ภูมิใจไทยแจงถอนชื่อหนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเพื่อไทย เพราะฝ่ายกฎหมายพรรคสแกนเนื้อหาเข้าข่ายขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ยันไม่กระทบสัมพันธ์พรรคร่วมฯ “นิกร” โอ่ค่ายสีน้ำเงินจริงใจดันแก้ รธน.ให้สำเร็จได้จริง ยึดโยง ปชช.ตั้ง กก.รับฟังความเห็น ปชช. 1 ปี พท.ถอยทบทวนยื่นร่างแก้ขรัฐธรรมนูญเข้าสภาฯ “จุลพันธ์” ยันไม่เกิดปมขัดแย้งในรัฐบาล “ชูศักดิ์” คาใจ ภท.เคยโหวตผ่านโมเดลเลือก ส.ส.ร. แต่คราวนี้เกิดมีปัญหาถอนชื่อ โยนผู้บริหารพรรคชี้ขาด สภาฯตั้ง กมธ. 25 คนตรวจสอบใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน “เท้ง” ฉะรัฐบาลลักไก่เทงบฯ 1.8 หมื่นล้านเยียวยาผ่านกองทุนสวัสดิการแห่งรัฐหวังล็อกสเปกฟาดเงินทอน “ไหม” จวก รบ.ทำโทษลูกกตัญญู ตัดสิทธิพ่อแม่วืดบัตรสวัสดิการฯ “กรณ์” เฉ่งดันทุรังกู้เงินทั้งที่ไม่เข้าขั้นวิกฤติ “โรม” ปัด ปชน.ส่งสัญญาณจูบปากฝ่ายขวาพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชี้แจงมติพรรคให้ 30 สส.ของพรรคถอนชื่อออกจากการสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย (พท.) เพราะมีข้อกังวลร่างฉบับพรรค พท.กำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชนเลือกตั้ง 300 คนส่งให้รัฐสภาเลือกเหลือ 100 คน สุ่มเสี่ยงขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยืนยันไม่กระทบความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาล“นิกร” โร่แจง ภท.กลับลำไม่หนุน พท.เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 มิ.ย.ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงชี้แจงกรณีมติที่ประชุมพรรค ภท.ให้ สส.ภูมิใจไทย ถอนการร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า หลังการพิจารณาเนื้อหาร่างของพรรค พท.แล้ว กังวลว่าจะขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 เพราะพรรค พท.กำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชนเลือกตั้ง 300 คน แม้จะส่งให้รัฐสภาเลือกเหลือ 100 คน แต่ในทางปฏิบัติแล้วอาจมีปัญหา โดยเฉพาะอำนาจระหว่างรัฐสภากับประชาชน ขณะที่พรรค ภท.เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ยึดถือหลักการตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนั้น หาก สส.ของพรรคร่วมสนับสนุนร่างฉบับอื่นที่ส่อขัดกับคำวินิจฉัย อาจถูกมองว่าเราไม่ชัดเจน จึงมีมติให้ สส.ที่ร่วมลงชื่อถอนชื่อออกและในฐานะที่พรรค ภท.เป็นพรรคแกนนำต้องระมัดระวัง ไม่ให้มีประเด็นสุ่มเสี่ยงกระทบเสถียรภาพได้ อย่างไรก็ดีทราบว่าแม้ สส.พรรค ภท.ถอนชื่อ พรรคพท.ยังมีเสียงเกิน 100 เสียงสามารถยื่นร่างแก้ไขได้โอ่ร่างฉบับ ภท.รับฟังเสียง ปชช. 1 ปีนายนิกรกล่าวต่อว่า ส่วนในแง่ความสัมพันธ์กับประชาชน มองว่าประชาชนมีส่วนร่วมกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านการออกเสียงประชามติทั้ง 3 ครั้ง คือครั้งแรกขอความเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ครั้งที่สองหลังแก้ไขมาตรา 256 และครั้งที่สามหลังมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงมีความผูกผันและให้ประชาชนมีอำนาจเต็ม พรรคจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ให้สำเร็จ การยื่นร่างแก้ไขจึงต้องไม่ทำให้เกิดการร้องเรียนหรือตีความ ที่จะทำให้ล่าช้า ร่างของพรรค ภท. กำหนดให้ตั้งกรรมการรับฟังความเห็นประชาชนทั่วประเทศ และให้เวลา 1 ปี เพราะแค่รูปแบบที่มาจากเลือกตั้งของประชาชนไม่พอ แต่ต้องมีการรับฟังความเห็นของประชาชนด้วย ส่วนกรณีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. นัดหมายหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 19 มิ.ย.เป็นเรื่องดี แต่การพูดคุยกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเฉพาะคนในลักษณะปรึกษาหารือ ไม่ใช่ข้อสรุปที่เป็นคำวินิจฉัยแบบองค์คณะที่มีผลผูกพันกับทุกองค์กรปัดผูกขาดไม่กระทบสัมพันธ์พรรคร่วมฯเมื่อถามว่ากรณีมติการถอนชื่อสะท้อนว่าพรรค ภท.