วิปฝ่ายค้านเปิดเวทีเจาะลึกโกง สว.ภาค 4 ฉายภาพโยงใย ใบสั่ง-เส้นเงิน-สายสัมพันธ์ ขาใหญ่ ภท.ลากขึ้นเขียงเป็นปมร้อนซักฟอก มั่นใจหลักฐานมัดแน่นพัน รมต.เพียบ “พริษฐ์” เปิดเส้นทางโอนเงิน กระจายเครือข่าย 6 จังหวัด “ลำพูน-หนองบัวลำภู-นครพนม-อำนาจเจริญ- สุราษฎร์ธานี-สงขลา” แฉ “สจ.ญาณี” ทีมงาน “สุขสมรวย” โอนเงิน 13 ครั้ง 8.6 แสนบาท ไปให้พนักงานสืบสวน กกต. ช่วง เม.ย.-ก.ค.67 ตรงห้วงเลือก สว. บี้ กกต.กลาง ชี้แจงด่วน ผิดจริงต้องส่งคดีไปศาล “มนตรี” ชี้เป้า “เลขาฯพิพัฒน์” หัวจ่ายฮั้ว สว.นครศรีธรรมราช “ปัญญา” ปูด “วฺุฒิชาติ” หัวขบวนจัดตั้งก๊วนหนองบัวลำภู “ยิ่งชีพ” เปิดโพยฝากเลี้ยงตั้งคนใกล้ชิดวนลูปนั่งผู้ช่วย สว. “อนุทิน” ไประนองทอดผ้าป่าซื้อเครื่องมือแพทย์ โพสต์ปริศนาแซะคนวิ่งชนกำแพงสูงยิ่งเจ็บหัว “เท้ง” ลั่นภารกิจ ปชน.ท้าชนระบอบสีน้ำเงินฝ่ายค้านนำหลักฐานพร้อม 3 อดีตผู้สมัคร สว. พยานคดีฮั้ว สว.แฉขบวนการจัดตั้งว่าจ้างส่งผู้สมัครสว.หัวละ 5 พันบาท มีอดีตเลขาฯส่วนตัวนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ตอนเป็น รมว.แรงงาน เป็นหัวจ่าย เปิดโปง สจ.ทีมงานนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โอนเงิน 8.6 แสนบาทให้พนักงานสืบสวน กกต. ช่วงเลือก สว.ปี 67 จี้ กกต.กลางชี้แจงด่วนภายใน 1-2 วัน หากพบ กระทำความผิดต้องส่งคดีขึ้นสู่ศาลวิปฝ่ายค้านลากไส้โกง สว.ภาค 4เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) จัดเวที เจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว.ภาค 4 ใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์ มี 3 อดีตผู้สมัคร สว.พยานคดีฮั้ว สว.ร่วมเวทีเสวนา พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครสว.กลุ่ม 2 จ.เพชรบุรี กล่าวว่า การรับสมัคร สว.ใน พื้นที่มีผู้มีลักษณะต้องห้ามเป็นสามีภรรยาลงสมัครคราวเดียวกัน 4 คู่ ทำหนังสือถึง กกต.เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.67 จนถึงวันนี้ไม่ได้รับแจ้งความคืบหน้า จึงแจ้ง ตำรวจและฟ้องศาลเพชรบุรี แต่ศาลไม่รับคำฟ้องเพราะ ไม่ใช่ผู้เสียหาย จากนั้นทำเรื่องยื่นต่อ กกต.ตอบกลับมา ว่า กกต.เคยมีคำวินิจฉัยผู้สมัครมีลักษณะต้องห้าม เป็นสามีภรรยา จะผิดเฉพาะคนสมัครทีหลัง อ้างว่า เป็นไปตามคำสั่งศาลฏีกา ค้นคำสั่งดังกล่าวพบว่าเป็น กรณีผู้สมัครหญิงมีสามีเป็นเลขานุการนายก อบต.ราชบุรี ฟ้องศาลกรณี กกต.ราชบุรี เพิกถอนสิทธิเพราะ มีลักษณะต้องห้าม ศาลระบุว่า กกต.วินิจฉัยชอบแล้ว แต่ตนทำหนังสือแย้งคำวินิจฉัย กกต.ว่าเป็นคนละเรื่อง กกต.ตอบกลับว่าคำวินิจฉัย กกต.ไม่ใช่คำสั่งทางปกครอง ถือว่าสิ้นสุดไม่สามารถอุทธรณ์ได้ ปูด “วุฒิชาติ” หัวโจกฮั้วหนองบัวลำภูนายปัญญา ท่าพิสัย อดีตผู้สมัคร สว.หนองบัวลำภู กล่าวว่า อยู่ในขบวนการจัดหาคนลงสมัคร มีนาย คำพอง เค้างิ้ว หัวหน้ากลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ให้หาคน ลงสมัคร จะให้เงินหัวละ 5,000 บาท มีว่าที่ ร.ต.วรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 8 หนองบัวลำภู อยู่เบื้องหลังนายคำพอง เป็นเส้นเงินให้ ตนหาคนในหมู่บ้าน 20 คน ใน ต.ป่าไม้งาม เป็นคนลงสมัคร แต่ภายหลังพบข้อมูลเบื้องหลังที่อยู่สูงกว่านั้น จึงไม่ได้ ไปต่อ มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่ามีการจ่ายเงินที่ร้านอาหารหน้า รพ.หนองบัวลำภู 80,000 บาท ให้ผู้สมัครเป็น ค่าดำเนินการ คนละ 2,000 บาท ต่อมานายคำพองไปรับเงินจากนายพันศักดิ์ ที่ยูดิทาวน์ จ.อุดรธานี 1.7 ล้านบาท ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู พบแบ่งสาย 4 สาย ขอเรียกร้องให้นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. และนายดิชฐ์พิเชษฐ์ สุวรรณโพธิ์ สว.สำรองกลุ่ม 1 ที่ทำงานให้นายวุฒิชาติชี้แจงรายละเอียดเส้นเงินต่างๆ บางรายการพบว่าโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร บางรายการจ่ายเป็นเงินสดชี้เป้าเลขาฯ “พิพัฒน์” ตัวกระจายเงินขณะที่นายมนตรี เฉียบแหลม อดีตผู้สมัคร สว.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า มี สว.นครศรีธรรมราช 5 คน เป็น สว.สีน้ำเงิน 3 คน สว.อิสระ 2 คน ไม่เข้า กลุ่มฮั้ว คือ นายอภินันท์ เผือกผ่อง และ พล.ต.ท.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้สมัคร สว.นครศรีธรรมราชทั้ง 29 คน รู้ล่วงหน้าใครจะได้เป็น สว. มีการวางแผน ให้บุคคลลงสมัครกลุ่มต่างๆ บางคนลงสมัครไม่ตรงความเชี่ยวชาญ เช่น เป็นวิศวกรลงสมัครกลุ่มชาวสวน ชาวนา การเตรียมฮั้วพบจ่ายเงินโอนและเงินสด มี เส้นเงินสดที่เชื่อว่าทำผ่าน น.ส.วาริน ชิณวงศ์ นายกอบจ.นครศรีธรรมราช ที่ช่วงเลือก สว.เป็นเลขานุการส่วนตัวนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ตอนเป็น รมว.แรงงาน เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว.ระดับอำเภอ-จังหวัดจี้ 3 สว.นครศรีฯแจงร่วมขบวนฮั้วนายมนตรีกล่าวว่า ขอให้ สว.นครศรีธรรมราช 3 คน คือ นายณัฐกิตติ์ หนูรอด นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว และนายสมศักดิ์ หนูแก้ว ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าได้อยู่ ในห้อง 706 ที่โรงแรมอัศวินพร้อมกับตนหรือไม่ หากเงียบ ถือว่าเป็นข้อเท็จจริง นายณัฐกิตติ์นั่งรถไปกับตนไปที่โรงแรมธาราแกรนด์หรือไม่เพื่อพบ “โกเกียรติ” เลียงประสิทธิ์ บิดานายวรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เพื่อร่วมกาโพยกาตัวเลขหรือไม่ รวมถึง นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.กระบี่ จบคณิตศาสตร์ ทำธุรกิจห้องเช่า แต่ลงสมัครกลุ่มท่องเที่ยว นายพิสิษฐ์ ไม่ได้อยู่ในโพยมี 5 อันดับแต่ได้อันดับ 7 สิ่งใดไม่รู้ อย่ามาพูด สว.สีน้ำเงิน อย่าทำตัวเป็นขี้หมา รู้ว่าตัวเอง ไร้ค่า แต่ไม่มีใครกล้าเหยียบ ตนเป็นเด็กวัดพร้อมถอดรองเท้าเหยียบขี้หมาสนช.เคยทำนาย 9 ปีก่อนเปิดช่องโกงนายปุรวิชญ์ วัฒนสุข นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กระบวนการเลือก สว.ตามรัฐธรรมนูญปี 60 ถูกคาดหมายได้ มีรายงานการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 30 พ.ย.60 มีอดีต สนช. 2 คนอภิปรายถึงที่มาระบบเลือกกันเองของ สว. ตั้งคำถามการเลือก สว.ระดับอำเภอ จังหวัดว่า อาจบล็อกโหวต ระบบตั้งต้นเอื้อให้ล็อกและฮั้วได้ตั้งแต่ต้น คนที่เข้าอยู่ในกระบวนการไม่คิดเลือกใครอยู่แล้ว นอกจากรับจ้างให้ไปเลือกผู้อื่น ที่กำหนดให้เลือกกันเอง ถ้าเป็นพรรคที่คุมภาคเหนือ ภาคตะวันออก ค่าสมัครคนละ 2,500 บาท ลงสมัครทุกกลุ่ม กลุ่มละ 100 คน เลือกเฉพาะคนที่เป็นเป้าหมาย กำหนดให้เลือกกันเอง คำพูดของอดีต สนช.ที่อยู่ในเอกสารระบุว่า กระบวนการแบบนี้ 5,000 ล้านบาทยึดประเทศได้ เป็นกระบวนการฮั้วที่มีคำพูดมาแต่สมัย 9 ปีที่แล้ว สนช.ใช้คำว่า กามิกาเซ่ คนเหล่านี้จัดตั้งเข้ามาไม่สนจะเลือกใคร เว้นแต่คนที่เขากำหนดให้แล้ว มีโค้ชคอยจัดการให้หมด ระบบนี้ออกแบบให้เกิดการโกง การฮั้วได้ง่าย เป็นสิ่งที่เดินมาจนถึงวันนี้ ระบบออกแบบมาให้สิ่งที่กำลังคุยเกิดขึ้นจริงไอลอว์บี้ “สมพาน” ขายก๋วยเตี๋ยวอะไรแน่ด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) กล่าวว่า นายสมพาน พละศักดิ์ สว.อำนาจเจริญ เขียนใบสมัครว่ามีประวัติค้าขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ 12 ปี ขณะที่นางแดง กองมา สว.เขียนใบสมัครว่าเป็นคนขายหมู ต่อมานายสมพานบอกว่าขายก๋วยเตี๋ยวปลา ค้นข้อมูลพบว่าเจ้าของร้านคือนายศิริพล เรืองบุญ สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) ที่ลงสมัครในกลุ่มภูมิใจไทเมืองอำนาจ และเคยถ่ายภาพกับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท.และยังพบว่าร้านก๋วยเตี๋ยวปลาเปิดทำการปี 2558 นับถึงวันสมัคร สว.ปี 67 ไม่ถึง 10 ปี เมื่อค้นเฟซบุ๊กนายสมพานระบุว่าขายก๋วยเตี๋ยวนายพานไปค้นพบว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายพานมาตั้งแต่ปี 63 ต่อมาปี 66 เป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ด สรุปแล้วขายก๋วยเตี๋ยวอะไรกันแน่ และสมัครถูกกลุ่มหรือไม่ เพราะไม่เห็นว่ามีร้านใดมีลูกจ้างเกิน 100 คน ร้านใดมีกำไรเกิน 300 ล้านบาทต่อปี นายสมพานเป็นเจ้าของกิจการจริงและทำอาชีพนี้ครบ 10 ปีหรือไม่ และสงสัยว่า สว.หลายคนตั้งคนที่เลือกตัวเองมาเป็นผู้ช่วย สว. หรืออาจตั้งให้ไปฝากเลี้ยงกัน ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ แต่ จ.อำนาจเจริญวนเวียนเป็นวัฏจักรกันเช่นนี้ หลังจากเวทีนี้ไอลอว์จะเปิดภาพเอกสาร สว.3 ทั้งหมด 4 หมื่นกว่าหน้า พร้อมรายชื่อผู้ช่วยทั้งหมด อีกหลายจังหวัดก็เป็นเช่นนี้ อยากให้ช่วยกันจับตาเปิดโพยฝากเลี้ยงตั้งคนใกล้ชิดเป็นทีมงานจากนั้นทีมงานไอลอว์เปิดเผยข้อมูลการตั้งคณะทำงานของ สว.อำนาจเจริญ นำมาจากข้อมูลสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและเฟซบุ๊กของบุคคลต่างๆ พบว่าสว.อำนาจเจริญฝากเลี้ยงตั้งคนใกล้ชิดแต่ละคน วนเป็นทีมงาน สว.อำนาจเจริญ เช่น นายสมทบ ถิระพันธุ์ สว.