลาออกไปได้ซักเดือน ษมาครุ่นคิดชั่วครู่ วางแผนทันที

“ทางฝั่งโน้นก็ปล่อยให้เขาจัดการไปตามนั้น แต่ สำหรับทางเรา รีบปล่อยข่าวลือให้ทั่วเลยว่า ฉันถูกตัดสิทธิ์สัมปทานแล้ว โศภีคือผู้ได้รับสัมปทานกาสิโนที่เกาะ พระฮามแทน”

บ่ายวันนั้น ดิตถ์นั่งรถมากับโศภี รอประตูบ้านเปิดเพื่อเอารถเข้า ดิตถ์บ่นเซ็งๆเมื่อไหร่จะมีอิสระไปไหนมาไหนได้เสียที โศภีแอบหงุดหงิดบอกว่าคดีของเขาไม่ใช่คดีเล็กๆ รอสักระยะค่อยเข้ามามอบตัว แล้วทำตามที่ตนบอก ทันใด...มีมอเตอร์ไซค์มาจอดเทียบ มือปืนชักปืนจ่อยิงดิตถ์ตกใจดึงโศภีขึ้นบังตัว หญิงสาวกรีดร้องลั่น ลูกน้องโศภีกรูออกมา มือปืนรีบซิ่งหนี

เข้ามาในบ้าน โศภีโวยวายทุบตีดิตถ์ที่ดึงตนเป็นโล่บังกระสุน ดิตถ์อ้างรู้ว่ารถเธอกันกระสุนได้ จังหวะนั้น ษมาโทร.เข้ามา ดิตถ์บอกให้เปิดสปีกเกอร์โฟน โศภีทำเสียงอ่อนหวาน

“สวัสดีค่ะษมา มีธุระอะไรสำคัญเหรอคะ ถึงโทร.มาหาโศได้”

“ได้ข่าวว่าคุณถูกลอบยิงเหรอครับโศ เป็นยังไงบ้างล่ะ”

“ฉันเพิ่งถูกลอบยิงไม่ถึงสิบนาที คุณรู้ได้ยังไง” โศภีเสียงกร้าวเข้าใจว่าฝืมือเขา

ษมาหัวเราะดักคอว่าไม่ใช่ฝีมือตน แต่เป็นเพราะข่าวเธอกำลังดัง ว่าเธอได้สัมปทานกาสิโนแทนตน โศภีตาเหลือกไม่รู้เรื่อง ษมาทำตกใจให้เธอตามไปอธิบายกับทุกคน เพราะมีคนเชื่อข่าวนี้อยู่เยอะ รวมทั้งพวกโลภมาก ตนจะช่วยสวดมนต์ให้พระคุ้มครอง ษมาวางสายยิ้มๆ

ดิตถ์ว่าซวยแล้วที่เธอโดนษมาย้อนศร ให้รีบหาที่ซ่อนตัวดีกว่า ตนก็ต้องรีบไปเพราะที่นี่ไม่ปลอดภัยเสียแล้ว โศภีเข่นเขี้ยวเจ็บใจ

ษมาเดินหัวเราะมาเห็นสาระวารีทำหน้าเซ็ง จึงถามไม่ดีใจหรือที่ตนเอาคืนได้ หญิงสาวค่อนขอด ตนไม่น่าตื่นตูมมาหาเขาเลย เพราะดูท่าเขาก็จัดการทุกอย่างได้ ษมารีบอ้อน

“ใครบอกล่ะครับ จริงๆเมื่อวานผมเครียดมากเลยนะ แต่ทุกอย่างคลี่คลาย ผมมีพลังฮึกขึ้นสู้ได้ ก็เพราะได้เห็นหน้าคุณ” ษมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ดึงมือมากุม “คุณเกลียดการพนัน เกลียดกาสิโน ถ้าผมถูกยกเลิกสัมปทานไปซะได้ คุณน่าจะสะใจมากกว่า แต่กลับไม่ใช่ คุณรีบมาที่นี่โดยไม่สนใจอะไรพวกนั้นเลย คุณมาเพราะแค่เป็นห่วงผมเท่านั้น”

“คนแก่นี่ชอบคิดเองเออเองซะจริง” สาระวารีเก้อเขิน

ษมาเชยคางเธอขึ้น “ผมไม่อยากให้คุณจากผมไปไหนอีกแล้วนะวารี...เรา...”

ลำแพงกับแลงเข้ามาขัดจังหวะ แววตาหมั่นไส้สาระวารีสุดๆ อ้างว่าตนกับน้องมาคอยช่วย ทั้งษมาและสาระวารีเก้อเขินไปตามๆกัน หญิงสาวลุกเดินหนี ษมายิ้มรับรู้ได้ว่าเธอก็มีใจให้

ooooooo

คนงาน 2 คนที่แอบเอายาใส่ในรถขนของบริษัทษมา ถูกสมบูรณ์ใช้แผนตลบหลัง จับได้ทั้ง 2 คนเอาเข้าคุก ดิตถ์จับลูกเมียคนงานไว้คนหนึ่ง ใช้ข่มขู่ให้คนงานยอมรับผิด แล้วตนจะจ่ายเงินงวดหลังแก่ลูกเมียเขา แต่ถ้าไม่ คงไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกเมีย

คํ่าวันนั้น ลำแพงจัดอาหารตั้งโต๊ะ สั่งแลงใส่ยาพิษในนํ้าให้สาระวารีดื่ม ษมากับสาระวารีกำลังคุยกันเรื่องจับคนร้ายได้ หญิงสาวแขวะ

“จบได้เร็วก็ดี ไม่งั้นโดนยกเลิกสัมปทานขึ้นมา ฉันขี้เกียจต้องมานั่งปลอบใจไปสมนํ้าหน้าคุณไป”

“แล้วทำไมต้องสมนํ้าหน้าผมด้วยล่ะ กาสิโนผมจะสร้างประโยชน์ตั้งเยอะ แต่คุณเลือกที่จะปิดหูปิดตาไม่ยอมมองเอง” ษมาหันมาบอกลำแพงไม่ต้องอยู่รับใช้ มีอะไรก็ไปทำ

ลำแพงยิ่งเจ็บแค้นน้อยใจ ษมาชวนสาระวารีให้อยู่ทำข่าวขุดพลอยเลย จะได้ไม่ต้องเดินทางไปมา หญิงสาวว่าจะโดน บก.บ่นหูชาไปสามวันเจ็ดวันที่โดดงานมานี่ ทันใด...สาระวารีเกิดปวดท้องรุนแรงจนตัวงอ ษมา ตกใจรีบพามาหาหมอ ตัวเธอเองแปลกใจกับอาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หายปวดท้องแล้วแต่กลับเพลีย หมอสงสัยอาหารเป็นพิษให้ยามารับประทาน

ลำแพงตบหน้าน้องชาย หาว่าใส่ยาในนํ้าให้สาระวารีน้อยเกินไป จึงหายเร็ว แลงแก้ตัวว่าตนเป็นห่วงพี่ ถ้าสาระวารีตาย ตำรวจก็ต้องเข้ามาสอบสวนและคนทำอาหารก็คือพี่ ลำแพงโวย

“แล้วแกจะยอมปล่อยให้มันแย่งคุณษมาไปจากฉันง่ายๆรึไง” ลำแพงเริ่มมีอาการทางจิต

แลงปลอบให้ใจเย็น ค่อยๆทำให้ตายช้าๆอย่างที่เคยทำกับภูผา เจ้าของเกาะคนเก่าโดยไม่มีใครสงสัย ลำแพงสีหน้าเข่นเขี้ยวครุ่นคิดถึงอดีต

ภาพภูผาเดินคลอเคลียกับภรรยาบนรีสอร์ตที่สร้างเสร็จ แลงปลอบลำแพงว่า ผู้ชายรวยๆต้องการผู้หญิงสวยๆมาเป็นเมีย คอยเอาอกเอาใจเท่านั้น มีเงินเสียอย่าง จะจ้างบริวารแค่ไหนก็ได้

“แกหาว่าฉันไม่สวย หน้าตาน่าเกลียดใช่ไหมไอ้แลง คุณภูผาถึงไม่สนใจฉัน” ลำแพงตากร้าว ออกอาการปากกระตุก ถามแลงจำตอนเด็กที่เขาขาหักได้ไหม

แลงท่าทางหวาดกลัว เพราะจำได้แม่นยำว่า

ลำแพงเป็นคนทำให้ตนขาหักแค่ขโมยขนมเธอกินนิดหน่อยเท่านั้น ลำแพงยํ้าอีกครั้ง สิ่งใดที่ตนไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน แลงถอยกรูดอย่างหวาดกลัวพี่สาว...และแล้วเวลาผ่านไปหนึ่งปี ภูผาป่วยกระเสาะกระแสะหาสาเหตุไม่ได้ จนภรรยาของเขาจำต้องขายเกาะให้ษมาเพื่อพาตัวสามีกลับไปรักษา แลงกระซิบถามพี่สาวว่าจะอยู่ถึงเดือนไหม ลำแพงยิ้มเหี้ยม สองอาทิตย์ก็เก่งแล้ว...

วันต่อมา สาระวารีเตรียมตัวจะกลับกรุงเทพฯ

ษมารีบท้วงหายดีแล้วหรือ หญิงสาวเคือง

“ถึงไม่หายก็ต้องกลับแล้วล่ะค่ะ ไม่อยากโดน บก.ตัดเงินเดือน ยิ่งได้น้อยๆอยู่”

ษมาเกลี้ยกล่อมไม่ต้องกลับให้เสียเวลาไปๆมาๆ สาระวารีงงเรื่องอะไร

“หาข้อมูลทำสกู๊ปข่าวเรื่องขุดพลอยให้เสร็จก่อนค่อยกลับก็ได้นี่ครับ”

“ก็ฉันบอกแล้วไงคะ ว่า บก.ยังไม่ได้อนุมัติเลย จะเขียนไปให้เขาดีลีททิ้งเล่นๆเหรอคะ”

“ลองโทร.ไปหา บก.คุณใหม่เถอะ ผมว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจ อยากให้คุณทำแล้วก็ได้”

“คุณโทร.ไปล็อบบี้ บก.มาแล้วใช่ไหม” สาระวารีจ้องหน้าจับผิด

ษมาอมยิ้มดูมีเลศนัย หญิงสาวโทร.หา บก. เขาสั่งให้เธอทำข่าวขุดพลอย เธอชักสงสัย บก.อธิบายเสียงนุ่มนวลว่า ตนเห็นเนื้อหามันน่าสนใจแค่นั้นเอง อย่าคิดมาก

“แค่นั้นแน่เหรอคะ บก.พูดความจริงตอนนี้ยังทันนะคะ” สาระวารีเสียงแข็งขึ้น

“ก็พูดไปหมดแล้วไง เนื้อหามันน่าสนใจมากๆ”

“บก.คะ ถ้าไม่พูดความจริง วารีจะกลับเดี๋ยวนี้เลย แต่ถ้า บก.อยากได้สกู๊ปนี้มาก ก็ส่งนักข่าวคนอื่นมาทำแทนก็แล้วกัน”

“เดี๋ยววารี ใจเย็นก่อนนะคนดีของ บก. ผมเล่าให้ฟังก็ได้ คืองี้ คุณษมาเขาจองซื้อโฆษณาหนึ่งหน้าของเราทั้งเดือนเลย แลกกับการส่งตัวเธอไปทำสกู๊ปข่าวขุดพลอย”

สาระวารีปรี๊ดแตกไหนบก.สอนนักสอนหนาให้รักษาจรรยาบรรณ กลับมาทำผิดเสียเอง บก.โต้ ตนทำผิดตรงไหน แค่ส่งเสริมให้คนรักกัน ได้บุญด้วยซํ้า อีกอย่างษมาทำบ่อนไม่ได้ทำบ่อพลอย ไม่มีได้มีเสีย แค่อยากได้นักข่าวของตนเท่านั้น สาระวารีเจ็บใจจะไม่ยอมทำ

“เหรอ...แล้วตอนนี้เธออยู่ไหนนะวารี กรุงเทพฯหรือตราด ถ้าตราดก็แสดงว่าโดดงาน แต่ถ้าทำสกู๊ปพลอยก็แสดงว่าไปทำงาน” บก.ยื่นข้อเสนอเจ้าเล่ห์ ทำเอาสาระวารีปฏิเสธไม่ได้

ooooooo

ษมาอมยิ้มเปิดประตูรถให้สาระวารีที่หน้าหงิกหน้างอขึ้นมานั่ง เขาขับรถพาเธอออกจากรีสอร์ต

