ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มนต์จันทรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากที่ษมาออกไปสั่งงานพิพัชก่อนที่จะขนของไปพระฮาม เขากลับเข้ามาเฝ้าไข้สาระวารี อรุณฉายรายงานว่า แม่บ้านเอากาแฟมาให้แล้ว ษมายิ้มรับเดินมาที่โต๊ะซึ่งมีกาแฟร้อนๆ และขนมปังปิ้งวางอยู่ เขาหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาเอาไปจ่อจมูกสาระวารีเป็นการเย้าแหย่

“กาแฟหอมนะวารี ไม่ลุกขึ้นมาดื่มกับผมหน่อยเหรอ ขี้เซาจริงๆ เลย” ษมาวางถ้วยกาแฟลง ขยับผ้าห่มให้แล้วลูบหน้าลูบแขนเธออย่างอาทร พลันรู้สึกว่าตัวเธอเย็นเฉียบก็ตกใจรีบบอกอรุณฉาย อรุณฉายเข้าจับชีพจรรู้ถึงความผิดปกติอย่างแรง รีบโทร.รายงานหมออเนก

ไม่นานหมออเนกก็มาดูอาการ แล้วบอกษมาว่าปลอดภัยแล้ว ถ้าช้ากว่านี้ก็แย่เหมือนกัน สาระวารีได้รับยาแก้ปวดเกินขนาด ตนตรวจดูแล้ว ยาในขวดพร่องไปจริง ต้องมีใครสักคนใส่ยาในสายน้ำเกลือเกินขนาด อรุณฉายร้องไห้ปฏิเสธ ไม่ได้เป็นคนทำ เพราะตนรู้แก่ใจถึงอันตรายของยานี้ หมออเนกเองก็เชื่อว่าไม่ใช่คนของตนแน่ เพราะอรุณฉายเป็นพยาบาลที่ทำงานด้วยกันมานาน แต่ถ้าษมาไม่พอใจ ตนจะเปลี่ยนพยาบาลคนใหม่มาให้ ษมายังเคือง

“ผมไม่ไว้ใจแน่ครับคุณหมอ เพราะตั้งแต่ผมย้ายวารีมาที่นี่ ก็มีแค่ผมกับพยาบาลคนนี้เท่านั้น ที่ได้อยู่กับวารีสองต่อสอง แล้วคนอื่นจะมีโอกาสฉีดยาให้วารีได้ยังไง”

“ไม่ได้มีแค่ดิฉันกับคุณษมานะคะที่อยู่เฝ้าไข้

คุณวารี อย่างเมื่อเช้าก็มีคุณแม่บ้านกับเด็กรับใช้อีกคนนึง คุณษมาลืมนึกไปหรือเปล่าคะ” อรุณฉายสะอื้น

ษมาฉุกคิดลืมนึกไปเพราะคิดเพียงว่า คนในบ้านเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่พอซักไซ้คนรับใช้ก็รู้ว่า เธอถูกลำแพงใช้ออกไปหยิบไม้ถูพื้น ลำแพงปฏิเสธหน้านิ่งว่า ตนไม่รู้เรื่องและไม่กล้าฉีดยาอะไรทั้งนั้น แถมปรักปรำอรุณฉายว่าน่าสงสัยที่สุด ษมาหน้านิ่วสะกิดใจถึงคำเตือนของพิพัชและจันเลา

แลงกระวนกระวาย กลัวลนลาน ชวนลำแพงหนีแต่ลำแพงตวาดว่าเกาะนี้เป็นของพวกเรา เราเกิดที่นี่ก็ต้องตายที่นี่ เลิกขี้ขลาดเสียที ษมาเพียงแค่ลองใจไม่ได้ปักใจเชื่อ เพราะถึงอย่างไรเราก็เป็นคนที่จงรักภักดีกับเขามากที่สุด

“โธ่...พี่ลำแพง ขนาดนี้แล้วยัง...” แลงอ่อนใจ

“แกไม่ต้องกลัวไปหรอกน่ะ ถึงนังนักข่าวนั่นจะดวงแข็งแค่ไหน แต่คราวนี้มันไม่รอดแน่ เพราะมันต้องตายแบบเดียวกับที่คุณภูตาย”

ooooooo

พอมัทนาได้รับอนุมัติจาก บ.ก. ให้ไปดูแลสาระวารี เธอก็รีบโทรไปที่บริษัทตวัน ฝากบอกเขตต์ตวันไม่ต้องมารับวันนี้ แล้วกลับไปเก็บเสื้อผ้าที่บ้าน เขียนโน้ตแปะบอกแม่ไว้ว่าตนไปตราด แต่พอออกมาจะเรียกรถ เขตต์ตวันก็ขับรถปราดเข้ามาจอด แล้วอาสาพาไป

“คุณจะไปได้ยังไง คุณต้องทำงาน งานแฟชั่นใกล้จะโชว์แล้วนะคะ”

“ช่างหัวมันเถอะ ยังไงมันก็ต้องเลื่อนอยู่แล้ว เสียเวลาแค่สามสี่วันไม่เสียหายอะไรหรอกเรื่องคุณสำคัญกว่า”

มัทนามองด้วยความซึ้งใจ เขตต์ตวันเปิดประตูรถให้เธอขึ้น แล้วขับออกไป...

ด้านษมา กำลังฟังลำแพงเสนอให้ใช้น้ำผึ้งรักษาแผลไฟลวกของสาระวารี ษมาเองเคยอ่านเจอเหมือนกัน ลำแพงจึงบอกว่าตนจะรีบไปตีผึ้งแล้วเอาน้ำผึ้งสดๆ มาให้ ษมาไม่ค่อยไว้ใจสั่งกูซอไปช่วย เขาสบตากูซอเป็นการส่งซิก กูซอเข้าใจรับคำทันที แล้วตามประกบลำแพง

กูซอช่วยลำแพงทำทุกขั้นตอน ถูกผึ้งต่อยจนตัวระบมแดงเป็นตุ่มๆ เต็มตัว ความหอมของน้ำผึ้งทำให้กูซอขอไปจิ้มขนมปังซักถ้วย ลำแพงคว้าขวดมากอดไม่ยอมให้ อ้างว่าของของตนเกรดคัดพิเศษ หายาก กูซอมองตามงงๆ

จากนั้น กูซอก็มารายงานษมา ษมาเห็นสภาพก็สงสารที่กูซอต้องมาเจ็บตัวเพราะตน

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ผึ้งนี่แปลกนะครับ ต่อยแต่ผม ไม่ต่อยคุณแม่บ้านมั่งเลย”

“ลำแพงคงมีวิธีป้องกัน...แล้วตกลงแกคุมอยู่ตลอดเวลารึเปล่า”

“ตลอดครับ ผมช่วยตั้งแต่ตียันคั้นลงขวด แล้วก็ตามเอาไปให้ที่ห้องคุณวารีเลยครับ พอผมเห็นมีคุณพยาบาล อยู่ในห้องด้วย ก็เลยกลับมารายงานคุณษมาครับ”

“ฉันเห็นแล้ว” ษมาพยักหน้า

“คุณษมาเห็นได้ยังไงครับ”

“ฉันให้คนแอบติดกล้องในห้องไว้แล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าใครทำอะไรในห้อง ฉันเห็นหมด” ษมามองจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน

กูซอสงสัยว่าน้ำผึ้งทำไมรักษาแผลได้ ษมาบอกว่าตนเคยอ่านเจอว่า น้ำผึ้งมีสารฆ่าเชื้อโรค ลองดูไม่เสียหลาย แต่ที่น่าห่วงคือ ระวังเหลืองลายจะมาเลียแผล กูซอนึกได้เหลืองลายชอบกินของหวาน ไม่ทันไร ษมาก็เห็นเหลืองลายเดินเข้าไปในห้องสาระวารี ลำแพงกำลังจิกตาใส่โวยอรุณฉาย หงุดหงิดที่เธอไม่ยอมเอาน้ำผึ้งทาแผลให้สาระวารี เพราะไม่ใช่คำสั่งหมอ

“แต่คุณษมาเป็นคนอนุญาตเอง ต่อให้คุณหมออยู่ที่นี่ ก็ต้องทำตามที่คุณษมาสั่งอยู่ดี”

อรุณฉายชักสีหน้าไม่พอใจ ลำแพงจะดึงขวดน้ำผึ้งมาทาเอง อรุณฉายยื้อไว้เพราะเป็นหน้าที่ของตน พลันลำแพงเห็นเหลืองลายเข้ามา เธอรีบไล่มันออกไป ษมามองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกล้องแต่ไม่ได้ยินคำสนทนา

แลงยังหวาดหวั่นกลัวสาระวารีฟื้นขึ้นมา ดักรอถามลำแพงทำไมแค่ทาแผลแล้วเมื่อไหร่จะตาย ลำแพงบอกว่าตนรู้นิสัยษมาดี ป่านนี้คงติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้องไม่มีทางเข้าถึงตัวสาระวารีได้ นอกจากวิธีนี้ แม้จะช้าแต่ก็ตายแน่ ลำแพงเห็นน้องชายกลัวมาก จึงให้ติดเรือเสบียงขึ้นฝั่งไปเที่ยวเล่น ทางนี้ตนจัดการเอง แลงดีใจอย่างลิงโลด

ooooooo

คืนนั้น สาระวารีไข้ขึ้นสูง นอนกระสับกระส่ายเหงื่อโทรมกาย เพ้อร้องให้คนช่วยอย่างหวาดกลัว อรุณฉายจับตัวปรากฏว่าร้อนจี๋ก็ตกใจ รีบโทร.ตามษมา เขารีบมาที่ห้องสาระวารี

อรุณฉายเช็ดตัวและให้ยาลดไข้จนอาการสาระวารีดีขึ้น ษมานั่งกุมมือสาระวารีอยู่ไม่ห่าง

“ผมไม่เข้าใจว่าวารีเป็นอะไรกันแน่ คุณพอรู้รึเปล่า”

“ฉันก็ไม่แน่ใจค่ะ เมื่อตอนเย็นยังดีๆ อยู่เลย ดิฉันวัดไข้ก็ปกติ แล้วจู่ๆ ก็ไข้ขึ้นสูงแถมยังเพ้ออีก ก็คงต้องรออาจารย์หมอมาตรวจดูพรุ่งนี้น่ะค่ะ เราถึงจะรู้ว่าคุณวารีเป็นอะไรกันแน่”

ขณะที่กำลังหนักใจ สมบูรณ์โทร.เข้ามารายงานษมาว่า มัทนามาถึงตราดแล้ว มากับเขตต์ตวัน ตอนนี้พัก ที่โรงแรม ไม่ได้มาพักที่รีสอร์ตของเขา ษมารีบขอให้สมบูรณ์พามาที่เกาะพรุ่งนี้

ระหว่างนั้น มัทนากำลังเครียดที่ต้องพักห้องเดียวกับเขตต์ตวัน เพราะทั้งโรงแรมเหลือห้องว่างเพียงห้องเดียว เขตต์ตวันรู้ว่าเธอกังวลจึงเสนอว่า ตนจะไปนอนในรถ

“จะดีเหรอคะ” มัทนาเกรงใจ

“ก็ดีกว่าเสียเวลาไปตระเวนหาโรงแรมอื่นครับ เหนื่อยแล้ว” เขตต์ตวันทำท่าอ่อนเพลีย

มัทนาลังเลใจก่อนจะบอกเขาว่า ให้เขานอนที่โซฟาในห้องก็ได้ เขตต์ตวันแอบยิ้ม ถามลองใจจะดีหรือ สีหน้ามัทนาดูลำบากใจ

“มันก็ไม่ดีหรอกค่ะ แต่มัทไว้ใจคุณปอน ถ้าคุณปอนคิดจะทำมิดีมิร้ายกับมัท มัทก็คงไม่รอดมาจากภูเก็ตหรอกค่ะ”

“ผมดีใจนะที่ได้ยินแบบนี้” เขตต์ตวันยิ้มกรุ้มกริ่ม

เมื่อถึงห้องพัก  มัทนายืนลังเลไม่กล้าเข้าห้อง ชายหนุ่ม เข้าใจรีบออกตัวว่านอนให้สบาย ตนจะไปนอนในรถ

แป๊บเดียวก็เช้า หญิงสาวดีใจรีบรับข้อเสนอ แต่เขตต์ตวันไม่ออกไปกลับเดินตามเข้ามาในห้อง มัทนาหน้าเสียตกใจ เขาแกล้งยื่นหน้ามาใกล้แล้วบอกให้เธอรีบไปอาบน้ำ  ตนจะได้อาบต่อ มัทนาหน้าตื่นสะพายกระเป๋าวิ่งจู๊ดเข้าห้องน้ำ

พักใหญ่ มัทนาหอบกระเป๋าออกจากห้องน้ำ เห็นเขตต์ตวันนอนหลับอยู่บนโซฟา เธอเข้ามาเรียกแต่เขาไม่ตื่น จึงคิดว่าเขาคงเหนื่อยกับการขับรถมาก มัทนาเดินมานอนที่เตียง วุ่นวายกับการหาทางป้องกันตัว เธอเอากระเป๋าวางบนตัวก่อนจะห่มผ้า ท่าทางทุลักทุเลจน เขตต์ตวันซึ่งแกล้งทำเป็นหลับ แอบมองขำๆ

ooooooo

แลงพอได้ออกมาจากเกาะ ก็ตรงเข้าบ่อนการพนันของดิตถ์ทันที ดิตถ์ต้อนรับให้เงินต่อทุนและซักถามเรื่องของษมา ทำให้ดิตถ์รู้ว่า สาระวารีกำลังถูกลำแพงวางยา ดิตถ์พาแลงมาพบโศภีเพื่อเล่าเรื่องอย่างละเอียดอีกที พอโศภีรู้ว่าแลงกลัวมาก จึงเสนอให้ฆ่าษมาเสียอีกคน

“ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากนะครับคุณโศ แต่ไอ้ษมามันร้ายแค่ไหนคุณก็รู้ ยิ่งบนเกาะมีแต่พวกมันทั้งนั้น จะไปทำอะไรได้ล่ะครับ”

“ก็วางยาอย่างที่พี่แกทำไง กำจัดทั้งไอ้ษมาทั้งนักข่าวพร้อมกันไปเลย”