จะปิดประตูเลือก ส.ส.ร.ทางอ้อมหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า การเสนอร่างที่มีปัญหาอาจทำให้ไม่สำเร็จได้ แม้จะทำให้ดูดีประชาชนชอบ แต่เราไม่ได้ทำเพื่อหาเสียง แต่ทำเพื่อเกิดขึ้นได้จริง ที่กำหนดให้ ส.ส.ร.มาจากประชาชน แต่ไม่สำเร็จ หรือทำเพื่อหวังผลอื่นจะมีประโยชน์อะไร ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงผ่านการออกเสียงประชามติ โดยให้ฟังความเห็นประชาชน 1 ปี เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังทันรัฐบาลชุดนี้ การลงมติจะยืนยันตามร่างของพรรค ภท. สำหรับกรณีของพรรค พท.เราไม่ได้แสดงเจตนาปัดตก แต่เพราะเนื้อหามีปัญหา แต่เขาได้ 189 รายชื่อแล้วเราถอนออกมาเสียงยังพอ ความสัมพันธ์ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามย้ำว่ามีคนมองว่าร่างของพรรค ภท. อาจเกิดปัญหาผูกขาดในสภาฯ นายนิกรกล่าวว่า หากให้เลือกตั้งตรงจะมีคนร้องและโดนคว่ำทันที เคยมีกรณีที่เกิดขึ้นในปี 2564 เคยมีประเด็นที่ล็อบบี้ไม่ให้โหวตเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญเพราะขัดจริยธรรม เป็นการกระทำที่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ไม่ใช่สมัครแล้วให้คนของตัวเองเข้ามา พรรค ภท.เขียนเนื้อหาให้ทุกเสียง ทั้งเสียงข้างน้อย เสียง สว.ต่างถูกรับฟัง“ภราดร” แจ้งข้อกังวลให้ พท.ทราบแล้วนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ แกนนำพรรค ภท. กล่าวว่า พรรค ภท.หารือกันมีข้อกังวลจากฝ่ายกฎหมายว่าอาจมีปัญหาขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ห้าม ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ในร่างพรรค พท.กำหนดให้แต่ละจังหวัดไปเลือก ส.ส.ร.แล้วให้รัฐสภาเลือกอีกทีมันอาจสุ่มเสี่ยง ได้หารือกับพรรค พท.ถึงข้อกังวล ขอใช้สิทธิไม่สนับสนุนร่างของพรรค พท.ได้บอกข้อกังวลแล้วสุดแท้แต่พรรค พท.จะไปคุยกันในพรรค หากแก้ไขข้อกังวลแล้ว ภท.จะร่วมลงชื่อหรือไม่ขอพิจารณาก่อน จริงๆได้หารือกันมาตลอดตั้งแต่วันแรก ได้คุยกับนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค พท. นายชูศักดิ์บอกว่า พรรค พท.มี 70 กว่าคนไม่สามารถยื่นได้ ก็ยืนยันว่าพร้อมสนับสนุน แต่เมื่อมีข้อกังวลเช่นนี้ต้องเรียนไปตรงๆ ยืนยันไม่จะกระทบความสัมพันธ์พรรคร่วมฯ อาจมีความเข้าใจผิดกันได้บ้าง แต่เมื่อพูดคุยหารือกัน เชื่อว่าไม่กระทบกระเทือนกัน ขอให้แยกส่วนฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารรัฐสภาก็ดำเนินการกันไป มีข้อกังวลตรงไหนพูดคุยกัน ส่วนฝ่ายบริหารทำงานของฝ่ายบริหารไป“ยศชนัน” ชี้ไร้ปัญหาแยกรัฐบาลกับพรรคเมื่อเวลา 09.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษาฯและ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรค ภท.ถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พท.ว่า ทราบเรื่องแล้วคงต้องรับฟังเสียงของทุกฝ่าย เมื่อถามว่าเป็นรัฐบาลด้วยกัน แต่ไม่สนับสนุนกันจะตีความไปในทางการเมืองได้หรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ไม่มีอะไรหรอก ประเด็นรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิแต่ละคนอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา ทำให้เกิดความบาดหมางกัน เป็นเรื่องที่เป็นกลไกของสภาฯ ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับกลไกของ ครม.พรรค พท.ยังเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ อยากให้แยกส่วนระหว่างเรื่องรัฐบาลกับเรื่องของพรรคเป็นคนละส่วนกัน เมื่อถามว่าการขอความร่วมมือในรัฐบาลเรื่องอื่นๆจะมีปัญหาหรือไม่ นายยศชนันตอบว่า ไม่มีปัญหาเลยเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงเพื่อไทยทบทวนยื่นร่างแก้ไข รธน.เข้าสภาฯต่อมาเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงกรณีพรรค ภท.ถอนชื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พท.ว่า ยอมรับว่ามีความเปลี่ยนแปลงจากที่ลงชื่อโดย 7 พรรค เมื่อมีสมาชิกส่วนหนึ่งถอนชื่อต้องรับฟัง เป็นเอกสิทธิ์ดำเนินการได้ ไม่กระทบความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล เรื่องนี้พรรค พท.จะประชุมสัปดาห์หน้า เพราะการแก้รัฐธรรมนูญเป็นความร่วมมือร่วมใจ ต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาและมีเสียง สว.1 ใน 3 ไม่ใช่เฉพาะ 30 เสียงพรรค ภท. แต่มีองคาพยพพรรคแกนหลักและ สว. ที่ต้องทบทวนให้ถี่ถ้วนคุยกันให้ตกผลึก พรรค พท. มีแค่ 74 เสียง ไม่สามารถลงชื่อพรรคเดียวได้ และร่างหลักสุดท้ายคงหนีไม่พ้นร่างพรรค ภท. เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหลักการ แต่เป็นสมการทางการเมือง พรรค พท.ทำงานแบบหวังผล เป้าหมายขับเคลื่อนแก้รัฐธรรมนูญมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่าง แต่นาทีนี้คงยังไม่ได้ยื่นร่างแก้ไข ต้องทบทวนคุยหลายฝ่ายหาข้อสรุป ยังมีกลไกการทำงานอีกมาก ขอเวลาไม่นานคุยกันภายใน รวมถึงพูดคุยกับพรรค ภท.ด้วยมั่นใจไม่เกิดปมขัดแย้งพรรคแกนนำนายจุลพันธ์กล่าวว่า ยืนยันไม่มีความขัดแย้ง เพราะพรรค ภท.บอกเองว่ามีข้อห่วงใย เราทราบล่วงหน้าจะเกิดเหตุการณ์นี้ ต้องรับฟังเพราะ ภท.มี 190 กว่าเสียงเป็นพรรคหลักแก้กฎหมาย ยืนยันจะไม่กระทบการทำงานร่วมรัฐบาลเพราะแจ้งก่อนแล้ว เราทราบก่อนแล้วยื่นไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมีถึง 30 รายชื่อที่ปรับเปลี่ยน รอพูดคุยให้ชัดเจนอีกครั้ง เมื่อถามว่าต้องถอยออกมาปรับแก้ที่มา ส.ส.ร.ให้สอดรับร่างพรรค ภท.ให้ไปต่อได้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบว่า ไม่ได้หมายความเป็นแบบนั้น ให้เวลาเป็นตัวตอบ ต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันของสมาชิก เมื่อถามว่าพรรค พท.ถูกวิจารณ์ว่าเสียหลักการ ถูก ภท.ครอบ นายจุลพันธ์ตอบว่า ยังมีข้อคิดเห็นที่ต่างหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นร่างใคร การแก้รัฐธรรมนูญไม่เริ่มด้วยการขัดแย้ง ต้องสงวนจุดร่วม หาจุดที่เดินหน้าร่วมกันได้ หากเริ่มต้นด้วยการยืนประจันหน้าการแก้รัฐธรรมนูญจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน“ชูศักดิ์” ทำใจลำบากเจอพลิกถอนชื่อนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค พท. ผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยต่อรัฐสภากล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรค พท.ครั้งนี้กับครั้งที่แล้วไม่แตกต่างในสาระสำคัญ ให้มี ส.ส.ร.เลือกมาจากประชาชนเบื้องต้นแล้วให้รัฐสภามาเลือกอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ให้ประชาชนเลือกผู้ร่างโดยตรงตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เคยมีคำวินิจฉัยใดว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ร่างแบบนี้เคยเข้าพิจารณาในรัฐสภามาแล้ว พรรค ภท.โหวตรับร่างจนได้เสียงข้างมาก แต่ไม่ได้เสียง สว. 1 ใน 3 ขาดไป 6 คน ทำให้ร่างตกไป จึงไม่เข้าใจว่าครั้งก่อนโหวตให้ ครั้งนี้มีปัญหา แต่ที่ทำใจลำบากคือ ขอความร่วมมือทุกพรรคส่งร่างให้ดูแล้วจนแถลงต่อสื่อว่า จะยื่นประธานรัฐสภาวันที่ 4 มิ.ย. แต่มีเหตุถอนชื่อขึ้น ให้เหตุผลห่วงขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญทั้งที่ไม่น่าขัด ส่วนตัวเห็นว่าถ้าเสียงที่มีอยู่พอ 1 ใน 5 ควรยื่นร่างพรรค พท.ต่อรัฐสภา ยืนยันเจตนารมณ์การมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งใจอยากเห็นเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ยื่นหลายๆพรรค วิจารณ์ข้อดีข้อเสียให้ถึงที่สุด จะรอดูฝ่ายบริหารพรรค พท.จะเดินต่อไปอย่างไรกธ.เอาด้วยถอนชื่อหนุนร่าง พท.เมื่อเวลา 18.00 น. ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะโฆษกพรรค กล้าธรรม (กธ.) เปิดเผยว่า พรรค กธ.ได้พิจารณารายละเอียดร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พรรค พท.เป็นผู้เสนอ โดยเฉพาะการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่าน ส.