หลังศึกซักฟอก ถ้าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล ต้องไปดูกันตอนนั้นแหละ... เพราะมีเงื่อนไขที่พอจะเป็นเหตุผลอ้างได้ ที่ชัดก็คือรัฐมนตรีคนไหนถูกยำเละ...ก็เริ่มจากคนนั้นคาดว่าต้นเดือนกันยายนที่เปิดสภาไปแล้ว ฝ่ายค้านคงยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอย่างแน่นอน เนื่องจากเข้าเงื่อนไข1.กติกาเปิดช่องให้2.เวลาพอเหมาะ เนื่องจากบริหารประเทศมาได้เกือบ 6 เดือน3.มีข้อมูลเพียบที่จะเล่นงานได้อย่างเต็มที่ว่าไปแล้วการเปิดซักฟอกรัฐบาลถือเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน เพื่อตรวจสอบฝ่ายบริหาร เป็นเรื่องที่จะต้องทำหากไม่ซูเอี๋ยกัน!ที่สำคัญคือฝ่ายค้านมีข้อมูลหลายเรื่องหลายประเด็น อย่างเช่น การฮั้ว สว. การโกงสอบเป็นข้าราชการท้องถิ่นแค่ 2 เรื่องนี้ก็เอาการอยู่สิ่งน่าสังเกตก็คือ หลังจากที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้บรรดารัฐมนตรีเร่งสร้างผลงาน และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้หากไม่สนองคำสั่งนี้จะต้องถูกปรับออกปรากฏว่าบรรดารัฐมนตรี โดยเฉพาะพวก “ลูกเทพ” ต่างก็โชว์ผลงานกันอย่างเต็มที่ งานเล็กงานน้อยเอาหมดก็เลยดูคึกคักขึ้นอย่างผิดหูผิดตาเรียกว่าได้ผลเหมือนกับเป็นยาขับพลัง หรือยาขยันก็ได้ ที่ทำให้ทุกคนต่างก็ปลดปล่อยพลังออกมาโดยอัตโนมัติไม่ต้องใช้สารกระตุ้นก็เป็นเรื่องดีของรัฐบาลเองประเด็นที่ตามมาก็คือหากฝ่ายค้านสามารถที่จะนำข้อมูลออกมาตีแผ่ถึงความผิดพลาดบกพร่องของบรรดารัฐมนตรีอย่างชนิดที่เรียกว่าเถียงไม่ขึ้นแก้ต่างไม่ได้แม้จะผ่านความไว้วางใจ แต่สังคมตอนนี้ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกันขืนอยู่ไปก็จะทำให้รัฐบาลพังไปด้วยอย่างน้อยก็ต้องปรับออกแต่ปรับแล้วจะเกิดแรงกระเพื่อมแค่ไหนอย่างไรก็เป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่ถ้าหนักไปมากกว่านั้นคืออภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งคณะนี่เป็นเรื่องใหญ่แน่จนทำให้พรรครัฐบาลถอนตัวก็ต้องปรับเปลี่ยนกันใหม่ทั้งคณะประเด็นนี้อาจจะยากสักหน่อยแต่การเมืองอะไรก็เกิดได้ทั้งนั้น!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม