เสียงที่ศักดิ์สิทธิ์...“ประชาชน” ต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน นั่นคือภาพสะท้อนการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการกำหนดทางเดินของประเทศ ด้วยการเลือกตั้งตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่แทนในสภาและรัฐบาลในการบริหารประเทศ อยู่ที่จะเลือกใครพรรคไหนเท่านั้นการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่จะถึงนี้คือการกำหนดชะตากรรมของประเทศอีกครั้งว่าจะไปได้ดีหรือเลวร้ายกว่าเดิม ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนไม่ต่างไปจากการเลือกนายก อบต.ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้แห่งหนึ่งที่มีปัญหาเมื่อผู้สมัครคนหนึ่งที่เตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้วและมีโอกาสที่จะชนะได้นายก อบต.แน่นอนปรากฏว่าเขาถูกลอบยิงเสียชีวิต!คนในพื้นที่ต่างก็รู้กันดีว่าเขาถูกสังหารเพราะเรื่องการเมืองนี่แหละ และรู้ด้วยว่าใครสั่งการแต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอรู้แต่เพียงใครกลุ่มไหนเท่านั้นเมื่อถึงวันเลือกตั้งจึงมีผู้สมัครฝ่ายเดียวทำให้ประชาชนต้องแก้เผ็ดเพื่อสั่งสอนคือการ “โหวตโน” ลงคะแนนไม่เลือกจึงต้องมีการเลือกตั้งกันใหม่แต่ผู้สมัครที่ถูกชาวบ้าน “โหวตโน” ไม่สามารถลงสมัครได้อีกแล้วก็เป็นอันจบ...จบแบบที่ชาวบ้านเป็นผู้กำหนดต่างๆเหล่านี้คือภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนนั้นมี “อำนาจ” จริงๆ ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันเล่นที่สำคัญคือศักดิ์สิทธิ์ด้วยการเลือกตั้ง สส.ครั้งนี้พิเศษกว่าที่ใช้บัตร 2 บัตร เลือกแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ที่มีเพิ่มขึ้นมาคือการกาบัตรประชามติเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ เนื่องจากกฎหมายได้กำหนดให้ว่าก่อนจะดำเนินการต้องถามประชาชนก่อนจะให้แก้หรือไม่ให้แก้!ความจริงการแก้ไขนั้นสามารถทำได้อยู่แล้วแต่ต้องทำเป็นรายมาตราไม่ให้แก้ไขทั้งฉบับ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำประชามติเพื่อขออนุมัติจากประชาชนก่อนการทำประชามตินั้นสามารถรณรงค์แก้หรือไม่แก้ได้ปกติเหมือนเลือกตั้งทั่วไปอยู่ที่ประชาชนจะเลือกแบบไหนเท่านั้นที่ผ่านมานั้นมีความเห็นต่างคือมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่ายที่เห็นด้วยอ้างว่ารัฐธรรมนูญปี 60 นั้นมีปัญหา ไม่เป็นประชาธิปไตย รองรับอำนาจ คสช.อีกฝ่ายเห็นว่าดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องแก้เนื่องจากมีข้อบังคับที่ทำให้ควบคุมนักการเมืองได้ โดยเฉพาะการทุจริตและจริยธรรมทางการเมืองกันเป็นเรื่องสำคัญด้วยการใช้อำนาจผ่านองค์กรอิสระต่างๆอีกฝ่ายบอกว่าองค์กรอิสระเหล่านี้คือกลไกอำนาจที่ทำให้เกิดปัญหาและไม่ได้มาจากประชาชนรวมถึงวุฒิสมาชิกด้วยนักการเมืองก็มีความเห็นต่างกันบางฝ่ายก็ได้ประโยชน์เสียด้วย รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันที่บางพรรคต้องการแก้ไขนี่จึงเป็นเรื่องของประชาชนที่ได้จะต้องตัดสินใจไม่ต่างไปจากการตัดสินใจว่าจะเลือกใครพรรคไหน!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม