“ผู้การ 5” เต้น ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจ สน.คลองตัน หลัง “ทนายรณรงค์” พาสาวแม่ค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์เข้าร้องเรียน หลังชุดสืบสวน สน.คลองตัน บุกจับกุมแฟนหนุ่มในห้องพักตามหมายจับเกี่ยวพันยาเสพติด แต่เหมาตรวจยึดทรัพย์สินมีค่าไปหลายรายการ ทั้งที่บอกแล้วว่าเป็นของส่วนตัว หวังตามเรื่องขอทรัพย์สินคืนอยู่นาน จนรับแจ้งให้ไปรับคืนที่ ป.ป.ส. แต่ปรากฏว่า สร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาทกลายเป็นของปลอม สอบถามกลับไปยังโรงพักก็โยนกันไปมา นอกจากนี้ยังมีเงินสด 6 หมื่นบาทแต่ได้คืนแค่ 1 หมื่นบาท และนาฬิกาแทค ฮอยเออร์อีก 1 เรือนหายไป ทนายรณรงค์ยัน หลังได้พูดคุยกับผู้บังคับบัญชา มีทั้งตำรวจจริงและนิ้วติดร่างแหเพียบที่ สน.คลองตัน เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิฯ พา น.ส.ชนิภรณ์ หรือมะนาว เจริญภูมิ อายุ 27 ปี แม่ค้าเสื้อผ้าออนไลน์ นำเอกสารหลักฐานเข้าพบ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พ.ต.อ.พิสิษฐ์ มีวิริยกุล ผกก.สน.คลองตัน และ พ.ต.ท.กิตติ ยังมี รอง ผกก. (สอบสวน) สน.คลองตัน ติดตามความคืบหน้าคดีตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน จับกุมนายวัฒนพงษ์ หรือบังอ้วน บุญประกอบ อายุ 42 ปี สามี น.ส.ชนิภรณ์ ตามหมายจับข้อหาเกี่ยวพันยาเสพติด และตรวจยึดทรัพย์สินไปตรวจสอบโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายน.ส.ชนิภรณ์กล่าวก่อนเข้าพบตำรวจว่า เมื่อช่วงสายวันที่ 25 มิ.ย.68 ตนกับสามีนอนพักในห้องคอนโดแห่งหนึ่งในซอยพัฒนาการ 20 ท้องที่ สน.คลองตัน มีตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน 8 นาย ทราบชื่อหัวหน้าชุดต่อมา ร.ต.อ.อิทธิกร เกิดผล รอง สว.สส.สน.คลองตัน นำหมายจับบุกมาควบคุมตัวนายวัฒนพงษ์เนื่องจากมีเส้นเงินยาเสพติด มาถึง ตรวจค้นในห้องไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ตรวจยึดสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทที่สามีใส่อยู่ สร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาทของตน เงินสด 60,000 บาท ไอแพด นาฬิกาข้อมือแทค ฮอยเออร์ และยี่ห้ออื่นอีกกว่า 10 เรือน อ้างว่าทรัพย์สินอาจเกี่ยวพันกับยาเสพติด ที่สำคัญตำรวจไม่ได้เซ็นรับทรัพย์ที่ตรวจยึดไป ทั้งที่พยายามชี้แจงแล้วว่า ทรัพย์สินทั้งหมดตนหามาได้จากหยาดเหงื่อ กลับถูกตำรวจตะคอกข่มขู่ให้อยู่เฉยๆ ไม่อย่างนั้นจะโดนจับ“หลังเกิดเหตุเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน แต่ไม่มีใครรับแจ้งความ อ้างว่าตำรวจทำตามหน้าที่ ส่วนทรัพย์สินที่ถูกยึด ได้ข้อมูลว่าชุดจับกุมส่งมอบให้สารวัตรสอบสวนเจ้าของคดีไปแล้ว เมื่อไปสอบถามได้รับคำตอบว่า ของกลางทั้งหมดต้องเก็บไว้ตรวจสอบก่อน” น.ส.ชนิภรณ์กล่าวน.ส.ชนิภรณ์ เผยอีกว่า ต่อมาเดือน ก.ค.68 สามีตนได้ประกันตัวชั้นศาล ตำรวจติดต่อให้ไปรับนาฬิกาที่ยึดไปกว่า 10 เรือนคืน (ส่วนใหญ่โนเนม) ในชั้นสอบสวนอ้างไม่เกี่ยวกับยาเสพติด แต่ปรากฏว่าไม่มีนาฬิกาแทค ฮอยเออร์ จึงทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.มีความเห็นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำการโดยมิชอบส่งเรื่องให้ ป.ป.ส.ตรวจสอบ ต่อมาสำนักงาน ป.ป.ส.มีหนังสือเมื่อวันที่ 9 ก.พ.69 ให้ตนไปรับสร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาท และไอแพดคืน มี น.ส.เกตุสุดา (ไม่ทราบนามสกุล) นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ ป.ป.ส. เป็นคนทำเรื่องมอบทรัพย์สิน แต่พอเห็นสร้อยก็ตกใจเพราะไม่ใช่สร้อยข้อมือของตน มีใบเปอร์เซ็นต์ทองแค่ 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เอกสารระบุน้ำหนักสร้อยที่ยึดไป 42.63 กรัม แต่ทองที่คืนหนัก 55 กรัม จึงปฏิเสธไม่รับ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าให้เซ็นรับไปก่อน หากเป็นทองปลอมจะเป็นพยานการตรวจรับให้“นอกจากนี้ตนยังพบหลักฐานเอกสารของตำรวจตอนส่งทรัพย์สินให้ ป.ป.ส.ตรวจสอบ ในรายการมีสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท สร้อยข้อมือทองคำ 3 บาท เงินสด 1 หมื่นบาท (ยอดเงินจริง 6 หมื่นบาท) ไอแพด แต่ไม่มีนาฬิกาข้อมือแทค ฮอยเออร์ ตัดสินใจร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน จนถูกตำรวจ สน.คลองตัน โทร.มาข่มขู่ให้เลิกร้องเรียน ไม่งั้นจะเดือดร้อน แต่ขอยืนยันว่าทองถูกเปลี่ยนจริง ไปตามเรื่องที่ สน.คลองตัน ก็โยนกันไปมากับ ป.ป.ส.จนสุดท้ายยังไม่ได้แจ้งความ” น.ส.ชนิภรณ์กล่าวหลังประชุม 1 ชม. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 เผยว่า คดีนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพูดคุยกับ น.ส.ชนิภรณ์ ผู้เสียหาย ประเด็นการตรวจค้นไม่น่ามีปัญหา มีหมายจับถูกต้อง แต่มีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนโดยตรง มี พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า รอง ผบก.น.5 เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน และจะเชิญ น.ส.ชนิภรณ์ผู้เสียหายไปสอบข้อเท็จจริงที่ บก.น.5 คาดว่าเรื่องจะกระจ่างเร็ววันนี้ด้านนายรณรงค์ แก้วเพชร์ กล่าวว่า คดีนี้ทำกันเป็นกระบวนการ ผู้กระทำผิดคาดว่ามีทั้งเจ้าหน้าที่และนิ้วตำรวจเกี่ยวข้องจำนวนมาก ไม่มีการรายงานผู้บังคับบัญชา รวมทั้งข่มขู่ผู้เสียหายด้วย หลังจากผู้เสียหายเข้าพบตำรวจ นำคลิปเหตุการณ์ตำรวจ สน.คลองตัน 7-8 นาย บุกไปข่มขู่ถึงห้องพักย่านคลองตัน เป็นห้องพักที่ย้ายหนีมาจากคอนโดฯที่ถูกตำรวจจับ จึงถ่ายภาพคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐานเพราะไม่มั่นใจความปลอดภัย เพราะถูกข่มขู่ว่าให้ยุติการร้องเรียนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่