หลายฝ่ายอาจจะมองพรรคการ เมืองด้วยสายตาเป็นลบ แต่ผลการสำรวจความเห็นคนไทยของสวนดุสิตโพล พบว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังมีความหวังลึกๆในพรรค อยากให้เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ไม่สร้าง ความแตกแยก อยากให้เคารพกติกาประชาธิปไตย อยากให้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ยึดหลักธรรมาภิบาล และบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ กรธ.ส่งให้ สนช.พิจารณาในขณะนี้ มีเสียงวิจารณ์ว่ามองพรรคการเมืองด้วยสายตาเป็นลบ เน้นการลงโทษรุนแรง มากกว่าส่งเสริมให้เข้มแข็ง เช่น บังคับสมาชิกจ่ายค่าบำรุงพรรค ต้องจัดให้มีทุนประเดิมพรรค 1 ล้านบาทขึ้นไป ให้ได้สมาชิกที่จ่ายค่าบำรุง 1 หมื่นคน ภายใน 4 ปี ถ้าไม่จ่ายจะขาดสมาชิกภาพมีเสียงวิจารณ์ว่าเอาเงินเป็นใหญ่ เป็นเครื่องชี้วัดความแก่กล้าของอุดมการณ์การเมือง กรธ.ผู้ร่างกฎหมายมองว่า การให้สมาชิกจ่ายค่าบำรุงพรรค เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของพรรค แต่ฝ่ายนักการเมืองห่วงว่าจะทำให้สมาชิกของบางพรรคที่เคยมีนับล้านๆ อาจลดลงมากหากต้องจ่ายเงิน เพราะขัดต่อวัฒนธรรมการเมืองไทยที่สมาชิกพรรคไม่ต้องจ่ายในประเทศประชาธิปไตยตะวันตกที่พัฒนาแล้วทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมการเมือง เป็นสมาชิกเป็นไปด้วยความสมัครใจ สมาชิกส่วนใหญ่มีเงินพอที่จะจ่ายเงินสนับสนุนพรรค หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค ส่วนแหล่งรายได้ของพรรค การเมืองไทยส่วนใหญ่มาจาก “การบริจาค” ที่ขาดความโปร่งใส ไม่จำกัดจำนวนเงิน ไม่มีกฎหมายควบคุมปัญหาการเงินของพรรคในประเทศตะวันตก อาจจะได้แก่ค่าใช้จ่ายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญๆ เช่น ประธานาธิบดี หรือ ส.ว. ที่มีค่าใช้จ่ายมหาศาล จึงต้องพึ่งเงินบริจาคจากผู้สนับสนุน แต่ต้องโปร่งใส ส่วนปัญหาของพรรคการเมืองไทยคือต้องระดมทุนให้ได้มากที่สุด เพื่อสนับสนุนสมาชิกพรรคในการเลือกตั้ง แต่ส่วนใหญ่อาจเป็นเงินซื้อเสียงปัญหาการเมืองของไทยที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองโดยตรง ส่วนใหญ่เป็นพรรคนายทุน พรรคที่สืบทอดอำนาจด้วยระบบวงศาคณาญาติ ระบบพรรคพวก หรือพรรคของตระกูล เหตุผลหนึ่งที่ กรธ.บังคับให้สมาชิกพรรคจ่ายค่าบำรุงพรรค อาจต้องการให้พรรคหลุดจากการเป็นพรรคนายทุน หรือพรรคมหาเศรษฐี มาเป็นพรรคมวลมหาประชาชนบทบัญญัติใหม่ที่ห้ามพรรคมิให้ยินยอมให้ “คนนอก” ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค กระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำหรือชี้นำกิจกรรมของพรรค ในลักษณะที่ทำให้พรรคหรือสมาชิกขาดความอิสระ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ก็อาจเป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันไม่ให้นายทุนเข้ายึดพรรค แต่น่าสงสัยว่าจะสำเร็จหรือไม่ เพราะมีช่องโหว่ให้เลี่ยงกฎหมายอีกมาก.