ประวัติการเมืองของสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ เริ่มตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 ของกัมพูชาเมื่อ พ.ศ.2536 กระทั่งสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ.2564 เป็นเวลา 28 ปีที่โลดแล่นอยู่บนเวทีการเมืองของประเทศที่มีพรมแดนประชิดติดกับประเทศของเราเมื่อวานผมรับใช้ถึงตอนที่ฮุนเซนทำรัฐประหารเมื่อ 5 กรกฎาคม 2540 และจบลงด้วยการที่เจ้ารณฤทธิ์ต้องลี้ภัยไปฝรั่งเศส โดยมีนายอึงฮวดเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 แทนเจ้ารณฤทธิ์ ส่วนฮุนเซนยังคงเป็นนายกฯคนที่ 2 เหมือนเดิมการเลือกตั้งทั่วไปใน พ.ศ.2541 พรรคของฮุนเซนชนะ มีการกดดันให้พรรคฟุนซินเปกต้องเข้าร่วมรัฐบาล คราวนี้ฮุนเซนเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว เจ้ารณฤทธิ์ซึ่งได้รับอภัยโทษก่อนเลือกตั้ง ถูกต่อรองให้ไปเป็นประธานสภาแห่งชาติ พอเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวสมบูรณ์ ฮุนเซนก็บอกว่าพรรคของตนต้องคุมกลาโหม มหาดไทย และคลัง ส่วนพรรคร่วมอย่างฟุนซินเปกของเจ้ารณฤทธิ์ให้ไปดูงานสาธารณสุข ศึกษาธิการ และวัฒนธรรมฮุนเซนไม่เคยล้มล้างรัฐธรรมนูญ แต่สั่งให้มีการแก้ไขอยู่เรื่อยๆ แก้รัฐธรรมนูญทุกครั้งก็เพื่อประโยชน์ในการสืบอำนาจของตัวเอง ก่อนจะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 3 ใน พ.ศ.2546 ฮุนเซนแก้รัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้งสภาชุมชนทั่วประเทศ พวกที่ชนะเลือกตั้งส่วนใหญ่มาจากพรรคประชาชนของฮุนเซน การชนะเลือกตั้งสภาชุมชนถึง 1,597 แห่ง จาก 1,621 แห่ง ทำให้ฐานการเมืองของฮุนเซนมั่นคง ก่อนการเลือกตั้ง ผู้สมัครที่มีศักยภาพที่จะชนะ แต่สังกัดพรรคอื่นถูกกดดันจนต้องประกาศตัวไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งกันเป็นแถวการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 3 สหรัฐฯส่งพลเอกโคลิน เพาเวลล์ รัฐมนตรีต่างประเทศมาพบทั้งฮุนเซน เจ้ารณฤทธิ์ และสมรังสี สหรัฐฯแจ้นมาเตือนว่าอย่าโกงเลือกตั้ง อย่ามีความรุนแรง แต่ก็ไม่ได้ผล เพราะแม้แต่ผู้พิพากษาที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามฮุนเซนก็ยังถูกฆ่าตาย ส่วนเรื่องสื่อสารมวลชนไม่ต้องพูดถึง สื่อสมัยก่อนอยู่ได้เพราะโฆษณา พอได้โฆษณาสื่อก็เงียบกันทั้งแผ่นดินกัมพูชาผลการเลือกตั้งครั้งที่ 3 คนหนุ่มสาวที่เคยมองว่าเจ้ารณฤทธิ์จะเป็นความหวังของพวกตนก็เริ่มหมดหวัง และมองหาผู้นำคนใหม่ที่จะมาสู้กับฮุนเซน คนกัมพูชาเริ่มมองว่ารณฤทธิ์เป็นเจ้าที่ไม่มีภาวะผู้นำ ลุ้นไม่ขึ้น เลือกตั้งครั้งที่ 3 พรรคฟุนซินเปกจึงได้ ส.ส.เพียง 26 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคของฮุนเซนได้มากถึง 73 คนเจ้ารณฤทธิ์เอาพรรคฟุนซินเปกไปร่วมรัฐบาล ขณะที่คนของฟุนซินเปกเอนจอยกับการร่วมรัฐบาล ฮุนเซนและพวกกลับตั้งหน้าตั้งตาแก้รัฐธรรมนูญจนสามารถปลดล็อกความยุ่งยากทั้งหลายของพรรคประชาชนได้ ทำให้การเลือกตั้งวุฒิสภาครั้งแรก พรรคประชาชนได้ ส.ว.มาถึง 45 คนฟุนซินเปกได้ 10 คน สมรังสีได้ 2 คน ส่วนการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ฮุนเซนก็ชนะถล่มทลายภายใน พ.ศ.2549 เจ้ารณฤทธิ์ 1.ถูกปลดจากประธานรัฐสภา 2.หนีคดีหมิ่นประมาทไปอยู่ฝรั่งเศส 3.ถูกหนังสือพิมพ์แฉว่าเป็นชู้กับดาราที่อ่อนกว่า 35 ปี 4.โดนขับออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคฟุนซินเปก 5.พอกลับมากัมพูชาได้ พระองค์ก็ตั้งพรรคนโรดม รณฤทธิ์ แต่ก็ถูกขับจากตำแหน่ง ส.ส. และ 6.ถูกฟ้องหย่า คนเริ่มมองว่าเจ้ารณฤทธิ์เดินทั้งเกมการเมืองและเกมชีวิตไม่เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 4 ใน พ.ศ.2551 ฮุนเซนใช้ประเด็นพระวิหารกับไทยมาหาเสียง ทำให้ได้ ส.ส.มากถึง 90 คน พรรคสมรังสีได้ 26 คน พรรคฟุนซินเปกได้ 2 คน และพรรคนโรดม รณฤทธิ์ได้ 2 คนแม้จะมีความรู้ดี แต่สมรังสีก็ทำงานการเมืองแบบหยิบประเด็นกระจอกงอกง่อยมาเล่น เมื่อเห็นว่าฮุนเซนชนะเลือกตั้งเพราะประเด็นเขาพระวิหาร สมรังสีก็เอาบ้าง ไปย้ายเสาปักปันเขตแดนกัมพูชากับเวียดนามจนโดนจับและต้องหนีไปฝรั่งเศสพรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com