ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เหล่ากระบือบาลพากันมาเยี่ยมเจนจิราแต่เช้า สรนุชหยุดกึกอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยไม่ยอมเข้าไป พลอยทำให้อรอนงค์ชะงักตามไปด้วย สรนุชเห็นพวกกระบือบาลมองมาทางตน เกรงจะเข้าใจผิดรีบอธิบาย

“คือ...ก่อนที่คุณเจนจะหมดสติไป...เธอยังจำได้ว่าพวกเราเป็นคาบาตี้ คุณเจนเธอเพิ่งฟื้น ฉันก็เลยไม่อยากให้เธอตกใจน่ะค่ะ”

“ถ้าเจนไม่เป็นอะไรแล้ว ผมจะรีบออกมาบอกคุณนะครับ” ใจเด็ดมองสรนุชอย่างเข้าใจ โชคชัยอาสา จะอยู่เป็นเพื่อนสรนุชกับอรอนงค์ ใจเด็ดแอบหึงโชคชัยก่อนจะเดินนำทุกคนเข้าไปในห้องพักฟื้น...

เจนจิรานอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียง พอเห็นหน้าใจเด็ดเท่านั้นฉีกยิ้มกว้าง ยื่นมือไปหา ใจเด็ดจำต้องจับมือ เธอไว้ ตบเบาๆเป็นทำนองปลอบใจ ทุกคนเห็นเจนจิรายิ้มได้ก็ดีใจ ยกเว้นสุบินคนเดียวที่รู้สึกหวั่นใจแทนสรนุช พยาบาลเข้ามาวัดความดันคนไข้พอดี

“อ้าว...หัวหน้า...คุณหมอรออยู่ที่ห้องตรวจแล้วค่ะ เห็นว่าอยากคุยกับหัวหน้า...เอ่อ...เรื่องคุณเจน”

“ทำไมคะ...ฉันเป็นอะไร” เจนจิราสีหน้าเป็นกังวล ใจเด็ดต้องปลอบว่าไม่มีอะไร หมอคงจะคุยเรื่องเธอจะกลับ สถานีฯได้เมื่อไหร่เท่านั้น เจนจิราคว้ามือใจเด็ดมาจับไว้แน่น เหมือนต้องการที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ...

อีกมุมหนึ่งหน้าห้องพักฟื้นของเจนจิรา โชคชัยกำลังเล่าให้สรนุชกับอรอนงค์ฟังถึงเรื่องที่ชาวบ้านได้รับที่นาคืนกันหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่คดีของเจนจิราเท่านั้นที่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร คงต้องรอให้เธอดีขึ้นกว่านี้ก่อน จึงจะมาสอบปากคำ ระหว่างนั้นใจเด็ดออกจากห้องพักฟื้นเข้ามาหา อรอนงค์ถามถึงอาการของเจนจิราทันที

“ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วครับ...แต่ผมต้องไปคุยกับหมอให้แน่นอนอีกครั้ง ถ้าพวกคุณจะเข้าไปเยี่ยมเจนก็ได้นะครับ งั้น...เดี๋ยวผมมานะครับ” ใจเด็ดสบตาสรนุชก่อนจะออกไป สรนุชหนักใจรู้ดีว่าเจนจิราไม่ชอบขี้หน้า

โชคมีดี ตอนที่สรนุชกับอรอนงค์ตัดสินใจเข้าไปเยี่ยมเจนจิรา เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอเพิ่งรู้ว่า ควายถูกพวกคาบาตี้วางยาเบื่อตายยกสถานีฯ พอเห็นหน้าสรนุชกับอรอนงค์โกรธเลือดขึ้นหน้า ตวาดลั่น

“ไอ้พวกคาบาตี้...แกมาทำไม”

สรนุชถึงกับอึ้งกับคำทักทายคำแรกของเจนจิรา

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ใจเด็ดดีใจเมื่อได้ยินหมอบอก ว่าอีกสองวันนี้จะอนุญาตให้เจนจิรากลับบ้าน ใจเด็ดขอบคุณหมอมากที่ช่วยทำให้เจนจิรากลับมารู้สึกตัวได้ อีกครั้ง จังหวะนั้นมีเสียงกรีดร้องของเจนจิราดังเข้ามา

“กรี๊ด...ออกไป...ฉันบอกให้แกออกไป”

ใจเด็ดเป็นห่วงสรนุชขึ้นมาทันที รีบวิ่งตามหมอไปที่ห้องพักฟื้นของเจนจิรา พอเปิดประตูห้องพักเข้าไปเห็นเจนจิรากำลังอาละวาดขว้างปาข้าวของใส่สรนุชอุตลุด โดยมีโชคชัยเอาตัวบังเธอไว้ ใจเด็ดรีบเข้าไปขวาง อธิบาย ให้เจนจิราเข้าใจว่าสรนุชกับอรอนงค์ลาออกจากคาบาตี้แล้ว ทุกอย่างจบไปแล้ว

“พี่ใจเด็ด...เชื่อเธอหรือ...แล้วควายของเราที่ตายไปใครจะรับผิดชอบคะ” เจนจิราจ้องหน้าสรนุชเอาเรื่อง

ใจเด็ดหันขวับมองหน้าเหล่ากระบือบาลที่อยู่ในห้องด้วยสายตาตำหนิใครพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วเข้าไปขอโทษสรนุช หญิงสาวรู้ตัวว่าขืนอยู่ต่อรังแต่จะทำให้วุ่นวาย ขอตัวกลับก่อน ใจเด็ดอาสาจะไปส่ง เจนจิราร้อง ห้ามไม่ให้ไป แล้วลุกจากเตียงจะไปหา ทันทีที่ทิ้งนํ้าหนัก ลงเท้า เจนจิราทรุดฮวบลงกับพื้น ทุกคนพากันตกใจ ใจเด็ด ผละจากสรนุชเข้าไปหาประคองเจนจิรา หมอรีบอธิบาย

“ไม่ต้องตกใจนะครับ...คุณเจนนอนอยู่กับที่มาสามเดือน กล้ามเนื้อก็เลยไม่มีแรงเท่านั้น”

“แล้ว...แล้วเจนจะเดินได้อีกเมื่อไหร่คะหมอ”

“อันนี้หมอคงให้คำตอบที่แน่นอนไม่ได้...อยู่ที่ร่างกายของคุณเจนว่าจะฟื้นสภาพได้เร็วแค่ไหน”

เจนจิราถึงสติแตก ทุบขาตัวเองไม่ยั้ง คร่ำครวญว่าไม่อยากเป็นคนพิการ ใจเด็ดจับมือเธอไว้ไม่ให้ทำร้ายตัวเอง ปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวลไป หมอบอกแล้วว่าเธอ จะเดินได้เหมือนเดิม เจนจิราโผกอดใจเด็ดไว้แน่น สรนุช มองภาพนั้นตาไม่กะพริบ โชคชัยเหมือนจะอ่านใจเธอออก

“ไปกันเถอะครับคุณนุช...เดี๋ยวผมไปส่งเอง”

โชคชัยเดินนำสรนุช อรอนงค์ และสุบินออกไป ทิ้งให้ใจเด็ดอยู่ปลอบใจเจนจิรา ระหว่างเดินมาหน้า รพ. โชคชัยปลอบสรนุชอย่าคิดมาก เจนจิราเพิ่งฟื้นก็เลยยังไม่เข้าใจ

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ...ขอบคุณนะคะ” สรนุชฝืนยิ้มเหมือนไม่มีอะไร โชคชัยขอตัวไปเอารถ เดี๋ยวจะมารับ

“ไม่เป็นไรจริงเหรอแก” อรอนงค์เข้ามาจับมือสรนุชอย่างเป็นห่วงความรู้สึก สรนุชพยักหน้าซึมๆ

“แต่ฉันว่าเป็น...พวกแกก็รู้ว่าคุณเจนแอบชอบคุณใจเด็ดอยู่ แล้วแกคิดว่าเธอจะปล่อยให้แกกับคุณใจเด็ดครองรักกันหรือไง” คำพูดของสุบินทำให้สรนุชหนักใจ...

ด้านใจเด็ดอยู่ช่วยประคองเจนจิราเดินออกกำลังขาจนมืดคํ่า เจนจิรามุ่งมั่นจะกลับมาเดินให้ได้ จะได้กลับไปช่วยใจเด็ดดูแลสถานีฯ แต่ทุกครั้งที่เธอทิ้งนํ้าหนัก ลงเท้าเป็นต้องล้ม ใจเด็ดเป็นห่วงอุ้มมาวางบนเตียง ขอร้อง ให้พักก่อน เจนจิราคว้ามือเขามากุมไว้อ้อนวอนให้ขึ้นมานอนบนเตียงด้วย กลัวเขาจะทิ้งไปตอนที่เธอหลับ

“พี่สัญญาว่าเจนตื่นมาจะเห็นพี่นั่งอยู่ตรงนี้”

เจนจิราต่อรองถ้าไม่นอนบนเตียงด้วย ขอจับมือเขาไว้ระหว่างที่เธอหลับ ใจเด็ดเห็นใจที่เจนจิรายังทำใจกับอาการป่วยของตัวเองไม่ได้ ยอมให้จับมือ เจนจิรายิ้มมีความสุขขณะที่ใจเด็ดหน้าหมอง อยากกลับไปหาสรนุช

ooooooo

เจนจิราแข็งแรงพอให้ปากคำกับโชคชัยได้แล้วว่า ชิดชัยจงใจขับรถเบียดเธอตกถนนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จากนั้นไม่นานโชคชัยนำกำลังตำรวจไปที่บริษัท คาบาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์ แจ้งจับชิดชัยข้อหา พยายามฆ่าเจนจิรา ชิดชัยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ลูกน้องคนสนิทต่างหากที่ลงมือพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือไปที่เขา โชคชัยกับตำรวจหลงกลหันไปมอง ชิดชัยได้ทีโดดแย่งปืนตำรวจแล้วจี้จับลูกน้องคนสนิทเป็นตัวประกัน

“อย่าเข้ามาเว้ย...ไม่งั้นไอ้นี่ตาย” ชิดชัยประกาศก้อง

“จับมันเลยครับคุณตำรวจ...ไอ้นี่แหละเป็นคนทำ” ลูกน้องโวยกลับ

ชิดชัยกระทุ้งด้ามปืนใส่ลูกน้องแล้วผลักเขาใส่กลุ่มของโชคชัย อาศัยช่วงชุลมุนหนีรอดไปได้...

ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ สรนุชรอใจเด็ดอยู่หน้าบ้านพักอย่างใจจดจ่อ ช่อผกาแวะมาหาใจเด็ด เห็นสรนุชยืนอยู่ ปราดเข้ามาถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ทำไมไม่อยู่กรุงเทพฯ สรนุชกลับมาเพื่อจะมาขอโทษทุกคน

“เหรอ...อยากขอโทษจริงๆหรือ ถ้าอย่างนั้นเอาสิ...

ขอโทษฉันคนแรกเลย เธอเกือบทำให้พ่อฉันต้องติดคุก เกือบทำให้พี่ใจเด็ดต้องตาย” ช่อผกาต่อว่าฉอดๆ จังหวะนั้น โชคชัยวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามหาใจเด็ด สรนุชสงสัยว่ามีเรื่องอะไร ได้ความว่าชิดชัยหนีการจับกุม เขามาเตือนให้ทุกคนระวังตัว เพราะชิดชัยแย่งปืนของตำรวจไปด้วย

“ใจเด็ดยังไม่กลับมาจากเฝ้าคุณเจนตั้งแต่เมื่อคืนเลยค่ะ” สรนุชรายงาน

“เฝ้า...ทำไมต้องไปเฝ้ายัยผักนั่นด้วย” ช่อผกานิ่วหน้า แปลกใจ พอรู้ว่าเจนจิราฟื้นคืนสติแล้ว ช่อผกาทนอยู่เฉยไม่ได้ ยัยนั่นยิ่งรอบจัดขืนปล่อยใจเด็ดไว้ตามลำพัง เดี๋ยวถูกงาบเอาไปกิน รีบจ้ำพรวดๆจะไป รพ. สรนุชกับโชคชัยเดินตาม สรนุชเร่งฝีเท้าจนทันกันที่หน้าสถานีฯ ขอร้องช่อผกาอย่าไปที่นั่นเลย ช่อผกาฮึดฮัดไม่ยอม

จังหวะนั้น รถของใจเด็ดแล่นมาจอด ช่อผกายิ้มหน้าระรื่นเข้าไปหา โดยมีสรนุชกับโชคชัยตามไปติดๆ โชคชัยมีเรื่องต้องคุยกับใจเด็ด แต่เขากลับขอให้โชคชัยรอสักครู่ เขาต้องพาเจนจิราไปที่บ้านพักก่อน แล้วยกรถเข็นลงจากท้ายกระบะ อุ้มเจนจิราวางบนรถเข็น ช่อผกาปรี๊ดแตก โวยลั่น

“พี่ใจเด็ด ทำไมต้องอุ้มกันขนาดนั้นด้วย ไหนบอกว่าหายดีแล้วไง”

เจนจิราได้ที ออดอ้อนใจเด็ดพาไปที่บ้านเดี๋ยวนี้เลยได้ไหม ใจเด็ดไม่อยากขัดใจคนป่วย รีบพาเจนจิราออกไป ช่อผกาทนดูไม่ได้ เดินกระแทกส้นเท้าไปอีกทางหนึ่ง สรนุชไม่อยากมองโลกในแง่ร้าย แต่รู้สึกเหมือนเจนจิรากำลังคิดแผนร้ายบางอย่างอยู่ โชคชัยเห็นสรนุชมองตามใจเด็ด รวบรวมความกล้าถามว่า

“คุณรักใจเด็ดมากขนาดนั้นเลยหรือ” โชคชัยเห็นสรนุชอึกๆอักๆชิงพูดขึ้นอีกว่า “ความรักน่ะง่ายจะตาย ถ้าชอบคุณก็บอกว่าชอบ ถ้าไม่ชอบก็บอกว่าไม่ชอบ”

“ฉันไม่รู้เหมือนกัน เราเคยอยู่กันคนละข้างมาก่อน ถูกเขาด่าเขาว่า ฉันพยายามคิดว่าฉันไม่รู้สึกอะไร แต่ทุกครั้งที่ฉันบอกตัวเองให้เลิกชอบเขา มันยิ่งทำให้ฉันรู้ว่า...ฉันชอบเขา”

โชคชัยอุตส่าห์เตรียมใจรับกับคำตอบนี้ไว้แล้ว แต่พอได้ฟังจริงๆกลับยังทำใจไม่ได้ สรนุชขอโทษที่ทำให้เขาต้องเสียใจ โชคชัยมองเธออย่างเข้าใจและยอมรับความพ่ายแพ้ในเกมแห่งรักครั้งนี้

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชิดชัยหมดทางไปจึงมาหาผู้พันชาญณรงค์ที่บ้าน ผู้พันชาญณรงค์กลับตัดไมตรี ตั้งแต่เกิดเรื่องกันคราวนั้น เขาประกาศไว้ให้รู้ทั่วกันแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกคาบาตี้ ชิดชัยเคือง ชักปืนออกมาขู่

“แต่คราวนี้ผู้พันต้องยุ่ง...ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ตำรวจรู้เรื่องที่ผมเป็นคนขับรถชนยัยนั่น เอาเงินมาให้ผมก้อนหนึ่งเร็ว” ชิดชัยเห็นผู้พันชาญณรงค์โยกโย้ เอาปืนจ่อหัว ผู้พันชาญณรงค์ดูท่าแล้วชิดชัยคงจะเอาจริงๆรีบไปเอาเงินมาให้ห้าพันบาท อ้างทั้งเนื้อทั้งตัวมีแค่นี้ ชิดชัยไม่มีทางเลือกจำต้องรับเงินไว้ แล้วขยับจะไป

“เดี๋ยว...ไม่เอารถฉันไปด้วยหรือ...ไอ้เราก็เคยชอบพอกัน ในเมื่อนายเดือดร้อน ฉันก็พร้อมจะช่วย... เออ...แล้วจะหนีไปทางไหนล่ะ” ผู้พันชาญณรงค์ว่าแล้วยื่นกุญแจรถให้ ชิดชัยเองก็ยังไม่รู้ ขอให้ไปพ้นจากที่นี่ก็พอ

“เอางี้ไหม...ฉันมีเส้นทางลับอยู่ รับรองแม้แต่ตำรวจก็ไม่รู้เส้นทางนี้”

ชิดชัยไม่ได้เอะใจว่านี่เป็นแผนลวงของผู้พัน

ชาญณรงค์ จนกระทั่งขับรถไปตามเส้นทางที่ผู้พันเฒ่าบอก แต่กลับเจอทางตัน พอวกรถกลับออกมา พบโชคชัยกับตำรวจดักรออยู่แล้ว คราวนี้ชิดชัยหนีไม่รอด...

ในขณะที่ชิดชัยจนมุมหนีเงื้อมมือกฎหมายไปไม่รอด ใจเด็ดกำลังเข็นรถเข็นพาเจนจิรามายังคอกควายที่ว่างเปล่า เจนจิราสงสารพวกควายที่ต้องตายไป ถ้าเธออยู่ด้วยอาจจะทำอะไรได้บ้าง ใจเด็ดไม่อยากให้เธอคิดมาก และที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอ พลันภิรมย์วิ่งเข้ามาตามใจ–เด็ดไปช่วยดูคอกควายที่กำลังจะสร้างเพิ่ม ใจเด็ดมองเจนจิราด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวมองออก

“เจนอยู่คนเดียวได้ พี่ใจเด็ดไปทำงานเถอะค่ะ”

“งั้น...เดี๋ยวพี่รีบมาแล้วกัน” ใจเด็ดว่าแล้วรีบเดินตามภิรมย์ไปยังคอกควายที่อยู่ไม่ห่างกันนัก เจนจิรามองตามมีความสุขที่ใจเด็ดเป็นห่วงเป็นใยเธอ ขณะเจน-จิราเข็นรถชมวิวอย่างอารมณ์ดี เห็นสรนุชเดินมาจากอีกด้านหนึ่ง เธอหันรถเข็นกลับ อารามรีบร้อนรถเข็นติด รากต้นไม้ไปไหนไม่ได้ สรนุชเข้ามาจะช่วยยกรถเข็นออก

“ไม่ต้อง...ฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณเธอ” เจน-จิราตะคอกใส่ แล้วพยายามขยับรถเข็นให้หลุดจากรากไม้ แต่ไม่สำเร็จ สรนุชเข้าไปช่วยขยับรถให้ เจนจิราไม่พอใจ เอ็ดตะโรลั่น ไม่ต้องมาช่วย

“เธอไม่ได้โกรธที่ฉันเป็นพวกคาบาตี้ แต่เธอโกรธที่คุณใจเด็ดเขาชอบฉันใช่ไหม”

คำพูดของสรนุชแทงใจดำเจนจิราเข้าเต็มๆ ทนอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ได้ ออกแรงหมุนล้อสุดกำลัง รถเข็นเสียหลักพลิกควํ่า เจนจิราตกใจร้องเสียงหลง เสียงร้องของเธอดังถึงหูใจเด็ดที่กำลังคุมงานอยู่ที่คอกควายแห่งใหม่ ทิ้งงานในมือรีบวิ่งตามเสียง ครู่ต่อมา ใจเด็ด ภิรมย์และสมหญิงมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นเจนจิราร้องกรี๊ดอย่างไม่พอใจ โดยมีสรนุชเข้าไปประคองเธออยู่ ใจเด็ดรีบวิ่งเข้ามาดู เจนจิราคว้าเขามากอดทำมารยาร้องไห้ตัวสั่นงันงก

“พี่ใจเด็ดช่วยเจนด้วย”

ทั้งภิรมย์และสมหญิงต่างไม่พอใจ มองสรนุชด้วยสายตาตำหนิ สรนุชแก้ต่างว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรเลย เธอพยายามจะช่วยเจนจิราต่างหาก เจนจิราอาละวาดใส่สรนุชเป็นชุด แล้วขอร้องให้ใจเด็ดพากลับที่พัก

“ภิรมย์...เดี๋ยวช่วยเข็นรถตามมาให้ที” ใจเด็ดว่าแล้วอุ้มเจนจิราเดินผ่านหน้าสรนุชไปหน้าตาเฉย สรนุชเศร้าใจมาก เดินคอตกกลับเรือนรับรอง เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้สองเพื่อนซี้ฟัง อรอนงค์เป็นห่วงสรนุช ชวนกลับกรุงเทพฯ สรนุชไม่กลับ ถ้ากลับไปตอนนี้ก็เท่ากับเธอหนีปัญหา เธอตั้งใจจะใช้ความดีเอาชนะใจเจนจิราให้ได้

ooooooo

แต่ดูท่าแล้ว ความตั้งใจจริงของสรนุชจะเป็นหมัน เจนจิราไม่ยอมให้อภัย แม้แต่หน้าสรนุช เธอยังไม่อยากจะมอง สรนุชพยายามอย่างยิ่งจะชนะใจเจนจิราให้ได้ จนกระทั่งคํ่าวันหนึ่งโอกาสเหมาะ สรนุช เจอสมหญิงกำลังจะยกถาดใส่อาหารคํ่าไปให้เจนจิรา ที่บ้านพัก อาสาจะยกไปให้เอง ทีแรกสมหญิงไม่ยอม เกรงหัวหน้ารู้เข้าจะโดนดุ แต่ทนสรนุชรบเร้าไม่ไหว ในที่สุดก็ยอมยกถาดใส่อาหารให้สรนุช...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านพักของเจนจิรา ใจเด็ดดูแลปูที่หลับที่นอนให้เจนจิราเสร็จ ยัยหน้าซื่อใจคดชวนเขานอนที่นี่ด้วยกัน อ้างไม่กล้านอนคนเดียว ใจเด็ดอึดอัดใจมาก แต่ไม่อยากทำร้ายจิตใจคนป่วย ต่อรองถ้าเธอกลัวจนนอนคนเดียวไม่ได้ เขาจะไปตามสมหญิงมานอนเป็นเพื่อน เจนจิราดื้อดึงจะให้ใจเด็ดมานอนกับเธอให้ได้

“เจน...เจนก็รู้ว่าพี่ทำอย่างนั้นไม่ได้ มันไม่สมควร” ใจเด็ดปราม

“ไม่สมควรเพราะเจนไม่ใช่คุณนุชใช่ไหมคะ” เจนจิราไม่สบอารมณ์ ยิ่งใจเด็ดพยายามอธิบายให้ฟังว่า ตอนนี้สรนุชไม่ใช่พวกคาบาตี้อีกต่อไปแล้ว เจนจิรายิ่งโกรธ เอามือปิดหูไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น

“เดี๋ยวพี่ให้สมหญิงมานอนเป็นเพื่อนแล้วกัน” ใจเด็ดถอนใจแล้วผละจากไป เจนจิราร้องเรียกให้กลับมาก่อน แต่ใจเด็ดไม่สนใจ เจนจิราโมโห พาลโทษว่า เป็นเพราะสรนุชทำให้พี่ใจเด็ดของเธอเป็นแบบนี้

สักพัก มีเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินขึ้นมาบนที่พัก เจนจิราดีใจคิดว่าใจเด็ดกลับมาง้อรีบเข็นรถเข็นไปรอที่ประตูห้อง กลายเป็นสรนุชเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับยกถาดใส่อาหารมื้อเย็นมาให้ เจนจิราปฏิเสธทันทีว่าไม่หิว สรนุชไม่อยากให้เราสองคนหมางใจกัน ถ้ามี อะไรที่พอจะทำให้เจนจิรายอมเป็นเพื่อนกับเธอได้ เธอยอมทุกอย่าง

“ถ้าเธออยากเป็นเพื่อนกับฉันจริงๆ เธอก็ต้องเลิกยุ่งกับพี่ใจเด็ด...ฉันไม่ขอเธอเยอะไปใช่ไหม”

“เจน...ฉันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขานะ”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ฉันเป็นแบบนี้จะมีใครมาสนใจ เธอไม่มีพี่ใจเด็ด เธอก็สามารถมีชีวิตต่อไปได้...แต่ฉัน...ฉันไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปถ้าไม่มีเขา” เจนจิรามองสบตาสรนุชอย่างจริงจัง สรนุชคิดหนักจะทำอย่างไรดี...

ด้านใจเด็ดกลับถึงห้องพักอย่างเหนื่อยล้า เห็นเสื้อที่ซื้อให้สรนุชวางอยู่บนโต๊ะ ตัดสินใจคว้าเสื้อจะไปที่เรือนรับรอง ระหว่างทางเจอสรนุชเพิ่งกลับจากที่พักของเจนจิรา ต่างฝ่ายต่างชะงัก ใจเด็ดตั้งสติได้ก่อน

“ผมกำลังจะไปหาคุณพอดี...วันนั้นที่ผมนัดคุณไปที่ริมน้ำ...”

“ตายจริง...ฉันลืมสนิทเลย อย่าบอกนะว่านายไป” สรนุชแสร้งว่าไม่ได้ไป “แล้วนายมีอะไรหรือเปล่า พูดกับฉันตอนนี้ก็ได้นะ”

ใจเด็ดอ้ำๆอึ้งๆไม่กล้าบอกความในใจ ได้แต่คืนเสื้อที่ซ่อมเสร็จแล้วให้ สรนุชแอบผิดหวังคิดว่าเขาจะสารภาพรักกับเธอ ในเมื่อเขาไม่ได้มีใจให้ เธอจึงตัดสินใจบอกไปว่าพรุ่งนี้จะกลับกรุงเทพฯ ใจเด็ดใจกระตุกวูบ

“เอ่อ...ผมนึกว่าคุณจะอยู่นานกว่านี้”

“อย่าเลยค่ะ อยู่ไปฉันก็ไม่ได้ทำอะไร คุณเองก็ต้องดูแลเจน แล้วอีกอย่างฉันว่างงานมานาน คงต้องกลับไปหางานทำแล้ว...เอ่อ...ฉันไปก่อนนะ ยังไม่ได้เก็บของเลย” สรนุชพูดจบ รีบกลับที่พัก ใจเด็ดได้แต่ยืนอึ้ง

ไม่นานนัก สรนุชกลับเรือนรับรอง อรอนงค์กับสุบินรีบเข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่า เจนจิราทำอะไรเธอหรือเปล่า สรนุชไม่ตอบพยายามข่มความเสียใจเอาไว้

“ฉันเข้าไปเก็บกระเป๋าก่อนนะ พรุ่งนี้ฉันจะกลับกรุงเทพฯ” สรนุชว่าแล้วเดินเข้าห้องนอนไปเลย ทิ้งสุบินกับอรอนงค์ให้มึนตึบอยู่ตรงนั้น ทันทีที่ปิดประตูห้องนอน สรนุชทรุดตัวลงนั่งพิงประตูอย่างหมดเรี่ยวแรง ยิ่งคิดถึงคำพูดของเจนจิราที่ขอใจเด็ดจากเธออย่างหน้าด้านๆ ยิ่งทำให้สรนุชเจ็บปวดใจ กลั้นน้ำตาไม่อยู่

ooooooo

ได้เวลาที่สรนุชกับพวกต้องกลับกรุงเทพฯ เหล่ากระบือบาลมารอส่งพวกเธอขึ้นรถ ใจเด็ดยังคงอมพะนำไม่สารภาพความในใจให้สรนุชรู้ มีเพียงคำอวยพรให้เธอโชคดีเท่านั้น เกริกไกรอดสงสัยไม่ได้ว่าเพื่อนรักไปทำอะไรให้สรนุชโกรธถึงได้รีบร้อนกลับกรุงเทพฯ ใจเด็ดไม่ได้พูดอะไรเลย อยู่ๆเธอก็บอกว่าจะกลับกรุงเทพฯ

“แล้วแกจะปล่อยให้คุณนุชไปอย่างนี้เหรอวะ  แกยังไม่ได้บอกความในใจเลยนะเว้ย”

“ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะหมอ เธอไปแล้ว”

“ไอ้เด็ด...ฉันไม่ได้แช่งนะ ถ้าคุณนุชเกิดอุบัติเหตุเป็นอะไรไป หรือแกอาจจะโดนงูกัด นํ้าร้อนลวกเป็นอะไรไป แกไม่เสียใจเหรอวะที่ไม่ได้พูดให้คุณนุชรู้” เกริกไกรพูดจบ ยื่นกุญแจรถให้ ใจเด็ดมองกุญแจอยู่อึดใจ ก่อนจะคว้ามัน ตรงไปที่รถรีบขับตามหวังจะให้ทัน แต่ต้องผิดหวัง รถของสรนุชกับพวกไปไกลแล้ว...

ทางด้านสรนุชนั่งเงียบไม่พูดไม่จาตั้งแต่ออกจากหนองระบือยันถึงกรุงเทพฯ แต่พอเห็นหน้าคุณหญิงเลิศ–หล้าเท่านั้น โผกอดร้องไห้โฮ คุณหญิงเลิศหล้าตกใจ ลูกเป็นอะไรไปใครทำให้ร้องไห้ สรนุชไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ คุณหญิงเลิศหล้าร้อนใจ หันไปคาดคั้นอรอนงค์กับสุบินให้บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกของเธอ ทั้งคู่ได้แต่มองหน้ากันไม่รู้จะตอบอย่างไรดี...

สรนุชเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนอน คุณหญิงเลิศหล้าทนเห็นลูกเสียใจร้องไห้เป็นเผาเต่าไม่ไหว เข้ามาหาที่ห้องดึงลูกมากอดปลอบใจ ถามว่ารักใจเด็ดมากหรือ สรนุชนิ่งไม่ตอบ

“แม่ไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรระหว่างลูกกับใจเด็ด รู้แต่ว่า ถ้าวันนี้ลูกอยากจะระบายมันออกมาลูกก็ทำเถอะ แม่อยู่นี่แล้ว” คุณหญิงเลิศหล้าลูบหัวลูกด้วยความรัก สรนุช นํ้าตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง

“หนูทำถูกแล้วใช่ไหมคะ ถ้าหนูกับเขารักกัน จะต้องมีอีกคนที่เสียใจ” สรนุชพูดไปสะอื้นไป

“ลูกก็เลยเลือกให้ตัวเองเป็นฝ่ายเสียใจ...ไม่เป็นไรนะ ...ความรักจะมีทางออกของมันเอง เชื่อแม่สิ” คุณหญิงเลิศหล้ากอดลูกไว้แนบอก  หัวใจแทบจะสลายไปกับลูกด้วย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"
14 มิ.ย 2564

23:55 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 04:20 น.