ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มนต์จันทรา

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

มนต์จันทรา ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ปาร์ตี้หลังงานแฟชั่นโชว์ตวัน สามทหารเสือสาว เต้นรำอย่างสนุกสนานถือโอกาสฉลองอำลาแยกกันไปทำงาน มัทนาต้องเดินทางไปสัมภาษณ์เขตต์ตวันที่ภูเก็ต สาระวารีไปสัมภาษณ์เจ้าพ่อเกาะยานกเรื่องเปิดบ่อนกาสิโน ส่วนมีคณาตามเรื่องค้าประเวณี ต่างอวยพรให้กันและกัน

“มัทขออวยพรให้เจ้าพ่อเกาะยานกตกตะลึงในความงาม แล้วยอมให้พี่วารีได้สัมภาษณ์เป็นคนแรก”

“ข้อนี้มันแน่อยู่แล้ว” สาระวารีสะบัดผมทำท่ามั่นใจ

“แล้วก็ขอให้เธอมีสติ อย่าไปทำห้าววีนแตกจนเกิดเรื่องขึ้นมาอีกล่ะ” มีคณาเสริม

“นี่ป้าแว่น เธออวยพรหรือหลอกด่าฉันเนี่ย...” สาระวารีโวยก่อนจะชูแก้วร้อง เชียร์...

ไชยวัฒน์ บก.หนังสือพิมพ์สยามสาร มักจะเล่าให้พนักงานใหม่ๆฟังเรื่องสามทหารเสือสาวของสำนักพิมพ์ โดยเฉพาะสาระวารี ถึงความห้าวต่างจากรูปร่างหน้าตาของเธอ ที่หนุ่มๆเห็นจะต้องตะลึงอยากเข้ามาจีบ แต่แล้วก็ล่าถอยแทบไม่ทัน อย่างหนุ่มฝ่ายศิลป์มาดเซอร์ ที่คิดว่าจะพิชิตใจเธอได้ ก็ต้องถอนสมอหนีไม่เป็นท่า เมื่อโดนสาวเจ้าสั่งอาหารจนกระเป๋าฉีก เท่านั้นไม่พอ ยังวีนใส่เด็กเสิร์ฟที่เอาอาหารไปเสิร์ฟโต๊ะอื่นก่อน จนหนุ่มศิลป์อายเลื่อนตัวไปแอบใต้โต๊ะ เป็นที่ลือเลื่องในสำนักพิมพ์ ไม่มีหนุ่มไหนกล้าหือหรือแอบนินทาเธอแม้แต่น้อย บก.สรุป

“นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้หญิงอย่างสาระวารี ดูแต่ตามืออย่าต้อง ขืนลองแม่เอาตาย”

วันนี้เป็นวันที่สาระวารีได้รับมอบหมายงานให้ไปสัมภาษณ์ษมา นักธุรกิจหนุ่มที่กำลังจะเปิดกาสิโนอย่างถูกกฎหมายบนเกาะพระฮาม หญิงสาวมีอคติกับเรื่องการพนันเป็นทุน

“มันก็ไอ้แหล่งการพนันเหมือนๆกัน ต่างแค่คนจนเรียกบ่อน คนรวยเรียกกาสิโน”

“แล้วคุณมีปัญหาอะไรรึเปล่า ถ้าไม่สะดวกที่จะ ไปทำ ผมจะได้ส่งคนอื่นไปแทน”

“คนอย่างวารีเหรอคะจะกล้ามีปัญหากับ บก.แล้วทำไมไม่ให้นักข่าวเราที่เมืองจันท์ทำข่าวให้ล่ะคะ”

“เพราะว่าอยู่ใกล้เกินไป เป็นคนพื้นที่รู้จักกันดีน่ะสิ ผมถึงไม่อยากให้สันทัดทำข่าว”

“เจ้าของบ่อนเป็นพวกเจ้าพ่อมาเฟียหรือไงคะ”

“ก็คงมีอิทธิพลพอตัวแหละ ไม่งั้นคงไม่กล้าเจรจากับเขมร ทุ่มเงินเป็นสิบเป็นร้อยล้านเปิดกาสิโนใหญ่โตแบบนั้น”

บก.เอาประวัติข้อมูลบางส่วนของษมาที่สันทัดส่งมา ให้สาระวารีไปศึกษาดู สาระวารีแปลกใจ ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน สงสัยเป็นหุ่นเชิดของใครหรือเปล่า บก.ยืนยัน

“ผมแน่ใจ เท่าที่ผมรู้มา รายนี้รวยจริง ไม่ใช่รวย จากสมบัติบรรพบุรุษด้วย เรียกว่าโตขึ้นมาจากลำแข้งของตัวเองแท้ๆ...เขาเริ่มต้นจากการค้าพลอยขุดพลอย แล้วก็จับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ค้าที่ ไปจนถึงรับงานต่างชาติ แล้วก็มือขึ้นเสียด้วย จับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด”

บก.บ่นเสียดายที่ษมาไม่ชอบออกงานสังคม รักสันโดษเอามากๆไม่เคยยอมให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารฉบับไหนมาก่อน สาระวารีแปลกใจ

“บก.ส่งจดหมายขอสัมภาษณ์ไปแล้ว เขายังไม่ตอบกลับมาอีกเหรอคะ”

“เงียบกริบไปเลย แต่ผมไม่รอแล้วล่ะ คุณก็ลองพยายามดูก่อน ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

“แต่ถ้าได้มันก็ดีใช่ไหมคะ ข่าวแบบนี้ถ้าตัวต้นตอไม่พูดเอง มันก็จืดชืดไม่มีน้ำหนักเสนอแค่ผลดีผลเสีย คนคัดค้านคนเห็นด้วยเรื่องมันก็งั้นๆใครๆก็ทำกันข่าวแห้งสนิทไม่น่าอ่านเหมือนเจ้าของออกมาพูดเอง จริงไหมคะ”

“ถูกต้องคร้าบ...วารีนี่อ่านใจผมตรงเผงเลย”

สาระวารีรู้สึกเป็นงานท้าทายพร้อมลุย บก.ยิ้มปลื้มแต่ไม่ลืมย้ำเตือน ให้เธอทำข่าวด้วยใจเป็นกลาง อย่าทำด้วยความอคติ เพราะเขาพอจะรู้ว่าเธอมีปมเกลียดการพนัน

ooooooo

ก่อนหน้าที่สาระวารีจะมาทำข่าว มีเหตุร้ายๆเกิดขึ้นกับษมามากมายหวิดเอาชีวิตไม่รอด ดีที่เขามีพิพัชและจันทรา ที่เป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องคอยช่วยเป็นบอดี้การ์ด ครั้งนี้ก็โดนลอบทำร้ายบาดเจ็บเล็กน้อย ตอนเดินทางมาเกาะยานก ลำแพงแม่บ้านประจำเกาะ ช่วยทำแผลให้

โศภี อดีตคนรักของษมา แต่แต่งงานไปกับคนที่รวยกว่า ปัจจุบันเธอเป็นหม้ายเนื้อหอมคิดกลับมาสานสัมพันธ์รักกับษมาที่กำลังจะเป็นเจ้าพ่อกาสิโนอีกครั้ง เธอให้ลูกน้องขับเรือพามาที่เกาะด้วยความร้อนใจ

ษมาบอกลำแพงว่าตนจะทำแผลตัวเอง แต่เธอเอ็ดเบาๆ “เจ็บก็ต้องทนค่ะ เดี๋ยวแผลหายไม่ทันงานวันเกิดคุณจิตติ คุณของลำแพงจะไม่หล่อ”

“ษมา เป็นยังไงบ้างคะ” เสียงโศภีดังเข้ามาพร้อมตัว ลำแพงหันมองสีหน้าเย็นชา

“นิดหน่อยครับ ไม่เป็นไรมาก” ษมาตอบตามมารยาท

“เขาว่ามันเล่นงานคุณด้วยอาวุธสงครามเลยเหรอคะ เล่นแรงขึ้นทุกที โศไม่สบายใจเลยค่ะ” ษมายิ้มๆเพราะหนักกว่านี้ก็โดนมาแล้ว โศภีบอกลำแพงว่าตนจะทำแผลให้เองแต่เธอนิ่งเฉย“หูหนวกหรือไง ฉันบอกให้ไปไงล่ะ”

“ดิฉันมีเจ้านายคนเดียวเท่านั้น คือคุณษมา” ลำแพงเอ่ยหน้านิ่ง

โศภีโมโหจะโวย ษมารีบตัดบทบอกลำแพงกลับไปทำงาน เธอวางมือลุกขึ้นอย่างเย็นชา โศภีมองทิ้งค้อนตามอย่างเคืองๆ แล้วหันมาเอาใจชายหนุ่ม

“ถึงยังไงโศก็ไม่สบายใจอยู่ดีล่ะค่ะ ตั้งแต่คุณได้สัมปทานกาสิโนที่เกาะพระฮาม ก็มีแต่เรื่องมาตลอด นับวันก็ยิ่งหนักขึ้นทุกที”

“รักจะทำงานแบบนี้ มันก็ต้องทำใจ ผมก็คงต้องเจอแบบนี้ไปเรื่อยๆ นั่นล่ะ”

“แต่คุณมีพร้อมหมดแล้วนะคะษมา ทั้งเงินทอง อำนาจบารมี แล้วคุณจะเสี่ยงทำกาสิโนไปอีกทำไมคะ วางมือซะเถอะค่ะษมา เชื่อโศเถอะนะคะ” โศภีกุมมือเขาอ้อนวอน

ชายหนุ่มดึงมือออก ลุกขึ้นยืนปฏิเสธสีหน้ามุ่งมั่นว่า กาสิโนคือความฝันของตน

ooooooo

ช่วงหัวค่ำ สาระวารีเดินคุยโทรศัพท์กับมีคณาหัวเราะคิกคักขณะเดินเข้าบ้าน เจอสาระสมาพี่สาวฝาแฝดนั่งเล่นอยู่ที่สนามหน้าบ้าน จึงทักถามยังไม่นอนอีกหรือ แฝดผู้พี่ตอบว่าเห็นพระจันทร์สวยจึงออก มานั่งดู แฝดผู้น้องเบ้ปาก

“โรแมนติกอีกตามเคย นี่ขืนให้เรามานั่งเงียบๆ ดูพระจันทร์ ถ้าไม่กลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า ก็คงคลั่งตายซะก่อน”

“ยังไม่ทันลองเลย ก็ตีโพยตีพายไปแล้วว่าไม่ชอบ นายนี่จริงๆ เลย”

สาระวารีดักคอมารอตนทำไม สาระสมายิ้มที่รู้ทันบอกน้องว่า น้ารดีโทร.มาบอกข่าว รุจิดาจะหมั้นกับพวกธนัทดุล สาระวารีเหยียดปาก

“ตระกูลนี้รวยจะตาย ลองน้ารดียกลูกสาวให้ คงไม่ใช่ธนัทดุลหางแถวแน่ๆ ป่านนี้คงยืดอกพูดได้เต็มปากแล้วว่า ลูกสาวฉันเก่งหาผัวรวยๆได้”

