ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ไม่นานนัก สรนุชกับโชคชัยมาถึงวัด โชคชัยชวนสรนุชไปไหว้พระประธานในโบสถ์กันก่อน แล้วค่อยไปหาหลวงพ่อที่ศาลา ณวัตตามมาทัน ปราดเข้าไปตะคอกถามว่ามาทำบุญล้างบาปกันหรือ โชคชัยไม่เข้าใจณวัตหมายความว่าอย่างไร

“งั้นฉันจะพูดง่ายๆให้สมกับความรู้บ้านนอกอย่างแก...ก็บาปที่เป็นชู้กับเมียชาวบ้านไง” ณวัตยิ้มเหยียด

“วัต...เมื่อไหร่คุณจะเลิกคิดอกุศลเสียที นุชกับคุณโชคไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่วัตคิด”

“ไม่มีอะไร...แล้วไอ้ที่ออกมาจากโรงแรมด้วยกันมันคืออะไร” ณวัตตวาดเสียงเขียว โชคชัยพยายามจะเข้ามาอธิบาย แต่ณวัตไม่ฟัง ผลักเขาออก ใจเด็ดกราบหลวงพ่อเสร็จลงจากศาลาได้ยินเสียงเอะอะรีบเดินไปดู เห็นณวัตกำลังผลักอกโชคชัย โดยมีสรนุชรั้งแขนณวัตไว้ ขอร้องให้หยุดได้แล้ว ณวัตสะบัดแขนเต็มแรง สรนุชเซจะล้ม ใจเด็ดเข้ามารับไว้ทัน ณวัตหันมาเห็นใจเด็ด แดกดันใส่ทันที

“เฮ่อ...นี่มันปาร์ตี้อะไรเนี่ย คนหนึ่งก็ไอ้บ้านนอก อีกคนก็ไอ้เด็กเลี้ยงควาย”

“ส่วนอีกคนก็เป็นไอ้บ้าเสียสติ” ใจเด็ดโต้ไม่ยอมแพ้ โชคชัยขอร้องใจเด็ดอย่าให้มีเรื่องมีราวกันเลย แล้วหันไปยืนยันกับณวัตว่า เขากับสรนุชไม่ได้มีอะไรกัน ณวัตไม่เชื่อ อาศัยทีเผลอต่อยโชคชัยล้มคว่ำแล้วตามเข้าไปซ้ำ นายก อบต. ไม่โต้ตอบ สรนุชพยายามห้ามณวัต แต่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ใจเด็ดเหลียวหาของใกล้มือ เจอถังใส่ปุ๋ยคอกละลายน้ำวางอยู่ เอาสาดใส่ณวัตที่ระดมต่อยโชคชัยอย่างบ้าคลั่ง ปุ๋ยคอกได้ผลชะงัดณวัตหยุดกึก

“ไอ้บ้า...น้ำอะไรวะ”

“ปุ๋ยคอกละลายน้ำ ไม่ต้องกลัวว่ามันจะสกปรกหรอกคุณ เพราะความคิดของคุณสกปรกกว่าขี้ควายนี่อีก”

ณวัตโกรธจะเข้าไปเอาเรื่องใจเด็ด สรนุชรีบขวางไว้ ขู่ถ้าเขาไม่หยุดบ้า เธอจะลาออกจากคาบาตี้ แล้วเดินหนี ณวัตรีบวิ่งตามทันตรงหน้าวัด ดึงแขนสรนุชไว้ให้คุยกันก่อน สรนุชสะบัดมือออก

“วัตมาที่นี่ทำไม...ถ้ามานี่เพราะไอ้ความหึงบ้าๆ บอๆของวัตละก็...นุชว่าวัตกำลังเข้าใจผิด”

“เพราะนุชไม่ได้ชอบไอ้บ้านนอกพวกนั้นใช่ไหม” ณวัตทำเสียงออดอ้อน

“ที่นุชบอกว่าวัตกำลังเข้าใจผิดน่ะหมายความว่า วัตกับนุชไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว เพราะฉะนั้น วัตไม่มีสิทธิที่จะมาทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนุช” สรนุชกระแทกเสียงใส่ ก่อนจะเดินจากไป ชิดชัยแอบมองอยู่ตลอดเห็นสรนุชลับสายตา รีบเข้ามาประจบณวัตที่ยังเดือดปุดๆอยู่ เกือบถูกเขาเหวี่ยงหมัดใส่ระบายความแค้นที่สรนุชไม่สนใจไยดี แล้วสั่งให้พาไปโรงแรมที่ดีที่สุดของที่นี่ จะได้อาบน้ำล้างตัว...

อีกมุมหนึ่งของวัด ใจเด็ดเอาน้ำเปล่ามายื่นให้โชคชัยที่ยืนหน้าเศร้าคล้ายคนกำลังอกหัก กระเซ้าว่าจะให้พาไปหาหมอดามอกไหม โชคชัยไม่คิดว่าหมอที่ไหนจะรักษาโรคนี้ได้ นอกจากสรนุชคนเดียวเท่านั้น ใจเด็ดมองโชคชัยอย่างเห็นใจ เตือนให้ล้มเลิกความคิดจะจีบสรนุชได้แล้ว รู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่าไม่มีความหวัง

“ไม่หรอก...คนที่ไม่มีความหวังคือคนที่ยอมแพ้ แล้วฉันก็รู้ว่านายเองก็ยังหวังอยู่” โชคชัยมองสบตาใจเด็ดรู้ว่าเขาเองก็ยังตัดใจจากสรนุชไม่ได้ แล้วขอตัวกลับก่อน ใจเด็ดนิ่งคิด พยายามสำรวจหัวใจตัวเองเรื่องสรนุช แต่แล้วอาการปวดหัวกำเริบขึ้น คราวนี้ภาพรอบตัวเบลอไปหมด ใจเด็ดกัดฟันข่มความเจ็บปวด ตัดสินใจไปพบหมอ...

หลังจากหมอตรวจร่างกายของใจเด็ดแล้ว พบว่าอาการโดยรวมแย่ลง ใจเด็ดไม่สามารถเอานิ้วตัวเองแตะนิ้วหมอตามคำสั่งได้ ใจเด็ดเหมือนจะรู้ตัวดี ถามหมอตรงๆว่า ตัวเองจะตายหรือเปล่า

“ถ้าหัวหน้ายังดื้อที่จะไม่ไปรักษาที่กรุงเทพฯ” หมอหน้าเครียดไม่แพ้คนไข้

ooooooo

การมาของณวัตทำให้สรนุชอารมณ์บูด ไม่อยากอยู่ที่ทำงานไม่อยากเจอหน้าเขา ไหว้วานอรอนงค์ ช่วยอยู่เฝ้าบริษัทแทนเธอที อรอนงค์แอบนัดเกริกไกรไว้แต่ไม่กล้าบอก จึงโกหกว่าไม่ว่างมีนัดกับหมอที่ รพ.ไว้ จะให้ตรวจอาการปวดท้องให้ สรนุชนิ่วหน้า ดูท่าทางอรอนงค์ไม่เหมือนคนปวดท้องเลย

“ก็...ฉันไม่อยากให้แกเป็นห่วงไง...โอ๊ย...ไม่ไหวแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นโรคเครียดลงกระเพาะหรือเปล่า”

“ให้ฉันพาไปไหม” สรนุชมองเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง อรอนงค์รีบปฏิเสธว่าไม่ต้อง ไปเองได้ แล้วคว้ากระเป๋าถือจ้ำพรวดๆออกไป...

บริเวณจุดนัดพบหน้าตลาดหนองระบือ เกริกไกรกำลังยืนรออรอนงค์ตอนที่ช่อผกาเข้ามาถามไถ่ว่ามาทำอะไรที่นี่หรือว่านัดกับใครไว้ เกริกไกรอึกๆอักๆยังไม่ทันจะพูดอะไร ช่อผกาคิดเองเออเองว่าเกริกไกรนัดใจเด็ดไว้ หมอหนุ่มพลอยเออออไปด้วย บอกมั่วๆว่าตอนนี้ใจเด็ดเดินซื้อของอยู่ในตลาด

“งั้นเดี๋ยวผกาไปเซอร์ไพรส์พี่ใจเด็ดดีกว่า” ช่อผกากระดี๊กระด๊าวิ่งหน้าตั้งเข้าไปในตลาด เกริกไกรถอนใจโล่งอก เป็นจังหวะเดียวกับอรอนงค์มาถึงจุดนัดพบพอดี เกริกไกรรีบพาเธอไปร้านขายปลาอีกด้านหนึ่งของตลาด ไม่อยากให้ช่อผกาเห็นว่าเขาอยู่กับพวกรถไถ...

ขณะอรอนงค์กับเกริกไกรกำลังช่วยแม่ค้าจับปลาใส่ถุงจะเอาไปปล่อย ช่อผกาโผล่มายืนด้านหลังต่อว่า เกริกไกรว่าโกหกที่แท้นัดยัยรถไถเอาไว้ ขู่จะไปฟ้องพี่ใจเด็ดว่าเกริกไกรเป็นหนอนบ่อนไส้ อรอนงค์จะเข้าไปอธิบายแต่ดันทำปลาหลุดมือ ปลาเจ้ากรรมหล่นเข้าไปในเสื้อคอกว้างของช่อผกาอย่างแม่นยำ

ช่อผกาแผดเสียงร้องตลาดแทบแตก ขอให้ใครก็ได้ช่วยเอาปลาออกจากเสื้อเธอด้วย เกริกไกรไม่รอช้า คว้าถุงใส่ปลามือหนึ่ง อีกมือหนึ่งคว้าข้อมืออรอนงค์วิ่งหนี...

ในเวลาต่อมา เกริกไกรกับอรอนงค์มาถึงมุมสงบริมน้ำ ปล่อยปลากันอย่างมีความสุข อรอนงค์อดคิดไม่ได้ ทำไมเราสองคนต้องมาเป็นศัตรูกันด้วย ทำไมเธอต้องขายรถไถ ขณะที่เกริกไกรต้องเลี้ยงควาย เกริกไกรเห็นอรอนงค์หน้าเศร้าสร้อยชวนคุยเรื่องอื่นให้คลายเครียด จนเธอยิ้มได้อีกครั้ง...

ณวัตบ่นเป็นหมีกินผึ้งที่ชิดชัยหาห้องพักได้ห่วยแตกมาก ห้องคนรับใช้ที่บ้านเขายังดีกว่าที่นี่เสียอีกชิดชัยแก้ตัวว่าที่จัดที่พักให้ณวัตที่นี่ เพราะจะได้อยู่ใกล้ๆสรนุช ไอ้พวกเหลือบลิ้นไรจะได้ไม่มาไต่ตอม

“ไอ้พวกบ้านนอกกับไอ้เด็กเลี้ยงควายนั่นน่ะหรือ”

“ไอ้บ้านนอกน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้เด็กเลี้ยงควายนี่ตัวแสบเลยครับ...โอ๊ย...ถ้าไม่มีมันสักคน ป่านนี้รถไถของเราขายระเบิดระเบ้อแล้วครับ” ชิดชัยยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ

“ทำไม...มันมีอิทธิพลกับชาวบ้านขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ครับ...ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถ้าไอ้หมอนี่ไม่เห็นด้วยก็จะปลุกระดมชาวบ้านให้คิดเหมือนมัน”

ณวัตพึมพำกับตัวเองเบาๆ ถ้าขืนใจเด็ดอยู่ เรื่องที่ดินที่เขากับพ่อจะมากว้านซื้อคงต้องมีปัญหาแน่ๆ ต้องหาทางกำจัดใจเด็ดให้พ้นทาง เขาจึงวางแผนชั่วจะใส่ความใจเด็ดให้หมดความน่าเชื่อถือ...

ค่ำวันเดียวกัน ชิดชัยกับลูกน้องคนสนิทสวมหมวกไอ้โม่งอำพรางใบหน้าที่แท้จริง อาศัยความมืดเข้ามาแอบที่พงหญ้าข้างบ้านตาแมง เห็นตาแมงกำลังบ้าเห่อใช้ผ้าขาวม้าเช็ดถูรถไถคันใหม่ของตัวเองอยู่ใต้ถุนบ้าน ลูกน้องเร่งให้ชิดชัยเข้าไปจัดการให้เสร็จๆไป ยุงจะหามเขาอยู่แล้ว

“ไม่ได้เว้ย...เรื่องนี้คุณวัตแกกำชับมาว่าพลาดไม่ได้เด็ดขาด รอให้มันขึ้นนอนก่อนดีกว่า”

ระหว่างนั้น เมียของตาแมงลงมาตามตาแมงให้ขึ้นนอนได้แล้ว ตาแมงลูบรถไถอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะเดินตามเมียขึ้นบ้าน ทันทีที่ไฟบนบ้านตาแมงปิดหมด ชิดชัยกับลูกน้องค่อยๆย่องมายังใต้ถุนบ้านที่มืดมิด ทันใดนั้น มีเสียงฝีเท้าคนเดินดังมาจากบนบ้าน ทั้งคู่รีบวิ่งไปหลบหลังตุ่มน้ำ ค่อยๆยื่นหน้ามอง เห็นตาแมงเดินลงบันไดตรงมายังตุ่มน้ำที่ชิด

ชัยกับลูกน้องซ่อนตัวอยู่ แต่ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อมีเสียงเมียดังขึ้น

“จะเห่ออะไรนักหนาหา...ไอ้แก่ ถ้าแกไม่นอนล่ะก็ พรุ่งนี้ฉันจะเอาไปคืนพวกคาบาตี้คอยดู”

ตาแมงเห็นรถไถปลอดภัยดี จึงยอมกลับขึ้นบ้าน ชิดชัยกับลูกน้องถึงกับถอนใจโล่งอก รอจนทุกอย่างเงียบสงบ ค่อยๆย่องออกจากที่ซ่อนตรงมาที่รถไถ หยิบคีมตัดเหล็กมาตัดโซ่ที่คล้องรถไถไว้กับเสาบ้าน ลากรถไถไปที่ทุ่งนาไม่ห่างจากตัวบ้านนัก เอาน้ำมันราดจุดไฟเผา กว่าตาแมง จะรู้ตัว รถไถถูกเผาวอดทั้งคัน

ooooooo

สรนุชกับอรอนงค์ยังไม่ทันตื่นนอนตอนที่ชิดชัยโทร.มาแจ้งว่ารถไถของตาแมงถูกเผา สองสาวรีบลุกขึ้นแต่งตัว แล้วตรงไปยังบ้านของตาแมง เห็นตาแมงกับเมียนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ข้างรถไถที่ไหม้ดำเป็นตอตะโก สรนุชเข้าไปปลอบตาแมง

“ไม่มีอะไรนะคะ ใจเย็นๆยังไงรถไถก็มีประกันอยู่”

“ใคร...ใครมันทำอย่างนี้ได้ลงคอ” เมียตาแมงคร่ำครวญ สรนุชมองซากรถไถ อยากรู้เหมือนกันว่าเป็นฝีมือใคร ชิดชัยวิ่งนำลูกน้องเข้ามาพร้อมกับชูแกลลอนใส่น้ำมันให้สรนุชดู เราสองคนเจอมันที่พงหญ้าข้างๆ

“แล้วเจออะไรอีกไหม” สรนุชซัก ลูกน้องส่ายหน้า ชิดชัยแอบหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า

“นี่ครับ...ผมเจอมันติดไว้ที่หัวกระไดบ้านตาแมงน่ะครับ”

กระดาษมีข้อความเขียนไว้ว่า “แด่เพื่อนควายอันเป็นที่รักของเรา” สรนุชเชื่อละครตบตาฉากนี้สนิทใจ ฟันธงว่านี่ต้องเป็นฝีมือใจเด็ด...

ขณะที่แผนทำลายความน่าเชื่อถือของใจเด็ดสำเร็จไปขั้นหนึ่ง ณวัตเดินตามแผนขั้นต่อไปทันที โดยแวะไปหาผู้พันชาญณรงค์ที่บ้าน ไม่ลืมของฝากติดมือไปด้วย เป็นเสื้อจากห้องเสื้อชื่อดังจากกรุงเทพฯ และแว่นกันแดดสุดจ๊าบ ผู้พันจอมงกถูกใจมากคว้าหมับ แล้วนึกอะไรขึ้นได้ หลิ่วตามองณวัต

“อย่าบอกนะว่าไอ้ที่ซื้อของมาให้ฉันนี่จะแทนค่าสินสอด”

“ไม่หรอกครับ เพราะผมมีเรื่องสำคัญกว่านั้น” ณวัตยิ้มอย่างมีเลศนัย “ที่ผมมาหาผู้พันในวันนี้เพราะรู้ว่าผู้พันเป็นคนกว้างขวางที่หนองระบือ ถ้าผมอยากจะได้ที่สักแปลงผู้พันคงจะหาให้ได้”

“ที่เหรอ...คุณวัตอยากได้ที่ที่หนองระบือไปทำอะไร”

“คือพ่อผมมีโครงการจะทำโรงงานที่นี่ ก็เลยอยากได้ที่ใหญ่ๆหน่อย”

“เรื่องแค่นี้ไม่มีปัญหา...แล้วคุณวัตอยากได้ที่ใหญ่แค่ไหนล่ะ”

พอได้ฟังว่าณวัตต้องการที่ดินทั้งหมดในหนองระบือ ผู้พันเฒ่าถึงกับตะลึงอ้าปากค้าง

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่สำนักงานของสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ขณะสมหญิงกำลังดูหมอดูไพ่ป๊อกอยู่กับสุบินและภิรมย์สีหน้าเคร่งเครียด ใจเด็ดกับเกริกไกรเพิ่งกลับจากคอกควาย สงสัยทั้งสามคนทำอะไรกัน ได้ความว่าสมหญิงกำลังดูดวงให้สถานีฯของเราอยู่

“หัวหน้าคะ...ไพ่มันบอกว่าตอนนี้หัวหน้ากำลังจะเดือดร้อนเพราะฝ่ายตรงข้าม” สมหญิงทำนาย

“พี่สมหญิง...ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอก ผมเชื่อการกระทำของตัวเองมากกว่า”

ทันใดนั้น มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น ทุกคนหันไป

มอง เห็นสรนุช อรอนงค์ ชิดชัยกับตาแมงพร้อมด้วยชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งกรูกันเข้ามาในสำนักงาน ตาแมงเห็นหน้าใจเด็ด ปรี่เข้ามาต่อว่าทำไมถึงทำอย่างนี้ ทำไมต้องเผารถไถของเขา ใจเด็ดงง สรนุชยื่นกระดาษซึ่งเป็นหลักฐานปลอมๆที่ชิดชัยสร้างขึ้นให้ใจเด็ดอ่าน

“ผมไม่ใช่คนเผา แล้วผมก็ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น” ใจเด็ดปฏิเสธเสียงแข็ง

“นายไม่รู้เรื่อง แต่ชาวบ้านทุกคนรู้ว่าคนเดียวในหนองระบือที่ไม่ชอบรถไถคือนาย แล้วไหนจะมีกระดาษนี่อีก...นายยังจะเถียงอีกหรือ” สรนุชคาดคั้นให้ใจเด็ดรับผิดให้ได้ ใจเด็ดไม่โง่ขนาดนั้นแน่ ถ้าเขาจะเผารถไถของตาแมง เรื่องอะไรต้องทิ้งหลักฐานให้สาวมาถึงตัว ชิดชัยชะงัก ก่อนจะรีบโวยวายกลบเกลื่อน

“อ๋อ...นี่แกกำลังจะบอกพวกเราเผารถไถตัวเองแล้วใส่ร้ายแกหรือไง”

“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณต้องคิดว่าเป็นฝีมือพวกเราด้วย” ใจเด็ดมองหน้าสรนุชอย่างรอคำตอบ สรนุชเห็นไพ่ป๊อกวางอยู่บนโต๊ะ หยิบเอาไพ่เหล่านั้นมาอธิบายให้ใจเด็ดฟังอย่างง่ายๆโดยแบ่งไพ่เป็นสองส่วนสีแดงกับสีดำเหมือนฝ่ายของเธอกับของเขา ใจเด็ดหยิบไพ่ที่แยกเป็นฝักเป็นฝ่ายขึ้นมาดูอย่างสนใจ

พลันโชคชัยนำกำลังตำรวจเข้ามาในสำนักงาน คิดว่ามีม็อบมาก่อกวนความสงบ แต่กลับเจอสำรับไพ่ป๊อกวางอยู่ ตำรวจมองหน้าโชคชัยงงๆ

“อ้าว...ไหนนายกฯบอกว่ามีม็อบไง...นี่มันเล่นไพ่กันนี่”

สิ้นเสียงตำรวจ วงแตกทันที ชาวบ้านวิ่งหนีกันอลหม่าน เหลือแต่ใจเด็ดกับสรนุชที่ยืนถือไพ่ป๊อกคามือ จากนั้น ตำรวจเชิญตัวสรนุชกับใจเด็ดไปสอบปากคำที่โรงพัก สรนุชปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

“แหม...คาหนังคาเขาอย่างนี้ ผมว่าคุณอย่าปฏิเสธดีกว่า” ร้อยเวรแนะ

สรนุชไม่ยอมรับผิด โวยวายลั่น สารวัตรได้ยินเสียงเอะอะ เดินมาดู เห็นใจเด็ดนั่งอยู่เข้ามาทักทายอย่างสนิทสนม สรนุชสบช่อง ในเมื่อใจเด็ดรู้จักกับสารวัตรก็น่าจะพูดกันง่ายหน่อย เหตุการณ์กลับไม่ง่ายอย่างที่สรนุชคิด ทุกอย่างวุ่นวายไปหมดเพราะเธอกับใจเด็ดโต้เถียงกันไม่มีใครยอมใคร สรนุชโกรธที่ใจเด็ดเปรียเทียบว่าเธอเป็นยิ่งกว่าบัวใต้น้ำ นั่นคือบัวใต้โลก ปรี่เข้าไปจะทำร้าย ร้อยเวรดึงตัวเธอไว้ สรนุชดิ้นสุดฤทธิ์ โวยวายลั่น

“ปล่อยฉัน...ปล่อย”

ร้อยเวรไม่ยอมปล่อย สรนุชเลยใช้ร่างของร้อยเวรเป็นหลักยกสองเท้าถีบใส่ใจเด็ด กระบือบาลหนุ่มไวทายาดดึงสารวัตรมาบัง ทั้งใจเด็ดและสารวัตรพากันล้มตึง สรนุชยังฤทธิ์มากถองศอกใส่ร้อยเวรจนหน้าหงายแล้วกระโจนใส่ใจเด็ดไม่สนใจสารวัตรที่ติดอยู่ตรงกลาง ทั้งสารวัตรและร้อยเวรต่างสะบักสะบอมไปตามๆกัน

ตำรวจบนโรงพักต้องช่วยกันลากสรนุชไปสงบสติอารมณ์ในห้องขัง ใจเด็ดพลอยติดร่างแหไปด้วย ถูกขังไว้อีกห้องหนึ่งแยกกัน สรนุชออดอ้อนขอให้สารวัตรที่เธออัดจนปากเจ่อหัวปูดปล่อยตัว อ้างทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจขังพวกคุณเหมือนกัน แต่ที่ผมทำอย่างนี้เพราะอยากให้คุณกับคุณใจเด็ดใจเย็นๆกันก่อน อยู่ในนี้สงบสติอารมณ์ซักคืนนะ” สารวัตรพูดจบชวนร้อยเวรที่อยู่ในสภาพเดียวกันกับตนกลับห้องทำงาน สรนุชโวยลั่นหาว่าตำรวจแกล้งประชาชน ใจเด็ดสุดจะทน สั่งให้เธอเลิกโวยวายเสียที

“ทั้งหมดนี่เป็นเพราะนาย นายทำให้ประวัติฉันมีมลทิน” สรนุชจ้องหน้าใจเด็ดเขม็ง

“อ้าว...ไม่ใช่เพราะคุณมาหาผมที่สถานีแล้วก็หยิบไพ่มาทำโน่นทำนี่หรอกเหรอ ถึงได้เป็นอย่างนี้...ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายพูดว่าที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะคุณ” ใจเด็ดโวยกลับ สรนุชทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความเจ็บใจ

ooooooo

ที่หน้าโรงพัก สุบินกับเกริกไกรซุ่มดูอยู่ ไม่รู้จะช่วยใจเด็ดกับสรนุชอย่างไรดี จะเสี่ยงขึ้นไปประกันตัว เกิดตำรวจจำหน้าได้ว่าสองหนุ่มอยู่ใน

วงไพ่ด้วย โดนซิวเข้าห้องไปด้วยกัน แล้วจะมีใครมาช่วย จังหวะนั้น สองหนุ่มเห็นอรอนงค์กำลังจะเข้าไปในโรงพัก รีบมาดักหน้าไว้ ทักท้วงว่าถ้าจะมาประกันตัวสรนุชขอให้คิดทบทวนให้ดีเสียก่อน ถ้าตำรวจเหมารวมว่าอรอนงค์อยู่ในวงไพ่ด้วยจะซวยไปกันใหญ่

“เอ่อ...ใช่...แล้วจะทำอย่างไรดีคะหมอ”

เกริกไกรกับสุบินกำลังหาทางกันอยู่ แต่ยังนึกไม่ออก อรอนงค์คิดแผนบางอย่างออกยิ้มดีใจ...

ด้านสรนุชอยู่เงียบๆได้พักเดียว ส่งเสียงโวยวายลั่นห้องขังอีก ใจเด็ดรำคาญสั่งให้เบาเสียง จังหวะนั้น จ่าเวรเปิดประตูให้โทนเข้ามา เด็กน้อยวิ่งมาเกาะลูกกรงห้องขังใจเด็ดแล้วยื่นถุงข้าวและน้ำให้

“หมอให้เอาของกินมาฝากครับหัวหน้า”

“อ้าว...แล้วหมอล่ะโทน”

“หมอเขาไม่กล้าเข้ามาครับ...แกกลัวว่าจะโดนตำรวจจับ”

สรนุชแดกดันว่าหมอช่างเป็นเพื่อนแท้ของใจเด็ดจริงๆ ใจเด็ดปรายตามองสรนุชแวบหนึ่ง แล้วฝากโทนไปบอกหมอด้วยว่าไม่ต้องมาประกันตัวเขาเพราะพรุ่งนี้ก็ออกแล้ว แล้วบอกให้โทนกลับไป โทนยิ้มให้ใจเด็ดแล้ววิ่งปรู๊ดออกไป สรนุชตะโกนถามโทนว่าเพื่อนของเธอไม่ฝากอะไรมาบ้างหรือ โทนไม่ได้สนใจ ยังคงวิ่งต่อไป

ผ่านไปสักพัก ใจเด็ดแกะห่อข้าวที่เกริกไกรฝากมาให้ สรนุชแอบมอง กลืนน้ำลายเฮือกด้วยความหิว ท้องของเธอเกิดประท้วงขึ้นมาส่งเสียงร้องจ๊อกๆดังผ่าความเงียบ ใจเด็ดหันขวับไปมอง สรนุชทั้งอายทั้งตกใจรีบเบือนหน้าหนีทำไม่รู้ไม่ชี้ ใจเด็ดสงสารชวนกินข้าวด้วยกัน สรนุชยังงอนไม่หายไม่ยอมกินด้วยอ้างว่ายังไม่หิว ใจเด็ดหมั่นไส้ตักข้าวใส่ปากเคี้ยวตุ่ยๆเจตนายั่วสรนุช

“โห...ไม่เคยกินข้าวผัดกะเพราที่ไหนอร่อยเท่านี้จริงๆ...คุณลองมั้ย”

สรนุชส่ายหน้าแทนคำตอบ ใจเด็ดกินยั่วจนคำสุดท้าย แล้วทำเป็นมองหาน้ำดื่ม ก่อนจะโวยวายว่าเกริกไกรฝากข้าวมาทำไมไม่เอาน้ำติดมาด้วย สรนุชเหลือบไปเห็นขวดน้ำวางอยู่มุมหนึ่งของห้องขัง อยากแกล้งใจเด็ดคืนบ้าง ปราดไปหยิบน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวครึ่งขวด

“ฮ่า...ชื่นใจจริงๆไม่เคยดื่มน้ำที่ไหนสดชื่นเท่าที่นี่จริงๆ” สรนุชพูดจบหันมายิ้มเย้ยใจเด็ด ระหว่างนั้น จ่าเวรเข้ามาดูความเรียบร้อยพอดี ใจเด็ดร้องถามทำไมห้องขังเขาไม่มีขวดน้ำเหมือนห้องนั้น

“เอ้า...ไอ้ขวดน้ำพวกนั้นมันขวดเอาไว้ใส่ฉี่...

อย่าเผลอไปกินเข้าล่ะ”

สรนุชถึงกับตาเหลือก วิ่งไปล้วงคอ ใจเด็ดเดินมาเกาะลูกกรง แหย่ว่ากินฉี่แค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก สรนุชโกรธ คว้าขวดน้ำจะสาดใส่ ใจเด็ดกลับยื่นกล่องข้าวให้

“นี่ของคุณ...แล้วก็ไอ้ขวดน้ำที่คุณกินเข้าไปน่ะ ผมเป็นคนวางไว้เอง คุณไม่สังเกตเหรอว่ามันไม่มีกลิ่น”

สรนุชทั้งโกรธทั้งซึ้งใจ ไม่รู้จะทำหน้าอย่างไร ได้แต่คว้ากล่องข้าวมาเปิดกิน อยู่ๆใจเด็ดโพล่งขึ้นว่า เขากับพวกไม่ได้เป็นคนเผารถไถ และที่สำคัญ ถ้าเจนจิรารู้ว่าเขาทำอย่างนั้นเพื่อแก้แค้นให้เธอ เธอคงไม่ดีใจ สรนุชแสดงความเสียใจเรื่องเจนจิราด้วย ถึงเราสองคนจะมีอุดมการณ์ต่างกัน แต่เธอไม่เคยคิดทำร้ายเจนจิรา ถ้าใจเด็ดไม่เชื่อ จะให้ชดใช้ด้วยอะไร เธอยอมทุกอย่าง ถ้าจะทำให้เจนจิรากลับมาเป็นเหมือนเดิม

“ผมเชื่อคุณ...กินข้าวเถอะ” ใจเด็ดพยักหน้าให้ สรนุชรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ณวัตยังไม่หยุดใส่ร้ายใจเด็ด สั่งให้ชิดชัยเอารูปถ่ายรถไถของตาแมงที่ไหม้ไฟซึ่งทางบริษัทคาบาตี้ถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่งไปให้ต้นสังกัดของใจเด็ด แล้วบอกไปด้วยว่าเป็นฝีมือของใจเด็ด ชิดชัยชมเปาะว่าณวัตปราดเปรื่องมาก แล้วรีบไปทำตามคำสั่ง...

อรอนงค์ไม่สบายใจที่ต้องทิ้งสรนุชอยู่ในห้องขัง จึงมาขอร้องณวัตช่วยไปประกันตัวเธอ แทนที่ณวัตจะรีบไปจัดการให้ กลับใช้โอกาสนี้โทร.นัดผู้พันชาญณรงค์ซึ่งอยู่ที่บ้านไปดูที่ดินในวันรุ่งขึ้น ผู้พันชาญณรงค์แปลกใจทำไมถึงได้นัดปัจจุบันทันด่วน ณวัตเห็นว่าพรุ่งนี้ทางสะดวก ใจเด็ดกับสรนุชถูกตำรวจจับ

“อะไรนะ...คุณนุชกับไอ้ใจเด็ดติดคุกหรือครับ...แหม ทางสะดวกจริงๆด้วย...ได้ครับ พรุ่งนี้เจอกัน” ผู้พันชาญ–ณรงค์หัวร่อร่าก่อนวางสาย ช่อผกาได้ยินโดยตลอด สีหน้าครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี...

มืดแล้ว ใจเด็ดนั่งพิงกำแพงหลับไปแล้ว แต่สรนุชยังนอนไม่หลับ ได้ยินเสียงตุ๊กแกร้องกลัวจัดกระโจนมาเกาะลูกกรงด้านที่ติดกับห้องขังใจเด็ด ตะโกนเรียกให้เขาลุกขึ้นมาคุยกันก่อน ใจเด็ดเห็นสรนุชกลัว แกล้งหลอกว่าที่นี่มีผี สรนุชต้องขอร้องให้หยุดพูด ทันใดนั้น ไฟในโรงพักดับพรึบ หญิงสาวตกใจกลัวร้องลั่น

สักพัก ร้อยเวรจุดเทียนไขมาตั้งตรงกลางระหว่างห้องขังสรนุชกับห้องขังใจเด็ดหนึ่งเล่มแก้ขัดไปก่อน ไม่รู้ไฟฟ้าจะมาเมื่อไหร่ กำชับว่าห้ามทำเทียนไขดับ ไม้ขีดหมดแล้ว สรนุชเห็นร้อยเวรจะไป น้ำตาคลอร้องเรียก

“นี่เดี๋ยวก่อนสิ...คุณตำรวจๆ...ทำไมฉันต้องมาอยู่อย่างนี้ด้วย”

ร้อยเวรไม่สนใจยังคงเดินต่อไป ใจเด็ดสงสารสรนุช ยิ่งเห็นเธอพยายามจะบังเทียนไขไม่ให้ดับจนถูกไฟลวกมือ เขาค่อยๆขยับมานั่งใกล้ๆชิดกับลูกกรง เอามือโอบมือของเธอไว้อีกชั้นหนึ่ง

“คุณนอนเถอะ เดี๋ยวผมดูเทียนให้เอง”

น้ำเสียงอบอุ่นของใจเด็ด ทำให้สรนุชหวั่นไหว ทั้งสองคนนั่งใกล้กันแค่คืบแต่ไม่สามารถเปิดใจให้กันได้ เหมือนลูกกรงที่ขวางกั้นทั้งสองคนเอาไว้

ooooooo

ระหว่างที่ผู้พันชาญณรงค์นั่งรอณวัตมารับไปดูที่ นึกขึ้นได้ว่าควรจะชวนช่อผกาไปด้วย จับพลัดจับผลูช่อผกาได้เป็นศรีภรรยาของณวัตขึ้นมา ตนเองคงจะสบายไปทั้งชาติ คิดได้อย่างนั้น หันไปสั่งสมคิดไปบอกช่อผกาให้แต่งตัวสวยๆ วันนี้เขาจะพาเธอไปกับคุณณวัต สมคิดวิ่งหน้าตั้งเข้าไปในบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับรถของณวัตแล่นเข้ามาจอด ณวัตใจร้อน เร่งผู้พันเฒ่าให้รีบไป

“เดี๋ยวก่อนสิ...เห็นลูกสาวฉันบอกว่าอยากไปด้วย...คุณณวัตคงไม่รังเกียจนะ”

ณวัตไม่อยากให้เรื่องกว้านซื้อที่ดินล่วงรู้ถึงหูคนอื่น อ้าปากจะค้าน แต่สมคิดวิ่งส่งเสียงเอะอะเข้ามาหาเจ้านาย พร้อมกับยื่นกระดาษโน้ตที่ช่อผกาทิ้งไว้ มีข้อความเขียนไว้ว่า

“พี่ใจเด็ดไปไหน...หนูจะไปด้วย ไม่ต้องตามหา”

ผู้พันชาญณรงค์หงุดหงิด ขย้ำกระดาษทิ้ง ณวัตนิ่วหน้าสงสัย ใจเด็ดถูกจับไม่ใช่หรือ แล้วช่อผกาจะไป กับเขาได้อย่างไร สมคิดสันนิษฐานว่าใจเด็ดอาจจะแหกคุก แล้วมาพาช่อผกาหนี ผู้พันชาญณรงค์ยิ่งคิดยิ่งแค้น...

ในขณะเดียวกัน ที่ห้องขังบนโรงพัก สรนุชรู้สึกตัวตื่นขึ้นพบว่าตัวเองนั่งพิงลูกกรงอยู่ โดยมีใจเด็ดนั่งหลับในลักษณะเดียวกันอยู่อีกด้านหนึ่งของลูกกรง มือของเธอกับใจเด็ดจับกันอยู่ สรนุชตกใจรีบดึงมือออก ทำให้ใจเด็ดสะดุ้งตื่น จังหวะนั้น มีเสียงช่อผกาโวยวายดังมาจากโต๊ะร้อยเวรด้านหน้า

“ไหนบอกว่าตำรวจต้องดูแลประชาชนไง...ฉันขอแค่นี้มันมากหรือไง”

“ใช่...บ้าหรือเปล่าจะมาขอติดคุก นี่โรงพักนะไม่ใช่โรงแรม จะเข้าจะออกซี้ซั้วได้ไง” สารวัตรโวยกลับ

ช่อผกาอยากรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะได้เข้าไปอยู่กับใจเด็ด สารวัตรส่ายหน้า ทำไม่ได้ทั้งนั้น ห้องขังมีไว้สำหรับขังคนที่ทำผิด แล้วไล่เธอกลับบ้าน ช่อผกาคิดตามคำพูดของสารวัตร ตัดสินใจตบหน้าเขาฉาดใหญ่ เลยได้เข้าห้องขังสมใจ แต่ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับใจเด็ด เพราะผู้ต้องหาชายหญิงต้องแยกห้องขังกัน

“ไม่เอา...ฉันไม่อยู่ห้องนี้ ฉันจะอยู่กับพี่ใจเด็ด... ปล่อย...” ช่อผกาโวยลั่น ขณะที่สรนุชแอบยิ้มสะใจ...

อีกมุมหนึ่งหน้าโรงพัก เกริกไกร สุบิน สมหญิงและภิรมย์นัดโชคชัยมาพบเพื่อจะขอแรงให้ช่วยประกันตัวใจเด็ดให้ สุบินอดถามไม่ได้ว่าโชคชัยจะช่วยประกันตัวสรนุชด้วยหรือเปล่า

“แฟนคุณนุชยังไม่ประกันตัวคุณนุชออกไปอีกหรือครับ” โชคชัยงง

“อ้าว...ไอ้วัตมันมาที่นี่ด้วยหรือ...ไม่รู้จะมาทำไม...แต่ผมเดาได้เลย ว่ามันน่ะดีใจที่ยัยนุชโดนขังมากกว่า เชื่อสิ...มันไม่มาประกันตัวยัยนุชหรอก” สุบินนึกถึงณวัตแล้วหมั่นเขี้ยวอยากจะอัดสักเปรี้ยง โชคชัยเป็นห่วงสรนุช รีบจ้ำพรวดๆขึ้นไปบนโรงพัก โดยมีสุบิน เกริกไกร ภิรมย์ และสมหญิงเดินตาม...

ครู่ต่อมา โชคชัยเข้าไปคุยกับร้อยเวรถึงได้รู้ความจริงว่าใจเด็ดกับสรนุชไม่ได้ถูกจับเรื่องเล่นไพ่ สารวัตรแค่อยากให้สองคนนั่นเข้าไปสงบสติอารมณ์เท่านั้นเอง ร้อยเวรขยับจะไปพาตัวใจเด็ดกับสรนุชออกจากห้องขังณวัตกับผู้พันชาญณรงค์เดินหน้าตาถมึงทึงขึ้นมาเสียก่อน สุบินแขวะณวัตทันที

“มาแล้วๆ...แฟนแห่งปี...ยัยนุชโดนจับตั้งแต่เมื่อคืน แต่ดันโผล่มาตอนนี้ พวกเรา...ตบมือให้หน่อยเร็ว”

ภิรมย์กับสมหญิงรับลูกทันทีตบมือกันเกรียว ณวัตขยับจะเข้าไปเอาเรื่องสุบิน สารวัตรรีบเข้ามาขวาง แล้วหันไปถามผู้พันชาญณรงค์ว่ามีเรื่องอะไรกัน ผู้พันเฒ่าจะมาแจ้งความจับใจเด็ดฐานพาลูกสาวของเขาหนี

“จะเป็นไปได้อย่างไรผู้พัน...ไอ้เด็ดยังถูกขังอยู่เลย” เกริกไกรทักท้วง

“ใช่ครับ...แล้วผกาก็ไม่ได้หนีไปไหน...โน่น...อยู่ในห้องขังโน่น” สารวัตรพูดพลางชี้มือไปด้านใน

“แล้วสารวัตรจับลูกสาวผมได้ยังไง ลูกสาวผมไม่ได้ทำอะไรผิด”

“ไม่ผิดอะไร ตบหน้าผมเต็มๆ เห็นบอกว่าอยากเข้าไปอยู่กับหัวหน้าใจเด็ดมาก เลยลงทุนทำร้ายตำรวจ”

เกริกไกร สุบิน สมหญิง และภิรมย์พากันหัวเราะก๊าก ผู้พันชาญณรงค์ของขึ้น หันไปด่ากราดขำอะไร ญาติใครเสียหรือ สองฝ่ายไม่ชอบขี้หน้ากันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรื่องเลยบานปลายต่างตรงเข้าตะลุมบอนกัน แต่คนที่บอบช้ำที่สุดกลับเป็นสารวัตรกับร้อยเวรที่โดนลูกหลงจากการเข้าไปห้ามปราม

ooooooo

เกิดเรื่องวุ่นวายหน้าโต๊ะร้อยเวรไม่พอ ในห้องขังหญิงไม่ยอมน้อยหน้า สรนุชกับช่อผกาเถียงกันไปมาพักเดียวเท่านั้นตบตีกันอุตลุด ร้อยเวรเข้ามาแจ้งว่าใจเด็ดกับสรนุชออกจากห้องขังได้แล้ว สองสาวถึงได้หยุดตีกัน ร้อยเวรไขประตูห้องขังปล่อยใจเด็ดกับสรนุชออกมา ช่อผกาจะตามแต่ร้อยเวรปิดประตูเสียก่อน

“มีคนมาประกันตัวเราหรือคะ คุณตำรวจ”

“ใช่...นายกฯโชคชัยน่ะ แล้วอีกอย่างห้องขังมันเต็มเลยต้องปล่อยตัวคุณสองคนไปก่อน”

ช่อผกางง ไม่เห็นห้องขังจะเต็มตรงไหน แต่พอเห็นสารวัตรคุมตัว ผู้พันชาญณรงค์ เกริกไกร สุบิน ภิรมย์กับสมหญิง และณวัตเข้ามา ช่อผกาหมดข้อสงสัย ใจเด็ดอดถามสารวัตรไม่ได้ว่าพวกนี้โดนข้อหาอะไรกัน

“ทะเลาะวิวาท...เฮ่อ...อายุขนาดนี้แล้วยังเล่นกันเป็นเด็กๆ...ไป เข้าไปสงบสติอารมณ์กันสักคืนแล้วกัน” สารวัตรต้อนทุกคนเข้าห้องขัง ณวัตรีบเข้ามาเกาะลูกกรง อ้อนสรนุชช่วยประกันตัวให้ด้วย

“อย่านะนุช แกคิดดูสิว่าขนาดแกโดนจับทั้งคืน มันมาประกันตัวแกไหม” สุบินตะโกนแทรก ณวัตไม่พอใจสั่งให้สุบินหุบปากเน่าๆได้แล้ว สุบินว่าจะพูดใครจะทำไม แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ณวัตอย่างท้าทาย สารวัตรเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปแยกสองหนุ่มออกจากกัน ก่อนจะเกิดตะลุมบอนกันอีก...

ไม่นานนักหลังจากนั้น โชคชัย สรนุชกับใจเด็ดเดินลงจากโรงพัก โชคชัยขอโทษสรนุชด้วยที่ไม่ได้มาประกันตัวเธอตั้งแต่เมื่อคืนเพราะคิดว่าแฟนของเธอจะจัดการเรื่องนี้เอง

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่นี้นุชก็ไม่รู้จะขอบคุณนายกฯยังไงแล้ว ขืนให้นอนอีกคืนนุชคงต้องเป็นไข้เลือดออกตายแน่”

ใจเด็ดรู้สึกว่าเป็นส่วนเกิน จะเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง โชคชัยอาสาจะไปส่งเขาที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่อยากรบกวนนายกฯไปมากกว่านี้” ใจเด็ดมองสรนุชที่คอยหลบสายตาก่อนเดินจากไป

ooooooo

วันรุ่งขึ้นใจเด็ดถูกปศุสัตว์จังหวัดเรียกตัวเข้าพบ รูปถ่ายรถไถของตาแมงที่ถูกเผาเหลือแต่ซากที่ชิดชัยส่งไปร้องเรียนพ่นพิษใส่ใจเด็ดอย่างจัง ปศุสัตว์จังหวัดเชื่อตามคำร้องเรียนว่าเขาเป็นคนทำ ใจเด็ดพยายามอธิบายว่าไม่เกี่ยวข้องด้วย ปศุสัตว์จังหวัดไม่สนใจสั่งให้เขาไปเขียนรายงานมา

“ผมไม่ได้ทำ แล้วจะให้ผมเขียนรายงานได้ยังไงครับท่าน”

“ฉันสั่งให้ไปเขียนมาไง แล้วฉันจะบอกนายไว้อีกอย่าง ต่อไปนี้ ห้ามนายเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกคาบาตี้อีก”

ใจเด็ดต้องรับคำอย่างไม่ค่อยเต็มใจ...

สายวันเดียวกัน เกริกไกร สุบิน ภิรมย์ และสมหญิงกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์หลังจากต้องนอนในห้องขังกันมาทั้งคืน เป็นจังหวะเดียวกับใจเด็ดในชุดข้าราชการกลับเข้ามาพอดี พอรู้ว่าใจเด็ดไปพบปศุสัตว์จังหวัด ต่างรุมล้อมถามกันใหญ่ว่าถูกเรียกเรื่องอะไร

“มีคนร้องเรียนว่าที่รถไถของตาแมงถูกเผาเป็นฝีมือเรา”

“แล้วเขาว่ายังไงอีกครับ” สุบินซัก มองหน้าใจเด็ดอย่างรอคำตอบ

“ห้ามพวกเรายุ่งกับพวกคาบาตี้อีก ไม่อย่างนั้น สถานีนี้อาจจะโดนยุบ” ใจเด็ดหน้าเครียด พลอยทำให้เหล่ากระบือบาลคนอื่นๆเครียดไปด้วย สุบินคิดถึงสรนุชขึ้นมาทันที...

ในเวลาต่อมา ขณะสรนุชกำลังคุยกับชิดชัยเรื่องที่ประกันยอมจ่ายค่ารถไถให้ตาแมงอยู่ในห้องทำงานของเธอ สุบินตามมาเอาเรื่องสรนุชที่ร้องเรียนปศุสัตว์จังหวัดให้เอาผิดใจเด็ดว่าเป็นคนเผารถไถตาแมง

“นุช...ฉันไม่รู้ว่าแกเกลียดคุณใจเด็ดมาแต่ชาติปางไหนนะ...แต่ฉันยืนยันได้ว่าคุณใจเด็ดเขาไม่ได้เป็นคนเลว แล้วก็ไม่ได้เป็นคนเผาอย่างที่แกคิด”

“บิน...ฉันไม่ได้ร้องเรียนเรื่องนี้กับใคร”

“ไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร...มันต้องเป็นคนของคาบาตี้นี่แหละ” สุบินกับสรนุชพร้อมใจกันมองหน้าชิดชัยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อดีต ผจก.ถึงกับสะดุ้ง ปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่รู้เรื่อง สรนุชเห็นชิดชัยร้อนตัว ยิ่งสงสัยต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆหันกลับมามองอีกทีสุบินเดินลิ่วออกไปแล้ว เธอรีบวิ่งตามเขาจนทันกันหน้าบริษัท

“บิน...เขาจะยุบสถานีฯจริงๆเหรอ”

“ก็เออดิ...นุช...ฉันถามแกจริงๆเถอะ แกเชื่อหรือเปล่าว่าคุณใจเด็ดเป็นคนเผารถแก...อย่าเพิ่งตอบ แกถามหัวใจแกดีๆ แล้วแกค่อยบอกฉัน”

สรนุชลองทำตามที่สุบินแนะ แล้วตอบว่าไม่เชื่อ สุบินยิ้มออก ถ้าสรนุชไม่เชื่อว่าใจเด็ดเป็นคนทำ ก็ควรจะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง สรนุชเกี่ยงทำไมใจเด็ดไม่เป็นฝ่ายมาคุยกับเธอเอง

“นี่ไงๆ...ไอ้ทิฐิของแกนี่ไงที่ทำให้เรื่องบานปลายใหญ่โตเลยเถิดมาถึงขนาดนี้ นุช...ฉันคงไปบังคับอะไรแกไม่ได้ แต่แกคิดดูดีๆแล้วกันว่าแกจะแก้ปัญหานี่ยังไง” คำแนะนำของสุบินทำให้สรนุชถึงกับนิ่งไป...

ตั้งแต่ช่อผกาออกจากห้องขัง เปลี่ยนไปคนละคน นุ่งขาวห่มขาวเดินจงกรม จิตมั่นอยู่ในศีลเพื่อให้หมดทุกข์หมดเคราะห์ ชาญณรงค์ซึ้งใจที่ลูกกตัญญูบำเพ็ญภาวนาให้ตนเองถึงกับน้ำตาซึม

“เปล่าค่ะ...หนูทำให้พี่ใจเด็ด” ช่อผกาเสียงดังฟังชัด ผู้พันชาญณรงค์อยากบีบคอลูกสาวให้รู้แล้วรู้รอด

ooooooo

ที่ห้องพักของสรนุช อรอนงค์เหลือบมองนาฬิกา เห็นบอกเวลาสองทุ่ม ชักเป็นกังวลที่สรนุชหายไป จังหวะนั้น มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น อรอนงค์ดีใจคิดว่าเพื่อนกลับมารีบเปิดรับ ต้องตกใจที่เห็นณวัตยืนอยู่ รีบบอกว่าสรนุชยังไม่กลับ ไม่รู้หายไปไหน ณวัตไม่พอใจ คิดว่าอรอนงค์ปกปิดความจริง

“คุณวัตคะ อรไม่ทราบจริงๆว่านุชไปไหน ถ้านุชกลับมาอรจะบอกว่าคุณวัตมาหาแล้วกันค่ะ ขอโทษนะคะ” อรอนงค์พูดจบทำท่าจะปิดประตูห้อง ณวัตเอามือดันไว้ แล้วแทรกตัวเข้ามาข้างใน อรอนงค์หน้าตื่นถอยกรูด ณวัตนึกสนุกแกล้งทำหน้าหื่นเดินเข้าหา อรอนงค์ตาเหลือกคิดว่าณวัตจะทำมิดีมิร้ายกรีดร้องลั่น

“อย่าเข้ามานะ...ออกไปๆๆ...ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย”

ณวัตกลัวใครจะมาได้ยินเสียงร้องรีบปิดประตูห้อง ยิ่งทำให้หญิงสาวสติแตก วิ่งหนีไปรอบห้อง ณวัตพยายามจะอธิบายว่าล้อเล่น แต่อรอนงค์ไม่ฟัง เอาแต่ร้องกรี๊ดๆ ณวัตวิ่งไล่จับจะให้หยุดร้อง อรอนงค์ยิ่งวิ่งหนีจนสะดุดล้มลงบนเตียง ณวัตกระโดดตะครุบ เธอยกเข่าขึ้นป้องกันตัวเอง โดนจุดยุทธศาสตร์ณวัตเข้าเต็มๆถึงกับจุกหน้าเขียว อรอนงค์สบช่องวิ่งหนีเข้าห้องน้ำล็อกประตูแน่นหนา ณวัตตั้งหลักได้วิ่งตามไปทุบประตู

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้...ถ้าเธอพูดเรื่องนี้ให้ยัยนุชฟังล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน” ณวัตเตะประตูด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะเดินกะเผลกๆออกไป ปล่อยให้อรอนงค์นั่งตัวสั่นอยู่ในห้องน้ำคนเดียว...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สรนุชตัดสินใจจะไปคุยปรับความเข้าใจกับใจเด็ด ด้วยความช่วยเหลือของสุบิน ใจเด็ดยอมเดินตามเขามาหน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ แต่พอเจอหน้าสรนุช ใจเด็ดหันหลังจะกลับ สรนุชเข้าไปดักหน้าขอคุยด้วย ใจเด็ดไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ แถมไล่เธอกลับ

“ฉันไม่กลับจนกว่านายจะฟังฉัน...ฉันรู้เรื่องที่นายโดนสอบทางวินัย”

ใจเด็ดไม่สนใจ เดินเข้าสถานีฯ สุบินขอร้องให้สรนุชกลับไปก่อน ดูท่าคราวนี้ใจเด็ดคงจะโกรธเธอจริงๆ

สรนุชจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเขาจะยอมคุยกับเธอ สุบินเห็นใจเพื่อนรัก วิ่งตามไปขอร้องใจเด็ดให้ฟังสรนุชพูดก่อน ใจเด็ดยืนยันเสียงแข็งไม่มีอะไรต้องคุย วานสุบินช่วยบอกให้เธอกลับไปเสีย

ไม่รู้ว่าฟ้ากลั่นแกล้งหรือเป็นใจกันแน่ ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก สรนุชยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน จากสี่ทุ่มยันเที่ยงคืน ฝนยังคงตกไม่หยุด สรนุชเริ่มหมดแรง ทั้งหนาวทั้งเปียก ทันใดนั้น มีร่มคันหนึ่งยื่นเข้ามาบังฝนให้ หญิงสาวเงยหน้ามอง ยิ้มดีใจที่เห็นใจเด็ดยืนกางร่มให้ ใจเด็ดไม่พูดไม่จาดึงสรนุชให้ขึ้นรถของเธอเอง แล้วจะปิดประตู สรนุชดันประตูไว้ไม่ยอม ใจเด็ดก็ไม่ยอมให้เธอลงมาเช่นกัน เธอเลยต้องไขกระจกรถลงมาคุยด้วย

“ฉันเชื่อว่านายไม่ได้เป็นคนเผารถไถ...แล้วทำไมนายไม่เชื่อฉันบ้างว่าฉันไม่ได้เป็นคนใส่ร้ายนาย”

“เพื่ออะไร?...คุณพูดอย่างนี้เพื่ออะไร?”

“นายรักควายมากขนาดนี้เลยหรือ มันมากพอที่จะทำให้ฉันเป็นคนเลวในสายตาของนายใช่ไหม...ฉันไม่ได้อยากให้สถานีฯของนายถูกยุบ” คำพูดของสรนุชทำให้ใจเด็ดอ่อนลง ทั้งสองมองสบตากันเนิ่นนานจนทำให้ความรักที่เก็บซ่อนอยู่ลึกสุดของหัวใจของทั้งคู่ค่อยๆ เผยออกมา โลกทั้งใบราวกับจะหยุดหมุน

ใบหน้าของใจเด็ดค่อยโน้มเข้าหาสรนุช แต่แล้วอารมณ์โรแมนติกกลับมลายสิ้น เมื่อสรนุชเผลอไปโดนพวงมาลัยรถทำให้แตรดังสนั่น ทั้งคู่ได้สติรีบผละจากกัน ใจเด็ดขอร้องสรนุชอย่าทำอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้อีกเลย

“นายหมายความว่าไง”

“คุณก็รู้ว่าเราสองคนเหมือนอยู่คนละโลก” ใจเด็ดพูดจบ เดินจากไป สรนุชเสียใจมากซบหน้ากับพวงมาลัยรถอย่างหมดเรี่ยวแรง เสียงแตรดังยาว ทำให้ใจเด็ดชะงัก แต่ไม่ยอมหันกลับไปมอง ตัดสินใจเดินต่อไป แม้ใจจะเจ็บสักเพียงใด...

ภายในโรงแรมที่สรนุชพัก อรอนงค์ไม่กล้าอยู่ในห้องคนเดียวยังหวาดผวาณวัตไม่หาย ลงมานั่งที่ล็อบบี้ตั้งแต่สองทุ่มกว่าจนเกือบตีหนึ่ง สรนุชถึงได้

เดินตัวเปียกปอนเข้ามา อรอนงค์ปราดเข้าไปถามว่าหายไปไหนมา

“ไม่มีอะไรหรอก รถฉันเสียระหว่างทางน่ะ แล้วแกล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก”

อรอนงค์ยังไม่ทันจะตอบ ณวัตปรี่เข้ามาต่อว่าสรนุช ไปไหนมาทำไมถึงกลับเอาป่านนี้ สรนุชไม่พอใจ เธอจะไปไหนมันเรื่องของเธอ เขาเกี่ยวอะไรด้วย

“เรื่องของนุชที่มีไอ้บ้านนอกหรือไอ้เด็กเลี้ยงควายแสดงนำล่ะ” ณวัตแดกดัน

“ก็ทั้งสองคนนั่นแหละ...ไง พอใจหรือยัง ถ้าพอใจแล้วก็อย่ามายุ่งกับผู้หญิงหลายใจอย่างนุชเลย” สรนุชว่าแล้วเดินกลับห้องพัก อรอนงค์เห็นณวัตจ้องมาทางตน ใจไม่ดีรีบวิ่งตามสรนุช

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้น ใจเด็ดรีบวิ่งมาที่ต้นไม้ต้นใหญ่หน้าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เมื่อรู้จากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของที่นี่ว่า ยายนุ้ยจะมาผูกคอตายที่นั่น สั่งให้เกริกไกร สุบินกับสมหญิงช่วยกันอุ้มยายนุ้ยลงมา ยายนุ้ยร้องไห้ฟูมฟายเข้ามาเกาะขาใจเด็ดขอร้องให้ช่วยตนด้วย ผู้พันชาญณรงค์จะยึดที่นาของตนไป

