ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ไม่นานนัก สรนุชมาถึงบริษัทใจจอมคอน-สตรัคชั่นที่ใจเด็ดทำงานอยู่ ขณะกำลังติดต่อเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อขอเข้าพบใจเด็ด สรนุชมองไปที่หน้าลิฟต์ เห็นผู้คนทยอยเข้าลิฟต์จนเหลือใจเด็ด

เป็นคนสุดท้ายที่เดินเข้าไป หญิงสาวถึงกับตะลึงเมื่อเห็นกระบือบาลหนุ่มใส่สูทผูกไทผิดไปเป็นคนละคน

พอตั้งสติได้รีบวิ่งไปหา แต่ไม่ทันลิฟต์ปิดเสียก่อน สรนุชจะกดลิฟต์อีกตัวหนึ่งตาม แต่ประชาสัมพันธ์สาวมาตามให้กลับไปที่เคาน์เตอร์เพื่อแลกบัตรก่อน...

ส่วนลิฟต์ที่ใจเด็ดเข้าไปยังไม่ทันจะไปไหน มีสัญญาณร้องเตือนว่าน้ำหนักบรรทุกเกิน พร้อมกับประตูลิฟต์เปิดออก ไม่มีใครขยับ ใจเด็ดจำต้องออกจากลิฟต์ เห็นสรนุชกำลังควานหาของในกระเป๋าถืออยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ หันไปดูเห็นใจเด็ดยืนจ้องมาทางตนเองหน้าตาถมึงทึง

“คุณมาทำอะไรที่นี่”

สรนุชไม่ทันจะว่าอะไรประชาสัมพันธ์สาวพูดแทรกขึ้นเสียก่อนว่าขอบัตรด้วย สรนุชหันไปตำหนิเธอที่พูดแทรก พอหันกลับมาอีกทีใจเด็ดจ้ำอ้าวออกไปแล้ว สรนุชรำคาญยื่นกระเป๋าถือให้ประชาสัมพันธ์ค้นบัตรเอาเองแล้ววิ่งตามใจเด็ดจน ทัน เห็นเข้าไปในลิฟต์ขนของที่อยู่ด้านนอกตัวตึก สรนุชพุ่งตามไม่สนใจลิฟต์ที่กำลังจะปิด ประตูลิฟต์เปิดออกทันทีเมื่อกระทบกับสรนุช ใจเด็ดไล่เธอกลับ หญิงสาวไม่ยอมไปไหนจะขอคุยกับเขาก่อน

“แต่ผมไม่อยากคุยกับคุณ...ออกไป” ใจเด็ดว่าพลางดันตัวสรนุชออกจากลิฟต์

หญิงสาวขืนตัวไว้ เอื้อมมือไปกดลิฟต์แล้วทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น ลิฟต์ปิดแล้วเลื่อนขึ้นไปยังชั้น 12 ที่ใจเด็ดกดไว้ตั้งแต่แรก ใจเด็ดไม่เข้าใจ สรนุชต้องการอะไรอีก ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพนี้แล้วยังไม่พอใจอีกหรือ

“เอ...แต่ฉันว่ามันก็หล่อดีนะ...เอ่อ...คือ...ฉันจะมาขอโทษนาย”

“เรื่องอะไร...เรื่องที่คุณฆ่าควายผมแล้วก็ไปร้องเรียนให้ผมโดนสอบวินัย แล้วก็ที่สถานีฯถูกยุบน่ะหรือ”

“ฉันโดนพวกคาบาตี้หลอกใช้มาตลอด...นายต้องเชื่อฉันนะ” สรนุชมองสบตาใจเด็ดเพื่อแสดงความจริงใจ

ใจเด็ดไม่เชื่อและเหนื่อยที่จะฟังคำโกหกของเธออีก กดปุ่มที่ชั้น 10 เพื่อให้สรนุชออก ทันทีที่ลิฟต์เปิดสรนุชรีบกดปิด ขอร้องใจเด็ดช่วยฟังเธออธิบายก่อน ใจเด็ดไม่ฟัง เอื้อมมือไปกดลิฟต์ให้เปิด ทั้งคู่กดปุ่มปิดและเปิดสลับกันไปมาจนลิฟต์ค้างกดปุ่มไหนก็ไม่ได้เปิดประตู ก็ไม่ออก สรนุชตกใจ รีบกดปุ่มฉุกเฉินเรียกให้คนช่วย...

ระหว่างที่ใจเด็ดกับสรนุชติดอยู่ในลิฟต์ ใจจอมที่กำลังนั่งอยู่กับบุญเลิศภายในร้านอาหารสุดหรู ทุบโต๊ะเปรี้ยงด้วยความไม่พอใจเมื่อรู้ว่าท่านรัฐมนตรีช่วยเหลือเรื่อง สถานีฯถูกยุบไม่ได้ อ้างว่าใจเด็ดกำลังถูกพิจารณาจะไล่ออกจากราชการ หรือไม่ก็อาจถูกย้ายถาวรให้เข้ามาช่วยงานที่กรมปศุสัตว์ทั้งที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการไม่คิดจะเอาผิดอะไร บุญเลิศพยายามปลอบใจจอมให้ใจเย็นๆ ถ้าท่านรัฐมนตรีช่วยได้คงช่วยไปแล้ว

“ตอนนั้นคุณบุญเลิศบอกว่ามีคนร้องเรียนให้ยุบสถานีฯใช่ไหมครับ...ผมอยากรู้ ว่ามันเป็นใคร” ใจจอมหน้าเครียด จะเล่นงานผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ให้ได้

ooooooo

สรนุชยังคงตะโกนขอความช่วยเหลือลั่นลิฟต์ ใจเด็ดขอร้องให้หยุดส่งเสียงได้แล้ว นั่งเฉยๆรอคนมาช่วยดีกว่า แต่อาจจะช้าหน่อย พวกช่างซ่อมบำรุงคงต้องช่วยลิฟต์โดยสารในตัวอาคารก่อน เพราะคงไม่มี ใครคิดว่าจะมีคนทำอะไรบ้าๆจนลิฟต์เสียอย่างนี้ สรนุช ชะงัก มองเหล่ใจเด็ดที่ว่ากระทบ

“นายไม่เชื่อฉันว่าฉันโดนพวกคาบาตี้หลอกใช่ไหม...ต้องให้ฉันทำยังไงนายถึงจะเชื่อ”

ใจเด็ดไม่ตอบ ถอดเสื้อสูทออก สรนุชหน้าตื่นถอยกรูด ละล่ำละลักถามว่าจะทำอะไร ใจเด็ดสั่งให้เธอถอดเสื้อออก สรนุชตกใจตาเหลือก เอามือกอดตัวเองไว้สุดฤทธิ์ ใจเด็ดปรายตามองอย่างระอา

“นี่...เลิกคิดอกุศลกับผมได้แล้ว ที่ผมให้คุณถอดเสื้อก็เพราะมันร้อน พอคุณร้อนก็ต้องใช้ออกซิเจนเยอะ”

สรนุชหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ ได้แต่ยิ้มแก้เก้อ...

ใจจอมมาถึงออฟฟิศ เห็นความโกลาหลไปทั่วโถงหน้าลิฟต์ รปภ.กำลังช่วยกันงัดลิฟต์พาพนักงานกลุ่มหนึ่งที่เหงื่อแตกซกออกจากลิฟต์ รปภ.คนหนึ่งเห็นเจ้านายใหญ่มารีบเข้าไปรายงานว่าลิฟต์ขัดข้อง ตอนนี้พวกช่างซ่อมกำลังซ่อมแซมอยู่ ใจจอมแปลกใจร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นลิฟต์เสีย ทำไมอยู่ๆถึงได้เป็นอย่างนี้

“ไม่ทราบครับ...เอ...หรือว่าเราไม่ได้จ่ายค่าไฟครับ” รปภ.ตั้งข้อสันนิษฐานไปเรื่อยเปื่อย ใจจอมมองหน้า รปภ.แล้วขยับจะเดินไปทางบันไดหนีไฟ พอ รปภ.รู้ว่าเจ้านายจะเดินขึ้นไปชั้นที่ 12 เอง มองหน้าเขาแปลกๆ ใจจอมชักเคือง มองอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร ไม่เชื่อว่าเขาจะเดินไหวใช่ไหม รปภ.รีบปฏิเสธว่าเปล่า

“แกคอยดู...ฉันจะเดินขึ้นบันไดให้ถึงก่อนพวกแกซ่อมลิฟต์เสร็จอีก” ใจจอมก้าวฉับๆออกไปทันที...

ในที่สุดช่างซ่อมกับ รปภ.ช่วยกันงัดประตูลิฟต์ที่สรนุชกับใจเด็ดติดอยู่สำเร็จ ใจเด็ดก้าวออกจากลิฟต์ แต่สรนุชกลับนอนกุมท้องอยู่กับพื้น ใจเด็ดคิดว่าเธอเล่นละคร สะกิดให้ลุกขึ้น สรนุชหน้าซีดเหงื่อแตก ท่าทางไม่สู้ดี

ใจเด็ดถึงได้ตระหนักว่าเธอปวดท้องจริง รีบอุ้มไปนอนพักที่โซฟาในห้องทำงานของเขา ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรไป สรนุชอึกๆอักๆ สุดท้ายยอมบอกว่าปวดท้องเพราะเป็นวันนั้นของเดือน ใจเด็ดนั่งลงข้างๆ เอามือถูกันไปมาจนร้อน แล้วเอามานาบที่ท้องสรนุชที่มองอึ้ง

“ผมเคยเห็นพ่อผมทำให้แม่ผมตอนที่ท่านเป็นอย่างนี้เหมือนกัน”

สรนุชถึงกับเคลิ้ม ก่อนจะฉุดตัวเองให้กลับมา ขอร้องใจเด็ดอย่างเขินๆให้ช่วยไปซื้อผ้าอนามัยให้...

ใจเด็ดหายไปสักพักก็กลับมาพร้อมกับถุงใส่ผ้าอนามัยถุงใหญ่ เพราะไม่รู้จะซื้อแบบไหนเลยซื้อมาทุกยี่ห้อทุกแบบ หลังจากพาสรนุชไปห้องนํ้าจนจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ใจเด็ดไล่เธอกลับ สรนุชไม่ยอมแพ้ ขอให้เขาร่วมมือกับเธอหยุดพวกคาบาตี้ ใจเด็ดไม่อยากได้ความช่วยเหลือจากเธอ เขาทำคนเดียวได้ แล้วเดินกลับห้องทำงาน

“คนเดียว...นายจะทำอะไร ตอนนี้นายยังจะโดนไล่ออกหรือเปล่าก็ไม่รู้” สรนุชตะโกนไล่หลัง

รปภ.ได้ยินเสียงเอะอะรีบมาดู ใจเด็ดสั่งให้ รปภ.พาสรนุชออกไป สรนุชตัดพ้อ เดี๋ยวนี้เขาเห็นเธอเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขาแล้วใช่ไหม ใจเด็ดชะงัก หันกลับมามอง สรนุชดีใจคิดว่าเขาเปลี่ยนใจ ที่ไหนได้ใจเด็ดยัดถุงผ้าอนามัยใส่มือ ก่อนจะเดินจากไป รปภ.จะเข้ามาดึงแขนหญิงสาวไปที่ลิฟต์ แต่เธอไม่ยอมให้จับตัว

“ฉันกลับเองได้” สรนุชพูดจบ เดินไปกดลิฟต์ด้วยความเสียใจ ขณะที่ใจเด็ดทำใจแข็ง ไม่หันกลับไปมอง...

ขณะสรนุชกำลังรอลิฟต์ ใจจอมเดินหัวกระเซิงเข้ามาทางประตูบันไดหนีไฟ เห็นสรนุชยืนอยู่ รู้สึกคุ้นๆ หน้า ก่อนจะจำได้ว่าเธอคือคนจากคาบาตี้ที่เอากระเช้าดอกไม้มาอวยพรวันเกิดเขา ปรี่เข้าไปเอาเรื่อง

“เธอมาทำอะไรที่นี่...ไอ้สมพลมันใช้เธอมาดู

ลูกชายฉันหรือไงว่าเป็นยังไง”

สรนุชพยายามจะอธิบายว่าเธอไม่ใช่คนของสมพลอีกแล้ว แต่ใจจอมไม่ฟัง ประกาศก้องจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกลูกชายของเขาเด็ดขาด แล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานตัวเอง สรนุชเซ็งสุดๆ โดนทั้งพ่อทั้งลูกเล่นงาน แล้วนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รีบเดินตาม ใจจอมหันมาเห็นเข้าออกปากไล่

“เดี๋ยวก่อนค่ะ...ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยใจเด็ดค่ะ... ฉันรู้ว่าใครเป็นคนทำ แล้วก็ใส่ร้ายใจเด็ดเขาค่ะ”

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ร้านส้มตำในตลาดหนอง-ระบือ ขณะปองศักดิ์กำลังนั่งจกส้มตำอย่างเอร็ดอร่อย สุบินเห็นปองศักดิ์เงียบไป ตามมาถามว่าอ่านเรื่องของใจเด็ดที่เขาเขียนให้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง

“หัวหน้าผมบอกว่าทำข่าวดาราเลิกกันยังน่าสนใจกว่าน่ะพี่”

สุบินโวยแหลก เรื่องดีขนาดนี้ทำไมหัวหน้าของปองศักดิ์ถึงไม่สนใจ แล้วขอร้องให้เขาช่วยทำข่าวนี้เพื่อเห็นแก่ชีวิตคนคนหนึ่ง ปองศักดิ์ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร ในเมื่อหัวหน้าของเขาไม่อนุญาตให้ทำ...

ครู่ต่อมา สุบินกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ด้วยความผิดหวัง แต่ยังไม่ท้อใจ บอกกับสมหญิงและภิรมย์ว่าจะเข้ากรุงเทพฯ จะหาหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นให้ช่วยเขียนข่าวใจเด็ดให้ จังหวะนั้น เกริกไกรกลับมาพอดี ทั้งสามคนรีบวิ่งไปถามว่าทางจังหวัดว่าอย่างไรบ้าง ทุกคนแทบช็อกเมื่อเกริกไกรเล่าว่า ทางนั้นจะไล่ใจเด็ดออกและจะยุบสถานีฯแห่งนี้ สุบินโวยแหลก สถานีฯทำผิดอะไรถึงต้องโดนยุบ พวกรถไถจะตามจองล้างจองผลาญเราไปถึงไหน

“หมอจะยอมให้เขายุบสถานีฯจริงๆหรือคะ” สมหญิงน้ำตาคลอ

“ในเมื่อพวกนั้นทำให้เราเป็นหมาจนตรอก เราก็ไม่มีทางอื่นนอกจากลุกขึ้นสู้” เกริกไกรหน้าเครียด เรียกเจ้าหน้าที่ทุกคนในสถานีฯมาประชุมกัน จากนั้นสั่ง

ให้แยกย้ายกันไปชักชวนชาวบ้านที่เดือดร้อนจากพวกรถไถให้เตรียมควายของตัวเองไว้ พรุ่งนี้ให้ทุกคนมารวมตัวกันที่หน้าตลาด พวกเราจะไปเรียกร้องความยุติธรรม...

ระหว่างที่เหล่ากระบือบาลออกชักชวนชาวบ้านให้เข้าร่วมการประท้วง ผู้พันชาญณรงค์สั่งให้ช่อผกาเลิกตรอมใจกับเรื่องใจเด็ดได้แล้ว ทำไมไม่รู้จักหันมาสนใจผู้ชายดีๆอย่างณวัตบ้าง ไม่รู้หรือว่าผู้ชายคนนี้จะทำให้เราร่ำรวย ช่อผกาขอให้พ่อรอให้ได้เงินจากณวัตเสียก่อน ค่อยชมว่าเขาดี ผู้พันสงสัยทำไมช่อผกาถึงพูดแบบนี้

“อ้าว...เขาหลอกชาวบ้านได้ แล้วทำไมจะหลอกเราไม่ได้”

ผู้พันชาญณรงค์คิดคล้อยตามคำพูดของลูกสาว...

ที่บริษัทคาบาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์ สมพลไม่ไว้ใจที่สรนุชกับอรอนงค์กลับกรุงเทพฯไปก่อน เกรงจะไปก่อเรื่องยุ่งๆให้เราสองพ่อลูก สั่งให้ณวัตดูแลเรื่องที่ดิน ส่วนเขาจะกลับจับตาสองสาวนั่นเอง

ooooooo

เช้าวันถัดมา ที่บ้าน พล.อ.สรยุทธ สรนุชเล่าเรื่องที่ไปพบใจเด็ดให้อรอนงค์ฟัง อรอนงค์ไม่แปลกใจที่ใจเด็ดไม่อยากพูดคุยกับสรนุช เพราะเขาคิดว่าสรนุชทำให้เขาสูญเสียทุกอย่าง ถ้าเป็นตัวเธอก็คงจะโกรธเหมือนกัน แล้วแนะสรนุชอย่าเพิ่งลาออกจากบริษัท ถ้าเธอยังอยู่ บางทีอาจช่วยใจเด็ดได้มากกว่านี้ สรนุชงง ช่วยอย่างไร

“อ้าว...ก็ทำตัวเป็นไส้ศึก อย่างไอ้เรื่องโรงงานนั่นน่ะ แกว่าไม่แปลกเหรอ ทำไมคุณสมพลกับคุณวัตดูรีบร้อนจะทำอย่างไรชอบกล” อรอนงค์ตั้งข้อสังเกต สรนุช สีหน้าครุ่นคิด

“วันนี้แกจะไปลาออกใช่ไหม...ถ้าอย่างนั้นแกช่วยทำอะไรให้ฉันสักอย่างสิ” สรนุชหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์...

ที่บริษัทคาบาตี้ สำนักงานใหญ่ ขณะที่อรอนงค์กำลังค้นหาแฟ้มงบประมาณก่อสร้างโรงงานที่หนองระบือ สมพลรู้จากเลขาฯหน้าห้องของตนเองว่า อรอนงค์อยู่ที่ห้องเก็บเอกสารทางการเงิน รีบตรงไปที่นั่นทันที โชคดี ที่อรอนงค์รู้ตัวเสียก่อนหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด สมพล สำรวจชั้นวางเอกสารพบว่า แฟ้มเอกสารแฟ้มหนึ่งถูกวางไว้ลวกๆ ดึงแฟ้มนั้นออกมาดู นิ่วหน้าแปลกใจเมื่อเห็นว่าเป็นแฟ้มงบประมาณ...

หลังจากได้ข้อมูลแล้ว อรอนงค์กลับมารายงานให้สรนุชรู้ สรนุชแปลกใจ ถ้างบสร้างโรงงานที่หนองระบือไม่ได้อยู่แฟ้มเหล่านั้น แสดงว่าสองพ่อลูกนั่นกำลังปกปิดบางอย่าง

“ฉันก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกัน...นุช...ฉันว่าเราน่าจะทำเรื่องนี้ให้มีการตรวจสอบนะ”

“ไม่...มันเสี่ยงเกินไป”

“แต่มันเป็นโอกาสเดียวที่เราอาจจะมีหลักฐานช่วยคุณใจเด็ดน่ะ”

สรนุชนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีใครบางคนทำเรื่องนี้แทนเราสองคนได้ อรอนงค์สงสัยว่าใคร...

ในเวลาต่อมา สรนุชในคราบแม่บ้านของบริษัทคาบาตี้ รอจนพิภพอยู่ในห้องน้ำเพียงลำพัง ค่อยๆย่องเข้าไปหา ทีแรกพิภพจำไม่ได้ว่าเป็นใคร คิดว่าเป็นแม่บ้านทั่วไป ไล่ตะเพิดออกจากห้องน้ำ แต่พอเห็นหน้าแม่บ้านชัดๆ พิภพถึงได้รู้ว่าเธอคือสรนุชนั่นเอง สรนุชไม่รอช้าถามพิภพว่า รู้เรื่องการสร้างโรงงานที่หนองระบือหรือเปล่า

“ผู้บริหารระดับสูงอย่างฉันไม่รู้ได้ยังไง...ทำไม”

“ฉันแค่อยากจะรู้ว่าคุณรู้เห็นกับการซื้อที่ดินที่หนองระบือที่แพงกว่าราคาประเมินหรือเปล่าเท่านั้นเอง”

“อะไรนะ...ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

“อ้าวเหรอ...งั้นก็...ไม่มีอะไรแล้วค่ะ...เชิญคุณพิภพทำธุระต่อแล้วกันค่ะ” สรนุชทิ้งท้ายให้พิภพคาใจอยู่อย่างนั้น แล้วผละจากไป เธอรู้ดีว่าพิภพซึ่งเป็นคู่ปรับตลอดกาลของสมพล คงกัดเรื่องนี้ไม่ปล่อยแน่นอน

ooooooo

ถึงเวลาตามนัด สุบินกับเหล่ากระบือบาลนำขบวนชาวบ้านที่เดือดร้อนเรื่องที่ทำกินจูงควายของ

ตัวเองมาตามถนน ขบวนประท้วงตั้งแถวในหมู่บ้านหนองระบือก่อนจะเคลื่อนเข้าสู่ตัวจังหวัด เสียงปลุกเร้าให้ทุกคนสู้เพื่อความยุติธรรมดังก้องไปทั้งหมู่บ้าน

สมคิดได้ยินเสียงเอะอะวิ่งออกมาดู เห็นทั้งคนทั้งควายเต็มพรืดไปทั้งถนน วิ่งตาลีตาเหลือกขึ้นไปปลุกเจ้านายให้มาดู ผู้พันชาญณรงค์ตกใจไม่แพ้สมคิด รีบโทรศัพท์แจ้งเรื่องนี้ให้ณวัตทราบมีม็อบควายเกิดขึ้น...

ม็อบควายโดยการนำของเกริกไกรและเหล่ากระบือบาลเคลื่อนขบวนไปหยุดหน้าประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัด โชคชัยอยู่ที่นั่นพอดี รีบออกมาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

“พวกเรามาทวงความยุติธรรมให้กับควาย...ให้กับใจเด็ดและให้กับสถานีฯของเรา”

สิ้นเสียงประกาศของเกริกไกร ชาวม็อบโห่ร้องขานรับดังกระหึ่ม โชคชัยไม่เห็นด้วย เกริกไกรทำแบบนี้ ยิ่งจะทำให้เรื่องลุกลามไปกันใหญ่ ทำไมไม่ให้กระบวนการกฎหมายจัดการ

“นายกฯเลิกทำตามหน้าที่สักทีได้ไหม ผมรู้ว่านายกฯรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร...นายกฯรู้ว่าพวกคาบาตี้มันทำไม่ถูก...เลิกทำตามหน้าที่ แล้วทำตามความรู้สึกของตัวเอง...ความรู้สึกของคนหนองระบือ”

โชคชัยชะงัก คำพูดของเกริกไกรแทงใจดำเต็มๆ เกริกไกรเห็นโชคชัยนิ่งไป เดินนำม็อบควายผ่านหน้าเขาเข้าไปปักหลักที่สนามหญ้าหน้าศาลากลางจังหวัด...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ผู้พันชาญณรงค์และสมคิดค่อยๆโผล่หัวออกมาดูกลุ่มผู้ประท้วง สมคิดกลัวพวกนั้นจะมาเห็น เดี๋ยวจะพานถูกหางเลขไปด้วย รีบชวนเจ้านายกลับ ผู้พันชาญณรงค์ทำปากเก่ง คุยโม้ว่ามากับเขาไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น อยู่ๆณวัตโผล่พรวดมาทางด้านหลัง ผู้พันตัวดีถึงกับสะดุ้งโหยงทำท่าจะวิ่งหนี พอตั้งสติได้หันไปเห็นว่าเป็นณวัต รีบกลบเกลื่อนว่าที่ตกใจไม่ใช่เพราะกลัว แค่ระวังตัวไว้ก่อน

“ผู้พันรู้ไหมว่าไอ้พวกควายนั่นเรียกร้องอะไร” ณวัตว่าพลางชะเง้อคอมองไปยังผู้ชุมนุม

“จะอะไรซะอีก...ก็คงเป็นเรื่องที่นาพวกมันมั้งครับ...ฮึ...ไม่ต้องกลัวหรอกคุณวัต เราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ต่อให้เอาควายมาทั้งประเทศ พวกมันก็ไม่ได้สิ่งที่มันต้องการหรอก”

“ผู้พันแน่ใจนะว่าไม่มีปัญหาอะไร” ณวัตหน้าเครียด แม้ผู้พันชาญณรงค์จะให้คำมั่นว่าไม่มีปัญหา...

ในเวลาเดียวกัน ที่บริษัทใจจอมคอนสตรัคชั่น ใจเด็ดไม่พอใจที่เห็นสรนุชในห้องทำงานของใจจอม ยิ่งเห็นเธอสนใจข้าวของบนโต๊ะทำงานพ่อ สงสัยจะมาไม้ไหนอีก รีบเชิญเธอออกไป

“นายไม่มีสิทธิ์ไล่ฉัน...ฉันนัดกับพ่อนายเอาไว้... ไม่ใช่นาย” สรนุชยียวน

“แล้วคุณนัดพ่อผมทำไม”

“นายนี่ฟังภาษาไทยไม่ออกหรือไง...ฉันบอกว่าฉันนัดพ่อนาย ฉันก็ต้องคุยธุระกับพ่อนาย เพราะฉะนั้น ฉันจะคุยเรื่องอะไร นายไม่เกี่ยว” สรนุชว่าแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาตั้งใจจะยั่วโมโหใจเด็ด ได้ผลใจเด็ดยัวะหาว่าพวกรถไถส่งเธอมาสืบข้อมูลเพราะเห็นเธอแอบดูของบนโต๊ะทำงานพ่อของเขา สรนุชพยายามจะอธิบายแต่เขาไม่ฟังลากเธอไปที่ห้องทำงานของเขา สรนุชขอร้องให้ปล่อย ใจเด็ดทำเฉย เธอเลยกัดแขนเขาจมเขี้ยวจนต้องปล่อยมือแล้ววิ่งหนีออกจากห้อง ใจเด็ดขวางประตูไว้ ตวาดลั่นคิดจะหนีไปง่ายๆหรือ

“ทำไมฉันต้องหนี”

“ก็ถูกผมจับได้ไง...ผมจะให้คุณรอพ่อผมอยู่ในนี้จนกว่าท่านจะมา ถ้าท่านบอกว่าไม่ได้นัดคุณไว้ล่ะก็...” ใจเด็ดทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นให้สรนุชคิดต่อเอาเอง หญิงสาวจ้องหน้าเขาเขม็งอย่างไม่เกรงกลัว

ooooooo

ยิ่งสาย ทั้งชาวบ้านและควายยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น แถมมีป้ายประท้วงชูกันสลอน เป็นทำนองว่า “สถานีฯไม่ผิด...ยุบทำไม” บางป้ายจะเขียนเรียกร้องให้ย้ายใจเด็ดกลับมาที่หนองระบือ บ้างก็ไล่ตะเพิดพวกคาบาตี้ ชาวบ้านที่อยู่แถบนั้นพากันออกมามุงดู วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา เจ้าหน้าที่ในศาลากลางจังหวัดไม่เป็นอันทำงานทำการออกมายืนดูเช่นกัน เสียงเกริกไกรประกาศทางไมโครโฟนดังลั่น

“เรามาที่นี่ด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ ขอให้ท่านผู้ว่าฯออกมารับข้อเสนอของเรา แล้วเราจะเลิกชุมนุม”

ชาวม็อบตบมือรับกันเกรียว ปองศักดิ์รู้เรื่องดีรีบตามมาดู ตกใจที่เห็นผู้ประท้วงมากันมากมาย กวาดตา

มองหาสุบิน เห็นกำลังตะโกนเชียร์อยู่ด้านหน้าเกวียน ซึ่งใช้เป็นเวทีจำเป็นรีบแหวกฝูงชนเข้าไปต่อว่าจะก่อม็อบ ทำไมไม่บอกกันบ้าง สุบินจะต้องบอกปองศักดิ์ทำไม ในเมื่อเขาพูดเองว่าไม่มีใครสนใจเรื่องควาย

“ถ้าควายกินหญ้าของมันก็ว่าไปอย่าง แต่พี่เล่นพามาเป็นกองทัพควายอย่างนี้รับรองว่าต้องเป็นข่าวใหญ่แน่ๆเลยพี่...เตรียมออกข่าวภาคเที่ยงได้เลย”

สุบิน ภิรมย์ และสมหญิง รวมทั้งบรรดากระบือบาลทั้งหลายต่างดีใจ ในที่สุดก็ได้เป็นข่าวสักที...

ด้านใจเด็ดยังคงกักตัวสรนุชไว้ในห้องทำงานของตัวเอง สรนุชเห็นใจเด็ดนั่งทำงานอย่างสบายใจ เริ่มหงุดหงิดจะออกจากห้อง อ้างจะเข้าห้องน้ำ ใจเด็ดส่ายหน้าไม่ให้ไป สรนุชไม่สน เชิญเขาบ้าอำนาจอยู่ในนี้ไปคนเดียว แล้วทำท่าจะออกไป ใจเด็ดปราดเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้

“ผมบอกแล้วไงว่าคุณจะไปไหนไม่ได้”

ทั้งคู่ต่างยื้อยุดกันไปมา ใจเด็ดดันสรนุชไปติดข้างฝา แล้วรวบมือทั้งสองข้างของเธอไว้ สรนุชดิ้นรนให้ปล่อย ใจเด็ดจ้องหน้าเธอเขม็ง

“ทำไม...คุณชอบผู้ชายเลวๆไม่ใช่หรือ...เป็นไง ...ผมเลวเท่าแฟนเก่าคุณหรือยัง”

ใจเด็ดกำลังจะซุกหน้าเข้าหาหญิงสาว แต่เสียงมือถือของสรนุชดังขัดจังหวะเสียก่อน เขาชะงัก ก่อนจะถอยห่าง หญิงสาวรีบรับสาย อรอนงค์โทร.มาบอกให้เปิดทีวีดูข่าวภาคเที่ยง สรนุชสงสัยมีอะไรเกิดขึ้น

“หมอเกริกไกรกับพวกที่สถานีฯ...เอาควายไปปิดศาลากลางจังหวัด”

สรนุชวางสาย แล้วเดินไปหารีโมตบนโต๊ะทำงานของใจเด็ด รีบกดเปิดทีวี เห็นปองศักดิ์กำลังรายงานข่าว

“ขณะนี้ ที่ศาลากลางจังหวัดมืดฟ้ามัวดินไปด้วยกองทัพควายจากชาวบ้านที่พาพวกมันมาประท้วง เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับหัวหน้าสถานีฯ และชาวบ้านที่ถูกกลุ่มนายทุนเข้ามายึดที่นาทำกิน”

จากนั้น ภาพข่าวแพนไปที่เกริกไกร ซึ่งกำลังยืนปราศรัยอยู่บนเกวียน ใจเด็ดกับสรนุชถึงกับอึ้ง

“แถลงการณ์ของพวกเราชาวหนองระบือ...หนึ่ง เอาผิดกับบริษัทคาบาตี้...ที่เข้ามายึดที่นาทำกินของพวกเราอย่างผิดกฎหมาย...สอง...ให้สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ดำรงอยู่ต่อไป...โดยหัวหน้าสถานีต้องเป็นใจเด็ดคนเดิม”

สิ้นเสียงปราศรัย ชาวม็อบโห่ร้องกันอย่างกึกก้อง ปองศักดิ์รายงานข่าวเพิ่มเติมอีกว่า นั่นคือข้อเรียกร้องของพวกกระบือบาลที่ต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมารับข้อเสนอของพวกเขา ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะปักหลักประท้วงอยู่ตรงนี้จนกว่าจะได้ตามที่ร้องขอ

ใจเด็ดทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว ตัดสินใจจะกลับไปร่วมวงประท้วงด้วย สรนุชปรี่เข้าไปขวางไม่ยอมให้ไป ใจเด็ดไม่พอใจจับสรนุชเหวี่ยงลงไปกองกับพื้น แต่เธอไม่ยอมแพ้ตะโกนลั่น

“ถ้านายไป...การต่อสู้ของทุกคนก็จะสูญเปล่า การเรียกร้องของชาวบ้านครั้งนี้จะไม่บริสุทธิ์ คิดดูสิว่าถ้าหน่วยงานของนายเห็นนายไปประท้วงด้วยจะเป็นยังไง...พวกเขาต้องคิดว่านายไม่พอใจกับคำตัดสิน เลยนำชาวบ้านออกมาประท้วง ฉันรู้ว่านายเจ็บปวด แต่ถ้านายอยากให้พวกเขาชนะ นายต้องอยู่ที่นี่”

ใจเด็ดจำนนต่อเหตุผลของสรนุช กำหมัดแน่นคับแค้นใจที่ไม่สามารถจะทำอะไรได้

ooooooo

ผู้พันชาญณรงค์หาทางลัดเลาะเข้าไปในตัวศาลากลางจังหวัดจนได้ เจอโชคชัยยืนสังเกตการณ์อยู่ เข้าไปต่อว่าว่าทำไมไม่ทำอะไรสักอย่าง หรือต้องให้เขาพึ่งหน่วยงานอื่นมาจัดการม็อบพวกนี้ โชคชัยไม่สบ อารมณ์ที่ผู้พันพูดเหมือนเขาให้ท้ายพวกม็อบ การที่เขาไม่ทำอะไรเพราะทุกคนมีสิทธิ์จะชุมนุมได้

“แล้วไอ้ข้อเรียกร้องล่ะ นายกฯไม่ได้ยินหรือไงว่าพวกนั้นเรียกร้องให้ผมคืนที่นา แล้วอย่างนี้มันถูกหรือพวกมากลากไป...โธ่...ประเทศไทย พอไม่ชอบใจก็พาคนออกมาชุมนุม” ผู้พันชาญณรงค์บ่นอุบ

“เรื่องนี้คงต้องถามผู้พันเองว่าผู้พันได้ที่นาชาวบ้านมาอย่างถูกต้องหรือเปล่า ถ้าผู้พันกับพวกคาบาตี้ทำถูกต้องก็คงไม่ต้องกลัวอะไร” โชคชัยว่าแล้วขอตัวไปดูพวกชาวบ้านก่อน ผู้พันชาญณรงค์ไม่พอใจที่โชคชัยเดินหนีพาลโกรธณวัตไปด้วยที่อยู่ๆหายหัวไปหน้าตาเฉย...

ณวัตไม่ได้หายหัวไปไหน กระวนกระวายใจไม่แพ้ผู้พันเฒ่า โทร.หาสมพลด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกจนสมพลต้องปลอบว่าไม่มีอะไรต้องกลัว ท่านรัฐมนตรีถือหางพวกเราอยู่ ม็อบควายอยากจะประท้วงก็เชิญตามสบาย แต่คงไม่มีใครยอมทำตามข้อเรียกร้องแน่ ณวัตสบายใจขึ้น แต่อดเป็นกังวลไม่ได้...

การชุมนุมยังคงดำเนินต่อไปเพราะผู้ว่าฯยังไม่กลับจากไปออกรอบตีกอล์ฟกับท่านรัฐมนตรี แดดร้อนจัดทำให้ควายเริ่มกระสับกระส่ายเนื่องจากทนความร้อนไม่ได้ เกริกไกรเห็นท่าไม่ดี สั่งให้เหล่ากระบือบาลแยกย้ายกันไปบอกชาวบ้านให้ช่วยกันหาบ่อน้ำแถวนี้ ตักน้ำมารดพวกควายเป็นการด่วน...

ระหว่างที่การชุมนุมเริ่มเจอปัญหา ใจเด็ดพยายามโทร.ติดต่อไปที่สถานีบำรุงพันธุ์เพื่อสอบถามข่าวคราว แต่ไม่มีใครรับสาย ยิ่งทำให้ร้อนใจ ทนไม่ไหวจะกลับไปหนองระบือ สรนุชวิ่งไปขวางทางไว้ เขาจับเธอให้พ้นทาง ขณะใจเด็ดเอื้อมมือจะไปเปิดประตู ใจจอมเปิดประตูผลัวะเข้ามาเสียก่อน แปลกใจที่เห็นสรนุชอยู่ในห้องใจเด็ด

“อ้าว...หนูมาแล้วหรือ” ใจจอมร้องทัก

ใจเด็ดลืมเรื่องสรนุชมีนัดกับพ่อของเขาไปสนิท รีบถามพ่อว่าท่านรัฐมนตรีว่าอย่างไรบ้าง ใจจอมยังไม่ได้คุยกับท่านเพราะบุญเลิศห้ามไว้ เนื่องจากไม่รู้ว่าท่านเห็นข่าวม็อบควายแล้วจะรู้สึกอย่างไร

“แต่เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรนี่คะ ชาวบ้านเขามาเรียกร้องด้วยความบริสุทธิ์” สรนุชท้วง

“ไม่มีใครสนหรอก เขาสนแค่ว่ามันทำให้เขาเสียชื่อเสียงน่ะ”

ใจเด็ดได้ยินพ่อพูดแบบนั้น ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที พยายามทำตัวปกติ ใจจอมจะลองหาทางคุยกับท่านรัฐมนตรีอีกครั้ง แล้วรีบกลับไปห้องทำงานตัวเอง สรนุชมองใจเด็ดหน้าเครียดอยากจะช่วย แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร ใจเด็ดชิงไล่เธอกลับ แล้วผลักไสให้ออกจากห้อง สรนุชคิดว่าเขาอยากอยู่คนเดียวเลยไม่อยากเซ้าซี้ ตัดสินใจไปหาใจจอมแทน ทันทีที่ประตูห้องปิด ใจเด็ดทรุดลงกับพื้น อาการปวดหัวของเขากำเริบอย่างหนัก

ooooooo

บ่ายคล้อยแล้วรถคันหรูของผู้ว่าฯถึงได้แล่นเข้ามาทางด้านหลังศาลากลางจังหวัด ผู้ว่าฯไม่พอใจที่ผู้ช่วยของตนโทร.ไปกวนใจขณะกำลังตีกอล์ฟอยู่กับท่านรัฐมนตรี ผู้ช่วยแนะให้ผู้ว่าฯออกไปรับข้อเสนอของม็อบ ทุกอย่างจะได้จบ แต่ผู้ว่าฯไม่ยอม สั่งการให้เจ้าหน้าที่เอารถน้ำมาจอดใกล้ที่ชุมนุม แล้วประกาศทางไมโครโฟน

“รถที่ทุกคนเห็นคือรถน้ำแรงดันสูง...นี่เป็นมาตรการขึ้นเบาที่สุดขอให้ทุกคนสลายการชุมนุมซะ ไม่เช่นนั้นเราจะดำเนินการจากเบาไปหาหนัก”

เสียงผู้ชุมนุมโห่ร้องอย่างไม่พอใจ สุบินประกาศโต้ตอบว่าพวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด พวกเรามีสิทธิ์ชุมนุมตามสิทธิที่เรามี ผู้ว่าฯจะทำอย่างนี้กับพวกเราไม่ได้ ผู้ชุมนุมส่งเสียงเชียร์ลั่น

“พวกเราอยากให้ท่านฟังข้อร้องเรียนของพวกเราเท่านั้น”

“จะไม่มีการต่อรองใดๆทั้งสิ้น ขอให้ทุกคนสลายการชุมนุมเดี๋ยวนี้” ผู้ว่าฯยืนกราน สุบินประกาศท้าทายทันทีว่า ทางเราจะไม่ไปไหน ไม่ชนะไม่เลิก ผู้ว่าฯโกรธหันไปสั่งการให้คนคุมรถน้ำ ฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ผู้ชุมนุมและควาย เสียงร้องวี้ดว้ายตื่นตระหนกดังไปทั่ว ผู้ชุมนุมแตกกระเจิงวิ่งหลบกันวุ่นวาย...

ขณะที่มีการสลายการชุมนุม ใจจอมกลับถึงบ้านด้วยความผิดหวัง นั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านไม่ยอมเข้าข้างใน หทัยออกมาเห็นอดถามไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจถึงไม่ยอมเข้าบ้าน ใจจอมแค่ไม่อยากตอบคำถามหทัยว่าทำไมถึงช่วยลูกอย่างที่รับปากไม่ได้ หทัยลงนั่งข้างๆจับมือสามีมากุมไว้เพื่อให้กำลังใจ

“คุณได้ทำหน้าที่พ่อที่ดีที่สุดแล้ว ถึงจะช่วยลูกไม่ได้ แต่ฉันเชื่อว่า ความดีของลูกจะช่วยลูกของเราค่ะ”

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน พล.อ.สรยุทธกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับสมพล ขณะที่คุณหญิงเลิศหล้านั่งดูข่าวที่ปองศักดิ์รายงานเรื่องผู้ว่าฯสั่งให้ใช้รถฉีดน้ำสลายการชุมนุม พล.อ.สรยุทธรับปากสมพลว่าจะไม่ยอมให้พวกม็อบเอากฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมายเด็ดขาด จังหวะนั้น สรนุชกลับถึงบ้านพอดี พล.อ.สรยุทธกระซิบบอกสมพลว่าวันหลังค่อยคุยกันใหม่ แล้ววางสาย สรนุชขอร้องพ่อให้ช่วยพวกชาวบ้านด้วย เห็นในทีวีหรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น

“เห็น...สิ่งที่พ่อเห็นก็คือ พวกนั้นทำผิดกฎหมาย เอาคนเอาชาวบ้านมากดดันรัฐได้ยังไง”

“แต่เขากำลังเรียกร้องความเป็นธรรมนะคะ...

พ่อคะ...พ่อก็รู้ว่าหนูรักคาบาตี้มากแค่ไหน ถ้าหนูไม่รู้ ความจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยึดที่ชาวบ้าน เรื่องก่อความวุ่นวายรวมถึงเรื่องฆ่าควายว่าเป็นฝีมือของพวกคาบาตี้ พ่อคิดว่าหนูจะมาขอร้องพ่ออย่างนี้หรือคะ”

“ฟังความรอบด้านหน่อยก็ดีนะคะคุณ” คุณหญิงเลิศหล้าติง

“คาบาตี้ไม่ใช่บริษัทที่ดีอย่างที่พ่อคิด ตอนนี้คนที่จะช่วยชาวบ้านได้ มีพ่อเพียงคนเดียว ช่วยพวกเขาด้วยนะคะ” สรนุชน้ำตาซึมเมื่อเห็นภาพการสลายการชุมนุม พล.อ.สรยุทธหันไปมองภาพข่าว รู้สึกลำบากใจ...

ผู้ว่าฯยังคงสั่งให้ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม โชคชัยทนไม่ไหว เข้าไปขอร้องผู้ว่าฯให้หยุดฉีดน้ำ พวกนั้นแค่อยากคุยด้วย ไม่เห็นต้องทำกันขนาดนี้ ผู้ว่าฯยัวะที่โชคชัยบังอาจมาสั่งสอน หันไปสั่งการให้นำรถน้ำมาเพิ่ม โชคชัยขอร้องให้พอได้แล้ว ผู้ว่าฯสั่งไม่ให้เขาพูดอะไรอีกไม่เช่นนั้นจะถูกปลด จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของผู้ว่าฯดังขึ้น ท่านรัฐมนตรีโทร.มาสั่งให้ผู้ว่าฯหยุดสลายการชุมนุม และกำชับให้ทำการสืบหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้ทั้งหมด...

การสลายการชุมนุมยุติลงได้เพราะ พล.อ.สรยุทธโทร.ไปขอร้องท่านรัฐมนตรี นอกจากนั้น เขายังโทร.ไปลาออกจากการเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ให้บริษัทคาบาตี้อีกด้วย สรนุชโผกอดพ่อ ขอบคุณที่ท่านยอมช่วย...

ค่ำวันเดียวกัน ผู้พันชาญณรงค์เสียดายไม่หาย ผู้ว่าฯไม่น่ายอมตามข้อเรียกร้องของพวกม็อบ ณวัตไม่เห็นด้วย ทำเป็นยอมๆไปก่อนแบบนั้นดีแล้ว ปล่อยให้เรื่องซาไปสักพัก กว่าพวกนั้นจะรู้ตัวอีกที โรงงานของเขาคงจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชิดชัยสอพลอว่าที่ทุกอย่างราบรื่น เพราะบารมีของสมพลและความปราดเปรื่องของณวัต จังหวะนั้น สมพลโทร.เข้ามือถือของณวัต เรียกตัวให้กลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้ ณวัตรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่อง ขอตัวไปคุยธุระข้างนอกสักครู่ ติงพ่อจะให้รีบกลับไปทำไมในเมื่อม็อบควายสลายตัวไปแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรอีก
“ฉันบอกให้แกกลับก็กลับสิ...แล้วอย่าคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ท่าทางเราจะเจอปัญหาหนักกว่าที่คิด”

ณวัตวางสายจากสมพลด้วยสีหน้าเป็นกังวล ด้านผู้พันชาญณรงค์อดสงสัยไม่ได้ทำไมณวัตต้องออกไปรับสายข้างนอกด้วยทำเหมือนมีลับลมคมใน พอเห็นเขากลับเข้ามา ซักทันทีว่าสมพลโทร.มาเรื่องอะไร

“เอ่อ...ก็ไม่มีอะไรครับ...ท่านว่าให้พวกเราสบายใจได้ ท่านกำลังจัดการทุกอย่างที่กรุงเทพฯน่ะครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ ผมจะได้พูดเรื่องค่าแรง

ค่าเหนื่อยอย่างสบายใจ ตอนนี้งานที่เป็นหน้าที่ผมก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว...ก็เลย...ก็เลย...” ผู้พันชาญณรงค์ทำเป็นอึกๆอักๆ ณวัตรู้ทัน รีบบอกว่าเรื่องเงินไม่มีปัญหา เพียงแต่ตอนนี้สมุดเช็คของเขาอยู่ที่บริษัท ขอจ่ายวันพรุ่งนี้แทน ผู้พันชาญณรงค์นึกถึงเงินแล้วหัวเราะร่วนมีความสุข

ooooooo

แม้ข้อเรียกร้องของเหล่ากระบือบาลและชาวบ้านจะยังไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล แต่อย่างน้อยภาพข่าวการสลายการชุมนุมที่เผยแพร่ทางทีวีทำให้ผู้ชมโทร.มาด่าผู้ว่าฯกับรัฐบาลจนสายโทรศัพท์

แทบไหม้ เช้าวันนี้ หัวหน้าของปองศักดิ์จึงส่งปองศักดิ์กับทีมงานมาทำสกู๊ปเกี่ยวกับสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์หนองระบือ เกริกไกรไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ถามปองศักดิ์เพื่อความแน่ใจว่าจริงหรือเปล่า

“เอ้า...ก็จริงสิหมอ ไม่อย่างนั้นวันนี้ผมจะมาทำไม นี่ผมกะว่าจะเล่นเรื่องนี้ให้ดังไปเลย ดีไม่ดี อาจจะได้พูลิสเซอร์ด้วยนะเนี่ย...เอ่อ...แต่ผมยังไม่ได้ถามเลยว่าหมอจะอนุญาตให้พวกเราถ่ายหรือเปล่า”

เกริกไกรเชิญปองศักดิ์ถ่ายทำได้ตามสบาย แล้ววานภิรมณ์ช่วยเป็นไกด์พาทีมงานของปองศักดิ์ไปชมสถานที่ด้วย เกริกไกรตาเป็นประกายด้วยความหวัง ถ้าสกู๊ปนี้แพร่ออกไปเรื่องควายจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆอีกแล้ว...

ในเวลาเดียวกัน ผู้พันชาญณรงค์หลงเชื่อว่าณวัตจะจ่ายเงินให้อย่างที่รับปากไว้เมื่อคืน ตามไปที่บริษัทก็ไม่เจอตัว ตามไปที่โรงแรมที่พักปรากฏว่าณวัตเช็กเอาต์ไปตั้งแต่เช้ามืด สมคิดทักว่าเหมือนที่ช่อผกาพูดไม่มีผิด

“อะไรของแกวะ”

“เอ้า...ก็ไอ้นั่นมันเบี้ยวนายไงครับ หนีไปอย่างนี้ไม่เบี้ยวแล้วจะเรียกว่าอะไร” สมคิดสรุป ผู้พันชาญณรงค์กำหมัดแน่นด้วยความแค้น คนอย่างเขาไม่ให้ใครมาชักดาบง่ายๆ รีบบึ่งรถเข้ากรุงเทพฯทันที...

ที่สำนักงานใหญ่ บริษัทคาบาตี้ ณวัตอดแปลกใจไม่ได้ทำไมสมพลถึงให้หยุดเรื่องโรงงานเอาไว้ก่อน

“เพราะไอ้ม็อบควายเมื่อวานทำให้นักข่าวหันมาเล่นเรื่องนี้กันใหญ่”

“อะไรนักหนาวะ...แล้วท่านสรยุทธล่ะพ่อ...พ่อจะจ้างไว้เป็นที่ปรึกษาทำไม”

“มันสองพ่อลูกนั่นแหละที่ทำให้เป็นอย่างนี้... ฉันได้ข่าวมาว่ามันต่อสายหาผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลโดยตรง ตอนนี้ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวเราแล้ว ฉันถึงต้องให้แกกลับมานี่...เพื่อไปชี้แจงกับคณะผู้บริหารไง”

ณวัตแค้นใจสรนุชมาก แต่จำต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน รีบไปเตรียมเอกสารสำหรับการประชุมผู้บริหารที่จะมีขึ้นในเย็นวันนี้...