ส.ร.โดยพรรคกังวลว่า บางส่วนของร่างอาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ที่วางหลักการไว้ว่า รัฐสภาไม่อาจกำหนดให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร.ได้โดยตรง ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาข้อกฎหมายและความไม่ชัดเจนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พรรค กธ.จึงมีมติให้ สส.พรรคที่ได้ร่วมลงชื่อสนับสนุนถอนรายชื่อออก เพื่อให้เกิดความรอบคอบและสอดคล้องกับกรอบกฎหมายสูงสุดของประเทศ ส่วนที่พรรค พท.จะนำกลับไปปรับปรุงแก้ไขและเสนอเข้าสู่การพิจารณาใหม่ คงต้องขอดูรายละเอียดที่เสนอเข้ามาก่อน“ณัฐพงษ์” ห่วงล็อกสเปกฟาดเงินทอนเมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภามีการประชุมสภาฯ มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯเป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติขอให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีพรรคกล้าธรรม พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเสนอญัตติ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. อภิปรายว่า การใช้เงินกู้พบพิรุธหลายประเด็น เช่น เงินกู้ที่ใช้เยียวยา 1.8 หมื่นล้านบาทในกองทุนสวัสดิการแห่งรัฐ หลักการต้องใช้เท่าที่จำเป็น แต่รัฐบาลลักไก่นำเงินกู้ 1.8 หมื่นล้านบาทไปดำเนินการ ทั้งที่พิจารณาในร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 ได้ คนได้ประโยชน์คือรัฐบาลลักไก่ผิดกฎหมาย ผิดวัตถุประสงค์ชัดเจน เงินกู้ก้อนที่ 2 เปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาทเป็นข้ออ้าง ปรับโครงสร้างพลังงานเป็นพลังงานสะอาดไม่ต้องใช้เงินลงทุนแม้แต่บาทเดียว ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุน แต่รัฐบาลใช้ช่องทางพิเศษ เลี่ยงสภาฯตรวจสอบ อาศัยวิกฤติขัดแย้งเสกเงินทำเอง หวังล็อกสเปก เหมือนบางโครงการเอไอ ไทยแลนด์พาสปอร์ต ที่ล็อกสเปกให้บริษัทในเครือข่าย หวังเงินทอนให้บางพรรคในระบอบสีน้ำเงินหรือไม่“กรณ์” กางตัวเลขไม่เข้าขั้นวิกฤตินายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. อภิปรายว่า รายงานจัดเก็บภาษี 7 เดือน พบเก็บภาษีเกินเป้า 3.1 หมื่นล้านบาท มีเงินคงคลังสิ้นเดือน เม.ย. เกือบ 3 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 14% เทียบกับปีที่แล้ว ไม่ใช่สภาพการคลังที่ขาดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ขณะที่หนี้สาธารณะอยู่ในกรอบวินัยการคลัง ตัวเลขจีดีพีเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยโต 2.8% เกินกว่าที่ทุกหน่วยคาดไว้ ห่างไกลจากคำว่าวิกฤติ เงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ 10 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประเทศไทยมีมา วัดตัวเลขแล้วไม่อยู่ในภาวะวิกฤติที่ต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน หากรัฐบาลห่วงค่าครองชีพประชาชน มีทางอื่นที่ดีกว่านี้ เช่น ลดราคาน้ำมัน ลดภาษีสรรพสามิต ให้ค่าครองชีพถูกลง ไม่ต้องกู้ให้หนี้สินประเทศเพิ่ม หากทุกรัฐบาลอ้างสถานการณ์เศรษฐกิจออก พ.ร.ก. อนาคตกฎหมายวินัยการเงินการคลังจะไม่มีความหมาย ทุกรัฐบาลกู้เต็มเพดาน ออก พ.ร.ก.เพิ่มเติมได้ เศรษฐกิจจะไปไม่ได้เด็ก ภท.เอาด้วยหนุนตั้ง กมธ.นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท.อภิปรายว่า เหตุผลการออก พ.ร.ก.ชัดเจน เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเร่งด่วนที่ไม่สามารถรอได้ แต่การกู้เงินก้อนใหญ่ต้องถูกตรวจสอบเพราะเป็นเงินประชาชน สนับสนุนการติดตามการใช้เงิน หากใช้เงินไม่คุ้มค่าต้องตรวจสอบ หากทุจริตไม่มีใครหลีกเลี่ยงรับผิดชอบได้ การกู้เงินไม่ใช่การตีเช็คเปล่า สภาฯต้องช่วยตรวจสอบพรรครัฐบาล สนับสนุนให้ตั้ง กมธ. ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายว่า เป็นห่วงการใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทที่นำมาใช้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ไม่มีรายละเอียด ทั้งการติดตั้งโซลาร์เซลล์หน่วยงานราชการ การพัฒนาสถานีแท่นชาร์จรถอีวี ทุกโครงการต้องใช้ผู้รับเหมาเกรงจะกระจายเข้าสู่ผู้รับเหมาเครือข่ายสีน้ำเงินหรือไม่สภาฯเห็นชอบตั้ง กมธ.ติดตามเงินกู้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชป. อภิปรายว่า สภาฯไม่มีโอกาสกลั่นกรองโครงการแม้แต่โครงการเดียว เงินกู้เหล่านี้ไปอยู่ในงบรายจ่ายปีต่อๆไปเพื่อจ่ายเงินต้นดอกเบี้ย แทบไม่เหลือเงินไปลงทุนพัฒนาใดๆ ออก พ.ร.ก.ไม่สอดคล้องเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ เป็นวิกฤติที่รัฐบาลบริหารจัดการได้ หากแก้ต้นเหตุ แต่ไปกู้เงินให้ประชาชนมาซื้อของแพง ครบ 4 เดือนของก็แพงเหมือนเดิม แต่หนี้สาธารณะขยับเพิ่มขึ้นเกือบชนเพดาน จำเป็นต้องตั้ง กมธ.ตรวจสอบจริงจัง โครงการนี้พุ่งเป้าไปถึง 25-26 ล้านคน แม้แต่ รมว.คลังยังลงทะเบียนใช้แอป เพื่อให้ลูกหลานไปใช้หนี้ ล่าสุดยังตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพ่อแม่ที่ลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี พุ่งเป้าเพียงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นใช่หรือไม่ แต่ทำให้คนไทยมีหนี้ 4 แสนล้านบาท หลังสมาชิกอภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมเห็นตรงกันให้มีการตั้ง กมธ.วิสามัญ 25 คน ตรวจสอบการใช้จ่าย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท “ไหม” เฉ่งรัฐบาลทำโทษลูกกตัญญูเมื่อเวลา 15.30 น. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชน.โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง แจงปมหลักเกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตัดสิทธิพ่อ-แม่ที่ลูกใช้ชื่อลดหย่อนภาษีว่า นี่มันเกณฑ์อะไรกัน ลูกหักลดหย่อนอุปการะบุพการีได้ปีละ 30,000 บาท ให้กับพ่อแม่ที่อายุเกิน 60 ปีและมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทเท่ากับว่ารัฐสนับสนุนให้ลูกส่งเงิน ให้พ่อแม่ใช้เดือนละไม่ถึง 3,000 บาท แต่ถ้าเอาไปลดหย่อนเมื่อไหร่ พ่อแม่โดนตัดสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการทันที ทั้งๆที่เกณฑ์รายได้หากจะได้บัตรสวัสดิการคือไม่เกิน 100,000 บาท ลูกส่งเงินมารวมกับรายได้ของพ่อแม่ยังไงก็ไม่เกิน 60,000 บาท เอาอะไรไปตัดสิทธิ์เค้า...??? กลายเป็นทำโทษลูกกตัญญู ถ้าให้ลดหย่อนอุปการะบุพการี 100,000 บาท ว่าไปอย่างศาล รธน.ให้ส่งความเห็น พ.ร.ก.กู้เงินวันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณากรณีสส.133 คนเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธาน สภาฯ ผู้ร้องว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง จึงส่งความเห็นดังกล่าวเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่ง ศาลฯเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดและจัดส่งข้อมูลพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไปปชน.ซัดมือที่มองไม่เห็นแทรกแซง ลต.ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กรณีอดีตปลัด จ.ภูเก็ต เปิดแชตข้อความที่นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ขอร้องให้ช่วยสีน้ำเงินในการเลือกตั้ง แม้อ้างเปิดระบบไลน์เป็นสาธารณะ เชื่อมโยงหลายระบบ อาจมีใครแอบมาพิมพ์ข้อความแทน เป็นข้ออ้างฟังไม่ขึ้น จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเมื่อใด ถ้าข้อความในไลน์เป็นเรื่องจริง ถือเป็นใบเสร็จการเลือกตั้งโดนแทรกแซงโดยอธิบดีกรมการปกครองช่วยสีน้ำเงินชนะเลือกตั้ง ผ่านกลไกโยกย้ายนายอำเภอที่มีอุดมการณ์สีน้ำเงินไปดูแลพื้นที่ต่างๆ ขณะนั้นมท.ย้ายนายอำเภอ 304 คน เกือบครึ่งหนึ่งถูกแต่งตั้งเป็น ผอ.เขตเลือกตั้งและกรมการปกครองรู้ข้อมูลบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งหรือไม่ เพราะ 1 ใน 3 โรงพิมพ์บัตรเลือกตั้งคือ กรมการรักษาดินแดนในสังกัดกรมการปกครอง ยืนยันได้หรือไม่ว่า ไม่มีใครในกรมการปกครองรู้ข้อมูลบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ก่อนวันที่ 8 ก.พ.69 ข้อความในแชตไลน์อาจไม่ใช่ส่งให้แค่ปลัดจังหวัด แต่เป็นโค้ดลับหรือคาถาพิเศษให้เห็น น้ำเงินทำอะไรไม่ผิด ไม่อยากให้ประชาชนสงสัยรัฐบาลเข้าสู่อำนาจได้ เพราะได้รับการช่วยเหลือจากมือที่มองไม่เห็น“เจเศรษฐ์” ปัด ขรก.ล้วงลูก ลต.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทยว่า อธิบดีกรมการปกครองทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงมายัง มท.แล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาว่ามีข้อเท็จจริงเพียงพอเพื่อสอบสวนหรือไม่ จะเชื่อสิ่งที่อธิบดีชี้แจงมาหรือไม่ คงใช้ตัวเองเป็นบรรทัดฐานตัดสินไม่ได้ ต้องพิสูจน์ด้วยวิธีวิทยาศาสตร์ การกังวลจะตั้งคนสีน้ำเงินมาตรวจสอบช่วยเหลือกัน ส่งเรื่องไปให้กมธ.ปกครองตรวจสอบได้ เพราะมี สส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านนั่งเป็น กมธ. เรื่องนี้ต้องตรวจสอบและชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ต้องใช้เวลา เพราะมีมูลเหตุหลายอย่าง ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามกระบวน การตรวจสอบ เรื่องข้าราชการไม่มีผลต่อการเลือกตั้ง ไม่มีข้าราชการคนใดช่วยได้ สส.มาจากประชาชน ไม่ได้หวังให้ข้าราชการมาช่วย กรมการปกครองไม่มีอำนาจสั่งประชาชนเลือกใครหรือพรรคใดได้ เชื่อว่าไม่มีมือที่มองไม่เห็นแทรกแซงเลือกตั้ง การโยกย้ายนายอำเภอเป็นอำนาจข้าราชการประจำทำเป็นประจำ หน้าที่นายอำเภอคือ เป็น ผอ.ดูแลการเลือกตั้งตามที่ กกต.ขอความร่วมมือ หากแต่งตั้งไม่เป็นธรรมต่อตัวข้าราชการ มีช่องทางร้องเรียนขอความเป็นธรรมกมธ.เชิญ “ไชยชนก” แจง TH–AI Passportเมื่อเวลา 09.30 น. นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหนาพรรค ปชน.ในฐานะประธานคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ รับหนังสือจากสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน ขอให้ตรวจสอบข้อมูลโครงการ TH-AI Passport จากนั้นนายรังสิมันต์ กล่าวว่า โครงการนี้น่าสงสัยอยู่แล้ว มองได้ว่าอาจเชื่อมโยงกับทุจริตคอร์รัปชัน ผู้ร้องระบุผู้ถูกร้องเรียนและผู้เกี่ยวข้องหลายท่าน พบบางบริษัทเป็นบริษัทน้ำมันหากเป็นไปตามนั้นจริง คงแปลกประหลาด บริษัทที่มีวัตถุประสงค์หลักทำเรื่องพลังงานมาเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ กมธ.จะตรวจสอบต่อไป เนื่องจากเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง TOR ที่อาจล็อกสเปก ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ตอบคำถามผ่านกระทู้ในสภาฯ แต่รายละเอียดจริงๆ อาจไม่ตรงกับที่รัฐมนตรีตอบโดยทั่วไปต้องเชิญรัฐมนตรีแต่ยังระบุวันไม่ได้ กรณีนายไชยชนกมีหลายเรื่อง คงจะติดตามตรวจสอบทำหนังสือเรียกให้นายไชยชนกมาชี้แจง กมธ.ต่อไป จะไปไกลถึงการออกคำสั่งเรียกหรือไม่ คงต้องหารือกันใน กมธ.ปัด ปชน.ส่งสัญญาณจูบปากฝ่ายขวานายรังสิมันต์ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้งนายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ เป็นประธานยุทธศาสตร์ผู้ว่าฯ กทม.พรรค ปชน.ว่า ขอยืนยันว่าเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ เราไม่เคยทรยศหักหลังใคร วิธีคิดเราคือสิ่งที่ต้องทำเพื่อที่จะรับมือกับระบอบสีน้ำเงิน ที่กัดกินสังคมไทยกินรวบทุกอย่าง บ้านเมืองมาถึงขนาดนี้ถ้าไม่พยายามรวมพลังให้มากที่สุดเพื่อต่อต้านกับระบอบสีน้ำเงิน เมื่อถามว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงฝ่ายขวาหรือไม่ว่าพร้อมประนีประนอม เพื่อจะได้เป็นรัฐบาลหรือได้อำนาจ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เวลามองเรื่องนี้ไม่ใช่ ตั้งธงว่าจะประนีประนอม แต่วันนี้มีการกินรวบจนน่ารังเกียจ ไม่นับปัญหาสแกมเมอร์ที่อาจเชื่อมโยงไปถึงรองนายกฯบางคนหรือไม่ก็ไม่รู้ ไม่ใช่เรื่องการประนีประนอม แต่เป็นการบอกว่านี่คือศัตรูที่กำลังทำลายชาติ จะมีใครมาร่วมกับพวกเราบ้าง เมื่อถามว่าคนพุ่งเป้ามาที่โปลิตบูโรว่าเป็นคนเลือกนายสุรพลเข้ามา นายรังสิมันต์กล่าวว่า อย่าไปลงลึกรายละเอียด เบื้องต้นไม่มีโปลิตบูโรในโครงสร้างพรรค นายสุรพลมีส่วนร่วมกับพรรค อย่างน้อยที่สุดคือเป็นพยานในคดีต่างๆ คงจะได้เห็นบทบาทนายสุรพลลักษณะแบบนั้น เมื่อผู้บริหารตัดสินใจแบบนี้ ต้องพิสูจน์กันด้วยเวลา และหลายอย่างว่าเราคิดถูกหรือคิดผิด“เชน” ยัน พท.งานบริหาร ปท.เต็มที่อีกเรื่องที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษาฯ ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. กล่าวถึงกรณี น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุเรื่องการเมืองนายทักษิณมอบให้นายยศชนันและ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ หัวหน้าครอบครัวพรรค พท.และ ที่ปรึกษา ดูแลบริหารจัดการ นายทักษิณฝากฝังอะไรหรือไม่ว่า การบริหารบ้านเมืองโดย ครม. เรามีอำนาจเต็มอยู่แล้ว แต่ละท่านทำเต็มที่ ส่วนการบริหารงานพรรคโครงสร้างบริหารพรรคชัดเจน น.ส.แพทองธารเป็นที่ปรึกษาอยู่แล้ว คิดว่าใช้โครงสร้างนี้ขับเคลื่อนพรรคไปได้ เมื่อถามว่าฟังจากข่าวดูเหมือนว่านายทักษิณจะวางมือ นายยศชนันกล่าวว่า ยืนยันเหมือนเดิมเรื่อง ครม.เราทำเต็มที่ การบริหารพรรคเป็นไปตามระเบียบโครงสร้างพรรค ทำงานเต็มที่ ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าให้ได้ เมื่อถามว่าจะมีโอกาสขยับขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค พท.หรือไม่ นายยศชนันตอบว่า “ไม่มีหรอกครับ”“จุลพันธ์” ปัด “ทักษิณ” ครอบงำ พท.ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึง กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯได้รับพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พรรค พท. จะเข้าพบนายทักษิณหรือไม่ว่า ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ แต่เมื่อพูดชื่อนี้ ทุกคนยิ้มกันหมด ยินดีกับครอบครัวนายทักษิณ ยืนยันนายทักษิณไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับพรรค พท.ไม่มีแล้ว เลยจุดนั้นไปแล้ว ต้องไม่มีคำถามแบบนี้อีกแล้ว พรรค พท.พร้อมเดินหน้า ขับเคลื่อนการทำงาน ภายใต้อุดมการณ์และความคิดที่ปูรากฐานมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย มีหลักการความเชื่อของตัวเอง พร้อมนำความเชื่อไปสู่ประชาชน ขับเคลื่อนการทำงานไปตามวัตถุประสงค์ ไม่มีการครอบงำจากภายนอกโต้ส่ง “จิรายุ” บลัฟ “ชัชชาติ”นายจุลพันธ์ยังกล่าวถึงกรณีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม.พรรค พท.กล่าวถึงการทุจริตตำแหน่งข้าราชการใน กทม.พาดพิงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ได้ไฟเขียวจากพรรคหรือไม่ว่า ไม่มีไฟเขียว ไฟแดง เป็นความคิดเห็นของนายจิรายุที่อาจมีข้อมูลส่วนตัว จึงดำเนินการตามสิทธิประชาชนคนหนึ่ง ไม่ได้ทำในฐานะสมาชิกพรรค พท. แม้นายจิรายุจะเป็นสมาชิกพรรค แต่ไม่ได้หมายความสมาชิกทุกคนต้องเดินในกรอบเดียวกัน ทุกคนมีสิทธิส่วนตัว คงไม่ต้องเรียกมาสอบถาม เพราะพรรคไม่ได้ส่งผู้สมัคร การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ให้เป็นเรื่องท้องถิ่นดำเนินการผอ.เขต กทม.ขู่ฟ้องกล่าวหาซื้อเก้าอี้วันเดียวกัน มีกระแสข่าวว่า ผอ.เขตกว่า 20 เขต นัดพูดคุยหารือเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกรณีนายคริส โปตระนันท์ สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจ อ้างว่า มีกระบวนการแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.เขตจ่ายเงินสูงถึง 4 ล้านบาท ที่หน้าห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า นายเรืองศักดิ์ สายสิงห์ทอง ผอ.เขตประเวศ นายศักดิ์ชัย ศิริวรรณ ผอ.เขตมีนบุรี นายศักดิเทพ เกียรติพิชญา ผอ.เขตบางเขน ให้สัมภาษณ์ว่า พวกตนและข้าราชการในระดับ ผอ.