หน่วยงานความมั่นคง 3 ฝ่าย แถลงยอมรับเหตุระเบิด 11 ปั๊ม ปตท.ใน 3 จังหวัดด้ามขวาน ฝีมือ “บีอาร์เอ็น” ผงะผลตรวจปลอกกระสุนปืนสงครามในปั๊มท่าสาป เมืองยะลา เคยก่อเหตุ 22 คดี ฆ่ามาแล้ว 15 ศพ สั่งยกระดับ รปภ.ขั้นสูงสุด พร้อมโชว์แผนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 118 ล้านบาท ชุดคลี่คลายคดีรู้ตัวมือบึมปั๊ม 5 แห่งใน 5 อำเภอของนราธิวาส หัวโจกแต่ละคนประวัติโชกโชน ทั้งปล้นทองห้างบิ๊กซี สุไหงโก-ลก ปล้นรถบริษัทโค้ก ปล้นร้านค้า เผารถยนต์-เครื่องจักรเหมืองแร่ ถล่มโรงไฟฟ้าชีวมวล หลังก่อเหตุแยกย้ายหลบหนีขึ้นเขา เผ่นไปกบดานในมาเลเชีย “เสธ.ทบ.” น้อมรับต้องสังคายนาการข่าว จ่อส่งคณะพูดคุยสันติสุขเจรจากับมาเลย์กรณีกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. 11 แห่ง ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.นราธิวาส 5 แห่ง จ.ยะลา 4 แห่ง จ.ปัตตานี 2 แห่ง กลางดึกคืนวันที่ 11 ม.ค. สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนและชาวบ้านในพื้นที่ ซ้ำเติมสถานการณ์ไฟใต้ให้ย่ำแย่ ขณะที่หน่วยงานความมั่นคง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทำงานหละหลวม ขาดข้อมูลเชิงลึก ไร้ประสิทธิภาพ ไม่เป็นเอกภาพ ไม่มีการแจ้งเตือนก่อนเกิดเหตุ ทั้งที่ในแต่ละปีเบิกงบประมาณไปใช้จ่ายจำนวนมาก สังคมเรียกร้องให้เร่งสังคายนาการทำงานด้านข่าวกรองครั้งใหญ่ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เวลา 10.00 น. วันที่ 13 ม.ค. หน่วยงานความมั่นคง 3 ฝ่าย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมแถลงความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. พบหลักฐานสำคัญเชื่อมโยงกลุ่ม BRN พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และแผนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดพ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง (ผกร.) พยายามก่อเหตุมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่และวันครบรอบปล้นปืน 4 ม.ค.69 แต่เจ้าหน้าที่คุมเข้มเลยทำไม่สำเร็จ จากนั้นคนร้ายฉวยโอกาสในคืนวันที่ 10 ม.ค. ต่อเนื่อง 11 ม.ค. เป็นช่วงที่กำลังพลส่วนใหญ่ติดภารกิจดูแลความปลอดภัยงานวันเด็กแห่งชาติและเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่น เป้าหมายหลักคือการทำลายระบบเศรษฐกิจและสร้างสถานการณ์เชิงสัญลักษณ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอประณามการกระทำที่มุ่งทำลายปากท้องประชาชน พร้อมเตือนผู้ให้ที่พักพิงหรือสนับสนุนคนร้าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หากใครมีเบาะแสแจ้งสายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงพ.ต.อ.ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ รอง ผบก.สส.จชต. กล่าวว่า หลักฐานสำคัญในที่เกิดเหตุพบคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุถังแก๊สและถังดับเพลิง จุดชนวนด้วยระบบดิจิทัลและรีโมตคอนโทรล จากปลอกกระสุนที่พบในปั๊มน้ำมัน ต.ท่าสาป อ.เมือง ยะลา พบว่าปืน M16 ที่คนร้ายใช้มีประวัติก่อเหตุมาแล้วถึง 22 คดี ปืน AK-102 พบประวัติโยงคดีสะเทือนขวัญ ยิง ชรบ.ลำพะยา 15 ศพ เมื่อปี 2562 และยิงโต๊ะอิหม่ามปี 2567 แผนการที่เกิดขึ้นพร้อมกันในเวลา 00.50 น. ยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบ เป็นฝีมือของกลุ่ม BRN หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สั่งทบทวนแผนรักษาความปลอดภัยพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลา ทันที เน้นเพิ่มการลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจสกัดเส้นทางหลบหนี คุมเข้มจุดผ่านแดนป้องกันการลักลอบหนีออกนอกประเทศ รวมทั้งวิเคราะห์ข่าวกรองเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศด้านการเยียวยา พ.ท.เชิด อักษรรัตน์ ผอ.กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต.กล่าวว่า สรุปความเสียหายทางด้านร่างกาย มีผู้บาดเจ็บ 9 ราย เจ้าหน้าที่ 2 ราย ประชาชน 7 ราย ทรัพย์สินเสียหาย ผู้ประกอบการและประชาชน 20 ราย เป็นผู้ประกอบการ 11 ราย ความเสียหายประกอบ ด้วย อาคารปั๊มน้ำมัน 11 แห่ง หัวจ่ายน้ำมัน 202 หัว ร้านอาหารและร้านค้า 9 แห่ง ร้านสะดวกซื้อ 11 แห่ง ร้านอะเมซอน 2 แห่ง อาคารสำนักงาน อาคารละหมาด 7 แห่ง โรงรถ 1 แห่ง รถบรรทุกน้ำมันเสียหาย 2 คัน จุดส่งน้ำมันเสียหาย 1 แห่ง ทรัพย์สินประชาชนเสียหาย 9 ราย รถยนต์ 4 คัน รถ จยย. 