ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

กระบือบาล ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ จ.สุรินทร์ที่เน้นการวิจัยและเพาะพันธุ์ควายเป็นหลัก ขณะที่ใจเด็ด หัวหน้าสถานีฯหนุ่มผู้มุ่งมั่นและมีใจรักควายอย่างเข้าเส้นกับภิรมย์และเจนจิราผู้ช่วยของเขากำลังช่วยกันทำประวัติควายฝูงใหม่ที่เพ่ิงมาถึง โดยแยกตัวที่กำลังเป็นสัดหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ขึ้นเปรี้ยว” ออกจากฝูงแล้วส่งไปให้เกริกไกร สัตวแพทย์ประจำสถานีฯเตรียมผสมเทียม มีเสียงประกาศทางเครื่องขยายเสียงเรียกให้ใจเด็ดไปรับโทรศัพท์

“พี่ฝากด้วยนะเจน” หัวหน้าสถานีฯหนุ่มสั่งสีหน้าดีใจ แล้วจ้ำพรวดๆไปยังสำนักงานของสถานีฯ

เจนจิรามองตามใจเด็ด ภาวนาขอให้โทรศัพท์สายนี้เป็นข่าวดีที่พวกเขาเฝ้ารอคอยกันมานาน...

เสียงภาวนาของเจนจิราคงไม่เป็นผล สายที่ใจเด็ดไปรับกลายเป็นข่าวร้ายเพราะทางส่วนกลางโทร.มาแจ้งว่างบประมาณที่จะมาลงที่นี่ต้องขอเลื่อนออกไปอีก เพราะต้องเอาเงินไปฟื้นฟูจังหวัดที่โดนน้ำท่วมก่อน

“แล้วเราล่ะพี่...เราก็ต้องใช้เหมือนกัน ควายคอกตาก่ำเมื่อเช้าก็กี่ตัวแล้ว” เจนจิราโอดครวญ

“แต่ตอนนี้จังหวัดอื่นที่โดนน้ำท่วมเขาแย่กว่าเรานะเจน...เราเป็นคนไทยเหมือนกันอะไรช่วยได้ก็ต้องช่วย” ใจเด็ดไม่วายแก้ตัวแทนส่วนกลางทั้งๆที่ในใจก็คิดเหมือน
กับเจนจิรา

“ฉันเข้าใจนะเพื่อน...แต่แกช่วยเขาแล้ว...แล้วใครจะมาช่วยแกวะ” เกริกไกรทักท้วง ใจเด็ดนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ฝากเกริกไกรช่วยดูแลทางนี้ด้วย เขามีธุระต้องเข้ากรุงเทพฯ แล้วคว้าเสื้อกับหมวกเดินออกไปจะขึ้นรถกระบะคันเก่าที่จอดอยู่ เกริกไกรรีบวิ่งตามมาคว้าประตูรถไว้ก่อนใจเด็ดจะทันปิด

“แกจะไปขอยืมเงินพ่อแกอีกใช่มั้ย” เกริกไกรดักคออย่างรู้ทัน ใจเด็ดไม่ตอบดึงประตูรถจะปิด เกริกไกรยื้อไว้ขอร้องให้ใจเด็ดเลิกแบกทุกอย่างไว้บนบ่าตัวเองคนเดียวได้แล้ว ควรจะบอกให้ทุกคนรู้ว่ากำลังเผชิญสถานการณ์อะไรอยู่ และไม่ใช่มีแต่ใจเด็ดคนเดียวเท่านั้นที่รักควาย พวกเราที่นี่ต่างก็รักมันเหมือนกัน จังหวะนั้น ภิรมย์วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาเกริกไกร ขอร้องให้ไปช่วยสายัณห์ด้วย นักศึกษาปริญญาโทที่มาทำงานวิจัยกำลังจะฆ่ามัน...

ครู่ต่อมา ใจเด็ด เกริกไกร และภิรมย์วิ่งมาถึงทุ่งนา เห็นนักศึกษาคนนั้นกำลังเตะควายชื่อสายัณห์ที่นอนหายใจถี่ๆอยู่กับพื้น ใจเด็ดไม่พอใจตะโกนถามลั่นว่ากำลังทำอะไร นักศึกษาหันมองตามเสียงเห็นใจเด็ดหน้าตาเอาเรื่องรีบเปลี่ยนท่าที อ้างไม่รู้ว่าสายัณห์เป็นอะไรอยู่ๆก็ล้มลงไปนอน เกริกไกรรีบวิ่งเข้าตรวจอาการสายัณห์

“สายัณห์กำลังจะเป็นลม...ภิรมย์หาน้ำมาราดตัวมันให้หน่อย”

ใจเด็ดโกรธจัดต่อว่านักศึกษาที่ใช้สายัณห์ไถนาตั้งแต่เช้ายันเที่ยงโดยที่ไม่ได้ให้มันได้แช่ตัวในปลักโคลนควายทนความร้อนนานๆแบบนั้นไม่ได้ ถึงได้จะเป็นลม นักศึกษาสวนทันที

“ก็ผมกำลังทำวิจัยหัวข้อเรื่องความอดทนของควาย ถ้าผมไม่ใช้มันแล้วจะรู้ได้ยังไง”

หัวหน้าสถานีฯหนุ่มหมดความอดทน สั่งให้นักศึกษาเก็บข้าวของตัวเองที่ตกอยู่ที่พื้นแล้วไปจากที่นี่ ที่เขาให้นักศึกษามาทำวิจัยเรื่องควายเพราะดีใจที่มีคนสนใจ แต่กลับมาทำร้ายควายแบบนี้เขารับไม่ได้ นักศึกษาไม่พอใจที่ใจเด็ดไล่ตนเองเพียงเพราะควายเป็นลม ต่อว่าฉอดๆ แล้วคว้าข้าวของเดินจากไปอย่างหัวเสีย

ใจเด็ดเข้าไปช่วยเกริกไกรปฐมพยาบาลสายัณห์ด้วยความเป็นห่วง เหลือบเห็นมันนอนทับสมุดบันทึกเล่มหนึ่งอยู่ เขาดึงสมุดขึ้นมาเปิดดู เห็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาและเจ้าหน้าที่ที่นี่ทุกคน ซ้ำยังมีเบอร์ติดต่อที่บ่งบอกว่านักศึกษาคนนั้นเป็นคนของบริษัท สยามบาคาตี้ ใจเด็ดขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่โรงงานผลิตรถไถของบริษัท สยามบาคาตี้ชานกรุง สรนุช วิศวกรสาวของโรงงานกำลังหน้าดำคร่ำเครียดทดสอบความทนทานของรถไถตอนที่ ณวัต ลูกชายเจ้าของบริษัทและแฟนหนุ่มของเธอ หอบดอกไม้ช่อใหญ่เข้ามาหา พร้อมกับขอให้เธอไปพบสมพล พ่อของเขาที่ห้องทำงานของท่านซึ่งอยู่ที่ตึกใหญ่ด้านหน้าโรงงาน โดยไม่ยอมบอกว่าไปพบเรื่องอะไร บอกแค่มีเรื่องจะเซอร์ไพรส์ แล้วขอตัวไปรอที่นั่นก่อน

สรนุชคิดไปใหญ่โต ยิ่งได้แรงยุจากอรอนงค์ พนักงานบัญชีประจำบริษัทและเป็นเพื่อนรักของเธอว่าเรื่องเซอร์ไพรส์นั่นอาจจะเป็นเรื่องที่ณวัตกำลังจะขอสรนุชแต่งงานก็ได้ วิศวกรสาวยิ่งใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้นถึงขนาดยืนซ้อมระหว่างรอลิฟต์จะต้องตอบอย่างไรดีถ้าณวัตขอแต่งงาน โดยไม่ทันเห็นลิฟต์มาหยุดตรงหน้าเมื่อไหร่ไม่รู้ ผู้คนในลิฟต์พากันมองเธอเป็นตาเดียวกัน สรนุชทำไม่รู้ไม่ชี้เดินเข้าลิฟต์ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

ความฝันของสรนุชต้องกลายเป็นหมัน  เมื่อเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ว่ากลายเป็นการเลื่อนตำแหน่งให้เธอจากวิศวกรโรงงานเป็นผู้บริหารฝ่ายขาย พิภพหนึ่งในผู้บริหารไม่เห็นด้วย เพราะสรนุชไม่มีประสบการณ์ด้านการขายแม้จะรู้จักรถไถดีแค่ไหนก็ตาม ณวัตไม่พอใจมากโต้เถียงกับพิภพอย่างไม่มีใครยอมใคร สรนุชโพล่งขึ้นทันที

“ไม่ต้องทะเลาะกันหรอกค่ะ...นุชต้องขอบคุณท่านมากที่ให้ความไว้วางใจ แต่นุชคิดว่านุชคงไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้ ขอบคุณค่ะ” สรนุชยกมือไหว้สมพล แล้วออกจากห้อง ณวัตวิ่งตามมาขอร้องให้ฟังเขาอธิบายก่อน เขารู้ว่าสรนุชคงยังไม่ทันตั้งตัวเลยยังไม่รู้จะทำตัวอย่างไร แต่ขอให้กลับไปคิดดูอีกครั้งหนึ่งก่อนจะปฏิเสธ ความจริงแล้วเรื่องเลื่อนตำแหน่งคราวนี้เขาเป็นคนบอกพ่อเอง สรนุชมองชายหนุ่มแปลกใจ

“ต่อไปถ้าเราได้แต่งงานกัน วัตไม่อยากให้คนอื่นมองว่านุชเป็นแค่วิศวกรโรงงาน วัตไม่อยากให้คนอื่นมองนุชอย่างนั้น” ณวัตว่าแล้วจับมือสรนุชขึ้นมากุมไว้ถามว่าหายโกรธเขาหรือยัง สรนุชไม่ได้โกรธอะไรเขาสักหน่อย ณวัตไม่เชื่อ ถ้าไม่โกรธแล้วทำไมไม่เห็นยิ้มเลย สรนุชถึงได้ยิ้มออก

“ต้องอย่างนี้สิครับ...แล้วเดี๋ยวเย็นนี้วัตไปรับนะครับ” ณวัตยิ้มตอบอย่างอบอุ่นก่อนจะผละจากไป สรนุชมองตาเคลิ้ม แล้วนึกขึ้นมาได้ ลืมถามเขาว่าจะรับเธอไปไหน

ooooooo

ใจเด็ดไม่ยอมปล่อยให้สายลับที่บริษัท สยาม-คาบาตี้ส่งเข้ามาสืบเรื่องของพวกตนลอยนวลไปได้ง่ายๆ หลังจากรวมพลเหล่ากระบือบาลและพวกชาวบ้านได้จำนวนหนึ่งแล้ว พากันมายืนส่งเสียงประท้วงหน้าบริษัท สยามคาบาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์ โชคชัย นายก อบต.แวะมาคุยกับ ผจก.ที่นั่นพอดี ได้ยินเสียงเอะอะออกมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใจเด็ดลงจากท้ายรถกระบะเข้าไปบอกโชคชัยว่า

“พวกเรามาทวงความยุติธรรมให้ควายของเรา บาคาตี้ส่งคนเข้ามาสืบข้อมูลแล้วยังทำร้ายควายของเรา”

ทีแรก ผจก.ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เป็นความจริง แต่พอใจเด็ดกับพวกจับตัวพนักงานที่ปลอมเป็นนักศึกษาเข้าไปสืบข้อมูลได้ ผจก.เถียงไม่ออก ใจเด็ดไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ขอแค่ให้พนักงานคนนั้นกับ ผจก.กราบขอโทษสายัณห์ก็พอ ผจก.ไม่ยอม หันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากโชคชัย แต่กลับถูกเขาเกลี้ยกล่อม

“ผมว่าทำตามที่พวกเขาต้องการเถอะ ผจก.”

ผจก.ยอมเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าสายัณห์พร้อมกับพนักงานคนนั้น แล้วทั้งคู่ก้มกราบ เหล่ากระบือบาลพากันส่งเสียงโห่ร้องด้วยความสะใจ ยกเว้นใจเด็ดที่มองภาพตรงหน้าสีหน้าเคร่งเครียด รู้ดีว่าเรื่องคงไม่จบง่ายๆ...

จากนั้น เหล่ากระบือบาลต่างกลับมาฉลองชัยชนะกันที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ด้วยการร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ยกเว้นใจเด็ดที่ไม่ได้ดีใจกับชัยชนะครั้งนี้ ระหว่างนั้น โชคชัยเข้ามาขอคุยธุระส่วนตัวกับใจเด็ด ทันทีที่อยู่กันตามลำพัง ใจเด็ดออกตัวว่าพวกตนไม่ได้เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน โชคชัยไม่ได้มาเพื่อเอาผิดเรื่องนั้น

“ถ้าเช่นนั้นนายกฯก็คงมาบอกให้ผมเลิกเลี้ยงควายแล้วหันไปใช้รถไถเหมือนทุกครั้ง พวกนั้นให้เงินเท่าไหร่”

“ใจเด็ด...นายอย่าดูถูกฉันเกินไป ฉันไม่เคยรับเงินของพวกคาบาตี้”

ใจเด็ดอดสงสัยไม่ได้ถ้าโชคชัยไม่เคยรับเงิน แล้วทำไมถึงพยายามให้เขากับชาวบ้านหันไปใช้รถไถแทนควาย โชคชัยแค่ต้องการให้ชาวนาได้ผลผลิตมากขึ้น ก็เห็นๆกันอยู่ว่าทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปถึงไหนแล้ว

“แล้วทำไมเราต้องเปลี่ยนตามโลก ในเมื่อมันเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่เลวร้ายกว่า...นายกฯกลับไปเถอะ ยังไงผมก็ไม่ยอมให้ชาวบ้านหันไปใช้รถไถพวกนั้นเด็ดขาด...เพื่อนควายของผมต้องไม่ตกงาน” น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวของใจเด็ดทำให้โชคชัยถึงกับถอนใจเหนื่อยใจ...

หลังจากโชคชัยกลับไปแล้ว ใจเด็ดเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯอย่างที่ตั้งใจไว้ ก่อนจะไป เขาเตือนเกริกไกรเพื่อนรักอย่าเพิ่งหลงระเริงกับชัยชนะในวันนี้ ต่อไปพวกสยามคาบาตี้ต้องใช้วิธีสกปรกกว่าเดิมมาเล่นงานพวกเราแน่ๆ ยิ่งใกล้ฤดูไถหว่านเข้ามา พวกเรายิ่งต้องระวังตัวมากขึ้น

“ไม่ว่าพวกมันจะใช้วิธีไหน แต่พวกเราก็พร้อมที่จะสู้กับแก แกไปกรุงเทพฯอย่างสบายใจได้ ฉันจะดูแลที่นี่ยิ่งกว่าชีวิตของฉัน” เกริกไกรว่าแล้วยื่นมือออกมา สองหนุ่มจับมือกันเหมือนเป็นสัญญาของลูกผู้ชาย

ooooooo

กว่ารถกระบะคันเก่าบุโรทั่งของใจเด็ดจะมาถึงบ้านใจจอมพ่อของเขาที่กรุงเทพฯ ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว ใจเด็ดต้องแปลกใจที่วันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปีของพ่อปีนี้ มีงานเลี้ยงฉลองอย่างเอิกเกริก รปภ.หน้าใหม่ซึ่งเพิ่งมาทำงานที่นี่เห็นสภาพซอมซ่อของทั้งรถทั้งคนจึงไม่ยอมเปิดประตูรั้วให้เข้า ซ้ำยังหาว่าใจเด็ดเป็นพวกโจรที่ชอบแอบเข้ามาขโมยของในงานเลี้ยง แล้วเป่านกหวีดเรียกพรรคพวกให้มาช่วยกันจับตัวส่งตำรวจ
ใจเด็ดเห็นท่าไม่ดี กลับขึ้นรถรีบถอยออกไปแทบไม่ทัน เกือบจะชนรถหรูที่แล่นมาด้านหลัง พอเห็นว่าพ้นสายตา รปภ.แล้ว ชายหนุ่มรีบเบนรถจอดแถวซอยเปลี่ยวใกล้ๆมองไปยังตัวบ้านหรูเบื้องหน้า

“ทุกทีไม่จัด...มาจัดทำไมปีนี้กันครับพ่อ...เฮ้อ...เอาไงดีวะเรา” ใจเด็ดสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเหลือบไปเห็นเชือกจูงควายท้ายกระบะ แล้วหันมองไปทางบ้านหรูอีกครั้งด้วยแววตามุ่งมั่น...

ขณะที่ใจเด็ดกำลังหาทางหลบเข้าบ้านพ่อตัวเอง สรนุชกำลังลองชุดสวยให้ณวัตช่วยดูอยู่ในห้างฯหรูกลางกรุงด้วยท่าทางเขินๆ หญิงสาวติว่าชุดนี้ดูลิเกไปหน่อย แต่ณวัตกลับเห็นตรงข้ามชมไม่หยุดปากว่าสวย คนถูกชมต้องหลบสายตาด้วยความเขิน จังหวะเดียวกันนั้น ณวัตเหลือบเห็นสาวหมวย สวย เอ็กซ์ เดินผ่านหน้าร้าน ด้วยนิสัยเจ้าชู้เป็นทุนเดิม เขารีบเปลี่ยนคำพูดเป็นเออออเห็นด้วยกับสรนุช แล้วคว้าชุดที่แขวนอยู่ใกล้มือยื่นให้

“นุชลองชุดนี้ดูนะครับ...ลองเปลี่ยนมาให้ผมดูใหม่” ณวัตว่าแล้วรีบดันตัวสรนุชไปทางห้องลองเสื้อ หญิงสาวรับชุดอย่างงงๆ ทันทีที่เธอพ้นสายตา ณวัตรีบพุ่งออกจากร้าน ตามสาวสวยคนนั้นจนทัน เห็นเธอมัวแต่ก้มหน้าก้มตากดมือถือไม่สนใจใคร เขาแกล้งเดินชน แล้วใช้ความเจ้าเล่ห์หลอกล่อจนได้เบอร์มือถือของเธอ...

ด้านสรนุชสวมชุดใหม่เสร็จเดินออกมาจะให้แฟนหนุ่มดู แต่ไม่เห็นแม้เงา สอบถามพนักงานในร้านได้ความว่าเดินออกไปข้างนอก สรนุชจะเดินตามแต่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่จ่ายค่าชุด รีบหยิบเครดิตการ์ดมาจ่ายแล้วเดินตามหาณวัต เห็นกำลังยืนยิ้มให้มือถือในมือตัวเอง เธอเข้าไปสะกิดเรียก เขาถึงกับสะดุ้งโหยง มือถือแทบหลุดมือ

พอตั้งสติได้ ณวัตคิดหาทางชิ่งไปหาสาวสวยคนเมื่อครู่ จึงแต่งเรื่องว่าพ่อของเขาโทร.มาบอกว่าไม่สบายมาก เส้นเลือดในสมองแตก สรนุชตกใจ ขอยกเลิกงานเลี้ยงที่จะต้องไปกับณวัตคืนนี้

“ไม่ได้นะครับ...คือ...พ่อผมสั่งไว้ว่างานเลี้ยงคืนนี้สำคัญมาก ยังไงนุชต้องไปให้ได้”

สรนุชชักเอะใจ ทำไมคนเส้นเลือดในสมองแตกถึงพูดได้ ณวัตแก้ตัวเป็นพัลวันว่าพ่อของเขาเป็นคนอึด เธอเองก็รู้ดี แล้วเร่งให้สรนุชรีบไปงานเลี้ยง ส่วนเขาจะไปดูแลพ่อเอง หญิงสาวยังไม่ทันอ้าปากจะค้าน ณวัตตีหน้าเศร้า เล่นสมบทบาทจนสรนุชเชื่อสนิทใจ ยอมไปงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของใจจอมเพียงลำพัง

ooooooo

ในที่สุด ใจเด็ดหาทางลัดเลาะปีนข้ามกำแพงบ้านเข้าไปถึงห้องทำงานของพ่อจนสำเร็จโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าสัญญาณกันขโมยที่ติดตั้งภายในห้องเริ่มทำงาน ใจเด็ดเดินมาถึงโต๊ะทำงานพ่อถึงกับใจแป้วเมื่อเห็นรูปถ่ายของทุกคนวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะยกเว้นรูปของเขา ชายหนุ่มสลัดเรื่องส่วนตัวทิ้ง แล้วหันมาจัดการธุระสำคัญคือค้นหาโฉนดที่ดินของเขา พบอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานพร้อมกับรูปถ่ายของเขาที่ถูกยัดไว้ในลิ้นชักส่วนที่ลึกที่สุด

ทันใดนั้น เสียงสัญญาณกันขโมยแผดเสียงลั่น รปภ.ประจำบ้านกรูกันออกจากศูนย์รักษาความปลอดภัย สรนุชกำลังเปิดกระโปรงท้ายรถหยิบกระเช้าของขวัญถูก รปภ.ที่วิ่งกันวุ่นวายชนจนเซ รปภ.รีบขอโทษเป็นการใหญ่ หญิงสาวได้ที สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“มีผู้บุกรุกห้องคุณใจจอมน่ะครับ” รปภ.พูดจบ วิ่งตาม รปภ.คนอื่นๆไปทางตัวบ้าน สรนุชมองตามอย่างสนใจ ก่อนจะเดินตรงไปยังสระว่ายน้ำซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง โดยลืมเปิดฝากระโปรงท้ายรถทิ้งไว้...

ที่บริเวณสระว่ายน้ำ แขกเหรื่อมองเหล่า รปภ.ที่วิ่งวุ่นอย่างสงสัย ใจเพชรพี่ชายของใจเด็ด ปราดเข้ามารายงานใจจอมกับหทัย พ่อและแม่ของเขาว่า มีคนบุกรุกเข้าไปในห้องทำงานของพ่อ ตอนนี้ รปภ.กำลังตามจับกันอยู่ ใจจอมรีบวางแก้วเครื่องดื่มแล้วเดินนำลูกชายคนโตไปยังตัวบ้าน...

ทางด้านใจเด็ด ยังไม่ทันจะหนีพ้นตัวบ้านต้องวิ่งกลับไปยังห้องทำงานของพ่ออีกครั้งเพราะเจอ รปภ.ขวางทางออก เขาปิดประตู ล็อกกลอนแล้วตรงไปที่หน้าต่าง ก่อนจะปีนหนี แต่ถูก รปภ.อีกกลุ่มหนึ่งดักอยู่ด้านล่าง ใจเด็ดตัดสินใจวิ่งหนีเข้าไปในงานเลี้ยง โดยมีกลุ่ม รปภ.ไล่ตามไปติดๆ ทันทีที่เขาวิ่งฝ่าพุ่มไม้เข้ามาถึงบริเวณจัดงาน เจอใจจอมและใจเพชรพอดี ต่างฝ่ายต่างชะงัก ใจเด็ดตั้งสติได้ หันกลับไปอีกทางหนึ่ง

อารามรีบร้อนไม่ทันดู ชายหนุ่มชนสรนุชโครมทั้งคนทั้งกระเช้าของขวัญตกสระว่ายน้ำ เสียงกรีดร้องของหญิงสาวทำให้คนทั้งงานหันมองเป็นตาเดียวกันรวมทั้งหทัยซึ่งจำลูกชายคนเล็กของตัวเองได้ทันที

ใจเด็ดมองหญิงสาวที่โผล่พรวดขึ้นจากน้ำ อยากจะลงไปช่วยแต่ทำไม่ได้เพราะทั้งพ่อทั้งพี่ชายแถม รปภ.หลายคนกำลังดาหน้ากันเข้ามา เขาได้แต่ตะโกนขอโทษหญิงสาวแล้ววิ่งหนีไปทางหน้าบ้าน จนมาถึงประตูรั้วจะหนีออกไปทางนั้นแต่มันปิดเสียก่อน ยืนหันรีหันขวางไม่รู้จะหลบไปทางไหน เห็นฝากระโปรงท้ายรถคันหนึ่งเปิดอยู่ ใจเด็ดรีบวิ่งเข้าไปซ่อนตัวแล้วดึงฝากระโปรงลงพอให้มีช่องแอบมองพวก รปภ.ที่วิ่งตาม...

