ผมตั้งประเด็นว่ากว่ามหาชนก จะได้ครองนครมิถิลา ทรงทุกข์ยากตรากตรำ เสี่ยงชีวิตในหนทางวกวน ยอกย้อน แต่เหตุไฉนจึงทรงสละสิ่งที่ได้มาแสนยาก ไปออกบวชเสียได้ง่ายๆจึงตั้งใจอ่านชาดก “มหาชนก” พระชาติที่สองในสิบชาติสุดท้าย ของพระพุทธเจ้า...อีกครั้งเมื่อพระอริฏฐชนก พระราชามิถิลาวิเทหรัฐ ถูกพระโปลชนก พระอนุชาฆ่าตายในสงคราม พระมเหสีทรงพระครรภ์ก็หนีไปอยู่เมืองกาลจำปากะ...ตอนหนีก็สบาย พระอินทร์แปลงองค์มาช่วย ไปส่งให้อยู่ในครอบครัว พราหมณ์ทิศาปาโมกข์ จนพระมเหสีคลอดพระราชโอรสออกมา พระนางเอาชื่อพระอัยยิกามาตั้งเป็นพระนาม คือ พระมหาชนกตอนทรงพระเยาว์ ทะเลาะกับเพื่อนก็ถูกว่า “เป็นลูกหญิงม่าย” พระกุมาร ถามแม่ แม่ก็ไม่บอก จนต้องใช้วิธีกัดหัวนมแม่บังคับ จนแม่บอกความจริงนับแต่นั้น พระมหาชนกก็ตั้งใจเรียนศิลปวิทยา จากพราหมณ์ทิศาปาโมกข์ อายุ 16 ปีก็เจนจบ ขอทุนแม่ลงเรือสำเภาตั้งใจไปค้าขายถึงแดนสุวรรณภูมิ เพื่อต่อทุนมากู้บัลลังก์เรือสำเภาใหญ่ มีพ่อค้าโดยสาร 700 คน เจอมรสุมร้ายอับปางกลางทะเลลึก คนอื่นแตกตื่นตกใจจมน้ำตายหมด เหลือพระมหาชนกองค์เดียวที่แหวกว่ายเจ็ดวันเจ็ดคืนจนนางมณีเมฆขลา เหาะมาเห็นศรัทธาความเพียร ช่วยอุ้มไปส่งที่อุทยานเมืองมิถิลาช่วงเวลานั้น พระเจ้าโปลชนก พระราชามิถิลาสวรรคตพอดี พระองค์ไม่มีรัชทายาท สั่งเสียพระนางสิวลี พระราชธิดา ให้หาบุรุษที่ทรง “ยินดี” เป็นพระสวามีและบุรุษนี้จะต้องมีสติปัญญา ชี้ขุมทรัพย์ปริศนา 16 แห่งให้พระนางได้พระนางสิวลี ประกาศพระสวามีที่ทรง “ยินดี” แต่หาไม่เจอ อำมาตย์เสนอวิธีราชรถเสี่ยงทาย ราชรถก็ไปเกยพระแท่น ที่พระมหาชนกบรรทมอยู่ในอุทยานพอดีพระมหาชนกผ่านคุณสมบัติแรก พระนางสิวลีทรง “ยินดี” และชี้ขุมทรัพย์ปริศนา 16 แห่งได้ง่ายๆ ขึ้นครองราชย์นครมิถิลา ทรงเชิญพระราชมารดาและพราหมณ์จากนครจามปากะมาอยู่ด้วยทรงครองราชย์มิถิลานครด้วยทศพิธราชธรรม ต่อมาจนมีพระราชโอรส ทีฆาวุกุมารแล้วก็ถึงวันนั้น วันที่ออกเสด็จประพาส ใกล้ประตูอุทยานมีมะม่วงสองต้น ต้นหนึ่งมีผลสุกงอม รสหวานชุ่มพอ เมื่อพระราชาเสวยแล้ว ก็เสด็จผ่านไปจนกระทั่งเสด็จกลับก็พบว่า มะม่วงต้นที่มีผลรสหวานนั้น หักโค่นจนแทบไม่เหลือกิ่งก้าน ได้ความว่า ประชาชนรู้ว่าผลมะม่วงหวาน ก็รุมมาแย่งกันไม่ปรานีปราศรัยขณะที่มะม่วงอีกต้น ต้นที่ไม่มีผล...ยังยืนต้นเป็นพุ่มใหญ่ งดงามเหมือนแก้วมณีพระมหาชนกทรงดำริย้อนหลัง ไปถึงสมัยพระอริฏฐชนก พระราชบิดาทำสงครามแย่งชิงอำนาจกับพระโปลชนก พระอนุชา จนสวรรคตทรงเห็นว่า ราชสมบัตินั้น เช่นเดียวกัน ต้นไม้มีผล มีแต่เภทภัยทรงแน่พระทัย จะเป็นต้นไม้ไม่มีผล ตัดสินใจแน่วแน่ สละราชสมบัติ ออกบวชชะตากรรม ต้นมะม่วงมีผลรสหวาน เป็นเหตุให้ผมคิดถึงใครหลายคนดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ นักการเมืองที่ผมเคยทักท่านซึ่งหน้า “ท่านเป็นนายกได้” ที่หัวใจวายกะทันหันนั้น มีคนสืบสาวว่า มีคนศรัทธารักใคร่ เชื้อเชิญท่านไปพูดจาปราศรัย...วันละหลายๆครั้งถ้าคำบอกเล่าที่ว่า ทุกวัน ดร.สุรินทร์ มีเวลานอนเพียงสามชั่วโมง ...เป็นจริง นี่ก็คือต้นมะม่วงผลรสหวาน...อีกต้นหนึ่ง ซึ่งเพิ่งหักโค่นผมไม่กล้าจะคิดว่า ใครจะเป็นมะม่วง ต้นต่อไป.กิเลน ประลองเชิง