“พี่ลำแพงไม่มีวันฆ่าไอ้ษมาหรอกครับ หลงรักมันซะขนาดนั้น เว้นแต่ไอ้ษมามันจะเอานังนักข่าวนั่นเป็นเมีย... แต่ถ้านังนั่นตาย พี่ลำแพงก็หมดคู่แข่ง แล้วจะฆ่าไอ้ษมาไปทำไมล่ะครับ”

โศภีหัวเราะกับความโง่ของแลง “พี่แกมันฝัน กลางวันแท้ๆ ถึงไม่มีนังวารี ไอ้ษมามันก็ไม่เอาพี่แกหรอก แต่คิดๆดู ถ้าฆ่าไอ้ษมามันยากนัก ฆ่านังนักข่าวนั้นมันก็ไม่เลวเหมือนกันนะ”

“ไม่ลงไม่เลวอะไร นังนักข่าวนั่นตายไปก็เท่านั้นไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลย” ดิตถ์งง

“ก็ไม่แน่ ดูเหมือนษมาจะรักนังคนนี้มากเหลือเกิน ทุ่มกายถวายหัวปกป้องมันซะขนาดนั้น แล้วถ้าอยู่ๆนังวารี ตายคาเกาะยานกขึ้นมาล่ะ นายว่าษมายังมีแก่ใจอยากทำกาสิโนอยู่อีกไหม อาจจะหมดกำลังใจไปเลยก็ได้นะ”

ดิตถ์คิดตามก่อนจะยิ้มอย่างเข้าใจ ไม่ลองไม่รู้ สั่งแลงจัดการได้เลย แลงเริ่มมีความหวัง...

ในคืนนั้น สาระวารีกระสับกระส่ายเหมือนฝันร้ายอีก ความรู้สึกของเธอหวนกลับไปวันเกิดเหตุ ที่โดนลำแพงกับแลงทำร้ายจนบาดเจ็บ แล้วฟื้นขึ้นมาเห็นน้ำมันกำลังไหลมาที่ผ้าติดไฟ เธอตกใจรวบรวมกำลังตะเกียกตะกายหนีไปทางทะเล แล้วเสียงระเบิดก็ดังสนั่นขึ้น

อรุณฉายกำลังเช็ดตัวให้สาระวารี ร่างเธอสงบลงเหมือนฝันร้ายได้ผ่านไป...รุ่งขึ้น ษมาโทร.ขอให้หมออเนกมาดูอาการคนไข้ แต่เผอิญเกิดเหตุโรงงานพลุระเบิด คนเจ็บเป็นร้อยจึงไม่มีีหมอว่างพอจะมาแทน พิพัชเสนอให้เปลี่ยนโรงพยาบาล แต่ษมาไม่เห็นด้วย พลันจันเลาเข้ามารายงานว่า สมบูรณ์พามัทนากับเขตต์ตวันมาถึงแล้ว ษมาดีใจจะได้มีคนไว้ใจได้ดูแลสาระวารี

มัทนาเห็นสภาพของสาระวารีถึงกับน้ำตาซึม ษมา คุยให้เขตต์ตวันฟังว่า ตนเป็นห่วงพวกฉวยโอกาสทำร้ายสาระวารีตอนนี้มาก มัทนาแปลกใจ ขนาดอยู่บนเกาะส่วนตัวยังมีคนมาทำร้ายได้อีก

“ที่จริงผมก็ไม่อยากระแวงแบบนี้หรอกนะครับ เพราะคนของผมอยู่กันมานานไว้ใจได้แต่ระยะหลังมันมีอะไรแปลกๆ เยอะ ผมเลยต้องกันไว้ก่อน”

“เพราะเหตุนี้นี่เอง คุณถึงอยากให้มัทนาช่วยดูแลคุณวารี” เขตต์ตวันเพิ่งเข้าใจ

ษมายอมรับว่าตนไว้ใจมัทนามากกว่า มัทนา บอกว่า ยังมีสาระสะมาอีกคนแต่ยังติดต่อไม่ได้ คงจะไปบิน ขณะนั้นเอง เหลืองลายเดินอุ้ยอ้ายเข้ามา มัทนาเห็นรีบเข้าไปอุ้ม ษมาบอกว่ามันชื่อเหลืองลายแต่สาระวารีเรียกตุ่มลาย มัทนาร้องอ๋อ ที่สาระวารีเอาไปเม้าท์ว่าเป็นแมวผี

เขตต์ตวันยังซักถามษมาว่า เรื่องที่เกิดกับสาระวารีเป็นการลอบทำร้ายหรือเปล่า ษมาตอบว่าไม่ใช่ เป็นอุบัติเหตุที่บังเอิญสาระวารีไปแอบสูบบุหรี่ตรงนั้นพอดี มัทนาได้ยินรีบแย้ง

