เปิดสัปดาห์มา ตลาดหุ้นดาวโจนส์พุ่งเกือบ 600 จุด สะท้อนอารมณ์นักลงทุนและอเมริกันชนไม่ได้หวั่นไหว ในมุมตรงกันข้ามกลับเห็นดีเห็นงามกับการที่ “คาวบอย” โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งทีม “เดลตาฟอร์ซ” บุกถล่มก่อนรวบตัว “นิโกลัส มาดูโร” ผู้นำเวเนซุเอลา ถึงกลางเมืองหลวงกรุงการากัสฮุบโคตรขุมทรัพย์แท่นขุดเจาะน้ำมัน กินรวบธุรกิจปิโตรเลียมมหาศาลปฏิบัติการล่าอาณานิคม สถาปนา “จักรวรรดินิยมยุคดิจิทัล” แบบไม่แคร์สายตานานาชาติ โดยสถานการณ์ที่ “องค์กรโลกบาล” อย่างยูเอ็นทำได้แค่มองตาปริบๆออกแถลงการณ์เตือนกันพอเป็นพิธี นั่นก็ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มนาโตที่เป็น “ลูกไล่” ของพี่เบิ้ม ต่างสงบปากสงบคำไม่มีเสียงสักแอะไม่มีใครกล้าปกป้อง “ลูกแกะ” ที่กำลังถูก “ราชสีห์” ขย้ำตามความชอบธรรมสไตล์ “บิ๊กบราเธอร์” ของโลกเสรีประชาธิปไตย ตรงกับคำจำกัดความแบบที่ “ดร.กอบ” กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ ผู้บริหารแบงก์กรุงเทพฉายภาพ “โลกใหม่” ภายใต้ “ระบบกำปั้น”“มหาอำนาจ” โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา รวมถึงพญามังกรจีน รัสเซีย กำลังใช้อิทธิพลทางด้านการทหารและเศรษฐกิจการค้าลุยจัดระเบียบโลกใหม่ ทั้งมิติด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ“อำนาจ” คือความถูกต้อง “กำปั้นคือกฎ” ที่ประเทศไทยต้องเรียนรู้ให้ดีที่แน่ๆโดยตัวอย่างสดๆร้อนๆคือเวเนซุเอลา ที่ผู้นำถูกกองทัพสหรัฐฯลุยเด็ดหัวเด็ดปีกถึงรังใหญ่กลางเมืองหลวง ตามรอยก่อนหน้า ไล่ตั้งแต่ “ซัดดัม ฮุสเซน” แห่งอิรัก “มูอัมมาร์ กัดดาฟี” จอมอหังการแห่งลิเบียและคิวต่อไปเตรียมตัวให้ดี “ผู้นำโคลอมเบีย” ที่ “คาวบอยทรัมป์” กาหัวโดย “ตั๋ว” ที่ “พี่เบิ้ม” สหรัฐอเมริกา ถือวิสาสะใช้ผ่านแดนเข้ายึดประเทศเป้าหมายโดยไม่ต้องขอวีซ่า ก็คือ หมุดหมายทำลายฐานปฏิบัติการก่อการร้าย ข้อหา “ผู้นำเผด็จการ” พฤติการณ์ฝักใฝ่จีน รัสเซีย ปล่อยบ้านเมืองเป็น “รัฐล้มเหลว” ในการปล่อยขบวนการยาเสพติด แหล่งกบดานอาชญากรโลก ฯลฯเกมล่าจักรวรรดินิยมกำลังร้อนแรง อย่าย่ามใจว่าไกลตัวในเมื่ออาเซียนก็ถูกปักหมุดหมายไว้แล้ว แนวโน้มแบบที่ “คาวบอยทรัมป์” โผล่มาแบบตัวเป็นๆ อาสาเป็นตัวจุ้นในเวที “หย่าศึก” ตะลุมบอนชายแดนไทย–กัมพูชา“ตีตั๋วเสือก” ไว้พร้อมสรรพ บินไปบินมาได้แบบปุบปับนั่นหมายถึงดาวเทียมส่องเห็นแหล่งพลังงานมหาศาลใต้ทะเลอ่าวไทย แถมเชื้อ “โรคแทรกซ้อน” เต็มไปหมด โดยเฉพาะการปรากฏตัวของ “แก๊งโจรสแกมเมอร์” เบอร์ใหญ่ของโลกที่สภาคองเกรส สหรัฐฯ กำลังคลอดกฎหมาย “แบล็กลิสต์” ขึ้นบัญชีดำ ลุยล้างบางใหญ่ยั้วเยี้ย นัวเนียนักการเมือง บิ๊กทหารไทย หน้าสลอนในกรุงเทพฯ“เบน สมิท-ยิม เลียก-เฉิน จื้อ-ก๊ก อาน-ลี ยงพัด ฯลฯ” โจรสแกมเมอร์แฝงรายล้อมรอบตัว “จิ้งจอก” ฮุน เซน ขยายอาณาเขต “แผ่นดินบาปเงินเทา” ข้ามโซนมาฝั่งไทย จุดชนวนสงครามชายแดนเขมร ที่แยกไม่ออกระหว่างการรบชิงดินแดนกับการบิดเบือนเชื้อชั่วขุมทรัพย์โจรสลัดไซเบอร์ประเทศไทยกลายเป็นเบอร์ต้นๆที่ถูกล็อกเป้าอาณาจักรสีเทาในสภาพแนวรบชายแดนเขมรไม่มีทีท่าจะสงบตามข้อตกลงจอมปลอม เสียงปืนแตกเป็นระยะ จากการยั่วยุของ “จิ้งจอกฮุน เซน” ที่มีนักรบรับจ้าง “เขมรหัวทอง” รับค่าจ้างเป็นดอลลาร์จากขุมทรัพย์สแกมเมอร์อินโดจีนกำลังรั่วทุกหัวระแหง “คาวบอยทรัมป์” มีจังหวะให้แทรกซึมได้เนียนๆศึกภูมิรัฐศาสตร์การเมืองโลกที่ป้วนเปี้ยนๆมานัวเนียๆการเมืองในไทย ตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่โยงเป็นเดิมพันผูกกับการเลือกตั้งใหญ่ ที่ทีมคนรุ่นใหม่กองทัพส้มแสดงความเป็นผู้มาก่อนกาลเสมอพรรคประชาชนชูธงยุทธศาสตร์ “มีส้ม ไม่มีเทา”แคมเปญที่เข้าเป้าจังๆ แบบที่ “ชาตินิยมรักทหาร” หรือปมเก่ามาตรา 112 “เอาเด็กไม่อยู่”สดๆร้อนๆ “กุมารเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศดังๆบนเวทีปราศรัยที่จังหวัดอุดรธานี เมืองหลวงคนเสื้อแดงกดดัน “พรรคอีแอบ” กล้าๆประกาศจุดยืนไม่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคสีเทาไม่ได้เอ่ยตรงๆยี่ห้อไหน แต่มันทำให้คนของพรรคเพื่อไทยต้องดาหน้าเคลียร์กันปากสั่น อ้างตัดสินใครเทาไม่ได้ โยนให้ประชาชนตัดสินพรรคเทาผ่านการเลือกตั้ง รู้ผลก่อนค่อยจับมือตั้งรัฐบาลกับใครได้ทั้งนั้นลีลากั๊กรอเสียบได้ทุกขั้ว ไม่เลือกเทาดำ หนีไม่พ้นถูกดักทางจากคนรู้ทัน“คราบเทา” คือปัจจัยชี้วัด คนไทยต้องตัดสินใจเด็ดขาด.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม