ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มนต์จันทรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สองคน ษมากับสาระวารีเดินเล่นอยู่ในสวนหย่อมข้างร้านเบเกอรี่ หญิงสาวติงว่าเขาเพิ่งถูกลอบฆ่าติดๆกันหลายครั้ง ยังกล้ามาเดินเล่นอีก ชายหนุ่มโต้ว่าถ้ามัวแต่กลัวหลบซ่อนตัวอยู่ ก็ดูน่าสมเพชตัวเอง ว่าแล้วก็ล้วงลิปสติกในกระเป๋ากางเกงส่งคืนให้

“ฉันหาตั้งนาน อยู่ที่คุณได้ไงคะเนี่ย”

“คุณทำตกในรถผมวันที่เราไปซื้อของด้วยกันไงครับ”

สาระ วารีขอบคุณ แต่ษมาว่าตนควรเป็นคนขอบคุณมากกว่า คืนนั้นตนคงถูกยิงทะลุหัวไปแล้ว ถ้าไม่ก้มเก็บลิปสติกของเธอ เขายอมรับว่าครั้งนี้เป็นเหตุการณ์เฉียดตายที่สุดของเขาสาระวารีมองหน้าษมา ด้วยสีหน้าห่วงใย เขาส่งยิ้มให้

“ผมยังยืนยันนะว่าผมช่วยคุณหาข่าวเรื่องแชร์เครื่องสำอางให้คุณได้จริงๆ”

“ฉันก็ยังยืนยันเหมือนเดิมค่ะ ว่าฉันจะทำข่าวนี้ด้วยตัวของฉันเอง”

ษมา บอกเธอว่าเขามีข่าววงในว่าอุปกรณ์แหกตาชาวบ้านพวกนั้นผลิตที่ไหน สีหน้าสาระวารีสนใจทันที...ษมาพาเธอมาที่ตึกแถวแห่งหนึ่ง มีชายฉกรรจ์คอยคุมหลายคน

“คนงานส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าว นอกจากประหยัดแล้วถึงเวลาก็ส่งกลับประเทศไปไม่ต้องห่วงว่าจะเอาความลับไปเปิดเผยด้วย” ษมาสาธยาย

สาระวารีแปลกใจที่เขารู้ลึก ษมาบอกว่าเขารู้จักคนที่จัดหาแรงงาน หญิงสาวเบ้หน้าใส่ลืมไปว่าเขาเป็นคนกว้างขวาง เธอครุ่นคิดแผนการเล็กน้อยแล้วขอให้ษมาไปส่งที่ตลาดเพราะตนนัดจิณห์วราไว้ ษมาถามไม่ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานหรือ เธอหาว่าตึกแถวไหนๆก็เหมือนกัน

ษมางงที่ดูเธอไม่สนใจเบาะแสของตน “ไปจริงๆเหรอ”

“ก็จริงสิคะ ไหนช่วยเล่ามาเป็นข้อมูลทีสิคะ ว่าใครส่งคนงานพวกนี้มาให้นายดิตถ์” สาระวารีทำทีไม่สนใจเท่าไหร่ แต่ใจจริงหูผึ่งรอฟัง...

เวลา ผ่านไปพักใหญ่ สาระวารีแอบปลอมตัวเป็นคนงานใหม่ เดินปะปนเข้ามาในตึกแถวนั่น ลูกน้องดิตถ์บอกทุกคนให้เก็บของที่ห้องพัก แล้วตอนเย็นมาเปลี่ยนกะทำงาน สาระวารีใช้โอกาสนี้ แอบเอากล้องวีดิโอใส่ถุงเจาะรูถ่ายสถานที่และคนงานไว้ พลัน มือถือเธอดังขึ้น ทุกคนหันมองเธอรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ กดรับสายกรอก เสียงโวยแบบเบาๆ

“จะโทร.มาทำไม อยากให้ฉันโดนจับรึไง” สาระวารีเปิดก๊อกน้ำกลบเสียงตัวเอง

ษมา ตกใจรีบถามว่าอยู่ที่ไหน สาระวารีบอกตามตรงว่าอยู่ที่ที่เขาพามาเมื่อเช้า เพราะถ้าไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสืออย่างไร ชายหนุ่มถามด้วยความห่วงเข้าไปด้วยวิธีไหน

“เงินเบิกทางได้ทุกเรื่องแหละ”

“คุณนี่ร้ายจริงๆแล้วทำไมคุณไม่บอกผมก่อน”

“ขืนบอก คุณคงยอมให้ฉันเข้ามาทำงานที่นี่หรอก”

“นี่คุณปลอมเป็นคนงานเข้าไปเหรอ” ษมาตกใจ

“ก็ใช่น่ะสิ”

“คุณ คิดว่าตัวเองเป็นใคร ซุปเปอร์เกิร์ลรึไง ถ้าลูกน้องไอ้ดิตถ์มันจับได้ว่าคุณปลอมตัวเข้าไปจะทำยังไง มันไม่ปล่อยคุณเอาไว้แน่...วารี รีบหาทางออกมาเดี๋ยวนี้เลย จะแกล้งป่วยอะไรก็ได้ มันอันตรายเกินไปที่จะเสี่ยง” ษมาออกคำสั่งเสียงกร้าว แต่สาระวารีตัดสายไปดื้อๆ เขาร้อนใจโกรธตัวเองไม่น่าพาเธอไปที่นั่น...ให้เผอิญมีคนมาแอบฟังการสนทนา ของษมา

ooooooo

ท้องฟ้ามืดครึ้ม สาระวารีและคนใหม่ทำงานกันเคร่งเครียด สาระวารีทำทีล้วงของในถุงผ้าที่สะพายไว้เพื่อขยับกล้องถ่ายมุมต่างๆ ลูกน้องดิตถ์เข้ามาบอกทุกคนให้พักทานข้าว คนงานทยอยกันลุกขึ้น พอสาระวารีจะเดินไปก็มีลูกน้องดิตถ์เข้ามาขวาง สองสามคน

“มีอะไรคะ พี่ชาย...”

ขาดคำ คนของดิตถ์ก็ชกท้องเธอจนจุกทรุดฮวบลง สาระวารีถูกพาตัวมาพบดิตถ์ เขาเปิดกล้องวีดิโอของเธอดู แล้วยิ้มเยาะ หลักฐานแค่นี้ยังทำอะไรเราไม่ได้ ลูกน้องถาม

“จะจัดการนังนักข่าวยังไงครับ ขืนรอดออกไปเรื่องถึงหูตำรวจแน่ เก็บมันเลยไหมครับ”

“ใจเย็นๆนังนี่มันมีค่ามหาศาลกว่าที่เอ็งคิดเยอะ ใครฆ่ามันก็โง่ดักด่านแล้วล่ะ”

ดิตถ์ ให้เอาตัวสาระวารีที่ถูกมัดมือมัดปากขึ้นเรือประมง จะไปเป็นเหยื่อล่อษมา หญิงสาวดิ้นส่งเสียงอื้ออึงจึงโดนมัดติดเสาเรือเกรงจะโดดนํ้าหนี