ฝ่ายผู้พันชาญณรงค์มาถึงสำนักงานใหญ่บริษัทคาบาตี้ เป็นเวลาเดียวกับพิภพเดินผ่านมาพอดี ปรี่เข้าไปถามว่ารู้จักณวัตลูกชายของคุณสมพลไหม พิภพชะงัก ย้อนถามว่ามีธุระอะไรกับณวัต

“มีธุระอะไร?...ฉันก็จะมาทวงเงินที่พวกมันติดฉันอยู่น่ะสิ”

พิภพสนใจขึ้นมาทันที หลังจากซักถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น พิภพพาผู้พันชาญณรงค์ไปยังห้องประชุมใหญ่ของบริษัท ซึ่งณวัตกำลังชี้แจงเรื่องที่ดินที่หนองระบือให้คณะผู้บริหารฟัง ผู้พันเฒ่าแฉพฤติกรรมชั่วของสมพลกับณวัตอย่างหมดเปลือกว่ายุให้เขายึดที่ดินจากชาวบ้านที่เอามาขายฝากไว้กับเขา แล้วให้เอามาขายต่อให้ณวัตอีกทอดหนึ่ง เพื่อที่สองพ่อลูกจะได้ไปโก่งราคาที่ดินกับบริษัทคาบาตี้เพิ่ม

“ไม่...ไม่ใช่นะครับ อย่าไปเชื่อนะครับ” ณวัตปฏิเสธลั่น สมพลเห็นท่าไม่ดีขอปิดประชุม แล้วขยับจะออกจากห้อง พิภพร้องห้ามไม่ให้ไปไหนเด็ดขาด ระหว่างนั้น ตำรวจหลายนายเปิดประตูห้องประชุมเข้ามา

“แหม...ตำรวจช่างทำงานได้รวดเร็ว แจ้งปุ๊บมาปั๊บ...คุณตำรวจครับ ผมในฐานะตัวแทนของบริษัท ขอแจ้งจับนายสมพลกับนายณวัตในข้อหาฉ้อโกงบริษัท” สิ้นเสียงพิภพ ตำรวจกรูกันเข้ามาควบคุมตัวสองพ่อลูกจะพาไปโรงพัก แล้วเชิญพิภพไปให้ปากคำ พิภพยินดีให้ความร่วมมือ แต่ถ้าจะให้ดี ตำรวจควรเชิญสรนุชไปด้วยอีกคน

“ทำไม...ยัยนั่นเกี่ยวอะไรด้วย” ณวัตยังปากเก่ง

“ไม่เกี่ยวได้ไง ก็คุณสรนุชนี่แหละที่เป็นคนบอกข้อมูลชั่วๆของพวกแกให้ฉันไง...คุณตำรวจครับ ถ้าคุณสรนุชมาให้ข้อมูลเอง รับรองว่ากว่าจะออกจากคุกคนหนึ่งก็ตายอีกคนก็คงจะแก่หง่อมเลยละครับ” พิภพยิ้มสะใจ

ณวัตกลัวจะติดคุก ต่อสู้ขัดขืนการจับกุม หนีรอดเงื้อมือตำรวจไปได้ โทษว่าเป็นเพราะสรนุชคนเดียวที่ตนเองต้องมาเป็นอย่างนี้ คิดหาทางแก้แค้น

ooooooo

ใจเด็ดดีใจมากเมื่อรู้จากใจจอมว่าคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยจะเลื่อนการพิจารณาคดีของเขาออกไปก่อน และสถานีฯอาจจะไม่ถูกยุบ ใจเด็ดขอบคุณพ่อมากที่ช่วยพูดกับท่านรัฐมนตรีให้

“ใครบอก...พ่อของผู้หญิงที่ฉันเจอในห้องแกวันนั้นต่างหาก...ฉันได้ข่าวมาว่า พ่อของหนูคนนั้นที่เป็นนายทหารระดับสูงในกองทัพไปช่วยพูดกับคนใหญ่คนโตในรัฐบาล...คนที่แกควรจะขอบใจคือหนูคนนั้นต่างหาก”

ใจเด็ดไม่สบายใจมากที่มองสรนุชผิดไป รีบโทร.ไปขอนัดเจอกับเธอเพื่อจะเคลียร์เรื่องค้างคาใจกัน สรนุชกำลังจะกลับบ้านพอดี นัดให้เขาไปเจอที่นั่น...

ขณะสรนุชกำลังจะเลี้ยวรถเข้าซอยบ้าน รถของณวัตแล่นมาขวางหน้าไว้ สรนุชไม่พอใจลงจากรถไปต่อว่า ณวัตไม่พูดพล่ามตรงเข้าต่อยท้องหญิงสาวจนจุกตัวงอ ลากขึ้นรถตัวเองแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ใจเด็ดมาทันเห็นเหตุการณ์พอดี รีบขับรถตาม

ครู่ต่อมา ณวัตเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าตึกร้างแห่งหนึ่ง กระชากสรนุชลงจากรถจนล้มกลิ้งไปกับพื้น สรนุชคว้าอิฐได้ก้อนหนึ่ง รอจังหวะที่ณวัตเข้ามาใกล้ฟาดอิฐใส่เต็มแรง ก่อนจะวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ณวัตเห็นเลือดหัวตัวเองไหลเป็นทางยิ่งแค้น คว้าปืนจากช่องเก็บของในรถ ตามไล่ล่าสรนุชอย่างบ้าเลือด

สรนุชหนีหัวซุกหัวซุนไปหลบอยู่หลังกองวัสดุก่อสร้าง ณวัตตามมาทัน สาดกระสุนใส่บริเวณที่เธอซ่อนตัวอยู่ สรนุชตกใจวิ่งหนีออกจากที่ซ่อน ณวัตสบช่อง เล็งปืนใส่หมายจะฆ่าให้ตาย ทันใดนั้นใจเด็ดโผล่มาจากด้านหลังณวัต ใช้ไม้หน้าสามฟาดจนหน้าคะมำ แล้ววิ่งไปดึงมือสรนุชพาหนี วิ่งได้ไม่กี่ก้าว หญิงสาวหมดแรงจะหนีต่อ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใจเด็ดรีบประคองเธอให้ลุกขึ้น ปลุกเร้าให้สู้ต่อไป

“เราต้องรอดออกไปจากที่นี่...เชื่อผม”

สรนุชมีกำลังใจ ลุกขึ้นจะวิ่งต่อ แต่ณวัตมาดักหน้าไว้ ลั่นกระสุนใส่ ใจเด็ดรวบตัวสรนุชพุ่งเข้าหาที่กำบังรอดคมกระสุนไปได้อย่างหวุดหวิด กระบือบาลหนุ่มเป็นห่วงหญิงคนรักจะเป็นอันตราย ตัดสินใจจะล่อณวัตไปอีกด้านหนึ่ง เพื่อเปิดทางให้สรนุชหนี แต่เธอไม่ยอม ยืนยันจะไม่ทิ้งเขาไปไหนเด็ดขาด

“แต่คุณต้องทำ...ผมไม่เป็นไรหรอก” ใจเด็ดพูดจบวิ่งออกจากที่ซ่อนทันที ณวัตคอยท่าอยู่แล้วสาดกระสุนใส่ไม่ยั้งแต่พลาดเป้า ใจเด็ดวิ่งหลบขึ้นไปบนตัวตึกร้างที่แบ่งเป็นห้องๆ โดยมีณวัตไล่ตามไปติดๆ

“แกคิดว่าจะรอดไปได้หรือ...อยากตายก็ไม่บอก ฉันจะบอกแกเอาบุญก่อนตายก็แล้วกัน ว่าฉันนี่แหละที่เป็นคนสั่งฆ่าควายของแกเอง” ณวัตว่าพลางไล่ถีบประตูห้องทีละห้อง สีหน้าเหี้ยมเกรียม

ใจเด็ดรอจังหวะที่ณวัตเดินผ่าน พุ่งปัดปืนในมือกระเด็น ทั้งคู่ต่อสู้กันด้วยมือเปล่า ณวัตสู้ไม่ได้ถูกหมัดเข้าเต็มหน้าหงายหลังไปยังทิศทางที่ปืนตกอยู่ คว้ามันขึ้นมายิงถูกแขนใจเด็ดเลือดสาด แล้วย่างสามขุมเข้าหา

“รักควายมากใช่ไหม...วันนี้ฉันจะให้แกตายตามควายแกไป”

จังหวะที่ณวัตจะเหนี่ยวไกปืน สรนุชฟาดไม้ใส่ด้านหลังเขาเต็มๆ ถึงกับทรุดฮวบหมดสติ แล้วถลาเข้าไปดู อาการใจเด็ด สักพัก เสียงไซเรนรถตำรวจดังลั่นไปทั่วตึก ใจเด็ดกับสรนุชถอนใจโล่งใจ

ooooooo

หลายวันต่อมา...

