ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ยาเบื่อที่ชิดชัยกับลูกน้องโรยไว้ ทำให้ควายตายยกคอก เหล่ากระบือบาลตื่นขึ้นมาพบในตอนเช้า

พากันช็อก สุบินตกเป็นผู้ต้องสงสัยเพราะเมื่อคืนอยู่แถวคอกควายเป็นคนสุดท้าย เกริกไกรชันสูตรซากควายแล้ว ลงความเห็นว่าถูกวางยา ภิรมย์ไม่รอช้าปราดเข้าไปกระชากคอเสื้อสุบินจะเอาเรื่อง เกริกไกรทักท้วง

“เดี๋ยว...ไม่ใช่ฝีมือของคุณสุบิน ฟางพวกนี้ไม่ใช่ฟางในสถานีฯของเรา” เกริกไกรไม่เห็นใจเด็ดอยู่แถวนั้นก็ถามหา ได้ความว่ากำลังเดินสำรวจรอบบริเวณที่เกิดเหตุ เกริกไกรรีบตามไปดู...

ใจเด็ดเดินดูแถวพุ่มไม้ใกล้ๆกับคอกควาย เจอก้นบุหรี่กับซองยาเปล่าถูกทิ้งไว้ พอจะเดาเหตุการณ์ออก เกริกไกรตามมาสมทบเพื่อรายงานสาเหตุการตายของควาย แต่ยังไม่ทันพูดอะไรใจเด็ดชิงพูดขึ้นก่อน

“มีคนเข้ามาวางยาเบื่อควาย”

“ใช่...แกคิดว่าเป็นฝีมือใคร”

ใจเด็ดมั่นใจต้องเป็นพวกรถไถแน่ๆแล้วผลุนผลันออกไป เกริกไกรเห็นท่าไม่ดีรีบไปแจ้งให้โชคชัยรับรู้...

ไม่นานนัก ใจเด็ดขับรถมาถึงหน้าบริษัทคาบาตี้ เห็นชิดชัยกับลูกน้องคนสนิทกำลังหัวเราะร่วนกันอยู่ จึงเบนรถพุ่งใส่ ชิดชัยกับลูกน้องโดดหลบลงไปคลุกฝุ่น พอเห็นใจเด็ดลงจากรถ จะคลานหนี ใจเด็ดปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อชิดชัยขึ้นมาอย่างโกรธจัด สรนุชกับอรอนงค์ได้ยินเสียงเอะอะวิ่งออกมาดู ใจเด็ดเห็นสรนุชก็ชะงัก ชิดชัยได้โอกาสสะบัดมือใจเด็ดหลุด แล้ววิ่งไปหลบหลังสรนุช ขอความช่วยเหลือ

“นี่มันเรื่องอะไร...นายใจเด็ด” สรนุชเห็นหน้าใจเด็ดแล้ว ใจคอไม่ดีต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแน่ๆ

“ผมต่างหากที่ต้องถามคุณ...คุณฆ่าควายผมทำไม...คุณทำได้ไง” ใจเด็ดมองหน้าสรนุชอย่างเคียดแค้น

“ฉัน...ฉันไม่ได้ทำ...ฉันจะฆ่าพวกมันทำไม”

“เพราะคุณจะแก้แค้นที่รถไถคุณโดนเผาไง” ใจเด็ดกร้าวใส่ สรนุชยังไม่ทันจะพูดอะไร ณวัตตามออกมาเสียก่อน พอเห็นหน้าใจเด็ดปราดเข้าไปผลักอก ถามเสียงเข้มว่ามาที่นี่ทำไม

“ไอ้นี่มันบอกว่าพวกเราไปฆ่าควายมันนะครับคุณวัต” ชิดชัยเสนอหน้า

เหตุการณ์บานปลายเมื่อณวัตกล่าวหาว่าพวกกระบือบาลฆ่าควายตัวเองแล้วมาข่มขู่ พวกรถไถเพื่อเอาเงิน แล้วหยิบเงินให้ใจเด็ด ขอให้ถือเสียว่าเขาช่วยงานศพควาย ใจเด็ดฟิวส์ขาดต่อยณวัตเลือดกบปาก ชิดชัยเห็นเจ้านายโดนทำร้ายพยักพเยิดให้ลูกน้องช่วยกันรุมใจเด็ด สรนุชพยายามห้ามปรามแต่ไม่มีใครฟัง ณวัตลุกขึ้นได้เดินตรงไปที่รถของตัวเอง คว้าปืนยิงขึ้นฟ้าหนึ่งนัด แล้วสาวเท้าเข้าหาใจเด็ดพร้อมกับเล็งปืนใส่ ทุกคนชะงัก

“เอาสิ...เก่งนี่ ทำไมไม่เก่งต่อล่ะ...ว่าไง เงียบทำไม ฉันไม่เข้าใจจริงๆกับไอ้แค่ควายหน้าโง่พวกนั้น ทำไมทำเหมือนจะเป็นจะตาย ถ้ามันลำบากมาก ฉันจะให้แกตายตามพวกมันไป...ดีไหม” ณวัตว่าแล้วขยับเข้าไปใกล้

ใจเด็ดได้จังหวะปัดปืนในมือณวัตกระเด็น ต่อยซ้ำจนล้มคว่ำ องครักษ์พิทักษ์ณวัตเข้าไปรุมต่อยใจเด็ด

เซล้มไปทางที่ปืนตกอยู่ กระบือบาลหนุ่มได้ทีคว้าปืนเล็งใส่ณวัตกับพวกบ้าง เกริกไกรกับโชคชัยมาถึงพอดี ต่างขอร้องให้ใจเด็ดวางปืน แต่เขาไม่ฟัง โชคชัยจำเป็นต้องชักปืนของตัวเองขึ้นมาเพื่อปราม

“ใจเด็ด...ทิ้งปืนซะ...อย่าบังคับให้ฉันต้องทำอย่างนี้”

ใจเด็ดยังคงเล็งปืนใส่ณวัตกับพวกรถไถ สถานการณ์ตึงเครียด สรนุชกลัวเหตุการณ์จะลุกลามเสนอให้ใจเด็ดคุมตัวเธอไปไว้ที่สถานีบำรุงพันธุ์ สัตว์ ถ้าเขาคิดว่าเธอเป็นคนสั่งให้ฆ่าควายพวกนั้น ทั้งโชคชัยและณวัตต่างร้องห้าม สรนุชไม่สนใจ เธอต้องการพิสูจน์ให้ใจเด็ดเห็นว่าเธอบริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ใจเด็ดมองสบตาสรนุชนิ่ง เดาไม่ออกว่าเขาจะเอาอย่างไร

ooooooo

ข่าวควายถูกฆ่าตายยกคอกแพร่สะพัดไปทั่วหนองระบือ ชาวบ้านต่างมายืนออกันหน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ภิรมย์กับสมหญิงพยายามขอร้องให้ชาวบ้านกลับไป แต่พวกนั้นจะขอดูหน้าควายซึ่งถือเป็นพี่น้องของตนเป็นครั้งสุดท้าย แล้วพยายามดันประตูจะเข้ามาให้ได้ สุบินบอกให้ภิรมย์ปล่อยพวกชาวบ้านเข้ามาได้เลย ถ้าไม่กลัวติดเชื้อ ชาวบ้านหยุดกึก มองหน้ากันเลิ่กลั่กถามว่าติดเชื้ออะไร

“ก็เชื้อบ้ากลายพันธุ์ไง เคยดูในหนังไหมที่คนกลายเป็นผีดิบน่ะ...เอ้า...ถ้าใครอยากเข้าก็เชิญ”

คำลวงของสุบินได้ผล ชาวบ้านค่อยๆสลายตัวกลับไปจนหมด เหลือเพียงนักข่าวชื่อปองศักดิ์ ที่ก้มหน้า ก้มตาจดบันทึกลงสมุด พอเงยหน้าขึ้นมองอีกที เห็นสุบินยืนอยู่จำได้ทันทีว่าเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเข้าไปตีซี้ก่อนจะ ถามว่าตกลงควายเป็นอะไรตาย สุบินอึกๆอักๆ ปองศักดิ์สงสัยต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ...

ด้านสรนุชไม่ละความพยายามจะพิสูจน์ให้ใจเด็ดเห็นว่าเธอไม่เกี่ยวกับเรื่อง ที่ควายตาย ขอร้องให้โชคชัยขับรถมาส่งที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์เพื่อให้ใจเด็ดควบคุมตัว โชคชัยไม่เห็นด้วย สรนุชไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ก็ได้ ใจเด็ดเองก็ยอมให้เป็นเรื่องของตำรวจจัดการแล้ว สรนุชยังยืนยันความตั้งใจเดิม ก้าวฉับๆไปหาใจเด็ดที่อยู่หลังสถานีฯ เห็นเขากับเหล่ากระบือบาลรวมทั้งสุบิน กำลังช่วยกันกลบฝังควายลงในหลุมขนาดใหญ่ สรนุชถึงกับ ชะงัก ใจเด็ดหันมาเห็นชักสีหน้าไม่พอใจ ถามสรนุชเสียงเขียวว่าใครใช้ให้มาเหยียบที่นี่

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะให้นายควบคุมตัวฉันเอาไว้ระหว่างที่ทางตำรวจสืบหาความจริง”

“ไม่จำเป็น...คุณจะอยู่ที่นี่หรือไม่อยู่ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะถ้าผมรู้ความจริงว่าคุณเป็นคนทำ ต่อให้คุณอยู่ที่ไหน ผมก็จะตามล่าคุณมาชดใช้ในสิ่งที่คุณทำ”

สรนุชใจหาย คิดไม่ถึงใจเด็ดจะพูดจารุนแรงกับตนเองแบบนี้ เดินคอตกกลับไปที่รถของโชคชัย สุบินวิ่งตามมาเรียกไว้ สรนุชคิดว่าเพื่อนจะมาต่อว่า ยอมรับคำตำหนิแต่โดยดี หรือถ้าสุบินอยากจะฆ่าจะแกงก็เชิญ

“ฉันไม่ได้คิดว่าแกเป็นคนทำ...ที่ฉันตามแกมาเพราะฉันอยากให้แกเข้าใจคุณใจเด็ด”

“แกอยากให้ฉันเข้าใจเขา แล้วเขาเคยเข้าใจฉันบ้างไหม ฉันอยู่ของฉันดีๆ ฉันไม่ได้ทำอะไร อยู่ๆก็มาบอกว่าฉันทำโน่นทำนี่” สรนุชตัดพ้อน้ำตาคลอ

“นุช...คุณใจเด็ดเขาเพิ่งเสียควายไปทั้งสถานีฯนะ...ตอนนี้ฉันว่าแกกลับไป ก่อนเถอะ ถ้าคุณใจเด็ดเย็นลงแล้ว ฉันจะรีบบอกแก...นายกฯ...ผมฝากดูแลนุชด้วยนะครับ”

โชคชัยยินดีจะดูแลสรนุชให้ สุบินมองเพื่อนรักด้วยความเห็นใจแล้วกลับเข้าสถานีฯ สรนุชรอเขาไปจนลับสายตา หันมาบอกให้โชคชัยกลับไปก่อน เธออยากอยู่คนเดียว ไม่ต้องเป็นห่วงเธอหาทางกลับบริษัทเองได้ โชคชัยจำต้องทำตามที่สรนุชขอร้อง เดินซึมขึ้นรถขับออกไป...

ครู่ต่อมา สรนุชกลับถึงบริษัทเห็นอรอนงค์อยู่ลำพังคนเดียว สงสัยพนักงานหายไปไหนกันหมด ได้ความว่าพวกนั้นกลัวใจเด็ดจะกลับมาอาละวาดอีก อรอนงค์เลยปล่อยให้กลับบ้าน สรนุชสีหน้าไม่สู้ดีนัก อรอนงค์รู้ทันทีว่าคงปรับความเข้าใจกับใจเด็ดไม่สำเร็จ อาสาจะไปคุยกับเกริกไกรให้ว่าพวกเราไม่ได้เป็นคนฆ่าควายเหล่านั้น

“ไม่ต้องหรอก...พูดไปก็ไม่มีประโยชน์”

“มันก็น่าแปลกนะ แกไม่สงสัยบ้างเหรอ ตั้งแต่ที่เราสงสัยคุณใจเด็ดว่าเป็นคนปาขี้ควายใส่เรา แต่เขาก็บอกว่าไม่ได้ทำ แล้วจู่ๆคุณเจนก็โดนรถชน...คุณใจเด็ดก็เข้าใจว่าเป็นฝีมือเรา แล้วยังเรื่องรถไถโดนเผา เรื่องควายตายนี่อีก...นุช...แกคิดเหมือนฉันไหม...อาจจะมีมือที่สามสร้าง เรื่องใส่ร้ายทั้งเราแล้วก็พวกคุณใจเด็ด”

สรนุชชักจะสงสัยขึ้นมาเหมือนกัน

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ณวัตกำลังโม้ให้ผู้พันชาญณรงค์ฟัง ตัวเองเก่งขนาดไหน ไล่ชกใจเด็ดจนหมดทางสู้ ช่อผกาหมั่นไส้ สวนขึ้นมาทันทีว่า เท่าที่เธอได้ยินคนในตลาดคุยกัน ณวัตเอาแต่หลบอยู่หลังสรนุชไม่ใช่หรือ

“เอ่อ...สงสัย...ไอ้เด็กเลี้ยงควายนั่นมันจะไปบอกชาวบ้านอย่างนั้น เพราะกลัวหน้าแตกน่ะครับ”

“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ แต่แค่ควายมันตายยกสถานีฯ...ฉันก็สะใจพอแล้ว” ผู้พันชาญณรงค์ยิ้มแสยะ อยู่ๆช่อผกาก็ร้องกรี๊ดๆ ผู้พันชาญณรงค์ตกใจ โวยลั่น “อะไรวะ...อย่าบอกนะว่าแกเสียใจที่ควายไอ้ใจเด็ดมันตาย”

“ใครบอกล่ะพ่อ ดีใจต่างหาก ต่อไปนี้พี่ใจเด็ดจะได้มองฉันซะที...งั้นเดี๋ยวฉันมานะพ่อ” ช่อผกาว่าแล้ววิ่งปรู๊ดขึ้นบ้าน ผู้พันชาญณรงค์แนะให้ณวัตชะลอเรื่องที่ดินไว้ก่อน ณวัตไม่เข้าใจจะชะลอไปทำไม

“อ้าว...ไอ้ใจเด็ดมันต้องสงสัยผมกับคุณวัตแน่ๆ รับรองว่าไอ้บ้านั่นมันต้องจับตามองเราไม่กะพริบตา”

“แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น...ผมกลับมองว่า ตอนนี้มันคงเหมือนคนบ้าที่ต้องการหาตัวคนทำจนไม่มีเวลาสนใจ เราต่างหาก...แต่ถึงมันจะมาวุ่นวาย ผมก็ไม่สน...ผมต้องการที่อีกสองแปลงนั่นให้เร็วที่สุด” ณวัตยิ้มเจ้าเล่ห์...

ทางด้านช่อผกาไม่รอช้าเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเสร็จรีบตรงไปหาใจเด็ดที่สถานีฯ จะขอมาอยู่ที่นี่ด้วย ใจเด็ดจะได้เลี้ยงเธอแทนควายที่ตายไป ใจเด็ดไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย ขอร้องช่อผกากลับไปก่อน

“ไม่...ผกาไม่อยากกลับบ้าน ผกาอยู่ก็เหมือนไม่อยู่ วันๆพ่อเอาแต่คุยกับไอ้ลูกชายคาบาตี้ แล้วก็พากันไปข้างนอก” ช่อผกาว่าพลางบีบนํ้าตา ใจเด็ดชักสงสัยสองคนนั่นต้องมีลับลมคมในกันแน่ๆ ขอร้องช่อผกาช่วยจับตาดูพ่อของเธอให้ที ช่อผกานิ่วหน้า จะให้จับตาดูทำไม

“ตอนนี้พี่ยังบอกผกาไม่ได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่พ่อผกาออกไปข้างนอกกับไอ้ณวัต ผการีบบอกพี่ทันทีได้ไหม”

ช่อผกาสีหน้าครุ่นคิด ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธอะไร...

คํ่าวันเดียวกัน ชิดชัยและลูกน้องมีนัดกับณวัตแถวถนนสายเปลี่ยวเส้นหนึ่งนอกหมู่บ้าน ลูกน้องใจคอไม่ค่อยดี นัดกันที่เปลี่ยวๆแบบนี้ ถ้าใจเด็ดตามมาจัดการเราสองคน กว่าจะมีใครเจอศพคงต้องเป็นเดือนๆแน่  ชิดชัยปรามให้ใจเย็นๆ  ใจเด็ดไม่สนใจพวกเรา  เขาสนใจจะแก้แค้นสรนุชมากกว่า  ทั้งสองหยุดพูดคุยเมื่อณวัตมาถึงตามนัดพร้อมกับยื่นเงินค่าจ้างวางยาเบื่อฆ่าควายให้  แล้วทวงถามชิดชัยเรื่องที่ให้ไปทำเป็นอย่างไรบ้าง

“เรียบร้อยแล้วครับ...รับรองว่าคราวนี้ไอ้ใจเด็ดไม่รอดแน่” ชิดชัยยิ้มร้าย

ทั้งสามคนไม่ทันสังเกตเห็นใจเด็ดแอบมองอยู่ในมุมมืดไม่ห่างนัก สักพัก ณวัตขึ้นรถกลับไป ส่วนชิดชัยกับลูกน้องพากันเดินไปอีกทางหนึ่ง ลูกน้องคอยเหลียวมองอย่างระแวดระวังเกรงใจเด็ดจะตามมาเจอ

“คิดมากน่า...ไป...ฉันเลี้ยงเหล้าเอง”

“เอ่อ...ผมผ่านดีกว่าลูกพี่...ผมอยากรีบกลับบ้าน” ลูกน้องพูดจบ เดินหายไปในความมืด

หลังจากแยกกับชิดชัยได้ไม่นาน ลูกน้องคิดทบทวนดูแล้วไม่น่าจะมีอะไร เปลี่ยนใจหันหลังกลับจะตามชิดชัยไปร้านเหล้า แต่ต้องตกใจที่เห็นใจเด็ดยืนขวางทางอยู่ ลูกน้องไม่รอช้า เผ่นหนีไม่คิดชีวิตเข้าซอยเปลี่ยวอีกซอยหนึ่ง เหลียวกลับไปดูไม่เห็นใจเด็ดตามมา ถอนใจโล่งอกคิดว่ารอด ที่ไหนได้ เกริกไกรย่องมาด้านหลัง โปะยาสลบใส่ ลูกน้องดิ้นรนได้แค่อึดใจก็หมดสติ

ooooooo

จากนั้น ใจเด็ดกับเกริกไกรลากตัวลูกน้องไปมัดไว้กับต้นไม้แถวนั้น ใจเด็ดตบหน้าเขาให้รู้สึกตัว ถามคาดคั้นให้ตอบเรื่องเงินที่ณวัตจ่ายให้ ลูกน้องปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง เกริกไกรหยิบขวดแก้วที่มีนํ้าใสๆออกมาขู่ว่าในนี้เป็นนํ้ากรด ถ้าไม่ยอมบอกว่าณวัตให้เงินค่าอะไร เขาจะเอานํ้ากรดนี่สาดหน้า แม้จะกลัวมากแค่ไหน ลูกน้องยังไม่ยอมเปิดปากบอกอะไร เกริกไกรสาดนํ้าในขวดใส่หน้าทันที ลูกน้องกลัวจัด รีบสารภาพ

“เป็นค่าเหนื่อยที่พวกเราไปฆ่าควาย...เละ...เละแล้วหน้าฉัน...เอ๊ะ ทำไมไม่แสบ”

“ใคร...ให้แกทำ บอกมา เมื่อกี้เป็นนํ้าเปล่า แต่ถ้าแกไม่บอกว่าใครใช้ให้แกทำ แกได้เจอของจริงแน่” ใจเด็ดตะคอกใส่หน้าลูกน้องซึ่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวครู่ต่อมาใจเด็ดกับเกริกไกรลากลูกน้องไปพบสรนุชที่ห้องพัก มั่นใจว่าได้หลักฐานเพียงพอจะเอาเรื่องสรนุชกับพวกรถไถ

เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ใจเด็ดคิด พออยู่ต่อหน้าสรนุช ลูกน้องกลับปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าควายของใจเด็ด แต่ที่ต้องสารภาพว่าเป็นคนทำเพราะใจเด็ดขู่จะสาด

นํ้ากรดใส่ ระหว่างนั้น ณวัตกำลังจะเดินมาที่ห้องพักของสรนุช ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าห้องรีบหลบมุมแอบฟัง สรนุชมองหน้าใจเด็ด

“ถ้านายใช้วิธีข่มขู่ ฉันคงยอมรับไม่ได้ว่าพนักงานของฉันเป็นคนทำ”

“งั้นหรือ...แล้วถ้าผมบอกว่าผมเห็นแฟนคุณให้เงินไอ้หมอนี่ล่ะ” ใจเด็ดจ้องหน้าสรนุชกลับอย่างท้าทาย ณวัตเห็นท่าไม่ดีรีบหลบออกไป อรอนงค์ถามคาดคั้นลูกน้องว่าตกลงณวัตให้เงินหรือเปล่า

“ให้ครับ...ผมไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมให้ลูก ก็เลยขอยืมเงินคุณวัตน่ะครับ” ลูกน้องปั้นเรื่อง

ใจเด็ดฉุนขาดที่ลูกน้องกลับคำ จะพุ่งเข้าหา เกริกไกรต้องดึงตัวไว้  ขณะที่ส่วนสรนุชกับอรอนงค์ช่วยกันเอาตัวบังลูกน้องไว้ ใจเด็ดดึงดันจะเล่นงานลูกน้องชิดชัยให้ได้ เกริกไกรรีบลากเขาออกไป

“ไอ้เด็ด...ใจเย็นๆก่อน บางทีคุณสรนุชอาจไม่รู้เรื่องนี้ก็ได้นะเว้ย”

“หมายความว่าไง...นี่แกเข้าข้างพวกนั้นหรือ”

“ฉันไม่ได้เข้าข้าง...แต่แกลองคิดดีๆสิ...ว่าคนที่เอาเงินให้ไอ้หมอนั่นคือแฟนคุณนุช ถ้าไม่ใช่ฝีมือคุณนุชแต่เป็นไอ้หมาวัตนั่นล่ะ” คำพูดของเกริกไกรทำให้ใจเด็ดคิดคล้อยตาม

ooooooo

นสพ.ท้องถิ่นฉบับเช้าวันนี้ลงข่าวเป็นทำนองว่าควายในสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ต้องตายยกคอกเป็นเพราะหัวหน้าสถานีฯบกพร่อง สุบินอาสาจะโทร.ไปบอกปองศักดิ์ ให้ช่วยแก้ข่าวให้ แต่ใจเด็ดไม่ต้องการ ปองศักดิ์เขียนข่าวถูกต้องแล้ว ถ้าเขาเข้มงวดกว่านี้ คนเลวพวกนั้น คงเข้ามาวางยาควายไม่ได้ สุบินรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนต้อง รับผิดชอบ ขอโทษทุกคนด้วยที่ไม่รอบคอบพอ

“ไม่ใช่ความผิดของคุณสุบินหรอก ถ้าจะผิดก็ผิดด้วยกันทั้งหมด...ไอ้เด็ดแล้วแกจะบอกกับทางจังหวัดยังไง”

ใจเด็ดตอบเกริกไกรไม่ได้เพราะเขาเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน พลันมีเสียงช่อผกาเรียกใจเด็ดแจ้วๆ ใจเด็ดนิ่วหน้า ช่อผกามาทำไมแต่เช้า ช่อผกามาเพราะใจเด็ดเคยบอกให้คอยจับตาดูพ่อของเธอกับณวัตไว้ วันนี้เธอเห็นณวัตพาใครที่ไหนไม่รู้มาหาพ่อ แล้วพาออกไปด้วยกัน ได้ยินว่าจะไปที่นาที่เพิ่งยึดมาได้

“ผกาไปกับพี่” ใจเด็ดว่าแล้วคว้ามือช่อผกาทันที

“ไอ้เด็ด...แกจะไปไหน...ถ้าแกมีเรื่องอีก ทางจังหวัดเขาไม่เอาแกไว้แน่” เกริกไกรเตือน

“แต่ฉันต้องทำ...ฉันต้องหาความจริงมาลบล้างความผิดที่พวกมันใส่ร้ายฉัน” ใจเด็ดสีหน้ามุ่งมั่น รีบพาช่อผกาไปที่รถ เกริกไกรพยายามจะห้ามแต่ไม่ทัน...

ขณะที่วิศวกรกำลังรายงานณวัตกับผู้พันชาญณรงค์ว่าที่นาของยายนุ้ยเล็กไปต้องหาที่นามาเพิ่มถึงจะพอสร้างโรงงาน ใจเด็ดโผล่มาจากไหนไม่รู้ เข้ามาต่อว่าต่อขานกลุ่มของณวัตที่เที่ยวยึดที่นาของชาวบ้าน  เหลือบเห็นวิศวกร ถือกระดาษแปลนบางอย่างในมือ จ้องมองอย่างสงสัยก่อน จะกระชากเอาไป ณวัตไม่พอใจโดดแย่งแปลนโรงงาน คืน สองหนุ่มวางมวยกันอุตลุด สุดท้ายถูกตำรวจจับไปโรงพักด้วยกันทั้งคู่...

สรนุชทราบข่าวณวัตถูกตำรวจจับรีบมาที่โรงพัก เห็นหน้าตาบวมปูดของเขาแล้วถึงกับอึ้ง ณวัตฟ้องสรนุชว่าใจเด็ดเล่นงานเขาก่อน ช่อผกาโวยกลับทันทีว่าไม่ใช่ ณวัตต่างหากที่ต่อยใจเด็ดก่อน ร้อยเวรชักงง ตกลงใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อนกันแน่ ช่อผกาชี้ไปที่ณวัต ขณะที่ผู้พันชาญณรงค์ชี้ไปที่ใจเด็ด ร้อยเวรมึนตึบ

“ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับ...งั้นก็ต่างคนต่างถูกปรับก็แล้วกัน...หัวหน้าใจเด็ดเชิญทางนี้ดีกว่าครับ”

ใจเด็ดเดินเข้ามาหาสรนุช ถามเสียงเข้มว่าต้องการที่นาของชาวบ้านไปทำอะไร สรนุชงงที่นาอะไร

“ถ้าคุณคิดจะฮุบที่นาของชาวบ้านไปทำอะไรล่ะก็... ผมจะต่อสู้กับคุณให้ถึงที่สุด” ใจเด็ดว่าแล้วเดินตามร้อยเวรออกไป พอใจเด็ดลับสายตาณวัตทำปากเก่งขึ้นมาทันที

“ไอ้บ้านี่...พูดอย่างนี้เดี๋ยวก็โดนอีกข้อหาหรอก” ณวัตเห็นสรนุชจ้องมองมาด้วยความสงสัยถึงกับชะงัก

ooooooo

ใจเด็ดซวยซ้ำซวยซ้อน หลังกลับจากโรงพัก เขาถูกคำสั่งย้ายฟ้าผ่าให้ออกจากหนองระบือภายใน 24 ชม. แล้วไปรายงานตัวต่อคณะกรรมการสอบสวนที่กรุงเทพฯ เนื่องจากมีคนร้องเรียนไปที่ปศุสัตว์จังหวัดว่าใจเด็ดกับพวกใช้อำนาจในทางมิชอบ เอาเวลาราชการไปข่มขู่ชาวบ้าน ใจเด็ดแทบช็อก พอตั้งสติได้รีบไปเก็บสัมภาระจำเป็นใส่เป้ เห็นเสื้อที่ซื้อให้สรนุชแขวนอยู่ ใจเด็ดตัดใจทิ้งมันไว้อย่างนั้น

จากนั้น ใจเด็ดมาที่รถของตัวเอง เห็นสุบิน สมหญิง ภิรมย์ และเหล่าเจ้าหน้าที่ของสถานีฯมายืนรอส่งด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ใจเด็ดไม่เห็นเกริกไกรอยู่แถวนั้นด้วยก็ถามหา

“หมอคงไม่ชอบการจากลามั้งครับ” สุบินตั้งข้อสังเกต

“ผมไม่ได้ไปแล้วไปเลยสักหน่อย...ทุกคนไม่ต้องห่วง ผมไปต่อสู้เพื่อทวงความยุติธรรมให้ทุกคน... เข้มแข็งไว้นะทุกคน...แล้วผมจะรีบกลับมา” ใจเด็ดพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้เศร้าไปกับทุกคน สมหญิงคร่ำครวญทั้งน้ำตา

“พวกเราไม่ไหวจริงๆใช่ไหมหัวหน้า...หัวหน้าเจอเรื่องร้ายๆมากมาย ยังต้องมาให้กำลังใจพวกเราอีก”

“อย่าคิดอย่างนั้นสิสมหญิง พวกเราคือกระบือบาล ถ้าพวกเราอ่อนแอแล้วควายจะพึ่งใครล่ะ” ใจเด็ดพูดจบ สมหญิง ภิรมย์ และคนอื่นๆต่างโผเข้ามากอดใจเด็ดร้องไห้กันระงม...

ด้านสรนุชยังคาใจที่ใจเด็ดพูดถึงที่นาของชาวบ้านไม่หาย พอกลับถึงบริษัทเจอหน้าอรอนงค์ ซักไซ้ว่าเคยได้ยินเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า อรอนงค์เคยได้ยินเกริกไกรพูดอยู่เหมือนกันว่าผู้พันชาญณรงค์ยึดที่นาของชาวบ้านไปหลายแปลงแล้ว ระหว่างนั้น เกริก
ไกรวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา บอกให้สรนุชรีบไปตามใจเด็ดเร็วๆ

“ไอ้เด็ดมันจะไปจากหนองระบือแล้ว มันโดนลงโทษทางวินัยอย่างรุนแรง ให้ออกจากหนองระบือภายใน 24 ชม. ...ไปครับคุณนุชเดี๋ยวไม่ทัน” เกริกไกรเร่ง สรนุชลังเล ไม่รู้จะทำอย่างไรดี อรอนงค์ช่วยเร่งรัดเพื่อนอีกแรงถึงได้ยอมไปหาใจเด็ด โดยมีเกริกไกรกับอรอนงค์คอยลุ้นเอาใจช่วย

ชิดชัยแอบได้ยินเรื่องที่ใจเด็ดโดนย้าย รีบตรงไปยังบ้านผู้พันชาญณรงค์เพื่อรายงานเรื่องนี้ให้ณวัตซึ่งกำลังปรึกษาหารืออยู่กับผู้พันชาญณรงค์รับทราบ ทั้งสองคนดีใจส่งเสียงโห่ร้องเป็นการใหญ่ ช่อผกาแอบฟังอยู่ตลอดร้องกรี๊ดๆอย่างเหลืออด แล้ววิ่งออกจากที่ซ่อนจะไปหาใจเด็ด ผู้พันชาญณรงค์เข้ามาล็อกตัวไว้ ช่อผกาอาละวาดจะไปหาสุดที่รักของตัวเองให้ได้ จนวุ่นวายไปทั้งบ้าน...

ในขณะเดียวกัน สรนุชขับรถมาตามทางลัดหวังจะให้ทันรถของใจเด็ด แต่รถเกิดติดหล่มอีกนิดเดียวจะถึงเส้นทางที่วิ่งออกถนนใหญ่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ หญิงสาวตัดสินใจวิ่งลัดทุ่งนา ล้มลุกคลุกคลานเปรอะโคลนไปทั้งตัว แต่เพื่อจะไปให้ทันใจเด็ด สรนุชไม่สนใจเร่งฝีเท้าวิ่งจนไปถึงเส้นทางที่ใจเด็ดจะขับรถผ่าน เห็นรถของใจเด็ดขับใกล้เข้ามา หญิงสาวพยายามโบกมือ ตะโกนเรียกให้จอดรถ

ใจเด็ดเห็นสรนุชแต่ไกล ทำท่าชะลอความเร็ว แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจ เหยียบคันเร่งจนมิด ขับผ่านไปหน้าตาเฉย สรนุชได้แต่มองตามรถของใจเด็ดที่แล่นห่างไปทุกทีๆจนกระทั่งลับสายตา ถึงกับทรุดลงอย่างหมดเรี่ยวแรง สุบินไม่วายตามมาหาเธอจนเจอ ต่อว่าต่อขานที่เธอร้องเรียนไปยังจังหวัดจนใจเด็ดโดนย้าย

“แกจะบ้าเหรอไอ้บิน ฉันยังไม่รู้เรื่องเลย ถ้าหมอเขาไม่มาบอกฉันก็ไม่รู้ว่าใจเด็ดโดนอะไร”

“ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร”

“บิน...แกคิดว่าเพื่อนแกคนนี้จะทำอย่างนั้นเหรอ...

แกคบกับฉันมากี่ปี แกยังไม่รู้จักฉันอีกเหรอ”

“ฉันเคยคิดว่าฉันรู้จักแกดี รู้จักแกดีกว่ายัยอรเสียอีก แต่เปล่าเลย ตั้งแต่แกมาอยู่ที่หนองระบือ แกเหมือนใครก็ไม่รู้ที่ฉันไม่เคยรู้จัก แกทำได้ทุกอย่างเพื่อชัยชนะ...

แกทำได้ทุกอย่างเพื่อจะเหยียบอีกฝ่ายให้จมดิน”

สรนุชรับแรงกดดันต่อไม่ไหว สั่งสุบินหยุดต่อว่าได้แล้ว แล้วผลักเขาพ้นทาง สุบินหมดความอดทนเช่นกัน ขอตัดขาดความเป็นเพื่อนกับสรนุช แล้วเดินจากไป ความเข้มแข็งที่สรนุชสร้างเป็นเกราะล้อมตัวเองไว้ ทลายลงสิ้น เธอร้องไห้ราวกับทำนบแตก ทั้งน้อยใจใจเด็ด ทั้งเสียใจที่เพื่อนรักมองเธอผิดๆ

ooooooo

ที่ห้องอาหารหรูกลางกรุงเทพฯ สมพลเดินตามแผนการเพิ่มยอดขายรถไถของตนแผนใหม่ล่าสุด โดยเชิญกัมปนาทเลขาฯรัฐมนตรีมากินมื้อเย็น แล้วยื่นเอกสารเกี่ยวกับนโยบายแจกรถไถฟรีให้เกษตรกรให้พิจารณา

“ผมว่าถ้าลองใช้นโยบายผม...ผมรับรองว่าท่านรัฐมนตรีจะต้องได้ฐานเสียงจากพวกชาวไร่ชาวนาอีกเยอะ... ยุคสมัยนี้มันต้องชนะกันด้วยประชานิยมไม่ใช่หรือครับ” สมพลยิ้มอย่างมีเลศนัย

“ผมมันแค่เลขาฯรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจการตัดสินใจหรอกครับ”

“แต่ก็เสนอได้นี่...ผมไม่ได้คิดอะไรมาก ก็แค่คิดต้นทุนเท่านั้น ส่วนท่านจะไปบวกเพิ่มจากงบประมาณเท่าไหร่ก็แล้วแต่ท่านเลย”

กัมปนาทคิดคำนวณคร่าวๆเห็นส่วนต่างเป็นเงินจำนวนมหาศาล รับปากจะลองเสนอท่านรัฐมนตรีให้ สมพลสบช่อง ทำทีถามถึงข่าวควายหลายร้อยตัวตายที่หนองระบือเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าทำให้ยุ่งยากนัก น่าจะยุบสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ที่นั่นไปเลย แล้วเอาเงินปิดปากนักข่าวนิดหน่อยเดี๋ยวเรื่องก็เงียบไปเอง

“ผมว่ามันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว...ถ้าคุณกัมปนาทจะไปเสนอท่านรัฐมนตรี...ผมยินดียกเครดิตความคิดนี้ให้คุณไปเลย” สมพลแสร้งยิ้มจริงใจ ขณะที่กัมปนาทคิดคล้อยตามคำพูดของสมพล...

หลังจากส่งกัมปนาทกลับไปแล้ว สมพลรีบโทร.หาณวัตเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง และถามข่าวคราวเรื่องกว้านซื้อที่ดินไปถึงไหนแล้ว ณวัตกำลังเร่งมืออยู่ ตอนนี้แผนการเดินหน้าไปมากแล้วพ่อไม่ต้องเป็นห่วง

“เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะถ้าไอ้นโยบายแจกรถไถฟรีมันผ่านล่ะก็...คราวนี้แหละ คงได้ขยายโรงงานไปอีกหลายตำบล” สมพลฝันหวานถึงเงินที่จะได้รับ ณวัตวางสายจากพ่อ เหลือบเห็นเกริกไกรขับรถมาส่งอรอนงค์หน้าโรงแรมที่พัก ยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที...

อรอนงค์กดลิฟต์จะขึ้นไปยังชั้นที่ตนเองพัก ขณะประตูลิฟต์กำลังจะปิด ณวัตแทรกตัวตามเข้ามา อรอนงค์กลัวมากจะออกจากลิฟต์ แต่เขาดึงเธอไว้แล้วกดลิฟต์ปิด หญิงสาวขัดขืน แต่ณวัตกอดไว้แน่น ขออย่างหน้าด้านๆให้เธอมาเป็นกิ๊กของเขาถ้าเธอยอมเขาจะเลื่อนตำแหน่งให้ อรอนงค์สู้สุดฤทธิ์พร้อมกับตะโกนขอให้คนช่วย

จังหวะนั้น ลิฟต์เปิดชั้นที่อรอนงค์กดไว้ทำให้ณวัตชะงัก หญิงสาวสบช่องสะบัดมือหลุด วิ่งหนีไปที่ห้องพักตัวเอง รีบปิดประตูล็อกกลอน พอเปิดไฟในห้อง ต้องตกใจที่เห็นสรนุชนอนคว่ำหน้าหลับอยู่บนเตียง

“นุช...ช่วยฉันด้วย...เอ่อ...คุณวัตจะปล้ำฉัน ฉันไม่อยากบอกแกเพราะกลัวแกจะคิดมาก...แกต้องช่วยฉันนะ” อรอนงค์พูดไปร้องไห้ไป สรนุชยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง ชักเอะใจเหลือบไปเห็นบนโต๊ะหัวเตียงมีกระปุกยานอนหลับวางอยู่ อรอนงค์รู้ทันทีว่าเพื่อนคงจะเครียดมากจนต้องพึ่งยานอนหลับ มองอย่างเห็นใจ

ooooooo

ใจเด็ดมาถึงหน้าบ้านใจจอมแต่ไม่กล้าเข้าไป โทรศัพท์จากตู้สาธารณะหน้าบ้านหาแม่ หทัยเตรียมจะเข้านอน ได้ยินเสียงมือถือดังขึ้น หยิบมาดู เห็นเบอร์ไม่คุ้นลองกดรับสาย เธอดีใจมากที่ใจเด็ดโทร.หา แต่ฟังน้ำเสียงของลูกแล้วเศร้าๆชอบกล ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ใจเด็ดไม่ได้เป็นอะไร แค่อยากโทร.มาบอกคิดถึงแม่เท่านั้น

“แม่ก็คิดถึงลูก...แต่เอ๊ะ...เบอร์ที่ลูกโทร.มามันเป็นเบอร์ศูนย์สองนี่...ใจเด็ด ลูกอยู่กรุงเทพฯใช่ไหม...

ลูกอยู่ไหนบอกแม่มา แม่จะให้ใจเพชรไปรับ”

“อย่าเลยครับแม่ ผมแค่เข้ามาทำธุระที่กรุงเทพฯนิดหน่อยน่ะครับ”

หทัยน้อยใจที่ลูกมากรุงเทพฯแล้วไม่ยอมแวะมาหา คิดมากจนแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น ใจจอมเข้ามาเห็น ตะโกนเรียกให้คนในบ้านมาช่วย ใจเด็ดได้ยินเสียงเอะอะโวยวายในสายโทรศัพท์ ชักใจคอไม่ดี รีบวิ่งเข้าบ้าน เจอใจเพชรเพิ่งกลับจากที่ทำงานพอดี สองพี่น้องชวนกันขึ้นไปหาแม่

ใจเด็ดเปิดประตูห้องนอนหทัยพรวดพราดเข้าไป เห็นพ่อกำลังพ่นยาแก้หืดหอบให้แม่ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง เขาโผเข้าไปกอดแม่ไว้แน่น ละล่ำละลักถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ไม่เป็นอะไรแล้วลูก...แม่จะเป็นอะไรก่อนจะเจอลูกได้ยังไง”

ใจจอมเห็นแม่ลูกกอดกันกลม ชักสีหน้าไม่พอใจเดินเลี่ยงออกไป หทัยค่อยๆเอื้อมมือลูบไล้ใบหน้าใจเด็ดด้วยความคิดถึง ใจเพชรอดถามไม่ได้ว่าใจเด็ดมากรุงเทพฯทำไม หรือว่าแค่มาเยี่ยมแม่ ใจเด็ดนิ่งไปอึดใจ ก่อนตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง...

ครู่ต่อมา ใจเพชรเล่าให้ใจจอมฟังเรื่องควายตายยกสถานีฯ ใจจอมกลับยิ้มพอใจ ในที่สุดใจเด็ดจะได้รู้สักทีว่าตัวเองไม่ใช่เด็กเลี้ยงควายถึงเลี้ยงควายให้รอดไม่ได้ ใจเด็ดมาทันได้ยินพอดี สองพ่อลูกมีปากเสียงกันเช่นเคย ใจเพชรขอร้องให้พ่อลดเสียงลงหน่อยแม่เพิ่งจะหลับ ใจเด็ดไม่อยากมีปัญหาขยับจะไป ใจเพชรร้องเรียกไว้

“ใจเด็ด นอนนี่เถอะ...แกไม่เห็นเหรอว่าแค่แม่เห็นแกยังดีใจขนาดนี้ แล้วถ้าท่านตื่นมาแล้วไม่เห็นแก

ฉันกลัวว่าแม่จะเป็นอะไรไปอีก” คำพูดของพี่ชายทำให้ใจเด็ดตัดสินใจนอนค้างคืนที่นี่...

ขณะวางเป้สัมภาระลงบนเตียงนอนในห้องตัวเอง อาการปวดหัวกำเริบขึ้นอีก ใจเด็ดถึงกับทรุด

ooooooo

สุบิน เกริกไกร โชคชัยกับภิรมย์และสมหญิงกำลังนั่งปรึกษากับหลวงพ่อเรื่องใจเด็ดอยู่บนกุฏิของท่าน ชาวบ้านที่รู้ข่าวใจเด็ดถูกเด้งฟ้าผ่าพากันมารวมตัวหน้ากุฏิจะมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ใจเด็ด และมาสอบถามว่าเขาจะได้กลับมาดูแลที่นี่บ้านหนอง-ระบืออีกหรือเปล่า

“หลวงพ่อครับ ผมว่าเราน่าจะพูดให้พวกชาวบ้านเขาสบายใจนะครับ” โชคชัยเสนอ หลวงพ่อเห็นด้วย

“อาตมาไม่รู้หรอกนะว่าโยมใจเด็ดจะได้กลับมาหรือเปล่า ถ้าให้อาตมาบอก อาตมาก็เหมือนกับพระใบ้หวยที่ให้ความหวังลมๆแล้งๆ...แต่อาตมาบอกได้อย่างเดียว ตอนนี้สิ่งที่เราจะช่วยโยมใจเด็ดได้ก็คือ...เราต้องเข้มแข็ง เราต้องไม่ยอมแพ้กับการรุกรานจากคนนอก อาตมาเชื่อว่าตอนนี้โยมใจเด็ดเองก็กำลังต่อสู้ร่วมกับพวกเราเหมือนกัน” คำพูดของหลวงพ่อช่วยให้ชาวบ้านมีสีหน้ายิ้มแย้มและสบายใจขึ้น...

ขณะที่ชาวบ้านและพวกกระบือบาลต่างรวมตัวกันส่งกำลังใจไปช่วยใจเด็ด แต่ดูเหมือนจะไร้ผล คณะกรรมการสอบสวนตัดสินใจจะยุบสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์หนองระบือแม้ใจเด็ดจะพ้นผิดก็ตาม...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ระหว่างทางไปตามลูกค้าที่ลงชื่อจองรถไถแต่อยู่ๆทยอยหายหน้าไปทีละคนสองคน อรอนงค์อึดอัดใจมากอยากจะบอกเรื่องณวัต แต่เห็นสรนุชท่าทางไม่ค่อยดี ไม่อยากเอาเรื่องรกสมองไปถมให้เพื่อนรักอีกจึงตัดสินใจไม่เล่า จังหวะนั้น มีเสียงร้องโวยวายดังมาจากบ้านของยายซ้อน

“ไม่...อย่าไล่ฉันเลย...แล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหน”

สรนุชกับอรอนงค์รีบวิ่งไปดู เห็นยายซ้อนกำลังยื้อยุดกับชายในชุดดำกลุ่มหนึ่งอยู่หน้าบ้าน สองสาวร้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น ยายซ้อนขอร้องทั้งคู่ให้ช่วยแกด้วย พวกนี้จะมายึดที่นาของแก

“นี่พวกคุณเป็นใคร...แล้วมาทำอย่างนี้ได้ยังไง” สรนุชโวยแหลก

“ทำไมจะทำไม่ได้ ก็ที่ตรงนี้เป็นของบริษัทคาบาตี้แล้ว” ชายในชุดดำมองสรนุชเขม็ง สองสาวถึงกับอึ้ง...

ที่ห้องล็อบบี้ ณวัตกำลังขอให้วิศวกรเสนองบก่อสร้างโรงงานผลิตรถไถเพิ่มเป็นสองเท่าของงบจริง ตอนที่สรนุชโผล่พรวดพราดเข้ามา ณวัตตกใจจะเก็บแปลนโรงงาน แต่ไม่ทัน สรนุชดึงไปดูเสียก่อน

“วัตมาที่นี่เพื่อมาซื้อที่ดินทำโรงงานหรือนี่...ถ้าคุณซื้อที่ดินจากชาวบ้านหมดอย่างนี้ จะให้ฉันขายรถไถทำซากทำไม” สรนุชว่าแล้วปาแปลนโรงงานทิ้งด้วยความโมโห

“คุณจะโกรธทำไม ไม่ว่าการที่คุณขายรถไถหรือผมจะทำโรงงาน เราต่างก็ทำเพื่อคาบาตี้เหมือนกัน”

“ฉันน่าจะเชื่อที่ใจเด็ดเขาเตือนฉัน” สรนุชเดินจากไปอย่างเจ็บใจ ณวัตไม่สนใจ หันไปคุยกับวิศวกรต่อ ระหว่างที่สรนุชจะเดินออกจากโรงแรม ได้ยินชิดชัยกับลูกน้องคุยกันถึงเรื่องโรงงานแล้วหัวเราะกันร่วน ปรี่เข้าไปขวาง ตะคอกถามว่ารู้เรื่องโรงงานนั่นด้วยหรือ

“ใช่...หรือว่าคุณนุชเพิ่งรู้หรือครับ...แหม...ไม่น่าเชื่อนะครับว่า ผจก.สาขาย่อยอย่างคุณนุชจะไม่รู้อะไรเลย”

“นายชิดชัย” สรนุชเดือดปุดๆ ชิดชัยไม่ได้เกรงกลัวแม้แต่น้อย กลับท้าให้เธอไล่เขาออก แต่ถ้าจะไล่จริงๆคงต้องถามณวัตดูก่อน เพราะณวัตคือเจ้านายตัวจริงของเขา แล้วเดินยิ้มเยาะผ่านหน้าเธอเข้าไป

ooooooo

ถึงเวลาอาหารค่ำ หทัยยังไม่ยอมกินอะไร นั่งรอการกลับมาของใจเด็ดอย่างใจจดใจจ่อ พอเห็นหน้าเศร้าสร้อยของลูกชาย รู้ทันทีว่าผลการสอบสวนต้องออกมาไม่ดี เป็นจริงอย่างคาด สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ที่นั่นจะโดนยุบ ใจเด็ดกำลังเสียใจกินอะไรไม่ลงขอตัวไปพักผ่อนก่อน หทัยมองตามลูกอย่างห่วงใย แล้วหันไปทางใจจอม

“คุณ...คุณไม่คิดจะช่วยลูกหน่อยหรือคะ คุณก็รู้ว่าสถานีฯนั่นเป็นสิ่งที่ลูกเรารักที่สุด”

ใจเพชรช่วยขอร้องพ่ออีกแรง ใจจอมไม่พอใจ ถ้าลูกอยากให้ช่วย ทำไมไม่ขอร้องเขาสักคำ หทัยเอื้อมมือมาจับมือใจจอม ขอร้องอย่ารักทิฐิมากกว่ารักลูก ใจจอมถึงกับอึ้ง...

ใจเด็ดมานั่งกลุ้มใจอยู่ที่สวนหน้าบ้าน คิดไม่ตกจะช่วยสถานีฯที่เขารักได้อย่างไร มีเสียงใจจอมดังขึ้น

“แกจะถือดีกับฉันไปถึงไหน แกก็รู้ว่าฉันช่วยแกได้...ทำไมแกไม่คิดจะขอร้องฉัน”

“เพราะผมรู้ครับว่าพ่ออยากให้สถานีฯของผมโดนยุบอยู่แล้ว”

“แล้วถ้าฉันช่วยไม่ให้สถานีฯแกโดนยุบได้ล่ะ แกจะตอบแทนฉันยังไง” ใจจอมจ้องหน้าลูกชายอย่างรอคำตอบ ใจเด็ดนิ่งคิดไปอึดใจ ถ้าพ่อช่วยสถานีฯของเขาไว้ได้ เขาจะกลับมาช่วยงานพ่อเป็นการตอบแทน...

ในระหว่างที่ใจเด็ดตกลงใจรับข้อเสนอของพ่อ อรอนงค์กลับถึงห้องพักต้องแปลกใจที่เจอสรนุชนั่งอยู่ในห้องมืดๆไม่ยอมเปิดไฟ รู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่สบายใจ เดินมานั่งข้างๆ ถามด้วยความเป็นห่วงว่ามีอะไรหรือ

“แกรู้เรื่องที่วัตเขาทำหรือเปล่า”

สรนุชหมายถึงเรื่องกว้านซื้อที่นาของชาวบ้านทำโรงงาน อรอนงค์เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเรื่องที่ณวัตลวนลาม เธอ เล่าให้ฟังจนหมดเปลือก สรนุชฟิวส์ขาดลุกพรวดออกจากห้อง ตรงไปเคาะประตูห้องพักของณวัตที่อยู่ชั้นถัดไปโครมๆๆ ทันทีที่จอมหื่นเปิดประตูรับ สรนุชปล่อยหมัดตรงเข้าเต็มหน้าหงายหลังตึงแล้วตามเข้าไปตบตีซ้ำ ณวัตปัดป้องเป็นพัลวัน ร้องถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ยิ่งณวัตทำไก๋ สรนุชยิ่งเดือดตบซ้ายตบขวาไม่ยั้ง

“ยังมีหน้ามาถาม...ไอ้ชีกอ...ไอ้มักมากในกาม กับผู้หญิงอื่นฉันไม่ว่า แต่อย่ายุ่งกับอร”

อรอนงค์เห็นท่าไม่ดี รีบดึงเพื่อนรักออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ใจเด็ดทำตามที่ตกลงกับพ่อไว้ ลุกขึ้นใส่สูทผูกไทไปทำงานที่บริษัทของครอบครัวพร้อมกับพ่อและใจเพชรพี่ชาย ใจจอมเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเพื่อแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับใจเด็ดลูกชายคนเล็กของเขา ใจเด็ดสวัสดีเหล่าผู้บริหารอย่างนอบน้อม พร้อมกับฝากเนื้อฝากตัว

การมาทำงานครั้งนี้ ทำให้ใจเด็ดได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว พ่อไม่ได้เกลียดเขาอย่างที่คิด และมักจะบ่นถึงเขาให้คนใกล้ชิดฟังด้วยความคิดถึงเสมอ ใจจอมปล่อยให้ใจเด็ดเลือกงานที่จะทำเอาเองโดยให้พวกผู้บริหารคอยให้คำปรึกษา หลังจากได้ตำแหน่งงานตามต้องการแล้ว ใจเด็ดจึงไปหาใจจอมที่ห้องทำงาน ใจจอมกำลังนั่งดูรูปถ่ายของครอบครัวอยู่ พอเห็นใจเด็ดเปิดประตูห้องเข้ามารีบคว่ำรูปไว้บนโต๊ะทำงาน

“ว่าไง...ตกลงว่าจะทำอะไร”

“บริหารครับ...พี่เพชรจะเป็นคนสอนให้...เอ่อ...แล้วเรื่อง...” ใจเด็ดอึกๆอักๆไม่กล้าพูด

“ฉันรู้แล้ว...แกไม่ต้องห่วง ในเมื่อแกทำตามสัญญา ฉันก็จะทำในสิ่งที่ฉันรับปากกับแกไว้เหมือนกัน”

จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของใจจอมดังขึ้น ใจจอมมองเบอร์หน้าจอ ก่อนจะลุกออกไปรับสายนอกห้อง ใจเด็ดสงสัยพ่อกำลังดูรูปอะไรอยู่ หยิบกรอบรูปที่คว่ำอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมาดูเห็นเป็นรูปถ่ายของครอบครัวพ่อแม่และลูกๆอยู่กันพร้อมหน้า ถึงกับยิ้มอย่างมีความสุข...

ขณะที่เรื่องระหว่างใจเด็ดกับพ่อเริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่ที่หนองระบือกลับวุ่นวายหนักเมื่อชาวบ้านที่ถูกยึดที่ดินทำกินต่างมารวมตัวกันประท้วงหน้าบริษัทคาบาตี้ เรียกร้องขอที่ดินคืน ชิดชัยกับลูกน้องรีบล็อกประตูทางเข้าบริษัทอย่างตื่นตระหนก อยากจะหนีก็หนีไม่ได้เพราะชาวบ้านปิดทางเข้าออก สรนุชกับอรอนงค์มาถึงหน้าบริษัทพอดี ชิดชัยสบช่อง เปิดประตูบริษัทออกมาตะโกนบอกพวกชาวบ้าน

“ฉันไม่รู้เรื่อง ถ้าอยากเอาที่นาคืน ไปถามคนโน้น...โน่นเจ้านายฉัน”

ชาวบ้านหันมองตามที่ชิดชัยชี้ เห็นอรอนงค์กับสรนุชยืนอยู่ เปลี่ยนใจจะเล่นงานสองสาวแทน สรนุชพยายามจะอธิบายแต่ชาวบ้านไม่ฟัง กรูกันล้อมกรอบไว้จะเอาเรื่อง สรนุชกับอรอนงค์ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ทันใดนั้น มีเสียงแตรรถดังลั่น โชคชัยขับรถฝ่าเข้ามา ชาวบ้านพากันแตกฮือ โชคชัยรีบลงจากรถ

“ทุกคน...ใจเย็นๆก่อน ฉันรู้เรื่องที่นาของทุกคนแล้ว ฉันจะจัดการเรื่องนี้อย่างเป็นธรรมที่สุด”

“จะจัดการยังไง นายก...พวกเราโดนยึดที่นาไปอย่างไม่เป็นธรรม ความยุติธรรมยังมีอยู่อีกหรือ” ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนลั่น โชคชัยเกรงเหตุการณ์จะบานปลาย รีบตะโกนบอกชาวบ้าน

“ถ้าทุกคนคิดว่าคุณสรนุชเป็นตัวการ งั้นผมจะจับคุณสรนุชไปโรงพัก...ว่าไง...ฉันจะพาคุณสองคนนี่ ไปสอบสวน ฉันรับรองด้วยเกียรติของนายก อบต.ที่นี่ ขอให้ทุกคนเชื่อใจได้” โชคชัยเห็นชาวบ้านไม่ขัดข้อง รีบพาสองสาวขึ้นรถ ขับออกไปทันที ท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจของชาวบ้าน

โชคชัยขับรถมาได้สักพักเบนรถเข้าจอดข้างทาง สรนุชลงจากรถได้โวยวายลั่นว่าตนเองไม่ใช่คนไปกว้านซื้อที่นาของชาวบ้าน ทำไมโชคชัยถึงไปพูดแบบนั้น โชคชัยแค่ต้องการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ขืนไม่พูดไปแบบนั้น สรนุชกับอรอนงค์ต้องเป็นอันตรายแน่ๆ อรอนงค์ยังไม่รู้เรื่องราวพยายามถาม

“เกิดอะไรขึ้น...ทำไมพวกชาวบ้านถึงได้คิดว่าเราเป็นคนยึดที่นาของพวกเขา”

“ทั้งหมดเป็นแผนของณวัต เขามาที่นี่ไม่ใช่เพราะมาช่วยฉันขายรถไถ แต่มาซื้อที่เพื่อสร้างโรงงาน...นายกฯคะ ฉันต้องทำยังไงคะ...” สรนุชมองหน้าโชคชัยอย่างรอคำตอบ โชคชัยแนะว่าอย่างแรกที่เธอต้องทำคือตอบให้ได้ก่อนว่าจะอยู่ข้างบริษัทรถไถหรือจะอยู่ข้างชาวบ้าน สรนุชคิดไม่ตก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

ในระหว่างที่สรนุชกำลังสับสนกับชีวิต กัมปนาทรู้ข่าวว่ามีคนมาขอพบท่านรัฐมนตรีเพื่อไม่ให้ยุบสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ที่หนองระบือ รีบโทร.แจ้งสมพลทันที สมพลคาดไม่ถึงพวกกระบือบาลจะมีเส้นมีสาย

“แล้วคุณกัมปนาทรู้ไหมว่ามันเป็นใคร” สมพล

หน้าเครียดขณะรอฟังคำตอบ...

