น้ำปลาร้าปรุงสำเร็จ ปัจจุบันเป็นไอเท็มที่สายแซ่บ สายนัวต้องมีไว้ติดบ้าน ผู้ผลิตมีการปรุงรส ต้มให้สุก และบรรจุขวดสำเร็จรูปให้พร้อมใช้ เพิ่มความสะดวกในการปรุงอาหารน้ำปลาร้ามีรสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ใช้เป็นตัวเพิ่มรสชาติ ความแซ่บ อร่อยกลมกล่อมให้กับอาหารอีสาน เช่น ส้มตำปลาร้า ยำขนมจีน ยำมะม่วง น้ำพริกปลาร้า หมูทอดปลาร้า น้ำแกง ต้มแซ่บ หรือทำเป็นน้ำจิ้มปลาร้าสำหรับของทอด หรือมะม่วงน้ำปลาหวานใส่ปลาร้าอาหารที่ใส่น้ำปลาร้าแม้ว่าจะแซ่บนัว แต่รู้หรือไม่ว่าน้ำปลาร้าส่วนใหญ่มีปริมาณโซเดียมสูง ปกติโซเดียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ เพื่อช่วยรักษาสมดุลของแรงดันของเหลวในร่างกาย ควบคุมความเป็นกรดด่าง การทำงานของหัวใจ การทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ แต่หากร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไปเป็นประจำ จะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจล้มเหลว หลอดเลือดสมอง โรคไต และเสี่ยงต่อภาวะไตวายได้องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าใน 1 วัน ร่างกายควรได้รับโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่าเกลือ 1 ช้อนชา หรือ 5 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดที่จะไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย และใน 1 มื้อ ควรได้รับโซเดียมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 600-800 มิลลิกรัมวันนี้ สถาบันอาหารได้เก็บตัวอย่างน้ำปลาร้าต้มสุกปรุงรสสำเร็จรูปบรรจุขวดจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ยี่ห้อ ที่วางขายในซุปเปอร์มาร์เกต ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์โซเดียม ผลวิเคราะห์พบว่า ทั้ง 5 ตัวอย่างมีโซเดียมปริมาณสูง พบอยู่ในช่วง 4,447.94 - 6,490.54 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม เห็นผลอย่างนี้แล้ว ขอเตือนว่าไม่ควรใช้น้ำปลาร้าปรุงอาหารในปริมาณมากๆหรือมากเกินไป แนะนำว่า ไม่ควรเกิน 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน หากเติมน้ำปลาร้าในอาหารแล้วควรลดหรือเลี่ยงการเติมเครื่องปรุงรสเค็มอื่นๆ เช่น น้ำปลา เกลือ ผงชูรส หรือเลือกใช้น้ำปลาร้าสูตรลดโซเดียมปรุงอาหาร ป้องกันความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจ ความดัน และไตวาย อย่าลืมว่าในอาหารอื่นๆที่เราทานในแต่ละวันนั้นอาจมีโซเดียมอยู่ด้วยไม่มากก็น้อย ลดเค็ม ลดโรค.คลิกอ่านคอลัมน์ "มันมากับอาหาร" เพิ่มเติม