ขณะที่หทัยกำลังป้อนข้าวให้ใจเด็ดที่แขนข้างหนึ่งยังมีผ้าพันแผลพันอยู่ ใจเด็ดพยายามห้ามแม่ไม่ให้ทำกับเขาเหมือนเป็นเด็กเล็กๆ เขากินข้าวเองได้ แขนอีกข้างหนึ่งของเขายังใช้การได้

“เอาน่าไอ้เด็ด...แม่เขาไม่ได้ทำอย่างนี้มานานแล้ว ให้แม่เขาทำเถอะน่า” ใจเพชรพูดไปหัวเราะไป หทัยค้อนขวับก่อนจะตีแขนใจเพชรโทษฐานแซวแม่ แล้วสามแม่ลูกหัวเราะกันอย่างมีความสุข ระหว่างนั้น ใจจอมเข้ามาบอกลูกชายคนเล็กว่าเมื่อครู่นี้ บุญเลิศผู้ช่วยรัฐมนตรีโทร.มาแจ้งผลการตัดสินของคณะกรรมการสอบสวน

“ผลเป็นยังไงครับพ่อ” ใจเด็ดลืมเจ็บลุกพรวดเข้าไปหาใจจอม

“แกพ้นผิดทุกข้อกล่าวหา...การที่สมพลกับพวกคาบาตี้ถูกจับ ทำให้คณะกรรมการเปลี่ยนคำตัดสินใหม่ หลังจากรู้ว่าพวกนั้นทำอะไรไว้บ้าง” สิ้นเสียงใจจอมสามคนแม่ลูกโห่ร้องดีใจกันยกใหญ่

“เห็นไหม...แม่บอกแล้วว่าความดีของลูกจะช่วยลูกเอง”

ใจเพชรไม่วายแซวแม่ว่า พูดแบบนี้ พ่อก็น้อยใจแย่ ใจเด็ดรีบเข้ามาขอบคุณพ่อ แล้วโผกอดท่านไว้แน่น

“ไม่ว่ากันนะครับพ่อ”

“ฉันก็คิดว่าแกจะรักควายจนลืมพ่อไปแล้ว” ใจ–จอมกอดลูกตอบเช่นกัน ทุกคนมีความสุขที่กลับมาเป็นครอบครัวสุขสันต์อีกครั้งหนึ่ง แต่แล้วทุกคนต้องแปลกใจเมื่อใจจอมบอกให้ใจเด็ดกลับสถานีฯของเขาได้แล้ว

“แต่...สัญญานั่น...” ใจเด็ดพูดยังไม่ทันจบประโยค ใจจอมชิงพูดขึ้นก่อน

“ลืมสัญญาบ้าบอนั่นซะ...แกรักอะไรก็จงทำสิ่งนั้น ไม่ต้องห่วงทางนี้ เจ้าเพชรก็อยู่...แต่ถ้าแกอยากกลับมาเมื่อไหร่ พวกเราก็ยินดีต้อนรับเสมอ” ใจจอมตบบ่าลูกชายคนเล็กด้วยความรัก ขณะที่ใจเด็ดโผกอดพ่ออีกครั้ง

ooooooo

อรอนงค์เซ้าซี้อยู่หลายวันกว่าสรนุชจะยอมรับหน้าที่เป็นพลขับพาเธอไปหนองระบือ แต่เมื่อมาถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ สองสาวต้องแปลกใจที่ไม่พบใครที่นั่น อยู่ๆ มีมือเข้ากอดเอวอรอนงค์ทางด้านหลัง หญิงสาวร้องว้ายลั่นสรนุชหันไปมองเห็นเกริกไกร สุบิน กับพวกกระบือบาลโผล่มาทำเซอร์ไพรส์ส่งเสียงยินดีต้อนรับกระหึ่ม

“หมออ่ะ...ปล่อยสิคะ...อายเค้า” อรอนงค์ตีแขนเกริกไกรแก้เขิน

“โธ่...คุณอร...ไม่เห็นใจคนที่กอดหมอนข้างรอคุณอรมาหลายเดือนเลยหรือครับ” เกริกไกรอ้อน

สุบินขอโทษสรนุชที่เข้าใจเธอผิดๆ สรนุชออดอ้อน สุบินตัดเพื่อนตัดฝูงเธอไปแล้ว ไม่คิดจะง้อขอเป็นเพื่อนกับเธอใหม่หรือ สุบินดีใจรีบยื่นนิ้วก้อยให้สรนุชเกี่ยว สองเพื่อนซี้กลับมาคบกันเหมือนเดิมอีกครั้ง ทุกคนต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ อรอนงค์อดสงสัยไม่ได้ เกริกไกรมีเรื่องสำคัญอะไรจะบอกพวกตน

“ผมว่า...คนที่อยู่ข้างหลังคุณนุชน่าจะเป็นคนที่คุณนุชอยากฟังคำตอบมากที่สุดน่ะครับ”

สรนุชหันไปมองด้านหลัง แปลกใจที่เห็นใจเด็ดยืนอยู่ ครู่ต่อมาใจเด็ดพาสรนุชไปคุยกันตามลำพังที่ริมลำธารแห่งเดิม ใจเด็ดไม่พูดพล่าม ขอโทษที่เคยเข้าใจเธอผิดๆ ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด สรนุชยังคาใจไม่หายใจเด็ดสัญญาไว้กับพ่อตัวเองไม่ใช่หรือว่า ถ้าสถานีฯไม่โดนยุบ เขาจะต้องอยู่ช่วยงานพ่อที่กรุงเทพฯ

ใจเด็ดเล่าให้ฟังว่าพ่อของเขาอนุญาตให้เขากลับมาทำให้สิ่งที่ตัวเองรัก และไม่ต้องห่วงงานที่บริษัทเพราะยังมีใจเพชรช่วยทำงานให้ และถ้าเขาอยากจะกลับไปกรุงเทพฯเมื่อไหร่ ทุกคนที่บ้านยินดีต้อนรับเสมอ

“สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครรักเราเท่ากับครอบครัวอีกแล้ว” สรนุชสรุป ใจเด็ดพยักหน้าเห็นด้วย

“ผมเพิ่งรู้ว่าที่พ่อพยายามขัดขวางไม่ให้ผมกลับมานี่เพราะรักผมนั่นเอง” ใจเด็ดว่าแล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ

สรนุชที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำ “คืนนี้คุณมาพบผมที่นี่ได้ไหม”

“ทำไมต้องเป็นคืนนี้”

“ที่จริงแล้ว ผมอยากจะบอกคุณตอนนี้ด้วยซ้ำ แต่ผมมีบางอย่างที่อยากให้คุณ” ใจเด็ดกับสรนุชมองสบตากันด้วยความรักเต็มหัวใจ...

ถึงเวลาตามนัด ใจเด็ดหยิบเสื้อตัวที่ซื้อให้สรนุชออกจากตู้ ถือมันมานั่งรอสรนุชอยู่ที่ริมลำธาร มีเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินเข้ามา ใจเด็ดยิ้มดีใจหันไปมองคิดว่าเป็นสรนุช แต่ต้องแปลกใจที่เห็นโชคชัยยืนอยู่

“มีคนบอกว่านายอยู่ที่นี่...ฉันก็เลยรีบมาบอกนายเป็นคนแรก...คุณเจนฟื้นแล้ว”

ใจเด็ดถึงกับอึ้ง ไม่อยากจะเชื่อว่าปาฏิหาริย์มีจริง สรนุชยืนฟังอยู่โดยตลอด อดหวั่นใจเรื่องระหว่างเธอกับใจเด็ดไม่ได้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 07:28 น.