อีกมุมหนึ่งของงานเลี้ยง หทัยส่งผ้าเช็ดตัวให้สรนุชพร้อมกับคำขอโทษ สรนุชอดแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมหทัยต้องขอโทษเธอด้วยในเมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของหทัยสักหน่อย

“ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ ก็ผู้ชายคนนั้นเป็น...”

หทัยยังพูดไม่ทันจบประโยคว่าผู้ชายคนนั้นเป็นลูกชายของเธอ ใจจอมชิงห้ามเสียก่อน สรนุชยิ่งสงสัยมากขึ้น หรือว่าครอบครัวของใจจอมรู้จักผู้ชายคนนั้น ใจจอมอึกๆอักๆขึ้นมาทันที

“เอ่อ...ก็เป็นพวกโจรกระจอกน่ะ...ไม่มีอะไรหรอกครับ”

หทัยไม่พอใจที่สามีเรียกลูกตัวเองว่าเป็นโจรกระจอกอ้าปากจะต่อว่า แต่ใจเพชรชิงตัดบท ขอโทษสรนุชสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วฝากคำขอบคุณไปให้สมพลด้วยที่อุตส่าห์ส่งกระเช้าของขวัญมาให้ สรนุชจึงขอตัวกลับ ใจจอมมองตามแล้วกวาดตามองไปรอบๆงานเลี้ยงที่เละราวกับโดนระเบิดลงกลางงานอย่างแค้นใจ

“ไอ้ลูกเวร...แกต้องการให้ฉันตายในงานวันเกิดตัวเองหรือไง...เพชร...จับมันมาให้พ่อให้ได้ มันกับพ่อ

มีเรื่องต้องคุยกัน” ใจจอมเสียงกร้าว ขณะที่หทัยหน้าเครียดเป็นห่วงใจเด็ดเช่นเดียวกับใจเพชร...

ฝ่ายใจเด็ดรอจนทุกอย่างเงียบสงบ ค่อยๆแง้มฝากระโปรงรถขึ้นดู พอเห็นปลอดคนขยับจะลง แต่ต้องมุดกลับลงไปอย่างเดิมเพราะเห็นสรนุชในสภาพเปียกมะลอกมะแลกเดินตรงเข้ามา และต้องตกใจยิ่งขึ้นเมื่อรถคันที่เขาแอบอยู่เป็นของหญิงสาวที่เขาชนตกน้ำ สรนุชกดรีโมตเปิดประตูรถ เสียงสัญญาณกันขโมยในรถดังขึ้น ถึงได้รู้ว่ากระโปรงท้ายรถไม่ได้ปิด จึงเดินไปยกฝากระโปรงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกระแทกปิด ไม่ทันเห็นใจเด็ดซ่อนอยู่

ชายหนุ่มถอนใจโล่งอก แล้วนึกขึ้นได้ว่าตัวเองติดอยู่ท้ายรถที่ฝากระโปรงปิดสนิทถึงกับร้องลั่น สรนุชสตาร์ตรถ แล้วขับออกไปโดยไม่รู้ว่ามีใจเด็ดติดอยู่ท้ายรถ จนกระทั่งได้ยินเสียงทุบฝากระโปรงท้ายดังปังๆขึ้น เธอรีบเบนรถจอดข้างทาง แล้วกดที่เปิดฝากระโปรงท้าย ใจเด็ดกำลังอาละวาดอยู่ท้ายรถ ถึงกับชะงักที่เห็นฝากระโปรงเปิดรีบขยับจะลงเป็นจังหวะเดียวกับสรนุชมาที่ท้ายรถพอดี ต่างฝ่ายต่างตกตะลึง

“แก...ไอ้...ไอ้โจรบ้า...แกมาทำอะไรในรถฉัน” สรนุชร้องลั่น

ใจเด็ดพยายามจะอธิบาย แต่เธอไม่ฟัง ปิดฝากระโปรงกระแทกอย่างแรงโดนหัวใจเด็ดเต็มๆถึงกับเห็นดาวระยิบระยับก่อนสติจะดับวูบ พอฟื้นขึ้นมาอีกทีใจเด็ดถึงได้รู้ว่าสรนุชขับรถพาเขามายังโรงพัก ตำรวจช่วยกันล้อมจับใส่กุญแจมือ เขาพยายามอธิบายให้ตำรวจฟังว่าเป็นลูกของใจจอมไม่ใช่เป็นคนร้ายแต่ไม่มีใครเชื่อ

ooooooo

ที่บ้านร้างชานกรุงแห่งหนึ่งซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายละคร อรอนงค์รอจนเกือบเที่ยงคืน สุบิน ผู้กำกับละครเพื่อนรักของเธอ ถึงถ่ายละครฉากสุดท้ายเสร็จ แถมสรนุชที่นัดไว้ว่าจะโทร.มาหาก็ไม่เห็นโทร.มาสักที อรอนงค์นึกเป็นห่วงขึ้นมา เลยเป็นฝ่ายโทร.หาเอง แต่สรนุชไม่ยอมรับสาย สุบินได้ยินอรอนงค์บ่น แกล้งอำว่าที่สรนุชรับสายไม่ได้เพราะโดนไอ้พวกโรคจิตล้อมอยู่ อรอนงค์เถียงเสียงแข็ง ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงสรนุชยิ่งต้องรีบรับสาย

“เอ้า...ก็พวกนั้นมันแย่งมือถือยัยนุชไปไง”

อรอนงค์ชักเริ่มเชื่อรอสายสีหน้าเครียด ในที่สุดก็มีคนรับสาย แต่กลับเป็นเสียงผู้ชายพูด อรอนงค์บ้าจี้ตามสุบิน โวยใส่ผู้ชายคนนั้นหาว่าเป็นไอ้พวกคนร้าย แต่พอรู้ว่าเป็นสรยุทธพ่อของสรนุชรับสาย เธอถึงกับไปไม่เป็น

“แค่นี้นะ...ฉันกำลังอบรมลูกสาวฉันที่กลับบ้านดึกๆดื่นๆอยู่” สรยุทธตัดบท วางสายแล้วส่งมือถือคืนให้ สรนุชที่ทำท่าจะเดินขึ้นบ้าน จึงเอ็ดเสียงเขียวจะหนีไปไหน เขายังพูดกับเธอไม่เสร็จ

“พ่อคะ...หนูไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของพ่อนะคะ” สรนุชโต้ไม่ยอมแพ้

“พ่อก็ไม่ได้พูดในฐานะผู้บังคับบัญชา พ่อพูดในฐานะพ่อ”

“นี่แหละที่ทำให้หนูไม่อยากเป็นทหาร” สรนุชหน้างอขึ้นบ้าน สรยุทธได้แต่มองตามห่วงใย

ooooooo

ทันทีที่ตำรวจอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ ใจเด็ดโทร.ตามเกริกไกรให้มาหาที่กรุงเทพฯ แต่พูดยังไม่ทันจะรู้เรื่อง หมอเพื่อนซี้ดันวางสายไปเสียก่อน ใจเด็ดขัดใจ พาลโทษยัยตัวแสบที่เป็นต้นเหตุให้ตนต้องมานอนมุ้งสายบัว...

ใจเด็ดนั่งซึมอยู่ในห้องขังจนเกือบบ่าย จ่าเวรถึงได้เข้ามาแจ้งว่ามีคนมาประกันตัว แล้วไขประตูห้องขังเดินนำเขาออกมา เมื่อมาถึงโต๊ะจ่าเวร ใจเด็ดต้องแปลกใจที่พบว่าคนที่มาประกันตัวเขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพ่อกับแม่ของเขานั่นเอง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ห้องอาหารของบริษัทสยามคาบาตี้ ระหว่างที่สรนุชกำลังเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ให้อรอนงค์ฟังอย่างออกรส สมพลเดินเข้ามาถามไถ่สรนุชถึงงานเลี้ยงเมื่อคืนว่าคุณใจจอมว่าอะไรบ้างหรือเปล่าที่เขาไม่ได้ไปร่วมงาน ทั้งสองคนคุยกันไปคุยกันมาจนความแตก สรนุชจับได้ว่าณวัตโกหกเรื่องสมพลเส้นเลือดในสมองแตก หนำซ้ำไม่ได้ไปหาเขาอย่างที่อ้างถึง ถึงกับเดือดจัด ตามไปเอาเรื่องณวัตถึงห้องทำงาน

สมพลตามไปไกล่เกลี่ยแต่ไร้ผล สรนุชไม่เชื่อคำแก้ตัวของณวัตอีกต่อไปแล้ว เดินสะบัดกลับห้องทำงานตัวเอง สมพลเขกหัวลูกชายหนึ่งที ก่อนจะต่อว่าที่ไม่รู้จักระงับความกลัดมันของตัวเองเสียบ้าง และถ้าเขาทำให้สรนุชหายโกรธไม่ได้ ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก ณวัตขอร้องให้พ่อใจเย็นๆก่อน

“ใจเย็น?...แกไม่รู้รึไงว่าเรื่องนี้มันใหญ่แค่ไหน ตอนนี้โผทหารประจำปีกำลังจะออก แล้วถ้าเกิด พล.อ.สรยุทธได้ดิบได้ดีขึ้นมา ก็เท่ากับว่าทุกอย่างที่เราทำมาเสียเวลาเปล่า” สมพลโวยลั่น

“ไม่ต้องห่วงน่าพ่อ...นุชแค่งอนผมแหละ พ่อเชื่อผมสิ ยังไงผมก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปเด็ดขาด” ณวัตเชื่อมั่นในความหล่อและคารมคมคายของตัวเอง...

ในขณะที่สรนุชเริ่มเห็นธาตุแท้ของณวัต ใจเด็ดนั่งฟังพ่อของเขาด่าสาแก่ใจแล้วขยับลุกขึ้นทำท่าจะกลับ ใจจอมตวาดลั่นจะไปไหน ใครอนุญาตให้กลับ สองพ่อลูกปะทะคารมกันเหมือนเช่นเคยโดยมีหทัยกับใจเพชรคอยคุมเชิงไม่ให้ใจจอมลงมือกับใจเด็ด ทำให้ประมุขของบ้านไม่ค่อยพอใจที่ทั้งคู่คอยเข้าข้างใจเด็ด

“เมื่อคืนแกมาทำไม...ใจเด็ด”

“เอ่อ...ผมก็มาอวยพรวันเกิดพ่อไงครับ” สิ้นเสียงใจเด็ด หนังสือจากมือใจจอมพุ่งเข้าใส่ ดีที่เขาหลบทัน

“โกหก...ฉันรู้ว่าแกจะมาเอาโฉนดที่ดินผืนสุดท้ายของแกไปขายเพื่อช่วยควายพวกนั้นใช่มั้ย”

ใจเด็ดถึงกับอึ้งที่พ่อรู้ทัน ใจจอมยินดีจะให้โฉนดที่ดินผืนนั้น ถ้าใจเด็ดจะทิ้งควายพวกนั้นแล้วกลับมา

ทำงานให้เขา ใจเด็ดรู้ดีว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์ขอตัวกลับ เดินหน้าเครียดมาที่รถกระบะคู่ใจ หทัยวิ่งตามมายัดกล่องเครื่องเพชรใส่มือลูกชายคนเล็ก ใจเด็ดรับไว้ไม่ได้ เอากล่องเครื่องเพชรคืนแม่ ทันใดนั้นมีเสียงใจเพชรดังขึ้น

“แต่แกคงจะรับนี่จากฉันได้...คราวที่แล้วฉันให้ค่าที่ดินแกถูกไปหน่อย ส่วนนี้ถือว่าฉันให้เพิ่มก็แล้วกัน” ใจเพชรว่าแล้วยื่นเช็คเงินสดหนึ่งแสนบาทให้น้องชาย ใจเด็ดขอบใจพี่ชายแล้วขยับจะเดินไปที่รถ หทัยร้องเรียกไว้

“ใจเด็ด...อะไรที่ทำให้ลูกมีความสุขก็จงทำมัน เพราะมันก็คือความสุขของแม่ด้วย”

ใจเด็ดเดินกลับมากอดแม่ไว้แน่นด้วยความรักและซาบซึ้งใจ...

กว่าใจเด็ดจะกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ จ.สุรินทร์ พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว เขารู้ดีว่าเงินหนึ่งแสนบาทที่ใจเพชรให้มาอยู่ได้ไม่กี่วันเมื่อต้องเลี้ยงคนครึ่งร้อยกับควายอีกครึ่งพัน แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรกลับมา แม้พวกกระบือบาลคนอื่นๆจะไม่ล่วงรู้เรื่องนี้และพากันส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ แต่เกริกไกรรู้สถานการณ์ต่างๆดี สีหน้าจึงเต็มไปด้วยความกังวล...

ในเวลาเดียวกัน ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หลังจากสุบินและอรอนงค์ได้ฟังสรนุชเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับณวัตแล้ว สุบินสรุปได้ทันทีว่าที่สรนุชหน้าเครียดไม่ใช่เพราะกลัวณวัตจะมีคนอื่น แต่เป็นเพราะเธอไม่ได้รักเขาต่างหาก สรนุชเถียงว่าไม่ได้เป็นอย่างที่สุบินพูด เธอรักณวัตจริงๆ

“แต่ฉันไม่เห็นแกทำตัวเหมือนคนที่รักกันเลย” สุบินทักท้วง สรนุชชักสงสัยตัวเองจะเป็นอย่างที่เพื่อนว่า

ooooooo

เช้าวันถัดมา สมพลเรียกประชุมผู้บริหารของบริษัทเป็นการด่วน เมื่อได้เห็นคลิปตอนที่ ผจก.สาขาย่อย จ.สุรินทร์ กับสายลับกำลังก้มกราบควาย เขาตัดสินใจจะส่งสรนุชไปที่นั่น เพราะคิดว่าผู้หญิงน่าจะเข้ากับชาวบ้านได้ดีกว่าผู้ชาย และที่สำคัญถ้าพวกกระบือบาลคิดจะข่มขู่พวกเราอีกก็จะได้ชื่อว่าทำร้ายผู้หญิง สรนุชอ้าปากจะค้าน

แต่ณวัตชิงพูดขึ้นก่อน “ถ้าคุณสรนุชสามารถบุกเบิกรถไถคาบาตี้ที่สุรินทร์ได้...นั่นเท่ากับว่าคุณสรนุชเหมาะสมกับตำแหน่งผู้บริหารของที่นี่...มีใครคัดค้านอะไรไหมครับ” ณวัตรีบตัดบท ขณะที่ผู้บริหารคนอื่นๆนั่งนิ่งไม่กล้าพูดอะไรเกรงจะเข้าตัว สรนุชหนีไม่ออกจำต้องยอมรับข้อเสนอ...

อรอนงค์ถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อรู้ว่าเพื่อนรักจะถูกส่งไปที่ จ.สุรินทร์ สุบินอดสงสัยไม่ได้ ทำไมณวัตถึงส่งแฟนตัวเองไปให้พวกกระบือบาลถลกหนังแบบนี้ อรอนงค์พยักพเยิดเห็นด้วยกับสุบิน

“เออ...นั่นสิ...แกจะไปจริงๆหรือ...ไอ้พวกกระบือบาลพวกนั้นมันน่ากลัวอยู่นะ”

“แกสองคนก็รู้ว่าฉันไม่กลัวอะไร ฉันเกิดมาในครอบครัวทหาร เรื่องพวกนี้มันเล็กน้อยสำหรับฉันมาก แล้วอีกอย่าง วัตเขาก็ให้ข้อมูลของไอ้ตัวหัวหน้านั่นมาด้วย...ภาษาทหารเขาเรียกว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง”

ระหว่างที่สรนุชกำลังฉอดๆอยู่นั้น สุบินคว้าซองเอกสารไปจากมือ แล้วดึงรูปถ่ายข้างในออกมาดู สรนุชเห็นรูปแล้วตกใจ เพราะคนในภาพคือไอ้หัวขโมยที่เธอจับส่งตำรวจวันก่อน มีชื่อเขียนไว้ว่า “ใจเด็ด” สุบินขอร้องให้สรนุชล้มเลิกความคิดนี้ ไม่เห็นต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยวิธีเสี่ยงๆแบบนี้เลย สู้มาเล่นละครกับเขายังจะง่ายกว่า สรนุชยังคงยืนยันความตั้งใจเดิม อยู่ๆสุบินโผกอดเธอไว้ สรนุชโวยลั่น ทำบ้าอะไรกัน

“อ้าว...ก็กอดอำลาไง ครั้งนี้คงเป็นการเจอกันครั้งสุดท้ายของเรา เพราะแกคงไม่รอดจากไอ้พวกกระบือบาลนั่นแน่ๆ” สุบินพูดจบวิ่งปรู๊ดไปที่รถของตัวเอง สรนุชเจ็บใจที่ตบปากเน่าๆของเพื่อนไม่ทัน อรอนงค์เห็นด้วยกับสุบิน เล่นละครน่าจะง่ายกว่าขายรถไถ สรนุช นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกอย่างดีใจ

“ฉันหาวิธีที่จะสืบข้อมูลจากพวกกระบือบาลได้แล้ว”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น หลังจากส่งจดหมายไปถึงใจเด็ดเรียบร้อย สรนุชโทร.นัดอรอนงค์ให้ไปเจอสุบินที่คอน-โดฯที่พักของเขา แล้วเล่าถึงแผนการที่ตัวเองวางไว้ว่าจะปลอมตัวไปถ่ายสารคดีควายที่นั่น ทีแรกสุบินไม่ยอมช่วย แต่ทนเสียงรบเร้าของสรนุชไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องรับปาก สรนุชไม่รอช้ารีบออกเดินทางไป จ.สุรินทร์...

ทันทีที่ใจเด็ดได้รับจดหมายแจ้งว่าจะมีคนมาถ่ายสารคดีควายที่สถานีฯ รีบสั่งการให้ทุกคนช่วยกันเตรียมเรือนรับรองและเตรียมควายแสนรู้ที่ถูกฝึก

อย่างดีไว้รอต้อนรับ ในที่สุด ความพยายามของเหล่ากระบือบาล กำลังจะได้ผล ถ้าสารคดีชุดนี้ได้ออกอากาศ ชาวนาไทย เกษตรกรไทยจะต้องกลับมารักควายเหมือนเดิม

ใจเด็ดสังเกตเห็นสีหน้าของเกริกไกรไม่สู้ดีนัก พอได้อยู่กันตามลำพัง สอบถามถึงสาเหตุที่ทำให้ไม่สบายใจ หรือว่าเกริกไกรเจอรายชื่อคนที่จะมาถ่ายทำสารคดีอยู่ในรายชื่อของพวกสยามคาบาตี้

“เปล่า แต่ฉันรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้”

“คิดมากน่าหมอ ไม่มีอะไรหรอก ในเมื่อไม่ใช่ พวกคาบาตี้ก็จบ ฉันว่าแกมาทบทวนความทรงจำฉันดีกว่า ว่าพวกเขาชื่ออะไรบ้าง ฉันไม่อยากเรียกชื่อพวกเขาผิดตั้งแต่มาถึง” ใจเด็ดเอ่ยอย่างอารมณ์ดี...

ใกล้ถึงที่หมายแล้ว แต่รถของสรนุชเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน สุบินมัวแต่โม้ไม่ทันเห็นควายเดินอยู่ข้างหน้า หักหลบกะทันหัน รถเสียหลักไถลลงปลักโคลนข้างทาง มือถือของทั้งสามคนตกนํ้าใช้การไม่ได้ มองไปทางไหนเห็นแต่ทุ่งนาที่ไร้ผู้คน ทั้งสามเพื่อนซี้ช่วยกันขนสัมภาระมากองไว้ริมถนน แล้วนั่งรออยู่ตรงนั้นเผื่อจะมีใครผ่านมา...

เลยเวลานัดไปมากแล้ว แต่คณะถ่ายทำสารคดียังไม่โผล่มาสักที ใจเด็ดเริ่มใจไม่ดี หยิบจดหมายมาดูเบอร์ติดต่อแล้วลองโทร.หาแต่ไม่มีใครรับสาย ใจเด็ดกับเกริกไกรตัดสินใจเอารถออกตามหา...

ด้านสรนุชทนนั่งรอเฉยๆต่อไปไม่ไหว ชวนเพื่อนซี้ทั้งสองเดินหาบ้านชาวนาแถวนี้เผื่อมีรถอีแต๋นจะได้เอามาลากรถของเธอขึ้นจากปลัก สุบินและอรอนงค์ขี้เกียจเดินขอรออยู่ที่นี่ สรนุชไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ คว้าร่มสีแดงสดขึ้นมากาง แล้วเดินสำรวจไปตามถนนที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา

ผ่านไปพักใหญ่ รถของใจเด็ดแล่นเข้ามาจอดใกล้กองสัมภาระ สุบินกับอรอนงค์ดีใจรีบวิ่งเข้ามาหา แต่พอเห็นชายหนุ่มก้าวลงจากรถ อรอนงค์หยุดกึกจำได้ทันทีว่าเป็นใจเด็ด รีบสะกิดให้สุบินรู้ตัวแต่ไม่ทันกาล ใจเด็ดมาถึงตัวเสียก่อน สุบินทำใจดีสู้เสือ แนะนำตัวเองว่าเป็นคนติดต่อมาถ่ายสารคดีที่สถานีฯ ใจเด็ดถึงกับยิ้มออก

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ...ผมนึกว่าพวกคุณจะไม่มาซะแล้ว”

“พอดีเราเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยนะครับ” สุบินว่าแล้วสะกิดให้อรอนงค์หันมาทักทายกับสองหนุ่ม

ooooooo

ตอนที่ 2

อรอนงค์พยายามระงับความกลัว ค่อยๆหันหน้ามา เกริกไกรถึงกับตะลึงในความสวยของหญิงสาว จ้องตาไม่กะพริบ ใจเด็ดต้องกระทุ้งสีข้างเพื่อนรักให้หยุดเสียมารยาท

“สวัสดีครับ ผมใจเด็ด นี่เกริกไกรครับ...คุณคงเป็นคุณสรนุช”

“เอ่อ...ไม่ใช่ค่ะ...ฉันชื่ออรอนงค์ค่ะ” อรอนงค์สีหน้าหวั่นๆ ใจเด็ดนิ่วหน้า แปลกใจ แล้วสรนุชหายไปไหน...

คนที่ใจเด็ดถามถึงกำลังเดินหมดแรงอยู่ริมทุ่งห่างจากจุดที่รถเกิดอุบัติเหตุ พอสมควร อยู่ๆสรนุชเกิดปวดปัสสาวะขึ้นมา กวาดตามองไปรอบๆเห็นแต่ความเวิ้งว้างไร้ผู้คน รีบลงไปที่พุ่มไม้ข้างทาง เอาร่มสีแดงในมือบังไว้แล้วค่อยๆหย่อนตัวหลบหลังร่มที่บังเธอจนมิด...

ด้านใจเด็ดเดินตามหาสรนุชมาตามถนน เห็นร่มสีแดงสดอยู่ข้างทาง นึกแปลกใจใครที่ไหนทำร่มตกไว้ตัดสินใจเดินเข้าไปดู จังหวะที่ชายหนุ่มเดินมาถึงร่ม สรนุชเสร็จกิจส่วนตัวพอดี จัดแจงลุกขึ้นใส่กางเกง ทั้งสองเผชิญหน้ากันจังๆ ต่างฝ่ายต่างจำกันได้ ใจเด็ดโกรธหน้าแดง หันหลังกลับทันที ขณะที่สรนุชได้แต่ยืนอึ้ง...

ครู่ต่อมา ใจเด็ดเดินหน้าหงิกกลับยังที่ที่รถของเขาจอดอยู่ โดยมีสรนุชวิ่งตามมาด้านหลัง อรอนงค์ดีใจที่เห็นเพื่อนรักปลอดภัย หันไปขอบคุณใจเด็ด แต่เขากลับบอกให้เธอกับพวกกลับกรุงเทพฯ ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเธอแล้วก้าวขึ้นรถ เกริกไกรงง ไม่รู้มีเรื่องอะไรกัน ขอโทษอรอนงค์กับพวกแล้ววิ่งตามไปขึ้นรถได้ทัน ก่อนที่ใจเด็ดจะขับตะบึงออกไปอย่างหัวเสีย สรนุชร้องเรียกให้ใจเด็ดกลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน แต่เขาไม่สนใจ

“แล้วนี่จะทำยังไง...พวกนั้นไม่ต้อนรับเรา อย่างนี้เราต้องกลับกรุงเทพฯแล้วใช่มั้ย” อรอนงค์หน้าเสีย

“ใครบอก...ฉันอุตส่าห์มาถึงแล้ว คิดหรือว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้คนอย่างสรนุชยอมแพ้” สรนุชสีหน้ามุ่งมั่นคว้ากระเป๋าสัมภาระขึ้นสะพายบ่า เดินไปตามทิศทางที่รถของใจเด็ดแล่นไป อรอนงค์กับสุบินรีบทำตาม...

ไม่นานนัก ใจเด็ดกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ สั่งยกเลิกงานต้อนรับคณะถ่ายทำสารคดีทั้งหมด ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานตามปกติ แล้วเดินหน้าบึ้งไปทางคอกควาย พอเกริกไกรเดินเข้ามา ทุกคนกรูกันเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น หัวหน้าถึงได้ยกเลิกทุกอย่างแบบนี้ เกริกไกรเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

“น่าเสียดายนะหมอ โอกาสที่จะทำให้คนกลับมารักควายเหมือนเดิมเลยหมดกัน” เจนจิราบ่นอุบ

เกริกไกรพยักหน้าเนือยๆโอกาสที่เขาจะได้อยู่ใกล้ชิดกับอรอนงค์ก็พลอยหมดไปเช่นกัน

ooooooo

ระหว่างนั่งล้อมวงกินมื้อเย็นร่วมกัน ใจเด็ดรู้ดีว่าเหล่ากระบือบาลทุกคนอยากรู้เหตุผลที่เขายกเลิกการถ่ายทำ สารคดี จึงยอมเปิดปากเล่าเรื่องที่สรนุชกล่าวหาว่าเขาเป็นขโมย ทำร้ายเขาไม่พอ ยังจับเขาส่งตำรวจอีก ใจเด็ดพยายามจะอธิบายว่าเขาไม่ใช่ขโมย แต่เธอไม่ฟัง

“แกก็เลยไล่พวกนั้นกลับเป็นการแก้แค้น” เกริกไกรสรุป

ใจเด็ดกำลังจะอธิบายให้ทุกคนฟังว่าทำไมถึงไม่ยอมให้สรนุชกับพวกถ่ายทำสารคดี ควาย มีเสียงร้องเรียกเขาดังขัดจังหวะเสียก่อน ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นช่อผกา สาวมั่นลูกสาวของผู้พันชาญณรงค์ถลาเข้ามากอดใจเด็ดอย่างไม่แคร์สายตาใคร ใจเด็ดพยายามดันเธอออก แต่ช่อผกาเกาะแน่นยิ่งกว่าปลิงควาย ตัดพ้อต่อว่าที่ใจเด็ดกลับกรุงเทพฯโดยไม่บอกกล่าว จะขอกอดเขาไว้อย่างนี้ให้หายคิดถึง ใจเด็ดดันตัวช่อผกาออกไปจนได้

“อย่าทำอย่างนี้ผกา เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ถ้าพ่อผกามาเห็นมันจะไม่ดีนะ”

ช่อผกาไม่สนใจ ออดอ้อนใจเด็ดต่อ แล้วแกล้งเป็นลมโผเข้าหา เจนจิรารู้ทันเอาตัวเข้ามารับไว้แทน ช่อผกาซบไหล่เจนจิราหลับตาพริ้มคิดว่าเป็นไหล่ใจเด็ด พอลืมตาดูอีกทีถึงกับร้องกรี๊ดๆชี้หน้าเจนจิราอย่างเอาเรื่อง ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย โทน หัวหน้ายุวกระบือบาลวิ่งเข้ามารายงานใจเด็ดว่า มีคนมารออยู่หน้าสถานีฯ

สักพัก ใจเด็ดกับทุกคนมาถึงหน้าสถานีฯ เห็นกลุ่มของสรนุชนั่งหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่กับกองสัมภาระ เกริกไกรดีใจที่ได้เห็นหน้าอรอนงค์อีกครั้ง ตะโกนสั่งการให้เปิดประตูต้อนรับ ใจเด็ดจะห้ามแต่ไม่ทัน

โดยที่ไม่มีใครคาดคิด สรนุชเดินอาดๆเข้ามาตบหน้าใจเด็ดอย่างแรงจนหน้าหัน ทุกคนตะลึงอ้าปากค้าง ช่อผกาเข้ามาเห็นพอดี ปราดเข้ามายืนกั้นกลางระหว่างใจเด็ดกับสรนุช โวยวายใส่สรนุชทำไมถึงมาตบพี่ใจเด็ดของเธอ สรนุชไม่สนใจช่อผกา ผลักพ้นทางแล้วเข้าไปประจันหน้ากับใจเด็ด

“ตบแรก สำหรับการที่นายทิ้งพวกฉันเอาไว้โดยไม่สนใจว่าจะเป็นจะตาย เผื่อแรงตบของฉัน มันจะช่วยกระตุ้นความเป็นมนุษย์ของนายขึ้นมาบ้าง...แล้วนี่...” สรนุชว่าพลางเงื้อมือจะตบใจเด็ดอีกครั้ง แต่เขาคว้าไว้ทัน

ช่อผกาได้ที ปราดเข้าไปจะตบสรนุชแก้แค้นแทนใจเด็ด เกริกไกรคว้ามือไว้ได้แล้วลากตัวออกมา ภิรมย์กับสมหญิงรู้งาน เข้ามาช่วยกันจับตัวช่อผกาดึงออกไปอีกด้านหนึ่ง สรนุชโวยใส่ใจเด็ดอีกว่า เป็นคนไม่มีน้ำใจ เธอรู้ตัวว่าเคยทำไม่ดีกับเขาไว้ แต่นั่นเป็นเพราะความไม่รู้เขาควรจะให้อภัยเธอ

“อยากให้ผมให้อภัยหรือ...ได้...ผมให้อภัยคุณ ในเมื่อคุณได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็กลับไปเสีย...ปิดประตู” ใจเด็ดสั่งเสร็จ ขยับจะไป สรนุชไม่ยอมแพ้ง่ายๆจับจุดได้ว่าใจเด็ดรักควายเข้าเส้น จึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดจี้ใจดำ ถ้าใจเด็ดไม่ยอมให้เธอทำสารคดีควาย ก็เท่ากับเขาไม่ได้รักควายจริงอย่างปากพูด เพราะถ้าสารคดีควายถูกนำออกอากาศ คนดูทีวีนับล้านคนจะต้องหันมาสนใจ พวกควายก็ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ
ใจเด็ดไม่หลงคารม และไม่คิดว่าคนมีทัศนคติแง่ลบอย่างสรนุชจะสื่อสารเรื่องความรักออกมาเป็นภาพได้ ดังนั้น เธอควรจะกลับไปได้แล้วจะได้ไม่เสียเวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย

“นายเองก็ไม่ต่างจากฉัน นายยังไม่ได้เห็นในสิ่งที่ฉันทำแต่นายก็ตัดสินไปแล้วว่าฉันทำไม่ได้ ว่าแต่คนอื่นดูตัวเองซะก่อนเถอะ...นายใจแคบ” สรนุชจ้องหน้าใจเด็ดเขม็ง เกริกไกรกับเจนจิราคิดคล้อยตามคำพูดของสรนุชช่วยกันขอร้องใจเด็ดลองให้เธอทำดูก่อน โอกาสอย่างนี้ไม่ได้มีกันบ่อยๆสรนุชเห็นใจเด็ดเริ่มมีท่าทางอ่อนลง รีบยื่นข้อเสนอ ถ้าภายใน 3 วันเธอทำสารคดีควายที่ดีที่สุดในโลกให้เขาดูไม่ได้ เธอจะกลับทันที

“วันเดียว...แค่วันเดียว...พวกเราก็จะรู้แล้วว่าคุณมันตัวจริงหรือตัวปลอม” ใจเด็ดเสียงเข้ม

จากนั้น ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน สมหญิงกับเจนจิราพาสรนุชกับพวกไปพักที่เรือนรับรอง ขณะที่ใจเด็ดกับเกริกไกรตรงกลับบ้านพัก เกริกไกร อยากให้ใจเด็ดลองพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะนี่เป็นโอกาสที่ชาวนาจะหันกลับมาใช้ควายอย่างที่เราอยากให้เป็น ใจเด็ดนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ก็ได้...ถ้าแกคิดอย่างนั้น แต่ฉันคงต้องทดสอบก่อน ถ้าพรุ่งนี้พวกนั้นผ่าน ฉันก็จะให้พวกเขาถ่ายสารคดี”

ooooooo

ฟ้ายังไม่ทันแจ้ง ใจเด็ดมายืนตีหม้อตีไหเสียงดังโครมครามอยู่หน้าเรือนรับรอง ตะโกนสั่งให้สรนุช อรอนงค์ และสุบิน ไปพร้อมกันหน้าสถานีฯภายในอีกสิบนาที แล้วเดินออกไปโดยไม่รอฟังคำทักท้วงใดๆ

“อ้าว...เดี๋ยวก่อนสิ...ใจเด็ด...นายจอมเผด็จการ” สรนุชตะโกนด่าไล่หลัง ก่อนรีบกลับเข้าห้องทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว ครู่ต่อมา สรนุชกับพวกไปรวมตัวกันหน้าสถานีฯทันเสียงตายของใจเด็ดอย่างเฉียดฉิว
ใจเด็ดได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวหญิงสาวทั้งสองคน สั่งให้กลับไปอาบน้ำใหม่ อ้างว่าควายกับคนที่นี่ไม่ชอบน้ำหอม สรนุชไม่ยอม นี่เป็นสิทธิส่วนบุคคล เขาไม่มีสิทธิ์มาห้าม ใจเด็ดไม่โต้ตอบ เดินไปหยิบก้อนโคลนจากปลักควายแถวนั้นขึ้นมาขู่ ถ้าทั้งคู่ไม่ยอมกลับไปอาบน้ำ เขาจะเอาโคลนนี่ทาตัวเธอดับกลิ่นน้ำหอมแทน อรอนงค์ไม่กล้าหือ รีบวิ่งกลับที่พัก แต่สรนุชทำเฉย ใจเด็ดย่างสามขุมเข้าหา หญิงสาวถอยกรูด

มัวแต่มองใจเด็ดไม่ทันดูข้างหลัง สรนุชถอยตกลงไปในปลักเนื้อตัวมอมแมม ใจเด็ดอมยิ้ม โยนก้อนโคลนในมือทิ้งเพราะหมดความจำเป็นแล้ว สรนุชโกรธจัด มองหน้าใจเด็ดอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ...

ขณะใจเด็ดแนะนำสรนุช อรอนงค์ และสุบินให้เจ้าหน้าที่ทุกคนในสถานีฯได้รู้จักอย่างเป็นทางการ โทนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขอให้ใจเด็ดไปช่วยพ่อของเขาด้วย ผู้พันชาญณรงค์จะยิงพ่อกับไอ้โหม ใจเด็ดรีบวิ่งตามโทนออกไปทันที สรนุชเห็นว่าน่าจะเก็บเป็นข้อมูลเอาไว้ จึงชวนอรอนงค์กับสุบินวิ่งตามโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของเกริกไกร

ไม่นานนัก ทั้งหมดมาถึงทุ่งนา เห็นตาเท่งพ่อของโทนกำลังคุกเข่าอ้อนวอนผู้พันชาญณรงค์อย่ายิงไอ้โหม ควายของเขาที่ถูกมัดไว้กับต้นไม้ด้านหลัง ใจเด็ดปราดเข้าไปขอร้องผู้พันชาญณรงค์ใจเย็นๆก่อน มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันก็ได้ ผู้พันชาญณรงค์ไม่ยอมจะเอาเรื่องไอ้โหมให้ได้โทษฐานขวิดแนนซี่หมาสุดรักสุดสวาทของตนบาดเจ็บสาหัส ใจเด็ดพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้พันชาญณรงค์เก็บปืน แต่เขาไม่ยอมท่าเดียว

หัวหน้าสถานีฯหนุ่มเลยเอาตัวเองขวางทางปืน ถ้าผู้พันจะยิงควายก็ต้องยิงเขาก่อน สรนุชกับพวกถึงกับอ้าปากค้างไม่อยากเชื่อว่าจะมีใครยอมเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับชีวิตควาย สุบินที่หลบอยู่หลังเพื่อนสาวเดินตรงไปหาผู้พันชาญณรงค์พร้อมกับกล้องในมือ ถามว่าไม่กลัวกฎหมายหรือ ถ้าเขายิงใจเด็ด พวกเราจะส่งภาพในกล้องตัวนี้ไปให้ตำรวจ ผู้พันชาญณรงค์ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะลั่น

“พวกแกคิดว่าจะมีชีวิตได้เอาภาพในกล้องไปให้ตำรวจหรือไง ดูรอบๆ...ทุ่งทั้งนั้น ฉันฝังพวกแกทุกคนตรงนี้ก็ไม่มีใครรู้” ท่าทางเอาจริงของผู้พันชาญณรงค์ทำให้เกริกไกรกับอรอนงค์กลัว สรนุชแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ทันท่วงที คว้าไมโครโฟนขึ้นมาทำท่าทางเหมือนเป็นพิธีกรภาคสนาม ก่อนจะหันไปพยักพเยิดให้ สุบินยกกล้องขึ้นถ่ายภาพ แล้วหันไปพูดกับผู้พันชาญณรงค์

“แต่ตอนนี้คุณกำลังออกทีวีอยู่ไม่รู้ตัวหรือไง... สวัสดีคะ ขณะนี้เรากำลังถ่ายทอดสดความขัดแย้งระหว่างคนกับควาย...สวัสดีท่านผู้ชมหน่อยสิคะ ผู้พัน...” สรนุชว่าแล้วยื่นไมโครโฟนไปจ่อปากผู้พันชาญณรงค์ เสี่ยใหญ่ ผู้มีรถไถให้เช่าถึงกับหยุดกึก ไม่อยากเสี่ยงให้เป็นเรื่องใหญ่โต

“ฝากไว้ก่อนเถอะ...โดยเฉพาะแก ไอ้ใจเด็ด ถ้าหมาฉันเป็นอะไรล่ะก็...” ผู้พันชาญณรงค์หมายหัวใจเด็ดเสร็จกลับไปอย่างหัวเสีย ทุกคนถึงกับถอนใจโล่งอก สรนุชเหลือบมองใจเด็ดเหมือนจะทวงคำขอบคุณ แต่เขาไม่สนใจ กลับมองตามผู้พันชาญณรงค์สีหน้าหนักใจ

ooooooo

จนแล้วจนรอดใจเด็ดไม่ยอมเอ่ยปากขอบคุณ สรนุช เกริกไกรอยากให้บรรยากาศเป็นไปด้วยดี จึงเสนอให้ใจเด็ดเลี้ยงข้าวสรนุชกับพวก แทนคำขอบคุณที่ช่วยพวกตนไว้ แล้วหันไปขอความเห็นชอบจากเพื่อนซี้ แต่ใจเด็ดกลับทำคอแข็งหน้าเชิด เกริกไกรเลยแกล้งทักว่าเสื้อเปื้อน ใจเด็ดหลงกลก้มหน้ามอง

“นั่นไงครับ...ไอ้เด็ดพยักหน้าแล้ว งั้นคืนนี้เจอกันที่โต๊ะอาหารนะครับ”

“ไอ้หมอ” ใจเด็ดคำรามลั่น เกริกไกรเห็นท่าไม่ดี รีบลากเพื่อนรักออกไป สรนุชมองตามหมั่นไส้ ก่อนจะชวนอรอนงค์และสุบินกลับเรือนรับรอง...เหตุการณ์เมื่อครู่ใจเด็ดได้ใจสุบินไปเต็มๆ ชมไม่หยุดปากว่าใจเด็ดเป็นพระเอกในฝันของตนเองที่ยอมแลกแม้แต่ชีวิตเพื่อปกป้องสิ่งที่ตัวเองรัก สรนุชยิ่งฟังยิ่งหมั่นไส้ที่เพื่อนรักดันไปเข้าข้างศัตรู กล่าวหาว่าที่ใจเด็ดทำไปเมื่อครู่เป็นแค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น

“แต่เท่าที่ฉันเห็น ฉันว่าเขารักควายจริงๆ ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำอย่างที่เธอว่า แล้วที่ฉันพูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าฉันจะเขาข้างเขา แต่ฉันพูดเพื่อช่วยเธอ...ถ้าเขารักควายจริงๆมันคือปัญหาใหญ่สำหรับเธอ เพราะเขาจะไม่ยอมหลีกทางให้รถไถบาคาตี้ของเธออย่างแน่นอน” คำพูดของสุบินทำให้สรนุชถึงกับหน้าเครียด...

ด้านผู้พันชาญณรงค์ยิ้มดีใจเมื่อได้ฟังหมอของแนนซี่รายงานว่ามันปลอดภัยแล้ว อีกสามวันให้มารับกลับบ้านได้ เสี่ยใหญ่ยิ้มได้แค่ครู่เดียว ก็หันไปเล่นงานช่อผกาที่ไม่รักดี มีเสี่ยในอำเภอให้เลือกมากมายแต่ดันไปรักไอ้หัวหน้าควาย ช่อผการับผู้ชายที่พ่อหาให้ไม่ลงสักคน แต่ละคนแก่หงำเหงือก แค่พูดยังหายใจแทบจะไม่ทัน

“ถ้าแกไม่อยากแต่งกับเสี่ยพวกนั้น แกก็ไปบอกไอ้เด็กเลี้ยงควายของแกให้เลิกเลี้ยงควาย ร้านเราจะได้ขายของได้สักที” ผู้พันชาญณรงค์แม้จะเกลียดใจเด็ดแค่ไหน แต่ไม่กล้าหักหาญนํ้าใจลูก

“พ่ออ่ะ...พ่อก็รู้ว่าพี่ใจเด็ดรักควายแค่ไหน”

“ไม่รู้เว้ย...พ่อไม่ใช่ควาย...หรือแกกลัวสู้ควายไม่ได้” สิ้นเสียงพ่อ ช่อผกาโกรธจัดกรีดร้องลั่นที่พ่อยกควายขึ้นมาเป็นคู่แข่งของเธอ เดินสะบัดขึ้นบ้าน

ผู้พันชาญณรงค์ยิ่งแค้นใจเด็ดมากขึ้น...

ฝ่ายสรนุชคิดแผนแยบยลขึ้นมาได้ ถ้าจะให้ใจเด็ดเลิกรักควาย ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าทำไมเขาถึงได้รักควายมากมายขนาดนั้น เธอจึงจัดเตรียมเหล้าสาโทหลายไหมาร่วมเลี้ยงฉลองในตอนเย็น หวังจะมอมเหล้าใจเด็ดให้เปิดเผยความลับ แต่กลับไม่เป็นตามแผน พอกินข้าวเสร็จใจเด็ดขอตัวไปนอน เกริกไกรคะยั้นคะยอให้อยู่ดื่มเหล้ากันก่อนก็ไม่สำเร็จ ซํ้าก่อนจะไปใจเด็ดยังกำชับอีกว่า ถ้าใครอยากดื่มก็อย่าให้เสียงาน เจนจิราขอตัวไปนอน ตามหัวหน้าไปอีกหนึ่งคน ยิ่งทำให้งานกร่อย เกริกไกร เกรงจะหมดโอกาสใกล้ชิดอรอนงค์รีบเสนอตัว

“ไม่เป็นไรครับ ใจเด็ดไปแต่เกริกไกรยังอยู่”

สรนุชยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที มอมเหล้าใจเด็ดไม่สำเร็จ แต่เกริกไกรก็น่าจะรู้อะไรดีๆเกี่ยวกับใจเด็ด เธอจึงหันไปมอมเหล้าเกริกไกรแทน โดยให้สุบินคอยชนแก้วด้วย ผ่านไปพักใหญ่ เหล้าหมดไปหลายไห สุบินเมาจน ดื่มต่อไม่ไหว ภิรมย์กับสมหญิงคออ่อนคอพับหลับไปเรียบร้อย ส่วนเกริกไกรกำลังเมาได้ที่ สรนุชไม่รอช้าตะล่อมถามถึงประวัติของใจเด็ด เกริกไกรคุยอวดว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับใจเด็ดดี เพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก

“ถ้าอย่างนั้นหมอก็รู้สิคะว่าทำไมหัวหน้าใจเด็ดถึงได้รักควาย” อรอนงค์ช่วยซักถามอีกแรงหนึ่ง

“ทำไมจะไม่รู้...พูดไปแล้วเรื่องมันยาว...แต่ถ้าพวกคุณอยากรู้ ผมจะเล่าให้ฟัง” เกริกไกรเสียงอ้อแอ้

ooooooo

สรนุช สุบิน และอรอนงค์รอฟังอย่างใจจดจ่อ เกริกไกรเล่าเป็นฉากๆ น่าเชื่อถือ ที่ใจเด็ดรักควายมาก เนื่องจากเคยเห็นควายถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาไม่เคยกินเนื้อควายอีกเลย เกริกไกรเล่าจบนั่งก้มหน้าตัวสั่นคล้ายกำลังร้องไห้ อรอนงค์สงสารเข้าไปตบไหล่ปลอบ หมอหนุ่มกลับหัวเราะเสียงลั่น ขำที่อรอนงค์กับเพื่อนๆเชื่อเรื่องโกหกที่เขาแต่งขึ้น สรนุชกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ อรอนงค์ต้องจับมือเพื่อนไว้ให้ใจเย็นๆ

“โอเคๆๆ...เล่าเรื่องจริงก็ได้ ที่ไอ้เด็ดมันรักควายก็เพราะว่า...” เกริกไกรพูดได้แค่นั้น ก็หลับกลางอากาศหงายหลังตึง สรนุชปราดเข้าไปเขย่าตัวให้ตื่นแต่ไร้ผล ได้แต่มองเกริกไกรอย่างเจ็บใจ...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านพักของใจเด็ด ระหว่างที่ใจเด็ดกำลังควานหาปากกาในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ต้องชะงักเมื่อมือชนเข้ากับกรอบรูป เขาค่อยๆหยิบขึ้นมาดู เห็นรูปถ่ายตัวเองยิ้มแก้มป่อง กำลังขี่ควายชื่อสายใจ ใจเด็ดหน้าสลดลงทันที พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของใจเด็ด

วันนั้น ใจจอมกับหทัยกำลังช่วยกันจับตัว ด.ช.ใจเด็ดที่พยายามดิ้นรนจะวิ่งไปหาสายใจที่กำลังถูกชายกลุ่มหนึ่งจูงขึ้นรถบรรทุก ด.ช.ใจเด็ดตะโกนเรียกสายใจลั่น มันหันกลับมามองด้วยแววตาเศร้า เด็กน้อยถามคาดคั้นพ่อว่าพวกนั้นจะเอาสายใจไปไหน แต่พ่อกลับนิ่งเงียบ ด.ช.ใจเด็ดหันไปมองสายใจอีกครั้งหนึ่ง ถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นมันกำลังร้องไห้ เขามองตามรถบรรทุกคันนั้นแล่นจากไปจนลับสายตา
ใจเด็ดตื่นจากภวังค์ เก็บภาพถ่ายตัวเองกับสายใจกลับที่เดิมเหมือนต้องการลืมความเจ็บปวดในอดีต...

ทางด้านสรนุชนอนไม่หลับ นั่งจดความเป็นไปได้ที่ทำให้ใจเด็ดรักควายลงในสมุดบันทึก แต่หาข้อสรุปไม่ได้ ตั้งใจแน่วแน่จะต้องรู้ให้ได้ว่าเพราะอะไรใจเด็ดถึงรักควายมาก คิดได้อย่างนั้น คว้าไฟฉายค่อยๆย่องออกจากเรือนรับรองตรงไปยังอาคารสำนักงานของสถานีฯ รอบบริเวณมืดสนิท มีเพียงแสงไฟฉายในมือที่ส่องนำทาง สรนุชยังไปไม่ถึงไหน เจอใจเด็ดที่ออกมาดูควายเสียก่อน ชายหนุ่มแปลกใจสรนุชออกมาทำอะไรดึกๆดื่นๆ

“ฉันนอนไม่หลับก็เลยออกมาเดินเล่น...นายรักควายมากถึงขนาดต้องมาดูกลางดึกอย่างนี้เลยหรือ”

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม” ใจเด็ดยียวน สรนุชข่มอารมณ์เต็มที่ ก่อนจะถามออกมาอย่างไม่อ้อมค้อม ทำไมใจเด็ดถึงรักควายมากนัก ใจเด็ดชักสงสัย สรนุชอยากรู้ไปทำไม หญิงสาวอึกๆอักๆ

“ก็...ก็ฉันจะได้เอาความรักของนายที่มีให้กับควายไปถ่ายทอดออกมาเป็นภาพไง”

ใจเด็ดคิดแผนเด็ดขึ้นมาได้ ถ้าสรนุชอยากรู้เรื่องนี้ ต้องให้เขาทดสอบอะไรบางอย่างก่อน ถ้าผ่าน เขาจะบอกทุกอย่างที่เธออยากรู้ แต่ถ้าไม่ผ่าน เธอต้องเก็บของกลับกรุงเทพฯ สรนุชรับคำท้าอย่างไม่ลังเล ใจเด็ดแอบยิ้มเจ้าเล่ห์ แผนกลั่นแกล้งหญิงสาวผุดขึ้นมาในหัวของเขาเต็มไปหมด

ooooooo

เมื่อคืนเกริกไกรฝันร้ายว่าอรอนงค์มาบอกเขาว่าจะกลับกรุงเทพฯแล้วจะไม่กลับมาอีก เช้าขึ้นมาเขารีบมาอ้อนวอนใจเด็ด ขอตามไปเป็นลูกมืออรอนงค์ถ้าไม่ให้ไปเขาต้องอกหักตายแน่ๆ ใจเด็ดเห็นครั้งที่แล้วเกริกไกรก็เป็นแบบนี้ หลงรักครูคนหนึ่งที่มาทัศนศึกษาที่นี่ คราวนั้นฟูมฟายจะเป็นจะตาย พอผ่านไปแค่ครึ่งวันก็เห็นกลับมาเป็นไอ้หมอคนเดิม

“แต่กับคุณอรมันไม่ใช่...ฉันชอบคุณอรจริงๆนะเว้ย...แกจะไม่ช่วยฉันเลยหรือวะ”

ใจเด็ดตอบสั้นๆได้ใจความชัดเจนว่าไม่ แล้วเดินจากไป เกริกไกรมองตามเพื่อนรักเคืองๆบ่นพึมพำถ้าใจเด็ดไม่ช่วย เขาจะหาทางด้วยตัวเอง แล้วนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มกริ่ม...

ไม่นานหลังจากนั้น ระหว่างที่ใจเด็ดกำลังจะสั่งงานให้เจ้าหน้าที่ทุกคนทำ เกริกไกรชิงขอเป็นคนสั่งงานเองแล้วบอกทุกคนว่าเพื่อเป็นการกระชับสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทีมถ่ายทำสารคดีกับเจ้าหน้าที่ที่นี่ เขาจึงจัดให้มีการจับสลากหาบัดดี้ แล้วอาศัยลูกมั่วจับคู่ตัวเองกับอรอนงค์ จับคู่สุบินกับเจนจิรา และสุดท้ายจับคู่ใจเด็ดกับสรนุช ใจเด็ดเห็นเป็นโอกาสจะได้แกล้งสรนุชได้เต็มที่ จึงไม่ขัดคอเพื่อนรัก

แต่สรนุชกลับคิดว่านี่เป็นแผนของใจเด็ด ชวนเพื่อนซี้ทั้งคู่มาแถวมุมลับตาคน แล้วเล่าเรื่องที่เจอใจเด็ดระหว่างที่จะไปหาข้อมูลที่สำนักงานเมื่อคืนให้ฟัง สุบินงง การจับคู่ไปเกี่ยวกับอะไรด้วย สรนุชยืนยันว่าเกี่ยว เมื่อคืนนี้ใจเด็ดบอกเธอว่า ถ้าเธอผ่านการทดสอบของเขา เขาจะบอกเหตุผลว่าทำไมถึงรักควาย อรอนงค์ไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวเองสักนิด ทำไมถึงต้องให้เธอจับคู่ด้วย แล้วขอแลกคู่กับสุบิน เนื่องจากไม่ค่อยไว้ใจเกริกไกร

“จะแลกทำไม...เธอน่ะคู่กับหมอควายนั่นน่ะดีแล้ว ดูก็รู้ว่านายหมอควายน่ะแอบชอบเธออยู่ ถ้าฉันไม่ผ่านการทดสอบก็ยังมีเธอ” สรนุชพูดจบ ตบบ่าเหมือนจะฝากความหวังไว้กับอรอนงค์...

ใจเด็ดได้ที กลั่นแกล้งสรนุชสารพัด สั่งให้ตัดหญ้าให้ควายกินโดยมีเพียงกรรไกรตัดหญ้าทั้งๆที่มีเครื่องตัดหญ้า จากนั้นก็ใช้ให้ล้างคอกควาย สรนุชล้างจนเกือบจะเสร็จ  ใจเด็ดแกล้งปล่อยควายเข้าคอก  พอสรนุชโวยวายจะเอาเรื่อง เขาตอบกลับว่า ถ้าทนไม่ได้ก็ให้เธอเก็บกระเป๋ากลับกรุงเทพฯ สรนุชไม่มีทางกลับด้วยเรื่องแค่นี้แน่

“ถ้าอย่างนั้น คุณก็พร้อมจะทำงานต่อไปแล้วใช่มั้ย” ใจเด็ดจ้องหน้าสรนุชซึ่งจ้องตอบมาเช่นกัน

ooooooo

ในระหว่างที่สรนุชถูกใจเด็ดใช้ทำงานจนโงหัวแทบไม่ขึ้น เกริกไกรชวนอรอนงค์ซ้อนมอเตอร์ไซค์เข้าตัวเมืองไปผสมเทียมให้ควายที่บ้านนายสม ขณะที่เกริกไกรกำลังขี่รถผ่านตลาด ช่อผกาเหลือบเห็นพอดี ชี้ชวนให้ผู้พันชาญณรงค์ซึ่งมาทวงหนี้ตาแม้นดู

“พ่อดูนั่น หมอมาทำอะไรแถวนี้กับพวกกรุงเทพฯนั่น”

“กรุงเทพฯ?...ผู้หญิงคนนั้นน่ะหรือ”

“อ้าวนี่พ่อไม่รู้หรือว่ามีรายการสารคดีมาถ่ายทำที่สถานีของพี่ใจเด็ดน่ะ...แล้วพวกนั้นมาทำอะไรแถวนี้”

“จะมีอะไร...มันก็มาแพร่เชื้อความหายนะให้พ่อน่ะสิ แกรออยู่นี่อย่าไปไหนนะ” ผู้พันชาญณรงค์สั่งจบเดินออกไป ช่อผการอจนพ่อลับสายตา รีบหนีไปหาใจเด็ดทันที...

ครู่ต่อมา เกริกไกรกับอรอนงค์มาถึงบ้านนายสม หมอหนุ่มคว้ากระเป๋าเก็บความเย็นกับอุปกรณ์เดินตามนายสมไปที่คอกควายโดยมีอรอนงค์ตามมาอีกทอดหนึ่ง เกริกไกรหยิบหลอดใส่น้ำเชื้อแช่แข็งออกจากกระเป๋าแล้วแช่ลงในน้ำ อรอนงค์อดถามไม่ได้ว่านั่นอะไร

“น้ำเชื้อควายน่ะครับ...เราแช่แข็งเก็บไว้ ถ้าเราจะเอามาใช้ต้องทำให้มันละลายก่อน”

ทันใดนั้น มีเสียงผู้พันชาญณรงค์ดังขึ้น “ยุ่งยาก ...ไหนจะต้องเก็บน้ำเชื้อ ไหนจะต้องเอามาผสม เสียเวลา นี่ไอ้สม...แกทำอย่างนี้มันไม่ทันกินหรอกนะ”

เกริกไกรหันไปแดกดันทันที “ไม่ทันกินหรือไม่ทันดอกเบี้ยครับผู้พัน”

ผู้พันชาญณรงค์เกลียดนักคนรู้ทัน เกริกไกรเองก็เกลียดนักคนที่ทำนาบนหลังคนอื่น ทั้งสองคนโต้เถียงกันไปมา เกริกไกรโพล่งขึ้นอย่างเหลืออดว่า ต่อไปนี้นายสมจะไม่มีวันกลับไปเช่ารถไถจากผู้พันชาญณรงค์อีกแล้ว เขาจะหันกลับมาใช้ควายไถนาเหมือนเดิม

“โธ่เว้ย...ไอ้พวกโง่...เลี้ยงควายมากเลยโง่เหมือนพวกมันใช่มั้ย...ฮึ...พวกแกจำไว้นะ ฉันจะทำให้ควายพวกนี้หมดไปจากแผ่นดินนี้ให้ได้” ผู้พันชาญณรงค์ชี้หน้า

เกริกไกรอย่างแค้นจัด ก่อนจะกลับออกไป เกริกไกรไม่สนใจ คำขู่ หันไปทำงานของตัวเองต่อจนเสร็จ จากนั้น เก็บข้าวของกลับมาที่มอเตอร์ไซค์ อรอนงค์อดสงสัยไม่ได้ ที่ผู้พัน ชาญณรงค์ว่าจะทำให้ควายสูญพันธุ์หมายความว่าอย่างไร

“จะหมายความว่าอย่างไรก็ช่างผู้พันเถอะครับ เวลาที่แกโกรธก็จะบอกแบบนี้ทุกที แล้วอีกอย่างผมก็ไม่กลัวว่ามันจะสูญพันธุ์ด้วย ควายรุ่นใหม่ที่ได้รับน้ำเชื้อเข้าไปจะมีความแข็งแรงขึ้น ทนความร้อนได้นานขึ้นแล้วเมื่อทนความร้อนได้นานขึ้นก็เท่ากับทำงานได้มากขึ้น รับรองว่าต่อไปรถไถไม่ได้กินควายพวกนี้แน่นอน”

“โห...แย่แล้วยัยนุชเอ๊ย” อรอนงค์หลุดปาก

เกริกไกรได้ยินไม่ถนัด ถามว่าเมื่อครู่พูดอะไร อรอนงค์รีบถามกลบเกลื่อนว่าเกริกไกรไปได้น้ำเชื้อพิเศษนี่มาจากไหน เกริกไกรกวาดตามองรอบๆเห็นปลอดคน ถ้าอรอนงค์อยากรู้จริงๆให้เอียงหูมา ด้วยความรีบร้อนอรอนงค์ยื่นแก้มไปชนปากเกริกไกรแทน หมอหนุ่มถึงกับยืนตัวแข็ง

“ผม...ผมได้...หอมแก้มคุณอร” สิ้นเสียง เกริกไกรเป็นลมล้มตึง อรอนงค์ชวดรู้ความลับไปโดยปริยาย

ooooooo

ขณะเดียวกัน เจนจิราพาสุบินคู่บัดดี้ของเธอมาที่คอกอนุบาลควายเพื่อช่วยกันติดหมายเลขทำประวัติลูกควาย สุบินยังมึนหัวจากดื่มหนักเมื่อคืนพยายามลงไปในคอกจะช่วยจับ กลับถูกลูกควายชนหงายหลังลงไปนอนนับดาว ขณะที่เจนจิรากับพวกช่วยกันจับลูกควายตัวนั้นตอกเลขหมายสำเร็จ สุบินนอนมองอย่างทึ่ง หลังจากนั้นเจนจิรารีบเข้ามาช่วยพยุงสุบินลุกขึ้น แล้วดัดหลังให้คลายขัดยอก สุบินอายมากที่ลงไปคลุกฝุ่นแบบนั้น

“ไม่ต้องอายหรอกค่ะ ครั้งแรกก็เป็นอย่างนี้ทุกคนแหละค่ะ แต่จะว่าไปก็คงเป็นเพราะลูกควายแข็งแรงขึ้นด้วย ลูกควายพวกนี้เกิดจากน้ำเชื้อสายพันธุ์พิเศษที่หัวหน้ากับหมอเกริกไกรไปเจอโดยบังเอิญ”

สุบินอดถามไม่ได้ว่าสายพันธุ์พิเศษอย่างไร เจนจิราได้แต่ยิ้มไม่ตอบอะไร...

ระหว่างที่สุบินกับอรอนงค์ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับควายพันธุ์พิเศษ สรนุชยังคงถูกใจเด็ดทดสอบความอดทนด้วยการสั่งให้ลงไปล้างปลักควายเทียมที่ทั้งเหม็นทั้งสกปรก สรนุชโวยลั่น ปลักควายใหญ่โตขนาดนี้แต่ใจเด็ดกลับให้เธอตักน้ำเน่าๆเหล่านี้ออกด้วยถังใบเล็กๆ เธอแทบจะร้องกรี๊ดๆให้ทุ่งแตก แต่ทำไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้า ก้มตาทำงาน ไม่สนใจมองใจเด็ดที่เดินยิ้มเยาะออกไป

สรนุชตักน้ำเน่าออกจากปลักควายยังไม่ทันครึ่งบ่อ ตอนที่ได้ยินเสียงช่อผกาเรียกหาใจเด็ด หญิงสาวไม่สนใจก้มหน้าก้มตาทำงาน ช่อผกาไม่เห็นใจเด็ดอยู่แถวนั้นจึงตะโกนถามสรนุชว่าเห็นพี่ใจเด็ดของเธอหรือเปล่า สรนุชไม่เห็น ช่อผกาขยับจะเดินไปตามหาใจเด็ดอีกทางหนึ่ง

แต่แล้วสรนุชคิดแผนเจ้าเล่ห์ขึ้นมาได้ พูดจาหลอกล่อจนช่อผกาเชื่อว่า ถ้าเธอเป็นคนลงไปทำความสะอาดปลักควายเทียมด้วยตัวเอง ใจเด็ดจะต้องเป็นปลื้มมากที่เธอรักควาย อยากดูแลเอาใจใส่ควายเหมือนที่เขาทำ ช่อผกาไม่รอช้าโดดลงไปในปลักควายเทียมทันที ส่วนสรนุชปีนขึ้นจากปลักสีหน้ายิ้มกริ่ม

ผ่านไปไม่นาน ใจเด็ดเดินกลับมาดูสรนุชที่ปลักควายเทียม ต้องตกใจที่เห็นช่อผกาอยู่ที่นั่น สภาพเนื้อตัวมอมแมมไปด้วยโคลน ช่อผกาเงยหน้าขึ้นมาเห็นใจเด็ด ยิ่งวิดน้ำเพื่อเรียกคะแนน

“พี่ใจเด็ด...เอ่อ...ผกาเห็นควายอยู่ในน้ำสกปรกแล้วทนไม่ได้นะค่ะ”

“ใครให้ผกาทำ...คุณสรนุชหรือ”

“อุ๊ย...เปล่านะคะ ผกาทำของผกาเอง ไม่ต้องห่วงค่ะ ผกาทำไปเพราะความรักควายจริงๆค่ะ” ช่อผกาว่าแล้ววิดน้ำออกจากปลักด้วยท่าทางแข็งขัน ใจเด็ดนึกไม่ถึง สรนุชจะแสบได้ขนาดนี้...

ฝ่ายสรนุชกลับเรือนรับรองรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขอให้อรอนงค์ช่วยทายาแก้ผิวหนังไหม้จากการตากแดดตัดหญ้าให้ควายกิน ส่วนสุบินบ่นอุบ ลูกควายอะไรแรงมากขนาดนั้น พุ่งชนแต่ละทีราวกับโดนสิบล้อชน

“เว่อร์แล้ว ลูกควายอะไรจะแรงเยอะขนาดนั้น นี่ถ้าโดนแม่มันไม่กระเด็นไปถึงอิตาลีหรือไง” อรอนงค์แขวะ

“จริงๆนะอร...เห็นคุณเจนจิราบอกว่าไอ้ลูกควายพวกนี้มันได้รับน้ำเชื้อพิเศษอะไรเนี่ยแหละ”

อรอนงค์ก็ได้ยินเกริกไกรพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน สรนุชถึงกับหูผึ่ง ซักเป็นการใหญ่ว่าทั้งคู่รู้อะไรมาอีก

“เห็นบอกว่าไอ้น้ำเชื้อนี่มันจะทำให้ควายแข็งแรงขึ้น อดทนขึ้น พวกนี้คงกำลังพัฒนาสายพันธุ์ควายเพื่อสู้กับรถไถของเธอแน่นอนว่ะนุช” คำพูดของสุบินทำเอาสรนุชมึนตึบ เรื่องใจเด็ดทำไมถึงรักควายยังไม่ทันกระจ่างกลับมีปัญหานี้ขึ้นมาให้ต้องขบคิดกันอีก...

ค่ำวันเดียวกัน หลังจากใจเด็ดตรวจดูหลอดน้ำเชื้อที่เก็บไว้ในห้องทดลอง หันมาถามเกริกไกรว่าไม่ได้หลุดปากบอกเรื่องน้ำเชื้อพวกนี้ให้ทีมถ่ายสารคดีรู้ใช่ไหม เกริกไกรบอกอรอนงค์ไปแล้ว ใจเด็ดตกใจร้องเสียงหลง

“ล้อเล่นน่า...ฉันรู้น่าว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด แต่จะว่าไปทำไมแกไม่บอกให้เขารู้ไปเลยวะ ไม่แน่นะวงการควายอาจจะตื่นตัว รับรองว่าชาวนาทั่วประเทศจะต้องแห่มา ขอน้ำเชื้อจากเรา แล้วความฝันที่แกอยากให้ชาวนาใช้ควายแทนรถไถก็จะเป็นจริงเสียทีไง”

ใจเด็ดไม่คิดว่าจะง่ายอย่างนั้น ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป บริษัทรถไถคงต้องหาทางจำกัดแหล่งน้ำเชื้อพิเศษแน่ๆ เขาถึงไม่อยากเสี่ยง เกริกไกรคิดไปคิดมาแล้วเห็นด้วยกับใจเด็ด ดีไม่ดีพวกนั้นอาจจะบุกมาทำหมันให้ฟรีๆหรือหนักกว่านั้น อาจจะส่งคนมายิงทิ้งเลยก็ได้ ทันใดนั้น ภิรมย์วิ่งหน้าตั้งเข้ามารายงานว่า

ผู้พันชาญณรงค์พาผู้คนมาที่ลานอเนกประสงค์ของเรา ใจเด็ดถามผู้พันชาญณรงค์ว่ามาที่นี่ทำไม เสี่ยใหญ่จะมาเลี้ยงให้ทีมงานถ่ายทำสารคดี เกริกไกรชักเคือง เรื่องนี้ เกี่ยวอะไรกับเขาด้วย

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ทีพวกหมอยังให้คุณๆมาถ่ายสารคดีไอ้ควายโง่พวกนี้ได้ แล้วทำไมผมจะให้พวกเขามาถ่ายรถไถของผมบ้างไม่ได้” ผู้พันชาญณรงค์จ้องหน้าใจเด็ดอย่างท้าทาย ใจเด็ดก็จ้องตอบกลับเช่นกัน

ooooooo

ตอนที่ 3

ขณะที่ทุกคนในสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดที่ใจเด็ดกับ ผู้พันชาญณรงค์ฮึ่มๆใส่กัน สรนุชกลับบอกผู้พันชาญณรงค์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่ายินดีมากที่จะถ่ายสารคดี ให้ จะได้สื่อให้ผู้คนเห็นประโยชน์ของทั้งฝ่ายรถไถและควาย อรอนงค์รีบกระตุกแขนสรนุชเป็นเชิงปราม เธอกลับไม่สนใจยังคงฉอเลาะอีกว่า

“พวกเราเองก็อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าทำไมคนบางคนถึงได้รักควายหัวชนฝา ถ้าเผื่อผู้พันกรุณาให้ความรู้เรื่องวิทยาการสมัยใหม่เพื่อเป็นวิทยาทาน บางทีอาจจะเปิดดวงตาให้เขาได้เห็นแสงธรรมก็ได้นะคะ”

คำพูดแดกดันใจเด็ดของสรนุช ทำให้ผู้พันชาญณรงค์ถูกใจมาก ถึงกับออกปากชวนสรนุชกับเพื่อนๆไปพักที่บ้านของตนเอง จะได้คุยเรื่องเครื่องมือการเกษตรกัน ใจเด็ดไม่สบอารมณ์โพล่งขึ้นทันที

“เชิญ...ผู้พันอยากทำอะไรก็เชิญ แต่อย่ามาพูดเรื่องรถไถที่นี่เพราะที่นี่เป็นดินแดนของควายไม่ใช่รถไถ...

พวกเราช่วยพาผู้พันออกไปที” สิ้นเสียงใจเด็ดเหล่ากระบือบาลจะเข้าไปจับตัวผู้พันชาญณรงค์ แต่สรนุชร้องห้าม

“เดี๋ยวก่อนสิคะ ผู้พันอุตส่าห์มีน้ำใจเอากับข้าวกับปลามาเลี้ยง ถ้าไม่รับน้ำใจก็ถือว่าแล้งน้ำใจเกินไปหน่อย... จริงไหมคะคุณใจเด็ด”

ใจเด็ดจำต้องยอมทำตามที่สรนุชเสนอ ระหว่างกินมื้อค่ำด้วยกัน ผู้พันชาญณรงค์กับเหล่ากระบือบาลจะพูดจาแขวะกันเป็นระยะๆ โดยมีสรนุชคอยเข้าข้างผู้พันชาญณรงค์อยู่ตลอด ทำให้ใจเด็ดเคืองมาก สุบินไม่ค่อยสบายใจนักที่สรนุชเข้าข้างผู้พันชาญณรงค์ออกนอกหน้า เกรงจะเข้าหน้าพวกกระบือบาลไม่ติด พอกลับถึงเรือน

รับรอง เขาชวนสรนุชกลับกรุงเทพฯ สรนุชไม่กลับจนกว่าจะรู้ก่อนว่าทำไมใจเด็ดถึงรักควาย รวมทั้งความลับเรื่องน้ำเชื้อพิเศษนั่นด้วย แล้วขอเวลาพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน เธอจะล้วงความลับทุกเรื่องของใจเด็ดออกมาให้ได้

ooooooo

สรนุชรีบตื่นแต่เช้า ตามไปทวงสัญญาที่ใจเด็ดรับปากว่าถ้าเธอผ่านการทดสอบ เขาจะบอกเรื่องความรักควายของเขาเป็นการตอบแทน ใจเด็ดไม่ยอมบอกเพราะสรนุชยังไม่ผ่านการทดสอบ เนื่องจากไม่ล้างปลักควายเทียมด้วยตัวเอง แต่ให้ช่อผกาทำแทน สรนุชเถียงเสียงแข็งว่าช่อผกาอาสาทำเอง ไม่ใช่ความผิดของเธอ

“เรื่องนั้นผมไม่สนใจ ในเมื่อคุณไม่ได้ทำเองก็ถือว่าคุณทำผิดกติกา”

สรนุชยอมรับว่าทำผิดกติกา จะขอแก้ตัวใหม่ ใจเด็ดปฏิเสธันทีว่าวันนี้ไม่ว่าง แล้วเดินออกไป สรนุชจะตาม แต่เขารู้ทันหันมาสั่งเสียงเข้มห้ามตามเด็ดขาด สรนุชได้แต่มองตาม สงสัยว่าเขาจะไปไหน ครู่ต่อมา สรนุชก็ได้รู้คำตอบจากเกริกไกรตอนที่มาชวนอรอนงค์ไปวัดว่าใจเด็ดไปกับเขาด้วย สรนุชไม่รอช้าขอตามไปด้วย...

ในขณะที่ใจเด็ด เกริกไกร สรนุช และอรอนงค์กำลังคุยกับหลวงพ่ออยู่ในโบสถ์ ชิดชัย ผจก.บริษัทสยามคาบาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์ ส่งเสียงเอะอะเดินนำโชคชัยกับลูกน้องของชิดชัยเข้ามา แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นใจเด็ดกับเกริกไกรนั่งอยู่ เกริกไกรบ่นพึมพำอย่างดูแคลนว่าไอ้พวกคาบาตี้อีกแล้ว สรนุชกับอรอนงค์ต่างสะดุ้งเฮือก รีบหันหลังให้ชิดชัยกับพวก หลวงพ่อถามชิดชัยว่ามีธุระอะไรกับท่าน ชิดชัยจะมาบอกบุญให้หลวงพ่อ

“ไม่ใช่คุณ...บอกบุญน่ะหลวงพ่อท่านต้องพูดกับคุณ” โชคชัยทักท้วง

ระหว่างนั้น สรนุชกับอรอนงค์ค่อยๆหันหน้ามาดู ชิดชัยรู้สึกคุ้นๆหน้า สะกิดถามลูกน้องว่ารู้สึกเหมือนกันไหม ใจเด็ดชะงัก หันไปมองสองสาวซึ่งรีบก้มหน้าก้มตาหลบ ชิดชัยขยับเข้าไปใกล้ทั้งคู่หวังจะมองหน้าให้ชัดๆ เกริกไกรเห็นเสียมารยาทรีบเข้ามาขวาง ท่าทางเอาเรื่อง หลวงพ่อเห็นท่าไม่ดี รีบดึงความสนใจของชิดชัย

“เอ้าๆ...อาตมาว่าโยมทั้งสองรีบพูดธุระของโยมมาดีกว่า”

“ได้ครับหลวงพ่อ คือ ผมเห็นว่าที่ท้ายวัดมันเป็นพื้นที่รกร้าง ก็เลยจะมาถามหลวงพ่อว่าถ้าต้องการเกลี่ยหน้าดิน เรียกใช้บริการพวกเราได้นะครับ ผมคิดราคากันเอง ชั่วโมงละ 500 บาทพอครับ”

หลวงพ่อถึงกับร้องอ้าว ใจเด็ดคิดหาทางแก้เผ็ดพวกหากินกับพระกับเจ้า ทำทีบอกหลวงพ่อว่าไม่ต้องไปจ้างชิดชัย เดี๋ยวเขาจะเอาควายของเขามาทำให้เอง คิดแค่ชั่วโมงละ 300 บาทเท่านั้น ชิดชัยกลัวแพ้ เลยหั่นราคาเหลือชั่วโมงละ 150 บาท ใจเด็ดลดราคาลงเช่นกันจนเหลือเพียงชั่วโมงละ 50 บาท ชิดชัยหลงกลเกทับใจเด็ด จะทำงานนี้ให้หลวงพ่อฟรีๆแถมเงินให้อีก 500 บาท ใจเด็ดรีบยกมือขึ้นพนม แล้วกล่าวคำว่า “สาธุ”

ชิดชัยถึงได้รู้ว่าถูกหลอก ชวนลูกน้องออกจากโบสถ์อย่างเจ็บใจ โชคชัยรีบตามไปต่อว่าที่หลอกใช้ตนเองเป็นเครื่องมือ สรนุชต้องการจะแสดงตัวให้พวกชิดชัยรู้จะได้ร่วมมือกันกำจัดพวกกระบือบาล แกล้งปวดท้องขอตัวไปห้องน้ำ แล้ววิ่งตาม แต่ไม่ทันชิดชัยกับลูกน้อง เจอแต่โชคชัยคิดว่าเป็น ผจก.สาขาที่นี่จึงเข้าไปทักทาย

สรนุชเกือบจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง โชคดีที่ชาวบ้านที่มาทำบุญร้องทักโชคชัยเสียก่อน เธอจึงได้รู้ความจริงว่า โชคชัยไม่ใช่ ผจก.สาขาย่อยบริษัทสยามคาบาตี้แต่เป็นนายก อบต....

ได้เวลาต้องกลับสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ใจเด็ดขอให้อรอนงค์ สรนุช และเกริกไกรไปรอที่รถก่อน ขอไปทำธุระสักครู่แล้วเดินลัดเลาะไปด้านหลังวัด สรนุชอดถามเกริกไกรไม่ได้ว่าใจเด็ดไปไหน

“อ๋อ...ไปไหว้นังสายใจมันน่ะครับ”

จากนั้น เรื่องราวของสายใจก็พรั่งพรูออกจากปากเกริกไกร ตอนนั้นใจเด็ดยังเป็นแค่เด็กน้อย ครอบครัวของเขาต้องย้ายเข้ากรุงเทพฯ พาสายใจมาอยู่ด้วยไม่ได้ จำต้องขายให้โรงฆ่าสัตว์ ใจเด็ดถึงกับช็อก เพราะสายใจไม่ได้เป็นแค่ควาย แต่เป็นเหมือนพี่น้องที่โตมาด้วยกัน และตั้งแต่นั้นมาใจเด็ดจะช่วยควายทุกตัวที่ช่วยได้เพื่อทดแทนที่เขาไม่สามารถจะช่วยสายใจได้ สรนุชรู้สึกหดหู่ใจเมื่อได้รู้ความจริง

ooooooo

ใจเด็ดต้องตกใจเมื่อกลับมาถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์แล้วพบว่า จะเด็ดควายพ่อพันธุ์ไม่สบายมาก เขากับเกริกไกรรีบวิ่งไปที่คอกพ่อพันธุ์ เห็นจะเด็ดนอนอ้าปากพะงาบๆอยู่ที่พื้น ภิรมย์ สมหญิง และเจนจิรากำลังช่วยกันดูแล โดยมีสุบินยืนดูอยู่ห่างๆ ใจเด็ดสอบถามสมหญิงซึ่งเข้าเวรดูแลคอกว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะหัวหน้า เมื่อเช้าสมหญิงเอาหญ้ามาให้ ก็เห็นมันนอนอยู่อย่างนี้แล้วค่ะ”

เกริกไกรกำลังตรวจดูท้องที่พองใหญ่ของจะเด็ดตอนที่สรนุชกับอรอนงค์ตามมาสบทบ สุบินรีบลากสองสาวออกไปทันที ไม่มีใครสนใจทีมถ่ายทำสารคดีเพราะมัวแต่วุ่นวายกับจะเด็ด พอมาถึงมุมปลอดคน สุบินตั้งข้อสังเกตว่าน้ำเชื้อพิเศษที่พวกเราพูดถึงกันเมื่อวาน จะต้องมาจากควายตัวใดตัวหนึ่งในคอกพ่อพันธุ์แน่ๆ สรนุชเห็นด้วยกับสุบิน พวกเราต้องสืบให้ได้ว่าน้ำเชื้อพิเศษมาจากควายตัวไหนกันแน่...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่บ้านของโชคชัย ขณะโชคชัยกำลังจัดให้ชาวบ้านลงชื่อเพื่อทำเรื่องของบฯสร้างสะพานให้กับหมู่บ้าน ผู้พันชาญณรงค์เข้ามาขอคุยธุระสำคัญด้วย พอได้อยู่กันตามลำพัง ผู้พันชาญณรงค์ขอให้โชคชัยช่วยเป็นสื่อกลางติดต่อตาน้อยให้ขายที่ดินให้ เขาจะเอาที่ดินแปลงนั้นไปทำนาทดลองด้วยเครื่องมือการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อให้ชาวบ้านได้เห็นว่าเครื่องมือการเกษตรของเขาดีกว่าควายของพวกกระบือบาล

“เห็นทีว่าผู้พันคงต้องมองหาที่แปลงใหม่แล้วละครับ ตาน้อยขายให้ใจเด็ดไปแล้ว”

ผู้พันชาญณรงค์ยิ่งฟังยิ่งแค้นใจเด็ดที่คอยเป็นมาร ขอร้องแกมขู่โชคชัยต้องทำให้ตาน้อยขายที่แปลงนี้ให้เขาให้ได้ เขาจะให้ราคาสูงกว่าใจเด็ดสองเท่า โชคชัยมั่นใจ ตาน้อยไม่มีวันเปลี่ยนใจแน่ๆไม่ว่าผู้พัน
ชาญณรงค์จะให้ราคามากกว่าใจเด็ดกี่เท่า ที่เป็นเช่นนั้นเพราะตาน้อยกับใจเด็ดรักใคร่นับถือกันมานาน และเขาคงไปบังคับอะไรตาน้อยไม่ได้ ผู้พันชาญณรงค์โกรธตบโต๊ะเปรี้ยง ไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าปฏิเสธเงินของเขา...

หลังจากตรวจอาการจะเด็ดอย่างละเอียด เกริกไกรวินิจฉัยว่ามันท้องอืด อาจจะกินอะไรผิดสำแดงเข้าไป เขาจะลองให้ยาดูก่อน แต่ถ้าไม่หายอาจจะต้องเจาะท้อง ใจเด็ดถามสมหญิงว่า เปลี่ยนอาหารให้จะเด็ดหรือเปล่า สมหญิงไม่ได้เปลี่ยนอาหาร เพียงแต่หญ้าที่ให้เป็นหญ้าที่ใจเด็ดสั่งให้สรนุชตัดเมื่อวาน

ใจเด็ดเอะใจรีบเดินไปคุ้ยกองหญ้าของจะเด็ด เห็นมีลูกกระโดนปะปนอยู่ ถึงกับหน้าเครียด ตามไปเอาเรื่องสรนุชที่กำลังเดินกลับมาที่คอกพ่อพันธุ์เพื่อจะมาสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำเชื้อพิเศษ สรนุชไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด กลับโยนบาปให้ใจเด็ดที่เป็นคนสั่งให้เธอตัดหญ้า ใจเด็ดขู่ถ้าจะเด็ดเป็นอะไรไปจะเอาเรื่องสรนุชให้ถึงที่สุด

จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของใจเด็ดดังขึ้น โชคชัยโทร.มาบอกเรื่องที่ผู้พันชาญณรงค์กำลังจะบุกไปบ้านตาน้อย ใจเด็ดฝากเจนจิราช่วยไปบอกเกริกไกรด้วยว่าถ้าจะเด็ดทำท่าไม่ดีให้รีบโทร.บอกเขาทันที แล้วผลุนผลันออกไป สุบินอดสงสัยไม่ได้ แค่ควายท้องอืดทำไมใจเด็ดต้องโกรธขนาดนี้ด้วยหรือว่าจะเด็ดมีอะไรพิเศษ

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เวลาควายไม่สบาย หัวหน้าก็เป็นอย่างนี้ทุกที ยังไงก็ต้องขอโทษแทนหัวหน้าด้วยนะคะ” เจนจิราพูดจบ ขอตัวไปหาเกริกไกร สรนุชต้องสืบให้ได้ว่ามีควายที่มีน้ำเชื้อพิเศษอยู่จริงๆ

จากนั้น สรนุชไปสืบหาข้อมูลจากสมหญิงเรื่องจะดูควายที่จะใช้เป็นพ่อพันธุ์ต้องดูอย่างไร แล้วเลยไปสอบถามภิรมย์ว่า ใจเด็ดมักจะออกมาดูควายตอนกี่ทุ่ม...

ด้านใจเด็ดมาถึงบ้านตาน้อยทันเวลาก่อนที่ตาน้อยจะช็อกตายเพราะถูกผู้พันชาญณรงค์ข่มขู่ ผู้พันชาญณรงค์โกรธมากที่ใจเด็ดคอยขวางทางเขาตลอด ใจเด็ดไม่เคยขวางทางใคร ที่ดินแปลงนี้เขาซื้อจากตาน้อยก่อนที่ผู้พันจะอยากได้

“แต่ฉันเป็นคนที่อยากได้อะไรต้องได้ ถ้าฉันไม่ได้คนอื่นก็ต้องไม่ได้” ผู้พันชาญณรงค์วางก้าม โชคชัยจะถือว่าคำพูดเมื่อครู่นี้เป็นคำขู่ของผู้พันชาญณรงค์ ถ้าใจเด็ดเป็นอะไรไป เขาจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก ผู้พันชาญณรงค์ยิ่งโกรธหาว่าโชคชัยเข้าข้างใจเด็ด โชคชัยไม่ได้เข้าข้างใคร แต่เข้าข้างความถูกต้อง แล้วขอร้องให้ผู้พันชาญณรงค์กลับไปได้แล้ว ผู้พันชาญณรงค์จำต้องกลับไปอย่างหัวเสีย

ooooooo

หลังจากได้ข้อมูลตามต้องการแล้ว สรนุชกลับไปหาสองเพื่อนซี้ที่เรือนรับรอง เล่าแผนการให้ฟังว่า พวกเราต้องหาควายพ่อพันธุ์ให้เจอภายในคืนนี้ และถ้าจำเป็น เธอจะจับพวกมันทำหมันให้หมด อรอนงค์กับสุบินไม่เห็นด้วยทำแบบนี้เป็นการทารุณสัตว์เกินไป สุบินว่าประชดว่า ถ้าสรนุชจะทำหมันควายน่าจะไปทำหมันแฟนตัวเองจะดีกว่า ณวัตหื่นยิ่งกว่าควายพ่อพันธุ์พวกนี้ไม่รู้กี่เท่า

“ไอ้บ้า...เรื่องอะไรแกเอาวัตไปเทียบกับควายพวกนั้น” สรนุชว่าแล้วย่างสามขุมเข้าหาสุบินอย่างเอาเรื่อง สุบินเห็นท่าไม่ดี เผ่นแน่บออกไป สรนุชชักหวั่นใจ หันไปถามอรอนงค์ว่า ณวัตเป็นอย่างที่สุบินว่าจริงหรือ

“ไม่หรอกนุช...แกไม่เชื่อใจวัตเขาหรือไง” อรอนงค์ ปลอบใจไม่อยากให้เพื่อนคิดมาก ทั้งๆที่ใจจริงแล้วเชื่อตามที่สุบินพูด สรนุชเงียบขรึมไป แม้ภายนอกจะดูไม่มีอาการอะไรแต่ในใจของเธอกลับร้อนรุ่ม ทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว ตรงไปที่อาคารสำนักงาน ค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปสำรวจข้างใน พอเห็นปลอดคน คว้าโทรศัพท์ลากไปใต้โต๊ะทำงาน แล้วโทร.หาณวัต ออดอ้อนว่าที่ขาดการติดต่อไปเป็นเพราะมือถือของเธอเสียตั้งแต่วันแรกที่มาถึง

“วัตเป็นห่วงนุชมาก คิดว่านุชเป็นอะไรไปเสียอีก นี่วัตบอกพ่อว่าจะไปสุรินทร์เลยนะครับ” ณวัตอ้อนกลับ

“ไม่ต้องหรอกค่ะ อีกวันสองวันนุชก็กลับแล้ว วัต...นุชมีเวลาไม่มาก แต่นุชฝากบอกพ่อวัตด้วยว่านุชพบความลับของไอ้พวกกระบือบาลแล้ว ตอนนี้นุชยังบอกอะไรไม่ได้ แต่กลับไปนุชจะมีข่าวดีให้กับคาบาตี้แน่ๆ”

จังหวะนั้น ใจเด็ดเข้ามาในสำนักงาน แต่สรนุชไม่ทันรู้ตัวเพราะมัวจดจ่อกับการคุยโทรศัพท์ ชายหนุ่มเดินมาที่โต๊ะทำงานเห็นโทรศัพท์ถูกลากสายไป ไล่มองตามสายโทรศัพท์เห็นสรนุชแอบคุยโทรศัพท์อยู่ใต้โต๊ะ กำลังร่ำลาเสียงอ่อนเสียงหวาน เธอวางสายมุดออกมา ตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นใจเด็ดยืนอยู่

คิดไปเองว่าเขาจับได้ว่าเธอมาจากสยามคาบาตี้ แต่เขากลับตำหนิที่เธอแอบใช้โทรศัพท์หลวงโทร.หาแฟน ทั้งสองต่อปากต่อคำกันเช่นเคย สรนุชเถียงสู้ใจเด็ดไม่ได้ เดินกระแทกเท้าปังๆออกไปอย่างหัวเสีย...

สรนุชต้องกล่อมสุบินกับอรอนงค์อยู่นานกว่าจะเชื่อว่าตนเองไม่ได้คิดจะทำหมันควายพวกนั้นอย่างที่พูด เธอแค่ต้องการถ่ายรูปควายพ่อพันธุ์เก็บไว้เป็นข้อมูลเท่านั้น...

ตกดึกเดียวกัน ทั้งสามเพื่อนซี้มาแอบซุ่มอยู่หน้าบ้านพักของใจเด็ด รอจนไฟในบ้านดับหมด สรนุชขอทบทวนแผนการกับสองเพื่อนซี้ พอเราไปถึงคอกพ่อพันธุ์แล้ว ให้ช่วยกันถ่ายรูปควายตัวที่คิดว่าจะมีน้ำเชื้อพิเศษไว้ แต่ถ้าดูไม่ออกก็ให้ถ่ายรูปเก็บไว้ทุกตัว จากนั้น สรนุชเดินนำอรอนงค์กับสุบินตรงไปยังคอกพ่อพันธุ์ไม่ทันเห็นไฟในบ้านพักของใจเด็ดสว่างขึ้นอีกครั้ง สักพัก ทั้งสามคนมาถึงคอกเป้าหมายยังไม่ทันจะเข้าไปข้างใน

สรนุชเหลือบเห็นแสงไฟฉายส่องออกมาจากในคอก ทั้งหมดรีบปิดไฟฉายได้ทันท่วงทีก่อนที่เกริกไกรเดินออกมา ทันทีที่เขาเดินลับสายตา ปฏิบัติการล้วงความลับของสรนุชก็เริ่มขึ้น...

