กรมศิลปากรและ วธ.รับมอบประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย 4 ชิ้น อายุเก่าแก่ 1,200 ปี จากสหรัฐอเมริกา กลับคืนถึงแผ่นดินไทยแล้ว เตรียมจัดแสดงให้ประชาชนได้ชมที่ห้องลพบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พร้อมเดินหน้าตามทวงต่ออีก 29 รายการ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ปราสาทปลายบัด อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ สุดปลื้ม ได้วัตถุโบราณทั้ง 4 ชิ้นกลับคืนมา หลังถูกลักลอบนำออกจากไทยไปนานกว่า 60 ปี โดยฝรั่งนายหน้าค้าโบราณวัตถุ แนะไม่ควรเอามาเก็บไว้ที่เดิม หวั่นหายอีก แต่ควรบูรณะปราสาทโบราณให้กลับมางดงามตามเดิมที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อวันที่ 6 ม.ค. กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แถลงข่าวการรับมอบโบราณวัตถุ “ประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย” กลับคืนจากสหรัฐอเมริกาน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า การได้รับมอบโบราณวัตถุประโคนชัยกลับคืนมาในครั้งนี้ มีความสำคัญยิ่งต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ประเมินค่ามิได้ โบราณวัตถุเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญที่บอกเล่าถึงความรุ่งเรืองของชุมชนโบราณในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ช่วยยืนยันถึงการมีอยู่ของเมือง “ศรีจนาศะ” เมืองโบราณที่มีศูนย์กลางอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำมูลและที่ราบสูงโคราช ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาในพุทธศาสนา และเป็นหลักฐานของภูมิปัญญาด้านโลหะกรรมขั้นสูงของผู้คนบนผืนแผ่นดินไทย“ต้องขอขอบคุณพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียซานฟราน ซิสโก ที่ให้ความร่วมมือในการส่งคืนมรดกสำคัญแก่ประเทศไทย และหวังว่าความสำเร็จนี้จะเป็นนิมิตหมายอันดีในการติดตามโบราณวัตถุรายการอื่นๆ กลับคืนสู่ประเทศ ไทยในอนาคต ทั้งนี้กรมศิลปากรจะจัดแสดงโบราณวัตถุทั้ง 4 รายการ ที่ห้องลพบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.เป็นต้นไป และจะมีการติดตามโบราณวัตถุกลับคืนสู่ประเทศไทยอีก 29 รายการ แบ่งเป็นจากสหรัฐอเมริกา 25 รายการ และยุโรป 4 รายการ” น.ส.ซาบีดากล่าวด้านนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ไทยได้รับคืนโกลเด้นบอยจากสหรัฐฯ และในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาได้ส่งคืนประติมากรรมกลุ่มประโคนชัย ทั้ง 4 ชิ้น ซึ่งมีอายุเก่ากว่า 1,200 ปี กลับคืนสู่ประเทศ ไทย จะเป็นประโยชน์กับคนไทยในการศึกษารากเหง้า และความเจริญของดินแดนไทยในอดีต และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครด้วยขณะที่ นางเอลิซาเบธ เจ คอนนิก อัครราชทูตที่ปรึกษา ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า ถือเป็นหมุดหมายในการสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ มีความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนในการอำนวยความสะดวกในการส่งคืนโบราณวัตถุที่สำคัญยิ่งทั้ง 4 ชิ้นกลับคืนสู่ราชอาณาจักรไทย ขอชื่นชมรัฐบาลไทยในฐานะเจ้าภาพ สำหรับความมุ่งมั่นอันยอดเยี่ยมในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของไทยและมีความร่วมมืออันยืนยาวกับสหรัฐฯ ในการรักษามรดกนี้ไว้ให้กับคนรุ่นหลัง รวมถึงแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ในการปกป้องโบราณวัตถุ ทั้งเป็นข้อพิสูจน์ทางความสำเร็จของการสืบสวนที่ซับซ้อนและยาวนานหลายปี ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ การสำเร็จในการส่งคืนจะเสริมสร้างการไว้วางใจและสร้างความร่วมมือ และยังจะส่งสารที่ชัดเจนว่า การลักลอบค้าโบราณวัตถุ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัยดังกล่าว ประกอบด้วย ประติมากรรมสำริดรูปพระโพธิสัตว์ 3 รายการ และพระพุทธรูป 1 รายการ อายุประมาณ 1,200-1,300 ปี หายไปจากปราสาทเขาปลายบัด อ.ประโคนชัย (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ) จ.บุรีรัมย์ ถูกลักลอบนำออกจากไทยอย่างผิดกฎหมายมานานกว่า 60 ปี โดยนายหน้าค้าโบราณวัตถุ “ดักลาส แลตช์ฟอร์ด” จากนั้นทั้ง 4 ชิ้น ตกอยู่ในความครอบครองของ เอกชนและพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในต่างประเทศ กระทั่งมาจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐฯทั้งนี้ การส่งคืนวัตถุโบราณทั้ง 4 ชิ้นดังกล่าว สร้างความดีใจอย่างมากให้กับชาวบ้านใน ต.ยายแย้มวัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ สถานที่ตั้งของปราสาทเขาปลายบัด โดยนายบัวพัน ดอกบัว อายุ 72 ปี ชาวบ้าน ต.ยายแย้มวัฒนา เล่าว่า ตอนเด็ก ปราสาทเขาปลายบัดงดงามมาก เคยมาวิ่งเล่นเป็นประจำ แต่หลังจากนั้นมาเกิดทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว เพราะคนเข้าไปขุดหาสมบัติเป็นจำนวนมาก มีการรื้อก้อนหินจากตัวปราสาทออกมา แล้วขุดหาสิ่งของมีค่าจนทำ ให้ปราสาทพังลงมา ส่วนตัวอยากให้มีการบูรณะปราสาท ให้กลับคืนมาเหมือนเดิม ส่วนวัตถุโบราณไม่ควรเอามาเก็บไว้ที่เดิม เพราะอาจมีคนเข้ามาขโมยอีก เช่นเดียวกับพระโชคทวี อนาวิโล อายุ 55 ปี พระสำนักสงฆ์วัดป่าเขาปลายบัด บอกว่า ส่วนตัวอยากให้เอาไปเก็บไว้ที่ปราสาทพนมรุ้ง เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ส่วนการบูรณะ ควรทำ ตอนนี้มีแค่เจ้าหน้าที่มาตัดหญ้าเดือนละครั้งเท่านั้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่