คนที่ขอนัดพบท่านรัฐมนตรีก็คือใจจอมนั่นเอง แต่ต้องแปลกใจที่ท่านส่งบุญเลิศผู้ช่วยรัฐมนตรีมาพบแทน อ้างติดธุระสำคัญ ใจจอมรู้ทันทีว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมา พากลซักไซ้จนบุญเลิศยอมเปิดปากบอกว่ามีคนกำลังวิ่งเต้นผ่านทางเลขาฯรัฐมนตรีให้ยุบสถานีฯแห่งนั้น

“อะไรนะ...คุณบุญเลิศ ผมกับท่านก็เคยช่วยเหลือกันมาก่อน ถ้าคุณบุญเลิศบอกว่าผมมีเรื่องร้อนใจ ผมรับรองว่าท่านต้องให้ผมพบแน่นอน”

“ไอ้สถานีฯนั่นมันมีอะไรหรือครับ หรือว่าคุณใจจอมเป็นอะไรกับคนที่นั่น”

“ลูกชายผมเป็นหัวหน้าสถานีฯ แล้วผมจะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกชายผมเด็ดขาด” ใจจอมเสียงกร้าว...

ใจเด็ดหน้าเศร้าเมื่อรู้ว่าท่านรัฐมนตรีไม่ไปเจอพ่อของเขาตามนัด ใจจอมต้องปลอบไม่ให้ลูกชายทำหน้าเหมือนโลกจะแตกแบบนั้น ตอนนี้ลูกมีหน้าที่สนใจศึกษางานที่บริษัท ส่วนเรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขาเอง

“แล้วถ้าท่านไม่ช่วยล่ะครับ” ใจเด็ดอดหวั่นใจไม่ได้

“บ๊ะ...ฉันรับปากแล้ว ฉันก็จะช่วยแกให้ได้” ใจจอมตบบ่าใจเด็ดเพื่อให้ความมั่นใจ หทัยมองสองพ่อลูกแล้วอดยิ้มไม่ได้ ดีใจที่ครอบครัวมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

ooooooo

สรนุชตั้งใจว่าวันนี้จะไม่ไปทำงานเพราะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไอ้โง่ให้ณวัตหลอกใช้ แต่พอรู้จากอรอนงค์ว่าสมพลจะมาที่หนองระบือ สรนุชชวนอรอนงค์ไปพบสมพล ซึ่งกำลังยืนดูที่ดินที่จะสร้างโรงงานผลิตรถไถอยู่กับณวัต ต่อว่าต่อขานทำไมสมพลถึงไม่บอกเรื่องจะสร้างโรงงานที่หนองระบือ ทั้งๆที่เธอเป็น ผจก.สาขาที่นี่

“ฉันว่ามันไม่เห็นจำเป็นนี่...หนูมาที่นี่ก็เพื่อขายรถไถ” สมพลตอบอย่างเสียไม่ได้

“แต่ถ้าเราซื้อที่นาจากชาวบ้านมาหมดอย่างนี้แล้ว เราจะขายรถไถไปทำไมคะ”

“ตายจริง...นี่ถ้าหนูไม่บอกฉันไม่รู้เลยนะเนี่ย...ในเมื่อเราขายรถไถไม่ได้แล้วทำยังไงดีล่ะ...อ๋อ ฉันนึกออกแล้ว เธอสองคนก็กลับกรุงเทพฯไง” สมพลยียวน สรนุชกับอรอนงค์มองหน้าสมพลอย่างคับแค้นใจ...

ไม่นานนัก สรนุชกับอรอนงค์กลับมาเก็บเสื้อผ้าเตรียมกลับกรุงเทพฯ สรนุชเก็บข้าวของได้พักเดียวก็ปล่อยโฮอย่างหมดความอดกลั้น คร่ำครวญว่าทุกอย่างเป็นความผิดของเธอเอง เธอทำให้ใจเด็ดต้องโดนสอบวินัย ทำให้ควายต้องตายและทำให้ชาวบ้านไม่มีที่อยู่ อรอนงค์ไม่รู้จะปลอบอย่างไรได้แต่ดึงเพื่อนรักมากอด...

ในเวลาเดียวกัน สุบินหาทางช่วยใจเด็ด โดยชวนปองศักดิ์มาเลี้ยงข้าวและขอร้องให้ช่วยเขียนข่าวให้ตรงกับความจริง ปองศักดิ์เถียงเสียงแข็งที่ตนเองเขียนข่าวไปไม่จริงตรงไหน ใจเด็ดทั้งใช้อิทธิพล ทั้งบกพร่องต่อหน้าที่จนทำให้ลูกน้องบาดเจ็บและที่สำคัญทำให้ควายต้องตาย

“นั่นเป็นสิ่งที่แกได้ยินคนอื่นพูดต่างหาก...ถ้าแกอยากรู้ตัวตนของคุณใจเด็ดจริงๆ มันอยู่ในนี้หมดแล้ว” สุบินว่าแล้วส่งสมุดบันทึกเล่มใหญ่ให้ปองศักดิ์...

หลังจากปล่อยให้อรอนงค์ได้อำลาอาลัยเกริกไกรเรียบร้อยแล้ว สองสาวเพื่อนซี้พากันขึ้นรถกลับ สรนุชตั้งใจว่าถึงกรุงเทพฯเมื่อไหร่ ต้องหาทางชดใช้ให้ใจเด็ดให้ได้

“ดีแล้ว...เฮ้อ...แต่หมอบอกว่าถึงเราไปช่วย แต่เราก็ไม่มีหลักฐานอะไร คุณวัตกับคุณสมพลวางแผนจนเราไม่รู้ว่าจะหาหลักฐานอะไรมัดตัวสองพ่อลูกนั้น” อรอนงค์พูดแล้วถอนใจหนักใจ สรนุชเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“แต่ฉันว่าฉันมี” สรนุชว่าแล้ววกรถกลับหนองระบืออีกครั้งหนึ่ง...

อรอนงค์กับสรนุชซุ่มดูอยู่หน้าบริษัทคาบาตี้จนกระทั่งงานเลิก พนักงานกลับไปหมด เหลือลูกน้องคนสนิทของชิดชัยออกมาเป็นคนสุดท้าย สองสาวช่วยกันลากลูกน้องกลับเข้าบริษัท คาดคั้นให้สารภาพทุกอย่าง ทีแรกลูกน้องไม่ยอมปริปาก แต่พอสรนุชโกหกว่าชิดชัยสารภาพกับเธอหมดแล้วว่า ทั้งหมดเป็นความคิดของลูกน้อง

“ไม่จริง...ลูกพี่ต่างหากที่สั่งให้ผมทำ...หน็อย...คิดจะปิดปากกันง่ายๆอย่างนี้น่ะเหรอ” ลูกน้องโกรธจนเผลอเปิดปากสารภาพ สรนุชกับอรอนงค์ยิ้มให้กันพอใจที่แผนสำเร็จ

ooooooo

ที่บ้านพล.อ.สรยุทธ คุณหญิงเลิศหล้ากับ พล.อ.สรยุทธต้องแปลกใจที่เห็นสรนุชยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟให้ สอบถามได้ความว่าลูกสาวกลับมาตั้งแต่เมื่อคืน เห็นว่าดึกมากแล้วเลยไม่อยากปลุกพ่อกับแม่ พล.อ.สรยุทธสงสัยลูกกลับกรุงเทพฯทำไม สรนุชจะมาลาออกจากงาน พล.อ.สรยุทธสีหน้ามีพิรุธจนสรนุชจับได้

“พ่อรู้เรื่องที่คาบาตี้จะสร้างโรงงานที่หนองระบือหรือเปล่าคะ”

พล.อ.สรยุทธพยักหน้ารับ สรนุชต่อว่าพ่อว่ารู้แล้วทำไมไม่ห้ามพวกนั้น ชาวบ้านกี่คนต้องโดนยึดที่ทำกิน เพื่อโรงงานบ้าๆบอๆนั่น พล.อ.สรยุทธไม่พอใจตบโต๊ะกินข้าวเปรี้ยง

“ฉันเป็นที่ปรึกษา ส่วนแกก็เป็น ผจก.ที่นั่น แล้วจะสนใจทำไม...เป็นทหารต้องรู้หน้าที่...แกเองก็เหมือนกัน” พล.อ.สรยุทธพูดจบ ลุกออกไป สรนุชมองตามพ่อหนักใจที่กล่อมให้เลิกยุ่งกับพวกรถไถไม่สำเร็จ...

ครู่ต่อมา สรนุชไปหาใจเด็ดที่บ้าน เพื่อจะปรับความเข้าใจและจะได้หาทางช่วยเขา ต้องแปลกใจเมื่อรู้จากหทัยว่าใจเด็ดไปทำงาน สรนุชรีบตามไปยังที่ทำงานของใจเด็ดทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"
14 มิ.ย 2564

23:55 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 03:39 น.