ข่าว
100 year

โครงสร้างเศรษฐกิจไทยบิดเบี้ยว

ลม เปลี่ยนทิศ2 ส.ค. 2562 05:01 น.
SHARE


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุม ครม. รัฐบาลผสมนัดแรกว่า สิ่งสำคัญที่ได้ย้ำกับ ครม. ไปแล้วคือ “ต้องไม่มีการทุจริตโดยเด็ดขาด” ก็ต้องคอยดูกันต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ จะทำได้จริงอย่างที่แถลงหรือไม่ จะมีกรณียืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ 20 กว่าเรือน แบบพอดีกับข้อมือเป๊ะแล้วไม่ผิดอีกหรือไม่ ถ้ามีรัฐมนตรีส่อไปในทางทุจริต จะกล้าปลดออกแบบ “ป๋าเปรม” หรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดในการปราบทุจริตในรัฐบาลก็คือ ต้องกล้าลงโทษตัวใหญ่ แล้วการทุจริตก็จะเบาบางลงไปเอง

ก็หวังว่าท่านจะไม่ลืมคำพูดไปในข้ามคืน ต้องไม่มีการทุจริตโดยเด็ดขาด

การประชุม ครม.นัดแรก ครม.เห็นชอบแต่งตั้ง ครม.เศรษฐกิจ แบบเดียวกับสมัย “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ 3 สมัย ที่ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ก็นำไปใช้ แต่ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และ รองนายกฯร่วมรัฐบาล เป็นรองประธาน ร่วมกับ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ มี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็น เลขานุการ

ก็ถือเป็น กลยุทธ์การบริหารรัฐบาลผสม 19 พรรค เพราะ มีรัฐมนตรีหลายคน ถูกสังคมจับตาเรื่อง ผลประโยชน์ซ่อนเร้นผ่านนโยบายเปิดเผย แบบไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

ครม.เศรษฐกิจ จะทำงานได้ผลหรือไม่ ก็อยู่ที่ “หัวโต๊ะ” คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงคนเดียว ถ้าประธาน ครม.เศรษฐกิจไม่เวิร์ก การประชุม ครม.เศรษฐกิจทุกวันจันทร์ ก็เสียเวลาเปล่า ผู้นำจึงต้องมีความฉลาดและรอบรู้ (แบบรู้ทัน) อย่างที่ แจ๊ค หม่า แห่งอาลีบาบาพูดไว้หลายครั้ง การบริหารประเทศจึงจะประสบความสำเร็จ

วันก่อน ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ ไปพูดในงานหนึ่งว่า ประเทศไทย นักวิเคราะห์เขาเรียกว่า เป็นประเทศโลกที่สาม หรือ ประเทศกำลังพัฒนา แต่ตลาดทุนไทยกลับเหมือนประเทศโลกที่หนึ่ง คือ มีเงินล้นประเทศ แต่ธุรกิจขนาดเล็กกลับหาเงินได้ยากลำบาก จึงเกิดปรากฏการณ์ รวยกระจุก จนกระจาย อย่างที่เห็น แสดงว่า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยบิดเบี้ยว ผมเห็นด้วยกับคำพูดของ ดร.ณรงค์ชัย เป็นอย่างยิ่ง

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลประยุทธ์ 1 ทุ่มเงินลงทุนใน โครงการเมกะโปรเจกต์มากมาย ทั้งโครงการที่จำเป็นและไม่จำเป็นทำให้พ่อค้านักธุรกิจรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว จนติดอันดับมหาเศรษฐีโลกกันหลายสิบคน คนรวยไม่กี่สิบตระกูล กู้เงินแบงก์พาณิชย์ทุกแบงก์จนติดเพดานวงเงิน และกู้เงินแบงก์ในประเทศไม่ได้อีกแล้ว ก็ไปออกหุ้นกู้ระดมเงินกันอีกเป็นล้านล้านบาท

ขณะเดียวกัน เรากลับมีคนยากจนที่ต้องรอรับเงินสวัสดิการรายเดือนจากรัฐบาลมากถึง 14.5 ล้านคน ธุรกิจรายเล็กรายน้อยก็เจ๊งกันระนาว เพราะเศรษฐกิจฝืดเคืองค้าขายไม่ดี ส่งผลให้ครัวเรือนมีหนี้เสียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนสูงถึง 78.6% ของจีดีพี

จนวันก่อน แบงก์ชาติ แถลงว่าจะออกมาตรการควบคุมหนี้เสียในปลายปีนี้ด้วยวิธี “ภาระหนี้ต่อรายได้” เพื่อสกัดหนี้เสียของครัวเรือนไม่ให้เร่งตัวขึ้น เท่ากับยิ่งซ้ำเติมคนยากจนที่มีปัญหาหนักขึ้นไปอีก กลุ่มที่จะถูกควบคุมการก่อหนี้มี 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน กลุ่มที่ใกล้วัยเกษียณ และ กลุ่มเด็กจบใหม่ คนกลุ่มหลังผมไม่รู้สึกเป็นห่วง เพิ่งจบใหม่ยังมีกำลังวังชา แต่ผมเป็นห่วงคนกลุ่มใกล้เกษียณจะมีชีวิตต่อไปอย่างไรจนถึงวันเกษียณและหลังเกษียณ เมื่อรัฐให้สวัสดิการไม่เพียงพอ

เป็น อีกปัญหาใหญ่ ที่ รัฐบาลประยุทธ์ 2 จะต้องเร่งแก้ไข

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศนำประเทศไทยไปสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” หวังนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศแทนที่เทคโนโลยีจะทำให้ต้นทุนถูกลง ค่าครองชีพถูกลง เพื่อให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น ของไทยกลับกลายเป็นว่า ค่าครองชีพกลับสูงขึ้น แต่รายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้น ที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ทันค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น มีแต่คนรวยที่รวยขึ้น เศรษฐกิจไทยจึงบิดเบี้ยวอย่างที่เป็นอยู่ ถ้ารัฐบาลนี้แก้ไขไม่ได้ วงจรอุบาทว์ คงได้ย้อนกลับมาอีกครั้งแน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โครงสร้างเศรษฐกิจประชุมคณะรัฐมนตรีรัฐบาลผสมครม.เศรษฐกิจไทยแลนด์ 4.0หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศ

คุณอาจสนใจข่าวนี้