หลังจาก นั้น ดิตถ์ก็ให้คนเอากล่องกระดาษมาทิ้งที่หน้าบริษัทษมา สมบูรณ์เตือนลูกน้องให้ระวังเกรงเป็นระเบิด ษมา พิพัช และจันเลามาถึง สมบูรณ์ค่อยๆเปิดกล่องดู พบข้างในเป็นภาพถ่ายสาระวารีโดนมัด และมีกล้องวีดิโอของเธอใส่มาด้วย พิพัชสบถ

“นึกแล้วไม่มีผิด โดนจนได้ อวดเก่งจนได้เรื่อง”

“กล้องวีดิโอโดนลบหมดแล้วครับ ส่วนภาพพวกนี้คงเพิ่งถ่ายไว้ คุณวารียังไม่น่าถูกพาตัวไปพ้นตราดหรอกครับ” จันเลาวิเคราะห์

ษมา หน้าเครียดเป็นห่วงสาระวารีอย่างมาก เขากดโทรศัพท์หาดิตถ์ทันที กรอกเสียงถามต้องการอะไร ดิตถ์ทำเสียงเยาะไม่รู้เรื่องอะไร ษมาพยายามสะกดอารมณ์

“ฉันว่าเรามีเรื่องต้องตกลงกัน ถ้าแกฉลาดพอก็น่าจะรับข้อเสนอของฉัน”

“ไม่มัดมือชกกันเกินไปหน่อยเหรอครับคุณษมา ผมคงต้องขอฟังดูก่อน ว่าข้อเสนอของคุณมันน่าสนใจแค่ไหน”

ษมาฟังสถานที่นัดหมายจากดิตถ์ “คนอย่างฉันรักษาคำพูดอยู่แล้ว อยู่ที่ตัวแกมากกว่าว่าน่าไว้ใจได้แค่ไหน”

พอ วางสาย จันเลารีบถามทางนั้นว่าอย่างไร ษมาบอกว่า มันนัดเจอที่เกาะเตีย ให้ตนไปคนเดียว พิพัชร้อนใจห้ามไม่ให้ไป เชื่อว่าเป็นแผนเก็บทั้งษมาและสาระวารี ษมารู้แก่ใจแต่ด้วยความเป็นห่วงสาระวารี เขาต้องไป พิพัชยิ่งหัวเสียหาว่าสาระวารีหาเรื่องเดือดร้อนให้ไม่หยุดหย่อน ษมาเข้าใจความรู้สึกลูกน้อง เขาครุ่นคิดแผนการอย่างหนัก

ooooooo

ดิตถ์ กับลูกน้องจับกุมสาระวารีเป็นตัวประกันอยู่ที่ชายหาด มีอาวุธพร้อมมือ ท่าทางดิตถ์งุ่นง่าน สาระ- วารีเยาะหยันตนไม่มีความสำคัญกับษมา เรื่องอะไรเขาจะมาเสี่ยงตาย ดิตถ์โต้

“กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง คิดว่าฉันรู้ไม่ทันเหรอ ว่าไอ้ษมามันคิดยังไงกับแก ดีไม่ขึ้นเตียงกันแล้วด้วยซ้ำ ถึงได้หวงซะขนาดนี้”

“ใจทรามแล้วยังปากหมาอีก” สาระวารีโดดถีบตัวโยน ทั้งที่ถูกจับกุมเอาไว้

ดิตถ์ โกรธปราดเข้าบีบปาก สั่งให้หุบปาก สาระวารีสะบัดหน้าถอยออกอย่างรังเกียจ พลันลูกน้องร้องว่ามีเรือมา หญิงสาวใจแป้วเป็นห่วงษมาอย่างมาก...ษมาขับเรือมาลำพัง จอดเรือโดดลงมา ลูกน้องดิตถ์เข้าค้นอาวุธ ษมาร้องให้ปล่อยตัวสาระวารีไป ดิตถ์พยักหน้าให้ลูกน้องปล่อย หญิงสาววิ่งเข้าหาษมาทันที ต่อว่าเขาบ้าหรือเปล่า ไม่รู้หรือว่าถูกล่อมาฆ่า

“ทำไมผมจะไม่รู้ แต่ถึงรู้ผมก็ต้องมา” ษมาจ้องตาหญิงสาวด้วยแววตาห่วงใย

ดิตถ์หมั่นไส้ “เอ้าๆจะสร้างความประทับใจให้นางเอกอีกนานไหม”

“แกต้องการเท่าไหร่ สิบล้านพอไหม ปล่อยวารีไป แล้วเอาฉันเป็นตัวประกันแทน คนของฉันจะโอนเงินให้แกไม่เกินเย็นนี้ แล้วฉันสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องแก”

ดิตถ์หัวเราะเยาะ ษมาเพิ่มให้อีกเป็น 30 ล้าน ดิตถ์ย้อนเขาก็รู้ว่าตนต้องการอะไร

“กาสิโนฉันน่ะเหรอ แกมีเงินไม่พอที่จะสานต่อมันหรอก ถึงแกจะหาหุ้นส่วนมาได้ เขาก็แค่โยนเศษหุ้นให้แกเท่านั้นเอง ไม่มีใครไว้ใจคนเก่งแต่ปาก มือไม่ถึง ทำอะไรได้แค่ครึ่งๆกลางๆ ไม่เคยสำเร็จซักอย่างแบบแกหรอก”

ดิตถ์โกรธมากที่ด่าแทงใจดำ ชักปืนยิงใส่ษมา 3-4 นัดซ้อน ท่ามกลางความตกใจสุดขีดของสาระวารี เธอวิ่งเข้าประคองร่างษมาที่ล้มคว่ำลงนอนนิ่ง ดิตถ์หัวเราะร่าสะใจ

“ในที่สุดมึงก็มีวันนี้ไอ้ษมา วันที่มึงต้องมานอน ตายคาตีนกู วิญญาณมึงคอยดูความสำเร็จของกูก็แล้วกัน กาสิโนเกาะพระฮามต้องเป็นของกู”

ขาดคำก็มีห่ากระสุนสาดเข้าใส่พวกดิตถ์ ต่างวิ่งหนีกระเจิง...บนเรือห่างจากฝั่ง โศภีส่องกล้องมองด้วยความสะใจ โทษฐานที่ดิตถ์ทรยศตน

ก่อนหน้าที่ษมาจะไปตามนัดของดิตถ์ พิพัชกับจันเลาไปหาโศภีที่บ้าน ตอนแรกโศภีสมน้ำหน้าเมื่อรู้ว่าดิตถ์จับตัวสาระวารีไป แต่พอพิพัชบอกว่า

“นายดิตถ์บังคับให้คุณษมาเพิ่มชื่อมันเข้าเป็นหุ้นส่วนกาสิโน แลกกับความปลอดภัยของคุณวารี คุณษมายอมตามข้อเสนอของมัน ตอนนี้กำลังเดินทางไปพบมันที่เกาะเตียตามลำพัง”

โศภีหน้าเสีย เจ็บใจที่ดิตถ์หักหลัง พิพัชกับจันเลาอ้างว่า ษมาห้ามพวกตนไม่ให้บอกใคร แต่พวกตนไม่เห็นด้วยที่คนเลวอย่างดิตถ์จะได้หุ้น ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครนอกจากเธอ

โศภีขบกรามแน่น มองผ่านกล้องบนเรือดูผลงานที่ตนสั่งลูกน้องเก็บพวกดิตถ์ให้หมด รวมทั้งษมาและสาระวารีด้วย

ทันทีที่มีเสียงห่ากระสุน สาระวารีพยายามประคองร่างษมาจะหาที่หลบ ษมาลืมตาขึ้นจับมือเธอพร้อมปรามอย่าเพิ่งถามอะไร ตามตนไปก่อน  เขาดึงเธอวิ่งหลบหนีขึ้นเรือขับออกไป

ขณะที่ดิตถ์กับพวกถูกล้อมจับไว้หมด โศภีตามมากราดเกรี้ยวใส่ที่กล้าหักหลังตน ดิตถ์ละล่ำละลักอธิบายว่ามันฉุกละหุก บอกไม่ทัน เลยคิดว่าจัดการเสร็จแล้วจะไปบอก โศภีโวย

“บอกฉันหรือว่าจะอมหุ้นกาสิโนเอาไว้เองคนเดียวกันแน่”

ดิตถ์งงพูดเรื่องอะไร ซักไซ้ไปมารู้ว่าโศภีรู้เรื่องนี้จากคนของษมา ก็ถึงบางอ้อว่าเธอถูกหลอก ลูกน้องมารายงานไม่พบศพษมาบนเกาะ โศภีส่องกล้องไปเห็นษมาขับเรืออยู่กลางทะเล

ooooooo

สาระวารีนั่งซุกตัวอยู่มุมหนึ่งของเรือ มีเรืออีกสองลำแล่นมาขนาบข้าง เป็นเรือของจันเลากับพิพัชคอยคุ้มกัน หญิงสาวซาบซึ้งใจมองษมาที่กำลังขับเรือ ลมพัดแรงเสื้อเปิดออก ทำให้เห็นว่าเขาสวมเสื้อเกราะ จึงถูกยิงไม่เป็นอะไร พอกลับมาถึงเกาะยานก ษมาพาขึ้นฝั่งพูดคุย

“ไอ้พวกนั้นไม่ได้มาช่วยเราหรอก  แต่มาฆ่านายดิตถ์”

“คุณพูดเหมือนรู้ว่าพวกนั้นเป็นใคร”

“คนของโศภี...สองคนนั่นร่วมมือกันกำจัดผม เพื่อฮุบกาสิโน”

สาระวารีฟังพอจะเข้าใจ ษมาเล่าอีกว่า เรื่องนี้ตนก็เสี่ยงเหมือนกัน แต่ตนมั่นใจว่าเดานิสัยสองคนนี้ไม่ผิด ถ้ามีโอกาสต้องหักหลังกันเองแน่ หญิงสาวแขวะ นักพนันขั้นเทพก็แบบนี้ กล้าได้กล้าเสี่ยง ษมาถือโอกาสตักเตือน

“ทีนี้เห็นแล้วใช่ไหมว่าความดื้อแล้วก็ความกระหายข่าวของคุณ จนมองข้ามความปลอดภัย มันสร้างความเดือดร้อนมากขนาดไหน”

“ฉันขอโทษค่ะ คราวนี้ฉันยอมรับผิดต่อไปฉันจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีกแล้วพอใจรึยังคะ”

“ดีครับ  ต่อไปอย่าดื้อกับผู้ใหญ่อีก” ษมายิ้มอย่างเอ็นดู

ลำแพงแอบมองอยู่หลังพุ่มไม้  สีหน้าแววตาเกลียดชัง มือกำใบไม้ขยำจนบี้แหลกคามือ...เวลาผ่านไป  สาระวารีนั่งทานอาหารกับษมาอย่างเอร็ดอร่อย  พิพัชเดินมายืนข้างลำแพง  เขาไม่ค่อยพอใจสาระวารีเท่าไหร่  เคืองที่หาเรื่องเดือดร้อนมาให้เจ้านายตนบ่อยๆ  สาระวารีหันมาชมลำแพงทำอาหารได้อร่อยมาก เธอจำต้องปั้นยิ้ม

“ขอบคุณค่ะ แต่ค่อยๆทานนะคะ เดี๋ยวติดคอตายขึ้นมา คุณษมาจะมาโทษว่าเป็นความผิดดิฉันอีก” คำพูดของลำแพงทำเอาสาระวารีสำลัก

พิพัชเอ่ยนิ่งๆ “ผมจะไปเตรียมเรือไว้เลยนะครับ ทานอิ่มจะได้พากลับไปส่งที่ฝั่ง”

แต่ษมาแย้งให้สาระวารีนอนพักที่เกาะสักคืน  พิพัชถอนใจเซ็งๆ แบบไม่รักษามารยาทกันเลย ทำให้สาระวารีมองหน้าเขาขำๆ ไม่ทันไร จันเลาเข้ามาบอกว่า โศภีมาขอพบ พิพัชโพล่งออกมาให้ไล่กลับไปเลย หมดเวลาหยั่งเชิงกันแล้ว สาระวารีเสริม

“ฉันเห็นด้วยกับคุณพิพัช  ถึงเวลาประกาศศึกแล้ว หมดเวลาทำแกล้งโง่ดูเชิงยัยนั่นแล้ว”

จันเลาเห็นด้วย แต่ท่าทางษมาครุ่นคิด แล้วให้จันเลาเชิญโศภีไปรอที่เก้าอี้รับแขกหน้าบ้าน  พิพัชจะแย้ง ษมายกมือห้ามไม่ให้พูด แล้วก้มหน้าทานข้าวต่อ สาระวารีจับตามองเขา รับรู้ได้ว่าเขามีแผนการบางอย่างในใจ

ด้านโศภีที่นั่งอยู่หน้าบ้าน สะกดสีหน้าให้นิ่งทั้งที่ในใจร้อนเป็นไฟ  เพราะต้องมาแสดงละครตบตาอีกครั้ง ษมาเดินเคียงคู่กับสาระวารีออกมา มีจันเลาและพิพัชตามหลัง โศภีอดหมั่นไส้ไม่ได้ จำต้องปั้นหน้าห่วงใยษมา ละล่ำละลักถาม

“คุณสองคนหนีออกมาได้ตอนไหนคะ โศเป็นห่วงแทบแย่”

“ช่วงชุลมุนกันน่ะครับ คุณโศมีธุระอะไรเหรอครับ” ษมาตีหน้าเฉยเมย

โศภีน้อยใจตัดพ้อ “โศอุตส่าห์ตามไปช่วยชีวิตคุณ ไม่เห็นคุณจะขอบใจโศซักคำ แถมยังทำท่าทางไม่ต้อนรับ โศอีก”

ษมาหันสบตากับสาระวารี พิพัชหยั่งเชิงถามว่าจับตัวดิตถ์ได้ไหม โศภีรู้ทั้งรู้ว่าถูกหลอกถาม ต้องสร้างเรื่องตอบ “หนีไปไหนก็ไม่รู้ นายนี่มันนกรู้ จับไม่ได้ไล่ไม่ทันหรอก”