“วารีนี่พูดจาไม่น่าฟังเลย” สาระสมาตำหนิ

“คราวนี้ก็ถึงคิวยัยรวีหมีดำขึ้นแป้นลูกสาวคนเล็กเตรียมกระโจนสู่ตลาดวิวาห์หาผัวต่อ”

สาระสมาปรามให้น้องหยุด แต่สาระวารียังพร่ำว่ารุจรวีน่าจะหาผัวยากหน่อย เพราะหน้าตาเหมือนหมีควายแล้วยังปากร้าย ใจสกปรกอีกต่างหาก

“ปากนายก็ใช่ย่อยซะที่ไหน อย่าไปพูดแบบนี้ให้ใครฟังเชียวนะ ยังไงเขาก็ญาติเรา”

“มีนายนับญาติอยู่คนเดียวแหละ เขาเคยนับญาติกับเราที่ไหน ไอ้เด็กกำพร้าเลือดชั่วอย่างเราสองคน ไม่ดีพอจะเป็นญาติกับเขาหรอก” สีหน้าสาระวารีแค้นฝังใจ

สิบเจ็ดปีก่อน สองพี่น้องฝาแฝดอยู่กับพ่อแม่ที่ตราด พ่อเอาแต่เล่นการพนัน ทำให้แม่เสียใจจนตาย สรัลน้องชายแม่รับหลานมาดูแล รินรดีน้าสะใภ้โวยวาย ไม่มีจะกินยังหาภาระมาใส่ตัว

“โธ่คุณจะให้ผมทำยังไงล่ะ พี่สาวผมก็ตายไปแล้ว ถ้าทิ้งหลานในไส้ให้อยู่ตามยถากรรม ใครรู้เข้าผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน คุณแม่ท่านก็รับปากจะจ่ายค่าเล่าเรียนให้เด็กสองคนนั่นเอง ไม่กระเทือนถึงเราหรอกน่า”

รินรดียังโวยว่าต้องมีเรื่องอื่นที่จะกระเทือน เพราะเลือดชั่วของพ่อจะทำให้เด็กทั้งสองโตมาเป็นคนดีได้อย่างไร ไม่แคล้วหาความเดือดร้อนมาให้ไม่จบไม่สิ้น ...สาระวารีจดจำคำเหยียดหยามนั้นมาตลอดชีวิต สาระสมาสงสารน้องสาวที่เรื่องมันตั้งนานมาแล้ว ยังไม่ลืมอีก

“สีหน้าท่าทางของน้ารดีตอนนั้น ต่อให้เราตาย เราก็ไม่มีวันลืมหรอก ทำเหมือนกับเราเป็นตัวเสนียด ถ้าไม่ใช่เพราะคุณยายทิ้งพันธบัตรไว้ให้พวกเรา ป่านนี้อย่าว่าแต่บ้านเล้ย จะมีเงินเรียนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทุกอย่างมันเป็นเพราะพ่อ ถ้าพ่อไม่ติดพนัน แม่ก็คงไม่ต้องตาย เราสองคนก็คงไม่เป็นหนี้บุญคุณใคร ให้มันด่าเอาได้ว่าเป็นเด็กเลือดชั่วอย่างนี้หรอก”

สาระสมาเข้าใจจิตใจของน้อง เปลี่ยนเรื่องคุยถามถึงงาน สาระวารีจึงบอกว่าตนไม่ไปงานหมั้นเด็ดขาด เพราะต้องเตรียมตัวไปทำข่าวที่ตราด แฝดผู้พี่แปลกใจว่าน้องสาวยอมกลับไปถิ่นเก่า สาระวารีบอกเรื่องษมาที่ต้องไปสัมภาษณ์ เธอยิ่งทึ่งที่น้องยอมทำข่าวที่ตัวเองเกลียด

ooooooo

การที่คนงานจำนวนมากอยู่ร่วมกัน ก็มักจะมีการชกต่อยกัน ษมาต้องใช้พระเดชและพระคุณในการปกครอง ตั้งกฎเหล็กห้ามทะเลาะเบาะแว้งบนเกาะของตน ถ้าไม่สามัคคีกันก็ทำงานร่วมกันไม่ได้ เพราะคนที่คิดจะแย่งสัมปทานกาสิโนก็มากพออยู่แล้ว

“ถ้าใครไม่อยากทำงานกับฉันก็ออกไปจากเกาะ แต่ถ้ารักจะทำงานอยู่ที่นี่ต่อ ก็ต้องทำตามกฎของฉัน”

คนงานกลัวหัวหดรีบบอกพิพัชขออยู่ต่อกันเป็นแถว สัญญาจะไม่ทะเลาะกันอีก...โศภีเป็นห่วงษมา ถามอีกนานไหมกว่ากาสิโนจะสร้างเสร็จ ษมาตอบว่าภายในปีนี้

“แล้วคุณไม่คิดหาใครมาร่วมหุ้นด้วยจริงๆเหรอคะ มีหุ้นส่วนหลายคน คุณจะได้ไม่ถูกพุ่งเป้าคนเดียว”

“ไม่จำเป็นหรอก ผมเคยบอกคุณแล้วนี่ ว่ากาสิโนที่พระฮามเป็นความฝันของผม แล้วผมก็ยังไม่อยากให้ใครมาร่วมแบ่งฝันของผมด้วย”

ลำแพงยืนจัดโต๊ะอาหารเงี่ยหูฟังอยู่นาน โศภีชำเลืองมองแกล้งแขวะ “ถ้าจะเสิร์ฟนานขนาดนี้ ก็ลากเก้าอี้มานั่งคุยด้วยกันซะเลยสิจ๊ะลำแพง”

ลำแพงจะเดินไป ษมาเรียก “เดี๋ยวลำแพง เรือที่จะไปส่งคุณโศภีจัดการเรียบร้อยหรือยัง”

“ดิฉันให้เจ้าแลงไปจัดการแล้วค่ะ”

“อะไรกันคะ นี่คุณจะให้โศกลับแล้วเหรอคะ เดี๋ยวอีกสี่ห้าวันคนของโศก็มารับเองล่ะค่ะ เสียแรงที่โศเป็นห่วงคุณ ไม่ทันไรก็ไล่กันซะแล้ว”

“ผมไม่ได้ไล่ แต่ผมกลัวคุณจะโดนลูกหลงไปด้วย ช่วงนี้ผมงานเยอะ ไม่มีเวลาดูแลคุณ แล้วผมก็ไม่อยากให้คุณถูกนินทาเสียๆหายๆด้วย” พอดีมือถือษมาดังขึ้น เขาจึงเดินเลี่ยงไปคุย

โศภีเห็นลำแพงยิ้มเยาะ ก็ตาลุกวาวตวาดถามยิ้มอะไร ลำแพงตอบก่อนจะเดินหนีว่า เธอคิดว่าตนยิ้มเพราะอะไรก็ตามนั้น โศภียิ่งเจ็บใจมองตามหลังเข่นเขี้ยว

“ฉันเป็นคุณนายเกาะนี้เมื่อไหร่ แกตกงานเป็นคนแรกแน่นังซอมบี้”

ตอนที่ 2

บ่อนของดิตถ์ทำเงินไม่ดีจนแทบจะเจ๊ง เขากำลังหงุดหงิด ลูกน้องมารายงานว่า คนของโศภีเล่าว่า ษมายอมให้นกข่าวสยามสารสัมภาษณ์ จึงมายุยงโศภีถึงบ้าน อย่าให้ษมาทำอย่างนั้นโศภีเสียหน้า เย้ยหยันให้ดิตถ์กลับไปดูแลกิจการตัวเองให้ดีเสียก่อน ดูถูกว่าเป็นเศรษฐีเงินหมุน

“ผมไม่ได้มาทะเลาะกับคุณนะ ผมมาเจรจา คุณต้องการไอ้ษมา ส่วนผมต้องการเส้นสายทำธุรกิจ แล้วทำไมเราไม่มาร่วมมือกันล่ะ”

“ฉันมีปัญญาจัดการของฉันเองได้ ไม่ต้องการหุ้นส่วน”

“ษมามันฉลาด ไม่ง่ายอย่างท่ีคุณคิดหรอก อยากฝันลมๆแล้งๆจนแห้งตายก็ตามใจคุณ”

โศภีโกรธไล่ตะเพิดดิตถ์ แค้นใจเพราะรู้ดีว่าษมาไม่เปิดทางให้ตนกลับมาเป็นคนรักอีก

วันต่อมา พิพัชเอาเรือมารับสาระวารี เธอเลียบเคียงถามเรื่องบ่อน เขานิ่งเฉย เธอยั่วว่าทำหน้าดุขนาดนี้พอบ่อนเปิด ษมาไม่ควรส่งเขามาต้อนรับลูกค้าเพราะลูกค้าเผ่นกลับบ้านหมดแน่

“ผมเป็นเลขาฯส่วนตัวของคุณษมา ไม่ใช่ไกด์ เข้าใจให้ถูกต้องซะด้วย”

สาระวารีรู้ว่าพิพัชไม่ชอบขี้หน้าตนเท่าไหร่ ยิ่งแกล้วยั่วอารมณ์มาตลอดทาง จนถึงฝั่ง เขาไม่ช่วยเหลือเธอลงจากเรือ เธอแกล้งโวย “แมนมาก ไม่ถีบฉันตกน้ำเลยล่ะ”

ลำแพงเดินมาต้อนรับด้วยใบหน้านิ่งเฉย พิพัชแนะนำว่าลำแพงเป็นแม่บ้านท่ีนี่ และอีกคนคือแลงน้องชายของเธอ สาระวารีมองบริเวณบ้านษมาด้วยความทึ่ง

“บ้านนายคุณนี่สวยมากนะ มีกองละครมาใช้สถานที่บ้างหรือยังคะเนี่ย”

“คุณษมาชอบอยู่เงียบๆรักความเป็นส่วนตัว ผมคิดว่าคุณษมาคงไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาเปิดการแสดงให้วุ่นวายหรอก แค่นักข่าวหลงเข้ามาคนเดียวก็วุ่นวายมากพอแล้ว” พิพัชโต้

สาระวารียังซักถามว่าเกาะที่จะสร้างบ่อน มองเห็นจากที่นี่ไหม พิพัชชี้ให้ดูเกาะที่เป็นรูปเกือกม้าไกลลิบ หญิงสาวยกกล้องจะถ่ายภาพ ลำแพงขัดขึ้นว่า ษมาคงไม่พอใจที่ต้องรอนาน สาระวารีชะงัก บ่นอุบว่าเกาะนี้มีแต่ผีดิบ พิพัชได้ยิน หันมาเตือนว่า ลำแพงเป็นคนที่ษมาไว้ใจ เธอไม่มาล้วงตับกินกลางดึกแน่ ไม่ต้องกลัว หญิงสาวค้อนขวับ นึกได้ ล้วงหยิบใบอนุโมทนาบุญส่งให้ บอกว่าเงินที่ให้ตอนรถชน ตนเอาไปทำบุญหมด แนะนำให้เขาเอาใบนี้ไปลดหย่อนภาษี พิพัชถอนใจข่มอารมณ์ที่สาวผู้นี้แสบไม่เบา