“ไม่จริงหรอกค่ะ พี่วารีเลิกบุหรี่ได้แล้ว”มัทนายืนยัน

มัทนาเอาคลิปที่ตนถ่ายด้วยมือถือ ว่าสาระวารีทิ้งบุหรี่ทั้งหมดที่มี เก็บไว้เพียงที่มีในกลักบุหรี่ เธอขอเอาไว้ดมและเก็บไว้ดูต่างหน้า สาระวารีตั้งปณิธานว่าคนอย่างตนทำอะไรทำจริง มัทนายังแซวว่า รักใครรักจริงด้วย

“หลังจากวันนั้นมัทก็แอบดูเรื่อยๆ นะคะ พี่วารีไม่เคยสูบบุหรี่อีกเลย บุหรี่ในกลักก็เหลือเท่าเดิม”

เขตต์ตวันแย้งว่า สาระวารีอาจจะซื้อมาใส่แทนก็เป็นได้ มัทนาโต้ว่า ตนเอาปากกาทำเครื่องหมายไว้หมด ษมาฟังแล้วเชื่อ เข้าลูบผมสาระวารีอย่างทะนุถนอม

“ผมขอโทษนะวารี ทั้งเรื่องระเบิด เรื่องยา มันไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่มันเป็นคนของผมเองที่ทำร้ายคุณ ขอให้ผมแน่ใจก่อนเถอะว่ามันเป็นใคร...ผมไม่ยอมให้คุณเจ็บตัวฟรีแน่นอน”

จากนั้น ษมาก็มาปรึกษากับจันเลา ว่าตนเชื่อแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ พลัน พิพัชเข้ามารายงานว่าพวกดิตถ์กับโศภีเริ่มมีการเคลื่อนไหวอีกแล้ว ษมาหน้าเครียด

ooooooo

โรงพักที่ตราด ดิตถ์เข้ามอบตัวปฏิเสธไม่รู้เรื่องแชร์เครื่องสำอางอะไรทั้งนั้น ที่ตนไม่มามอบตัวแต่แรกเพราะตกใจ พอตั้งสติได้ถึงมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เขาอ้างว่าเขาเป็นคนทำงานสุจริต ไม่น่าจะต้องเจอเรื่องใส่ร้ายแบบนี้ ทันใด โศภีในชุดสวยเด่นเดินเข้ามาอย่างจงใจแย่งซีน

นักข่าวผละจากดิตถ์กรูเข้าสัมภาษณ์ ทำไมช่วงนี้หายหน้าไปไม่ออกงานสังคม โศภียิ้ม

“คิดถึงพี่กันเหรอคะ คือตอนนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับพี่เยอะแยะไปหมดเลย ได้เจอพี่น้องนักข่าววันนี้ก็ดีค่ะ โศจะได้ถือโอกาสแก้ข่าวซะเลย เรื่องแรกที่อยากพูดมากที่สุดก็คือเรื่องสัมปทานกาสิโนเกาะพระฮาม โศไม่ได้สัมปทานแทนคุณษมานะคะ เป็นข่าวลือที่ไม่มีมูล ตอนนี้กาสิโนยังเป็นของคุณษมา คุณษมายังเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว โศไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นเลยค่ะ”

นักข่าวถ่ายภาพกันวูบวาบ...หลังจากนั้น โศภีก็ได้กลับมาอยู่บ้านของตนอย่างสบาย ไม่ต้องหลบซ่อนอีก ดิตถ์ตามแขวะ ที่เธอไม่ยอมเสียโอกาส ให้ตนมอบตัวเพื่อหาทางวิ่งเต้นแล้วอาศัยกระแสข่าวตน แก้ข่าวให้ตัวเอง โศภียิ้มอย่างสะใจ

“แน่นอน ชีวิตฉันคิดน้อยอยู่เรื่องเดียว ที่คบนายเป็นเพื่อนนี่แหละ”

ดิตถ์ย่างสามขุม ยิ้มกริ่มเข้าหา “ถ้าเป็นเมื่อก่อนลองพูดแบบนี้ จับปล้ำไปแล้ว”

โศภีไล่ให้ออกห่าง ดิตถ์หัวเราะร่า หันมาถามจะทำอย่างไรต่อไป โศภีให้รอลำแพงลงมือกับสาระวารีก่อน จากนั้นค่อยหาวิธีจัดการษมา

ขณะเดียวกัน ษมาเป็นห่วงสาระวารีจนไม่อยากไปทำงาน แต่มีเรื่องที่ต้องไปดูแลที่พระฮาม เขตต์ตวันรับรองจะดูแลสาระวารีอย่างดี ให้เขาไปทำงานให้สบายใจ มัทนาถอนใจ

“ถ้าชีวิตจะต้องคอยระวัง หวาดระแวงอยู่ยังงี้สู้เลิกทำกาสิโนไม่ดีกว่าเหรอคะ...พี่วารีเคยเล่าว่า กาสิโนเป็นความฝันของคุณ แต่มัทว่า ฝันแล้วต้องเดือดร้อนขนาดนี้ สู้ฝันอย่างอื่นดีกว่า”

