ปลากะพงนับเป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกชนิด ทำเงินให้กับเกษตรกรไปไม่น้อย แม้จะเป็นปลาทะเล แต่สามารถเลี้ยงได้ทั้งในน้ำกร่อยและปรับตัวได้ดีในน้ำจืด ทำให้มีการเลี้ยงให้เห็นในทุกภาคข้อมูลของกลุ่มวิจัยและวิเคราะห์สถิติประมง ระบุปี 2559 มีผลผลิตปลากะพง 17,062 ตัน มีฟาร์มที่จดทะเบียนกับกรมประมง 7,593 ฟาร์ม พื้นที่เลี้ยงรวม 8,335 ไร่ สร้างมูลค่าถึง 2,112 ล้านบาทอย่างที่ทราบ ปลากะพงค่อนข้างเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ แต่เราบริโภคในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ปีที่แล้วเราส่งออกไปแค่ 500 กว่าตัน มูลค่า 50 กว่าล้านบาทสำหรับปีนี้ ข้อมูลจากหน่วยงานเดียวกันประมาณการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทั้งในแง่ผลผลิต มูลค่า และพื้นที่เลี้ยง ฉะนั้น ตลาดน่าจะเปิดกว้าง มีอนาคต โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่ยังมีน้อยอยู่สอดคล้องกับ กิติพัฒน์ ชลวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลักซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตอาหารปลากะพงไม่กี่รายในประเทศ บอกถึงแนวโน้มตลาดที่ยังคงเปิดกว้างโดยเฉพาะปลากะพงไซส์ใหญ่ ขนาดตัวละ 4–5 กก. ป้อนตลาดปลาแล่เนื้อ เป็นตลาดที่กำลังเติบโตสำหรับศักยภาพในการผลิตปลากะพงของไทย ถือว่าเราเป็นผู้นำในด้านการเพาะเลี้ยง เนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่าเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะมาเลเซียคู่แข่งสำคัญนั่นเพราะเรามีพัฒนาการเพาะเลี้ยงมาอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ทุกด้าน ทั้งการเพาะพันธุ์ เทคโนโลยีการเลี้ยงในกระชังและบ่อดิน สุขอนามัย การจับ ตลอดจนการตลาดและที่เราค่อนข้างเหนือกว่าประเทศผู้เลี้ยงอื่น...อาหารปลากะพงคู่แข่งอื่นยังคงใช้วิธีเก่าที่เราเคยใช้มาในอดีต ยังคงใช้ปลาเหยื่อเป็นอาหารปลากะพง ทำให้สิ้นเปลืองทั้งเงินและเวลา ควบคุมต้นทุนไม่ได้...ส่วนไทยใช้อาหารเม็ดโปรตีนสูง ที่ต้นทุนประหยัดมากกว่าด้วยศักยภาพความพร้อมในทุกด้าน ตลาดส่งออกจึงยังคงเปิดกว้างเสมอ แต่ก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ในการพัฒนาการเลี้ยงเพื่อการส่งออกควบคู่ไปด้วย.สะ–เล–เต