ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ไปบรรยายพิเศษให้กับ นักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 68 ในกิจกรรม การสัมมนาภายใต้หัวข้อ การเมืองและสังคมไทยสำหรับอนาคต งานนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิไปบรรยายหลายท่าน รวมทั้ง นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับเชิญไปพูดเรื่องอนาคตประเทศไทยด้วย มีบางช่วงบางตอนที่ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญตอบคำถามถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้เป็นไปตามผลของประชามติของประชาชนกว่า 21 ล้านคน ที่ลงมติเห็นชอบที่จะให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ กับข้อกังวลจะได้ผลลัพธ์เป็น รัฐธรรมนูญของสีน้ำเงินหรือน้ำเงินเข้ม ว่า “รัฐธรรมนูญไม่ควรเป็นสีใดสีหนึ่ง ประเทศไทยจะแบ่งเป็นกี่สีไม่สำคัญ แต่รัฐธรรมนูญเป็นกฎกติกาบ้านเมือง ต้องเป็นของคนทุกสี สิทธิและเสรีภาพของคนทุกสีจะต้องได้รับความคุ้มครอง แล้วต้องมีช่องทางโดยชอบธรรมให้คนทุกสีได้เอะอะโวยวาย ได้มีตัวแทน ได้มีการร้องต่อศาลหรือร้องต่อองค์กรที่มีความรับผิดชอบในหน้าที่นั้นๆ รัฐธรรมนูญไม่ควรมีสีใดสีหนึ่ง แต่ปัญหาของเราคือยังตกลงกันไม่ได้ว่า จะทำกันจริงๆหรือเปล่า ทั้งที่ความจริงมีประชามติมาแล้ว ที่ยุ่งยากมากกว่านั้นคือ แล้วจะทำโดยใคร ผมว่าเรื่องนี้ทำให้เราคาดการณ์ว่า รัฐธรรมนูญจะเป็นสีนั้นสีโน้น แต่เราคงน่าจะเข็ดแล้วนะครับ มอบให้ผู้เชี่ยวชาญมาเขียน เพราะบางครั้งผู้เชี่ยวชาญก็พารัฐธรรมนูญลงเหวได้เหมือนกัน ผมเผอิญรู้จักประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ท่านบอกผมว่าสิ่งที่ท่านเสียใจมากที่สุด ไม่รู้จะทำอย่างไร เป็นความผิดพลาดที่สุด คือการร่างระบบ สว. เมื่อเราทำกันแบบนี้ต้องรับชะตากรรมกันแบบนี้ ปัญหาคือเราจะยอมรับกันต่อไปหรือจะปรับปรุงแก้ไข”การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 หมวด 15 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีเงื่อนไขเข้มงวดเป็นพิเศษ นอกจาก ครม. สส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของ สส. ทั้งหมดหรือเสียง สส. และ สว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน ในการเสนอญัตติยกร่างแก้ไขแล้ว จะต้องได้รับการเห็นชอบด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาทั้งหมดและจะต้องมีเสียง สว.ให้ความเห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของ สว.ทั้งหมด หรือประมาณ 84 เสียง จะต้องมีเสียงของฝ่ายค้านหรือพรรคที่ไม่มีตำแหน่ง รมต.ประธานสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 เพราะฉะนั้น ถ้าระบอบสีน้ำเงินไม่เห็นด้วยกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทุกอย่างก็จบ การที่อดีตประธานศาลรับธรรมนูญอ้างถึงอดีตประธานยกร่างรัฐธรรมนูญปี 60 เสียใจกับความผิดพลาดของรัฐธรรมนูญที่ร่างมากับมือ ล็อกพิสดาร ที่ให้อำนาจระบอบสีน้ำเงินจนหมดหนทางเยียวยา ไม่ใช่แค่อดีตประธาน มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานยกร่างฯ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ก็เคยให้มุมมองในทำนองเดียวกัน เคยสอบถามอาจารย์วิษณุ เครืองาม อดีตมือกฎหมายรัฐบาล ฉายานักกฎหมายมืออาชีพ ก็ปฏิเสธที่จะกลับมาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญอีกแล้ว วันนี้ประชาธิปไตยประเทศไทยเดินมาสู่จุดนี้ได้อย่างไรรัฐธรรมนูญกลายเป็นจุดเริ่มต้นและเกราะกำบังของระบอบสีน้ำเงิน จะยุบจะยึดก็ไม่ได้ จะทนต่อไปก็ไม่ไหว.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม