สภาสหรัฐฯลงมติ 215 ต่อ 208 เสียง จำกัดอำนาจ “ทรัมป์” ทำสงครามอิหร่าน หากญัตติมีผลบังคับใช้ต้องยุติการใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน ยกเว้นรัฐสภาประกาศสงครามอนุมัติให้ใช้กำลังทหารเป็นทางการ แต่ยังใช้สิทธิวีโต้ขัดขวางได้ ด้าน “ทรัมป์” ยืนยันยังไม่หยุดเจรจาอิหร่าน ขู่หากทหารสหรัฐฯเสียชีวิตจะปูพรมถล่มเต็มรูปแบบ ขณะที่อิสราเอล-เลบานอน บรรลุข้อตกลงมาตรการหยุดยิงจากข้อตกลงเดิมเดือน พ.ค. กลุ่มติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์จะต้องยุติการโจมตีทั้งหมดและถอนกำลังออกจากพื้นที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเผชิญกับความตึงเครียดรุนแรง จากการปะทะเดือดทั้งทางเรือและทางอากาศรอบล่าสุด ส่งผลให้การเจรจาสันติภาพตกอยู่ในภาวะวิกฤติและส่อแววล่ม อิหร่านส่งสัญญาณยุติการเจรจาเนื่องจาก ไม่พอใจที่สหรัฐฯโจมตีในช่องแคบ “ฮอร์มุซ” และอิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีในเลบานอน ท่ามกลางความพยายามทางการทูตที่ยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจน เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ได้ผ่านญัตติอำนาจสงครามมีเป้าหมายจำกัดอำนาจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ร่างญัตติเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ได้รับเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่ง 215 ต่อ 208 เสียง ส่งผลให้สามารถเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาต่อไป แม้ว่าพรรครีพับลิกันของนายทรัมป์จะครองเสียงข้างมากในสภาล่างก็ตามมีรายงานด้วยว่า การลงมติดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคเดโมแครตที่ครองเก้าอี้เสียงข้างน้อย 212 คน และมีสมาชิกเดโมแครต 1 คน ที่ไม่ออกเสียง แต่ญัตติได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 คน ได้แก่ นายไบรอัน ฟิตซ์แพทริก จากรัฐเพนซิลเวเนีย นายโธมัส แมสซี จากรัฐเคนตักกี นายทอม บาร์เร็ตต์ จากรัฐมิชิแกน และนายวอร์เรน เดวิดสัน จากรัฐโอไฮโอ จึงสามารถผ่านการโหวต ไปได้ หากญัตติมีผลบังคับใช้นายทรัมป์จำเป็นต้องยุติการใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน ยกเว้นรัฐสภาจะประกาศสงครามหรืออนุมัติให้มีการใช้กำลังทหารต่ออิหร่านอย่างเป็นทางการ เพียงแต่ร่างญัตติยังต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งภายใต้กฎหมายสงครามจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาภายในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ครึ่ง ก่อนส่งให้ประธานาธิบดีลงนามเป็นกฎหมาย นายทรัมป์ยังสามารถใช้สิทธิวีโต้ขัดขวางได้ หากทำการวีโต้แล้วหนทางจะไปต่อคือญัตติต้องได้รับการลงมติสนับสนุนจากสมาชิกสภาคองเกรสทั้งหมดไม่น้อยกว่า 2 ใน 3ขณะที่ความขัดแย้งกับอิหร่าน หลังจากสองฝ่ายปะทะเดือดรอบล่าสุด สหรัฐฯยิงจรวดใส่เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติบอตสวานาที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังเกาะคาร์กของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนพิฆาตโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวตและโดรนได้โจมตีอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานนานาชาติคูเวตเสียหายหนัก มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พูดกับทีมงานวงในว่าสหรัฐฯจะยังเดินหน้าเจรจาสันติภาพกับอิหร่านต่อไป และการเจรจายังคืบหน้าไปด้วยดี ยกเว้นจะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต หากมีทหารอเมริกันเสียชีวิตเมื่อใดสหรัฐฯจะเปิดฉากใช้กำลังทางทหารอย่างเต็มรูปแบบเหมือนเดิมด้านการเจรจาระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน มีผู้แทนของทั้งสองฝ่ายเข้าหารือที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ระหว่างวันที่ 2-3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงขยายมาตรการหยุดยิงจากข้อตกลงเดิมที่ลงนามไว้เมื่อเดือน พ.ค. โดยมีเงื่อนไขสำคัญเพิ่มเติมว่า กลุ่มติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์จะต้องยุติการโจมตีทั้งหมดและถอนกำลังออกจากพื้นที่ทางใต้ของแม่น้ำลิตานีของเลบานอน นอกจากนี้อิสราเอลกับเลบานอนยังลงนามจัดตั้งพื้นที่นำร่องซึ่งจะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเลบานอนเพียงฝ่ายเดียว ทั้งสองฝ่ายมีกำหนดกลับมาเจรจารอบต่อไปภายในวันที่ 22 มิ.ย.อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในเลบานอนยังมีรายงานการสู้รบอยู่ สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอนรายงานว่า หลังการเจรจาขยายข้อตกลงหยุดยิงเพียงไม่นาน ได้มีโดรนพิฆาตของอิสราเอลโจมตียานพาหนะพลเรือนในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย ในขณะเดียวกันสำนักข่าวคานของอิสราเอล รายงานว่ากลุ่มเฮซบอลเลาะห์ใช้โดรนพิฆาตโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของอิสราเอลในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนเช่นกัน แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตนายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กลาโหมอิสราเอล ประกาศว่ากองทัพอิสราเอลจะยังดำเนินปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ที่อิสราเอลควบคุมอยู่ รวมถึงบริเวณปราสาทโบฟอร์ตที่กองทัพอิสราเอลยึดไปก่อนหน้านั้น พร้อมยืนยันว่าอิสราเอลจะถล่มกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน หากกลุ่มเฮซบอลเลาะห์โจมตีชุมชนชาวอิสราเอล ก่อนหน้านี้นายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ออกมาเตือนสหรัฐฯและอิสราเอล ถึงความเสี่ยงที่สงครามในตะวันออกกลางจะกลับมาปะทุเต็มรูปแบบ หากมีการโจมตีกรุงเบรุตในทางใดทางหนึ่ง โดยนายอารักชีระบุว่า สงครามระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ ไม่อาจแยกขาดจากสถานการณ์ในเลบานอนได้ เนื่องจากทั้งสองสมรภูมิมีความเชื่อมโยงกันมาตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่