“ความฝันมันก็ส่วนนึงครับ แต่ความรับผิดชอบที่ผมมีกับลูกน้องก็อีกส่วนนึง กาสิโนที่ผมจะเปิด มันจะสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนอีกมาก ทั้งทางตรงทางอ้อม ตอนนี้มีคนอีกเยอะอาจจะเป็นพันๆ ที่ฝากความหวังไว้กับความฝันของผม”

“แต่พี่วารีเกลียดการพนันมาก คุณษมาก็ทราบไม่ใช่เหรอคะ”

“ทราบครับ แต่ถ้าจะให้ผมเลิกกาสิโน แล้วทิ้งลูกน้องเพื่อความสุขของตัวเอง ผมว่ามันเห็นแก่ตัวเกินไป ผมยอมเสียใจผิดหวังคนเดียวดีกว่า”

เขตต์ตวันเสริมว่า ษมาเดินมาไกลเกินกว่าจะถอย ษมายอมรับทั้งเรื่องกาสิโนและเรื่องสาระวารี มัทนานิ่วหน้าใส่เขตต์ตวัน ที่มาทำหน้าดุใส่ ษมามองยิ้มๆหันไปมองคนรักอย่างห่วงใย ก่อนจะเดินออกไปเพื่อไปลงเรือกับลูกน้อง

แลงยืนชะเง้อมองษมากับพิพัชลงเรืออย่างเก็บข้อมูล จันเลายืนมองนิ่งๆ  แลงหันมาสะดุ้งอย่างวัวสันหลังหวะ ทำทีก้มหน้าก้มตาเลี่ยงไปทำงาน

ooooooo

เขตต์ตวันส่งษมาลงเรือแล้วกลับมาที่ห้องสาระวารี เขานั่งเช็กงานในไอแพด มัทนากำลังคุยกับอรุณฉายเรื่องที่เธอโดนใส่ร้ายว่าให้ยาแก้ปวดสาระวารีเกินขนาด มัทนาย้อนถามสงสัยใคร

“ไม่มีใครยอมรับหรอกค่ะ ต่างคนต่างโทษกันไปมา แต่ดิฉันว่าคุณษมาต้องคิดว่าเป็นฝีมือดิฉันแน่ๆเลย” ท่าทางอรุณฉายกลุ้มใจ

เขตต์ตวันแทรกขึ้นว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น ษมาส่งเธอกลับไปแล้ว มัทนาเห็นด้วย อรุณฉายค่อยใจชื้น แล้วบอกว่าคนที่ตนสงสัยคือลำแพงแต่ท่าทางษมาจะไม่เชื่อเพราะเธอชิงใส่ร้ายตนก่อน...ระหว่างนั้น ภาพการสนทนาของทั้งสามคน อยู่ในสายตาลำแพง ซึ่งเข้าไปในห้องทำงานของษมา เธอยืนมองจอคอมด้วยความระแวงว่าทั้งสามคุยอะไรกัน

ค่ำวันนั้น สาระวารีไข้ขึ้นสูงอีก มัทนากับอรุณฉายช่วยกันเช็ดตัวให้ เขตต์ตวันโทรศัพท์คุยกับหมออเนกเป็นระยะๆ ลำแพงนั่งยิ้มกริ่มในห้องเพราะคาดว่า สาระวารี ไม่น่าพ้นคืนนี้ไปได้

วันรุ่งขึ้น มัทนา เขตต์ตวัน และอรุณฉายต่างฟุบหลับอยู่คนละมุมห้องหลังจากช่วยกันดูแลสาระวารีมาทั้งคืน มัทนารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก่อนรีบไปดูสาระวารีที่เตียง จับเนื้อตัวเห็นว่าไข้ลดลง อรุณฉายตื่นตามขึ้นมา รีบไปเอาเครื่องมาวัดความดัน ค่อยยิ้มออกที่กลับมาปกติ มัทนาจึงเตรียมน้ำผึ้งทาแผลโดยเทลงถ้วยไว้ เขตต์ตวันรู้สึกตัวเห็นไม่มีอะไรน่าห่วงจึงขอตัวไปอาบน้ำ พอเปิดประตูห้อง เจ้าเหลืองลายก็เดินอุ้ยอ้ายเข้ามา มัทนายิ้มอย่างเอ็นดู เข้าไปอุ้มมาฟัด ไม่ทันระวัง ชนขวดน้ำผึ้งตกแตก เหลืองลายกระโดดลงไปเลียเพราะเป็นของชอบอยู่แล้ว

