โศกนาฏกรรมสยองเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ถล่มทับรถไฟด่วนพิเศษสายกรุงเทพฯ-อุบลฯ ผู้โดยสารกระเด็นออกจากตัวรถระเนนระนาด ตู้โดยสารไฟลุกคลอกดับอนาถรวม 32 ศพ บาดเจ็บ 67 คน เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเร่งกู้ซากรถไฟและเครนออกจากราง รฟท.สั่งปิดการเดินรถสายอีสาน 14 ขบวน “พิพัฒน์” สั่ง รฟท.-กรมรางหาสาเหตุ กรมรางสั่งระงับการก่อสร้าง “อนุทิน” ลั่นต้องมีผู้รับผิดชอบ ขณะที่ “อิตาเลียนไทย” ออกแถลงการณ์ขอรับผิดชอบ ส่วนทางการจีนแสดงความเสียใจอุบัติเหตุสยองเครนขนาดใหญ่ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงพังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟโดยสารสายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี แรงกระแทกเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ไฟลุกท่วมตู้ผู้โดยสาร เสียงหวีดร้องขอความช่วยเหลือดังระงม เกิดเป็นโศกนาฏกรรมมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายรายเครนถล่มทับรถไฟสายด่วนพิเศษโดยเมื่อเวลา 09.13 น.วันที่ 14 ม.ค. พ.ต.ท.สมเกียรติ นาเจริญ สว.(สอบสวน) สภ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟรางคู่เกิดถล่มลงมาทับรถไฟด่วนพิเศษขบวนที่ 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ที่บริเวณโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่บ้านถนนคด หมู่ 11 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เกิดไฟลุกไหม้ที่ตู้โดยสารปรับอากาศ ไปตรวจสอบ พร้อมด้วยนายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธัชพล ชิณวงศ์ ผกก.สภ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา แพทย์โรงพยาบาลสีคิ้ว อาสาหน่วยกู้ภัย ฮุก 31 นครราชสีมา หน่วยกู้ภัยพรหมธรรมสีคิ้ว หน่วยกู้ภัยสว่างวิชาปากช่อง กู้ภัยสูงเนิน และรถดับเพลิงเกิดระเบิดไฟลุกคลอกผู้โดยสารที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันดำลอยฟุ้งสูงมองเห็นได้ในระยะไกล เสียงระเบิดดังขึ้นมาเป็นระยะ ขบวนรถไฟไถลออกจากรางพังเสียหาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบรถไฟด่วนพิเศษมีตู้โดยสารปรับอากาศ 3 ตู้ ตู้แรกเป็นส่วนหัวพลิกตะแคงข้างไถลไปไกลกว่า 50 เมตร ตู้ที่ 2 ถูกเครนทับหลังคาเกิดไฟลุกไหม้ และตู้ที่ 3 พลิกตะแคงข้าง บริเวณข้างรางรถไฟมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตกระเด็นออกมานอกตัวรถไฟ อาสากู้ภัยรีบเข้าช่วยผู้บาดเจ็บออกมาจากจุดเกิดเหตุนำส่ง รพ.สีคิ้ว ขณะเดียวกันไฟโหมลุกไหม้ตู้โดยสารที่ 2 นักดับเพลิงระดมฉีดน้ำกว่า1 ชม.เพลิงจึงสงบ จากนั้นเจ้าหน้าที่เร่งใช้อุปกรณ์ตัดถ่างช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในซากอย่างเร่งด่วน จากข้อมูลพบว่า ขบวนดังกล่าวออกจากสถานีหนองน้ำขุ่น อ.สีคิ้ว เวลา 09.00 น. เหตุเกิดช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่นกับสถานีสีคิ้ว ทั้งนี้ พบว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและคนทำงานที่โดยสารมาตั้งแต่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อไปเรียนและทำงานในต่างอำเภอ ไฟคลอกผู้โดยสาร 22 ศพเจ้าหน้าที่กู้ภัยระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่ยังคงติดอยู่ในซากรถไฟขบวนดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ล่าสุดเข้าช่วยเหลือเด็กนักเรียนหลายคนได้รับบาดเจ็บนำส่ง รพ.สีคิ้ว ส่วนอาสาสมัครหน่วยกู้ชีพพรหมธรรมสีคิ้วและ ฮุก 31 โคราช แจ้งมีผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์นี้ทั้งสิ้น 92 ราย แบ่งเป็นผู้บาดเจ็บสาหัส 7 ราย บาดเจ็บปานกลาง 19 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 38 ราย นำส่งไปรักษาที่ รพ.สีคิ้ว มีจำนวน 20 ราย อาการสาหัส อยู่ระหว่างเตรียมเคลื่อนย้ายนำส่งต่อ รพ.มหาราช นครราชสีมา อาสากู้ภัยเข้าตรวจสอบผู้เสียชีวิตในโบกี้ที่ 2 จำนวน 22 ศพ ร่างถูกไฟคลอก และยังมีศพจำนวนหนึ่งถูกอัดก๊อบปี้เสียชีวิตอยู่คาตู้โดยสารเผยนาทีระทึกเครนถล่มนายธีระศักดิ์ วงศ์สูงเนิน พนักงานขบวนรถ เปิดเผยว่า รถไฟขบวนนี้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 06.10 น. มุ่งหน้าไปที่ จ.อุบลราชธานี ขบวนมีตู้โดยสาร 3 ตู้ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเวลา 09.10 น. รถวิ่งมาด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครนตกลงมาขณะรถวิ่งผ่าน ทำให้ตนและผู้โดยสารในรถไฟลอยจากพื้นกระแทกได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตู้ที่ 1 พลิกตะแคงข้าง ส่วนตู้ที่ 2 เครนทับกลางตู้เกิดไฟลุกไหม้ และตู้ที่ 3 พลิกตะแคงข้าง รถไฟขบวนนี้มีผู้โดยสารทั้งหมด 208 คน ในจำนวนนี้มีผู้โดยสารลงระหว่างทางไปก่อนเกิดเหตุ 37 คน ทำให้มีผู้เผชิญเหตุติดอยู่ในขบวนรถขณะเกิดเหตุรวม 171 คน หลังเกิดเหตุรีบช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ. ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่างตรวจสอบผู้โดยสารตกใจตื่นเครนหล่นทับนางดาว บุญปัญญา 1 ในผู้โดยสารเปิดเผยว่า นั่งรถไฟมาจากสถานีรถไฟดอนเมืองจะเดินทางไปที่ จ.ศรีสะเกษ ขณะมาถึงจุดเกิดเหตุนั้นตนนอนหลับ กระทั่งได้ยินเสียงเครนตกใส่หลังคารถไฟ ก่อนหัวรถจักรดึงสายเครนจนทำให้ตู้นั้นหลุดกระเด็นออกจากรางไถลไปไกล ผู้โดยสารตกใจรีบหาทางออกวิ่งออกจากรถ ส่วนนางใจ แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวใกล้จุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะขายของสังเกตเห็นเครนตัวดังกล่าวอยู่ในลักษณะงอผิดรูป จากนั้นไม่นานได้ยินเสียงลั่นของเหล็กดังขึ้นก่อนที่ตัวเครนจะเสียการทรงตัวและไหลลงมากระแทกกับขบวนรถไฟที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วพอดีจนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือญาติผู้สูญเสียพล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สั่งการให้ตำรวจ สภ.สีคิ้ว เร่งอำนวยความสะดวกเต็มที่ในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือเรื่องข้อมูลของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตให้กับญาติที่จะเดินทางมาเพื่อติดต่อ ส่วนผู้เสียชีวิตที่อยู่ในตู้รถไฟนำออกมาเกือบหมดแล้ว และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบให้ครบถ้วนอีกครั้ง นอกจากนี้ ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เพื่อตรวจพิสูจน์หลักฐาน ตอนนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดถึงเหตุที่เกิดขึ้นได้ และยังอยู่ในระหว่างช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและการตรวจสอบผู้เสียชีวิต ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งระดมช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งกระจายตาม รพ.ปากช่อง รพ.สีคิ้ว รพ.สูงเนิน รพ.เทพรักษ์ และ รพ.กรุงเทพ-ปากช่อง ส่วนผู้เสียชีวิตที่นำออกมาได้แล้ว 19 ราย ยังติดอยู่ในตู้รถไฟอีก 9 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิต 28 รายเรียกสอบคนขับเครนมรณะพล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา เผยอีกว่า หลังเกิดเหตุเชิญตัวคนขับเครนไปสอบปากคำ การซักถามรายละเอียดยังไม่เสร็จสิ้น คนขับเครนไม่ได้รับบาดเจ็บ สามารถให้การได้ ส่วนกระแสข่าวที่พูดถึงการขับเครนว่ามีการบังคับจนเครนหล่นลงมานั้น ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบถามรายละเอียดและดูรายละเอียดส่วนอื่นมาประกอบเพิ่มเติมด้วยว่ามีความบกพร่องหรือเกิดจากสาเหตุอื่นด้วย หากพบว่าคนขับเครนบกพร่องหรือประมาท ตำรวจจะพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตำรวจสามารถดำเนินการได้เลยไม่จำเป็นต้องมีผู้มาแจ้งความดำเนินคดี สำหรับบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ในการดำเนินคดีจะเป็นไปตามพยานหลักฐานที่เกิดขึ้น มีขั้นตอนในการรับผิดชอบอยู่แล้วเกิดเลื่อนไถลรอยต่อแผ่นปูนด้านนายสมบัติ สิมทันทึก อายุ 52 ปี พนักงานขับรถเครนผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุขณะปฏิบัติงานตามปกติ ตนสังเกตเห็นความผิดปกติและได้ยินเสียงดังลั่นคล้ายการเลื่อนไถลของรอยต่อแผ่นปูนที่ไม่เท่ากัน สั่งให้คนงานทั้งหมดรีบลงจากที่สูงเพื่อความปลอดภัยทันที แต่ในระหว่างที่กำลังตรวจสอบความเรียบร้อยอยู่นั้นขาที่ใช้รองรับแผ่นปูนเกิดอาการเอียงและถล่มลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลตามร่างกายตร.สอบปากคำพยาน 15 ปากขณะที่พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเร่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยล่าสุดเรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วทั้งหมด 15 ราย ประกอบไปด้วยญาติของผู้เสียชีวิต ญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงตัวพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปยอดตาย 32 ศพ เจ็บ 67 คนต่อมาเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.นครราชสีมา รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตรวม 32 ศพ และผู้ได้รับบาดเจ็บ 67 คน สาหัส 7 คน ยังสูญหายอีก 3 คน ขณะที่อาสาหน่วยกู้ภัยยังคงทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเร่งค้นหาผู้สูญหายที่คาดว่ายังติดค้างอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง ท่ามกลางอุปสรรคจากโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ และสภาพความเสียหายของตู้โดยสาร ขณะนี้ทีมแพทย์และหน่วยกู้ภัยยังคงปักหลักให้ความช่วยเหลือในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และเร่งระบุตัวตนผู้เสียชีวิตทั้งหมดต่อไป วิศวกรแจงโครงสร้างเลื่อนตัวผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์อุบัติเหตุเครนลอนเชอร์ (Launching crane) ก่อสร้างโครงสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงตกลงมาทับรถไฟที่สีคิ้ว จ.นคร ราชสีมา จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายคนนั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และศาสตราจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า โครงเหล็กเครนลอนเชอร์ดังกล่าวเป็นโครงถักเหล็กเลื่อนตัวได้ (Launching truss) ที่ใช้ก่อสร้างโครงสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเป็นการก่อสร้างไปข้างหน้าทีละช่วง แต่ส่วนที่ร่วงลงมาทับรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างใต้นั้น เป็นตัวฐานรองรับ (Support) ที่วางใต้โครงเหล็กดังกล่าว ฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนักมากถึง 20-30 ตันต่อตัว สาเหตุการร่วงของฐานรองรับดังกล่าว มีข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุที่เป็นได้ไว้ 4 ข้อดังนี้ 1.อุบัติเหตุน่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อสร้างสะพานเสร็จไปช่วงหนึ่งแล้ว และกำลังเคลื่อนเครนไปข้างหน้าหรือเคลื่อนย้ายฐาน 2.ส่วนที่ร่วงลงมาคือฐานรองรับโครงเหล็ก ฐานรองรับดังกล่าวมีน้ำหนัก 20-30 ตันต่อตัว ตกลงมากระแทกรถไฟที่วิ่งอยู่ข้างล่างพอดี 3.ผลจากแรงกระแทกทำให้โครงเหล็กเลื่อนหักและพาดอยู่บนโครงสร้างสะพาน 4.สาเหตุที่ทำให้ฐานรองรับร่วงลงมาได้นั้น ต้องตรวจสอบการยึดฐานรองรับดังกล่าวกับตัวคานขวางสะพานที่ก่อสร้างเสร็จแล้วว่ายึดไว้แข็งแรงเพียงใด มีปัญหาในการติดตั้งหรือไม่“อิตาเลียนไทย” เป็นเจ้าของโครงการจากข้อมูลพบว่า บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุใน ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา อยู่ในช่วงการดำเนินการก่อสร้างงานโยธาของ “โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา” แบ่งการดำเนินการเป็น 14 สัญญา อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้าง 4 สัญญา ส่วนงานระบบรางและการจัดหาขบวนรถ มี 1 สัญญา อยู่ระหว่างการออกแบบ มีความก้าวหน้าผลการดำเนินการโครงการรวมทั้งสิ้น 50.20% จุดที่เกิดเหตุเป็นส่วนของ “สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด” (J.2496) ระยะทาง 37.45 กิโลเมตร ผู้รับจ้างคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) รายงานความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2568 อยู่ที่ 99.45%“พิพัฒน์” สั่ง รฟท.–กรมรางหาสาเหตุนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กล่าวถึงเหตุการณ์เครนการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมาว่า จุดเกิดเหตุบริเวณโครงการรถไฟรางคู่ที่สีคิ้ว กม. 21 กระทรวงคมนาคมประสานไปยังกระทรวงแรงงาน ตรวจสอบมีผู้ที่เสียชีวิตเป็นผู้ใช้แรงงานหรือไม่ เพื่อประสานสำนักงานประกันสังคมในเรื่องเงินกองทุนทดแทนเยียวยาผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุรอรักษาการผู้ว่าการ รฟท. และอธิบดีกรมรางที่อยู่ระหว่างการเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อติดตามหาสาเหตุกรมรางสั่งระงับการก่อสร้างนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวว่า ขณะนี้สั่งระงับการก่อสร้างกรณีอุบัติเหตุเครนยกสะพาน หรือ Launching Girder (ลอนช์ชิ่ง-เกิร์ดเดอร์) ทรุดตัวในจุดดังกล่าวทันที เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยเชิงลึก และทบทวนมาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้รับเหมาอย่างละเอียด ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมเคยออกคำสั่งด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับการห้ามปฏิบัติงานบนที่สูงในขณะที่มีขบวนรถไฟหรือยานพาหนะสัญจรอยู่ด้านล่างโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ ยังพบข้อบกพร่องของระบบนิรภัยอัตโนมัติ หรือ Fail-safe ที่ควรหยุดการทำงานทันทีเมื่อเครื่องจักรเกิดอาการติดขัด แต่กลับมีการฝืนปฏิบัติงานจนเกิดความเสียหาย ก่อนหน้านี้เคยสั่งกำชับผู้รับเหมาให้หยุดการก่อสร้างทันที หากพื้นที่ทางรถไฟด้านล่างมีการใช้งาน หรือมีการสัญจรผ่าน ปกติแล้วผู้รับเหมาจะทราบตารางเวลาการเดินรถไฟอยู่แล้ว แต่ต้องตรวจสอบว่า เพราะเหตุใดจึงไม่หยุดการทำงานในช่วงเวลาที่มีการเดินรถ ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดคำสั่งแจงปมเชื่อมโยงตึก สตง.นายพิเชฐกล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ในสัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด มีระยะทางรวม 37.45 กิโลเมตร เป็นทางยกระดับกว่า 23 กม. ปัจจุบันงานโยธามีความก้าวหน้าแล้วถึงร้อยละ 99.54 ส่วนกรณีที่มีการเชื่อมโยงกับโครงการก่อสร้างอาคาร สตง. ขอชี้แจงว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของ “ไชน่าเรียลเวย์” ยืนยันว่า บริษัท ไชน่า เรียลเวย์ (China Railway) ในโครงการนี้ เป็นรัฐวิสาหกิจจากประเทศจีนที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาควบคุมงานและออกแบบระบบ ไม่ใช่ผู้รับเหมาก่อสร้างหลัก และเป็นคนละนิติบุคคลกับบริษัทที่ถูกอ้างถึงในกรณีอื่นก่อนหน้านี้ ยืนยันโครงการจะดำเนินการต่อด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนต่อไป“ตรีนุช” ดูแลช่วยเหลือแรงงานน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 3 เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบว่ามีลูกจ้างของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ทำงานอยู่ในขณะเกิดเหตุ 10 รายสูญหาย 1 ราย ยังไม่ยืนยันว่าเสียชีวิตหรือไม่ ลูกจ้างผู้ประกันตนที่เสียชีวิตจะได้รับเงินจากกองทุนเงินทดแทนเป็นค่าทำศพ จ่ายแก่ผู้จัดการศพรายละ 50,000 บาท ค่าทดแทนกรณีตายรายเดือน 70% ของค่าจ้าง ระยะเวลา 10 ปี ส่วนลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บจะมีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนเงินทดแทน เป็นค่ารักษาพยาบาล ตามที่จ่ายจริงตามความจำเป็นตามกฎกระทรวง ค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ 70% ของค่าจ้าง จ่ายให้ไม่เกินระยะเวลา 10 ปี ค่าทดแทนกรณีหยุดงาน 70% ของค่าจ้าง กรณีทุพพลภาพได้รับค่าทดแทน 70% ของค่าจ้างตลอดชีพ“อนุทิน” ลั่นต้องมีผู้รับผิดชอบช่วงบ่ายที่ จ.พังงา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟ ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ว่า สั่งการให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการแทนผู้ว่าการ รฟท. ลงพื้นที่กระทรวงสาธารณสุขนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ดูแล้วโครงการนี้ก็หลายครั้งแล้ว ปีก่อนก็มีเหตุการณ์อุโมงค์ก่อสร้างถล่ม วันนี้มีเครนล้มอีก ต้องดูว่ามีการก่อสร้างที่ผิดรูปแบบ ผิดขั้นตอนหรือเปล่า อุบัติเหตุเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการละเลยหรือข้ามขั้นตอน หรือทำอะไรที่ไม่ตรงตามการออกแบบ หรือใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้อง ต้องไปดู ตอนนี้ รฟท.ที่มีผู้จัดการโครงการฝ่ายวิศวกรรม คงต้องนั่งรอสอบสวนสืบสวน ผู้รับจ้างออกแบบ ที่ปรึกษา ตรงนี้ถ้าจะบอกว่าผิดก็ผิดหมด บอก รมว.คมนาคมแล้วว่าคนที่รับผิดชอบต้องถูกลงโทษ ยังไงก็ต้องมีคนรับผิดชอบในฐานะที่ควบคุมโครงการไม่ดี ผู้รับเหมารายเดียวกับตึก สตง.ถล่มเมื่อถามว่าต้องพิจารณาเพิ่มบทลงโทษการรับเหมาหรือไม่ เพราะเกิดเหตุการณ์หลายครั้งกับบริษัทก่อสร้าง นายอนุทินกล่าวว่า ถึงขั้นต้องเปลี่ยนกฎหมาย ก่อนจะไปขึ้นบัญชีดำ คนขึ้นบัญชีดำต้องกรมบัญชีกลาง อย่างตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ถามว่ายกเลิกสัญญาหรือยัง ก็ยัง ติดขั้นตอนกฎหมายไปหมด มีเวลาบริหารงานเพียง 2-3 เดือน แก้กฎหมายไม่ทันหรอกต้องหลังเลือกตั้ง ทราบว่าผู้ประกอบการเป็นรายเดิมและยังปล่อยให้ก่อสร้างอยู่ กรมบัญชีกลางต้องตอบให้ได้ว่าทำไมยังไม่ขึ้นบัญชีดำ ก่อนหน้านี้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกฯ และ รมว.คมนาคม มีนโยบายทำสมุดพกความประพฤติของผู้ประกอบการ ตนเห็นด้วย แต่วันนี้ทำไมยังใช้ไม่ได้ คิดว่าถึงเวลาแล้วต้องเปลี่ยนกฎหมายการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาก่อสร้างแนะ รฟท.ดำเนินคดีบริษัทผู้รับจ้างผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินยกเลิกภารกิจหาเสียงที่ จ.พังงา ในช่วงบ่าย และเดินทางไปที่ จ.ภูเก็ต เพื่อขึ้นเครื่องกลับ กทม. พร้อมกับนายพิพัฒน์ และเดินทางต่อไปยังจุดเกิดเหตุทันที โดยนายกฯสั่งการให้นายพิพัฒน์ไปบัญชาการเหตุการณ์หน้างาน และเยียวยาผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตเป็นเรื่องเร่งด่วน พร้อมแนะนำ รฟท. แจ้งความดำเนินคดีบริษัทผู้รับจ้างปมเหตุเครนตรงกลางเกิดทรุดตัวต่อมาเวลา 17.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย พร้อมนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ และเข้าไปพูดคุยให้กำลังใจญาติของผู้สูญหายจากเหตุการณ์จำนวน 3 ราย ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะรีบดำเนินการให้ ขณะที่ผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างรายงานว่า สาเหตุเบื้องต้นทราบว่าตัวรับน้ำหนักเครนตรงกลางเกิดการทรุดตัวหรือเสียรูป ทำให้ตัวซัพพอร์ตหล่นลงจากตอม่อพอดีกับช่วงที่ขบวนรถไฟผ่านมาพอดี ต้องใช้เครนขนาดใหญ่มาช่วยในการเคลื่อนย้ายรฟท.ช่วยศพละ 8 หมื่นบาทขณะที่ รฟท.แจ้งตั้งเป้าว่าจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 15 วัน ส่วนการเยียวยาเนื่องจากมีจำนวนผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยในส่วนของผู้เสียชีวิต รฟท.จะช่วยค่าปลงศพรายละ 40,000 บาท และเงินสมทบอีก 40,000 บาท รวมเป็น 80,000 บาท ขณะที่เจ้าของโครงการมีประกันภัยโครงการเช็คเบื้องต้นวงเงินประกันภัยอยู่ที่ 50 ล้านบาท ขณะนี้ประสานงานกับผู้รับจ้างให้เร่งดำเนินการเยียวยาให้กับผู้บาดเจ็บต่อไปนายกฯโวยต้องจ่ายหลักล้านบาทนายอนุทินเผยว่า คนตาย 32 คน ไม่มีเบื้องต้น ต้องจ่ายหลักล้านบาท จะต้องไฟต์ให้ ตรงนี้ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว ผู้รับจ้างผิด 500 ล้านเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ผู้ควบคุมงานจะผิดด้วยหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ความรับผิดชอบเบื้องต้นต้องอยู่ที่ผู้รับจ้างผู้รับเหมาในฐานะที่ทำงานไม่ดี ตัวแทนบริษัทเร่งเคลียร์พื้นที่นายวิเชียร รุ่งรุจิรัตน์ ผู้บริหารบริษัท ที่กำกับดูแลโครงการก่อสร้าง กล่าวยอมรับความผิดพลาด และต้องขออภัยทุกท่านที่สร้างปัญหาให้ต้องเดือดร้อน ขออภัยผู้ที่ได้รับผลกระทบผู้เคราะห์ร้ายทุกท่าน รวมถึง รฟท.ที่เป็นผู้ว่าจ้าง สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้จะต้องเปิดเส้นทางให้ รฟท.