ลำแพงยืนมองด้วยความเจ็บแค้น เสียใจ นํ้าตาไหล ปิ่มว่าปวดร้าวถึงที่สุดแล้ว

สถานที่ที่ษมาพาสาระวารีมาเป็นร้านขายพลอย เจ้าของร้านเป็นชายสูงวัย เขานำภาพถ่ายเก่าๆของการขุดพลอยสมัยก่อนมาให้เธอดู หญิงสาวดูด้วยความตื่นเต้น

“ภาพหายากทั้งนั้นเลย ขอบคุณมากนะคะคุณลุงที่ให้ยืมไปลงภาพประกอบ”

“ไม่เป็นไรหรอก ไอ้ภาพพวกนี้ก็เก็บเป็นที่ระลึกเท่านั้นเอง ได้เผยแพร่ให้คนรุ่นหลังเห็นเป็นประโยชน์ ผมก็ดีใจ”

“แค่เห็นภาพก็รู้เลยนะคะ ว่าการขุดพลอยสมัยก่อนมันยากลำบากขนาดไหน”

“ยังไม่ได้ครึ่งของของจริงหรอกวารี คนที่ไปเสี่ยงโชคมีเยอะ แต่ที่รวยกลับมาจริงๆก็มีไม่กี่คนหรอก นี่ยังไม่รวมพวกที่เอาชีวิตไปทิ้งอีกนะ”

“ถึงตายเลยเหรอคะแล้วตายเพราะอะไรคะ” สาระวารีจ่อเครื่องอัดเสียงไปทางเจ้าของร้าน

“ก็หลายอย่าง ส่วนใหญ่ก็ดินถล่ม น้ำป่า แล้วหนักสุดก็ไข้มาลาเรีย คนไปขุดพลอยสมัยนั้น โดนกันทุกคนแหละ”

หญิงสาวรีบถามว่ามีการฆ่ากันตายบ้างไหม ษมายิ้มๆ รู้ว่าเธออยากรู้เรื่องเดช เจ้าของร้านตอบว่า มีบ้างแต่ไม่บ่อย เพราะพวกตนรวมกลุ่มกันไว้ คนที่คิดจะชิงพลอยก็ทำอะไรไม่ถนัด ยกเว้นถึงฆาตจริงๆ อย่างเดชเพื่อนของษมา สาระวารีเหล่มองษมา

“คุณเดชที่เป็นน้องชายคุณดิตถ์ใช่ไหมคะ”

“รู้จักเจ้าตัวแสบนี่ด้วยเหรอ แล้วไปฟังนิทานของมันมาหรือยังล่ะ อย่าไปเชื่อเชียวนะ ไอ้นี่เจอใครเป็นต้องเล่าเรื่องที่น้องชายถูกฆ่าตายทุกที เล่าเป็นคุ้งเป็นแควอย่างกับเห็นเอง ทั้งๆที่ผมต่างหาก ที่เป็นคนแรกที่เห็นศพเจ้าเดชกับตา”

สาระวารีสนใจอยากรู้เรื่องละเอียด เจ้าของร้านจึงเล่าให้ฟัง ว่าระหว่างการขุดพลอยของษมาและเดชครั้งนั้น เดชเป็นไข้มาลาเรีย มีษมาคอยดูแลหาน้ำท่ามาให้ดื่ม ตั้งใจจะพาเพื่อนกลับมารักษาตัว แต่เดชไม่ยอมกลับ ไหนๆ มาแล้วอยากขุดพลอยให้ได้ แล้วเดชก็ขุดพลอยได้เม็ดใหญ่ จึงขอตัวกลับก่อนกำหนด ษมาเป็นห่วงแต่ตนเห็นว่า ตนถึงกำหนดกลับไล่หลังเดชหนึ่งวันจะตามดูแลให้ แต่โชคร้าย เดชถูกปล้นพลอยกลางทางเสียก่อน เขาถูกฆ่าตายอย่างสยดสยอง ตนเป็นคนพบศพ และพลอยก็หายไปด้วย

สาระวารีรีบถาม “แล้วคุณลุงเล่าเรื่องนี้ให้นายดิตถ์ฟังรึเปล่าคะ”

“เล่าไม่รู้กี่รอบแล้ว แต่มันไม่ฟัง เรื่องของเรื่องก็คือมันอิจฉาคุณษมา ไปขุดพลอยครั้งแรกก็ได้พลอยมาขายเป็นสิบๆ ล้าน มันก็เลยโมเมว่าคุณษมาขโมยพลอยของน้องมันไป”

หญิงสาวซักไซ้ว่าหาพลอยของเดชเจอไหม เจ้าของร้านตอบว่าไม่เจอเพราะพลอยถูกเจียระไนไปแล้ว สาระวารีหันมาถามษมา

“แล้วทำไมคุณไม่เล่าให้ฉันฟังให้ละเอียดตั้งแต่แรก”

“ผมพูดไปก็เหมือนแก้ตัว สู้ให้คุณมาได้ยินกับหูตัวเองจะดีกว่า”

“มิน่าล่ะ ถึงได้อยากให้ฉันมาทำข่าวพลอยนักหนา ที่แท้ก็อยากเคลียร์ตัวเองกับสื่อ”

ษมาขำกับคำพูดของหญิงสาวที่ดูประชดประชัน ไม่น้อย...

พอออกจากร้านพลอย ษมาและสาระวารีมานั่งดื่มกาแฟที่ร้านๆ หนึ่ง หญิงสาวตรวจเช็กรูปที่ได้มา  ยิ่งดูก็ยิ่งอยากเห็นของจริง  อดถามชายหนุ่มไม่ได้

“เดี๋ยวนี้เขาไม่มีการขุดพลอยที่ฝั่งโน้นกันแล้วใช่ไหมคะ”

“ถ้าแบบนักเสี่ยงโชคเหมือนเมื่อก่อนก็ไม่มีแล้วล่ะ เดี๋ยวนี้เขาทำเป็นรูปสัมปทาน  มีบริษัทยักษ์ใหญ่เข้าไปจัดการ แล้วก็ใช้ดาวเทียมสำรวจ”

“งั้นตอนนี้เหมืองพลอยที่คุณเคยขุด  มันมีสภาพยังไงเหรอคะ”

ษมายิ้มอย่างรู้ทัน “อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะวารี มันอันตรายเกินไป ถึงไงผมก็ไม่พาคุณไปหรอก”

“เบื่อพวกรู้ทัน กลับกันเถอะค่ะ” สาระวารีเซ็ง

ษมาแย้งว่ากาแฟยังไม่หมด  หญิงสาวแขวะแกมห่วง อยากมีเวลาละเลียดจิบกาแฟอีกนานๆหรือจะให้เผาไปให้จิบ  ยิ่งอยู่นานยิ่งอันตราย  ษมาหัวเราะโต้ว่าตอนนี้คนที่ต้องระวังตัวคือโศภีไม่ใช่ตน  แต่สาระวารีเตือนอย่าประมาท

“แล้วใครว่าผมประมาทล่ะ ดูทางโน้นสิครับ...แล้วก็ทางโน้นด้วย”  ษมาชี้นิ้วให้มองตามว่า  มีคนของตนแฝงตัวอยู่รอบๆคอยรักษาความปลอดภัย “ผมไม่ประมาทหรอกวารี ยิ่งมีคุณอยู่ด้วย ผมยิ่งต้องรอบคอบมากกว่าเดิมหลายเท่า ขอบคุณมากที่ห่วงความปลอดภัยของผม”

สาระวารีอมยิ้ม  ซาบซึ้งกับความห่วงใยของเขา  รีบก้มหน้าจิบกาแฟกลบเกลื่อนอารมณ์

ooooooo

ค่ำวันนั้น  ข้างบ้านพักในรีสอร์ตที่ตราดของษมา แลงค่อยๆย่องมาแอบฟังการสนทนาของษมาแต่ได้ยินไม่ถนัด  จึงขยับหามุมอื่น  พลันเจอลำแพงทำหน้าดุดันราวผีดิบ  เขาตกใจสุดขีด  ดีดตัวถอยล้มลงกับพื้นสนาม ลำแพงดึงน้องชายกลับห้องพัก

“สารภาพมาซะดีๆนะไอ้แลง แกคิดจะทำอะไร คิดจะทรยศคุณษมาอีกใช่ไหม” ลำแพงกราดเกรี้ยวใส่

“โอ๊ย...เปล่านะพี่  ฉันแค่อยากรู้ว่าเขาคุยอะไรกัน จะได้มาเล่าให้พี่ฟังไงล่ะ”

“แกคิดว่าฉันโง่นักรึไงไอ้แลง”  ลำแพงบิดหูแลงจนร้องลั่น

แลงหวาดกลัวพี่สาวอย่างมาก “ฉันไม่กล้าแล้วจ้ะพี่แพง  ที่หลงผิดไปคราวก่อน  ฉันก็รู้สึกผิดจะแย่อยู่แล้ว ฉันไม่กล้าหักหลังคุณษมาอีกแล้วจ้ะพี่”

“ไม่ทำก็ดีแล้ว อย่าลืมสิ คุณษมาไม่ใช่แค่เจ้านายจ่ายเงินเดือนแก แต่ยังเป็นผู้มีพระคุณท่วมหัว ให้ชีวิตใหม่กับแก  จำใส่กะโหลกแกไว้เลย  อย่าคิดเนรคุณท่านเป็นอันขาด”

แลงหน้าเครียดเมื่อโดนพี่สาวทวงบุญคุณ อดคิดถึงอดีตที่ผ่านมาไม่ได้...หลายปีก่อนช่วงที่เกาะยานกเปลี่ยนเจ้าของใหม่ มีกลุ่มโจร 4-5 คน เอาเรือมาจอดที่หาดทราย ทยอยยกของลงจากเรือ แลงเห็นรีบเข้ามาห้าม

“พี่ชาย ที่นี่เป็นเกาะส่วนตัวนะ เข้ามาไม่ได้”

พวกโจรตกใจหน้าเครียด ปั้นยิ้มบอกแลงว่าพวกเรามาหาปลา เรือเสียขอแวะซ่อมสักชั่วโมงแล้วจะไป แลงจึงบอกว่า ต้องไปขอเจ้านายก่อน เจ้าของเกาะคนเก่าให้ตนกับพี่สาวอยู่เฝ้าที่นี่ ตนอนุญาตเองไม่ได้ พอแลงหันหลังกลับ พวกโจรก็กรูเข้าทำร้ายจนสะบักสะบอมเลือดอาบ เสียงโจรคนหนึ่งบอกว่าแลงเห็นหน้าพวกเราแล้ว ต้องฆ่าปิดปาก จึงชักมีดออกมาจะแทงให้ตาย

เสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้น เฉี่ยวมือโจรที่กำลังจะแทงแลง พวกโจรตกใจ พิพัชกับจันเลาและลูกน้องเข้าต่อสู้จนจับโจรได้หมดทุกคน แลงปรือตามองเห็นหน้าษมาเป็นคนมาช่วย

หลังจากนั้น ลำแพงทำแผลให้แลงที่นอนสลบอยู่บนเตียง ษมายืนมองเห็นว่าอาการหนัก จึงให้พาข้ามฝั่งไปหาหมอจะดีกว่า ลำแพงตอบว่าตนกับน้องไม่มีเงิน อีกอย่างตนพอมีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่บ้าง น่าจะพอช่วยได้

“ถึงไงมันก็ไม่ดีเท่าไปหาหมอหรอก ถ้าไม่มีเงินเดี๋ยวฉันออกให้ แล้วก็ไม่ต้องเอามาใช้คืนหรอกนะ เพราะเป็นหน้าที่ของฉัน ที่ต้องดูแลทุกคนบนเกาะนี้อยู่แล้ว...อ้อ ฉันลืมบอกเธอไป ฉันชื่อษมา เป็นเจ้าของเกาะคนใหม่ เธอคือลำแพงใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ...” ลำแพงยิ้มซาบซึ้ง

“คุณภูผาเขาฝากฝังเธอกับน้องให้ทำงานกับฉันไว้แล้ว ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะดูแลเธอกับน้องให้ดีที่สุด ไม่แพ้คุณภูผาเลย”

“ขอบพระคุณมากค่ะคุณษมา” ลำแพงยกมือไหว้ แอบชำเลืองมองเขาด้วยความชื่นชมดุจเจ้าชายในฝันที่รอคอย

เวลาผ่านไปเจ็ดแปดวัน ษมาคุมคนงานซ่อมแซมดัดแปลงรีสอร์ตให้เป็นบ้านพักส่วนตัว แลงในสภาพยังมีผ้าพันแผลตามร่างกาย ช่วยคนงานยกกระถางต้นไม้ ษมาเหลือบเห็น บอกให้เขากลับไปพักผ่อนจนกว่าจะหายดี

“ผมเกรงใจน่ะครับคุณษมา นั่งๆนอนๆมาตั้งหลายวันแล้ว”

ษมาตบไหล่เบาๆ “นายทำงานกับฉัน ก็เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน อย่าเกรงใจเรื่องเล็กๆน้อยๆ แบบนี้เลย รักษาตัวให้หายสนิทก่อนดีกว่า ฉันยังมีงานรอให้นายทำอีกเยอะ”

แลงยกมือไหว้ขอบคุณ รู้สึกประทับใจเจ้านายคนใหม่นี้มาก...