“ไม่ใช่คุณโศภีชอบทำบุญ ปล่อยนกปล่อยปลาไปหรอกนะครับ” พิพัชแขวะ

โศภีหันมาโวยไม่เข้าใจที่พูด ษมาเดินมายืนตรงหน้าโศภีโต้ “นายดิตถ์อยากฆ่าผมเพราะหวังสัมปทานกาสิโนเปลี่ยนมือ แสดงว่าต้องมีแบ็กเรื่องเงินทุนหนุนหลังอยู่ ลำพังนายดิตถ์จะมีปัญญาหาเงินมาจากไหน จริงไหมครับ”

“ฉันจะไปรู้เหรอคะ ไม่ใช่คนเดียวกันซะหน่อย”

“แล้วคุณษมาพอจะรู้รึเปล่าคะ ว่าใครอยู่เบื้องหลังนายดิตถ์ ถ้ามีหลักฐานต้องรีบจัดการเลยนะคะ ปล่อยไว้อันตราย” สาระวารีเสริม จับตามองไปที่โศภี
โศภีชักเสียวสันหลัง พิพัชเสริมอย่างรู้กันว่า ษมาเก็บหลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับจอมบงการไว้หมด หลักฐานละเอียดยิบ ตั้งแต่เส้นทางการเงิน ประวัติทางธุรกิจที่ผิด กฎหมาย แล้วก็คนที่คบหาสนิทด้วยในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา รับรองดิ้นไม่หลุด จันเลาช่วยแทรก แม้แต่คนที่แอบกินข้าวกับดิตถ์ร้านไหน ก็มีทั้งภาพและเสียงหมด โศภีเริ่ม กระสับกระส่าย ษมาจงใจบอกให้รู้ว่าหลักฐานทั้งหมดตนเก็บไว้ในตู้เซฟ

“ถ้าผมเป็นอะไรไป พิพัชกับจันเลาจะเปิดตู้เซฟ แล้วเอาหลักฐานทั้งหมดไปยื่นให้ตำรวจทันที ถ้าผมตายมันก็ต้องติดคุกจนตายเหมือนกัน หนีไม่พ้นหรอกครับ”

โศภีกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอสีหน้าหวาดกลัวแต่ต้องเก็บอาการสุดๆ ษมาแอบยิ้มเจ้าเล่ห์

ษมากับสาระวารียืนส่งโศภีที่เดินลิ่วกลับไปลงเรือที่คนของเธอรออยู่ สาระวารีเอ่ยถามษมา มีหลักฐานขนาดนั้นทำไมไม่แจ้งความเสียเลย ษมายิ้มๆ เฉลยว่าทุกอย่างเป็นการลักไก่ หญิงสาวเบ้ปาก แขวะว่าตนลืมไปว่าอยู่ในวงไพ่

“แทนที่จะมาพูดค่อนขอดผม คุณควรจะขอบคุณผมมากกว่า”

สาระวารียกมือไหว้ประชด “ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ ที่อุตส่าห์เสี่ยงตายไปช่วยชีวิตนักข่าวไร้ประโยชน์ ที่ดีแต่สร้างปัญหาไม่จบไม่สิ้น”

ษมาบอกว่าตนหมายถึงเรื่องอื่น หญิงสาวทำหน้างงๆ “ก็คุณมาตราดทำไมล่ะ เตรียมเขียนข่าวส่ง บก.คุณได้เลย ผมแจ้งความให้ตำรวจเข้าไปทลายโรงงานนายดิตถ์ ยึดของกลางไว้แล้ว ตอนนี้ตำรวจกำลังขยายผลถึงเรื่องแชร์เครื่องสำอางอยู่....ผมช่วยหาข่าวขนาดนี้แล้ว จะให้รางวัลอะไรผมดีล่ะ

“สมาชิกสยามสารฟรีตลอดชีพดีไหมคะ”  สาระวารีแดกดัน

“อยากได้นักข่าวประจำตัวตลอดชีพมากกว่า” ษมาจ้องหน้าหญิงสาวตาหวานเชื่อม

ทำเอาสาระวารีเขินไม่คิดว่าเขาจะเล่นมุกนี้ ษมาอ้างว่าเวลากาสิโนเปิดจะได้มีคนช่วยเขียนข่าวประชาสัมพันธ์ให้ ตนใช้เส้นล็อกตำแหน่งนี้ไว้ให้เธอ คนเดียว สาระวารีทำหน้านิ่ง ตอบว่าจะหาคนเขียนข่าวให้ เพราะตนไม่มีวันเขียนข่าวเชียร์ให้คนเข้าบ่อนเล่นการพนันที่ตนเกลียดเข้ากระดูกดำ ษมาจ๋อย ลืมนึกถึงข้อนี้ไปสนิท แค่อยากกระเซ้าเย้าแหย่ สาระวารีหน้าเครียดเดินหนี ด้วยความสับสนในใจ ใจหนึ่งก็แอบชอบเขา อีกใจต่อต้านกาสิโน ษมารู้ดีว่า นี่คืออุปสรรคใหญ่ที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับเธอไปไม่ได้ไกล

ooooooo

ดิตถ์เอ็ดตะโร สั่งพนักงานห้ามตำรวจค้นบริษัทถ้าไม่มีหมายศาล ปฏิเสธไม่รู้เรื่องแชร์อะไรทั้งสิ้น...ตัวเขามาขอความช่วยเหลือจากโศภี แต่กลับโดนแว้ดใส่

“ฉันไม่ฆ่านายทิ้งที่เกาะก็บุญเท่าไหร่แล้ว ยังมีหน้ามาขอความช่วยเหลือฉันอีก”

“ผมไม่ได้หักหลังคุณจริงๆนะครับคุณโศ คุณก็รู้ว่าเป็นแผนการของไอ้ษมา มันยุให้เราแตกคอกัน รู้ยังงี้แล้วคุณยังโกรธผมอยู่อีกเหรอ”

“ก็พฤติกรรมนายมันน่าสงสัย แล้วตอนนี้นายก็ร่ำรวยจากแชร์เครื่องสำอางเป็นเศรษฐีร้อยล้าน ไม่ต้องพึ่งฉันแล้วนี่” โศภีหัวเราะเย้ยหยัน

“ยังมาซ้ำเติมกันอีกคุณโศ ไอ้ษมามันร่วมมือกับนังนักข่าวนั่นแจ้งตำรวจ แฉผมซะป่นปี้จะล้มละลายหมดเนื้อหมดตัวก็งานนี้ล่ะ”  ดิตถ์เอ่ยปากขอร้องให้โศภีช่วย

โศภีบอกว่าษมาขู่ว่ามีหลักฐานเอาผิดตนเก็บไว้ในตู้เซฟ ถ้าเขาช่วยทำลายมันได้ ตนก็ยินดีช่วย ดิตถ์ตาโพลงเพราะนั่นคือการล้วงคองูเห่า แต่พอโศภีขู่ถ้าทำไม่ได้ก็เตรียมหนีข้ามแดนได้เลย...เมื่อจนตรอก ดิตถ์จำต้องรับปากจะลงมือคืนนี้

ในขณะที่ษมาระวังตัวแจ ตรวจตราจอคอม– พิวเตอร์เช็กกล้องวงจรปิดก่อนจะเข้านอน อดเป็นห่วงสาระวารีไม่ได้ จึงโทร.เข้าไปในห้องเธอ เสียงหญิงสาวงัวเงียรับโทรศัพท์โกรธๆโวยว่าคนนะไม่ใช่นกฮูกจะได้ไม่หลับไม่นอน ชายหนุ่มขำรีบขอโทษที่โทร.มาเพราะจะเตือนให้ล็อกห้องดีๆ อย่าออกจากห้องจนกว่าจะเช้า สาระวารีแขวะ

“คนแก่นี่ชอบย้ำคิดย้ำทำซะจริง เตือนแล้วเตือนอีก คุณเองก็ต้องระวังตัวด้วย ถ้ามีเกลือเป็นหนอนอย่างที่คุณคิด คุณก็ไม่ควรออกจากห้องนอนไปไหนค่ำๆมืดๆคนเดียวเหมือนกัน”

“งั้นเราย้ายมาพักห้องเดียวกันดีไหมครับ จะได้ช่วยระวังให้กัน”

“ไอ้เฒ่าลามก...ฉันวางสายแล้วนะ” สาระวารีกระแทกหูโทรศัพท์ด้วยความเขินปนอาย

ษมายิ้มขำๆหันมาเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด พลันเห็นบางอย่างผิดปกติในห้องทำงานจึงรู้ว่า แผนที่วางล่อมีคนติดกับแล้ว...คนร้ายที่ย่องเข้ามารู้สถานการณ์ดี เอาถุงครอบกล้องวงจรปิดไว้ ค้นตู้เซฟจนทั่วไม่พบหลักฐานใดๆ ษมาบุกเข้ามา เกิดการต่อสู้กัน คนร้ายสวมหมวกคลุมหน้า แต่พอษมาจะกระชากออกก็รีบโดดหนีทางหน้าต่าง ษมาคว้าปืนกระโดดตามลงไปทันที

ขณะเดียวกัน กูซอวิ่งเข้าบ้านพักคนงาน จันเลากับพิพัชเข้ามาขวางถามว่าหนีใครมา กูซอแปลกใจบอกว่าตนปวดท้อง จันเลาค่อนขอดคงไม่ปวดมากเท่ากับโดนหักหลัง กูซองง

พิพัชซักไซ้ “วันนี้ตอนไปเอาเสบียงที่ฝั่ง แกหายไปไหนมา”

“ฉันถามพวกที่ไปด้วยกันแล้ว มันบอกว่าพอแกซื้อของเสร็จก็ให้พวกมันขนลงเรือ ส่วนตัวแกหายไปเป็นชั่วโมง แกไปไหน แอบไปพบใครมากูซอ” จันเลาซักไซ้

พิพัชกระชากคอเสื้อกูซอเค้นให้ตอบ กูซอหน้าซีดตกใจปวดท้องจนพูดไม่ออก พลันเสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้น พิพัชกับจันเลาชะงักรีบวิ่งไปทางเสียงปืน กูซอวิ่งปรู๊ดเข้าบ้านพักคนงาน

คนร้ายยังสวมหมวกคลุมหน้าวิ่งลัดเลาะหนีตายไปอย่างชำนาญทาง ษมาวิ่งตามหาไม่เจอยืนมองไปรอบๆ ด้วยความเจ็บใจ คนร้ายซุ่มเงียบรอจังหวะหนี ทันใด ลำแพงย่องเข้ามาใช้ท่อนไม้ฟาดลงมากลางหลังคนร้าย และเงื้อจะฟาดซ้ำ เสียงคนร้ายร้อง

“อย่าพี่ลำแพง นี่ฉันเอง” คนร้ายถอดหมวกไหมพรมออก ลำแพงแทบช็อกเมื่อเห็นว่าเป็นแลงน้องชายตัวเอง

ษมาได้ยินเสียง บุกเข้ามาหลังพุ่มไม้ ไม่พบทั้งลำแพงและแลง พิพัชกับจันเลาวิ่งตามมาสมทบ ษมารีบบอกว่าเหยื่อติดกับ มีคนเข้าไปค้นตู้เซฟแต่หนีไปได้ จันเลาลำดับเหตุการณ์

“คุณษมาไล่ล่าคนร้ายตอนเราอยู่กับกูซอ กูซอก็ไม่น่าจะใช่ไอ้ทรยศ แล้วมันเป็นใครกันแน่” ...ษมาเองก็ครุ่นคิด ใครกันที่เป็นหนอนบ่อนไส้

ooooooo

ด้านแลงถูกลำแพงตบหน้าหันและทุบตีอย่างบ้าคลั่ง โทษฐานกล้าหักหลังษมา เธอด่าว่าเนรคุณ ชิงหมาเกิด แลงกลัวพี่สาวมากได้แต่ยกมือป้อง ขอร้องให้ฟังตนอธิบาย แต่เธอไม่ฟัง

“ฉันติดหนี้พนัน ถ้าฉันไม่ทำตามที่มันสั่ง ไอ้ดิตถ์มันฆ่าฉันแน่” แลงโพล่งขึ้น

ลำแพงชะงัก แลงรีบย้ำว่าตนไม่ได้โกหก ลำแพงข้องใจว่าเขารู้รหัสเซฟได้อย่างไร แลงตอบว่าแอบเห็น ษมากับพิพัชเปิดเซฟอยู่หลายครั้ง แลงบีบน้ำตาอ้อนลำแพงให้ช่วย เกรงโดนอุ้มฆ่า ลำแพงอดใจอ่อนไม่ได้เลื่อนมือมาลูบหัวน้องชายด้วยความรัก แลงถอนใจที่รอดได้อีกครั้ง

เมื่อโศภีรู้จากดิตถ์ว่า ในเซฟของษมาไม่มีหลักฐานอะไรเอาผิดเธอได้เลย ก็สงสัยหรือษมาจะเก็บไว้ที่อื่น แต่ดิตถ์มั่นใจว่าโศภีหลงกลษมา

“ถ้ามันมีหลักฐานเล่นงานคุณได้จริง มันไม่ปล่อยคุณไว้หรอก มันลอบกัดคุณโดยไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ เหมือนที่ผมโดนเอาคืนอยู่นี่ไงล่ะ”

โศภีขบกรามแน่น ดิตถ์ทวงข้อตกลงที่ตนช่วยเธอแล้ว ถึงคราวที่เธอต้องช่วยตน แต่โศภีกลับพูดใส่หน้าว่า คดีดังขนาดนี้ ใครจะกล้ายื่นมือไปช่วย หาเรื่องใส่ตัวเอง ดิตถ์โมโหสุดขีด

“พูดยังงี้ได้ไงวะ นี่คุณหลอกใช้ผมเหรอ จะมาหักหลังกันหน้าด้านๆ ยังงี้ไม่ได้นะโว้ย” ดิตถ์จะเข้าทำร้ายโศภี แต่คนของเธอชักปืนขู่ จึงชะงัก”

“คนที่หมดประโยชน์ทุกคน ฉันไม่เคยเก็บเอาไว้ให้เกะกะขวางทางหรอก อย่าว่าแต่ไอ้พวกขี้โม้อย่างแกเลย ขาใหญ่อย่างนายสิงขร ฉันก็เชือดทิ้งมาแล้ว”

ดิตถ์ตะลึงนึกไม่ถึงว่าสิงขรตายด้วยฝีมือโศภี คนของเธอลากตัวดิตถ์ออกไปโยนนอกบ้าน เขาแค้นเคือง ขู่จะเอาคืนให้สาสม ดิตถ์มาบอกลูกน้องให้โทร.บอกโชติ ว่าตนจะไปกบดานที่ชายแดนให้รอรับ แต่ลูกน้องตอบเสียงอ่อย

“คงไม่ได้แล้วล่ะครับเสี่ย...ข่าวเรื่องเสี่ยออกทั้งทีวีทั้งอินเตอร์เน็ต คนรู้จักครึ่งค่อนประเทศแล้วครับ ตอนนี้คนของเราก็หนีเอาตัวรอดกันเกือบหมด เหลือไม่ถึงสิบคนแล้วล่ะครับ”

ดิตถ์ยิ่งแค้นใจ โทษเป็นความผิดของษมา

ooooooo

เช้าวันใหม่ ที่บริษัท สมบูรณ์เห็นเหวียงกำลังล้างรถ จึงเข้ามาดู เหวียงบอกว่าษมาจะขับรถไปส่งสาระวารีที่กรุงเทพฯด้วยตัวเอง คันโปรดเข้าศูนย์เกรงจะได้ไม่ทัน สมบูรณ์หวั่นใจหาเรื่องโดนส่องอีกแล้ว เหวียงว่าแฟนใคร ใครก็ห่วง มีรปภ. คนหนึ่งยืนมองด้วยสายตาไม่น่าไว้วางใจ

เมื่อษมากับสาระวารีนั่งเรือจากเกาะยานกมา หญิงสาวบอกษมาไม่จำเป็นต้องไปส่งตนให้คนขับรถไปก็ได้ ลิปสติกของตนไม่ใช่เครื่องรางลงอาคมที่จะช่วยชีวิตเขาได้ทุกครั้ง

“เป็นห่วงผมเหรอ” ษมายิ้มแฉ่ง

“ฉันกลัวซวยไปด้วยต่างหาก”สาระวารีเบ้หน้าใส่

“ผมว่าช่วงสองสามวันนี่น่าจะเป็นช่วงปลอดภัย ที่ผมจะไปไหนมาไหนที่สุดแล้วล่ะ...ไอ้ดิตถ์คงหนีการจับกุมอยู่ ส่วนโศภีโดนขู่ไปขนาดนั้น คงไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไรอีกแล้วล่ะ”

“ประมาทไปรึเปล่าคะ คนที่คิดจะฆ่าคุณก็ไม่ได้มีแต่สองคนนี้เท่านั้น”

“ผมทราบ แล้วตอนนี้เป้าโจมตีก็ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวแล้วด้วย ตอนนี้เขาลือกันไปทั่วว่าคุณคือคนรักของผม”

“จะบ้าเหรอ...” สาระวารีแอบเขิน

ษมาจ้องตาซึ้งๆ “ช่วยไม่ได้ทุกคนเข้าใจยังงั้นหมดแล้ว คุณคือเครื่องต่อรองชั้นดี ถ้าพวกมันอ่านใจผมออก จับคุณเป็นตัวประกันจะเรียกร้องอะไรได้ง่ายกว่าฆ่าผมตายซะอีก”

“พูดอะไรของคุณ ซับซ้อนต้องตีความ เข้าใจยาก น่ารำคาญ” สาระวารีเข้าใจแต่ทำกลบเกลื่อนเมินหน้าหนี แล้วแอบอมยิ้มปลื้มที่ตนมีความหมายกับเขาขนาดนี้

สมบูรณ์นั่งรถออกมารอรับษมาที่ท่าเรือ รปภ.ยืนมองไล่หลังรถยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย พอสาระวารีเห็นสมบูรณ์ก็เข้ามาสวัสดี สมบูรณ์กระเซ้า น่าจะกลับมาอยู่ที่ตราดเลย เห็นมาบ่อยๆ หญิงสาวหน้างอแก้ตัวว่าตนมาทำงาน อีกหน่อยคงไม่ได้มาแล้ว ษมาแทรก คนทางนี้เหงาแย่

“เดี๋ยวบ่อนเปิด คนคึกคัก หายเหงาไปเองแหละค่ะ...รถล่ะคะลุง” สาระวารีทำไม่สนใจ

ษมาขึ้นนั่งประจำที่คนขับ สาระวารีโบกมือให้สมบูรณ์ จากนั้นสมบูรณ์ก็โทรศัพท์คุยกับเหวียงถึงของที่สั่งซื้อ...ษมาขับรถพูดคุยหยอกล้อกับ

สาระวารีดูมีความสุข ขณะที่เหวียงรายงานสมบูรณ์ว่าซื้ออะไรมาได้บ้าง เขาเดินหอบของมาขึ้นรถที่จอดอยู่ ฉับพลัน รถก็ระเบิดตูมขึ้น

โศภีได้รับรายงานจากคนของตัวที่ปลอมเป็น รปภ.บริษัทมา เขาติดระเบิดใต้ท้องรถคันที่เหวียงล้างไว้ให้ ษมาเข้ากรุงเทพ โศภีสะใจมากจะตบรางวัลให้อย่างงาม...สมบูรณ์ใจหายวานโทร.บอกษมาให้ลง

จากรถเร็วที่สุด ษมาจอดแล้วฉุดสาระวารีลงวิ่งไปห่างรถมากที่สุด เขาใช้ตัวกอดบังร่างหญิงสาวไว้ด้วยความเป็นห่วง สาระวารีชำเลืองมองเขาอย่างรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ษมาสบตาเธอเตรียมรับเหตุร้ายที่จะเกิด... ชั่วอึดใจ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งสองกะพริบตางงๆ สาระวารีเริ่มเขินผลักตัวออกห่าง ทั้งสองหันมองรถที่จอดไม่เป็นอะไร

ooooooo

ทุกคนมารวมตัวกันที่บริษัท สมบูรณ์สีหน้ายังตกใจ ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองษมาและสาระวารี เดชะบุญที่ทางศูนย์โทร.มาบอกว่ารถของษมาได้แล้ว ตนเลยให้เหวียงเอารถที่สำรองไว้ไปซื้อของแทนและให้คนที่ศูนย์เอารถไปส่งที่ท่าเรือ

“เจ้าเหวียงเลยรับเคราะห์แทนผม” ษมาสีหน้าเสียใจ สาระวารีก็เสียใจไม่แพ้กัน

ษมาสั่งพิพัชดูแลครอบครัวเหวียงให้ดีที่สุด และให้สมบูรณ์นำเงินไปมอบให้ก้อนหนึ่ง ษมาหันมาชวนสาระวารีเดินทางต่อ พิพัชขัด

“นี่คุณจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ อีกเหรอครับ ห่วงความปลอดภัยของตัวเองบ้างเถอะ”

ษมาตอบว่าไม่เห็นมีอะไรแล้ว พิพัชจะแย้ง สาระวารีแทรกขึ้น “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันกลับเองได้ ลูกน้องคุณเขาหึง เอ๊ย...ห่วง”

“พูดอะไรของคุณ” พิพัชเคือง สาระวารียักไหล่

สมบูรณ์เสนอตัวไปส่งสาระวารีเอง เพื่อให้พิพัชสบายใจและษมาจะได้อยู่เจอครอบครัวเหวียงด้วย สาระวารีหันมาค้อนพิพัช ษมาสบายใจขึ้น ฝากสมบูรณ์ดูแลสาระวารีแทนตน

ระหว่างนั่งมาในรถ สาระวารีเอ่ยถาม “แน่ใจนะลุงว่านายพิพัชไม่ได้แอบชอบคุณษมา”

สมบูรณ์หัวเราะก๊าก “หนูวารี ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะครับ เดี๋ยวฟ้าผ่าตายพอดี”

“แหม...ก็เห็นทั้งหวงทั้งห่วงจนออกนอกหน้า ซะขนาดนั้น เขาน่ะหึงหวงผู้หญิงทุกคนเลยนะลุง ทั้งคุณโศทั้งหนู”

“พิพัชเขารักเขาบูชาเจ้านายของเขามากก็เลยห่วงมาก ไม่ได้มีเรื่องอย่างที่คุณระแวงหรอก จงรักภักดีขนาดยอมตายแทนได้เลยนะครับ”

สาระวารีแขวะ “เหมือนหมาหวงเจ้าของใช่ไหมคะลุง...ลุงมองโลกชั้นเดียวเกินไป นายพิพัชอาจจะแอ๊บแมนก็ได้ ล่ำๆยังเงี้ย ตัวดีนักล่ะ”

สมบูรณ์หัวเราะบอกว่า ป่านนี้พิพัชจามจนตกเก้าอี้ไปแล้ว หญิงสาวสะใจเปลี่ยนเรื่องมาถามสมบูรณ์จะกลับตราดเลยหรือ สมบูรณ์ตอบว่าพรุ่งนี้มีงานต้องทำ พอถึงหน้าบ้าน เขาให้สาระวารีรีบเข้าบ้าน หญิงสาวว่าไม่ต้องห่วง ไม่มีใครทำอะไรในเขตบ้านตน แต่สมบูรณ์ไม่ยอม

“ไม่ได้หรอกครับ ผมรับปากคุณษมาไว้แล้วต้องส่งคุณถึงในบ้าน”

สาระวารีถอนใจ ไม่ทันที่จะไขประตูบ้าน สมบูรณ์สังเกตเห็นที่ลูกบิดมีความผิดปกติ รีบห้ามสาระวารีและให้ถอยออกมา เขาถามเธอเคยงัดแงะช่องกุญแจมาก่อนไหม

“ไม่เคยค่ะ เรามีกุญแจสำรองซ่อนเอาไว้ ทำไมเหรอคะลุง”

“ที่ลูกบิดประตูมีรอยขูดขีดแปลกๆ เต็มไปหมดเลย...หนูวารีไปรอในรถก่อน”

คนขับรถเข้าดูแลสาระวารี สมบูรณ์หยิบปืนออกมาค่อยๆย่องเข้าไปในบ้าน แล้วก็ได้พบคนร้ายสองคนซ่อนตัวอยู่จริง แต่ไม่ยากเย็นสำหรับตำรวจเก่าอย่างเขา ที่จะจัดการคนร้ายทั้งสอง

เวลาผ่านไป ษมาในชุดดำคุยโทรศัพท์กับสาระวารีสีหน้าเครียด ด้วยเป็นห่วงเธอมาก หญิงสาวถอนใจ “ก็เกือบไปเหมือนกันแหละค่ะ ถ้าลุงสมบูรณ์ไม่มาด้วย ป่านนี้ฉันคงถูกจับตัวไปอีกรอบแล้วค่ะ”

“เพราะผมแท้ๆเลย คุณถึงต้องเดือดร้อนไปด้วย”

“เลิกโทษตัวเองซะทีเถอะค่ะ ฉันยังไม่เคยคิดโทษคุณเลย”

“ขอบคุณครับ แต่คุณกับพี่สาวไม่ต้องกลัวไปนะ ผมจะหาทางป้องกันให้คุณปลอดภัยกลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิมให้ได้”

“ทางมันมีอยู่แล้วล่ะค่ะ ง่ายมาก คุณแค่เลิกทำกาสิโน ทั้งชีวิตคุณ ชีวิตฉันก็จะกลับมาสงบสุขเหมือนเดิม”

ษมาอึ้ง ขอเธออย่าพูดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สาระวารีตอกกลับ “ใช่ค่ะ อย่าพูดในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ คุณดูแลความปลอดภัยให้ใครร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้หรอก แม้แต่ตัวคุณเอง”

ษมาอึ้งโดนแทงใจดำจนเถียงไม่ออก ตัดสินใจสั่งพิพัชไปเป็นบอดี้การ์ดให้สาระวารีที่กรุงเทพฯ พิพัชแย้งว่าตนกับเธอไม่ลงรอยกันเท่าไหร่ มีหวังตีกันแน่ ษมาสวนทันควัน

“ผมก็ไม่เห็นวารีจะลงรอยกะใครซักคน แม้แต่กับผม”

พิพัชขอให้ส่งจันเลาไปแทน จันเลาโต้ว่าตนมีงานต้องทำ และที่สำคัญ เจ้านายอยากให้ไปติดตั้งระบบป้องกันภัยที่บ้านสาระวารี ตนไม่ถูกโรค กับไฮเทคโนโลยี ทุกวันนี้แค่เข้ากูเกิลได้ก็หรูแล้ว พิพัชเหล่เพื่อนที่ไม่ช่วยกันบ้าง ษมาน้ำเสียงซีเรียสขึ้น

“นายคือคนที่ฉันไว้ใจมากนะพิพัช วารีต้องเดือดร้อนก็เพราะฉันเป็นต้นเหตุ ฉันถึงจำต้องส่งมือขวา คนที่ฉันไว้ใจมากที่สุดไปดูแลเขาแทน นี่ถ้าไม่ติดว่าถ้าฉันไปด้วยตัวเองแล้วจะยิ่งเป็นเป้าโจมตีให้วารีเดือดร้อนยิ่งขึ้น ฉันคงไม่ยืมจมูกใครหายใจหรอก”

พิพัชแหยลง เจอษมาพูดเชือดนิ่มๆ จะไม่ยอมไปก็ไม่ได้ แอบถอนใจออกมาเซ็งๆ

ooooooo

แม้จะโกรธแต่ก็เป็นน้องในไส้ ลำแพงเอาเงินทองของมีค่าของตนทั้งหมดมามอบให้แลงเอาไปใช้หนี้พนันให้หมด แลงกล่าวขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน ลำแพงให้เขาสัญญาจะไม่ทรยศ ษมาอีก แลงถอนใจถ้าไม่โดนบีบตนคงไม่ทำแน่ ลำแพงเชื่อใจน้องชาย

แต่แล้ว แลงกลับขายทองหยองของพี่สาว รวมกับเงินสดที่ได้เป็นรางวัลจากดิตถ์ และดิตถ์ยังล้างหนี้เก่าให้ด้วย เอามาเล่นการพนันในบ่อนของดิตถ์ต่อ และดูท่าจะสวามิภักดิ์ต่อเขา

“แล้วคุณดิตถ์จะเอายังไงกับไอ้ษมาครับ จะเลิกหรือว่าจะให้ผมส่งข่าวให้เหมือนเดิม”

“ก็เหมือนเดิมสิวะ ไอ้ษมามันทำให้ข้าหมดเนื้อหมดตัว ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ ถ้าไม่เห็นมันตายกับตา ข้านอนตาไม่หลับหรอกโว้ย แต่ตอนนี้คงต้องพักรบหาเงินก่อน นังโศภีมันก็ดันชิ่งไปอีก ข้าเลยต้องเสี่ยงเปิดบ่อนอีกรอบ” ...แลงรับปากจะรับใช้เขาทุกอย่าง

วันต่อมา จันเลาเดินตามประกบษมา ซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์กับพิพัช ษมากำชับให้ดูแลติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยให้ทั่วบ้านสาระวารี และขอให้ประกบเธออย่างที่จันเลาประกบตน

จันเลายิ้มขำๆ “ผมอยากเห็นตอนที่สองคนเจอหน้ากันจริงๆเลยครับ”

“ทำไงได้ล่ะ ถ้าบอกก่อน วารีต้องไม่ยอมให้พิพัชไปบ้านแน่ๆ”

“คุณษมาคิดจริงจังกับคุณวารีหรือแค่คบเป็นเพื่อนแก้เหงาฆ่าเวลาครับ”

“แกเห็นฉันเป็นคนยังงั้นเหรอ” ษมาหน้าดุขึ้นมา จันเลาผงะยิ้มแหยๆ “แกเคยเห็นฉันให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนไหนมากเท่าวารีมาก่อนรึเปล่า”

“ไม่เคยครับ”

“คงได้คำตอบแล้วนะ”

“แต่คุณวารีเธอเกลียดการพนันมาก...แล้วเขาก็เป็นคนใจแข็งมากซะด้วย บอกตรงๆนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าคุณษมาจะเปลี่ยนใจเธอได้”

ษมาชะงักหันมาจ้องหน้าจันเลา “ฉันรู้ว่าวารีเขาใจแข็งแล้วก็เป็นผู้หญิงที่มีอุดมการณ์เพราะเขาเป็นแบบนี้แหละฉันถึงชอบ แต่ฉันมั่นใจว่าความจริงใจของฉัน จะเปลี่ยนความคิดเขาได้ แต่คงต้องใช้เวลานานมาก มันก็คุ้มที่จะรอใช่ไหมล่ะ”

จันเลาอึ้ง รู้สึกเห็นใจเจ้านายและเข้าใจความรู้สึกของเขา

ooooooo

ทันทีที่สาระสะมาลงจากรถแท็กซี่หน้าบ้าน พิพัชเลี้ยวรถมา บีบแตรใส่เธอเสียงดัง บอกให้เธอเปิดประตูบ้าน ตนจะเอารถเข้า สาระสะมางงย้อนถามว่าเขาจำบ้านผิดหรือเปล่า พิพัชหาว่าเธอกวน แถมเปลี่ยนลุคเป็นสาวการบิน คิดจะป่วนไปทุกสาขาอาชีพหรืออย่างไร

สาระสะมาอมยิ้มรู้ว่าเขาคงคิดว่าตนเป็นสาระวารี พิพัชโวย “ยิ้มอะไรอยู่ได้ อย่านึกว่าผมอยากมานะ ถ้าคุณษมาไม่ขอร้องให้ผมมาดูแลคุณ จ้างให้ผมก็ไม่มาหรอก”

สาระสะมาได้ยินชื่อษมา จึงยอมเปิดประตูบ้านให้ เข้ามาหาน้ำท่ารับรอง ไม่วายพิพัชหาว่าเธอคิด วางยา หญิงสาวหัวเราะออกมาแสดงว่าน้องสาวทำแสบไว้เยอะ พิพัชชักโมโห

“คุณเลิกแอ๊บได้แล้ว คุณษมาไม่อยู่...ผมขอเตือนคุณไว้ก่อนเลยนะ ที่ผมมาที่นี่ก็เพราะคำสั่งของคุณษมาให้มาคุ้มครองคุณ ถ้าคุณขืนออกฤทธิ์กับผม ก็เท่ากับคุณทำร้ายตัวคุณเอง เพราะผมคงไม่ทนคุณเหมือนคุณษมาแน่ๆ”

“ฉันว่าฉันดูแลตัวเองได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องมีใครมาคุ้มครอง คุณษมากังวลอะไรมากไปรึเปล่าคะ”

“อย่างคุณน่ะเหรอจะดูแลตัวเองได้ ถ้าจ่าสมบูรณ์ ไม่ช่วยคุณเอาไว้ ป่านนี้คุณโดนฆ่าหั่นศพไปแล้ว อย่าอวดเก่งไปหน่อยเลย...ผมขอไปสำรวจข้างบนบ้านนะครับ”

พิพัชไม่อยู่รอฟังคำอนุญาต สาระสะมาครุ่นคิดปะติดปะต่อเรื่องราว...จังหวะนั้นสาระวารีเพิ่งตื่นนอน งัวเงียเดินหัวฟูออกมาจากห้องนอน กำลังจะลงบันได เจอกับพิพัชเข้าอย่างจัง ต่างคนต่างตกใจร้องเฮ้ย...ลั่น สาระสะมารีบวิ่งตามขึ้นมายิ้มขำๆ

พิพัชนั่งหน้าเครียดที่โซฟา บ่นมีแฝดก็ไม่บอกกันบ้าง สาระวารีแว้ดใส่ว่าเขาเป็นนายทะเบียนหรือ ตนถึงต้องแจ้ง พอสาระวารีรู้เรื่องที่ษมาส่งพิพัชมา ก็ปฏิเสธไม่ให้ทำอะไรทั้งสิ้น พิพัชโต้ว่าคนที่สั่งตนได้มีคนเดียวคือษมา ถ้าไม่พอใจอะไรให้โทร.ไปบอก  สาระสะมาพยายามเตือนน้องสาวให้เชื่อฟังษมา สาระวารีเสียงอ่อยโอดครวญ “สะมา...”

พิพัชงง “เรียกคุณษมาทำไม”

“ฉันเรียกพี่สาวฉันย่ะ ชื่อเขาคล้ายกัน ชื่อตั้งร้อยชื่อพันชื่อไม่ตั้ง” สาระวารีแว้ดใส่

พิพัชทำหน้ากวนหาว่าเธอเพ้อเรียกเจ้านายตน สาระวารีหันไปต่อว่าพี่สาว ทำไมต้องเข้าข้างคนอื่นสาระสะมาสวนกลับ ตนต้องถามมากกว่าว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมไม่เล่าให้ฟัง แฝดผู้น้องจ๋อยลง อ้างไม่อยากทำให้ไม่สบายใจ

“ที่ไม่บอกความจริงเพราะกลัวเราให้นายลาออกจากงานใช่ไหมล่ะ”

สาระวารีเถียงไม่ออก สาระสะมาจึงบอกว่า เมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องเชื่อฟังษมา หรืออยากจะย้ายที่อยู่ซักพักจนกว่าเรื่องทั้งหมดจะจบลง สาระวารีไม่กล้าหือ พิพัชยิ้มชอบใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 15:59 น.