เขตตกใจต่อกระแสข่าวดังกล่าวมาก ยืนยันกระบวนการแต่งตั้งเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ โดยพิจารณาจากความรู้ ประสบการณ์ ค่าน้ำหนักผลงาน คุณวุฒิ ความเหมาะสมเป็นสำคัญ มีระเบียบปฏิบัติชัดเจน เคร่งครัด ไม่มีการนำเงินมาแทรกแซงหรือซื้อขายตำแหน่งเด็ดขาด ความเสียหายทางกฎหมายที่เกิดขึ้นต่อภาพลักษณ์ของ ผอ.เขตทั้ง 50 คน อยู่ระหว่างหารือและพิจารณาข้อกฎหมายอย่างละเอียด หากพบว่าเข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย สร้างความเสียหายต่อบุคคลใด บุคคลนั้นย่อมต้องแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อรักษาสิทธิ์ปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตนตามขั้นตอนต่อไป เรื่องพฤติกรรมความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือใช้เต้าไต่ ไม่เคยเกิดขึ้นจริงในระบบราชการของ กทม. ข้าราชการฝ่ายประจำทุกคนได้รับผลกระทบทางจิตใจจากข่าวดังกล่าว หากฝ่ายการเมืองมีพยานหลักฐาน ชัดเจนว่ามีการทุจริตหรือซื้อขายตำแหน่งจริง ควรยื่นร้อง ป.ป.ช.หรือแจ้งความดำเนินคดี ไม่ใช่การกล่าว หาลอยๆ ส่วนกรณีระบบอากงไม่ทราบข้อเท็จจริง ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ ข้าราชการประจำต้องวางตัว เป็นกลางนายกฯชวนเอกชนฝรั่งเศสลงทุนในไทยเมื่อเวลา 14.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หารือกับนายฟรองซัวส์ กอร์แบง รองประธานสภานายจ้างฝรั่งเศสในต่างประเทศ และประธานสภาธุรกิจฝรั่งเศส-ไทย พร้อมนายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และคณะนักธุรกิจ MEDEFi 16 บริษัทใน 5 สาขาสำคัญ ได้แก่ การบิน อวกาศ และการป้องกันประเทศ วิศวกรรมและการให้คำปรึกษา การก่อสร้างและการขนส่ง ดิจิทัลและเทคโนโลยี และการผลิตและการบริหารจัดการพลังงาน สานต่อผลสำเร็จจากการเยือนกรุงปารีสของนายกฯ นายอนุทินกล่าวว่า ไทยกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เป็นโอกาสสำคัญช่วยดึงการลงทุน เทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ๆเข้าสู่ประเทศไทย ไทยพร้อมทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชนฝรั่งเศสเพื่อเปลี่ยนความสนใจให้เป็นผลลัพธ์จริงในระยะต่อไป ด้านภาคธุรกิจฝรั่งเศสแสดงความเชื่อมั่นศักยภาพของไทย สนใจลงทุนเพิ่มเติมหลายโครงการสำคัญ อาทิ ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน การผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน ระบบพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ โดยไม่เพียงนำเงินลงทุนเข้ามา แต่ยังพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาบุคลากรไทยไปพร้อมกันเพิ่มเบี้ยผู้พิการเป็น 1 พันต่อเดือนเมื่อเวลา 11.20 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงผลประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) ว่า ที่ประชุมมีมติปรับเบี้ยยังชีพผู้พิการ จากเดือนละ 800 บาท เป็น 1,000 บาท ในกลุ่มผู้ที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและมีอายุต่ำกว่า 18 ปี และอนุมัติโครงการจัดหากายอุปกรณ์ ช่วยเหลือผู้พิการ ใช้เงินกองทุนประจำปี 69 วงเงิน 141 ล้านบาท ทั้งหมด 17,000 รายการ และเห็นชอบแก้ไขแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ขยายวงเงินกู้ยืม เพื่อการประกอบอาชีพจาก 120,000 บาท เป็น 300,000 บาท ให้สอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชน ส่วนการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของผู้พิการและการรับรองผู้ช่วยเหลือผู้พิการ จะปรับให้สามารถเป็นเครือญาติพี่น้อง หากผ่านอบรมจนได้ใบรับรอง จะมีค่าตอบแทน 60 บาทต่อชั่วโมง 6 ชั่วโมงต่อวันและ 30 วันต่อเดือน รวมเป็นเงิน 10,800 บาทต่อเดือนช่วยเหลือผู้ต้องออกจากงานมาดูแลผู้พิการที่บ้าน เมื่อถามว่าการปรับเบี้ยผู้พิการและเงินอุดหนุนผู้ช่วยผู้พิการเข้าสู่ ครม.เมื่อไหร่ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตอบว่า คาดภายในเดือนนี้ ช้าสุดต้นเดือน ก.ค.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่