ทางด้านใจเด็ดกำลังจะออกจากบ้านพัก ได้ยินเสียงเกริกไกรตะโกนเรียก ตกใจรีบวิ่งไปหานึกว่าจะเด็ดอาการไม่ดี เกริกไกรต้องบอกให้เพื่อนใจเย็นๆก่อน เขาแค่จะกลับมาอาบน้ำ จะเด็ดไม่เป็นอะไรแล้วพรุ่งนี้พาเดินสักหน่อยก็น่าจะหาย ใจเด็ดบอกให้เกริกไกรไปนอนได้เลย เดี๋ยวเขาจะไปเฝ้าจะเด็ดต่อเอง

“ที่จริงแกไม่ต้องไปเฝ้าแล้วก็ได้นะ ไม่น่าจะมีอะไรแล้วล่ะ”

ใจเด็ดอยากไปอยู่เป็นเพื่อนจะเด็ด ถึงอยู่ที่นี่เขาก็นอนไม่หลับอยู่ดี แล้วจ้ำพรวดไปยังคอกพ่อพันธุ์ด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

ภายในคอกพ่อพันธุ์ แผนการของสรนุชไม่เป็นอย่างที่คิด ควายในคอกไม่คุ้นกับคนแปลกหน้าเริ่มพ่นลมออกจมูกเสียงดัง สรนุชสั่งให้สุบินรีบแยกย้ายกันไปถ่ายรูปควายพ่อพันธุ์ทุกตัวเก็บไว้ ทันทีที่กดชัตเตอร์ ควายตกใจแสงแฟลช เดินชนคอกวุ่นวายไปหมด อรอนงค์ซึ่งเป็นคนดูต้นทางอยู่หน้าคอก เห็นใจเด็ดส่องไฟฉายตรงมาทางที่พวกตนเองอยู่ ตกใจวิ่งมาบอกสรนุชให้รีบหนี สรนุชยังถ่ายรูปไม่ครบ จึงไม่ยอมไป

“ไปเถอะ...เดี๋ยวพรุ่งนี้เรามาใหม่ก็ได้” สุบินเร่ง

สรนุชไม่สนใจยังคงเก็บภาพควายพ่อพันธุ์อย่างมุ่งมั่น สุบินเห็นแสงไฟฉายใกล้เข้ามาทุกที รีบคว้ามืออรอนงค์วิ่งหนีออกไปซ่อนตัวอยู่อีกมุมหนึ่งหน้าคอก

สรนุชถ่ายรูปเสร็จจะวิ่งหนีแต่ไม่ทัน ใจเด็ดเดินเข้ามาในคอกเสียก่อน หญิงสาวรีบวิ่งไปหลบหลังควายคอยก้มมองขาใจเด็ดอยู่ตลอด ใจเด็ดสงสัยทำไมพวกควายดูตื่นๆชอบกล เดินสำรวจรอบๆคอกหาสาเหตุ สรนุชค่อยๆคลานหนีไปด้านตรงข้าม มัวแต่เล็งขาใจเด็ดไม่ทันเห็นถังที่วางกองอยู่ ชนโครม ถังกระเด็นครอบหัวพอดี พอยกถังออกต้องตกใจ แทบช็อกเมื่อเห็นใจเด็ดยืนอยู่ตรงหน้า...

เสียงโครมครามของถังดังไปถึงหูสุบินกับอรอนงค์ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ต้องเกิดเรื่องกับสรนุชแน่ๆ ตัดสินใจจะกลับไปช่วยเพื่อน ทั้งสองคนรีบออกจากที่ซ่อน แต่ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเกริกไกรยืนถือไฟฉายส่องใต้คางตัวเองเหมือนผีไม่มีผิดเพี้ยน สุบินร้องลั่นว่าผีหลอก

“แหะๆผีคนดม...ผมคนดีเองครับ ออกมาเล่นอะไรกันครับเนี่ย” เกริกไกรพูดไปหัวเราะไป อารามตื่นเต้นอรอนงค์เผลอชี้มือไปในคอกพ่อพันธุ์ บอกเกริกไกรว่ามาตามสรนุชในนั้น เกริกไกรเลิกคิ้ว แปลกใจ...

ด้านสรนุชจนแต้มไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรดี ทำเป็นผีเข้าสิงร้องเอะอะลั่น ภิรมย์ เกริกไกร สุบิน และอรอนงค์ตามมาสมทบ ต่างเชื่อสนิทใจว่าสรนุชถูกผีเข้าจริงๆ ยกเว้นใจเด็ดที่ไม่เชื่อ จะลากผีไปส่งตำรวจฐานบุกรุกสถานที่ราชการยามวิกาล สรนุชตกใจ แต่เก็บอาการไว้ แกล้งอาละวาดกระโดดกัดไหล่ใจเด็ดจมเขี้ยว

ภิรมย์แนะให้เอาไปส่งหมอน่าจะดีกว่า แล้วช่วยกันกับเกริกไกรจับตัวสรนุชไปที่รถกระบะ วิศวกรสาวจอมแสบแอบขยิบตาให้สุบินกับอรอนงค์ แต่อรอนงค์พาซื่อกลับคิดว่าผีตาเจ็บ

“ผีตาเจ็บที่ไหนกันแกก็ ยัยนุชมันกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเราต่างหาก” สุบินทำหน้าเซ็ง

อรอนงค์โล่งใจที่เพื่อนรักไม่ได้ถูกผีสิง สุบินด่าสวนทันที โล่งใจบ้าอะไร ทำผีเข้าแบบไม่วางแผนกันก่อนอย่างนี้ แล้วเขาจะทำให้ผีออกได้อย่างไร สองเพื่อนซี้คิดสมองแทบระเบิดแต่ยังคิดไม่ออก สรนุชเล่นได้สมบทบาทอาละวาดตลอดทางมาที่รถ ใจเด็ดนึกสนุก ตัดสินใจไม่ไปโรงพัก เปลี่ยนไปทำตามที่ภิรมย์แนะนำแทน...

หมอที่ใจเด็ดพาสรนุชไปพบไม่ใช่หมอประจำบ้าน แต่เป็นหมอผี หญิงสาวถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นหน้าตาเหี้ยมเกรียมของหมอผีที่ใครๆเรียกเขาว่า มหาเหม็น เธอรีบกวาดตามองไปรอบๆบ้านแสนจะวังเวงน่ากลัวของมหาเหม็น คิดหาทางเอาตัวรอด สุบินเห็นหน้าตามหาเหม็นแล้วกลัวแทนสรนุชขึ้นมาทันที

มหาเหม็นสั่งให้เอาตัวสรนุชขึ้นไปบนบ้าน หญิงสาวดิ้นรนจะหนี เกริกไกรกลับคิดว่าผีเฮี้ยนช่วยกันกับภิรมย์หิ้วปีกสรนุชเอาไปไว้กลางบ้าน มหาเหม็นหายเข้าไปในห้องพระสักพักก็ออกมาพร้อมกับอุปกรณ์ปราบผี มีทั้งมีดหมอ น้ำมนต์ รวมทั้งหวายลงอาคมกับข้าวสารเสกครบตามตำรา เขาเอาอุปกรณ์เหล่านั้นวางตรงหน้าสรนุช อมน้ำมนต์ไว้ในปาก จัดแจงเป่าพรวดใส่หน้า สรนุชร้องกรี๊ดๆขยะแขยงสุดๆ

“อ๊าย...ตามหาบ้า มาพ่นน้ำใส่ฉันทำไมเนี่ย...มีกลิ่นด้วยอ่ะ..อี๋...ฉันไม่อยู่แล้ว” สรนุชว่าแล้วลุกพรวดจะหนี ใจเด็ดกับเกริกไกรคว้าตัวไว้ทัน มหาเหม็นเห็นผีตัวนี้เฮี้ยนจัดเอาน้ำมนต์ทั้งขันสาดใส่ สรนุชสำลักน้ำไอแค่กๆชี้หน้าด่ามหาเหม็นฉอดๆ ตกลงจะไล่ผีหรือจะฆ่าคนกันแน่ มหาเหม็นเห็นน้ำมนต์คงเอาผีตัวนี้ไม่อยู่ คว้าหวายลงอาคมฟาดอากาศไปมาเป็นการขู่ๆ อรอนงค์ สะดุ้งโหยง หันไปกระซิบกระซาบกับสุบิน

“ยัยนุชแย่แล้ว คิดเร็วๆสิสุบิน จะช่วยยัยนุชยังไง”

สุบินคิดหนัก ยิ่งเห็นมหาเหม็นเป่าคาถาใส่หวายแล้วฟาดหลังสรนุชยิ่งสงสารเพื่อน พลันสุบินก็คิดแผนการช่วยสรนุชออก ถอดสร้อยพระที่สวมอยู่ ปราดเข้าหาสรนุชแล้วคล้องใส่คอ สรนุชหัวไว ทำตาปริบๆ หยุดอาละวาด ตีหน้างงๆทำเหมือนผีออกจากร่างไปแล้ว เกริกไกรร้องเอะอะ ถ้าผีออกจากร่างสรนุชแล้วไปไหน ทันใดนั้น อรอนงค์นั่งอยู่ด้านหลัง ทำท่าเหมือนผีเข้าสิง อาละวาดไปทั่วก่อนจะโดดบีบคอมหาเหม็นถึงกับร้องลั่น

“อ๊าก...หายใจไม่ออก ช่วยฉันที ผีมันจะฆ่าฉัน”

ใจเด็ดกับเกริกไกรช่วยกันแกะมืออรอนงค์ออก สุบินรีบถอดสร้อยพระจากคอสรนุชไปคล้องคออรอนงค์แทน อรอนงค์ปล่อยมือจากคอมหาเหม็นเป็นทำนองผีออกจากร่าง สรนุชรับลูกทันที ทำตัวสั่นเหมือนผีกลับมาสิงร่างอีกครั้ง สุบินสวมสร้อยพระสลับไปมาระหว่างสรนุชกับอรอนงค์จนสรนุชเข่าอ่อนหมดแรง ทรุดลงกับพื้น...

หลังจากสรนุชมีเรี่ยวแรง ใจเด็ดพากลับมาส่งที่เรือนรับรอง สรนุชรีบอาบน้ำสระผมล้างน้ำมนต์เน่าๆของมหาเหม็นเป็นการใหญ่ พาลโทษใจเด็ดที่ดึกดื่นเที่ยงคืนไม่รู้จักหลับจักนอนทำให้แผนการของพวกเราเกือบพัง เธอเลยต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าไปแบบนั้น ขอบใจเพื่อนทั้งสองคนมากที่ช่วย

“ตอนนี้ฉันเก็บข้อมูลของไอ้พวกกระบือบาลได้มากพอแล้ว พรุ่งนี้เราจะไปจากที่นี่กัน” สรนุชสรุป สุบินกับอรอนงค์ส่งเสียงเฮลั่นด้วยความดีใจ

ooooooo

สรนุชตื่นแต่เช้ารีบปลุกสุบินกับอรอนงค์เร่งให้เก็บข้าวของกลับกรุงเทพฯ เธออยากไปจากที่นี่โดยไม่ต้องเจอหน้าใจเด็ดเป็นการสั่งลากันอีก สุบินถามยั่วที่รีบไปเพราะเกลียดใจเด็ดหรือเพราะอายกันแน่

“ฉันจะต้องอายเขาเรื่องอะไรไม่ทราบ”

“เหอะ...กล้าถามเนอะ ก็อายที่แกแกล้งทำเป็นผีเข้าหลอกเขาไง” สุบินพูดจบ แลบลิ้นปลิ้นตายั่วโทสะ สรนุชเลยจัดให้แบบเต็มๆขึ้นเข่าเข้ากลางจุดยุทธศาสตร์สุบินอย่างแม่นยำถึงกับทรุด...

ครู่ต่อมา สามเกลอจอมวุ่นหิ้วกระเป๋าสัมภาระคนละไม้ละมือออกจากเรือนรับรองไปที่รถท่าทางลับๆ ล่อๆ เกริกไกรรอท่าอยู่แล้ว ค่อยๆย่องเข้าไปทักทายทางด้านหลัง ทั้งสามคนถึงกับสะดุ้งโหยงร้องลั่น เกริกไกรไม่ทันตั้งตัวสะดุ้งตามไปด้วย ตั้งสติได้ถามสรนุชจะไปไหนกันแต่เช้า พอรู้ว่าจะกลับกรุงเทพฯ เกริกไกรหน้าเศร้า เจนจิรากับสมหญิงตามมาสมทบพอดี ต่างทักท้วงทำไมถึงรีบร้อนกลับ หรือพวกเรารับรองไม่ดี

“คือ...พวกเรามีงานด่วนน่ะค่ะ บริษัทที่กรุงเทพฯโทร.มาตาม อีกอย่างหนึ่งพวกเราก็เก็บข้อมูลของสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์และคนที่รักควายทุกคนที่นี่ได้ตรงตามเป้าแล้ว ก็ต้องขอลากลับก่อนล่ะค่ะ สวัสดีค่ะ” สรนุชว่าแล้วดันตัวอรอนงค์กับสุบินขึ้นรถ เกริกไกรยังไม่ทันจะอ้าปากทักท้วงว่าไม่รอใจเด็ดก่อนหรือ รถของสรนุชกับพวกซิ่งออกไปเสียก่อน เกริกไกรได้แต่มองตามตาละห้อย ไม่รู้จะได้เจออรอนงค์อีกเมื่อไหร่...

ราวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะเห็นใจเกริกไกร สรนุชขับรถจากไปยังไม่ทันถึงห้านาที ต้องกลับมายังสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์อีกครั้งหนึ่ง เพราะกล้องถ่ายรูปที่ใช้ถ่ายควายพ่อพันธุ์เมื่อคืนหายไป สุบินตั้งข้อสังเกต สรนุชอาจจะทำตกไว้ที่คอกควาย สรนุชใจไม่ดี ขืนใจเด็ดไปเจอเข้าต้องเป็นเรื่องแน่ๆ...

เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่สรนุชหวั่นใจ ใจเด็ดคืนกล้องที่พบในคอกพ่อพันธุ์ให้แต่โดยดี แถมบอกสรนุชว่าถ้าอยากได้รูปควายพ่อพันธุ์ทำไมไม่บอก เขาจะจัดการให้ไม่ต้องลงมือถ่ายเองให้ลำบากลำบนโดนผีสิง สรนุชยิ้มโล่งใจ อ้างว่าไม่อยากรบกวน เกรงใจ ที่สำคัญเธออยากเห็นด้วยตาตัวเอง ควายนอนหลับหรือยืนหลับ ใจเด็ดอธิบายว่าควายยืนหลับ แต่เปิดตาค้างไว้ สรนุชเห็นควรแก่เวลารีบคว้ากล้องคืน

“ขอบคุณนะที่เก็บกล้องไว้ให้...งั้นฉันลาคุณตรงนี้เลยก็แล้วกัน ฉันกำลังจะกลับกรุงเทพฯ”

ใจเด็ดมีของฝากเล็กๆน้อยๆให้สรนุชไว้เป็นที่ระลึก เป็นตุ๊กตาไม้แกะสลักรูปควาย สรนุชอยากจะร้องกรี๊ดๆให้รู้แล้วรู้รอด แต่จำต้องฝืนยิ้ม ฝืนชมว่าของฝากน่ารักมาก ใจเด็ดแอบดีใจ ก่อนจะบอกเธอว่า

“เวลาท้อแท้หรือมีปัญหาในการทำงาน ก็ดูควายตัวนี้นะครับ คุณจะได้อดทนเหมือนกับมัน”

สรนุชฝืนยิ้มให้ใจเด็ดอีกครั้ง เจนจิราไม่มีของฝากอะไรให้สุบินเพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะกลับ จึงให้ตำราทำหมันควายแก่เขา ส่วนเกริกไกรก็มีของที่ระลึกให้อรอนงค์เช่นกัน ใส่กล่องห่อกระดาษอย่างดี อรอนงค์เห็น ของที่ระลึกที่เพื่อนรักทั้งสองคนได้รับแล้ว ไม่อยากจะแกะของตัวเองออกดู เดาได้ไม่ยากต้องไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับควาย จังหวะนั้น ช่อผกาแวะมาหาใจเด็ดพอดี สรนุชไม่อยากเสวนาด้วย ร่ำลาทุกคนแล้วขับรถออกไป...

ไม่นานนัก ช่อผการีบนำข่าวดีนี้ไปบอกพ่อ ผู้พันชาญณรงค์ถึงกับหัวเราะสะใจที่พวกถ่ายสารคดีควายกลับกันหมดแล้ว เขาไม่เชื่อว่าสารคดีเรื่องเดียวจะทำให้ควายดูดีมีค่าสูงขึ้นมาได้ พวกใจเด็ดฝันเฟื่องไปเองทั้งนั้น ช่อผกาอยากให้พ่อช่วยทำให้ใจเด็ดเลิกสนใจควายแล้วหันมาสนใจเธอบ้าง ผู้พันชาญณรงค์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกแผนชั่วขึ้นมาได้ เขาจะต้องทำให้ใจเด็ดหมดหวังและเสียกำลังใจ

“ฉันก็จะแย่งที่นาที่มันซื้อจากตาน้อยกลับมาเป็นของฉันให้ได้น่ะสิ ไม่ว่ามันจะไปซื้อนาจากใครที่ไหนในตำบลนี้ ฉันจะไปตามซื้อคืนมาเป็นของฉันให้หมด ไอ้ใจเด็ดมันจะได้รู้ว่า ถึงชาวบ้านจะนับถือมัน แต่ก็บูชาเงินของผู้พันชาญณรงค์มากกว่า” ผู้พันชาญณรงค์หัวเราะชอบใจ จังหวะนั้น สมุนของผู้พันชาญณรงค์ที่เขาสั่งให้ไปสืบเรื่องลูกชายของตาน้อยโทร.มาพอดี

ooooooo

สรนุชไม่ได้โทร.บอกณวัตว่ามาถึงกรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อคืน กะจะมาเซอร์ไพรส์เขาที่ทำงาน แต่เธอกลับเซอร์ไพรส์เสียเองเพราะเปิดประตูห้องทำงานณวัตเข้าไป เจอเขากำลังอยู่กับสาวสวยคนหนึ่งสองต่อสอง ร่ำๆจะโผกอดสาวถ้าสรนุชไม่เปิดประตูห้องเข้ามาเสียก่อน สรนุชโวยลั่น ไป ตจว.แค่ไม่กี่วัน เขาริอ่านพาผู้หญิงมาที่ทำงาน ณวัตแก้ตัวเป็นพัลวันว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกับเขา แล้วแนะนำให้สรนุชรู้จัก ทอฟฟี่ เลขาฯคนใหม่ของพ่อ

“แล้วเลขาฯของพ่อวัตมาทำอะไรในห้องวัต...นุชไม่เชื่อ”

ณวัตถึงกับหน้าเจื่อน ต้องขอให้สมพลช่วยมายืนยันคำพูดของเขา สมพลต้องการเกี่ยวดองกับครอบครัว

สรนุช จึงช่วยลูกชายโกหกว่าทอฟฟี่เป็นเลขาฯคนใหม่ของเขาจริงๆ สรนุชไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก สมพลรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามสรนุชว่าข้อมูลที่ให้ไปสืบเรียบร้อยแล้วหรือ

“ค่ะ...นุชได้ล้วงลึกข้อมูลทุกอย่างจากพวกกระบือบาลมาเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลพวกนี้จะช่วยให้เราเจาะตลาดขายรถไถที่หนองระบือได้แน่นอนค่ะ”

สมพลชมเปาะ สรนุชทำหน้าที่ได้ดีสมกับที่เป็นว่าที่ลูกสะใภ้ของสยามบาคาตี้ สรนุชยิ้มแก้มแทบปริ ขอตัวไปเตรียมพรีเซนต์ข้อมูลพวกนี้ในที่ประชุมก่อน ทันทีที่สรนุชออกจากห้อง สมพลตำหนิลูกชายตัวดีที่
ไม่มีสมอง ดันทะลึ่งเอากิ๊กมาเป็นเลขาฯ แล้วให้พ่อตัวเองช่วยโกหก ถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมา มีหวังสรนุชมาถอนหงอกเขาแน่

ooooooo

แผนบ่อนทำลายกำลังใจใจเด็ดก้าวหน้าไปมาก ผู้พันชาญณรงค์ตามซื้อที่ดินรอบๆที่ดินของใจเด็ดไปเกือบหมดแล้วไม่เว้นแม้แต่ที่ดินของตาน้อยที่ตกลงขายเงินผ่อนให้ใจเด็ดไปแล้วในราคาหนึ่งแสนบาท ผู้พันตัวแสบสืบรู้มาว่าลูกชายตาน้อยเป็นหนี้พนันบอลสามแสนบาท จึงยื่นข้อเสนอจะซื้อที่ดินแปลงนี้ในราคาสามแสนบาท

ตาน้อยอยากได้เงินไปช่วยลูกชาย จึงชวนโชคชัยมาช่วยขอร้องใจเด็ดยอมขายที่ดินคืนให้ ใจเด็ดเห็นใจตาน้อย และตนเองก็ไม่มีเงินมากพอจะจ่ายส่วนต่างอีกสองแสนบาทให้ จำต้องขายที่ดินคืนให้

แต่พอตาน้อยเอาที่ดินไปขายต่อให้ผู้พันชาญ–ณรงค์ กลับได้เงินแค่สองแสนห้าหมื่นบาท ผู้พันตัวแสบหักเป็นค่าเสียเวลาห้าหมื่นบาท ด้วยความที่ร้อนเงิน

ตาน้อยจำต้องขายให้ โชคชัยไม่พอใจที่ผู้พันชาญณรงค์ไม่ทำตามคำพูดที่ตกลงกันไว้ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นการสมยอมของเจ้าของที่เอง...

ขณะเดียวกัน ที่ห้องประชุมบริษัทสยามบาคาตี้ ข้อมูลของเหล่ากระบือบาลที่สรนุชอุตส่าห์ดั้นด้นไปสืบเสาะมา ไม่ได้ทำให้ยอดขายรถไถที่หนองระบือเพิ่มขึ้น ผู้บริหารทั้งห้าคนของบริษัทมีมติเป็นเอกฉันท์ว่างานของสรนุชไม่ผ่านเกณฑ์ เธอยังถูกหนึ่งในผู้บริหารดูแคลน หาว่าได้เข้าทำงานที่นี่เพราะเป็นแฟนลูกชายเจ้าของบริษัทไม่ได้มีความสามารถจริงอย่างที่คุย คนอย่างสรนุชไม่ยอมให้ใครมาดูถูกกันง่ายๆ ประกาศกลางที่ประชุมว่า

ภายในหนึ่งเดือน เธอจะเปิดตลาดขายรถไถรุ่นใหม่ของบริษัทที่หนองระบือให้ได้ สมพลขอให้สรนุชคิดทบทวนให้ดีๆก่อน สรนุชคิดดีแล้ว และมั่นใจจะทำได้ แต่คราวนี้ทีมงานของเธอจะไม่ทำงานให้บริษัทฟรีๆแล้ว ต้องจ่ายค่าเหนื่อยให้ทีมงานของเธอด้วย

“ถ้าสามารถขายรถไถที่หนองระบือนั่นได้ จะเอาเท่าไหร่ พ่อทุ่มไม่อั้น” สมพลสนับสนุนเต็มที่ ขณะที่ณวัตแอบยิ้มอยู่ในใจ แมวไม่อยู่ตั้งหนึ่งเดือน หนูอย่างเขาจะได้เริงร่าได้เต็มที่...

นับเป็นโชคดีของสรนุช ที่สุบินเกิดไปมีปัญหากับนางเอกสาวดาวรุ่งพุ่งแรงแต่แสดงละครไม่เอาไหน จนสถานีโทรทัศน์สั่งถอดเขาออกจากการเป็นผู้กำกับฯ สรนุชจึงได้ตัวสุบินกลับมาช่วยงานอีกครั้ง แถมครั้งนี้ไม่ได้ใช้งานเพื่อนฟรีๆมีเงินติดกระเป๋าให้อีกหนึ่งแสนบาท สุบินรับปากเข้าร่วมทีมทันที

“ว่าแต่การกลับไปสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ครั้งนี้ แกมีแผนการอะไรยัยนุชถึงได้ขอเวลาบริษัทตั้งหนึ่งเดือน”

สรนุชไม่ตอบคำถามของสุบิน ได้แต่ยิ้มๆ เธอมีแผนการใหญ่เตรียมไว้แล้ว

ooooooo

ตอนที่ 4

สรนุชโชคดีวันที่เธอกับคณะมาถึงหนองระบือ เป็นวันที่วัดมีการอุปสมบทพอดี มีชาวบ้านมาร่วมงานแน่นขนัด หญิงสาวไม่รอช้าจอดรถข้างกำแพงวัด โดยมีรถตู้ขนอุปกรณ์กองถ่ายตามมาจอดใกล้ๆ ใจเด็ดกับเกริกไกร ซึ่งอยู่ในขบวนแห่นาคหันมาเห็นสรนุช อรอนงค์ และสุบินก้าวลงจากรถ เกริกไกรขยี้ตาให้แน่ใจว่าตาไม่ฝาด เมื่อมั่นใจว่าใช่นางในฝันของตัวเอง จึงวิ่งฝ่าขบวนแห่ตรงไปหา จนเกิดโกลาหลย่อยๆขึ้น

“คุณอร...คุณกลับมาหาผมแล้วหรือครับ” เกริกไกรอยากจะโดดกอดอรอนงค์ให้หายคิดถึงแต่ไม่กล้า สรนุชชะงักเมื่อเห็นใจเด็ดตามมาด้านหลังเกริกไกร ทั้งสองมองสบตากันนิ่ง...

หลังเสร็จพิธีอุปสมบท คณะของสรนุชเข้าไปกราบหลวงพ่อที่กำลังนั่งคุยอยู่กับชาวบ้านบนศาลาการเปรียญ สรนุชไม่พูดพล่าม แจ้งจุดประสงค์ในการกลับมาครั้งนี้ให้ท่านทราบว่าพวกเธอจะมาถ่ายละครกึ่ง สารคดีที่นี่ โดยจะให้ชาวบ้านร่วมแสดง จึงมากราบรบกวนหลวงพ่อช่วยบอกพวกชาวบ้านให้ด้วย

“ไม่มีปัญหาหรอกโยม...ทุกคนเขายินดีช่วยโยมกันทั้งนั้นแหละ...จริงไหมพวก เรา” หลวงพ่อหันไปถามชาวบ้านที่นั่งอยู่เต็มศาลาพวกชาวบ้านส่งเสียงเฮลั่นแทนคำ ตอบ

เนื่องจากสรนุชกลับมาเพื่อทำประโยชน์ให้กับชุมชน ใจเด็ดจึงเสนอจะให้เธอกับพวกใช้เรือนรับรองที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์เป็นที่ พำนัก สรนุช อรอนงค์ และสุบินอดแปลกใจไม่ได้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของใจเด็ด

จากนั้น ใจเด็ดและเกริกไกรเดินนำคณะของสรนุชมายังที่จอดรถ แต่ต้องชะงักเมื่อเจอผู้พันชาญณรงค์คู่ปรับตลอดกาลของพวกกระบือบาลขวางทาง อยู่ ผู้พันตัวแสบอยากรู้ว่าที่สรนุชกลับมาครั้งนี้จะมาถ่ายสารคดีเครื่องมือ การเกษตรของเขาใช่ไหม เกริกไกรคุยทับทันทีว่าไม่ใช่ คุณนุชกลับมาถ่ายละครที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์

“ละคร...ละครอะไร ทำไมผมไม่เห็นรู้ แล้วละครเรื่องอะไร”  ผู้พันชาญณรงค์เสียงเข้ม

“กระบือทระนง...ตอนนี้ยังขาดพระเอกอยู่ ผู้พันสนใจมั้ย เอ...แต่ถ้าผู้พันเป็นพระเอก สงสัยต้องเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็นกระบือชาญณรงค์” เกริกไกรยิ้มยั่ว ผู้พันชาญณรงค์ถึงกับปรี๊ดแตกทำท่าจะเอาเรื่อง สรนุชไม่อยากให้มีปัญหา เดี๋ยวจะเสียแผนที่วางไว้ รีบไกล่เกลี่ย

“หมอเขาพูดเล่นน่ะค่ะ คือพวกเรากลับมานี่ก็เพราะว่าพวกเราจะมาถ่ายละคร โดยให้ชาวบ้านอย่างผู้พันอย่างหลวงพ่อร่วมแสดงด้วยน่ะค่ะ”

“เหรอ...แล้วฉันจะต้องเล่นเมื่อไหร่ล่ะ” ผู้พันชาญณรงค์เก๊กหล่อขึ้นมาทันที สรนุชอึกอัก ยังไม่ทันได้วางแผนเรื่องนี้ จึงตอบส่งๆว่าพรุ่งนี้ทีมถ่ายทำของเธอจะไปหาเขาที่บ้าน ผู้พันชาญณรงค์เนื้อเต้นที่จะได้เล่นละคร แต่เก็บอาการไว้ เดินเก๊กขรึมกลับไป

ooooooo

ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เจนจิรายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อแอบได้ยินสมหญิงบอกกับภิรมย์ว่าตัวเธอเหมาะสม กับใจเด็ดที่สุด ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงไม่แกร่งพอจะอยู่ที่นี่กับเขา เจนจิราเองก็มีใจให้ใจเด็ดไม่ใช่น้อย ถึงกับฝันไปใหญ่โต จังหวะนั้น มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอด เจนจิราชะเง้อมองสักพัก เห็นใจเด็ดกับเกริกไกรเดินนำสรนุช อรอนงค์ และสุบินเข้ามา สมหญิงกับภิรมย์ หันมาเห็น ดีใจมากวิ่งแซงหน้าเจนจิราเข้าไปทักทาย

“ดีใจขนาดนั้นเลยหรือที่ได้เจอพวกฉันอีก” สรนุชแซว

“ดีใจสิครับ ตอนแรกผมน่ะคิดว่ายังไงพวกคุณก็คงไม่กลับมาแล้ว ใครจะมาอยู่ที่อย่างนี้ได้ แต่หัวหน้าสิครับ บอกว่ายังไงพวกคุณก็ต้องกลับมา” ภิรมย์สีหน้ายิ้มแย้ม ใจเด็ดทำไก๋ จำไม่ได้ว่าพูดตอนไหน

ภิรมย์อ้าปากจะบอก แต่หัวหน้าสถานีฯหนุ่มรีบตัดบทไม่ให้เขาพูดอะไรอีก อรอนงค์รีบฝากเนื้อฝากตัวกับสมหญิง ระหว่างที่พวกเรามาถ่ายละครที่นี่ คงต้องรบกวนเธออีกครั้ง สมหญิงยินดีให้รบกวน ใจเด็ดเห็นว่าพวกสรนุชเดินทางมาเหนื่อยๆ บอกให้ไปพักผ่อนกันได้แล้ว วันพรุ่งนี้ค่อยเจอกัน...

หลังจากขนสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อย สุบินซักไซ้ไล่เลียงสรนุช ตกลงมีแผนการอะไรแน่ ทำไมถึงอยากเจอหลวงพ่อ ใจเด็ด และผู้พันชาญณรงค์ สรนุชจะใช้แผน “ยุทธศาสตร์ดาวเปื้อนดิน” แล้วอธิบายให้สุบินฟังว่า

“จากข้อมูลที่เรามาสำรวจคราวที่แล้ว ทำให้รู้ว่าถ้าเราจะทำให้ชาวบ้านเชื่อในสิ่งที่เราพูด เราจะต้องใช้คนที่ชาวบ้านให้ความนับถือเป็นสื่อกลาง...ผู้นำชุมชนก็เปรียบ เสมือนดาวที่ส่องแสงมายังพื้นดิน”

อรอนงค์หยิบแฟ้มรายชื่อผู้นำชุมชนของที่นี่มาให้สุบินดู ในนั้นมีประวัติของใจเด็ด หลวงพ่อ ผู้พันชาญณรงค์ ครูสีดา และมหาเหม็น สรนุชจะเริ่มแผนยุทธศาสตร์นี้ด้วยการไปเยี่ยมมหาเหม็นเป็นรายแรก...

ค่ำวันเดียวกันที่บ้านของผู้พันชาญณรงค์ ตั้งแต่รู้ว่าพรุ่งนี้จะได้เล่นละคร ผู้พันชาญณรงค์ขอให้ช่อผกาช่วยซักซ้อมบทเป็นการใหญ่ ทั้งๆที่ยังไม่รู้เลยว่าสรนุชจะให้เล่นบทอะไร ซ้อมไปซ้อมมาไม่เข้าท่าสักบท ทั้งบทพระเอกทั้งบทผู้ร้าย ในที่สุดผู้พันชาญณรงค์ตัดสินใจจะเล่นบทที่ตัวเองถนัดที่สุด นั่นคือการเป็นทหาร รีบเข้าห้องนอนตัวเองหยิบเครื่องแบบนายทหารตั้งแต่สมัยยังรับราชการมาเตรียมไว้

ooooooo

เนื่องจากมีเวลาทำงานให้สำเร็จแค่เดือนเดียว สรนุชกับพวกเตรียมออกไปทำงานตั้งแต่ไก่โห่ พอเปิดประตูบ้านพักออกมาต้องแปลกใจที่เห็นใจเด็ดยืนรออยู่ก่อนแล้ว วันนี้ใจเด็ดจะเป็นไกด์พาสรนุชกับทีมงานไปหาพวกชาวบ้านเอง สรนุชมองใจเด็ดไม่ค่อยไว้ใจ ที่เขาช่วยพวกเธอเพื่อจะเอาบุญคุณอะไรหรือเปล่า

“ฟังผมนะ ที่ผมช่วยคุณก็เพราะว่าคุณมาดีมาช่วยชาวบ้าน แล้วที่ผมช่วยคุณก็เพราะว่าอยากช่วย...ไง...ไปกันได้หรือยัง” ใจเด็ดรีบตัดบท จังหวะนั้นเจนจิราเดินผ่านมาพอดี ใจเด็ดฝากเธอดูแลที่นี่แทนเขาด้วย วันนี้เขาจะพาสรนุชกับทีมงานไปคุยกับชาวบ้าน เจนจิราไม่เห็นเกริกไกรอยู่ด้วย ก็ถามหาหมอไม่ไปด้วยหรือ

“วันนี้หมอต้องอยู่รีดน้ำเชื้อ คงไปกับผมไม่ได้หรอก”

สรนุชถึงกับหูผึ่ง รีบกระซิบบอกอรอนงค์ว่าวันนี้ไม่ต้องไป อยู่เก็บข้อมูลเรื่องน้ำเชื้อที่นี่ก็แล้วกัน เราจะได้รู้สักทีว่าน้ำเชื้อพิเศษมาจากควายตัวไหน สุบินจะขออยู่กับอรอนงค์ สรนุชไม่ยอม ถ้าสุบินไม่ไปกับเธอแล้วใครจะเป็นตากล้อง ใจเด็ดเข้ามายืนด้านหลังถามสรนุชว่ามีอะไรหรือเปล่า หญิงสาวสะดุ้งโหยง

“เอ่อ...ไม่มีอะไร พอดีอรรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ สงสัยจะนั่งรถนานก็เลยเหนื่อย...ใช่ไหมอร”

อรอนงค์รู้งานพยักหน้ารับคำทันที “ใช่ค่ะ...พวกคุณไปเถอะค่ะ”

ไม่นานนัก ใจเด็ดขับรถมาจอดหน้าบ้านมหาเหม็น ขณะขนอุปกรณ์ถ่ายละครลงจากท้ายรถกระบะ ใจเด็ดอดสงสัยไม่ได้ ทำไมสรนุชต้องเจาะจงมาหามหาเหม็นด้วย สุบินเห็นเพื่อนรักอึ้ง รีบตอบคำถามแทน

“ก็คนที่ขึ้นชื่อว่ามหา ก็น่าจะเป็นคนที่ชาวบ้านให้ความนับหน้าถือตาไงครับ”

“ที่จริงแล้วพวกคุณไม่ต้องให้ผมพามาก็ได้ พวกคุณเองก็รู้จักมหาเหม็นอยู่แล้ว” ใจเด็ดอมยิ้ม ขณะที่สุบิน กับสรนุชต่างมองหน้ากันงงๆ แต่พอเข้าไปในตัวบ้านของ มหาเหม็น สรนุชชักคุ้นตา ก่อนจะอุทานด้วยความตกใจ นี่เป็นบ้านของหมอผีคนนั้น ใจเด็ดหลิ่วตามองสรนุช ตอนนั้นผีเข้าไม่ใช่หรือแล้วทำไมถึงจำที่นี่ได้ สุบินรีบบอกว่าเป็นคนเล่าเหตุการณ์วันนั้นให้สรนุชฟังเอง ใจเด็ดไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก มองไปบนบ้านที่เงียบสงัดของมหาเหม็น

“เงียบอย่างนี้ สงสัยมหาเหม็นคงกำลังนั่งสมาธิอยู่”

ใจเด็ดคาดผิด มหาเหม็นไม่ได้นั่งสมาธิ แต่กำลังเล่นพนันกัดปลากัดกับพวกชาวบ้าน พอใจเด็ดเปิดประตูบ้านเข้าไป ชาวบ้านแตกฮือคิดว่าตำรวจมา มหาเหม็น หนีไม่ทัน จัดแจงหันหน้าเข้าหาโต๊ะหมู่บูชา ทำตัวสั่นเหมือนองค์ลง ใจเด็ดเห็นแล้วอดขำไม่ได้...

พอตั้งสติกันได้ ถึงได้เห็นว่าพวกใจเด็ดไม่ใช่ ตำรวจ ชาวบ้านกลับมารวมตัวกันที่โถงกลางบ้านมหาเหม็นอย่างเดิม ใจเด็ดบอกจุดประสงค์ของการมาครั้งนี้ให้มหาเหม็นรู้ว่า สรนุชกับสุบินอยากจะมาถ่ายละครที่หนองระบือ ก็เลยอยากจะพึ่งความกว้างขวางของมหา เหม็นช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้เรื่องนี้

“ใช่ครับ...คือพวกเราต้องการให้ชาวบ้านทุกคนร่วมเล่นละครเรื่องนี้ แล้วพวกเราก็มาคิดว่า ใครกันน้าที่จะสามารถพูดให้ชาวบ้านยอมเล่นละครกับเราได้ แล้วคำตอบก็คือมหาครับ”

คำเยินยอของสุบินได้ผล มหาเหม็นเป็นปลื้มตัวแทบลอย รับปากจะช่วยทันที พอสุบินจัดกล้องจัดแสงเรียบร้อยก็ให้มหาเหม็นแนะนำตัวเองหน้ากล้อง อ้างจะเก็บไว้เป็นข้อมูลเพื่อคัดเลือกบทให้เหมาะกับเจ้าตัว ทำประวัติมหาเหม็นเสร็จ สุบินกับสรนุชจับพวกชาวบ้านที่มาเล่นพนันกับมหาเหม็นมาแนะนำตัวหน้ากล้อง...

ในเวลาเดียวกัน ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เจนจิราไม่เป็นอันทำงานทำการ หงุดหงิดที่ใจเด็ดไปกับสรนุช พอสมหญิงมาเบิกเงินจะเอาไปซื้อเกลือแร่ให้ควาย เจนจิราอยากออกไปคลายเครียด จึงอาสาจะไปซื้อให้เอง ฝากสมหญิงดูแลทางนี้ด้วย แล้วหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ออกไป

“ทุกทีก็ไม่เห็นจะออกไปซื้อนี่” สมหญิงนิ่วหน้าแปลกใจ...

อีกมุมหนึ่งแถวคอกพ่อพันธุ์ เกริกไกรเห็นใจเด็ดไม่อยู่ จึงชวนอรอนงค์ที่มาเยี่ยมๆมองๆแถวนั้นไปดูการรีดนํ้าเชื้อ อรอนงค์ดีใจมาก จะได้รู้เสียทีว่าพ่อพันธุ์ตัวไหนที่ให้นํ้าเชื้อพิเศษ แต่พ่อพันธุ์ที่ชื่อเพชรฉายกลับไม่มีอารมณ์กับควายตัวเมียที่ภิรมย์ผูกล่อไว้ เกริกไกรเลยต้องขอร้องอรอนงค์ให้ช่วยทำท่าเซ็กซี่ให้เพชรฉายดูเผื่อจะเรียกอารมณ์ของมันได้ อรอนงค์โพสท่าเซ็กซี่สุดฤทธิ์โดยมีสมหญิงกับภิรมย์คอยเชียร์อยู่ใกล้ๆ

ได้ผลเกินคาด เพชรฉายเริ่มคึก อรอนงค์รีบคว้ากล้องถ่ายรูปขึ้นมาจะเก็บภาพการรีดนํ้าเชื้อ แต่กว่าจะเซตหน้ากล้องได้ เกริกไกรรีดนํ้าเชื้อจากเพชรฉาย เรียบร้อยไปแล้ว อรอนงค์ได้แต่เจ็บใจ

ooooooo

มหาเหม็นเป็นปลื้มกับสรนุชและสุบินมากถึงขนาดลงมือทำข้าวกลางวันเลี้ยง ระหว่างร่วมวงกินข้าวสรนุชชวนมหาเหม็นคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย สุดท้ายจึงวกเข้าคำถามสำคัญ เธอได้ข่าวมาว่ามหาเหม็นชอบเลี้ยงควายใช่ไหม ใจเด็ดหยุดกึก มองหน้าสรนุช ก่อนจะดึงเธอลงไปข้างล่างด้วยกัน ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นเจนจิราจอดมอเตอร์ไซค์แอบดูอยู่หน้าบ้านมหาเหม็น สรนุชไม่พอใจ สะบัดมือใจเด็ดออก

“นี่...ฉันเจ็บนะ นายเป็นบ้าอะไรของนาย”

“คุณกำลังทำอะไร ไหนบอกว่าจะมาถ่ายละคร แล้วทำไมถึงวกเข้าเรื่องควายได้”

สรนุชหาคำแก้ตัวไม่ทัน แกล้งวีนใส่ใจเด็ด ทำไมเธอจะพูดเรื่องควายไม่ได้ หรือเขาสงวนไว้พูดคนเดียว แล้วทำกระฟัดกระเฟียดจะกลับขึ้นบ้าน ใจเด็ดคว้าข้อมือเธอไว้จะให้อยู่ฟังเขาอธิบายก่อน แต่ออกแรงมากไปสรนุชเสียหลักจะตกบันได ใจเด็ดคว้าตัวไว้ได้ทัน ร่างสรนุชอยู่ในอ้อมแขนของเขา ใบหน้าเกือบชนกัน ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในภวังค์ สรนุชได้สติผลักใจเด็ดออก แล้วจ้ำพรวดๆ ขึ้นบ้าน ใจเด็ดรีบตาม

เจนจิราเห็นภาพบาดตาถึงกับหน้าเครียด ขับมอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างรวดเร็ว...

ด้านมหาเหม็นเห็นสรนุชกลับมานั่งล้อมวงกินข้าวอย่างเดิม ตอบคำถามที่เธอถามค้างเมื่อครู่ว่าใช่ เขาเลี้ยงควายไว้เยอะ เกือบหนึ่งร้อยตัว สรนุชกับสุบินถึงกับร้องเอะอะ ถ้ามีมากขนาดนั้น ทำไมเธอไม่เห็นแม้แต่ตัวเดียว มหาเหม็นเลี้ยงไว้ในห้อง แล้วพาสรนุชกับสุบินไปดู ทันทีที่ประตูห้องเปิด สรนุชกับสุบินอยากจะบีบคอมหาเหม็นให้ตายคามือนัก ควายที่มหาเหม็นพูดถึง คือควายธนูนั่นเอง...

ขณะที่สรนุชขลุกอยู่ที่บ้านมหาเหม็น ผู้พันชาญ–ณรงค์แต่งเครื่องแบบทหารเต็มยศรอกองถ่ายละครของสรนุชตั้งแต่เช้าจนบ่ายยังไม่เห็นแม้แต่เงา เครื่องแบบชุดนี้ตั้งแต่สมัยที่เขายังรับราชการจึงตึงแน่นไปทุกส่วน ผู้พันชาญณรงค์เริ่มหายใจไม่ออก ก่อนจะล้มตึง ช่อผกาที่นั่งอยู่ข้างๆตกใจ รีบเข้าไปประคองพ่อที่นอนพะงาบๆ

“ถอดเสื้อให้...พ่อที...พ่อ...หายใจ...ไม่ออก” ผู้พันชาญณรงค์ตะกุกตะกัก

“นายหายใจไม่ออก...งั้นปล่อยเป็นหน้าที่ผมครับ” สมคิดพูดจบคว้าตัวผู้พันจากช่อผกา แล้วจับเป่าปากผายปอด ผู้พันชาญณรงค์ดิ้นพราดๆไม่รู้เป็นเพราะหายใจไม่ออกหรือเหม็นน้ำลายสมคิดกันแน่

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงเรือนรับรอง สรนุชต่อว่าอรอนงค์ไปหาข้อมูลจากไหนมาถึงได้บอกว่ามหาเหม็นมีควายเยอะ ทีหน้าทีหลังช่วยเช็กข้อมูลให้ดีเสียก่อน ควายที่มหาเหม็นมีเป็นควายธนูทั้งหมด อรอนงค์อ้างว่าข้อมูลพวกนี้เธอได้มาจากการสอบถามชาวบ้านเมื่อตอนมาที่นี่ครั้งที่แล้ว

“แต่ก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวหรอกน่า...ยังไงการที่เราเข้าไปทำความรู้จักกับมหาเหม็นก็น่าจะช่วยเราเข้ากับชาวบ้านได้...แกเองนั่นแหละนุชที่ไม่ระวัง” สุบินพูดจบ ทิ้งตัวลงนั่งอย่างเมื่อยขบ สรนุชงง ไม่ระวังเรื่องอะไร

“เอ้า...ก็อยู่ๆไปถามเรื่องควายของมหาเหม็นซะงั้น ดีที่คุณใจเด็ดไม่ติดใจอะไร...เอ...ว่าแต่ที่เขาดึงแกออกไปคุยน่ะ...คุยอะไรกัน” สุบินหลิ่วตามองเพื่อนรัก

สรนุชนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันแล้วใจเต้นไม่เป็นส่ำ รีบกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร ใจเด็ดแค่จะขอเล่นบทที่ให้มหาเหม็นเล่น สุบินนิ่วหน้า อย่างใจเด็ดไม่น่าจะอยากเล่นบทแบบนี้ สรนุชไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกขอตัวไปอาบน้ำให้หายเหนื่อยก่อน แล้วจะได้ไปกินข้าวด้วยกัน...

ระหว่างร่วมวงกินข้าวเย็นด้วยกัน อรอนงค์อดถามใจเด็ดไม่ได้ว่า จริงหรือเปล่าที่เขาอยากขอเล่นบทที่สุบินให้มหาเหม็นเล่น ใจเด็ดชะงัก ถามอรอนงค์ไปรู้มาจากไหน พอรู้ว่าสรนุชบอก ใจเด็ดรู้ทันทีว่าสรนุชคงไม่อยากพูดถึงเหตุการณ์ที่บ้านมหาเหม็น จึงรับว่าเป็นเรื่องจริง สรนุชทำไม่รู้ไม่ชี้เอื้อมมือไปตักกับข้าวบังเอิญใจตรงกับใจเด็ดช้อนของทั้งคู่เลยชนกัน สรนุชชะงัก เปลี่ยนไปตักจานอื่นเกิดใจตรงกับใจเด็ดอีก สรนุชรีบชักช้อนกลับ

“เชิญคุณนุชก่อนดีกว่า” ใจเด็ดว่าแล้วเลื่อนจานกับข้าวไปใกล้ๆ

แต่สรนุชกลับเชิดหน้าใส่ ใจเด็ดเลยตักกับข้าวใส่จานให้ เกริกไกรกระเซ้าทันที ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาเขาไม่เคยเห็นใจเด็ดตักอะไรให้ใครสักครั้ง เจนจิราแอบมองใจเด็ดกับสรนุชอยู่ตลอดถึงกับกินไม่ลงกระแทกช้อนส้อม ขอตัวลุกออกไป ใจเด็ดไม่ได้คิดอะไรกับเจนจิรา แค่เป็นห่วงในฐานะเพื่อนร่วมงาน รีบตามไปถามว่าเป็นอะไรไป พอรู้ว่าเจนจิราไม่ได้เป็นอะไรมากก็เบาใจ...

เหตุการณ์ที่โต๊ะอาหารเมื่อครู่ ทำให้สุบินคิดไปเองว่าใจเด็ดกับเจนจิราต้องมีอะไรกันมากกว่าเพื่อนร่วมงาน ไม่เช่นนั้นฝ่ายชายคงไม่ตามไปดู สรนุชสลัดความรู้สึกขุ่นเคืองเรื่องใจเด็ดทิ้งแล้วหันมาสนใจเรื่องงาน เธอวางแผนจะไปเยี่ยมครูสีดาวันพรุ่งนี้ จากข้อมูลในแฟ้มบอกว่าเป็นครูอาสาที่หลงรักหนองระบือมากถึงขนาดมาลงหลักปักฐานที่นี่ อรอนงค์กำลังจะอ้าปากบอกชื่อจริงของครูสีดา แต่สรนุชยกมือห้ามเสียก่อน

“พอเลยคุณอร...เดี๋ยวจะเหมือนเรื่องมหาเหม็นอีก พูดเรื่องไก่แต่ไปออกเรื่องไข่” สรนุชแดกดัน...

สรนุชเป็นกังวลเรื่องครูสีดาเพราะในแฟ้มข้อมูลไม่มีรูปให้ดู หน้าตาเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ คิดมากจนเก็บเรื่องนี้ไปฝันเป็นตุเป็นตะ

ooooooo

สรนุชตื่นแต่เช้ามืด ติดไฟหุงข้าวทำไข่เจียวทั้งด้านทั้งดำมายืนรอใส่บาตรหลวงพ่ออยู่หน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ และถือโอกาสนี้สอบถามถึงที่อยู่ของครูสีดาไปในตัว โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเกือบจะทำไฟไหม้โรงครัว เพราะยังดับไม้ขีดไฟไม่สนิทดันโยนลงถังขยะ โชคดีที่สมหญิง ภิรมย์และใจเด็ดมาช่วยกันดับได้ทัน

ครู่ต่อมา สรนุชเดินยิ้มร่ากลับมาถึงเรือนรับรอง อรอนงค์กับสุบินอดแปลกใจไม่ได้ที่สรนุชหายไปไหนแต่เช้า พอรู้ว่าไปทำกับข้าวใส่บาตร สุบินหน้าสลด สงสารพระที่มารับบิณฑบาต ป่านนี้ท่านฉันกับข้าวของสรนุชลงหรือเปล่าก็ไม่รู้ สรนุชโกรธเงื้อถาดในมือจะฟาด สุบินโดดหลบทัน

“ฉันไม่มีเวลามาเถียงกับแก ฉันต้องรีบไปแล้ว” สรนุชว่าพลางคว้ากระเป๋ากับกล้องถ่ายรูปขึ้นมาสะพาย

“เดี๋ยวๆๆจะไปไหนน่ะนุช” อรอนงค์คว้าข้อมือเพื่อนรักไว้ สรนุชจะไปบ้านครูสีดา เมื่อครู่สอบถามจากหลวงพ่อแล้วได้ความว่าครูสีดาอยู่ที่กระท่อมเชิงเขาไกลจากที่นี่พอสมควร แล้วขยับจะไป อรอนงค์รั้งไว้อีก

“แกจะลุยเดี่ยวเลยหรือ แล้วฉันสองคนล่ะ”

“แกสองคนก็ทำเป็นถ่ายละครอยู่ที่สถานีนี่แหละ ช่วยรั้งๆนายใจเด็ดไว้อย่าให้ตามไปเกะกะฉัน ฉันจะได้ตีสนิทกับครูสีดาได้สะดวกโยธิน” สรนุชว่าแล้วออกจากเรือนรับรอง เหลือบเห็นเกริกไกรกับเจนจิรา

มุ่งหน้ามาทางนี้ รีบหลบหลังพุ่มไม้ อรอนงค์กับสุบินช่วยกันเบนความสนใจของทั้งคู่ ทำให้สรนุชวิ่งลัดเลาะออกจากสถานีฯได้สำเร็จ จากนั้นเธอเดินไปตามถนนลูกรังที่มุ่งหน้าไปยังเชิงเขา

“เดี๋ยวมีชาวบ้านผ่านมาค่อยติดรถเขาไป คงไม่มีใครที่หนองระบือนี่ไม่รู้จักครูสีดาหรอก” สรนุชยิ้มระรื่น...

ขณะที่สรนุชเดินอย่างเริงร่าไปตามเส้นทางสู่บ้านครูสีดาโดยไม่รู้เลยว่าสุบินปากเปราะดันไปบอกใจเด็ดว่ามือมืดที่เกือบทำให้โรงครัวไหม้ทั้งหลังคือสรนุช ใจเด็ดโกรธจะขอคุยกับมือมืดให้รู้เรื่องแต่เธอไม่อยู่ สอบถามจากอรอนงค์กับสุบินก็ไม่ได้เรื่องอะไร ใจเด็ดอดแปลกใจไม่ได้ทำไมสรนุชถึงทิ้งอรอนงค์กับสุบินไว้ที่นี่

“คือว่า...วันนี้เราทั้งสองคนตั้งใจว่าจะถ่ายทำละครอยู่ภายในสถานีฯนี้น่ะค่ะ”

เกริกไกรยิ้มดีใจ ในที่สุดก็ถึงคิวเขาจะได้เป็นพระเอกเสียที ใจเด็ดสบช่อง ฝากเกริกไกรกับเจนจิราช่วยอำนวยความสะดวกให้สุบินกับอรอนงค์ด้วย ส่วนเขาจะไปตามสรนุชเอง อรอนงค์กับสุบินจะห้ามแต่ไม่ทัน...

ทางด้านสรนุช เดินจนเหนื่อยถึงได้เจอโทนขี่จักรยานสวนมา หญิงสาวขอให้ช่วยไปส่งที่บ้านครูสีดา โทนไม่ไป บ้านครูสีดาไกลมากขืนให้สรนุชซ้อนท้ายคงน่องโป่งตายก่อนจะไปถึง แล้วปั่นจักรยานจากไปโดยไม่ไยดี เหมือนโชคเข้าข้างสรนุช บังเอิญโชคชัยกำลังจะไปหาครูสีดาเช่นกันขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดี จึงให้สรนุชซ้อนท้ายไปด้วย ผ่านไปพักใหญ่กว่าโชคชัยจะมาถึงบ้านครูสีดา สรนุชลงจากมอเตอร์ไซค์มองสำรวจไปรอบๆ

“ทำไมครูสีดามาอยู่ไกลผู้ไกลคนอย่างนี้คะ แถวนี้ไม่เห็นมีบ้านใครเลย นอกจากบ้านแกบ้านเดียว”

“แกอยากอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติน่ะครับ” โชคชัยว่าแล้วหันไปตะโกนเรียกครูสีดาแต่ไม่มีเสียงตอบรับ

ชายหนุ่มขอตัวเข้าไปดูครูสีดาข้างในบ้าน ส่วนสรนุชเดินชมธรรมชาติมาถึงสนามข้างบ้านครูสีดา เห็นผ้ามัดย้อมหลากสีสันตากไว้ที่ราวเต็มไปหมด ความงามของลายผ้าดึงดูดสรนุชให้เดินเข้าไปชื่นชมใกล้ๆ

ทันใดนั้น มีชายชาวต่างชาติผิวดำท่าทางต๊องๆโผล่พรวดออกมาจากผ้ามัดย้อมที่ตากไว้ สรนุชตกใจหันหลังจะวิ่งหนี ชนโชคชัยที่เดินเข้ามาพอดี ละล่ำละลักบอกเขาว่ามีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้โผล่มาจากราวตากผ้า แล้วชี้มือชี้ไม้ไปที่ฝรั่งผิวดำนายนั้น โชคชัยหัวเราะชอบใจที่สรนุชปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม ผู้ชายบ้าที่เธอว่าคือครูสีดานั่นเอง

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ใจเด็ดขับรถตามหาสรนุชไปถึงตลาดในหมู่บ้าน สอบถามชาวบ้านไปทั่วแต่ไม่มีใครเห็นเธอสักคน ตัดสินใจเดินกลับไปที่รถ โทนขี่จักรยานเข้ามาบอกใจเด็ดว่าเจอสรนุชที่ถนนลูกรังอีกด้านหนึ่งของหมู่บ้าน ขอร้องให้เขาพาไปบ้านครูสีดา

“หา...ไปบ้านครูสีดา” ใจเด็ดร้องเสียงหลง ไม่เข้าใจสรนุชจะไปทำไมที่นั่น...

ขณะที่ใจเด็ดยืนงงอยู่ที่ตลาด สรนุชกำลังขอโทษครูสีดา ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นคนต่างชาติคิดว่าเป็นครูแก่ๆใจดี ครูสีดาไม่ได้โกรธจึงไม่ต้องยกโทษให้ แล้วเดินฮัมเพลงนำสรนุชกับโชคชัยไปหลังบ้าน โชคชัยเล่าประวัติครูสีดาให้สรนุชฟังว่าเป็นชาวต่างชาติที่หลงรักเมืองไทยและรักธรรมชาติมาก  เลยมาตั้งรกรากห่างไกลเมืองอยู่ที่นี่

“ครูแกเป็นอย่างนี้...เอ่อคือ...ฉันหมายถึงเป็นคนตลกน่ะค่ะ แล้วทำไมถึงได้เป็นที่นับถือของชาวบ้านได้ล่ะคะ” สรนุชกระซิบถามโชคชัย นายก อบต.ชี้ไปยังลานกว้างใต้ร่มไม้ เห็นครูสีดาเดินเข้าไปหาเด็กๆชาวบ้านนับสิบคนซึ่งกำลังจับกลุ่มทำผ้ามัดย้อมกันอย่างขมักเขม้น

“ผ้ามัดย้อมที่คุณเห็นตากอยู่ข้างนอกนั่น ครูสีดาแกเป็นคนสอนให้เด็กๆทำ เพื่อหารายได้เสริมให้กับครอบครัวของเด็กๆครับ” โชคชัยมองครูสีดาด้วยสายตาชื่นชม...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ระหว่างที่เกริกไกร ภิรมย์และสมหญิงกำลังเตรียมพร้อมเข้าฉาก ผู้พันชาญณรงค์ ช่อผกา และสมคิดมือขวาของผู้พัน

เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ผู้พันชาญณรงค์มาต่อว่าพวกกองถ่าย เมื่อวานนัดว่าจะไปถ่ายละครที่บ้านของเขาแล้วทำไมไม่ไป ปล่อยให้เขากับลูกสาวแต่งตัวรอเก้อทั้งคืน

อรอนงค์รู้ดีว่าผู้พันชาญณรงค์บ้ายอ รีบยกมือไหว้ขอโทษเขาอย่างอ่อนช้อย แล้วยกยอปอปั้นเขาเป็นการใหญ่ ผู้พันชาญณรงค์หัวเราะชอบใจลืมความโกรธแถมยกโทษเรื่องเมื่อวานให้ ช่อผกาไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ได้

“พอเถอะผกา จะมานั่งฟื้นฝอยหาตะเข็บกันทำไมอีก ในเมื่อเรากำลังจะได้ถ่ายละครกันเดี๋ยวนี้แล้ว”

เกริกไกรทักท้วงถ้าให้ผู้พันแสดง แล้วเอาพวกตนไปไว้ไหน สุบินจะให้ทุกคนเข้ากล้องพร้อมกันหมด เล่นด้วยกันหลายๆคนสนุกดี ช่อผกาไม่เห็นใจเด็ดอยู่แถวนั้น จัดแจงตะโกนเรียกให้มาถ่ายละครด้วยกัน พอรู้ว่าเขาไม่อยู่ออกไปตามสรนุช ลูกสาวผู้พันชักสีหน้าไม่พอใจ ทำไมใจเด็ดต้องไปตามหาแม่นั่นด้วย

ooooooo

สรนุชพอใจมากที่การมาเยี่ยมครูสีดาครั้งนี้ นอกจากจะได้ตีสนิทกับเขาแล้ว ยังได้เรียนรู้การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติเป็นของแถม หนำซ้ำยังได้รู้จักตัวตนที่น่าคบหาของโชคชัยซึ่งอุทิศตัวเพื่อลูกบ้านของตัวเอง ช่วยเป็นธุระจัดหาร้านรับซื้อผ้ามัดย้อมของพวกเด็กๆไปขาย สรนุชอดชื่นชมเขาไม่ได้

“คุณเป็นคนหนุ่มอนาคตไกล ตั้งใจทำงานและจริงใจกับประชาชน ฉันทำนายได้เลยว่าต่อไปคุณต้องได้เป็นใหญ่เป็นโตแน่ๆค่ะ” สิ้นเสียงสรนุช มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

“นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ก็มาทำตัวเป็นแม่หมอดูอยู่ที่นี่เอง”

สรนุช โชคชัย และครูสีดาหันมองตามเสียง เห็นใจ–เด็ดยืนอยู่ สรนุชเซ็งมากไม่คิดว่าเขาจะตามมาถูก ครูสีดาดีใจ ปรี่เข้าไปโอบไหล่ใจเด็ดอย่างสนิทสนม พูดจาหยอกล้อกันราวกับเป็นเพื่อนซี้กันมานาน สรนุชเห็นแล้วหมั่นไส้จึงขอตัวกลับ หันไปชวนโชคชัยกลับด้วยกัน โชคชัยยังคุยธุระเรื่องร้านรับซื้อผ้ามัดย้อมกับครูสีดายังไม่เสร็จ ฝากใจเด็ดช่วยพาสรนุชกลับที่พักด้วย สรนุชหนีไม่ออก จำต้องกลับกับใจเด็ด...

ระหว่างทางกลับสถานี ใจเด็ดต่อว่าสรนุชยกใหญ่ที่หายตัวไปไม่บอกกล่าวกันก่อน ทำให้ทุกคนเป็นห่วง สรนุชโวยลั่น เธอไม่ใช่เด็กอมมือแล้ว เอาตัวรอดได้ไม่ต้องมาเป็นห่วง ใจเด็ดเคืองจัดจอดรถข้างทางไล่สรนุชลง ถ้าเก่งนักอย่างปากว่า ก็หาทางกลับเองก็แล้วกัน แล้วยื่นมือไปเปิดประตูรถข้างที่สรนุชนั่ง เชิญให้ลงจากรถ สรนุชไม่ยอมแพ้ คว้ากระเป๋าใส่สัมภาระ สะบัดหน้าลงจากรถ ใจเด็ดไม่ง้อ กระแทกคันเร่งบึ่งรถออกไปทันที

“ไม่ต้องกลัวแถวนี้มีรถผ่านมาให้โบกเยอะแยะไป นายกระบือบาลเอ๊ย แค่นี้ขู่ผู้หญิงอย่างสรนุชไม่ได้หรอก...เฮ้อ...อากาศสดชื่นจังเลย” สรนุชทำเป็นเก่ง ทั้งๆที่ใจจริงกลัวแทบตาย มองไปทางไหนมีแต่ป่ากับป่า...
ในขณะที่สรนุชถูกทิ้งไว้เพียงลำพังบนถนน

สายเปลี่ยว ช่อผกาเริ่มวีนแตกที่ใจเด็ดหายไปกับสรนุชนานเกินไปโดยไม่มีใครสนใจสักคนเพราะมัวแต่แย่งกันเข้าฉาก ผู้พันชาญณรงค์เห็นท่าไม่ดีขอตัวกลับก่อน แล้วสั่งสมคิดลากตัวช่อผกาไปขึ้นรถ หญิงสาวพยายามขัดขืน แต่ไม่สำเร็จ เจนจิราคิดคล้อยตามคำพูดของช่อผกา หันไปบ่นกับเกริกไกรที่ใจเด็ดหายไปนานผิดปกติ

“ไม่มีอะไรหรอกเจน ใจเด็ดมันคงเจอคุณนุชแล้วพากันไปหาข้อมูลถ่ายทำละครต่อ” เกริกไกรปลอบ...

ใจเด็ดไม่คิดจะทิ้งสรนุชให้เดินกลับที่พักเอง แค่ต้องการแกล้งให้เดินจนเหนื่อยจะได้เลิกทำฤทธิ์ทำเดช เขาจอดรถรออยู่ข้างทางห่างจากจุดที่ทิ้งสรนุชประมาณหนึ่งกิโลเมตร รออยู่พักใหญ่ สรนุชมาถึงในสภาพเหงื่อท่วม ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย ขึ้นมานั่งที่นั่งข้างคนขับไม่ดื้อดึงอวดเก่งอีกต่อไป

ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะสตาร์ตรถ เงียบ ลองสตาร์ตใหม่อีกหลายครั้งแต่ไร้ผล ลงไปเปิดฝากระโปรงรถขยับสายไฟให้เข้าที่ แล้วลองให้สรนุชสตาร์ตรถอีกครั้ง แต่ไม่ติดเหมือนเดิม ใจเด็ดปิดฝากระโปรงรถ เดินมาหยิบข้าวของใส่เป้ ชวนสรนุชเดินกลับ เขาพาเธอเดินลัดเลาะเข้าป่าซึ่งเป็นทางลาดเชิงเขาอย่างชำนาญ

สรนุชไม่คุ้นกับการเดินป่า บ่นเป็นหมีกินผึ้งไปตลอดทาง จนกระทั่งใจเด็ดพาเดินลึกเข้าไปในป่า มาถึงสะพานเชือกเตี้ยๆข้ามลำธาร สรนุชเลิกบ่นทันที ธรรมชาติบริเวณนี้สวยงามเกินบรรยาย รีบคว้ากล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ จังหวะนั้น ใจเด็ดก้าวตามขึ้นมาบน สะพาน สรนุชแอบถ่ายรูปเขาเอาไว้ พอชายหนุ่มหันมอง

เธอรีบหันกล้องไปทางอื่น ใจเด็ดอาสาจะถ่ายรูปให้ แล้วคว้ากล้องไปจากมือหญิงสาว หลังจากถ่ายรูปให้เธอแล้ว เขาเข้ามายืนใกล้ๆ ขอถ่ายรูปคู่ สรนุชอ้าปาก จะค้าน แต่ใจเด็ดชิงกดชัตเตอร์เสียก่อน...

ในขณะเดียวกัน โชคชัยขี่มอเตอร์ไซค์กลับจากบ้านครูสีดา เจอรถของใจเด็ดจอดอยู่ข้างทาง รีบแวะเข้าไปดู ประตูรถล็อกไว้เรียบร้อย แต่ไม่พบใคร ลองตะโกนเรียกใจเด็ดกับสรนุช ก็ไม่มีเสียงตอบรับ

“หรือว่ารถจะเสีย...คงโบกรถใครไปแล้วมั้ง” โชคชัยพึมพำกับตัวเอง มองดูรอบๆอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น จึงขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป...

ด้านสรนุชกับใจเด็ดลงมาเล่นนํ้าในลำธารกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะพากันเดินทางต่อ อารามรีบร้อนจะออกจากป่าให้ทันก่อนมืด สรนุชก้าวข้ามโขดหินในลำธารพลาดจะหงายหลัง ใจเด็ดรีบคว้าตัวเธอไว้

สรนุชอยู่ในอ้อมกอดเขา ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก ตาต่อตาประสานกัน รู้สึกแปลกๆในหัวใจ

ใจเด็ดค่อยๆคลายมือออกจากสรนุช แล้วก้าวข้าม ก้อนหินไปก่อน จากนั้นยื่นมือให้เธอจับ สรนุชมองมือใจเด็ด ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับมือเขา...

กว่าโชคชัยจะมาถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว เขาชักใจคอไม่ดีเมื่อรู้จากเจนจิราว่าใจเด็ดกับสรนุชยังมาไม่ถึง ขากลับจากบ้านครูสีดา โชคชัยเจอรถของใจเด็ดจอดเสียอยู่ข้างทางบนเขา แต่ไม่พบใจเด็ดกับสรนุชที่นั่น เพราะคิดว่าทั้งคู่คงโบกรถชาวบ้านกลับมาแล้ว ทุกคนสีหน้าเป็นกังวล ยกเว้นเกริกไกรคนเดียวที่มั่นใจว่าใจเด็ดต้องพาสรนุชกลับมาอย่างปลอดภัย และไม่อยากให้ทุกคนตื่นตูมเกินเหตุ...

ที่ชายป่าไม่ห่างจากถนนเข้าหมู่บ้าน อากาศเริ่มเย็นลงเมื่อความมืดเข้าปกคลุม ใจเด็ดถอดเสื้อแจ็กเกตตัวเองคลุมให้สรนุชอย่างอ่อนโยน แล้วชี้ไปยังต้นไทรเบื้องหน้า ถ้าเดินพ้นต้นไทรต้นนั้นไปก็จะพ้นแนวป่าเจอถนนเข้าหมู่บ้าน สรนุชใจชื้นขึ้น เดินเคียงข้างใจเด็ดไปตามทาง มิตรภาพระหว่างเขากับเธอก่อตัวขึ้นทีละน้อย...

ในที่สุด ใจเด็ดกับสรนุชก็กลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ทุกคนต่างโล่งใจที่ทั้งคู่ปลอดภัย โชคชัยเห็นทุกอย่างคลี่คลายไปด้วยดี จึงขอตัวกลับ สรนุชถอดเสื้อแจ็กเกตคืนใจเด็ด ขอบคุณที่ให้ยืมเสื้อ แล้วต่างคนต่างขอตัวไปพักผ่อน เจนจิราจับจ้องทั้งคู่อยู่ รู้สึกได้ถึงสายสัมพันธ์ที่พวกนั้นมีให้กันและกันแล้วใจหาย...

ดึกแล้ว ทั้งใจเด็ดและสรนุชต่างนอนไม่หลับ เห็นพระจันทร์สวยบนฟ้าแล้วต่างคนต่างนึกถึงเหตุการณ์ในป่า ตอนที่ใจเด็ดโอบกอดสรนุชไว้ช่วยให้เธอไม่พลัดตกจากโขดหิน หัวใจของทั้งคู่เริ่มหวั่นไหวโดยไม่รู้สาเหตุ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 08:39 น.