สาระวารีก้าวเข้ามาในห้องรับแขก ษมายืนรอต้อนรับ เขาถามว่าเธอเอาเสื้อผ้ามามากพอหรือเปล่า จะได้ให้ลำแพงจัดเพิ่ม หญิงสาวงงเข้าใจว่าตนมาแค่คืนเดียว

“เมื่อคืนที่งานเลี้ยง ผมบอกให้คุณเตรียมตัวมาค้างคืน แต่ไม่ได้บอกว่ากี่คืน”

สาระวารีโวยทำไมไม่บอก ษมากวนก็เธอไม่ได้ถาม หญิงสาวข่มอารมณ์สรุปต้องการให้ตนอยู่กี่คืน เขายักไหล่ตอบ นานเท่าที่เธอจะเก็บข้อมูลได้ละเอียดและถูกต้อง

“งั้นก็คงคืนเดียว เพราะฉันจะสัมภาษณ์คุณวันนี้ พรุ่งนี้ถ่ายภาพสถานที่ที่คุณจะสร้างเท่านี้ก็เสร็จแล้ว”

ษมาเล่นลิ้นว่าไม่แน่ สาระวารีสวนทันควันว่าทำไม

“คุณอยู่บนเกาะในหน้ามรสุม พายุกำลังมา เราคงไปไหนไม่ได้อย่างน้อยหนึ่งถึงสองวัน”

หญิงสาวไม่เชื่อเพราะเห็นทะเลสงบดี ษมาเล่าว่าจากประสบการณ์ท้องฟ้าจะนิ่งก่อนมีพายุ แต่ถึงถ้าไม่มีพายุเธอจะอยู่กี่คืนก็ได้ สาระวารียืนยันว่าจะอยู่คืนเดียว พรุ่งนี้กลับ

“อย่าเพิ่งมั่นใจนักเลย เขาว่าสิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอนไม่ใช่หรือ...คุณเดินทางมาไกล ขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะ”

“ฉันไม่เหนื่อย ถ้าคุณไม่รังเกียจฉันจะขอสัมภาษณ์คุณเดี๋ยวนี้เลย”

“ผมไม่รังเกียจ แต่ไม่ใช่เวลานี้ คุณขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนให้สบายก่อนค่อยมาคุยกัน”

สาระวารีชักโมโหคิดว่าเขากำลังถ่วงเวลา เขาชี้แจงอยากให้สบายตัวเพราะหน้าตาเธอแดงจากการนั่งเรือโต้ลม ผมก็มีแต่กลิ่นเค็ม หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าถูกตำหนิมีกลิ่นตัว จึงค้อนขวับตามลำแพงขึ้นห้อง ลำแพงกำชับให้ลงไปทานอาหารเย็นทุ่มตรง สาระวารีรับคำแล้วถามหาเป้

“อยู่ในตู้เรียบร้อยแล้ว ของใช้จำเป็นฉันก็เตรียมให้คุณพร้อมแล้วเช่นกัน ถ้าคุณต้องการอะไรอีก กดอิน– เตอร์คอมที่โต๊ะหัวเตียงของคุณ หมายเลขศูนย์ใช้สำหรับเรียกคนมาทำความสะอาดหรือเรียกใช้ตามต้องการ ส่วนหมายเลขหนึ่ง ต่อตรงไปที่ห้องคุณพิพัช”

“แล้วห้องคุณษมาล่ะคะ เบอร์อะไร”

“คุณษมาไม่ใช่ผู้ที่จะถูกเรียกใช้ในบ้านหลังนี้”

ลำแพงตาวาวแต่สีหน้านิ่งเหมือนผีดิบ

สาระวารียักไหล่สรุปว่าไม่มีเบอร์ แล้วถามถ้าตนอยากโทร.ไปกรุงเทพฯจะใช้โทรศัพท์ได้หรือไม่ เพราะสัญญาณที่นี่ไม่ดีเลย ลำแพงตอบว่าได้แต่มีการบันทึกเทปไว้ทุกสาย

“โอ้โห ถึงขนาดดักฟังกันเลยเหรอคะ”

“แต่คุณไม่ต้องห่วงนะคะ ที่นี่มีกฎไม่ละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของใคร นอกจากความเป็นส่วนตัวนั้น จะคุกคามหรือไม่หวังดีกับคุณษมาและคนของที่นี่”

สาระวารีบ่นอุบนี่หรือไม่ละลาบละล้วง ลำแพงเตือนอีกเรื่อง ถ้าอยากออกไปเดินเล่นรอบเกาะให้เรียกพิพัชหรือคนอื่นไปด้วย สาระวารีติงที่นี่เป็นเกาะส่วนตัวหรือโรงเรียนดัดสันดานกันแน่ ลำแพงหน้านิ่งไร้อารมณ์ไม่ตอบ กลับออกไป

ooooooo

หลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย สาระวารีย่องออกจากห้องหวังจะไปเดินสำรวจรอบบ้าน เจอแมวลายตัวอ้วนนอนขวางบันได เธอไล่มันชิ่วๆแมวทำหน้ายักษ์ใส่ร้องเหมียวๆลั่น

“เฮ้ย! จะร้องทำไม เงียบนะ เดี๋ยวจับตอนซะหรอก เจ้าหง่าวอ้วน”

ขาดคำ เสียงษมาดังขึ้น “จะย่องไปไหนเหรอวารี”

หญิงสาวสะดุ้งเห็นษมายืนอยู่ตีนบันได “ที่แท้ร้องบอกเจ้าของนี่เอง มีทั้งบอดี้การ์ดหน้าโหด แม่บ้านผีปอบ แล้วยังมีผู้คุมแมวอ้วนอีก นักโทษที่ไหนจะหนีคุณพ้นได้คะ คุณเจ้าพ่อ”

“ผมไม่ใช่เจ้าพ่อ แล้วเหลืองลายก็ไม่ใช่แมวของผมด้วย ถ้ามันพูดได้มันคงบอกว่ามันต่างหากที่เป็นเจ้าของทุกคนที่นี่ แล้วก็เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ด้วย”

สาระวารีเบ้ปาก “เหลืองลาย...เรียกตุ่มลายดีกว่ามั้ง อ้วนซะขนาดเนี้ย”

ษมายิ้มถามย้ำว่าเธอจะไปไหน ลำแพงไม่ได้บอกหรือว่าไปไหนต้องเรียกพิพัชหรือคนอื่นไปด้วย สาระวารีตีหน้าตายบอกว่า บอกแต่ตนเกรงใจ ชายหนุ่มรู้ทัน

“ที่ผมสั่งให้คนไปกับคุณไม่ใช่เพราะที่นี่มีอะไรต้องปิดปังหรอกนะ เพียงแต่บนเกาะนี้ มีที่อันตรายหลายแห่ง ถ้าคุณหลงเดินไปคนเดียวจะไม่ปลอดภัย ถ้าคุณอยากไปเดินเล่น ผมจะเป็นไกด์ให้เอง...เชิญครับ” ษมาผายมือ

สาระวารีทำหน้าเซ็งเดินนำออกไป จันเลาเห็น เจ้านายออกมาก็ทำท่าจะเดินตาม ษมายกมือห้ามและแนะนำให้สาระวารีรู้ว่า จันเลาเป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย เธอยิ้มแหยๆ

“ยิ้มแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ ยิ้มชื่นชม หรือว่ายิ้มด่ากันแน่” จันเลาเอ่ยถาม

“ทำไมต้องคิดว่าฉันด่าคุณด้วยล่ะ แสดงว่าร้อนตัวรู้ดีว่าเคยทำอะไรผิดกับฉันเอาไว้”

จันเลาไม่กล้าหืออือต่อหน้าเจ้านาย ษมาโบกมือให้เขาไป แล้วหันมาตำหนิสาระวารีที่เจ้าคิดเจ้าแค้นเรื่องจันเลาขับรถเฉี่ยว หญิงสาวโต้ว่าตนไม่ใช่เด็กที่จะมาคอยเจ้าคิดเจ้าแค้น

“ใช่ คุณไม่ใช่เด็กแล้ว แต่แปลกที่ผมกลับรู้สึกว่าตอนเด็กคุณมีเหตุผลกว่านี้มาก”

สาระวารีแปลกใจ แต่คิดว่าจ่าสมบูรณ์คงเล่าให้ฟัง จึงไม่ติดใจ...หญิงสาวมองไปเห็นพื้นที่โล่งลดหลั่นไล่ระดับลงไป พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินมากกว่าดิน ไม่มีร่มไม้ใหญ่ มีแปลงสวนครัวและแปลงดอกไม้เล็กๆเธอยกกล้องขึ้นถ่ายภาพเก็บไว้ มองอีกด้าน เห็นว่าสุดทางมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเป็นแนวเหมือนชายป่า  ละแวกนั้นมีกล่องไม้สีขาวลักษณะคล้ายกล่องรับจดหมายตามบ้านกลับหัวขนาดใหญ่เรียงรายอยู่หลายกล่อง

“กล่องขาวๆนั่นอะไรคะ”

“รังผึ้ง งานอดิเรกของลำแพงเขา”

“แปลกดีนะคะ เลี้ยงผึ้งกลางทะเล แล้วมันจะไปหาน้ำหวานจากที่ไหนได้คะ”

“ก็คงจากดอกไม้แถวๆนี้ล่ะ”

“ฉันไม่เห็นดอกอะไรนอกจากยี่โถ  น้ำผึ้งดอกยี่โถ ไม่รู้รสชาติเป็นยังไง” สาระวารีขำๆ

“ผมก็ไม่เคยชิมเหมือนกัน แต่อย่าเข้าไปใกล้ล่ะ ถึงจะผึ้งเลี้ยงแต่ดุ  ระวังหน่อยแล้วกัน  ถ้ามีตัวไหนบินมาตอมอย่าปัด ให้เดินหนีไปเฉยๆ”

สาระวารีสงสัยว่าทำไม ษมาอธิบายว่า ถ้าปัด ผึ้งจะปล่อยกลิ่นเรียกตัวอื่นมารุมต่อย หญิงสาวขยาดชวนษมาเดินไปทางอื่น ระหว่างนั้นเธอหาเรื่องคุย

“เกาะที่คุณจะเปิดกาสิโนชื่อว่าเกาะพระฮามเหรอคะ”

“ใช่ ภาษาเขมร แปลว่า...เช้ามืด”

สาระวารีหันมามองหน้าเปรยว่าคนของเขาก็ชื่อแปลก ษมารู้ทันชี้แจงว่าคนงานของตนเป็นคนพื้นที่  ส่วนใหญ่ก็เลือดผสม  แต่มีบัตรประชาชนไทยถูกต้องทุกคน หญิงสาวบ่นในใจสงสัยมีพรายกระซิบ  ชายหนุ่มโพล่งขึ้น

“ผมไม่มีพรายกระซิบหรอกนะ” สาระวารีตาโพลงเขาอ่านใจตนได้อย่างไร พลันพลาดสะดุดก้อนหินจะล้ม ษมาคว้าแขนไว้ทัน  ดึงมาจ้องหน้า “ผมอ่านภาษาท่าทางได้บ้างเล็กน้อย  โดยเฉพาะภาษาที่สื่อจากใบหน้ากับดวงตา คุณทำงานมาตั้งนาน ไม่มีแหล่งข่าวบอกคุณบ้างหรือไง ดวงตาคุณนี่อ่านง่ายที่สุด พอคิดอะไรมันออกมาทางแววตาชัดเจนเลย”

“ฉันยังไม่เคยมีแหล่งข่าวที่เป็นจารชนความคิดคนอื่นมาก่อน” สาระวารีแขวะ

“อยู่ที่นี่ในฐานะอย่างผม ถ้าอ่านความคิดคนอื่นไม่ทัน แค่วินาทีเดียวก็มีสิทธิ์เน่าได้ง่าย”

สาระวารีเบ้ปาก จะเดินลงสะพานไม้ไปหาด ษมารีบดึงเสื้อเธอไว้ หญิงสาวตกใจดึงเสื้อกลับ ชายหนุ่มรีบบอกว่า ขืนลงไปมีหวังถึงหาดแบบไม่มีลมหายใจ สาระวารีโวย สะพานชำรุดทำไมไม่ทำป้ายติดไว้

“ใครจะตกล่ะครับ คนที่นี่รู้ดีว่าที่ไหนควรยืนที่ไหนควรเดินผ่านหรือไม่”

“กับดัก...”

ษมายักไหล่ ที่ตนปล่อยไว้เพราะที่นี่เป็นเกาะส่วนตัว ไม่ได้รับแขก หญิงสาวประชดว่ามีทรายดูดหรือรังมดตะนอยกินคนตรงไหนอีก ชายหนุ่มขำหาว่าเธอดูหนังมากไป

ห่างออกมา ลำแพงยืนมองสีหน้าแววตานิ่ง พิพัช เข้ามาเปรย ดูท่าเจ้านายจะให้ความสนิทสนมนักข่าวคนนี้มาก เหมือนเคยรู้จักมาก่อน ลำแพงย้อนถามว่าคนนี้ไว้ใจได้แค่ไหน พิพัชไม่มั่นใจ ลำแพงจึงบอกว่าต้องช่วยกันจับตามอง เกรงเจ้านายจะมาตายน้ำตื้น

สาระวารียังเพลิดเพลินเดินชมเกาะ เธอชมว่าเกาะนี้ทำเลดี มีหาดสวยทั้งหน้าเกาะหลังเกาะ เห็นเรือประมงสามลำจอดอยู่จึงถามว่าของเขาหรือ

ตอนที่ 3

ลำแพงหน้าบึ้งตึงเดินไปเอาชุดปฐมพยาบาล ชนกับสาระวารีตรงทางเลี้ยว จึงบอกให้เธอไปช่วยษมาดูแลโศภีซึ่งเป็นลมแต่ตนสงสัยจะมารยามากกว่า สาระวารีเดินไปทางห้องโศภี

ระหว่างนั้น ษมาอุ้มโศภีวางบนเตียง เธอลืมตาขึ้นโอบกอดคอเขาไว้ ดีใจที่เขายังเป็นห่วงตน สาระวารีเปิดประตูเข้ามาพอดี ตกใจรีบขอโทษถอยออก ษมาหน้าเสียแกะมือโศภีออกร้องเรียกสาระวารีพร้อมกับวิ่งตามออกไป ทำให้โศภีแค้นใจมาก

“วารีรอผมก่อน คุณกำลังเข้าใจผมกับโศผิด” ท่าทางษมาร้อนใจ

“นั่นมันเรื่องของคุณ ฉันไม่สนใจหรอก ฉันแค่รู้สึกเสียมารยาทมากๆ เลยต้องรีบเดินออกมา...ทีหน้าทีหลังก็ล็อกประตูห้องด้วยนะคะ อย่าลืมว่ามีนักข่าวอยู่ในบ้านด้วย”

สาระวารีเดินเลี่ยงหนี ษมาโพล่งขึ้นทันทีว่า ตนจะให้สัมภาษณ์เดี๋ยวนี้พร้อมไหม หญิงสาวหันกลับมาดีใจฉับพลัน...ทั้งสองมานั่งมุมร่มรื่นหลังบ้าน สาระวารีเตรียมอุปกรณ์เครื่องอัดเสียง สมุดโน้ต ปากกาพร้อมกล้องถ่ายรูป จู่ๆษมาก็บอกว่า ไม่ต้องการให้มีการอัดเสียง

“อ้าว! ทำไมล่ะคะ”

“ผมทำงานแบบนี้อะไรที่เป็นความลับได้มันก็ดีแม้แต่เสียงหรือรูปถ่ายผมก็ไม่อยากให้มี”

“ค่า เข้าใจแล้วค่ะว่าคนเป็นเจ้าพ่อ ต้องระวังตัวทุกฝีก้าว...พอใจไหมคะ”

ษมารู้ว่าสาระวารีประชด เขาเก็บเครื่องอัดเสียงของเธอไว้ จะคืนให้วันที่กลับ หญิงสาวหน้างอจับปากกาเตรียมจด คำถามแรกที่เธอถามคือ เขาเอาเงินที่ไหนมาสร้างกาสิโน

“ผมบอกแล้วไง ว่าถ้าคุณยังมีความคิดติดลบกับการพนันอยู่ ผมจะยังไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องคาสิโน”

“เอ๊ะคุณนี่ ไหนบอกว่าพร้อมจะให้สัมภาษณ์แล้วไงคะ”

“ครับ แต่ไม่ใช่เรื่องคาสิโน ผมอยากให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประวัติชีวิตผมก่อน ยังไงคุณก็ต้องมีประกอบบทความอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“งั้นก็ว่ามาเลย อยากเล่าตรงไหนสร้างภาพยังไงก็พูดมา ฉันจะได้ไม่เสียเวลาตั้งคำถามให้คุณไม่ตอบ” ษมาขำท่าทางโกรธของเธอ สาระวารีจดไปพูดไป “ขำ ด้วยน้ำเสียงน่าเกลียดๆ”

ษมานิ่งไปสักครู่ เอ่ยว่า ประวัติคร่าวๆของตน เธอก็รู้บ้างแล้ว หญิงสาวกระแทกเสียง ตกลงจะให้ตนเขียนเองใช่ไหม เขารีบปลอบให้ใจเย็นๆ กำลังจะทบทวนให้ฟัง สีหน้าเขาขรึมลง

“คุณแม่ผมท่านเสียไปตั้งแต่ผมยังเล็ก ส่วนพ่อผมเป็นชาวสวน ท่านเสียไปตอนผมเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ผมเลยตัดสินใจลาออกมาทำสวนต่อ”

“ทำไมไม่เรียนให้จบก่อนล่ะคะ อีกแค่ปีเดียวเอง สวนคุณมันก็น่าจะอยู่ตัวแล้ว”

ษมาแอบยิ้มที่มีโอกาสจะอธิบายเรื่องโศภี เขาเล่าว่า...หลังจากพ่อตาย โศภีซึ่งเป็นคนรักเริ่มจะห่างเหิน เขาจึงเอาเงินเก็บมาสั่งทำกำไลเงินสลักลายที่มีความหมายพิเศษสำหรับเขากับเธอมอบให้และขอร้องให้เธอรอ เขาสัญญาจะสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่ให้เธอน้อยหน้าใคร... เวลาผ่านไปสองสามเดือน พายุเข้าทำลายสวนเขาจนหมด เพื่อนบ้านแนะนำถ้าทำไม่ไหวให้ขายสวน

“ขายแล้วฉันจะไปทำมาหากินอะไรล่ะลุง เรียนก็ไม่จบ ฉันก็หวังว่าจะทำสวนจนกว่าจะตั้งตัวได้ จะได้มีเงินไปขอโศภีเขาด้วย”

“โศภี ใช่ลูกสาวพี่สัน เจ้าของแพปลาหรือเปล่า” ษมาพยักหน้า “โอ๊ย...อีกไม่กี่วันก็เป็นเมียเจ้าสัวกิมแล้ว เขาไม่มาเอาเอ็งหรอก”

ษมาตกใจสุดๆ ไม่เคยระแคะระคายมาก่อน...เขาบุกไปหาโศภีที่บ้าน แต่กลับถูกพ่อเธอกีดกันไม่ให้กลับมาอีก แถมเหยียดหยามว่าเงินขายสวนยังไม่พอค่าสินสอด เก็บไว้ซื้อข้าวกินเองจะดีกว่า เขาโต้ว่าเจ้าสัวอายุมากกว่าโศภีหลายสิบปี ไม่สงสารลูกสาวหรือ กลับโดนพ่อเธอสั่งคนรุมอัด โศภีออกมาห้ามและตอกย้ำเขาว่า

“คุณขายทุกอย่างที่คุณมีเพื่อเอามาเป็นสินสอดให้พ่อโศน่ะเหรอคะ แล้วคุณคิดบ้างไหม ว่าถ้าโศแต่งงานกับคุณไปแล้วเราจะอยู่กันได้ยังไง ในเมื่อคุณไม่มีสมบัติอะไรติดตัวซักอย่าง”

“เรื่องนั้นไว้ค่อยคิดกันก็ได้ สำคัญแค่มีคุณ ผมก็ไม่กลัวอะไรแล้ว ผมพร้อมสู้ทุกอย่าง”

“แต่โศกลัวค่ะ กลัวอดตาย...โศไม่ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงตายเอาดาบหน้าพร้อมกับคุณหรอกนะคะ ขอโทษนะคะที่โศเคยรับปากว่าจะรอคุณ แต่คุณทำให้โศผิดหวังเอง เรียนก็ไม่จบ ทำงานก็เจ๊ง แล้วจะให้โศฝากอนาคตไว้กับคุณได้อย่างไร”

โศภีตอกย้ำให้เขารู้ว่า เธอเลือกเจ้าสัวเพราะมีธุรกิจมั่นคง รับประกันชีวิตที่สุขสบายไปจนตาย เธอรักเขา แต่ไม่มากพอที่จะยอมกัดก้อนเกลือกิน...ษมาซาบซึ้งน้ำตาคลอเบ้า ยิ้มเยาะให้กับตัวเอง ที่หลงนึกว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่รักตนและยอมร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย

“ผมเลยเอาเงินที่ขายที่ได้ไปเล่นพนันในบ่อน กะประชดชีวิตให้มันหมดตัว แต่มันดันยิ่งเล่นยิ่งได้ อย่างที่คุณรู้นั่นแหละ ผมคงไม่ต้องเล่าซ้ำแล้วมั้ง”

“แล้วคุณโศภีล่ะคะ”

“โศเขาแต่งงานไปกับเจ้าสัวซักเจ็ดแปดปี เจ้าสัวก็ตาย มรดกทั้งหมดก็แบ่งกับลูกชายเจ้าสัวคนละครึ่ง จนกลายเป็นแม่ม่ายทรงเครื่องอย่างที่คุณเห็น”

สาระวารีแย้งว่าโศภีทั้งสวยและรวย เขาน่าจะคืนดีกับเธอ แต่ษมาโต้ว่า ตนเจ็บแล้วจำ...เขาถามเธอจดทันไหม หญิงสาวตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวเกินไป ไม่ควรเอามาเขียน

เห็นษมาอมยิ้มสีหน้าเจ้าเล่ห์ สาระวารีนึกได้ “คุณหลอกให้ฉันฟังคุณแก้ตัวใช่ไหม”

“ก็ผมพยายามจะอธิบายกับคุณดีๆ แต่คุณไม่ยอมฟังเองนี่”

“แล้วทำไมฉันต้องฟังด้วยล่ะ ฉันบอกแล้วไง ว่าคุณจะมีใครมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”

“ผมก็บอกคุณแล้วเหมือนกัน ว่าผมไม่อยากให้คุณเข้าใจผิด แล้วการได้ฟังจากปากผมเอง มันก็ดีกว่าคุณเที่ยวไปถามเอาจากคนอื่น...คุณไม่ใช่แค่คนที่เคยช่วยชีวิตผมเอาไว้เท่านั้นนะวารี แต่คุณคือแรงผลักดัน ที่ทำให้ผมกลับขึ้นมายืนใหม่ได้อีกครั้ง”

สาระวารีมองหน้าเขางงๆ ษมาเล่าว่า จากวันนั้นที่เห็นเด็กผู้หญิงยอมเจ็บตัวขอเงินไม่กี่บาทจากพ่อไปซื้อยาให้แม่ ส่วนตนเอาเงินแสนจากน้ำพักน้ำแรงของพ่อมาถลุงเล่นเพื่อประชดชีวิตกับผู้หญิงที่ไม่เห็นค่าในตัวเรา มันทำให้ตนได้คิด กลับมาตั้งหลักชีวิตได้ใหม่

“ผมถือว่าคุณเป็นคนสำคัญในชีวิตของผมนะวารี ผมถึงไม่อยากให้คุณเข้าใจอะไรผิด ถึงจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยก็เถอะ ผมก็ไม่ยอมปล่อยผ่านทั้งนั้น” ษมามองสาระวารีด้วยสายตาลึกซึ้ง ทำเอาหญิงสาววางหน้าไม่ถูก หายใจไม่ทั่วท้อง สะเทิ้นอายไปกับสายตาของเขา

สาระวารีตัดบทถามคำถามต่อไป แต่มือไม้สั่นอย่างเห็นได้ชัด ษมายิ้มอย่างเอ็นดู

ooooooo

คืนนั้น สาระวารีโทร.คุยกับมีคณา ทั้งบ่นทั้งแซวเรื่องแหล่งข่าวของกันและกัน ต่างเขินอายไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง

ในขณะเดียวกัน สองพี่น้อง ลำแพงกับแลงคุยกันเรื่องที่ พรุ่งนี้ษมาจะพาสาระวารีไปเกาะพระฮาม ลำ–แพงดีใจจะได้จบเรื่องเร็วๆ แลงเสียดายหมดสนุกจะเห็นโศภีหึงหนักขึ้นทุกวัน ลำแพงยิ้มเยาะ มันหมดสนุกตั้งแต่วันที่โศภีวางแผนลักพาตัวสาระวารี จนเข้าหน้าษมาไม่ติดแล้ว แลงสงสัยว่าษมาจะชอบสาระวารีจริง ลำแพงแว้ดใส่ เป็นไปไม่ได้ อย่าพูดให้ใครได้ยิน ษมาจะเสื่อมเสีย แลงจ๋อยลง ใจจริงลำแพงก็หวั่นใจอยู่ไม่น้อย

พิพัชเองก็ไม่เห็นด้วยที่ษมาจะพาสาระวารีไปเกาะพระฮาม จันเลาแก้ต่างให้ว่าบนเกาะไม่มีความลับอะไรทำไมจะไปไม่ได้ และทำไมถึงได้ตั้งแง่รังเกียจเธอนัก ระวังจะลำบากทีหลัง

“ลำบากยังไง ทำข่าวเสร็จก็กลับไปแล้ว”

“ทำไมแกมันซื่อบื้อนักวะ ไม่เห็นเหรอว่าคุณษมาทั้งเอาอกเอาใจ ทั้งเป็นห่วงคุณวารีขนาดไหน แกเคยเห็นคุณษมาเป็นแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนรึเปล่าล่ะ”

“แกคิดว่าคุณษมาจะชอบนักข่าวคนนั้นจริงๆหรือ”

“นาทีนี้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอก ดูปฏิกิริยาคุณโศภีเอาก็ได้” พิพัชเกรงษมาจะถูกหลอก แต่จันเลาไม่คิดอย่างนั้น เพราะษมาบอกว่ารู้จักกันมาก่อนและคนอย่างเขาหลอกยาก หรืออยากให้ษมาเลือกโศภีมาเป็นนายหญิง พิพัชส่ายหน้า ถ้าเป็นอย่างนั้นตนจะขึ้นฝั่งไปทำงานกับสมบูรณ์ จันเลาถามถ้าเจ้านายเลืิอกสาระวารี พิพัชตอบเหมือนเดิม เพราะเขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่...ไม่คาดคิด โศภีแอบฟังการสนทนาของสองหนุ่ม

จากนั้น โศภียกกาแฟมาให้ษมาในห้องทำงาน พยายามออดอ้อนว่าที่ผ่านมาตนเจ็บปวดมาตลอด ษมา แขวะ “เห็นว่าได้มาเป็นร้อยล้าน เจ็บเพราะเงินทับเท้าเอาเหรอครับ”

“คุณจะพูดกระทบกระเทียบแดกดันโศยังไงก็ได้ แต่ขอให้คุณรู้เอาไว้ว่าโศไม่ได้อยากทำอย่างนั้นเลย แต่ไม่มีทางเลือก” โศภีบีบน้ำตาเล่าเรื่องที่พ่อขอร้องตน ว่ากิจการแพปลาไม่รุ่งเรืองเหมือนก่อน พ่อจึงเอาเงินไปลงทุนร้านอาหารกับเพื่อนแต่ถูกโกง

พ่อยืมเงินจากเจ้าสัว ดอกเพิ่มพูนจนหมดปัญญาจะใช้คืน เผอิญเจ้าสัวชอบตนจึงสู่ขอ พ่อให้ตนเลือกว่า ถ้าไม่ตกลง พ่อก็จะยอมให้เขายึดบ้านและทรัพย์สิน ตนสงสารพ่อ...โศภีสะอื้น

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา โศก็มีแต่กำไลอันนั้นเป็นเครื่องปลอบใจให้หายคิดถึงคุณ โศมีเรื่องจะพูดแค่นี้ล่ะค่ะ คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่คุณ”

ษมานั่งฟังนิ่งๆ แล้วเปิดลิ้นชักค้นหาของบางอย่าง สักพักก็เจอ หยิบกำไลเงินขึ้นมาวางบนโต๊ะ “กำไลอันนี้ใช่ไหมที่คุณบอกว่าเก็บมันไว้เป็นที่ระลึก” สีหน้าโศภีซีดเผือดตกใจมาก ษมายิ้มเยาะ... “แล้วคุณรู้ไหมว่าผมได้มันกลับมายังไง”

ษมาเล่าว่า เขาเห็นกำไลนี้อยู่ที่ข้อมือญาติคนหนึ่งของเธอ จึงขอซื้อต่อด้วยเงินห้าพันบาท น้าคนนั้นบอกว่า “พันนึงฉันก็ขายแล้ว ฉันไม่ได้ซื้อมันมาหรอก โศมันทิ้งรวมกับเสื้อผ้าเก่าๆของมัน ตั้งแต่ได้เป็นเมียเจ้าสัว แม่โศเขาหัวสูง มือเติบ เสื้อผ้าข้าวของใช้ไม่กี่ครั้งก็ทิ้ง กำไลนี่ถ้าฉันไม่แอบเก็บมา เด็กรับใช้ในบ้านก็คงได้ไปใส่เล่นแล้วล่ะ”

ษมาชูกำไลต่อหน้าโศภี ตอกย้ำ “กำไลนี้ผมสั่งทำเอง มีอันเดียวในโลกไม่ซ้ำใครแน่”

โศภีจะแก้ตัว แต่ษมาชิงตัดบท เธอไม่ผิดหรอก เป็นเมียเจ้าสัวมีเงินใช้เหลือเฟือ จะเก็บกำไลราคาถูกแบบนี้ไว้ทำไม โศภีจนแต้มโผกอดษมาร้องไห้ขอโทษ ชายหนุ่มสงสัยอีกเรื่อง

“ถ้าคุณคิดถึงผมจริง ตอนที่เจ้าสัวเสียใหม่ๆทำไมคุณถึงไม่กลับมาหาผม...เพราะตอนนั้นผมยังไม่ได้มีเงินเท่าคุณ ไม่เหมือนตอนนี้ ที่ผมมีมากกว่า และกำลังจะเป็นเจ้าของกาสิโนใช่ไหมครับ จริงๆผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรเรื่องนี้แล้วล่ะ ไม่งั้นผมคงไม่ยอมให้คุณกลับมายืนอยู่ตรงหน้าผมยังงี้หรอก ผมคิดว่าอย่างน้อยเราอาจทำธุรกิจร่วมกันได้ หรือดีหน่อยก็เป็นเพื่อนกันได้...แต่ถ้า
คุณยังไม่หยุดวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของผมอีก เราคงต้องจบกันแค่นี้จริงๆ”

โศภีเจ็บแค้น โทษว่าเป็นเพราะสาระวารี เขาถึงเปลี่ยนไป ษมาได้แต่ส่ายหน้าเหนื่อยใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น กูซอขับเรือพาษมา สาระวารี พิพัช และจันเลาไปเกาะพระฮาม สาระวารีตื่นเต้นถ่ายรูปไปตลอดทาง พิพัชกับจันเลานั่งมองนิ่งๆ ษมา คอยอธิบายสิ่งต่างๆให้เธอฟัง

“ผมมีเรือเร็วจากตราดตรงไปที่พระฮามรับส่งลูกค้าอยู่แล้ว แต่อีกไม่นานคงมีเครื่องบินเล็กไว้บริการ ลองลูกค้ามีเงินเข้ากาสิโนผมได้ ก็เดินทางไม่ลำบาก”

“กะจับแต่พวกกระเป๋าหนักๆล่ะสิ” สาระวารีเบ้ปากหมั่นไส้

ษมาว่าจะได้สกรีนคนเล่นชั้นหนึ่งก่อน หญิงสาวบ่นว่าบ่อนก็คือบ่อน จะคนรวยคนจนถ้าผีพนันเข้าสิง มันก็ไม่ต่างกัน จันเลาแอบขำที่เจ้านายโดนสาวตอกกลับ แต่พิพัชไม่พอใจ

เมื่อเรือเทียบฝั่ง ษมาจะช่วยสาระวารีขึ้นจากเรือ เพราะตรงนี้น้ำลึก ไม่มีหาดทราย แต่หญิงสาวไม่รับความช่วยเหลือ กระโดดจากเรือด้วยตัวเอง คนงานมาช่วยกัน ยกสัมภาระและเสบียง รวมทั้งของสาระวารีลงจากเรือ พิพัชควบคุมคนงานขนของ สาระวารียืนมองไปรอบเกาะ

“ท่าทางเกาะนี้จะใหญ่กว่าเกาะยานกของคุณเยอะเลยนะคะ”

“ก็ใหญ่กว่าประมาณสองเท่าได้ ที่สำคัญทำเลดีกว่า ฮวงจุ้ยก็ดีเหมาะจะเปิดกาสิโน”

“แล้วพวกไฟฟ้ากับน้ำจืดล่ะคะ คุณจะทำยังไง”

“ที่นี่มีน้ำตกขนาดใหญ่อยู่อีกฟากของเกาะ มีน้ำใช้ได้ทั้งปี แต่ผมสร้างแท็งก์เก็บน้ำฝนสำรองไว้แล้ว โครงการใหญ่ขนาดนี้ประมาทไม่ได้ พลาดล่ะเสียชื่อหมดกันเลย”

จันเลามาดึงพิพัชให้ออกห่างไม่ต้องตามเจ้านาย...

ษมาคุยให้สาระวารีฟังว่า สิ่งที่เป็นปัญหาตอนนี้คือสัญญาณมือถือยังใช้ไม่ได้ หญิงสาวถามถึงไฟฟ้า เขาจะพาเธอไปดูเครื่องปั่นไฟจากแรงคลื่น ที่เขาคิดขึ้นมากำลังไฟพอใช้ไปตลอดปี และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

“กรีนกาสิโน อนุรักษ์ธรรมชาติซะด้วย” สาระวารีประชด

ทั้งสองกำลังจะเดินไป ษมาได้ยินเสียงเรือเร็วแล่นตรงมา บนเรือมีคนสี่ถึงห้าคน ด้วยความไว ษมาเห็นคนบนเรือยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 เขาร้องบอกทุกคนให้ระวัง แล้วโถมตัวเข้ากอดสาระวารีกระโจนลงทะเล ท่าเรือตรงที่ษมายืนเมื่อสักครู่ระเบิดไฟลุกท่วม พิพัช จันเลาและคนงานตั้งสติได้ชักปืนออกยิงตอบโต้ กูซอยิงสกัดให้พิพัชกับจันเลา คนร้ายยังกราดยิงใส่ษมากับสาระวารีในทะเล จันเลาจึงบอกพิพัชช่วยกันยิงไปที่ถังน้ำมันเรือ

ษมาคาดการณ์ได้ ฉุดสาระวารีดำดิ่งลงไปว่ายให้ ไกลจากจุดนั้น เสียงเรือระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พิพัชสั่งการให้ช่วยเจ้านายขึ้นจากทะเล จันเลาเห็นว่าพิพัชถูกสะเก็ดระเบิดที่แขน จึงให้เขาไปทำแผล ตนไปช่วยเอง...

แต่ษมาหิ้วปีกสาระวารีขึ้นบนหาดอีกด้านของเกาะ เขาสำรวจว่าเธอบาดเจ็บตรงไหนบ้าง หญิงสาวส่ายหน้า คิดว่าเป็นวิญญาณไปแล้ว ชายหนุ่มจึงจับแก้มเธอ

สาระวารีปัดมือษมาออกอย่างโกรธๆ “อย่ามาฉวยโอกาส เดี๋ยวโดน”

“คราวนี้เชื่อผมรึยัง ว่าทำไมผมถึงต้องระวังตัวตลอดเวลา”

“แล้วคุณล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า” สาระวารีจ๋อยลง อดเป็นห่วงเขาไม่ได้

ษมายักไหล่ว่าเรื่องเล็ก ชวนเธอเดินกลับไปที่แคมป์ สาระวารีลุกขึ้นเข่าอ่อนจะทรุด เขาเข้าประคอง เธอดีดตัวออกห่าง อวดเก่งว่าตนอายุน้อยกว่าเขาเยอะต้องไหว ษมายิ้มระวังหลังให้ พอมาถึงแคมป์ พิพัชโล่งใจรีบรายงานความเสียหายว่า คนงานบาดเจ็บหลายคน เครื่องมือสื่อสารพัง สาระวารีเหลือบเห็นที่แขนพิพัชเลือดเกรอะกรัง “อ้าว! นี่คุณก็บาดเจ็บนี่คะ”

“โดนแค่ถากๆ ไม่เป็นอะไรมากหรอก”

“ไม่มากก็ต้องทำแผลค่ะ เดี๋ยวติดเชื้อขึ้นมาจะยุ่ง ไป เดี๋ยวฉันทำแผลให้”

สาระวารีหมั่นไส้รู้ว่าพิพัชไม่ชอบตนเท่าไหร่ แกล้งดึงเขา พิพัชร้องลั่น แผลจะฉีกก็เพราะเธอ หญิงสาวลากเขามาทำแผลจนได้...ษมาปรึกษาจันเลาหน้าเครียดว่าต้องมีหนอนบ่อนไส้แน่ เพราะที่เกาะนี้มีเวรยามแน่นหนา ไม่มีใครบุกมาได้ง่ายๆ จันเลาพยักหน้าเห็นด้วย

ooooooo

ด้านเกาะยานก โศภีลากกระเป๋าออกมาเจอลำแพงทำความสะอาดบ้านอยู่ จึงสั่งให้เอาเรือไปส่งตนที่ฝั่ง ลำแพงตอบหน้านิ่งว่าษมาเอาเรือไปเกาะพระฮาม เรืออีกลำเข้าฝั่งไปขนของตั้งแต่เช้ายังไม่กลับ โศภีโวยให้โทร.ตามคนของตนเอาเรือมารับ ลำแพงโต้กลับทำไมไม่โทร.เอง

โศภีโกรธตัวสั่น พลัน แลงเข้ามาบอกพี่สาวว่าติดต่อษมาไม่ได้ไม่รู้มีปัญหาอะไร ลำแพงหน้าเสียลองไปใช้วิทยุสื่อสารที่ห้องทำงานษมาก็ติดต่อคนบนเกาะไม่ได้เช่นกัน โศภียืนครุ่นคิด

ตกเย็น ทุกอย่างบนเกาะพระฮามดูสงบเหมือนไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นมาก่อน สาระวารีอยู่ในชุดชาวเลยืนมองวิว ษมาเข้ามาต่อว่าด้วยความเป็นห่วงที่แยกมาลำพัง เธอมองหน้าเขานิ่งๆ ษมาแปลกใจมีอะไร หญิงสาวเอ่ยถามว่าศัตรูเขาเป็นใครกันแน่ทำไมถึงใช้อาวุธสงครามมายิงเป็นว่าเล่นได้ ชายหนุ่มขำเลือดนักข่าวเธอคงฉีดพล่าน

“ถ้าคุณไม่ตอบ ฉันจะไม่คุยกับคุณอีกเลย” สาระวารีโกรธจะเดินหนี

“ศัตรูผมมีอยู่เต็มไปหมด ใครๆก็อยากให้ผมตายทั้งนั้นแหละ เรื่องวันนี้ผมยังตอบไม่ได้หรอกว่าฝีมือใคร แต่ผมยืนยันได้ว่าผมไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมาย ที่ถูกไล่ฆ่าก็เพราะสัมปทานกาสิโนประเด็นเดียวเลย”

“ทำไมล่ะคะ ก็คุณได้สัมปทานไปแล้วนี่ ฆ่าคุณตายแล้วจะมีประโยชน์อะไร”

“มีสิครับ ในสัญญาระบุว่าถ้าผมเปิดกาสิโนได้ไม่ทันตามกำหนด ไม่ว่าจะสาเหตุอะไรสัมปทานของผมก็ต้องเปลี่ยนมือไป ถึงได้มีคนคอยขัดแข้งขัดขา ถึงขั้นอยากฆ่าผมให้ตายไง”

“สัญญาบ้าบออย่างนี้ คุณทำไปได้ยังไง นี่ก็ไม่ต่างจากคุณทำสัญญาเชิญคนมาฆ่าชัดๆ”

“สร้างกาสิโนที่นี่ มันเป็นความฝันของผม แล้วนี่ก็เป็นโอกาสเดียวที่ผมจะทำให้ฝันตัวเองเป็นจริงได้ ถึงจะเสี่ยงตาย มันก็คุ้มที่จะเสี่ยง”

หญิงสาวบ่นฝันอยากเป็นเจ้าของบ่อน ดีตาย... ษมารู้ว่าเธอเกลียดการพนันฝังใจ ไม่ยอมเปิดใจรับง่ายๆ จึงถามถึงความฝันของเธอบ้าง สาระวารีหน้าเศร้าลงเพราะฝันสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

“ฉันถึงขั้นเคยอธิษฐานขอกับพระจันทร์เลยนะคะ ฉันอยากให้แม่หายป่วย อยากให้พ่อเลิกเล่นการพนัน คุณว่ามันจะเป็นจริงได้ไหมล่ะ” สาระวารีหัวเราะเยาะตัวเองน้ำตารื้น

ษมาสบตาเธออย่างเห็นใจ หญิงสาวหลบตาไม่อยากให้เขาอ่านความรู้สึกตัวเองมากกว่านี้...เมื่อสาระวารีกลับมาที่เกิดเหตุ เห็นสภาพความเสียหายถึงกับเข่าอ่อน ษมาเดินตามมาเข้าประคอง เธอผละออกยอมรับว่า รู้สึกเหมือนตัวเองขี้ขลาด ษมาปลอบว่าเธอกล้าหาญมากต่างหาก คนโง่เท่านั้นที่ไม่รู้จักกลัวอะไร จะมีสักกี่คนที่ยืนอยู่ได้หลังจากถูกไล่ยิงด้วยอาวุธสงครามอย่างเธอ

“ก็คุณไงคะ”

“ผมชินแล้ว นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเจอไล่ล่าแบบนี้”

สาระวารีสงสัยทำไมไม่มีข่าว ษมาตอบว่ามีอีกมากที่เกิดขึ้นที่นี่แล้วไม่เป็นข่าว เพราะทุกคนเป็นคนของเขา

เลือดนักข่าวสาระวารีฉีดพล่าน “ลองนึกดูสิคะ ข่าวเจ้าพ่อเกาะยานกถูกระเบิดเอ็ม 79 ถล่มหน้ากาสิโน มันจะตื่นเต้นเร้าใจคนอ่านสยามสารขนาดไหน”

ษมาจ้องหน้าเธอนิ่ง “อย่าแม้แต่จะคิด อย่าลืมว่าคุณก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย การตกเป็นข่าวซะเอง ไม่สนุกเหมือนกับการทำข่าวคนอื่นหรอกนะ”

“แต่คุณก็ไม่ควรปิดบังข่าวสารต่อสาธารณชน”

“ใช่ ถ้าเป็นข่าวที่มีประโยชน์ หรือว่ามีผลกระทบกับคนหมู่มาก แต่เรื่องนี้ผมเห็นว่าเกี่ยวพันกับคนแค่ไม่กี่คน ผมไม่เห็นมีความจำเป็นต้องเปิดเผย”

“แล้วคุณคิดบ้างไหม บางทีอาจจะไม่ใช่ฝีมือพวกอยากได้สัมปทานก็ได้ แต่เป็นคนที่มีเรื่องโกรธแค้นส่วนตัวกับคุณแล้วฉวยโอกาส อย่างเช่นนายดิตถ์เป็นต้น”

ษมาตาดุกร้าว เตือนอย่าเอ่ยชื่อใครถ้าไม่รู้แน่ ย้ำห้ามเขียนข่าวนี้เด็ดขาด หญิงสาวเบ้ปาก

ooooooo

โศภีเห็นเรือกลับมา จึงถามลำแพงไม่คิดจะตามไปดูษมาที่เกาะพระฮามหรือ ลำแพงตอบหน้านิ่งว่า ฝนตกพายุจะมา แลงเข้ามารายงานว่า ชาวประมงลือกันว่า เกาะพระฮามถูกยิงถล่ม ลำแพงตกใจในขณะที่โศภีหน้านิ่งครุ่นคิด

ลูกน้องมารายงานดิตถ์ว่าครั้งนี้ษมาไม่น่ารอด ดิตถ์ดีใจแต่ให้ลูกน้องคอยเช็กข่าว พรุ่งนี้ตนจะไปทาบทามหุ้นส่วนร่วมทำสัมปทานแทนษมา ก่อนที่คนอื่นจะตัดหน้าไปก่อน

คืนนั้น ษมานั่งตรวจเอกสารมากมาย กูซอคุมคนงานซ่อมเครื่องมือสื่อสาร ษมาเปรยกับจันเลาว่า ติดเกาะแบบนี้ก็ดี ทำให้ตนมีเวลาตรวจเอกสาร จันเลาบุ้ยใบ้ให้ษมาดูสาระวารี เธอคงจะหิว กัดกินบะหมี่สำเร็จรูปแห้งๆ ไปสองก้อนแล้ว ษมาเอาน้ำมาให้ดื่ม เธอส่ายหน้า ขืนกิน น้ำมีหวังบะหมี่อืดในท้องแน่ เธอรื้อของในเป้ด้วยความดีใจที่มันไม่เสียหาย พลัน ไฟดับพรึบ ตกใจร้องลั่นได้ยินเสียงษมาหัวเราะจึงโวยขำอะไร

ษมาจุดเทียนถือมาปักตรงโต๊ะ ถามสาระวารีกลัวความมืดหรือ เธอตอบว่าเปล่า เขาจึงให้เธอมานั่งคุยกับเขา เพื่อยืนยันว่าไม่กลัวเขาด้วย

“ทำไมฉันต้องกลัวคุณด้วย ก็แค่นั่งคุย...ไงคะ ฉันมาแล้ว อยากคุยอะไร หรือเปลี่ยนใจจะให้สัมภาษณ์ขึ้นมาตอนนี้”

“ไม่เอา เบื่อคุยเรื่องผมแล้ว คุยเรื่องคุณบ้างดีกว่า ทำไมถึงชอบเป็นนักข่าว”

ตอนที่ 4

ทั้งสาระวารีและษมาคุยกับหมอถึงอาการของพิพัช แม้โชคดีกระสุนไม่ถูกจุดสำคัญแต่เสียเลือดมากทำให้ยังต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ ชิด ษมาให้สาระวารีกลับกรุงเทพฯโดยเร็วเกรงจะโดนลูกหลง แต่เธอไม่ยอมกลับจนกว่าจะรู้ว่าพิพัชพ้นขีดอันตราย

จันเลาได้ภาพ มือปืนจากกล้องวงจรปิด คืออำนวยเป็นลูกน้องดิตถ์ ษมาโกรธมากจะไปจัดการ สาระวารีวิ่งตามด้วยความเป็นห่วง ษมาหันกลับมาขอร้องให้เธอรออยู่ที่โรงพยาบาล แล้วรีบเดินไป กูซอกับจันเลาอธิบายให้เธอฟังว่า เรื่องนี้ไม่ควรเป็นข่าว และถ้าเธอไปก็จะเป็นตัวถ่วง สาระวารีจ๋อย กูซอชวนเธอกลับไปเฝ้าไข้พิพัช จันเลารีบวิ่งตามษมาไปทันที

ดิตถ์กำลังหงุดหงิดที่ษมารอดตายไปได้อีก ไม่ทันไร สมุนถูกถีบล้มลุกคลุกคลานเข้ามาในบ่อน ลูกค้าที่เล่นอยู่แตกตื่นวิ่งหนีออกไป ษมาก้าวเข้ามาพร้อมจันเลาและลูกน้อง ดิตถ์กลัวลานวิ่งหนี ออกด้านหลัง ลูกน้องทั้งสองฝ่ายชกต่อยตะลุมบอนกัน ษมาวิ่งตามดิตถ์ไปทันก่อนขึ้นรถ ดิตถ์ยกมือยอมแพ้ ถามจะเอาอย่างไร

“ฉันควรจะถามแกมากกว่า ที่ฉันถูกลอบฆ่าสองครั้งซ้อนนี่ ฝีมือแกใช่ไหม”

“แกอย่าทำอะไรฉันนะ ยังไงฉันก็เป็นพี่ชายเดชเพื่อนรักของแกนะโว้ย”

ษมาตะคอกให้ตอบคำถาม ดิตถ์ปากคอสั่นปฏิเสธไม่ได้ส่งใครไปฆ่าเขาทั้งนั้น

“โกหก...คนที่แกใช้ไปยิงฉันมันชื่ออำนวย มันเป็นลูกน้องของแก”

“ไอ้นวยเหรอ ไอ้เวร ทำกูซวยแล้วไหมล่ะ ไอ้นวยมันออกจากฉันไปได้พักใหญ่แล้ว แต่ฉันไม่รู้จริงๆว่ามันไปทำงานให้กับใคร”

ษมาฟังอย่างไตร่ตรอง รู้ว่าคนอย่างดิตถ์ปอดแหก จึงแกล้งขยับปืนขู่ ดิตถ์ละล่ำละลัก

“ไอ้ นวยมันฝีมือดี มีคนอยากดึงมันไปทำงานด้วยเยอะ มันเลยมาขอขึ้นเงินค่าจ้าง แกก็รู้ว่า แค่หมุนเงินเดือนต่อเดือนฉันก็เต็มกลืนแล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาขึ้นให้มันอีก ฉันก็เลยปล่อยให้มันออกไปอยู่ที่อื่น” ดิตถ์ยกมือสาบานไม่รู้เรื่องลอบฆ่าทั้งที่พระฮามและที่ตราดวันนี้

ษมา ขู่ว่าถ้าโกหกตนจะกลับมาอีก สั่งดิตถ์ยกมือเหนือหัวคว่ำหน้าลงกับรถ แล้วกลับไปไม่ทันไร สมุนดิตถ์วิ่งมารายงานว่า ตำรวจทลายบ่อน ดิตถ์ตกใจและเจ็บใจมาก รู้ว่าเป็นฝีมือษมา

ooooooo

วันรุ่ง ขึ้น ลำแพงมาควบคุมคนงานขนเสบียงจากตราดไปเกาะยานก เจอสมบูรณ์จึงรู้เรื่องษมาโดนลอบยิง ยังไม่กลับเกาะอีกหลายวัน จนกว่าจะส่ง สาระวารีกลับกรุงเทพฯไปก่อน ลำแพงแอบแค้นใจ สมบูรณ์เล่าว่าสาระวารีจะอยู่รอจนกว่าพิพัชพ้นขีดอันตราย

“แต่ผมไม่เชื่อหรอก อยู่ทำข่าวมากกว่า คุณษมาถูกลอบยิงกลางเมืองขนาดนี้ ข่าวดังไปทั่ว มีเหรอที่หนูวารีจะยอมปล่อยข่าวนี้ผ่านไปง่ายๆ”

ลำแพง ยิ่งเจ็บใจตามไปที่โรงพยาบาล...ระหว่างนั้น สาระวารีพักที่บ้านจิณห์วรา รีบทำข่าวส่งไปให้ บก. ไชยวัฒน์ จิณห์วราสงสัยเอาภาพประกอบมาจากไหน สาระวารียิ้มกริ่ม

“เมื่อวานตอนเกิดเรื่อง คุณษมาให้ฉันซ่อนตัวในรถ ฉันแอบใช้มือถือถ่ายรูปบริเวณที่เกิดเหตุส่งให้ บก.ไปแล้ว”

“เธอนี่มันนักฉวยโอกาสจริงๆ...ในที่สุดคุณษมาก็ตกเป็นภาพข่าวครั้งแรกในหน้าสยามสารจนได้ เพราะฝีมือนักข่าวจอมเจ้าเล่ห์อย่างเธอ”

สาระ วารีส่ายหน้า ตนไม่ได้ถ่ายรูปษมาเพราะ สัญญาเอาไว้แล้ว จิณห์วราทำหน้ากระเซ้า เป็นห่วงแหล่งข่าว มากกว่า สาระวารีเขิน ตัดบทให้เพื่อนรีบไปส่งตนที่โรง พยาบาล

สายวันนั้น โศภีนัดษมาพบที่ร้านกาแฟภายในโรงพยาบาลเพื่อบอกว่าตนช่วยให้คนสืบหามือปืน ษมาดักคอแลกกับอะไร โศภีแกล้งยั่วส่งตาประพิมพ์ประพราย ษมารำคาญจะลุกไป โศภีรีบดึงแขนเขาไว้ออดอ้อน

“เดี๋ยวสิคะษมา ใจร้อนจังเลย โศไม่ต้องการอะไรจากคุณหรอกค่ะ แค่อยากจะช่วยคุณบ้างก็เท่านั้นเอง เผื่อคุณจะมองโศในแง่ดีขึ้นบ้าง”

ษมา ถอนใจนั่งลงฟังว่า เธอจะช่วยอย่างไร โศภีได้ข่าวมาว่า อำนวยว่าจ้างเรือพาหนีข้ามชายแดนตอนบ่ายนี้ พลันสาระวารีเดินเข้ามาเห็นสองคนคุยกันอยู่ก็ชะงัก โศภีเหลือบเห็นยิ้มเย้ย ษมาหันมองตามสายตาโศภี สาระวารีตกใจรีบเดินหนีไปขึ้นลิฟต์ ษมาเป็นกังวลลุกพรวดวิ่งตามเธอไป โศภีมองตามด้วยสายตาเคียดแค้น

ษมา ตามมาดึงแขนสาระวารีก่อนที่จะเข้าไปเยี่ยมพิพัช ถามอย่างร้อนใจ ทำไมยังไม่กลับกรุงเทพฯอีกในเมื่อหมอบอกว่าพิพัชพ้นขีดอันตรายแล้ว หญิงสาวเสียงอ่อยอยากอยู่ทำข่าว

“ผมไม่อนุญาตให้คุณทำข่าวนี้” ษมาเสียงเข้ม สาระวารีเถียงฉอดๆ

“ทำไมล่ะ ทีนักข่าวอื่นเขาทำได้ ทำไมฉันจะทำไม่ได้ เรื่องอะไรมาห้ามฉันอยู่คนเดียว”

“เพราะ ผมเป็นห่วงคุณน่ะสิ” ษมาจ้องด้วยสายตาห่วงใย “อย่าดื้อได้ไหม ตอนนี้กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน ไม่รู้ใครเป็นใคร ผมห่วงความปลอดภัยของคุณ ถึงได้อยากให้คุณกลับไปก่อน”

“แต่นี่มันเป็นงานของฉัน ถ้าฉันทิ้งข่าวไปเพราะรักตัวกลัวตาย ก็อย่ามาเป็นนักข่าวดีกว่า”

“คุณก็รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังมีอิทธิพลมากกว่าที่คุณคิด”

“ถ้า อย่างนั้นฉันยิ่งไม่มีวันไปไหนเด็ดขาด หน้าที่ของฉันคือการตีแผ่ความจริงให้สังคมรับรู้ ไม่ว่าศัตรูคุณจะเป็นใคร ต่อให้ฉันต้องโดนหางเลขไปด้วย ฉันก็จะทำข่าวนี้ต่อ ชัดไหมคะ”

“ทำไมคุณถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ ถ้าคุณอยากได้ข่าวมากนักก็รอให้ทุกอย่างมันเคลียร์ก่อนไม่ได้รึไง ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย” ษมาชักโมโห

“มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ไหมคะ งั้นฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะ ฉันมีนัดสัมภาษณ์คุณหมอเจ้าของไข้คุณพิพัช” สาระวารีทำหน้ากวนแล้วเดินจากไปอย่างไม่แยแส

ษมามองตามอยากจับมาตีก้นให้เข็ด สาระวารีรู้ว่าโดนเม้าท์หันมาถลึงตาใส่ ลำแพงเดินมาเห็นอาการของทั้งสองคน เก็บความไม่พอใจไว้ เข้ามาถามษมาถึงอาการของพิพัช แต่ษมากลับสั่งให้เธอดูแลสาระวารี พาไปพักที่บ้านรับรองของตน เพราะต้องการกักบริเวณไม่อยากให้เดินเพ่นพ่านที่ไหน เป็นห่วงความปลอดภัย ลำแพงขบกรามแน่นข่มความอิจฉา

ooooooo

ษมากับจันเลานำกำลังตำรวจไปดักจับอำนวยที่ท่าเรือ แต่ยังมีมือดีลอบยิงหัวอำนวยดับคาที่ระหว่างการจับกุม...ษมาเครียดมาก  สมบูรณ์ไปสืบได้ความว่า น้องชายของอำนวยเล่าว่าหลังจากอำนวยออกจากดิตถ์แล้วไปทำงานกับจิตติ ทุกคนช็อกมองหน้ากันงงๆ

เย็นวันนั้น ที่บ้านพักรับรองของษมา ลำแพงวางกระติกน้ำร้อนสองใบบนโต๊ะ เป็นกระติกลายหนึ่งใบและกระติกสีพื้นหนึ่งใบ เธอเทน้ำสมุนไพรจากกระติกลายใส่ถ้วยนั่งจิบ สาระวารีเดินคุยโทรศัพท์กับเพื่อนนักข่าว เรื่องอำนวยถูกฆ่าตัดตอน ท่าทางหงุดหงิดผ่านมา ลำแพง เปรยว่า นักข่าวพื้นที่ของสยามสารก็มีแล้วเธอจะอยู่ต่อไปทำไม สาระวารีสวน

“ไหนๆฉันก็อยู่ที่นี่แล้ว ทำเองไม่ดีกว่าเหรอคะ เจ้านายคุณทำกับฉันยังงี้ มันลิดรอนเสรีภาพสื่อมวลชน ชัดๆ” เห็นลำแพงจิบน้ำสมุนไพรกลิ่นหอม จึงถามว่าน้ำอะไร

“น้ำสมุนไพรค่ะ ดิฉันทำเอง คุณจะลองซะหน่อย ไหมคะ มันมีสรรพคุณลดความเครียด”

“ก็ดีค่ะ ถ้าเจอเจ้านายคุณ ฉันจะได้ไม่เครียดจนเผลอไปบีบคอเขาตาย”

ลำแพงยิ้มมุมปาก เทน้ำจากกระติกสีพื้นคนละใบกับที่ตัวเองดื่มส่งให้ สาระวารีรับมาสูดความหอม ถามส่วนผสมจากอะไร ลำแพงจาระไนและเร่งให้ดื่ม ไม่ทันที่จะดื่ม จันเลาเข้ามาขัดจังหวะ บอกว่าษมาเรียกสาระวารีไปพบ หญิงสาววางถ้วยเข่นเขี้ยว

“ถ้าไม่ยอมปล่อยฉันออกไปอีก ฉันจะโทร.แจ้งความจริงๆด้วย”

ลำแพงขัดใจคว้าถ้วยสมุนไพรของสาระวารีมาเททิ้ง สีหน้าแววตาชิงชังจนมีอาการปากกระตุกอยู่ในที

ร้านอาหารในรีสอร์ตของษมา สาระวารีกำลังวีนใส่ษมาที่บังคับให้ตนกลับกรุงเทพฯเธอว่าที่นี่ไม่ใช่บนเกาะยานกของเขา เขาไม่มีสิทธิ์มาบังคับตน โศภีซึ่งนั่งอยู่ด้วยปราม อายคนอื่นบ้าง สาระวารีหันมาโวยโศภีให้เตือนษมาอย่ามาขัดขวางการทำงานของตน

“มีเหตุผลหน่อยได้ไหมวารี ผมทำเพื่อคุณนะ”

“ฉันเอาตัวรอดได้ อันตรายยิ่งกว่านี้ฉันก็เคยผ่านมาแล้ว คุณไม่ต้องห่วงฉันหรอก”

“อวดเก่งขนาดนี้ บอกความจริงเขาไปเถอะค่ะษมา ไม่ต้องรอให้ชัวร์ก่อนหรอก เผื่ออยากจะใช้ความสามารถที่มีอยู่น้อยนิด สืบหาความจริงเอาเอง” โศภีแดกดัน

สาระวารีชักงงมันเรื่องอะไร ษมาเอ่ยขึ้นว่ายังไม่อยากด่วนสรุป โศภีโวย ถ้าเขาไม่บอกตนจะบอกเอง “รู้ไหมว่าหลังจากที่อำนวยออกจากนายดิตถ์ มันไปทำงานให้กับใคร คนคนนี้ถึงจะไม่มีอิทธิพล แต่มีเงินหนาพอที่จะทำกาสิโนต่อจากษมาได้แน่นอน เขาอยู่เบื้องหลังการลอบยิงเมื่อวาน...คุณจิตติ พ่อเพื่อนเธอยังไงล่ะ”

สาระวารีตกใจสุดขีด ลุกพรวดจะไปถามจิณห์วราทันที ษมาถอนใจ โศภีเป่าหูว่าดีไม่ดี สาระวารีก็เป็นสายถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวของเขา ษมาครุ่นคิดลำดับเหตุการณ์

ooooooo

เมื่อฟังความจากจิณห์วราว่า พ่อเครียดมาก เพราะรับอำนวยเข้าทำงานไม่ถึงเดือน จากที่น้องชายซึ่งทำงานอยู่ก่อนยืนยันหนักแน่นว่าพี่ชายตัวเองเลิกทำงานไม่ดีมานานแล้ว พ่อเชื่อใจจึงรับไว้ สาระวารีครุ่นคิด ขอเจอน้องชายของอำนวย จิณห์วราจึงขับรถพาไปพบ

น้องชายอำนวยมอบของพี่ชายที่เหลืออยู่ นอกนั้นตำรวจยึดไปหมดแล้วให้แก่สาระวารี ยืนยันว่าตนไม่รู้เรื่องจริงๆ ไม่คิดว่าพี่ชายจะกลับไปทำงานไม่ดีอีก จิณห์วรา บอกว่าพ่อของตนเชื่อ ไม่ต้องกังวล สาระวารีค้นของในถุง พบรูปถ่ายหมู่ใบหนึ่ง ในนั้นมีจันเลายืนร่วมอยู่ด้วย เธอตกใจ รีบบอกจิณห์วราให้พาตนกลับไปหาษมาด่วน

ดึกมากแล้ว ษมาเดินหน้าเครียดๆ ออกมาส่งโศภีที่ล็อบบี้ของรีสอร์ต เธอออดอ้อนขออยู่ค้างคืนกับเขา พลัน สาระวารีวิ่งหน้าตื่นเข้ามา ผงะเล็กน้อย ษมาปลดมือ โศภีออกแต่เธอยังยื้อไว้

“ฉันมีอะไรให้คุณดู” สาระวารียื่นรูปถ่ายให้ “นี่รูป อำนวย มือปืนที่ยิงคุณ คนยืนติดกันคุณคงจำได้นะว่าใคร”

โศภีโวยวายว่า จันเลารู้จักกับอำนวย สาระวารียืนยันว่าไม่ได้ปรักปรำใคร แค่มาเตือนให้ระวัง ทำไมจันเลารู้จักกับอำนวยแล้วไม่เคยบอก

“คุณคิดมากเกินไปรึเปล่า ในภาพมีตั้งหลายคน จันเลาไม่จำเป็นต้องรู้จักกับคนที่อยู่ในภาพทั้งหมดก็ได้นี่”

“คุณจิตติก็แค่รับอำนวยเข้าทำงาน ไม่จำเป็นต้องบงการฆ่าคุณก็ได้เหมือนกัน” เห็นษมาอมยิ้ม สาระวารีเสียงอ่อนลง “ฉันบอกแล้วไงคะ ว่ายังไม่ไดปรักปรำใคร ที่รีบเอารูปมาให้คุณดูก็เพราะไม่อยากให้คุณพุ่งประเด็นไปทางเดียว อย่างที่ฉันเคยพูดกับคุณ คนที่อันตรายที่สุด อาจจะเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด”

โศภีหน้าเครียด “ก็จริงนะคะษมา ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร เงินง้างได้ทุกอย่างแหละค่ะ แม้แต่พวกนักข่าว ยังเขียนเรื่องเท็จให้เป็นจริงได้เลย”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 08:27 น.