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง บ้าน 2 หลังพ.ท.เชิดกล่าวต่อว่า การประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น ทั้ง 11 จุด ประมาณ 118 ล้านบาทเศษ แบ่งเป็น จ.ปัตตานี 26 ล้านบาทเศษ จ.นราธิวาส 38 ล้านบาทเศษ จ.ยะลา 53 ล้านบาทเศษ มีเกณฑ์เยียวยาดังนี้ บาดเจ็บ เริ่มต้น 10,000-50,000 บาท (ตามระดับความรุนแรง) เสียชีวิต/ ทุพพลภาพ 500,000 บาท ทรัพย์สินเร่งประเมินให้เสร็จใน 2-4 สัปดาห์ และจะจ่ายเงินชดเชยล่วงหน้าก่อน 50% ของมูลค่าประเมินเบื้องต้นเพื่อให้ผู้ประกอบการฟื้นตัวได้ทันทีอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนส่วนความคืบหน้าการวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. 5 แห่ง ในพื้นที่ 5 อำเภอ คือ สุไหงโก-ลก, แว้ง, เจาะไอร้อง, ระแงะ และจะแนะ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้บงการ แกนนำและแนวร่วมที่ก่อเหตุระเบิดปั๊มน้ำมันทั้ง 5 แห่งแล้ว แยกเป็น 1.คนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง เป็นกลุ่มนายมูซอฮา เจะเด็ง เคยร่วมก่อเหตุปล้นทองห้างบิ๊กซี สุไหงโก-ลก 2.อ.ระแงะ เป็นกลุ่มนายอารง ดือราโพ เคยก่อเหตุปล้นรถบริษัทโค้ก นำไปใช้เป็นพาหนะปล้นร้านค้าในพื้นที่ อ.ระแงะ 3.อ.จะแนะ เป็นกลุ่มนายอับดุลเลาะ บูละ เคยก่อเหตุลอบเผารถยนต์และเครื่องจักรกลในเหมืองแร่ 4.อ.แว้ง เป็นกลุ่มนายตอเย็บ เมทารง เคยก่อเหตุลอบวางระเบิดโรงไฟฟ้า ชีวมวล และ 5.อ.สุไหงโก-ลก เป็นเครือข่ายเดียวกับนายตอเย็บ เมทารง เคยร่วมปล้นทองห้างบิ๊กซี สุไหงโก-ลก หลังก่อเหตุคนร้ายแยกย้ายหลบหนีเป็น 2 ส่วน คือ กบดานบนเทือกเขาในพื้นที่ และบางส่วนหลบหนีตามช่องทางธรรมชาติไปกบดานในประเทศมาเลเซียที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ฝ่ายความมั่นคงและทหารต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ได้กำชับเรื่องการข่าว สิ่งที่เกิดขึ้นจะบอกว่าการข่าวไม่ล้มเหลวไม่ได้ ต้องปรับปรุง ได้เน้นย้ำกับ ศอ.บต.เร่งร่วมมือกับจังหวัด ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ทั้งผู้บาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ต้องช่วยเหลือเต็มที่ ในพื้นที่ส่งรายละเอียดมาแล้ว มีมาตรการ ระเบียบ และมติจากที่ประชุมในการช่วยเหลือว่า เกิดเหตุร้ายแบบนี้ต้องทำอย่างไร ส่วนใหญ่ต้องใช้งบประมาณจากงบกลางที่จะนำไปใช้กับสถานการณ์เร่งด่วนฉุกเฉิน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางราชการปกติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณาให้อยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่า กรณีนี้ทางการข่าวไม่ได้มีรายงานมาก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าแจ้งคงไม่เกิดที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการปรับปรุงด้านการข่าวหลังเกิดเหตุวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ทุกหน่วยงานทำอยู่แล้ว ตนในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. จะลงไปดูว่าตรงไหนที่จะช่วยเหลือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าได้ โดยเฉพาะด้านการข่าว ที่ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพจะไปดูแลปรับปรุง เพราะการข่าวมีหลายหน่วยงานทำอยู่ในพื้นที่ อาจมีตรงไหนมีจุดอ่อนอยู่บ้าง และควรปรับปรุง ต้องดูและประเมินก่อน เพราะจะทำให้หน่วยงานในพื้นที่ขาดกำลังใจเมื่อถามว่าได้ประเมินหรือไม่ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากปัจจัยอะไร ใช่การเมืองท้องถิ่นหรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์กล่าวว่า จากการรายงานด้านการข่าว คงเป็นเรื่องการผสมผสานกัน การก่อเหตุวัน-เวลาที่เหมาะสม ความพร้อมของผู้ก่อเหตุ และในช่วงที่เราระมัดระวังตั้งแต่ปีใหม่ กระทั่งมาถึงวันนั้น เจ้าหน้าที่ อาจไม่ทันระวังในห้วงเวลาดังกล่าว มันเลยเกิดขึ้น ต้องไปประเมินดู เมื่อถามความคืบหน้าเหตุปล้นทองจะมีความเชื่อมโยงด้วยหรือไม่ เสธ.ทบ.กล่าวว่า หน่วยงานได้ติดตามตลอด ส่วนจะเชื่อมโยงกันหรือไม่ ยังไม่ได้รับรายงาน เมื่อถามว่า คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจะมีบทบาทเข้ามาดูแลในเรื่องนี้บ้างหรือไม่ เสธ.ทบ.กล่าวว่า สามารถทำได้ ต้องไปยื่นกับผู้อำนวยความสะดวกของมาเลเซียว่ามีเหตุนี้เกิดขึ้น และต้องทบทวนการพูดคุยว่ามีประโยชน์ยังไงบ้าง ต้องไปพูดคุยกันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่