“ลุงป้อม” ไขก๊อกพ้นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไปอยู่เบื้องหลังเป็นลมใต้ปีก ดัน “ตรีนุช” ขึ้นแทน “ไพบูลย์” ปัดเปลี่ยนม้ากลางศึก ย้ำวางแผนนานแล้ว ติดปัญหาสุขภาพไม่ดี “ผู้กอง” ย้ำยังเคารพ “ลุง” เสมอ ฮึ่มพวกจ้องเตะสกัด อย่าให้ “นัส” ทนไม่ได้แล้วจะหนาว “อนุทิน” ร้อง “อุ๊ยตาย” ไม่รู้ “บิ๊กป้อม” ลาออก ยืนยันยังไงก็มีการเลือกตั้งแน่ “ไชยชนก” ฝันสูง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 20 ที่ พรรคประชาชนวางตัว "พิศาล" รมว.ต่างประเทศ อดีต สส.ส้มเผาบ้านเก่าจุดยืนเปลี่ยน คุณยายชม "ยศชนัน" ออร่าจับ "อภิสิทธิ์" ฟุ้งเข้าไปตั้งรัฐบาลที่ดี "แสวง" ชี้เอกสาร ปชน.เปลี่ยนตัวผู้สมัครครบสมบูรณ์ กกต.กทม.ยัน “บุญฤทธิ์” ลงนามกำกับไว้ 8 หน่วยงานส่งตัวแทนร่วมตรวจสอบนโยบายทุกพรรค สรุป 17 วัน มีผู้ขอใช้สิทธิล่วงหน้ากว่า 2.4 ล้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคต้องพ้นตำแหน่งไปทั้งคณะ แต่ที่ประชุม กก.บห.พรรคชุดรักษาการ มีมติแต่งตั้ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เลขาธิการพรรค พปชร. ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.คนใหม่ ส่วน พล.อ.ประวิตรยังอยู่ช่วยเบื้องหลัง“ลุงป้อม” ไขก๊อก “ตรีนุช” ขึ้นแทนเมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 6 ม.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. แถลงหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค พปชร. เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ส่งผลให้ กก.บห.พรรคพ้นทั้งคณะตามข้อบังคับพรรค และที่ประชุม กก.บห.พรรครักษาการ มีมติแต่งตั้ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เลขาธิการพรรค เป็นหัวหน้าพรรคพปชร.คนใหม่ มีผลวันนี้ 6 ม.ค. ส่วนการประชุมใหญ่เพื่อแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เนื่องด้วยขณะนี้เป็นช่วงเลือกตั้ง ยังจัดประชุมไม่ได้ จึงจะประชุมหลังเลือกตั้งประมาณวันที่ 7 มี.ค. เพื่อตั้ง กก.บห.พรรคชุดใหม่ การให้ น.ส.ตรีนุชขึ้นมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่ตอนนี้ยังเป็นรักษาการไปก่อน ส่วน พล.อ.ประวิตรจะช่วยดูแลในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาพรรค เป็นการคิดวางของท่านที่ดีที่สุด ท่านไปช่วยอยู่ข้างหลังจะทำประโยชน์ได้มากกว่าโต้เปลี่ยนม้ากลางศึกวางตัวไว้นานนายไพบูลย์กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรยืนยันว่ายังอยู่ในพรรค พปชร.ตลอดไป ยังทำงานให้พรรคเต็มที่ แต่ไม่ได้ทำในฐานะหัวหน้าพรรคแล้ว แต่จะเป็นลมใต้ปีกให้ น.ส.ตรีนุชนำพาพรรคไปในทิศทางที่มั่นคง ยั่งยืน และแข็งแรง ส่วนเหตุผลการลาออกของ พล.อ.ประวิตร เป็นเรื่องสุขภาพไม่ดี ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้น ถ้าไปต่อจะมีปัญหามากขึ้น อายุท่านเยอะ 81 ปีแล้ว แต่ใจของ พล.อ.ประวิตรยังรักและเป็นห่วงพรรค พูดได้เลยว่าภายใต้การนำของ น.ส.ตรีนุช เป็นหัวหน้าพรรคตัวจริงแน่นอน จะนำพาพรรคพปชร.ก้าวไปสู่ยุคใหม่ ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อถามว่าเปลี่ยนม้ากลางศึกน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายไพบูลย์ตอบว่า ไม่ใช่การเปลี่ยนม้ากลางศึก แต่เป็นเรื่องที่คิดกันไว้ พล.อ.ประวิตรมอง น.ส.ตรีนุชไว้นานแล้วว่าจะเป็นผู้รับช่วงต่อ จะเห็นได้ว่าการแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล จะมี น.ส.ตรีนุชอยู่ตลอด ทุกคนได้เห็นแล้วว่าไม่ผิดหวังเลย“ผู้กอง” ย้ำเคารพ “ลุงป้อม” เสมอร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) มีท่าทีตกใจเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พล.อ.ประวิตรลาออกจากหัวหน้าพรรคพปชร. ย้อนถามสื่อมวลชนว่า ลาออกแล้วเหรอ เมื่อถามถึงความรู้สึก ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า เคารพนับถือเสมอ ไม่ได้อะไรกับท่าน ออกมาก็ไม่เคยโจมตีใคร จบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) เรื่องฆ่าน้อง ฟ้องนาย ขายเพื่อน ไม่เคยทำอย่าให้ “นัส” ทนไม่ได้แล้วจะหนาวร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนโยบายพรรคกล้าธรรมเราชัดเจนในนโยบายที่จับต้องได้ เน้นเรื่องที่ดินทำกิน การจัดการน้ำ อะไรที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่การสร้างฝัน เมื่อถามถึงผลโพล จ.สงขลา ที่พรรคกล้าธรรมหายไปจากผลสำรวจ ร.อ.ธรรมนัสตอบกลับทันทีว่า ชอบทำอะไรที่เบรกผลสำรวจมาตลอด มียุทธศาสตร์ของตัวเอง ทุกครั้งไปที่ไหนได้รับเสียงตอบรับดี เมื่อถามถึงกรณีผู้สมัครของพรรคลงพื้นที่หาเสียง ถูกทีมงานพรรคการเมืองหนึ่งชูนิ้วกลางใส่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ได้รับรายงานจากฝ่ายกฎหมาย สิ่งใดที่ถูกละเมิดมีขั้นตอนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะไม่ทำอะไรโต้ตอบที่ทำให้เกิดความเสียหาย หลายเรื่องสั่งให้ลูกพรรคไม่ต้องโต้ตอบ แต่อย่าทำกันจนเกินไป หากเราหมดความอดทน หรือจำเป็นต้องโต้ตอบท่านจะเสีย แต่ไม่อยากทำอย่างนั้น ไม่อยากทำให้บรรยากาศการเมืองส่งผลให้ประชาชนเบื่อหน่าย ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ามีหลักฐานเด็ดใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า มีเยอะ พรรคกล้าธรรมโดยเฉพาะตนชัดเจน ใครไม่ทำก่อนตนก็ไม่ทำ ถ้าพรรคกล้าธรรมสวนกลับแล้วจะหนาว มีแผลกันทุกพรรค เมื่อถามว่าตอนนี้ยังทนได้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบกลับว่า “ตอนนี้ยังทนได้ นัสยังทนได้อยู่”“อนุทิน” ปลื้มได้เสียงตอบรับดีต่อมาเวลา 14.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว. มหาดไทย หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นัดหารือแกนนำพรรคกลุ่มต่างๆ เพื่อประเมินกระแสนิยมในพื้นที่ของพรรค และพรรคคู่แข่ง มีแกนนำกลุ่มเข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพียง จากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า พรรคภูมิใจไทยเชื่อมั่นในตัวเองว่าถ้าทำงานหนักประชาชนจะให้โอกาส ไม่อยากทำโพลโดยสำรวจ และด้วยประสบการณ์เวลาคุยกับผู้สมัครก็พอประเมินได้ว่าใครได้ ไม่ได้ ใครเกือบได้เกือบตก ครั้งนี้ก็พอเดาได้เช่นกันเท่าที่ลงพื้นที่ประชาชนให้ความเมตรตา อาจเพราะมาเป็นนายกฯคนเลยคุ้นหน้าคุ้นตามากขึ้น บางทีเราไปเดินขอเสียงกลายเป็นส่วนใหญ่ประชาชนให้กำลังใจยืนยันยังไงก็มีการเลือกตั้งแน่ผู้สื่อข่าวถามว่ามีปัจจัยอะไรน่ากังวลหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า กังวลทุกเรื่อง เราต้องกังวลไว้ก่อนไม่ใช่สบายใจ เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งเพราะมีความไม่สงบเกิดขึ้น นายอนุทินตอบว่า แยกกันให้ดี เรื่องความสงบของประเทศปัญหาชายแดน เรามีรัฐบาลอยู่ พูดคุยกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มั่นใจว่าสถานการณ์ปัจจุบันต่อให้มองไปข้างหน้าจนถึงวันเลือกตั้ง ยังไงก็ยังมีการจัดการเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาค้างคาต่อไป เดี๋ยวต้องมานั่งตีความว่ารัฐธรรมนูญกำหนดให้ 45 วันหรือ 60 วัน เราพยายามให้ชัดเจนสูงสุด ในส่วนของความเป็นรัฐบาลที่เราต้องทำงานควบคู่กับ กกต. เป็นเจตนารมณ์ที่ตรงกันอยู่แล้วไม่ต้องกังวลเรื่องความมั่นคงเรามีกองทัพและฝ่ายความมั่นคงปกป้องอยู่แล้ว“อุ๊ยตาย” ไม่รู้ “ลุงป้อม” ลาออกเมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลาออกจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้พูดคุยหรือไม่ นายอนุทินถึงกับอุทานว่า “อุ๊ยตาย ไม่ทราบ วันนี้ทำงานทั้งวันเลย แต่เคารพนับถือท่านเพราะเป็นผู้ใหญ่ ตอนนี้ไม่ไปพูดถึงพรรคอื่น พูดแต่เรื่องพรรคตัวเอง เดี๋ยวเสร็จแล้วค่อยไปหา”“ไชยชนก” ฝันสูงปาร์ตี้ลิสต์ 20 ที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย แถลงหลังการประชุมว่า ที่ประชุมประเมินสถานการณ์แต่ละพื้นที่โดยครั้งนี้ถือว่าดีที่สุดตั้งแต่ได้ประเมินมา แต่จะดีเท่าไหร่รอดูประชาชน เมื่อถามว่าในที่ประชุมได้นำโพลมาเปิดดูกันหรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีกระแส มีแต่กระแสติดลบ แต่รอบนี้เป็นกระแสบวก ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ครั้งที่ผ่านมาได้ สส.บัญชีรายชื่อ 3 คน ครั้งนี้หวังว่าจะเกิน 15-20“พิพัฒน์” มั่นใจรักษาฐาน 31 สส.ใต้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า มั่นใจกระแสของพรรคในพื้นที่ภาคใต้ จะได้ สส.ไม่น้อยกว่า 31 คน เราจะทำงบประมาณเพื่อพัฒนาภาคใต้ ที่ผ่านมาแม้เราจะร่วมรัฐบาลมา 15-17 ปี แต่เราไม่สามารถนำเสนออะไรได้ เพราะไม่มีตัวแทนของพรรคในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับ สส.อย่าไปกังวลว่าคนจะต่อว่า เราดึงงบไปสู่จังหวัดของตัวเอง พื้นที่จังหวัดหนึ่งในภาคใต้ มีนายกฯถึง 2 ครั้งติดต่อกัน ขอให้กลับไปดูว่าวันนี้มีการพัฒนาอย่างไรบ้าง ไม่ได้โจมตีใคร เมื่อถามว่า คะแนนนิยมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เริ่มนำขึ้นมา นายพิพัฒน์ตอบว่า ไม่กังวล พื้นฐานเดิมพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้เคยได้ สส.สูงสุดถึง 54 คน จาก 55 คน จิตใต้สำนึกของคนใต้มีคำว่าประชาธิปัตย์ในใจอยู่แล้ว อยู่ที่ผู้นำของพรรคว่าจะไปฟื้นคะแนนได้อย่างไร หวังว่าประชาชนภาคใต้จะให้ความไว้วางใจพรรคภท.มากขึ้น เพราะเรามีฐานเดิม 31 ที่นั่ง และมั่นใจว่าทั้ง 31 คนจะกลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งพรรคประชาชนวาง “พิศาล” รมว.ต่างประเทศวันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เปิดตัวบุคคลที่วางไว้เป็นว่าที่ รมว.ต่างประเทศ หากได้จัดตั้งรัฐบาลว่า “The Pro fessionals ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน EP.2 การทูตที่สง่างาม คือการทูตที่มีหลักการ ยึดคุณค่ากติกาสากล นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย ทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านการต่างประเทศ ประวัติการทำงาน การศึกษา ปริญญาโทและปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ London School of Economics and Political Science สหราชอาณาจักร ประสบ การณ์ 2567-2568 กรรมการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เอกอัครราชทูตไทยประจำสหภาพยุโรป เบลเยียม อินเดีย แคนาดา และสหรัฐอเมริกา (2546-2549) หัวหน้าคณะเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ตั้งแต่ต้นจนจบผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิศาลยังเคยเป็น สว. ชุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้า คสช.แต่งตั้ง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน 13 สว. ที่เคยโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ชิงตำแหน่งนายกฯด้วย “เท้ง” ลุยระยองย้ำ “มีส้มไม่มีเทา”ที่ จ.ระยอง เวลา 13.30 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียง เริ่มต้นที่ชุมชนประแส ศาลเจ้าพ่อต้นไทร ศาลกรมหลวงชุมพร ทุ่งโปรงทอง และแม่น้ำประแส ช่วยผู้สมัครที่รอบนี้พรรค ปชน.ส่งครบทุกเขต คือ นายกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล เขต 1 นายกฤช ศิลปชัย เขต 2 นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ เขต 3 นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เขต 4 และนายวัชรพงษ์ ศิริรักษ์ เขต 5 นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หากพรรค ปชน.ได้รับความไว้วางใจให้เป็นรัฐบาลประชาชน จะเสนอนโยบายด้านเกษตรกรรม พัฒนาระบบตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ยกระดับ GAP และเกษตรอินทรีย์สู้สงครามการค้า โดยรัฐหนุนค่าตรวจรับรองให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดมูลค่าสูง และสร้างความเชื่อมั่นระดับสากล พร้อมมอบคูปอง 5 หมื่นบาท ให้เกษตรกรและ SMEs ใช้บริการโรงงานต้นแบบ ไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานเองในช่วงเริ่มต้น ย้ำจุดยืนมั่นคง มีส้ม ไม่มีเทาอดีต สส.ส้มฉะจุดยืนเปลี่ยนไปด้าน น.ส.กัลยพัชร รจิตโรจน์ หรือนิว อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์ผ่าน X เปิดเผยถึงสาเหตุลาออกจากสมาชิกพรรค ปชน. พร้อมวิจารณ์พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิมของพรรคหลายเรื่องว่า “ต้องกลืนเลือด ประนีประนอมเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ กลัวเหตุผลทางการเมือง กลัว 44 สส.โดนตัดสิทธิ์ กลัวเพื่อนคดี 112 โดนตัดสิน จึงต้องเอาทีมผู้บริหาร The professionals คนนอก คุณจะเอาเทคโนแครต ศ.ดร.อีลีท ที่เก่งมาอีกกี่ร้อยคนก็ไม่มีค่าเท่าอุดมการณ์คนหนึ่งที่ต้องออกไป กี่ร้อยด็อกเตอร์ ก็แทนลูกเกด โตโต้ แก้วตา พี่มาร์ท เท่าพิภพ ไม่ได้ พรรคคิดมากเกินไปตอนเจอกระแส คุณศุภจี คุณสีหศักดิ์ คุณเอกนิติ สรุปการเมืองที่คนธรรมดาเปลี่ยนแปลงได้ มันมีจริงไหม นิวรู้สึกว่าพรรคกำลังกลายเป็นพวกเขา จนหมดศรัทธาในพรรค คุณกำลังทำให้ประชาชนสิ้นหวังกับการเมืองใหม่ที่ไม่ใหม่จริง พรรคไม่ต้องปฏิเสธเรื่องคัดบ้านใหญ่หรือคนมีฐานะเข้ามา ตัดสินคนด้วย credit bureau”คุณยายชม “ยศชนัน” ออร่าออกที่สมาคมการประมงสมุทรสาคร อ.เมืองสมุทร สาคร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นำทีมผู้บริหารพรรคและผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร ลงพื้นที่รับฟังปัญหาข้อกฎหมายและข้อเสนอเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจประมงไทย พร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร นายยศชนันกล่าวว่า จ.สมุทรสาครไม่ได้มีแค่ปัญหาประมง แต่มีเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การจราจร ค่าครองชีพ ค่าแรง พรรคเพื่อไทยมีนโยบายสอดรับเรื่องเหล่านี้ วันนี้อยากมาเน้นเรื่องประมงที่มีประเด็นต้องแก้ทั้งระบบ ดูการบริหารจัดการน้ำ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องใช้เวลาแก้ปัญหา จากนั้นนายยศชนันเดินตลาดสดมหาชัย พบปะประชาชนและแม่ค้าในตลาด มีคุณยายที่ขายของในตลาดมอบพวงมาลัยดอกดาวเรืองให้นายยศชนัน และตะโกนว่า “ยศชนะ” พร้อมบอกว่า “มาทีออร่าออก ขอให้บุญรักษา”มั่นใจปักธงที่เมืองสมุทรสาครจากนั้นนายศชนันให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีชาวบ้าน เรียกชื่อ “ยศชนะ” ว่า เป็นนิมิตหมายที่ดี จะเรียกอะไรก็แล้วแต่ขอฝากเบอร์ 9 ไว้ เมื่อถามว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะเป็นเจ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองหรือไม่ เพื่อสานต่อนโยบายพรรคเพื่อไทย นายยศชนันตอบว่า หากพรรคเพื่อไทยได้รับโอกาสจัดตั้งรัฐบาล จำเป็นต้องดูแลเรื่องนี้โดยตรง ส่วนจะคุมกระทรวงใดยังเร็วไป แต่ตอบได้ว่าหากได้เป็นนายกฯ จะไม่ทิ้งกระทรวงเกษตรฯแน่นอน เมื่อถามว่าหลายพรรคเริ่มเปิดตัวทีมรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยจะเปิดตัวบ้างหรือไม่ นายยศชนันตอบว่า พรรคเพื่อไทยมีผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านหลายคน มีการเปิดตัวอาจารย์มหาวิทยาลัย ทำให้มั่นใจว่าการเป็นนักวิชาการ อย่างน้อยเรามีคนสนับสนุนเรื่องนี้ เมื่อถามว่าจะปักธง จ.สมุทรสาครได้หรือไม่ นายยศชนันตอบว่า แน่นอน มีความมั่นใจ“อภิสิทธิ์” ฟุ้งเข้าไปตั้งรัฐบาลที่ดีช่วงเช้าที่ตลาดกลางดินแดง ถนนประชา สงเคราะห์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ปชป. ดูแลพื้นที่ กทม. ลงพื้นที่เขต 6 เขตพญาไท-ดินแดง ช่วย น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 6 หาเสียง นายอภิสิทธิ์นำคณะขึ้นรถแห่ตระเวนขอคะแนนจากประชาชน ในแฟลตการเคหะฯชุมชนดินแดง ลงเดินเท้าไปตลาดศรีดินแดง ได้รับการต้อนรับจากพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนตลอดทาง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เคยเป็น สส.ที่นี่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ยังผูกพันกับหลายคนที่นี่ ลงพื้นที่มาชาวบ้านให้การสนับสนุนและรู้จักผู้สมัครเราแล้ว เราต้องบอกประชาชนว่าการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทำให้เขามั่นใจว่าจะมีรัฐบาลที่ดีได้ ถ้าเลือกเราเข้าไปมากพอ เมื่อถามว่ามีการล็อกสเปกนายกฯกันแล้ว มีอักษรย่อ อ. นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ตัว อ. น่าจะไม่มีปัญหา เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าตัว อ.หมายถึงคนที่มีชื่อเล่น น. นายอภิสิทธิ์ตอบว่า “ไม่มีมั้ง” พร้อมหัวเราะและกล่าวว่า เห็นเมื่อวานเขาพูด “อภิทิน” ไม่ใช่หรือ น่าจะดีกว่า “อนุสิทธิ์” นะโอกาสใหม่ปราศรัยใหญ่ กทม.9 ม.ค.นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคน ดิเดตนายกฯ พรรคโอกาสใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินสายหาเสียงช่วยลูกพรรคว่า ตั้งเป้าได้ สส. 10-15 คน พยายามทำให้ได้ถึง 25 คน เพื่อเข้าไปผลักดันนโยบายรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า เรียนจบไม่ตกงาน รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจ ตั้งแต่ปากท้อง แก้หนี้สิน ชู “แช่แข็งหนี้” บรรเทาภาระประชาชน และฟื้นฟูภาคการผลิต เพิ่มรายได้ให้ประชาชน พร้อมกับปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เน้นบริการนำการเมือง เพื่อแก้ปัญหาประเทศมากกว่าเล่นการเมืองแบบเดิมๆ ไม่เน้นวาทะ แต่เน้นวาระทำงานเลย ถึงวันนี้เชื่อมั่นว่าเรามีโอกาส โดยเฉพาะดูผลสำรวจโพลประมาณ 40% ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร ดังนั้นต้องเดินเคาะประตูบ้าน เปิดปราศรัย เป็นตัวเลือกให้ประชาชน หลังเลือกตั้งจับมือได้กับทุกพรรค ยกเว้นไม่ร่วมงานกับพรรคที่ไม่เอาสถาบันด้าน น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ กล่าวว่า วันที่ 9 ม.ค.นี้ จะเปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรกภายใต้หัวข้อ “เปิดโอกาสใหม่กรุงเทพฯ” ที่ลานคนเมือง ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เพื่อให้คน กทม.เห็นจุดแข็งของพรรคโอกาสใหม่“แสวง” ชี้เอกสาร ปชน.ครบสมบูรณ์ช่วงบ่ายที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ ร้องเรียนนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 พรรคประชาชน ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาชนอาจยังไม่สมบูรณ์ว่า ถ้าพรรคประชาชน ทำถูกกฎหมายก็สมบูรณ์ทุกเรื่อง เพียงแต่เจตนาข้างในเราไม่ทราบ แต่ถ้าดูตัวเอกสารสมบูรณ์หมด การลาออกสามารถทำได้โดยการยื่นต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง หรือยื่นลาออกที่พรรคการเมืองแต่ส่วนมากเขาจะมาลาออกที่สำนักงาน กกต. หากต้องการให้มีผลทันทีเมื่อยื่น แต่หากยื่นที่พรรค บางพรรคจะเอาใบยื่นลาออกไปเก็บไว้ ตรงนี้เราไม่รับทราบ ใบลาออกคงอยู่ที่พรรค คิดว่าพรรคคงทำให้ถูกต้องอยู่แล้วยัน “บุญฤทธิ์” ลงนามกำกับไว้ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.กทม. กล่าวเสริมว่า เจ้าหน้าที่ กกต.กทม.กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนของนายเรืองไกร ว่ากระบวนการลาออกจากสมาชิกพรรคประชาชนของนายบุญฤทธิ์ถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ เบื้องต้นเท่าที่ทราบในเอกสารแจ้งเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส.เขต 33 กทม.ของพรรคประชาชน มีลายมือชื่อนายบุญฤทธิ์ลงนามกำกับไว้ อย่างไรก็ตามเมื่อ กกต.ประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 7 ม.ค.นี้ หากยังมีบุคคลใดไม่เห็นด้วยกับรายชื่อผู้สมัครตามประกาศ สามารถยื่นคำร้องคัดค้านต่อ กกต. ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ประกาศรายชื่อผู้สมัครได้8 หน่วยงานร่วมตรวจสอบนโยบายนายแสวงยังกล่าวถึงการตรวจสอบนโยบายพรรคการเมือง หลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบาย ของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ซึ่งเป็นนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินว่า 8 หน่วยงานได้ส่งตัวแทนมาครบแล้ว จะประชุมในวันที่ 13 ม.ค. เป็นผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน มีความเชี่ยวชาญในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม เงินงบประมาณ และนโยบายสาธารณะ มีพรรค การเมืองทยอยส่งนโยบายมาที่ กกต.แล้ว แต่ยัง ไม่ครบ เจ้าหน้าที่ได้ทยอยตรวจแล้ว โดยคณะกรรมการจะตรวจสอบว่านโยบายที่แต่ละพรรคส่งมา มีรายละเอียด เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ บอกว่าวิธีการได้เงินมา มีความเสี่ยง มีความคุ้มค่ามันถูกต้องหรือไม่ ซึ่ง กกต.จะเปิดเผยทั้งนโยบายที่พรรคการเมืองส่งมาและข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ อย่างน้อยเป็นข้อมูลให้ประชาชนก่อนหย่อนบัตร ส่วนเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังยืนยันว่าเรามีการ บริหารจัดการ จะเป็นอะไรก็จะต้องเลือกวันที่ 8 ก.พ.สรุปมีผู้ขอใช้สิทธิล่วงหน้า 2.4 ล.นอกจากนี้ สำนักงาน กกต.ยังสรุปยอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง 17 วัน ระหว่างวันที่ 20 ธ.ค.2568-5 ม.ค.2569 รวม 2,410,425 คน มีผู้ขอลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง 8,247 คน มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ เลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง 2,262,643 คน ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 139,535 คน ขณะที่จำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิที่ออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติและนอกราชอาณาจักรรวม 3 วัน ที่เปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค. มีประชาชนลงทะเบียน รวม 1,598,056 คน เป็นผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง 1,502,390 คน และมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร 95,666 คน“บก.ลายจุด-ไอลอว์” บุกถาม กกต.อีกเรื่อง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ต เพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เดินทางมาพบนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เพื่อสอบถามความชัดเจนเรื่องค่าใช้จ่ายในการรณรงค์หาเสียง และค่าใช้จ่ายในการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญของพรรคการเมือง ตลอดจนความชัดเจนเรื่องที่พรรคการเมือง นักการเมืองสามารถรณรงค์เกี่ยวกับการเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ทั้งนี้ระหว่างที่นายแสวงกำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายสมบัติ และนายยิ่งชีพได้มายืนรับฟังด้วย เมื่อผู้สื่อข่าวถามนายแสวงถึงกรณีที่นายสมบัติและนายยิ่งชีพ มาเรียกร้อง ให้มีการปฏิรูป กกต. นายสมบัติได้ปรากฏตัวและร่วมซักถามนายแสวง ตกลงแล้วทำได้หรือไม่ ซึ่งนายแสวงชี้แจงว่า แถลงไปแล้วว่าทำได้ เพราะมาตรา 11 กฎหมายประชามติ ให้ กกต.กำหนดเพื่อความเรียบร้อย เมื่อ กกต.มาพิจารณาดูก็เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ กกต.จึงไม่ได้ออกกฎเกณฑ์อะไร เพียงแต่พรรคการเมืองอาจมีภาระมากกว่าประชาชน เพราะพรรคการเมืองเวลาทำอะไรต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย พรรคการเมือง กฎหมายประชามติ กฎหมาย สส.จวกทำคนสับสนประชามติแก้ รธน.ขณะที่นายสมบัติกล่าวโต้แย้งว่า เรื่องนี้สังคมรู้สึกสับสนกับคำพูดของนายแสวง และทำให้พรรค การเมืองไม่กล้ารณรงค์ ขอให้เลขาธิการ กกต.กล่าวขอโทษ หรือทำให้เกิดความมั่นใจว่าพรรคการเมืองหรือนักการเมือง สามารถแสดงจุดยืนว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับการจัดแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งนายแสวงยังคงยืนยันว่า ทำได้ แต่นายสมบัติพยายามให้นายแสวงเขียนข้อความยืนยัน แต่นายแสวงยืนยันว่า “ไม่เขียน เพราะพูดกับสื่อแล้ว”“ชลน่าน” ข้องใจ กกต.ทำนิ่งไขสือนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้สมัคร สส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการรณรงค์จัดทำประชามติควบคู่กับการเลือกตั้ง สส. เหมือนไม่มีการดำเนินการอะไร ประชาชนน้อยมากที่ทราบว่า กกต.จัดให้ลงประชามติ วันที่ 8 ก.พ.นี้ ชัดเจนว่าองคาพยพรัฐบาลไม่พยายามพูดถึงการออกเสียงประชามติ ทุกพรรคพูดถึงน้อยมาก ยกเว้นพรรคเพื่อไทยที่จัดให้มีคณะกรรมการรณรงค์ประชาชนไปออกเสียงประชามติ น่าประหลาดใจว่ารัฐบาลโดยเฉพาะ กกต.ที่มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ แต่มีผลงานน้อยมาก ทั้งที่เป็นหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ เพราะมีประชาชนมากกว่า 1 ล้านคน ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ เลือกตั้งล่วงหน้า ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตเลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ.2569 หรือไม่ หากไม่ได้ลงทะเบียนคนเหล่านี้จะเสียสิทธิออกเสียง อาจมีผลต่อเสียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ แต่ไม่ว่าผลออกมาอย่างไรต้องทำตามผลประชามติของประชาชน หากเสียงประชามติไม่เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ชัดเจนว่าการแก้รัฐธรรมนูญปี 60 คงทำไม่ได้แน่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่