ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
ตอนที่ 16

หลายวันผ่านไป...

สรนุชตัดสินใจจะหลบไปเลียแผลใจ ด้วยการไปเรียนต่อปริญญาโทเมืองนอก มีกำหนดจะเดินทางในวันพรุ่งนี้ ทันทีที่เกริกไกรรู้ข่าวจากอรอนงค์ วิ่งหน้าตั้งมาบอกใจเด็ดซึ่งกำลังคุมงานก่อสร้างคอกควายใหม่ง่วนอยู่ เขาเตือนเพื่อนรัก ถ้าไปไม่ทันคราวนี้ อีกสองปีถึงจะได้เจอหน้าสรนุชอีกครั้ง เจนจิราแอบได้ยินถึงกับยิ้มพอใจ ในที่สุดเสี้ยนหนามความรักของเธอถูกกำจัดไปจนได้ รีบเข็นรถเข็นเข้าไป

“พี่ใจเด็ด...ได้เวลาฝึกเดินของเจนแล้วค่ะ...แต่ถ้าพี่ใจเด็ดไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะคะ”

ใจเด็ดจำต้องข่มความอยากไปหาสรนุชเอาไว้ บอกเจนจิราว่าว่าง ไปฝึกเดินกับเธอได้ แล้วเข็นรถเข็นพาเจนจิราออกไป เกริกไกรได้แต่มองตามเพื่อนรักสีหน้าเป็นกังวล...

คืนวันเดียวกัน สุบินชวนอรอนงค์กับสรนุชไปดื่มฉลองความสำเร็จที่ละครของเขาผ่านการอนุมัติให้สร้างได้แล้ว และเลี้ยงส่งสรนุชไปเรียนต่อเมืองนอกไปในตัว สรนุชกลับเอาแต่นั่งซึม สุบินโวยลั่น ถ้าจะไปอเมริกาแล้วทำหน้าอย่างนี้อย่าไปเลยดีกว่า อรอนงค์ขอร้องสุบินช่วยเข้าใจสรนุชบ้าง สุบินไม่เข้าใจ และไม่อยากเข้าใจ

“ฉันบอกหมอไปแล้วว่าแกเดินทางพรุ่งนี้ ฉันว่าคุณใจเด็ดต้องมาส่งแกแน่นอน” อรอนงค์ให้กำลังใจ

สรนุชไม่อยากหวังอะไรอีกแล้ว สุบินชักรำคาญ ถ้าคิดถึงใจเด็ดนัก ทำไมไม่ โทร.หาเขาให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ถ้ารักเขาแล้วไม่บอก แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไร ใจสรนุชอยากทำอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ปากกลับพูดอีกอย่างหนึ่ง

“อย่าเลย...ฉันว่าปล่อยให้เป็นอย่างนี้น่ะดีแล้ว ปล่อยให้เวลาทำให้ทุกอย่างค่อยๆจางหายไป”

“แล้วถ้าพรุ่งนี้คุณใจเด็ดมาล่ะ แกยังจะไปอยู่หรือเปล่า” อรอนงค์ซัก สรนุชแอบมีความหวังเล็กๆขึ้นมา...

ฝ่ายใจเด็ดคิดไม่ตกว่าควรจะไปส่งสรนุชดีหรือเปล่า เกริกไกรแนะให้ถามใจตัวเองก่อนว่าอยากเจอหน้าสรนุชไหม ใจเด็ดไม่ต้องคิด พยักหน้ารับทันที

“ก็แค่เนี่ย...อยากไปก็ไป...ไอ้เด็ด นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะที่แกจะได้เจอกับคุณนุช ตัดทุกอย่างที่แกคิดออกไปให้หมด แล้วเหลือแต่หัวใจของแก...รีบนอนล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ขับรถไม่ไหว” เกริกไกรตบบ่าเพื่อนรักให้กำลังใจ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอน ใจเด็ดเหม่อมองดาวบนฟ้าด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

ใจเด็ดรีบลุกขึ้นแต่งตัวแต่เช้า คว้ากุญแจรถเตรียมจะเข้ากรุงเทพฯ เจนจิรานกรู้ เข็นรถเข็นมาดักรอ ขอร้องไม่ให้ไป ใจเด็ดขอแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้น แล้วจะรีบกลับมาหาเธอ เจนจิราไม่ยอมดึงแขนเขาไว้

“ไม่...เจนไม่ให้พี่ไป วันนี้มันก็เป็นแค่อีกหนึ่งวัน พอผ่านไปแล้วมันก็ไม่มีอะไรสำคัญอีก”

ใจเด็ดแกะมือเจนจิราออก แล้วเดินไปที่รถ เจนจิราพยายามร้องเรียกให้เขากลับ แต่ไม่เป็นผล หันไป คว้าไขควงใกล้มือ ตะโกนขู่ถ้าใจเด็ดดื้อดึงจะไปส่งสรนุชให้ได้ ก็จะไม่ได้เห็นเธออีก แล้วเอาไขควงแทงขาตัวเอง ใจเด็ดตกใจรีบวิ่งมาดู เห็นเลือดไหลจากขาเจนจิรานองพื้น รีบเอาผ้าอุดไว้

“พี่ใจเด็ดอย่าไปนะคะ” เจนจิราคาดคั้น ใจเด็ดกล้ำกลืนพยักหน้ารับคำอย่างเจ็บปวดใจ...

ไม่ได้มีแต่ใจเด็ดเท่านั้นที่เจ็บปวดใจ สรนุชก็รู้สึกไม่ต่างจากเขาเช่นกัน เธอรอใจเด็ดมาหาจนวินาทีสุดท้าย ถึงได้ตัดใจออกจากบ้าน ทิ้งมือถือกับเสื้อที่ใจเด็ดให้ไว้เบื้องหลัง...

หลังจากหมอทำแผลให้เจนจิราเรียบร้อย เตือนว่าทีหน้าทีหลังต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้ คราวนี้นับว่าโชคยังดีที่ไม่โดนเส้นประสาท ไม่เช่นนั้นอาจจะหมดหวังที่จะเดินได้อีก

“ครับ...ต่อไปผมจะระวังให้มากกว่านี้” ใจเด็ดมองตามหมอที่เดินออกจากห้องพักฟื้น แล้วเบือนหน้ากลับมาเจอเจนจิรามองจ้องอยู่ รีบเบือนหน้าหนี

“พี่ใจเด็ดโกรธเจนหรือคะ”

“เปล่าหรอก” ใจเด็ดข่มความรู้สึกไว้ เจนจิราค่อยๆ เอื้อมมือมาจับมือใจเด็ด แต่เขาชักมือกลับ ขอตัวออกไปข้างนอก เดินมาที่ระเบียงหน้า รพ.เงยหน้ามองท้องฟ้า

“โชคดีนะครับ...คุณนุช” แม้ไม่ได้ไปส่งเธอด้วยตัวเอง ใจเด็ดขอฝากใจส่งไปให้ก็ยังดี

ooooooo

ผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มๆ ตั้งแต่สรนุชไปเมืองนอก ไม่มีข่าวคราวของเธออีกเลย ใจเด็ดยังคงเฝ้าดูแลและคอยช่วยเจนจิราออกกำลังขาฟื้นฟูกล้ามเนื้อเหมือนเช่นเคย โดยไม่รู้ว่าตอนนี้เจนจิราสามารถเดินเองได้แล้ว แต่ยังแกล้งนั่งรถเข็นเพื่อดึงใจเด็ดไว้กับเธอตลอดเวลา

วันนี้ก็เช่นกัน หลังจากออกกำลังเสร็จ เจนจิราขอให้ใจเด็ดพาไปทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา หลวงพ่อเข้ามาทักทายเจนจิราเป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นหรือยัง เจนจิราโกหกได้แม้กระทั่งพระ

“ก็ดีขึ้นค่ะ แต่ว่ายังเดินไม่ได้”

หลวงพ่อแนะให้หมั่นทำบุญมากๆ เผื่อผลบุญจะช่วยได้ ใจเด็ดขอตัวเอากรงนกไปคืนคนขาย เจนจิรามองตาม รู้สึกได้ว่าใจเด็ดซึมเศร้าลงตั้งแต่สรนุชจากไป หลังจากทำบุญเสร็จ เจนจิราชวนใจเด็ดไปเที่ยวในเมืองกันต่อ เพื่อให้เขาคลายความเศร้า ใจเด็ดไปไม่ได้ มีนัดกับโชคชัยไว้ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์

ครู่ต่อมา ใจเด็ดมาถึงคอกควาย เจอโชคชัยกำลังยืนดูคนงานขนปุ๋ยขี้ควายขึ้นรถ โชคชัยอดถามใจเด็ดไม่ได้ว่าสรนุชติดต่อมาบ้างหรือเปล่า ใจเด็ดส่ายหน้าแทนคำตอบ โชคชัยปลอบใจเด็ดให้เข้มแข็งเข้าไว้ ไม่ว่าสรนุชจะอยู่ที่ไหน เธอยังคงมีแต่ใจเด็ดคนเดียวเท่านั้น ใจเด็ดขอบคุณโชคชัยสำหรับกำลังใจที่ให้

“นายไม่คิดจะตามคุณนุชไปหรือ”

“ถ้าเมื่อไหร่ที่เจนกลับมาเดินได้อีกครั้ง วันนั้น ผมจะไปจากที่นี่ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ผม

จะหาเธอให้เจอ” ใจเด็ดแววตามุ่งมั่น โชคชัยมองเขาอย่างเอาใจช่วย ขอให้ทั้งคู่สมหวัง....

พอแดดร่มลมตก ใจเด็ดพาเจนจิรามาฝึกกำลังขาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เจนจิราเล่นละครตบตาว่าพอจะก้าวเดินด้วยตัวเองได้แล้ว แสร้งดีอกดีใจ แล้วทำเป็นล้มใส่อ้อมกอดใจเด็ด

“เราแต่งงานกันนะคะพี่ใจเด็ด” เจนจิราโพล่งขึ้นอย่างหน้าไม่อาย

“อะไรนะ” ใจเด็ดตกใจ ร้องเสียงหลง ทำหน้าไม่ถูก เจนจิราจับสังเกตได้ หน้าหงิกทันที

“ทำไมคะ...พี่ใจเด็ดจะทิ้งเจนหรือคะ พี่สัญญากับเจนแล้วนะคะว่าจะไม่ทิ้งเจนไปไหน...พี่ใจเด็ดอาจจะไม่รู้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความรู้สึกของเจนไม่เคยเปลี่ยน เจนยังรักพี่เหมือนวันแรกที่เจนรัก” เจนจิราเข้ามาจับมือ ใจเด็ดไว้ แล้วชวนเขาแต่งงานอีกครั้งหนึ่ง ใจเด็ดกุมมือเธอตอบ เจนจิรายิ้มดีใจคิดว่าใจเด็ดยอมแต่งด้วย

“ไม่ใช่เจนคนเดียวหรอกที่รู้สึกเหมือนเดิม พี่เองก็เหมือนกัน พี่ยังรักเจนเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น”

สิ้นเสียงใจเด็ด เจนจิราเป็นลมหมดสติทันที ใจเด็ดรีบพากลับไปที่บ้านพักของเธอ สั่งให้สมหญิงช่วยดูแล เธอด้วย จากนั้น ใจเด็ดตรงไปที่ต้นไม้อธิษฐาน เอากระดาษมาเขียนคำอธิษฐานมัดติดกับลูกยาง แล้วโยนขึ้นไป

“ขอให้เจนกลับมาเดินได้เหมือนเดิมด้วยครับ...ถ้าเจนกลับมาเดินได้เมื่อไหร่ ผมจะรีบไปหาคุณนะ คุณนุช”

ooooooo

ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ใจเด็ดเพิ่งขับรถมาจอดยังไม่ทันจะลงจากรถ สมหญิงวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานว่าเจนจิราหายตัวไป เธอแค่ไปเอาข้าว จะมานั่งกินไปเฝ้าเจนจิราไป แต่พอมาถึงเธอหายตัวไปแล้ว ใจเด็ดสั่งสมหญิงให้ไปตามคนงานแล้วออกไปตามหาเจนจิราด่วน สมหญิงยังไม่ทันจะขยับ

ภิรมย์วิ่งหน้าตื่นเข้ามา ละล่ำละลักบอกใจเด็ดว่า เจนจิรานอนหมดสติอยู่ที่อาคารสำนักงาน ใจเด็ดไม่รอช้า รีบวิ่งไปดู พบเจนจิรานอนหมดสติอยู่ที่พื้น ข้างตัวมีขวดใส่ยานอนหลับตกอยู่ ใจเด็ดรีบพาเธอส่ง รพ. เจ้าหน้าที่นำตัวเจนจิราเข้าห้องฉุกเฉิน โดยมีใจเด็ดนั่งรออยู่หน้าห้องอย่างกระวนกระวายใจ

ผ่านไปพักใหญ่ หมอออกมาแจ้งอาการให้ใจเด็ดทราบว่าเจนจิราปลอดภัยแล้ว หมอล้างท้องให้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อย่าเพิ่งเยี่ยม ให้ผู้ป่วยได้พักผ่อนก่อน ใจเด็ดพยักหน้ารับรู้

“หัวหน้า...หมอไม่รู้นะว่าเกิดอะไรขึ้น คุณเจนถึงได้คิดฆ่าตัวตาย แต่หมอขอย้ำอีกครั้งนะว่า ถ้าจิตใจของเธอเกิดการกระทบกระเทือนอีก บางที...เธออาจจะเดินไม่ได้อีกตลอดชีวิต” หมอหน้าเครียด ใจเด็ดได้แต่อึ้ง...

พอใจเด็ดรู้ว่าที่เจนจิรากินยาฆ่าตัวตายเพราะต้องการปล่อยให้เขาไปตามหาสรนุช ถ้าเธอยังอยู่เท่ากับเป็นภาระให้เขาต้องมาคอยดูแล และที่สำคัญเขาไม่ได้รักเธอ ใจเด็ดสะเทือนใจกับการเสียสละครั้งนี้ของ

เจนจิรามาก จับมือเธอมากุมไว้ ตัดสินใจทำบางอย่างที่เขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

“เจน...ถ้าเจนหายดีแล้ว เราแต่งงานกันนะ”

เจนจิราแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ถ้าไม่ติดว่าเพิ่งฟื้นจะกระโดดโลดเต้นให้สมกับข่าวดีนี้...

ค่ำวันเดียวกัน ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ สุบินถึงกับร้องเอะอะเมื่อรู้ข่าวใจเด็ดตกลงใจจะแต่งงานกับเจนจิรา อรอนงค์ต่อว่าสุบินจะต้องตกใจอะไรนักหนาถ้าสองคนนั่นจะแต่งงานกัน

“อย่าว่าคุณสุบินเลยครับคุณอร ครั้งแรกที่ผมได้ยินจากไอ้เด็ด ผมเองก็ไม่อยากเชื่อหูตัวเองเหมือนกัน”

“จริงๆแล้ว มันก็ไม่ได้เกินความคาดหมายของผมสักเท่าไหร่หรอกหมอ...รักแท้มักจะแพ้ความใกล้ชิด”

“แต่ผมไม่แน่ใจว่าไอ้เด็ดจะรักเจนจริงๆ” เกริกไกรสีหน้าครุ่นคิด อรอนงค์ไม่เข้าใจ ถ้าไม่รักแล้วจะแต่งไปทำไม เกริกไกรก็อยากรู้เหมือนกัน พรุ่งนี้เช้าเขาจะกลับหนองระบือ ไปถามใจเด็ดให้รู้เรื่อง

ooooooo

ทันทีที่เกริกไกรเจอหน้าใจเด็ด ถามว่าตกลงจะแต่งงานกับเจนจิราจริงๆหรือ ใจเด็ดไม่ตอบ กลับถามกลบเกลื่อนว่าไปเที่ยวกรุงเทพฯสนุกไหม เกริกไกรโวยลั่น แล้วเอาสรนุชไปไว้ไหน เขารักเธอไม่ใช่หรือ

“นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วไอ้หมอ...ฉันตัดสินใจแล้ว” ใจเด็ดพูดจบ ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ พยายามซ่อนแววตาเศร้าๆให้พ้นจากสายตาเพื่อนรัก เกริกไกรสงสารใจเด็ดจับใจ รู้ดีว่าเพื่อนไม่ได้รักเจนจิรา สองหนุ่มมัวแต่จมอยู่ในความคิดของตัวเองไม่ทันสังเกตเห็นเจนจิราแอบฟังอยู่

ooooooo

งานแต่งงานของใจเด็ดกับเจนจิราจัดขึ้นอย่างเร่งรีบที่โรงแรมในตัวจังหวัด ใจเด็ดแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย รอฤกษ์แต่งงานอยู่ในห้องพัก ซึ่งจัดเตรียมไว้สำหรับเจ้าบ่าว เกริกไกรเห็นสีหน้าอมทุกข์ของเพื่อนแล้วอยู่เฉยไม่ไหว เข้าไปยืนด้านหลังใจเด็ดซึ่งกำลังส่องกระจกเงาสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผม

“ไอ้เด็ด...แกรู้ไหมว่างานแต่งของแกวันนี้ เป็นงานแต่งในฝันของฉันเลยนะเว้ย...งานเล็กๆจัดริมสระน้ำ แขกก็มีเฉพาะคนสนิทที่รู้ใจจริงๆ นึกแล้วอิจฉาแกว่ะ”

“แกอยากพูดอะไรวะไอ้หมอ”

“ไม่ว่างานนี้จะเป็นงานในฝันของฉันแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่งาน มันอยู่ที่คนที่เราจะใช้ชีวิตด้วย ตั้งแต่เราก้าวออกจากห้องนี้ไป...ฉันอยากให้แกคิดให้ดีๆ”

“ฉันคิดดีแล้ว”

เกริกไกรถอนใจเหนื่อยใจที่ไม่อาจเปลี่ยนใจเพื่อนรักได้ เลยปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว ขอตัวออกไปดูแลความเรียบร้อยให้ก่อน ระหว่างเดินมาตามทาง

เจอเจนจิรากำลังจะไปหาใจเด็ดที่ห้องแต่งตัวเจ้าบ่าว เกริกไกรอยากให้ใจเด็ดได้มีเวลาคิดทบทวนเรื่องแต่งงาน พยายามขัดขวางไม่ให้เจนจิราไปหา อ้างคนโบราณถือ เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวไม่ควรจะเห็นหน้ากันก่อนงานพิธี

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เจนอยากเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยจริงๆ ขอตัวก่อนนะคะ” เจนจิราว่าแล้ว ก้าวฉับๆไปโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของเกริกไกร ครู่ต่อมา เจนจิราเปิดประตูห้องแต่งตัวเจ้าบ่าวเข้าไป ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อพบใจเด็ดนอนหมดสติอยู่ที่พื้น...

ใจเด็ดถูกนำตัวส่ง รพ.ที่ดีที่สุดในตัวจังหวัด หมอต้องผ่าตัดเอาเลือดที่คั่งในสมองออก ใจจอม หทัย สุบินอรอนงค์ เกริกไกรกับใจเพชร และเจนจิรานั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดอย่างกระวนกระวายใจ หทัยร้องไห้จะเป็นจะตายเป็นห่วงใจเด็ด จนใจเพชรต้องคอยปลอบให้ใจเย็นๆ ใจเด็ดต้องไม่เป็นอะไร สุบินบ่นขึ้นอย่างเหลืออด

“ที่คุณใจเด็ดเป็นอย่างนี้ อาจจะเครียดเพราะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักก็ได้”

เจนจิราโดนแดกดันถึงกับสะอึก อรอนงค์ต่อว่าสุบินที่ปากเสียไม่เลิก ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องนี้ สุบินไม่วายต่อปากต่อคำ เรื่องที่ตนเองพูดเป็นความจริงทำไมจะพูดไม่ได้ เจนจิราฉุนกึก

“นายอยากจะพูดอะไรก็พูดไป แต่รู้ไว้ด้วย ที่พี่ใจเด็ดเป็นอย่างนี้ ฉันเป็นคนที่เสียใจที่สุด”

ทุกคนนิ่งเงียบกันไปหมด ก่อนจะชวนกันสวดมนต์ภาวนาขอให้ใจเด็ดปลอดภัย...

หลายชั่วโมงผ่านไป หมอออกจากห้องผ่าตัด แจ้งให้ทุกคนทราบว่าการผ่าตัดเป็นไปด้วยดี หมอเอาเลือดที่คั่งในสมองออกหมดแล้ว แต่ยังบอกไม่ได้ว่าคนไข้จะฟื้นเมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและจิตใจของคนไข้เอง หทัยรับไม่ได้ถึงกับร้องไห้โฮเข้าไปกระชากแขนหมอ ขอร้องให้รักษาลูกของเธอให้หายจะใช้เงินเท่าไหร่เธอยอม ใจจอมต้องเข้ามากอดปลอบใจ หทัยร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น

ooooooo

ล่วงเลยมาหลายวันแล้ว ใจเด็ดยังคงนอนเป็นผักอยู่ใน รพ. มีเพียงทรวงอกที่ขยับขึ้นลงที่บ่งบอกว่าเจ้าของร่างยังมีชีวิตอยู่ โชคชัยเพิ่งรู้ข่าวเศร้านี้ แนะให้เกริกไกรลองพูดกับใจเด็ดเรื่องสรนุช บางทีอาจมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็ได้ เกริกไกรไม่รอช้า วางมือจากงานที่ทำ มุ่งหน้าไป รพ.โดยไม่ลืมชวนอรอนงค์ไปเป็นเพื่อน

ครู่ต่อมา เกริกไกรกับอรอนงค์มาถึงห้องพักฟื้นของใจเด็ด เห็นเจนจิรานั่งจับมือใจเด็ดที่ติดเครื่องวัดคลื่นสมองกับสายน้ำเกลือระโยงระยาง เจนจิราเห็นเกริกไกรเดินมาจับมือใจเด็ดอีกข้างหนึ่งถามว่าจะทำอะไร

“แค่อยากลองพูดบางอย่างกับคุณใจเด็ดน่ะค่ะ” อรอนงค์ชิงตอบคำถามแทนเกริกไกร

“ไอ้เด็ด...แกได้ยินฉันไหม ฉันรู้ว่าแกเหนื่อยจนไม่อยากกลับมา แต่แกยอมแพ้แล้วหรือ...แกไม่อยากเจอคุณนุชอีกครั้งหรือไง...แกเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือว่าแกจะตามหาคุณนุช แกยังตายตอนนี้ไม่ได้ แกยังไม่ได้บอกรักคุณนุชนะไอ้เด็ด” สิ้นเสียงเกริกไกร กราฟสมองของใจเด็ดขยับ หัวใจก็เต้นแรงขึ้น เจนจิราถึงกับตะลึง

ooooooo

3 ปี ผ่านไป...

ที่เนิร์สเซอร์รี่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ขณะที่สรนุชมารับปูเป้ลูกของสุบินเจอใจเด็ดที่มารับใจแก้วลูกของใจเพชรโดยบังเอิญ ทั้งคู่ต่างเข้าใจผิดคิดว่าเด็กนั่นเป็นลูกของอีกฝ่าย เพราะปูเป้เรียกสรนุชว่าแม่ ส่วนใจแก้ว

ก็เรียกใจเด็ดว่าพ่อ ต่างฝ่ายต่างเจ็บหัวใจจี๊ดเพราะคิดว่าคนรักของตนที่เฝ้ารอคอยมีครอบครัวไปแล้ว...

คืนวันเดียวกัน งานแต่งงานระหว่างอรอนงค์กับเกริกไกรถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูกลางกรุง เกริกไกรในชุดเจ้าบ่าวกำลังกวาดตามองหาใจเด็ดอยู่ ภิรมย์กับสมหญิงเห็นเจ้าบ่าวชะเง้อคอยาวคิดว่ามองหาเจ้าสาวแซวกันยกใหญ่ เกริกไกรไม่ได้มองหาเจ้าสาว แต่มองหาเพื่อนเจ้าบ่าวต่างหาก ทำไมป่านนี้ยังไม่มา ระหว่างนั้น สุบินวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามหาลูกสาว พอรู้จากสมหญิงว่าเห็นแกวิ่งเล่นอยู่ข้างนอก สุบินวิ่งปรู๊ดออกไป...

ที่ด้านหน้าห้องจัดเลี้ยง ใจเด็ดกำลังจะเดินไปเขียนคำอวยพร มีเด็กหญิงคนหนึ่งวิ่งมาชนจนล้ม เป็นจังหวะเดียวกับสุบินออกมาจากห้องจัดเลี้ยงพอดี เห็นปูเป้ลูกสาวของเขาอยู่กับใจเด็ด รีบวิ่งเข้ามาหา

“คุณใจเด็ด ผมนึกว่าคุณจะไม่มาเสียแล้ว...

ปูเป้...สวัสดีคุณอาใจเด็ดเร็ว...ลูกสาวผมเองนะครับ”

“เอ่อ...คุณสุบิน...แต่งงานกับคุณนุชหรือครับ”

“ไอ้หยา...นี่คุณใจเด็ดจะหางานให้ผมหรือไง เกิดแฟนผมได้ยินเข้า...เป็นเรื่องแน่”

ใจเด็ดงง ตกลงปูเป้ไม่ใช่ลูกสาวของสุบินกับสรนุชหรือ เมื่อตอนเย็นเขาเห็นสรนุชไปรับปูเป้ที่โรงเรียน สุบินอธิบายว่า บังเอิญแม่ของเด็กไม่ว่างเลยวานสรนุชช่วยไปรับลูกให้ ใจเด็ดโล่งใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่...

ขณะเดียวกัน ที่ห้องแต่งตัวเจ้าสาว สรนุชก็เพิ่งรู้จากอรอนงค์เช่นกันว่า ใจแก้วไม่ใช่ลูกของใจเด็ด แต่เป็นลูกของใจเพชรพี่ชายของเขา สรนุชแอบดีใจแต่เก็บอาการเอาไว้ ยิ่งได้รู้จากอรอนงค์ว่า ตลอดเวลาที่สรนุชอยู่เมืองนอก ใจเด็ดไม่เคยคบหาดูใจกับสาวคนไหน เหมือนกับยังรอคอยเธออยู่ สรนุชยิ่งเป็นปลื้ม...

งานเลี้ยงฉลองสมรสเป็นไปอย่างชื่นมื่น ได้เวลาเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องขึ้นเวทีให้พิธีกรสัมภาษณ์ สรนุชกับใจเด็ดยืนกันคนละฝั่ง ในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว ขณะเกริกไกรกำลังกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่ออรอนงค์ ใจเด็ดทนไม่ไหว ตัดสินใจถามสรนุชว่า
ทำไมถึงไม่บอกว่าปูเป้เป็นลูกของสุบิน เสียงในห้องจัดเลี้ยงดังมาก ทำให้สรนุชไม่ได้ยิน ใจเด็ดจึงต้องถามซํ้าเรื่องปูเป้อีกครั้ง

“แล้วทำไมฉันต้องบอก” สรนุชตะโกนตอบ

เสียงของเธอดังจนเกริกไกรหันมองอย่างตำหนิ สรนุชรีบก้มหน้างุดๆ พอถึงตอนที่แขกเหรื่อตะโกนเชียร์ให้เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาว สรนุชหมดหน้าที่ ลงจากเวทีอย่างหัวเสีย ใจเด็ดรีบตามมาทันตรงหน้าเวที ดึงแขนเธอไว้

“เดี๋ยวก่อน...คุณยังโกรธผมที่ไม่ไปส่งคุณที่สนามบินใช่ไหม”

“ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอย่างนั้น ฉันรู้ว่านายต้องดูแลเจนจิรา”

ใจเด็ดยังไม่ทันอ้าปากจะอธิบาย ทำไมเขาถึงกับทำอย่างนั้น พิธีกรบนเวทีประกาศเสียงลั่นว่า ถึงเวลาเจ้าสาวจะโยนช่อดอกไม้แล้ว สาวๆในงานส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด กรูกันมาหน้าเวทีเบียดใจเด็ดกับสรนุชแยกไปคนละทาง ใจเด็ดพยายามชะเง้อหาสรนุช แต่เธอหายไปแล้ว วิ่งตามออกมาตามหาหน้างาน แต่ก็คลาดกัน

ooooooo

สรนุชยังอยู่เมืองไทยต่อ ต้องทำวิทยานิพนธ์เรื่องควายให้เสร็จก่อน เธอติดต่อมูร่าห์ฟาร์มไว้แล้ว จะมาขอข้อมูลเกี่ยวกับทำฟาร์มควายนม พอมาถึง ผจก.ฟาร์มใจดีมาต้อนรับสรนุชด้วยตัวเอง ซํ้ายังบอกว่า วันนี้เธอโชคดี เจ้าของฟาร์มอยู่พอดี และท่านจะเป็นผู้ให้ข้อมูลต่างๆกับเธอด้วยตัวเอง

“ขนาดนั้นเลยหรือคะ”

“ท่านเป็นคนอย่างนี้แหละครับ ถ้ารู้ว่าใครชอบควายล่ะก็ ถึงไหนถึงกัน...คุณเดินดูรอบๆก่อนแล้วกัน

เดี๋ยวผมไปตามท่านก่อน” ผจก.ฟาร์มเดินลิ่วหายไปด้านใน สรนุชมองไปที่คอกรีดนมควายอย่างสนใจ ก่อนจะเดินตรงไปที่นั่น เห็นชายคนหนึ่งกำลังรีดนมควายอยู่

“โทษนะคะ...ควายนี่พันธุ์อะไรหรือคะ”

ชายคนนั้นหันมา สรนุชถึงกับตะลึง เขาคือใจเด็ดนั่นเอง ใจเด็ดยังไม่ทันจะถามอะไร ผจก.ฟาร์มเข้ามาเสียก่อน พร้อมกับแนะนำสรนุชให้รู้จักกับใจเด็ด เจ้าของมูร่าห์ฟาร์ม ฟาร์มควายนมแห่งแรกในประเทศไทย

“ตกลงคุณคือคนที่จะมาสัมภาษณ์ผมหรือ”

สรนุชยังงงไม่หาย พรหมลิขิตเล่นตลกกับเธอหรือ ถึงได้พาให้มาเจอกับเขาอีกครั้ง จากนั้น ใจเด็ดพาสรนุชเดินชมคอกควาย อดสงสัยไม่ได้ทำไมเธอถึงเลือกทำวิทยานิพนธ์เรื่องควาย

“เอ่อ...ฉันแค่คิดว่าถ้าจะต้องการให้ควายเป็นที่นิยม มันน่าจะทำให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจมากกว่าจะให้อยู่แค่ในสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์”

ใจเด็ดเองก็คิดเหมือนกัน ถึงได้ขอเงินพ่อของเขาหนึ่งก้อนมาเปิดฟาร์มที่นี่ แล้วขอบคุณสรนุชที่ยังคิดถึงพวกควายอยู่ สรนุชทำตัวไม่ถูก เอ็ดใจเด็ดแก้เขินว่าเธอต้องเป็นฝ่ายสัมภาษณ์เขา ไม่ใช่ให้เขาสัมภาษณ์เธอ แล้วขออนุญาตอัดเสียงสัมภาษณ์ หยิบเครื่องบันทึกเสียงขึ้นมาเปิดเครื่อง พร้อมกับสมุดจดบันทึก

“ควายที่นี่เป็นควายอะไร ทำไมหน้าตามันถึงแปลกๆ”

“ควายมูร่าห์หรือควายแม่น้ำครับ ส่วนควายที่คุณเห็นที่สถานีฯเรียกว่าควายปลัก”

สรนุชถามคำถามเป็นทางการได้แค่คำถามเดียว คำถามต่อมาเป็นเรื่องส่วนตัวล้วนๆ ทั้งเรื่องเจนจิราและเรื่องที่เขาฟื้นจากเป็นผักมาปีกว่า ทำไมไม่คิดจะตามหา เธอ ใจเด็ดกำลังจะอ้าปากอธิบาย ผจก.ฟาร์มเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน รายงานว่าใจจอมโทร.มา มีธุระด่วนจะคุยด้วย เขาบอกแล้วว่าใจเด็ดติดงานอยู่

แต่ใจจอมยืนยันจะต้องคุยกับใจเด็ดให้ได้ ใจเด็ดขอให้สรนุชรอสักครู่ เดี๋ยวเขามา แล้วเดินหายไปทางสำนักงาน สรนุชทั้งเคืองทั้งน้อยใจที่ต้องเป็นฝ่ายรออยู่ตลอด เขาคงไม่รู้ว่าการรอคอยมันทรมานแค่ไหน

“ฉันแค่อยากได้ยินคำว่ารักจากนายเท่านั้น” สรนุชหมดความอดทนลุกออกไปอย่างทันที...

สักพัก ใจเด็ดกลับมาที่คอกรีดนม ไม่เห็นสรนุชอยู่ตรงนั้นแล้ว พบเพียงเครื่องบันทึกเสียงซึ่งยังคงทำงานวางอยู่ นึกเอะใจกดเปิดฟัง แล้วรีบวิ่งตามสรนุชจนทันกันที่ลานจอดรถ ขอร้องให้อยู่คุยกันก่อน จากนั้น ใจเด็ดพาเธอขี่หลังควายชมฟาร์มโดยเขาคอยจูงควายให้ นั่งอยู่ได้พักเดียวสรนุชจะขอลง นอกจากจะไม่ให้ลงแล้ว ใจเด็ดกลับปีนขึ้นไปนั่งบนหลังควาย โอบเอวเธอไว้ กระซิบข้างหูว่าขอบคุณที่ทำให้เขากลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

สรนุชรู้สึกอบอุ่นในอ้อมกอดใจเด็ด แต่ซาบซึ้งได้อึดใจ ควายเจ้ากรรมเสียหลักทำให้สรนุชกับใจเด็ด หล่นตุ๊บลงมากองกับพื้น ทั้งคู่หัวเราะอย่างมีความสุข ใจเด็ดถือโอกาสนี้บอกรักสรนุช แล้วโน้มตัวจะจูบ หญิงสาวทำเป็นงอนลุกพรวด ถ้าเขาคิดว่าเธอจะยอมให้จูบง่ายๆ ขอให้คิดใหม่แล้วขยับจะเดินหนี ใจเด็ดคว้าข้อมือเธอไว้

“คุณให้ชีวิตผม แล้วคุณจะทำลายมันด้วยการเดินจากผมไปอีกหรือครับ ชีวิตและหัวใจของผมเป็นของคุณแล้ว ผมอยากใช้ชีวิตที่เหลือกับคุณ...คุณนุชครับ... ผมรักคุณ” ใจเด็ดจุมพิตสรนุชด้วยความรักเต็มหัวใจ

ooooooo

– อวสาน –

ตอนที่ 15

เหล่ากระบือบาลพากันมาเยี่ยมเจนจิราแต่เช้า สรนุชหยุดกึกอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยไม่ยอมเข้าไป พลอยทำให้อรอนงค์ชะงักตามไปด้วย สรนุชเห็นพวกกระบือบาลมองมาทางตน เกรงจะเข้าใจผิดรีบอธิบาย

“คือ...ก่อนที่คุณเจนจะหมดสติไป...เธอยังจำได้ว่าพวกเราเป็นคาบาตี้ คุณเจนเธอเพิ่งฟื้น ฉันก็เลยไม่อยากให้เธอตกใจน่ะค่ะ”

“ถ้าเจนไม่เป็นอะไรแล้ว ผมจะรีบออกมาบอกคุณนะครับ” ใจเด็ดมองสรนุชอย่างเข้าใจ โชคชัยอาสา จะอยู่เป็นเพื่อนสรนุชกับอรอนงค์ ใจเด็ดแอบหึงโชคชัยก่อนจะเดินนำทุกคนเข้าไปในห้องพักฟื้น...

เจนจิรานอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียง พอเห็นหน้าใจเด็ดเท่านั้นฉีกยิ้มกว้าง ยื่นมือไปหา ใจเด็ดจำต้องจับมือ เธอไว้ ตบเบาๆเป็นทำนองปลอบใจ ทุกคนเห็นเจนจิรายิ้มได้ก็ดีใจ ยกเว้นสุบินคนเดียวที่รู้สึกหวั่นใจแทนสรนุช พยาบาลเข้ามาวัดความดันคนไข้พอดี

“อ้าว...หัวหน้า...คุณหมอรออยู่ที่ห้องตรวจแล้วค่ะ เห็นว่าอยากคุยกับหัวหน้า...เอ่อ...เรื่องคุณเจน”

“ทำไมคะ...ฉันเป็นอะไร” เจนจิราสีหน้าเป็นกังวล ใจเด็ดต้องปลอบว่าไม่มีอะไร หมอคงจะคุยเรื่องเธอจะกลับ สถานีฯได้เมื่อไหร่เท่านั้น เจนจิราคว้ามือใจเด็ดมาจับไว้แน่น เหมือนต้องการที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ...

อีกมุมหนึ่งหน้าห้องพักฟื้นของเจนจิรา โชคชัยกำลังเล่าให้สรนุชกับอรอนงค์ฟังถึงเรื่องที่ชาวบ้านได้รับที่นาคืนกันหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่คดีของเจนจิราเท่านั้นที่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร คงต้องรอให้เธอดีขึ้นกว่านี้ก่อน จึงจะมาสอบปากคำ ระหว่างนั้นใจเด็ดออกจากห้องพักฟื้นเข้ามาหา อรอนงค์ถามถึงอาการของเจนจิราทันที

“ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วครับ...แต่ผมต้องไปคุยกับหมอให้แน่นอนอีกครั้ง ถ้าพวกคุณจะเข้าไปเยี่ยมเจนก็ได้นะครับ งั้น...เดี๋ยวผมมานะครับ” ใจเด็ดสบตาสรนุชก่อนจะออกไป สรนุชหนักใจรู้ดีว่าเจนจิราไม่ชอบขี้หน้า

โชคมีดี ตอนที่สรนุชกับอรอนงค์ตัดสินใจเข้าไปเยี่ยมเจนจิรา เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอเพิ่งรู้ว่า ควายถูกพวกคาบาตี้วางยาเบื่อตายยกสถานีฯ พอเห็นหน้าสรนุชกับอรอนงค์โกรธเลือดขึ้นหน้า ตวาดลั่น

“ไอ้พวกคาบาตี้...แกมาทำไม”

สรนุชถึงกับอึ้งกับคำทักทายคำแรกของเจนจิรา

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ใจเด็ดดีใจเมื่อได้ยินหมอบอก ว่าอีกสองวันนี้จะอนุญาตให้เจนจิรากลับบ้าน ใจเด็ดขอบคุณหมอมากที่ช่วยทำให้เจนจิรากลับมารู้สึกตัวได้ อีกครั้ง จังหวะนั้นมีเสียงกรีดร้องของเจนจิราดังเข้ามา

“กรี๊ด...ออกไป...ฉันบอกให้แกออกไป”

ใจเด็ดเป็นห่วงสรนุชขึ้นมาทันที รีบวิ่งตามหมอไปที่ห้องพักฟื้นของเจนจิรา พอเปิดประตูห้องพักเข้าไปเห็นเจนจิรากำลังอาละวาดขว้างปาข้าวของใส่สรนุชอุตลุด โดยมีโชคชัยเอาตัวบังเธอไว้ ใจเด็ดรีบเข้าไปขวาง อธิบาย ให้เจนจิราเข้าใจว่าสรนุชกับอรอนงค์ลาออกจากคาบาตี้แล้ว ทุกอย่างจบไปแล้ว

“พี่ใจเด็ด...เชื่อเธอหรือ...แล้วควายของเราที่ตายไปใครจะรับผิดชอบคะ” เจนจิราจ้องหน้าสรนุชเอาเรื่อง

ใจเด็ดหันขวับมองหน้าเหล่ากระบือบาลที่อยู่ในห้องด้วยสายตาตำหนิใครพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วเข้าไปขอโทษสรนุช หญิงสาวรู้ตัวว่าขืนอยู่ต่อรังแต่จะทำให้วุ่นวาย ขอตัวกลับก่อน ใจเด็ดอาสาจะไปส่ง เจนจิราร้อง ห้ามไม่ให้ไป แล้วลุกจากเตียงจะไปหา ทันทีที่ทิ้งนํ้าหนัก ลงเท้า เจนจิราทรุดฮวบลงกับพื้น ทุกคนพากันตกใจ ใจเด็ด ผละจากสรนุชเข้าไปหาประคองเจนจิรา หมอรีบอธิบาย

“ไม่ต้องตกใจนะครับ...คุณเจนนอนอยู่กับที่มาสามเดือน กล้ามเนื้อก็เลยไม่มีแรงเท่านั้น”

“แล้ว...แล้วเจนจะเดินได้อีกเมื่อไหร่คะหมอ”

“อันนี้หมอคงให้คำตอบที่แน่นอนไม่ได้...อยู่ที่ร่างกายของคุณเจนว่าจะฟื้นสภาพได้เร็วแค่ไหน”

เจนจิราถึงสติแตก ทุบขาตัวเองไม่ยั้ง คร่ำครวญว่าไม่อยากเป็นคนพิการ ใจเด็ดจับมือเธอไว้ไม่ให้ทำร้ายตัวเอง ปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวลไป หมอบอกแล้วว่าเธอ จะเดินได้เหมือนเดิม เจนจิราโผกอดใจเด็ดไว้แน่น สรนุช มองภาพนั้นตาไม่กะพริบ โชคชัยเหมือนจะอ่านใจเธอออก

“ไปกันเถอะครับคุณนุช...เดี๋ยวผมไปส่งเอง”

โชคชัยเดินนำสรนุช อรอนงค์ และสุบินออกไป ทิ้งให้ใจเด็ดอยู่ปลอบใจเจนจิรา ระหว่างเดินมาหน้า รพ. โชคชัยปลอบสรนุชอย่าคิดมาก เจนจิราเพิ่งฟื้นก็เลยยังไม่เข้าใจ

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ...ขอบคุณนะคะ” สรนุชฝืนยิ้มเหมือนไม่มีอะไร โชคชัยขอตัวไปเอารถ เดี๋ยวจะมารับ

“ไม่เป็นไรจริงเหรอแก” อรอนงค์เข้ามาจับมือสรนุชอย่างเป็นห่วงความรู้สึก สรนุชพยักหน้าซึมๆ

“แต่ฉันว่าเป็น...พวกแกก็รู้ว่าคุณเจนแอบชอบคุณใจเด็ดอยู่ แล้วแกคิดว่าเธอจะปล่อยให้แกกับคุณใจเด็ดครองรักกันหรือไง” คำพูดของสุบินทำให้สรนุชหนักใจ...

ด้านใจเด็ดอยู่ช่วยประคองเจนจิราเดินออกกำลังขาจนมืดคํ่า เจนจิรามุ่งมั่นจะกลับมาเดินให้ได้ จะได้กลับไปช่วยใจเด็ดดูแลสถานีฯ แต่ทุกครั้งที่เธอทิ้งนํ้าหนัก ลงเท้าเป็นต้องล้ม ใจเด็ดเป็นห่วงอุ้มมาวางบนเตียง ขอร้อง ให้พักก่อน เจนจิราคว้ามือเขามากุมไว้อ้อนวอนให้ขึ้นมานอนบนเตียงด้วย กลัวเขาจะทิ้งไปตอนที่เธอหลับ

“พี่สัญญาว่าเจนตื่นมาจะเห็นพี่นั่งอยู่ตรงนี้”

เจนจิราต่อรองถ้าไม่นอนบนเตียงด้วย ขอจับมือเขาไว้ระหว่างที่เธอหลับ ใจเด็ดเห็นใจที่เจนจิรายังทำใจกับอาการป่วยของตัวเองไม่ได้ ยอมให้จับมือ เจนจิรายิ้มมีความสุขขณะที่ใจเด็ดหน้าหมอง อยากกลับไปหาสรนุช

ooooooo

เจนจิราแข็งแรงพอให้ปากคำกับโชคชัยได้แล้วว่า ชิดชัยจงใจขับรถเบียดเธอตกถนนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จากนั้นไม่นานโชคชัยนำกำลังตำรวจไปที่บริษัท คาบาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์ แจ้งจับชิดชัยข้อหา พยายามฆ่าเจนจิรา ชิดชัยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ลูกน้องคนสนิทต่างหากที่ลงมือพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือไปที่เขา โชคชัยกับตำรวจหลงกลหันไปมอง ชิดชัยได้ทีโดดแย่งปืนตำรวจแล้วจี้จับลูกน้องคนสนิทเป็นตัวประกัน

“อย่าเข้ามาเว้ย...ไม่งั้นไอ้นี่ตาย” ชิดชัยประกาศก้อง

“จับมันเลยครับคุณตำรวจ...ไอ้นี่แหละเป็นคนทำ” ลูกน้องโวยกลับ

ชิดชัยกระทุ้งด้ามปืนใส่ลูกน้องแล้วผลักเขาใส่กลุ่มของโชคชัย อาศัยช่วงชุลมุนหนีรอดไปได้...

ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ สรนุชรอใจเด็ดอยู่หน้าบ้านพักอย่างใจจดจ่อ ช่อผกาแวะมาหาใจเด็ด เห็นสรนุชยืนอยู่ ปราดเข้ามาถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ทำไมไม่อยู่กรุงเทพฯ สรนุชกลับมาเพื่อจะมาขอโทษทุกคน

“เหรอ...อยากขอโทษจริงๆหรือ ถ้าอย่างนั้นเอาสิ...

ขอโทษฉันคนแรกเลย เธอเกือบทำให้พ่อฉันต้องติดคุก เกือบทำให้พี่ใจเด็ดต้องตาย” ช่อผกาต่อว่าฉอดๆ จังหวะนั้น โชคชัยวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามหาใจเด็ด สรนุชสงสัยว่ามีเรื่องอะไร ได้ความว่าชิดชัยหนีการจับกุม เขามาเตือนให้ทุกคนระวังตัว เพราะชิดชัยแย่งปืนของตำรวจไปด้วย

“ใจเด็ดยังไม่กลับมาจากเฝ้าคุณเจนตั้งแต่เมื่อคืนเลยค่ะ” สรนุชรายงาน

“เฝ้า...ทำไมต้องไปเฝ้ายัยผักนั่นด้วย” ช่อผกานิ่วหน้า แปลกใจ พอรู้ว่าเจนจิราฟื้นคืนสติแล้ว ช่อผกาทนอยู่เฉยไม่ได้ ยัยนั่นยิ่งรอบจัดขืนปล่อยใจเด็ดไว้ตามลำพัง เดี๋ยวถูกงาบเอาไปกิน รีบจ้ำพรวดๆจะไป รพ. สรนุชกับโชคชัยเดินตาม สรนุชเร่งฝีเท้าจนทันกันที่หน้าสถานีฯ ขอร้องช่อผกาอย่าไปที่นั่นเลย ช่อผกาฮึดฮัดไม่ยอม

จังหวะนั้น รถของใจเด็ดแล่นมาจอด ช่อผกายิ้มหน้าระรื่นเข้าไปหา โดยมีสรนุชกับโชคชัยตามไปติดๆ โชคชัยมีเรื่องต้องคุยกับใจเด็ด แต่เขากลับขอให้โชคชัยรอสักครู่ เขาต้องพาเจนจิราไปที่บ้านพักก่อน แล้วยกรถเข็นลงจากท้ายกระบะ อุ้มเจนจิราวางบนรถเข็น ช่อผกาปรี๊ดแตก โวยลั่น

“พี่ใจเด็ด ทำไมต้องอุ้มกันขนาดนั้นด้วย ไหนบอกว่าหายดีแล้วไง”

เจนจิราได้ที ออดอ้อนใจเด็ดพาไปที่บ้านเดี๋ยวนี้เลยได้ไหม ใจเด็ดไม่อยากขัดใจคนป่วย รีบพาเจนจิราออกไป ช่อผกาทนดูไม่ได้ เดินกระแทกส้นเท้าไปอีกทางหนึ่ง สรนุชไม่อยากมองโลกในแง่ร้าย แต่รู้สึกเหมือนเจนจิรากำลังคิดแผนร้ายบางอย่างอยู่ โชคชัยเห็นสรนุชมองตามใจเด็ด รวบรวมความกล้าถามว่า

“คุณรักใจเด็ดมากขนาดนั้นเลยหรือ” โชคชัยเห็นสรนุชอึกๆอักๆชิงพูดขึ้นอีกว่า “ความรักน่ะง่ายจะตาย ถ้าชอบคุณก็บอกว่าชอบ ถ้าไม่ชอบก็บอกว่าไม่ชอบ”

“ฉันไม่รู้เหมือนกัน เราเคยอยู่กันคนละข้างมาก่อน ถูกเขาด่าเขาว่า ฉันพยายามคิดว่าฉันไม่รู้สึกอะไร แต่ทุกครั้งที่ฉันบอกตัวเองให้เลิกชอบเขา มันยิ่งทำให้ฉันรู้ว่า...ฉันชอบเขา”

โชคชัยอุตส่าห์เตรียมใจรับกับคำตอบนี้ไว้แล้ว แต่พอได้ฟังจริงๆกลับยังทำใจไม่ได้ สรนุชขอโทษที่ทำให้เขาต้องเสียใจ โชคชัยมองเธออย่างเข้าใจและยอมรับความพ่ายแพ้ในเกมแห่งรักครั้งนี้

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชิดชัยหมดทางไปจึงมาหาผู้พันชาญณรงค์ที่บ้าน ผู้พันชาญณรงค์กลับตัดไมตรี ตั้งแต่เกิดเรื่องกันคราวนั้น เขาประกาศไว้ให้รู้ทั่วกันแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกคาบาตี้ ชิดชัยเคือง ชักปืนออกมาขู่

“แต่คราวนี้ผู้พันต้องยุ่ง...ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ตำรวจรู้เรื่องที่ผมเป็นคนขับรถชนยัยนั่น เอาเงินมาให้ผมก้อนหนึ่งเร็ว” ชิดชัยเห็นผู้พันชาญณรงค์โยกโย้ เอาปืนจ่อหัว ผู้พันชาญณรงค์ดูท่าแล้วชิดชัยคงจะเอาจริงๆรีบไปเอาเงินมาให้ห้าพันบาท อ้างทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่นี้ ชิดชัยไม่มีทางเลือกจำต้องรับเงินไว้ แล้วขยับจะไป

“เดี๋ยว...ไม่เอารถฉันไปด้วยหรือ...ไอ้เราก็เคยชอบพอกัน ในเมื่อนายเดือดร้อน ฉันก็พร้อมจะช่วย... เออ...แล้วจะหนีไปทางไหนล่ะ” ผู้พันชาญณรงค์ว่าแล้วยื่นกุญแจรถให้ ชิดชัยเองก็ยังไม่รู้ ขอให้ไปพ้นจากที่นี่ก็พอ

“เอางี้ไหม...ฉันมีเส้นทางลับอยู่ รับรองแม้แต่ตำรวจก็ไม่รู้เส้นทางนี้”

ชิดชัยไม่ได้เอะใจว่านี่เป็นแผนลวงของผู้พัน

ชาญณรงค์ จนกระทั่งขับรถไปตามเส้นทางที่ผู้พันเฒ่าบอก แต่กลับเจอทางตัน พอวกรถกลับออกมา พบโชคชัยกับตำรวจดักรออยู่แล้ว คราวนี้ชิดชัยหนีไม่รอด...

ในขณะที่ชิดชัยจนมุมหนีเงื้อมมือกฎหมายไปไม่รอด ใจเด็ดกำลังเข็นรถเข็นพาเจนจิรามายังคอกควายที่ว่างเปล่า เจนจิราสงสารพวกควายที่ต้องตายไป ถ้าเธออยู่ด้วยอาจจะทำอะไรได้บ้าง ใจเด็ดไม่อยากให้เธอคิดมาก และที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอ พลันภิรมย์วิ่งเข้ามาตามใจ–เด็ดไปช่วยดูคอกควายที่กำลังจะสร้างเพิ่ม ใจเด็ดมองเจนจิราด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวมองออก

“เจนอยู่คนเดียวได้ พี่ใจเด็ดไปทำงานเถอะค่ะ”

“งั้น...เดี๋ยวพี่รีบมาแล้วกัน” ใจเด็ดว่าแล้วรีบเดินตามภิรมย์ไปยังคอกควายที่อยู่ไม่ห่างกันนัก เจนจิรามองตามมีความสุขที่ใจเด็ดเป็นห่วงเป็นใยเธอ ขณะเจน-จิราเข็นรถชมวิวอย่างอารมณ์ดี เห็นสรนุชเดินมาจากอีกด้านหนึ่ง เธอหันรถเข็นกลับ อารามรีบร้อนรถเข็นติด รากต้นไม้ไปไหนไม่ได้ สรนุชเข้ามาจะช่วยยกรถเข็นออก

“ไม่ต้อง...ฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณเธอ” เจน-จิราตะคอกใส่ แล้วพยายามขยับรถเข็นให้หลุดจากรากไม้ แต่ไม่สำเร็จ สรนุชเข้าไปช่วยขยับรถให้ เจนจิราไม่พอใจ เอ็ดตะโรลั่น ไม่ต้องมาช่วย

“เธอไม่ได้โกรธที่ฉันเป็นพวกคาบาตี้ แต่เธอโกรธที่คุณใจเด็ดเขาชอบฉันใช่ไหม”

คำพูดของสรนุชแทงใจดำเจนจิราเข้าเต็มๆ ทนอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ได้ ออกแรงหมุนล้อสุดกำลัง รถเข็นเสียหลักพลิกควํ่า เจนจิราตกใจร้องเสียงหลง เสียงร้องของเธอดังถึงหูใจเด็ดที่กำลังคุมงานอยู่ที่คอกควายแห่งใหม่ ทิ้งงานในมือรีบวิ่งตามเสียง ครู่ต่อมา ใจเด็ด ภิรมย์และสมหญิงมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นเจนจิราร้องกรี๊ดอย่างไม่พอใจ โดยมีสรนุชเข้าไปประคองเธออยู่ ใจเด็ดรีบวิ่งเข้ามาดู เจนจิราคว้าเขามากอดทำมารยาร้องไห้ตัวสั่นงันงก

“พี่ใจเด็ดช่วยเจนด้วย”

ทั้งภิรมย์และสมหญิงต่างไม่พอใจ มองสรนุชด้วยสายตาตำหนิ สรนุชแก้ต่างว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรเลย เธอพยายามจะช่วยเจนจิราต่างหาก เจนจิราอาละวาดใส่สรนุชเป็นชุด แล้วขอร้องให้ใจเด็ดพากลับที่พัก

“ภิรมย์...เดี๋ยวช่วยเข็นรถตามมาให้ที” ใจเด็ดว่าแล้วอุ้มเจนจิราเดินผ่านหน้าสรนุชไปหน้าตาเฉย สรนุชเศร้าใจมาก เดินคอตกกลับเรือนรับรอง เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้สองเพื่อนซี้ฟัง อรอนงค์เป็นห่วงสรนุช ชวนกลับกรุงเทพฯ สรนุชไม่กลับ ถ้ากลับไปตอนนี้ก็เท่ากับเธอหนีปัญหา เธอตั้งใจจะใช้ความดีเอาชนะใจเจนจิราให้ได้

ooooooo

แต่ดูท่าแล้ว ความตั้งใจจริงของสรนุชจะเป็นหมัน เจนจิราไม่ยอมให้อภัย แม้แต่หน้าสรนุช เธอยังไม่อยากจะมอง สรนุชพยายามอย่างยิ่งจะชนะใจเจนจิราให้ได้ จนกระทั่งคํ่าวันหนึ่งโอกาสเหมาะ สรนุช เจอสมหญิงกำลังจะยกถาดใส่อาหารคํ่าไปให้เจนจิรา ที่บ้านพัก อาสาจะยกไปให้เอง ทีแรกสมหญิงไม่ยอม เกรงหัวหน้ารู้เข้าจะโดนดุ แต่ทนสรนุชรบเร้าไม่ไหว ในที่สุดก็ยอมยกถาดใส่อาหารให้สรนุช...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านพักของเจนจิรา ใจเด็ดดูแลปูที่หลับที่นอนให้เจนจิราเสร็จ ยัยหน้าซื่อใจคดชวนเขานอนที่นี่ด้วยกัน อ้างไม่กล้านอนคนเดียว ใจเด็ดอึดอัดใจมาก แต่ไม่อยากทำร้ายจิตใจคนป่วย ต่อรองถ้าเธอกลัวจนนอนคนเดียวไม่ได้ เขาจะไปตามสมหญิงมานอนเป็นเพื่อน เจนจิราดื้อดึงจะให้ใจเด็ดมานอนกับเธอให้ได้

“เจน...เจนก็รู้ว่าพี่ทำอย่างนั้นไม่ได้ มันไม่สมควร” ใจเด็ดปราม

“ไม่สมควรเพราะเจนไม่ใช่คุณนุชใช่ไหมคะ” เจนจิราไม่สบอารมณ์ ยิ่งใจเด็ดพยายามอธิบายให้ฟังว่า ตอนนี้สรนุชไม่ใช่พวกคาบาตี้อีกต่อไปแล้ว เจนจิรายิ่งโกรธ เอามือปิดหูไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น

“เดี๋ยวพี่ให้สมหญิงมานอนเป็นเพื่อนแล้วกัน” ใจเด็ดถอนใจแล้วผละจากไป เจนจิราร้องเรียกให้กลับมาก่อน แต่ใจเด็ดไม่สนใจ เจนจิราโมโห พาลโทษว่า เป็นเพราะสรนุชทำให้พี่ใจเด็ดของเธอเป็นแบบนี้

สักพัก มีเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินขึ้นมาบนที่พัก เจนจิราดีใจคิดว่าใจเด็ดกลับมาง้อรีบเข็นรถเข็นไปรอที่ประตูห้อง กลายเป็นสรนุชเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับยกถาดใส่อาหารมื้อเย็นมาให้ เจนจิราปฏิเสธทันทีว่าไม่หิว สรนุชไม่อยากให้เราสองคนหมางใจกัน ถ้ามี อะไรที่พอจะทำให้เจนจิรายอมเป็นเพื่อนกับเธอได้ เธอยอมทุกอย่าง

“ถ้าเธออยากเป็นเพื่อนกับฉันจริงๆ เธอก็ต้องเลิกยุ่งกับพี่ใจเด็ด...ฉันไม่ขอเธอเยอะไปใช่ไหม”

“เจน...ฉันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขานะ”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ฉันเป็นแบบนี้จะมีใครมาสนใจ เธอไม่มีพี่ใจเด็ด เธอก็สามารถมีชีวิตต่อไปได้...แต่ฉัน...ฉันไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปถ้าไม่มีเขา” เจนจิรามองสบตาสรนุชอย่างจริงจัง สรนุชคิดหนักจะทำอย่างไรดี...

ด้านใจเด็ดกลับถึงห้องพักอย่างเหนื่อยล้า เห็นเสื้อที่ซื้อให้สรนุชวางอยู่บนโต๊ะ ตัดสินใจคว้าเสื้อจะไปที่เรือนรับรอง ระหว่างทางเจอสรนุชเพิ่งกลับจากที่พักของเจนจิรา ต่างฝ่ายต่างชะงัก ใจเด็ดตั้งสติได้ก่อน

“ผมกำลังจะไปหาคุณพอดี...วันนั้นที่ผมนัดคุณไปที่ริมน้ำ...”

“ตายจริง...ฉันลืมสนิทเลย อย่าบอกนะว่านายไป” สรนุชแสร้งว่าไม่ได้ไป “แล้วนายมีอะไรหรือเปล่า พูดกับฉันตอนนี้ก็ได้นะ”

ใจเด็ดอ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าบอกความในใจ ได้แต่คืนเสื้อที่ซ่อมเสร็จแล้วให้ สรนุชแอบผิดหวังคิดว่าเขาจะสารภาพรักกับเธอ ในเมื่อเขาไม่ได้มีใจให้ เธอจึงตัดสินใจบอกไปว่าพรุ่งนี้จะกลับกรุงเทพฯ ใจเด็ดใจกระตุกวูบ

“เอ่อ...ผมนึกว่าคุณจะอยู่นานกว่านี้”

“อย่าเลยค่ะ อยู่ไปฉันก็ไม่ได้ทำอะไร คุณเองก็ต้องดูแลเจน แล้วอีกอย่างฉันว่างงานมานาน คงต้องกลับไปหางานทำแล้ว...เอ่อ...ฉันไปก่อนนะ ยังไม่ได้เก็บของเลย” สรนุชพูดจบ รีบกลับที่พัก ใจเด็ดได้แต่ยืนอึ้ง

ไม่นานนัก สรนุชกลับเรือนรับรอง อรอนงค์กับสุบินรีบเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่า เจนจิราทำอะไรเธอหรือเปล่า สรนุชไม่ตอบพยายามข่มความเสียใจเอาไว้

“ฉันเข้าไปเก็บกระเป๋าก่อนนะ พรุ่งนี้ฉันจะกลับกรุงเทพฯ” สรนุชว่าแล้วเดินเข้าห้องนอนไปเลย ทิ้งสุบินกับอรอนงค์ให้มึนตึบอยู่ตรงนั้น ทันทีที่ปิดประตูห้องนอน สรนุชทรุดตัวลงนั่งพิงประตูอย่างหมดเรี่ยวแรง ยิ่งคิดถึงคำพูดของเจนจิราที่ขอใจเด็ดจากเธออย่างหน้าด้านๆ ยิ่งทำให้สรนุชเจ็บปวดใจ กลั้นน้ำตาไม่อยู่

ooooooo

ได้เวลาที่สรนุชกับพวกต้องกลับกรุงเทพฯ เหล่ากระบือบาลมารอส่งพวกเธอขึ้นรถ ใจเด็ดยังคงอมพะนำไม่สารภาพความในใจให้สรนุชรู้ มีเพียงคำอวยพรให้เธอโชคดีเท่านั้น เกริกไกรอดสงสัยไม่ได้ว่าเพื่อนรักไปทำอะไรให้สรนุชโกรธถึงได้รีบร้อนกลับกรุงเทพฯ ใจเด็ดไม่ได้พูดอะไรเลย อยู่ๆเธอก็บอกว่าจะกลับกรุงเทพฯ

“แล้วแกจะปล่อยให้คุณนุชไปอย่างนี้เหรอวะ  แกยังไม่ได้บอกความในใจเลยนะเว้ย”

“ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะหมอ เธอไปแล้ว”

“ไอ้เด็ด...ฉันไม่ได้แช่งนะ ถ้าคุณนุชเกิดอุบัติเหตุเป็นอะไรไป หรือแกอาจจะโดนงูกัด นํ้าร้อนลวกเป็นอะไรไป แกไม่เสียใจเหรอวะที่ไม่ได้พูดให้คุณนุชรู้” เกริกไกรพูดจบ ยื่นกุญแจรถให้ ใจเด็ดมองกุญแจอยู่อึดใจ ก่อนจะคว้ามัน ตรงไปที่รถรีบขับตามหวังจะให้ทัน แต่ต้องผิดหวัง รถของสรนุชกับพวกไปไกลแล้ว...

ทางด้านสรนุชนั่งเงียบไม่พูดไม่จาตั้งแต่ออกจากหนองระบือยันถึงกรุงเทพฯ แต่พอเห็นหน้าคุณหญิงเลิศ–หล้าเท่านั้น โผกอดร้องไห้โฮ คุณหญิงเลิศหล้าตกใจ ลูกเป็นอะไรไปใครทำให้ร้องไห้ สรนุชไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ คุณหญิงเลิศหล้าร้อนใจ หันไปคาดคั้นอรอนงค์กับสุบินให้บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกของเธอ ทั้งคู่ได้แต่มองหน้ากันไม่รู้จะตอบอย่างไรดี...

สรนุชเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนอน คุณหญิงเลิศหล้าทนเห็นลูกเสียใจร้องไห้เป็นเผาเต่าไม่ไหว เข้ามาหาที่ห้องดึงลูกมากอดปลอบใจ ถามว่ารักใจเด็ดมากหรือ สรนุชนิ่งไม่ตอบ

“แม่ไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรระหว่างลูกกับใจเด็ด รู้แต่ว่า ถ้าวันนี้ลูกอยากจะระบายมันออกมาลูกก็ทำเถอะ แม่อยู่นี่แล้ว” คุณหญิงเลิศหล้าลูบหัวลูกด้วยความรัก สรนุช นํ้าตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง

“หนูทำถูกแล้วใช่ไหมคะ ถ้าหนูกับเขารักกัน จะต้องมีอีกคนที่เสียใจ” สรนุชพูดไปสะอื้นไป

“ลูกก็เลยเลือกให้ตัวเองเป็นฝ่ายเสียใจ...ไม่เป็นไรนะ ...ความรักจะมีทางออกของมันเอง เชื่อแม่สิ” คุณหญิงเลิศหล้ากอดลูกไว้แนบอก  หัวใจแทบจะสลายไปกับลูกด้วย

ooooooo

ตอนที่ 14

ไม่นานนัก สรนุชมาถึงบริษัทใจจอมคอน-สตรัคชั่นที่ใจเด็ดทำงานอยู่ ขณะกำลังติดต่อเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อขอเข้าพบใจเด็ด สรนุชมองไปที่หน้าลิฟต์ เห็นผู้คนทยอยเข้าลิฟต์จนเหลือใจเด็ด

เป็นคนสุดท้ายที่เดินเข้าไป หญิงสาวถึงกับตะลึงเมื่อเห็นกระบือบาลหนุ่มใส่สูทผูกไทผิดไปเป็นคนละคน

พอตั้งสติได้รีบวิ่งไปหา แต่ไม่ทันลิฟต์ปิดเสียก่อน สรนุชจะกดลิฟต์อีกตัวหนึ่งตาม แต่ประชาสัมพันธ์สาวมาตามให้กลับไปที่เคาน์เตอร์เพื่อแลกบัตรก่อน...

ส่วนลิฟต์ที่ใจเด็ดเข้าไปยังไม่ทันจะไปไหน มีสัญญาณร้องเตือนว่าน้ำหนักบรรทุกเกิน พร้อมกับประตูลิฟต์เปิดออก ไม่มีใครขยับ ใจเด็ดจำต้องออกจากลิฟต์ เห็นสรนุชกำลังควานหาของในกระเป๋าถืออยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ หันไปดูเห็นใจเด็ดยืนจ้องมาทางตนเองหน้าตาถมึงทึง

“คุณมาทำอะไรที่นี่”

สรนุชไม่ทันจะว่าอะไรประชาสัมพันธ์สาวพูดแทรกขึ้นเสียก่อนว่าขอบัตรด้วย สรนุชหันไปตำหนิเธอที่พูดแทรก พอหันกลับมาอีกทีใจเด็ดจ้ำอ้าวออกไปแล้ว สรนุชรำคาญยื่นกระเป๋าถือให้ประชาสัมพันธ์ค้นบัตรเอาเองแล้ววิ่งตามใจเด็ดจน ทัน เห็นเข้าไปในลิฟต์ขนของที่อยู่ด้านนอกตัวตึก สรนุชพุ่งตามไม่สนใจลิฟต์ที่กำลังจะปิด ประตูลิฟต์เปิดออกทันทีเมื่อกระทบกับสรนุช ใจเด็ดไล่เธอกลับ หญิงสาวไม่ยอมไปไหนจะขอคุยกับเขาก่อน

“แต่ผมไม่อยากคุยกับคุณ...ออกไป” ใจเด็ดว่าพลางดันตัวสรนุชออกจากลิฟต์

หญิงสาวขืนตัวไว้ เอื้อมมือไปกดลิฟต์แล้วทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น ลิฟต์ปิดแล้วเลื่อนขึ้นไปยังชั้น 12 ที่ใจเด็ดกดไว้ตั้งแต่แรก ใจเด็ดไม่เข้าใจ สรนุชต้องการอะไรอีก ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพนี้แล้วยังไม่พอใจอีกหรือ

“เอ...แต่ฉันว่ามันก็หล่อดีนะ...เอ่อ...คือ...ฉันจะมาขอโทษนาย”

“เรื่องอะไร...เรื่องที่คุณฆ่าควายผมแล้วก็ไปร้องเรียนให้ผมโดนสอบวินัย แล้วก็ที่สถานีฯถูกยุบน่ะหรือ”

“ฉันโดนพวกคาบาตี้หลอกใช้มาตลอด...นายต้องเชื่อฉันนะ” สรนุชมองสบตาใจเด็ดเพื่อแสดงความจริงใจ

ใจเด็ดไม่เชื่อและเหนื่อยที่จะฟังคำโกหกของเธออีก กดปุ่มที่ชั้น 10 เพื่อให้สรนุชออก ทันทีที่ลิฟต์เปิดสรนุชรีบกดปิด ขอร้องใจเด็ดช่วยฟังเธออธิบายก่อน ใจเด็ดไม่ฟัง เอื้อมมือไปกดลิฟต์ให้เปิด ทั้งคู่กดปุ่มปิดและเปิดสลับกันไปมาจนลิฟต์ค้างกดปุ่มไหนก็ไม่ได้เปิดประตู ก็ไม่ออก สรนุชตกใจ รีบกดปุ่มฉุกเฉินเรียกให้คนช่วย...

ระหว่างที่ใจเด็ดกับสรนุชติดอยู่ในลิฟต์ ใจจอมที่กำลังนั่งอยู่กับบุญเลิศภายในร้านอาหารสุดหรู ทุบโต๊ะเปรี้ยงด้วยความไม่พอใจเมื่อรู้ว่าท่านรัฐมนตรีช่วยเหลือเรื่อง สถานีฯถูกยุบไม่ได้ อ้างว่าใจเด็ดกำลังถูกพิจารณาจะไล่ออกจากราชการ หรือไม่ก็อาจถูกย้ายถาวรให้เข้ามาช่วยงานที่กรมปศุสัตว์ทั้งที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการไม่คิดจะเอาผิดอะไร บุญเลิศพยายามปลอบใจจอมให้ใจเย็นๆ ถ้าท่านรัฐมนตรีช่วยได้คงช่วยไปแล้ว

“ตอนนั้นคุณบุญเลิศบอกว่ามีคนร้องเรียนให้ยุบสถานีฯใช่ไหมครับ...ผมอยากรู้ ว่ามันเป็นใคร” ใจจอมหน้าเครียด จะเล่นงานผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ให้ได้

ooooooo

สรนุชยังคงตะโกนขอความช่วยเหลือลั่นลิฟต์ ใจเด็ดขอร้องให้หยุดส่งเสียงได้แล้ว นั่งเฉยๆรอคนมาช่วยดีกว่า แต่อาจจะช้าหน่อย พวกช่างซ่อมบำรุงคงต้องช่วยลิฟต์โดยสารในตัวอาคารก่อน เพราะคงไม่มี ใครคิดว่าจะมีคนทำอะไรบ้าๆจนลิฟต์เสียอย่างนี้ สรนุช ชะงัก มองเหล่ใจเด็ดที่ว่ากระทบ

“นายไม่เชื่อฉันว่าฉันโดนพวกคาบาตี้หลอกใช่ไหม...ต้องให้ฉันทำยังไงนายถึงจะเชื่อ”

ใจเด็ดไม่ตอบ ถอดเสื้อสูทออก สรนุชหน้าตื่นถอยกรูด ละล่ำละลักถามว่าจะทำอะไร ใจเด็ดสั่งให้เธอถอดเสื้อออก สรนุชตกใจตาเหลือก เอามือกอดตัวเองไว้สุดฤทธิ์ ใจเด็ดปรายตามองอย่างระอา

“นี่...เลิกคิดอกุศลกับผมได้แล้ว ที่ผมให้คุณถอดเสื้อก็เพราะมันร้อน พอคุณร้อนก็ต้องใช้ออกซิเจนเยอะ”

สรนุชหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ ได้แต่ยิ้มแก้เก้อ...

ใจจอมมาถึงออฟฟิศ เห็นความโกลาหลไปทั่วโถงหน้าลิฟต์ รปภ.กำลังช่วยกันงัดลิฟต์พาพนักงานกลุ่มหนึ่งที่เหงื่อแตกซกออกจากลิฟต์ รปภ.คนหนึ่งเห็นเจ้านายใหญ่มารีบเข้าไปรายงานว่าลิฟต์ขัดข้อง ตอนนี้พวกช่างซ่อมกำลังซ่อมแซมอยู่ ใจจอมแปลกใจร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นลิฟต์เสีย ทำไมอยู่ๆถึงได้เป็นอย่างนี้

“ไม่ทราบครับ...เอ...หรือว่าเราไม่ได้จ่ายค่าไฟครับ” รปภ.ตั้งข้อสันนิษฐานไปเรื่อยเปื่อย ใจจอมมองหน้า รปภ.แล้วขยับจะเดินไปทางบันไดหนีไฟ พอ รปภ.รู้ว่าเจ้านายจะเดินขึ้นไปชั้นที่ 12 เอง มองหน้าเขาแปลกๆ ใจจอมชักเคือง มองอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร ไม่เชื่อว่าเขาจะเดินไหวใช่ไหม รปภ.รีบปฏิเสธว่าเปล่า

“แกคอยดู...ฉันจะเดินขึ้นบันไดให้ถึงก่อนพวกแกซ่อมลิฟต์เสร็จอีก” ใจจอมก้าวฉับๆออกไปทันที...

ในที่สุดช่างซ่อมกับ รปภ.ช่วยกันงัดประตูลิฟต์ที่สรนุชกับใจเด็ดติดอยู่สำเร็จ ใจเด็ดก้าวออกจากลิฟต์ แต่สรนุชกลับนอนกุมท้องอยู่กับพื้น ใจเด็ดคิดว่าเธอเล่นละคร สะกิดให้ลุกขึ้น สรนุชหน้าซีดเหงื่อแตก ท่าทางไม่สู้ดี

ใจเด็ดถึงได้ตระหนักว่าเธอปวดท้องจริง รีบอุ้มไปนอนพักที่โซฟาในห้องทำงานของเขา ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรไป สรนุชอึกๆอักๆ สุดท้ายยอมบอกว่าปวดท้องเพราะเป็นวันนั้นของเดือน ใจเด็ดนั่งลงข้างๆ เอามือถูกันไปมาจนร้อน แล้วเอามานาบที่ท้องสรนุชที่มองอึ้ง

“ผมเคยเห็นพ่อผมทำให้แม่ผมตอนที่ท่านเป็นอย่างนี้เหมือนกัน”

สรนุชถึงกับเคลิ้ม ก่อนจะฉุดตัวเองให้กลับมา ขอร้องใจเด็ดอย่างเขินๆให้ช่วยไปซื้อผ้าอนามัยให้...

ใจเด็ดหายไปสักพักก็กลับมาพร้อมกับถุงใส่ผ้าอนามัยถุงใหญ่ เพราะไม่รู้จะซื้อแบบไหนเลยซื้อมาทุกยี่ห้อทุกแบบ หลังจากพาสรนุชไปห้องนํ้าจนจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ใจเด็ดไล่เธอกลับ สรนุชไม่ยอมแพ้ ขอให้เขาร่วมมือกับเธอหยุดพวกคาบาตี้ ใจเด็ดไม่อยากได้ความช่วยเหลือจากเธอ เขาทำคนเดียวได้ แล้วเดินกลับห้องทำงาน

“คนเดียว...นายจะทำอะไร ตอนนี้นายยังจะโดนไล่ออกหรือเปล่าก็ไม่รู้” สรนุชตะโกนไล่หลัง

รปภ.ได้ยินเสียงเอะอะรีบมาดู ใจเด็ดสั่งให้ รปภ.พาสรนุชออกไป สรนุชตัดพ้อ เดี๋ยวนี้เขาเห็นเธอเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขาแล้วใช่ไหม ใจเด็ดชะงัก หันกลับมามอง สรนุชดีใจคิดว่าเขาเปลี่ยนใจ ที่ไหนได้ใจเด็ดยัดถุงผ้าอนามัยใส่มือ ก่อนจะเดินจากไป รปภ.จะเข้ามาดึงแขนหญิงสาวไปที่ลิฟต์ แต่เธอไม่ยอมให้จับตัว

“ฉันกลับเองได้” สรนุชพูดจบ เดินไปกดลิฟต์ด้วยความเสียใจ ขณะที่ใจเด็ดทำใจแข็ง ไม่หันกลับไปมอง...

ขณะสรนุชกำลังรอลิฟต์ ใจจอมเดินหัวกระเซิงเข้ามาทางประตูบันไดหนีไฟ เห็นสรนุชยืนอยู่ รู้สึกคุ้นๆ หน้า ก่อนจะจำได้ว่าเธอคือคนจากคาบาตี้ที่เอากระเช้าดอกไม้มาอวยพรวันเกิดเขา ปรี่เข้าไปเอาเรื่อง

“เธอมาทำอะไรที่นี่...ไอ้สมพลมันใช้เธอมาดู

ลูกชายฉันหรือไงว่าเป็นยังไง”

สรนุชพยายามจะอธิบายว่าเธอไม่ใช่คนของสมพลอีกแล้ว แต่ใจจอมไม่ฟัง ประกาศก้องจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกลูกชายของเขาเด็ดขาด แล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานตัวเอง สรนุชเซ็งสุดๆ โดนทั้งพ่อทั้งลูกเล่นงาน แล้วนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รีบเดินตาม ใจจอมหันมาเห็นเข้าออกปากไล่

“เดี๋ยวก่อนค่ะ...ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยใจเด็ดค่ะ... ฉันรู้ว่าใครเป็นคนทำ แล้วก็ใส่ร้ายใจเด็ดเขาค่ะ”

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ร้านส้มตำในตลาดหนอง-ระบือ ขณะปองศักดิ์กำลังนั่งจกส้มตำอย่างเอร็ดอร่อย สุบินเห็นปองศักดิ์เงียบไป ตามมาถามว่าอ่านเรื่องของใจเด็ดที่เขาเขียนให้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง

“หัวหน้าผมบอกว่าทำข่าวดาราเลิกกันยังน่าสนใจกว่าน่ะพี่”

สุบินโวยแหลก เรื่องดีขนาดนี้ทำไมหัวหน้าของปองศักดิ์ถึงไม่สนใจ แล้วขอร้องให้เขาช่วยทำข่าวนี้เพื่อเห็นแก่ชีวิตคนคนหนึ่ง ปองศักดิ์ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร ในเมื่อหัวหน้าของเขาไม่อนุญาตให้ทำ...

ครู่ต่อมา สุบินกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ด้วยความผิดหวัง แต่ยังไม่ท้อใจ บอกกับสมหญิงและภิรมย์ว่าจะเข้ากรุงเทพฯ จะหาหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นให้ช่วยเขียนข่าวใจเด็ดให้ จังหวะนั้น เกริกไกรกลับมาพอดี ทั้งสามคนรีบวิ่งไปถามว่าทางจังหวัดว่าอย่างไรบ้าง ทุกคนแทบช็อกเมื่อเกริกไกรเล่าว่า ทางนั้นจะไล่ใจเด็ดออกและจะยุบสถานีฯแห่งนี้ สุบินโวยแหลก สถานีฯทำผิดอะไรถึงต้องโดนยุบ พวกรถไถจะตามจองล้างจองผลาญเราไปถึงไหน

“หมอจะยอมให้เขายุบสถานีฯจริงๆหรือคะ” สมหญิงน้ำตาคลอ

“ในเมื่อพวกนั้นทำให้เราเป็นหมาจนตรอก เราก็ไม่มีทางอื่นนอกจากลุกขึ้นสู้” เกริกไกรหน้าเครียด เรียกเจ้าหน้าที่ทุกคนในสถานีฯมาประชุมกัน จากนั้นสั่ง

ให้แยกย้ายกันไปชักชวนชาวบ้านที่เดือดร้อนจากพวกรถไถให้เตรียมควายของตัวเองไว้ พรุ่งนี้ให้ทุกคนมารวมตัวกันที่หน้าตลาด พวกเราจะไปเรียกร้องความยุติธรรม...

ระหว่างที่เหล่ากระบือบาลออกชักชวนชาวบ้านให้เข้าร่วมการประท้วง ผู้พันชาญณรงค์สั่งให้ช่อผกาเลิกตรอมใจกับเรื่องใจเด็ดได้แล้ว ทำไมไม่รู้จักหันมาสนใจผู้ชายดีๆอย่างณวัตบ้าง ไม่รู้หรือว่าผู้ชายคนนี้จะทำให้เราร่ำรวย ช่อผกาขอให้พ่อรอให้ได้เงินจากณวัตเสียก่อน ค่อยชมว่าเขาดี ผู้พันสงสัยทำไมช่อผกาถึงพูดแบบนี้

“อ้าว...เขาหลอกชาวบ้านได้ แล้วทำไมจะหลอกเราไม่ได้”

ผู้พันชาญณรงค์คิดคล้อยตามคำพูดของลูกสาว...

ที่บริษัทคาบาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์ สมพลไม่ไว้ใจที่สรนุชกับอรอนงค์กลับกรุงเทพฯไปก่อน เกรงจะไปก่อเรื่องยุ่งๆให้เราสองพ่อลูก สั่งให้ณวัตดูแลเรื่องที่ดิน ส่วนเขาจะกลับจับตาสองสาวนั่นเอง

ooooooo

เช้าวันถัดมา ที่บ้าน พล.อ.สรยุทธ สรนุชเล่าเรื่องที่ไปพบใจเด็ดให้อรอนงค์ฟัง อรอนงค์ไม่แปลกใจที่ใจเด็ดไม่อยากพูดคุยกับสรนุช เพราะเขาคิดว่าสรนุชทำให้เขาสูญเสียทุกอย่าง ถ้าเป็นตัวเธอก็คงจะโกรธเหมือนกัน แล้วแนะสรนุชอย่าเพิ่งลาออกจากบริษัท ถ้าเธอยังอยู่ บางทีอาจช่วยใจเด็ดได้มากกว่านี้ สรนุชงง ช่วยอย่างไร

“อ้าว...ก็ทำตัวเป็นไส้ศึก อย่างไอ้เรื่องโรงงานนั่นน่ะ แกว่าไม่แปลกเหรอ ทำไมคุณสมพลกับคุณวัตดูรีบร้อนจะทำอย่างไรชอบกล” อรอนงค์ตั้งข้อสังเกต สรนุช สีหน้าครุ่นคิด

“วันนี้แกจะไปลาออกใช่ไหม...ถ้าอย่างนั้นแกช่วยทำอะไรให้ฉันสักอย่างสิ” สรนุชหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์...

ที่บริษัทคาบาตี้ สำนักงานใหญ่ ขณะที่อรอนงค์กำลังค้นหาแฟ้มงบประมาณก่อสร้างโรงงานที่หนองระบือ สมพลรู้จากเลขาฯหน้าห้องของตนเองว่า อรอนงค์อยู่ที่ห้องเก็บเอกสารทางการเงิน รีบตรงไปที่นั่นทันที โชคดี ที่อรอนงค์รู้ตัวเสียก่อนหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด สมพล สำรวจชั้นวางเอกสารพบว่า แฟ้มเอกสารแฟ้มหนึ่งถูกวางไว้ลวกๆ ดึงแฟ้มนั้นออกมาดู นิ่วหน้าแปลกใจเมื่อเห็นว่าเป็นแฟ้มงบประมาณ...

หลังจากได้ข้อมูลแล้ว อรอนงค์กลับมารายงานให้สรนุชรู้ สรนุชแปลกใจ ถ้างบสร้างโรงงานที่หนองระบือไม่ได้อยู่แฟ้มเหล่านั้น แสดงว่าสองพ่อลูกนั่นกำลังปกปิดบางอย่าง

“ฉันก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน...นุช...ฉันว่าเราน่าจะทำเรื่องนี้ให้มีการตรวจสอบนะ”

“ไม่...มันเสี่ยงเกินไป”

“แต่มันเป็นโอกาสเดียวที่เราอาจจะมีหลักฐานช่วยคุณใจเด็ดน่ะ”

สรนุชนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีใครบางคนทำเรื่องนี้แทนเราสองคนได้ อรอนงค์สงสัยว่าใคร...

ในเวลาต่อมา สรนุชในคราบแม่บ้านของบริษัทคาบาตี้ รอจนพิภพอยู่ในห้องน้ำเพียงลำพัง ค่อยๆย่องเข้าไปหา ทีแรกพิภพจำไม่ได้ว่าเป็นใคร คิดว่าเป็นแม่บ้านทั่วไป ไล่ตะเพิดออกจากห้องน้ำ แต่พอเห็นหน้าแม่บ้านชัดๆ พิภพถึงได้รู้ว่าเธอคือสรนุชนั่นเอง สรนุชไม่รอช้าถามพิภพว่า รู้เรื่องการสร้างโรงงานที่หนองระบือหรือเปล่า

“ผู้บริหารระดับสูงอย่างฉันไม่รู้ได้ยังไง...ทำไม”

“ฉันแค่อยากจะรู้ว่าคุณรู้เห็นกับการซื้อที่ดินที่หนองระบือที่แพงกว่าราคาประเมินหรือเปล่าเท่านั้นเอง”

“อะไรนะ...ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

“อ้าวเหรอ...งั้นก็...ไม่มีอะไรแล้วค่ะ...เชิญคุณพิภพทำธุระต่อแล้วกันค่ะ” สรนุชทิ้งท้ายให้พิภพคาใจอยู่อย่างนั้น แล้วผละจากไป เธอรู้ดีว่าพิภพซึ่งเป็นคู่ปรับตลอดกาลของสมพล คงกัดเรื่องนี้ไม่ปล่อยแน่นอน

ooooooo

ถึงเวลาตามนัด สุบินกับเหล่ากระบือบาลนำขบวนชาวบ้านที่เดือดร้อนเรื่องที่ทำกินจูงควายของ

ตัวเองมาตามถนน ขบวนประท้วงตั้งแถวในหมู่บ้านหนองระบือก่อนจะเคลื่อนเข้าสู่ตัวจังหวัด เสียงปลุกเร้าให้ทุกคนสู้เพื่อความยุติธรรมดังก้องไปทั้งหมู่บ้าน

สมคิดได้ยินเสียงเอะอะวิ่งออกมาดู เห็นทั้งคนทั้งควายเต็มพรืดไปทั้งถนน วิ่งตาลีตาเหลือกขึ้นไปปลุกเจ้านายให้มาดู ผู้พันชาญณรงค์ตกใจไม่แพ้สมคิด รีบโทรศัพท์แจ้งเรื่องนี้ให้ณวัตทราบมีม็อบควายเกิดขึ้น...

ม็อบควายโดยการนำของเกริกไกรและเหล่ากระบือบาลเคลื่อนขบวนไปหยุดหน้าประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัด โชคชัยอยู่ที่นั่นพอดี รีบออกมาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

“พวกเรามาทวงความยุติธรรมให้กับควาย...ให้กับใจเด็ดและให้กับสถานีฯของเรา”

สิ้นเสียงประกาศของเกริกไกร ชาวม็อบโห่ร้องขานรับดังกระหึ่ม โชคชัยไม่เห็นด้วย เกริกไกรทำแบบนี้ ยิ่งจะทำให้เรื่องลุกลามไปกันใหญ่ ทำไมไม่ให้กระบวนการกฎหมายจัดการ

“นายกฯเลิกทำตามหน้าที่สักทีได้ไหม ผมรู้ว่านายกฯรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร...นายกฯรู้ว่าพวกคาบาตี้มันทำไม่ถูก...เลิกทำตามหน้าที่ แล้วทำตามความรู้สึกของตัวเอง...ความรู้สึกของคนหนองระบือ”

โชคชัยชะงัก คำพูดของเกริกไกรแทงใจดำเต็มๆ เกริกไกรเห็นโชคชัยนิ่งไป เดินนำม็อบควายผ่านหน้าเขาเข้าไปปักหลักที่สนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัด...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ผู้พันชาญณรงค์และสมคิดค่อยๆโผล่หัวออกมาดูกลุ่มผู้ประท้วง สมคิดกลัวพวกนั้นจะมาเห็น เดี๋ยวจะพานถูกหางเลขไปด้วย รีบชวนเจ้านายกลับ ผู้พันชาญณรงค์ทำปากเก่ง คุยโม้ว่ามากับเขาไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น อยู่ๆณวัตโผล่พรวดมาทางด้านหลัง ผู้พันตัวดีถึงกับสะดุ้งโหยงทำท่าจะวิ่งหนี พอตั้งสติได้หันไปเห็นว่าเป็นณวัต รีบกลบเกลื่อนว่าที่ตกใจไม่ใช่เพราะกลัว แค่ระวังตัวไว้ก่อน

“ผู้พันรู้ไหมว่าไอ้พวกควายนั่นเรียกร้องอะไร” ณวัตว่าพลางชะเง้อคอมองไปยังผู้ชุมนุม

“จะอะไรซะอีก...ก็คงเป็นเรื่องที่นาพวกมันมั้งครับ...ฮึ...ไม่ต้องกลัวหรอกคุณวัต เราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ต่อให้เอาควายมาทั้งประเทศ พวกมันก็ไม่ได้สิ่งที่มันต้องการหรอก”

“ผู้พันแน่ใจนะว่าไม่มีปัญหาอะไร” ณวัตหน้าเครียด แม้ผู้พันชาญณรงค์จะให้คำมั่นว่าไม่มีปัญหา...

ในเวลาเดียวกัน ที่บริษัทใจจอมคอนสตรัคชั่น ใจเด็ดไม่พอใจที่เห็นสรนุชในห้องทำงานของใจจอม ยิ่งเห็นเธอสนใจข้าวของบนโต๊ะทำงานพ่อ สงสัยจะมาไม้ไหนอีก รีบเชิญเธอออกไป

“นายไม่มีสิทธิ์ไล่ฉัน...ฉันนัดกับพ่อนายเอาไว้... ไม่ใช่นาย” สรนุชยียวน

“แล้วคุณนัดพ่อผมทำไม”

“นายนี่ฟังภาษาไทยไม่ออกหรือไง...ฉันบอกว่าฉันนัดพ่อนาย ฉันก็ต้องคุยธุระกับพ่อนาย เพราะฉะนั้น ฉันจะคุยเรื่องอะไร นายไม่เกี่ยว” สรนุชว่าแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาตั้งใจจะยั่วโมโหใจเด็ด ได้ผลใจเด็ดยัวะหาว่าพวกรถไถส่งเธอมาสืบข้อมูลเพราะเห็นเธอแอบดูของบนโต๊ะทำงานพ่อของเขา สรนุชพยายามจะอธิบายแต่เขาไม่ฟังลากเธอไปที่ห้องทำงานของเขา สรนุชขอร้องให้ปล่อย ใจเด็ดทำเฉย เธอเลยกัดแขนเขาจมเขี้ยวจนต้องปล่อยมือแล้ววิ่งหนีออกจากห้อง ใจเด็ดขวางประตูไว้ ตวาดลั่นคิดจะหนีไปง่ายๆหรือ

“ทำไมฉันต้องหนี”

“ก็ถูกผมจับได้ไง...ผมจะให้คุณรอพ่อผมอยู่ในนี้จนกว่าท่านจะมา ถ้าท่านบอกว่าไม่ได้นัดคุณไว้ล่ะก็...” ใจเด็ดทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นให้สรนุชคิดต่อเอาเอง หญิงสาวจ้องหน้าเขาเขม็งอย่างไม่เกรงกลัว

ooooooo

ยิ่งสาย ทั้งชาวบ้านและควายยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น แถมมีป้ายประท้วงชูกันสลอน เป็นทำนองว่า “สถานีฯไม่ผิด...ยุบทำไม” บางป้ายจะเขียนเรียกร้องให้ย้ายใจเด็ดกลับมาที่หนองระบือ บ้างก็ไล่ตะเพิดพวกคาบาตี้ ชาวบ้านที่อยู่แถบนั้นพากันออกมามุงดู วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา เจ้าหน้าที่ในศาลากลางจังหวัดไม่เป็นอันทำงานทำการออกมายืนดูเช่นกัน เสียงเกริกไกรประกาศทางไมโครโฟนดังลั่น

“เรามาที่นี่ด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ ขอให้ท่านผู้ว่าฯออกมารับข้อเสนอของเรา แล้วเราจะเลิกชุมนุม”

ชาวม็อบตบมือรับกันเกรียว ปองศักดิ์รู้เรื่องดีรีบตามมาดู ตกใจที่เห็นผู้ประท้วงมากันมากมาย กวาดตา

มองหาสุบิน เห็นกำลังตะโกนเชียร์อยู่ด้านหน้าเกวียน ซึ่งใช้เป็นเวทีจำเป็นรีบแหวกฝูงชนเข้าไปต่อว่าจะก่อม็อบ ทำไมไม่บอกกันบ้าง สุบินจะต้องบอกปองศักดิ์ทำไม ในเมื่อเขาพูดเองว่าไม่มีใครสนใจเรื่องควาย

“ถ้าควายกินหญ้าของมันก็ว่าไปอย่าง แต่พี่เล่นพามาเป็นกองทัพควายอย่างนี้รับรองว่าต้องเป็นข่าวใหญ่แน่ๆเลยพี่...เตรียมออกข่าวภาคเที่ยงได้เลย”

สุบิน ภิรมย์ และสมหญิง รวมทั้งบรรดากระบือบาลทั้งหลายต่างดีใจ ในที่สุดก็ได้เป็นข่าวสักที...

ด้านใจเด็ดยังคงกักตัวสรนุชไว้ในห้องทำงานของตัวเอง สรนุชเห็นใจเด็ดนั่งทำงานอย่างสบายใจ เริ่มหงุดหงิดจะออกจากห้อง อ้างจะเข้าห้องน้ำ ใจเด็ดส่ายหน้าไม่ให้ไป สรนุชไม่สน เชิญเขาบ้าอำนาจอยู่ในนี้ไปคนเดียว แล้วทำท่าจะออกไป ใจเด็ดปราดเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้

“ผมบอกแล้วไงว่าคุณจะไปไหนไม่ได้”

ทั้งคู่ต่างยื้อยุดกันไปมา ใจเด็ดดันสรนุชไปติดข้างฝา แล้วรวบมือทั้งสองข้างของเธอไว้ สรนุชดิ้นรนให้ปล่อย ใจเด็ดจ้องหน้าเธอเขม็ง

“ทำไม...คุณชอบผู้ชายเลวๆไม่ใช่หรือ...เป็นไง ...ผมเลวเท่าแฟนเก่าคุณหรือยัง”

ใจเด็ดกำลังจะซุกหน้าเข้าหาหญิงสาว แต่เสียงมือถือของสรนุชดังขัดจังหวะเสียก่อน เขาชะงัก ก่อนจะถอยห่าง หญิงสาวรีบรับสาย อรอนงค์โทร.มาบอกให้เปิดทีวีดูข่าวภาคเที่ยง สรนุชสงสัยมีอะไรเกิดขึ้น

“หมอเกริกไกรกับพวกที่สถานีฯ...เอาควายไปปิดศาลากลางจังหวัด”

สรนุชวางสาย แล้วเดินไปหารีโมตบนโต๊ะทำงานของใจเด็ด รีบกดเปิดทีวี เห็นปองศักดิ์กำลังรายงานข่าว

“ขณะนี้ ที่ศาลากลางจังหวัดมืดฟ้ามัวดินไปด้วยกองทัพควายจากชาวบ้านที่พาพวกมันมาประท้วง เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับหัวหน้าสถานีฯ และชาวบ้านที่ถูกกลุ่มนายทุนเข้ามายึดที่นาทำกิน”

จากนั้น ภาพข่าวแพนไปที่เกริกไกร ซึ่งกำลังยืนปราศรัยอยู่บนเกวียน ใจเด็ดกับสรนุชถึงกับอึ้ง

“แถลงการณ์ของพวกเราชาวหนองระบือ...หนึ่ง เอาผิดกับบริษัทคาบาตี้...ที่เข้ามายึดที่นาทำกินของพวกเราอย่างผิดกฎหมาย...สอง...ให้สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ดำรงอยู่ต่อไป...โดยหัวหน้าสถานีต้องเป็นใจเด็ดคนเดิม”

สิ้นเสียงปราศรัย ชาวม็อบโห่ร้องกันอย่างกึกก้อง ปองศักดิ์รายงานข่าวเพิ่มเติมอีกว่า นั่นคือข้อเรียกร้องของพวกกระบือบาลที่ต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมารับข้อเสนอของพวกเขา ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะปักหลักประท้วงอยู่ตรงนี้จนกว่าจะได้ตามที่ร้องขอ

ใจเด็ดทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว ตัดสินใจจะกลับไปร่วมวงประท้วงด้วย สรนุชปรี่เข้าไปขวางไม่ยอมให้ไป ใจเด็ดไม่พอใจจับสรนุชเหวี่ยงลงไปกองกับพื้น แต่เธอไม่ยอมแพ้ตะโกนลั่น

“ถ้านายไป...การต่อสู้ของทุกคนก็จะสูญเปล่า การเรียกร้องของชาวบ้านครั้งนี้จะไม่บริสุทธิ์ คิดดูสิว่าถ้าหน่วยงานของนายเห็นนายไปประท้วงด้วยจะเป็นยังไง...พวกเขาต้องคิดว่านายไม่พอใจกับคำตัดสิน เลยนำชาวบ้านออกมาประท้วง ฉันรู้ว่านายเจ็บปวด แต่ถ้านายอยากให้พวกเขาชนะ นายต้องอยู่ที่นี่”

ใจเด็ดจำนนต่อเหตุผลของสรนุช กำหมัดแน่นคับแค้นใจที่ไม่สามารถจะทำอะไรได้

ooooooo

ผู้พันชาญณรงค์หาทางลัดเลาะเข้าไปในตัวศาลากลางจังหวัดจนได้ เจอโชคชัยยืนสังเกตการณ์อยู่ เข้าไปต่อว่าว่าทำไมไม่ทำอะไรสักอย่าง หรือต้องให้เขาพึ่งหน่วยงานอื่นมาจัดการม็อบพวกนี้ โชคชัยไม่สบ อารมณ์ที่ผู้พันพูดเหมือนเขาให้ท้ายพวกม็อบ การที่เขาไม่ทำอะไรเพราะทุกคนมีสิทธิ์จะชุมนุมได้

“แล้วไอ้ข้อเรียกร้องล่ะ นายกฯไม่ได้ยินหรือไงว่าพวกนั้นเรียกร้องให้ผมคืนที่นา แล้วอย่างนี้มันถูกหรือพวกมากลากไป...โธ่...ประเทศไทย พอไม่ชอบใจก็พาคนออกมาชุมนุม” ผู้พันชาญณรงค์บ่นอุบ

“เรื่องนี้คงต้องถามผู้พันเองว่าผู้พันได้ที่นาชาวบ้านมาอย่างถูกต้องหรือเปล่า ถ้าผู้พันกับพวกคาบาตี้ทำถูกต้องก็คงไม่ต้องกลัวอะไร” โชคชัยว่าแล้วขอตัวไปดูพวกชาวบ้านก่อน ผู้พันชาญณรงค์ไม่พอใจที่โชคชัยเดินหนีพาลโกรธณวัตไปด้วยที่อยู่ๆหายหัวไปหน้าตาเฉย...

ณวัตไม่ได้หายหัวไปไหน กระวนกระวายใจไม่แพ้ผู้พันเฒ่า โทร.หาสมพลด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกจนสมพลต้องปลอบว่าไม่มีอะไรต้องกลัว ท่านรัฐมนตรีถือหางพวกเราอยู่ ม็อบควายอยากจะประท้วงก็เชิญตามสบาย แต่คงไม่มีใครยอมทำตามข้อเรียกร้องแน่ ณวัตสบายใจขึ้น แต่อดเป็นกังวลไม่ได้...

การชุมนุมยังคงดำเนินต่อไปเพราะผู้ว่าฯยังไม่กลับจากไปออกรอบตีกอล์ฟกับท่านรัฐมนตรี แดดร้อนจัดทำให้ควายเริ่มกระสับกระส่ายเนื่องจากทนความร้อนไม่ได้ เกริกไกรเห็นท่าไม่ดี สั่งให้เหล่ากระบือบาลแยกย้ายกันไปบอกชาวบ้านให้ช่วยกันหาบ่อน้ำแถวนี้ ตักน้ำมารดพวกควายเป็นการด่วน...

ระหว่างที่การชุมนุมเริ่มเจอปัญหา ใจเด็ดพยายามโทร.ติดต่อไปที่สถานีบำรุงพันธุ์เพื่อสอบถามข่าวคราว แต่ไม่มีใครรับสาย ยิ่งทำให้ร้อนใจ ทนไม่ไหวจะกลับไปหนองระบือ สรนุชวิ่งไปขวางทางไว้ เขาจับเธอให้พ้นทาง ขณะใจเด็ดเอื้อมมือจะไปเปิดประตู ใจจอมเปิดประตูผลัวะเข้ามาเสียก่อน แปลกใจที่เห็นสรนุชอยู่ในห้องใจเด็ด

“อ้าว...หนูมาแล้วหรือ” ใจจอมร้องทัก

ใจเด็ดลืมเรื่องสรนุชมีนัดกับพ่อของเขาไปสนิท รีบถามพ่อว่าท่านรัฐมนตรีว่าอย่างไรบ้าง ใจจอมยังไม่ได้คุยกับท่านเพราะบุญเลิศห้ามไว้ เนื่องจากไม่รู้ว่าท่านเห็นข่าวม็อบควายแล้วจะรู้สึกอย่างไร

“แต่เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรนี่คะ ชาวบ้านเขามาเรียกร้องด้วยความบริสุทธิ์” สรนุชท้วง

“ไม่มีใครสนหรอก เขาสนแค่ว่ามันทำให้เขาเสียชื่อเสียงน่ะ”

ใจเด็ดได้ยินพ่อพูดแบบนั้น ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที พยายามทำตัวปกติ ใจจอมจะลองหาทางคุยกับท่านรัฐมนตรีอีกครั้ง แล้วรีบกลับไปห้องทำงานตัวเอง สรนุชมองใจเด็ดหน้าเครียดอยากจะช่วย แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร ใจเด็ดชิงไล่เธอกลับ แล้วผลักไสให้ออกจากห้อง สรนุชคิดว่าเขาอยากอยู่คนเดียวเลยไม่อยากเซ้าซี้ ตัดสินใจไปหาใจจอมแทน ทันทีที่ประตูห้องปิด ใจเด็ดทรุดลงกับพื้น อาการปวดหัวของเขากำเริบอย่างหนัก

ooooooo

บ่ายคล้อยแล้วรถคันหรูของผู้ว่าฯถึงได้แล่นเข้ามาทางด้านหลังศาลากลางจังหวัด ผู้ว่าฯไม่พอใจที่ผู้ช่วยของตนโทร.ไปกวนใจขณะกำลังตีกอล์ฟอยู่กับท่านรัฐมนตรี ผู้ช่วยแนะให้ผู้ว่าฯออกไปรับข้อเสนอของม็อบ ทุกอย่างจะได้จบ แต่ผู้ว่าฯไม่ยอม สั่งการให้เจ้าหน้าที่เอารถน้ำมาจอดใกล้ที่ชุมนุม แล้วประกาศทางไมโครโฟน

“รถที่ทุกคนเห็นคือรถน้ำแรงดันสูง...นี่เป็นมาตรการขึ้นเบาที่สุดขอให้ทุกคนสลายการชุมนุมซะ ไม่เช่นนั้นเราจะดำเนินการจากเบาไปหาหนัก”

เสียงผู้ชุมนุมโห่ร้องอย่างไม่พอใจ สุบินประกาศโต้ตอบว่าพวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด พวกเรามีสิทธิ์ชุมนุมตามสิทธิที่เรามี ผู้ว่าฯจะทำอย่างนี้กับพวกเราไม่ได้ ผู้ชุมนุมส่งเสียงเชียร์ลั่น

“พวกเราอยากให้ท่านฟังข้อร้องเรียนของพวกเราเท่านั้น”

“จะไม่มีการต่อรองใดๆทั้งสิ้น ขอให้ทุกคนสลายการชุมนุมเดี๋ยวนี้” ผู้ว่าฯยืนกราน สุบินประกาศท้าทายทันทีว่า ทางเราจะไม่ไปไหน ไม่ชนะไม่เลิก ผู้ว่าฯโกรธหันไปสั่งการให้คนคุมรถน้ำ ฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ผู้ชุมนุมและควาย เสียงร้องวี้ดว้ายตื่นตระหนกดังไปทั่ว ผู้ชุมนุมแตกกระเจิงวิ่งหลบกันวุ่นวาย...

ขณะที่มีการสลายการชุมนุม ใจจอมกลับถึงบ้านด้วยความผิดหวัง นั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านไม่ยอมเข้าข้างใน หทัยออกมาเห็นอดถามไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจถึงไม่ยอมเข้าบ้าน ใจจอมแค่ไม่อยากตอบคำถามหทัยว่าทำไมถึงช่วยลูกอย่างที่รับปากไม่ได้ หทัยลงนั่งข้างๆจับมือสามีมากุมไว้เพื่อให้กำลังใจ

“คุณได้ทำหน้าที่พ่อที่ดีที่สุดแล้ว ถึงจะช่วยลูกไม่ได้ แต่ฉันเชื่อว่า ความดีของลูกจะช่วยลูกของเราค่ะ”

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน พล.อ.สรยุทธกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับสมพล ขณะที่คุณหญิงเลิศหล้านั่งดูข่าวที่ปองศักดิ์รายงานเรื่องผู้ว่าฯสั่งให้ใช้รถฉีดน้ำสลายการชุมนุม พล.อ.สรยุทธรับปากสมพลว่าจะไม่ยอมให้พวกม็อบเอากฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมายเด็ดขาด จังหวะนั้น สรนุชกลับถึงบ้านพอดี พล.อ.สรยุทธกระซิบบอกสมพลว่าวันหลังค่อยคุยกันใหม่ แล้ววางสาย สรนุชขอร้องพ่อให้ช่วยพวกชาวบ้านด้วย เห็นในทีวีหรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น

“เห็น...สิ่งที่พ่อเห็นก็คือ พวกนั้นทำผิดกฎหมาย เอาคนเอาชาวบ้านมากดดันรัฐได้ยังไง”

“แต่เขากำลังเรียกร้องความเป็นธรรมนะคะ...

พ่อคะ...พ่อก็รู้ว่าหนูรักคาบาตี้มากแค่ไหน ถ้าหนูไม่รู้ ความจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยึดที่ชาวบ้าน เรื่องก่อความวุ่นวายรวมถึงเรื่องฆ่าควายว่าเป็นฝีมือของพวกคาบาตี้ พ่อคิดว่าหนูจะมาขอร้องพ่ออย่างนี้หรือคะ”

“ฟังความรอบด้านหน่อยก็ดีนะคะคุณ” คุณหญิงเลิศหล้าติง

“คาบาตี้ไม่ใช่บริษัทที่ดีอย่างที่พ่อคิด ตอนนี้คนที่จะช่วยชาวบ้านได้ มีพ่อเพียงคนเดียว ช่วยพวกเขาด้วยนะคะ” สรนุชน้ำตาซึมเมื่อเห็นภาพการสลายการชุมนุม พล.อ.สรยุทธหันไปมองภาพข่าว รู้สึกลำบากใจ...

ผู้ว่าฯยังคงสั่งให้ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม โชคชัยทนไม่ไหว เข้าไปขอร้องผู้ว่าฯให้หยุดฉีดน้ำ พวกนั้นแค่อยากคุยด้วย ไม่เห็นต้องทำกันขนาดนี้ ผู้ว่าฯยัวะที่โชคชัยบังอาจมาสั่งสอน หันไปสั่งการให้นำรถน้ำมาเพิ่ม โชคชัยขอร้องให้พอได้แล้ว ผู้ว่าฯสั่งไม่ให้เขาพูดอะไรอีกไม่เช่นนั้นจะถูกปลด จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของผู้ว่าฯดังขึ้น ท่านรัฐมนตรีโทร.มาสั่งให้ผู้ว่าฯหยุดสลายการชุมนุม และกำชับให้ทำการสืบหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้ทั้งหมด...

การสลายการชุมนุมยุติลงได้เพราะ พล.อ.สรยุทธโทร.ไปขอร้องท่านรัฐมนตรี นอกจากนั้น เขายังโทร.ไปลาออกจากการเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ให้บริษัทคาบาตี้อีกด้วย สรนุชโผกอดพ่อ ขอบคุณที่ท่านยอมช่วย...

ค่ำวันเดียวกัน ผู้พันชาญณรงค์เสียดายไม่หาย ผู้ว่าฯไม่น่ายอมตามข้อเรียกร้องของพวกม็อบ ณวัตไม่เห็นด้วย ทำเป็นยอมๆไปก่อนแบบนั้นดีแล้ว ปล่อยให้เรื่องซาไปสักพัก กว่าพวกนั้นจะรู้ตัวอีกที โรงงานของเขาคงจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชิดชัยสอพลอว่าที่ทุกอย่างราบรื่น เพราะบารมีของสมพลและความปราดเปรื่องของณวัต จังหวะนั้น สมพลโทร.เข้ามือถือของณวัต เรียกตัวให้กลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้ ณวัตรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่อง ขอตัวไปคุยธุระข้างนอกสักครู่ ติงพ่อจะให้รีบกลับไปทำไมในเมื่อม็อบควายสลายตัวไปแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรอีก
“ฉันบอกให้แกกลับก็กลับสิ...แล้วอย่าคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ท่าทางเราจะเจอปัญหาหนักกว่าที่คิด”

ณวัตวางสายจากสมพลด้วยสีหน้าเป็นกังวล ด้านผู้พันชาญณรงค์อดสงสัยไม่ได้ทำไมณวัตต้องออกไปรับสายข้างนอกด้วยทำเหมือนมีลับลมคมใน พอเห็นเขากลับเข้ามา ซักทันทีว่าสมพลโทร.มาเรื่องอะไร

“เอ่อ...ก็ไม่มีอะไรครับ...ท่านว่าให้พวกเราสบายใจได้ ท่านกำลังจัดการทุกอย่างที่กรุงเทพฯน่ะครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ ผมจะได้พูดเรื่องค่าแรง

ค่าเหนื่อยอย่างสบายใจ ตอนนี้งานที่เป็นหน้าที่ผมก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว...ก็เลย...ก็เลย...” ผู้พันชาญณรงค์ทำเป็นอึกๆอักๆ ณวัตรู้ทัน รีบบอกว่าเรื่องเงินไม่มีปัญหา เพียงแต่ตอนนี้สมุดเช็คของเขาอยู่ที่บริษัท ขอจ่ายวันพรุ่งนี้แทน ผู้พันชาญณรงค์นึกถึงเงินแล้วหัวเราะร่วนมีความสุข

ooooooo

แม้ข้อเรียกร้องของเหล่ากระบือบาลและชาวบ้านจะยังไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล แต่อย่างน้อยภาพข่าวการสลายการชุมนุมที่เผยแพร่ทางทีวีทำให้ผู้ชมโทร.มาด่าผู้ว่าฯกับรัฐบาลจนสายโทรศัพท์

แทบไหม้ เช้าวันนี้ หัวหน้าของปองศักดิ์จึงส่งปองศักดิ์กับทีมงานมาทำสกู๊ปเกี่ยวกับสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์หนองระบือ เกริกไกรไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ถามปองศักดิ์เพื่อความแน่ใจว่าจริงหรือเปล่า

“เอ้า...ก็จริงสิหมอ ไม่อย่างนั้นวันนี้ผมจะมาทำไม นี่ผมกะว่าจะเล่นเรื่องนี้ให้ดังไปเลย ดีไม่ดี อาจจะได้พูลิสเซอร์ด้วยนะเนี่ย...เอ่อ...แต่ผมยังไม่ได้ถามเลยว่าหมอจะอนุญาตให้พวกเราถ่ายหรือเปล่า”

เกริกไกรเชิญปองศักดิ์ถ่ายทำได้ตามสบาย แล้ววานภิรมณ์ช่วยเป็นไกด์พาทีมงานของปองศักดิ์ไปชมสถานที่ด้วย เกริกไกรตาเป็นประกายด้วยความหวัง ถ้าสกู๊ปนี้แพร่ออกไปเรื่องควายจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆอีกแล้ว...

ในเวลาเดียวกัน ผู้พันชาญณรงค์หลงเชื่อว่าณวัตจะจ่ายเงินให้อย่างที่รับปากไว้เมื่อคืน ตามไปที่บริษัทก็ไม่เจอตัว ตามไปที่โรงแรมที่พักปรากฏว่าณวัตเช็กเอาต์ไปตั้งแต่เช้ามืด สมคิดทักว่าเหมือนที่ช่อผกาพูดไม่มีผิด

“อะไรของแกวะ”

“เอ้า...ก็ไอ้นั่นมันเบี้ยวนายไงครับ หนีไปอย่างนี้ไม่เบี้ยวแล้วจะเรียกว่าอะไร” สมคิดสรุป ผู้พันชาญณรงค์กำหมัดแน่นด้วยความแค้น คนอย่างเขาไม่ให้ใครมาชักดาบง่ายๆ รีบบึ่งรถเข้ากรุงเทพฯทันที...

ที่สำนักงานใหญ่ บริษัทคาบาตี้ ณวัตอดแปลกใจไม่ได้ทำไมสมพลถึงให้หยุดเรื่องโรงงานเอาไว้ก่อน

“เพราะไอ้ม็อบควายเมื่อวานทำให้นักข่าวหันมาเล่นเรื่องนี้กันใหญ่”

“อะไรนักหนาวะ...แล้วท่านสรยุทธล่ะพ่อ...พ่อจะจ้างไว้เป็นที่ปรึกษาทำไม”

“มันสองพ่อลูกนั่นแหละที่ทำให้เป็นอย่างนี้... ฉันได้ข่าวมาว่ามันต่อสายหาผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลโดยตรง ตอนนี้ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวเราแล้ว ฉันถึงต้องให้แกกลับมานี่...เพื่อไปชี้แจงกับคณะผู้บริหารไง”

ณวัตแค้นใจสรนุชมาก แต่จำต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน รีบไปเตรียมเอกสารสำหรับการประชุมผู้บริหารที่จะมีขึ้นในเย็นวันนี้...

ฝ่ายผู้พันชาญณรงค์มาถึงสำนักงานใหญ่บริษัทคาบาตี้ เป็นเวลาเดียวกับพิภพเดินผ่านมาพอดี ปรี่เข้าไปถามว่ารู้จักณวัตลูกชายของคุณสมพลไหม พิภพชะงัก ย้อนถามว่ามีธุระอะไรกับณวัต

“มีธุระอะไร?...ฉันก็จะมาทวงเงินที่พวกมันติดฉันอยู่น่ะสิ”

พิภพสนใจขึ้นมาทันที หลังจากซักถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น พิภพพาผู้พันชาญณรงค์ไปยังห้องประชุมใหญ่ของบริษัท ซึ่งณวัตกำลังชี้แจงเรื่องที่ดินที่หนองระบือให้คณะผู้บริหารฟัง ผู้พันเฒ่าแฉพฤติกรรมชั่วของสมพลกับณวัตอย่างหมดเปลือกว่ายุให้เขายึดที่ดินจากชาวบ้านที่เอามาขายฝากไว้กับเขา แล้วให้เอามาขายต่อให้ณวัตอีกทอดหนึ่ง เพื่อที่สองพ่อลูกจะได้ไปโก่งราคาที่ดินกับบริษัทคาบาตี้เพิ่ม

“ไม่...ไม่ใช่นะครับ อย่าไปเชื่อนะครับ” ณวัตปฏิเสธลั่น สมพลเห็นท่าไม่ดีขอปิดประชุม แล้วขยับจะออกจากห้อง พิภพร้องห้ามไม่ให้ไปไหนเด็ดขาด ระหว่างนั้น ตำรวจหลายนายเปิดประตูห้องประชุมเข้ามา

“แหม...ตำรวจช่างทำงานได้รวดเร็ว แจ้งปุ๊บมาปั๊บ...คุณตำรวจครับ ผมในฐานะตัวแทนของบริษัท ขอแจ้งจับนายสมพลกับนายณวัตในข้อหาฉ้อโกงบริษัท” สิ้นเสียงพิภพ ตำรวจกรูกันเข้ามาควบคุมตัวสองพ่อลูกจะพาไปโรงพัก แล้วเชิญพิภพไปให้ปากคำ พิภพยินดีให้ความร่วมมือ แต่ถ้าจะให้ดี ตำรวจควรเชิญสรนุชไปด้วยอีกคน

“ทำไม...ยัยนั่นเกี่ยวอะไรด้วย” ณวัตยังปากเก่ง

“ไม่เกี่ยวได้ไง ก็คุณสรนุชนี่แหละที่เป็นคนบอกข้อมูลชั่วๆของพวกแกให้ฉันไง...คุณตำรวจครับ ถ้าคุณสรนุชมาให้ข้อมูลเอง รับรองว่ากว่าจะออกจากคุกคนหนึ่งก็ตายอีกคนก็คงจะแก่หง่อมเลยละครับ” พิภพยิ้มสะใจ

ณวัตกลัวจะติดคุก ต่อสู้ขัดขืนการจับกุม หนีรอดเงื้อมือตำรวจไปได้ โทษว่าเป็นเพราะสรนุชคนเดียวที่ตนเองต้องมาเป็นอย่างนี้ คิดหาทางแก้แค้น

ooooooo

ใจเด็ดดีใจมากเมื่อรู้จากใจจอมว่าคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยจะเลื่อนการพิจารณาคดีของเขาออกไปก่อน และสถานีฯอาจจะไม่ถูกยุบ ใจเด็ดขอบคุณพ่อมากที่ช่วยพูดกับท่านรัฐมนตรีให้

“ใครบอก...พ่อของผู้หญิงที่ฉันเจอในห้องแกวันนั้นต่างหาก...ฉันได้ข่าวมาว่า พ่อของหนูคนนั้นที่เป็นนายทหารระดับสูงในกองทัพไปช่วยพูดกับคนใหญ่คนโตในรัฐบาล...คนที่แกควรจะขอบใจคือหนูคนนั้นต่างหาก”

ใจเด็ดไม่สบายใจมากที่มองสรนุชผิดไป รีบโทร.ไปขอนัดเจอกับเธอเพื่อจะเคลียร์เรื่องค้างคาใจกัน สรนุชกำลังจะกลับบ้านพอดี นัดให้เขาไปเจอที่นั่น...

ขณะสรนุชกำลังจะเลี้ยวรถเข้าซอยบ้าน รถของณวัตแล่นมาขวางหน้าไว้ สรนุชไม่พอใจลงจากรถไปต่อว่า ณวัตไม่พูดพล่ามตรงเข้าต่อยท้องหญิงสาวจนจุกตัวงอ ลากขึ้นรถตัวเองแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ใจเด็ดมาทันเห็นเหตุการณ์พอดี รีบขับรถตาม

ครู่ต่อมา ณวัตเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าตึกร้างแห่งหนึ่ง กระชากสรนุชลงจากรถจนล้มกลิ้งไปกับพื้น สรนุชคว้าอิฐได้ก้อนหนึ่ง รอจังหวะที่ณวัตเข้ามาใกล้ฟาดอิฐใส่เต็มแรง ก่อนจะวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ณวัตเห็นเลือดหัวตัวเองไหลเป็นทางยิ่งแค้น คว้าปืนจากช่องเก็บของในรถ ตามไล่ล่าสรนุชอย่างบ้าเลือด

สรนุชหนีหัวซุกหัวซุนไปหลบอยู่หลังกองวัสดุก่อสร้าง ณวัตตามมาทัน สาดกระสุนใส่บริเวณที่เธอซ่อนตัวอยู่ สรนุชตกใจวิ่งหนีออกจากที่ซ่อน ณวัตสบช่อง เล็งปืนใส่หมายจะฆ่าให้ตาย ทันใดนั้นใจเด็ดโผล่มาจากด้านหลังณวัต ใช้ไม้หน้าสามฟาดจนหน้าคะมำ แล้ววิ่งไปดึงมือสรนุชพาหนี วิ่งได้ไม่กี่ก้าว หญิงสาวหมดแรงจะหนีต่อ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใจเด็ดรีบประคองเธอให้ลุกขึ้น ปลุกเร้าให้สู้ต่อไป

“เราต้องรอดออกไปจากที่นี่...เชื่อผม”

สรนุชมีกำลังใจ ลุกขึ้นจะวิ่งต่อ แต่ณวัตมาดักหน้าไว้ ลั่นกระสุนใส่ ใจเด็ดรวบตัวสรนุชพุ่งเข้าหาที่กำบังรอดคมกระสุนไปได้อย่างหวุดหวิด กระบือบาลหนุ่มเป็นห่วงหญิงคนรักจะเป็นอันตราย ตัดสินใจจะล่อณวัตไปอีกด้านหนึ่ง เพื่อเปิดทางให้สรนุชหนี แต่เธอไม่ยอม ยืนยันจะไม่ทิ้งเขาไปไหนเด็ดขาด

“แต่คุณต้องทำ...ผมไม่เป็นไรหรอก” ใจเด็ดพูดจบวิ่งออกจากที่ซ่อนทันที ณวัตคอยท่าอยู่แล้วสาดกระสุนใส่ไม่ยั้งแต่พลาดเป้า ใจเด็ดวิ่งหลบขึ้นไปบนตัวตึกร้างที่แบ่งเป็นห้องๆ โดยมีณวัตไล่ตามไปติดๆ

“แกคิดว่าจะรอดไปได้หรือ...อยากตายก็ไม่บอก ฉันจะบอกแกเอาบุญก่อนตายก็แล้วกัน ว่าฉันนี่แหละที่เป็นคนสั่งฆ่าควายของแกเอง” ณวัตว่าพลางไล่ถีบประตูห้องทีละห้อง สีหน้าเหี้ยมเกรียม

ใจเด็ดรอจังหวะที่ณวัตเดินผ่าน พุ่งปัดปืนในมือกระเด็น ทั้งคู่ต่อสู้กันด้วยมือเปล่า ณวัตสู้ไม่ได้ถูกหมัดเข้าเต็มหน้าหงายหลังไปยังทิศทางที่ปืนตกอยู่ คว้ามันขึ้นมายิงถูกแขนใจเด็ดเลือดสาด แล้วย่างสามขุมเข้าหา

“รักควายมากใช่ไหม...วันนี้ฉันจะให้แกตายตามควายแกไป”

จังหวะที่ณวัตจะเหนี่ยวไกปืน สรนุชฟาดไม้ใส่ด้านหลังเขาเต็มๆ ถึงกับทรุดฮวบหมดสติ แล้วถลาเข้าไปดู อาการใจเด็ด สักพัก เสียงไซเรนรถตำรวจดังลั่นไปทั่วตึก ใจเด็ดกับสรนุชถอนใจโล่งใจ

ooooooo

หลายวันต่อมา...

ขณะที่หทัยกำลังป้อนข้าวให้ใจเด็ดที่แขนข้างหนึ่งยังมีผ้าพันแผลพันอยู่ ใจเด็ดพยายามห้ามแม่ไม่ให้ทำกับเขาเหมือนเป็นเด็กเล็กๆ เขากินข้าวเองได้ แขนอีกข้างหนึ่งของเขายังใช้การได้

“เอาน่าไอ้เด็ด...แม่เขาไม่ได้ทำอย่างนี้มานานแล้ว ให้แม่เขาทำเถอะน่า” ใจเพชรพูดไปหัวเราะไป หทัยค้อนขวับก่อนจะตีแขนใจเพชรโทษฐานแซวแม่ แล้วสามแม่ลูกหัวเราะกันอย่างมีความสุข ระหว่างนั้น ใจจอมเข้ามาบอกลูกชายคนเล็กว่าเมื่อครู่นี้ บุญเลิศผู้ช่วยรัฐมนตรีโทร.มาแจ้งผลการตัดสินของคณะกรรมการสอบสวน

“ผลเป็นยังไงครับพ่อ” ใจเด็ดลืมเจ็บลุกพรวดเข้าไปหาใจจอม

“แกพ้นผิดทุกข้อกล่าวหา...การที่สมพลกับพวกคาบาตี้ถูกจับ ทำให้คณะกรรมการเปลี่ยนคำตัดสินใหม่ หลังจากรู้ว่าพวกนั้นทำอะไรไว้บ้าง” สิ้นเสียงใจจอมสามคนแม่ลูกโห่ร้องดีใจกันยกใหญ่

“เห็นไหม...แม่บอกแล้วว่าความดีของลูกจะช่วยลูกเอง”

ใจเพชรไม่วายแซวแม่ว่า พูดแบบนี้ พ่อก็น้อยใจแย่ ใจเด็ดรีบเข้ามาขอบคุณพ่อ แล้วโผกอดท่านไว้แน่น

“ไม่ว่ากันนะครับพ่อ”

“ฉันก็คิดว่าแกจะรักควายจนลืมพ่อไปแล้ว” ใจ–จอมกอดลูกตอบเช่นกัน ทุกคนมีความสุขที่กลับมาเป็นครอบครัวสุขสันต์อีกครั้งหนึ่ง แต่แล้วทุกคนต้องแปลกใจเมื่อใจจอมบอกให้ใจเด็ดกลับสถานีฯของเขาได้แล้ว

“แต่...สัญญานั่น...” ใจเด็ดพูดยังไม่ทันจบประโยค ใจจอมชิงพูดขึ้นก่อน

“ลืมสัญญาบ้าบอนั่นซะ...แกรักอะไรก็จงทำสิ่งนั้น ไม่ต้องห่วงทางนี้ เจ้าเพชรก็อยู่...แต่ถ้าแกอยากกลับมาเมื่อไหร่ พวกเราก็ยินดีต้อนรับเสมอ” ใจจอมตบบ่าลูกชายคนเล็กด้วยความรัก ขณะที่ใจเด็ดโผกอดพ่ออีกครั้ง

ooooooo

อรอนงค์เซ้าซี้อยู่หลายวันกว่าสรนุชจะยอมรับหน้าที่เป็นพลขับพาเธอไปหนองระบือ แต่เมื่อมาถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ สองสาวต้องแปลกใจที่ไม่พบใครที่นั่น อยู่ๆ มีมือเข้ากอดเอวอรอนงค์ทางด้านหลัง หญิงสาวร้องว้ายลั่นสรนุชหันไปมองเห็นเกริกไกร สุบิน กับพวกกระบือบาลโผล่มาทำเซอร์ไพรส์ส่งเสียงยินดีต้อนรับกระหึ่ม

“หมออ่ะ...ปล่อยสิคะ...อายเค้า” อรอนงค์ตีแขนเกริกไกรแก้เขิน

“โธ่...คุณอร...ไม่เห็นใจคนที่กอดหมอนข้างรอคุณอรมาหลายเดือนเลยหรือครับ” เกริกไกรอ้อน

สุบินขอโทษสรนุชที่เข้าใจเธอผิดๆ สรนุชออดอ้อน สุบินตัดเพื่อนตัดฝูงเธอไปแล้ว ไม่คิดจะง้อขอเป็นเพื่อนกับเธอใหม่หรือ สุบินดีใจรีบยื่นนิ้วก้อยให้สรนุชเกี่ยว สองเพื่อนซี้กลับมาคบกันเหมือนเดิมอีกครั้ง ทุกคนต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ อรอนงค์อดสงสัยไม่ได้ เกริกไกรมีเรื่องสำคัญอะไรจะบอกพวกตน

“ผมว่า...คนที่อยู่ข้างหลังคุณนุชน่าจะเป็นคนที่คุณนุชอยากฟังคำตอบมากที่สุดน่ะครับ”

สรนุชหันไปมองด้านหลัง แปลกใจที่เห็นใจเด็ดยืนอยู่ ครู่ต่อมาใจเด็ดพาสรนุชไปคุยกันตามลำพังที่ริมลำธารแห่งเดิม ใจเด็ดไม่พูดพล่าม ขอโทษที่เคยเข้าใจเธอผิดๆ ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด สรนุชยังคาใจไม่หายใจเด็ดสัญญาไว้กับพ่อตัวเองไม่ใช่หรือว่า ถ้าสถานีฯไม่โดนยุบ เขาจะต้องอยู่ช่วยงานพ่อที่กรุงเทพฯ

ใจเด็ดเล่าให้ฟังว่าพ่อของเขาอนุญาตให้เขากลับมาทำให้สิ่งที่ตัวเองรัก และไม่ต้องห่วงงานที่บริษัทเพราะยังมีใจเพชรช่วยทำงานให้ และถ้าเขาอยากจะกลับไปกรุงเทพฯเมื่อไหร่ ทุกคนที่บ้านยินดีต้อนรับเสมอ

“สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครรักเราเท่ากับครอบครัวอีกแล้ว” สรนุชสรุป ใจเด็ดพยักหน้าเห็นด้วย

“ผมเพิ่งรู้ว่าที่พ่อพยายามขัดขวางไม่ให้ผมกลับมานี่เพราะรักผมนั่นเอง” ใจเด็ดว่าแล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ

สรนุชที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำ “คืนนี้คุณมาพบผมที่นี่ได้ไหม”

“ทำไมต้องเป็นคืนนี้”

“ที่จริงแล้ว ผมอยากจะบอกคุณตอนนี้ด้วยซ้ำ แต่ผมมีบางอย่างที่อยากให้คุณ” ใจเด็ดกับสรนุชมองสบตากันด้วยความรักเต็มหัวใจ...

ถึงเวลาตามนัด ใจเด็ดหยิบเสื้อตัวที่ซื้อให้สรนุชออกจากตู้ ถือมันมานั่งรอสรนุชอยู่ที่ริมลำธาร มีเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินเข้ามา ใจเด็ดยิ้มดีใจหันไปมองคิดว่าเป็นสรนุช แต่ต้องแปลกใจที่เห็นโชคชัยยืนอยู่

“มีคนบอกว่านายอยู่ที่นี่...ฉันก็เลยรีบมาบอกนายเป็นคนแรก...คุณเจนฟื้นแล้ว”

ใจเด็ดถึงกับอึ้ง ไม่อยากจะเชื่อว่าปาฏิหาริย์มีจริง สรนุชยืนฟังอยู่โดยตลอด อดหวั่นใจเรื่องระหว่างเธอกับใจเด็ดไม่ได้

ooooooo

ตอนที่ 13

ยาเบื่อที่ชิดชัยกับลูกน้องโรยไว้ ทำให้ควายตายยกคอก เหล่ากระบือบาลตื่นขึ้นมาพบในตอนเช้า

พากันช็อก สุบินตกเป็นผู้ต้องสงสัยเพราะเมื่อคืนอยู่แถวคอกควายเป็นคนสุดท้าย เกริกไกรชันสูตรซากควายแล้ว ลงความเห็นว่าถูกวางยา ภิรมย์ไม่รอช้าปราดเข้าไปกระชากคอเสื้อสุบินจะเอาเรื่อง เกริกไกรทักท้วง

“เดี๋ยว...ไม่ใช่ฝีมือของคุณสุบิน ฟางพวกนี้ไม่ใช่ฟางในสถานีฯของเรา” เกริกไกรไม่เห็นใจเด็ดอยู่แถวนั้นก็ถามหา ได้ความว่ากำลังเดินสำรวจรอบบริเวณที่เกิดเหตุ เกริกไกรรีบตามไปดู...

ใจเด็ดเดินดูแถวพุ่มไม้ใกล้ๆกับคอกควาย เจอก้นบุหรี่กับซองยาเปล่าถูกทิ้งไว้ พอจะเดาเหตุการณ์ออก เกริกไกรตามมาสมทบเพื่อรายงานสาเหตุการตายของควาย แต่ยังไม่ทันพูดอะไรใจเด็ดชิงพูดขึ้นก่อน

“มีคนเข้ามาวางยาเบื่อควาย”

“ใช่...แกคิดว่าเป็นฝีมือใคร”

ใจเด็ดมั่นใจต้องเป็นพวกรถไถแน่ๆแล้วผลุนผลันออกไป เกริกไกรเห็นท่าไม่ดีรีบไปแจ้งให้โชคชัยรับรู้...

ไม่นานนัก ใจเด็ดขับรถมาถึงหน้าบริษัทคาบาตี้ เห็นชิดชัยกับลูกน้องคนสนิทกำลังหัวเราะร่วนกันอยู่ จึงเบนรถพุ่งใส่ ชิดชัยกับลูกน้องโดดหลบลงไปคลุกฝุ่น พอเห็นใจเด็ดลงจากรถ จะคลานหนี ใจเด็ดปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อชิดชัยขึ้นมาอย่างโกรธจัด สรนุชกับอรอนงค์ได้ยินเสียงเอะอะวิ่งออกมาดู ใจเด็ดเห็นสรนุชก็ชะงัก ชิดชัยได้โอกาสสะบัดมือใจเด็ดหลุด แล้ววิ่งไปหลบหลังสรนุช ขอความช่วยเหลือ

“นี่มันเรื่องอะไร...นายใจเด็ด” สรนุชเห็นหน้าใจเด็ดแล้ว ใจคอไม่ดีต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแน่ๆ

“ผมต่างหากที่ต้องถามคุณ...คุณฆ่าควายผมทำไม...คุณทำได้ไง” ใจเด็ดมองหน้าสรนุชอย่างเคียดแค้น

“ฉัน...ฉันไม่ได้ทำ...ฉันจะฆ่าพวกมันทำไม”

“เพราะคุณจะแก้แค้นที่รถไถคุณโดนเผาไง” ใจเด็ดกร้าวใส่ สรนุชยังไม่ทันจะพูดอะไร ณวัตตามออกมาเสียก่อน พอเห็นหน้าใจเด็ดปราดเข้าไปผลักอก ถามเสียงเข้มว่ามาที่นี่ทำไม

“ไอ้นี่มันบอกว่าพวกเราไปฆ่าควายมันนะครับคุณวัต” ชิดชัยเสนอหน้า

เหตุการณ์บานปลายเมื่อณวัตกล่าวหาว่าพวกกระบือบาลฆ่าควายตัวเองแล้วมาข่มขู่ พวกรถไถเพื่อเอาเงิน แล้วหยิบเงินให้ใจเด็ด ขอให้ถือเสียว่าเขาช่วยงานศพควาย ใจเด็ดฟิวส์ขาดต่อยณวัตเลือดกบปาก ชิดชัยเห็นเจ้านายโดนทำร้ายพยักพเยิดให้ลูกน้องช่วยกันรุมใจเด็ด สรนุชพยายามห้ามปรามแต่ไม่มีใครฟัง ณวัตลุกขึ้นได้เดินตรงไปที่รถของตัวเอง คว้าปืนยิงขึ้นฟ้าหนึ่งนัด แล้วสาวเท้าเข้าหาใจเด็ดพร้อมกับเล็งปืนใส่ ทุกคนชะงัก

“เอาสิ...เก่งนี่ ทำไมไม่เก่งต่อล่ะ...ว่าไง เงียบทำไม ฉันไม่เข้าใจจริงๆกับไอ้แค่ควายหน้าโง่พวกนั้น ทำไมทำเหมือนจะเป็นจะตาย ถ้ามันลำบากมาก ฉันจะให้แกตายตามพวกมันไป...ดีไหม” ณวัตว่าแล้วขยับเข้าไปใกล้

ใจเด็ดได้จังหวะปัดปืนในมือณวัตกระเด็น ต่อยซ้ำจนล้มคว่ำ องครักษ์พิทักษ์ณวัตเข้าไปรุมต่อยใจเด็ด

เซล้มไปทางที่ปืนตกอยู่ กระบือบาลหนุ่มได้ทีคว้าปืนเล็งใส่ณวัตกับพวกบ้าง เกริกไกรกับโชคชัยมาถึงพอดี ต่างขอร้องให้ใจเด็ดวางปืน แต่เขาไม่ฟัง โชคชัยจำเป็นต้องชักปืนของตัวเองขึ้นมาเพื่อปราม

“ใจเด็ด...ทิ้งปืนซะ...อย่าบังคับให้ฉันต้องทำอย่างนี้”

ใจเด็ดยังคงเล็งปืนใส่ณวัตกับพวกรถไถ สถานการณ์ตึงเครียด สรนุชกลัวเหตุการณ์จะลุกลามเสนอให้ใจเด็ดคุมตัวเธอไปไว้ที่สถานีบำรุงพันธุ์ สัตว์ ถ้าเขาคิดว่าเธอเป็นคนสั่งให้ฆ่าควายพวกนั้น ทั้งโชคชัยและณวัตต่างร้องห้าม สรนุชไม่สนใจ เธอต้องการพิสูจน์ให้ใจเด็ดเห็นว่าเธอบริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ใจเด็ดมองสบตาสรนุชนิ่ง เดาไม่ออกว่าเขาจะเอาอย่างไร

ooooooo

ข่าวควายถูกฆ่าตายยกคอกแพร่สะพัดไปทั่วหนองระบือ ชาวบ้านต่างมายืนออกันหน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ภิรมย์กับสมหญิงพยายามขอร้องให้ชาวบ้านกลับไป แต่พวกนั้นจะขอดูหน้าควายซึ่งถือเป็นพี่น้องของตนเป็นครั้งสุดท้าย แล้วพยายามดันประตูจะเข้ามาให้ได้ สุบินบอกให้ภิรมย์ปล่อยพวกชาวบ้านเข้ามาได้เลย ถ้าไม่กลัวติดเชื้อ ชาวบ้านหยุดกึก มองหน้ากันเลิ่กลั่กถามว่าติดเชื้ออะไร

“ก็เชื้อบ้ากลายพันธุ์ไง เคยดูในหนังไหมที่คนกลายเป็นผีดิบน่ะ...เอ้า...ถ้าใครอยากเข้าก็เชิญ”

คำลวงของสุบินได้ผล ชาวบ้านค่อยๆสลายตัวกลับไปจนหมด เหลือเพียงนักข่าวชื่อปองศักดิ์ ที่ก้มหน้า ก้มตาจดบันทึกลงสมุด พอเงยหน้าขึ้นมองอีกที เห็นสุบินยืนอยู่จำได้ทันทีว่าเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเข้าไปตีซี้ก่อนจะ ถามว่าตกลงควายเป็นอะไรตาย สุบินอึกๆอักๆ ปองศักดิ์สงสัยต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ...

ด้านสรนุชไม่ละความพยายามจะพิสูจน์ให้ใจเด็ดเห็นว่าเธอไม่เกี่ยวกับเรื่อง ที่ควายตาย ขอร้องให้โชคชัยขับรถมาส่งที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์เพื่อให้ใจเด็ดควบคุมตัว โชคชัยไม่เห็นด้วย สรนุชไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ก็ได้ ใจเด็ดเองก็ยอมให้เป็นเรื่องของตำรวจจัดการแล้ว สรนุชยังยืนยันความตั้งใจเดิม ก้าวฉับๆไปหาใจเด็ดที่อยู่หลังสถานีฯ เห็นเขากับเหล่ากระบือบาลรวมทั้งสุบิน กำลังช่วยกันกลบฝังควายลงในหลุมขนาดใหญ่ สรนุชถึงกับ ชะงัก ใจเด็ดหันมาเห็นชักสีหน้าไม่พอใจ ถามสรนุชเสียงเขียวว่าใครใช้ให้มาเหยียบที่นี่

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะให้นายควบคุมตัวฉันเอาไว้ระหว่างที่ทางตำรวจสืบหาความจริง”

“ไม่จำเป็น...คุณจะอยู่ที่นี่หรือไม่อยู่ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะถ้าผมรู้ความจริงว่าคุณเป็นคนทำ ต่อให้คุณอยู่ที่ไหน ผมก็จะตามล่าคุณมาชดใช้ในสิ่งที่คุณทำ”

สรนุชใจหาย คิดไม่ถึงใจเด็ดจะพูดจารุนแรงกับตนเองแบบนี้ เดินคอตกกลับไปที่รถของโชคชัย สุบินวิ่งตามมาเรียกไว้ สรนุชคิดว่าเพื่อนจะมาต่อว่า ยอมรับคำตำหนิแต่โดยดี หรือถ้าสุบินอยากจะฆ่าจะแกงก็เชิญ

“ฉันไม่ได้คิดว่าแกเป็นคนทำ...ที่ฉันตามแกมาเพราะฉันอยากให้แกเข้าใจคุณใจเด็ด”

“แกอยากให้ฉันเข้าใจเขา แล้วเขาเคยเข้าใจฉันบ้างไหม ฉันอยู่ของฉันดีๆ ฉันไม่ได้ทำอะไร อยู่ๆก็มาบอกว่าฉันทำโน่นทำนี่” สรนุชตัดพ้อน้ำตาคลอ

“นุช...คุณใจเด็ดเขาเพิ่งเสียควายไปทั้งสถานีฯนะ...ตอนนี้ฉันว่าแกกลับไป ก่อนเถอะ ถ้าคุณใจเด็ดเย็นลงแล้ว ฉันจะรีบบอกแก...นายกฯ...ผมฝากดูแลนุชด้วยนะครับ”

โชคชัยยินดีจะดูแลสรนุชให้ สุบินมองเพื่อนรักด้วยความเห็นใจแล้วกลับเข้าสถานีฯ สรนุชรอเขาไปจนลับสายตา หันมาบอกให้โชคชัยกลับไปก่อน เธออยากอยู่คนเดียว ไม่ต้องเป็นห่วงเธอหาทางกลับบริษัทเองได้ โชคชัยจำต้องทำตามที่สรนุชขอร้อง เดินซึมขึ้นรถขับออกไป...

ครู่ต่อมา สรนุชกลับถึงบริษัทเห็นอรอนงค์อยู่ลำพังคนเดียว สงสัยพนักงานหายไปไหนกันหมด ได้ความว่าพวกนั้นกลัวใจเด็ดจะกลับมาอาละวาดอีก อรอนงค์เลยปล่อยให้กลับบ้าน สรนุชสีหน้าไม่สู้ดีนัก อรอนงค์รู้ทันทีว่าคงปรับความเข้าใจกับใจเด็ดไม่สำเร็จ อาสาจะไปคุยกับเกริกไกรให้ว่าพวกเราไม่ได้เป็นคนฆ่าควายเหล่านั้น

“ไม่ต้องหรอก...พูดไปก็ไม่มีประโยชน์”

“มันก็น่าแปลกนะ แกไม่สงสัยบ้างเหรอ ตั้งแต่ที่เราสงสัยคุณใจเด็ดว่าเป็นคนปาขี้ควายใส่เรา แต่เขาก็บอกว่าไม่ได้ทำ แล้วจู่ๆคุณเจนก็โดนรถชน...คุณใจเด็ดก็เข้าใจว่าเป็นฝีมือเรา แล้วยังเรื่องรถไถโดนเผา เรื่องควายตายนี่อีก...นุช...แกคิดเหมือนฉันไหม...อาจจะมีมือที่สามสร้าง เรื่องใส่ร้ายทั้งเราแล้วก็พวกคุณใจเด็ด”

สรนุชชักจะสงสัยขึ้นมาเหมือนกัน

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ณวัตกำลังโม้ให้ผู้พันชาญณรงค์ฟัง ตัวเองเก่งขนาดไหน ไล่ชกใจเด็ดจนหมดทางสู้ ช่อผกาหมั่นไส้ สวนขึ้นมาทันทีว่า เท่าที่เธอได้ยินคนในตลาดคุยกัน ณวัตเอาแต่หลบอยู่หลังสรนุชไม่ใช่หรือ

“เอ่อ...สงสัย...ไอ้เด็กเลี้ยงควายนั่นมันจะไปบอกชาวบ้านอย่างนั้น เพราะกลัวหน้าแตกน่ะครับ”

“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ แต่แค่ควายมันตายยกสถานีฯ...ฉันก็สะใจพอแล้ว” ผู้พันชาญณรงค์ยิ้มแสยะ อยู่ๆช่อผกาก็ร้องกรี๊ดๆ ผู้พันชาญณรงค์ตกใจ โวยลั่น “อะไรวะ...อย่าบอกนะว่าแกเสียใจที่ควายไอ้ใจเด็ดมันตาย”

“ใครบอกล่ะพ่อ ดีใจต่างหาก ต่อไปนี้พี่ใจเด็ดจะได้มองฉันซะที...งั้นเดี๋ยวฉันมานะพ่อ” ช่อผกาว่าแล้ววิ่งปรู๊ดขึ้นบ้าน ผู้พันชาญณรงค์แนะให้ณวัตชะลอเรื่องที่ดินไว้ก่อน ณวัตไม่เข้าใจจะชะลอไปทำไม

“อ้าว...ไอ้ใจเด็ดมันต้องสงสัยผมกับคุณวัตแน่ๆ รับรองว่าไอ้บ้านั่นมันต้องจับตามองเราไม่กะพริบตา”

“แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น...ผมกลับมองว่า ตอนนี้มันคงเหมือนคนบ้าที่ต้องการหาตัวคนทำจนไม่มีเวลาสนใจ เราต่างหาก...แต่ถึงมันจะมาวุ่นวาย ผมก็ไม่สน...ผมต้องการที่อีกสองแปลงนั่นให้เร็วที่สุด” ณวัตยิ้มเจ้าเล่ห์...

ทางด้านช่อผกาไม่รอช้าเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเสร็จรีบตรงไปหาใจเด็ดที่สถานีฯ จะขอมาอยู่ที่นี่ด้วย ใจเด็ดจะได้เลี้ยงเธอแทนควายที่ตายไป ใจเด็ดไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย ขอร้องช่อผกากลับไปก่อน

“ไม่...ผกาไม่อยากกลับบ้าน ผกาอยู่ก็เหมือนไม่อยู่ วันๆพ่อเอาแต่คุยกับไอ้ลูกชายคาบาตี้ แล้วก็พากันไปข้างนอก” ช่อผกาว่าพลางบีบนํ้าตา ใจเด็ดชักสงสัยสองคนนั่นต้องมีลับลมคมในกันแน่ๆ ขอร้องช่อผกาช่วยจับตาดูพ่อของเธอให้ที ช่อผกานิ่วหน้า จะให้จับตาดูทำไม

“ตอนนี้พี่ยังบอกผกาไม่ได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่พ่อผกาออกไปข้างนอกกับไอ้ณวัต ผการีบบอกพี่ทันทีได้ไหม”

ช่อผกาสีหน้าครุ่นคิด ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธอะไร...

คํ่าวันเดียวกัน ชิดชัยและลูกน้องมีนัดกับณวัตแถวถนนสายเปลี่ยวเส้นหนึ่งนอกหมู่บ้าน ลูกน้องใจคอไม่ค่อยดี นัดกันที่เปลี่ยวๆแบบนี้ ถ้าใจเด็ดตามมาจัดการเราสองคน กว่าจะมีใครเจอศพคงต้องเป็นเดือนๆแน่  ชิดชัยปรามให้ใจเย็นๆ  ใจเด็ดไม่สนใจพวกเรา  เขาสนใจจะแก้แค้นสรนุชมากกว่า  ทั้งสองหยุดพูดคุยเมื่อณวัตมาถึงตามนัดพร้อมกับยื่นเงินค่าจ้างวางยาเบื่อฆ่าควายให้  แล้วทวงถามชิดชัยเรื่องที่ให้ไปทำเป็นอย่างไรบ้าง

“เรียบร้อยแล้วครับ...รับรองว่าคราวนี้ไอ้ใจเด็ดไม่รอดแน่” ชิดชัยยิ้มร้าย

ทั้งสามคนไม่ทันสังเกตเห็นใจเด็ดแอบมองอยู่ในมุมมืดไม่ห่างนัก สักพัก ณวัตขึ้นรถกลับไป ส่วนชิดชัยกับลูกน้องพากันเดินไปอีกทางหนึ่ง ลูกน้องคอยเหลียวมองอย่างระแวดระวังเกรงใจเด็ดจะตามมาเจอ

“คิดมากน่า...ไป...ฉันเลี้ยงเหล้าเอง”

“เอ่อ...ผมผ่านดีกว่าลูกพี่...ผมอยากรีบกลับบ้าน” ลูกน้องพูดจบ เดินหายไปในความมืด

หลังจากแยกกับชิดชัยได้ไม่นาน ลูกน้องคิดทบทวนดูแล้วไม่น่าจะมีอะไร เปลี่ยนใจหันหลังกลับจะตามชิดชัยไปร้านเหล้า แต่ต้องตกใจที่เห็นใจเด็ดยืนขวางทางอยู่ ลูกน้องไม่รอช้า เผ่นหนีไม่คิดชีวิตเข้าซอยเปลี่ยวอีกซอยหนึ่ง เหลียวกลับไปดูไม่เห็นใจเด็ดตามมา ถอนใจโล่งอกคิดว่ารอด ที่ไหนได้ เกริกไกรย่องมาด้านหลัง โปะยาสลบใส่ ลูกน้องดิ้นรนได้แค่อึดใจก็หมดสติ

ooooooo

จากนั้น ใจเด็ดกับเกริกไกรลากตัวลูกน้องไปมัดไว้กับต้นไม้แถวนั้น ใจเด็ดตบหน้าเขาให้รู้สึกตัว ถามคาดคั้นให้ตอบเรื่องเงินที่ณวัตจ่ายให้ ลูกน้องปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง เกริกไกรหยิบขวดแก้วที่มีนํ้าใสๆออกมาขู่ว่าในนี้เป็นนํ้ากรด ถ้าไม่ยอมบอกว่าณวัตให้เงินค่าอะไร เขาจะเอานํ้ากรดนี่สาดหน้า แม้จะกลัวมากแค่ไหน ลูกน้องยังไม่ยอมเปิดปากบอกอะไร เกริกไกรสาดนํ้าในขวดใส่หน้าทันที ลูกน้องกลัวจัด รีบสารภาพ

“เป็นค่าเหนื่อยที่พวกเราไปฆ่าควาย...เละ...เละแล้วหน้าฉัน...เอ๊ะ ทำไมไม่แสบ”

“ใคร...ให้แกทำ บอกมา เมื่อกี้เป็นนํ้าเปล่า แต่ถ้าแกไม่บอกว่าใครใช้ให้แกทำ แกได้เจอของจริงแน่” ใจเด็ดตะคอกใส่หน้าลูกน้องซึ่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวครู่ต่อมาใจเด็ดกับเกริกไกรลากลูกน้องไปพบสรนุชที่ห้องพัก มั่นใจว่าได้หลักฐานเพียงพอจะเอาเรื่องสรนุชกับพวกรถไถ

เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ใจเด็ดคิด พออยู่ต่อหน้าสรนุช ลูกน้องกลับปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าควายของใจเด็ด แต่ที่ต้องสารภาพว่าเป็นคนทำเพราะใจเด็ดขู่จะสาด

นํ้ากรดใส่ ระหว่างนั้น ณวัตกำลังจะเดินมาที่ห้องพักของสรนุช ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าห้องรีบหลบมุมแอบฟัง สรนุชมองหน้าใจเด็ด

“ถ้านายใช้วิธีข่มขู่ ฉันคงยอมรับไม่ได้ว่าพนักงานของฉันเป็นคนทำ”

“งั้นหรือ...แล้วถ้าผมบอกว่าผมเห็นแฟนคุณให้เงินไอ้หมอนี่ล่ะ” ใจเด็ดจ้องหน้าสรนุชกลับอย่างท้าทาย ณวัตเห็นท่าไม่ดีรีบหลบออกไป อรอนงค์ถามคาดคั้นลูกน้องว่าตกลงณวัตให้เงินหรือเปล่า

“ให้ครับ...ผมไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมให้ลูก ก็เลยขอยืมเงินคุณวัตน่ะครับ” ลูกน้องปั้นเรื่อง

ใจเด็ดฉุนขาดที่ลูกน้องกลับคำ จะพุ่งเข้าหา เกริกไกรต้องดึงตัวไว้  ขณะที่ส่วนสรนุชกับอรอนงค์ช่วยกันเอาตัวบังลูกน้องไว้ ใจเด็ดดึงดันจะเล่นงานลูกน้องชิดชัยให้ได้ เกริกไกรรีบลากเขาออกไป

“ไอ้เด็ด...ใจเย็นๆก่อน บางทีคุณสรนุชอาจไม่รู้เรื่องนี้ก็ได้นะเว้ย”

“หมายความว่าไง...นี่แกเข้าข้างพวกนั้นหรือ”

“ฉันไม่ได้เข้าข้าง...แต่แกลองคิดดีๆสิ...ว่าคนที่เอาเงินให้ไอ้หมอนั่นคือแฟนคุณนุช ถ้าไม่ใช่ฝีมือคุณนุชแต่เป็นไอ้หมาวัตนั่นล่ะ” คำพูดของเกริกไกรทำให้ใจเด็ดคิดคล้อยตาม

ooooooo

นสพ.ท้องถิ่นฉบับเช้าวันนี้ลงข่าวเป็นทำนองว่าควายในสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ต้องตายยกคอกเป็นเพราะหัวหน้าสถานีฯบกพร่อง สุบินอาสาจะโทร.ไปบอกปองศักดิ์ ให้ช่วยแก้ข่าวให้ แต่ใจเด็ดไม่ต้องการ ปองศักดิ์เขียนข่าวถูกต้องแล้ว ถ้าเขาเข้มงวดกว่านี้ คนเลวพวกนั้น คงเข้ามาวางยาควายไม่ได้ สุบินรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนต้อง รับผิดชอบ ขอโทษทุกคนด้วยที่ไม่รอบคอบพอ

“ไม่ใช่ความผิดของคุณสุบินหรอก ถ้าจะผิดก็ผิดด้วยกันทั้งหมด...ไอ้เด็ดแล้วแกจะบอกกับทางจังหวัดยังไง”

ใจเด็ดตอบเกริกไกรไม่ได้เพราะเขาเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน พลันมีเสียงช่อผกาเรียกใจเด็ดแจ้วๆ ใจเด็ดนิ่วหน้า ช่อผกามาทำไมแต่เช้า ช่อผกามาเพราะใจเด็ดเคยบอกให้คอยจับตาดูพ่อของเธอกับณวัตไว้ วันนี้เธอเห็นณวัตพาใครที่ไหนไม่รู้มาหาพ่อ แล้วพาออกไปด้วยกัน ได้ยินว่าจะไปที่นาที่เพิ่งยึดมาได้

“ผกาไปกับพี่” ใจเด็ดว่าแล้วคว้ามือช่อผกาทันที

“ไอ้เด็ด...แกจะไปไหน...ถ้าแกมีเรื่องอีก ทางจังหวัดเขาไม่เอาแกไว้แน่” เกริกไกรเตือน

“แต่ฉันต้องทำ...ฉันต้องหาความจริงมาลบล้างความผิดที่พวกมันใส่ร้ายฉัน” ใจเด็ดสีหน้ามุ่งมั่น รีบพาช่อผกาไปที่รถ เกริกไกรพยายามจะห้ามแต่ไม่ทัน...

ขณะที่วิศวกรกำลังรายงานณวัตกับผู้พันชาญณรงค์ว่าที่นาของยายนุ้ยเล็กไปต้องหาที่นามาเพิ่มถึงจะพอสร้างโรงงาน ใจเด็ดโผล่มาจากไหนไม่รู้ เข้ามาต่อว่าต่อขานกลุ่มของณวัตที่เที่ยวยึดที่นาของชาวบ้าน  เหลือบเห็นวิศวกร ถือกระดาษแปลนบางอย่างในมือ จ้องมองอย่างสงสัยก่อน จะกระชากเอาไป ณวัตไม่พอใจโดดแย่งแปลนโรงงาน คืน สองหนุ่มวางมวยกันอุตลุด สุดท้ายถูกตำรวจจับไปโรงพักด้วยกันทั้งคู่...

สรนุชทราบข่าวณวัตถูกตำรวจจับรีบมาที่โรงพัก เห็นหน้าตาบวมปูดของเขาแล้วถึงกับอึ้ง ณวัตฟ้องสรนุชว่าใจเด็ดเล่นงานเขาก่อน ช่อผกาโวยกลับทันทีว่าไม่ใช่ ณวัตต่างหากที่ต่อยใจเด็ดก่อน ร้อยเวรชักงง ตกลงใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อนกันแน่ ช่อผกาชี้ไปที่ณวัต ขณะที่ผู้พันชาญณรงค์ชี้ไปที่ใจเด็ด ร้อยเวรมึนตึบ

“ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับ...งั้นก็ต่างคนต่างถูกปรับก็แล้วกัน...หัวหน้าใจเด็ดเชิญทางนี้ดีกว่าครับ”

ใจเด็ดเดินเข้ามาหาสรนุช ถามเสียงเข้มว่าต้องการที่นาของชาวบ้านไปทำอะไร สรนุชงงที่นาอะไร

“ถ้าคุณคิดจะฮุบที่นาของชาวบ้านไปทำอะไรล่ะก็... ผมจะต่อสู้กับคุณให้ถึงที่สุด” ใจเด็ดว่าแล้วเดินตามร้อยเวรออกไป พอใจเด็ดลับสายตาณวัตทำปากเก่งขึ้นมาทันที

“ไอ้บ้านี่...พูดอย่างนี้เดี๋ยวก็โดนอีกข้อหาหรอก” ณวัตเห็นสรนุชจ้องมองมาด้วยความสงสัยถึงกับชะงัก

ooooooo

ใจเด็ดซวยซ้ำซวยซ้อน หลังกลับจากโรงพัก เขาถูกคำสั่งย้ายฟ้าผ่าให้ออกจากหนองระบือภายใน 24 ชม. แล้วไปรายงานตัวต่อคณะกรรมการสอบสวนที่กรุงเทพฯ เนื่องจากมีคนร้องเรียนไปที่ปศุสัตว์จังหวัดว่าใจเด็ดกับพวกใช้อำนาจในทางมิชอบ เอาเวลาราชการไปข่มขู่ชาวบ้าน ใจเด็ดแทบช็อก พอตั้งสติได้รีบไปเก็บสัมภาระจำเป็นใส่เป้ เห็นเสื้อที่ซื้อให้สรนุชแขวนอยู่ ใจเด็ดตัดใจทิ้งมันไว้อย่างนั้น

จากนั้น ใจเด็ดมาที่รถของตัวเอง เห็นสุบิน สมหญิง ภิรมย์ และเหล่าเจ้าหน้าที่ของสถานีฯมายืนรอส่งด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ใจเด็ดไม่เห็นเกริกไกรอยู่แถวนั้นด้วยก็ถามหา

“หมอคงไม่ชอบการจากลามั้งครับ” สุบินตั้งข้อสังเกต

“ผมไม่ได้ไปแล้วไปเลยสักหน่อย...ทุกคนไม่ต้องห่วง ผมไปต่อสู้เพื่อทวงความยุติธรรมให้ทุกคน... เข้มแข็งไว้นะทุกคน...แล้วผมจะรีบกลับมา” ใจเด็ดพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้เศร้าไปกับทุกคน สมหญิงคร่ำครวญทั้งน้ำตา

“พวกเราไม่ไหวจริงๆใช่ไหมหัวหน้า...หัวหน้าเจอเรื่องร้ายๆมากมาย ยังต้องมาให้กำลังใจพวกเราอีก”

“อย่าคิดอย่างนั้นสิสมหญิง พวกเราคือกระบือบาล ถ้าพวกเราอ่อนแอแล้วควายจะพึ่งใครล่ะ” ใจเด็ดพูดจบ สมหญิง ภิรมย์ และคนอื่นๆต่างโผเข้ามากอดใจเด็ดร้องไห้กันระงม...

ด้านสรนุชยังคาใจที่ใจเด็ดพูดถึงที่นาของชาวบ้านไม่หาย พอกลับถึงบริษัทเจอหน้าอรอนงค์ ซักไซ้ว่าเคยได้ยินเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า อรอนงค์เคยได้ยินเกริกไกรพูดอยู่เหมือนกันว่าผู้พันชาญณรงค์ยึดที่นาของชาวบ้านไปหลายแปลงแล้ว ระหว่างนั้น เกริก
ไกรวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา บอกให้สรนุชรีบไปตามใจเด็ดเร็วๆ

“ไอ้เด็ดมันจะไปจากหนองระบือแล้ว มันโดนลงโทษทางวินัยอย่างรุนแรง ให้ออกจากหนองระบือภายใน 24 ชม. ...ไปครับคุณนุชเดี๋ยวไม่ทัน” เกริกไกรเร่ง สรนุชลังเล ไม่รู้จะทำอย่างไรดี อรอนงค์ช่วยเร่งรัดเพื่อนอีกแรงถึงได้ยอมไปหาใจเด็ด โดยมีเกริกไกรกับอรอนงค์คอยลุ้นเอาใจช่วย

ชิดชัยแอบได้ยินเรื่องที่ใจเด็ดโดนย้าย รีบตรงไปยังบ้านผู้พันชาญณรงค์เพื่อรายงานเรื่องนี้ให้ณวัตซึ่งกำลังปรึกษาหารืออยู่กับผู้พันชาญณรงค์รับทราบ ทั้งสองคนดีใจส่งเสียงโห่ร้องเป็นการใหญ่ ช่อผกาแอบฟังอยู่ตลอดร้องกรี๊ดๆอย่างเหลืออด แล้ววิ่งออกจากที่ซ่อนจะไปหาใจเด็ด ผู้พันชาญณรงค์เข้ามาล็อกตัวไว้ ช่อผกาอาละวาดจะไปหาสุดที่รักของตัวเองให้ได้ จนวุ่นวายไปทั้งบ้าน...

ในขณะเดียวกัน สรนุชขับรถมาตามทางลัดหวังจะให้ทันรถของใจเด็ด แต่รถเกิดติดหล่มอีกนิดเดียวจะถึงเส้นทางที่วิ่งออกถนนใหญ่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ หญิงสาวตัดสินใจวิ่งลัดทุ่งนา ล้มลุกคลุกคลานเปรอะโคลนไปทั้งตัว แต่เพื่อจะไปให้ทันใจเด็ด สรนุชไม่สนใจเร่งฝีเท้าวิ่งจนไปถึงเส้นทางที่ใจเด็ดจะขับรถผ่าน เห็นรถของใจเด็ดขับใกล้เข้ามา หญิงสาวพยายามโบกมือ ตะโกนเรียกให้จอดรถ

ใจเด็ดเห็นสรนุชแต่ไกล ทำท่าชะลอความเร็ว แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจ เหยียบคันเร่งจนมิด ขับผ่านไปหน้าตาเฉย สรนุชได้แต่มองตามรถของใจเด็ดที่แล่นห่างไปทุกทีๆจนกระทั่งลับสายตา ถึงกับทรุดลงอย่างหมดเรี่ยวแรง สุบินไม่วายตามมาหาเธอจนเจอ ต่อว่าต่อขานที่เธอร้องเรียนไปยังจังหวัดจนใจเด็ดโดนย้าย

“แกจะบ้าเหรอไอ้บิน ฉันยังไม่รู้เรื่องเลย ถ้าหมอเขาไม่มาบอกฉันก็ไม่รู้ว่าใจเด็ดโดนอะไร”

“ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร”

“บิน...แกคิดว่าเพื่อนแกคนนี้จะทำอย่างนั้นเหรอ...

แกคบกับฉันมากี่ปี แกยังไม่รู้จักฉันอีกเหรอ”

“ฉันเคยคิดว่าฉันรู้จักแกดี รู้จักแกดีกว่ายัยอรเสียอีก แต่เปล่าเลย ตั้งแต่แกมาอยู่ที่หนองระบือ แกเหมือนใครก็ไม่รู้ที่ฉันไม่เคยรู้จัก แกทำได้ทุกอย่างเพื่อชัยชนะ...

แกทำได้ทุกอย่างเพื่อจะเหยียบอีกฝ่ายให้จมดิน”

สรนุชรับแรงกดดันต่อไม่ไหว สั่งสุบินหยุดต่อว่าได้แล้ว แล้วผลักเขาพ้นทาง สุบินหมดความอดทนเช่นกัน ขอตัดขาดความเป็นเพื่อนกับสรนุช แล้วเดินจากไป ความเข้มแข็งที่สรนุชสร้างเป็นเกราะล้อมตัวเองไว้ ทลายลงสิ้น เธอร้องไห้ราวกับทำนบแตก ทั้งน้อยใจใจเด็ด ทั้งเสียใจที่เพื่อนรักมองเธอผิดๆ

ooooooo

ที่ห้องอาหารหรูกลางกรุงเทพฯ สมพลเดินตามแผนการเพิ่มยอดขายรถไถของตนแผนใหม่ล่าสุด โดยเชิญกัมปนาทเลขาฯรัฐมนตรีมากินมื้อเย็น แล้วยื่นเอกสารเกี่ยวกับนโยบายแจกรถไถฟรีให้เกษตรกรให้พิจารณา

“ผมว่าถ้าลองใช้นโยบายผม...ผมรับรองว่าท่านรัฐมนตรีจะต้องได้ฐานเสียงจากพวกชาวไร่ชาวนาอีกเยอะ... ยุคสมัยนี้มันต้องชนะกันด้วยประชานิยมไม่ใช่หรือครับ” สมพลยิ้มอย่างมีเลศนัย

“ผมมันแค่เลขาฯรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจการตัดสินใจหรอกครับ”

“แต่ก็เสนอได้นี่...ผมไม่ได้คิดอะไรมาก ก็แค่คิดต้นทุนเท่านั้น ส่วนท่านจะไปบวกเพิ่มจากงบประมาณเท่าไหร่ก็แล้วแต่ท่านเลย”

ตอนที่ 12

ไม่นานนัก สรนุชกับโชคชัยมาถึงวัด โชคชัยชวนสรนุชไปไหว้พระประธานในโบสถ์กันก่อน แล้วค่อยไปหาหลวงพ่อที่ศาลา ณวัตตามมาทัน ปราดเข้าไปตะคอกถามว่ามาทำบุญล้างบาปกันหรือ โชคชัยไม่เข้าใจณวัตหมายความว่าอย่างไร

“งั้นฉันจะพูดง่ายๆให้สมกับความรู้บ้านนอกอย่างแก...ก็บาปที่เป็นชู้กับเมียชาวบ้านไง” ณวัตยิ้มเหยียด

“วัต...เมื่อไหร่คุณจะเลิกคิดอกุศลเสียที นุชกับคุณโชคไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่วัตคิด”

“ไม่มีอะไร...แล้วไอ้ที่ออกมาจากโรงแรมด้วยกันมันคืออะไร” ณวัตตวาดเสียงเขียว โชคชัยพยายามจะเข้ามาอธิบาย แต่ณวัตไม่ฟัง ผลักเขาออก ใจเด็ดกราบหลวงพ่อเสร็จลงจากศาลาได้ยินเสียงเอะอะรีบเดินไปดู เห็นณวัตกำลังผลักอกโชคชัย โดยมีสรนุชรั้งแขนณวัตไว้ ขอร้องให้หยุดได้แล้ว ณวัตสะบัดแขนเต็มแรง สรนุชเซจะล้ม ใจเด็ดเข้ามารับไว้ทัน ณวัตหันมาเห็นใจเด็ด แดกดันใส่ทันที

“เฮ่อ...นี่มันปาร์ตี้อะไรเนี่ย คนหนึ่งก็ไอ้บ้านนอก อีกคนก็ไอ้เด็กเลี้ยงควาย”

“ส่วนอีกคนก็เป็นไอ้บ้าเสียสติ” ใจเด็ดโต้ไม่ยอมแพ้ โชคชัยขอร้องใจเด็ดอย่าให้มีเรื่องมีราวกันเลย แล้วหันไปยืนยันกับณวัตว่า เขากับสรนุชไม่ได้มีอะไรกัน ณวัตไม่เชื่อ อาศัยทีเผลอต่อยโชคชัยล้มคว่ำแล้วตามเข้าไปซ้ำ นายก อบต. ไม่โต้ตอบ สรนุชพยายามห้ามณวัต แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ใจเด็ดเหลียวหาของใกล้มือ เจอถังใส่ปุ๋ยคอกละลายน้ำวางอยู่ เอาสาดใส่ณวัตที่ระดมต่อยโชคชัยอย่างบ้าคลั่ง ปุ๋ยคอกได้ผลชะงัดณวัตหยุดกึก

“ไอ้บ้า...น้ำอะไรวะ”

“ปุ๋ยคอกละลายน้ำ ไม่ต้องกลัวว่ามันจะสกปรกหรอกคุณ เพราะความคิดของคุณสกปรกกว่าขี้ควายนี่อีก”

ณวัตโกรธจะเข้าไปเอาเรื่องใจเด็ด สรนุชรีบขวางไว้ ขู่ถ้าเขาไม่หยุดบ้า เธอจะลาออกจากคาบาตี้ แล้วเดินหนี ณวัตรีบวิ่งตามทันตรงหน้าวัด ดึงแขนสรนุชไว้ให้คุยกันก่อน สรนุชสะบัดมือออก

“วัตมาที่นี่ทำไม...ถ้ามานี่เพราะไอ้ความหึงบ้าๆ บอๆของวัตละก็...นุชว่าวัตกำลังเข้าใจผิด”

“เพราะนุชไม่ได้ชอบไอ้บ้านนอกพวกนั้นใช่ไหม” ณวัตทำเสียงออดอ้อน

“ที่นุชบอกว่าวัตกำลังเข้าใจผิดน่ะหมายความว่า วัตกับนุชไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว เพราะฉะนั้น วัตไม่มีสิทธิที่จะมาทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนุช” สรนุชกระแทกเสียงใส่ ก่อนจะเดินจากไป ชิดชัยแอบมองอยู่ตลอดเห็นสรนุชลับสายตา รีบเข้ามาประจบณวัตที่ยังเดือดปุดๆอยู่ เกือบถูกเขาเหวี่ยงหมัดใส่ระบายความแค้นที่สรนุชไม่สนใจไยดี แล้วสั่งให้พาไปโรงแรมที่ดีที่สุดของที่นี่ จะได้อาบน้ำล้างตัว...

อีกมุมหนึ่งของวัด ใจเด็ดเอาน้ำเปล่ามายื่นให้โชคชัยที่ยืนหน้าเศร้าคล้ายคนกำลังอกหัก กระเซ้าว่าจะให้พาไปหาหมอดามอกไหม โชคชัยไม่คิดว่าหมอที่ไหนจะรักษาโรคนี้ได้ นอกจากสรนุชคนเดียวเท่านั้น ใจเด็ดมองโชคชัยอย่างเห็นใจ เตือนให้ล้มเลิกความคิดจะจีบสรนุชได้แล้ว รู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่าไม่มีความหวัง

“ไม่หรอก...คนที่ไม่มีความหวังคือคนที่ยอมแพ้ แล้วฉันก็รู้ว่านายเองก็ยังหวังอยู่” โชคชัยมองสบตาใจเด็ดรู้ว่าเขาเองก็ยังตัดใจจากสรนุชไม่ได้ แล้วขอตัวกลับก่อน ใจเด็ดนิ่งคิด พยายามสำรวจหัวใจตัวเองเรื่องสรนุช แต่แล้วอาการปวดหัวกำเริบขึ้น คราวนี้ภาพรอบตัวเบลอไปหมด ใจเด็ดกัดฟันข่มความเจ็บปวด ตัดสินใจไปพบหมอ...

หลังจากหมอตรวจร่างกายของใจเด็ดแล้ว พบว่าอาการโดยรวมแย่ลง ใจเด็ดไม่สามารถเอานิ้วตัวเองแตะนิ้วหมอตามคำสั่งได้ ใจเด็ดเหมือนจะรู้ตัวดี ถามหมอตรงๆว่า ตัวเองจะตายหรือเปล่า

“ถ้าหัวหน้ายังดื้อที่จะไม่ไปรักษาที่กรุงเทพฯ” หมอหน้าเครียดไม่แพ้คนไข้

ooooooo

การมาของณวัตทำให้สรนุชอารมณ์บูด ไม่อยากอยู่ที่ทำงานไม่อยากเจอหน้าเขา ไหว้วานอรอนงค์ ช่วยอยู่เฝ้าบริษัทแทนเธอที อรอนงค์แอบนัดเกริกไกรไว้แต่ไม่กล้าบอก จึงโกหกว่าไม่ว่างมีนัดกับหมอที่ รพ.ไว้ จะให้ตรวจอาการปวดท้องให้ สรนุชนิ่วหน้า ดูท่าทางอรอนงค์ไม่เหมือนคนปวดท้องเลย

“ก็...ฉันไม่อยากให้แกเป็นห่วงไง...โอ๊ย...ไม่ไหวแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นโรคเครียดลงกระเพาะหรือเปล่า”

“ให้ฉันพาไปไหม” สรนุชมองเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง อรอนงค์รีบปฏิเสธว่าไม่ต้อง ไปเองได้ แล้วคว้ากระเป๋าถือจ้ำพรวดๆออกไป...

บริเวณจุดนัดพบหน้าตลาดหนองระบือ เกริกไกรกำลังยืนรออรอนงค์ตอนที่ช่อผกาเข้ามาถามไถ่ว่ามาทำอะไรที่นี่หรือว่านัดกับใครไว้ เกริกไกรอึกๆอักๆยังไม่ทันจะพูดอะไร ช่อผกาคิดเองเออเองว่าเกริกไกรนัดใจเด็ดไว้ หมอหนุ่มพลอยเออออไปด้วย บอกมั่วๆว่าตอนนี้ใจเด็ดเดินซื้อของอยู่ในตลาด

“งั้นเดี๋ยวผกาไปเซอร์ไพรส์พี่ใจเด็ดดีกว่า” ช่อผกากระดี๊กระด๊าวิ่งหน้าตั้งเข้าไปในตลาด เกริกไกรถอนใจโล่งอก เป็นจังหวะเดียวกับอรอนงค์มาถึงจุดนัดพบพอดี เกริกไกรรีบพาเธอไปร้านขายปลาอีกด้านหนึ่งของตลาด ไม่อยากให้ช่อผกาเห็นว่าเขาอยู่กับพวกรถไถ...

ขณะอรอนงค์กับเกริกไกรกำลังช่วยแม่ค้าจับปลาใส่ถุงจะเอาไปปล่อย ช่อผกาโผล่มายืนด้านหลังต่อว่า เกริกไกรว่าโกหกที่แท้นัดยัยรถไถเอาไว้ ขู่จะไปฟ้องพี่ใจเด็ดว่าเกริกไกรเป็นหนอนบ่อนไส้ อรอนงค์จะเข้าไปอธิบายแต่ดันทำปลาหลุดมือ ปลาเจ้ากรรมหล่นเข้าไปในเสื้อคอกว้างของช่อผกาอย่างแม่นยำ

ช่อผกาแผดเสียงร้องตลาดแทบแตก ขอให้ใครก็ได้ช่วยเอาปลาออกจากเสื้อเธอด้วย เกริกไกรไม่รอช้า คว้าถุงใส่ปลามือหนึ่ง อีกมือหนึ่งคว้าข้อมืออรอนงค์วิ่งหนี...

ในเวลาต่อมา เกริกไกรกับอรอนงค์มาถึงมุมสงบริมน้ำ ปล่อยปลากันอย่างมีความสุข อรอนงค์อดคิดไม่ได้ ทำไมเราสองคนต้องมาเป็นศัตรูกันด้วย ทำไมเธอต้องขายรถไถ ขณะที่เกริกไกรต้องเลี้ยงควาย เกริกไกรเห็นอรอนงค์หน้าเศร้าสร้อยชวนคุยเรื่องอื่นให้คลายเครียด จนเธอยิ้มได้อีกครั้ง...

ณวัตบ่นเป็นหมีกินผึ้งที่ชิดชัยหาห้องพักได้ห่วยแตกมาก ห้องคนรับใช้ที่บ้านเขายังดีกว่าที่นี่เสียอีกชิดชัยแก้ตัวว่าที่จัดที่พักให้ณวัตที่นี่ เพราะจะได้อยู่ใกล้ๆสรนุช ไอ้พวกเหลือบลิ้นไรจะได้ไม่มาไต่ตอม

“ไอ้พวกบ้านนอกกับไอ้เด็กเลี้ยงควายนั่นน่ะหรือ”

“ไอ้บ้านนอกน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้เด็กเลี้ยงควายนี่ตัวแสบเลยครับ...โอ๊ย...ถ้าไม่มีมันสักคน ป่านนี้รถไถของเราขายระเบิดระเบ้อแล้วครับ” ชิดชัยยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ

“ทำไม...มันมีอิทธิพลกับชาวบ้านขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ครับ...ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถ้าไอ้หมอนี่ไม่เห็นด้วยก็จะปลุกระดมชาวบ้านให้คิดเหมือนมัน”

ณวัตพึมพำกับตัวเองเบาๆ ถ้าขืนใจเด็ดอยู่ เรื่องที่ดินที่เขากับพ่อจะมากว้านซื้อคงต้องมีปัญหาแน่ๆ ต้องหาทางกำจัดใจเด็ดให้พ้นทาง เขาจึงวางแผนชั่วจะใส่ความใจเด็ดให้หมดความน่าเชื่อถือ...

ค่ำวันเดียวกัน ชิดชัยกับลูกน้องคนสนิทสวมหมวกไอ้โม่งอำพรางใบหน้าที่แท้จริง อาศัยความมืดเข้ามาแอบที่พงหญ้าข้างบ้านตาแมง เห็นตาแมงกำลังบ้าเห่อใช้ผ้าขาวม้าเช็ดถูรถไถคันใหม่ของตัวเองอยู่ใต้ถุนบ้าน ลูกน้องเร่งให้ชิดชัยเข้าไปจัดการให้เสร็จๆไป ยุงจะหามเขาอยู่แล้ว

“ไม่ได้เว้ย...เรื่องนี้คุณวัตแกกำชับมาว่าพลาดไม่ได้เด็ดขาด รอให้มันขึ้นนอนก่อนดีกว่า”

ระหว่างนั้น เมียของตาแมงลงมาตามตาแมงให้ขึ้นนอนได้แล้ว ตาแมงลูบรถไถอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะเดินตามเมียขึ้นบ้าน ทันทีที่ไฟบนบ้านตาแมงปิดหมด ชิดชัยกับลูกน้องค่อยๆย่องมายังใต้ถุนบ้านที่มืดมิด ทันใดนั้น มีเสียงฝีเท้าคนเดินดังมาจากบนบ้าน ทั้งคู่รีบวิ่งไปหลบหลังตุ่มน้ำ ค่อยๆยื่นหน้ามอง เห็นตาแมงเดินลงบันไดตรงมายังตุ่มน้ำที่ชิด

ชัยกับลูกน้องซ่อนตัวอยู่ แต่ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อมีเสียงเมียดังขึ้น

“จะเห่ออะไรนักหนาหา...ไอ้แก่ ถ้าแกไม่นอนล่ะก็ พรุ่งนี้ฉันจะเอาไปคืนพวกคาบาตี้คอยดู”

ตาแมงเห็นรถไถปลอดภัยดี จึงยอมกลับขึ้นบ้าน ชิดชัยกับลูกน้องถึงกับถอนใจโล่งอก รอจนทุกอย่างเงียบสงบ ค่อยๆย่องออกจากที่ซ่อนตรงมาที่รถไถ หยิบคีมตัดเหล็กมาตัดโซ่ที่คล้องรถไถไว้กับเสาบ้าน ลากรถไถไปที่ทุ่งนาไม่ห่างจากตัวบ้านนัก เอาน้ำมันราดจุดไฟเผา กว่าตาแมง จะรู้ตัว รถไถถูกเผาวอดทั้งคัน

ooooooo

สรนุชกับอรอนงค์ยังไม่ทันตื่นนอนตอนที่ชิดชัยโทร.มาแจ้งว่ารถไถของตาแมงถูกเผา สองสาวรีบลุกขึ้นแต่งตัว แล้วตรงไปยังบ้านของตาแมง เห็นตาแมงกับเมียนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ข้างรถไถที่ไหม้ดำเป็นตอตะโก สรนุชเข้าไปปลอบตาแมง

“ไม่มีอะไรนะคะ ใจเย็นๆยังไงรถไถก็มีประกันอยู่”

“ใคร...ใครมันทำอย่างนี้ได้ลงคอ” เมียตาแมงคร่ำครวญ สรนุชมองซากรถไถ อยากรู้เหมือนกันว่าเป็นฝีมือใคร ชิดชัยวิ่งนำลูกน้องเข้ามาพร้อมกับชูแกลลอนใส่น้ำมันให้สรนุชดู เราสองคนเจอมันที่พงหญ้าข้างๆ

“แล้วเจออะไรอีกไหม” สรนุชซัก ลูกน้องส่ายหน้า ชิดชัยแอบหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า

“นี่ครับ...ผมเจอมันติดไว้ที่หัวกระไดบ้านตาแมงน่ะครับ”

กระดาษมีข้อความเขียนไว้ว่า “แด่เพื่อนควายอันเป็นที่รักของเรา” สรนุชเชื่อละครตบตาฉากนี้สนิทใจ ฟันธงว่านี่ต้องเป็นฝีมือใจเด็ด...

ขณะที่แผนทำลายความน่าเชื่อถือของใจเด็ดสำเร็จไปขั้นหนึ่ง ณวัตเดินตามแผนขั้นต่อไปทันที โดยแวะไปหาผู้พันชาญณรงค์ที่บ้าน ไม่ลืมของฝากติดมือไปด้วย เป็นเสื้อจากห้องเสื้อชื่อดังจากกรุงเทพฯ และแว่นกันแดดสุดจ๊าบ ผู้พันจอมงกถูกใจมากคว้าหมับ แล้วนึกอะไรขึ้นได้ หลิ่วตามองณวัต

“อย่าบอกนะว่าไอ้ที่ซื้อของมาให้ฉันนี่จะแทนค่าสินสอด”

“ไม่หรอกครับ เพราะผมมีเรื่องสำคัญกว่านั้น” ณวัตยิ้มอย่างมีเลศนัย “ที่ผมมาหาผู้พันในวันนี้เพราะรู้ว่าผู้พันเป็นคนกว้างขวางที่หนองระบือ ถ้าผมอยากจะได้ที่สักแปลงผู้พันคงจะหาให้ได้”

“ที่เหรอ...คุณวัตอยากได้ที่ที่หนองระบือไปทำอะไร”

“คือพ่อผมมีโครงการจะทำโรงงานที่นี่ ก็เลยอยากได้ที่ใหญ่ๆหน่อย”

“เรื่องแค่นี้ไม่มีปัญหา...แล้วคุณวัตอยากได้ที่ใหญ่แค่ไหนล่ะ”

พอได้ฟังว่าณวัตต้องการที่ดินทั้งหมดในหนองระบือ ผู้พันเฒ่าถึงกับตะลึงอ้าปากค้าง

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่สำนักงานของสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ขณะสมหญิงกำลังดูหมอดูไพ่ป๊อกอยู่กับสุบินและภิรมย์สีหน้าเคร่งเครียด ใจเด็ดกับเกริกไกรเพิ่งกลับจากคอกควาย สงสัยทั้งสามคนทำอะไรกัน ได้ความว่าสมหญิงกำลังดูดวงให้สถานีฯของเราอยู่

“หัวหน้าคะ...ไพ่มันบอกว่าตอนนี้หัวหน้ากำลังจะเดือดร้อนเพราะฝ่ายตรงข้าม” สมหญิงทำนาย

“พี่สมหญิง...ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอก ผมเชื่อการกระทำของตัวเองมากกว่า”

ทันใดนั้น มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น ทุกคนหันไป

มอง เห็นสรนุช อรอนงค์ ชิดชัยกับตาแมงพร้อมด้วยชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งกรูกันเข้ามาในสำนักงาน ตาแมงเห็นหน้าใจเด็ด ปรี่เข้ามาต่อว่าทำไมถึงทำอย่างนี้ ทำไมต้องเผารถไถของเขา ใจเด็ดงง สรนุชยื่นกระดาษซึ่งเป็นหลักฐานปลอมๆที่ชิดชัยสร้างขึ้นให้ใจเด็ดอ่าน

“ผมไม่ใช่คนเผา แล้วผมก็ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น” ใจเด็ดปฏิเสธเสียงแข็ง

“นายไม่รู้เรื่อง แต่ชาวบ้านทุกคนรู้ว่าคนเดียวในหนองระบือที่ไม่ชอบรถไถคือนาย แล้วไหนจะมีกระดาษนี่อีก...นายยังจะเถียงอีกหรือ” สรนุชคาดคั้นให้ใจเด็ดรับผิดให้ได้ ใจเด็ดไม่โง่ขนาดนั้นแน่ ถ้าเขาจะเผารถไถของตาแมง เรื่องอะไรต้องทิ้งหลักฐานให้สาวมาถึงตัว ชิดชัยชะงัก ก่อนจะรีบโวยวายกลบเกลื่อน

“อ๋อ...นี่แกกำลังจะบอกพวกเราเผารถไถตัวเองแล้วใส่ร้ายแกหรือไง”

“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องคิดว่าเป็นฝีมือพวกเราด้วย” ใจเด็ดมองหน้าสรนุชอย่างรอคำตอบ สรนุชเห็นไพ่ป๊อกวางอยู่บนโต๊ะ หยิบเอาไพ่เหล่านั้นมาอธิบายให้ใจเด็ดฟังอย่างง่ายๆโดยแบ่งไพ่เป็นสองส่วนสีแดงกับสีดำเหมือนฝ่ายของเธอกับของเขา ใจเด็ดหยิบไพ่ที่แยกเป็นฝักเป็นฝ่ายขึ้นมาดูอย่างสนใจ

พลันโชคชัยนำกำลังตำรวจเข้ามาในสำนักงาน คิดว่ามีม็อบมาก่อกวนความสงบ แต่กลับเจอสำรับไพ่ป๊อกวางอยู่ ตำรวจมองหน้าโชคชัยงงๆ

“อ้าว...ไหนนายกฯบอกว่ามีม็อบไง...นี่มันเล่นไพ่กันนี่”

สิ้นเสียงตำรวจ วงแตกทันที ชาวบ้านวิ่งหนีกันอลหม่าน เหลือแต่ใจเด็ดกับสรนุชที่ยืนถือไพ่ป๊อกคามือ จากนั้น ตำรวจเชิญตัวสรนุชกับใจเด็ดไปสอบปากคำที่โรงพัก สรนุชปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

“แหม...คาหนังคาเขาอย่างนี้ ผมว่าคุณอย่าปฏิเสธดีกว่า” ร้อยเวรแนะ

สรนุชไม่ยอมรับผิด โวยวายลั่น สารวัตรได้ยินเสียงเอะอะ เดินมาดู เห็นใจเด็ดนั่งอยู่เข้ามาทักทายอย่างสนิทสนม สรนุชสบช่อง ในเมื่อใจเด็ดรู้จักกับสารวัตรก็น่าจะพูดกันง่ายหน่อย เหตุการณ์กลับไม่ง่ายอย่างที่สรนุชคิด ทุกอย่างวุ่นวายไปหมดเพราะเธอกับใจเด็ดโต้เถียงกันไม่มีใครยอมใคร สรนุชโกรธที่ใจเด็ดเปรียเทียบว่าเธอเป็นยิ่งกว่าบัวใต้น้ำ นั่นคือบัวใต้โลก ปรี่เข้าไปจะทำร้าย ร้อยเวรดึงตัวเธอไว้ สรนุชดิ้นสุดฤทธิ์ โวยวายลั่น

“ปล่อยฉัน...ปล่อย”

ร้อยเวรไม่ยอมปล่อย สรนุชเลยใช้ร่างของร้อยเวรเป็นหลักยกสองเท้าถีบใส่ใจเด็ด กระบือบาลหนุ่มไวทายาดดึงสารวัตรมาบัง ทั้งใจเด็ดและสารวัตรพากันล้มตึง สรนุชยังฤทธิ์มากถองศอกใส่ร้อยเวรจนหน้าหงายแล้วกระโจนใส่ใจเด็ดไม่สนใจสารวัตรที่ติดอยู่ตรงกลาง ทั้งสารวัตรและร้อยเวรต่างสะบักสะบอมไปตามๆกัน

ตำรวจบนโรงพักต้องช่วยกันลากสรนุชไปสงบสติอารมณ์ในห้องขัง ใจเด็ดพลอยติดร่างแหไปด้วย ถูกขังไว้อีกห้องหนึ่งแยกกัน สรนุชออดอ้อนขอให้สารวัตรที่เธออัดจนปากเจ่อหัวปูดปล่อยตัว อ้างทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจขังพวกคุณเหมือนกัน แต่ที่ผมทำอย่างนี้เพราะอยากให้คุณกับคุณใจเด็ดใจเย็นๆกันก่อน อยู่ในนี้สงบสติอารมณ์ซักคืนนะ” สารวัตรพูดจบชวนร้อยเวรที่อยู่ในสภาพเดียวกันกับตนกลับห้องทำงาน สรนุชโวยลั่นหาว่าตำรวจแกล้งประชาชน ใจเด็ดสุดจะทน สั่งให้เธอเลิกโวยวายเสียที

“ทั้งหมดนี่เป็นเพราะนาย นายทำให้ประวัติฉันมีมลทิน” สรนุชจ้องหน้าใจเด็ดเขม็ง

“อ้าว...ไม่ใช่เพราะคุณมาหาผมที่สถานีแล้วก็หยิบไพ่มาทำโน่นทำนี่หรอกเหรอ ถึงได้เป็นอย่างนี้...ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายพูดว่าที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะคุณ” ใจเด็ดโวยกลับ สรนุชทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความเจ็บใจ

ooooooo

ที่หน้าโรงพัก สุบินกับเกริกไกรซุ่มดูอยู่ ไม่รู้จะช่วยใจเด็ดกับสรนุชอย่างไรดี จะเสี่ยงขึ้นไปประกันตัว เกิดตำรวจจำหน้าได้ว่าสองหนุ่มอยู่ใน

วงไพ่ด้วย โดนซิวเข้าห้องไปด้วยกัน แล้วจะมีใครมาช่วย จังหวะนั้น สองหนุ่มเห็นอรอนงค์กำลังจะเข้าไปในโรงพัก รีบมาดักหน้าไว้ ทักท้วงว่าถ้าจะมาประกันตัวสรนุชขอให้คิดทบทวนให้ดีเสียก่อน ถ้าตำรวจเหมารวมว่าอรอนงค์อยู่ในวงไพ่ด้วยจะซวยไปกันใหญ่

“เอ่อ...ใช่...แล้วจะทำอย่างไรดีคะหมอ”

เกริกไกรกับสุบินกำลังหาทางกันอยู่ แต่ยังนึกไม่ออก อรอนงค์คิดแผนบางอย่างออกยิ้มดีใจ...

ด้านสรนุชอยู่เงียบๆได้พักเดียว ส่งเสียงโวยวายลั่นห้องขังอีก ใจเด็ดรำคาญสั่งให้เบาเสียง จังหวะนั้น จ่าเวรเปิดประตูให้โทนเข้ามา เด็กน้อยวิ่งมาเกาะลูกกรงห้องขังใจเด็ดแล้วยื่นถุงข้าวและน้ำให้

“หมอให้เอาของกินมาฝากครับหัวหน้า”

“อ้าว...แล้วหมอล่ะโทน”

“หมอเขาไม่กล้าเข้ามาครับ...แกกลัวว่าจะโดนตำรวจจับ”

สรนุชแดกดันว่าหมอช่างเป็นเพื่อนแท้ของใจเด็ดจริงๆ ใจเด็ดปรายตามองสรนุชแวบหนึ่ง แล้วฝากโทนไปบอกหมอด้วยว่าไม่ต้องมาประกันตัวเขาเพราะพรุ่งนี้ก็ออกแล้ว แล้วบอกให้โทนกลับไป โทนยิ้มให้ใจเด็ดแล้ววิ่งปรู๊ดออกไป สรนุชตะโกนถามโทนว่าเพื่อนของเธอไม่ฝากอะไรมาบ้างหรือ โทนไม่ได้สนใจ ยังคงวิ่งต่อไป

ผ่านไปสักพัก ใจเด็ดแกะห่อข้าวที่เกริกไกรฝากมาให้ สรนุชแอบมอง กลืนน้ำลายเฮือกด้วยความหิว ท้องของเธอเกิดประท้วงขึ้นมาส่งเสียงร้องจ๊อกๆดังผ่าความเงียบ ใจเด็ดหันขวับไปมอง สรนุชทั้งอายทั้งตกใจรีบเบือนหน้าหนีทำไม่รู้ไม่ชี้ ใจเด็ดสงสารชวนกินข้าวด้วยกัน สรนุชยังงอนไม่หายไม่ยอมกินด้วยอ้างว่ายังไม่หิว ใจเด็ดหมั่นไส้ตักข้าวใส่ปากเคี้ยวตุ่ยๆเจตนายั่วสรนุช

“โห...ไม่เคยกินข้าวผัดกะเพราที่ไหนอร่อยเท่านี้จริงๆ...คุณลองมั้ย”

สรนุชส่ายหน้าแทนคำตอบ ใจเด็ดกินยั่วจนคำสุดท้าย แล้วทำเป็นมองหาน้ำดื่ม ก่อนจะโวยวายว่าเกริกไกรฝากข้าวมาทำไมไม่เอาน้ำติดมาด้วย สรนุชเหลือบไปเห็นขวดน้ำวางอยู่มุมหนึ่งของห้องขัง อยากแกล้งใจเด็ดคืนบ้าง ปราดไปหยิบน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวครึ่งขวด

“ฮ่า...ชื่นใจจริงๆไม่เคยดื่มน้ำที่ไหนสดชื่นเท่าที่นี่จริงๆ” สรนุชพูดจบหันมายิ้มเย้ยใจเด็ด ระหว่างนั้น จ่าเวรเข้ามาดูความเรียบร้อยพอดี ใจเด็ดร้องถามทำไมห้องขังเขาไม่มีขวดน้ำเหมือนห้องนั้น

“เอ้า...ไอ้ขวดน้ำพวกนั้นมันขวดเอาไว้ใส่ฉี่...

อย่าเผลอไปกินเข้าล่ะ”

สรนุชถึงกับตาเหลือก วิ่งไปล้วงคอ ใจเด็ดเดินมาเกาะลูกกรง แหย่ว่ากินฉี่แค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก สรนุชโกรธ คว้าขวดน้ำจะสาดใส่ ใจเด็ดกลับยื่นกล่องข้าวให้

“นี่ของคุณ...แล้วก็ไอ้ขวดน้ำที่คุณกินเข้าไปน่ะ ผมเป็นคนวางไว้เอง คุณไม่สังเกตเหรอว่ามันไม่มีกลิ่น”

สรนุชทั้งโกรธทั้งซึ้งใจ ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไร ได้แต่คว้ากล่องข้าวมาเปิดกิน อยู่ๆใจเด็ดโพล่งขึ้นว่า เขากับพวกไม่ได้เป็นคนเผารถไถ และที่สำคัญ ถ้าเจนจิรารู้ว่าเขาทำอย่างนั้นเพื่อแก้แค้นให้เธอ เธอคงไม่ดีใจ สรนุชแสดงความเสียใจเรื่องเจนจิราด้วย ถึงเราสองคนจะมีอุดมการณ์ต่างกัน แต่เธอไม่เคยคิดทำร้ายเจนจิรา ถ้าใจเด็ดไม่เชื่อ จะให้ชดใช้ด้วยอะไร เธอยอมทุกอย่าง ถ้าจะทำให้เจนจิรากลับมาเป็นเหมือนเดิม

“ผมเชื่อคุณ...กินข้าวเถอะ” ใจเด็ดพยักหน้าให้ สรนุชรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ณวัตยังไม่หยุดใส่ร้ายใจเด็ด สั่งให้ชิดชัยเอารูปถ่ายรถไถของตาแมงที่ไหม้ไฟซึ่งทางบริษัทคาบาตี้ถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่งไปให้ต้นสังกัดของใจเด็ด แล้วบอกไปด้วยว่าเป็นฝีมือของใจเด็ด ชิดชัยชมเปาะว่าณวัตปราดเปรื่องมาก แล้วรีบไปทำตามคำสั่ง...

อรอนงค์ไม่สบายใจที่ต้องทิ้งสรนุชอยู่ในห้องขัง จึงมาขอร้องณวัตช่วยไปประกันตัวเธอ แทนที่ณวัตจะรีบไปจัดการให้ กลับใช้โอกาสนี้โทร.นัดผู้พันชาญณรงค์ซึ่งอยู่ที่บ้านไปดูที่ดินในวันรุ่งขึ้น ผู้พันชาญณรงค์แปลกใจทำไมถึงได้นัดปัจจุบันทันด่วน ณวัตเห็นว่าพรุ่งนี้ทางสะดวก ใจเด็ดกับสรนุชถูกตำรวจจับ

“อะไรนะ...คุณนุชกับไอ้ใจเด็ดติดคุกหรือครับ...แหม ทางสะดวกจริงๆด้วย...ได้ครับ พรุ่งนี้เจอกัน” ผู้พันชาญ–ณรงค์หัวร่อร่าก่อนวางสาย ช่อผกาได้ยินโดยตลอด สีหน้าครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี...

มืดแล้ว ใจเด็ดนั่งพิงกำแพงหลับไปแล้ว แต่สรนุชยังนอนไม่หลับ ได้ยินเสียงตุ๊กแกร้องกลัวจัดกระโจนมาเกาะลูกกรงด้านที่ติดกับห้องขังใจเด็ด ตะโกนเรียกให้เขาลุกขึ้นมาคุยกันก่อน ใจเด็ดเห็นสรนุชกลัว แกล้งหลอกว่าที่นี่มีผี สรนุชต้องขอร้องให้หยุดพูด ทันใดนั้น ไฟในโรงพักดับพรึบ หญิงสาวตกใจกลัวร้องลั่น

สักพัก ร้อยเวรจุดเทียนไขมาตั้งตรงกลางระหว่างห้องขังสรนุชกับห้องขังใจเด็ดหนึ่งเล่มแก้ขัดไปก่อน ไม่รู้ไฟฟ้าจะมาเมื่อไหร่ กำชับว่าห้ามทำเทียนไขดับ ไม้ขีดหมดแล้ว สรนุชเห็นร้อยเวรจะไป น้ำตาคลอร้องเรียก

“นี่เดี๋ยวก่อนสิ...คุณตำรวจๆ...ทำไมฉันต้องมาอยู่อย่างนี้ด้วย”

ร้อยเวรไม่สนใจยังคงเดินต่อไป ใจเด็ดสงสารสรนุช ยิ่งเห็นเธอพยายามจะบังเทียนไขไม่ให้ดับจนถูกไฟลวกมือ เขาค่อยๆขยับมานั่งใกล้ๆชิดกับลูกกรง เอามือโอบมือของเธอไว้อีกชั้นหนึ่ง

“คุณนอนเถอะ เดี๋ยวผมดูเทียนให้เอง”

น้ำเสียงอบอุ่นของใจเด็ด ทำให้สรนุชหวั่นไหว ทั้งสองคนนั่งใกล้กันแค่คืบแต่ไม่สามารถเปิดใจให้กันได้ เหมือนลูกกรงที่ขวางกั้นทั้งสองคนเอาไว้

ooooooo

ระหว่างที่ผู้พันชาญณรงค์นั่งรอณวัตมารับไปดูที่ นึกขึ้นได้ว่าควรจะชวนช่อผกาไปด้วย จับพลัดจับผลูช่อผกาได้เป็นศรีภรรยาของณวัตขึ้นมา ตนเองคงจะสบายไปทั้งชาติ คิดได้อย่างนั้น หันไปสั่งสมคิดไปบอกช่อผกาให้แต่งตัวสวยๆ วันนี้เขาจะพาเธอไปกับคุณณวัต สมคิดวิ่งหน้าตั้งเข้าไปในบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับรถของณวัตแล่นเข้ามาจอด ณวัตใจร้อน เร่งผู้พันเฒ่าให้รีบไป

“เดี๋ยวก่อนสิ...เห็นลูกสาวฉันบอกว่าอยากไปด้วย...คุณณวัตคงไม่รังเกียจนะ”

ณวัตไม่อยากให้เรื่องกว้านซื้อที่ดินล่วงรู้ถึงหูคนอื่น อ้าปากจะค้าน แต่สมคิดวิ่งส่งเสียงเอะอะเข้ามาหาเจ้านาย พร้อมกับยื่นกระดาษโน้ตที่ช่อผกาทิ้งไว้ มีข้อความเขียนไว้ว่า

“พี่ใจเด็ดไปไหน...หนูจะไปด้วย ไม่ต้องตามหา”

ผู้พันชาญณรงค์หงุดหงิด ขย้ำกระดาษทิ้ง ณวัตนิ่วหน้าสงสัย ใจเด็ดถูกจับไม่ใช่หรือ แล้วช่อผกาจะไป กับเขาได้อย่างไร สมคิดสันนิษฐานว่าใจเด็ดอาจจะแหกคุก แล้วมาพาช่อผกาหนี ผู้พันชาญณรงค์ยิ่งคิดยิ่งแค้น...

ในขณะเดียวกัน ที่ห้องขังบนโรงพัก สรนุชรู้สึกตัวตื่นขึ้นพบว่าตัวเองนั่งพิงลูกกรงอยู่ โดยมีใจเด็ดนั่งหลับในลักษณะเดียวกันอยู่อีกด้านหนึ่งของลูกกรง มือของเธอกับใจเด็ดจับกันอยู่ สรนุชตกใจรีบดึงมือออก ทำให้ใจเด็ดสะดุ้งตื่น จังหวะนั้น มีเสียงช่อผกาโวยวายดังมาจากโต๊ะร้อยเวรด้านหน้า

“ไหนบอกว่าตำรวจต้องดูแลประชาชนไง...ฉันขอแค่นี้มันมากหรือไง”

“ใช่...บ้าหรือเปล่าจะมาขอติดคุก นี่โรงพักนะไม่ใช่โรงแรม จะเข้าจะออกซี้ซั้วได้ไง” สารวัตรโวยกลับ

ช่อผกาอยากรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะได้เข้าไปอยู่กับใจเด็ด สารวัตรส่ายหน้า ทำไม่ได้ทั้งนั้น ห้องขังมีไว้สำหรับขังคนที่ทำผิด แล้วไล่เธอกลับบ้าน ช่อผกาคิดตามคำพูดของสารวัตร ตัดสินใจตบหน้าเขาฉาดใหญ่ เลยได้เข้าห้องขังสมใจ แต่ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับใจเด็ด เพราะผู้ต้องหาชายหญิงต้องแยกห้องขังกัน

“ไม่เอา...ฉันไม่อยู่ห้องนี้ ฉันจะอยู่กับพี่ใจเด็ด... ปล่อย...” ช่อผกาโวยลั่น ขณะที่สรนุชแอบยิ้มสะใจ...

อีกมุมหนึ่งหน้าโรงพัก เกริกไกร สุบิน สมหญิงและภิรมย์นัดโชคชัยมาพบเพื่อจะขอแรงให้ช่วยประกันตัวใจเด็ดให้ สุบินอดถามไม่ได้ว่าโชคชัยจะช่วยประกันตัวสรนุชด้วยหรือเปล่า

“แฟนคุณนุชยังไม่ประกันตัวคุณนุชออกไปอีกหรือครับ” โชคชัยงง

“อ้าว...ไอ้วัตมันมาที่นี่ด้วยหรือ...ไม่รู้จะมาทำไม...แต่ผมเดาได้เลย ว่ามันน่ะดีใจที่ยัยนุชโดนขังมากกว่า เชื่อสิ...มันไม่มาประกันตัวยัยนุชหรอก” สุบินนึกถึงณวัตแล้วหมั่นเขี้ยวอยากจะอัดสักเปรี้ยง โชคชัยเป็นห่วงสรนุช รีบจ้ำพรวดๆขึ้นไปบนโรงพัก โดยมีสุบิน เกริกไกร ภิรมย์ และสมหญิงเดินตาม...

ครู่ต่อมา โชคชัยเข้าไปคุยกับร้อยเวรถึงได้รู้ความจริงว่าใจเด็ดกับสรนุชไม่ได้ถูกจับเรื่องเล่นไพ่ สารวัตรแค่อยากให้สองคนนั่นเข้าไปสงบสติอารมณ์เท่านั้นเอง ร้อยเวรขยับจะไปพาตัวใจเด็ดกับสรนุชออกจากห้องขังณวัตกับผู้พันชาญณรงค์เดินหน้าตาถมึงทึงขึ้นมาเสียก่อน สุบินแขวะณวัตทันที

“มาแล้วๆ...แฟนแห่งปี...ยัยนุชโดนจับตั้งแต่เมื่อคืน แต่ดันโผล่มาตอนนี้ พวกเรา...ตบมือให้หน่อยเร็ว”

ภิรมย์กับสมหญิงรับลูกทันทีตบมือกันเกรียว ณวัตขยับจะเข้าไปเอาเรื่องสุบิน สารวัตรรีบเข้ามาขวาง แล้วหันไปถามผู้พันชาญณรงค์ว่ามีเรื่องอะไรกัน ผู้พันเฒ่าจะมาแจ้งความจับใจเด็ดฐานพาลูกสาวของเขาหนี

“จะเป็นไปได้อย่างไรผู้พัน...ไอ้เด็ดยังถูกขังอยู่เลย” เกริกไกรทักท้วง

“ใช่ครับ...แล้วผกาก็ไม่ได้หนีไปไหน...โน่น...อยู่ในห้องขังโน่น” สารวัตรพูดพลางชี้มือไปด้านใน

“แล้วสารวัตรจับลูกสาวผมได้ยังไง ลูกสาวผมไม่ได้ทำอะไรผิด”

“ไม่ผิดอะไร ตบหน้าผมเต็มๆ เห็นบอกว่าอยากเข้าไปอยู่กับหัวหน้าใจเด็ดมาก เลยลงทุนทำร้ายตำรวจ”

เกริกไกร สุบิน สมหญิง และภิรมย์พากันหัวเราะก๊าก ผู้พันชาญณรงค์ของขึ้น หันไปด่ากราดขำอะไร ญาติใครเสียหรือ สองฝ่ายไม่ชอบขี้หน้ากันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรื่องเลยบานปลายต่างตรงเข้าตะลุมบอนกัน แต่คนที่บอบช้ำที่สุดกลับเป็นสารวัตรกับร้อยเวรที่โดนลูกหลงจากการเข้าไปห้ามปราม

ooooooo

เกิดเรื่องวุ่นวายหน้าโต๊ะร้อยเวรไม่พอ ในห้องขังหญิงไม่ยอมน้อยหน้า สรนุชกับช่อผกาเถียงกันไปมาพักเดียวเท่านั้นตบตีกันอุตลุด ร้อยเวรเข้ามาแจ้งว่าใจเด็ดกับสรนุชออกจากห้องขังได้แล้ว สองสาวถึงได้หยุดตีกัน ร้อยเวรไขประตูห้องขังปล่อยใจเด็ดกับสรนุชออกมา ช่อผกาจะตามแต่ร้อยเวรปิดประตูเสียก่อน

“มีคนมาประกันตัวเราหรือคะ คุณตำรวจ”

“ใช่...นายกฯโชคชัยน่ะ แล้วอีกอย่างห้องขังมันเต็มเลยต้องปล่อยตัวคุณสองคนไปก่อน”

ช่อผกางง ไม่เห็นห้องขังจะเต็มตรงไหน แต่พอเห็นสารวัตรคุมตัว ผู้พันชาญณรงค์ เกริกไกร สุบิน ภิรมย์กับสมหญิง และณวัตเข้ามา ช่อผกาหมดข้อสงสัย ใจเด็ดอดถามสารวัตรไม่ได้ว่าพวกนี้โดนข้อหาอะไรกัน

“ทะเลาะวิวาท...เฮ่อ...อายุขนาดนี้แล้วยังเล่นกันเป็นเด็กๆ...ไป เข้าไปสงบสติอารมณ์กันสักคืนแล้วกัน” สารวัตรต้อนทุกคนเข้าห้องขัง ณวัตรีบเข้ามาเกาะลูกกรง อ้อนสรนุชช่วยประกันตัวให้ด้วย

“อย่านะนุช แกคิดดูสิว่าขนาดแกโดนจับทั้งคืน มันมาประกันตัวแกไหม” สุบินตะโกนแทรก ณวัตไม่พอใจสั่งให้สุบินหุบปากเน่าๆได้แล้ว สุบินว่าจะพูดใครจะทำไม แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ณวัตอย่างท้าทาย สารวัตรเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปแยกสองหนุ่มออกจากกัน ก่อนจะเกิดตะลุมบอนกันอีก...

ไม่นานนักหลังจากนั้น โชคชัย สรนุชกับใจเด็ดเดินลงจากโรงพัก โชคชัยขอโทษสรนุชด้วยที่ไม่ได้มาประกันตัวเธอตั้งแต่เมื่อคืนเพราะคิดว่าแฟนของเธอจะจัดการเรื่องนี้เอง

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่นี้นุชก็ไม่รู้จะขอบคุณนายกฯยังไงแล้ว ขืนให้นอนอีกคืนนุชคงต้องเป็นไข้เลือดออกตายแน่”

ใจเด็ดรู้สึกว่าเป็นส่วนเกิน จะเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง โชคชัยอาสาจะไปส่งเขาที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่อยากรบกวนนายกฯไปมากกว่านี้” ใจเด็ดมองสรนุชที่คอยหลบสายตาก่อนเดินจากไป

ooooooo

วันรุ่งขึ้นใจเด็ดถูกปศุสัตว์จังหวัดเรียกตัวเข้าพบ รูปถ่ายรถไถของตาแมงที่ถูกเผาเหลือแต่ซากที่ชิดชัยส่งไปร้องเรียนพ่นพิษใส่ใจเด็ดอย่างจัง ปศุสัตว์จังหวัดเชื่อตามคำร้องเรียนว่าเขาเป็นคนทำ ใจเด็ดพยายามอธิบายว่าไม่เกี่ยวข้องด้วย ปศุสัตว์จังหวัดไม่สนใจสั่งให้เขาไปเขียนรายงานมา

“ผมไม่ได้ทำ แล้วจะให้ผมเขียนรายงานได้ยังไงครับท่าน”

“ฉันสั่งให้ไปเขียนมาไง แล้วฉันจะบอกนายไว้อีกอย่าง ต่อไปนี้ ห้ามนายเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกคาบาตี้อีก”

ใจเด็ดต้องรับคำอย่างไม่ค่อยเต็มใจ...

สายวันเดียวกัน เกริกไกร สุบิน ภิรมย์ และสมหญิงกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์หลังจากต้องนอนในห้องขังกันมาทั้งคืน เป็นจังหวะเดียวกับใจเด็ดในชุดข้าราชการกลับเข้ามาพอดี พอรู้ว่าใจเด็ดไปพบปศุสัตว์จังหวัด ต่างรุมล้อมถามกันใหญ่ว่าถูกเรียกเรื่องอะไร

“มีคนร้องเรียนว่าที่รถไถของตาแมงถูกเผาเป็นฝีมือเรา”

“แล้วเขาว่ายังไงอีกครับ” สุบินซัก มองหน้าใจเด็ดอย่างรอคำตอบ

“ห้ามพวกเรายุ่งกับพวกคาบาตี้อีก ไม่อย่างนั้น สถานีนี้อาจจะโดนยุบ” ใจเด็ดหน้าเครียด พลอยทำให้เหล่ากระบือบาลคนอื่นๆเครียดไปด้วย สุบินคิดถึงสรนุชขึ้นมาทันที...

ในเวลาต่อมา ขณะสรนุชกำลังคุยกับชิดชัยเรื่องที่ประกันยอมจ่ายค่ารถไถให้ตาแมงอยู่ในห้องทำงานของเธอ สุบินตามมาเอาเรื่องสรนุชที่ร้องเรียนปศุสัตว์จังหวัดให้เอาผิดใจเด็ดว่าเป็นคนเผารถไถตาแมง

“นุช...ฉันไม่รู้ว่าแกเกลียดคุณใจเด็ดมาแต่ชาติปางไหนนะ...แต่ฉันยืนยันได้ว่าคุณใจเด็ดเขาไม่ได้เป็นคนเลว แล้วก็ไม่ได้เป็นคนเผาอย่างที่แกคิด”

“บิน...ฉันไม่ได้ร้องเรียนเรื่องนี้กับใคร”

“ไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร...มันต้องเป็นคนของคาบาตี้นี่แหละ” สุบินกับสรนุชพร้อมใจกันมองหน้าชิดชัยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อดีต ผจก.ถึงกับสะดุ้ง ปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่รู้เรื่อง สรนุชเห็นชิดชัยร้อนตัว ยิ่งสงสัยต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆหันกลับมามองอีกทีสุบินเดินลิ่วออกไปแล้ว เธอรีบวิ่งตามเขาจนทันกันหน้าบริษัท

“บิน...เขาจะยุบสถานีฯจริงๆเหรอ”

“ก็เออดิ...นุช...ฉันถามแกจริงๆเถอะ แกเชื่อหรือเปล่าว่าคุณใจเด็ดเป็นคนเผารถแก...อย่าเพิ่งตอบ แกถามหัวใจแกดีๆ แล้วแกค่อยบอกฉัน”

สรนุชลองทำตามที่สุบินแนะ แล้วตอบว่าไม่เชื่อ สุบินยิ้มออก ถ้าสรนุชไม่เชื่อว่าใจเด็ดเป็นคนทำ ก็ควรจะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง สรนุชเกี่ยงทำไมใจเด็ดไม่เป็นฝ่ายมาคุยกับเธอเอง

“นี่ไงๆ...ไอ้ทิฐิของแกนี่ไงที่ทำให้เรื่องบานปลายใหญ่โตเลยเถิดมาถึงขนาดนี้ นุช...ฉันคงไปบังคับอะไรแกไม่ได้ แต่แกคิดดูดีๆแล้วกันว่าแกจะแก้ปัญหานี่ยังไง” คำแนะนำของสุบินทำให้สรนุชถึงกับนิ่งไป...

ตั้งแต่ช่อผกาออกจากห้องขัง เปลี่ยนไปคนละคน นุ่งขาวห่มขาวเดินจงกรม จิตมั่นอยู่ในศีลเพื่อให้หมดทุกข์หมดเคราะห์ ชาญณรงค์ซึ้งใจที่ลูกกตัญญูบำเพ็ญภาวนาให้ตนเองถึงกับน้ำตาซึม

“เปล่าค่ะ...หนูทำให้พี่ใจเด็ด” ช่อผกาเสียงดังฟังชัด ผู้พันชาญณรงค์อยากบีบคอลูกสาวให้รู้แล้วรู้รอด

ooooooo

ที่ห้องพักของสรนุช อรอนงค์เหลือบมองนาฬิกา เห็นบอกเวลาสองทุ่ม ชักเป็นกังวลที่สรนุชหายไป จังหวะนั้น มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น อรอนงค์ดีใจคิดว่าเพื่อนกลับมารีบเปิดรับ ต้องตกใจที่เห็นณวัตยืนอยู่ รีบบอกว่าสรนุชยังไม่กลับ ไม่รู้หายไปไหน ณวัตไม่พอใจ คิดว่าอรอนงค์ปกปิดความจริง

“คุณวัตคะ อรไม่ทราบจริงๆว่านุชไปไหน ถ้านุชกลับมาอรจะบอกว่าคุณวัตมาหาแล้วกันค่ะ ขอโทษนะคะ” อรอนงค์พูดจบทำท่าจะปิดประตูห้อง ณวัตเอามือดันไว้ แล้วแทรกตัวเข้ามาข้างใน อรอนงค์หน้าตื่นถอยกรูด ณวัตนึกสนุกแกล้งทำหน้าหื่นเดินเข้าหา อรอนงค์ตาเหลือกคิดว่าณวัตจะทำมิดีมิร้ายกรีดร้องลั่น

“อย่าเข้ามานะ...ออกไปๆๆ...ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย”

ณวัตกลัวใครจะมาได้ยินเสียงร้องรีบปิดประตูห้อง ยิ่งทำให้หญิงสาวสติแตก วิ่งหนีไปรอบห้อง ณวัตพยายามจะอธิบายว่าล้อเล่น แต่อรอนงค์ไม่ฟัง เอาแต่ร้องกรี๊ดๆ ณวัตวิ่งไล่จับจะให้หยุดร้อง อรอนงค์ยิ่งวิ่งหนีจนสะดุดล้มลงบนเตียง ณวัตกระโดดตะครุบ เธอยกเข่าขึ้นป้องกันตัวเอง โดนจุดยุทธศาสตร์ณวัตเข้าเต็มๆถึงกับจุกหน้าเขียว อรอนงค์สบช่องวิ่งหนีเข้าห้องน้ำล็อกประตูแน่นหนา ณวัตตั้งหลักได้วิ่งตามไปทุบประตู

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้...ถ้าเธอพูดเรื่องนี้ให้ยัยนุชฟังล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน” ณวัตเตะประตูด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะเดินกะเผลกๆออกไป ปล่อยให้อรอนงค์นั่งตัวสั่นอยู่ในห้องน้ำคนเดียว...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สรนุชตัดสินใจจะไปคุยปรับความเข้าใจกับใจเด็ด ด้วยความช่วยเหลือของสุบิน ใจเด็ดยอมเดินตามเขามาหน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ แต่พอเจอหน้าสรนุช ใจเด็ดหันหลังจะกลับ สรนุชเข้าไปดักหน้าขอคุยด้วย ใจเด็ดไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ แถมไล่เธอกลับ

“ฉันไม่กลับจนกว่านายจะฟังฉัน...ฉันรู้เรื่องที่นายโดนสอบทางวินัย”

ใจเด็ดไม่สนใจ เดินเข้าสถานีฯ สุบินขอร้องให้สรนุชกลับไปก่อน ดูท่าคราวนี้ใจเด็ดคงจะโกรธเธอจริงๆ

สรนุชจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเขาจะยอมคุยกับเธอ สุบินเห็นใจเพื่อนรัก วิ่งตามไปขอร้องใจเด็ดให้ฟังสรนุชพูดก่อน ใจเด็ดยืนยันเสียงแข็งไม่มีอะไรต้องคุย วานสุบินช่วยบอกให้เธอกลับไปเสีย

ไม่รู้ว่าฟ้ากลั่นแกล้งหรือเป็นใจกันแน่ ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก สรนุชยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน จากสี่ทุ่มยันเที่ยงคืน ฝนยังคงตกไม่หยุด สรนุชเริ่มหมดแรง ทั้งหนาวทั้งเปียก ทันใดนั้น มีร่มคันหนึ่งยื่นเข้ามาบังฝนให้ หญิงสาวเงยหน้ามอง ยิ้มดีใจที่เห็นใจเด็ดยืนกางร่มให้ ใจเด็ดไม่พูดไม่จาดึงสรนุชให้ขึ้นรถของเธอเอง แล้วจะปิดประตู สรนุชดันประตูไว้ไม่ยอม ใจเด็ดก็ไม่ยอมให้เธอลงมาเช่นกัน เธอเลยต้องไขกระจกรถลงมาคุยด้วย

“ฉันเชื่อว่านายไม่ได้เป็นคนเผารถไถ...แล้วทำไมนายไม่เชื่อฉันบ้างว่าฉันไม่ได้เป็นคนใส่ร้ายนาย”

“เพื่ออะไร?...คุณพูดอย่างนี้เพื่ออะไร?”

“นายรักควายมากขนาดนี้เลยหรือ มันมากพอที่จะทำให้ฉันเป็นคนเลวในสายตาของนายใช่ไหม...ฉันไม่ได้อยากให้สถานีฯของนายถูกยุบ” คำพูดของสรนุชทำให้ใจเด็ดอ่อนลง ทั้งสองมองสบตากันเนิ่นนานจนทำให้ความรักที่เก็บซ่อนอยู่ลึกสุดของหัวใจของทั้งคู่ค่อยๆ เผยออกมา โลกทั้งใบราวกับจะหยุดหมุน

ใบหน้าของใจเด็ดค่อยโน้มเข้าหาสรนุช แต่แล้วอารมณ์โรแมนติกกลับมลายสิ้น เมื่อสรนุชเผลอไปโดนพวงมาลัยรถทำให้แตรดังสนั่น ทั้งคู่ได้สติรีบผละจากกัน ใจเด็ดขอร้องสรนุชอย่าทำอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้อีกเลย

“นายหมายความว่าไง”

“คุณก็รู้ว่าเราสองคนเหมือนอยู่คนละโลก” ใจเด็ดพูดจบ เดินจากไป สรนุชเสียใจมากซบหน้ากับพวงมาลัยรถอย่างหมดเรี่ยวแรง เสียงแตรดังยาว ทำให้ใจเด็ดชะงัก แต่ไม่ยอมหันกลับไปมอง ตัดสินใจเดินต่อไป แม้ใจจะเจ็บสักเพียงใด...

ภายในโรงแรมที่สรนุชพัก อรอนงค์ไม่กล้าอยู่ในห้องคนเดียวยังหวาดผวาณวัตไม่หาย ลงมานั่งที่ล็อบบี้ตั้งแต่สองทุ่มกว่าจนเกือบตีหนึ่ง สรนุชถึงได้

เดินตัวเปียกปอนเข้ามา อรอนงค์ปราดเข้าไปถามว่าหายไปไหนมา

“ไม่มีอะไรหรอก รถฉันเสียระหว่างทางน่ะ แล้วแกล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก”

อรอนงค์ยังไม่ทันจะตอบ ณวัตปรี่เข้ามาต่อว่าสรนุช ไปไหนมาทำไมถึงกลับเอาป่านนี้ สรนุชไม่พอใจ เธอจะไปไหนมันเรื่องของเธอ เขาเกี่ยวอะไรด้วย

“เรื่องของนุชที่มีไอ้บ้านนอกหรือไอ้เด็กเลี้ยงควายแสดงนำล่ะ” ณวัตแดกดัน

“ก็ทั้งสองคนนั่นแหละ...ไง พอใจหรือยัง ถ้าพอใจแล้วก็อย่ามายุ่งกับผู้หญิงหลายใจอย่างนุชเลย” สรนุชว่าแล้วเดินกลับห้องพัก อรอนงค์เห็นณวัตจ้องมาทางตน ใจไม่ดีรีบวิ่งตามสรนุช

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้น ใจเด็ดรีบวิ่งมาที่ต้นไม้ต้นใหญ่หน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เมื่อรู้จากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของที่นี่ว่า ยายนุ้ยจะมาผูกคอตายที่นั่น สั่งให้เกริกไกร สุบินกับสมหญิงช่วยกันอุ้มยายนุ้ยลงมา ยายนุ้ยร้องไห้ฟูมฟายเข้ามาเกาะขาใจเด็ดขอร้องให้ช่วยตนด้วย ผู้พันชาญณรงค์จะยึดที่นาของตนไป

“ใจเย็นๆนะยาย ผู้พันยึดนายายได้ยังไง”

“ยายแกไม่ได้ส่งค่างวดให้ผู้พันสามงวดน่ะครับหัวหน้า แต่พอหลานแกทำงานได้เงินมาก็ส่งมาให้ยาย แต่พอยายเอาเงินไปให้ผู้พัน...ผู้พันก็บอกว่าตอนนี้นาของยายเป็นของผู้พันแล้ว เพราะยายขาดส่งมาหลายงวด” เจ้าหน้าที่เล่าเป็นฉากๆ ยายนุ้ยขอร้องใจเด็ดช่วยแกด้วย ถ้าไม่มีนาผืนนี้ แกก็ไม่อยากอยู่เป็นผู้เป็นคนอีกต่อไป

“ยาย...ทำใจดีๆนะยาย...หัวหน้าต้องช่วยยายได้แน่...หัวหน้าครับ...หัวหน้าช่วยยายแกด้วยนะครับ ยายแกไม่ใช่รายแรกที่โดนผู้พันทำอย่างนี้ ในละแวกนั้นทั้งหมดก็โดนผู้พันยึดที่นาไปหมดแล้วครับ...หัวหน้าต้องห้ามไม่ให้ผู้พันทำอย่างนี้นะครับ” เจ้าหน้าที่อ้อนวอน ใจเด็ดเลือดขึ้นหน้า จะไปเอาเรื่องผู้พันชาญณรงค์

สุบินขอร้องใจเด็ดใจเย็นๆก่อน กำลังโดนทัณฑ์บนอยู่ ขืนไปมีเรื่องอีกครั้งคงถูกเล่นงานยับแน่ๆ ใจเด็ดไม่สน จะปล่อยให้ชาวบ้านตายทั้งเป็นแบบนี้ไม่ได้ จํ้าพรวดๆออกไป สุบินเป็นห่วงรีบวิ่งตาม...

ครู่ต่อมา ใจเด็ดกับสุบินมาถึงบ้านผู้พันชาญณรงค์ แต่ผู้พันไม่อยู่ เจอช่อผกานุ่งขาวห่มขาว เดินสำรวมเข้ามาทักทายพูดจาภาษาดอกไม้ด้วย สุบินไม่วายแขวะว่าถูกผีแม่ชีเข้าสิงหรือ

“ไม่ใช่หรอกจ้ะ ตอนนี้ฉันกำลังบำเพ็ญภาวนาให้พี่ใจเด็ด...ขอให้บุญกุศลของฉันในครั้งนี้ ส่งผลให้พี่ใจเด็ดหมดเคราะห์หมดโศกน่ะจ้ะ” ช่อผกาเสียงอ่อนเสียงหวาน

“ขอบใจนะผกา...แต่ตอนนี้พี่อยากรู้ว่าพ่อผกาอยู่ไหน” ใจเด็ดหน้าเครียดจนช่อผกาอดหวั่นใจไม่ได้

ooooooo

คนที่ใจเด็ดตามหาตัวกำลังชี้ชวนให้ณวัตดูที่ดินที่ยึดได้จากยายนุ้ย ณวัตอยากรู้ที่แปลงติดกันเป็นของใคร ผู้พันชาญณรงค์เตรียมจะยึดที่แปลงนั้นแล้ว เพียงแต่ต้องรออีกหน่อย ไม่อยากทำอะไรประเจิดประเจ้อ เดี๋ยวผู้คนจะสงสัย ระหว่างนั้น ใจเด็ดขับรถพุ่งเข้าใส่กลุ่มของณวัตจนแตกกระเจิงไปคนละทิศทาง แล้วลงจากรถปรี่เข้าหาผู้พันชาญณรงค์กับณวัตอย่างเอาเรื่อง

“ผู้พันเที่ยวไปยึดที่นาชาวบ้านแบบนี้ มันไม่ใจดำไปหน่อยหรือ”

“ใช่...เขาแค่ขาดส่งไม่กี่งวด ทำอย่างนี้เขาเรียกว่าโกงกันหน้าด้านๆ” สุบินด่าไม่ยั้ง ณวัตอ้างว่าทำตามสัญญาที่มีอยู่ จะผิดได้อย่างไร ใจเด็ดมองหน้าณวัต รู้สึกได้ทันทีว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าผู้พันจะเอาที่ของชาวหนองระบือไปทำอะไร หรือว่าผู้พันกำลังสมคบคิดกับใคร แต่ผมขอบอกไว้เลยว่า ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหน เอาที่ดินของชาวบ้าน เอาที่ดินของบรรพบุรุษไปจากชาวหนองระบือเด็ดขาด” ใจเด็ดเสียงเข้ม

“เหรอ...แล้วแกจะทำยังไง...บอกมาเลยว่าจะทำยังไง” ผู้พันชาญณรงค์มองหน้าท้าทาย

“คอยดูก็แล้วกัน...ผมจะทำทุกวิถีทางที่จะขัดขวางไอ้คนที่จะเอาที่พวกเรา” ใจเด็ดจ้องหน้าณวัตเขม็ง...

บริเวณถนนสายเปลี่ยวนอกหมู่บ้านหนองระบือ ณวัตเจ็บใจที่โดนใจเด็ดมาข่มขู่ สั่งให้ชิดชัยหาทางกำจัดใจเด็ดให้พ้นทาง ชิดชัยเสียงอ่อย เรื่องฆ่าคนเขาไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ ณวัตไม่ได้ให้ไปฆ่าใจเด็ดสักหน่อย

“ไม่ฆ่ามัน...แล้วฆ่าใครครับ” ชิดชัยมองณวัต

อย่างรอคำตอบ ณวัตไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเหี้ยม...

ด้านอรอนงค์ทนเก็บความลับคับอกเรื่องณวัตต่อไปไม่ไหว โทร.นัดเกริกไกรมาพบที่ริมนํ้า หวังจะ

ระบายเรื่องนี้ให้เขาฟัง แต่พอเจอหน้ากัน เธอกลับไม่กล้าเล่า

“เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ อรแค่คิดถึงบ้าน แล้วหมอจะอยู่เป็นเพื่อนอรได้ไหมคะ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ ในเมื่อคุณอรเป็นคนสำคัญที่สุดของผม” คำพูดหวานๆของเกริกไกร ทำให้อรอนงค์สบายใจขึ้นเล็กๆ ก่อนจะกลับไปเครียดเหมือนเดิม เกริกไกรมองสงสัย เกิดอะไรขึ้นกับหญิงคนรักกันแน่...

ดึกวันเดียวกัน สุบินอยากช่วยพวกกระบือบาล เพื่อตอบแทนที่ให้ที่อยู่ที่กินกับเขา คว้าไฟฉายออกเดินสำรวจรอบสถานีฯ ขณะสุบินเดินอยู่แถวคอกควาย เห็นเงาของใครบางคนตะคุ่มๆตะโกนขู่

“ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ...ออกมาเว้ย...ถ้าไม่ออกฉันยิงจริงๆด้วย”

“อย่ายิงครับ...อย่ายิง ผมเองครับ ภิรมย์”

“โธ่...ตกใจหมด แล้วมาทำอะไรดึกๆป่านนี้”

ภิรมย์ได้รับคำสั่งจากใจเด็ดให้มาตรวจแถวคอกควายบ่อยๆ เกรงจะมีคนไม่หวังดีมาทำร้ายพวกมัน ภิรมย์เองก็อยากรู้เหมือนกันว่าสุบินมาทำอะไรแถวนี้ สุบินเห็นทุกคนเหน็ดเหนื่อย เลยอยากแบ่งเบาภาระบ้าง แล้วบอกให้ภิรมย์ไปนอนได้แล้ว เดี๋ยวเขาจะเดินตรวจแถวนี้ให้เอง...

เป็นอย่างที่ใจเด็ดหวั่นใจ ชิดชัยกับลูกน้องคนสนิทสวมหน้ากากไอ้โม่งอำพรางใบหน้า รอจนปลอดคนแอบมาที่คอกควาย เอาฟางสดโรยยาเบื่อให้ควายกิน

ooooooo

ตอนที่ 11

ใจเด็ดไม่อยากให้สรนุชเข้าใจตนเองผิดๆ รีบมาหาที่ห้องพักเพื่อจะเคลียร์ตัวเอง แต่กลับพบว่าสรนุชแจ้งความเอาผิดเขาไว้แล้ว ตำรวจเชิญใจเด็ดไปให้ปากคำที่โรงพัก โดยมีสรนุชกับอรอนงค์ในฐานะเจ้าทุกข์ตามไปด้วย ใจเด็ดปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและไม่ยอมสารภาพในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ทำ สรนุชโกรธที่ใจเด็ดทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด ไม่อยากเสวนาด้วย พูดผ่านร้อยเวรตลอดทั้งๆที่นั่งอยู่ติดกัน ร้อยเวรเหลืออดตวาดลั่น

“เว้ย...ก็นั่งกันอยู่แค่นี้ ทำไมไม่คุยกันเองละครับ”

ทั้งสรนุชและใจเด็ดมองหน้ากันก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปคนละทาง โชคชัยได้ข่าวสรนุชโดนปาขี้ควายใส่ รีบตามมาดูด้วยความเป็นห่วง เห็นหน้าใจเด็ดก็ต่อว่าต่อขานเป็นการใหญ่

“นี่นายกฯก็คิดว่าผมเป็นคนทำหรือ...อ้อ...ลืมไป ตอนนี้นายกฯได้ตำแหน่งองครักษ์พิทักษ์รถไถอีกตำแหน่งหนึ่งแล้วนี่” ใจเด็ดว่าประชด โชคชัยโกรธเข้าไปกระชากคอเสื้อใจเด็ดอย่างเอาเรื่อง ด่าใส่หน้าว่าทำแบบนี้ไม่สมกับเป็นลูกผู้ชาย ร้อยเวรเห็นท่าไม่ดีรีบแยกใจเด็ดออกห่าง ขณะที่สรนุชกับอรอนงค์ช่วยกันดึงตัวโชคชัยไว้

“แล้วเท่าที่นายกฯรู้จักผมมา...ผมเป็นคนอย่างนั้นหรือเปล่า” ใจเด็ดว่าพลางจ้องตาโชคชัยเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง เนื่องจากตำรวจไม่มีหลักฐานเพียงพอ ใจเด็ดจึงไม่ถูกดำเนินคดี...

ทันทีที่เจนจิรารู้ข่าวว่าใจเด็ดถูกตำรวจเชิญตัวมาสอบปากคำ รีบตามมาที่โรงพัก เห็นสรนุชกับอรอนงค์ อยู่ที่นั่นด้วย เดาได้ไม่ยากยัยแม่มดรถไถต้องเป็นคนแจ้งจับใจเด็ด ปรี่จะเข้าหา ใจเด็ดต้องขวางไว้ โชคชัยกันตัวสรนุชแยกไปอีกทางหนึ่งโดยมีอรอนงค์รีบเดินตาม ใจเด็ดเห็นภาพโชคชัยประคองสรนุชยิ่งปวดใจ...

ไม่นานนัก โชคชัยพาสรนุชกับอรอนงค์มาส่งที่หน้าออฟฟิศ สรนุชขอบคุณเขามากที่เป็นธุระจัดการทุกอย่างให้ โชคชัยกลับขอโทษสรนุชที่เขาเป็นถึงนายกอบต. แต่ปล่อยให้เธอถูกคนลอบเอาขี้ควายปาใส่ ถือว่าเขาบกพร่องต่อหน้าที่ สรนุชไม่อยากให้โชคชัยโทษตัวเอง

“คุณนุชครับ...ผมขอสัญญาว่าต่อไปนี้ ผมจะปกป้องดูแลคุณนุชให้ดีกว่านี้ ผมกลับก่อนนะครับ”

สรนุชมองตามโชคชัยไปจนลับสายตาแล้วขยับจะเข้าข้างใน อรอนงค์ดึงมือเธอไว้ ถามว่าแน่ใจแล้วหรือที่แจ้งตำรวจจับใจเด็ด สรนุชจะไม่ยอมปล่อยให้คนชั่วลอยนวลเด็ดขาด และที่สำคัญ ถ้าชาวบ้านได้ยินเรื่องนี้รับรองว่าใจเด็ดต้องถูกกลบมิดดินไม่ได้ผุดได้เกิด เธอจะพลิกวิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาส

“ในเมื่อพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ แล้วทำไมโอกาสจะพลิกเป็นวิกฤติไม่ได้...แกลองคิดดูถ้าตำรวจพิสูจน์ออกมาว่าไม่ใช่ฝีมือของคุณใจเด็ด ชาวบ้านก็ต้องคิดว่าเราใส่ร้ายคุณใจเด็ดแน่ๆ”

“เป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ฝีมือนายนั่นแล้วจะเป็นแมวตัวไหน” สรนุชยิ่งพูดยิ่งแค้นใจ

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน บนถนนสายเปลี่ยวนอกหมู่บ้าน ชิดชัยยื่นเงินค่าจ้างให้กับชายวัยรุ่นคนหนึ่ง แล้วกำชับให้ช่วงนี้ทำตัวเงียบๆเข้าไว้ ชายวัยรุ่นรีบยัดเงินใส่กระเป๋า ถ้าชิดชัยมีงานง่ายๆแบบนี้อีก เรียกใช้เขาได้ทุกเวลา

“เออ...ไปได้แล้ว อย่าลืมล่ะว่าแกไม่รู้จักฉัน”

ชายวัยรุ่นพยักหน้ารับคำ มองซ้ายมองขวาก่อนจะก้าวฉับๆ จากไป ลูกน้องคนสนิทของชิดชัยชมเปาะว่า ลูกพี่สุดยอดมาก งานนี้ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งหลายตัว แล้วหลังจากนี้ลูกพี่จะทำอย่างไรต่อ

“ตีเหล็กมันต้องตีตอนร้อนสิวะ” ชิดชัยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที...

ขณะที่แผนใส่ร้ายใจเด็ดของชิดชัยสำเร็จด้วยดี สุบินซึ่งอยู่ที่เรือนรับรองภายในสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์กำลังคุยโทรศัพท์กับผู้จัดละครว่าได้พล็อตเรื่องเพิ่มเติม โดยเอาเหตุการณ์ปาขี้ควายมาใส่ในละครด้วย ผู้จัดละครชอบใจมาก สั่งให้ส่งบทมาเร็วๆ สุบินได้ยินเสียงเหมือนมีคนมา ชะโงกหน้าออกไปดู เห็นเจนจิราเดินหน้าเครียดขึ้นมาบนเรือนรับรอง รีบบอกผู้จัดละครว่า มีธุระด่วนต้องทำ แล้วจะติดต่อกลับไป ก่อนจะวางสาย

เป็นจังหวะเดียวกับเจนจิราเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี หญิงสาวนิ่วหน้าสงสัยสุบินคุยกับใครอยู่ สุบินอ้างว่าเวลาคิดบทละครชอบพูดคนเดียว

“คิดบท?...แล้วไอ้เรื่องที่ฉันให้เปลี่ยนผ้าปูที่นอนเรือนรับรองทั้งหมดเสร็จหรือยัง”

“ยัง...เพราะฉันไม่เชื่อว่าไอ้การปูที่นอนมันเกี่ยวกับข้อมูลควายที่ฉันอยากรู้”

เจนจิราไม่สนจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว ถ้าสุบินไม่ยอมทำ เธอจะไปบอกใจเด็ดว่าเขาไม่ผ่านการทดสอบ สุบินเห็นเจนจิราท่าทางเอาจริง จำต้องยอมทำตามที่เธอสั่ง

สักพัก สมหญิงเข้ามาถามเจนจิราว่าจะฝากซื้อของอะไรหรือเปล่าใจเด็ดจะไปตลาด แล้วเหลือบไปเห็นสุบินกำลังขะมักเขม้นเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ชมว่าขยันจริงๆ บ้านรับรองพวกนี้ไม่ค่อยมีคนมาพักยังอุตส่าห์ช่วยเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ สุบินโกรธจัดที่ถูกหลอกให้ทำเรื่องไร้สาระ ตำหนิเจนจิราทำอย่างนี้มันมากเกินไปแล้ว

“ไม่หรอก...ถ้าเทียบกับสิ่งที่นายกับพวกเพื่อนนายทำ...ตอนนี้ฉันยังเชื่อว่านายคือสายลับคาบาตี้ ฝากไปบอกเพื่อนนายด้วยว่าแผนใส่ร้ายหัวหน้าน่ะ...มันเลวมาก” เจนจิราด่าจบ เดินกระแทกเท้าออกไป

ooooooo

ระหว่างที่ใจเด็ดกำลังซื้อข้าวสารอาหารแห้งอยู่ที่ร้านขายของชำในตลาด ได้ยินแม่ค้าขายผักซุบซิบนินทากับเจ๊เจ้าของร้านขายของชำว่าเขาต่อสู้ขัดขืนหนีการจับกุมของตำรวจในคดีปาขี้ควายใส่สรนุชถึงได้มาเดินลอยชายอยู่แถวนี้ ใจเด็ดทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว รีบอธิบายให้ทุกคนฟังว่า

“ผมไม่ได้ต่อสู้การจับกุม ผมไม่ได้ทำอะไรผิด...ตำรวจเขาก็เลยปล่อยผมมา”

“เห็นไหม...ฉันบอกแล้วว่าหัวหน้าไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย” แม่ค้าขายผักหันไปบอกเจ๊

“นั่นน่ะสิ...หัวหน้าอย่าโกรธพวกเราเลยนะ พวกเราได้ยินคนอื่นเขาพูดมาอย่างนั้น” เจ๊เสียงอ่อนเสียงหวาน แต่พอใจเด็ดขึ้นรถขับออกไป เจ๊หันไปนินทากับเฮียผัวของเธอทันที

“โอ๊ย...ใครจะไปเชื่อ ฉันว่าต้องเป็นฝีมือของหัวหน้านั่นแหละ ผู้หญิงเขาไม่รับรักก็เลยแค้นไง”

ทุกคนพยักพเยิดเห็นด้วย แล้วจับกลุ่มนินทาใจเด็ดอย่างมันปากกันต่อไป...

ทางด้านใจเด็ดขับรถออกจากตลาดกำลังจะเลี้ยวขึ้นถนนใหญ่ ต้องชะงักเมื่อเห็นคนขี่จักรยานผ่านหน้ารถใส่เสื้อที่เขาซื้อให้สรนุช ใจเด็ดรีบเบนรถจอดข้างทาง ตะโกนเรียกให้หยุดก่อน แต่คนขี่จักรยานเลี้ยวเข้าซอยไปเสียก่อน ใจเด็ดยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งตาม...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สรนุชกับอรอนงค์เพิ่งเสร็จงาน ขณะอรอนงค์กำลังควานหากุญแจจะล็อกประตูทางเข้า

บริษัท สรนุชเห็นคนขี่จักรยานใส่เสื้อที่ใจเด็ดซื้อให้เธอผ่านหน้าไป นึกขึ้นได้ว่าวันนั้นเธอกับใจเด็ดออกจากป่าลืมเสื้อตัวนี้ทิ้งไว้ นึกเสียดายขึ้นมา บอกให้อรอนงค์ไปเจอกันที่ห้องพัก แล้วรีบวิ่งตามคนขี่จักรยาน

ไม่นานนัก สรนุชวิ่งมาถึงริมนํ้า เห็นคนขี่จักรยานนั่งทอดอารมณ์ชมจันทร์อยู่ รีบวิ่งเข้าไปหา คนขี่จักรยานซึ่งเป็นคนหาของป่าหันมาเห็นสรนุชยืนหอบพร้อมกับชี้โบ๊ชี้เบ๊มาที่ตนเอง เข้าใจผิดคิดว่าจะขอซื้อมะไฟที่อยู่ในกระสอบ สรนุชส่ายหน้า ไม่ได้ต้องการมะไฟ แต่อยากได้เสื้อของเธอคืน คนหาของป่าไม่ให้ อ้างว่าเจอเสื้อตัวนี้ทิ้งอยู่ในป่า ใครเจอก็ต้องเป็นของคนนั้น แล้วคว้ากระสอบใส่มะไฟจะเดินหนี

“ฉันให้พันหนึ่ง...ขายเสื้อตัวนี้ให้ฉันแล้วกัน”

สรนุชต่อรอง

คนขายของป่าเห็นสรนุชอยากได้เสื้อมากเลยโก่งราคา สรนุชจำต้องให้เงินตามที่คนหาของป่าต้องการ...

ฝ่ายใจเด็ดคลาดกับคนหาของป่า กำลังจะกลับไปที่รถ แต่เหยียบเข้ากับลูกมะไฟเสียก่อน นึกถึงตอนที่เจอคนหาของป่าขี่จักรยานผ่านหน้ารถของเขา จำได้ว่าคนขายของป่าถือถุงกระสอบขาดๆใบหนึ่งอยู่ในมือ ตัดสินใจวิ่งตามมะไฟที่ร่วงตามพื้นมาจนถึงริมนํ้า ต้องแปลกใจที่เจอสรนุชนั่งมองเสื้อที่เขาให้ สรนุชหันมาเห็นใจเด็ดก็แปลกใจเช่นกัน ทำไมเขามาอยู่ตรงนี้ หรือว่าจะหาอะไรมาลอบทำร้ายเธออีก

“ผมไม่ได้ตามคุณมา...ผมมาตามเสื้อของผม...ขอเสื้อให้ผมด้วย”

“นายเป็นคนประเภทไหนเนี่ย ให้เขาแล้วจะมาทวงคืนได้ไง” สรนุชต่อว่าเสร็จเอาเสื้อไปซ่อนไว้ข้างหลัง

ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าหา สรนุชถอยกรูดจะหงายหลังตกนํ้า ใจเด็ดรีบคว้าตัวเธอไว้ได้ทัน ใบหน้าทั้งคู่เกือบชนกัน ต่างคนต่างตะลึงงัน ใจเด็ดได้สติก่อน ถอยหนีพร้อมกับดึงเสื้อในมือสรนุชไปด้วย หญิงสาวไม่ยอมให้ ยื้อไว้สุดฤทธิ์ ยื้อกันไปยื้อกันมาเสื้อขาดแควก ใจเด็ดตกใจรีบปล่อยมือขณะที่สรนุชมองเสื้อนํ้าตาคลอ

“นายอยากได้มันคืนมากใช่ไหม” สรนุชปาเสื้อใส่หน้าใจเด็ด แล้วผละจากไปด้วยความเสียใจ...

ใจเด็ดเองก็เสียใจไม่ต่างจากสรนุช นำเสื้อตัวนั้นกลับมาแอบซ่อมที่บ้านพักไม่ให้เกริกไกรเห็น เขานั่งเย็บตะเข็บใหม่อย่างตั้งใจ แต่ด้วยความที่เย็บผ้าไม่เป็นถูกเข็มทิ่มจนนิ้วเยินไปหมด แต่ยังแข็งใจเย็บจนเสร็จ

ooooooo

สรนุชกับอรอนงค์ประหลาดใจที่เช้านี้มีลูกค้ามาที่บริษัทรถไถกันหนาตา สรนุชรีบแจกโบรชัวร์ให้ลูกค้า พร้อมกับยื่นข้อเสนอพิเศษให้ พวกนั้นไม่สนใจกลับสอบถามเธอถึงเหตุการณ์ที่โดนขี้ควายปาใส่ ลูกค้าบางรายถามตรงๆเลยว่าใจเด็ดเป็นคนทำหรือเปล่า สรนุชตอบไม่ได้ เกรงจะเสียรูปคดี แล้วชักชวนลูกค้าให้หันมาสนใจรถไถ แต่พวกนั้นอยากรู้เรื่องที่เธอโดนขี้ควายปาใส่มากกว่า สรนุชเหลืออดโวยลั่น

“โทษนะคะ...ถ้าใครอยากรู้เรื่องนี้ให้ถามทางตำรวจดีกว่าค่ะ เพราะตำรวจห้ามไม่ให้เราพูดอะไร”

ในเมื่อไม่ได้คำตอบ พวกลูกค้าพากันทยอยกลับ อรอนงค์กับสรนุชหน้าเครียด ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว พวกเธอยังขายรถไถไม่ได้สักคัน แต่แล้วเหมือนสวรรค์เมตตา ตาแมงมาวางเงินจองรถไถไว้หนึ่งคัน สรนุชกับอรอนงค์ดีใจจนพูดอะไรไม่ออก...

หนองระบือเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ข่าวต่างๆที่เกิดขึ้นที่นี่จึงแพร่สะพัดได้เร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เรื่องตาแมงจองรถไถก็เช่นกัน ผ่านไปไม่นานนัก ก็รู้ถึงหูพวกกระบือ–บาล ใจเด็ด เกริกไกร และเจนจิรารีบตรงไปบ้านตาแมงเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ยกเลิกใบจอง ตาแมงทำไม่ได้ เพราะตกลงกับญาติพี่น้องไว้แล้ว ถ้าไม่ร่วมมือด้วย พวกนั้นจะหาว่าไม่เอาพี่เอาน้อง ใจเด็ดมองตาแมงอย่างเข้าใจ แล้วถามถึงควายสามตัวที่ตาแมงเลี้ยงไว้จะทำอย่างไร

“ไอ้แดงกับไอ้ดำก็คงจะเอาไปขายเพื่อมาเป็นเงินเอาไว้ผ่อนรถไถ ส่วนเจ้าศรี...เอ่อ...ผมกะว่า...”

“จะขายมันให้กับโรงฆ่าสัตว์หรือ” เกริกไกรต่อประโยคให้ตาแมงจนจบ

“ทำได้ยังไงตาแมง ตอนนี้มันกำลังท้องอยู่นะ...พี่เด็ด ลูกเจ้าบุเรงนอง” เจนจิราฮึดฮัดไม่พอใจ ใจเด็ดต้องปรามเจนจิรา แล้วหันไปขอร้องตาแมงจะให้ทำอะไรให้ เขายอมทุกอย่าง ขออย่างเดียวอย่าเอาเจ้าศรีไปขายโรงฆ่าสัตว์ ตาแมงขอโทษใจเด็ดที่ทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะวางเงินจองรถไถไปแล้ว...

ในเวลาต่อมา ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ สุบินเห็นใจเด็ดกับพวกกลับมาถึงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เข้าไปสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใจเด็ดไม่มีอารมณ์จะตอบขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ แล้วเดินเลี่ยงเข้าสำนักงานไปกับเกริกไกร สุบินยิ่งสงสัยหนัก หันไปถามเจนจิราแทนว่ามีเรื่องอะไรกันแน่

“นายไม่ต้องทำหน้าเซ่อหรอก เพื่อนนายคงฝากให้มาดูหน้าพวกเราใช่ไหมว่าการที่ควายถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์แล้วพวกเรารู้สึกยังไง...ชาวบ้านซื้อรถไถคันหนึ่งก็เท่ากับควายถูกฆ่าตัวหนึ่งเหมือนกัน”

คำพูดของเจนจิราทำให้สุบินใบ้กิน ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเรื่องเช่นนี้...

ระหว่างที่สรนุช อรอนงค์ ชิดชัย และพนักงานทุกคนกำลังดีใจที่ความพยายามตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาสัมฤทธิผล ในที่สุดก็มีคนสั่งจองรถไถ สรนุชชูใบจองของตาแมงให้ทุกคนดู พร้อมกับปลุกเร้าให้ทุกคนฮึกเหิม

“ในวันนี้เรามีคันแรก...คันที่สอง คันที่สามแล้วคันที่ร้อยจะตามมาใช่ไหม”

พนักงานตบมือกันดังสนั่นแทนคำตอบ ทันใดนั้นสุบินเปิดประตูห้องประชุมผลัวะเข้ามา ทุกคนชะงักหันมองสุบินเป็นตาเดียวกัน สุบินไม่รอช้า ขอคุยกับสรนุชและอรอนงค์เป็นการส่วนตัว...

ครู่ต่อมา สรนุชกับอรอนงค์พาสุบินไปที่ห้องทำงานของสรนุช สุบินขอร้องสรนุชให้เลิกขายรถไถได้แล้ว นี่ไม่ใช่แค่การแพ้ชนะระหว่างเธอกับใจเด็ดแต่หมายถึงชีวิตของควาย ขายรถไถได้หนึ่งคันเท่ากับควายถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์หนึ่งตัว สรนุชโกรธคิดว่าพวกกระบือบาลสั่งให้สุบินมาพูดแบบนี้เพื่อเธอจะได้ขายรถไถไม่ได้

“นุช...ฉันไม่ใช่คนเอาเรื่องความเป็นความตายมาล้อเล่นแกก็รู้ ถ้าแกไม่เชื่อ แกก็ไปดูด้วยตาตัวเอง” นํ้าเสียงจริงจังของสุบินทำให้สรนุชเริ่มเป็นกังวล

ooooooo

อีกมุมหนึ่งของบริษัทคาบาตี้ ชิดชัยกับลูกน้องคนสนิทมองไปทางห้องทำงานของสรนุชอย่างสอดรู้สอดเห็น ชิดชัยสงสัยสุบินอาจจะเป็นสายลับที่แฝงตัวเข้าไปอยู่กับพวกกระบือบาลคอยส่งข่าวให้สรนุช จะเข้าไปแอบฟังใกล้ๆ แต่มีเสียงเตือนจากมือถือ ของตัวเองดังขึ้นเสียก่อน ชิดชัยเห็นข้อความเตือนบนหน้าจอมือถือว่า

“พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของผู้พันชาญณรงค์”

แผนชั่วร้ายผุดขึ้นมาในสมองของชิดชัยทันที เขาล้มเลิกความตั้งใจจะแอบฟังสรนุชกับพวก รีบตรงไปหาผู้พันชาญณรงค์ที่บ้าน วางแผนจะใช้งานวันเกิดของผู้พันเฒ่าเล่นงานทั้งสรนุชและใจเด็ดไปพร้อมๆกัน ผู้พันชาญณรงค์จะทำอย่างไรก็ได้ ขอเพียงให้ใจเด็ดมางานนี้ให้ได้

ส่วนสรนุชปล่อยให้เป็นหน้าที่ชิดชัยจัดการ เขาจะอ้างว่าผู้พันชาญณรงค์จะเลี้ยงฉลองให้เธอที่ขายรถไถคันแรกได้ ค่าใช้จ่ายในการจัดงานครั้งนี้ ชิดชัยจะรับผิดชอบเองทั้งหมด...

สรนุชไม่เชื่อคำพูดของสุบิน จึงไปที่บ้านตาแมงเพื่อพิสูจน์ให้เห็นด้วยตาตัวเอง เป็นจริงอย่างที่สุบินพูด คนงานจากโรงฆ่าสัตว์กำลังช่วยกันดึงควายของตาแมงขึ้นท้ายรถกระบะหกล้อ สรนุชพยายามขอร้องตาแมงให้เก็บควายไว้อย่าขายให้โรงฆ่าสัตว์ ตาแมงยืนยันคำเดิมเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ แล้วเข้าไปช่วยคนงานดันควายขึ้นรถ สรนุชถึงกับอึ้งเมื่อเห็นสายตาของควายที่จ้องมาทางเธอ เหมือนมันรู้ว่ากำลังจะถูกส่งไปไหน

“ที่จริงคุณน่าจะดีใจนะ...คุณเองก็ไม่อยากเห็นควายพวกนี้อยู่แล้วนี่” ตาแมงพูดกับสรนุชจบ หันไปรับเงินจากคนงาน สรนุชมองควายด้วยความสงสาร...

ขณะที่สรนุชเพิ่งประจักษ์ว่าควายก็มีหัวจิตหัวใจเหมือนกัน ใจเด็ดแวะไปขอโทษสายใจที่โกศของมันที่ไม่สามารถทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะไม่ยอมให้รถไถ มาแทนที่ควายเด็ดขาด

“ควายพวกนั้นต้องตายเพราะฉัน ฉันมันอ่อนแอ...ฉันดูแลพวกมันไม่ได้” ใจเด็ดทรุดลงกับพื้นทุบดินด้วยความเจ็บชํ้าใจ จังหวะนั้น หลวงพ่อทราบเรื่องควายของตาแมง เข้ามาเตือนสติให้ใจเด็ดเลิกโทษตัวเองได้แล้ว

“สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้ ล้วนมีกรรมเป็นของตนเอง อาตมารู้ว่าโยมรักควาย อยากช่วยชีวิตควายพวกนั้น แต่โยมจะช่วยได้สักกี่ตัว ถึงควายพวกนั้นไม่ได้ถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์ สักวันหนึ่งมันก็ต้องตายไปตามอายุขัยของมัน จำไว้นะโยม...คนเราจะฝืนอะไรก็ฝืนได้แม้แต่ใจตัวเอง แต่เราจะฝืนกรรมไม่ได้”

ใจเด็ดสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิดถึงสิ่งที่หลวงพ่อสั่งสอน

ooooooo

สนามหญ้าบ้านผู้พันชาญณรงค์ถูกตกแต่งอย่างสวยงามสำหรับงานเลี้ยงที่จะมีขึ้นในคํ่าคืนนี้ เวทีเล็กๆ ถูกจัดเตรียมไว้ที่มุมหนึ่งของสนาม โดยมีผู้พันชาญณรงค์ คอยสั่งงานอยู่ใกล้ๆ ช่อผกาแต่งตัวสวยเตรียมจะออกไปข้างนอก ผู้พันชาญณรงค์รู้ว่าลูกสาวต้องแวะไปหาใจเด็ด รีบทำตามแผนการที่วางไว้

“ถ้าแกจะไปหาไอ้ใจเด็ด ก็ชวนมางานวันเกิดพ่อคืนนี้ด้วยกันสิ”

“ไม่สบายหรือเปล่าพ่อ...ทำไมปีนี้ถึงให้พี่ใจเด็ดมางานด้วย” ช่อผกาแกล้งเอามืออังหน้าผากพ่อ

“ก็ไม่มีอะไร...พ่อก็แค่อยากเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆในวันเกิด แต่...ไอ้หมอนั่นมันคงไม่มาหรอก มันเกลียดพ่ออย่างกับอะไรดี” ผู้พันชาญณรงค์ทำหน้าทำตาน่าสงสาร ช่อผการับรองว่าจะชวนใจเด็ดมางานวันเกิดของพ่อให้ได้ แล้วเดินฉีกยิ้มออกไปอย่างมีความสุข ขณะที่ผู้พันชาญณรงค์ยิ้มเจ้าเล่ห์...

ช่อผกาเจ้าเล่ห์ไม่แพ้พ่อของตัวเอง รอเวลาจนใกล้คํ่า จึงขี่มอเตอร์ไซค์มาที่หน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เหลียวซ้ายมองขวาเห็นปลอดคน รีบเข็นมอเตอร์ไซค์ลงคูนํ้าข้างทาง แล้วเข้าไปขอให้ใจเด็ดช่วยไปส่งเธอที่บ้านจะได้ให้สมคิดมาลากรถของเธอขึ้นจากคูนํ้า ใจเด็ดหลงเชื่อ ชวนเกริกไกรไปส่งช่อผกาด้วยกัน

ครู่ต่อมา รถของใจเด็ดแล่นมาจอดหน้าบ้าน

ผู้พันชาญณรงค์ เห็นบ้านประดับประดาไฟสว่างไสว เกริกไกรอดแซวไม่ได้ ใครมาจัดงานวัดที่นี่ พอรู้ว่าเป็นงานวันเกิดของผู้พันชาญณรงค์ ใจเด็ดขอตัวกลับ ช่อผการีบดึงแขนเขาไว้ ขอร้องให้เข้าไปสักครู่ก่อน ใจเด็ดเหลือบเห็นสรนุชกับอรอนงค์เดินเข้าไปข้างในงานถึงกับหยุดกึก เกริกไกรมองตามสายตาใจเด็ด เห็นอรอนงค์อยู่ในงาน ดีใจจนออกนอกหน้า

“แต่ฉันว่าเราเข้าไปหน่อยก็ดีนะ ขับรถมาตั้งไกลหิวน้ำจะแย่แล้ว” เกริกไกรพูดจบ จ้ำอ้าวเข้างานไม่สนใจคำทักท้วงของใจเด็ด ช่อผกาคะยั้นคะยอให้เขาเข้าไปกินน้ำกินท่าก่อนเดี๋ยวค่อยกลับ ใจเด็ดสีหน้าหนักใจ...

ที่มุมหนึ่งของงาน สรนุชแอบนัดแนะกับอรอนงค์ สามทุ่มเมื่อไหร่เราสองคนจะขอตัวกลับทันที อรอนงค์ ต่อรองขออยู่แค่สองทุ่มได้ไหม สรนุชส่ายหน้าทำอย่างนั้นน่าเกลียดเกินไป ทันใดนั้น มีเสียงช่อผกาดังขึ้น

“ใครเชิญพวกเธอมาไม่ทราบ”

สรนุชหันขวับ ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นช่อผกาควงแขนใจเด็ดอยู่ บอกเสียงเขียวให้ช่อผกาไปถามผู้พันชาญณรงค์เอาเองถ้าอยากรู้ว่าใครเชิญ ช่อผกามองสรนุชหมั่นไส้   แล้วชวนใจเด็ดเดินต่อ ยังไม่ทันจะขยับ ผู้พันชาญณรงค์เข้ามาทักใจเด็ดเสียก่อน ใจเด็ดเหม็นขี้หน้าผู้พันเฒ่ารีบชวนเกริกไกรกลับ

“ฉันก็นึกว่าพวกนายเป็นลูกผู้ชาย...ฉันรู้ว่าเราไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่ แต่พวกนายไม่แปลกใจเหรอที่วันนี้ฉันชวนนายอยู่ด้วย...คนเราน่ะนะ ถ้าเป็นลูกผู้ชายจริงต้องใจกว้างหน่อย”

“ปล่อยเขาเถอะค่ะผู้พัน”

สรนุชพยายามไล่ใจเด็ดทางอ้อม เพราะรู้ว่าผู้พันตัวแสบกำลังจะทำอะไร แต่ใจเด็ดกลับเข้าใจผิดคิดว่าเธอสบประมาท จึงรับปากผู้พันชาญณรงค์จะอยู่ร่วมอวยพรวันเกิด ช่อผกาดีใจโผกอดใจเด็ด...

จากนั้น สรนุช อรอนงค์ ใจเด็ด เกริกไกร และ

ช่อผกามานั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเจ้าของงานวันเกิด สรนุชเป็นห่วงใจเด็ด บอกให้อรอนงค์ช่วยไปบอกเกริกไกรให้พาใจเด็ดกลับ งานนี้ผู้พันชาญณรงค์ตั้งใจจะจัดเพื่อฉลองให้พวกเรา เธอไม่อยากตกเป็นเครื่องมือให้ผู้พันนั่นเล่นงานใจเด็ด อรอนงค์ยังไม่ทันจะอ้าปากบอกเกริกไกร ผู้พันชาญณรงค์ลุกขึ้นพร้อมกับชูแก้วเครื่องดื่มชวนทุกคนดื่มให้กับความใจกว้างของใจเด็ด ทั้งๆที่รู้ว่าวันนี้เป็นงานวันเกิดของเขา และเป็นงานฉลองชัยชนะให้กับรถไถคันแรกของคาบาตี้

“อย่างนี้มันมากเกินไปแล้ว” เกริกไกรโกรธจัดทุบโต๊ะเปรี้ยงจะเข้าไปเอาเรื่อง ใจเด็ดต้องปราม

“หมอใจเย็นๆ...ต้องขอโทษด้วยนะครับผู้พัน...ถ้าผู้พันจะคิดว่าการทำอย่างนี้แล้วจะทำให้ผมเจ็บใจ...ผู้พันคิดผิด ผมเองไม่ได้รู้สึกอะไรเลยกับงานเลี้ยงปลอบใจตัวเองของผู้พันในวันนี้”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี เพราะฉันไม่อยากให้นายกลับก่อนที่จะได้ดูโชว์พิเศษ เอ่อ...ผมขอตัวไปดูอาหารให้ทุกคนหน่อยนะครับ” ผู้พันชาญณรงค์ยิ้มให้ทุกคนก่อนจะเดินออกไป ใจเด็ดจ้องหน้าสรนุชราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ...

เกริกไกรเจ็บใจมากทนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารต่อไปไม่ไหว ลุกออกไประบายแค้นในสวน อรอนงค์ไม่อยากให้เกริกไกรเข้าใจผิดรีบตามมาอธิบายความจริงให้ฟัง

“ทั้งอรทั้งนุชต่างก็ไม่อยากมา เพราะเราก็ไม่รู้ว่าผู้พันจะเลี้ยงให้พวกเราทำไม จนพวกหมอมา ทำให้อรกับนุชรู้ว่าเรากำลังอยู่ในเกมของผู้พัน”

“ถ้างั้นผมจะเข้าไปคุยกับผู้พันเอง...ทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่...ผมจะเอาไอ้มือที่เพิ่งผสมเทียมยัดปากเขาเอง” เกริกไกรชูกำปั้นขึ้นอย่างมีอารมณ์ อรอนงค์ขอร้องอย่าทำอย่างนั้น แล้วชวนเกริกไกรไปเดินเล่นให้ใจเย็นๆก่อน แต่เดินเล่นกันได้ไม่นาน ท้องของอรอนงค์ก็ประท้วงส่งเสียงร้องจ๊อกๆด้วยความหิว

ooooooo

ผู้พันชาญณรงค์หายไปหลังบ้านสักพัก กลับมาพร้อมกับเนื้อย่างชิ้นใหญ่หอมกรุ่น ชิดชัยหั่นเนื้อแจกจ่ายให้ทุกคน โดยมีเจ้าของงานวันเกิดเชิญชวนให้ลองชิมเนื้อแสนอร่อยชิ้นนี้ ช่อผกาตักเนื้อเข้าปากเคี้ยวด้วยความเอร็ดอร่อย แล้วหันไปชวนใจเด็ดกินด้วยกัน ใจเด็ดทำท่าจะไม่กิน ผู้พันชาญณรงค์เห็นอย่างนั้นรีบพูดดักคอ

“ถ้านายไม่ลองก็ถือว่าไม่ให้เกียรติฉัน...ฉันให้เกียรตินายแล้ว นายจะไม่ให้เกียรติฉันหน่อยหรือ”

ใจเด็ดชะงัก ช่อผกาสบช่องรีบตักเนื้อป้อนใจเด็ดที่กินอย่างเสียไม่ได้

“เนื้อแกะหรือคะผู้พัน...นุ่มมากเลยนะคะ” สรนุชอดถามไม่ได้

“แกะอะไรคุณนุช...เนื้อลูกควายในท้องแม่ควายตาแมงไง” คำพูดของผู้พันชาญณรงค์ทำเอาใจเด็ดแทบช็อก พอตั้งสติได้ตบโต๊ะเปรี้ยงด้วยความโกรธ ช่อผกาต่อว่าพ่อทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วย ผู้พันสั่งให้เธอหุบปากแล้วหันไปบอกให้ใจเด็ดเลิกงมโข่งได้แล้ว ถึงเวลาแล้วที่ควายจะถูกเลี้ยงไว้เพื่อกินเนื้อเหมือนวัวเหมือนหมู

“ใช่ครับผู้พัน...ควายเราก็เอาไว้กิน...ส่วนรถไถ

เราก็เอาไว้ไถนา” ชิดชัยรีบเออออ ทำตัวเป็นขุนพลอยพยัก

ใจเด็ดโมโหจะพุ่งเข้าใส่ชิดชัย ช่อผการีบดึงไว้ ผู้พันชาญณรงค์หยิบปืนขึ้นมาวางบนโต๊ะอาหารเป็นการขู่กลายๆ ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียด ใจเด็ดกำหมัดแน่น เจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ หันมองสรนุช

“ฆาตกร” ใจเด็ดด่าเสร็จ ลุกออกจากโต๊ะอาหาร สรนุชยืนนิ่ง รู้สึกผิดที่ปล่อยให้ผู้พันตัวแสบใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้นใจเด็ด รีบตามเขาจนทันตรงหน้าบ้าน อธิบายว่าไม่เกี่ยวข้องกับแผนชั่วที่เกิดขึ้นในคืนนี้

“ขอบคุณมากคุณสรนุช...คุณทำให้คนที่กำลังจะล้มอย่างผมลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง”

เกริกไกรกับอรอนงค์เดินมาถึงพอดีงงว่าเกิดอะไรขึ้น ใจเด็ดมองหน้าสรนุชราวกับจะเผาให้มอดไหม้ ก่อนจะผลุนผลันออกไป เกริกไกรรีบวิ่งตาม ขณะที่อรอนงค์ไม่เข้าใจทำไมใจเด็ดต้องโกรธขนาดนั้น...

เจนจิราฉุนขาดเมื่อได้ฟังเกริกไกรเล่าถึงเหตุการณ์ในงานวันเกิดของผู้พันชาญณรงค์ ยิ่งเห็นใจเด็ดมีท่าทางกลัดกลุ้ม เจนจิราถึงกับฟิวส์ขาด คว้ามอเตอร์ไซค์ขับตรงไปบ้านผู้พันชาญณรงค์ทันที

ooooooo

สรนุชรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ฟันธงว่าแผนการเลวๆแบบนี้ต้องเป็นฝีมือของชิดชัย จึงเข้าไปเอาเรื่อง ชิดชัยกลับทำไม่รู้ไม่ชี้ จะเอาเนื้อย่างใส่จานให้สรนุชกินอีก แต่เธอปัดทิ้ง อดีต ผจก.ตัวดีรีบวิ่งไปเก็บด้วยความเสียดาย แต่พอเงยหน้าขึ้น เห็นเจนจิราเดินหน้าตาบูดบึ้งเข้ามา ชิดชัยรีบวิ่งไปหลบหลังสรนุช เจนจิราไม่พูดพล่ามปรี่เข้าไปตบหน้าสรนุชอย่างแรงจนหน้าหัน ผู้พันชาญณรงค์รีบเข้ามาขวางไว้

“ไม่เป็นไรค่ะผู้พัน” สรนุชรู้ตัวว่ามีส่วนต้องรับผิดชอบเรื่องใจเด็ดจึงไม่โต้ตอบเจนจิรา

“จิตใจพวกเธอทำด้วยอะไร เธอก็รู้ว่าหัวหน้าเขารักควายแค่ไหน แต่พวกเธอ...หลอกให้หัวหน้ากินเนื้อควาย เธอรู้ไหมหัวหน้าจะเป็นยังไง” เจนจิราต่อว่าฉอดๆ สรนุชนิ่งเงียบไม่เถียงสักคำ ชิดชัยสาระแนทันที

“เดี๋ยวๆๆไหนเอาใหม่สิ เมื่อกี้ที่ฉันได้ยินเนี่ย เธอไม่ได้โกรธที่พวกเรากินเนื้อควาย แต่โกรธที่พวกเราหลอกไอ้ใจเด็ดนั่นใช่ไหม...เอ...ตกลงนี่เธอรักควายหรือรักคนกันแน่”

เจนจิราตบหน้าชิดชัยฉาดใหญ่ฐานแส่ไม่เข้าเรื่อง ชิดชัยโกรธจะเอาคืน สรนุชสั่งเสียงเฉียบให้ชิดชัยกลับบ้านไป ชิดชัยไม่กล้าขัดจำต้องทำตามที่สรนุชสั่ง สรนุชแก้ข้อกล่าวหาของเจนจิราว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องในคืนนี้

“งั้นเหรอ...เธอเองก็รู้ว่าหัวหน้าอุทิศเวลาทั้งชีวิตเพื่อควาย สิ่งที่พวกเธอทำกับหัวหน้า ฉันไม่วันให้อภัยเด็ดขาด” เจนจิราจ้องสรนุชอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะหันหลังจากไป สรนุชถอนใจ หนักใจ...

ชิดชัยกำลังจะขึ้นรถตอนที่เห็นเจนจิราขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านผู้พันชาญณรงค์ ด้วยความแค้นสุมอก ชิดชัยรีบขับรถตาม พอได้ระยะเขาเบียดรถมอเตอร์ไซค์ของเจนจิราจนเสียหลักพุ่งลงข้างทาง ร่างเจนจิรากระเด็นตกมอเตอร์ไซค์ นอนแน่นิ่ง ชิดชัยรีบจอดรถลงไปดูผลงานพร้อมกับลูกน้องคนสนิท
“แย่แล้วลูกพี่...ตายไหม”

ชิดชัยไม่ตอบ ชวนลูกน้องกลับขึ้นรถบึ่งออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งเจนจิราให้นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น...

เจนจิราถูกนำตัวส่ง รพ.ในเวลาต่อมา อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน ใจเด็ดกับพวกและสุบินรู้ข่าวรีบมาที่ห้องฉุกเฉิน พยาบาลหน้าห้องตอบได้เพียงว่าเจนจิราอาการหนัก หมอกำลังช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ เหล่ากระบือบาลได้ยินถึงกับอึ้ง ได้แต่สวดมนต์ภาวนาขอให้เธอปลอดภัย

ooooooo

เจนจิราอยู่ในห้องผ่าตัดตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนถึงจนถึงเช้าของวันรุ่งขึ้น จนเธอพ้นขีดอันตรายแล้วแต่สมองกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงต้องนอนเป็นเจ้าหญิงนิทรา ทั้งใจเด็ด เกริกไกร สุบิน ภิรมย์และสมหญิงต่างอยู่ในอาการโศกเศร้า ไม่เข้าใจทำไมคนขี่มอเตอร์ไซค์แข็งๆอย่างเจนจิราถึงได้เสียหลักลงข้างทางได้

“ใครรู้บ้างไหมว่าเจนไปทำอะไรแถวนั้นตอนกลางคืน” ใจเด็ดซัก

“ก็หลังจากที่คุณเจนได้ยินเรื่องที่ผู้พันหลอกให้คุณใจเด็ดกินเนื้อควาย เธอก็ออกไปเลย” สุบินว่าแล้วมองเจนจิราที่นอนเป็นผักมีสายระโยงระยางอุปกรณ์ช่วยชีวิตอยู่รอบตัวด้วยความสงสาร

“จริงด้วย...ถนนเส้นนั้นมันมาจากบ้านผู้พันนี่...คุณเจนต้องไปต่อว่าผู้พัน แล้วผู้พันโกรธเลยตามมาทำร้ายคุณเจนแหงๆเลยค่ะ” สมหญิงตั้งข้อสังเกต ใจเด็ดนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกไปอย่างรีบร้อน สวนกับโชคชัยที่เปิดประตูเข้ามาพอดี ใจเด็ดไม่พูดไม่จาไม่ทักทายสักคำ โชคชัยมองตามแปลกใจ

“ใจเด็ดเขาเป็นอะไร”

“นายกฯรีบตามคุณใจเด็ดไปเถอะครับ...ผมว่าคุณใจเด็ดต้องไปบ้านผู้พันแน่ๆ คุณเจนไปบ้านผู้พันเป็นที่สุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ” สุบินพูดยังไม่ทันจบประโยคดี โชคชัยรีบตามใจเด็ดออกไปทันที...

เป็นอย่างที่สุบินคาด ใจเด็ดไปถึงบ้านผู้พันชาญณรงค์ไม่พูดพล่าม ตรงเข้ากระชากคอเสื้อเจ้าของบ้าน หาว่าเป็นคนทำร้ายเจนจิรา ผู้พันชาญณรงค์หน้าเหลอไม่รู้เรื่อง ใจเด็ดโกรธเงื้อหมัดจะต่อย ดีที่โชคชัยคว้าข้อมือไว้ได้ทัน ขอร้องใจเด็ดใจเย็นๆก่อน เจนจิราอาจจะประสบอุบัติเหตุจริงๆก็ได้

ผู้พันชาญณรงค์ยังงงไม่หาย ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น โชคชัยซักไซ้ไล่เลียงผู้พันชาญณรงค์

ว่าเมื่อวานเจนจิรามาที่นี่หรือเปล่า ผู้พันเฒ่าพยักหน้า แล้วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้สองหนุ่มฟัง

“ยัยเจนนั่นมาจากไหนไม่รู้ อยู่ดีๆก็เข้ามาแล้วก็ตบหน้าคุณนุชดื้อๆ ดีนะที่คุณนุชแกใจเย็น ถ้าเป็นฉันล่ะก็อย่าหวังจะได้กลับสถานีเลย...เอ...แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน”

“คุณเจนประสบอุบัติเหตุเมื่อคืน ตอนนี้ทางตำรวจกำลังสืบอยู่ว่าจะเป็นการชนแล้วหนีหรือเปล่า”

“หา...เอ่อ...เมื่อกี้ฉันแค่คิดนะนายกฯ...ไม่สิ...

แม้แต่คิดฉันก็ยังไม่คิดเลย” ผู้พันชาญณรงค์ปฏิเสธเป็นพัลวัน กลัวจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัย ใจเด็ดมั่นใจที่เจนจิราเป็นแบบนี้ สรนุชต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย...

ด้านสรนุชตกใจมากเมื่อสุบินเล่าให้ฟังว่าเจนจิราประสบอุบัติเหตุ นอนเป็นผักอยู่ที่ รพ.ทุกคนที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์คิดว่าสรนุชเป็นคนทำ สุบินจึงอยากให้เธอไปเยี่ยมเจนจิราเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ไม่นานนัก สรนุช อรอนงค์และสุบินมาถึง รพ. สุบินขอให้สองสาวรออยู่ที่นี่ก่อนเขาจะล่วงหน้าไปที่ห้องพักฟื้นของเจนจิราเพื่อดูว่ามีใครอยู่หรือเปล่า ระหว่างที่สรนุชกับอรอนงค์ยืนรอสุบินอยู่ โชคชัยกับตำรวจมาเชิญตัวสรนุชไปโรงพักในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีเจนจิรา เมื่อไปถึงห้องร้อยเวรพบใจเด็ดนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

สรนุชปรี่เข้าหาทันที “นี่นายคิดว่าฉันเป็นคนทำคุณเจนหรือ”

“ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใคร...คุณโกรธที่โดนเจนตบหน้าใช่ไหม” ใจเด็ดเสียงเข้ม โชคชัยปรามใจเด็ดอย่าเพิ่งกล่าวหากันง่ายๆ ตำรวจแค่เชิญสรนุชมาให้ปากคำเท่านั้น ร้อยเวรรีบตัดบทขอให้ใจเด็ดกับโชคชัยออกไปรอข้างนอกก่อน เขาจะขอสอบปากคำสรนุช ใจเด็ดมองสรนุชด้วยความเคียดแค้น แล้วเดินออกไป...

ใช้เวลาไม่นาน ร้อยเวรก็สอบปากคำสรนุชเสร็จ เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอ จึงต้องปล่อยตัวเธอไปใจเด็ดโกรธมาก ด่าว่าสรนุชต่างๆนานา สรนุชน้อยใจตัดพ้อ

“ถ้าฉันตายมันจะช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้นใช่ไหม แล้วทำไมวันนั้นนายไม่ปล่อยให้ฉันตกน้ำตายไปเลยล่ะ”

“เพราะผมไม่ได้ใจอำมหิตเหมือนคุณที่คิดถึงแต่ชัยชนะมากกว่ามนุษยธรรม”

“เกินไปแล้วนะ”

“สิ่งที่คุณทำกับควาย ทำกับคนรอบข้างผม...ผมจะไม่ยอมอีกต่อไป ถ้าคุณแรงมาเท่าไหร่ ผมก็จะแรงไปเท่านั้น” ใจเด็ดจ้องหน้าสรนุชอย่างเอาเรื่อง ผิดกับหญิงสาวที่มองตอบด้วยความเสียใจช้ำใจ...

ในเวลาเดียวกัน ที่บริษัทคาบาตี้สำนักงานใหญ่ สมพลยังคงปวดหัวกับลูกชายขี้หลีไม่เว้นแต่ละวัน คราวนี้ณวัตนึกสนุก ประกาศรับสมัครสาวสวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้รถไถคาบาตี้โดยใช้ห้องทำงานของตัวเองเป็นสถานที่คัดเลือกตัวสาวๆ สมพลต้องไล่พวกสาวๆกลับไปก่อน แล้วสั่งให้ณวัตเลิกทำตัวไร้สาระได้แล้ว จากนั้นโยนเอกสารโครงการนิคมอุตสาหกรรมคาบาตี้ให้อ่าน

“อีกสามปีข้างหน้าจะเริ่มการค้าเสรี ทางบอร์ดเห็นว่าเรามีกำลังพอที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาคนี้”

“แล้วผมไปเกี่ยวอะไรด้วยครับพ่อ”

“ฉันอยากให้แกไปกว้านซื้อที่ดินที่หนองระบือมาให้มากที่สุด เราจะได้สิบเปอร์เซ็นต์จากการขายที่ดิน ฉันรู้มาว่างบที่อนุมัติออกมาเรื่องซื้อที่ดินไม่ต่ำกว่าสามพันล้านบาท”

ณวัตคิดตัวเลขคร่าวๆของเงินค่านายหน้าที่จะได้รับแล้วถึงกับตาโต

ooooooo

โฆษณาชวนเชื่อของสรนุชที่ว่าถ้าใครหันมาใช้รถไถแล้วจะรวยขึ้นในพริบตา ทำให้ชาวนาเกือบครึ่งค่อนหมู่บ้านหนองระบือแห่จองรถไถกันเพียบ ใจเด็ดอยู่นิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ ขอร้องสุบินช่วยเขียนบทละครวิทยุเกี่ยวกับการอนุรักษ์ควายไทยเพื่อดึงชาวบ้านให้กลับมารักควายเหมือนเดิม

สุบินทั้งเขียนบทและกำกับการแสดงเอง โดยจะให้เกริกไกรรับบทเป็นขวัญ พระเอกของเรื่อง สมหญิงเล่นเป็นนางเอก ชื่อเรียม ส่วนภิรมย์จะเป็นผู้บรรยาย เขาให้ทั้งสามคนลองซักซ้อมบทกันก่อนที่จะบันทึกเสียงจริง นักแสดงจำเป็นเล่นได้ไร้อารมณ์มาก สุบินที่ฟังอยู่ในห้องควบคุมเสียงทนไม่ไหวต้องสั่งคัต

“มีอารมณ์กันหน่อยสิครับ...หมอ...หมอต้องใส่ความรู้สึกหนักใจลงไปในน้ำเสียงด้วย ในเมื่อเรียมก็คือคนรัก ส่วนควายก็ผูกพันเหมือนพี่น้อง...สมหญิงต้องแสดงความน้อยใจออกมาทางน้ำเสียง น้อยใจที่คนรัก

ของเราทำไมเห็นควายดีกว่าเรา...เอาล่ะ...ลองกันใหม่

นะครับ” สุบินกดปิดเสียงพูดกับดาราจำเป็นที่อยู่ในห้องอัด แล้วหันไปชมใจเด็ดที่ยืนอยู่ข้างๆว่าแผนโฆษณาชวนเชื่อทำเป็นละครออกอากาศทางวิทยุเจ๋งมาก

“ต้องขอบคุณคุณสุบินมากนะครับที่ยอมช่วยพวกเรา” ใจเด็ดว่าพลางค้อมหัวให้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าคุณเจนได้มาเห็นเธอคงต้องชอบมากแน่ๆ...เฮ่อ...แต่ยัยนุชกับพวกรถไถต้องไม่ชอบแน่นอน” สุบินถอนใจ หนักใจเมื่อนึกถึงเพื่อนรักขึ้นมา

ooooooo

ละครของใจเด็ดออกอากาศได้ไม่กี่ตอน ชาวบ้านพาติดกันงอมแงม เวลาที่สรนุชกับอรอนงค์มาอธิบายวิธีใช้รถไถให้กับลูกค้าที่ลงชื่อจองรถไว้ บางรายถึงกับไล่สองสาวกลับไปก่อนเพราะละครกำลังสนุก ตาชุมก็เช่นกัน ไม่ฟังสรนุชกับอรอนงค์อธิบายอะไรทั้งสิ้น...แถมสั่งให้ทั้งคู่เงียบๆ แกกำลังฟังละครวิทยุอยู่ พอถึงตอนที่ขวัญบอกเรียมว่าจะขายควายเพื่อเธอ ตาชุมโวยลั่น

“ปัดโธ่เว้ย...ขายไปได้ยังไง ควายมันเป็นเพื่อนเอ็งมาแต่เกิดนะเว้ย”

“เอ่อ...คุณตาคะ” สรนุชพยายามจะดึงตาชุมกลับมาคุยเรื่องรถไถ แกรีบยกมือเป็นเชิงห้ามพูด

“เอาไว้วันอื่นแล้วกันหนู...วันนี้อารมณ์ไม่ดี ฮึ...

ไอ้ขวัญนะไอ้ขวัญ...ไม่ได้ดังใจเลย” ตาชุมบ่นเสร็จ

เดินขึ้นเรือนไปเลย สรนุชกับอรอนงค์ได้แต่มองหน้ากันงงๆ จากนั้นสองสาวชวนกันไปบ้านลูกค้ารายต่อไป ระหว่างเดินมาตามทางในหมู่บ้าน อรอนงค์แปลกใจ

ไม่หายทำไมละครวิทยุที่ได้ยินที่บ้านตาชุมพูดถึงควายอยู่ตลอด สรนุชกลับเห็นเป็นแค่ละครวิทยุธรรมดาเรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่แล้วมีเสียงวิทยุตามสายดังขึ้น สองสาวหยุดฟังอย่างสนใจ

“หลังจากที่ไอ้ขวัญตัดสินใจขายควายเพื่อไปซื้อรถไถแล้ว...ความรักของไอ้ขวัญกับอีเรียมจะสมหวังหรือไม่...โปรดรับฟังและติดตามกันต่อได้เลยครับ”

“ไงล่ะเรียม...รถไถที่เอ็งให้พี่ซื้อ มันไม่ได้ดีอย่างที่เอ็งคิด” เกริกไกรในคราบขวัญบ่นอุบ

“ทำไมไม่ดีล่ะจ๊ะพี่...ก็ในเมื่อพี่ขวัญทำนาได้มากขึ้น พี่ก็ขายข้าวได้มากขึ้นนะ”

“แต่ทำนามากขึ้นพี่ก็ต้องใช้นํ้ามันเยอะขึ้น รถไถก็เสียเร็วขึ้น เอ็งรู้ไหมที่พี่ไม่มีเงินมาขอเอ็งเพราะอะไร ก็เพราะว่าพี่เอาเงินไปซื้อนํ้ามัน...ไปซ่อมรถไถ...เรียม ถ้าเอ็งอยากให้พี่มีเงินมาขอเอ็ง...เอ็งต้องให้พี่กลับไปใช้ควายเหมือนเดิม” เสียงพระเอกละครคุ้นหูสรนุชกับอรอนงค์มาก สุดท้ายสองสาวก็จำได้ว่าเป็นเสียงของเกริกไกร สรนุชกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง ขณะที่เสียงวิทยุตามสายยังคงดังต่อเนื่อง

“ได้จ้ะพี่...ถ้าอย่างนั้นเรารีบไปช่วยไอ้ทุยกันเถอะจ้ะ พี่ขวัญ” สมหญิงในคราบเรียมเสียงอ่อนเสียงหวาน...

ครู่ต่อมา สรนุชกับอรอนงค์นำเรื่องนี้ไปฟ้องโชคชัย พร้อมกับเปิดวิทยุให้เขาฟังละครไปด้วย โชคชัยสรุปได้ทันทีว่าใจเด็ดใช้วิทยุชุมชนเป็นกระบอกเสียงเพื่อต่อสู้กับสรนุช

“เชื่อเขาเลย...แล้วคุณโชคจะทำยังไงคะ นุชไม่เคยไปก่อกวนพวกเขาแล้วทำไมพวกเขาต้องทำอย่างนี้ด้วย” สรนุชเห็นโชคชัยนิ่งเงียบ ขู่ถ้าเขาไม่จัดการเรื่องนี้ให้ เธอคงต้องทำเอง อรอนงค์ขอให้สรนุชใจเย็นก่อน สรนุชไม่ใจเย็นด้วยจะเอาเรื่องใจเด็ดให้ได้ โชคชัยมองสรนุชสีหน้าลำบากใจ...

ในเวลาไล่เลี่ยกันที่สถานีวิทยุชุมชน เกริกไกร ภิรมย์ และสมหญิงยังคงเล่นละครวิทยุกันอยู่ในห้องอัดเสียง

“ไอ้ขวัญกับอีเรียม ต่างรีบมาที่โรงฆ่าสัตว์เพราะกลัวว่าจะไม่ทันเวลา...แต่แล้วภาพที่ไอ้ขวัญเห็นก็คือภาพที่ไอ้ทุยโดนฆ่า...ถ้าวันนั้น ไอ้ขวัญไม่ขายควาย...ชีวิตเขาก็จะไม่ล้มเหลวอย่างนี้ ไอ้ขวัญเสียทุกอย่าง...แต่สิ่งที่ไอ้ขวัญเสียใจที่สุด ก็คือการเสียเพื่อนแท้อย่างไอ้ทุยไปอย่างไม่มีวันกลับ” ภิรมย์บรรยายเสร็จ คว้ากีตาร์ขึ้นมาบรรเลงเพลงกระบือบาล สุบินถอดหูฟังออก ถอนใจโล่งอก ที่ละครจบลงได้ ใจเด็ดเข้ามาตบไหล่สุบิน แล้วยื่นมือให้จับ

“ขอบคุณมาก”

สองหนุ่มจับมือกันอย่างเข้าอกเข้าใจ จังหวะนั้น โชคชัยเปิดประตูห้องควบคุมเข้ามาขอคุยกับใจเด็ดเป็นการส่วนตัว แล้วเดินตามใจเด็ดมาถึงหน้าสถานีวิทยุฯ ใจเด็ดเดาได้ไม่ยากว่าสรนุชคงไปขอให้โชคชัยมาหยุดเขา

“นายทำแบบนี้ ชาวบ้านเขาจะอึดอัดนะ เหมือนว่านายกำลังจับพวกเขาเป็นตัวประกัน” โชคชัยต่อว่า

“แล้วทำไมนายกฯไม่บอกกับพวกคาบาตี้อย่างนี้ล่ะครับ...ผมอยากเตือนนายกฯด้วยความหวังดี ต่อให้นายกฯทำดีกับคุณสรนุชแค่ไหน นายกฯคิดว่าเธอจะมองนายกฯหรือ” คำพูดของใจเด็ดแทงใจดำโชคชัยเข้าเต็มๆถึงกับนิ่งอึ้ง...

ออกจากที่ทำการ อบต.สรนุชกับอรอนงค์ตรงกลับบริษัท ยังไม่ทันจะเข้าไปข้างใน เห็นพวกชาวบ้านเดินสวนออกมาโดยมีชิดชัยวิ่งตามมาขวางหน้าไว้ สรนุชแปลกใจถามชิดชัยว่ามีอะไรกัน

“ก็พวกนี่...อุ้ย...ก็พวกคุณพี่สิครับ อยู่ๆจะมายกเลิกใบจองรถไถน่ะครับ”

“เอ่อ...ทำไมละคะ ไม่อยากเป็นเศรษฐีใหม่เหมือนตาแมงหรือคะ” สรนุชยกเรื่องเงินมายั่ว ชาวบ้านไม่สน เพราะไม่อยากเป็นเหมือนไอ้ขวัญในละครวิทยุ สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไร พวกตนจึงตัดสินใจกลับไปใช้ควายไถนาเหมือนเดิมดีกว่า แล้วชาวบ้านต่างทยอยกันกลับโดยไม่สนใจเสียงทัดทานของสรนุชกับชิดชัย

“ได้...แล้วจะได้เห็นดีกัน” สรนุชนึกแค้นใจเด็ดขึ้นมา คิดหาทางเอาคืน

ooooooo

ระหว่างที่เหล่ากระบือบาลกำลังมีความสุขสนุกสนานที่ได้เล่นละครวิทยุ ใจเด็ดกลับโดนทางปศุสัตว์จังหวัดเรียกตัวเข้าพบ เนื่องจากมีคนร้องเรียนเข้ามาว่า เขาประพฤติมิชอบเอาเวลาราชการไปทำละครวิทยุ ใจเด็ดแก้ตัวว่าที่ทำไปเพราะต้องการรณรงค์ให้คนรักควาย

“ใจเด็ด หน้าที่ของเราคือวิจัยพันธุ์สัตว์ไม่ใช่ทำงานมวลชน ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีก ถ้าชาวบ้านเขาร้องเรียนไปที่กรมจะเป็นอย่างไร นายก็รู้ใช่ไหมว่าฉันไม่อยากเดือดร้อน...ครั้งนี้ฉันจะตักเตือนนายก่อน ถ้ายังมีอีก...ฉันก็คงต้องปฏิบัติตามกฎ” ปศุสัตว์จังหวัดเสียงเฉียบ ใจเด็ดได้แต่เก็บความโกรธไว้ในใจ...

หลังจากเสร็จธุระกับปศุสัตว์จังหวัด ใจเด็ดแวะเยี่ยมเจนจิรา ซึ่งยังคงนอนเป็นผักอยู่ที่ รพ.เหลือบเห็น กระเช้าดอกไม้วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง มีการ์ดใบเล็กๆเขียนไว้ว่า “รีบตื่นมาสู้กันใหม่นะ...สรนุช”

ใจเด็ดหันไปถามพยาบาลที่กำลังวัดไข้เจนจิราว่าใครเป็นคนเอากระเช้ามาให้ ได้ความว่าผู้หญิงตัวเล็กๆที่อยู่บริษัทรถไถเอามาให้ เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่นี้เอง ใจเด็ดวิ่งตามสรนุชทันที่หน้า รพ.ปราดเข้าไปหาเรื่อง

“คุณมาทำอะไร...มาเยาะเย้ยเจนหรือไง”

“นี่...ฉันแยกแยะออกว่าอะไรงานอะไรเรื่องส่วนตัว...ฮึ...ดีแล้วที่นายใส่ชุดข้าราชการบ้าง จะได้จำได้ว่าตัวเองเป็นใคร นายจะได้ไม่ต้องโดนร้องเรียนอีก”

หัวหน้ากระบือบาลหนุ่มเดาออกทันทีว่าเป็นฝีมือสรนุชที่ร้องเรียนไปที่หัวหน้าของเขา ทั้งคู่เลยมีปากเสียงกัน ครั้งนี้สรนุชเถียงสู้ไม่ได้ถูกใจเด็ดด่าไม่ยั้งจนต้องสั่งให้เขาหยุดด่าได้แล้ว

“ไม่หยุด...คุณจะร้องเรียนก็เชิญ...ผมอาจจะถูกทำโทษเรื่องวินัย แต่คนที่จะทำโทษคุณก็คือกฎแห่งกรรม” ใจเด็ดพูดจบผละจากไป สรนุชได้แต่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ...

ใจเด็ดกลับถึงบ้านพักเลยเวลานอนไปมากแล้ว ค่อยๆย่องเข้าบ้านไม่อยากทำให้เกริกไกรตื่น แต่หมอหนุ่มนอนไม่หลับนั่งรอเพื่อนรักอย่างกระวนกระวายใจ อยากรู้ว่าปศุสัตว์จังหวัดเรียกเขาเข้าไปทำไม

“จะเรื่องอะไร ก็ยัยนั่นร้องเรียนเข้าไปว่าฉันเอาเวลาราชการไปทำละครวิทยุ...เขาก็เลยคาดโทษฉันห้ามทำอีก” ใจเด็ดว่าแล้วถอนใจเซ็ง เกริกไกรคาดไม่ถึงว่าสรนุชจะร้ายเอาเรื่องขนาดนี้

“ไม่เห็นต้องคิดอะไรมากนี่หมอ...เราน่าจะดีใจด้วยซํ้าเพราะนั่นเท่ากับว่าละครวิทยุของเราได้ผล ไม่อย่างนั้นแม่นั่นคงไม่เต้นขนาดนี้” ใจเด็ดสีหน้าหนักใจ ไม่ได้ดีใจอย่างปากว่าสักนิด

ooooooo

ณวัตมาถึงบริษัทคาบาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์ แต่เช้า ไม่พบสรนุชที่นั่น เจอแต่ชิดชัย จึงสั่งให้ชิดชัยพาเขาไปหาสรนุชที่ห้องพักของเธอซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่นี่นัก...

ในเวลาเดียวกัน บริเวณล็อบบี้ในโรงแรมที่พักของสรนุชและอรอนงค์ ระหว่างที่สรนุชกำลังชวนอรอนงค์ไปวัดด้วยกัน โชคชัยแวะมาชวนสรนุชไปไหว้พระเช่นกัน เห็นพักนี้เธอเจอแต่เรื่องหนักๆ เข้าวัดทำบุญเผื่อจะช่วยแบ่งเบาเคราะห์กรรมไปได้บ้าง สรนุชกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ อรอนงค์ชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“แหม...ใจตรงกันเลยค่ะ ก็ยัยนุชกำลังจะไปถวายสังฆทานที่วัดอยู่พอดี...นี่ไงนุช แกก็ไปกับนายกฯเลยสิ”

“จริงหรือครับ...ไปด้วยกันนะครับคุณอร”

อรอนงค์ปฏิเสธหน้าตาเฉยว่าไม่ไป อ้างไม่อยากให้พนักงานที่บริษัทเห็นเธอกับสรนุชไปทำงานสายด้วยกันทั้งคู่จะดูไม่ดี แล้วฝากโชคชัยดูแลสรนุชให้ด้วย สรนุชแอบค้อนเพื่อนรัก ก่อนจะเดินตามโชคชัยไปที่รถของเขา โดยไม่ทันสังเกตเห็นรถของณวัตจอดอยู่ไม่ห่างจากรถของโชคชัย ชิดชัยหันมาเห็นสรนุชกับโชคชัยออกจากโรงแรมด้วยกัน สะกิดให้ณวัตดู

“แหม...ถึงว่าทำไมพักนี้คุณสรนุชชอบไปทำงานสาย ที่แท้ก็มีภารกิจนี่เอง...เอ ไม่รู้ภารกิจอะไรนะครับถึงได้ออกจากโรงแรมด้วยกันอย่างนี้” คำเสี้ยมของชิดชัยไม่ได้ทำให้ณวัตหึงหวง แต่รู้สึกเสียหน้ามากกว่า

ooooooo

ตอนที่ 10

สรนุชยังคงเปิดแนวรุกเพื่อเพิ่มยอดขายไม่ยั้ง เช้าวันถัดมา เธอสั่งให้ชิดชัยจัดริ้วขบวนโดยใช้รถหกล้อติดป้ายโฆษณารถไถรอบคัน พร้อมเครื่องขยายเสียงมุ่งหน้าเข้าหมู่บ้านหนองระบือ ในขบวนมีพนักงานของบริษัทคอยแจกใบปลิวโฆษณาเชิญชวนชาวบ้านไปดูการสาธิตรถไถ เสียงสรนุชประกาศทางเครื่องขยายเสียงลั่น

“สวัสดีค่ะพ่อแม่พี่น้อง วันนี้พวกเราชาวคาบาตี้มาบอกข่าวดีให้กับทุกท่าน ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับรถไถรุ่นใหม่ที่พวกเราต้องการนำเสนอ ถ้าหากทุกท่านสนใจรถไถของเรา เรามีเงื่อนไขพิเศษที่จะมอบให้คือ...”

สรนุชพูดยังไม่ทันจบประโยคต้องชะงักเมื่อมองไปเบื้องหน้า เห็นใจเด็ดกับเหล่ากระบือบาลพาควายฝูงใหญ่มายืนขวางถนน พร้อมกับชูป้ายคัดค้านการใช้รถไถแทนควาย สรนุชต้องสั่งให้หยุดขบวนแห่ ชิดชัยมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสะใจ อยากรู้สรนุชจะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไร อรอนงค์เห็นสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจชวนสรนุชกลับ สรนุชไม่กลับ ประกาศทางเครื่องขยายเสียงว่า

“พวกเรามาอย่างสันติ...ไม่ต้องการมีเรื่องกับใคร...กรุณาถอยออกจากถนนด้วย”

“พูดอย่างนี้หมายความว่าไง หาว่าเรามาหาเรื่องหรือไงหัวหน้า...คุณสรนุชคงต้องการทำให้เราเป็นคนไม่ดีในสายตาชาวบ้าน” เจนจิราใส่ไฟไม่ยั้ง สมหญิงหลงเชื่อคำเสี้ยมของเจนจิราเห็นสรนุชกลายเป็นคนเลวร้าย แต่ใจเด็ดยังไม่ปักใจเชื่อ สรนุชขอให้ทางกระบือบาลส่งคนมาเจรจาจะเอาอย่างไรให้ว่ามา แล้วลงจากรถ เดินเข้าไปหาอย่างไม่เกรงกลัว เกริกไกรเสนอตัวจะไปคุยกับสรนุชให้ ใจเด็ดไม่ยอมขอไปเอง เจนจิราร้องห้ามไว้

“ให้เจนไปดีกว่าค่ะ...หัวหน้าก็รู้ว่าคุณสรนุชเล่นละครหลอกเรามาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่มีใครดูออกนอกจากเจน...เจนคิดว่า ผู้หญิงย่อมมองผู้หญิงด้วยกันออกค่ะ” เจนจิราเห็นใจเด็ดนิ่งไป คิดว่าไม่คัดค้านอะไรจึงเดินเข้าไปหาสรนุชที่รออยู่กึ่งกลางระหว่างกลุ่มกระบือบาลกับพวกรถไถ สรนุชพยายามใจเย็นพูดดีด้วย แต่เจนจิราคอยตั้งแง่ใส่เพราะไม่ชอบขี้หน้าเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สรนุชยื่นข้อเสนอให้เจนจิรากลับไปบอกใจเด็ด

“ถ้ายินยอมให้พวกเราขายรถไถที่หนองระบือนี่ ฉันจะดูแลควายของเธอเอง”

เจนจิราจะรู้ได้อย่างไรว่านี่ไม่ใช่คำสัญญาลวงๆ สรนุชรับรองด้วยเกียรติของตัวเองแล้วยื่นมือไปให้จับ เจนจิราเจ้าเล่ห์ยอมจับด้วย แต่กลับบีบมือสรนุชอย่างแรงถึงกับร้องโอ๊ยต้องสะบัดมือออกเพราะเจ็บ ทันใดนั้น เจนจิราแกล้งล้มลงไปกองกับพื้น ทุกคนในที่นั้นต่างตกใจ ใจเด็ดกับเหล่ากระบือบาลกรูเข้าหาสองสาว เช่นเดียวกับพวกรถไถ สรนุชรีบอธิบายว่าไม่ได้ทำอะไร เจนจิราล้มลงไปเอง

“ขนาดผมเห็นกับตาว่าคุณเป็นคนผลักเจนล้มอย่างนี้ คุณยังบอกอีกเหรอว่าไม่ได้ทำ เลิกเสแสร้งเป็นคนดีเสียที” ใจเด็ดมองสรนุชอย่างเอาเรื่อง อรอนงค์เห็นท่าไม่ดีรีบชวนสรนุชกลับ สรนุชแข็งขืนไม่ยอมไป ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องหนี อรอนงค์สะกิดให้สรนุชดูชาวบ้านที่จ้องมองอยู่ สรนุชเห็นสายตาตำหนิของพวกนั้นแล้วจำต้องล่าถอย เหลือบเห็นรอยยิ้มสะใจของเจนจิรา รู้ทันทีว่าเสียรู้ยัยตัวแสบหน้าซื่อเข้าให้แล้ว

ooooooo

ทุกคนที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์หลงเชื่อละครตบตาที่เจนจิราแสดง ยกเว้นเกริกไกรเพียงคนเดียวที่ไม่เชื่อว่าสรนุชจะเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้น ถ้าจะให้ยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ควรจะถามสรนุชให้รู้เรื่องก่อน

“ไม่ต้องถามหรอกคะ ยังไงหมอก็ต้องเชื่อพวกคาบาตี้อยู่แล้วเพราะคุณอรอยู่ฝ่ายนั้นนี่” สมหญิงแดกดัน

เกริกไกรไม่พอใจที่สมหญิงดึงอรอนงค์มาเกี่ยวข้องด้วย เริ่มเปิดฉากโต้เถียงกันไปมา ใจเด็ดไม่อยากให้เหล่ากระบือบาลเปิดศึกกันเองสั่งให้ทุกคนหยุดเถียงกันได้แล้ว

“หมอ...ฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันเห็น...พวกนั้นไม่ได้ดีอย่างที่เราคิด...ฉันพูดแค่นี้คิดว่าแกน่าจะเข้าใจนะ” ใจเด็ดตัดบท เกริกไกรถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนรัก เจนจิราแอบยิ้มปลื้มที่ใจเด็ดเข้าข้าง...

ด้านสรนุชเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเจนจิราให้อรอนงค์ฟังพร้อมกับโชว์มือข้างที่ถูกเจนจิราบีบเป็นรอยเห็นได้ชัดเจนให้ดู อรอนงค์ฟันธง ถ้าเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่าเจนจิราเล่นละครใส่ร้ายเธอ สรนุชพยักหน้ารับคำ ท่าทางเกมนี้คงจะยากกว่าที่เธอคิด จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของสรนุชดังขึ้น สมพลโทร.มาทำเป็นถามสารทุกข์สุกดิบ สรนุชรู้ทัน พูดดักคอว่าที่เขาโทร.มาต้องการจะสอบถามเรื่องยอดขายรถไถใช่ไหม

“เปล่าๆพ่อไม่ได้ถามเรื่องนั้น เพราะพ่อมั่นใจในศักยภาพของหนูอยู่แล้ว แล้วอีกอย่าง หนูนุชก็คงไม่อยากให้คุณพ่อของหนูเสียชื่อหรอก จริงไหม” สมพลยก พล.อ.สรยุทธขึ้นมาอ้างเพื่อกดดันสรนุชให้เร่งทำ

ยอดขาย ระหว่างนั้น พิภพถือวิสาสะเปิดประตูห้องทำงานสมพลเข้ามา สมพลไม่พอใจถามเสียงเขียวเข้ามาทำไม

“ก็เข้ามาเซ็นเอกสารไง...เห็นว่าแค่เรื่องเดียวฉันเดินมาเซ็นเองคงจะเร็วกว่า...คุยต่อไปเถอะ...ฉันจัดการเองได้” พิภพว่าแล้ว เอื้อมไปหยิบปากกาจากที่เสียบไว้ที่เสื้อของสมพลมาเซ็นเอกสารหน้าตาเฉย “ไง...ว่าที่ลูกสะใภ้ขายได้สักคันหรือยัง” พิภพยิ้มหยัน สมพลถึงกับปรี๊ดแตก

“เป็นถึงผู้บริหาร ไม่น่าจะถามอะไรโง่ๆนะพิภพ ผมกำลังคุยกับคุณสรนุช เธอโทร.มารายงานว่าแค่วันแรกที่เธอไปก็มียอดจองเข้ามาแล้วสิบสองคัน...คราวนี้อะไรๆที่หวังไว้ก็อย่าหวังให้มันสูงแล้วกัน ตกมาแล้วมันจะเจ็บ” สมพลเกทับ สรนุชได้ยินทางมือถือชัดเจนถึงกับตาเหลือก พิภพเซ็นเอกสารเสร็จ เอาปากกาเสียบคืนที่เดิม

“เกมเพิ่งจะเริ่ม” พิภพว่าแล้วเดินยิ้มกวนประสาทออกไป สมพลเจ็บใจมาก หันไปพูดโทรศัพท์กับสรนุช

“หนูคงได้ยินแล้วใช่ไหม...พ่อฝากด้วยนะ”

สรนุชยังไม่ทันจะอ้าปากค้าน สมพลวางสายไปเสียก่อน เธอเล่าให้อรอนงค์ฟังถึงเรื่องที่คุยกับสมพล อรอนงค์ถึงกับใบ้กินไม่รู้จะช่วยเพื่อนได้อย่างไร สรนุชยังคิดแผนการอะไรไม่ออก ได้แต่เรียกชิดชัยมาสั่งให้ทำยอดขายรถไถให้ได้สามคันภายในอาทิตย์นี้ จะใช้วิธีอะไรก็ได้เธอไม่สน ขอให้ได้ยอดขายเพิ่มเป็นพอ

ooooooo

ขบวนแห่ของสรนุชถูกใจเด็ดกับพวกขัดขวาง ทำให้งานสาธิตรถไถรุ่นใหม่ต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย ผู้พันชาญณรงค์รอตั้งเช้ายันเย็นจนตัวเกรียมเพราะแดดเผาไม่เห็นสรนุชกับพวกโผล่มาสักที รอต่อไปไม่ไหวชวนสมคิดกลับด้วยความเจ็บใจ พอถึงบ้าน ผู้พันชาญณรงค์จึงได้รู้ความจริงจากช่อผกาว่าที่สรนุชไม่ไปตามนัดเพราะใจเด็ดกับพวกนำควายมาขวางถนนเอาไว้

“นี่ฉันได้ยินมานะพ่อว่า ยัยนั่นหน้าแตกละเอียดกลับคาบาตี้ของมันไปเลย” ช่อผกาหัวเราะสะใจ แล้วนึกขึ้นได้ เมื่อครู่ได้ยินพ่อบอกว่าสรนุชจะเอารถไถรุ่นใหม่ไปสาธิตในที่ดินของเรา จัดแจงจะไปฟ้องใจเด็ด ผู้พันชาญณรงค์จิกผมลูกสาวเอาไว้ สั่งห้ามบอกเรื่องนี้กับใจเด็ดเด็ดขาด ถ้าชาวบ้านเกิดอยากได้รถไถขึ้นมา แล้วไม่มี ปัญญาจะซื้อก็ต้องมากู้เงินเขาไปซื้อ เขาจะได้ลูกหนี้เพิ่มได้เงินเห็นๆ

“พ่อ...เงินเรามีเยอะแล้ว แต่ที่เรายังไม่มีก็คือครอบครัวที่อบอุ่นนะพ่อ พ่อคิดดูนะ หนูกับพี่ใจเด็ดพอแต่งงานกันก็จะมีหลานตัวเล็กๆมาให้พ่อเลี้ยงซักโหลหนึ่งดีไหมพ่อ” ช่อผกาอ้อน

“พอเลยนังนี่ แค่แกคนเดียวฉันก็กลุ้มใจไม่รู้จะยังไงแล้ว เกิดลูกแกได้เชื้อโง่จากแกมาอีก ฉันไม่แย่หรือไง”

ช่อผกาโกรธ เดินกระฟัดกระเฟียดออกจากบ้าน ไม่สนใจเสียงห้ามปรามของพ่อ...

ค่ำวันเดียวกัน สรนุชเฝ้าครุ่นคิดจะทำอย่างไรให้ขายรถไถให้ได้ แต่แล้วภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าผุดขึ้นมาในสมองของเธอ เป็นตอนที่ใจเด็ดรีบเข้ามาดูเจนจิราด้วยความเป็นห่วง หลังจากเธอแกล้งล้ม เขาหลงเชื่อละครตบตาของเจนจิราต่อว่าสรนุชต่างๆนานา สรนุชทนให้ ใจเด็ดเข้าใจเธอผิดๆไม่ได้ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง...

ขณะที่สรนุชคิดหนักกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใจเด็ดนั่งมองรายงานบนโต๊ะทำงานแต่ใจกลับลอยคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าที่ทำการ อบต. และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่โชคชัยแสดงให้เห็นชัดเจนว่ารู้สึกอย่างไรกับสรนุช ใจเด็ดพยายามสลัดความขุ่นข้องหมองใจนี้ออกไป แล้วหันมาสนใจงานตรงหน้า แต่อาการปวดหัวกำเริบขึ้นมาอีก เขารีบคว้ายาในลิ้นชักโต๊ะทำงานขึ้นมากิน สักพัก ฤทธิ์ของยาทำให้หัวของเขาหนักอึ้ง จนต้องลงนอนบนโซฟา

จังหวะนั้น มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ใจเด็ดยังไม่ทันจะลุกขึ้นไปเปิด เห็นภาพลางๆของผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาหา ใจเด็ดเบลอคิดว่าเป็นสรนุช ยังเคืองเรื่องเมื่อเช้าไม่หายปัดมือเธอที่เข้ามานัวเนียออก เธอเสียหลักล้มลงมาบนตัวเขาใบหน้าสวยอยู่ใกล้แค่คืบ สรนุชค่อยๆโน้มตัวเข้ามาจะจูบ ใจเด็ดหลับตายื่นหน้าเข้าไปหา

ทันใดนั้นมีเสียงเจนจิราดังขึ้น “ทำอะไรน่ะผกา”

ใจเด็ดลืมตาขึ้น พยายามเพ่งมองหญิงสาวตรงหน้า ต้องตกใจถึงกับผงะที่เห็นเป็นช่อผกา เจนจิราไม่รอช้าปราดเข้ามากระชากช่อผกาออกจากใจเด็ดที่สะลึมสะลือก่อนจะหมดสติ เกริกไกรรีบเข้ามาดู เห็นใจเด็ดแค่หลับไปเท่านั้นก็โล่งใจ เจนจิราด่าช่อผกาว่าหน้าด้าน ไร้ศักดิ์ศรีย่องเข้าหาผู้ชายถึงห้องนอน

“หน้าด้านอะไร...ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกับพี่ใจเด็ดรักกัน ไม่อย่างนั้นพี่ใจเด็ดจะยอมนอนนิ่งๆ...ให้ฉัน...” ช่อผกาทำท่าจูบเย้ยเจนจิรา

“ผกา...ที่ไอ้เด็ดมันไม่ขัดขืนเธอเพราะยานอนหลับอย่างแรงนี่ต่างหาก” เกริกไกรชี้ให้ดูซองใส่ยาบนโต๊ะทำงาน ช่อผกาหน้าเจื่อน แต่ยังไม่ยอมแพ้ แถก สีข้างจะให้ใจเด็ดรับผิดชอบให้ได้ เจนจิราเหลืออดคว้าไม้กวาดใกล้มือเงื้อจะตี ยัยหน้าหนารีบโกยอ้าว จากนั้น เกริกไกรกับเจนจิราช่วยกันพยุงใจเด็ดไปนอนที่เตียง

ooooooo

สรนุชกับอรอนงค์มาถึงที่ทำงานในเช้าวันต่อมา กลับพบเด็กๆวิ่งเล่นกันวุ่นวายไปหมด สอบถามชิดชัยได้ความว่านี่เป็นโครงการที่เขาเพิ่งคิดได้เมื่อคืน  เรียกว่า โครงการ คาบาตี้รักเด็ก สรนุชสวนทันทีว่าเธอเกลียดเด็ก

“ใจเย็นๆนะครับคุณนุช ฟังเหตุผลผมก่อน คือไอ้เด็กพวกนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกชาวไร่ชาวนาในหนองระบือนี่แหละครับ วันๆไม่ได้ทำอะไรนอกจากเลี้ยงควาย หรือเรียกง่ายๆว่าเด็กเลี้ยงควายนั่นเอง คุณนุชเคยได้ยินไหมครับว่า ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก...ถ้าเราเอาเด็กพวกนี้มาอยู่กับเรา เราก็สามารถล้างสมองพวกนี้ให้โตขึ้นเป็นคนที่รักรถไถแทนควายไงครับ”

“นี่...ฉันว่านายท่าทางจะเลอะเทอะไปกันใหญ่แล้ว”

ชิดชัยขอร้องสรนุชอย่าเพิ่งคัดค้าน ที่เขาเล่าเมื่อครู่เป็นเป้าหมายระยะยาว ส่วนเป้าหมายระยะสั้นที่วางไว้คือการเอาเด็กๆพวกนี้มาดูแลแทนช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ที่ต้องไปทำไร่ทำนา พอตอนเย็นเราก็จะเอาพวกเด็กๆไปส่งบ้านให้ สรนุชเห็นเข้าท่า อย่างน้อยจะได้ทำให้ชาวบ้านมองเธอดีขึ้นจากเรื่องเมื่อวาน

ครู่ต่อมา สรนุช อรอนงค์ และชิดชัย พาพวกเด็กๆไปกินไอศกรีม เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆทำให้สรนุชทนไม่ไหวขอไปรอข้างนอก สั่งให้อรอนงค์จัดการค่าไอศกรีมให้ด้วย ใจเด็ดซึ่งรู้จากหนึ่งในเจ้าหน้าที่กระบือบาลว่าลูกชายของเธอมาร่วมโครงการคาบาตี้รักเด็กเลยตามมาดู เห็นสรนุชยืนกุมขมับอยู่หน้าร้านไอศกรีม เข้าไปแหย่

“นี่คุณจะทำทุกอย่างเพื่อชนะผมให้ได้เลยใช่ไหม...คราวนี้เลี้ยงเด็กต่อไปจะเลี้ยงอะไร”

“คงไม่เลี้ยงควายอย่างนายแน่” สรนุชตอกกลับ ทั้งสองคนโต้เถียงกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร

สักพัก อรอนงค์กับชิดชัยวิ่งหน้าตื่นออกมาบอกสรนุชว่า เมื่อครู่เราสองคนเช็กชื่อเด็กๆเพื่อจะพากลับพบว่า ด.ช.ไข่ย้อยหายไป ใจเด็ดตกใจ เด็กนั่นคือลูกของเจ้าหน้าที่ที่สถานีฯ รีบบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันตามหา

อรอนงค์กับสรนุชตามหาไข่ย้อยจนทั่วตลาดแต่ไม่พบ เหตุการณ์เลวร้ายลงเมื่อแม่ของไข่ย้อยมารับตัวลูกกลับ พอรู้ว่าลูกหายไปโวยลั่น หาว่าพวกรถไถกลั่นแกล้งเห็นเธอทำงานกับใจเด็ด เลยเอาลูกของเธอไปซ่อนเพื่อแก้แค้น ชาวบ้านที่มุงดูเริ่มไม่พอใจเอาข้าวของปาใส่สรนุชกับอรอนงค์อุตลุด มีเสียงไข่ย้อยตะโกนเรียกแม่ดังขึ้น ทุกคนพากันชะงัก แม่ไข่ย้อยหันไปเห็นลูกชายเดินเข้ามากับใจเด็ด ดีใจโผเข้าไปกอด

“ไข่ย้อย...เป็นไงลูกแม่...ไปเจอไข่ย้อยที่ไหนคะหัวหน้า”

“นั่งหลับอยู่ข้างศาลเจ้าน่ะ สงสัยกินข้าวเหนียวเยอะไปหน่อย”

แม่ไข่ย้อยขอบคุณใจเด็ดแล้วพาลูกชายกลับบ้าน ใจเด็ดหันไปบอกพวกชาวบ้านที่ยืนฮึ่มๆรอเล่นงานสรนุชกับอรอนงค์ว่าไม่มีอะไรแล้ว แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองได้แล้ว ชาวบ้านต่างรุมด่าสรนุชก่อนจะพากันสลายตัว สรนุชไม่พอใจ หาว่าใจเด็ดเตี๊ยมกับแม่ไข่ย้อย เพื่อฉีกหน้าเธอ

“ถ้าคุณคิดได้แค่นี้ ผมว่าทีหลังคุณอย่าเอาลูกเต้าคนอื่นมาทำอย่างนี้ดีกว่า ถ้าไข่ย้อยหรือลูกคนอื่นเป็นอะไรขึ้นมา บริษัทรถไถของคุณรับผิดชอบไม่ไหวแน่”

“นี่นายขู่ฉันหรือ”

“ผมพูดขนาดนี้แล้วคุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ถ้าคุณเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดีที่เข้าใจหัวอกคนอื่นเหมือนสามเดือนก่อน ผมว่าก็ยังดี ผมไม่รู้ว่าต่อไปแผนการตลาดของพวกคุณจะเป็นอะไร แต่ผมขอเตือนเอาไว้แล้วกันว่าสิ่งที่คุณทำ มันจะเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมาหาตัวคุณเอง” ใจเด็ดเตือนด้วยความหวังดี สรนุชถึงกับอึ้ง

ooooooo

ขณะเดียวกันที่บริษัทกำกับการดี สุบินกำลังรอลุ้น ผู้จัดละครจะเลือกพลอตละครเรื่องไหนของเขาไปทำ ผู้จัดฯอ่านทุกเรื่องที่สุบินส่งมาแล้ว สนใจเรื่อง “คุณชายเลี้ยงหมู คุณหนูเลี้ยงแกะ” เพียงเรื่องเดียว

สุบินได้แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากที่เคยไปอยู่ในสถานีเพาะพันธุ์ควายเลยเอามาดัดแปลงให้พระเอกเลี้ยงหมูแทน ผู้จัดฯสนใจควายมากกว่า สุบินประหลาดใจ ถามย้ำว่าต้องการให้เปลี่ยนเป็นคุณชายเลี้ยงควายจริงหรือ

“จริงสิ...ผมว่าคุณกลับไปปรับให้เป็นเรื่องของควายดีกว่า แล้วอีกอย่าง ถ้าไม่รบกวนเกินไป ผมอยากให้คุณช่วยหา ข้อมูลเรื่องควายมาให้ผมด้วย ผมจะเสนอขึ้นไปที่ช่องพร้อมพลอตของคุณเลย ช่องจะได้เห็นว่าเราเตรียมพร้อมทุกอย่าง” ผู้จัดฯว่าแล้วยื่นเรื่องย่อละครทั้งหมดคืนสุบิน...

ระหว่างทางกลับคอนโดฯที่พัก สุบินครุ่นคิดจะกลับไปหาข้อมูลที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์อย่างไรดี แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ คว้ามือถือขึ้นมาโทร.ถามข่าวคืบหน้าจากอรอนงค์ว่าใจเด็ดกับสรนุชคืนดีกันหรือยัง

“แย่ยิ่งกว่าเก่าอีก...แค่นี้นะ” อรอนงค์ว่าแล้ว วางสายไม่มีอารมณ์จะพูดด้วย

“เฮ้ย...ยัยอร...แย่ยิ่งกว่าเก่า...แล้วถ้าเราไปที่หนองระบือจะไปอยู่ข้างไหนวะเนี่ย” สุบินถอนใจหนักใจ...

ทางด้านอรอนงค์เป็นห่วงเพื่อนรักที่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างห้องทำงานสีหน้าครุ่นคิด ตั้งแต่กลับจากตลาดช่วงบ่ายจนฟ้ามืดแล้วยังไม่ยอมขยับไปไหน ชิดชัยเคาะประตูห้องแล้วเข้ามารายงานว่า ส่งเด็กๆกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว สรนุชค่อยๆหันมองชิดชัยด้วยสายตาอำมหิต กำชับว่าต่อไปอย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก

“แล้วเราจะเอายังไงต่อไปละนุช” อรอนงค์เอ่ยถามขึ้นในที่สุด สรนุชนิ่งคิดไปอึดใจ

“ก็ขายตรงถึงบ้าน ฉันอยากให้นายกลับไปคิดโปรโมชั่นมา จะผ่อนฟรีหกเดือนหรือผ่อนศูนย์เปอร์เซ็นต์ แถมน้ำมันฟรีหนึ่งปี...อะไรก็ได้ คิดออกมาให้ได้มากที่สุด...พรุ่งนี้...เราจะบุกหนองระบือ”

ooooooo

ชิดชัยทำงานได้เร็วทันใจ พิมพ์ใบปลิวโปร-โมชั่นพิเศษตามคำสั่งของสรนุชทันแจกให้ชาวบ้านในวันรุ่งขึ้น ช่อผกาได้รับใบปลิววิ่งแจ้นไปหาใจเด็ด เจอเจนจิรายืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คุยกับใจเด็ดอยู่หน้าบ้านพักปรี่เข้าแขวะ

“เชอะ...ฉันเคยได้ยินแต่สมภารอยากกินไก่วัด แต่นี่...ไก่วัดอยากให้สมภารกิน”

เจนจิราไม่พอใจทำท่าจะเปิดศึกกับช่อผกา ใจเด็ดต้องรีบเข้าไปขวาง ถามช่อผกามาหาเขาทำไมแต่เช้า ช่อผกาส่งใบปลิวให้ดู รายงานว่าพวกรถไถกำลังจะบุกหมู่บ้าน ใจเด็ดส่ายหน้าเอือมระอา...

โปรโมชั่นลดแลกแจกแถมที่สรนุชคิดขึ้นได้ผลดีมาก มีชาวบ้านเข้าร่วมฟังเต็มลานอเนกประสงค์ของหมู่บ้าน สรนุชเสนอโปรโมชั่นพิเศษผ่อนแค่เดือนละพันบาทก็สามารถเป็นเจ้าของรถไถได้ทันที ชาวบ้านทักท้วงเงินมากขนาดนั้นจะไปหาที่ไหนมาให้ ถ้าเป็นหลักร้อยยังพอพูดกันได้ สรนุชแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเสนอให้ชาวบ้านแต่ละคนนำเงินสองร้อยบาทมารวมกันสักห้าคนก็จะได้เงินค่าผ่อนรถไถแล้ว ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮา

“ก็เหมือนกับการที่เราตั้งสหกรณ์ไงคะ ในเมื่อทุกคนมีหุ้นในรถไถคันนี้ ก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันใช้ แล้วที่สำคัญ ใครสามารถพาคนมาซื้อรถไถของเราก็จะได้รับเปอร์เซ็นต์จากรถไถคันต่อไป”

ชาวบ้านต่างสนใจข้อเสนอ สรนุชยิ้มปลื้มความหวังที่จะทำยอดขายเพิ่มอยู่แค่เอื้อม แต่แล้วความหวังต้องพังไม่เป็นท่า เมื่อใจเด็ด เจนจิรา และช่อผกาเข้ามาขัดขวาง ใจเด็ดยกข้อเสียของการใช้รถไถแทนควายขึ้นมาพูดเป็นฉากๆ จนสรนุชเถียงไม่ออก ชาวบ้านเห็นความวุ่นวายไม่อยากยุ่งด้วยพากันสลายตัว สรนุชเจ็บใจใจเด็ดมากที่คอยขัดขวางอยู่ตลอด สะบัดหน้าเดินออกไปทันที

ครู่ต่อมา อรอนงค์ขับรถพาสรนุชกลับที่พัก สรนุชไม่พอใจจะพามาที่นี่ทำไม อรอนงค์อยากจะพักสมองบ้าง ปวดหัวกับเรื่องวุ่นๆพวกนี้เต็มที แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า คว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ สรนุชเหลือบเห็นเสื้อที่ใจเด็ดให้แขวนอยู่ในตู้ เดินไปหยิบขึ้นมาดูอย่างเจ็บแค้นใจ ก่อนจะตัดสินใจขับรถไปยังลำธารในป่าที่ซึ่งเธอกับใจเด็ดเคยมีความรู้สึกดีๆให้กัน ไม่นานนัก สรนุชมายืนบนโขดหินริมลำธารพร้อมกับเสื้อที่ใจเด็ดให้

“ฉันเคยมีใจให้นาย...ทำให้ฉันสูญเสียความเป็นตัวเอง...เสียน้ำตาให้นาย แต่ต่อจากนี้ไป สรนุชคนเดิมจะกลับมา ฉันจะทำให้นายแพ้จนไม่มีที่ยืนในหมู่บ้านนี้” สรนุชพูดจบโยนเสื้อลงลำธารเบื้องล่าง โดยไม่รู้ว่าใจเด็ดมาที่ลำธารแห่งนี้เพื่อลืมความหลังระหว่างเธอกับเขาเช่นกัน เพียงแต่เขาอยู่ด้านปลายน้ำ

ใจเด็ดกำลังจะกลับ ตอนที่เห็นเสื้อตัวหนึ่งลอยมาตามน้ำ เดินไปหยิบขึ้นมาดู จำได้ว่าเป็นเสื้อที่ตัวเองซื้อให้สรนุช นิ่วหน้าแปลกใจ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทันใดนั้นมีเสียงตะโกนดังก้องป่าว่า “ฉันเกลียดนาย” ใจเด็ดรีบเดินตามเสียงขึ้นไปทางต้นน้ำ...

ทางฝ่ายสรนุชมุ่งมั่นจะไม่ยอมให้ใจเด็ดมาทำร้ายหัวใจของเธอได้อีก ทิ้งความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้เขาไปกับเสื้อตัวนั้น แล้วขยับจะกลับ ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้น หญิงสาวตกใจคิดว่าเป็นสัตว์ป่า รีบหลบหลังต้นไม้ ก่อนจะค่อยๆชะโงกหน้ามอง ต้องแปลกใจเมื่อเห็นใจเด็ดเดินพ้นพุ่มไม้ออกมา สรนุชรีบผลุบหัวหลบ

กระบือบาลหนุ่มมองไปรอบๆบริเวณ สีหน้าผิดหวังที่ไม่พบใคร หันหลังจะกลับ อาการปวดหัวกำเริบขึ้นถึงกับทรุด สรนุชซ่อนตัวอยู่นานไม่ได้ยินเสียงอะไร ค่อยๆออกจากที่ซ่อน เห็นใจเด็ดนอนหมดสติอยู่ตรงโขดหินรีบวิ่งเข้ามาเขย่าตัว แต่เขานอนนิ่งไม่ไหวติง สรนุชใจไม่ดีจะก้มลงฟังเสียงเต้นของหัวใจเขาใกล้ๆ แต่ต้องผงะ

ใจเด็ดรู้สึกตัวค่อยๆยันตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล แต่ยังปากดีไล่สรนุชกลับไปได้แล้ว ไม่ต้องมายุ่งกับเขา แต่แล้วอาการปวดหัวรุมเร้าอีกจนใจเด็ดต้องล้มลงนอนเอามือกุมหัว สรนุชเป็นห่วงจะช่วยพยุง เขากลับไล่เธออีก

“นี่...ฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะ ฉันกลัวว่าถ้านายเป็นอะไรไป จะทำให้ฉันซวยไปด้วย” สรนุชแหวลั่น

ใจเด็ดมองหน้าสรนุชเขม็ง ก่อนจะออกปากไล่อีกครั้ง คราวนี้สรนุชหมดความอดทน เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับไปที่รถตัวเอง ปล่อยให้ใจเด็ดนอนสู้กับความเจ็บปวดอยู่ตรงนั้นคนเดียว แต่พอจะสตาร์ตรถ เธอกลับเปลี่ยนใจคว้าเป้สัมภาระกับขวดน้ำกลับมาที่ลำธารอีกครั้ง เห็นใจเด็ดนอนหมดสติอยู่ที่เดิม...

ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เจนจิรานั่งไม่ติด ค่ำมืด ป่านนี้แล้วทำไมใจเด็ดยังไม่กลับ ทั้งเกริกไกร สมหญิง และภิรมย์นั่งรอกินข้าวอยู่เริ่มเป็นห่วง คิดกันไปต่างๆนานา อาจจะเกิดเหตุร้ายกับหัวหน้าตัวเอง เจนจิราทนนั่งเฉยๆ ต่อไปไม่ไหว รีบออกไปตาม เกริกไกรสั่งสมหญิงกับภิรมย์เฝ้าอยู่ที่นี่ แล้ววิ่งตามเจนจิรา...

หลังจากขับรถตระเวนหาใจเด็ดไปทั่วหมู่บ้าน แต่ไม่พบ เจนจิรากับเกริกไกรมายังที่พักของสรนุชต้องประหลาดใจ เมื่อรู้จากอรอนงค์ว่าสรนุชก็หายไปเช่นกัน เจนจิราหน้าหงิกหน้างอขึ้นมาทันที

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมลำธาร สรนุชติดกองไฟเสร็จ หันไปมองใจเด็ดที่ตัวเองประคองขึ้นมาจากโขดหินยังคงนอนสลบไสลไม่ได้สติ แมลงกลางคืนตัวใหญ่บินตามไฟมาเกาะที่เสื้อใจเด็ด ก่อนจะคลานเข้าไปหาความอบอุ่นข้างใน สรนุชตกใจรีบเข้าแหวกเสื้อดู ไม่เห็นแมลงตัวนั้น กลั้นใจเอามือล้วงจะเข้าไปหยิบให้

ใจเด็ดเริ่มจะรู้สึกตัว สรนุชตาเหลือกจะชักมือออก แต่มันดันติด ไม่รู้จะทำอย่างไร รีบล้มตัวลงนอนหลับตา เป็นจังหวะเดียวกับที่ใจเด็ดลืมตาตื่นพอดี ชะงักที่เห็นใบหน้าของสรนุชอยู่ใกล้ๆ พอก้มดูที่อกตัวเองเห็นมือของเธอจับอยู่ ร้องเอะอะลั่น สรนุชทำเป็นสะลึมสะลือ ก่อนจะแกล้งโวยวาย

“นี่นายจะทำอะไร...เอามือฉันไปจับหน้าอกนายทำไม” สรนุชรีบดึงมือออกเนียนๆก่อนจะถอยออกห่าง

“ผมต่างหากต้องถามคุณ...คุณมาทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่กลับไป”

สรนุชโกรธ อุตส่าห์ช่วยเขาไว้ยังมีหน้ามาไล่กันอีก ทั้งสองคนต่อปากต่อคำกันพอหอมปากหอมคอ ใจเด็ดตัดรำคาญ คว้าขวดนํ้าราดกองไฟ แล้วเดินไปที่ริมลำธารวักนํ้าขึ้นมาล้างหน้าล้างตาเรียกความสดชื่น สรนุชรีบวิ่งตาม ด้วยความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์ส่อง ทำให้เธอเหยียบพลาด เซลงไปกองแทบเท้าใจเด็ด แทนที่เขาจะช่วยประคองกลับเหน็บแนมว่าใช้ลูกไม้เดิมๆไม่เบื่อหรืออย่างไร ต้องให้เขาคอยรับตลอด สรนุชฉุนขาด

“แล้วใครใช้ให้นายรับ”

“ฮึ...ตอนแรกผมก็คิดว่าคุณอาจจะขาไม่แข็งแรง ร่างกายอ่อนแอ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมคุณถึงทำอย่างนั้น เพราะมารยาของคุณไง”

“นายโกรธฉันมากใช่ไหม...ถึงได้พูดแต่ว่าฉันมารยา ฉันโกหก...เอาซี...ต่อยฉันเลย ฆ่าฉันให้ตายตรงนี้เลยก็ได้” สรนุชทั้งโกรธทั้งน้อยใจ ทันใดนั้น ใจเด็ดดึงร่างสรนุชเข้ามากอดไว้แนบอก ก่อนจะดันเธอออก มองสบตาด้วยความรักเต็มหัวใจ สรนุชถึงกับอึ้ง

“คุณเคยฆ่าผมด้วยวิธีนี้...ผมก็เลยอยากทำมันกับคุณบ้าง...แต่คุณคงไม่รู้สึกอะไร”

สรนุชพยายามจะบอกว่าไม่จริง แต่ใจเด็ดไม่ฟัง เดินผ่านเธอไปเหมือนอากาศธาตุ ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ หยุดพูดโดยไม่หันมองเธอแม้แต่น้อย ขอให้เธออย่าพูดเรื่องวันนี้กับใคร แล้วเดินจากไปเหมือนไม่ไยดี ทั้งๆที่ความจริงแล้วเขาเจ็บปวดใจมากที่ต้องพูดกับสรนุชไปแบบนั้น

ooooooo

ขณะเดียวกัน เกริกไกรเห็นรบกวนเวลาพักผ่อนของอรอนงค์นานแล้ว กำลังจะชวนเจนจิรากลับ เป็นจังหวะเดียวกับสรนุชมาถึงที่พักพอดี ทั้งเหนื่อยกายเหนื่อยใจไม่อยากมีปัญหากับเจนจิรา สรนุชจะเดินเลี่ยงเข้าห้อง แต่ยัยเจ้าเล่ห์หน้าซื่อไม่ยอมรามือ หาว่า สรนุชใช้มารยาเล่มไหนหลอกพาใจเด็ดไปอีก

“แล้วทำไม...ฉันจะใช้มารยาเล่ห์เหลี่ยมอะไรมันก็เรื่องของฉัน แต่จะบอกให้นะ ว่าฉันไม่ได้ใช้อะไรเลยหัวหน้าเธอก็วิ่งโร่มาหาฉันเอง” สรนุชโต้กลับอย่างเหลืออด เจนจิราโกรธ ด่าสรนุชว่าหน้าด้านไม่มียางอาย

“ฉันว่าคุณเจนคงใช้คำพูดผิดแล้วล่ะค่ะ เพราะคำว่าหน้าด้าน น่าจะใช้กับผู้หญิงที่เที่ยววิ่งไล่ตามผู้ชาย ทั้งๆที่รู้ว่าผู้ชายเขาไม่สน” สรนุชลอยหน้าลอยตาอย่างไม่สะทกสะท้าน เจนจิราปรี่จะเข้าไปตบ สรนุชตั้งท่าสู้ เกริกไกรกับอรอนงค์ต้องเข้ามาแยกคนของตัวออกก่อนเรื่องจะลุกลามไปกว่านี้...

ทันทีที่กลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เจนจิราตรงไปหาใจเด็ดที่บ้านพัก เห็นเขาอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน เข้าไปต่อว่าว่าแค่นี้ยังเจ็บไม่พออีกหรือ ถึงได้ไปหาสรนุชอีก ใจเด็ดยังไม่ทันจะพูดอะไร เจนจิราโผกอดเขาไว้แน่น

“หัวหน้าก็รู้ว่าคุณนุชร้ายกาจขนาดไหน เจนไม่อยากเสียหัวหน้าไป หัวหน้าอย่าไปกับเธออีกเลยนะคะ”

“เจน...เลิกทำแบบนี้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบ” ใจเด็ดดันตัวเจนจิราออก “แล้วอีกอย่าง...พี่ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับชีวิตพี่” ใจเด็ดพูดจบ ผละจากไปทิ้งให้เจนจิราหัวใจสลายอยู่ตรงนั้น...

ดึกแล้ว สรนุชยังนอนไม่หลับ ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จังหวะนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น สรนุชคิดว่าใจเด็ดตามมาขอโทษ แต่พอเปิดประตูรับกลับเห็นชิดชัยยืนอยู่ นิ่วหน้าแปลกใจมีธุระอะไรกับเธอ ชิดชัยจะมาบอกเธอว่าพรุ่งนี้เป็นวันพระ ชาวบ้านจะไปรวมตัวกันที่วัด เขาคิดว่าเราน่าจะไปโปรโมตรถไถของเราที่นั่น

“กี่โมง”

“ก็น่าจะเป็นแต่เช้านะครับ...กว่าคนจะกลับก็คงถวายเพลเสร็จ”

“ไม่ใช่...ฉันถามว่าตอนนี้มันกี่โมงแล้ว...ใช่เวลาที่จะคุยเรื่องนี้ไหม”

ชิดชัยรู้ตัวว่าพลาดอีกแล้ว รีบราตรีสวัสดิ์ แล้วชิ่งกลับ สรนุชคิดแผนการสำหรับวันพรุ่งนี้ทันที

ooooooo

ขณะสรนุชกับอรอนงค์กำลังยืนสั่งการให้

ชิดชัยกับเหล่าพนักงานของบริษัท ช่วยกันยกป้ายโฆษณาขายรถไถขึ้นมากางไว้หน้าทางเข้าวัด โชคชัยจะมาเยี่ยมหลวงพ่อ เห็นพวกสรนุชกำลังขะมักเขม้นทำงานกันอยู่ เดินเข้ามาทักทายถามไถ่ว่าทำอะไรกันอยู่ แล้วอ่านป้ายโฆษณาผืนใหญ่ตรงหน้า

“ซื้อรถไถวันนี้...รับฟรี...เตาไมโครเวฟรุ่นใหม่ล่าสุด”

“ก็อย่างที่เห็นแหละค่ะ วันนี้เป็นวันพระ ชาวบ้านคงมาวัดกันเยอะ นุชก็เลยถือโอกาสมาบอกข่าวดีให้ชาวบ้านฟังน่ะค่ะ” สรนุชตอบตามมารยาท โชคชัย

อาสาจะช่วยยกเตาไมโครเวฟให้ สรนุชไม่อยากรบกวน และที่สำคัญไม่อยากให้โชคชัยมีเรื่องกับชาวบ้านที่ไม่ชอบรถไถ

“พวกใจเด็ดน่ะหรือครับ...ไม่ต้องห่วง ผมเคยบอกคุณนุชแล้วไม่ใช่หรือครับว่าผมเห็นด้วยกับแนวทางของคุณ ผมเองก็ไม่มีเงินทองที่จะช่วยเหลืออะไร จะมีก็เพียงแรงกายกับแรงใจที่พอจะช่วยคุณนุชได้” โชคชัยพยายามเรียกคะแนนสงสาร สรนุชหนีไม่ออก จำต้องปล่อยให้เขาช่วยยกไมโครเวฟที่อยู่ท้ายรถให้ อรอนงค์รอจนโชคชัยพ้นสายตา รีบเข้ามาถามสรนุชว่านายกฯยังตัดใจจากเธอไม่ได้อีกหรือ

“แล้วแกว่าไงล่ะ...รีบทำเถอะ...เดี๋ยวชาวบ้านจะมากันแล้ว” สรนุชแอบถอนใจ เหนื่อยใจ...

ที่ศาลาวัด หลวงพ่ออดแปลกใจไม่ได้ทำไมวันนี้ญาติโยมถึงมาทำบุญกันน้อยนัก มีเพียงใจเด็ด ผู้พันชาญณรงค์ ช่อผกา และชาวบ้านอีกไม่กี่คน ระหว่างนั้นมีชาวบ้านคนหนึ่งเดินขึ้นมาบนศาลา แล้วเขาไปกระซิบ กระซาบกับชาวบ้านอีกคนที่นั่งอยู่ ชาวบ้านคนนั้นกระซิบกับคนข้างๆต่อกันเป็นทอดๆ ก่อนที่ทั้งหมดจะลุกตามกันออกไป หลวงพ่อสงสัย ตะโกนถามตาแมงว่ามีเรื่องอะไรกัน

“ก็พวกคาบาตี้มาแจกของที่หน้าวัดน่ะครับหลวงพ่อ ผมไปก่อนนะครับ...เดี๋ยวของแจกจะหมด”

“ถึงว่าทำไมวันนี้ไม่ค่อยมีคน...ที่แท้ก็ไปหลงนังแม่มดรถไถอยู่นี่เอง” ช่อผกาแขวะ ใจเด็ดหน้าเครียดขึ้นมาทันที นี่สรนุชจะไม่ยอมรามือบ้างเลยหรือ...

ที่ลานหน้าวัด ชาวบ้านพากันมุงดูเตาไมโครเวฟที่ซุ้มขายรถไถอย่างสนอกสนใจ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเตาไมโครเวฟเอาไว้ทำอะไร สรนุชต้องอธิบายให้ฟัง

“ไมโครเวฟนี้คือเครื่องประกอบอาหารค่ะ เพียงแค่ทุกคนมีไว้ที่บ้านก็ไม่จำเป็นจะต้องติดเตาถ่านให้ยุ่งยาก เพียงแค่เราเสียบปลั๊ก ตั้งความร้อน ตั้งเวลาก็เสร็จเรียบร้อย” สิ้นเสียงสรนุช ใจเด็ดสวนขึ้นทันที

“ระวังโดนข้อหาหลอกลวงผู้บริโภคนะคุณ...คุณก็รู้ว่าของพวกนี้มันไม่ปลอดภัย ถ้าเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นมาจะทำยังไง”

“ถ้าพูดเรื่องความปลอดภัย ถ้าเกิดไอ้สะเก็ดไฟจากเตาถ่านมันไปโดนฟางโดนหญ้าแห้งไม่แย่กว่าหรือ” สรนุชโต้ไม่ยอมแพ้ ใจเด็ดเองก็ไม่ยอมลงให้เธอเช่นกัน เหลือบไปเห็นชาวบ้านคนหนึ่งถือตะกร้าใส่ไข่ไก่ นึกอะไรขึ้นมาได้ ท้าพิสูจน์สรนุชที่คุยว่าไมโครเวฟทำได้ทุกอย่าง ลองต้มไข่ให้ดูได้หรือไม่ แล้วเดินเข้าไปขอยืมไข่จากชาวบ้านคนนั้น ก่อนจะส่งให้สรนุชทั้งตะกร้า สรนุชไม่ทันเฉลียวใจ ยัดไข่ใส่ไมโครเวฟทั้งตะกร้า

“โห...นี่มันง่ายยิ่งกว่าง่ายอีก นี่ค่ะ...ตั้งความร้อน แล้วก็ตั้งเวลา แล้วทุกท่านจะได้เห็นความมหัศจรรย์ของเจ้าเครื่องนี้” ทันทีที่สรนุชพูดจบ ได้ยินเสียงไข่ไก่ทยอยระเบิดปังๆๆออกมาจากเตาไมโครเวฟ ช่อผกาตกใจตะโกนลั่นระเบิดๆ แล้ววิ่งไปหลบหลังใจเด็ด ชาวบ้านแตกตื่นพากันเผ่นแน่บ

“ไม่ใช่ค่ะ แค่ไข่ระเบิดค่ะ กลับมาก่อน...ทุกคน...

นี่ไงคะ” สรนุชว่าแล้วเปิดฝาเตาไมโครเวฟ

อรอนงค์จะห้ามแต่ไม่ทัน ไข่ไก่ใบสุดท้ายระเบิดปัง เละเต็มหน้าสรนุช โชคชัยรีบพาเธอไปล้างหน้าล้างตา สรนุชถูหน้าไปบ่นไปด้วยความเจ็บใจที่พ่ายแพ้ใจเด็ดทุกครั้ง ยิ่งถูยิ่งแสบตาร้องให้โชคชัยช่วยเสียงลั่น นายกฯ อบต.หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาชุบนํ้าเช็ดรอบๆดวงตาให้เธออย่างห่วงใย สรนุชลืมตาขึ้นมอง เห็นใบหน้าโชคชัยตรงหน้ารีบหลบสายตา โชคชัยไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย

“คุณนุชครับ...ผมอยากให้คุณนุชคิดเรื่องที่ผมอยากเป็นผู้ช่วยให้คุณนุชอย่างจริงจังได้ไหมครับ ผมกลัวคุณนุชจะรับมือใจเด็ดไม่ไหว”

“ขอบคุณคุณโชคมากนะคะ แต่เรื่องนี้มันเป็นปัญหาของนุช แล้วก็อย่างที่นุชบอกน่ะค่ะว่า นุชไม่อยากให้คุณโชคต้องมาขัดแย้งกับชาวบ้านเพราะนุช” สรนุชพยายามเลี่ยง โชคชัยเองก็รู้ตัว แต่ยังยิ้มสู้

“ไม่เป็นไรครับ ยังไงผมก็พร้อมเป็นกำลังใจให้คุณนุช...สู้ๆนะครับ”

สรนุชขำที่โชคชัยทำท่าเหมือนพระเอกเกาหลี ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นใจเด็ดแอบมองอยู่อย่างปวดร้าวใจ

ooooooo

หลังจากแผนโปรโมตพังไม่เป็นท่าอีกครั้ง

สรนุชเรียกประชุมพนักงานฝ่ายขายของบริษัทเพื่อวางแผนใหม่ ชิดชัยเสนอว่าแผนเก่าก็ดีอยู่แล้ว ชาวบ้านให้ความสนใจเตาไมโครเวฟกันมากมาย สรนุชสวนทันที

“แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างวันนี้อีกใครจะรับผิดชอบ”

“ก็ตัวเองไม่ทันไอ้พวกกระบือบาลนั่นเองนี่หว่า” ชิดชัยแอบบ่นงึมงำๆ

สรนุชฉุนขาด สั่งให้พูดออกมาดังๆ ชิดชัยไม่รอให้บอกซํ้า โทษว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่วัดเป็นเพราะ

สรนุชเสียรู้ให้ใจเด็ด ใครๆก็รู้กันทั้งนั้นว่าเอาไข่ทั้งฟองใส่เตาไมโครเวฟไม่ได้ สรนุชกลับโทษว่าเป็นเพราะชิดชัยต่างหากที่คิดแต่เรื่องไม่เอาไหน ทั้งเรื่องเตาไมโครเวฟ ทั้งเรื่องการเลี้ยงเด็กเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่เกือบทำลูกชาวบ้านหาย เขานั่นแหละเป็นจุดอ่อนของบริษัท

ชิดชัยถึงกับร้องอ้าว ทำไมสรนุชถึงพูดอย่างนี้

“หรือว่าไม่ถูก...เท่าที่ฉันมาอยู่ที่นี่ ฉันบอกได้เลยว่าที่เราขายรถไถไม่ได้ไม่ใช่เพราะฝ่ายตรงข้าม แต่เป็นเพราะนาย...ต่อไปนี้ นายช่วยหุบปากที่ไร้สาระของนายได้แล้ว เพราะไม่อย่างนั้น นายน่าจะรู้ว่าฉันมีอำนาจทำอะไรได้บ้าง” สรนุชว่าพลางจ้องหน้าชิดชัยอย่างเอาเรื่อง

ชิดชัยหลบสายตาเหมือนจะสำนึกผิด แต่มือที่อยู่ใต้โต๊ะกลับกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น...

ตกค่ำ ชิดชัยชวนลูกน้องคนสนิทไปดื่มเหล้าดับแค้นที่ร้านคาราโอเกะในเมือง เจ็บใจที่สรนุชกล้าฉีกหน้าเขากลางที่ประชุม คนอย่างเขาฆ่าได้หยามไม่ได้ แล้วนึกแผนชั่วขึ้นมาได้ หันไปถามลูกน้องว่าคืนนี้ว่างไหม

“ลูกพี่จะทำอะไรหรือครับ” ลูกน้องนิ่วหน้าสงสัย ชิดชัยไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์...

ขณะที่ชิดชัยผุดแผนชั่วร้ายขึ้นมาในสมอง ใจเด็ดกำลังประชุมอยู่กับเกริกไกร ภิรมย์และเจนจิราอยู่ในสำนักงานของสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ใจเด็ดจะใช้วิธีใหม่รับมือกับพวกรถไถ โดยพวกเราจะเป็นฝ่ายรุกกลับบ้าง

“หมายความว่าไงวะไอ้เด็ด” เกริกไกรนิ่วหน้าสงสัย

“ตอนนี้เราเป็นฝ่ายตั้งรับตลอด เพราะเราไม่รู้ว่าพวกนั้นจะเอาแผนการตลาดอะไรมาใช้ แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ฉันก็กลัวจะพลาดท่าพวกนั้นเข้าสักวัน”

“ใช่ค่ะ...เพราะวันนี้เจนยังได้ยินชาวบ้านพูดเรื่องตั้งสหกรณ์เพื่อซื้อรถไถกันอยู่เลยค่ะ”

ระหว่างนั้น สมหญิงวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานใจเด็ดว่า มีพวกรถไถแอบเข้ามาในสถานีฯ ทุกคนพากันตามสมหญิงออกไปดู ครู่ต่อมา ใจเด็ด สมหญิง เจน–จิรากับภิรมย์ และเกริกไกรมาถึงหน้าสถานีฯจุดที่สมหญิงเห็นผู้บุกรุก แต่ไม่เจอใครสักคน เจนจิราอยากรู้ว่าพวกนั้นมากันกี่คน

“คนเดียวค่ะ”

“แยกย้ายกันตามหา...เจน พาภิรมย์กับสมหญิงไป...ส่วนหมอมากับฉัน” ใจเด็ดสั่งการเสร็จเดินนำเกริกไกรไปด้านหลังสถานีฯ ขณะที่เจนจิรา สมหญิง และภิรมย์พากันไปที่คอกควาย เดินยังไม่ถึงครึ่งทาง เจนจิราเห็นเงาตะคุ่มๆของใครบางคนอยู่แถวบ้านพักของเจ้าหน้าที่ ส่งสัญญาณให้ภิรมย์กับสมหญิงหยุดเดิน

“เดี๋ยวฉันจะตามมันไป...เธอสองคนอ้อมไปดักหน้ามันไว้” เจนจิราว่าแล้วหยิบไม้ท่อนเขื่องติดมือไปด้วย

ส่วนภิรมย์กับสมหญิงต่างแยกย้ายกันเดินหายไปในความมืด ครู่ต่อมา เจนจิราพบผู้บุกรุกเดินลัดเลาะไปทางบ้านพักของใจเด็ด แอบสะกดรอยตามพอได้ระยะฟาดไม้ใส่หัวจนร่างนั้นร่วงลงไปกองกับพื้น เจนจิรารีบเข้าดูหน้าใกล้ๆ ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าร่างนั้นคือ สุบิน...

ไม่นานนัก สุบินรู้สึกตัวตื่นขึ้นพบว่าตัวเองถูกมัดติดกับเสาโดยมีใจเด็ด เจนจิรา เกริกไกร และเหล่ากระบือบาลรายล้อมอยู่ เจนจิรารับหน้าที่เค้นความจริง สุบินแอบเข้ามาในสถานีฯมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ สุบินพยายามอธิบายว่าไม่ได้แอบเข้ามา แต่จะมาหาข้อมูลนำเรื่องพวกกระบือบาลไปเขียนเป็นพล็อตละครเรื่องใหม่ของเขา เจนจิราไม่เชื่อ เอาน้ำสาดหน้าสุบินโครม

“คราวที่แล้วโกหกว่าเป็นผู้กำกับ...ตอนนี้เป็นคนเขียนบทแล้วหรือ”

“นี่...ผมพูดจริงๆนะ...เชื่อผมเถอะ” สุบินอ้อนวอน เกริกไกรถามใจเด็ดจะเอาอย่างไรต่อไปดี

“ฉันมีวิธีที่จะรู้ความจริง” ใจเด็ดสีหน้าครุ่นคิด ขณะที่ทุกคนมองหน้ากันไปมาสงสัยว่าวิธีอะไร

ooooooo

ที่ห้องพักของสรนุช ขณะที่สรนุชนั่งคิดแผนสำหรับงานที่ต้องทำในวันนี้ อรอนงค์ติงว่าเมื่อวานนี้สรนุชไม่น่าพูดแรงๆ กับชิดชัยแบบนั้น สรนุชส่งแฟ้มประวัติการทำงานของชิดชัยให้อรอนงค์ดู

“แกดูนี่...ทำงานไม่มีประสิทธิภาพอย่างนั้น แต่ได้เงินเดือนสูงขนาดนี้ได้ยังไง...แล้วที่ฉันพูดไปมันก็เป็นความจริงทุกอย่าง” สรนุชเสียงเครียด อรอนงค์เดินมานั่งข้างๆ

“นุช...ฉันขอพูดในฐานะเพื่อนได้ไหม...แกรู้ไหมว่าตอนนี้แกเปลี่ยนไป เมื่อก่อนแกไม่ได้ใจร้ายขนาดนี้”

สรนุชยังไม่ทันจะพูดอะไร มีเสียงเคาะประตูห้องดังขัดจังหวะเสียก่อน ผจก.สาวเดินไปเปิดรับ ต้องชะงักที่เห็นเจนจิรายืนอยู่ เจนจิราไม่วายแขวะสรนุช ทำไมต้องตกใจด้วย

“ฉันไม่ได้ตกใจ แค่แปลกใจที่เธอยอมห่างหัวหน้าของเธอได้ยังไง” สรนุชแขวะคืน

“ฮึ...ฉันสมเพชเธอจริงๆ”

“นี่ ขอโทษนะ ฉันไม่มีเวลามาทะเลาะกับเธอ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันจะไปทำงาน”

“งานที่ให้เพื่อนเธอไปสืบมาน่ะเหรอ” เจนจิราว่าแล้ว ส่งถุงกระดาษให้สรนุชก่อนจะเดินยิ้มเย้ยออกไป สรนุชเปิดถุงออกดู ต้องแปลกใจที่เห็นกางเกงยีนส์อยู่ในนั้น อรอนงค์หยิบขึ้นมาพิจารณา จำได้ว่าเป็นของสุบินสองสาวงง กางเกงของสุบินมาอยู่กับเจนจิราได้อย่างไร...

หลังกลับจากเอากางเกงไปให้สรนุช เจนจิราพยายามเค้นเอาความจริงจากสุบินอีกครั้ง โดยแกล้งเอาเขาไปมัดไว้กับขาตั้งที่ให้ควายตัวผู้ผสมพันธุ์ แล้วนำควายพ่อพันธุ์เข้ามา สุบินร้องเอะอะลั่นให้ปล่อย

“ถ้าอยากให้ปล่อย ก็สารภาพมาว่าเพื่อนนายใช้ให้นายมาสืบหาอะไร” เจนจิราตวาด

“ฉันบอกไปหมดแล้ว...คุณใจเด็ดเชื่อผมเถอะครับ ตอนนี้ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับยัยนุชแล้ว”

ใจเด็ดยืนนิ่งไม่พูดอะไร เกริกไกรขอร้องให้ปล่อยสุบินได้แล้ว เจนจิราไม่สนใจจูงควายพ่อพันธุ์เดินวนไปด้านหลังสุบินที่นุ่งเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียว เขาถึงกับสติแตกร้องขอความช่วยเหลือลั่น สรนุชกับอรอนงค์โผล่มาช่วยสุบินไว้ทันรีบแก้มัดให้ แทนที่จะขอบคุณเขากลับไล่สองสาวกลับ

“แกว่าอะไรนะ” สรนุชมองหน้าสุบินงงๆ

“ฉันบอกให้พวกแกกลับไปไง...ฉันตั้งใจมาอยู่ที่นี่ ไม่ได้จะมาอยู่กับพวกแก”

สรนุชหันมองใจเด็ดตาขวาง ถามเสียงเขียวว่าทำอะไรเพื่อนของเธอ ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น ใจเด็ดยอกย้อน สรนุชเป็นเพื่อนกับสุบินน่าจะรู้ดีกว่าเขา สรนุชโกรธจัด ตบหน้าสุบินฉาดใหญ่เพื่อเรียกสติ ก่อนจะช่วยกับอรอนงค์ลากสุบินออกไปคุยกันข้างนอก ใจเด็ดแอบตามไปห่างๆ เห็นสุบินสะบัดหลุดจากมือของสองสาว

“ปล่อย...พวกแกมาทำไม...อย่างนี้คุณใจเด็ดยิ่งเข้าใจฉันผิดเข้าไปใหญ่”

“อ้อ...ที่พวกฉันมาช่วยแกเนี่ย ผิดใช่ไหม...รู้งี้น่าให้ไอ้ควายนั้นมันจัดการซะให้เข็ด” สรนุชแหวลั่น

“สุบิน...พวกนั้นล้างสมองแกเหรอ” อรอนงค์ถามด้วยความเป็นห่วง สุบินไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น ขอร้องให้ทั้งคู่กลับไปก่อน ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังโต้เถียงกันไปมา ใจเด็ดโผล่มาจากไหนไม่รู้ โยนเป้สัมภาระของสุบินเข้ามากลางวง

“ต่อไปอย่าใช้วิธีนี้อีกละ เพราะความอดทนของพวกเรามีจำกัด” ใจเด็ดพูดจบ หันหลังจะไป สุบินปราดไปดักหน้า ขอร้องใจเด็ดอนุญาตให้เขาอยู่ที่นี่ด้วย สรนุชวีนแตก สั่งให้สุบินไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้

“ไม่...ฉันจะอยู่ที่นี่ ฉันมาที่นี่เพื่อเขียนพล็อตละคร ไม่ได้มาเพื่อช่วยแกนะเว้ย”

สรนุชโกรธควันแทบออกหู ขืนอยู่ต่อต้องฆ่าสุบินตายคามือแน่ เดินสะบัดกลับไปที่รถ สุบินเห็นอรอนงค์ ไม่ขยับตาม รีบไล่ส่ง พอสองสาวไปพ้นสายตา สุบินหันไปขอบคุณใจเด็ด

“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก...ผมยังไม่ได้อนุญาตให้คุณอยู่” ใจเด็ดว่าแล้ว เดินกลับไปที่คอกผสมพันธุ์ควาย สุบินตามมาคุกเข่าอ้อนวอนใจเด็ดอย่างไม่ลดละ

“หัวหน้าอย่าใจอ่อนนะคะ จำไม่ได้เหรอคะว่าพวกนี้เคยทำอะไรไว้กับเรา” เจนจิราค้านหัวชนฝา

“เจน...คุณสุบินเขาก็ขอโทษแล้ว ถ้าเราไม่ให้อภัย... ไม่ใจแคบไปหน่อยเหรอ”

“หมอพูดอย่างนี้ ทำไมหมอไม่ย้ายไปอยู่กับพวกรถไถเลยล่ะคะ”

ใจเด็ดเห็นเจนจิราก้าวร้าวเลยต้องปราม เจนจิราหน้าหงิกไม่พอใจ ใจเด็ดจะยอมให้สุบินอยู่ที่นี่ แต่มีข้อแม้ต้องพิสูจน์บางอย่างให้เขาเห็นก่อน สุบินมองหน้าใจเด็ด สงสัยจะให้พิสูจน์เรื่องอะไร

ooooooo

ในเวลาต่อมา สรนุชเดินมาถึงหน้าบริษัทรถไถอย่างหัวเสีย โวยวายกับอรอนงค์ลั่นว่าอุตส่าห์ตามไปช่วย สุบินกลับเลือกจะอยู่กับควายมากกว่าเราสองคน อรอนงค์ขอร้องให้สรนุชใจเย็นก่อน

“ฉันใจเย็นมามากพอแล้ว ในเมื่อสุบินมันเลือกที่จะอยู่ฝ่ายโน้นก็ไม่ต้องมีอะไรจะพูดกันอีก”

จังหวะนั้น มีชายสวมหมวกกันน็อกอำพรางใบหน้า อ้างว่าใจเด็ดฝากของมาให้ แล้วปาถุงขี้ควายใส่สรนุชก่อนจะวิ่งหนี อรอนงค์รีบพาสรนุชไปล้างเนื้อล้างตัวหลังบริษัท สักพัก ชิดชัยวิ่งนำหน้าลูกน้องคนสนิทเข้ามาหา

“คุณนุชครับคุณนุช...เป็นอะไรมากไหมครับ...โห...เล่นปาขี้ควายใส่กันแบบนี้ ผมว่ามันจะเอาใหญ่แล้วนะครับ...คุณนุชรู้มั้ยครับว่าเป็นฝีมือใคร” ชิดชัยพูดพลางเอามือปิดจมูกเพราะทนกลิ่นเหม็นไม่ไหว

“จะใครซะอีก...ก็นายใจเด็ดไง” สรนุชมองสภาพตัวเองแล้วเจ็บใจ ขณะที่ชิดชัยกับลูกน้องมองสบตากันอย่างมีเลศนัย...

ข่าวสรนุชถูกปาขี้ควายใส่แพร่สะพัดไปทั้งหมู่บ้าน ช่อผการู้เรื่องนี้เข้าถึงกับหัวร่องอหาย ผู้พันชาญณรงค์ได้ยินเสียงหัวเราะของลูกสาว แปลกใจขำอะไรนักหนา พอรู้จากช่อผกากับสมคิดว่า สรนุชกับอรอนงค์ถูกใครไม่รู้เอาขี้ควายปาใส่ ผู้พันชาญณรงค์ฉุนขาด ด่าไม่เลี้ยงว่าทำแบบนี้หน้าตัวเมียชัดๆ

“อะไรพ่อ...พูดเหมือนรู้ว่าใครทำ”

ผู้พันชาญณรงค์ฟันธงว่าต้องเป็นใจเด็ดกับพวกกระบือบาล สรุปได้อย่างนั้น รีบบึ่งรถไปที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ชักปืนยิงขึ้นฟ้า ตะโกนเรียกใจเด็ดออกมาพบ ใจเด็ด เกริกไกรกับเจนจิราได้ยินเสียงปืนรีบวิ่งมาดู

“อะไรผู้พัน...มายิงปืนในนี้ทำไม เจน...เรียกตำรวจ” ใจเด็ดรีบสั่งการ

“ดี...เรียกมาเลย ฉันจะได้แจ้งความกลับว่า แกเป็นคนให้คนไปปาขี้ควายใส่คุณสรนุชกับน้องอรของฉัน”

ใจเด็ดกับเกริกไกรมองหน้ากันงงๆ ผู้พันเฒ่ายิ่งโกรธที่ทั้งคู่ทำไขสือ ด่ากราดเกิดเป็นลูกผู้ชายกล้าทำต้องกล้ารับ คนทั้งหนองระบือรู้ว่าใจเด็ดไม่กินเส้นกับสรนุช ถ้าไม่ใช่เขาทำแล้วจะเป็นใคร ใจเด็ดถึงกับหน้าเครียด

ooooooo

ตอนที่ 9

สรนุชโกรธจัดเมื่อกลับถึงบ้านแล้วพบว่าเรื่องแม่ป่วยหนักเป็นแค่แผนหลอกให้เธอกลับกรุงเทพฯ แม่ของเธอไม่ได้เป็นอะไร กำลังนั่งคุยอย่างออกรสอยู่กับพ่อ สมพล และณวัตอยู่ในห้องรับแขก สรนุชเดาได้ไม่ยากว่าสมพลต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด นอกจากนี้ ณวัตยังเซอร์ไพรส์สรนุชด้วยการเร่งรัดจะแต่งงานกับเธอให้ได้ ทั้งๆที่เพิ่งบอกเลิกเธอไปเมื่อวันก่อน อ้างว่าที่ต้องรีบแต่งเพราะคุณหญิงเลิศหล้าแม่ของสรนุชอยากอุ้มหลานเร็วๆ

สรนุชอ้าปากจะต่อว่าณวัต แต่คุณหญิงเลิศหล้า

ชิงเออออไปกับณวัตเสียก่อน สรนุชไม่อยากทำให้

แม่ไม่สบายใจได้แต่นั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขอตัวออกไปหาสุบินกับอรอนงค์ที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะสนามหน้าบ้าน สองเพื่อนซี้อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สรนุชจะเล่าให้ฟังวันหลัง ตอนนี้ขอให้ทั้งคู่กลับไปก่อน

จังหวะนั้น ณวัตตามเข้ามา สุบินของขึ้นจะขอเอาคืนที่ณวัตทำร้ายเขา แถมตบหน้าสรนุชตอนที่มีปากเสียงกันที่สุรินทร์ สรนุชไม่อยากให้มีเรื่องขอร้องให้สุบินกลับไปก่อน สุบินเห็นแก่หน้าเพื่อนรักจึงยอมกลับไปกับอรอนงค์ ณวัตรีบเข้ามาขอโทษสรนุชที่คราวก่อนทำรุนแรงกับเธอ ขอร้องให้เราสองคนกลับมาเป็นเหมือนเดิม

“คุณนี่ชอบทำอะไรที่ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ” สรนุชแดกดัน

“วัตรู้ว่านุชชอบเซอร์ไพรส์ไง”

“ใช่...คุณทำเซอร์ไพรส์ฉันหลายๆอย่าง ทั้งด่า ทั้งตบแล้วก็บอกเลิก แถมตอนนี้คุณยังมาขอคืนดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ฉันถามจริงๆเถอะ คุณทำได้ยังไง”

“ก็เพราะว่าวัตรักนุชไง” ณวัตสตรอได้เนียนมาก สรนุชทนฟังต่อไปไม่ไหวเดินหนีเข้าบ้าน ณวัตมองตามสีหน้าร้ายกาจ พึมพำกับตัวเอง ถ้าไม่ติดที่ต้องพึ่งบารมีพ่อของสรนุช เขาไม่มีวันง้อเธอเด็ดขาด...

ค่ำวันเดียวกัน สรนุชรื้อของออกจากกระเป๋าเดินทาง เจอเสื้อที่ใจเด็ดให้แล้วอดคิดถึงเขาไม่ได้ เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้บอกความจริงให้ใจเด็ดรู้ ตั้งใจแน่วแน่จะต้องกลับไปสารภาพทุกอย่างกับเขาให้ได้...

ขณะที่สรนุชนั่งมองเสื้อที่ใจเด็ดให้ด้วยความคิดถึง ใจเด็ดซึ่งนั่งเหม่ออยู่ที่คอกควายในสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ก็กำลังคิดถึงสรนุชเช่นกัน แต่พอเขาลุกขึ้นจะกลับที่พัก เกิดปวดหัวขึ้นมาต้องทรุดลงนั่งอย่างเดิม

ooooooo

เช้าวันถัดมา ระหว่างที่สมพลคุยให้ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของบริษัทฟังว่าจะเชิญ พล.อ.สรยุทธ มารับตำแหน่งที่ปรึกษาให้กับทางบริษัท ถ้าผู้ถือหุ้นทุกคนยอมคืนอำนาจทุกอย่างให้กลับมาอยู่ในมือเขา สรนุชมาขอเข้าพบ สมพลเกรงแผนจะแตกรีบบอกผู้ถือหุ้นว่าเดี๋ยวจะโทร.กลับไปฟังคำตอบแล้วรีบวางสาย สรนุชไม่พูดพล่าม ขอลาออกจากบริษัท สมพลพยายามกล่อมให้อยู่ต่อแต่ไม่สำเร็จ

“หนูตั้งใจไว้แล้วค่ะ ที่หนูมาบอกคุณพ่อวันนี้เพราะอยากจะแจ้งให้ทราบก่อน ส่วนหนังสือลาออกหนูจะทำมาให้อย่างเป็นทางการอีกที...หนูไม่รบกวนเวลาของคุณพ่อแล้วค่ะ” สรนุชพูดจบผลุนผลันออกไปโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของสมพล เขาถึงกับตบโต๊ะดังปังด้วยความหงุดหงิด ต้องหาทางให้ณวัตแต่งงานกับสรนุชให้เร็วที่สุด...

ในเวลาเดียวกัน ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เกริกไกร พยายามโทร.หาสรนุชตามเบอร์โทร.ที่เคยให้ไว้ แต่ติดต่อไม่ได้ ใจเด็ดที่คอยลุ้นอยู่ใกล้ๆพลอยหน้าเศร้าไปด้วย เจนจิราข้องใจ ทำไมใจเด็ดกับเกริกไกรถึงต้องเป็นเดือด

เป็นร้อนนักกับการที่สรนุชกับพวกกลับกรุงเทพฯ เกริกไกรสวนขึ้นทันที

“เจน...เธอไม่เข้าใจหรอกว่าความรักมันเป็นยังไง มันทรมานแค่ไหนที่เราไม่ได้เห็นหน้าคนที่เรารัก”

“แต่สำหรับเจน การได้เห็นหน้าคนที่เราแอบรักทุกวัน แต่รู้ว่าเขาไม่รักเรามันเจ็บกว่าค่ะ” เจนจิราตั้งใจพูดให้ใจเด็ดได้รู้ แต่เขากลับไม่รู้สึกรู้สมด้วย เกริกไกรนิ่วหน้า ไม่เข้าใจเจนจิราหมายความว่าอย่างไร

“ก็...หมายความว่าเจนไม่อยากให้หมอรออย่างไม่มีความหวัง พวกเขาก็มีชีวิตอย่างพวกเขา บางทีหมออาจจะไม่รู้ว่าคุณอรอาจจะมีแฟนอยู่ที่กรุงเทพฯเหมือนคุณสรนุชก็ได้” คำพูดของเจนจิราทำให้สองหนุ่มยิ่งเศร้า...

ไม่ได้มีแค่เกริกไกรกับใจเด็ดเท่านั้นที่เป็นเดือดเป็นร้อนกับการที่สรนุชกับพวกกลับกรุงเทพฯกะทันหันโชคชัยก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน และยังประกาศต่อหน้าใจเด็ดว่า ถ้าวันใดสรนุชกลับมาที่หนองระบือ เขาจะไม่ยอมเสียเธอไปอีก ใจเด็ดถึงกับสะอึกรู้ดีว่าโชคชัยรู้สึกอย่างไรกับสรนุช...

ที่คอนโดฯที่พักของสุบิน สรนุชกับอรอนงค์แวะมาหาสุบินโดยไม่ได้โทร.มาบอกก่อน เขากำลังทำเรื่องย่อละครเรื่องใหม่จะเอาไปเสนอให้ผู้จัด โดยใช้เค้าโครงจากชีวิตจริงของใจเด็ด พยายามจะเอาเรื่องย่อซ่อนแต่ไม่ทันสรนุชหยิบขึ้นมาอ่านเสียก่อน สุบินตกใจรีบดึงคืน สรนุชงงทำไมต้องทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต

“อ้าว...แกสองคนลืมไปแล้วหรือไงว่าแกทำงานที่คาบาตี้”

“แต่ฉันเพิ่งไปลาออกวันนี้” สรนุชโพล่งขึ้น อรอนงค์ตกใจจะลาออกทำไม

“ไม่รู้สิ...ฉันรู้สึกเบื่อๆยังไงไม่รู้” สรนุชบ่นพึมพำ

“ฉันรู้ว่าไอ้ความรู้สึกเบื่อๆของแกมันคืออะไร...แกรู้สึกผิดกับเรื่องที่หนองระบือไง รู้สึกผิดกับชาวบ้าน รู้สึกผิดกับควาย แล้วที่สำคัญ แกรู้สึกผิดกับคุณใจเด็ด...นุช ไหนๆแกก็ลาออกจาคาบาตี้แล้ว แกไม่คิดจะกลับไปบอกความจริงกับพวกเขาหน่อยหรือวะ” คำพูดของสุบินทำให้สรนุชคิดหนัก...

ระหว่างที่สรนุชคิดคล้อยตามคำพูดของสุบิน สถานการณ์ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์เข้าขั้นวิกฤติ เงินที่ใจเด็ดได้จากใจเพชรพี่ชายของเขาครั้งก่อน ร่อยหรอลงทุกที ไม่เพียงพอจะซื้ออาหารเสริมให้ควายกิน ทำให้ควายน้ำหนักลด ใจเด็ดเห็นยอดเงินที่เหลือเพียงไม่กี่พันบาทในสมุดบัญชี ทำให้อาการปวดหัวกำเริบหนักถึงกับเซจะล้มดีที่เกริกไกรเข้ามารับไว้ทัน แนะให้ใจเด็ดไปให้หมอสแกนสมองดู ใจเด็ดร้องห้ามเสียงหลง

“อย่า...ฉันไม่อยากให้ทุกคนรู้เรื่องนี้ ตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่าเรื่องของฉัน” ใจเด็ดพยายามกัดฟันข่มความปวดไว้ ขณะที่เกริกไกรมองเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

มีจดหมายจากกรมปศุสัตว์มาถึงเกริกไกรในเช้าวันรุ่งขึ้น เรียกให้เข้าไปอบรมเรื่องการป้องกันเชื้อวัวบ้าสายพันธุ์ใหม่ที่กรุงเทพฯ เขาถือโอกาสชวนใจเด็ดไปด้วย จะได้ไปตรวจอาการปวดหัวที่พักนี้มักจะกำเริบอยู่บ่อยๆ รพ.ในกรุงเทพฯมีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย ถ้าเจออะไรผิดปกติจะได้รักษาแต่เนิ่นๆ ใจเด็ดนั่งนิ่งสีหน้าครุ่นคิด

“ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว เดี๋ยวฉันไปเก็บเสื้อผ้าก่อน แกก็เหมือนกัน” เกริกไกรพูดจบเดินกลับที่พัก

ใจเด็ดหยิบสมุดบัญชีของสถานีฯขึ้นมาดู แล้วตัดสินใจตามเกริกไกรเข้ากรุงเทพฯ ไม่ได้จะไปหาหมอตรวจอาการปวดหัว แต่จะเอาที่ดินผืนสุดท้ายของตัวเองไปขายเพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายให้สถานีฯอยู่รอดต่อไปได้...

ในขณะที่ใจเด็ดเตรียมตัวเข้ากรุงเทพฯ สรนุชทนความรู้สึกผิดที่มีต่อใจเด็ดไม่ไหว ตัดสินใจจะกลับไปที่หนองระบือ เก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าเรียบร้อยแล้วจึงโทร.บอกอรอนงค์ว่าพรุ่งนี้เช้าจะเดินทางไปสุรินทร์ อรอนงค์พยายามทักท้วง สรนุชไม่สนใจ มุ่งมั่นจะต้องไปสารภาพความจริงกับใจเด็ดให้ได้

ความตั้งใจของสรนุชกลับต้องเจอโรคเลื่อน เพราะคืนพรุ่งนี้แม่ของเธอขอให้เธอไปร่วมงานเลี้ยงฉลองที่ พล.อ.สรยุทธเข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษา โดยไม่ยอมบอกว่าบริษัทที่เชิญพ่อไปเป็นที่ปรึกษาคือบริษัทคาบาตี้ สรนุชไม่ได้เอะใจว่านี่เป็นแผนการของสมพลและณวัต จึงตกปากรับคําไปร่วมงานด้วย

ooooooo

เจนจิราเกรงว่าใจเด็ดจะเข้ากรุงเทพฯไปตามหาสรนุช  ไม่ได้ไปขายที่ดินอย่างที่บอกใครต่อใคร จึงมาดักรอหน้าบ้านพัก พอใจเด็ดหิ้วเป้สัมภาระออกมา เจนจิราปรี่เข้าไปสารภาพความในใจพร้อมกับกอดเขาไว้แน่น ใจเด็ดมัวแต่ตะลึง ไม่ทันได้บอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับเธอมากกว่าเป็นพี่เป็นน้อง เสียงเกริกไกรเรียกใจเด็ดดังมาจากในห้องพักก่อนเจ้าของเสียงจะปรากฏตัวขึ้น ทําให้เจนจิราจําต้องผละจากใจเด็ด

“เอ้า...สั่งลากันเสร็จหรือยัง เดี๋ยวไปถึงกรุงเทพฯคํ่าพอดี” เกริกไกรเร่ง

ใจเด็ดชําเลืองมองเจนจิราที่จ้องมาที่เขาด้วยสายตาอาวรณ์แวบหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติแล้วรีบเดินตามเกริกไกรไปขึ้นรถ เจนจิรามองตามอย่างโล่งใจที่ได้บอกความในใจให้ใจเด็ดรับรู้...

กว่าใจเด็ดกับเกริกไกรจะถึงกรุงเทพฯฟ้ามืดแล้ว ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ใจเด็ดนัดคนซื้อที่ดินมาเจรจาความกันที่ห้องอาหารหรูในโรงแรมแห่งเดียวกับที่สมพลจัดงานเลี้ยงฉลองให้ พล.อ.สรยุทธ ที่เข้ารับตําแหน่งที่ปรึกษาของบริษัทคาบาตี้ นักธุรกิจที่มาเจรจากับใจเด็ดเคยคุยกับใจจอมพ่อของใจเด็ดเรื่องที่ดินผืนนี้มาก่อนแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ยครับ” ใจเด็ดยิ้มโล่งใจ

“ไม่มีหรอกครับ เพราะผมเองก็ชอบที่ผืนนั้น ติดอยู่อย่างเดียว...คือคุณใจจอมไม่ยอมขายที่ผืนนั้น แต่ถ้าคุณใจเด็ดสามารถพูดกับคุณใจจอมได้ ผมก็ยินดีจะซื้อทันที...ถ้าคุณคุยกับคุณใจจอมรู้เรื่องแล้ว ยังไงติดต่อผมได้เลยนะครับ” นักธุรกิจว่าแล้วลุกออกไป

เกริกไกรที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะถัดไปรีบปรี่เข้ามาถามใจเด็ดว่าเป็นอย่างไรบ้าง ใจเด็ดไม่ตอบ เดินหน้าเครียดออกจากร้านอาหาร ไม่ทันเห็นสรนุชในชุดราตรีสวยเริ่ด เดินผ่านหน้าร้านอาหารไปยืนรอลิฟต์ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก เกริกไกรร้อนใจตามมาถามใจเด็ดอีกว่า ตกลงนักธุรกิจคนนั้นไม่ซื้อที่ดินผืนนั้นหรือ

“ซื้อ...แต่พ่อฉันไม่ยอมขาย แล้วแกจะให้ฉันบอกพ่อฉันยังไง”

จังหวะนั้น ใจเด็ดเหลือบไปเห็นสรนุชเดินเข้าไปในลิฟต์ ดีใจจะวิ่งไปหาแต่ประตูลิฟต์ปิดเสียก่อน สรนุชไม่เห็นใจเด็ด ได้ยินเสียงเรียกของเขาแว่วๆ คิดว่าตัวเองหูฝาดจึงไม่ได้สนใจอะไรอีก ใจเด็ดมั่นใจว่าสรนุชต้องมางานอะไรสักงานหนึ่งวิ่งไปดูที่บอร์ดซึ่งแจ้งว่ามีงานเลี้ยงอะไร จัดที่ห้องไหน เห็นมีเพียงงานของบริษัทคาบาตี้แสดงความยินดีกับตําแหน่งใหม่ของ พล.อ.สรยุทธติดอยู่ ใจเด็ดสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที...

ที่ห้องจัดงานเลี้ยงฉลองตําแหน่งที่ปรึกษาให้ พล.อ.สรยุทธ มีนักข่าวมารุมทําข่าวกันมากมาย คุณหญิงเลิศหล้ากับ พล.อ.สรยุทธนั่งอยู่โต๊ะเดียวกับสมพล โดยมีพิภพและผู้ถือหุ้นรายใหญ่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ได้เวลาเริ่มงาน  พิธีกรบนเวทีประกาศเชิญสมพลในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทคาบาตี้ขึ้นมากล่าวเปิดตัว พล.อ.สรยุทธที่มารับตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของบริษัท เสียงตบมือให้เกียรติดังกระหึ่ม

ณวัตยืนอยู่หน้างานคอยชะเง้อคอมองหาสรนุชด้วยความกระวนกระวายใจ งานเริ่มแล้วทำไมสรนุชยังไม่มาสักที จังหวะนั้น สรนุชเดินเลี้ยวมุมตึกเข้ามาเห็นณวัตถึงกับงงมาได้อย่างไร

“แปลกใจหรือครับ พอดีคุณพ่อกับคุณแม่คุณกลัวว่าคุณจะเหงาก็เลยให้ผมมาด้วย...นุชรู้มั้ยครับว่านุชสวยมาก” ณวัตปากหวานจนเลี่ยน สรนุชเอียนกับคำหวานจอมปลอม รีบเดินเลี่ยงเข้างาน ต้องชะงักที่เห็นพ่อตัวเองยืนกล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารอยู่บนเวที โดยมีสมพลและผู้บริหารคนอื่นๆยืนอยู่ด้วย ณวัตตามมายืนใกล้ๆ

“คุณพ่อคุณ รับเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ให้กับทางคาบาตี้ของเรา”

สรนุชตกใจมาก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าที่แท้ตัวเองถูกหลอกให้มางานนี้ หันหลังจะกลับ ณวัตดึงแขนเธอไว้ขอให้อยู่รอรับตำแหน่งใหม่ก่อน สรนุชยิ่งงงหนัก ตำแหน่งบ้าบออะไร สมพลซึ่งอยู่บนเวทีเห็นสรนุชยืนอยู่ที่ประตูทางเข้า รีบประกาศทางไมโครโฟน

“มาแล้วครับ เจ้าหญิงแห่งคํ่าคืนนี้ ขอเสียงตบมือให้กับคุณสรนุช...ลูกสาวคนเดียวของ พล.อ.สรยุทธด้วยครับ” เสียงประกาศของสมพลและเสียงตบมือของแขกเหรื่อดังไปทั้งชั้นจัดงาน

ใจเด็ดกับเกริกไกรมาถึงหน้างานพอดีถึงกับชะงัก ยิ่งได้ยินเสียงสมพลประกาศยกย่องสรนุชที่ทุ่มเทขนาดลงทุนไปคลุกคลีอยู่ที่หนองระบือร่วมสามเดือน จนได้แผนยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ยอดขายรถไถของบริษัทเพิ่มขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี ทั้งๆที่ไม่เคยขายได้ หัวใจของใจเด็ดเหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ

ณวัตได้ทีรีบดึงสรนุชขึ้นมาบนเวที ระหว่างนั้น อรอนงค์กับสุบินเพิ่งมาถึงงาน เห็นสรนุชยืนเด่นอยู่บนเวทีหันมองหน้ากันงงๆ ตกลงงานเลี้ยงฉลองของใครกันแน่ อรอนงค์ตกใจแทบช็อกเมื่อเหลือบไปเห็นเกริกไกรกับใจเด็ดยืนหลบมุมอยู่แถวประตูทางเข้า รู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก จะต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ๆ

ooooooo

เป็นอย่างที่อรอนงค์คาด ทันทีที่สมพลประกาศมอบตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายให้สรนุช ใจเด็ดทนฟังต่อไปไม่ไหว เดินหน้าบอกบุญไม่รับขึ้นไปหาสรนุชบนเวที สรนุชตกใจที่เห็นใจเด็ดพยายามจะเล่าความจริงให้ฟัง แต่เขาเจ็บปวดเกินกว่าจะฟัง และที่สำคัญสิ่งที่เขาเห็นและได้ยิน  อธิบายทุกอย่างชัดเจนแล้ว ณวัตไม่พอใจตะโกนเรียก รปภ.ให้มาลากตัวใจเด็ดกับเกริกไกรออกไปจากงาน รปภ.ต่างกรูกันเข้ามาจับตัวเกริกไกรไว้

“นี่ใช่มั้ย ธุระด่วนที่คุณบอกว่าจะต้องรีบกลับมากรุงเทพฯ...ธุระของคุณคือการกลับมารับตำแหน่งใหม่กับไอ้บริษัทนี่ใช่ไหม...ผมอยากถามคุณคำเดียว...คุณทำได้ยังไง” สิ้นเสียงใจเด็ด รปภ.อีกกลุ่มหนึ่งเข้ามา

รวบตัวใจเด็ดลากออกไป สรนุชพยายามร้องห้าม แต่เปล่าประโยชน์ รปภ.ลากใจเด็ดกับเกริกไกรออกไปนอกงาน สรนุชรีบวิ่งตามจนทัน เห็น รปภ.เหวี่ยงใจเด็ดกับเกริกไกรลงไปกองกับพื้น จะเข้าไปช่วยแต่ณวัตคว้าแขนไว้

“คุณสร้างเรื่องทุกอย่างขึ้นมา แม้แต่เรื่องที่คุณเลิกกับแฟน” ใจเด็ดต่อว่าสรนุชด้วยแววตาปวดร้าว

สรนุชอ้าปากจะอธิบาย แต่ณวัตสั่งให้ รปภ.คุมตัวเธอไว้ ณวัตกับใจเด็ดมีปากเสียงกัน ณวัตไม่พอใจต่อยใจเด็ดจนล้มควํ่า สรนุชดิ้นหนีจาก รปภ.ได้ รีบวิ่งเข้ามาดู

ใจเด็ดด้วยความเป็นห่วง แต่เขาสะบัดมือเธอออก

“จำได้ไหม ที่คุณเคยบอกว่าคุณอยากเจอผู้ชายที่เป็นเหมือนควาย” ใจเด็ดจ้องหน้าสรนุชเขม็ง

“ฉันจำได้”

“คุณเจอเขาแล้ว...ผมเองที่เป็นควายให้คุณหลอกใช้มาตลอด” ใจเด็ดพูดจบ ผละจากไปอย่างเจ็บปวดใจเกริกไกรจะตามแต่ใจเด็ดขอร้องไม่ให้ตาม ขออยู่คนเดียวสักพัก แล้วเดินออกไป อรอนงค์วิ่งตามมาทันเกริกไกร พยายาม จะเล่าความจริงให้ฟัง ทีแรกเกริกไกรปฏิเสธว่าไม่ต้องการฟังเรื่องโกหก

อรอนงค์ต้องขอร้องให้ฟังเธอก่อนถ้าอยากรู้ความจริง เกริกไกรถึงได้ยอมฟัง เธอเล่าว่าสรนุชกับเธอเป็นพนักงานของบริษัทรถไถจริงๆ ตอนแรกที่พวกเธอไปหนองระบือ  คิดแค่อยากจะได้ข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่พออยู่ๆไปความรักและความเอื้ออาทรของทุกคนที่หนองระบือ ทำให้พวกเธอไม่อยากโกหกอีกต่อไป

“แต่คุณอรก็ยังเลือกที่จะโกหก ถ้าผมกับไอ้เด็ดไม่มาเห็นเอง พวกคุณก็คงโกหกพวกเราต่อไป”

“ใครว่าคะ...ยัยนุชเพิ่งไปลาออกแล้วก็ตัดสินใจจะไปบอกความจริงกับคุณใจเด็ดที่หนองระบือ”

“แล้วไอ้ตำแหน่งใหม่ที่ผมได้ยินล่ะ”

อรอนงค์ยืนยันที่พูดมาทั้งหมดเป็นความจริง ส่วนเรื่องตำแหน่งใหม่ เธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นไปได้ เกริกไกรมองตาอรอนงค์ที่เต็มไปด้วยความจริงใจแล้วเชื่อเต็มร้อยว่าเธอพูดความจริง แต่ใจเด็ดคงไม่เชื่อแน่ๆ อรอนงค์ขอร้องให้เกริกไกรช่วยพูดกับใจเด็ดให้ที เกริกไกรจะช่วยพูดให้แต่ไม่รับรองว่าใจเด็ดจะฟังหรือเปล่า

เหตุการณ์เป็นอย่างที่เกริกไกรหวั่น นอกจากใจเด็ดจะไม่ฟังแล้วยังบอกให้เกริกไกรเลิกพูดถึงสรนุชอีกด้วย เขามีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าต้องคิด พรุ่งนี้เขาจะเข้าไปเอาโฉนดจากพ่อ เกริกไกรสีหน้าครุ่นคิด จะทำอย่างไรให้ใจเด็ดได้เจอกับสรนุช เผื่อจะปรับความเข้าใจกันได้

ooooooo

สรนุชมาถึงที่ทำงานแต่เช้า เอาใบลาออกอย่างเป็นทางการไปยื่นให้สมพลที่ห้องทำงาน สมพลพยายามเกลี้ยกล่อมให้สรนุชเปลี่ยนความตั้งใจ แต่ไม่เป็นผล เธอยังยืนคำเดิม แล้วขอตัวออกไป

“นังนี่...คิดว่าฉันจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆหรือไง” สมพลทุบโต๊ะทำงานปัง ตาวาวอย่างเอาเรื่อง...

หลังจากยื่นใบลาออกเรียบร้อย สรนุชอยากไปเที่ยวเล่นให้สบายใจ ชวนอรอนงค์โดดงานไปด้วยกัน อรอนงค์แนะให้สรนุชไปคุยปรับความเข้าใจกับใจเด็ด ไม่ต้องไปถึงหนองระบือ เธอรู้ว่าตอนนี้ใจเด็ดอยู่ที่ไหนสรนุชมองหน้าเพื่อนรักสีหน้าฉงน...

เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ อรอนงค์รีบโทร.ไปแจ้งความคืบหน้าให้เกริกไกรทราบ ทั้งคู่หวังว่าเมื่อใจเด็ดกับสรนุชได้พูดคุยกันแล้ว อาจจะทำให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี...

ในขณะเดียวกัน ที่บ้านของใจจอม ใจเด็ดอ้อนวอนขอร้องให้ใจจอมคืนโฉนดที่ดินให้ ทีแรกใจจอมไม่ยอมให้ อ้างว่าที่ดินผืนนี้ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขา ทำไมเขาจะต้องเอาไปช่วยควายของใจเด็ดด้วย แต่พอเห็นใจเด็ดลงทุนคุกเข่าขอให้เขาคืนโฉนดให้  ใจจอมถึงกับอึ้ง ตัดสินใจโยนโฉนดที่ดินใส่หน้าใจเด็ด

“โฉนดที่แกอยากได้...แล้วแกไม่ต้องกลับมา

เหยียบที่นี่อีก” ใจจอมพูดจบขยับจะไป ใจเด็ดโพล่งขึ้นทันที

“ผมไม่ได้เลือกควาย...แต่พ่อเป็นคนทำให้ผมเลือก”

ใจจอมชะงักครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินต่อโดยไม่หันมองใจเด็ดอีกเลย หทัยแม่ของใจเด็ดโกรธแทนลูกชายที่ใจจอมพูดจาไม่รักษาน้ำใจกันบ้าง ใจเด็ดก้มเก็บโฉนดขึ้นมา แล้วกลับไปที่รถของตัวเองที่จอดอยู่หน้าบ้านด้วยหัวใจอ้างว้าง แต่ต้องชะงักเมื่อเจอสรนุชขับรถมาจอดข้างรถของตนเอง ชายหนุ่มยังเสียใจไม่หายที่ถูกหลอกเดินหนีขึ้นรถ สรนุชไม่รอช้าปราดเข้าไปหาด้วยสีหน้างุนงง

“อะไร...นายอยากเจอฉัน แต่พอฉันมา นายกลับเดินหนี”

“ผมไม่ได้อยากเจอคุณ” ใจเด็ดเสียงเขียว สรนุชถึงบางอ้อทันทีว่าโดนอรอนงค์หลอกให้มาเจอใจเด็ด ไหนๆก็มาแล้ว เลยถือโอกาสขอคุยปรับความเข้าใจ แต่ใจเด็ดไม่อยากคุยด้วยก้าวขึ้นรถจะปิดประตู สรนุชคว้าประตูรถไว้ขอร้องให้ฟังคำอธิบายก่อน ที่เธอทำไปทั้งหมดไม่ได้ตั้งใจจะหลอกเขา ใจเด็ดโวยวายทันที

“สามเดือน...สามเดือนคุณยังกล้าบอกว่าคุณไม่ตั้งใจอีกเหรอ”

สรนุชไม่ตั้งใจจริงๆที่ทำไปเพราะความจำเป็น ใจเด็ดลงจากรถมายืนประจันหน้า ตอนนี้เขาไม่เชื่อคำพูดอะไรของเธออีกแล้ว สรนุชน้ำตาเอ่อขึ้นมาด้วยความเสียใจ ใจเด็ดกลับคิดว่าเธอมารยาแกล้งบีบน้ำตา ไล่ให้เลิกขายรถไถแล้วไปเป็นนักแสดงจะเหมาะกว่า สรนุชทั้งโกรธทั้งเสียใจ ตบหน้าใจเด็ดฉาดใหญ่ก่อนจะตะโกนลั่น

“ฉันรักนาย...นี่ต่างหากที่เรียกว่าโกหก นี่ต่างหากที่เรียกว่าการแสดง...พอใจหรือยัง”

“รวมทั้งเรื่องที่ลำธารด้วยใช่มั้ย”

สรนุชต้องการเอาชนะใจเด็ด จึงโกหกว่าใช่ นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการแสดง ใจเด็ดคงไม่หลงเชื่อว่าเธอชอบเขาจริงๆใช่ไหม ใจเด็ดโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ด่าว่าเธอว่าเป็นแค่ผู้หญิงน่ารังเกียจที่มีมารยาไว้หลอกลวงผู้ชาย

“ใช่...แล้วฉันก็ทำสำเร็จเสียด้วย ไม่อย่างนั้นฉันว่านายคงจะไม่โกรธขนาดนี้หรอก”

ใจเด็ดท้าสรนุช ถ้าคิดว่าสิ่งที่เธอทำจะทำให้บริษัทรถไถชนะควายได้ก็ลองดู สรนุชรับคำท้า บอกให้ใจเด็ดเตรียมเก็บควายของเขาเข้าคอกได้เลย เพราะเธอจะทำให้หนองระบือเป็นที่ที่ใช้รถไถมากที่สุดในประเทศ จากนั้นสรนุชกลับขึ้นรถแล้วขับออกไป ทันทีที่พ้นสายตาใจเด็ด สรนุชร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ ก่อนจะฮึดสู้ขึ้นมาใหม่ ตั้งใจแน่วแน่จะต้องเอาชนะใจเด็ดให้ได้ ขณะที่ใจเด็ดมองตามรถของสรนุชด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งแค้น

ooooooo

สรนุชรีบไปหาสมพลที่ทำงานแต่เช้าเพื่อขอให้ยกเลิกใบลาออกของเธอ และขอให้เขาส่งเธอกลับไปที่หนองระบือ สมพลยินดีอย่างยิ่งที่สรนุชเปลี่ยนใจ ที่จริงแล้วเขาฉีกใบลาออกของเธอทิ้งตั้งแต่วันนั้นแล้ว

จากนั้น สมพลแฟกซ์คำสั่งแต่งตั้งสรนุชเป็น ผจก.สาขาย่อย จ.สุรินทร์ คนใหม่ไปให้ชิดชัยซึ่งกำลังตกลงธุรกิจอยู่กับผู้พันชาญณรงค์จะให้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถไถ ชิดชัยถึงกับเข่าอ่อน ทำกระดาษแฟกซ์หลุดมือ ช่อผกาก้มลงอ่านด้วยความอยากรู้อยากเห็น ต้องตกใจเมื่อเห็นรูปถ่ายสรนุช

“คำสั่งแต่งตั้ง ผจก.คนใหม่...นี่มันอะไรกัน ยัยนี่เป็นอะไรกับคาบาตี้ อธิบายมาให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้” ช่อผกาเสียงเขียวขึ้นมาทันที หลังจากได้ฟังเรื่องราวของสรนุชจากปากของชิดชัยแล้ว ช่อผกาต้องการเปิดโปงสรนุชเพื่อแก้แค้นที่มาแย่งตำแหน่งเทพีควายไปจากเธอ จึงอัดสำเนาแฟกซ์ไว้ปึกใหญ่ แล้วเอาไปแฉกลางตลาด

“นังสรนุชที่ทุกคนโหวตให้เป็นเทพีหนองระบือ ที่แท้มันก็คือคนของคาบาตี้ปลอมตัวเข้ามา”

สมหญิง ภิรมย์ และเจนจิรา มาเดินซื้อของในตลาดได้ยินเสียงช่อผการีบแหวกฝูงชนเข้ามาดู สมหญิงกับภิรมย์ทนเห็นสรนุชถูกใส่ร้ายไม่ได้เข้าไปต่อว่า

ช่อผกาว่าทำไมถึงจองเวรสรนุชไม่เลิก

“จองเวรเหรอ...ฮึ...ถ้างั้นก็แหกตาดูสิว่านี่อะไร” ช่อผกาว่าแล้วยื่นสำเนาแฟกซ์ให้ดู ทั้งคู่ถึงกับอึ้ง เจนจิรา เห็นช่องทางจะกำจัดเสี้ยนหนามหัวใจคว้าสำเนาแฟกซ์มาหนึ่งแผ่น รีบเอาไปให้โชคชัยดู โชคชัยกลับไม่สนใจ

“ถ้าคุณคิดว่าความจริงเรื่องคุณสรนุชเป็นคนของคาบาตี้จะทำให้ผมเกลีดเธอละก็ คุณคิดผิด การที่เราจะรักใครสักคน ไม่ว่าคนคนนั้นจะชั่วจะเลวแค่ไหน เราก็ไม่อาจเลิกรักได้”

“นายกฯต่างหากที่คิดผิด...ที่เจนมาบอกนายกฯเพราะนี่เป็นโอกาสของนายกฯต่างหาก นายกฯก็รู้ว่าหัวหน้าเกลียดพวกคาบาตี้มากแค่ไหน แล้วถ้าหัวหน้ารู้ ความจริงเรื่องคุณสรนุชเป็นคนของคาบาตี้ นายกฯคิดว่า หัวหน้าจะรับเรื่องนี้ได้งั้นหรือ” เจนจิรายิ้มร้ายเมื่อเห็นโชคชัยคิดคล้อยตามคำพูดของเธอ...

ทันทีที่ใจเด็ดกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เจนจิรารีบนำเรื่องสรนุชไปฟ้องเป็นการใหญ่ แต่ต้องหน้าแตก เมื่อใจเด็ดรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว และขอตัวกลับที่พัก เจนจิราจะตามเกริกไกรเข้ามารั้งตัวไว้ขอร้องไม่ให้ตาม เจนจิรางง ใจเด็ดรู้เรื่องสรนุชจะมาเป็น ผจก.สาขาย่อย จ.สุรินทร์ คนใหม่ของบริษัทรถไถได้อย่างไร เกริกไกรจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เจนจิราไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยรีบตามไปปลอบใจใจเด็ด ดึงมือเขามากุมไว้

“อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะค่ะ...หัวหน้ายังมีเจนนะคะ”

ใจเด็ดรู้ดีว่าเจนจิรารู้สึกอย่างไรกับตนเอง รีบดึงมือออก แล้วตบไหล่เธอเบาๆ ขอบคุณมากที่เธอคอยเป็นกำลังใจให้ แล้วขอตัวไปพักผ่อน จังหวะที่ใจเด็ดหันหลังจะเดินกลับที่พัก เจนจิราโผกอดเขาจากด้านหลัง ใจเด็ดขอร้องให้ปล่อย เดี๋ยวใครมาเห็นจะไม่ดี เจนจิรา

ไม่สนใจ คราวนี้เธอจะไม่ปล่อยเขาให้ใครอีกแล้ว เธอพร้อมจะสู้เคียงข้างเขา ไม่ว่าสรนุชจะมารูปแบบไหน ใจเด็ดไม่สบายใจที่เจนจิรารุกเร้าเขาบ่อยครั้งขึ้น

ooooooo

ขณะที่ชิดชัยเกณฑ์พนักงานในบริษัทรถไถมาถึือป้ายรอต้อนรับสรนุชตั้งแต่ไก่โห่ พวกกระบือบาลก็เตรียมรับมือสรนุชเช่นกัน ใจเด็ดสั่งให้ทุกคนที่สถานีฯหาไม้มาทำป้ายขับไล่ แล้วนำไปติดตามเส้นทางที่รถของสรนุชจะแล่นผ่าน ทันทีที่สรนุชเลี้ยวรถเข้าถนนมุ่งหน้าสู่บ้านหนองระบือ ต้องเหยียบเบรกกะทันหัน อรอนงค์ไม่ทันระวังตัวแทบจะหล่นจากเก้าอี้ โวยวายลั่นทำไมต้องเบรกแบบนี้ด้วย สรนุชชี้ให้เพื่อนรักดูป้ายประท้วงข้างทาง

“เอ่อ...แกกลับตอนนี้ยังทันนะนุช”

“กลับทำไม...เรื่องสนุกกำลังจะเริ่ม ฮึ...นายใจเด็ด นายมาแรงเท่าไหร่ ฉันก็จะแรงกลับไปเท่านั้น” สรนุชมุ่งมั่นจะเอาชนะใจเด็ดให้ได้ ดังนั้น พอมาถึงบริษัทคาบาตี้สาขาย่อย จ.สุรินทร์ สรนุชสั่งให้พนักงานทุกคนเดินตามแผนการที่เธอวางไว้ นั่นคือแผนแย่งมวลชน ทุกคนต้องลงพื้นที่ไปสัมผัสกับชาวบ้านให้มากที่สุด

“ฉันต้องการเห็นรถไถคาบาตี้ขายได้ห้าคันแรกภายในอาทิตย์นี้”

เสียงปลุกเร้าของสรุนุช ทำให้พนักงานของบริษัทต่างโห่ร้องกันอย่างฮึกเหิม ทางด้านใจเด็ดไม่ยอมน้อยหน้า เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ของสถานีฯทุกคน ให้เตรียมรับมือกับพวกรถไถ ประกาศลั่นจะไม่ยอมให้พวกนั้นขายได้แม้แต่ล้ออะไหล่สักหนึ่งล้อ...

ใจเด็ดอ่านเกมออก หลังจากสรนุชแวะไปสั่งงานที่บริษัทแล้ว คงต้องไปออดอ้อนให้โชคชัยช่วยจึงไปดักรออยู่หน้าที่ทำการ อบต. สักพัก สรนุชปรากฏตัวขึ้นตามคาด ใจเด็ดไม่รอช้าเข้าไปต่อว่าฉอดๆ ทั้งคู่ปะทะคารมกันอย่างดุเดือด ใจเด็ดเถียงสู้ไม่ได้ ปรี่เข้าหาด้วยความโมโห สรนุชเห็นท่าไม่ดีร้องขอความช่วยเหลือลั่น

โชคชัยปราดเข้ามาผลักใจเด็ดออก หญิงสาวได้ทีแกล้งโวยวายหาว่าใจเด็ดจะทำร้าย ใจเด็ดยิ่งโกรธจะเข้าไปเอาเรื่อง โชคชัยรีบเอาตัวขวางไว้ ใจเด็ดชะงัก

“ก็ได้...ผมขอเตือนนายกฯ เอาไว้ตรงนี้แล้วกันว่า ระวังผู้หญิงคนนี้ไว้ให้ดี” ใจเด็ดทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป...

สรนุชได้โชคชัยเป็นพวกโดยไม่ยากเย็นอะไรนัก เพราะเขามีใจให้เธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แถมยังคอยพูดตอกยํ้าความในใจที่เขามีให้เธอฟังอยู่ตลอด สรนุชอึดอัดใจรีบขอตัวกลับ อ้างมีงานต้องทำอีกหลายอย่าง...

ในเวลาต่อมา ผจก.สาวคนใหม่เปิดศึกกับพวกกระบือบาลเต็มรูปแบบ สั่งให้พนักงานของบริษัทเอาใบปลิวเชิญชวนมาร่วมงานเปิดตัวรถไถคาบาตี้ไปแจกให้ชาวบ้านที่ตลาด โดยมีโคโยตี้เต้นโชว์เรียกร้องความสนใจ ใจเด็ดรู้ข่าวนี้ถึงกับหน้าเครียด เจนจิราแนะให้ใจเด็ดไปขอให้โชคชัยไปห้ามพวกรถไถให้ ใจเด็ดส่ายหน้า

“ไม่มีประโยชน์หรอก ตอนนี้นายกฯ คงจะเป็น พวกนั้นไปอีกคนแล้ว”

“เฮ้อ...ร้ายจริงๆ ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณสรนุชจะใช้ความรักหลอกใช้นายกฯ” เจนจิราใส่ไฟ เกริกไกร

พยายามแย้งเพราะไม่อยากให้ใจเด็ดมองสรนุชไม่ดี ทำให้เจนจิราไม่พอใจ เกิดมีปากเสียงกัน ใจเด็ดต้องปราม

“อย่าทะเลาะกันได้มั้ย...ในเมื่อเราเตือนพวกนั้นดีๆ แล้วไม่ฟัง ก็จะได้เห็นดีกัน”...

ที่บ้านพักของสรนุช ขณะที่อรอนงค์พยายามพูดให้สรนุชเลิกตั้งแง่กับใจเด็ด นอกจากเธอจะไม่ฟังแล้ว ยังสั่งห้ามอรอนงค์พูดเรื่องนี้อีก ไม่อย่างนั้นจะส่งกลับกรุงเทพฯ อรอนงค์ถึงกับหน้าจ๋อย ระหว่างนั้น มีเสียงผู้พัน ชาญณรงค์ร้องเรียกสรนุชดังขึ้นหน้าบ้านพัก สองสาวแปลกใจออกมาถามเขาว่ามีอะไรกับพวกเธอหรือ

“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ พอดีวันนี้ฉันไปรอต้อนรับพวกเธอแต่ไม่ได้เจอ ก็เลยมาเซย์ฮัลโหลที่นี่แทน เป็นยังไงบ้านช่องห้องหับอยู่กันสบายไหม ถ้าไม่ถูกใจจะย้ายไปอยู่หลังอื่นก็ได้นะ บ้านฉันมีหลายหลัง”

สองสาวถึงบางอ้อทันทีว่าบ้านที่พวกเธอพักเป็นบ้านของผู้พันชาญณรงค์ สรนุชแปลกใจ ทำไมชิดชัยถึงไม่บอกเธอก่อน ผู้พันชาญณรงค์เป็นคนสั่งไม่ให้ชิดชัยบอก กลัวพวกเธอจะเกรงใจ ส่วนเรื่องค่าเช่าก็ไม่ต้องห่วง เขาไม่เก็บเงิน ถ้าสรนุชต้องการความช่วยเหลืออะไร บอกเขาได้ เขายินดีช่วยทุกอย่างเราเป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว

สรนุชเห็นผู้พันชาญณรงค์มีบ้านหลายหลัง แถมเป็นเจ้าของที่ดินในหนองระบืออีกหลายแปลง คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ จะขอยืมที่ดินว่างๆ ของผู้พันชาญ–ณรงค์สักผืน จะเอาไว้สาธิตรถไถ...

คํ่าวันเดียวกัน อรอนงค์ลอบออกจากบ้านพักไปพบกับเกริกไกรเพื่อปรึกษาหารือ หาทางช่วยให้ใจเด็ด กับสรนุชปรับความเข้าใจกัน แต่ทั้งคู่กลับเปิดเผยแผนการของฝ่ายตนเองไม่ได้ พร้อมใจกันถอนใจ หนักใจ

“แล้วอย่างนี้เราจะนัดเจอกันทำไมคะ”

“เรื่องนั้นผมตอบได้ เพราะผมอยากเจอคุณอรไงครับ” เกริกไกรว่าแล้ว เอื้อมมือไปจับมืออรอนงค์ไว้ หญิงสาวเขินอายสะบัดมือเขาออก เกริกไกรอมยิ้มอย่างมีความสุข

ooooooo

ตอนที่ 8

ช่อผการอขึ้นโชว์ตัวบนเวทีประกวดเทพีควายอยู่นานสองนานไม่เห็นอรอนงค์โผล่มาสักที เริ่มโวยวายแถมขู่จะให้โชคชัยตัดสิทธิ์อรอนงค์ออกจากการประกวด ทันใดนั้น สรนุชปรากฏตัวขึ้นในชุดประกวดที่เตรียมไว้ให้อรอนงค์ใส่ ทั้งหน้าทั้งผมสวยพร้อมขึ้นเวที โชคชัยถึงกับอ้าปากค้างตะลึงในความงามของสรนุช ช่อผกาถลาเข้ามาถามสรนุช แต่งตัวอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร

“ก็หมายความว่าฉันจะขึ้นประกวดแทนยัยอรที่ป่วยกะทันหันน่ะสิ”

ช่อผกาไม่ยอม ทำแบบนี้เท่ากับผิดกฎ โชคชัยยืนยันไม่มีกฎข้อไหนห้ามไว้ อนุญาตให้สรนุชเข้าประกวดแทนอรอนงค์ได้ ช่อผกาเถียงไม่ออกจำต้องปล่อยให้สรนุชขึ้นประกวด...

ขณะเดียวกัน ที่อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก สุบินแอบนินทาสรนุชให้อรอนงค์ฟังว่า ที่สรนุชยอมลดตัวเข้าประกวดเทพีระดับชาวบ้านมีเหตุผลเดียวเท่านั้น เพราะเธอมีใจให้ใจเด็ด อรอนงค์ถึงกับร้องเสียงหลง ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงต้องยุ่งแน่ๆ จังหวะนั้น เกริกไกรจะเข้ามาดูอาการของ อรอนงค์ ได้ยินเสียงเธอคุยแจ้วๆรู้ทันทีว่าอาการดีขึ้นแล้ว จึงชวนมารวมกลุ่มกับใจเด็ด เจนจิรา ภิรมย์ และสมหญิงที่ยืนเชียร์อยู่ข้างเวทีก่อนแล้ว

เจนจิราเห็นสายตาของใจเด็ดมองสรนุชที่รอขึ้นเวทีอย่างชื่นชมทนดูไม่ได้ หลบออกไปเงียบๆ สุบินหันมาเห็นพอดี รีบเดินตาม เห็นเจนจิราแอบมายืนร้องไห้อยู่คนเดียว เขาได้แต่ยืนมองอยู่ห่างๆด้วยความเห็นใจ...

หลังจากช่อผกาลงจากเวทีแล้ว ถึงคิวสรนุชเดินอวดโฉมต่อหน้ากรรมการและผู้ชม ก่อนจะไปหยุดตรงหน้าครูสีดาซึ่งเป็นพิธีกรบนเวทีเพื่อตอบคำถามเช่นเดียวกับผู้เข้าประกวดคนอื่นๆ

“ช่วยบอกพวกเราหน่อยสิว่า ความรักกับควายในความคิดของคุณมันคืออะไร”

“จริงๆแล้วฉันก็ไม่ค่อยรู้จักควายเท่าไหร่...รู้แต่ว่ามันมาก่อน ค.คน...เอ่อ...ก่อนที่ฉันจะมาที่หนองระบือแห่งนี้ ฉันได้ยินมาว่าผู้คนที่นี่รักควายมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านควาย...ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงได้รักควายมากขนาดนั้น ทั้งๆที่มันสกปรก น่าเกลียด จนกระทั่งฉันมาถึงที่นี่ แรกๆฉันก็ยังรู้สึกอย่างนั้นอยู่ แต่หลังจากที่ฉันได้อยู่ที่นี่ ฉันเริ่มเห็นแล้วว่าทำไมทุกคนถึงได้รักควาย นั่นก็เพราะว่าควายรักเราอย่างไม่มีเงื่อนไข”

คำตอบของสรนุชทำให้ทุกคนชอบใจตบมือกันเกรียว ใจเด็ดเป็นปลื้มที่สรนุชจำคำพูดของเขาได้ และยืมคำพูดนั้นไปใช้ตอบคำถาม จากคำตอบที่กินใจนี้เอง ส่งผลให้สรนุชชนะการประกวด เทพีควายคนใหม่เดินชูถ้วยรางวัลสีหน้ายิ้มแย้มดีใจ ลืมตัวอินไปกับบทบาทนางงาม สุบินอดเป็นกังวลแทนเพื่อนรักไม่ได้ หันไปกระซิบ กระซาบกับอรอนงค์

“ดูเพื่อนแกทำ...มันคงลืมนึกไปมั้งว่า ต่อจากนี้ไปนอกจากภารกิจเดิมที่มันต้องทำแล้ว มันยังต้องเจอภารกิจ อันใหญ่หลวงที่ต้องทำในฐานะเทพีควายขวัญใจชาวหนองระบือด้วย”

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านของผู้พันชาญณรงค์ ผู้พันจอมหื่นค่อยๆยันตัวลุกขึ้น เดินเป๋เข้าห้องน้ำ ต้องตกใจแทบช็อกที่เห็นสภาพตัวเองในกระจกเงา ปากเจ่อเหมือนครุฑ หน้าตาฟกช้ำบวมปูด หายเมาเป็นปลิดทิ้ง ออกมาโวยวายถามสมคิดลั่นบ้านว่า เกิดอะไรขึ้นกับตนเอง แล้วน้องอรของเขาหายไปไหน ทำไมเขาถึงกลับมาอยู่ที่บ้าน

“คำอธิบายง่ายมากเลยครับ ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเพราะยาดองไหนั้นที่นายดื่มเข้าไปจนเมาแอ๋นะครับ”

“หา...แกอย่าบอกนะว่าฉันเมาจนไม่มีแรงปล้ำน้องอรน่ะ”

“ปล้ำอะไรล่ะครับผม นายเมาหัวทิ่ม เอ่อ...จนหน้าคว่ำยับเยินอย่างที่เห็นนี่แหละ ผมถึงต้องรีบแบกนายกลับมา เพราะไอ้หมอเกริกมันดันตามมาเจอแม่อรอนงค์ที่กระท่อมเข้า”

“โธ่เว้ย...เพราะแกคนเดียวไอ้สมคิด ดันเอาช้างกระทืบโรงมาให้ฉันกิน...นี่ๆๆ” ผู้พันหัวงูโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง คว้าข้าวของใกล้มือขว้างใส่สมคิดอุตลุดจนต้องวิ่งหนี...

ระหว่างที่ผู้พันชาญณรงค์เพิ่งรู้ตัวว่าซดน้ำแห้วอดได้แอ้มอรอนงค์ โชคชัยขึ้นเวทีกล่าวเปิดงานรำวงและเชิญให้สรนุชในฐานะเทพีควายประจำปีนี้เป็นผู้รำวงเปิดงานตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติมาทุกปี เสียงตบมือของชาวบ้านขานรับดังลั่น สรนุชหนีไม่ออกจำต้องขึ้นเวทีเล่นบทนางงามอีกครั้งหนึ่ง

“คุณนุชนึกไว้หรือยังครับว่าจะเลือกใคร” โชคชัยซัก ขณะที่สรนุชอึกๆอักๆคิดไม่ออกจะเลือกใครดี ลุงแช่มยกมือขึ้น ขอเสนอใจเด็ดให้เป็นคู่รำวงของสรนุช ใจเด็ดร้องเอะอะลั่น ทำท่าจะคัดค้าน

“แหม...ไม่ต้องเขินหรอกหัวหน้า จะได้จัดการเรื่องในโกดังเมื่อกี้ให้เสร็จไง” ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนแซวชาวบ้านที่เหลือพากันหัวเราะชอบใจ ก่อนจะส่งเสียงเชียร์ใจเด็ดให้ขึ้นไปบนเวที ช่อผกาคัดค้านเสียงแข็ง ไม่ยอมให้ใจเด็ดรำวงคู่กับคนอื่นนอกจากเธอเด็ดขาด สรนุชไม่อยากให้มีเรื่องวุ่นวายรีบตะโกนบอกทุกคน

“...คือ...ฉันขอบคุณทุกคนนะคะ แล้วก็รู้ว่าทุกคนอยากให้ฉันกับคุณใจเด็ดได้คู่กัน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ...คือ...ฉันกับคุณใจเด็ดไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคิด แล้วที่ทุกคนเห็นก็เป็นแค่อุบัติเหตุ”

ลุงแช่มตะโกนถามสรนุชว่าตกลงจะเลือกใคร สรนุชมองไปที่ใจเด็ด เห็นช่อผกากอดแขนเขาไว้แน่น เกิดหึงขึ้นมา ประกาศกลางเวทีขอเลือกโชคชัยเป็นคู่รำวง โชคชัยยิ้มแก้มแทบปริ ตอบรับคำชวนทันที...

สรนุชกลายเป็นดาวเด่นฝ่ายหญิงของงาน ชาวบ้านทั้งหนุ่มทั้งแก่ต่างเข้ามาต่อคิวขอรำวงด้วย เกริกไกรเจ็บใจมากที่เห็นทุกคนรำวงกันอย่างสนุกสนาน ตัวเองได้แต่นั่งดูเพราะอรอนงค์ยังมึนหัวจากฤทธิ์ยาสลบ สุบินหันไปถามเจนจิราที่นั่งอยู่ข้างๆว่าทำไมที่นี่ถึงมีแต่เทพีควายไม่มีเทพบุตรควายบ้าง เกริกไกรชิงตอบคำถามแทน

“โอ๊ย...ไม่มีน่ะดีแล้วครับ ไม่งั้นไอ้เด็ดมันคงได้เป็นเทพบุตรทุกปี ไอ้หมอนี่มันขวัญใจคนที่นี่ครับ...ดีนะครับที่คุณนุชเป็นผู้หญิง ไม่อย่างนั้นไอ้เด็ดคงจะเจอคู่แข่งคนสำคัญแน่นอน...ดูสิครับ ผมไม่เคยเห็นชาวบ้านจะชอบคนต่างถิ่นมากเท่าคุณนุชมาก่อน...สงสัยพวกนั้นคงอยากหาเมียให้ไอ้เด็ดเต็มที” เกริกไกรพูดจบหัวเราะร่วน

เจนจิราไม่ตลกด้วย ผลุนผลันออกไปทันที สุบินเดินตามจนทัน ร้องถามว่ากลัวคนอื่นไม่รู้หรือว่าเจนจิราแอบชอบหัวหน้าของตัวเอง เจนจิราหันขวับ มองตาเขียว สุบินแค่อยากจะเตือนเธอว่าทำแบบนี้เหมือนพวกตัวอิจฉาในละคร เที่ยวยุให้ชายอื่นมาจีบคู่แข่งตัวเองเพื่อจะได้เก็บพระเอกไว้คนเดียว

“ถ้าฉันจะทำอย่างนั้นแล้วมันผิดตรงไหน...คุณรู้มั้ยว่าหัวหน้าสำคัญกับสถานีฯกับคนที่นี่มากแค่ไหน”

“แต่ถ้าคุณใจเด็ดจะชอบเพื่อนผมขึ้นมาจริงๆ คุณก็ควรปล่อยให้มันเป็นไป คุณไม่ใช่เจ้าชีวิตของเขา”

“แต่หัวหน้าคือชีวิตจิตใจของทุกคนที่อยู่ที่นี่... เพราะฉะนั้น ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งหัวหน้าไปจากพวกเรา” เจนจิราสีหน้าจริงจังจนสุบินได้แต่นิ่งอึ้ง

ooooooo

ขณะที่ทุกคนกำลังรำวงกันอย่างสนุกสนาน ชิดชัยกับลูกน้องของเขาค่อยๆย่องไปที่แผงควบคุมไฟในงานใกล้เวทีรำวง ลูกน้องเกรงจะผิดพลาดจึงขอทวนแผนการกับชิดชัยอีกหนึ่งรอบ

“...เอาง่ายๆนะ เดี๋ยวพอฉันดับไฟ แกทำยังไงก็ได้ พาไอ้ใจเด็ดมาตรงนี้”

ลูกน้องรับคำ ค่อยๆย่องเข้าไปให้ใกล้จุดที่ใจเด็ดอยู่ ส่วนชิดชัยจ้องมองใจเด็ดสีหน้าร้ายกาจ...

ด้านใจเด็ดเป็นดาวเด่นฝ่ายชาย ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ต่างรุมล้อมขอรำวงด้วยจนช่อผกาถูกเบียดออกจากเวที สองดาวเด่นของฝ่ายหญิงและฝ่ายชายรำวงไปรำวงมา สุดท้ายวนมาอยู่ใกล้กันโดยไม่รู้ตัว ทันใดนั้น ไฟฟ้าในงานดับพรึ่บ ชาวบ้านเริ่มส่งเสียงเอะอะ ใจเด็ดร้องบอกทุกคนให้อยู่ในความสงบอย่าตกใจ อีกสักครู่ไฟก็มา อยู่ๆมีใครบางคนชนเขาด้านหลังอย่างจังถึงกับร้องลั่น ใจเด็ดจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของสรนุช ร้องทัก

“รู้ได้ยังไงว่าเป็นฉัน” สรนุชเองก็จำเสียงใจเด็ดได้เช่นกัน

“น้ำเสียงกับคำพูดอย่างนี้ ต่อให้ผมตาบอดก็จำได้”

สรนุชค้อนขวับอย่างหมั่นไส้ จังหวะนั้น ลูกน้องของชิดชัยเข้ามาหาใจเด็ด อ้างว่าหลวงพ่อให้มาตามไปที่แผงควบคุมไฟ ด้วยความมืดทำให้ใจเด็ดมองไม่เห็นว่าคนที่มาบอกเป็นใคร หันไปบอกให้สรนุชรออยู่ตรงนี้ก่อน แล้วเดินตามลูกน้องของชิดชัย พอถึงแผงควบคุมไฟฟ้า ชิดชัยสวมหน้ากากไอ้โม่ง ใช้ไม้ท่อนเขื่องฟาดหัวใจเด็ดอย่างแรงจนล้มคว่ำ จะตามเข้าไปซ้ำ ลูกน้องทักท้วงให้เพลาๆมือหน่อยเดี๋ยวใจเด็ดเกิดตายขึ้นมาจะยุ่ง

ชิดชัยไม่สนผลักลูกน้องพ้นทางแล้วฟาดท่อนไม้ใส่ใจเด็ดซ้ำ ใจเด็ดกลิ้งตัวหลบได้หวุดหวิด ค่อยยันตัวลุกขึ้นตั้งการ์ดสู้ ชิดชัยตามเข้าไปซ้ำ คราวนี้ใจเด็ดหนีไม่ทันโดนเข้าเต็มหน้าสลบเหมือด เท่านั้นยังไม่หนำใจ ชิดชัยกะจะตีให้ตาย แต่โชคชัยโผล่เข้ามาขวางเสียก่อน ชิดชัยเห็นท่าไม่ดี รีบชิ่งหนีโดยมีลูกน้องวิ่งตามไปติดๆ...

สรนุชยืนรอใจเด็ดอยู่อย่างกระวนกระวายใจ เห็นเงาตะคุ่มๆใส่หมวกไอ้โม่งสองเงาวิ่งผ่านหน้า รีบวิ่งตามมาถึงห้องเก็บของหลังวัดโดยที่พวกนั้นไม่รู้ตัว ชิดชัยคิดว่าปลอดคน จัดแจงถอดหมวกไอ้โม่งออก

“ไอ้นายกฯมันจะจำพวกเราได้มั้ยพี่” ลูกน้องสีหน้าไม่สบายใจ

“จำได้ก็บ้าแล้ว...ฮึ...แส่ไม่เข้าเรื่อง ถ้าไอ้นายกฯไม่เข้ามายุ่งล่ะก็ ไอ้ใจเด็ดนั่นได้เจ็บหนักกว่านี้แน่”

คำพูดของชิดชัยทำให้สรนุชชะงัก ขยับจะเข้าไปดูใกล้ๆ แต่เหยียบกิ่งไม้แห้งเสียงดังขึ้นเสียก่อน ชิดชัยกับลูกน้องหันมองตามเสียง หญิงสาวใจหายเห็นประตูห้องเก็บของเปิดอยู่รีบผลุบเข้าไปแอบ  ชิดชัยกับลูกน้องตามมาดูไม่เห็นใคร แต่ยังไม่หายข้องใจ สายตาของชิดชัยจับจ้องไปที่ห้องเก็บของก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ

สรนุชมองลอดช่องประตูเห็นคนร้ายมายืนห่างแค่คืบแทบหยุดหายใจ พลันไฟส่องสว่างหน้าประตูทางเข้า ห้องเก็บของสว่างขึ้นเห็นใบหน้าชิดชัยเต็มสองตา สรนุชถึงกับตะลึง ลูกน้องเห็นไฟมาแล้วชวนลูกพี่กลับ

ชิดชัยไม่รอช้าวิ่งตามลูกน้องไปติดๆ สรนุชเห็นปลอดภัยแล้ว รีบวิ่งไปหาใจเด็ดด้วยความเป็นห่วง พอ

มาถึงลานกว้างหน้าวัด เจอพวกชาวบ้านกำลังรุมล้อมหลวงพ่อ รีบปราดเข้าไปถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ได้ความว่าใจเด็ดถูกใครก็ไม่รู้ตีหัวเลือดอาบ ตอนนี้ถูกนำตัวไปส่ง รพ.แล้ว...

ไม่นานนัก สรนุชมาถึงสถานีอนามัย เจอโชคชัย เจนจิรา สมหญิง ภิรมย์ อรอนงค์ และสุบินนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ยังไม่ทันจะถามอะไร หมอออกมาจากห้องฉุกเฉินเสียก่อน ทุกคนกรูเข้าไปถามว่าใจเด็ดเป็นอย่างไรบ้าง

“ตอนนี้หัวหน้าใจเด็ดไม่เป็นไรแล้ว แต่ที่ผมห่วงก็คือ หัวหน้าใจเด็ดอาจได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ ถ้าให้ดี น่าจะนำตัวเขาไป รพ.ที่มีเครื่องมือเครื่องไม้ ดีกว่าที่นี่ ตอนนี้มันอาจจะยังไม่แสดงอาการ แต่ผมอยากให้หัวหน้าใจเด็ดเข้าตรวจคลื่นสมองอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดูว่ามีเลือดคั่งในสมองหรือเปล่า”

ทุกคนถึงกับอึ้ง ระหว่างนั้น ช่อผกาที่เพิ่งรู้ข่าว วิ่งถลาเข้ามาจะขอเยี่ยมใจเด็ดให้ได้ เจนจิราพยายามบอกว่าใจเด็ดยังไม่ฟื้น เยี่ยมไม่ได้ แต่เธอไม่ฟัง แถมส่งเสียงโวยวายลั่น เจนจิราทนไม่ไหวหันไปพยักพเยิดกับสมหญิง ก่อนจะช่วยกันลากตัวช่อผกาออกไป...

สรนุชนั่งหน้าเครียดตั้งแต่ออกจาก รพ.จนกระทั่งกลับถึงเรือนรับรอง ในที่สุด ทนอัดอั้นกับความรู้สึกผิดไม่ไหว เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อรอนงค์กับสุบินฟัง อรอนงค์ตกใจมากที่รู้ว่าชิดชัยกับพวกเป็นคนทำร้ายใจเด็ด สรนุชจะไปแจ้งความให้ตำรวจจัดการ สุบินไม่เห็นด้วย ทำ อย่างนั้นเท่ากับเปิดเผยตัวเอง ถ้าชิดชัยเกิดรู้ว่าสรนุชเป็นใครแล้วแฉกลับ พวกเราต้องเดือดร้อนแน่ๆ

ความรู้สึกผิดที่ทำอะไรไม่ได้กับเรื่องของใจเด็ด ส่งผลให้สรนุชนอนไม่หลับทั้งที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน

ooooooo

ณวัตไม่พอใจมากที่พิภพคอยเลื่อยขาเก้าอี้ของเขาอยู่ตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน พิภพแฉกลางที่ประชุมผู้บริหารของบริษัทว่า ยอดขายที่หนองระบือไม่คืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็น เพราะณวัตมัวแต่เอาเวลางานไปคอยตามปิดข่าวฉาวของตัวเอง ถ้าเขาเอาเงิน ก้อนนั้นไปอุดที่หนองระบือ ยังจะมีประโยชน์มากกว่า

ณวัตโกรธจัดพุ่งเข้าใส่พิภพ ผู้ร่วมประชุมต้องช่วยกันดึงเขาออก พิภพขยับสูทให้เข้าท่ี ก่อนจะแสยะยิ้ม

“ค่าทำขวัญของผมมันแพงนะคุณวัต ผมว่าเก็บเงินคุณเอาไว้ปิดเรื่องฉาวๆของคุณเถอะ...อ้อ...แล้วก็อย่าลืมสัญญาของคุณล่ะ ถ้าคุณสรนุชไม่สามารถขายรถไถได้ภายในหนึ่งเดือนล่ะก็...” พิภพทิ้งคำพูดไว้แค่นั้น มองไปยังเก้าอี้ที่ณวัตนั่งอย่างมีเลศนัย แล้วเดินหัวเราะร่วนออกไป ณวัตมองตามแค้นใจ...

เสร็จจากการประชุม สมพลเรียกณวัตไปพบที่ห้องทำงานของเขา สั่งให้ตามไปช่วยสรนุชที่หนองระบือ ขืนรอให้ครบหนึ่งเดือนอย่างที่สรนุชรับปาก พิภพอาจจะตามมาถอนหงอกเขาเสียก่อน ณวัตไม่เข้าใจ ทำไมพ่อต้องกลัวหมอนั่นด้วย ถ้ามีปัญหามากนัก ไล่พิภพออกก็สิ้นเรื่อง

“ไล่ออก...แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบวิธีที่มันง่ายอย่างนั้น ไอ้พิภพมันต้องการเก้าอี้ของแก ถ้าแกสามารถทำยอดขายที่หนองระบือได้ เก้าอี้ของแกก็ปลอดภัย ส่วนไอ้พิภพมันก็ต้องนั่งจุกอกมองแกไปอีกกี่ปี ให้มันตายช้าๆอย่างทรมานมันสะใจกว่าไม่ใช่หรือไง” สมพลยิ้มเหี้ยม ณวัตอ้าปากจะค้าน

แต่สมพลไม่เปิดโอกาส กำชับให้รีบทำยอดขายที่หนองระบือให้ได้ เขาไม่สนใจจะได้มาด้วยวิธีอะไร ณวัตถึงกับหน้าเครียดไม่รู้จะทำอย่างไรดี คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาสรนุช แต่ติดต่อไม่ได้เธอปิดมือถือ เขาจึงโทร.หาชิดชัยแทน สั่งให้ไปตามหาตัวสรนุชแฟนของเขามาให้ได้ แล้วส่งรูปของเธอไปให้ทางมือถือก่อนจะวางสาย

ชิดชัยเห็นรูปสรนุชถึงกับอ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ระหว่างนั้น สรนุชตัวเป็นๆโผล่มาที่บริษัท ชิดชัยรีบกุลีกุจอเข้ามาทักทายต้อนรับอย่างดี สรนุชแปลกใจที่ชิดชัยรู้ว่าเธอเป็นคนรักของณวัต แต่ไม่ได้ซักถามอะไร รีบพูดเข้าประเด็นทันที ที่เธอมาที่นี่เพื่อจะบอกว่า ไม่ชอบที่ชิดชัยทำกับใจเด็ดเมื่อคืน แม้เขาจะเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของบริษัทรถไถ แต่เธอไม่ต้องการให้ใช้วิธีลอบกัดแบบนี้ ชิดชัยอ้าปากจะเถียง

สรนุชรีบตัดบท สั่งห้ามเขาพูดอะไรทั้งนั้น ถ้าขืนดื้อดึงเธอจะให้ณวัตไล่เขาออก ชิดชัยได้แต่ค้อมหัวรับอย่างนอบน้อม แต่พอสรนุชไปพ้นสายตา เขาคว้าของใกล้มือปาทิ้งระบายอารมณ์

“โธ่เว้ย...นังคางคกขึ้นวอ คิดจะไล่ฉันออกหรือ... มันไม่ง่ายหรอก” ชิดชัยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาณวัตที่กำลังขับรถมุ่งหน้าสู่สุรินทร์ แต่งเรื่องว่าถูกสรนุชขู่จะไล่ออกจากงาน เพราะเขาดันไปเห็นเธอกำลังอี๋อ๋อกับไอ้หนุ่มเลี้ยงควาย ณวัตหลงเชื่อคำโกหก ทุบพวงมาลัยรถด้วยความโมโห

“...นุช...คุณจะต้องเสียใจที่คิดจะทิ้งผมไปหาไอ้บ้านนอกนั่น”

ooooooo

การมาถึงหนองระบือของณวัตทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตถึงขนาดต้องเลิกรากับสรนุช แถมสุบินต้องพลอยเจ็บตัวไปด้วยจนต้องเข้า รพ.โชคชัยขอโทษสรนุชที่เป็นต้นเหตุให้คู่รักต้องผิดใจกัน

“ไม่ใช่หรอกค่ะ ดีซะอีกที่ทำให้ฉันตาสว่าง ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น แล้วคนที่ควรจะขอโทษไม่ใช่คุณโชค แต่เป็นฉัน...คุณโชคต้องมาเจ็บตัวก็เพราะฉัน...ขอโทษนะคะ”

“ผมยินดีที่จะเจ็บมากกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า ถ้ามันจะแบ่งความเจ็บปวดจากคุณนุชได้บ้าง” โชคชัยมองสบตาสรนุชลึกซึ้ง หญิงสาวรู้ว่าเขาพยายามบอกความในใจให้รู้ แต่เธอเฉไฉชวนคุยเรื่องอื่นแทน

โชคชัยไม่อยากเร่งรัดอะไรเพราะเห็นว่าสรนุชเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆมา แต่ถ้าหัวใจเธอพร้อมเมื่อไหร่ เขาอยากเป็นคนแรกที่เธอจะหันมอง สรนุชเจอลูกตื๊อของโชคชัยเข้าไปถึงกับอึ้ง...

ข่าวเรื่องสรนุชรู้ถึงหูใจเด็ดที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ใน รพ. ถึงกับหงุดหงิดๆขึ้นมาทันที พาลไม่กินข้าวกินปลา เจนจิราคะยั้นคะยอให้กิน เขากลับปัดช้อนทิ้ง ขออยู่ เงียบๆคนเดียว เจนจิราจำต้องออกจากห้องด้วยหัวใจที่ปวดร้าว เจอสุบินที่มาเดินเล่นแถวนั้นพอดี พาลต่อว่าเขาที่ไม่รู้จักบอกว่าสรนุชมีแฟนแล้ว ทำให้คนที่นี่ต้องเสียใจ

ที่สุบินไม่บอกเพราะไม่ใช่เรื่องอะไรของเขา และเขาไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่ทุกคนต้องรู้ว่าสรนุชมีแฟนกี่คน ชื่ออะไรบ้าง เขาว่าคนที่มีปัญหาน่าจะเป็นเจนจิรามากกว่าที่ไม่ยอมรับความจริงว่าใจเด็ดไม่ได้ชอบเธอ เจนจิราถูกจี้ใจดำ ทนฟังไม่ได้ตบหน้าสุบินฉาดใหญ่ ก่อนจะเดินร้องไห้ออกไป...

ที่บริษัท สยามบาคาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์ ชิดชัยกับลูกน้อง พร้อมด้วยช่อผกาและผู้พันชาญณรงค์มายืนส่งณวัตที่รถของเขา ผู้พันชาญณรงค์ชวนณวัตอยู่เที่ยวต่ออีกวันสองวันค่อยกลับ ณวัตอ้างติดธุระสำคัญต้องรีบกลับไปทำ ช่อผกากระเซ้าติดธุระหรือแฟนโทร.ตามกันแน่ ณวัตไม่วายเจ้าชู้ใส่

“ถ้าอยากรู้...ทำไมไม่ไปด้วยกันล่ะครับ”

ผู้พันชาญณรงค์สบช่อง จะจับลูกสาวตัวเองใส่พานให้ณวัต แต่ช่อผกาไม่เล่นด้วย ปฏิเสธอย่างสุภาพว่าไม่ไป แต่ถ้าณวัตมาคราวหน้าเธอจะทำให้ถึงสุรินทร์จริงๆ แล้วส่งยิ้มหวานหว่านเสน่ห์ให้ ณวัตยิ้มตอบอย่างรู้ทันก่อนจะขึ้นรถขับออกไป ผู้พันชาญณรงค์หันมาต่อว่าช่อผกาทันที

“แกนี่โง่หรือไง เขาชวนไปด้วยทำไมไม่ไป ขับรถอย่างนั้นคิดดูสิว่าที่บ้านจะมีเงินขนาดไหน”

“พ่อ...หนูก็เล่นไปอย่างนั้นแหละ ยังไงพี่ใจเด็ดก็เป็นคนที่หนูจะแต่งงานด้วยเพียงคนเดียว”

ชิดชัยเสนอตัวให้ช่อผกาลองพิจารณาดูบ้าง ช่อผกากลับเชิดใส่ ดูแคลนว่าคนอย่างเขาแม้แต่ขนหน้าแข้งเธอก็ไม่มีวันจะได้เห็น แล้วเดินสะบัดกลับไปกับผู้พันชาญ– ณรงค์ ชิดชัยแค้นจัด โทษว่าเป็นเพราะใจเด็ดคนเดียวทำให้เขาต้องอยู่เป็นโสด ถ้าไม่มีใจเด็ดสักคน ผู้หญิงที่นี่ต้องหันมาสนใจ ผจก.หนุ่มอนาคตไกลอย่างเขาแน่ๆ

ooooooo

ขณะที่ชิดชัยหาทางกำจัดใจเด็ดให้พ้นจากหนองระบือ สรนุชกำลังเดินออกจากห้องนํ้าใน รพ. ได้ยินเสียงป้าแก่ๆคนหนึ่งเดินคุยมือถืออยู่หน้าห้องนํ้า

“ถึงแล้วใช่มั้ย รออยู่ข้างหน้าแหละ งานนี้เราจะพลาดไม่ได้ ต้องแน่ใจว่าของถึงมือหัวหน้าใจเด็ดจริงๆ”

สรนุชได้ยินชื่อใจเด็ดสนใจขึ้นมาทันที แอบสะกดรอยตามป้าแก่ๆคนนั้นไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ พยาบาลเห็นป้าเข้าไปคุยกับชายท่าทางลึกลับในมือถือกล่องปริศนาอย่างมีลับลมคมใน แล้วถามทางไปห้องพักฟื้นของใจเด็ดจากพยาบาลเวร สรนุชนึกถึงคำพูดของโชคชัยขึ้นมาทันที

“ตอนนี้เห็นว่าทางตำรวจอาจจะส่งคนมาเฝ้า เพราะเกรงว่าพวกนั้นจะกลับมาทำร้ายใจเด็ดอีก”

สรนุชหน้าตาตื่น คิดเอาเองว่าป้ากับชายลึกลับคิดจะกำจัดใจเด็ด รีบวิ่งไปเตือนก่อนจะพาเขาหนีออกจากห้องพัก โชคไม่ดีเจอกับชายลึกลับเดินสวนมา สรนุชรีบพาใจเด็ดหนี ชายลึกลับตามไม่ลดละ สุดท้ายกลายเป็นเรื่องโอล่ะพ่อ กล่องที่ชายลึกลับถือมาเป็นกล่องใส่ส้มตำ ข้าวเหนียว และอาหารพื้นบ้านจากร้านป้าชื่นเจ้าอร่อย

ป้าแก่ๆคนนั้นสั่งมาเป็นของเยี่ยมไข้ใจเด็ด สรนุชทั้งอายทั้งเจ็บใจที่ใจเด็ดเห็นความห่วงใยของเธอเป็นเรื่องตลก หัวเราะจนลืมเจ็บ ใจเด็ดเห็นสรนุชงอนชวนกินของเยี่ยมด้วยกัน แล้วส่งใบบัวบกให้เธอกินแกล้มกับส้มตำ รับรองว่าอร่อยมากๆ สรนุชขู่ ถ้าไม่อร่อยอย่างที่คุยมีเรื่องแน่ พอได้ลิ้มชิมรสหญิงสาวลืมงอนเสียสนิท

“อร่อยจริงๆด้วย ผักอะไรเหรอ”

“ใบบัวบกน่ะ ผมว่าตอนนี้คุณเหมาะที่จะกินมันมากที่สุด”

สรนุชรู้ว่าใจเด็ดอยากให้เธอกินแก้ชํ้ารัก กำลังจะเหวี่ยงใส่ แต่เขาหยิบใบบัวบกทัดหูให้เธอเสียก่อน

“เหน็บเอาไว้อย่างนี้แล้วกัน เมื่อไหร่ที่หัวใจของคุณหายดีแล้ว คุณก็ไม่ต้องใช้มันอีก” ใจเด็ดยิ้มให้สรนุชอย่างอบอุ่น หญิงสาวใจเต้นไม่เป็นสํ่า รู้สึกได้ถึงความหมายที่เขาส่งผ่านมาให้...

หลังจากกินมื้อกลางวันแสนอร่อยกับใจเด็ดแล้ว สรนุชแวะไปหาสุบินที่ห้องพักฟื้น เพื่อนปากเสียของเธอโวยวายลั่นที่เขาเจ็บขนาดนี้ เธอยังมีกะจิตกะใจไปนั่งกินส้มตำกับใจเด็ดได้อีก สรนุชไม่เห็นจะผิดตรงไหน

“ฉันไม่บอกว่าแกผิด แต่ฉันสงสัยว่าแกเพิ่งเลิกกับไอ้ณวัต แกไม่เสียใจหรือไง”

สรนุชเสียใจไม่น้อย แต่ตอนนี้หายแล้ว สุบินสรุปได้ ทันที คงเป็นเพราะสรนุชไม่ได้รักณวัตจริงๆ หรือไม่ก็เป็นเพราะเธอกำลังมีรักครั้งใหม่กับใจเด็ด สรนุชทำไก๋ไม่รู้ว่าสุบินพูดอะไร แล้วรีบขอตัวกลับก่อน สุบินกับอรอนงค์มองตามเพื่อนรักอย่างสงสัย

ooooooo

สมพลต้องหงุดหงิดแต่เช้าเมื่อมาถึงที่ทำงานแล้วพบว่า มีคำสั่งจากบอร์ดผู้ถือหุ้นแต่งตั้งให้พิภพเป็นผู้ตรวจสอบคนใหม่ ทุกเรื่องที่สมพลเซ็นต้องได้รับการอนุมัติจากพิภพก่อน สมพลร้อนใจมาก ตรงไปหาณวัตที่คอนโดฯที่พักเพราะคิดว่าสรนุชกลับมาพร้อมเขา แต่ปรากฏว่าสรนุชยังอยู่สุรินทร์ แถมณวัต บอกเลิกกับเธอเรียบร้อยแล้ว สมพลแทบคลั่ง ไล่ฟาดลูกชายตัวดีไม่ยั้ง

“แกรู้ไหมว่าไอ้พิภพมันไปปะเหลาะผู้ถือหุ้น จนตอนนี้มันมีอำนาจเท่าฉันแล้ว...พ่อของหนูนุชเขาสนิทกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเรา...ทางเดียวที่ฉันจะได้ทุกอย่างกลับมาก็ต้องให้พ่อหนูนุชเขาช่วย”

“พ่อ...ก็ผมกับนุชไปกันไม่ได้ ถึงแต่งไปก็ต้องเลิกกันอยู่ดี”

สมพลโวยลั่น ณวัตจะเลิกกับสรนุชตอนนี้ไม่ได้ แล้วเหลียวหาของใกล้มือจะขว้างใส่ ณวัตเห็นท่าไม่ดี รีบชิ่งหนี สมพลพยายามระงับสติอารมณ์ ก่อนจะคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ รีบโทร.สั่งให้ชิดชัยไปบอกสรนุชให้โทร.กลับมาหาเขา ชิดชัยอดแปลกใจไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้มีอะไรดีทำไมถึงตามตัวกันอยู่นั่น...

ในเวลาเดียวกัน ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ สรนุชกับอรอนงค์แต่งตัวเสร็จเตรียมจะไป รพ.รับสุบินกับใจเด็ดกลับ แต่ต้องเปลี่ยนแผนกะทันหันเพราะโชคชัยมาดักรอสรนุชอยู่หน้าสถานีฯ การเปลี่ยนแผนของสรนุชครั้งนี้สร้างความผิดหวังให้ใจเด็ดอย่างมาก ยิ่งได้รู้ว่าที่เธอไม่มาเพราะไปกับโชคชัย ใจเด็ดต้องข่มความเศร้าเอาไว้ แต่ไม่อาจรอดสายตาจ้องจับผิดของเจนจิราไปได้...

ด้านโชคชัยพาสรนุชมานั่งที่ร้านไอศกรีมในตลาด ไม่ปล่อยให้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว คว้ามือสรนุชขึ้นมากุมไว้ ก่อนจะสารภาพความในใจว่าชอบเธอมาก สรนุชไม่อยากให้ยืดเยื้อ ปฏิเสธว่าชอบเขาไม่ได้ และหวังว่าเขาคงไม่โกรธที่เธอพูดตรงไปตรงมาแบบนี้ จังหวะนั้น พนักงานในร้านเดินเข้ามาหาสรนุช

“ขอโทษครับ...มีคนฝากโน้ตนี่ให้คุณครับ”

สรนุชเปิดออกอ่าน เห็นเป็นโน้ตจากชิดชัย บอกให้โทร.หาสมพลทันที จึงหันไปบอกโชคชัยว่ามีธุระสำคัญคงต้องขอตัวกลับก่อน โชคชัยมองตามสีหน้าเศร้าสร้อย สรนุชตรงไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโทร.หาสมพล เป็นอย่างที่เธอคาด สมพลพยายามโน้มน้าวให้กลับไปคืนดีกับณวัต สรนุชไม่อยากฟัง

“ขอโทษนะคะคุณพ่อ พอดีเหรียญของหนูหมดแล้ว แต่หนูขอบอกคุณพ่อตอนนี้ก็ได้ค่ะว่า หนูกับวัตคงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีก...แค่นี้นะคะ” สรนุชตัดบท แล้ววางสาย รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก

สมพลพยายามโทร.กลับ แต่ติดต่อไม่ได้ เจ็บใจที่สรนุชทำอวดดีใส่ ถ้าไม่ติดว่าต้องพึ่งพาพ่อของเธอ เขาไม่มีวันจะง้อผู้หญิงอย่างเธอเด็ดขาด ในเมื่อติดต่อ สรนุชไม่ได้ สมพลจึงต้องใช้บริการของชิดชัยอีกครั้ง

ooooooo

ระหว่างที่สรนุชเดินอย่างสบายใจเข้ามาในสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ใจเด็ดเพิ่งกลับจากคอกควายมาเจอพอดี เห็นสรนุชหน้าตายิ้มแย้ม ถึงกับเจ็บจี๊ดที่หัวใจ เดินหนีไปอีกทางหนึ่ง สรนุชรีบวิ่งไปขวางไว้ อยากรู้ทำไมต้องเดินหนีเธอด้วย ไม่พอใจเรื่องอะไร ใจเด็ดไม่ตอบ เดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง สรนุชไม่ยอมแพ้ตามไปขวางไว้อีก

“วันนี้คุณไปทำอะไรกับนายกฯมา” ใจเด็ด เสียงห้วน

“อ๋อ...นึกว่าเรื่องอะไร...คุณโชคชัยเขาบอกว่าชอบฉัน”

“มิน่า...คุณถึงได้ดูสบายใจ” ใจเด็ดแดกดันทั้งที่ใจเจ็บแทบทนไม่ไหว

“ใช่...แต่ที่ฉันสบายใจเพราะฉันบอกเขาไปว่า ฉันไม่ได้ชอบเขา ฉันคิดว่าถ้าฉันจะมีความรักอีกครั้ง ฉันก็อยากเจอผู้ชายที่เป็นเหมือนควาย ที่สามารถรักฉันได้โดยไม่มีเงื่อนไข”

ใจเด็ดแอบยิ้มดีใจ สรนุชเห็นเขาไม่ถามอะไรอีกขอตัวกลับที่พัก ก่อนจะนึกขึ้นได้หันกลับมาอีกครั้ง

“แล้วถ้านายเจอผู้ชายที่เหมือนควาย...ช่วยบอกฉันด้วยนะ” สรนุชพูดจบเดินกลับที่พัก ไม่ทันเห็นใจเด็ดยิ้มกว้างอย่างมีความสุข...

คํ่าแล้ว สรนุชยังนอนไม่หลับ นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองใบบัวบกที่ใจเด็ดทัดหูให้ จังหวะนั้น มีเสียงก้อนหินก้อนเล็กๆโดนกระจกหน้าต่างห้อง จึงเดินไปเปิดหน้าต่างดู มีก้อนหินห่อกระดาษลอยเข้ามาในห้อง สรนุชหยิบขึ้นมาอ่านมีข้อความนัดแนะให้ไปพบหน้าสถานีฯ ไม่ได้เอะใจ คิดว่าเป็นใจเด็ด รีบออกไปที่นั่นทันที...

อีกมุมหนึ่งของสถานีฯ เจนจิรานอนไม่หลับเช่นกัน ออกมาเดินทอดอารมณ์เห็นสรนุชเดินถือไฟฉายมุ่งไปทางหน้าสถานีฯ รีบสะกดรอยตาม เจอสรนุชกำลังคุยอยู่กับชิดชัย เจนจิราไม่รอช้า รีบไปฟ้องใจเด็ดกับเกริกไกรว่า สรนุชเป็นสายลับของพวกรถไถ ใจเด็ดไม่เชื่อ เจนจิราท้าพิสูจน์ให้เห็นกันไปเลยแล้วเดินนำชายหนุ่มไป...

ทางฝ่ายชิดชัยพยายามจะให้สรนุชโทร.กลับไปหาสมพลตามที่เขาได้รับคำสั่งมา แต่สรนุชไม่ยอมทำตาม ซํ้ายังไล่ให้เขากลับ ชิดชัยไม่กลับจนกว่าสรนุชจะโทร.หาสมพล สรนุชชักรำคาญที่ชิดชัยพูดไม่รู้เรื่อง หันไปคว้าไม้ขึ้นมาขู่ ถ้าชิดชัยไม่กลับจะโดนไม้ท่อนนี้ฟาด
“คิดว่าฉันจะกลัวหรือไง ถ้าเธอไม่ยอมโทร.หาคุณสมพล ฉันก็ต้องเอาตัวเธอไป” ชิดชัยว่าแล้วพุ่งเข้าหา

สรนุชฟาดไม้ใส่ ชิดชัยคว้าไม้ได้เหวี่ยงจนเธอล้ม แล้วตามเข้าไปจับตัวไว้ ทันใดนั้น ใจเด็ดโดดถีบยอดอกชิดชัยหงายท้องตึง เกริกไกรคว้าไม้จะเข้ามาตี ชิดชัยเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งหนี ใจเด็ดเข้าไปช่วยพยุงสรนุชลุกขึ้น เจนจิราปราดเข้ามาจะเอาเรื่องสรนุชให้ได้ ใจเด็ดต้องเข้ามาขวางไว้ สั่งให้หยุดกล่าวหาสรนุชว่าเป็นไส้ศึกได้แล้ว เจนจิราก็เห็นว่าสรนุชถูกชิดชัยทำร้าย แล้วขอตัวพาสรนุชไปส่งที่เรือนรับรอง เจนจิรามองตามเจ็บใจ...

ระหว่างเดินกลับที่พัก สรนุชตัดสินใจจะบอกความจริงให้ใจเด็ดรู้ แต่เขาชิงพูดขึ้นก่อนว่า เขาเองก็มีเรื่องจะบอกเธอเช่นกัน พรุ่งนี้ให้เธอไปพบเขาที่ลำธาร

ooooooo

สรนุชลุกขึ้นแต่งตัวแต่เช้าเตรียมออกไปพบใจเด็ดตามนัด ระหว่างนั้น คนงานของสถานีฯนำเสื้อที่ใจเด็ดซื้อฝากสรนุชมาให้ พร้อมกับกระดาษโน้ต มีข้อความขอให้เธอใส่เสื้อตัวนี้ไปพบเขาที่ลำธาร สรนุชมองเสื้อตัวสวยอย่างเป็นปลื้ม สุบินเห็นสรนุชยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พยายามซักถามว่าเสื้อใครให้มา สรนุชยังไม่ทันจะตอบ

อรอนงค์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาบอกว่าพ่อของสรนุชโทร.มา สรนุชรีบไปรับสายที่สำนักงานต้องตกใจแทบช็อก เมื่อพ่อบอกว่าแม่ของเธอป่วยหนัก ให้รีบกลับกรุงเทพฯ ไม่มีใครอยู่ที่สถานีฯ สรนุชจึงทิ้งโน้ตสั้นๆไว้

“ฉันมีธุระด่วนต้องกลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ ขอโทษทุกๆคนด้วย สรนุช...”

ทางด้านใจเด็ด รอสรนุชอยู่ที่ลำธารสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข รอแล้วรอเล่าตั้งแต่เช้าจนตะวันลับขอบฟ้า ไม่เห็นหญิงที่เขาหลงรักโผล่มาสักที ตัดสินใจกลับสถานีฯ ใจเด็ดต้องพบกับเรื่องเศร้า สรนุชกับเพื่อนๆไม่อยู่ที่นั่นแล้ว มีเพียงกระดาษโน้ตสั้นๆแผ่นนั้นทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

ooooooo

ตอนที่ 7

ขณะที่ช่อผกาซึ่งสวมแว่นดำมีผ้าคลุมผมอำพรางใบหน้าที่อักเสบเป็นผื่นแดงกำลังโวยวายใส่พยาบาลอยู่ที่โต๊ะซักประวัติ เธอเหลือบเห็นใจเด็ดท่าทางรีบร้อนเดินหายเข้าไปด้านในห้องตรวจโรค ทีแรกช่อผกาคิดจะหลบไม่อยากให้ใจเด็ดเห็นหน้าบวมเป่งของตัวเอง แต่คิดไปคิดมาน่าจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส

“แต่ถ้าเราบอกพี่ใจเด็ดว่าที่เราเป็นอย่างนี้ เพราะพวกกรุงเทพฯ แกล้งเรา บางทีเราอาจชนะโดยไม่ต้องประกวดก็ได้” ช่อผกาคิดได้ดังนั้น รีบตามใจเด็ดเข้าไปในห้องตรวจโรค ด้วยความช่วยเหลือของหมอ ใจเด็ดหนีรอดเงื้อมมือช่อผกาออกจากสถานีอนามัยพร้อมกับยารักษาสรนุชได้อย่างหวุดหวิด...

ครู่ต่อมา ใจเด็ดมาถึงหน้าห้องสรนุช ต้องชะงักเมื่อมองผ่านประตูห้องที่แง้มไว้ เห็นโชคชัยกำลังประคองสรนุช ซึ่งเพิ่งได้สติลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง สรนุชปรือตามองโชคชัย

“คุณโชคชัยเช็ดตัวให้นุชเหรอคะ”

โชคชัยนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรับคำ สรนุชคลับคล้ายคลับคลาว่าเงาผู้ชายคนนั้นไม่น่าใช่เขาแต่ไม่ได้พูดอะไร ใจเด็ดที่แอบฟังอยู่หน้าห้อง ก้มมองถุงยาที่เพิ่งไปเอามาจากสถานีอนามัยอย่างปวดใจ...

อรอนงค์ สุบิน และเกริกไกรต้องแปลกใจเมื่อกลับถึงเรือนรับรอง พบว่าสรนุชเป็นไข้ไม่สบายกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง โดยมีโชคชัยคอยป้อนข้าวป้อนน้ำอยู่ไม่ห่าง สรนุชเล่าให้ทั้งสามคนฟังว่าเธอหมดสติตั้งแต่เมื่อ

คืน ถ้าโชคชัยไม่มาเจอ เธอคงจะแย่แน่ๆ โชคชัยแนะให้ไปหาหมอ แต่สรนุชไม่ไปเพราะรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว นอนพักสักคืนก็คงหาย รับรองเธอไม่พลาดงานทำขวัญควายพรุ่งนี้แน่ๆ โชคชัยเห็นสรนุชมีคนอยู่ดูแลแล้วจึงขอตัวกลับ...

ทันทีที่ช่อผกากลับถึงบ้าน ผู้พันชาญณรงค์ซึ่งรอใจจดใจจ่ออยู่ซักเป็นการใหญ่หมอว่าอย่างไรบ้าง จะหายทันเข้าประกวดหรือเปล่า ช่อผกาแค่แพ้อาหาร หมอฉีดยาแก้แพ้ให้แล้วพรุ่งนี้ก็หาย ผู้พันตัวแสบถึงกับถอนใจโล่งอก ถ้าขืนช่อผกาไม่หายแล้วดันได้ตำแหน่งเทพีควาย ใครๆ ต้องรู้กันหมดว่าเขาติดสินบนกรรมการ

“นี่พ่อ ความสวยของฉันน่ะเริดที่สุดในหนองระบือแล้ว พ่อจะไปเสียเงินติดสินบนไอ้พวกนั้นทำไม ยังไงตำแหน่งเทพีก็ต้องเป็นของฉันอยู่แล้ว...ชิ...ทำอะไรไม่เข้าเรื่อง” ช่อผกาว่าแล้วเดินสะบัดขึ้นบ้าน ผู้พันชาญ–ณรงค์มองตามกลุ้มใจที่ลูกสาวมั่นใจเกินเหตุ...

ค่ำวันเดียวกัน ที่ห้องนอนของสรนุชภายในเรือนรับรอง สรนุชยังติดใจสงสัยไม่หาย คนที่ดูแลตอนเธอไม่สบายไม่น่าจะใช่โชคชัย สุบินกับอรอนงค์มองหน้ากันงง

“แกอย่าบอกนะว่า ผีบ้านผีเรือนเป็นคนดูแลแก” สุบินปากเสียตามเคย

“บ้าหรือไง” สรนุชด่าสวน อรอนงค์นิ่วหน้า ถ้าไม่ใช่โชคชัยแล้วจะเป็นใคร สรนุชอยากบอกว่าเป็นใจเด็ดแต่ก็ไม่แน่ใจ จึงปิดปากเงียบ...

อีกมุมหนึ่งของสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ใจเด็ดนั่งมองเสื้อลูกไม้ที่จะให้สรนุชอย่างปวดร้าวใจ ไม่เข้าใจทำไมตัวเองถึงได้รู้สึกแบบนี้

ooooooo

งานทำขวัญควายวันแรกเริ่มขึ้น ขบวนแห่นำโดยแตรวงเดินพาเหรดกันมาที่หน้าวัด ชาวบ้านที่ร่วมขบวนแห่หลายร้อยชีวิตเซิ้งตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน ชาวบ้านบางคนจูงลูกควายที่จะเข้าพิธีร่วมขบวนมาด้วย

เกริกไกรและใจเด็ดรอรับลูกควายที่ชาวบ้านนำมาลงทะเบียนอยู่หน้าลานวัด หมอหนุ่มไม่ค่อยมีสมาธิ มัวแต่ชะเง้อคอมองหาอรอนงค์ด้วยความเป็นห่วง เกรงจะหลงทาง ใจเด็ดต้องคอยดึงให้กลับมาสนใจงานที่ทำ...

อีกมุมหนึ่งของวัด ช่อผกาเห็นกลุ่มของสรนุชมาถึง ปราดเข้าไปหาเรื่องด่าว่าทันที คนอย่างสรนุชไม่ให้มาด่าข้างเดียว เข้าไปทำจมูกฟุดฟิดใกล้ตัวช่อผกา ไม่รู้ว่ากลิ่นขี้ควายออกมาจากตัวช่อผกาหรือปากของเธอกันแน่ ช่อผกาโกรธเนื้อเต้น รีบดมตามเนื้อตัวตัวเอง ชี้หน้าสรนุช พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร

“แหม...ก็ชื่อเสียงของเธอมันโฉ่ไปทั้งตำบล จะขยับตัวทำอะไรก็เป็นข่าวไปหมด” สรนุชแดกดัน

“ในเมื่อรู้ตัวก็ดีแล้ว พวกเธอก็ถอนตัวซะ เพราะพี่ใจเด็ดคงไม่ชอบใจเท่าไหร่ถ้ามีใครมาประกวดแข่งกับฉัน”

“เอ...แต่เท่าที่ผมได้ข่าวมานี่คุณใจเด็ดสนับสนุนให้พวกผมลงประกวดคราวนี้นะครับ” สุบินยิ้มเย้ย

ช่อผกาหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ รีบกลบเกลื่อนว่าคงเป็นเพราะใจเด็ดต้องการให้คนที่มาแข่งสมน้ำสมเนื้อกับเธอ เพราะถ้าเขาอยากให้พวกสรนุชชนะจริงๆ เมื่อวานเขาคงไม่มาช่วยดูชุดประกวดให้เธอทั้งวันแน่ สรนุชไม่ได้อยากรู้เรื่องของช่อผกาสักนิด ไม่ต้องมาเล่าให้เปลืองน้ำลาย แล้วเดินเชิดออกไป...

ทันทีที่สรนุชเจอหน้าใจเด็ด ถามถึงเรื่องที่ไปช่วยดูชุดให้ช่อผกาเมื่อวานทั้งวันจริงหรือเปล่า ใจเด็ดยังเจ็บจี๊ดเรื่องโชคชัยขโมยซีนไม่หายจึงยอมรับว่าจริง อยู่ๆสรนุชหน้ามืด เซจะล้ม ใจเด็ดรีบเข้ามาประคองด้วยความเป็นห่วงรู้สึกได้ว่าเธอยังตัวรุมๆ สรนุชรีบดึงตัวออกห่าง แล้วเดินกระแทกไหล่ใจเด็ดจากไปอย่างหงุดหงิด...

หลังจากสนุกสนานกับขบวนแห่ ชาวบ้านต่างมารวมตัวกันที่ศาลาการเปรียญเพื่อรอหลวงพ่อกล่าวเปิดงาน เกริกไกรอยากนั่งใกล้อรอนงค์ จึงขยับไปนั่งแทรกระหว่างสองสาวเพื่อนซี้ จนสรนุชถูกดันไปนั่งติดใจเด็ดแทน

ระหว่างนั้น ผู้พันชาญณรงค์ ช่อผกา และโชคชัยขึ้นมาบนศาลา ช่อผกาเห็นใจเด็ด พุ่งเข้าใส่ไม่สนใจหัวดำ หัวขาวที่นั่งอยู่ก่อนจนชาวบ้านแตกกระเจิง แล้วทิ้งตัวลงนั่งเบียดสรนุชกระเด็น สรนุชจะเอาเรื่องแต่โชคชัยเข้ามาชวนไปนั่งที่อื่นเสียก่อน ใจเด็ดมองตามตาละห้อย

อีกคู่ที่วุ่นวายไม่แพ้กันคือคู่ของเกริกไกรกับ

ผู้พันชาญณรงค์ที่ยื้อแย่งกันจะนั่งข้างอรอนงค์อุตลุด

อรอนงค์ซื่อบื้อคิดว่าทั้งคู่แย่งเก้าอี้นั่งกัน เลยยกเก้าอี้ของตัวให้ แล้วลุกไปนั่งข้างสุบิน เรื่องวุ่นๆจึงสงบลงได้ สักพัก หลวงพ่อเดินเข้ามานั่งเป็นประธานหันหน้าเข้าหาพวกชาวบ้านแล้วกล่าวว่า

“ขอบใจทุกคนมากนะที่มาร่วมงานเหมือนทุกปี ปีนี้ไม่มีใครขาดใช่มั้ย”

“ปีนี้ไม่มีขาดครับ...มีแต่จะเพิ่ม” ผู้พันชาญณรงค์ทะลุกลางปล้อง หลวงพ่อสงสัยจะมีใครมาเพ่ิม ผู้พันชาญณรงค์ไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะคนที่นัดแนะมาป่วนงานครั้งนี้คือพวกของชิดชัย ใจเด็ดมองผู้พันตัวแสบ รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล

ooooooo

เป็นจริงอย่างที่ใจเด็ดหวั่นใจ ชิดชัยกับลูกน้องเอาเสื้อพิมพ์โลโก้บริษัทขายรถไถมาแจกพวกชาวบ้านบริเวณทางเข้าวัด อ้างว่าหลวงพ่อให้เอามาแจก เพราะต้องการให้ทุกคนใส่เสื้อเหมือนกัน แสดงถึงพลังสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่เบื้องหลังแล้ว ชิดชัยต้องการหักหน้าพวกกระบือบาล

“งานทำขวัญควาย...ฮึ...ฉันอยากเห็นหน้าพวกแกจริงๆ ว่างานควายแต่มีเสื้อรถไถมันจะเป็นยังไง” ชิดชัยว่าแล้วมองเข้าไปในวัดด้วยแววตาชั่วร้าย...

หลวงพ่อกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการเสร็จ ได้เวลาญาติโยมถวายเพล ช่อผกาถลาเข้ามาจับถาดใส่อาหารร่วมกับใจเด็ด สรนุชเห็นแล้วหมั่นไส้ รีบยกถาดใส่อาหารของตัวเองจะถวายหลวงพ่อ โชคชัยสบช่องรีบเข้ามาช่วย เลยกลายเป็นสองคู่กัด แย่งกันถวายเพล เสียงสองสาวเถียงกันเซ็งแซ่ หลวงพ่อทนไม่ไหวต้องปราม

“โยม...ใจเย็นๆก่อนนะ การทำบุญใครทำคนนั้นก็ได้ ไม่ต้องแย่งกัน ทำบุญนะ ไม่ใช่ต่อคิวซื้อโดนัท”

สองสาวถึงสงบปากสงบคำได้ จังหวะนั้น ชิดชัยก้าวขึ้นมาบนศาลาพร้อมกับลูกน้อง

“สวัสดีครับหลวงพ่อ พอดีผมเห็นว่าวันนี้เป็นวันทำบุญใหญ่ ผมก็เลยอยากทำบุญด้วยคนครับ แล้วอีกอย่าง ผมก็เห็นว่าที่วัดนี่ยังขาดปัจจัยในการจัดงาน ก็เลยตั้งใจว่าจะมาถวายปัจจัยให้หลวงพ่อน่ะครับ” ชิดชัยพูดจบ หยิบสมุดเช็คให้หลวงพ่อเขียนจำนวนเงินเอาเอง อยากเขียนเท่าไหร่ก็ได้ บริษัทของพวกตนชอบทำบุญอยู่แล้ว สุบินหันไปแซวสรนุชว่าจริงหรือ หญิงสาวกระทุ้งข้อศอกใส่สุบินแทนคำตอบ

ใจเด็ดเหม็นขี้หน้าคนขี้โม้ คว้าสมุดเช็คมาเขียนจำนวนเงิน 100 ล้านบาทลงไป ชิดชัยถึงกับตาเหลือก โวยลั่น ใครจะบ้าทำบุญมากมายขนาดนั้น เกริกไกรแขวะทันที ไหนบอกว่าจะเขียนจำนวนเงินเท่าไหร่ก็ได้

“แต่มันก็ต้องดูความเหมาะสมด้วย จริงมั้ยคุณชิดชัย” ผู้พันชาญณรงค์ช่วยแก้ต่างให้พวกรถไถ

ชิดชัยรีบฉีกเช็คทิ้ง ขอเปลี่ยนเป็นทำบุญกับพวกชาวบ้านแทน โดยจะแจกเสื้อที่พวกตนทำมาจากใจให้แล้วคลี่เสื้อให้ดู เห็นเป็นรูปรถไถคันโตอยู่กลางอก หลวงพ่ออ้าปากจะห้าม แต่ชิดชัยชิงพูดขึ้นก่อน

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่ลืมหลวงพ่อแน่นอน นี่ครับ...จีวรของหลวงพ่อก็มีเหมือนกัน แต่ยังไม่หมดครับ นี่ก็ตาลปัตรอันใหม่สำหรับหลวงพ่อ” สิ่งที่ชิดชัยว่ามาทั้งหมดมีโลโก้รูปรถไถติดอยู่ ใจเด็ดทนไม่ไหวลุกขึ้นจะเอาเรื่อง ชาวบ้านคนหนึ่งหยิบเสื้อที่ได้รับจากชิดชัยปาคืนใส่หน้าเขา

“โกหก...ไหนบอกว่าเป็นเสื้อที่หลวงพ่อเอามาแจกไง” ชาวบ้านคนนั้นโวยแหลก

ชาวบ้านคนอื่นทยอยปาเสื้อคืนชิดชัย ถ้าพวกเขารู้มาก่อนว่าเป็นเสื้อของพวกรถไถ แถมเงินให้ยังไม่เอาเลย ชาวบ้านลุกฮือขับไล่ชิดชัยกับพวก ชิดชัยเห็นท่าไม่ดี เผ่นกลับแทบไม่ทัน ใจเด็ดกับพวกกระบือบาลต่างยิ้มปลื้มที่ชาวบ้านเข้าข้างควาย  ผู้พันชาญณรงค์เจ็บใจที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน

สรนุชบ่นพึมพำไม่อยากเชื่อว่าชาวบ้านหนองระบือจะรักควายมากขนาดนี้ โชคชัยยกความดีความชอบให้ใจเด็ดแต่ผู้เดียว ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ พวกชาวบ้านเริ่มกลับมารักควายอย่างเก่า สรนุชคิดแผนการออก ถ้าเธอเปลี่ยนความคิดของใจเด็ดได้ พวกชาวบ้านก็จะเปลี่ยนตาม

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงเวลาสำคัญ ซึ่งเป็นหัวใจของงานครั้งนี้ นั่นก็คือพิธีทำขวัญให้ลูกควาย ทันทีที่โชคชัยประกาศให้เริ่มการจับคู่พ่อแม่ให้กับลูกควาย ผู้พันชาญณรงค์ปรี่เข้าหาอรอนงค์ชวนมาเป็นแม่คู่กับเขา เกริกไกรขวางไว้ยิ้มเย้ยพร้อมกับชูนิ้วก้อยของตัวเองที่มีสายสิญจน์พันอยู่กับนิ้วก้อยของอรอนงค์ให้ดู

“โทษทีนะผู้พัน...ไปตรงนั้นกันเถอะจ้ะแม่จ๋า” เกริกไกรรีบดึงมืออรอนงค์ไปที่คอกควาย ปล่อยให้ผู้พันชาญณรงค์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ตรงนั้น ช่อผกาเห็นใจเด็ด ยืนเหล่สรนุชปราดเข้าไปควงแขนเขาไว้ ขอจองเป็นคู่พ่อแม่ ใจเด็ดอ้าปากจะค้าน แต่ช่อผกาชิงพูดขึ้นก่อน

“ไม่เอาสิคะ ปีที่แล้วเราก็คู่กัน เกิดปีนี้เราเปลี่ยนคู่ เดี๋ยวลูกควายจะหาว่าชีวิตคู่เรามีปัญหานะคะ”

ใจเด็ดจำต้องยอมทำตาม สรนุชมองทั้งคู่หมั่นไส้ ก่อนจะเดินไปหาโชคชัย กล้องวีดิโอของสุบินที่คอยเก็บช็อตเด็ดๆ แพนไปเห็นเจนจิรามองช่อผกาด้วยสายตาเช่น เดียวกับสรนุช พอเธอหันมาเห็นสุบินจับภาพอยู่โวยวายลั่นจะถ่ายทำไม สุบินไม่เห็นมีใครเหลือให้จับคู่ จึงช่วยเจนจิราเป็นคู่กัน เจนจิราไม่เล่นด้วยเดินหนี

ครู่ต่อมา คู่พ่อแม่สมมติของลูกควายมารวมตัวกันหน้าคอกที่จัดเตรียมไว้ สรนุชกับโชคชัยดันมายืนอยู่ใกล้ คู่ของใจเด็ดกับช่อผกา สองสาวเขม่นกันไปมา ช่อผกา แกล้งเซเหยียบเท้าสรนุช พอสบช่องสรนุชเอาคืน แกล้งเซ เสียหลัก ก่อนจะแอบเอาสายสิญจน์เส้นใหญ่สำหรับผูก ควายสอดไว้ในหูกางเกงของช่อผกา แล้วตบก้นลูกควายให้วิ่ง ช่อผกาถูกลูกควายดึงกระแทกกับคอกร้องลั่น สรนุชยิ้มสะใจ ชวนโชคชัยเดินเลี่ยงไปทางอื่น...

เสร็จจากพิธีทำขวัญควาย ทุกคนพากันมาที่ต้นไม้ ศักดิ์สิทธิ์เพื่ออธิษฐานขอพร อรอนงค์อดสงสัยไม่ได้ ทำไมต้องมาขอพรกับต้นไม้ เกริกไกรเล่าว่าเป็นความเชื่อของ คนที่นี่ ชาวบ้านจะมาขอพรที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้ทุกปี แล้วทุกคนก็จะได้รับพรที่ขอกันทุกคน อรอนงค์แปลกใจ แล้วทำไมชาวบ้านไม่ขอให้ตัวเองรํ่ารวย

“เพราะพรที่พวกเขาขอ  เป็นพรที่ขอให้คนอื่นไง ครับ...ก็อย่างเช่น เราขอพรให้พ่อแม่ของเราสุขภาพแข็งแรง หรือขอให้ควายเราไม่เจ็บไม่ป่วย” เกริกไกรอธิบาย

อรอนงค์ถึงบางอ้อ เพราะถ้าทุกคนขอพรให้ตัวเอง ได้ คงจะเหมือนที่อื่นๆ ที่มีแต่ชาวบ้านมาขูดหวยกันทุกเดือน เกริกไกรคุยอวดว่านี่เป็นความโชคดีของบ้านหนองระบืออีกอย่างหนึ่ง จังหวะนั้นสมหญิงกับภิรมย์เอาลูกยางกับกระดาษสำหรับเขียนคำอธิษฐานมาให้ทั้งคู่ จากนั้นทั้งสี่คนพากันอธิษฐานขอพร

ooooooo

ถัดจากจุดที่เกริกไกรกับอรอนงค์ยืนอยู่ไม่ไกลนัก สุบินกำลังอธิษฐานขอพรเสียงดังฟังชัดเจตนาให้ เจนจิราที่ยืนอยู่ห่างพอสมควรได้ยิน เขาขอให้คนที่ โกรธกันอยู่หายโกรธ แล้วโยนลูกยางขึ้นไปบนต้นไม้ หันมาเห็นเจนจิราเข้ามายืนข้างๆ สุบินถึงกับตาโตตื่นเต้นที่คำอธิษฐานของเขาสัมฤทธิผลทันใจ เจนจิรา หายโกรธเขาแล้ว

“เปล่า ฉันกำลังจะบอกนายว่า เวลาอธิษฐานแล้วให้คนอื่นได้ยินน่ะมันจะไม่เป็นจริง” เจนจิราพูดจบ ผละจากไป ทิ้งให้สุบินยืนอึ้งอยู่คนเดียว สรนุชซึ่งยืนอยู่ถัดมา รับลูกยางกับกระดาษจากโชคชัยมาเขียนคำอธิษฐานเหมือนเดิมอีกครั้ง โชคชัยเลียบๆเคียงๆ ถามว่าอธิษฐานอะไร

หญิงสาวต่อว่ามาถามอย่างนี้ได้อย่างไร เขาไม่ได้ยินเจนจิราพูดหรือว่าถ้าคนอื่นได้ยินคำอธิษฐานของเรา คำอธิษฐานนั้นจะเป็นหมัน แล้วเดินหนีไปยังอีกด้านหนึ่งของต้นไม้ โยนลูกยางขึ้นไปสุดแรง ลูกยางของสรนุชบังเอิญชนกับลูกยางที่ใจเด็ดแอบมาอธิษฐานเมื่อช่วงเช้าร่วงลงพื้น สรนุชรีบเก็บลูกยางพร้อมคำอธิษฐานซึ่งตอนนั้นเธอไม่รู้ว่าเป็นของใครใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเดินไม่รู้ไม่ชี้ออกไป...

งานทำขวัญควายสนุกสนานมาก กว่าสรนุชกับเพื่อนจะกลับถึงที่พักท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว สุบินอดแซวสรนุชไม่ได้ว่ายุทธศาสตร์ดาวเปื้อนดินของเพื่อนได้ผลเกินคาด เพราะโชคชัยมองตามเธอตาเยิ้มตลอดเวลา

“ไอ้นี่...เลิกปากเสียได้แล้ว ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขา แล้วฉันก็ไม่สนใจด้วยว่าเขาจะคิดอะไรกับฉัน ฉันสนแค่ว่าเราจะบุกตลาดที่นี่ได้ยังไง และตอนนี้ฉันรู้วิธีแล้ว...” สรนุชเห็นสองเพื่อนซี้มองมา สีหน้าสงสัยใคร่รู้ “เอาไว้ให้ฉันคิดอะไรดีๆได้ก่อน แล้วฉันจะบอกแกสองคน” สรนุชว่าแล้วเดินเข้าห้องนอน ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง

นึกขึ้นได้เก็บลูกยางอธิษฐานของใครบางคนไว้ในกระเป๋ากางเกง รีบหยิบขึ้นมาจะเปิดดู แต่เกิดลังเลเกรงจะเสียมารยาท แต่สุดท้ายแล้วความอยากรู้อยากเห็นก็ชนะ สรนุชค่อยๆเปิดคำอธิษฐานดู

“ขอให้คุณนุชหายป่วยไวๆด้วยครับ...ใจเด็ด”

สรนุชถึงกับอึ้ง รีบเก็บกระดาษคำอธิษฐานใส่กระเป๋ากางเกง แล้วออกมาหามุมสงบนอกเรือนรับรอง ครุ่นคิดถึงเรื่องที่ใจเด็ดรู้ได้อย่างไรว่าเธอป่วย ในเมื่อเขาบอกเองว่าเมื่อวานอยู่กับช่อผกาทั้งวัน แต่แล้วปริศนาเรื่องนี้ก็คลี่คลาย เมื่อเธอได้เจอกับสมหญิงที่ออกมาเดินกินลมชมจันทร์

สมหญิงเล่าให้ฟังว่า เมื่อวานนี้ใจเด็ดเห็นสรนุชตัวร้อนจัด อาการน่าเป็นห่วง จึงฝากเธอให้ดูแลสรนุชแทน ส่วนเขารีบไปที่สถานีอนามัยเพื่อเอายามาให้ สรนุชถึงกับพูดอะไรไม่ออก

ooooooo

งานทำขวัญควายวันที่สองเริ่มขึ้น ช่วงเช้ามีการแสดงของควายแสนรู้ที่ชาวบ้านต่างซุ่มฝึกฝนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว สุบินและอรอนงค์สนใจมาก พากันเข้าไปดูใกล้ๆเพื่อถ่ายวีดิโอเก็บไว้ สรนุชสบช่องรีบชิ่งไปตามหาใจเด็ด

“ฉันต้องรู้ให้ได้ว่านายทำอย่างที่สมหญิงบอกจริงหรือเปล่า” สรนุชสีหน้ามุ่งมั่น

แต่พอเจอหน้าใจเด็ด เธอกลับอ้ำอึ้งไม่กล้าถามเพราะเขิน ครั้นข่มความอายได้ ช่อผกาดันโผล่มาจากไหนไม่รู้ เข้ามาคล้องแขนใจเด็ดวางท่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ สรนุชเลยไม่ได้ถามอะไร...

ที่ลานประกวดควาย หลังจากโชว์ความแสนรู้ของควายให้ผู้ชมในงานดูแล้ว รายการต่อไปจะเป็นการประกวดควายสมบูรณ์ ชาวบ้านจูงควายของตัวเองมาเดินให้กรรมการตัดสินดู จากนั้นกรรมการจะชูป้ายให้คะแนน ใครรักตัวไหนชอบตัวไหนส่งเสียงเชียร์กันสนุกสนาน ควายของใจเด็ดจากสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ได้รับเสียงเชียร์ล้นหลาม และผลการตัดสินก็เป็นไปตามความคาดหมาย ควายของใจเด็ดได้ตำแหน่งชนะเลิศ

ผู้พันชาญณรงค์แค้นใจมาก หมายมั่นปั้นมือ อย่างไรเสียควายของใจเด็ดคงไม่ชนะการประกวดในปีนี้อีก อุตส่าห์แอบตั้งโต๊ะรับพนันควาย กะจะฟันเงินชาวบ้านกินนิ่มๆ กลับต้องเสียพนันไปหลายแสน เพราะชาวบ้านเล่นข้างใจเด็ดเป็นส่วนใหญ่ ระหว่างนั้น มหาเหม็นแบมือหราเข้าทวงเงินพนันควายจากผู้พันชาญณรงค์

“ไม่จ่ายเว้ย...ไอ้ใจเด็ดมันโกง ไม่อย่างนั้นควายมันจะชนะทุกปีอย่างนี้ได้ยังไง” ผู้พันตัวแสบโวย

“อ้าว...ดาบกันอย่างนี้มันไม่ดีนะผู้พัน แล้วฉันจะบอกให้ว่า ที่มันเป็นอย่างนี้ก็เพราะผู้พันไม่เชื่อฉันเรื่องนางฟ้าคนนั้น...ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่า ถ้าผู้พันอยากชนะใจเด็ด ผู้พันต้องได้นางฟ้าคนนั้นมาเป็นเมีย เพื่อที่จะเสริมดวงชะตาข่มกับดวงของใจเด็ด” มหาเหม็นร่ายยาว ขณะที่ผู้พันชาญณรงค์ยิ้มร้ายกาจ...

งานประกวดควายดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง มีทั้งแข่งวิ่งควาย แข่งต้อนควายเข้าคอก และอีกสารพัดการแข่งขัน พอแดดร่มลมตก ก็ถึงเวลาประกวดเทพีควาย ชาวบ้านต่างมารวมตัวกันหน้าเวทีประกวดที่จัดขึ้นที่ลานหน้าวัด คอยเชียร์นางงามที่ตัวเองชื่นชอบ เกริก– ไกรจองที่นั่งติดขอบเวทีพร้อมกับชูป้ายไฟชื่ออรอนงค์

ใจเด็ดสังหรณ์ใจอาจจะเกิดเรื่องไม่ดี เพราะผู้พันชาญณรงค์เสียพนันไปมาก คงต้องหาทางเอาคืน จึงเตือนเกริกไกรให้เลิกสนใจอรอนงค์ แล้วมาช่วยกันเป็นหูเป็นตาตรวจความเรียบร้อยในงานจะดีกว่า เกริกไกรไม่สนคำเตือน มัวแต่คิดหาทางจะทำอย่างไรให้อรอนงค์ชนะการประกวด

ขณะที่ด้านหน้าเวทีมีผู้คนมาจับจองที่นั่งกันหนาตา ด้านหลังเวที สาวงามผู้เข้าประกวดเทพีควายต่างกำลังแต่งองค์ทรงเครื่องกันเต็มที่ สรนุชอยู่ไม่เป็นสุขยืนกระสับกระส่าย อรอนงค์คิดว่าเพื่อนรักปวดห้องน้ำ จึงไล่ให้ไปจัดการธุระให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับมาช่วยเธอแต่งตัว สรนุชสบช่องรีบออกไปหาใจเด็ดทันที...

ในเวลาเดียวกัน ที่กระท่อมร้างหลังวัด สมคิดจัดสถานที่เตรียมพร้อมให้เจ้านายได้สมหวังกับอรอนงค์โดยไม่ลืมหยิบยาดองเหล้าช้างกระทืบโรงโหลใหญ่ติดมือมาด้วย หวังจะให้เจ้านายดื่มเรียกความคึกคักซู่ซ่าระหว่างที่รอเขาไปลักพาตัวอรอนงค์มา ผู้พันชาญณรงค์ยิ้มชอบใจ สั่งให้สมคิดรีบไป และอย่าให้ใครจับได้เด็ดขาด

“รับรองครับ ระดับไอ้คิดแล้ว ไม่ทำให้เสียชื่อแน่นอน” สมคิดพูดจบ คว้าย่ามแล้ววิ่งฝ่าความมืดออกไป...

ทางด้านสรนุชตามหาใจเด็ดจนเจอ คราวนี้ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย ถามเข้าประเด็นทันทีว่า เมื่อตอนที่

เธอป่วย เขาเป็นคนดูแลใช่ไหม ใจเด็ดพยักหน้ารับคำ แทนที่สรนุชจะขอบใจ กลับต่อว่าต่อขานที่เขาบังอาจมาเช็ดตัวให้เธอ ใจเด็ดบ่นอุบ เช็ดตัวแค่นี้ทำไมต้องโกรธด้วย

“แล้ว...แล้วนายเห็นอะไรบ้าง”

“ก็...เช็ดตรงไหนก็เห็นตรงนั้นนั่นแหละ” ใจเด็ดยียวนใส่ สรนุชแทบจะชักดิ้นชักงอ ทั้งอายทั้งเจ็บใจ คาดคั้นให้เขาบอกให้ได้ว่าเห็นตรงไหน ใจเด็ดแกล้งยั่ว ขนาดเขายังไม่ได้บอก สรนุชยังโมโหขนาดนี้ ถ้าเขาพูดไป ไม่ยิ่งแน่กว่านี้หรือ ใจเด็ดแหย่เสร็จเดินหนี สรนุชไม่ละความพยายามรีบเดินตาม

ooooooo

หลังจากเอาป้ายไฟชื่ออรอนงค์ไปให้หลวงพ่อเจิมเพื่อเอาเคล็ดแล้ว เกริกไกรรีบนำป้ายไปอวด

อรอนงค์ที่กำลังแต่งหน้าอยู่หลังเวที ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังชื่นชมป้ายไฟ สมคิดซึ่งปลอมเป็นกะเทยในคราบช่างแต่งหน้าโผล่พรวดเข้ามา ต้องชะงักเมื่อเห็นเกริก-ไกรอยู่ที่นั่น จะชิ่งหนี แต่เกริกไกรกับอรอนงค์หันมาเห็นเสียก่อน กะเทยปลอมหนีไม่ออก รีบแนะนำตัวว่าเป็นช่างมาแต่งหน้าให้อรอนงค์

“ช่างแต่งหน้า...มีด้วยหรือ” เกริกไกรนิ่วหน้าสงสัย

“เอ่อ...ค่ะ...ก็เห็นคนจัดงานบอกว่าอยากยกระดับเวทีการประกวดนี้ขึ้นสู่เวทีโลก ก็เลยต้องทำทุกอย่างให้เป็นมืออาชีพ” สมคิดพูดไปก้มหน้าก้มตาหลบสายตาเกริกไกรที่จ้องมาอย่างรู้สึกคุ้นหน้า แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร กะเทยปลอมขอให้เขาออกไปรอข้างนอกก่อน อ้างต้องรีบแต่งหน้าให้อรอนงค์ เดี๋ยวจะเสร็จไม่ทันขึ้นเวที

สมคิดในคราบกะเทยรอจนเกริกไกรลับสายตา หยิบผ้าเช็ดหน้าใส่ยาสลบขึ้นมาโปะหน้าอรอนงค์ ครู่เดียวหญิงสาวหมดสติ สมคิดคว้าผ้าดิบหลังเวทีมาห่อตัวหญิงสาวแล้วอุ้มออกไป เดินเกือบจะพ้นกำแพงวัดอยู่แล้ว อารามรีบร้อนสมคิดชนโทนที่เลี้ยวมุมกำแพงวัดเต็มๆจนล้ม เด็กชายรู้สึกถึงความผิดปกติ ร้องทักว่าแบกอะไรมา แล้วทำท่าจะเข้ามาดู สมคิดตบหัวเขาเปรี้ยง

“ไม่ใช่เรื่องของเอ็ง...อยากตายหรือไงไอ้เด็กเปรต”

โทนตกใจ รีบส่ายหน้า สมคิดกำชับห้ามบอกใครเรื่องนี้เด็ดขาดถ้าอยากอยู่จนโตเป็นหนุ่ม โทนพยักหน้าด้วยความหวาดกลัว ยืนมองสมคิดแบกห่อผ้าออกไปสีหน้าครุ่นคิด...

เกริกไกรนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้อวยพรอรอนงค์ จึงกลับมาหลังเวที ต้องแปลกใจที่เธอหายไป พบแต่ผ้า เช็ดหน้าชุ่มไปด้วยยาสลบตกอยู่ข้างเก้าอี้ที่อรอนงค์ใช้นั่งแต่งหน้า หมอหนุ่มรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบพากลเกิดขึ้น รีบแจ้นไปแจ้งเรื่องนี้ให้ใจเด็ด สรนุชและพรรคพวกที่นั่งจับกลุ่มดูการประกวดอยู่หน้าเวทีรับรู้ ทุกคนพากันตกใจและเป็นกังวล สรนุชอยู่เฉยต่อไปไม่ไหวลุกพรวดจะไปตามหาเพื่อนรัก ใจเด็ดรีบคว้าแขนไว้

“ใจเย็นๆก่อนสิคุณ...คุณอรอาจจะออกมาเดินแถวๆนี้ก็ได้”

สรนุชใจเย็นไม่ไหว อรอนงค์กำลังจะขึ้นเวทีประกวดอยู่แล้ว จะออกมาเดินทำไม เธอสังหรณ์ใจต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับเพื่อนรักของตัวเองแน่ๆ สะบัดมือใจ เด็ดออก แล้วรีบไปตามหา ใจเด็ดครุ่นคิดคล้อยตามรีบสั่งการ

“งั้นพวกเราแยกย้ายกัน หมอกับภิรมย์ไปดูแถวหลังวัด เจนกับคุณสุบินไปดูแถวโบสถ์ ส่วนสมหญิงไปถ่วงเวลาที่เวทีไว้ก่อน แต่อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครเดี๋ยวจะตกใจกันไปทั้งวัด ฉันจะตามคุณนุชไปเอง”...

ไม่นานนัก สมคิดแบกร่างไร้สติของอรอนงค์มาวางบนแคร่ในกระท่อมร้างหลังวัด ผู้พันชาญณรงค์หน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาดองเหล้าที่กินเข้าไปเกือบครึ่งโหลมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาหื่น ก่อนจะสั่งให้สมคิดออกไปเฝ้าต้นทางไว้ ผู้พันหื่นเห็นตัวเองยังไม่คึก เร่งดื่มยาดองเหล้าเป็นการใหญ่หวังจะรีบเผด็จศึก...

ด้านใจเด็ดเดินตามสรนุชจนทัน จากนั้น ชวนกันไปตามหาอรอนงค์บริเวณโกดังเก็บโลงศพ ทันใดนั้นสรนุชเห็นเงาใครบางคนถือไปฉายเดินไปหยุดหน้าโกดังเก็บโลงศพ รีบสะกิดให้ใจเด็ดดู แต่พอเขาหันไปมองใครคนนั้นหายเข้าไปข้างในโกดังเก็บโลงศพแล้ว

“คุณรออยู่ที่นี่แหละคุณนุช ผมไปดูเอง ถ้าคุณเห็นผมเข้าไปนานหรือว่าได้ยินเสียงอะไรผิดปกติก็รีบไปตามคนมาช่วยก็แล้วกัน” ใจเด็ดสั่งเสร็จ ขยับจะไป แต่สรนุชรั้งไว้ เตือนด้วยความเป็นห่วงให้เขาระวังตัวด้วย ใจเด็ดเตือนเธอกลับให้ระวังตัวเช่นกัน สายสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มก่อตัวขึ้นโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว...

อีกมุมหนึ่งของวัด เกริกไกรแยกจากภิรมณ์มาค้นหาแถวต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ถือโอกาสนี้อธิษฐานขอพรให้อรอนงค์ปลอดภัยกลับมา ทันใดนั้น มีเสียงดังมาจากต้นไม้ บอกทางไปยังที่ที่อรอนงค์ถูกกักขัง ทีแรกเกริกไกรตกใจคิดว่าเป็นเสียงของผีป่า ที่ไหนได้กลายเป็นโทนนั่นเองที่มาช่วยบอกทางให้

ooooooo

ระหว่างที่เกริกไกรเริ่มได้เค้าลางสถานที่กักขังอรอนงค์ ใจเด็ดเข้าไปในโกดังเก็บโลงศพที่เงียบสงัด รอบๆมีแต่โลงศพวางระเกะระกะ บรรยากาศชวนขนหัวลุก มองไปรอบๆไม่เห็นใครสักคน พลันมีเสียงแปลกๆ ดังขึ้นหลังตู้เก่าๆใบหนึ่งข้างผนัง ชายหนุ่มคว้าท่อนไม้ใกล้ๆเตรียมพร้อม พอเปิดประตูตู้ต้องตกใจมีแมวดำโดดพรวดออกมา ใจเด็ดถึงกับผงะ หันหลังจะกลับ แต่ต้องตกใจซ้ำสองเมื่อเห็นสรนุชยืนอยู่ เขาต่อว่าเธอว่าเข้ามาทำไม

“ก็เห็นคุณเข้ามาตั้งนานก็เลยห่วง แล้วไหนล่ะ เจอยัยอรมั้ย”

“ฮึ...ผมรู้ว่าคุณห่วงเพื่อนไม่ต้องมาโกหกว่าห่วงผมหรอก”

สรนุชยิ้มชอบใจที่เขารู้ทัน แต่แล้วต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นตุ๊กแกตัวเขื่องโผล่ออกมาจากหลังตู้ใบนั้น หญิงสาว หน้าตื่นโผกอดใจเด็ดแน่น ชายหนุ่มตะลึงยืนตัวแข็งทื่อ พอตั้งสติได้แกล้งพูดยั่วจนสรนุชโกรธ ลืมความกลัวตุ๊กแกหันมาเล่นงานเขายกใหญ่ ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าตาจุกสัปเหร่อหูตึงประจำวัดซึ่งเป็นคนที่สรนุชเห็นเดินเข้ามาในนี้หนีบเหล้าเมาเป๋ออกจากโกดังเก็บโลงศพ ล็อกประตูใส่กุญแจโกดัง แล้วเดินแอ่นกลับที่พักภายในวัด

ทางฝ่ายสรนุชอาละวาดไล่ตีใจเด็ดจนถอยกรูดไปชนผนังโกดัง ตุ๊กแกที่เกาะอยู่หล่นตุบลงมาที่พื้น จ้องมองเขม็งมายังแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ สรนุชเห็นตุ๊กแกมองหน้า กรีดร้องลั่นวิ่งหนี เสียงร้องกรี๊ดๆของสรนุชดังไปถึงหูชาวบ้านสองผัวเมียเมื่อเดินผ่านมาหน้าโกดังเก็บโรงศพพอดี ถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

สรนุชวิ่งมาถึงประตูโกดังแต่เปิดไม่ออก ทั้งทุบทั้งเขย่าสุดแรง สองผัวเมียตาเหลือกคิดว่าโดนผีหลอก พากันเผ่นแนบไปแจ้งเรื่องนี้ให้หลวงพ่อทราบ...

ที่กระท่อมร้างหลังวัด ขณะที่สมคิดเฝ้าต้นทางอยู่หน้ากระท่อม เห็นแสงจากไฟฉายส่องเป็นลำอยู่เบื้องหน้า พอเพ่งมองไปยังจุดนั้น ต้องตกใจแทบสิ้นสติที่เห็นเกริกไกร กับโทนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ไวเท่าความคิด สมคิดรีบคลาน เข้าไปในกระท่อมเพื่อเตือนเจ้านาย แต่ต้องตกใจอ้าปากค้างเมื่อเห็นเจ้านายตัวเองเมาหมดสติอยู่ข้างๆอรอนงค์ โดยไม่ทันได้แตะต้องนางฟ้าผู้เลอโฉมแม้แต่ปลายเล็บ สมคิดรีบตบแก้มผู้พันหื่นเบาๆ

“นายครับ ตื่นครับตื่น...ไอ้หมอควายมันตามเรามาถูกแล้ว ตื่นสิผู้พัน”

ผู้พันหื่นนอนไม่ไหวติง สมคิดเห็นท่าไม่ดี ลากเจ้านายออกทางหน้าต่างหลังกระท่อมอย่างทุลักทุเล คลาดกับเกริกไกรและโทนที่เปิดประตูกระท่อมเข้ามาอย่างหวุดหวิด เกริกไกรเห็นอรอนงค์นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนแคร่รีบเข้ามาเขย่าให้รู้สึกตัว แต่เธอทำได้แค่ปรือมอง ขยับตัวไม่ได้

“เอาไฟฉายไปไอ้โทน ช่วยส่องทางให้ที ฉันจะอุ้มคุณอรไป”  เกริกไกรส่งไฟฉายให้โทนแล้วอุ้มร่าง

อรอนงค์ออกจากกระท่อมอย่างเร่งรีบ...

ขณะที่อรอนงค์รอดพ้นจากเงื้อมมือของผู้พันหื่นมาได้ ใจเด็ดตามมาช่วยสรนุชเขย่าประตูโกดังเก็บศพอีกแรง พร้อมกับร้องเรียกให้คนมาช่วยแต่ทุกอย่างเงียบกริบ สรนุชโวยวายไม่เลิกจนใจเด็ดชักจะรำคาญ แกล้งตะโกนว่าตุ๊กแกอยู่ด้านหลัง สรนุชตกใจโดดกอดใจเด็ดที่ไม่ทันตั้งหลักจนเซล้มไปด้วยกัน โดยเธอนอนอยู่บนตัวชายหนุ่มใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ ทั้งสองจ้องหน้ากันนิ่งงันราวต้องมนต์สะกด

ทันใดนั้น ประตูโกดังเปิดออก หลวงพ่อ กลุ่มชาวบ้าน และตาจุกสัปเหร่อตะลึงกับภาพตรงหน้า สรนุชตั้งสติได้รีบลุกขึ้นยืน ใจเด็ดพยายามแก้ตัวว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนเห็น แต่ไม่มีใครเชื่อ พลันภิรมย์วิ่งฝ่าฝูงชาวบ้านเข้ามารายงานใจเด็ด

“หัวหน้าครับ...คุณนุช หมอเจอตัวคุณอรแล้วครับ”

สรนุชดีใจลืมตัวหันไปจับมือใจเด็ด กระโดดโลดเต้น ทุกคนพากันมองเขม็งจนเธอต้องรีบปล่อยมือ...

ไม่นานนัก ใจเด็ดและสรนุชมาถึงหลังเวที อรอนงค์ยังมึนงงอยู่เพราะฤทธิ์ยาสลบ ไม่สามารถขึ้นเวทีประกวดได้ ใจเด็ดตัดสินใจจะไปบอกครูสีดาซึ่งเป็นพิธีกรบนเวทีว่าทางฝ่ายตนจะขอถอนตัวจากการประกวดแต่สรนุชไม่ยอม อาสาเข้าประกวดเทพีควายแทนอรอนงค์เอง

ooooooo

ตอนที่ 6

ทันทีที่กลับถึงเรือนรับรอง สุบินกับอรอนงค์รุมต่อว่าสรนุชที่ประกาศต่อหน้าทุกคนแบบนั้นโดยไม่ปรึกษากันก่อน อรอนงค์จะไม่ร่วมประกวดเทพีควาย ส่วนสุบินก็ไม่ยอมลงแข่งไถนาเด็ดขาด สรนุชเกลี้ยกล่อมทั้งคู่สุดฤทธิ์ อ้างว่าถ้าพวกเราลงแข่งขันด้วย เท่ากับได้ผูกสัมพันธ์กับชาวบ้าน สุบินกับอรอนงค์ยังยืนกรานคำเดิม

“ที่แกสองคนไม่อยากแข่งเพราะไม่มั่นใจว่าจะชนะต่างหาก ถ้าพวกแกไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันว่า...พวกแกก็ต้องลงแข่ง” สรนุชพูดจบ เดินเข้าห้องไปเลย เจอไม้นี้เข้าไปทั้งคู่หนีไม่ออก อรอนงค์ยิ้มเจื่อนให้สุบินก่อนจะตามสรนุชเข้าห้อง ความจริงแล้วสุบินไม่ได้สนใจเรื่องการแข่งขันเท่าใดนัก เพราะกลุ้มใจเรื่องเจนจิรามากกว่า

เขานั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆย่องออกไป ครู่ต่อมา สุบินเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าบ้านพักของเจนจิรา คิดไม่ตกจะหาคำแก้ตัวอย่างไร ทันใดนั้น เจน–จิราเปิดประตูบ้านพักออกมา สุบินรีบวิ่งไปหายังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร เจนจิราปิดประตูใส่หน้าดังปัง สุบินทุบประตูเรียก

“คุณเจน...ฟังผมก่อน...ผม...ขอโทษ”

“คุณไม่ต้องขอโทษหรอก...ฉันมันโง่เอง” เจน– จิราเสียงสั่น ขณะที่สุบินเดินคอตกกลับที่พัก...

ขณะเดียวกัน ที่คอนโดฯหรูกลางกรุง ณวัต

กลับถึงห้องพักตัวเองสีหน้าเคร่งเครียดเพราะเพิ่งโดนพ่อของเขาเล่นงาน เนื่องจากเชอรี่เรียกค่าทำขวัญถึง 5 ล้านบาท และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พ่อจะช่วยเขาเรื่องผู้หญิง ระหว่างที่ณวัตกำลังเปิดประตูห้องพัก คุณป้าจุ้นจ้านเอามือถือที่ณวัตทำตกมาคืนให้

“...วันนั้นเห็นว่ามีคนโทร.เข้ามาตอนที่แม่หนูนั่นช็อกพอดี”

ณวัตเช็กข้อมูลการใช้มือถือเห็นมีข้อความฝากไว้ รีบกดฟัง ถึงกับหน้าเสียเมื่อได้ยินเสียงสรนุช

“วัตอยู่กับใคร...วัตนอกใจนุชใช่มั้ย” นุชจะกลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ เตรียมคำแก้ตัวของวัตไว้ให้ดีก็แล้วกัน”

ooooooo

เจนจิราหน้าตาหมองคล้ำ เพราะนอนไม่ค่อยหลับ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องใจเด็ดดี ตัดสินใจไปปรึกษาสมหญิง แต่ด้วยความอายไม่กล้าถามตรงๆ แต่งเรื่องว่าเมื่อคืนเธอดูละคร เห็นนางเอกแอบชอบ พระเอก แต่ไม่รู้จะบอกอย่างไรดีเพราะกลัวเขาจะไม่ชอบ ถ้าเป็นสมหญิงจะมีวิธีอะไรทำให้พระเอกรู้

“จะไปยากอะไรคะ ตอนแรกก็ต้องเรียกร้องความสนใจก่อน แล้วเราก็ดูว่าถ้าพระเอกสนใจนั่นก็แสดงว่าเขาน่ะมีใจให้เรา” สมหญิงสวมบทศิราณีตอบปัญหาหัวใจ เจนจิราครุ่นคิดคล้อยตาม...

ระหว่างที่เจนจิรากำลังหาวิธีเรียกร้องความสนใจจากพระเอกของเธอ ต้องหยุดกึกเมื่อเจอเขายืนรออยู่ใจเด็ดไม่เห็นเจนจิรามากินข้าวเมื่อคืน เป็นอะไรหรือเปล่า เจนจิราย้อนถามเขาว่าเป็นห่วงเธอด้วยหรือ

“ก็ใช่สิ แหม...ถ้าเกิดตัวเต็งเทพีควายปีนี้เป็นอะไรไปก็แย่น่ะสิ”

หญิงสาวคิดแผนเรียกร้องความสนใจออกทันที บอกปัดว่าปีนี้เธอจะไม่ลงประกวด รู้สึกเบื่อๆบอกไม่ถูกแล้วขอตัวไปทำงานก่อน ใจเด็ดงง เกิดอะไรขึ้นกับเจนจิรา  เห็นทุกปีตื่นเต้นที่จะได้แต่งชุดไทย ทางด้านเจน–จิราทำตามคำแนะนำของสมหญิงทุกอย่าง เหลือแค่รอให้ใจเด็ดมาง้อเท่านั้น...

แผนเรียกร้องความสนใจของเจนจิราล้มไม่เป็นท่า นอกจากใจเด็ดจะไม่ตามมาง้อแล้ว ยังจะส่งอรอนงค์ลงประกวดเทพีควายแทนเธออีกด้วย แต่เนื่องจากอร–อนงค์ไม่ใช่คนในพื้นที่ ใจเด็ดกับสรนุชจึงต้องไปขอคำปรึกษาจากหลวงพ่อ ท่านเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะผิดกฎหรือเปล่า

จังหวะนั้นโชคชัยมาถึงพอดี พอรู้ว่าสรนุชมาปรึกษาหลวงพ่อเรื่องคนไม่ได้อยู่ในพื้นที่จะลงประกวดได้หรือเปล่า โชคชัยเอาเกียรตินายก อบต.หนองระบือเป็นประกันว่าลงได้ไม่มีปัญหา...

ข่าวใจเด็ดส่งสาวกรุงเทพฯเข้าประกวดเทพีควายแพร่สะพัดไปทั่วหนองระบือ ช่อผการู้ข่าวนี้ถึงกับร้องกรี๊ดๆบ้านแทบแตก ผู้พันชาญณรงค์ถามสมคิดว่าได้ยินมาถูกหรือเปล่า สมคิดรับรองถ้าผิดไปจากนี้ยอมให้เหยียบสามวันสามคืนเลย แล้วหันไปบอกช่อผกาว่าไม่ต้องกลัวจะแพ้พวกนั้น เพราะเจ้านายติดสินบนกรรมการมาทุกปี อย่างไรเสียช่อผกาต้องได้ตำแหน่งแน่ๆ ช่อผการ้องกรี๊ดๆขึ้นอีกครั้ง

“ปีนี้พ่อไม่ต้องทำอะไรเลยนะ หนูจะใช้ความสวยของหนูพิชิตตำแหน่งเทพีควายมาด้วยตัวหนูเอง” ช่อผกาพูดจบเดินกระแทกส้นเท้าปังๆออกไป สมคิดมองหน้าเจ้านาย จะเอาอย่างไรดี ผู้พันชาญณรงค์สั่งให้ติดสินบนกรรมการเหมือนเดิม กันเหนียวไว้ก่อน แล้วนึกขึ้นได้ว่าสมคิดยังไม่ได้บอกเลยว่าใจเด็ดจะส่งใครเข้าประกวด...

ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ใจเด็ดสั่งให้สมหญิงนำชุดไทยที่เป็นชุดใส่ประกวดประจำของที่นี่ออกจากตู้ เตรียมไว้ให้อรอนงค์ใส่ แต่พอใจเด็ดจะเอาชุดไปให้ โชคชัยพาสรนุชกับอรอนงค์ไปดูชุดประกวดตัดหน้าไปก่อนแล้ว เขาจึงเอาชุดกลับมาเก็บเข้าตู้อย่างเก่า เกริก–ไกรรู้สึกแปลกๆทำไมพักนี้โชคชัยมาที่สถานีฯเราบ่อยนัก ต้องติดใจอะไรที่นี่แน่ๆใจเด็ดรู้ดีว่าโชคชัยติดใจ

สรนุช แต่ไม่อยากบอก ปล่อยให้เกริกไกรคิดเองเออเองว่าโชคชัยชอบอรอนงค์

ooooooo

ไม่นานนัก โชคชัยพาสรนุชกับอรอนงค์มาถึงห้องเสื้อที่ดีที่สุดของบ้านหนองระบือ แต่เสื้อในร้านกลับเชยระเบิด ย้อนไปเกือบถึงยุคพระเจ้าเหาโน่น สรนุชขอชุดที่ใหม่ที่สุดของร้านนี้มาดู

“ใหม่ที่สุดเหรอ...แน่ใจนะว่าใส่ได้...ชุดนี้มันเปรี้ยวนา” ป้าเจ้าของร้านว่าแล้วเดินไปหยิบเสื้อเปิดไหล่นิดหน่อยกับกางเกงขายาวออกมาให้ดู อรอนงค์กับสรนุชมองงงๆเปรี้ยวตรงไหน โชคชัยเห็นว่าสองสาวไม่ปลื้มอาสาจะพาไปดูชุดในตัวจังหวัด สรนุชเกรงใจไม่อยากรบกวน ทันใดนั้นมีเสียงร้องเรียกน้องอรดังขึ้นด้านหลัง

อรอนงค์สะดุ้งโหยง หันมองตามเสียงเห็นผู้พันชาญณรงค์เดินยิ้มกรุ้มกริ่มเข้ามาหา พอเห็นหน้าโชคชัยนิ่วหน้าสงสัยว่ามาทำอะไรกันที่นี่ โชคชัยมาเป็นเพื่อนสองสาวเลือกชุดใส่ประกวดวันงานทำขวัญควาย

“จริงสิ...พี่ลืมไปว่าน้องอรลงประกวด ถ้าอย่างนั้น เอ่อ...ไม่ทราบว่าจะว่าอะไรมั้ยครับถ้าพี่จะขอโอกาสนี้เลี้ยงฉลองตำแหน่งเทพีควายให้น้องอรล่วงหน้า” ผู้พันชาญณรงค์ว่าแล้วส่งสายตาหวานเยิ้มให้อรอนงค์...

ขณะที่อรอนงค์โดนผู้พันแก่คราวพ่อตามขายขนมจีบ สุบินกำลังตามง้อขอโทษเจนจิราอยู่ที่สถานีฯ หญิงสาวใจแข็งไม่ยอมให้อภัย จะเดินหนี ยิ่งตามง้อ เจน– จิรากลับยิ่งโกรธ สุบินจนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร...

อีกมุมหนึ่งของสถานีฯ ใจเด็ดกับภิรมย์กำลังช่วยกันจับลูกควายเพื่อให้เกริกไกรฉีดยา ภิรมย์ล็อกลูกควายตัวหนึ่งไว้ได้ ใจเด็ดรีบเข้ามาช่วยจับ เกริกไกรมัวแต่เหม่อมองไปทางหน้าสถานีฯ ไม่เข้ามาฉีดยาให้ลูกควายใจเด็ดตะโกนเรียกอยู่หลายครั้ง กว่าเขาจะรู้สึกตัว รีบพุ่งเข้ามาหาลูกควายที่อยู่ในวงแขนของใจเด็ดกับภิรมย์พร้อมกับเข็มฉีดยาในมือ ทันใดนั้น ภิรมย์ส่งเสียงร้องลั่น ก่อนจะหงายหลังตึง เห็นเข็มฉีดยาปักคาคอ ใจเด็ดกับเกริกไกรยืนตะลึง กับภาพตรงหน้า...

ด้านผู้พันชาญณรงค์พาอรอนงค์ สรนุช กับโชคชัยมาเลี้ยงฉลองที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ผู้พันชาญณรงค์ร้องเพลงจีบอรอนงค์ตลอด แต่เพลงที่ใช้เป็นรุ่นคุณลุงทั้งนั้น โชคชัยทนฟังอยู่นาน ต้องขอร้องให้เปลี่ยนเป็นเพลงเร็วบ้าง ผู้พันชาญณรงค์ถึงเปลี่ยนมาร้องเพลง “เล่นของสูง”

สรนุชเห็นผู้พันกำลังจีบอรอนงค์ นึกสนุกขึ้นมาแกล้งขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วชวนโชคชัยไปด้วยกัน ทิ้งให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง สรนุชเดินอมยิ้มมาตลอดทาง จนโชคชัยอดถามไม่ได้ว่าขำอะไร

“ก็ถ้าผู้พันแกชอบยัยอรจริงๆคงขำดีพิลึก”

โชคชัยลองเลียบๆเคียงๆถามว่า ถ้าเกิดมีผู้ชายมาแอบชอบสรนุช แล้วเขาต้อยต่ำเหมือนในเพลง เธอจะคิดอย่างไร สรนุชไม่สนใจว่าจะสูงหรือจะต้อยต่ำ ความรักของเธอขึ้นอยู่กับว่าผู้ชายคนนั้นทำให้เธอรักได้หรือเปล่า...

หลังจากผู้พันชาญณรงค์ร้องเพลงจีบอรอนงค์จนท้องเริ่มประท้วงส่งเสียงจ๊อกๆจึงสั่งอาหารมากินกัน สรนุชเผลอกินกุ้งเข้าไป เกิดแพ้ขึ้นมาลิ้นบวมคับปาก โชคชัยต้องรีบพาไปหาหมอ

ooooooo

ที่สถานีอนามัยหนองระบือ ใจเด็ดตบบ่าปลอบใจเกริกไกรที่นั่งหน้าเครียดรอผลวินิจฉัยอาการของภิรมย์อยู่หน้าห้องตรวจโรค เกริกไกรขอโทษเพื่อนรักที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จังหวะนั้น พยาบาลเข้ามาตาม ใจเด็ดกับเกริกไกรไปพบหมอเจ้าของไข้ของภิรมย์ เกริกไกรฟังน้ำเสียงเข้มๆของพยาบาลแล้วใจคอไม่ดีทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พยาบาลเห็นอย่างนั้นรีบบอกว่าภิรมย์ไม่เป็นอะไรมาก

“อ้าว...แล้วพูดให้ตกใจทำไมเนี่ย” เกริกไกรโวยลั่น

“ก็แหม...ก็เพิ่งเห็นหมอควายมือหนึ่งแห่งบ้านหนองระบือพลาดนี่คะ...ไปค่ะหัวหน้า” พยาบาลพูดจบ เดินเข้าไปด้านใน เกริกไกรจะลุกตามใจเด็ดบอกให้นั่งรออยู่ที่นี่ เดี๋ยวเขาไปดูภิรมย์เอง

ไม่นานหลังจากใจเด็ดเข้าไปด้านใน เกริกไกรได้ยินเสียงคนเดินคุยกันเข้ามา ต้องชะงักเมื่อหันไปเห็นอรอนงค์มากับโชคชัย หึงตามัวคิดไปเองว่าทั้งคู่กำลังจีบกัน จัดแจงเข้าไปต่อว่า จังหวะนั้น ผู้พันชาญณรงค์ตามมาสมทบ เกริกไกรมองทั้งสามคนสลับกันไปมางงๆนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมวันนี้ถึงได้วุ่นวายนัก...

เรื่องวุ่นๆยังไม่จบแค่นั้น ขณะที่สรนุชปลดกางเกงลงกำลังรอให้พยาบาลมาฉีดยาแก้แพ้ให้ที่สะโพกอยู่บนเตียงภายในห้องตรวจโรค ใจเด็ดกำลังยืนลังเลอยู่ ไม่รู้ว่าภิรมย์อยู่ห้องตรวจโรคห้องไหน ห้องทางซ้ายหรือห้องทางขวา โชคไม่ดี เขาดันเข้าห้องที่สรนุชอยู่ เห็นที่เตียงคนไข้รูดม่านปิดไว้รอบด้าน

ใจเด็ดเดินเข้าไปเปิดม่านเพราะคิดว่าภิรมย์อยู่ในนั้น แต่ต้องตะลึงเมื่อเห็นสรนุชนอนอยู่บนเตียง เปิดสะโพกนวลโชว์หรา สรนุชหันมาเห็นใจเด็ดยืนอยู่ กรีดร้องลั่น ชายหนุ่มพยายามจะอธิบาย แต่สรนุชไม่ฟัง ด่าเขาฉอดๆทั้งที่ลิ้นคับปาก เสียงร้องของสรนุชทำให้ เกริกไกร อรอนงค์ ผู้พันชาญณรงค์ และโชคชัยตกใจรีบวิ่งมาดู สรนุชฟ้องเป็นการใหญ่ว่าใจเด็ดลามก แต่ลิ้นคับปากฟังไม่ได้ศัพท์ ใจเด็ดเลยเล่าให้ฟังแทน

“มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมไม่ได้มีเจตนาจะเข้าไปดูก้นคุณเลย”

สรนุชทั้งโกรธทั้งอายเข้าไปทุบตีใจเด็ดอุตลุด อรอนงค์ต้องรีบเข้าไปห้าม โชคชัยเห็นสรนุชอารมณ์บูดขอร้องใจเด็ดกลับไปก่อน เดี๋ยวเขาจะพาสรนุชไปส่งให้เอง เกริกไกรไม่ไว้ใจโชคชัยจะพาอรอนงค์กลับไปพร้อมตนเอง แต่ใจเด็ดคว้าคอเสื้อเขาลากออกไปเสียก่อน...

มืดแล้ว โชคชัยยังไม่พาสรนุชกับอรอนงค์มาส่งสักที เกริกไกรร้อนใจรอต่อไปไม่ไหวจะออกไปตาม แต่สองสาวมาถึงเสียก่อน เกริกไกรเป็นห่วงอรอนงค์มาก ปราดเข้าไปถามไถ่ว่า โชคชัยไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม

“เขาจะทำอรทำไมคะ คุณโชคชัยน่ะเป็นคนดีนะคะหมอ”

เกริกไกรหน้าหงิก เดินออกไปทันที ใจเด็ดขอร้องอรอนงค์ตามไปดูเกริกไกรหน่อย ที่เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะเป็นห่วงเธอ อรอนงค์พยักหน้าเข้าใจ รีบวิ่งตาม ใจเด็ดหันมองสรนุชก่อนจะเหล่ไปที่สะโพก สรนุชแหวใส่ทันที

“ไม่ต้องมองเลย ห้ามพูดเรื่องก้นฉันให้ใครฟัง ได้ยินไหม ถ้าฉันได้ยินเรื่องก้นของฉันจากปากคนอื่น ฉันจะถือว่ามันมาจากนาย ไม่สิ...นายต้องลบความทรงจำเรื่องก้นฉันออกไปจากหัวสมองนายเลย เข้าใจมั้ย”

ทั้งคู่โต้เถียงกันเช่นเคย คราวนี้ใจเด็ดเป็นฝ่ายอารมณ์บูดเดินหนี เพราะสรนุชดันไปยกยอโชคชัยว่าดีกว่าเขา สรนุชไม่ยอมรามือ ตามมาขวางไว้ ถามคาดคั้นทำไมเขาต้องโกรธเธอขนาดนี้ด้วย ใจเด็ดไม่ตอบ จะเดินหนีสรนุชรุกไล่ประชิดตัวจะเอาคำตอบให้ได้ จนใบหน้าของทั้งคู่เกือบจะชนกัน ใจเด็ดชะงัก ก่อนจะผละจากไป...

ทางด้านอรอนงค์ตามไปปรับความเข้าใจกับเกริกไกร และบอกให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้มีใจให้โชคชัย หมอหนุ่มกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ จนอรอนงค์อดแปลกใจไม่ได้ ทำไมต้องดีใจขนาดนั้น

ooooooo

เช้าวันถัดมา ช่อผกาเจ็บใจมากเมื่อรู้จากสมคิดว่าพ่อของเธอกำลังมีรักครั้งใหม่กับอรอนงค์ และในวันงานทำขวัญควาย พ่อจะยกตำแหน่งเทพีควายให้อรอนงค์อีกต่างหาก ช่อผกายอมไม่ได้ จะทำทุกทางให้ได้ตำแหน่งนี้ไม่ว่าพ่อจะช่วยหรือไม่ก็ตาม แล้วมุ่งหน้าไปที่ตลาด กะจะกวาดครีมบำรุงผิวทุกยี่ห้อให้เรียบ

ระหว่างนั้น ช่อผกาเห็นสมหญิงกับภิรมย์เดินตรงมาทางตนเอง รีบหลบมุมแอบฟัง ได้ยินสมหญิงพูดถึงสูตรอะไรบางอย่างของใจเด็ด และสูตรที่ว่านั้นจะทำให้สถานีฯของพวกตนคว้าตำแหน่งชนะเลิศ ช่อผกาถึงกับหูผึ่งคิดว่าเป็นสูตรลับครีมบำรุงผิว ต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร รีบสะกดรอยตาม จนกระทั่งสองคนมาถึงร้านขายเครื่องมือการเกษตร ได้ยินสมหญิงสั่งซื้อรำละเอียด มันเส้นแห้ง ใบมันสำปะหลัง และกำมะถัน

“นี่สูตรของหัวหน้าหรือไง” เจ้าของร้านร้องทัก สมหญิงกลัวความลับแตก รีบกลบเกลื่อน

“สูตรอะไรเฮีย...ไม่ใช่...ไอ้พวกนี้ฉันซื้อเอาไป... เอาไปให้พวกคนกรุงเทพฯ ทั้งกินทั้งทาตัวด้วย”

ท่าทางมีพิรุธของสมหญิงยิ่งทำให้ช่อผกามั่นใจว่านี่ต้องเป็นสูตรลับที่ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง พอสมหญิงกับภิรมย์คล้อยหลัง ช่อผกาเข้าไปสั่งซื้อของที่สมหญิงเพิ่งซื้อไปเมื่อครู่ ทันทีที่กลับถึงบ้าน เธอสั่งให้สมคิด เอาของที่ซื้อจากร้านขายเครื่องมือการเกษตรไปต้ม แล้วนั่งฝันหวานจะมีผิวสวยเหมือนพวกสาวเมืองกรุง โดยไม่รู้ว่าสูตรลับนั่น เอาไว้ใช้กับควาย...

โชคชัยว่างเมื่อไหร่เป็นต้องแวะมาที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ วันนี้ก็เช่นกัน เขามาชวนสรนุชกับอรอนงค์ไปหาซื้อชุดใส่ประกวดในตัวจังหวัด ใจเด็ดรีบเข้ามากันท่า บอกโชคชัยว่าไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อชุดให้อร–อนงค์อีกแล้ว วันนี้เขาจะพาสรนุชไปหาครูสีดา ขอผ้ามัดย้อมผืนสวยของครูมาสักหนึ่งชิ้นมาตัดชุดน่าจะดีกว่าตระเวนหาซื้อตามร้าน โชคชัยหันไปถามสรนุชว่าต้องการอย่างนี้หรือ สรนุชตอบไม่ค่อยเต็มปากนัก

“เอ่อ...ก็ยัยอรลงประกวดในนามของสถานีนี้

นี่คะ หัวหน้าสถานีฯว่ายังไงก็ต้องว่าตามเขาน่ะค่ะ”

“งั้นเรารีบไปกันเถอะคุณสรนุช ขอบคุณนายกฯมากนะครับ ที่เป็นธุระให้” ใจเด็ดว่าแล้วเดินนำสรนุชไปขึ้นรถ แล้วขับออกไป เจนจิราแอบมองอยู่ จับความรู้สึกที่โชคชัยมีต่อสรนุชได้ รีบออกจากที่ซ่อนตรงเข้าไปหาเขา แกล้งสอบถามเกี่ยวกับการเตรียมงานทำขวัญควายที่จะมีขึ้น ก่อนวกเข้าประเด็นสำคัญ

“เสร็จจากงานทำขวัญควายแล้ว คุณสรนุชอาจจะกลับกรุงเทพฯไปเลย แล้วก็ไม่กลับมาที่นี่อีกก็ได้ ถ้านายกฯชอบคุณสรนุชจริงๆ ก็ไม่ควรจะลังเลอะไรอีก เพราะเวลาที่เธอจะอยู่ที่นี่เหลืออีกไม่มากแล้ว เจนจะเอาใจช่วยนายกฯค่ะ” เจนจิรายิ้มจริงใจ โชคชัยขอบคุณเธอมากสำหรับแรงเชียร์ แล้วขอตัวกลับก่อน เจนจิรามองตามโล่งอกที่แผนลุล่วง แต่ต้องชะงักเมื่อหันมาเจอสุบินยืนมองอยู่ รีบเดินหนี สุบินเดินตาม พร้อมกับตะโกนไล่หลัง

“อย่างนี้เขาเรียกว่ายืมมือฆ่าคนใช่ไหมเนี่ย”

เจนจิราหยุดกึก ก่อนจะหันมาตีหน้าซื่อไม่รู้ว่าสุบินกำลังพูดเรื่องอะไร สุบินรู้ทันที่เจนจิรายุให้โชคชัยจีบสรนุชเพราะต้องการกันเธอออกจากใจเด็ด เจนจิราโกรธที่สุบินคอยสอดแนมตลอด ขู่ถ้าเขาไม่เลิกปากมาก เธอจะตัดลิ้นของเขาโยนให้นกเอี้ยงบนหลังควายกิน แล้วกระทืบเท้าสุบินอย่างแรง ก่อนจะผละจากไป...

ในระหว่างใจเด็ดกำลังขับรถไปบ้านครูสีดา นึกขึ้นได้ ไม่ควรไปมือเปล่า จึงชวนสรนุชแวะเพิงขายผลไม้กับอาหารพื้นเมืองข้างทาง กะจะซื้อแค่นิดๆหน่อยๆ แต่สรนุชกลับกว้านซื้อแทบทุกอย่าง ใจเด็ดถึงกับเหงื่อตกควักกระเป๋าเงินขึ้นมาเปิดดู มีเงินอยู่ในนั้นประมาณ 300 บาท

สรนุชแอบเห็นพอดี รู้ทันทีว่าเขากำลังเงินฝืด จึงขอเป็นคนจ่ายค่าของฝากพวกนี้เอง ใจเด็ดอับอายที่ต้องให้ผู้หญิงมาจ่ายเงินให้ คว้าถุงใส่ผลไม้กับอาหารแล้วเดินลิ่วกลับไปที่รถ สรนุชมองตามใจเด็ดอย่างเห็นใจ

“ฉันรู้ความลับนายอีกข้อหนึ่งแล้ว งานหนัก เงินเดือนน้อย ไม่ค่อยมีกิน...นี่น่ะเหรอชีวิตสัตวบาลผู้รักควาย”

นอกจากนี้ สรนุชยังได้รู้อีกว่าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์แห่งนี้อยู่ได้ด้วยเงินส่วนตัวของใจเด็ด ไม่ใช่เงินงบประมาณจากส่วนกลาง เธอยิ่งเห็นใจเขามากขึ้น

ooooooo

ในเวลาต่อมา ใจเด็ดกับสรนุชมาถึงบ้านครูสีดาพร้อมของฝากพะรุงพะรัง เห็นพวกชาวบ้านกำลังช่วยกันทำพวงมโหตร สำหรับตกแต่งในงานทำขวัญควาย สรนุชขอร่วมวงด้วยคน แต่ทำไม่เป็น ชาวบ้านอาสาจะสอนให้ ใจเด็ดได้เห็นมุมน่ารักๆของสรนุชแล้วอดยิ้มไม่ได้ ครูสีดากระเซ้าใจเด็ดทำไมมองสรนุชตาไม่กะพริบอย่างนั้น
“เปล่า...เอ่อ...ที่คุณสรนุชมาหาครูวันนี้ เธออยากได้ผ้าสักชิ้นไปตัดชุดให้คุณอรอนงค์” ใจเด็ดยิ้มเขิน

“ไม่มีปัญหา ไว้ครูจะเลือกให้แล้วเอาไปให้ที่สถานีฯนะ จะเลือกผืนที่สวยที่สุดเลย”

ใจเด็ดขอบคุณครูสีดาแล้วเข้าไปร่วมวงทำพวงมโหตรกับสรนุช ใช้เวลาไม่นานนัก พวงมโหตรฝีมือสรนุชก็เสร็จ หญิงสาวปลื้มมาก ฝากใจเด็ดช่วยถือพวงมโหตรไว้ก่อน จะขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก แล้วหยิบกล้องจากเป้สัมภาระขึ้นมาถ่ายรูป ติดทั้งพวงมโหตรติดทั้ง คนถือ ไม่ทันเห็นชาวบ้านกับครูสีดาแอบมองมาทางเธอ

หลังจากทำพวงมโหตรเสร็จ ใจเด็ดกับสรนุชช่วยกันตัดกระดาษสีต่อ ทั้งคู่หยอกล้อกันไปตัดกระดาษสีกันไปอย่างสนุกสนาน โดยมีชาวบ้านกับครูสีดาคอยแอบดูอยู่ตลอด...

ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างใจเด็ดกับสรนุชกำลังงอกเงยโดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัว ความบาดหมางใจระหว่างสุบินกับเจนจิราก็เริ่มคลี่คลายลง เมื่อสุบินเสนอตัวช่วยเจนจิราฝึกควายไถนา สัตวบาลสาวมีข้อแม้ ถ้าเธอยอมให้ช่วย ห้ามเขาบ่นเด็ดขาด สุบินปิดปากแน่นไม่พูดอะไรอีก...

อีกมุมหนึ่งของสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เกริกไกรกำลังช่วยอรอนงค์เตรียมความพร้อมสำหรับการประกวดเทพีควาย นอกจากความสวยของผู้เข้าประกวดแล้วยังต้องโชว์ความสามารถพิเศษให้กรรมการตัดสินดูด้วย ทีแรกเกริกไกรจะให้อรอนงค์เล่นฮูล่าฮูปโชว์ แต่แล้วเปลี่ยนใจให้เธอสีซอแทน หยิบซอขึ้นมาอาสาจะสอนให้ แต่กลับจุดไต้ตำตอ อรอนงค์สีซอเป็น แถมเก่งมาก เพราะสมัยเรียนหนังสือเคยอยู่ชมรมดนตรีไทยมาก่อน

ooooooo

หลังจากต้มส่วนประกอบสูตรลับให้ช่อผกาเละได้ที่แล้ว สมคิดพาผู้พันชาญณรงค์ไปบ้านมหาเหม็นเพื่อขอให้มหาเหม็นช่วยให้อรอนงค์หันมาสนใจเจ้านายของเขา และยอมตกล่องปล่องชิ้นด้วย มหาเหม็นหยิบขวดน้ำมันพรายจากแท่นบูชายื่นให้ผู้พันชาญณรงค์ พร้อมกับอธิบายวิธีใช้

“เหยาะไปที่นิ้วหยดเดียวเล็งให้เหมาะแค่ดีดหรือป้ายใส่เท่านั้น ผู้หญิงคนนั้นก็จะหลงจะรักผู้พันหัวปักหัวปํา”

ผู้พันชาญณรงค์หัวเราะชอบใจคว้าขวดน้ำมันพรายจากมือมหาเหม็น แล้วชวนสมคิดไปหาอรอนงค์ ครู่ต่อมา ผู้พันชาญณรงค์กับสมคิดมาถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์พร้อมกับถุงหมูย่างถุงใหญ่เป็นของฝากให้อรอนงค์ เกริกไกรรีบคว้าถุงหมูย่างไปใส่จาน แล้วชวนสมหญิงตั้งวงกินข้าวด้วยกัน

ระหว่างที่ทุกคนกำลังกินหมูย่างกันอย่างเอร็ดอร่อย ผู้พันชาญณรงค์แอบเอาน้ำมันพรายเหยาะใส่นิ้ว ขณะจะดีดใส่อรอนงค์ ภิรมย์โผล่มาจากไหนไม่รู้ ถลาเข้าใส่จานหมูย่างบนโต๊ะอาหาร เฉี่ยวไหล่ผู้พันชาญณรงค์พอดี ทำให้น้ำมันพรายกระเด็นเลยอรอนงค์เข้าตาสมหญิงเต็มๆ ถึงกับร้องลั่น แสบตา ต้องลุกออกไปล้างตา ผู้พันชาญณรงค์กลัวความซวยจะมาเยือน ชวนสมคิดกลับ อ้างกับอรอนงค์ว่ามีธุระ แล้วผลุนผลันออกไป

พอมาถึงรถ ผู้พันตัวแสบรีบเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง เจอสมหญิงนั่งยิ้มยั่วยวนรออยู่ ถึงกับขนลุกขนพองจะหนีลงจากรถแต่สมหญิงพุ่งเข้ากอดปล้ำอุตลุด เขาดิ้นรนสุดชีวิต พร้อมกับร้องเรียกให้สมคิดช่วย แต่ลูกน้องจอมบื้อชักช้าไม่ทันใจ ผู้พันชาญณรงค์เลยช่วยตัวเองถีบ

สมหญิงโครมเดียวกระเด็นตกรถ แล้วสั่งให้สมคิดรีบออกรถ

“ผู้พันขา...ผู้พันของสมหญิงจะทิ้งกันไปไหน กลับมาก่อน...ไอเลิฟยู” สมหญิงตะโกนไล่หลัง ก่อนจะวิ่งตามสุดฝีเท้าแต่ไม่ทัน ผู้พันชาญณรงค์ถอนใจโล่งอก ที่รอดจากเงื้อมือของสมหญิงมาได้...

สรนุชออกจากบ้านครูสีดาอย่างมีความสุข ทั้งใจเด็ดทั้งสรนุชต่างหน้าตาเปรอะไปด้วยสีจากกระดาษสีสรนุชไม่ค่อยได้ทำอะไรสนุกๆ แบบนี้ แม้แต่ตอนเรียนวิศวะ เธอเรียนหนักจนแทบไม่ค่อยมีเวลาเฮฮากับเพื่อน

“คุณเรียนจบวิศวะหรือ แล้วทำไมมาทำงานด้านสารคดี” ใจเด็ดนิ่วหน้า แปลกใจ

สรนุชตกใจที่หลุดปาก แต่งเรื่องว่าทำงานด้านวิศวะไม่รุ่ง เธอเลยเบนเข็มมาทำงานด้านนี้ ซึ่งเหมาะกับเธอมากกว่า แล้วเปลี่ยนเรื่องหันไปชี้ชวนให้ใจเด็ดดูข้างทาง ตรงนั้นหรือเปล่าที่เราสองคนไปเจอลำธารกลางป่า ใจเด็ดพยักหน้ารับคำแล้วขับรถชะลอๆ สรนุชประทับใจ

สะพานเชือกแห่งนั้นมาก สักวันหนึ่งเธอจะกลับไปที่นั่นอีกครั้ง ใจเด็ดเองก็ประทับใจเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้พูดออกมา...

ไม่นานนัก ใจเด็ดกับสรนุชกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ หลังจากอาบนํ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย สรนุชชวนสองเพื่อนรักมานั่งล้อมวงฟังเธอเล่าความลับของใจเด็ด ที่เพิ่งค้นพบว่าฐานะการเงินของสถานีฯแห่งนี้ง่อนแง่นเต็มที ทางการไม่มีเงินจะมาช่วยเหลือ ทุกวันนี้อยู่ได้ด้วยเงินส่วนตัวของใจเด็ด สุบินฟันธงทันที

“ถ้าสภาพการณ์เป็นยังงี้ แกไม่ต้องเหนื่อยทำอะไรนายใจเด็ดหรอกนุช เดี๋ยวสถานีฯนี้ก็คงอยู่ไม่ได้เอง”

“แต่บริษัทคงไม่มานั่งรอหรอก เขาต้องการให้เปิดตลาดรถไถที่นี่ให้ได้ แล้วฉันก็มีเวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้นเอง ฉันเดินทางมาไกลแล้ว อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จ พวกแกสองคนต้องเดินหน้าต่อไป ช่วยฉันนะ” สรนุชอ้อนวอน ขณะที่สุบินกับอรอนงค์ได้แต่มองหน้ากัน...

ด้านผู้พันชาญณรงค์ถึงกับกุมขมับเมื่อกลับถึงบ้านแล้วพบว่าช่อผกามีตุ่มแดงขึ้นเต็มหน้า แถมริมฝีปากบวมเป่ง สอบถามได้ความว่าที่เป็นแบบนี้เพราะยาสูตรลับหม้อนั้นทำพิษ

“โอ๊ย...ฉันก็เตือนแกแล้ว แกก็ไม่เชื่อ แล้วทีนี้จะทำไงล่ะ งานทำขวัญควายก็ใกล้เข้ามาแล้ว มันจะหายทันลงประกวดเทพีมั้ยเนี่ย” ผู้พันชาญณรงค์กลุ้มใจที่ลูกสาวหาแต่เรื่องให้ไม่เว้นวัน

ooooooo

เช้าวันนี้ ครูสีดาต้องไปวัดเพื่อตกแต่งต้นไม้อธิษฐาน จึงถือโอกาสนำผ้ามัดย้อมผืนที่สวยที่สุดมามอบให้สรนุชตามที่รับปากใจเด็ดไว้ แล้วชวน

เธอไปวัดช่วยตกแต่งต้นไม้อธิษฐานด้วยกัน ครู่ต่อมา ครูสีดากับสรนุชมาถึงต้นไม้อธิษฐาน เห็นชาวบ้านกำลังช่วยกันแขวนพวงมโหตรไว้ตามกิ่งไม้

ครูสีดาเล่าความเป็นมาเป็นไปของต้นยางอายุนับร้อยปีต้นนี้ให้ฟังว่า เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่า ที่หมู่บ้านนี้อยู่รอดปลอดภัยมาได้เพราะเทวดาที่อยู่ในต้นไม้นี้คอยปกปักรักษา และเชื่ออีกว่าถ้าใครอยากจะได้อะไรให้เขียนคำอธิษฐานใส่เศษกระดาษผูกติดกับลูกยาง แล้วโยนขึ้นไปบนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ คำอธิษฐานนั้นจะสัมฤทธิผล สรนุชเห็นว่าเป็นเรื่องงมงาย ไม่สนใจอะไรนัก เข้าไปช่วยชาวบ้านทำงาน...

อีกมุมหนึ่งหน้าวัด ใจเด็ดมาตรวจความเรียบร้อยของคอกควาย เตรียมพร้อมสำหรับงานที่จะมีขึ้น ระหว่างนั้นมีรถขายของแล่นมาจอด ใจเด็ดเห็นเสื้อลูกไม้แบบบ้านๆแขวนอยู่ นึกถึงสรนุชขึ้นมา ตัดสินใจซื้อไปฝาก...

หลังจากสรนุชเอาพวงมโหตรพวงสุดท้ายแขวนต้นไม้ ครูสีดาเดินเข้ามาหาพร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กๆที่มีเชือกผูกอยู่ แล้วก้มลงหยิบลูกยางที่พื้นขึ้นมามัดกระดาษติดไว้ ก่อนจะยื่นให้สรนุช

“ขอแค่เชื่อ...แล้วคำอธิษฐานของเธอจะเป็นจริง...เดี๋ยวฉันไปหาหลวงพ่อก่อน”

สรนุชจะโยนลูกยางทิ้ง เพราะไม่เชื่อเรื่องพรรค์นี้ คิดไปคิดมาลองดูสักหน่อยคงไม่เสียหาย แล้วหยิบปากกาขึ้นมาเขียนคำอธิษฐาน ทีแรกสรนุชจะขอให้การทำงานของเธอครั้งนี้สำเร็จ แต่แล้วเกิดเปลี่ยนใจ

“เอ่อ...เปลี่ยนใหม่นะเจ้าคะ ขอให้ลูกมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิตก็แล้วกันค่ะ” สรนุชเขียนคำอธิษฐานเสร็จยกมือขึ้นพนม ก่อนจะโยนลูกยางขึ้น

ไปบนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ อึดใจเดียว มีเสียงร้องโอ๊ยดังขึ้น หญิงสาวตกใจรีบวิ่งมาอีกด้านหนึ่งของต้นไม้ แต่ต้องชะงักเพราะคนที่โดนลูกยางอธิษฐานของเธอตกใส่หัวคือใจเด็ดนั่นเอง...

ระหว่างนั่งรถของใจเด็ดกลับสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ สรนุชมองลูกยางและกระดาษเขียนคำอธิษฐานของตัวเองในมือแล้วถึงกับบ่นอุบที่คำอธิษฐานไม่เป็นดั่งใจ จังหวะนั้นรถเกิดเครื่องยนต์ติดขัด กระตุกสองทีแล้วดับไปเฉยๆ ใจเด็ดเบนรถจอดข้างทาง ดึงที่เปิดกระโปรงหน้ารถแล้วลงไปดู เห็นสายพานขาดรถไปต่อไม่ได้ จำต้องเดินเท้ากลับ สรนุชจะขอรออยู่ที่นี่ ถ้าใจเด็ดจะเดินกลับสถานีฯก็เชิญตามสบาย

ทันใดนั้นมีเสียงฟ้าร้องดังสนั่น ใจเด็ดเหล่สรนุชก่อนจะจ้ำพรวดๆตรงไปยังทุ่งนา สรนุชลังเลไม่รู้จะเอา

อย่างไรดี เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงขึ้นอีกครั้ง คราวนี้สรนุชรีบวิ่งตามใจเด็ดทันที ครู่ต่อมาใจเด็ดพาสรนุชมาหลบฝนอยู่ในกระท่อมกลางทุ่งนา ฝนตกไม่ลืมหูลืมตาแถมฟ้าร้องครืนๆน่ากลัว แมงมุมหนีน้ำไต่ขึ้นขาสรนุช

เธอคว้าหมับเพราะคิดว่าเป็นมือของใจเด็ด พอเห็นแมงมุมในมือ ตกใจสุดขีดกรีดร้องลั่นวิ่งหนีออกจากกระท่อมโดยไม่สนใจฝนที่กำลังเทกระหน่ำ ใจเด็ดรีบวิ่งตามมาคว้าตัวกลับ สรนุชขัดขืน เขาเลยต้องอุ้มกลับ ทั้งสองคนเปียกมะลอกมะแลก ใจเด็ดถอดเสื้อออกตาก แล้วหันไปบอกสรนุชให้ถอดเสื้อตัวเองออกเดี๋ยวจะไม่สบาย
“เฮ้ย...นั่นไง...ฉันว่าแล้วนายมัน...” สรนุชพูดยังไม่ทันจบ ใจเด็ดรู้ทันว่าจะด่าอะไรเขา ชิงพูดขึ้นก่อน

“นายมันคนฉวยโอกาส นายมันบ้าลามกโรคจิต...

นี่คุณ...ถ้าผมจะทำอะไรคุณ ผมทำไปนานแล้ว...”

ฝนยังคงตกหนักราวกับฟ้ารั่ว ทันใดนั้นเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นหวั่นไหว สรนุชตกใจโดดผลุงเดียวกอดคอใจเด็ด ทั้งสองมองสบตากันลึกซึ้ง อยู่ๆสรนุชจามใส่ใจเด็ดน้ำลายเต็มหน้า อารมณ์โรแมนติกเมื่อครู่ดับวูบ...

กว่าใจเด็ดกับสรนุชจะกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ใกล้พลบค่ำ ทั้งเกริกไกร อรอนงค์ และสุบินต่างคิดไปว่าทั้งคู่ต้องมีอะไรกันแน่ๆ ถึงได้หายไปนานขนาดนี้ สรนุชต้องอธิบายอยู่นานกว่าเพื่อนรักทั้งสองคนของเธอจะเชื่อ เช่นเดียวกับใจเด็ดอธิบายจนปากเปียกปากแฉะเกริกไกรถึงได้เชื่อว่าเขากับสรนุชไม่มีอะไรกัน...

ฝ่ายสรนุชอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ลงมานั่ง

ทอดอารมณ์คิดถึงเหตุการณ์ที่กระท่อมอยู่ที่แคร่ใต้ถุนเรือนรับรอง จังหวะจะลุกขึ้นเกิดหน้ามืดเป็นลมหมดสติอยู่หลังแคร่โดยไม่มีใครรู้เห็น แม้กระทั่งตอนเช้า

อรอนงค์กับสุบินไม่เห็นสรนุชอยู่ในห้องนอนไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าเธอตื่นแต่เช้าไปวัด จึงชวนเกริกไกรกับเจนจิราไปช่วยกันตามหา และจะถือโอกาสไหว้พระไปในตัว พวกนั้นไม่เจอสรนุช เจอแต่โชคชัยที่มาช่วยหลวงพ่อเตรียมงาน โชคชัยเป็นห่วงสรนุชมาก ยิ่งได้รู้ว่าเมื่อวานเธอติดฝนอยู่ในกระท่อมกลางทุ่งนากับใจเด็ดตั้งนานสองนาน พานคิดว่าเธอหายไปอยู่กับใจเด็ดอีก ยิ่งเป็นกังวล...

ด้านใจเด็ดกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ตอนที่ภิรมย์ใช้ควายสามตัวลากรถของใจเด็ดมาไว้ที่ลานจอดรถด้านหน้าพอดี เขาสั่งให้ภิรมย์เอาควายไปลงปลักก่อนจะเปิดประตูรถกระบะเข้าไปดึงที่เปิดฝากระโปรงหน้ารถ เหลือบเห็นถุงใส่เสื้อลูกไม้ที่ซื้อมาฝากสรนุชวางอยู่บนเบาะหลัง คว้าถุงเดินตรงไปหาสรนุชที่เรือนรับรอง

พบเธอนอนหมดสติอยู่หลังแคร่รีบเข้าไปดู สมหญิงเดินผ่านมาพอดีรีบตามมาสมทบ ใจเด็ดอุ้มสรนุชที่ตัวร้อนจี๋ขึ้นไปไว้บนเตียงในห้องนอนของเธอ แล้วสั่งสมหญิงไปหยิบยาแก้ไข้มาให้ จากนั้นเขาเอาผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเช็ดตัวให้สรนุชด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวปรือตาขึ้นมอง เห็นภาพชายคนหนึ่งลางๆกำลังดูแลเธออยู่

สักพักสมหญิงเอายาลดไข้มาให้ สรนุชตัวร้อนมากใจเด็ดเกรงจะช็อกเพราะพิษไข้ จะไปตามหมอที่สถานีอนามัยมาดูอาการ ฝากสมหญิงดูแลทางนี้ด้วย

ตอนที่ 5

สรนุชปลุกอรอนงค์กับสุบินลุกขึ้นแต่งตัวแต่เช้าเพื่อออกไปเก็บข้อมูลจากชาว บ้าน สุบินสงสัยทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้น สรนุชไม่อยากเจอหน้าใจเด็ด ขี้เกียจตอบคำถามของเขา แล้วดันสองเพื่อนซี้ออกจากบ้านพัก

“ท่าทางมีพิรุธอย่างนี้แสดงว่าเมื่อวานแกกับคุณใจเด็ดมีอะไรหรือเปล่า” สุบินหลิ่วตามองสรนุช

“มีอะไร...แกคิดว่าฉันจะมีอะไรกับนายนั่น” สรนุชทำไก๋

“อ้าว...ก็เหมือนในละครไง พระเอกนางเอกที่ไม่ชอบขี้หน้ากัน พอได้หลงป่าหรือติดเกาะเท่านั้นแหละก็รักกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย” อรอนงค์ช่วยผสมโรง สรนุชถูกจี้ใจดำ ผลักทั้งคู่แทบจะตกบันได

“เกลียดกันจนวันตายสิไม่ว่า...เลิกเพ้อเจ้อแล้วก็ไปได้แล้ว” สรนุชตัดบท

ทั้งสามคนลงมาถึงชั้นล่างต้องตกใจที่เห็นใจเด็ด เกริกไกร และเจนจิรายืนอยู่ ใจเด็ดแปลกใจสรนุชกับพวกมาที่นี่หลายวันแล้ว ทำไมยังไม่เห็นถ่ายละครเป็นเรื่องเป็นราวสักที สรนุชกลัวใจเด็ดจับพิรุธได้ โกหกว่าวันนี้พวกเธอกำลังจะออกไปถ่ายละครกันพอดี เจนจิราชวนใจเด็ดตามไปดูสรนุชถ่ายละครด้วยกัน เกริกไกรเห็นดีด้วยเสนอให้ปิดสถานีฯหนึ่งวัน ใจเด็ดทักท้วง เกริกไกรจะไปได้อย่างไร วันนี้ต้องคัดน้ำเชื้อไม่ใช่หรือ สรนุชถึงกับหูผึ่งหันไปขยิบตากับสองเพื่อนซี้ อ้างว่าลืมบทไว้ห้อง แล้วชวนทั้งคู่ไปช่วยกันหา ใจเด็ดมองตามสงสัย...

พอเข้าห้องปิดประตู สรนุชรีบปรับแผนใหม่ทันที สั่งให้สุบินไปเอาบทที่เขียนไว้มา ส่วนอรอนงค์อยู่ที่นี่คอยสืบเรื่องการคัดน้ำเชื้อ สุบินไม่ค่อยสบายใจนัก ถ้าเกิดใจเด็ดจับได้ว่าพวกเราเป็นกองถ่ายกำมะลอ เราคงไม่รอดไปจากที่นี่แน่ๆ สรนุชนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออก

“เอางี้ดีไหม...เราบอกว่าวันนี้เราอยากถ่ายพวกบรรยากาศ พวกทุ่งนาทุ่งข้าวไปก่อน เอาไว้เราเตรียมตัวดีกว่านี้แล้วค่อยถ่ายพวกชาวบ้าน”

ooooooo

สรนุชคิดแผนการเสียดิบดี แต่ใจเด็ดกลับพาเธอกับสุบินมาที่ตลาดขวัญข้าว ซึ่งเป็นตลาดสำหรับให้ชาวบ้านเอาของที่ตัวเองผลิตได้มาแลกเปลี่ยนกันโดยไม่ ต้องใช้เงิน สุบินไม่อยากจะเชื่อว่ายังมีตลาดยุคโบราณแบบนี้ให้เห็นอยู่อีก สรนุชแขวะว่าเป็นพวกเต่าล้านปี ใจเด็ดหันขวับมองหน้า หญิงสาวตกใจที่หลุดปากไปแบบนั้น ปล่อยขาไฟที่ตัวเองแบกอยู่หล่นเสียงดังสนั่น คนทั้งตลาดเหลียวมองเป็นตาเดียวกัน

ใจเด็ดรีบเข้ามาช่วยยกขาไฟ เป็นจังหวะเดียวกับสรนุชเอื้อมมือไปคว้าเช่นกัน มือของทั้งคู่จับกันพอดี

สรนุชรีบชักมือกลับ เจนจิราเห็นเหตุการณ์โดยตลอด หงุดหงิดขึ้นมาทันที หันไปแย่งอุปกรณ์ถ่ายละครจากมือสุบิน แล้วเดินลิ่วๆหายไปในกลุ่มชาวบ้าน สุบินเป็นห่วงอุปกรณ์ราคาแพงระยับของตัวเองรีบวิ่งตาม สรนุชจะยกขาไฟขึ้นมาแบกอย่างเดิม แต่กลับเซเสียหลัก ใจเด็ดเข้ามารับไว้ได้ทัน

ทั้งสองสบตากันนิ่งงัน สรนุชใจเต้นไม่เป็นส่ำ รีบดันตัวออกจากวงแขนของเขา แล้วเดินตามสุบินเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใจเด็ดหิ้วขาไฟตามไม่ทันสังเกตเห็นพวกชาวบ้านที่พากันจับกลุ่มเม้าท์ถึง เหตุการณ์เมื่อครู่ไปต่างๆนานา บ้างก็หาว่าทั้งคู่ต้องมีอะไรกันถึงได้กล้ากอดกันกลางตลาด

ครู่เดียว ข่าวใจเด็ดกับสรนุชก็แพร่สะพัดไปทั้งตลาด ช่อผกากำลังอยู่ในร้านเสริมสวยได้ยินยายเมี้ยนเม้าท์เรื่องนี้ ถึงกับปรี๊ดแตกลุกพรวดจากเตียงสระผมทั้งที่ยังไม่ได้ล้างแชมพู ออกจากร้านไปอย่างหัวเสีย...

ขณะที่สรนุชตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน เกริกไกรกำลังยืนเช็กความหล่ออยู่หน้ากระจกเงาภายในห้องแล็บของสถานีบำรุง พันธุ์สัตว์ ลองดึงเสื้อออกนอกกางเกง ส่องกระจกดูแล้วไม่ถูกใจ จับเสื้อยัดกลับเข้าไปอย่างเก่า แบบนี้อรอนงค์น่าจะชอบมากกว่า สรุปได้อย่างนั้น จึงวางกระบอกรีดน้ำเชื้อควายในมือไว้บนโต๊ะ ก่อนจะถอดเข็มขัดรูดซิปเพื่อยัดเสื้อใส่กางเกงให้เรียบร้อย จังหวะนั้น กระบอกรีดน้ำเชื้อค่อยๆกลิ้งจะตกจากโต๊ะ

เกริกไกรพุ่งไปรับไว้ทัน เป็นจังหวะเดียวกับอรอนงค์เปิดประตูห้องแล็บเข้ามา ถึงกับกรีดร้องด้วยความตกใจที่เห็นเกริกไกรกางเกงหลุดไปกองอยู่กับพื้น ในมือถือกระบอกรีดน้ำเชื้อ เผ่นแน่บออกไปทันที เกริกไกรรีบแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้ววิ่งตามมาอธิบายทุกอย่างให้ฟัง อรอนงค์ไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก หมอหนุ่มนึกขึ้นได้

“เอ่อจริงสิ...แล้วคุณอรไม่ได้ไปถ่ายละครกับเขาด้วยหรือครับ”

“คือ...วันนี้รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี ก็เลยขออยู่ที่นี่ดีกว่า” อรอนงค์ว่าแล้วทำเป็นซึม เกริกไกรอยากให้หญิงที่เขาแอบหลงรักสบายใจ ชวนไปไหว้พระด้วยกัน

ooooooo

ที่ตลาดขวัญข้าว กองละครกำมะลอเตรียมถ่ายทำฉากแรก สุบินเซตฉากนี้ให้เป็นเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งจากบ้านเกิดไปเพื่อตามหารักแท้ แต่สุดท้ายกลับพบว่ารักแท้ที่ตนเองตามหาคือผู้หญิงที่รอเขาอยู่ที่บ้านเกิด นั่นเอง ลุงที่ต้องเข้าฉากจำบทพูดไม่ได้ เอาแต่ยืนตัวแข็งทื่อมองป้าที่แสดงเป็นหญิงคนรักของตัวเอง

สุบินชักเซ็ง หันไปบ่นกับสรนุช ท่าทางจะไปไม่รอด ใจเด็ดขอให้ลุงกับป้าลองเล่นอีกครั้งหนึ่ง แรกๆอาจจะยังไม่คุ้นกับการแสดงก็เลยเล่นไม่ออก สุบินเห็นท่าลุงแล้ว ไม่น่าจะไหว เจนจิราแนะให้สุบินลองเล่นให้ลุงดูเป็นตัวอย่างก่อน ถ้าแกรู้ว่าต้องเล่นอย่างไร อาจจะเล่นได้ก็ได้

“จริงด้วยครับ...เอ่อ...คุณใจเด็ดช่วยเล่นให้แกดูหน่อยได้ไหมครับ...เดี๋ยวผมให้ยัยนุชเล่นเป็นป้าให้”

สรนุชร้องเสียงหลง หันไปแยกเขี้ยวใส่สุบิน แต่เขาทำไม่รู้ไม่ชี้ เบือนหน้าไปขอร้องเจนจิราช่วยเป็นตากล้องให้เขาที แล้วสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมเข้าฉาก...

ใจเด็ดกับสรนุชแสดงได้ไม่เลวทั้งๆที่เพิ่งเคยแสดงเป็นครั้งแรก สุบินเซตฉากนี้ให้มีบทเลิฟซีนที่คู่พระคู่นางจะต้องโผกอดกัน ทั้งคู่แสดงได้เนียนมากราวกับเป็นคู่รักกันจริงๆ จนคนดูชอบใจตบมือกันเกรียว เจนจิราทนดูไม่ได้ เดินหนีออกไปทันที สุบินมัวแต่ดูจอมอนิเตอร์ หันมองอีกที เห็นเจนจิราหายไปแล้ว รีบวิ่งตาม สรนุชในอ้อมกอดใจเด็ดเริ่มหวั่นไหว ใจเต้นไม่เป็นส่ำพยายามสลัดความรู้สึกนั้นทิ้ง บอกให้ใจเด็ดหยุดกอดตนเองได้แล้ว

“ได้ยังไง...ก็เขาบอกว่าให้เล่นจนกว่าจะได้ยินเสียงคัตนี่” ใจเด็ดยังกอดสรนุชไว้แนบอก

ทันใดนั้น เสียงร้องกรี๊ดๆของช่อผกาดังขึ้น ก่อนเจ้าของเสียงจะเดินแหวกฝูงชนเข้ามาหน้าตาเอาเรื่องใจเด็ดพยายามอธิบาย ว่าเป็นแค่การแสดง แต่ช่อผกาหึงหน้ามืดไม่ฟังอะไรทั้งนั้นเงื้อมือเข้าหา สรนุชระวังตัวอยู่แล้วเบี่ยงตัวหลบ ช่อผกาเสียหลักชนกับกลุ่มไทยมุง พวกนั้นผลักเธอเข้าหาสรนุชพร้อมกับส่งเสียงเชียร์ลั่น สองสาวตบตีกันไม่ยั้ง ช่อผกาถูกตบเซถลาไปที่แผงขายไข่ คว้าไข่ปาใส่สรนุช  ใจเด็ดสั่งให้ช่อผกาหยุดอาละวาด

“ไม่...นังนี่มันแย่งพี่ใจเด็ด ผกาจะสั่งสอนให้มันรู้ว่าอย่ามายุ่งกับของของผกา”

สรนุชไม่ยอมแพ้ พุ่งไปที่แผงขายขนมเค้ก คว้า ขนมเค้กขว้างใส่ช่อผกาคืนบ้าง ช่อผการะดมขว้างไข่ใส่สรนุชโดนเต็มหน้าจนมองไม่เห็น แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ แต่ดันเหยียบไข่ที่พื้นลื่น พุ่งเข้าหาร้านขายขนมปลากริมไข่เต่า หัวจุ่มลงไปในหม้อขนมดึงไม่ออก ไทยมุงพากันหัวเราะชอบใจ ใจเด็ดสบช่องจะพาสรนุชหนี เธอสะบัดมือเขาออกแล้ว จ้ำพรวดๆออกไป ใจเด็ดรีบวิ่งตามตามคว้ามือไว้ถามว่าจะไปไหน

“ไปไหนก็ได้ให้ห่างจากแฟนโรคจิตของนาย”

“ผมขอโทษที่ดูแลคุณไม่ได้”

น้ำเสียงอบอุ่นของใจเด็ดทำให้สรนุชใจหวิวๆ จังหวะนั้น เสียงช่อผกาเรียกหาใจเด็ดดังขึ้น ชายหนุ่มรีบดึงสรนุชหลบเข้าไปในซอกแคบๆแถวนั้น ทั้งคู่ยืนใกล้กันมากแทบจะได้ยินเสียงเต้นของหัวใจของอีกฝ่ายหนึ่ง พอเห็นช่อผกาเดินผ่านไปแล้ว ทั้งคู่จึงออกจากที่ซ่อน สรนุชโวยใส่ทันที เธอไม่ต้องการให้ใจเด็ดมาดูแล เขาควรจะไปดูแลแฟนของเขาจะดีกว่า ใจเด็ดมองตามสรนุชที่เดินจากไปอย่างเหนื่อยใจ...

อีกมุมหนึ่งของตลาดขวัญข้าว สุบินวิ่งตามหาเจนจิราจนเจอ ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เจนจิราไม่ได้เป็นอะไร แค่เห็นคนเยอะๆแล้วอึดอัด สุบินพอจะมองออกว่าเธอมีใจให้ใจเด็ด แกล้งพูดดักคอ
“แน่ใจนะว่าเห็นคนเยอะ ผมนึกว่าคุณเห็นแค่คุณใจเด็ดกับยัยนุชเท่านั้น”

เจนจิราไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย เดินเลี่ยงออกไป

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน สมคิดนวดกดเส้นผู้พันชาญ-ณรงค์แรงไปหน่อยเส้นเอ็นเลยยึด คอเอียงไปข้างหนึ่ง เขาจึงพาเจ้านายไปให้มหาเหม็นรักษา มหาเหม็นกดจุดที่ฝ่าเท้าให้จนเส้นเอ็นคลายตัว คอกลับมาเหมือนเดิม จากนั้นเขายังดูเส้นลายเท้าให้เป็นของแถม ทำนายว่าตอนนี้ผู้พันดวงไม่ค่อยดี จะมีปัญหากับศัตรูทั้งในที่ลับและที่แจ้ง สมคิดสรุปได้ทันที ศัตรูคนนั้นคือใจเด็ด ผู้พันชาญณรงค์เห็นด้วยกับสมคิด แล้วหันไปทางมหาเหม็น

“มหาพอจะมีวิธีทำให้มันไม่ต้องมายุ่งกับฉันได้ไหม”

มหาเหม็นแนะให้ผู้พันหาเมียใหม่ ดูจากเส้นลายเท้าแล้ว เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นงามมากราวกับนางฟ้า ผู้พันต้องหาผู้หญิงคนนั้นให้เจอถ้าอยากให้หมดเรื่องทุกข์ใจ ผู้พันชาญณรงค์สีหน้าครุ่นคิดคล้อยตาม...

ระหว่างที่ผู้พันชาญณรงค์ยังคิดไม่ตกว่าจะไปตามหาผู้หญิงที่มหาเหม็นพูดถึงได้ที่ไหน เกริกไกรชักชวนให้อรอนงค์ลองเสี่ยงเซียมซี หลังจากไหว้พระเสร็จ พออรอนงค์ได้ใบเซียมซีมา เกริกไกรกลับตีความหมายในใบเซียมซีเป็นทำนองว่าเขาคือเนื้อคู่ของเธอ อรอนงค์ได้แต่ทำหน้าเซ็ง...

สรนุชกับใจเด็ดกำลังยืนรอสุบินและเจนจิราอยู่ที่รถ ตอนที่โชคชัยกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาหา เขาเพิ่งได้ข่าวจากชาวบ้านว่าสรนุชมีเรื่องกับช่อผกา เป็นห่วงเลยแวะมาดู แล้วหันไปถามใจเด็ดว่าต้องทำอะไรอีกหรือเปล่า

“ก็รอเจนกับคุณสุบิน...ไม่รู้ว่าสองคนนั่นไปไหนกัน”

“ถ้าอย่างนั้นฉันอยากพาคุณนุชกลับสถานีฯก่อน ฉันกลัวว่าถ้าช่อผกาอยู่แถวนี้ เดี๋ยวจะเป็นเรื่องอีก”

สรนุชไม่อยากรบกวน แต่โชคชัยยืนยันจะพาเธอกลับที่พักให้ได้ เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง สรนุชเห็นใจเด็ดยืนนิ่งไม่แสดงความรู้สึกอะไร ตัดสินใจไปกับโชคชัย แต่พอเธอคล้อยหลัง เขากลับมองตามด้วยความรู้สึก ซึ่งเขาเองก็บอกไม่ถูก...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ลานกว้างข้างโบสถ์ เกริกไกรอดแขวะไม่ได้เมื่อเห็นผู้พันชาญณรงค์กับลูกน้องเข้ามาในวัด ผู้พันตัวแสบไม่พอใจที่เกริกไกรพูดจาไม่เข้าหู สั่งให้สมคิดจัดการสั่งสอน สมคิดปราดเข้าไปแทรกระหว่างหมอรักษาควายกับอรอนงค์ ชนหญิงสาวเซเกือบล้ม เกริกไกรปรี่เข้าไปช่วยประคองไว้ทัน

“คุณอรไม่เป็นไรน่ะครับ”

สมคิดได้ยินเข้าถึงกับชะงัก ผู้พันชาญณรงค์คิดว่าเขาไม่ทำตามคำสั่งโวยวายใส่ อรอนงค์กับเกริกไกรอาศัยจังหวะที่เจ้านายกับลูกน้องทะเลาะกัน รีบชิ่งหนี สมคิดขอให้เจ้านายฟังเขาก่อน เขาคิดว่าผู้หญิงที่มากับเกริกไกรคือ นางฟ้าที่มหาเหม็นพูดถึง เขาจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออรอนงค์ ผู้พันชาญณรงค์ไม่เข้าใจ แล้วเกี่ยวกับนางฟ้าที่มหาเหม็นพูดถึงตรงไหน

สมคิดอธิบายให้ฟังว่า คำว่า “on” แปลว่าบน ส่วน “อนงค์” แปลว่าผู้หญิง เพราะฉะนั้นอรอนงค์ก็แปลว่า ผู้หญิงข้างบน ก็คือนางฟ้านั่นเอง สมคิดสรุปได้มั่วมาก แต่ผู้พันชาญณรงค์กลับเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง...

ด้านสรนุชบ่นไม่หยุดตั้งแต่ออกจากตลาดขวัญ-ข้าวยันถึงเรือนรับรอง ไม่เข้าใจทำไมคนอย่างใจเด็ดถึงมีผู้หญิงมาหลงรักหัวปักหัวปําขนาดนั้น ถ้าเป็นโชคชัยก็ว่าไปอย่าง ทั้งใจดีทั้งเป็นสุภาพบุรุษ ผู้หญิงน่าจะมารุมรักเขามากกว่าใจเด็ด โชคชัยถูกชมซึ่งๆหน้า เป็นปลื้มตัวแทบลอย สรนุชรู้สึกตัวว่าพูดมากไป รีบขอโทษ

“ไม่เป็นไรครับ ถึงคุณนุชจะบ่นถึงพรุ่งนี้ ผมก็อยู่ฟังได้”

“คุณโชคชัยนี่น่ารักจริงๆเลย ขอบคุณนะคะที่มาส่ง ฉันไปก่อนนะคะ” สรนุชโบกมือให้ นายก อบต.หนุ่ม แล้ววิ่งขึ้นเรือนรับรอง โชคชัยมองตาม รู้สึกหวั่นไหวบอกไม่ถูกทุกครั้งที่อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่คอนโดฯที่พักของณวัตในกรุงเทพฯ ณวัตพาเชอรี่กิ๊กใหม่ของเขามาที่ห้องพัก หวังจะสนุกกับเธอให้หนำใจ จึงเอายาปลุกเซ็กซ์ให้กินหนึ่งเม็ด หญิงสาวกินอย่างว่าง่าย ณวัตเห็นสวรรค์รำไร แต่กลับไม่ได้ขึ้นเพราะอยู่ๆเชอรี่ก็น้ำลายฟูมปาก ชายหนุ่มตกใจ คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาจิม

“เฮ้ย...ไอ้จิม ยาอะไรของแกวะ ไหนบอกว่าไม่มีอันตรายไง...ก็เม็ดนึงไง...อะไรนะ ให้กินแค่หนึ่งส่วนสี่พอบ้าเอ๊ย...แล้วทำไมเพิ่งมาบอกวะ...ทำไงดีวะตู”

ณวัตรีบโทร.ขอความช่วยเหลือจากพ่อ สมพลด่าลูกชายตัวแสบเป็นชุด ณวัตขอร้องพ่ออย่าเพิ่งด่าตอนนี้ได้ไหม คนกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน สมพลสั่งให้ณวัตทำตามที่เขาบอกอย่างเคร่งครัด และห้ามใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด โดยเฉพาะนักข่าว ณวัตรับคำ ฟังแผนการของพ่ออย่างตั้งใจ...

ครู่ต่อมา บุรุษพยาบาลเข็นรถพาร่างไร้สติของเชอรี่ออกจากห้องพักของณวัต ผู้พักอาศัยชั้นเดียวกันต่างออกมาดูด้วยความสนใจ ณวัตเดินตามออกมาหน้าห้อง โดยไม่รู้ตัวว่าทำมือถือตก คุณป้าเพื่อนบ้านจอมจุ้นจ้านเห็นเข้าอ้าปากจะบอก แต่ถูกณวัตไล่เพราะคิดว่าจะมาซักไซ้เรื่องเชอรี่ คุณป้ามองตามณวัตจนลับสายตา แล้วเก็บมือถือเครื่องนั้นขึ้นมา ทันใดนั้น สรนุชโทร.เข้ามาพอดี คุณป้ากดรับสาย สรนุชงงเมื่อได้ยินเสียงผู้หญิง

“เอ่อ...นั่นใช่เบอร์ณวัตหรือเปล่าคะ”

“ใช่ค่ะ...แต่พอดีเขาทำมือถือตกไว้”

จังหวะนั้น คุณยายข้างห้องท่าทางจุ้นไม่แพ้กัน เดินเข้ามาถามคุณป้าจุ้นจ้านว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น รถพยาบาลมาทำไม คุณป้าจุ้นจ้านเล่าเป็นฉากๆว่า ผู้หญิงในห้องณวัตเกิดช็อกขึ้นมา แต่ไม่ใช่ผู้หญิงคนที่เป็นลูกสาวนายทหาร สงสัยจะเป็นคู่ซ้อม คงต้องเล่นท่าพิสดารแน่ๆถึงได้นอนนํ้าลายฟูมปากจนต้องหามส่งหมอ คุณป้าจุ้นจ้านเม้าท์สนุกปากโดยลืมไปว่ากำลัง

ติดสายอยู่ สรนุชได้ยินทุกคำพูด หน้าเครียดขึ้นมาทันที...

คํ่าวันเดียวกัน ขณะที่เกริกไกรกับใจเด็ดกำลังเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองไปเจอะเจอในวันนี้ให้กันและกันฟังอยู่หน้าระเบียงบ้านพัก โชคชัยเดินเข้ามาหาพร้อมกับห่อยาสมุนไพรในมือ วานใจเด็ดช่วยเอายาห่อนี้ไปให้สรนุชด้วย เป็นยาช่วยลดอาการบวม ใจเด็ดแนะให้โชคชัยเอาไปให้สรนุชเองจะดีกว่า

“มันดึกแล้ว ฉันว่ามันน่าเกลียดไปหน่อย...ฉันฝากหน่อยแล้วกัน” โชคชัยพูดจบ ยัดห่อยาใส่มือใจเด็ดแล้วรีบกลับไป ใจเด็ดมองตามด้วยความสงสัย ส่วนเกริกไกรไม่ใส่ใจอะไรนัก ขอตัวเข้าไปอาบนํ้า

ระหว่างนั้น เจนจิราเดินเข้ามานั่งข้างๆใจเด็ด พยายามพูดเป็นนัยๆให้เขารู้ความในใจของเธอ ใจเด็ดไม่ได้คิดอะไรด้วยจึงไม่เข้าใจความนัยเหล่านั้น เจนจิรา กลับไปด้วยความผิดหวัง...

สรนุชร้อนใจ ทนอยู่ต่อไปไม่ไหว เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าจะกลับกรุงเทพฯคืนนี้ จะไปสอบถามณวัตให้รู้เรื่องว่านอกใจเธอจริงหรือเปล่า สุบินเห็นใจและเข้าใจว่าสรนุชรู้สึกอย่างไร แต่แทนที่จะตามไปคาดคั้นณวัต เธอน่าจะถามตัวเองมากกว่าว่าถ้าณวัตนอกใจจริงๆ เธอจะทำอย่างไรต่อไป สรนุชส่ายหน้า ตอนนี้ยังคิดอะไรไม่ออก

“แต่ฉันคิดออก...ทำไมแกไม่ลองเป็นแฟนกับคุณใจเด็ดไปเลยล่ะ เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นายวัตนั่นจะได้รู้ว่าการถูกนอกใจเป็นยังไง และถ้าแกทำให้คุณใจเด็ดรักแกได้ ถึงตอนนั้นถ้าแกบอกให้เขาเลิกเลี้ยงควาย เขาต้องทำเพื่อแกแน่ๆ” สุบินยิ้มยืด คิดว่าแผนการของตัวเองเจ๋ง ที่ไหนได้ สรนุชจะเตรียมกระสุนเผื่อไว้อีกหนึ่งนัด เอาไว้ยิงสุบินให้รู้แล้วรู้รอด คิดแผนบ้าๆแบบนี้ได้อย่างไร

ooooooo

ใจเด็ดแวะเอายาสมุนไพรของโชคชัยมาให้สรนุชแต่เช้า แล้วบอกว่าถ้าวันนี้เธอจะออกไปถ่ายละคร คงต้องให้เจนจิราพาไป เพราะเขาติดประชุมเรื่องงานทำขวัญควาย งานนี้ผู้นำชุมชนทุกคนต้องไปเพราะเป็นงานใหญ่ประจำตำบล สรนุชหมั่นไส้ คิดว่าใจเด็ดคุยอวดตัวเองว่าเป็นหนึ่งในผู้นำชุมชนของที่นี่

“จะไปไหนก็ไปเถอะ...พวกฉันดูแลตัวเองได้” สรนุชสะบัดหน้าจะกลับขึ้นบ้านพัก แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบวิ่งตามใจเด็ดจนทัน ขอไปประชุมด้วย ใจเด็ดสงสัยจะไปทำไม สรนุชอยากจะไปขอบคุณโชคชัยที่เอายามาให้ ใจเด็ดหัวเสียขึ้นมาทันทีโดยไม่รู้สาเหตุ สั่งห้ามไม่ให้เธอไปด้วย

“วันนี้เป็นการประชุมที่สำคัญ ถ้าคุณจะไปพบนายกฯแค่นั้นก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะบอกเขาให้เอง” ใจเด็ดว่าแล้วหันหลังจะเดินต่อ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ สรนุช แอบตามใจเด็ดไปถึงรถกระบะของเขา เห็นกองฟางอยู่เต็มท้ายรถวางแผนจะแอบใต้กองฟาง จังหวะนั้น สมหญิง วิ่งเข้ามาหาใจเด็ดจากอีกด้านหนึ่ง สรนุชรีบหลบหลังต้นไม้

จากนั้น ค่อยๆยื่นหน้าออกมาดู เห็นใจเด็ดมัวแต่คุยกับสมหญิง ไม่ได้สนใจมองมาทางตน เธอค่อยๆย่องออกจากที่ซ่อนปีนขึ้นแอบใต้ฟางท้ายรถกระบะ สมหญิงหันมาเห็นพอดี อ้าปากจะบอกใจเด็ด อารามรีบร้อนใจเด็ดจึงตัดบทมีเรื่องอะไรไว้ค่อยคุยกันตอนเขากลับมา แล้วสตาร์ตรถขับออกไป...

อีกมุมหนึ่งแถวคอกควาย สุบินกับอรอนงค์หาสรนุชไม่เจอ เดินมาถาม เกริกไกร เจนจิรากับภิรมย์ที่กำลังช่วยกันต้อนลูกควายเข้าคอก สมหญิงมาทันได้ยินพอดี บอกสุบินกับอรอนงค์ว่าเห็นสรนุชปีนขึ้นท้ายกระบะไปกับหัวหน้าของเธอ ทุกคนพากันงง สรนุชขึ้นไปทำอะไรบนนั้น...

ไม่นานนัก ใจเด็ดขับรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถหน้าวัด สรนุชคันคะเยอไปทั้งตัวทนไม่ไหวลุกพรวดขึ้นจากกองฟาง ใจเด็ดเห็นสรนุชแอบติดรถมาด้วย ไม่พอใจลากเธอลงจากกระบะท้ายจะพากลับสถานี สรนุชยื้อสุดฤทธิ์ไม่ยอมไป โชคชัยผ่านมาพอดี ส่งเสียงเรียกสรนุชด้วยความดีใจ สรนุชสบช่องกระทืบเท้าใจเด็ดเต็มๆ จนเขาต้องปล่อยมือ แล้ววิ่งไปหาโชคชัย นายก อบต.เห็นสีหน้าเธอไม่สู้ดี ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คือฉันแค่อยากจะมาขอบคุณคุณโชคชัยเรื่องยาน่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” โชคชัยว่าแล้ว ก้มมองสรนุชสีหน้าแปลกๆ หญิงสาวเอะใจมองตามสายตาของเขา ตกใจเมื่อเห็นตัวเองอยู่ในชุดนอน โชคชัยรีบถอดเสื้อนอกของตัวเองคลุมให้สรนุช ใจเด็ดรีบเข้ามาขัดจังหวะ

“ขอบคุณกันเสร็จแล้วใช่มั้ย...จะได้กลับสถานี”

สรนุชไม่กลับ ออดอ้อนโชคชัยขอเข้าฟังการประชุมครั้งนี้ด้วย อ้างจะเก็บเป็นข้อมูลไว้ใช้เขียนบท โชคชัยไม่ขัดข้อง พาสรนุชไปยังกุฏิของหลวงพ่อ ใจเด็ดขบกรามแน่นด้วยความโกรธ รีบเดินตาม

ooooooo

ผู้นำชุมชนหนองระบือทั้งหกคนมารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาที่กุฏิหลวงพ่อ หลังจากถกปัญหาต่างๆเสร็จเรียบร้อย หลวงพ่อสอบถามทุกคนว่ามีใครอยากจะเสนออะไรเพิ่มเติมไหม ถ้าไม่มีจะได้ปิดประชุม สรนุชแอบกระซิบถามโชคชัยที่นั่งอยู่ข้างๆ ว่าทำไมต้องทำขวัญควายด้วย

“คนที่นี่เชื่อว่าควายเองก็เหมือนคนที่จะมีเทวดาประจำตัวมาตั้งแต่เกิด การทำขวัญควายก็เหมือนการเชิญเทวดาเหล่านั้นให้มาปกปักรักษาควาย จะได้ไม่เจ็บไม่ป่วย เลี้ยงง่ายอยู่ง่าย”

“อืม...เชื่ออะไรแปลกๆ...เอ่อ...คือ...แปลกดีค่ะ แล้วถ้าไม่ทำล่ะคะจะเป็นยังไง”

“ก็คุ้มดีคุ้มร้ายเหมือนใครบางคนไง” ใจเด็ดว่ากระทบสรนุช อยู่ๆผู้พันชาญณรงค์เกิดขวางโลกขึ้นมา เสนอให้เปลี่ยนจากงานทำขวัญควายมาเป็นงานทำขวัญรถไถนาแทน ครูสีดาร้องเอะอะ จะบ้ากันใหญ่แล้ว

“บ้าอะไร ขนาดรถใหม่ยังต้องให้หลวงพ่อเจิม แล้วทำไมรถไถใหม่จะทำขวัญให้มันไม่ได้”

ทุกคนถึงกับอึ้งกับคำอ้างของผู้พันชาญณรงค์ ใจเด็ดค้านหัวชนฝาไม่ยอมเด็ดขาด ผู้พันชาญณรงค์ดื้อดึง จะให้จัดงานทำขวัญรถไถให้ได้เช่นกัน ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน ผู้พันชาญณรงค์เสนอให้ลงคะแนนเสียง ใครเห็นด้วยที่จะทำขวัญให้รถไถมายืนข้างหลังเขา แต่ถ้าไม่เห็นด้วยให้ไปยืนหลังใจเด็ด

ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายมีคะแนนเท่ากัน ผู้พันชาญ–ณรงค์มีมหาเหม็นกับโชคชัยเป็นพวก ส่วนใจเด็ดมีหลวงพ่อและครูสีดาเป็นพวก เมื่อเป็นเช่นนี้ หลวงพ่อเสนอให้กลับไปจัดงานทำขวัญควายอย่างที่เคยทำมาทุกปี

“เดี๋ยวก่อนสิหลวงพ่อ ใครว่าเท่ากัน...ยังมีอีกคนหนึ่งที่ยังไม่ได้เลือก” ผู้พันชาญณรงค์ทักท้วง

ทุกคนหันมองสรนุชที่ยืนอยู่กลางวงเป็นตาเดียวกัน สรนุชถึงกับอึ้ง ไม่รู้จะเลือกข้างไหนดี จะเลือกควายก็เหมือนทรยศอาชีพตัวเอง ถ้าจะให้เลือกรถไถเดี๋ยวจะทำให้ใจเด็ดสงสัย สรนุชอยากจะร้องไห้ แต่แล้วเหมือนสวรรค์โปรด เมื่อมีเสียงชิดชัย ผจก.สยามบาคาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์มายืนส่งเสียงเรียกหลวงพ่ออยู่หน้ากุฏิ

หลวงพ่อเดินนำทุกคนลงมาพบชิดชัย ยกเว้นสรนุชที่กลัวชิดชัยจำได้ พอรู้ว่าพวกขายรถไถจะขอมีเอี่ยวในงานทำขวัญควายด้วย ใจเด็ดคอยกันท่าตลอด ผู้พันชาญณรงค์กลับพยายามเปิดช่องให้ชิดชัยเข้าร่วมงาน

“พวกเรากำลังคุยกันว่าปีนี้เราจะจัดให้มีการทำขวัญให้รถไถ ถ้ายังไงผมว่าเราขอให้บาคาตี้เป็นสปอนเซอร์เอารถไถมาเข้าพิธีก็ได้นะครับ...หรือทุกคนว่าไง”

“ฉันไม่เห็นด้วยค่ะ...ที่เราจะทำขวัญให้รถไถในวันนั้นด้วย” สรนุชโพล่งขึ้นทันที แล้วเดินลงจากกุฏิ

ชิดชัยจ้องหน้าสรนุชเขม็งรู้สึกคุ้นๆหน้า สรนุชเห็นอย่างนั้นก้มหน้างุดๆ รีบหาที่ยืนให้พ้นสายตาเขา ผู้พันชาญณรงค์โวยวายว่าสรนุชทำอย่างนี้ไม่ได้ ครูสีดาเถียงเสียงเข้มทำไมจะทำไม่ได้ เมื่อครู่นี้ผู้พันให้สิทธิ

สรนุชเป็นคนตัดสินไม่ใช่หรือ ชิดชัยยิ่งมองสรนุชยิ่งคุ้นหน้าจึงขยับดูใกล้ๆ ใจเด็ดไม่พอใจกระชากเขาออกห่าง ก่อนจะเอาตัวบังสรนุชไว้ แล้วไล่เขากลับไป ชิดชัยหันไปขอความช่วยเหลือจากผู้พันชาญณรงค์ แต่ใจเด็ดรีบพูดขึ้นก่อน

“ผู้พันเองก็เหมือนกัน...ตอนนี้คุณนุชเลือกแล้ว หวังว่าผู้พันคงไม่กลืนน้ำลายตัวเองให้เสียเกียรติทหารที่ผู้พันภาคภูมิใจหรอกนะครับ”

ผู้พันชาญณรงค์เจ็บใจมาก ชี้หน้าใจเด็ดอย่างอาฆาตแค้น ก่อนจะผลุนผลันออกไป ชิดชัยเห็นท่าไม่ดีรีบเดินตามผู้พันชาญณรงค์ การประชุมเป็นอันยุติไปโดยปริยาย...

ระหว่างเดินมาที่รถ ใจเด็ดขอบคุณสรนุชมากที่เลือกควายแทนที่จะเลือกรถไถ สรนุชยินดีช่วย เรื่องจิ๊บๆแค่นี้ ใจเด็ดจะไปส่งเธอที่สถานีฯก่อน แล้วจะเลยไปบอกชาวบ้านที่เลี้ยงควายให้เอาควายมาทำพิธี สรนุชเห็นเป็นโอกาสดีที่จะได้รู้ว่าชาวบ้านที่นี่เลี้ยงควายกันมากน้อยแค่ไหน จึงขอตามไปด้วย ใจเด็ดยังไม่ทันจะว่าอะไร โชคชัยเข้ามาขัดจังหวะ ขอเคลียร์กับใจเด็ดเรื่องที่เขาเลือกข้างรถไถเสียก่อน ใจเด็ดรีบตัดบท

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมเข้าใจ”

บรรยากาศชักตึงเครียด โชคชัยเลยเปลี่ยนเรื่องพูด ถามสรนุชว่าจะไปไหนกันต่อ พอรู้ว่าใจเด็ดจะไปบอกชาวบ้านเรื่องงานทำขวัญควาย โชคชัยขอจัดการเรื่องนี้เอง ใจเด็ดไม่อยากขัด หันไปบอกสรนุชให้ไปกับโชคชัยแล้วขึ้นรถขับออกไป สรนุชงง ทำไมใจเด็ดมาทิ้งกันหน้าตาเฉยแบบนี้...

ระหว่างนั่งมาในรถ สรนุชนึกขึ้นได้ว่าถ้าใจเด็ดไม่ไปด้วย เธอก็ไม่มีวันรู้ว่าชาวบ้านนับถือเขาแค่ไหน เลยเปลี่ยนใจ ขอร้องให้โชคชัยแวะส่งเธอก่อน อ้างว่าไม่อยากให้ชาวบ้านเห็นเธอในสภาพชุดนอน โชคชัยไม่ขัดข้อง เพียงแต่เสียดายที่หมดโอกาสจะได้อยู่กับเธอสองต่อสอง

ooooooo

หลังจากเฝ้าดูเจนจิราตลอดหลายวันที่ผ่านมา สุบินมั่นใจว่าเธอต้องแอบรักใจเด็ดแม้เธอจะปฏิเสธทุกครั้งที่เขาถาม สุบินอยากจับให้มั่นคั้นให้ตาย จึงไปสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเจนจิราและใจเด็ดจากภิรมย์กับสมหญิง ได้ความว่าทั้งคู่เคยเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันกัน สมหญิงชักสงสัย สุบินอยากรู้เรื่องของทั้งคู่ไปทำไม

“เธอสองคนว่าคุณเจนกับคุณใจเด็ดจะชอบกันมั้ย”

ภิรมย์หัวเราะร่วน ยืนยัน นั่งยัน ไม่มีทางเป็นไปได้ที่สองคนนั่นจะชอบกัน สุบินรู้สึกเสียหน้าและอยากเอาชนะ ท้าพนันกับภิรมย์ ถ้าเขาพิสูจน์ได้ว่าเจนจิราแอบชอบใจเด็ด ภิรมย์จะให้อะไรเขา...

ขณะที่สุบินกำลังวางแผนให้เจนจิราเปิดเผยความในใจที่มีต่อใจเด็ด ผู้พันชาญณรงค์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่วันนี้ต้องเสียท่าให้ใจเด็ดอีกครั้ง จึงมุ่งมั่นจะเอาชนะพวก กระบือบาลด้วยการส่งช่อผกาเข้าประกวดเทพีควายและสั่งให้เธอเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานนี้ ต้องคว้าตำแหน่งเทพีควายมาให้ได้ ห้ามพลาดเด็ดขาด

“ก็ได้ค่ะ ผกาจะคว้าตำแหน่งนี้อีกปี แต่ที่ผกาทำไม่ใช่เพราะพ่อนะคะ ผกาจะคว้าตำแหน่งนี้เพื่อพี่ใจเด็ด”

ผู้พันชาญณรงค์ยิ่งฟังยิ่งแค้นใจ ตะโกนด่าไล่หลังช่อผกาว่าลูกทรพี ตกลงเขาจะไม่ชนะใจเด็ดบ้างเลยหรือ สมคิดมีวิธีจะชนะใจเด็ด โดยใช้อรอนงค์เป็นเครื่องมือ ผู้พันชาญณรงค์ยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที...

เกริกไกรพาอรอนงค์ไปเป็นลูกมือช่วยเขาตระเวนฉีดวัคซีนให้ควายทุกตัวที่ชาวบ้านจะนำมาเข้าพิธีทำขวัญ ระหว่างที่ทั้งสองคนเดินผ่านตลาดเพื่อจะไปบ้านตาชุก สมคิดขับรถพาผู้พันชาญณรงค์ผ่านมาเห็นพอดี ผู้พันตัวแสบแปลกใจ ทำไมเจออรอนงค์ต้องเจอเกริกไกรด้วยทุกครั้ง หรือว่าหมอนั่นจะจีบอรอนงค์แข่งกับเขา คิดได้อย่างนั้น สั่งสมคิดขับรถตาม จนกระทั่งเห็นทั้งคู่เข้าไปในบ้านตาชุก

ผู้พันชาญณรงค์รอจังหวะที่เกริกไกรทิ้งอรอนงค์ไว้หน้าบ้านตาชุกเพียงลำพัง หลอกล่อเธอออกจากที่นั่น อ้างมีธุระจะคุยด้วย จากนั้น เขาพาเธอไปเดินชมตลาด เพื่อเป็นการรับขวัญที่เธอเดินทางมาที่บ้านหนองระบือ มอบแหวนเพชรให้หนึ่งวงเป็นของกำนัล แล้ววางแหวนลงในมือเธอ บอกว่านี่เป็นแหวนของเมียเขาที่ตายไป

อรอนงค์ตกใจ ทำแหวนหลุดมือกลิ้งตกท่อระบายนํ้า

ผู้พันชาญณรงค์ถึงกับหน้าเจื่อน หญิงสาวปรี่เข้าไปยกตะแกรงเหล็กฝาท่อจะหยิบแหวน แต่ออกแรงมากไป ตะแกรงเหล็กฟาดหน้าผู้พันตัวแสบถึงกับเซถลาล้มใส่แผงขายมีด ถูกมีดเล่มเล็กๆปักเต็มหลังร้องลั่น อรอนงค์อาศัยจังหวะชุลมุนเผ่นแน่บ เจอเกริกไกรที่ออกตามหาเธอพอดี หมอหนุ่มดีใจสุดๆที่อรอนงค์ปลอดภัย ขอร้องนํ้าเสียงจริงจัง ต่อไปอย่าไปไหนโดยไม่มีเขาอีก...

ในขณะเดียวกัน สุบินวางแผนล่อหลอกให้เจนจิราเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อใจเด็ดสำเร็จ เจนจิรารู้สึกเสียหน้าที่หลงกลสุบิน นํ้าตาซึม สุบินเห็นนํ้าตาผู้หญิงแล้วใจเสีย อ้าปากจะขอโทษ แต่เจนจิราเดินหนีไปเสียก่อน...

ขณะล้อมวงกินมื้อเย็นด้วยกัน อรอนงค์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้พันชาญณรงค์ให้ทุกคนฟัง ทุกคนพากันหัวเราะขำกลิ้ง ยกเว้นเกริกไกรคนเดียวที่มีสีหน้าเคร่งเครียด ใจเด็ดอดกระเซ้าไม่ได้ว่าหน้าเครียดเพราะเป็นห่วงผู้พันหรือ

“สงสัยเว้ย...ทำไมพักนี้ตาผู้พันถึงได้คอยตามฉันกับคุณอรจังวะ”

สรนุชตั้งข้อสังเกตว่า ผู้พันชาญณรงค์อาจจะมาชอบอรอนงค์ก็ได้ อรอนงค์ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้เพราะเขาแก่คราวพ่อ ใจเด็ดไม่เห็นเจนจิราอยู่แถวนั้นก็ถามหา สมหญิงไปตามแล้ว แต่เจนจิราบอกว่าไม่หิว ใจเด็ดเป็นห่วงเกรงเจนจิราจะไม่สบาย สรนุชว่าประชด ถ้าเป็นห่วงกันนักทำไมไม่ตามไปดู ทุกคนมองเธอเป็นตาเดียวกัน

“เอ่อ...ก็คุณเจนแกเป็นกำลังสำคัญของที่นี่ไง ถ้าเกิดเธอไม่สบายขึ้นมาเดี๋ยวคนที่นี่จะลำบาก” สรนุชรีบกลบเกลื่อน สมหญิงเห็นด้วย ถ้าเกิดเจนจิราไม่สบายขึ้นมาจริงๆ แล้วใครจะลงประกวดเทพีควายให้สถานีฯ

สรนุชโพล่งขึ้นทันที “พวกเราไง งานทำขวัญควายครั้งนี้ พวกเราสามคนอยากลงแข่งด้วย”

ooooooo

ตอนที่ 4

สรนุชโชคดีวันที่เธอกับคณะมาถึงหนองระบือ เป็นวันที่วัดมีการอุปสมบทพอดี มีชาวบ้านมาร่วมงานแน่นขนัด หญิงสาวไม่รอช้าจอดรถข้างกำแพงวัด โดยมีรถตู้ขนอุปกรณ์กองถ่ายตามมาจอดใกล้ๆ ใจเด็ดกับเกริกไกร ซึ่งอยู่ในขบวนแห่นาคหันมาเห็นสรนุช อรอนงค์ และสุบินก้าวลงจากรถ เกริกไกรขยี้ตาให้แน่ใจว่าตาไม่ฝาด เมื่อมั่นใจว่าใช่นางในฝันของตัวเอง จึงวิ่งฝ่าขบวนแห่ตรงไปหา จนเกิดโกลาหลย่อยๆขึ้น

“คุณอร...คุณกลับมาหาผมแล้วหรือครับ” เกริกไกรอยากจะโดดกอดอรอนงค์ให้หายคิดถึงแต่ไม่กล้า สรนุชชะงักเมื่อเห็นใจเด็ดตามมาด้านหลังเกริกไกร ทั้งสองมองสบตากันนิ่ง...

หลังเสร็จพิธีอุปสมบท คณะของสรนุชเข้าไปกราบหลวงพ่อที่กำลังนั่งคุยอยู่กับชาวบ้านบนศาลาการเปรียญ สรนุชไม่พูดพล่าม แจ้งจุดประสงค์ในการกลับมาครั้งนี้ให้ท่านทราบว่าพวกเธอจะมาถ่ายละครกึ่ง สารคดีที่นี่ โดยจะให้ชาวบ้านร่วมแสดง จึงมากราบรบกวนหลวงพ่อช่วยบอกพวกชาวบ้านให้ด้วย

“ไม่มีปัญหาหรอกโยม...ทุกคนเขายินดีช่วยโยมกันทั้งนั้นแหละ...จริงไหมพวก เรา” หลวงพ่อหันไปถามชาวบ้านที่นั่งอยู่เต็มศาลาพวกชาวบ้านส่งเสียงเฮลั่นแทนคำ ตอบ

เนื่องจากสรนุชกลับมาเพื่อทำประโยชน์ให้กับชุมชน ใจเด็ดจึงเสนอจะให้เธอกับพวกใช้เรือนรับรองที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์เป็นที่ พำนัก สรนุช อรอนงค์ และสุบินอดแปลกใจไม่ได้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของใจเด็ด

จากนั้น ใจเด็ดและเกริกไกรเดินนำคณะของสรนุชมายังที่จอดรถ แต่ต้องชะงักเมื่อเจอผู้พันชาญณรงค์คู่ปรับตลอดกาลของพวกกระบือบาลขวางทาง อยู่ ผู้พันตัวแสบอยากรู้ว่าที่สรนุชกลับมาครั้งนี้จะมาถ่ายสารคดีเครื่องมือ การเกษตรของเขาใช่ไหม เกริกไกรคุยทับทันทีว่าไม่ใช่ คุณนุชกลับมาถ่ายละครที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์

“ละคร...ละครอะไร ทำไมผมไม่เห็นรู้ แล้วละครเรื่องอะไร”  ผู้พันชาญณรงค์เสียงเข้ม

“กระบือทระนง...ตอนนี้ยังขาดพระเอกอยู่ ผู้พันสนใจมั้ย เอ...แต่ถ้าผู้พันเป็นพระเอก สงสัยต้องเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็นกระบือชาญณรงค์” เกริกไกรยิ้มยั่ว ผู้พันชาญณรงค์ถึงกับปรี๊ดแตกทำท่าจะเอาเรื่อง สรนุชไม่อยากให้มีปัญหา เดี๋ยวจะเสียแผนที่วางไว้ รีบไกล่เกลี่ย

“หมอเขาพูดเล่นน่ะค่ะ คือพวกเรากลับมานี่ก็เพราะว่าพวกเราจะมาถ่ายละคร โดยให้ชาวบ้านอย่างผู้พันอย่างหลวงพ่อร่วมแสดงด้วยน่ะค่ะ”

“เหรอ...แล้วฉันจะต้องเล่นเมื่อไหร่ล่ะ” ผู้พันชาญณรงค์เก๊กหล่อขึ้นมาทันที สรนุชอึกอัก ยังไม่ทันได้วางแผนเรื่องนี้ จึงตอบส่งๆว่าพรุ่งนี้ทีมถ่ายทำของเธอจะไปหาเขาที่บ้าน ผู้พันชาญณรงค์เนื้อเต้นที่จะได้เล่นละคร แต่เก็บอาการไว้ เดินเก๊กขรึมกลับไป

ooooooo

ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เจนจิรายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อแอบได้ยินสมหญิงบอกกับภิรมย์ว่าตัวเธอเหมาะสม กับใจเด็ดที่สุด ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงไม่แกร่งพอจะอยู่ที่นี่กับเขา เจนจิราเองก็มีใจให้ใจเด็ดไม่ใช่น้อย ถึงกับฝันไปใหญ่โต จังหวะนั้น มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอด เจนจิราชะเง้อมองสักพัก เห็นใจเด็ดกับเกริกไกรเดินนำสรนุช อรอนงค์ และสุบินเข้ามา สมหญิงกับภิรมย์ หันมาเห็น ดีใจมากวิ่งแซงหน้าเจนจิราเข้าไปทักทาย

“ดีใจขนาดนั้นเลยหรือที่ได้เจอพวกฉันอีก” สรนุชแซว

“ดีใจสิครับ ตอนแรกผมน่ะคิดว่ายังไงพวกคุณก็คงไม่กลับมาแล้ว ใครจะมาอยู่ที่อย่างนี้ได้ แต่หัวหน้าสิครับ บอกว่ายังไงพวกคุณก็ต้องกลับมา” ภิรมย์สีหน้ายิ้มแย้ม ใจเด็ดทำไก๋ จำไม่ได้ว่าพูดตอนไหน

ภิรมย์อ้าปากจะบอก แต่หัวหน้าสถานีฯหนุ่มรีบตัดบทไม่ให้เขาพูดอะไรอีก อรอนงค์รีบฝากเนื้อฝากตัวกับสมหญิง ระหว่างที่พวกเรามาถ่ายละครที่นี่ คงต้องรบกวนเธออีกครั้ง สมหญิงยินดีให้รบกวน ใจเด็ดเห็นว่าพวกสรนุชเดินทางมาเหนื่อยๆ บอกให้ไปพักผ่อนกันได้แล้ว วันพรุ่งนี้ค่อยเจอกัน...

หลังจากขนสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อย สุบินซักไซ้ไล่เลียงสรนุช ตกลงมีแผนการอะไรแน่ ทำไมถึงอยากเจอหลวงพ่อ ใจเด็ด และผู้พันชาญณรงค์ สรนุชจะใช้แผน “ยุทธศาสตร์ดาวเปื้อนดิน” แล้วอธิบายให้สุบินฟังว่า

“จากข้อมูลที่เรามาสำรวจคราวที่แล้ว ทำให้รู้ว่าถ้าเราจะทำให้ชาวบ้านเชื่อในสิ่งที่เราพูด เราจะต้องใช้คนที่ชาวบ้านให้ความนับถือเป็นสื่อกลาง...ผู้นำชุมชนก็เปรียบ เสมือนดาวที่ส่องแสงมายังพื้นดิน”

อรอนงค์หยิบแฟ้มรายชื่อผู้นำชุมชนของที่นี่มาให้สุบินดู ในนั้นมีประวัติของใจเด็ด หลวงพ่อ ผู้พันชาญณรงค์ ครูสีดา และมหาเหม็น สรนุชจะเริ่มแผนยุทธศาสตร์นี้ด้วยการไปเยี่ยมมหาเหม็นเป็นรายแรก...

ค่ำวันเดียวกันที่บ้านของผู้พันชาญณรงค์ ตั้งแต่รู้ว่าพรุ่งนี้จะได้เล่นละคร ผู้พันชาญณรงค์ขอให้ช่อผกาช่วยซักซ้อมบทเป็นการใหญ่ ทั้งๆที่ยังไม่รู้เลยว่าสรนุชจะให้เล่นบทอะไร ซ้อมไปซ้อมมาไม่เข้าท่าสักบท ทั้งบทพระเอกทั้งบทผู้ร้าย ในที่สุดผู้พันชาญณรงค์ตัดสินใจจะเล่นบทที่ตัวเองถนัดที่สุด นั่นคือการเป็นทหาร รีบเข้าห้องนอนตัวเองหยิบเครื่องแบบนายทหารตั้งแต่สมัยยังรับราชการมาเตรียมไว้

ooooooo

เนื่องจากมีเวลาทำงานให้สำเร็จแค่เดือนเดียว สรนุชกับพวกเตรียมออกไปทำงานตั้งแต่ไก่โห่ พอเปิดประตูบ้านพักออกมาต้องแปลกใจที่เห็นใจเด็ดยืนรออยู่ก่อนแล้ว วันนี้ใจเด็ดจะเป็นไกด์พาสรนุชกับทีมงานไปหาพวกชาวบ้านเอง สรนุชมองใจเด็ดไม่ค่อยไว้ใจ ที่เขาช่วยพวกเธอเพื่อจะเอาบุญคุณอะไรหรือเปล่า

“ฟังผมนะ ที่ผมช่วยคุณก็เพราะว่าคุณมาดีมาช่วยชาวบ้าน แล้วที่ผมช่วยคุณก็เพราะว่าอยากช่วย...ไง...ไปกันได้หรือยัง” ใจเด็ดรีบตัดบท จังหวะนั้นเจนจิราเดินผ่านมาพอดี ใจเด็ดฝากเธอดูแลที่นี่แทนเขาด้วย วันนี้เขาจะพาสรนุชกับทีมงานไปคุยกับชาวบ้าน เจนจิราไม่เห็นเกริกไกรอยู่ด้วย ก็ถามหาหมอไม่ไปด้วยหรือ

“วันนี้หมอต้องอยู่รีดน้ำเชื้อ คงไปกับผมไม่ได้หรอก”

สรนุชถึงกับหูผึ่ง รีบกระซิบบอกอรอนงค์ว่าวันนี้ไม่ต้องไป อยู่เก็บข้อมูลเรื่องน้ำเชื้อที่นี่ก็แล้วกัน เราจะได้รู้สักทีว่าน้ำเชื้อพิเศษมาจากควายตัวไหน สุบินจะขออยู่กับอรอนงค์ สรนุชไม่ยอม ถ้าสุบินไม่ไปกับเธอแล้วใครจะเป็นตากล้อง ใจเด็ดเข้ามายืนด้านหลังถามสรนุชว่ามีอะไรหรือเปล่า หญิงสาวสะดุ้งโหยง

“เอ่อ...ไม่มีอะไร พอดีอรรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ สงสัยจะนั่งรถนานก็เลยเหนื่อย...ใช่ไหมอร”

อรอนงค์รู้งานพยักหน้ารับคำทันที “ใช่ค่ะ...พวกคุณไปเถอะค่ะ”

ไม่นานนัก ใจเด็ดขับรถมาจอดหน้าบ้านมหาเหม็น ขณะขนอุปกรณ์ถ่ายละครลงจากท้ายรถกระบะ ใจเด็ดอดสงสัยไม่ได้ ทำไมสรนุชต้องเจาะจงมาหามหาเหม็นด้วย สุบินเห็นเพื่อนรักอึ้ง รีบตอบคำถามแทน

“ก็คนที่ขึ้นชื่อว่ามหา ก็น่าจะเป็นคนที่ชาวบ้านให้ความนับหน้าถือตาไงครับ”

“ที่จริงแล้วพวกคุณไม่ต้องให้ผมพามาก็ได้ พวกคุณเองก็รู้จักมหาเหม็นอยู่แล้ว” ใจเด็ดอมยิ้ม ขณะที่สุบิน กับสรนุชต่างมองหน้ากันงงๆ แต่พอเข้าไปในตัวบ้านของ มหาเหม็น สรนุชชักคุ้นตา ก่อนจะอุทานด้วยความตกใจ นี่เป็นบ้านของหมอผีคนนั้น ใจเด็ดหลิ่วตามองสรนุช ตอนนั้นผีเข้าไม่ใช่หรือแล้วทำไมถึงจำที่นี่ได้ สุบินรีบบอกว่าเป็นคนเล่าเหตุการณ์วันนั้นให้สรนุชฟังเอง ใจเด็ดไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก มองไปบนบ้านที่เงียบสงัดของมหาเหม็น

“เงียบอย่างนี้ สงสัยมหาเหม็นคงกำลังนั่งสมาธิอยู่”

ใจเด็ดคาดผิด มหาเหม็นไม่ได้นั่งสมาธิ แต่กำลังเล่นพนันกัดปลากัดกับพวกชาวบ้าน พอใจเด็ดเปิดประตูบ้านเข้าไป ชาวบ้านแตกฮือคิดว่าตำรวจมา มหาเหม็น หนีไม่ทัน จัดแจงหันหน้าเข้าหาโต๊ะหมู่บูชา ทำตัวสั่นเหมือนองค์ลง ใจเด็ดเห็นแล้วอดขำไม่ได้...

พอตั้งสติกันได้ ถึงได้เห็นว่าพวกใจเด็ดไม่ใช่ ตำรวจ ชาวบ้านกลับมารวมตัวกันที่โถงกลางบ้านมหาเหม็นอย่างเดิม ใจเด็ดบอกจุดประสงค์ของการมาครั้งนี้ให้มหาเหม็นรู้ว่า สรนุชกับสุบินอยากจะมาถ่ายละครที่หนองระบือ ก็เลยอยากจะพึ่งความกว้างขวางของมหา เหม็นช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้เรื่องนี้

“ใช่ครับ...คือพวกเราต้องการให้ชาวบ้านทุกคนร่วมเล่นละครเรื่องนี้ แล้วพวกเราก็มาคิดว่า ใครกันน้าที่จะสามารถพูดให้ชาวบ้านยอมเล่นละครกับเราได้ แล้วคำตอบก็คือมหาครับ”

คำเยินยอของสุบินได้ผล มหาเหม็นเป็นปลื้มตัวแทบลอย รับปากจะช่วยทันที พอสุบินจัดกล้องจัดแสงเรียบร้อยก็ให้มหาเหม็นแนะนำตัวเองหน้ากล้อง อ้างจะเก็บไว้เป็นข้อมูลเพื่อคัดเลือกบทให้เหมาะกับเจ้าตัว ทำประวัติมหาเหม็นเสร็จ สุบินกับสรนุชจับพวกชาวบ้านที่มาเล่นพนันกับมหาเหม็นมาแนะนำตัวหน้ากล้อง...

ในเวลาเดียวกัน ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เจนจิราไม่เป็นอันทำงานทำการ หงุดหงิดที่ใจเด็ดไปกับสรนุช พอสมหญิงมาเบิกเงินจะเอาไปซื้อเกลือแร่ให้ควาย เจนจิราอยากออกไปคลายเครียด จึงอาสาจะไปซื้อให้เอง ฝากสมหญิงดูแลทางนี้ด้วย แล้วหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ออกไป

“ทุกทีก็ไม่เห็นจะออกไปซื้อนี่” สมหญิงนิ่วหน้าแปลกใจ...

อีกมุมหนึ่งแถวคอกพ่อพันธุ์ เกริกไกรเห็นใจเด็ดไม่อยู่ จึงชวนอรอนงค์ที่มาเยี่ยมๆมองๆแถวนั้นไปดูการรีดนํ้าเชื้อ อรอนงค์ดีใจมาก จะได้รู้เสียทีว่าพ่อพันธุ์ตัวไหนที่ให้นํ้าเชื้อพิเศษ แต่พ่อพันธุ์ที่ชื่อเพชรฉายกลับไม่มีอารมณ์กับควายตัวเมียที่ภิรมย์ผูกล่อไว้ เกริกไกรเลยต้องขอร้องอรอนงค์ให้ช่วยทำท่าเซ็กซี่ให้เพชรฉายดูเผื่อจะเรียกอารมณ์ของมันได้ อรอนงค์โพสท่าเซ็กซี่สุดฤทธิ์โดยมีสมหญิงกับภิรมย์คอยเชียร์อยู่ใกล้ๆ

ได้ผลเกินคาด เพชรฉายเริ่มคึก อรอนงค์รีบคว้ากล้องถ่ายรูปขึ้นมาจะเก็บภาพการรีดนํ้าเชื้อ แต่กว่าจะเซตหน้ากล้องได้ เกริกไกรรีดนํ้าเชื้อจากเพชรฉาย เรียบร้อยไปแล้ว อรอนงค์ได้แต่เจ็บใจ

ooooooo

มหาเหม็นเป็นปลื้มกับสรนุชและสุบินมากถึงขนาดลงมือทำข้าวกลางวันเลี้ยง ระหว่างร่วมวงกินข้าวสรนุชชวนมหาเหม็นคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย สุดท้ายจึงวกเข้าคำถามสำคัญ เธอได้ข่าวมาว่ามหาเหม็นชอบเลี้ยงควายใช่ไหม ใจเด็ดหยุดกึก มองหน้าสรนุช ก่อนจะดึงเธอลงไปข้างล่างด้วยกัน ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นเจนจิราจอดมอเตอร์ไซค์แอบดูอยู่หน้าบ้านมหาเหม็น สรนุชไม่พอใจ สะบัดมือใจเด็ดออก

“นี่...ฉันเจ็บนะ นายเป็นบ้าอะไรของนาย”

“คุณกำลังทำอะไร ไหนบอกว่าจะมาถ่ายละคร แล้วทำไมถึงวกเข้าเรื่องควายได้”

สรนุชหาคำแก้ตัวไม่ทัน แกล้งวีนใส่ใจเด็ด ทำไมเธอจะพูดเรื่องควายไม่ได้ หรือเขาสงวนไว้พูดคนเดียว แล้วทำกระฟัดกระเฟียดจะกลับขึ้นบ้าน ใจเด็ดคว้าข้อมือเธอไว้จะให้อยู่ฟังเขาอธิบายก่อน แต่ออกแรงมากไปสรนุชเสียหลักจะตกบันได ใจเด็ดคว้าตัวไว้ได้ทัน ร่างสรนุชอยู่ในอ้อมแขนของเขา ใบหน้าเกือบชนกัน ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในภวังค์ สรนุชได้สติผลักใจเด็ดออก แล้วจ้ำพรวดๆ ขึ้นบ้าน ใจเด็ดรีบตาม

เจนจิราเห็นภาพบาดตาถึงกับหน้าเครียด ขับมอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างรวดเร็ว...

ด้านมหาเหม็นเห็นสรนุชกลับมานั่งล้อมวงกินข้าวอย่างเดิม ตอบคำถามที่เธอถามค้างเมื่อครู่ว่าใช่ เขาเลี้ยงควายไว้เยอะ เกือบหนึ่งร้อยตัว สรนุชกับสุบินถึงกับร้องเอะอะ ถ้ามีมากขนาดนั้น ทำไมเธอไม่เห็นแม้แต่ตัวเดียว มหาเหม็นเลี้ยงไว้ในห้อง แล้วพาสรนุชกับสุบินไปดู ทันทีที่ประตูห้องเปิด สรนุชกับสุบินอยากจะบีบคอมหาเหม็นให้ตายคามือนัก ควายที่มหาเหม็นพูดถึง คือควายธนูนั่นเอง...

ขณะที่สรนุชขลุกอยู่ที่บ้านมหาเหม็น ผู้พันชาญ–ณรงค์แต่งเครื่องแบบทหารเต็มยศรอกองถ่ายละครของสรนุชตั้งแต่เช้าจนบ่ายยังไม่เห็นแม้แต่เงา เครื่องแบบชุดนี้ตั้งแต่สมัยที่เขายังรับราชการจึงตึงแน่นไปทุกส่วน ผู้พันชาญณรงค์เริ่มหายใจไม่ออก ก่อนจะล้มตึง ช่อผกาที่นั่งอยู่ข้างๆตกใจ รีบเข้าไปประคองพ่อที่นอนพะงาบๆ

“ถอดเสื้อให้...พ่อที...พ่อ...หายใจ...ไม่ออก” ผู้พันชาญณรงค์ตะกุกตะกัก

“นายหายใจไม่ออก...งั้นปล่อยเป็นหน้าที่ผมครับ” สมคิดพูดจบคว้าตัวผู้พันจากช่อผกา แล้วจับเป่าปากผายปอด ผู้พันชาญณรงค์ดิ้นพราดๆไม่รู้เป็นเพราะหายใจไม่ออกหรือเหม็นน้ำลายสมคิดกันแน่

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงเรือนรับรอง สรนุชต่อว่าอรอนงค์ไปหาข้อมูลจากไหนมาถึงได้บอกว่ามหาเหม็นมีควายเยอะ ทีหน้าทีหลังช่วยเช็กข้อมูลให้ดีเสียก่อน ควายที่มหาเหม็นมีเป็นควายธนูทั้งหมด อรอนงค์อ้างว่าข้อมูลพวกนี้เธอได้มาจากการสอบถามชาวบ้านเมื่อตอนมาที่นี่ครั้งที่แล้ว

“แต่ก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวหรอกน่า...ยังไงการที่เราเข้าไปทำความรู้จักกับมหาเหม็นก็น่าจะช่วยเราเข้ากับชาวบ้านได้...แกเองนั่นแหละนุชที่ไม่ระวัง” สุบินพูดจบ ทิ้งตัวลงนั่งอย่างเมื่อยขบ สรนุชงง ไม่ระวังเรื่องอะไร

“เอ้า...ก็อยู่ๆไปถามเรื่องควายของมหาเหม็นซะงั้น ดีที่คุณใจเด็ดไม่ติดใจอะไร...เอ...ว่าแต่ที่เขาดึงแกออกไปคุยน่ะ...คุยอะไรกัน” สุบินหลิ่วตามองเพื่อนรัก

สรนุชนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันแล้วใจเต้นไม่เป็นส่ำ รีบกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร ใจเด็ดแค่จะขอเล่นบทที่ให้มหาเหม็นเล่น สุบินนิ่วหน้า อย่างใจเด็ดไม่น่าจะอยากเล่นบทแบบนี้ สรนุชไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกขอตัวไปอาบน้ำให้หายเหนื่อยก่อน แล้วจะได้ไปกินข้าวด้วยกัน...

ระหว่างร่วมวงกินข้าวเย็นด้วยกัน อรอนงค์อดถามใจเด็ดไม่ได้ว่า จริงหรือเปล่าที่เขาอยากขอเล่นบทที่สุบินให้มหาเหม็นเล่น ใจเด็ดชะงัก ถามอรอนงค์ไปรู้มาจากไหน พอรู้ว่าสรนุชบอก ใจเด็ดรู้ทันทีว่าสรนุชคงไม่อยากพูดถึงเหตุการณ์ที่บ้านมหาเหม็น จึงรับว่าเป็นเรื่องจริง สรนุชทำไม่รู้ไม่ชี้เอื้อมมือไปตักกับข้าวบังเอิญใจตรงกับใจเด็ดช้อนของทั้งคู่เลยชนกัน สรนุชชะงัก เปลี่ยนไปตักจานอื่นเกิดใจตรงกับใจเด็ดอีก สรนุชรีบชักช้อนกลับ

“เชิญคุณนุชก่อนดีกว่า” ใจเด็ดว่าแล้วเลื่อนจานกับข้าวไปใกล้ๆ

แต่สรนุชกลับเชิดหน้าใส่ ใจเด็ดเลยตักกับข้าวใส่จานให้ เกริกไกรกระเซ้าทันที ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาเขาไม่เคยเห็นใจเด็ดตักอะไรให้ใครสักครั้ง เจนจิราแอบมองใจเด็ดกับสรนุชอยู่ตลอดถึงกับกินไม่ลงกระแทกช้อนส้อม ขอตัวลุกออกไป ใจเด็ดไม่ได้คิดอะไรกับเจนจิรา แค่เป็นห่วงในฐานะเพื่อนร่วมงาน รีบตามไปถามว่าเป็นอะไรไป พอรู้ว่าเจนจิราไม่ได้เป็นอะไรมากก็เบาใจ...

เหตุการณ์ที่โต๊ะอาหารเมื่อครู่ ทำให้สุบินคิดไปเองว่าใจเด็ดกับเจนจิราต้องมีอะไรกันมากกว่าเพื่อนร่วมงาน ไม่เช่นนั้นฝ่ายชายคงไม่ตามไปดู สรนุชสลัดความรู้สึกขุ่นเคืองเรื่องใจเด็ดทิ้งแล้วหันมาสนใจเรื่องงาน เธอวางแผนจะไปเยี่ยมครูสีดาวันพรุ่งนี้ จากข้อมูลในแฟ้มบอกว่าเป็นครูอาสาที่หลงรักหนองระบือมากถึงขนาดมาลงหลักปักฐานที่นี่ อรอนงค์กำลังจะอ้าปากบอกชื่อจริงของครูสีดา แต่สรนุชยกมือห้ามเสียก่อน

“พอเลยคุณอร...เดี๋ยวจะเหมือนเรื่องมหาเหม็นอีก พูดเรื่องไก่แต่ไปออกเรื่องไข่” สรนุชแดกดัน...

สรนุชเป็นกังวลเรื่องครูสีดาเพราะในแฟ้มข้อมูลไม่มีรูปให้ดู หน้าตาเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ คิดมากจนเก็บเรื่องนี้ไปฝันเป็นตุเป็นตะ

ooooooo

สรนุชตื่นแต่เช้ามืด ติดไฟหุงข้าวทำไข่เจียวทั้งด้านทั้งดำมายืนรอใส่บาตรหลวงพ่ออยู่หน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ และถือโอกาสนี้สอบถามถึงที่อยู่ของครูสีดาไปในตัว โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเกือบจะทำไฟไหม้โรงครัว เพราะยังดับไม้ขีดไฟไม่สนิทดันโยนลงถังขยะ โชคดีที่สมหญิง ภิรมย์และใจเด็ดมาช่วยกันดับได้ทัน

ครู่ต่อมา สรนุชเดินยิ้มร่ากลับมาถึงเรือนรับรอง อรอนงค์กับสุบินอดแปลกใจไม่ได้ที่สรนุชหายไปไหนแต่เช้า พอรู้ว่าไปทำกับข้าวใส่บาตร สุบินหน้าสลด สงสารพระที่มารับบิณฑบาต ป่านนี้ท่านฉันกับข้าวของสรนุชลงหรือเปล่าก็ไม่รู้ สรนุชโกรธเงื้อถาดในมือจะฟาด สุบินโดดหลบทัน

“ฉันไม่มีเวลามาเถียงกับแก ฉันต้องรีบไปแล้ว” สรนุชว่าพลางคว้ากระเป๋ากับกล้องถ่ายรูปขึ้นมาสะพาย

“เดี๋ยวๆๆจะไปไหนน่ะนุช” อรอนงค์คว้าข้อมือเพื่อนรักไว้ สรนุชจะไปบ้านครูสีดา เมื่อครู่สอบถามจากหลวงพ่อแล้วได้ความว่าครูสีดาอยู่ที่กระท่อมเชิงเขาไกลจากที่นี่พอสมควร แล้วขยับจะไป อรอนงค์รั้งไว้อีก

“แกจะลุยเดี่ยวเลยหรือ แล้วฉันสองคนล่ะ”

“แกสองคนก็ทำเป็นถ่ายละครอยู่ที่สถานีนี่แหละ ช่วยรั้งๆนายใจเด็ดไว้อย่าให้ตามไปเกะกะฉัน ฉันจะได้ตีสนิทกับครูสีดาได้สะดวกโยธิน” สรนุชว่าแล้วออกจากเรือนรับรอง เหลือบเห็นเกริกไกรกับเจนจิรา

มุ่งหน้ามาทางนี้ รีบหลบหลังพุ่มไม้ อรอนงค์กับสุบินช่วยกันเบนความสนใจของทั้งคู่ ทำให้สรนุชวิ่งลัดเลาะออกจากสถานีฯได้สำเร็จ จากนั้นเธอเดินไปตามถนนลูกรังที่มุ่งหน้าไปยังเชิงเขา

“เดี๋ยวมีชาวบ้านผ่านมาค่อยติดรถเขาไป คงไม่มีใครที่หนองระบือนี่ไม่รู้จักครูสีดาหรอก” สรนุชยิ้มระรื่น...

ขณะที่สรนุชเดินอย่างเริงร่าไปตามเส้นทางสู่บ้านครูสีดาโดยไม่รู้เลยว่าสุบินปากเปราะดันไปบอกใจเด็ดว่ามือมืดที่เกือบทำให้โรงครัวไหม้ทั้งหลังคือสรนุช ใจเด็ดโกรธจะขอคุยกับมือมืดให้รู้เรื่องแต่เธอไม่อยู่ สอบถามจากอรอนงค์กับสุบินก็ไม่ได้เรื่องอะไร ใจเด็ดอดแปลกใจไม่ได้ทำไมสรนุชถึงทิ้งอรอนงค์กับสุบินไว้ที่นี่

“คือว่า...วันนี้เราทั้งสองคนตั้งใจว่าจะถ่ายทำละครอยู่ภายในสถานีฯนี้น่ะค่ะ”

เกริกไกรยิ้มดีใจ ในที่สุดก็ถึงคิวเขาจะได้เป็นพระเอกเสียที ใจเด็ดสบช่อง ฝากเกริกไกรกับเจนจิราช่วยอำนวยความสะดวกให้สุบินกับอรอนงค์ด้วย ส่วนเขาจะไปตามสรนุชเอง อรอนงค์กับสุบินจะห้ามแต่ไม่ทัน...

ทางด้านสรนุช เดินจนเหนื่อยถึงได้เจอโทนขี่จักรยานสวนมา หญิงสาวขอให้ช่วยไปส่งที่บ้านครูสีดา โทนไม่ไป บ้านครูสีดาไกลมากขืนให้สรนุชซ้อนท้ายคงน่องโป่งตายก่อนจะไปถึง แล้วปั่นจักรยานจากไปโดยไม่ไยดี เหมือนโชคเข้าข้างสรนุช บังเอิญโชคชัยกำลังจะไปหาครูสีดาเช่นกันขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดี จึงให้สรนุชซ้อนท้ายไปด้วย ผ่านไปพักใหญ่กว่าโชคชัยจะมาถึงบ้านครูสีดา สรนุชลงจากมอเตอร์ไซค์มองสำรวจไปรอบๆ

“ทำไมครูสีดามาอยู่ไกลผู้ไกลคนอย่างนี้คะ แถวนี้ไม่เห็นมีบ้านใครเลย นอกจากบ้านแกบ้านเดียว”

“แกอยากอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติน่ะครับ” โชคชัยว่าแล้วหันไปตะโกนเรียกครูสีดาแต่ไม่มีเสียงตอบรับ

ชายหนุ่มขอตัวเข้าไปดูครูสีดาข้างในบ้าน ส่วนสรนุชเดินชมธรรมชาติมาถึงสนามข้างบ้านครูสีดา เห็นผ้ามัดย้อมหลากสีสันตากไว้ที่ราวเต็มไปหมด ความงามของลายผ้าดึงดูดสรนุชให้เดินเข้าไปชื่นชมใกล้ๆ

ทันใดนั้น มีชายชาวต่างชาติผิวดำท่าทางต๊องๆโผล่พรวดออกมาจากผ้ามัดย้อมที่ตากไว้ สรนุชตกใจหันหลังจะวิ่งหนี ชนโชคชัยที่เดินเข้ามาพอดี ละล่ำละลักบอกเขาว่ามีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้โผล่มาจากราวตากผ้า แล้วชี้มือชี้ไม้ไปที่ฝรั่งผิวดำนายนั้น โชคชัยหัวเราะชอบใจที่สรนุชปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม ผู้ชายบ้าที่เธอว่าคือครูสีดานั่นเอง

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ใจเด็ดขับรถตามหาสรนุชไปถึงตลาดในหมู่บ้าน สอบถามชาวบ้านไปทั่วแต่ไม่มีใครเห็นเธอสักคน ตัดสินใจเดินกลับไปที่รถ โทนขี่จักรยานเข้ามาบอกใจเด็ดว่าเจอสรนุชที่ถนนลูกรังอีกด้านหนึ่งของหมู่บ้าน ขอร้องให้เขาพาไปบ้านครูสีดา

“หา...ไปบ้านครูสีดา” ใจเด็ดร้องเสียงหลง ไม่เข้าใจสรนุชจะไปทำไมที่นั่น...

ขณะที่ใจเด็ดยืนงงอยู่ที่ตลาด สรนุชกำลังขอโทษครูสีดา ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นคนต่างชาติคิดว่าเป็นครูแก่ๆใจดี ครูสีดาไม่ได้โกรธจึงไม่ต้องยกโทษให้ แล้วเดินฮัมเพลงนำสรนุชกับโชคชัยไปหลังบ้าน โชคชัยเล่าประวัติครูสีดาให้สรนุชฟังว่าเป็นชาวต่างชาติที่หลงรักเมืองไทยและรักธรรมชาติมาก  เลยมาตั้งรกรากห่างไกลเมืองอยู่ที่นี่

“ครูแกเป็นอย่างนี้...เอ่อคือ...ฉันหมายถึงเป็นคนตลกน่ะค่ะ แล้วทำไมถึงได้เป็นที่นับถือของชาวบ้านได้ล่ะคะ” สรนุชกระซิบถามโชคชัย นายก อบต.ชี้ไปยังลานกว้างใต้ร่มไม้ เห็นครูสีดาเดินเข้าไปหาเด็กๆชาวบ้านนับสิบคนซึ่งกำลังจับกลุ่มทำผ้ามัดย้อมกันอย่างขมักเขม้น

“ผ้ามัดย้อมที่คุณเห็นตากอยู่ข้างนอกนั่น ครูสีดาแกเป็นคนสอนให้เด็กๆทำ เพื่อหารายได้เสริมให้กับครอบครัวของเด็กๆครับ” โชคชัยมองครูสีดาด้วยสายตาชื่นชม...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ระหว่างที่เกริกไกร ภิรมย์และสมหญิงกำลังเตรียมพร้อมเข้าฉาก ผู้พันชาญณรงค์ ช่อผกา และสมคิดมือขวาของผู้พัน

เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ผู้พันชาญณรงค์มาต่อว่าพวกกองถ่าย เมื่อวานนัดว่าจะไปถ่ายละครที่บ้านของเขาแล้วทำไมไม่ไป ปล่อยให้เขากับลูกสาวแต่งตัวรอเก้อทั้งคืน

อรอนงค์รู้ดีว่าผู้พันชาญณรงค์บ้ายอ รีบยกมือไหว้ขอโทษเขาอย่างอ่อนช้อย แล้วยกยอปอปั้นเขาเป็นการใหญ่ ผู้พันชาญณรงค์หัวเราะชอบใจลืมความโกรธแถมยกโทษเรื่องเมื่อวานให้ ช่อผกาไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ได้

“พอเถอะผกา จะมานั่งฟื้นฝอยหาตะเข็บกันทำไมอีก ในเมื่อเรากำลังจะได้ถ่ายละครกันเดี๋ยวนี้แล้ว”

เกริกไกรทักท้วงถ้าให้ผู้พันแสดง แล้วเอาพวกตนไปไว้ไหน สุบินจะให้ทุกคนเข้ากล้องพร้อมกันหมด เล่นด้วยกันหลายๆคนสนุกดี ช่อผกาไม่เห็นใจเด็ดอยู่แถวนั้น จัดแจงตะโกนเรียกให้มาถ่ายละครด้วยกัน พอรู้ว่าเขาไม่อยู่ออกไปตามสรนุช ลูกสาวผู้พันชักสีหน้าไม่พอใจ ทำไมใจเด็ดต้องไปตามหาแม่นั่นด้วย

ooooooo

สรนุชพอใจมากที่การมาเยี่ยมครูสีดาครั้งนี้ นอกจากจะได้ตีสนิทกับเขาแล้ว ยังได้เรียนรู้การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติเป็นของแถม หนำซ้ำยังได้รู้จักตัวตนที่น่าคบหาของโชคชัยซึ่งอุทิศตัวเพื่อลูกบ้านของตัวเอง ช่วยเป็นธุระจัดหาร้านรับซื้อผ้ามัดย้อมของพวกเด็กๆไปขาย สรนุชอดชื่นชมเขาไม่ได้

“คุณเป็นคนหนุ่มอนาคตไกล ตั้งใจทำงานและจริงใจกับประชาชน ฉันทำนายได้เลยว่าต่อไปคุณต้องได้เป็นใหญ่เป็นโตแน่ๆค่ะ” สิ้นเสียงสรนุช มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

“นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ก็มาทำตัวเป็นแม่หมอดูอยู่ที่นี่เอง”

สรนุช โชคชัย และครูสีดาหันมองตามเสียง เห็นใจ–เด็ดยืนอยู่ สรนุชเซ็งมากไม่คิดว่าเขาจะตามมาถูก ครูสีดาดีใจ ปรี่เข้าไปโอบไหล่ใจเด็ดอย่างสนิทสนม พูดจาหยอกล้อกันราวกับเป็นเพื่อนซี้กันมานาน สรนุชเห็นแล้วหมั่นไส้จึงขอตัวกลับ หันไปชวนโชคชัยกลับด้วยกัน โชคชัยยังคุยธุระเรื่องร้านรับซื้อผ้ามัดย้อมกับครูสีดายังไม่เสร็จ ฝากใจเด็ดช่วยพาสรนุชกลับที่พักด้วย สรนุชหนีไม่ออก จำต้องกลับกับใจเด็ด...

ระหว่างทางกลับสถานี ใจเด็ดต่อว่าสรนุชยกใหญ่ที่หายตัวไปไม่บอกกล่าวกันก่อน ทำให้ทุกคนเป็นห่วง สรนุชโวยลั่น เธอไม่ใช่เด็กอมมือแล้ว เอาตัวรอดได้ไม่ต้องมาเป็นห่วง ใจเด็ดเคืองจัดจอดรถข้างทางไล่สรนุชลง ถ้าเก่งนักอย่างปากว่า ก็หาทางกลับเองก็แล้วกัน แล้วยื่นมือไปเปิดประตูรถข้างที่สรนุชนั่ง เชิญให้ลงจากรถ สรนุชไม่ยอมแพ้ คว้ากระเป๋าใส่สัมภาระ สะบัดหน้าลงจากรถ ใจเด็ดไม่ง้อ กระแทกคันเร่งบึ่งรถออกไปทันที

“ไม่ต้องกลัวแถวนี้มีรถผ่านมาให้โบกเยอะแยะไป นายกระบือบาลเอ๊ย แค่นี้ขู่ผู้หญิงอย่างสรนุชไม่ได้หรอก...เฮ้อ...อากาศสดชื่นจังเลย” สรนุชทำเป็นเก่ง ทั้งๆที่ใจจริงกลัวแทบตาย มองไปทางไหนมีแต่ป่ากับป่า...
ในขณะที่สรนุชถูกทิ้งไว้เพียงลำพังบนถนน

สายเปลี่ยว ช่อผกาเริ่มวีนแตกที่ใจเด็ดหายไปกับสรนุชนานเกินไปโดยไม่มีใครสนใจสักคนเพราะมัวแต่แย่งกันเข้าฉาก ผู้พันชาญณรงค์เห็นท่าไม่ดีขอตัวกลับก่อน แล้วสั่งสมคิดลากตัวช่อผกาไปขึ้นรถ หญิงสาวพยายามขัดขืน แต่ไม่สำเร็จ เจนจิราคิดคล้อยตามคำพูดของช่อผกา หันไปบ่นกับเกริกไกรที่ใจเด็ดหายไปนานผิดปกติ

“ไม่มีอะไรหรอกเจน ใจเด็ดมันคงเจอคุณนุชแล้วพากันไปหาข้อมูลถ่ายทำละครต่อ” เกริกไกรปลอบ...

ใจเด็ดไม่คิดจะทิ้งสรนุชให้เดินกลับที่พักเอง แค่ต้องการแกล้งให้เดินจนเหนื่อยจะได้เลิกทำฤทธิ์ทำเดช เขาจอดรถรออยู่ข้างทางห่างจากจุดที่ทิ้งสรนุชประมาณหนึ่งกิโลเมตร รออยู่พักใหญ่ สรนุชมาถึงในสภาพเหงื่อท่วม ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย ขึ้นมานั่งที่นั่งข้างคนขับไม่ดื้อดึงอวดเก่งอีกต่อไป

ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะสตาร์ตรถ เงียบ ลองสตาร์ตใหม่อีกหลายครั้งแต่ไร้ผล ลงไปเปิดฝากระโปรงรถขยับสายไฟให้เข้าที่ แล้วลองให้สรนุชสตาร์ตรถอีกครั้ง แต่ไม่ติดเหมือนเดิม ใจเด็ดปิดฝากระโปรงรถ เดินมาหยิบข้าวของใส่เป้ ชวนสรนุชเดินกลับ เขาพาเธอเดินลัดเลาะเข้าป่าซึ่งเป็นทางลาดเชิงเขาอย่างชำนาญ

สรนุชไม่คุ้นกับการเดินป่า บ่นเป็นหมีกินผึ้งไปตลอดทาง จนกระทั่งใจเด็ดพาเดินลึกเข้าไปในป่า มาถึงสะพานเชือกเตี้ยๆข้ามลำธาร สรนุชเลิกบ่นทันที ธรรมชาติบริเวณนี้สวยงามเกินบรรยาย รีบคว้ากล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ จังหวะนั้น ใจเด็ดก้าวตามขึ้นมาบน สะพาน สรนุชแอบถ่ายรูปเขาเอาไว้ พอชายหนุ่มหันมอง

เธอรีบหันกล้องไปทางอื่น ใจเด็ดอาสาจะถ่ายรูปให้ แล้วคว้ากล้องไปจากมือหญิงสาว หลังจากถ่ายรูปให้เธอแล้ว เขาเข้ามายืนใกล้ๆ ขอถ่ายรูปคู่ สรนุชอ้าปาก จะค้าน แต่ใจเด็ดชิงกดชัตเตอร์เสียก่อน...

ในขณะเดียวกัน โชคชัยขี่มอเตอร์ไซค์กลับจากบ้านครูสีดา เจอรถของใจเด็ดจอดอยู่ข้างทาง รีบแวะเข้าไปดู ประตูรถล็อกไว้เรียบร้อย แต่ไม่พบใคร ลองตะโกนเรียกใจเด็ดกับสรนุช ก็ไม่มีเสียงตอบรับ

“หรือว่ารถจะเสีย...คงโบกรถใครไปแล้วมั้ง” โชคชัยพึมพำกับตัวเอง มองดูรอบๆอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น จึงขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป...

ด้านสรนุชกับใจเด็ดลงมาเล่นนํ้าในลำธารกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะพากันเดินทางต่อ อารามรีบร้อนจะออกจากป่าให้ทันก่อนมืด สรนุชก้าวข้ามโขดหินในลำธารพลาดจะหงายหลัง ใจเด็ดรีบคว้าตัวเธอไว้

สรนุชอยู่ในอ้อมกอดเขา ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก ตาต่อตาประสานกัน รู้สึกแปลกๆในหัวใจ

ใจเด็ดค่อยๆคลายมือออกจากสรนุช แล้วก้าวข้าม ก้อนหินไปก่อน จากนั้นยื่นมือให้เธอจับ สรนุชมองมือใจเด็ด ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับมือเขา...

กว่าโชคชัยจะมาถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว เขาชักใจคอไม่ดีเมื่อรู้จากเจนจิราว่าใจเด็ดกับสรนุชยังมาไม่ถึง ขากลับจากบ้านครูสีดา โชคชัยเจอรถของใจเด็ดจอดเสียอยู่ข้างทางบนเขา แต่ไม่พบใจเด็ดกับสรนุชที่นั่น เพราะคิดว่าทั้งคู่คงโบกรถชาวบ้านกลับมาแล้ว ทุกคนสีหน้าเป็นกังวล ยกเว้นเกริกไกรคนเดียวที่มั่นใจว่าใจเด็ดต้องพาสรนุชกลับมาอย่างปลอดภัย และไม่อยากให้ทุกคนตื่นตูมเกินเหตุ...

ที่ชายป่าไม่ห่างจากถนนเข้าหมู่บ้าน อากาศเริ่มเย็นลงเมื่อความมืดเข้าปกคลุม ใจเด็ดถอดเสื้อแจ็กเกตตัวเองคลุมให้สรนุชอย่างอ่อนโยน แล้วชี้ไปยังต้นไทรเบื้องหน้า ถ้าเดินพ้นต้นไทรต้นนั้นไปก็จะพ้นแนวป่าเจอถนนเข้าหมู่บ้าน สรนุชใจชื้นขึ้น เดินเคียงข้างใจเด็ดไปตามทาง มิตรภาพระหว่างเขากับเธอก่อตัวขึ้นทีละน้อย...

ในที่สุด ใจเด็ดกับสรนุชก็กลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ทุกคนต่างโล่งใจที่ทั้งคู่ปลอดภัย โชคชัยเห็นทุกอย่างคลี่คลายไปด้วยดี จึงขอตัวกลับ สรนุชถอดเสื้อแจ็กเกตคืนใจเด็ด ขอบคุณที่ให้ยืมเสื้อ แล้วต่างคนต่างขอตัวไปพักผ่อน เจนจิราจับจ้องทั้งคู่อยู่ รู้สึกได้ถึงสายสัมพันธ์ที่พวกนั้นมีให้กันและกันแล้วใจหาย...

ดึกแล้ว ทั้งใจเด็ดและสรนุชต่างนอนไม่หลับ เห็นพระจันทร์สวยบนฟ้าแล้วต่างคนต่างนึกถึงเหตุการณ์ในป่า ตอนที่ใจเด็ดโอบกอดสรนุชไว้ช่วยให้เธอไม่พลัดตกจากโขดหิน หัวใจของทั้งคู่เริ่มหวั่นไหวโดยไม่รู้สาเหตุ

ooooooo

ตอนที่ 3

ขณะที่ทุกคนในสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดที่ใจเด็ดกับ ผู้พันชาญณรงค์ฮึ่มๆใส่กัน สรนุชกลับบอกผู้พันชาญณรงค์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่ายินดีมากที่จะถ่ายสารคดี ให้ จะได้สื่อให้ผู้คนเห็นประโยชน์ของทั้งฝ่ายรถไถและควาย อรอนงค์รีบกระตุกแขนสรนุชเป็นเชิงปราม เธอกลับไม่สนใจยังคงฉอเลาะอีกว่า

“พวกเราเองก็อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าทำไมคนบางคนถึงได้รักควายหัวชนฝา ถ้าเผื่อผู้พันกรุณาให้ความรู้เรื่องวิทยาการสมัยใหม่เพื่อเป็นวิทยาทาน บางทีอาจจะเปิดดวงตาให้เขาได้เห็นแสงธรรมก็ได้นะคะ”

คำพูดแดกดันใจเด็ดของสรนุช ทำให้ผู้พันชาญณรงค์ถูกใจมาก ถึงกับออกปากชวนสรนุชกับเพื่อนๆไปพักที่บ้านของตนเอง จะได้คุยเรื่องเครื่องมือการเกษตรกัน ใจเด็ดไม่สบอารมณ์โพล่งขึ้นทันที

“เชิญ...ผู้พันอยากทำอะไรก็เชิญ แต่อย่ามาพูดเรื่องรถไถที่นี่เพราะที่นี่เป็นดินแดนของควายไม่ใช่รถไถ...

พวกเราช่วยพาผู้พันออกไปที” สิ้นเสียงใจเด็ดเหล่ากระบือบาลจะเข้าไปจับตัวผู้พันชาญณรงค์ แต่สรนุชร้องห้าม

“เดี๋ยวก่อนสิคะ ผู้พันอุตส่าห์มีน้ำใจเอากับข้าวกับปลามาเลี้ยง ถ้าไม่รับน้ำใจก็ถือว่าแล้งน้ำใจเกินไปหน่อย... จริงไหมคะคุณใจเด็ด”

ใจเด็ดจำต้องยอมทำตามที่สรนุชเสนอ ระหว่างกินมื้อค่ำด้วยกัน ผู้พันชาญณรงค์กับเหล่ากระบือบาลจะพูดจาแขวะกันเป็นระยะๆ โดยมีสรนุชคอยเข้าข้างผู้พันชาญณรงค์อยู่ตลอด ทำให้ใจเด็ดเคืองมาก สุบินไม่ค่อยสบายใจนักที่สรนุชเข้าข้างผู้พันชาญณรงค์ออกนอกหน้า เกรงจะเข้าหน้าพวกกระบือบาลไม่ติด พอกลับถึงเรือน

รับรอง เขาชวนสรนุชกลับกรุงเทพฯ สรนุชไม่กลับจนกว่าจะรู้ก่อนว่าทำไมใจเด็ดถึงรักควาย รวมทั้งความลับเรื่องน้ำเชื้อพิเศษนั่นด้วย แล้วขอเวลาพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน เธอจะล้วงความลับทุกเรื่องของใจเด็ดออกมาให้ได้

ooooooo

สรนุชรีบตื่นแต่เช้า ตามไปทวงสัญญาที่ใจเด็ดรับปากว่าถ้าเธอผ่านการทดสอบ เขาจะบอกเรื่องความรักควายของเขาเป็นการตอบแทน ใจเด็ดไม่ยอมบอกเพราะสรนุชยังไม่ผ่านการทดสอบ เนื่องจากไม่ล้างปลักควายเทียมด้วยตัวเอง แต่ให้ช่อผกาทำแทน สรนุชเถียงเสียงแข็งว่าช่อผกาอาสาทำเอง ไม่ใช่ความผิดของเธอ

“เรื่องนั้นผมไม่สนใจ ในเมื่อคุณไม่ได้ทำเองก็ถือว่าคุณทำผิดกติกา”

สรนุชยอมรับว่าทำผิดกติกา จะขอแก้ตัวใหม่ ใจเด็ดปฏิเสธันทีว่าวันนี้ไม่ว่าง แล้วเดินออกไป สรนุชจะตาม แต่เขารู