“ที่ฉันต้องรับใช้ไอ้ดิตถ์ ก็เพราะจำใจ แต่ถ้าจะให้ทำร้ายคุณษมาถึงตาย ฉันก็ไม่ทำหรอกจ้ะ” สีหน้าแลงหลังจากถูกพี่สาวพูดให้สำนึกบุญคุณของษมาจ๋อยลง เขาไม่มีวันลืมความดีของษมาที่ช่วยเหลือเขาครั้งนั้น

“จำคำของแกไว้ให้ดีก็แล้วกันไอ้แลง ถ้าฉันรู้ว่าแกคิดเนรคุณคุณษมา ถึงแกเป็นน้อง ฉันก็ไม่ปล่อยแกไว้แน่” ลำแพงจ้องด้วยสายตาดุดัน เห็นได้ชัดว่าจิตไม่ปกติ

พอลำแพงเดินไป แลงก็ตาขวาง ขบกรามด้วยความเจ็บใจ “เกาะของกูแท้ๆ...”

ooooooo

เช้าวันใหม่ สาระวารีเดินจิบกาแฟชมสวนบริเวณบ้านพักที่ตราดอย่างสบายอารมณ์ พลันจิณห์วราโทรศัพท์เข้ามาขัดความสุข อารามรีบวางถ้วยกาแฟแล้วค้นกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ตรงระเบียง ทำให้กระเป๋าหกของกระจาย เธอกดรับสายพูดไปเก็บของไป

“ใครตายยะ โทร.จิกอยู่ได้ ไม่รับก็คือไม่รับ คนกำลังจิบกาแฟชมบรรยากาศเพลินๆอยู่ แกรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่...อ้าว...ฮัลโหลๆ จิณห์ อะไรของนางเนี่ย” สาระวารีแปลกใจที่เพื่อนวางสายไปดื้อๆ เธอเอื้อมจะเก็บกลักบุหรี่ที่หล่น

มีมือหนึ่งมาชิงไปก่อน เธอเงยหน้ามองตามเห็นษมาถือกลักบุหรี่ของตนสีหน้าไม่ค่อยชอบใจ พร้อมถามว่ายังสูบอยู่อีกหรือ สาระวารีไม่ตอบ ดึงกลักบุหรี่คืนมาเก็บใส่กระเป๋า

“ผมซีเรียสนะ รู้ไหมว่าปีๆหนึ่งมีคนตายเพราะบุหรี่เท่าไหร่ พยายามหน่อยสิวารี”

“ลืมตาตื่นขึ้นมาก็เทศน์เลยนะคะ ขี้บ่นซะจริง”

จังหวะนั้น แลงเดินเข้ามารายงานว่า จิณห์วรามาขอพบ สาระวารีแปลกใจที่เพื่อนหายตัวได้หรืออย่างไร เธอรีบสะพายกระเป๋าเดินไป ษมาส่ายหน้าถอนใจกับความดื้อของเธอ แลงมองตามหลังด้วยสายตาเรียบเฉยแต่ในใจคุกรุ่น

จิณห์วรามาส่งข่าวว่า มีข่าวลือไม่ดีออกมาเกี่ยวกับตัวสาระวารี จนเธอร้อนใจต้องมาบอกถึงที่ สาระวารีฟังแล้วตกใจโกรธมากถึงขนาดจะไปเลาะฟันคนป่าวประกาศ

“จะไหวเหรอแก คนซักครึ่งค่อนจังหวัดเห็นจะได้นะ”

สาระวารีตาโพลง ที่จำนวนคนมากขนาดนั้น...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ปูเป้” รุกหนัก ดึง “แบงค์” มาจุ๊บ เสิร์ฟฟินแฟนละคร “คทาสิงห์”

“ปูเป้” รุกหนัก ดึง “แบงค์” มาจุ๊บ เสิร์ฟฟินแฟนละคร “คทาสิงห์”
20 มิ.ย 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2564 เวลา 15:41 น.