“ว้าย!ไม่ได้นะตุ่มลาย เดี๋ยวเศษแก้วบาดคอ” มัทนาอุ้มแมวขึ้น

อรุณฉายหยิบทิชชูมารวบเศษแก้ว เขตต์ตวันจะไปเรียกเด็กมาทำความสะอาด แต่ไม่ทันจะออกไป เหลืองลายก็เกิดอาการชักน้ำลายฟูมปากขึ้น มัทนาตกใจมากคิดว่าเศษแก้วเข้าคอ

“ไม่ใช่เศษแก้วค่ะ อาการตุ่มลายเหมือนโดนยาเบื่อมากกว่า...คุณตวันคะ ช่วยตามคนมาช่วยดิฉันหน่อย แล้วก็ขอนม ไข่ไก่สายยางด้วยนะคะ ดิฉันจะล้างท้องให้มัน”

มัทนาอุ้มเหลืองลายตามอรุณฉายเข้าไปในห้องน้ำ เขตต์ตวันรีบออกไปตามที่อรุณฉายบอก...สาวใช้วิ่งหาของกันจ้าละหวั่น แลงโผล่มาพอรู้เรื่องจากกูซอก็หน้าซีดกลัวลาน รีบไปบอกพี่สาวให้หนี แต่ลำแพงตวาด ไม่หนี จะอยู่ที่นี่ ตายที่นี่ ปากเธอกระตุกอย่างคนเสียจริต

“แกไม่ต้องกลัวไปไอ้แลง ไม่มีใครทำอะไรเราได้ทั้งนั้น ฉันจะบอกคุณษมาเอง ว่าฉันทำทุกอย่างไปเพื่อเขา เขาต้องเข้าใจแล้วก็ไม่ถือโทษโกรธพวกเรา”

แลงหาว่าพี่สาวเพ้อเจ้อ ตนไม่เอาด้วยแล้ว ไม่อยากติดคุก แลงวิ่งตรงไปที่ท่าเรือ กะจะขโมยเรือหนี แต่ทันใด ษมากับพวกกลับมาเสียก่อน แลงจึงวิ่งหนีเตลิดไปอีกทาง

กูซอมาช่วยอรุณฉายล้างท้องให้เหลืองลายอยู่ในห้องน้ำ มัทนายืนเสียใจอยู่หน้าห้อง ที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้เหลืองลายเกือบตาย เขตต์ตวันโอบไหล่ปลอบใจไม่ห่าง จนกระทั่งแมวปลอดภัย กูซอเดินออกมาตัวลายพร้อยเพราะโดนแมวข่วน มัทนายิ้มแหยๆ ยกมือไหว้

“ขอโทษทีนะคะ เพราะฉันซุ่มซ่ามแท้ๆเลย”

กูซอรีบรับไหว้ห้ามไม่ให้ไหว้ตน เป็นเพราะษมารักแมวตัวนี้มาก เจ็บแค่ไหนตนก็ยอม ษมาโทร.เข้าหาเขตต์ตวันพอดี เขารีบบอกษมาว่าเหลืองลายปลอดภัยแล้ว และตนได้เก็บตัวอย่างน้ำผึ้งใส่ขวดไว้แล้ว ชายหนุ่มวางสายหันมาบอกมัทนา

“ถ้าเรื่องนี้คลี่คลายได้ก็เพราะฝีมือคุณเลยนะ นี่ถ้ามัทไม่ชนขวดน้ำผึ้งแตก ป่านนี้เราก็ไม่รู้หรอกว่า ในน้ำผึ้งมียาพิษผสมอยู่”

“ตกลงชมว่ามัทซุ่มซ่ามใช่ไหมคะ” มัทนาหน้างอ

“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง” เขตต์ตวันขำ มัทนาเคืองหยิกพุงเขาร้องโอ๊ย

ooooooo

เมื่อทุกอย่างคลี่คลายออกมา ลำแพงมายืนริมหน้าผา สีหน้าเหม่อลอยดูนิ่งสงบไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องที่เกิดขึ้น ษมา พิพัช จันเลาและลูกน้องตามมา ษมา ถามลำแพงทำแบบนี้ทำไม

“คุณไม่เห็นเหรอคะ นังผู้หญิงคนนั้นเข้ามาขวางทางของเรา นังตัวมารมันยั่วยวนทำให้คุณหลง”

ทุกคนอึ้งกับคำพูดของลำแพง ษมาโต้ว่า สาระวารีไม่ได้ยั่วตน แต่ตนรักเธอเอง สีหน้าลำแพงเครียดขึ้น แผดเสียงน้ำตาไหลพราก

“ไม่จริง คุณษมาไม่ได้รักมัน คุณรักฉันคนเดียว ฉันนี่แหละที่จะเป็นเมียคุณ คอยดูแลปรนนิบัติคุณ อยู่เคียงข้างคุณไปตลอดชีวิต...เราคือผัวเมียกัน ใครหน้าไหนก็มาแยกเราไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าใครบังอาจ ฉันก็จะฆ่ามัน ฆ่ามันให้หมดทุกคน”

ษมาถอนใจไม่คิดว่าลำแพงคิดกับตนแบบนี้ เขาพยายามกล่อมเธอให้ยอมรับความจริงว่าตนไม่เคยคิดอะไรกับเธอ ลำแพงกรีดร้องอย่างคนสติแตก โวยวายว่าเขาโกหก ตนกับเขาอยู่กินด้วยกันมานาน รู้ใจกันดี จนกระทั่งสาระวารีก้าวเข้ามายั่วยวนให้เขาหลง ษมายืนกรานว่าตนรักสาระวารีคนเดียว ลำแพงคลั่งจนคุมสติตัวเองไม่อยู่ ชักมีดออกมาวิ่งเข้าจะแทงษมา จันเลาร้องเตือนให้หลบ ษมาเบี่ยงตัวออก ทำให้ลำแพงถลาตกหน้าผาลงไปต่อหน้าต่อตาทุกคน...

ษมากลับมาดูแลสาระวารี เขาลูบผมปลอบเธออย่างทะนุถนอม “ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะวารี จะไม่มีเรื่องร้ายๆเกิดกับคุณอีกแล้ว”

มัทนากับเขตต์ตวันยืนอยู่ด้วยกัน มัทนาสังเวชใจที่ลำแพงไม่น่าเลือดเย็นขนาดนี้ เขตต์ตวันบอกว่าเป็นเพราะความอิจฉา ษมาชมว่าเขาสรุปได้ตรงประเด็น เขตต์ตวันยิ้มๆ

“ประสบการณ์สอนครับคุณษมา คนของผม

ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ถ้าฟังจากที่คุณษมาเล่า ผมเดาว่าแม่บ้านคุณน่าจะมีอาการทางจิต เขาคงอยากเป็นคุณหญิงเจ้าของเกาะมาก แต่คุณวารีเข้ามาขวางทางเขาก็เลยคิดกำจัด”

ษมาพยักหน้ารับ มัทนาเป็นห่วงยาพิษที่ซึมเข้าแผลสาระวารีไปบ้างแล้ว ษมาบอกว่าหมออเนกรักษาได้ทันไม่ต้องกังวล แต่ที่น่าแปลกใจของทุกคนก็คือ ลำแพงใส่ยาพิษในน้ำผึ้งตอนไหน...จนกระทั่งผลการวิเคราะห์น้ำผึ้งออกมาว่า มาจากต้นยี่โถ ผึ้งบนเกาะดูดน้ำหวานจากต้นยี่โถเพียงอย่างเดียว จึงทำให้น้ำผึ้งที่ได้ออกมาจากผึ้งเลี้ยงนั้น มีพิษของต้นยี่โถไปด้วย ส่วนน้ำผึ้งที่พวกเราทานกัน ลำแพงคงไปซื้อมา

ษมาให้คนออกตามจับแลง จันเลาคาดว่าแลงว่ายน้ำข้ามทะเลออกไป ถ้ารอดไปขึ้นฝั่งที่ไหนได้ จะให้ตำรวจจับ ษมาให้คนงานเอาศพลำแพงขึ้นมาทำพิธีเพราะถึงอย่างไรก็เป็นคนเก่าคนแก่ ทั้งจันเลา พิพัชและกูซอซาบซึ้งน้ำใจของษมา ถึงกับเอ่ยปากเพราะอย่างนี้พวกตนจึงยอมทำงานแบบมอบกายถวายชีวิตให้

คืนต่อมา สาระวารีฝันร้ายอีก เธอนอนกระสับ– กระส่ายไปมา ษมานั่งกุมมือพร่ำปลอบ...อย่ายอมแพ้ ต้องสู้กลับมาหาตนให้ได้ อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆสาระวารีได้ยินเสียงษมา เธอวิ่งไปในความมืดร้องเรียกเขา ทันใด ร่างลำแพงเลือดอาบเต็มหน้าเด้งขึ้นมาปะทะหน้าเธอ สาระวารีร้องกรี๊ด ลืมตาพรวดขึ้นอย่างหวาดกลัว ษมาดีใจมากที่เธอฟื้น เขากอดเธอด้วยความดีใจ หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นใจ ปลอดภัย เธอบอกเขาว่า ตนได้ยิน

เสียงเขาบอกไม่ให้ยอมแพ้ หญิงสาวสวมกอดษมาน้ำตาไหลรินต่างถ่ายทอดความรักและห่วงใยให้กันและกันอย่างเปิดใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ปูเป้” รุกหนัก ดึง “แบงค์” มาจุ๊บ เสิร์ฟฟินแฟนละคร “คทาสิงห์”

“ปูเป้” รุกหนัก ดึง “แบงค์” มาจุ๊บ เสิร์ฟฟินแฟนละคร “คทาสิงห์”
20 มิ.ย 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2564 เวลา 15:18 น.