วันที่พ่อแม่ของสุนัขหรือแมวไม่อยากให้มาถึง คือวันที่เราเห็นลูกสี่ขาที่เคยวิ่งมารับหน้าประตู เดินช้าลง เหนื่อยง่ายขึ้น ลุกจากที่นอนลำบาก หรือเริ่มมองเราอย่างเงียบๆด้วยดวงตาที่มีอายุมากขึ้นในประเทศจีน พ่อแม่สัตว์เลี้ยงจำนวนมากกำลังเผชิญกับวันเช่นนี้ จึงเริ่มหันไปสนใจการรักษาแบบแพทย์แผนจีน เพื่อดูแลสุนัขและแมวที่แก่แล้ว หรือมีโรคเรื้อรังการรักษานี้มีทั้งการฝังเข็ม การนวด การประคบอุ่นและการใช้ยาสมุนไพรจีน บางคนเรียกว่าเป็นทางเลือกที่อ่อนโยนกว่า เพราะหวังช่วยลดความเจ็บปวด ช่วยให้สัตว์กินได้ นอนหลับดีขึ้น และเดินได้สะดวกขึ้นคนจีนจำนวนมากมองสัตว์เลี้ยงเป็นลูกในบ้าน เมื่อป่วย พ่อแม่จึงไม่ได้คิดเพียงว่า “รักษาให้หาย” แต่คิดว่า “ทำอย่างไรให้ลูกมีความสุขในวันที่เหลืออยู่”ในโลกออนไลน์ของจีน เรื่องการรักษาสัตว์เลี้ยงด้วยแพทย์แผนจีนกำลังเป็นที่สนใจ แฮชแท็กเกี่ยวกับเรื่องนี้มียอดเข้าชมมากกว่า 5 ล้านครั้ง พ่อแม่หลายคนเล่าเรื่องลูกสี่ขาของตน บางตัวเคยปวดข้อ เดินไม่ไหว บางตัวป่วยเป็นโรคลำไส้ บางตัวแก่จนต้องมีคนคอยประคองเวลาเดินข้อมูลในจีนระบุว่า สุนัขและแมวที่อายุเกิน 7 ปี ในเขตเมืองมีมากถึง 20 ล้านตัว หรือคิดเป็น 1 ใน 6 ของสัตว์เลี้ยงทั้งหมด ตัวเลขนี้บอกเราว่า สัตว์เลี้ยงสูงวัยกำลังมีมากขึ้นทุกปีสุนัขแก่ก็เหมือนคนแก่ ปวดเข่า ปวดหลัง กินอาหารน้อยลง หูไม่ดี ตาพร่ามัว และอยากนอนมากกว่าวิ่ง แมวแก่ก็เช่นกัน บางตัวเคยกระโดดขึ้นโต๊ะได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ต่อมากลับต้องใช้เวลานานกว่าจะก้าวขึ้นเก้าอี้ได้ เมื่อเห็นเช่นนั้น คนเป็นเจ้าของย่อมใจหายมีรายงานเรื่องสุนัขพันธุ์ผสมอายุ 7 ปี ตัวหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคลำไส้อักเสบรุนแรง พ่อแม่ให้กินยาตามปกติ แต่อาการยังไม่ดีขึ้น จึงพาไปพบสัตวแพทย์ที่ใช้แพทย์แผนจีนร่วมด้วยสัตวแพทย์ตรวจอาการ จับชีพจร ดูลิ้น แนะนำให้ปรับอาหาร และให้ยาจีนช่วยดูแลอาการ หลังจากนั้นไม่กี่วัน อาการท้องเสียของสุนัขก็ค่อยๆลดลงอีกกรณีหนึ่ง เป็นสุนัขพุดเดิ้ลอายุ 17 ปี ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งในช่องปาก พ่อแม่เลือกการดูแลเพื่อช่วยลดอาการปวดและบวม มีทั้งการนวด การฝังเข็ม และการประคบอุ่น เป้าหมายไม่ใช่เพียงยืดชีวิตออกไป แต่คือไม่ปล่อยให้ต้องทรมานเกินจำเป็นนี่คือหัวใจของการดูแลสัตว์แก่เราอาจรักษาโรคไม่ได้ทุกอย่าง แต่เรายังทำให้ลูกสี่ขาอบอุ่นขึ้นได้ เรายังทำให้ลูกกินอาหารมื้อโปรดได้ เดินออกไปตากแดดอ่อนๆได้อีกวันหนึ่ง หรือได้นอนหลับข้างเท้าของเจ้าของอย่างสบายใจการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนสำหรับสัตว์ ต้องทำโดยสัตวแพทย์ที่มีความรู้จริงเท่านั้น ไม่ควรซื้อยาสมุนไพรมาให้สัตว์กินเอง ไม่ควรฝังเข็มเอง หรือใช้พิษผึ้งเอง เพราะสัตว์พูดไม่ได้ หากแพ้หรือเจ็บหนัก ก็บอกเราไม่ได้ผู้เชี่ยวชาญในจีนเองก็ย้ำว่า การรักษาแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะใช้แทนการตรวจรักษาตามปกติ พ่อแม่ควรพาสัตว์ไปพบสัตวแพทย์ก่อน เพื่อรู้ให้แน่ชัดว่ามันป่วยเป็นอะไร แล้วจึงปรึกษาว่าสามารถใช้การนวด ฝังเข็ม หรือสมุนไพรช่วยร่วมด้วยได้หรือไม่ในจีนมีมหาวิทยาลัยเพียง 6 แห่งที่เปิดสอนแพทย์แผนจีนสำหรับสัตว์โดยตรง แสดงว่านี่เป็นงานที่ต้องใช้ความรู้มาก ไม่ใช่ใครก็ทำได้สัตว์เลี้ยงไม่เคยถามว่าเรารวยหรือจน ไม่เคยถามว่าเราประสบความสำเร็จหรือไม่ ลูกเพียงรอเราอยู่ที่บ้าน รอเสียงกุญแจหน้าประตู รอมือที่ลูบหัว และรอคำพูดธรรมดาๆว่า “วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง”เมื่อแก่ลง สิ่งที่เราทำได้ คืออย่าปล่อยให้ลูกเดินเข้าสู่วันสุดท้ายของชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เพราะสำหรับสุนัขและแมว ความรักของพ่อแม่อาจเป็นยาที่ดีที่สุดเสมอ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม