ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มนต์จันทรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

จากที่จิณห์วราเอาข่าวคนเม้าท์ถึงความสัมพันธ์ของสาระวารีและษมามาบอก ทำให้สาระวารีทั้งโกรธ และตกใจแทบทนไม่ไหวจะไปเลาะฟันคนพวกนั้นทิ้ง เพื่อนสาวรีบห้าม

“จะไหวเหรอแก คนซักครึ่งค่อนจังหวัดเห็นจะได้นะ”

“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ” สาระวารีเหวอ

“ก็ใช่น่ะสิ จังหวัดเล็กๆจะมีคนดังอยู่ซักกี่คน คุณษมาก็ติดท็อปไฟว์สเป็กสาวทั้งบ้านทั้งเมือง หล่อ โสด รวย”

“แก่ด้วย...” สาระวารีเหยียดปากหมั่นไส้

“ยังจะปากดีอีก แกไปไหนมาไหนกับเขาซะทั่วเมืองขนาดนั้นจะไม่ให้ถูกเม้าท์ได้ยังไงยะ”

“เขาแค่ไปช่วยฉันทำข่าวเท่านั้นเอง ไม่ได้...” สาระวารีโวยแล้วเสียงอ่อยลง พูดไม่ออก

จิณห์วราเสริมทันที “ไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันซะหน่อย...แล้วรู้ไหม บางรายเม้าท์ไปไกลถึงขั้นว่าแกท้องกับคุณษมาแล้วด้วยนะ”

“ตายแล้ว! จริงเหรอ”

“ฉันจะรีบถ่อมาหาแกเพื่อโกหกรึไงยะ”

สาระวารีร้อนใจ ชื่อเสียงตนป่นปี้ ไม่รู้ว่าข่าวลือนี้ถึงกรุงเทพฯหรือยัง เพื่อนสาวแกล้งหยิบมือถือมาจะโทร.ไปบอกคนที่กรุงเทพฯให้ สาระวารีถลึงตาใส่ บ่นไม่ตลกเลย เพื่อนหัวเราะ

“ฉันน่ะรู้จักนิสัยแกดี อย่างแกไม่มีทางง่ายกับผู้ชายคนไหนหรอก ไม่งั้นคงไม่ค้างเติ่งมาถึงป่านนี้”

“แต่คนอื่นไม่รู้นิสัยฉันอย่างแกนี่ เขาต้องคิดว่าข่าวลือเป็นจริงแน่ๆ” สาระวารีหน้าเหย

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันถึงต้องรีบมาเตือนแกนี่ไง ต่อให้แกทำข่าวเสร็จแล้วกลับไปกรุงเทพฯ คนมันก็ต้องเอาไปลือกันอีก ว่าแกถูกคุณษมาทิ้ง...ถ้าแกไม่ใส่ใจข่าวลือพวกนี้ก็จบ แต่ญาติๆแกที่ตราดจะคิดยังไง ยิ่งญาติห่างมากๆนี่ล่ะตัวดี รู้ข่าวเร็วนักแหละ”

สาระวารีคิดตามยิ่งกลัดกลุ้มไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร เกรงว่าจะถึงหูสาระสะมาแล้วด้วยซ้ำ...ษมาเดินยิ้มแย้มเข้ามา จิณห์วรากระซิบบอกเพื่อนว่า ตัวการมาแล้วพูดกันให้รู้เรื่องไปเลย สาระวารีบ่ายเบี่ยงไม่กล้าสู้ตาเขา จิณห์วราเตือน

“เรื่องบานปลายใหญ่โตไปขนาดนี้แล้ว คนสนิทเขาอาจจะยังไม่กล้าพูด แต่อีกไม่นานก็ต้องเข้าหูคุณษมา ช้าเร็วก็ต้องรู้”

ษมาเดินเข้ามาทัก “มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ คงไม่เล่าให้ผมฟังไม่ได้แล้วล่ะ”

สีหน้าสาระวารีดูอึดอัดใจอย่างมาก จิณห์วราตัดสินใจเล่าให้ษมาฟัง พอฟังจบเขาก็ยิ้มร่า

“เท่าที่ฟังดู ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนี่ครับ”

“ฉันเสียหายขนาดนี้ คุณว่ายังไม่มีปัญหาอีกเหรอ คุณเป็นผู้ชายก็พูดได้สิ” สาระวารีแว้ด

“ก็ปากคน คุณจะให้ทำยังไงได้ล่ะ ความจริงก็คือ ผมไปช่วยคุณทำข่าว แล้วเพื่อความปลอดภัย ผมก็ต้องตามประกบคุณตลอด ถ้าคนอื่นจะเข้าใจผิด มันก็ช่วยไม่ได้”

สาระวารีเจ็บใจแต่ไม่รู้จะเถียงอย่างไร จิณห์วราเหล่มองเพื่อนก่อนเสนอให้ษมาหาทางแก้ข่าวบ้าง ไม่อย่างนั้นเพื่อนตนจะขายไม่ออก ษมายิ้มอย่างมีคำตอบ

“ผมเองก็คิดอยู่เหมือนกันล่ะครับ กะว่าจะชวนวารีเขามาอยู่ที่เกาะด้วยกันซะเลย จะได้ไม่มีใครกล้านินทาอีก”

“คุณษมา...” สาระวารีไม่พอใจ

จิณห์วรารีบเสริมว่า ชวนมาอยู่เฉยๆ ไม่ได้ เพราะเห็นแบบนี้ เพื่อนตนหัวโบราณพอควร สาระวารีหยิกแขน เพื่อนเต็มแรง จิณห์วราหน้าเบ้ ษมาทำไม่รู้ไม่ชี้ เลยตามเลย

“ผมทราบ ก็เลยคิดว่าจะทำให้ถูกต้องตาม ธรรมเนียมเสียก่อน”

“จริงเหรอคะ งั้นจิณห์ขอแสดงความยินดีเป็นคนแรกเลยนะคะ...ดีใจด้วยนะแก”

สาระวารีตาโพลงทุบโต๊ะเสียงดังจนจิณห์วราสะดุ้งโหยง ก่อนจะลุกพรวดคว้ากระเป๋าสะพายเดินหนีไป ษมาจ๋อยลงแต่ก็หันมาพูดยิ้มๆกับจิณห์วราว่า ขอตัวสักครู่ หญิงสาวเข้าใจ

“ตามสบายเลยค่ะว่าที่เจ้าบ่าว”

ษมายกนิ้วโป้งให้สองนิ้วก่อนจะรีบตามสาระวารีออกไป จิณห์วรายิ้มกริ่มดีใจแทนเพื่อน ที่มุมห้องลำแพงยืนกำมือตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ เพราะได้ยินทุกคำพูดของคนที่ตนรักเทิดทูน

ตามทางเดินของรีสอร์ต สาระวารีเดินลิ่วหน้างอด้วยความเคืองปนอาย ษมายิ่งตามมาขวางหน้า “วารีคุยกันก่อนสิ...คุณจะไปไหน”

“ก็กลับกรุงเทพน่ะสิ ไม่ทงไม่ทำมันแล้ว ไอ้ข่าวพลอยบ้าบออะไรเนี่ย”

“ใจเย็นๆ สิครับ ที่ผมทำก็เพื่อปกป้องชื่อเสียงของคุณนะ”

“พูดเองเออเองอยู่คนเดียว ฉันไปตกลงกับคุณตอนไหน อย่างนี้มันฉวยโอกาสชัดๆ” สาระวารีปรี๊ดแตก

ษมาปลอบ “ตั้งสติดีๆ นะวารี ตอนนี้ที่คนอื่นเขาว่าคุณเสียๆ หายๆ ก็เพราะทุกคนเห็นว่าคุณเป็นผู้หญิงที่เข้ามาอยู่บ้านผู้ชายเฉยๆ แต่ถ้าผมให้ข่าวออกไปว่าเราแพลนจะแต่งงานกันอยู่แล้ว มันก็จะยุติข่าวลือทั้งหมดได้ง่ายๆ”

สาระวารีอ้าปากจะเถียงแต่เถียงไม่ออก หน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย พอตั้งสติได้ จึงโต้ว่ามันจะง่ายกว่าไหม ถ้าเขาจะบอกไปเลยว่า มันไม่เป็นความจริง ไม่มีอะไรทั้งนั้น ษมาจ้องตาหญิงสาวนิ่ง สีหน้าซีเรียสจริงจัง ก่อนจะเอื้อนเอ่ยบอกเธอว่า

“แต่มันคงง่ายที่สุดถ้าผมบอกว่า...ผมรักคุณ...ขอโทษที่ผมข้ามขั้นตอนไปหน่อย”

สาระวารีอึ้ง น้ำตารื้นขึ้นมา กล่าวเสียงเครือ“ฉันไม่น่าอยู่ทำข่าวพลอยต่อเลยจริงๆ...”

“ไม่อยู่ได้ไง ผมอุตส่าห์คิดหาทางแทบตาย” ษมาทำหน้ายิ้มขี้เล่น

หญิงสาวอายปนหมั่นไส้ เอากระเป๋าฟาดใส่ ษมาฉวยโอกาสรวบตัวเธอเข้ามากอด ไม่ว่าเธอจะทุบตีอย่างไรเขาก็ไม่ปล่อย กลับกอดกระชับด้วยความรักและความอบอุ่น จนเธอใจละลายไม่อาจปฏิเสธหัวใจตัวเองต่อไปอีกได้ หมดแรงจะถือกระเป๋าปล่อยตกพื้น ร้องไห้โอบกอดเขาสะอื้นฮัก ชายหนุ่มลูบหลังปลอบประโลม ยิ้มดีใจกับความสุขที่ไม่อยากปล่อยเธอหนีหายไปไหนอีก

ooooooo

ด้านท้ายรีสอร์ต ลำแพงระบายความโกรธกับแลงด้วยเกลียดสาระวารีอย่างมาก หาว่ารอบจัดทำให้ ษมาตกหลุมพราง แลงยุใส่ ทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทน จะลงมือเมื่อไหร่สั่งมาได้เลย

“เร็วๆ นี้แหละ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ บนฝั่งมีคนเยอะเกินไป ฉันอยากไปจัดการมันที่ยานก ที่นั่นเป็นถิ่นของเรา จะทำอะไรมันก็ง่ายกว่า”

“งั้นก็ต้องหาทางให้คุณษมากับนังนักข่าวนั่นกลับไปที่ยานกให้เร็วที่สุด” สองพี่น้องคิดวางแผนอย่างรัดกุม

เริ่มด้วยแลง ทำทีไปช่วยคนงานขนของใช้ต่างๆ และเสบียงเพื่อเอาไปส่งเกาะพระฮาม  อ้างว่าว่างไม่ค่อยมีงานทำที่เกาะยานก เมื่อไปถึงพระฮามก็มืดค่ำ แลงช่วยยกของลงจากเรือ แล้วเดินเลี่ยงหลบไปจัดการตามแผนทันที

เช้าตรู่ ษมาสะดุ้งตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์ พิพัชแจ้งเข้ามาว่า เมื่อคืนมีคนลอบไปเผาบ้านพักคนงานที่เกาะพระฮาม ษมาตกใจรีบถามมีใครเป็นอะไรหรือเปล่า เมื่อไม่มีก็โล่งใจ

“นอกจากบ้านพักคนงาน มีอะไรเสียหายอีกไหม”

“ยังไม่ทราบเลยครับ มันทำลายวิทยุสื่อสารด้วย ผมเลยยังไม่ทราบรายละเอียด เพิ่งรู้ข่าวจากพวกที่ไปส่งเสบียงเมื่อคืนน่ะครับ”

“งั้นขอเวลาครึ่งชั่วโมง ฉันไปที่พระฮามด้วย”ษมาหน้าเครียดวางสายลุกขึ้นแต่งตัว

ooooooo

เมื่อษมามาบอกสาระวารีให้ไปอยู่ที่เกาะยานก หญิงสาวโอดครวญ ไม่เห็นจำเป็นที่ตนต้องไปเลย ตนสัมภาษณ์คนอีกสองสามคน ก็เสร็จงานกลับกรุงเทพฯได้

“ไม่ได้หรอก ยังไงที่ยานกก็ปลอดภัยกว่าที่นี่ ถึงจะมีคนคุ้มกันคุณยังไง ผมก็ไม่ไว้ใจเท่ากับคุณอยู่ที่ยานกหรอก ผมกลัวใครจะมาทำร้ายว่าที่...”

“พอเลยๆ จะเอายังไงก็เอา เดี๋ยวจะหาว่าฉันเป็นภาระอีก” สาระวารีรีบตัดบทเกรงเขาจะพูดอะไรออกมาให้อายคนอื่น

“อย่าทำหน้าแบบนี้สิครับ ผมไปธุระแค่ครึ่งวันเท่านั้นเอง แล้วผมจะพาคุณไปที่ตลาดค้าพลอยฝั่งโน้น ถึงจะไม่ใช่เหมืองพลอยอย่างสมัยที่ผมไปขุด แต่ก็ยังพอมีบรรยากาศเก่าๆให้คุณได้ภาพข่าวอีกเยอะเลย”

“ค่อยยังชั่ว” สาระวารียิ้มออก

“นั่งเรือจากยานกไปสี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว คุณทำตัวว่านอนสอนง่ายอยู่ที่ยานกแป๊บเดียวเอง” ษมาโล่งใจ

สาระวารีค้อนใส่ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนั่งที่โซฟา ษมาฝากจันเลาดูแล แล้วเรียกพิพัชไปด้วยกัน ชายหนุ่ม

ยังเหลียวมองคนรักอย่างห่วงใย พิพัชมองตามไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ จันเลาบอกสาระวารีว่าตนจะไปเตรียมรถ หญิงสาวทำหน้าเซ็ง พอหันหน้ามาเจอลำแพง ก็สะดุ้งสุดตัว

“อุ๊ย! มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะคุณแม่บ้าน ยังกะหายตัว ได้แน่ะ”

“ฉันเตรียมของเสร็จแล้ว คุณจะให้ฉันช่วยอะไรไหม”

สาระวารีเกรงใจของตนมีเล็กน้อยเก็บเองได้ เดี๋ยวไปเจอกันที่รถเลยดีกว่า ลำแพงมองตามหลังหญิงสาวไปด้วยสายตาเย็นชาแต่ยิ้มมุมปากอย่างน่ากลัว

ooooooo

พอถึงเกาะยานก กูซอและคนงานช่วยกันยกของลงจากเรือ จันเลาบอกสาระวารีให้เข้าไปพักในบ้าน ษมากลับมาเมื่อไหร่ ตนจะให้คนไปตาม หญิงสาวหน้าบึ้ง

“นายคุณสั่งให้ขังฉันไว้ในบ้านใช่ไหมล่ะ ฉันรู้ทันหรอกนะ”

จันเลาขำๆ ลำแพงตาขวางหมั่นไส้ ถือของเดินตามเข้าบ้าน จันเลาสั่งกูซอตามคนงานทุกคนที่ขนของไปส่งที่พระฮามเมื่อวานมาพบตน เพราะเขาได้รับคำสั่งจากษมาให้สืบหาไส้ศึก

เมื่อคนงานทุกคนมาพร้อม จันเลาซักถามมีใครเห็นอะไรผิดปกติเมื่อคืนบ้าง คนงานคนหนึ่งรายงานว่า คนที่ไปก็พวกเดียวกัน เห็นหน้าทุกวัน จู่ๆก็เห็นควันไฟพวยพุ่ง จึงไปช่วยกันดับไฟ กูซอสันนิษฐาน

“พวกมันคงเล่นงานเราแบบคราวก่อนแหละ แอบ เอาเรือไปจอดแล้วส่งคนขึ้นเกาะ”

“ไม่มีทาง คุณษมาสั่งให้มีเวรยามทุกจุดที่เรือเข้าจอดได้ ถ้าจะมีใครลอบขึ้นพระฮามได้ ก็ต้องปะปนไปกับเรือเสบียงนั่นแหละ” จันเลามั่นใจ

“ในเรือไม่มีใครแปลกปลอมจริงๆครับคุณจันเลา มีแต่พวกเรากันเองทั้งนั้น ก่อนเรือจะออกผมก็ตรวจดูอีกที ไม่มีใครลอบขึ้นเรือมาแน่ๆครับ” คนงานยืนยัน

จันเลาถามย้ำว่า คนที่ไปส่งเสบียงมีแค่นี้แน่ๆ ใช่ไหม คนงานอีกคนนึกได้ บอกว่ามีแลงอีกคน จันเลาแปลกใจ คนงานรายงานว่า

“ไอ้แลงมันบอกว่ามันเบื่อ ไม่มีอะไรทำก็เลยขอตามไปส่งเสบียงด้วยครับ”

“ไอ้นี่มันทั้งซื่อทั้งบื้อ กลัวคุณษมายังกะอะไรดี ไม่ใช่มันหรอกครับ อย่างมันน่าจะจุดไฟปิ้งปลากินแล้วไหม้มากกว่า” กูซอคิดเช่นนั้น แต่จันเลาชักไม่ไว้ใจแลงขึ้นมาเสียแล้ว

ด้านษมากับพิพัช เดินสำรวจแคมป์คนงานบนเกาะพระฮาม พิพัชวิเคราะห์

“เท่าที่ดู มันน่าจะตัดเครื่องมือสื่อสารก่อน แล้วค่อยไปเผาบ้านพักคนงานนะครับ มันทำแบบนี้เพื่อจะกันไม่ให้พระฮามส่งข่าวไปที่ยานกได้สะดวก”

“ในเมื่อมันตัดการสื่อสารได้แล้ว ทำไมแค่เผาบ้านพักคนงานนิดๆหน่อยๆเท่านั้นล่ะ ตรงนี้น่าคิดนะ” ษมาสงสัย

พิพัชพยักหน้า “เป็นไปได้ไหมครับว่า เพราะคนร้ายมีไม่มาก ลอบขึ้นเกาะมาได้ไม่กี่คนหรือบางทีอาจจะแค่คนเดียวด้วยซ้ำ”

“เหมือนมันแค่จงใจมาป่วนเรา แล้วทำไปเพื่ออะไร” ษมาครุ่นคิด

“นั่นสิครับ จะว่าล่อเสือออกจากถ้ำก็ไม่ใช่ เพราะเป้าหมายมันคือคุณษมา แล้วมันก็น่าจะรู้ ว่าเราต้องเตรียมคนมาคุ้มกันคุณเต็มที่ ทำอันตรายคุณษมาไม่ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว”

ษมาสะดุดหูคำว่าล่อเสือออกจากถ้ำ ฉุกคิดเป็นห่วงสาระวารีทันที

ooooooo

ขณะที่สาระวารีกำลังนั่งเล่นเกมในมือถืออย่างเพลิดเพลิน ลำแพงเดินตาแข็งกร้าวเข้ามาบอกว่าษมามาถึงแล้ว หญิงสาวแปลกใจลุกขึ้นมองไม่เห็นมี
เรือมาจอดที่ท่าเทียบซักลำ ลำแพงจิกตามองอย่างหมั่นไส้ที่ฉลาดเกิน

“คุณษมาไม่ได้มาเทียบท่านี้ แต่ขับอ้อมไปทางโรงเก็บเรือเลย คุณตามไปพบคุณษมาที่โรงเก็บเรือเถอะค่ะ”

สาระวารียังสงสัยทำไมต้องไปที่นั่น ลำแพงชักรำคาญ สะบัดเสียงว่าจะได้ไม่ต้องขับเรืออ้อมเกาะมารับอีก หญิงสาวยังซักไซ้ว่าเรือมีปัญหาหรือเปล่า ลำแพงพยายามระงับอารมณ์

“ก็แค่แวะเติมน้ำมันเท่านั้นล่ะค่ะ คุณอย่าถามมากมายนักเลย แค่นี้ก็เสียเวลามากแล้วนะคะ กว่าจะไปกว่าจะกลับ เดี๋ยวได้มืดค่ำกลางทางพอดี คุณษมาจะต้องเดือดร้อนอีก เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่งแท้ๆเลย” ลำแพงหัวเสียเดินออกไป

สาระวารีมองไล่หลัง บ่นอย่างหมั่นไส้ “คนงานบ้านนี้เลี้ยงด้วยอาหารอะไรเนี่ยจงรักภักดีเจ้านายกันซะเหลือเกิน”

สาระวารีสะพายกระเป๋าเดินไปทางโรงเก็บเรืออีกฟากของเกาะ ลำแพงเดินตามหลังหญิงสาวหันมาถามไม่เห็นษมาเลย ลำแพงให้รอสักครู่ สาระวารีแย้งไหนบอกว่าษมามาถึงแล้ว คอยตนที่นี่ ลำแพงแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวย่างสามขุมเข้าหา

“ตอนนี้ก็น่าจะอยู่พระฮามมั้ง”

สาระวารีตกใจเริ่มรู้สึกไม่ดีถอยหลังหนี “นี่คุณจะทำอะไร ล้อเล่นอย่างนี้ฉันไม่ชอบนะคะคุณแม่บ้าน”

“ใครล้อเล่นกับแกอีหน้าด้าน เสนอตัวมาประเคนให้ผู้ชายถึงที่ อยากจะมีผัวมากนักใช่ไหม” ลำแพงมองสาระวารีด้วยสายตาเกลียดชัง

“คุณพูดจาหยาบคายเกินไปแล้วนะ ฉันจะฟ้องคุณษมา”

ลำแพงกระชากแขนมาตะคอกใส่ “ไม่ต้องเอาคุณษมามาขู่ฉัน แกนึกหรือว่าเขาจะเข้าข้างแก เขารักฉัน เขารักฉันคนเดียวได้ยินไหม...คุณษมารักฉัน รักฉันคนเดียวไม่ใช่แก ไม่ใช่แก”

สาระวารีเห็นอาการของลำแพง รีบสะบัดมือจนหลุดวิ่งหนี ทันใดแลงโผล่จากที่ซ่อนใช้ไม้ฟาดเธออย่างแรง เธอหลบด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด แต่แลงกระหน่ำฟาดหลายครั้งจนโดนที่หัวคิ้วแตก ร่างสาระวารีทรุดลง กระเป๋าหล่นกลักบุหรี่และของอื่นกระจายออกมา

ระหว่างนั้น จันเลาให้กูซอกับคนงานตามหาแลงมาพบ กูซอไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นแลงเพราะดูเป็นคนซื่อๆ จันเลาก็ลังเลแต่ไม่มีใครน่าสงสัยเท่า

สาระวารีเจ็บหนักค่อยๆหมดสติ ลำแพงกับแลงมองดูอย่างสะใจ แลงเงื้อไม้จะฟาดซ้ำลำแพงให้พอได้ เพราะไม่ต้องการให้ถึงตาย อยากให้ตายเพราะแรงระเบิดมากว่า

“งั้นก็ตามใจพี่ อ้ะ...นี่ผ้าขยำขี้ผึ้งที่พี่สั่ง แล้วทำไมต้องใช้ไอ้ผ้านี่ด้วยล่ะพี่”

“ขี้ผึ้งนี่ฉันทำเอง มันติดไฟดี แต่เผาไหม้ช้า พวกเราจะได้มีเวลาหนีได้ทันไงล่ะ”

แลงยิ้มเข้าใจ เมื่อที่นี่ระเบิด ทุกคนก็คิดว่าสาระวารีแอบมาสูบบุหรี่ ดวงซวยเพราะถังน้ำมันรั่วขึ้นมา ทำให้ตายอนาถ แลงนึกถึงตอนที่เห็นสาระวารีทำกลักบุหรี่หล่นจากกระเป๋าและษมาแย่งเก็บขึ้นมา ทำให้รู้ว่าหญิงสาวชอบสูบบุหรี่...แลงใช้ขวานจามถังน้ำมันเป็นรูให้น้ำมันไหลนองพื้น ลำแพงค่อยๆวางผ้าชุบขี้ผึ้งไว้ใกล้ๆร่างสาระวารี เตรียมจุดไฟรอน้ำมันไหลมา

“สมน้ำหน้ามัน อยากแรดมาให้ท่าคุณษมาดีนัก เสียดายมันตายสบายไปหน่อย แพศยาอย่างมัน น่าจะจับมาทรมานให้ตายช้าๆ ถึงจะสาแก่ใจ”

ลำแพงจุดไฟใส่ผ้าชุบขี้ผึ้ง แลงเก็บของที่กระจายใส่กระเป๋าของสาระวารีให้เหลือแต่กลักบุหรี่วางใกล้ตัว แล้วดึงพี่สาวให้รีบไป ลำแพงยังหันมองสาระวารี หัวเราะอย่างสาแก่ใจ

น้ำมันค่อยๆ ไหลเป็นทางมาใกล้ผ้าที่จุดไฟข้างตัวสาระวารีเข้าทุกทีๆ หญิงสาวรู้สึกตัว ได้กลิ่นน้ำมันหัน หน้ามอง ตกตะลึงจะลุกหนี แต่ร่างกายปวดร้าวไปทั้งตัวจนขยับเขยื้อนไม่ไหว

จันเลาเดินคุยกับกูซอ เขายังไม่ไว้ใจแลง สั่งกูซอให้จับตาดูทุกระยะ พลันเสียงระเบิดดังตูม...เรือของษมาแล่นใกล้เข้ามา ได้ยินเสียงระเบิดและเห็นเปลวไฟที่เกาะยานก เขายิ่งเป็นห่วงสาระวารีอย่างมาก จันเลากับกูซอวิ่งไปทางโรงเก็บเรือ  เห็นข้าวของในโรงเก็บเรือกระจัด กระจาย คนงานมาช่วยกันดับไฟ จันเลารีบถามสาเหตุและมีใครบาดเจ็บบ้าง คนงานรายงานว่าไม่รู้สาเหตุและไม่มีใครบาดเจ็บ จันเลาตั้งท่าจะช่วยดับไฟ เหลือบเห็นกระเป๋าสะพายของสาระวารีก็ตกใจตะโกนเรียก ลำแพงกับแลงซุ่มดูอยู่ ลำแพงยิ้มเยาะ หัวเราะในลำคออย่างสะใจสุดๆ

“หาเข้าไปเถอะ ถ้าโชคดี อาจจะเจอเศษชิ้นส่วนของมันซักชิ้น”

“พอตำรวจมา พี่ต้องให้การว่า เห็นมันแอบสูบบุหรี่ที่นี่บ่อยๆให้ตรงกันนะพี่”

ลำแพงพยักหน้าย้อนถามว่าสร้างหลักฐานเรียบร้อยแน่นะ แลงรับรองและโชว์บุหรี่มวนหนึ่งที่เก็บไว้ ลำแพงเอ็ดจะเก็บมาทำไม สั่งให้ทำเป็นก้นบุหรี่ถูกทิ้งไว้ตรงนี้ แลง รีบจัดการ

จันเลาร้อนใจสั่งคนงานรื้อซากปรักหักพังหาร่าง สาระวารี ทันใด เขามองไปเห็นบางอย่างผลุบโผล่อยู่ในทะเล จันเลาเรียกกูซอให้ไปช่วยกันทันที พยายามเพ่งมองเห็นสาระวารีกึ่งลอยกึ่งจมอยู่ จันเลาลุยทะเลไปอุ้มร่างเธอที่ตามตัวมีแต่บาดแผล โดยเฉพาะกลางหลัง

ษมามาถึง กูซอรายงานว่าโรงเก็บเรือระเบิด สาระวารีได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้กำลังปฐมพยาบาลอยู่บนบ้าน พิพัชสั่งกูซอเตรียมเรือรอไว้เลย

ลำแพงต่อว่าจันเลาว่าเลือดสาระวารีจะเปรอะโซฟาราคาแพง จันเลาหันมาจ้องลำแพงอย่างไม่พอใจ แลงทำทีติงพี่สาวอย่ามัวเถียงกัน ช่วยสาระวารีก่อน ลำแพงรู้ว่าน้องชายกลัวความแตก ไม่ทันไรษมาวิ่งเข้ามา จันเลาบอกว่าเท่าที่ดูไม่มีกระดูกหัก แต่รอยแผลที่กลางหลังน่าเป็นห่วง ษมาไม่รอช้าอุ้มคนรักพาไปหาหมอทันที ลำแพงสบตากับแลงสีหน้าเคร่งเครียด

สองพี่น้องหวั่นกลัวสาระวารีฟื้นขึ้นมาแล้วบอกความจริงษมา แต่ลำแพงยังหวังว่าสภาพร่องแร่งอย่างนั้นไม่น่ารอด แต่ถ้ารอดขึ้นมาตนก็มีแผนสอง
ขณะที่ดิตถ์ยังกบดานอยู่ในบ้านพักแห่งหนึ่ง

แลงโทร.เข้ามาขอให้เขาช่วยส่งคนไปเก็บสาระวารีที่โรงพยาบาล ดิตถ์หัวเสียตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แต่ก็รับปากเกรงแลงจะทรยศ โศภีซึ่งมาคุยงานพลอยหงุดหงิดไปด้วย

“นังลำแพงมันบ้าได้ใจจริงๆ นึกแล้วว่าซักวันมันต้องทำ”

“ไม่ช่วยมันก็ขาดแหล่งข่าวชั้นดี เอาไงดีหว่า” ดิตถ์ลังเล

“ถ้านังนักข่าวอยู่โรงพยาบาล ษมาก็ต้องอยู่ด้วย ไหนก็ต้องเหนื่อยแล้วก็เก็บมันพร้อมกันซะเลยสิ ถึงจะเสี่ยงแต่ก็คุ้ม เพราะมีแพะรับบาปแทนเราอยู่แล้ว” โศภียิ้มมุมปากวางแผนให้ดิตถ์ “พวกมันส่งคนไปเก็บนังวารี แต่ษมาโดนลูกหลงไปด้วย สองพี่น้องหน้าโง่นั่นเป็นแพะแทนเราอยู่เห็นๆ ยังไงก็สาวไม่ถึงเราหรอก คราวนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้าย พลาดไม่ได้เด็ดขาด”

“แหม คุณโศนี่แยบยลจริงๆ ไม่เปลี่ยนใจมาเป็นเมียผมจริงๆเหรอ”

“ไอ้บ้า...” โศภีด่ากลับ ลุกเดินหนีขยะแขยง ดิตถ์มองตามอย่างมีความหวัง...

ในขณะที่ษมาฟังหมออเนกดูฟิล์มเอกซเรย์และอธิบายอาการของสาระวารี พิพัชยืนลุ้นผลอยู่ด้วย หมอบอกว่า อาการหนักพอควร คนไข้ช็อกถูกกระแทกอย่างแรง แถมเสียเลือดมาก โชคดีที่กระดูกไม่หัก สมองได้รับความกระทบกระเทือนเล็กน้อย ษมาตกใจเกรงเธอไม่ฟื้น

หมอว่าไม่ถึงขนาดนั้น ตอนนี้พ้นขีดอันตราย แต่ยังไม่ฟื้นเพราะเสียเลือดมาก ร่างกายอ่อนเพลีย หลังจากรู้สึกตัวจะหนักกว่า จึงต้องฉีดยาแก้ปวดให้ ยานี้ทำให้ง่วงซึม คนไข้จะหลับเป็นส่วนใหญ่ไม่ต้องตกใจ...ษมาเครียด พิพัชปลอบใจเธอแกร่งไม่เป็นอะไรง่ายๆ ษมาฝืนยิ้ม

ษมาเข้ามาดูคนรักในห้องไอซียู จับมือและลูบผมเธอด้วยความสงสารจับใจ หญิงสาวเหมือนกำลังฝันร้าย กระสับกระส่ายไปมา เขาปลอบเธอ

“คุณปลอดภัยแล้ววารี ผมอยู่กับคุณตรงนี้แล้วนะ ไม่ต้องกลัว ผมผิดเองที่รั้งคุณเอาไว้ ผมขอโทษนะวารี” ษมาจับมือเธอมาจุมพิต อาการเธอสงบลงเหมือนรู้สึกปลอดภัยขึ้น

ooooooo

ที่เกาะยานก จันเลาเรียกคนงานทั้งหมดประชุม เขาเชื่อว่าการระเบิดครั้งนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ จึงจัดเวรยามดูแลยี่สิบสี่ชั่วโมง ลำแพงแขวะว่าตื่นตูมเกินไป แค่นักข่าวแอบมาสูบบุหรี่น้ำมันเกิดรั่วขึ้นมาจึงระเบิด ไม่ได้มีใครลอบมาทำร้ายเจ้านายเสียหน่อย จันเลาจ้องหน้า

“ดูคุณจะรู้ดีเหลือเกินนะครับคุณแม่บ้าน พูดยังกะเห็นคุณวารีสูบบุหรี่กับตาอย่างงั้นล่ะ”

“ถ้าตอนที่ระเบิดฉันไม่เห็นหรอกค่ะ แต่ก่อนหน้านี้ฉันเคยเห็นเขาไปแอบสูบบุหรี่อยู่หลายครั้ง เขารู้ว่าคุณษมาไม่ชอบ แต่ก็นะอยากจะเอาชนะใจผู้ชายให้ได้ ก็เลยต้องอดทนแอบไปหาที่สูบไกลๆจนเกิดระเบิดขึ้นมา ดีนะที่พวกเราไม่ต้องมาตายสังเวยพวกขี้ยา” ลำแพงหมั่นไส้

“นั่นมันความคิดของคุณแม่บ้านเองคนเดียว ตำรวจเขายังไม่ได้สรุปซะหน่อย เพราะฉะนั้น ทุกคนต้องทำตามที่ผมสั่ง ถ้าใครไม่ปฏิบัติตาม ผมจะรายงานคุณษมา”

จันเลากำชับกูซอจัดการตามที่สั่ง แลงจำต้องเดินมารวมกลุ่มเพื่อไม่ให้ใครสงสัย...เมื่อกูซอจัดแจงแบ่งเวลาเวรยามแก่ทุกคนแล้ว ก็มารายงานจันเลาพร้อมยังเชื่อว่าแลงไม่ใช่คนร้าย จันเลาบอกว่าที่ให้จัดเวรยามเพราะอยากให้คอยสังเกตแลงทุกฝีก้าว ตอนนี้แลงน่าสงสัยสุด...

หลังจากหมออเนกฉีดยาผ่านสายน้ำเกลือให้สาระวารี เขาบอกว่าไม่ต้องตกใจถ้าคนไข้มีอาการสะลึมสะลือ พิพัชขอให้ษมาไปพักผ่อน ตนจะเฝ้าไข้ให้เอง ไม่ทันไร สาระวารีรู้สึกตัวลืมตาขึ้น ษมาดีใจเข้าไปกุมมือถามจำตนได้ไหม เธอเอ่ยเรียกเขาอย่างอ่อนแรง จะขยับตัวร้องโอ๊ยด้วยความปวดระบม ษมาปรามอย่าขยับเพราะบาดแผลเต็มตัว หญิงสาวงงแผลอะไร

“ก็แผลจากโรงเก็บเรือระเบิดน่ะสิคุณ เจ็บแค่นี้ถือว่าปาฏิหาริย์มาก คุณนี่ก็หัวแข็งใช่เล่นนะ” พิพัชแขวะ

ษมาถามจำไม่ได้หรือ สาระวารีพยายามนึกจนปวดหัว ชายหนุ่มปรามอย่าเพิ่งคิดให้พักผ่อน เธอหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย พิพัชกระซิบจำไม่ได้แบบนี้ไม่ค่อยดี ษมาให้รอดูอาการ เขาออกมาคุยโทรศัพท์กับสมบูรณ์ให้จัดการงานแทน ถ้าลูกค้าคนไหนคุยไม่รู้เรื่องก็นัดใหม่วันหลัง เพราะตนไม่มีแก่ใจจะไปทำงาน ระหว่างนั้น มีพนักงานทำความสะอาดเข็นรถมาทำความสะอาดบริเวณนั้น พอษมาจะเดินกลับ คนทำความสะอาดก็ชักมีดออกมาจะแทงษมา ษมาหลบทันต่อสู้ดึงวิกผมคนทำความ สะอาดออก จึงรู้ว่าเป็นผู้ชายปลอมตัวมา มีพนักงานหญิงคนหนึ่งเข็นรถเข้ากระแทกช่วยคนร้ายหนีกันไปได้ ษมาฉุกคิดถึงสาระวารีจึงไม่ตาม รีบกลับไปห้องคนไข้

ooooooo

โศภีโวยวายว่าใครตัดหน้าทำร้ายษมาก่อนที่พวกตนจะลงมือ เธอมองดิตถ์อย่างสงสัย เขาปฏิเสธไม่ได้หักหลังร่วมมือกับใคร แต่ได้ยินมาว่าเป็นสมุนกำนันธง สงสัยอยากฮุบกาสิโนบ้าง

ทางโรงพยาบาลตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับษมา หมออเนกต้องยอมทำตามความต้องการของษมา ที่จะย้ายสาระวารีกลับไปที่เกาะยานกและให้พยาบาลพิเศษตามไปดูแลใกล้ชิด รวมถึงหมอเองก็ต้องไปตรวจทุกวัน โดยเขาจัดการเอาเฮลิคอปเตอร์มาเคลื่อนย้ายคนเจ็บให้กระเทือนน้อยที่สุด จากนั้นษมาก็ขอร้องจิณห์วราติดต่อสาระสะมาด้วย ส่วนที่สยามสารตนจะแจ้งข่าวเอง จิณห์วราถอนใจครั้งนี้จะทำให้เพื่อนรักเลิกสูบบุหรี่ได้หรือยัง

จันเลาได้รับรายงานก็สั่งเคลียร์พื้นที่เตรียมเฮลิคอปเตอร์ลง ลำแพงยิ่งหมั่นไส้อิจฉาแค้นใจ แลงร้อนรนเกรงสาระวารีบอกความจริงษมา ลำแพงตวาดตาเขียว

“อย่าปอดแหกนักเลยน่ะ ถ้าคุณษมารู้แล้ว แกกับฉันยังจะยืนลอยหน้าอยู่ตรงนี้ได้อีกเหรอ มีสมองน่ะหัดคิดซะมั่ง กลัวจนขี้ขึ้นสมองแล้ว”

“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะพี่”

“ก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น มันกลับมาที่นี่ก็ดี เกาะยานกจะได้เป็นหลุมฝังศพของมัน”...

ด้านสยามสาร บก.ไชยวัฒน์กำลังบ่นกับมีคณาที่สาระวารีเงียบหายไปติดต่อไม่ได้ โทษเพราะเริ่มมีแฟนก็เสียงานเสียการกันหมด มีคณาหลบตาเพราะมีชนักติดหลังเช่นกัน ไม่ทันไรษมาโทร.เข้ามา เธอรีบบอก บก.แล้วกดรับสาย พอรู้ข่าวเพื่อนรักก็ตกใจอย่างมาก

พอ บก.รู้เรื่องบ่นหูดับตับไหม้ ว่าเตือนแล้วเตือนอีกให้เลิกสูบบุหรี่ มีคณาแย้งว่าเพื่อนตนเลิกสูบตั้งแต่ไปทำงานที่ตราดแล้ว บก.ชักเอะใจ มีคณาขอไปเยี่ยมสาระวารี

“ไม่ได้ ทำงานเธอให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปดีกว่า ขืนเธอไปอีกคน ปิดเล่มไม่ทันแน่ๆคุณษมาเขาก็บอกว่าวารีปลอดภัยแล้ว วารีอยู่ในความดูแลของเขาไม่น่าเป็นอะไรแล้วล่ะ แต่ถ้าปิดต้นฉบับไม่ทัน คงมีหลายคนที่นี่ตายก่อนแน่นอน”

มีคณาจ๋อยกระชับแว่นตามความเคยชิน

ooooooo

ทางโรงพยาบาลส่งอรุณฉายมาเป็นพยาบาลพิเศษดูแลสาระวารี ษมาจัดห้องมีอุปกรณ์การแพทย์พร้อมสรรพ เขากำชับอรุณฉายถ้าต้องการพักทานข้าวหรือทำธุระส่วนตัวให้โทร.บอกคนอื่นเข้ามาอยู่แทน อย่าปล่อยสาระวารีไว้คนเดียว เธอรับคำเลี่ยงไปจัดยา ปล่อยให้ษมาเข้ามาดูแล เขากุมมือสาระวารีกระซิบพอได้ยินกันสองคน

“ตื่นเร็วๆนะวารี ผมอยากคุยอยากเถียงกับคุณใจจะขาดอยู่แล้ว”

จังหวะนั้น พิพัชเคาะประตูเข้ามา ษมารีบทำเป็นดูสายน้ำเกลือกลบเกลื่อน หันมาถามมีอะไร พิพัชเชิญไปคุยด้านนอก ษมาตามพิพัชออกไปแต่ไม่ลืมย้ำพยาบาลฝากสาระวารีด้วย

พิพัชให้ษมามาฟังจันเลาให้ข้อมูลที่ทำให้ไม่ไว้ใจแลง แต่ษมาไม่อยากเชื่อเพราะเท่าที่เห็น แลงทำงานแทบจะตายแทนตนได้ ไม่มีเหตุผลที่จะทำลายเกาะพระฮาม

“ก็เพื่อจะล่อคุณษมาไปพระฮาม แล้วทำร้ายคุณวารีไงครับ”

“ฉันยอมรับนะว่าเรื่องที่พระฮามมันดูเหมือนจะล่อฉันออกไปเพื่อทำร้ายวารี แต่ก็ไม่น่าใช่เจ้าแลง เพราะมันไม่มีความแค้นอะไรกับวารี แล้วก็มีคนเห็นวารีไปสูบบุหรี่จนเกิดระเบิดด้วยไม่ใช่เหรอ ทุกอย่างมันอาจจะเป็นแค่อุบัติเหตุก็ได้”

พิพัชเองก็ไม่อยากเชื่อ แต่เพราะคนที่บอกว่าเห็นสาระวารีสูบบุหรี่คือลำแพง ษมาหน้าเครียดยิ่งไม่อยากเชื่อว่าสองพี่น้องที่เป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงจะทำกับตน พิพัชว่าเขาไว้ใจสองพี่น้องมากเกินไป ษมาข้องใจว่าลำแพงจะทำเพื่ออะไร

“ก็ปกป้องน้องชายที่กำลังคิดไม่ซื่อกับคุณษมาน่ะสิครับ” พิพัชสันนิษฐาน

แต่จันเลาคิดว่ามีคนบงการเบื้องหลัง จ้างแลงให้ก่อเรื่อง ษมาครุ่นคิดทั้งสองเหตุผลแต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อซะทีเดียว

ระหว่างนั้น อรุณฉายกำลังเช็ดตัวให้สาระวารี ลำแพงเปิดประตูเข้ามา สายตามองอย่างเคืองแค้นทำทีซักถามอาการ อรุณฉายตอบว่า หมอจัดยาที่ทำให้ง่วง จึงหลับยาว ลำแพงแนะนำตัวว่าตนเป็นแม่บ้านที่นี่ แล้วเสนอตัวมาดูแลแทนเวลาที่จะออกไปทานข้าวหรือทำธุระส่วนตัว อรุณฉายดีใจขอรบกวนเลย ตนยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยง ลำแพงรีบบอกให้ไปที่ครัวจะมีคนจัดการให้หรืออยากสั่งอะไรพิเศษก็ได้ อรุณฉายรีบออกไป ลำแพงหันมาจ้องสาระวารียิ้มปากกระตุก

หลังจากฟังพิพัชกับจันเลา ษมาก็จับตามองแลงที่กำลังทำงานอยู่อย่างชั่งใจ พอแลงหันมาเห็นก็ทำทีถามไถ่ว่าทำงานที่นี่มานานหรือยัง ถ้าอยากออกไปอยู่ที่อื่นหรือมีใครชักชวน ตนก็ไม่ว่าอะไร แลงชักแขยงเกรงษมาสงสัย รีบขอรับใช้เขาจนวันตาย ไม่อยากไปอยู่ที่ไหนทั้งนั้น

ด้านลำแพง ลูบผมสาระวารีที่นอนหลับใหลด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เข่นเขี้ยว “หัวแข็งเหลือเกินนะแก แต่ก็โชคร้ายที่แกต้องกลับมาอยู่ในมือฉันอีกจนได้ เสียดายที่นังพยาบาลนั่นเห็นฉันอยู่กับแก ไม่งั้นป่านนี้แกได้ตายคามือฉันไปแล้ว”

ลำแพงจิกผมสาระวารี ก้มลงกระซิบข้างหู ร่างสาระวารีกระสับกระส่ายหายใจแรงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้ยินลำแพงสบถ

“ถึงแกจะรอดแกก็อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะฉันจะจับตาดูแกอยู่ตลอดเวลา ถ้าแกเปิดปากกับคุณษมาเมื่อไหร่ ฉันจะจัดการกับแกทันที แล้วก็ไม่ใช่แกคนเดียวแต่คุณษมาด้วย...แกคิดว่าฉันไม่กล้าล่ะสิ ใช่ ฉันรักคุณษมา แต่ถ้าฉันไม่ได้เขา แกก็อย่าหวังว่าจะได้เลย ฉันทำได้จริงๆแล้วฉันก็เคยทำมาแล้วด้วย เจ้าของคนเก่าของที่นี่ไง เขานอกใจฉันไปมีคนอื่นเหมือนคุณษมาไม่มีผิด มันคิดว่าอากาศบนเกาะทำให้มันป่วย มันไม่รู้เลยสักนิด ว่าฉันนี่แหละ ที่บันดาลให้มันเป็น”

ลำแพงหัวเราะอย่างคนเสียสติ จ้องมองสาระวารีด้วยความอาฆาตเกลียดชัง คิดถึงอดีตคราวที่พ่อทิ้งแม่กับพวกตนไปอยู่กับหญิงวัยกลางคนที่ใส่ทองอย่างกับตู้ทองเคลื่อนที่ แม่เสียใจจนเป็นลมล้มพับ...หลังจากนั้นหลายปีต่อมา เมื่อภูผาเข้ามาเป็นเจ้าของเกาะ เขามีท่าทีเหมือนชอบลำแพง เธอเคลิบเคลิ้มวาดฝันว่าจะได้เป็นคุณนายเจ้าของเกาะ แต่พอภรรยาของภูผามาปรากฏตัวขึ้น ภูผาแสดงออกว่ารักภรรยาตนมาก จนลำแพงเคียดแค้น แอบใส่ยาพิษในน้ำสมุนไพรให้เขากินจนร่างกายอ่อนล้าและตายในที่สุด

ลำแพงจ้องมองสาระวารีตาขวางหลังจากคิดถึงสิ่งที่ตนเคยทำ อรุณฉายกลับเข้ามาถามว่าสาระวารีเป็นอย่างไรบ้าง ลำแพงพูดเสียงราบเรียบว่า รู้สึกตัวขึ้นมาบ่นว่าปวดแผลแล้วหลับไป

“เอ๊ะ...รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ ยายังไม่น่าหมดฤทธิ์นะคะ จะปวดได้อย่างไร” อรุณฉายดูเวลา

“แต่คุณวารีบ่นว่าปวดจริงๆนะคะ คุณจะทำอะไรก็ทำซักอย่างเถอะค่ะ ฉันสงสารเธอ”

“งั้นเดี๋ยวฉันฉีดยาแก้ปวดให้อีกนิดละกันนะคะ” อรุณฉายหันไปเปิดกล่องหยิบขวดยา

ลำแพงทำเป็นขอให้ฉีดเยอะๆจะได้ไม่ปวดอีก อรุณฉายบอกว่าไม่ได้ถ้าให้เกินขนาดถึงตายได้ ว่าแล้วเธอ ก็ฉีดยาเข้าสายน้ำเกลือ ลำแพงมองอมยิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

นาฬิกาปลุกส่งเสียงขึ้นตอนตีห้า ษมาลุกขึ้นกดปิด เตรียมตัวไปเปลี่ยนเวรกับอรุณฉาย เขาเข้ามานั่งข้างเตียงสาระวารี ใช้มือแตะข้างแก้มและหน้าผากเธอ เพื่อเช็กดูว่ามีไข้หรือเปล่า อรุณฉายซึ่งนอนเฝ้าไข้ สะดุ้งตื่น ษมารีบจุ๊ปากเกรงรบกวนคนไข้

“ผมเอง...ผมเป็นห่วงวารีก็เลยเข้ามาดู ขอโทษนะที่ทำให้คุณตื่น”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ได้เวลาที่ดิฉันต้องตื่นอยู่แล้ว คุณแม่บ้านบอกว่า จะตั้งโต๊ะอาหารตอน หกโมงเช้า งั้นดิฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

“คุณไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยเถอะ เดี๋ยวผมดูแลวารีแทนให้เอง”

อรุณฉายยิ้มขอบคุณแล้วเดินออกไป ษมาหันมากุมมือสาระวารีรำพัน “ตื่นได้แล้ววารี จะขี้เซาไปถึงไหนครับ ผมอยากให้ทุกครั้งที่คุณตื่น ได้เจอหน้าผมเป็นคนแรก” ษมาจุ๊บมือ เฝ้ารอการตื่นของคนรัก

ลำแพงจัดโต๊ะอาหารอยู่ อรุณฉายเดินยิ้มเข้ามา ลำแพงรีบบอกว่าทานได้ตามสบาย ตนจะตามเด็กไปเฝ้าไข้สาระวารีแทน ว่าแล้วก็เดินยิ้มกริ่มออกไป อรุณฉายจะห้ามก็ไม่ทัน

“อ้าว ไปซะแล้ว กำลังจะบอกว่าไม่ต้องให้ใครไปอยู่เป็นเพื่อนคุณวารีก็ได้ค่ะ”

“ทำไมล่ะครับ คุณษมาสั่งเอาไว้ไม่อยากให้คุณวารีอยู่คนเดียวนี่ครับ” แลงสงสัย

“ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คุณวารีไม่ได้อยู่คนเดียวนี่คะ คุณษมาเธอตื่นมาอยู่เป็นเพื่อนแต่เช้าตรู่เลยล่ะค่ะ”

แลงหน้าซีดเผือด กลัวแผนลอบฆ่าของลำแพงจะแตก แล้วตัวจะซวยไปด้วย...ขณะที่ลำแพงเดินหน้านิ่ง คอตั้งมาถึงหน้าห้องสาระวารี มองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็น ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป เห็นหญิงสาวนอนให้น้ำเกลืออยู่ลำพัง เธอจ้องเขม็งยิ้มมุมปากกดล็อกประตู

ระหว่างนั้น ษมาออกมาคุยโทรศัพท์กับ บก.ไชย-วัฒน์ที่ห้องทำงานถึงอาการบาดเจ็บของสาระวารี  บก.บ่นเสียดายที่ติดงานไม่อาจไปดูแลได้ ษมารีบย้ำไม่ต้องห่วง ตนจะดูแลอย่างดีที่สุด แล้วขอคุยกับมัทนา บก.โอนสายไปให้ เมื่อมัทนารู้เรื่องสาระวารีก็ตกใจมาก...

มัทนาเข้ามาปรึกษากับ บก.ขอลาพักร้อนไปตราดหาสาระวารีวันนี้ บก.อนุมัติทันที แถมเซ็นเบิกค่าใช้จ่ายให้อีกด้วย มัทนาขอบคุณจะออกไป

“เดี๋ยวมัท...ผมขอสั่งคุณ สั่งเด็ดขาดเลยนะ ถ้ามีข่าวคืบหน้าอะไร โทร.บอกผมทันที ผมต้องการรู้ข่าวทุกระยะไม่ว่าจะดีหรือว่าร้าย”

มัทนารับคำน้ำตาซึม บก.ย้ำให้ระวังตัว

ooooooo

ขณะเดียวกัน ลำแพงยิ้มย่องมองสาระวารีด้วยสายตาอำมหิต เข่นเขี้ยว “ใจจริงฉันอยากให้แกตายอย่างทรมานช้าๆ สาสมกับความหน้าด้านของแก แต่ก็นับเป็นบุญของแก ที่แกจะได้ตายสบายขึ้นหน่อย”

ลำแพงเดินไปเปิดกล่องหยิบยาแก้ปวดขึ้นมา ตั้งท่าจะฉีดเข้าสายน้ำเกลือ กะให้ดูเหมือนได้ยาเกินขนาด เข่นเขี้ยว “จบสิ้นกันซะทีอีตัวมาร”

ทันใด มีเสียงเคาะประตู ลำแพงชะงักตกใจ เสียงษมาดังขึ้น “ล็อกห้องทำไม เปิดประตูห้องเดี๋ยวนี้”

ลำแพงปั้นหน้ายิ้มเปิดประตู พอษมาถามล็อกทำไม เธอรีบขอโทษอ้างว่ามันชินมือ

“เข้ามาทำอะไร”

“คุณพยาบาลไปทานข้าว ดิฉันเลยมาอยู่เป็นเพื่อนคุณวารี”

“แล้วเขาไม่ได้บอกเธอเหรอ ว่าฉันอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”

ลำแพงแอบโมโห ทำไมไม่บอกก่อน ทำยิ้มกลบเกลื่อนว่า อรุณฉายคงลืม ษมาไม่ติดใจอะไร เดินมาจับแขนแตะหน้าผากสาระวารีอย่างห่วงใย ลำแพงมองด้วยความอิจฉาริษยาสุดๆ ษมายังสั่งให้เธอเตรียมอาหารมาให้ตนที่ห้องนี้ตอน 8 โมง ลำแพงรับคำอย่างเคืองแค้น

ด้านอรุณฉายรีบทานข้าวเพื่อกลับไปดูแลสาระวารี แลงพยายามถ่วงเวลาให้เธออยู่นานๆด้วยการเอาขนมหวานมาให้และชวนคุย อีกใจก็กังวลว่าพี่สาวจะเจอกับษมาหรือไม่

ษมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ใกล้ๆ สาระวารี ลำแพงยังไม่ออกไปไหนยืนกระสับกระส่ายไม่ห่าง ษมาเหลือบมองจึงบอกว่า “มีงานอะไรก็ไปทำได้นะ ไม่ต้องอยู่ช่วยฉันหรอก เดี๋ยวคุณพยาบาลเขาก็มาแล้ว”

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเสร็จงานหมดแล้ว เหลือรอยกสำรับอาหารเช้าให้คุณษมาตอน 8 โมง เท่านั้นเองค่ะ”

ไม่ทันไร สาวใช้เคาะประตูเปิดเข้ามารายงานษมาว่า พิพัชให้มาเรียนว่าของส่งครบแล้ว เขาจะไปพระฮามเลย ษมารีบฝากลำแพงเฝ้าสาระวารีไว้จนกว่าอรุณฉายจะมา ลำแพงยิ้มย่อง แต่แล้วต้องชะงักหุบยิ้ม เมื่อษมาสั่งสาวใช้

“เธออยู่ในห้องนี้ก่อน เดี๋ยวลำแพงต้องออกไปเตรียมอาหารให้ฉัน จะได้มีคนเฝ้าคุณวารี”

สาวใช้รับคำ ลำแพงสีหน้าเจ็บใจ พอษมาออกไป ก็หันมาสั่งสาวใช้อีกที

“ไปเอาผ้ามาถูพื้นหน่อย ไม่รู้อะไรหกเหนียวไปหมดตรงเนี้ย”

“ค่ะคุณแม่บ้าน” สาวใช้รับคำก้มหน้าออกไป

ลำแพงจิกตามองด้วยแววตาอำมหิต ในที่สุด โอกาสมาถึงจนได้...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 15:39 น.