กลับมาใช้ทางได้เร็วที่สุด การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกท่านอย่างเต็มที่ เป็นการแสดงความรับผิดชอบของบริษัท ตามสัญญามีประกันวงเงินคุ้มครองอยู่ ส่วนอะไรที่เกินเลยจากการดูแลของประกันภัย ทางบริษัทจะรับดูแลโดยแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ และขอแสดงความเสียใจ ขอโทษผู้ได้รับผลกระทบ ผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน ญาติของผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน ยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น เราจะทำดีที่สุดเรื่องการเยียวยา แสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ คืนนี้ (14 ม.ค.) จะจัดรถเครน 400 ตันและ 500 ตัน เป็นเครื่องจักรหนักเข้ามาเร่งทำงานทั้งวันทั้งคืน ตั้งเป้าว่าภายใน 3 วันจะเปิดใช้เส้นทางได้เหมือนเดิมงดเดินรถสายอีสาน 14 ขบวนนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดเหตุเครนก่อสร้างของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญาที่ 3-4 งานโยธาสำหรับช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด หล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 ขณะขบวนรถกำลังแล่นผ่านช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลกระทบให้ขบวนรถในเส้นทางดังกล่าวไม่สามารถผ่านได้ ทั้งนี้ การรถไฟฯ มีความจำเป็นต้องงดเดินและปรับเปลี่ยนเส้นทางขบวนรถสายตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีต้นทางและปลายทางอุบลราชธานี ช่วงสถานีชุมทางแก่งคอย-ชุมทางบัวใหญ่-นครราชสีมา จำนวน 14 ขบวน ดังนี้ 1.ขบวนรถงดเดิน จำนวน 2 ขบวน ได้แก่-ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 21/22 กรุงเทพ อภิวัฒน์-อุบลราชธานี-กรุงเทพอภิวัฒน์ 2.ขบวนรถปรับเปลี่ยนเส้นทางจำนวน 12 ขบวน ได้แก่-ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 23/24 กรุงเทพอภิวัฒน์- อุบลราชธานี-กรุงเทพอภิวัฒน์-ขบวนรถเร็วที่ 135/136 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี-กรุงเทพอภิวัฒน์-ขบวนรถด่วนที่ 71/72 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี-กรุงเทพอภิวัฒน์-ขบวนรถเร็วที่ 141/142 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี-กรุงเทพอภิวัฒน์-ขบวนรถเร็วที่ 139/140 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี-กรุงเทพอภิวัฒน์-ขบวนรถธรรมดาที่ 233/234 กรุงเทพ (หัวลำโพง)-สุรินทร์-กรุงเทพ (หัวลำโพง)แถลงการณ์รับผิดชอบและเยียวยาช่วงเย็น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการสูญเสียและบาดเจ็บ กรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างตกทับขบวนรถไฟโดยสาร บริเวณ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา บริษัทฯ พร้อมแสดงความรับผิดชอบที่จะให้การช่วยเหลือในการชดเชยเยียวยาให้กับครอบครัวผู้สูญเสียและการรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่และบริษัทฯ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วทางการจีนขอแสดงความเสียใจขณะที่นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ออกแถลงการณ์ว่า ได้รับรายงานแล้วเรื่องอุบัติเหตุทางรถไฟในประเทศไทย และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ที่มีผู้เสียชีวิต รัฐบาลจีนให้ความสำคัญต่อเรื่องความปลอดภัยของโครงการก่อสร้างและความปลอดภัยของบุคลากรในโครงการ จีนอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดต่างๆที่เกิดขึ้น เท่าที่ทราบคือส่วนก่อสร้างดังกล่าวรับผิดชอบโดยบริษัทไทย และสาเหตุที่แท้จริงยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่