“ใจเย็นๆนะยาย ผู้พันยึดนายายได้ยังไง”

“ยายแกไม่ได้ส่งค่างวดให้ผู้พันสามงวดน่ะครับหัวหน้า แต่พอหลานแกทำงานได้เงินมาก็ส่งมาให้ยาย แต่พอยายเอาเงินไปให้ผู้พัน...ผู้พันก็บอกว่าตอนนี้นาของยายเป็นของผู้พันแล้ว เพราะยายขาดส่งมาหลายงวด” เจ้าหน้าที่เล่าเป็นฉากๆ ยายนุ้ยขอร้องใจเด็ดช่วยแกด้วย ถ้าไม่มีนาผืนนี้ แกก็ไม่อยากอยู่เป็นผู้เป็นคนอีกต่อไป

“ยาย...ทำใจดีๆนะยาย...หัวหน้าต้องช่วยยายได้แน่...หัวหน้าครับ...หัวหน้าช่วยยายแกด้วยนะครับ ยายแกไม่ใช่รายแรกที่โดนผู้พันทำอย่างนี้ ในละแวกนั้นทั้งหมดก็โดนผู้พันยึดที่นาไปหมดแล้วครับ...หัวหน้าต้องห้ามไม่ให้ผู้พันทำอย่างนี้นะครับ” เจ้าหน้าที่อ้อนวอน ใจเด็ดเลือดขึ้นหน้า จะไปเอาเรื่องผู้พันชาญณรงค์

สุบินขอร้องใจเด็ดใจเย็นๆก่อน กำลังโดนทัณฑ์บนอยู่ ขืนไปมีเรื่องอีกครั้งคงถูกเล่นงานยับแน่ๆ ใจเด็ดไม่สน จะปล่อยให้ชาวบ้านตายทั้งเป็นแบบนี้ไม่ได้ จํ้าพรวดๆออกไป สุบินเป็นห่วงรีบวิ่งตาม...

ครู่ต่อมา ใจเด็ดกับสุบินมาถึงบ้านผู้พันชาญณรงค์ แต่ผู้พันไม่อยู่ เจอช่อผกานุ่งขาวห่มขาว เดินสำรวมเข้ามาทักทายพูดจาภาษาดอกไม้ด้วย สุบินไม่วายแขวะว่าถูกผีแม่ชีเข้าสิงหรือ

“ไม่ใช่หรอกจ้ะ ตอนนี้ฉันกำลังบำเพ็ญภาวนาให้พี่ใจเด็ด...ขอให้บุญกุศลของฉันในครั้งนี้ ส่งผลให้พี่ใจเด็ดหมดเคราะห์หมดโศกน่ะจ้ะ” ช่อผกาเสียงอ่อนเสียงหวาน

“ขอบใจนะผกา...แต่ตอนนี้พี่อยากรู้ว่าพ่อผกาอยู่ไหน” ใจเด็ดหน้าเครียดจนช่อผกาอดหวั่นใจไม่ได้

ooooooo

คนที่ใจเด็ดตามหาตัวกำลังชี้ชวนให้ณวัตดูที่ดินที่ยึดได้จากยายนุ้ย ณวัตอยากรู้ที่แปลงติดกันเป็นของใคร ผู้พันชาญณรงค์เตรียมจะยึดที่แปลงนั้นแล้ว เพียงแต่ต้องรออีกหน่อย ไม่อยากทำอะไรประเจิดประเจ้อ เดี๋ยวผู้คนจะสงสัย ระหว่างนั้น ใจเด็ดขับรถพุ่งเข้าใส่กลุ่มของณวัตจนแตกกระเจิงไปคนละทิศทาง แล้วลงจากรถปรี่เข้าหาผู้พันชาญณรงค์กับณวัตอย่างเอาเรื่อง

“ผู้พันเที่ยวไปยึดที่นาชาวบ้านแบบนี้ มันไม่ใจดำไปหน่อยหรือ”

“ใช่...เขาแค่ขาดส่งไม่กี่งวด ทำอย่างนี้เขาเรียกว่าโกงกันหน้าด้านๆ” สุบินด่าไม่ยั้ง ณวัตอ้างว่าทำตามสัญญาที่มีอยู่ จะผิดได้อย่างไร ใจเด็ดมองหน้าณวัต รู้สึกได้ทันทีว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าผู้พันจะเอาที่ของชาวหนองระบือไปทำอะไร หรือว่าผู้พันกำลังสมคบคิดกับใคร แต่ผมขอบอกไว้เลยว่า ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหน เอาที่ดินของชาวบ้าน เอาที่ดินของบรรพบุรุษไปจากชาวหนองระบือเด็ดขาด” ใจเด็ดเสียงเข้ม

“เหรอ...แล้วแกจะทำยังไง...บอกมาเลยว่าจะทำยังไง” ผู้พันชาญณรงค์มองหน้าท้าทาย

“คอยดูก็แล้วกัน...ผมจะทำทุกวิถีทางที่จะขัดขวางไอ้คนที่จะเอาที่พวกเรา” ใจเด็ดจ้องหน้าณวัตเขม็ง...

บริเวณถนนสายเปลี่ยวนอกหมู่บ้านหนองระบือ ณวัตเจ็บใจที่โดนใจเด็ดมาข่มขู่ สั่งให้ชิดชัยหาทางกำจัดใจเด็ดให้พ้นทาง ชิดชัยเสียงอ่อย เรื่องฆ่าคนเขาไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ ณวัตไม่ได้ให้ไปฆ่าใจเด็ดสักหน่อย

“ไม่ฆ่ามัน...แล้วฆ่าใครครับ” ชิดชัยมองณวัต

อย่างรอคำตอบ ณวัตไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเหี้ยม...

ด้านอรอนงค์ทนเก็บความลับคับอกเรื่องณวัตต่อไปไม่ไหว โทร.นัดเกริกไกรมาพบที่ริมนํ้า หวังจะ

ระบายเรื่องนี้ให้เขาฟัง แต่พอเจอหน้ากัน เธอกลับไม่กล้าเล่า

“เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ อรแค่คิดถึงบ้าน แล้วหมอจะอยู่เป็นเพื่อนอรได้ไหมคะ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ ในเมื่อคุณอรเป็นคนสำคัญที่สุดของผม” คำพูดหวานๆของเกริกไกร ทำให้อรอนงค์สบายใจขึ้นเล็กๆ ก่อนจะกลับไปเครียดเหมือนเดิม เกริกไกรมองสงสัย เกิดอะไรขึ้นกับหญิงคนรักกันแน่...

ดึกวันเดียวกัน สุบินอยากช่วยพวกกระบือบาล เพื่อตอบแทนที่ให้ที่อยู่ที่กินกับเขา คว้าไฟฉายออกเดินสำรวจรอบสถานีฯ ขณะสุบินเดินอยู่แถวคอกควาย เห็นเงาของใครบางคนตะคุ่มๆตะโกนขู่

“ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ...ออกมาเว้ย...ถ้าไม่ออกฉันยิงจริงๆด้วย”

“อย่ายิงครับ...อย่ายิง ผมเองครับ ภิรมย์”

“โธ่...ตกใจหมด แล้วมาทำอะไรดึกๆป่านนี้”

ภิรมย์ได้รับคำสั่งจากใจเด็ดให้มาตรวจแถวคอกควายบ่อยๆ เกรงจะมีคนไม่หวังดีมาทำร้ายพวกมัน ภิรมย์เองก็อยากรู้เหมือนกันว่าสุบินมาทำอะไรแถวนี้ สุบินเห็นทุกคนเหน็ดเหนื่อย เลยอยากแบ่งเบาภาระบ้าง แล้วบอกให้ภิรมย์ไปนอนได้แล้ว เดี๋ยวเขาจะเดินตรวจแถวนี้ให้เอง...

เป็นอย่างที่ใจเด็ดหวั่นใจ ชิดชัยกับลูกน้องคนสนิทสวมหน้ากากไอ้โม่งอำพรางใบหน้า รอจนปลอดคนแอบมาที่คอกควาย เอาฟางสดโรยยาเบื่อให้ควายกิน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"
14 มิ.ย 2564

23:55 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 03:19 น.