ชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชาผวาแต่เช้า เหตุกัมพูชายิงกระสุนปืน ค.ใส่ฐานทหารไทย บริเวณเนิน 469 ช่องบก อ.น้ำยืน ส่งผลทหารบาดเจ็บ 1 นาย ด้านโฆษกกองทัพบกระบุได้รับแจ้งจากฝั่งกัมพูชาแล้ว อ้างไม่เจตนาใช้อาวุธยิงมาฝั่งไทย แต่เป็นความผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน ขณะที่ “อนุทิน” ลั่นแม้อ้างเป็นอุบัติเหตุ กัมพูชาก็ต้องรับผิดชอบ ยันไทยพร้อมตอบโต้ เบื้องต้นให้ฝ่ายความมั่นคง-กต.ยื่นหนังสือประท้วงแล้ว ด้าน “สีหศักดิ์” ย้ำเขมรต้องรีบชี้แจง-ขอโทษไทย ล่าสุด “พล.ท.มาลี” โฆษก กห.กัมพูชา อ้างเป็นเหตุสะเก็ดระเบิดจากกองขยะเกิดระเบิด ทำทหารกัมพูชาเจ็บ 2 นายด้วยเหมือนกันหลังจากชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัด สงบเรียบร้อยไร้การปะทะมาตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ปีกลาย จนล่วงข้ามปีใหม่มาหลายวัน แต่เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 6 ม.ค. กองทัพภาคที่ 2 แจ้งว่า เกิดเหตุทหารกัมพูชายิงกระสุนปืน ค. เข้ามายังฐานทหารไทย บริเวณเนิน 469-ฐานภูมิมะละกอ พื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย คือ จ่าสิบเอก ปรัชญา พิลาชัย ตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อย ร.6021 (RDF) ถูกสะเก็ดระเบิดจากกระสุนปืน ค. บาดเจ็บบริเวณแขนขวา เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ทันที อาการอยู่ในระดับเคสเขียว ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตจากนั้นเวลา 09.00 น. กองทัพภาคที่ 2 ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยในพื้นที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และส่งผู้บาดเจ็บ เข้ารักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกุดเชียงมุน แล้วส่งต่อไปยัง รพ.น้ำยืน ผู้บาดเจ็บมีอาการปลอดภัยและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดต่อด้วยเวลา 11.03 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถพยาบาลฉุกเฉิน รพ.น้ำยืน นำตัวจ่าสิบเอก ปรัชญา พิลาชัย ไปรักษาต่อที่ รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เบื้องต้นจ่าสิบเอกปรัชญา มีบาดแผลที่แขนขวา ทำแผลมาเรียบร้อย รู้สึกตัวดีด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เมื่อเวลา 07.40 น. ได้รับรายงานจากกองกำลัง สุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้ยินเสียงอาวุธไม่ทราบชนิดจากฝ่ายกัมพูชา จำนวน 1 นัด ยิงเข้ามาในเขตไทย บริเวณเนิน 469 อ.น้ำยืน จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบเป็นการยิงเครื่องยิงลูกระเบิดมาจากฝั่งกัมพูชา ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด 1 นาย จากนั้นหน่วยในพื้นที่ได้รับการประสานจากฝ่ายกัมพูชา อ้างว่าไม่ได้มีเจตนาใช้อาวุธยิงมาในฝั่งไทย กรณีดังกล่าวเป็นเพราะความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของกำลังพลฝ่ายกัมพูชา หน่วยทหารในพื้นที่ได้แจ้งเตือนฝ่ายกัมพูชาให้มีความระมัดระวัง พร้อมกำชับว่าหากเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดลักษณะเช่นนี้อีก ไทยอาจจำเป็นต้องปฏิบัติการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง ตามกฎการใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม ขอให้กัมพูชาเคร่งครัดต่อมาตรการหยุดยิงโฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า กองทัพบกยังคงเตรียมพร้อมและมีแผนรองรับในทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อปกป้องอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ราษฎรไทย ตลอดแนวชายแดนด้านกัมพูชา ปัจจุบันอยู่ในช่วงการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในแนวทางวิธีการบริหารสถานการณ์ บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาของกองทัพไทย สถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวลแต่อย่างใด และยังไม่พบการใช้อาวุธเพิ่มเติมในพื้นที่อื่น ประชาชนในพื้นที่ชายแดนสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติต่อมาที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้เรียกหน่วยงานความมั่นคง ประกอบด้วย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ รวมถึงนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้ารายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีเกิดเหตุกัมพูชายิงปืน ค. เข้ามาทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นายจากนั้นเวลา 10.15 น. นายอนุทินได้ออกมาแถลงว่าสถานการณ์เมื่อเช้าวันที่ 6 ม.ค. รัฐบาลได้รับรายงานมาโดยตลอด ขณะนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในบันทึกข้อตกลง ฝ่ายความมั่นคงได้ประท้วงไปยังฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชา ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้เขาชี้แจงกลับมา เพื่อพิจารณาว่าจะตอบโต้อย่างไร ส่วนด้านต่างประเทศ รมว.ต่างประเทศ ได้ออกหนังสือไปยัง รมว.ต่างประเทศ กัมพูชา เพื่อชี้แจงให้ทราบว่ามีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ฉะนั้นประเทศไทยต้องขอให้ฝ่ายกัมพูชาชี้แจงมาในทางการทูต ถ้าถึงจุดที่ประเทศไทยจำเป็นต้องตอบโต้ เราก็พร้อมที่จะตอบโต้ ฝ่ายกองทัพกำลังพิจารณาวิธีตอบโต้ที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ได้รับแจ้งจากฝ่ายกองทัพว่ามีการพูดคุยกันในระดับแม่ทัพกับแม่ทัพที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดน เขาแจ้งมาว่าเป็นอุบัติเหตุ ต่อให้เป็นอุบัติเหตุ ก็ต้องถามว่าแล้วจะรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุนี้เช่นไร ขอให้มั่นใจว่าขณะนี้การเตรียมพร้อมทุกอย่าง ทั้งทางด้านการต่างประเทศ ด้านความมั่นคง มีความพร้อมที่จะตอบโต้ และยืนยันยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพชาวบ้านด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการเจรจาทางการทูตหลังเกิดเหตุกัมพูชายิงปืน ค.ตกใส่ฝั่งไทย ทหารบาดเจ็บ 1 นาย ว่ามีกรอบอยู่แล้ว ข้อตกลงหยุดยิงอยู่ในกรอบของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC กำหนดขั้นตอนไว้ว่าหากเกิดเหตุการณ์ ทางกัมพูชาจะต้องชี้แจงมา ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการไปกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา เพื่อให้ชี้แจงและต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนี้จะต้องดูว่าเป็นอย่างไร กลไกหลักของการเจรจาคือ การประชุมคณะกรรมาธิการเขตไทย-กัมพูชา หรือ JBC มีการกำหนดอยู่แล้วหากมีเหตุการณ์เช่นนี้จะติดต่อให้ทันท่วงทีอย่างไรในพื้นที่ กัมพูชาจะต้องรีบชี้แจงไทยโดยเร็วถึงกรณีดังกล่าว เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญนายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า เคยบอกก่อนหน้านี้ ในช่วงหยุดยิงเป็นช่วงเวลาที่เปราะบาง ต้องใช้ความระมัดระวัง แม้จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ต้องดูว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร และต้องอย่าให้เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะจะต้องมีการแสดงความรับผิดชอบโดยการขอโทษ ขณะที่การดำเนินการของฝ่ายทหาร จะต้องดำเนินการตามกรอบของ GBC แต่หากยังไม่เพียงพอ จะต้องเป็นการเจรจาระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทั้งสองฝ่ายส่วนการตอบโต้หากเกิดเหตุเช่นขึ้นอีก นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบ ต้องได้สัดส่วนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าชี้แจงได้ว่ามันไม่ใช่ แล้วจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ การตอบโต้ก็คือการประท้วง หากเป็นการจงใจ จะอีกเรื่องหนึ่ง จะต้องพิจารณาตามสัดส่วนสถานการณ์ต่อมาในช่วงเที่ยง นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ามีการแจ้งให้ ครม.รับทราบว่าถึงกรณีกระสุนปืนจากฝั่งกัมพูชาตกที่ฝั่งไทย รัฐบาลมีท่าทีชัดเจนว่าหากการกระทําดังกล่าวมีผลกระทบต่ออธิปไตยของไทย จะดำเนินการด้วยความเหมาะสมตามหลักการโต้ตอบอย่างสากล ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชาในรอบที่แล้ว ที่มีประชาชนจำนวนมากแจ้งว่าการเยียวยาบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ไม่เป็นไปตามสัดส่วนที่เหมาะสมนั้น นายกฯได้สั่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับกระทรวงการคลัง กำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ เช่น ค่าเสียหาย ต่อไปอาจต้องประเมินจากมูลค่าบ้าน อาจจะชดเชยให้การช่วยเหลือประมาณร้อยละ 70 ของราคาประเมินบ้าน เป็นต้นส่วนการจ่ายเงินเยียวยาในรอบนี้ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ผ่าน ครม.ไปเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนเทศกาลปีใหม่ โดยมีกำหนดระยะเวลาสามสิบวัน ขณะนี้กระบวนการอาจจะติดขัดอยู่ เนื่องจากต้องส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาก่อน แต่รัฐบาลจะเร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุดอย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน พล.ท.มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ได้ออกมาแถลงกรณีกระสุนปืน ค.จากกัมพูชายิงเข้ามาตกในฝั่งไทยที่บริเวณเนิน 469 พื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 1 นาย ว่าเมื่อเวลา 07.27 น.ของวันที่ 6 ม.ค.ในพื้นที่มอมเบย จ.พระวิหาร ขณะที่กองกำลังกัมพูชากำลังจัดระเบียบพื้นที่ ได้เกิดเหตุสะเก็ดระเบิดจากกองขยะได้ระเบิดขึ้น ทำให้ทหารกัมพูชาบาดเจ็บ 2 นาย ทีมประสานงานของไทยและกัมพูชาได้ทำงานร่วมกันแล้วในกรณีดังกล่าว และยืนยันว่ากัมพูชาเคารพและปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ที่มีการลงนามที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ต.ค. และการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนทั่วไป หรือจีบีซีวาระพิเศษ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมาขณะที่บรรยากาศในจังหวัดอีสานใต้ที่มีพรมแดน ติดกับกัมพูชา หลังกัมพูชายิงกระสุนปืน ค.มาตกในฐานทางทหารของไทยใน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่ายิ่งเพิ่มความหวั่นวิตกให้ชาวบ้านที่เพิ่งจะกลับมาจากการอพยพรอบที่ 2 เป็นอย่างมาก เพราะยังไม่ได้เริ่มทำงานหาเงินมาใช้ในชีวิตประจำวัน ชาวบ้านใน ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่าตอนนี้ได้เตรียมเสื้อผ้าเอาไว้แล้ว หากมีการสั่งอพยพ จะเดินทางทันที เพราะไม่มั่นใจว่าครั้งที่ 3 จะรุนแรงแค่ไหน เช่นเดียวกับชาวบ้านใน ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่กังวลและหวาด ระแวง ทำให้ส่วนใหญ่เก็บข้าวของเสื้อผ้าของใช้จำเป็นใส่รถไว้หากมีการสั่งอพยพ และส่วนมากเชื่อว่าจะเกิดการปะทะรอบใหม่แน่นอน เพราะทหารเขมรยั่วยุอยู่ตลอดและเสริมกำลังเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุดไม่ต่างจากชาวบ้านในบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ต่างวิตกกังวลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เปิดเผยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า แม้เหตุการณ์จะเงียบลง แต่จิตใจยังไม่สงบ ยิ่งกัมพูชาออกมาระบุว่าเป็น “อุบัติเหตุ” ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการเข้าตรวจสอบพื้นที่ “จุดกระสุนตก” จากเหตุปะทะเมื่อเดือน ธ.ค.ปีกลาย จนถึงขณะนี้ ยังมีอีกหลายจุดที่พบกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชาที่ยังไม่ระเบิดส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง ป่ายาง ฯลฯ ที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด กก.ตชด.21 พร้อมด้วยทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมกันทำลายกระสุนปืนฝั่งกัมพูชาที่ยิงเข้ามาตกในพื้นที่ใกล้ปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน สามารถทำลายวัตถุระเบิดเขมรตกค้าง จำนวน 12 ลูก ทั้งนี้ ด.ต.ประเทือง เสนะชัย ผู้บังคับหมู่ ชุด EOD กก.ตชด.21 กล่าวว่ายังมีกระสุนระเบิดที่ตกค้างเหลืออีกจำนวนมาก ตอนนี้เร่งทำลายไปเรื่อยๆน่าจะใช้เวลาอีกหลายอาทิตย์ โดยเฉพาะ อ.พนมดงรัก ทำลายไปแล้วประมาณ 30-40 ลูกด้านนายเมธา พลึกรุ่งโรจน์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ ชรบ.ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยหลังร่วมคณะชุดหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) กก.สืบสวน ภ.จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ TMAC และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบและเก็บกู้เศษซากกระสุนปืนใหญ่ และวัตถุระเบิดของฝ่ายกัมพูชาที่ยังตกค้างในพื้นที่ว่า สวนยางพาราของตน จำนวน 2 แห่ง ได้รับความเสียหายจากการถูกกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชายิงตกลงมา จำนวน 5 ลูก เป็นกระสุนปืนใหญ่ 3 ลูก และปืน ค.ร้อย อีก 2 ลูก ทำให้ต้นยางพาราได้รับความเสียหายกว่า 2 ไร่ เจ้าหน้าที่ EOD และเจ้าหน้าที่ TMAC ตรวจสอบและเก็บกู้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการสำรวจพื้นที่ตำบลกระสุนตกเป็นพื้นที่เกษตรกรรม รวมยอดที่เก็บกู้ไปแล้วกว่า 100 จุด มีทั้งกระสุนปืนใหญ่ กระสุนปืนขนาดลูกคอ 60 มิลลิเมตร ลูกคอ 82 มิลลิเมตร และลูกคอร้อย หรือคอ 100 มิลลิเมตรอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่