อำนาจเจริญ ตั้งนายสหรัถ กองมา บุตรชายนางแดง กองมา สว.อำนาจเจริญและนายณัฐพงศ์ พละศักดิ์ บุตรชายนายสมพาน พละศักดิ์ สว.อำนาจเจริญ เป็นผู้ช่วย สว.ของนายสมทบ ขณะที่นายสมพานตั้งนายไสว จำปานนท์ นามสกุลเดียวกับนายสุวิทย์ จำปานนท์ สว.อำนาจเจริญ เป็นผู้เชี่ยวชาญและตั้งนางบุญร่วม โทบุดดี แม่ยายหลานนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นคณะทำงาน ส่วนนางแดงตั้งนายไพฑูรย์ ขันแก้ว สามีนางเพลินจิตร ขันแก้ว สว.อำนาจเจริญ เป็นผู้เชี่ยวชาญ“ไอติม”เปิดเส้นเงินเครือข่ายอีก 4 จังหวัดช่วงท้ายนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน. ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวสรุปว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินในกระบวนการโกง สว. 4 พื้นที่ ได้แก่ 1.จ.นครพนม พบการโอนเงินวันที่ 21 มิ.ย.67 จากนายสิทธิกร ธงยศ สว.กลุ่ม 19 รวม 31,000 บาท ให้บริษัทนครพนม เทรเวลเซ็นเตอร์ ซื้อตั๋วเครื่องบินให้นายสิทธิกรและผู้สมัคร สว.อีก 7 คน แต่มี 2 คนไม่ได้เดินทางตามที่ซื้อตั๋วเครื่องบินไว้ 2.จ.ลำพูน มีการโอนเงินจากนายอาทร โยธา เจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องถิ่นไปยังผู้สมัคร สว. 7 คน รวม 21,000 บาท มีบางคนบอกเป็นค่าหมูกระทะ แม้นายอาทรไม่ได้ลงสมัคร สว. แต่ไปรวมตัวที่บริษัทของนายวิเชียร ชัยสถาพร สว.ลำพูน และนายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว.เชียงใหม่ ไม่ฟันธงว่านายอาทรทำงานให้ 2 สว.หรือไม่ แต่สิ่งที่ฟันธงได้คือเบอร์ผู้สมัครนายวิเชียรและนายวิวรรธน์ มีหมายเลขประจำตัวอยู่ทุกโพย ในกลุ่ม 16แฉ สจ.ทีม “สุขสมรวย” โอนเงินให้ กกต.นายพริษฐ์กล่าวอีกว่า 3 จ.สงขลา นายโสภณ มะโนมะยา สว.กลุ่ม 10 โอนเงินให้ 2 ผู้สมัคร สว.คือ นายปรีชา วิเศษสินธุ์ และนายอำนาจ กิติโชติ รวม 1.5 ล้านบาท และนายยะโก๊ป หีมละ สว.โอนเงิน 60,000 บาท ผู้สมัคร สว. อ้างว่าบริจาคให้สถานศึกษาในพื้นที่ เป็นไปได้ว่าให้หัวคะแนนให้กระจายในสาย 4. จ.อำนาจเจริญ พบการโอนเงินจาก น.ส.ญาณี สีฟ้า สจ.กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ ทีมงานของนางสุขสมรวย โอนเงินไปยังนายสุรชัย ขันติยานนท์ พนักงานสืบสวนและไต่สวน ฝ่ายสืบสวนและวินิจฉัย กกต. วงเงิน 860,000 บาท 13 ครั้งช่วงเดือน เม.ย.-ก.ค. 2567 คาบเกี่ยวกับการเลือก สว. ขอถาม กกต.ว่าได้สอบนายสุรชัยและ น.ส.ญาณีหรือไม่โยงเส้นเงินฮั้วมัดแน่น 6 จังหวัดนายพริษฐ์กล่าวว่า หาก กกต.ตอบว่าไม่เกี่ยวกับการเลือก สว. แต่ทำไมหลังจากนั้น ช่วงครึ่งปีหลังปี 67 ไม่พบการโอนเงินจาก น.ส.ญาณีไปที่นายสุรชัยอีก เพราะมีการโอนเงินแค่ช่วง เม.ย.-ก.ค.67 อดสงสัยไม่ได้เกี่ยวกับการเลือก สว.หรือไม่ หากเป็นการโอนภารกิจอื่นน่าจะปรากฏการโอนช่วงเดือนอื่นๆด้วย จากหลักฐานเส้นเงินที่เปิดมากระจายใน 6 จังหวัด คือ ลำพูน หนองบัวลำภู สุราษฎร์ธานี นครพนม อำนาจเจริญ และสงขลา มีการทำเป็นกระบวนการเชื่อมโยงไปจังหวัดต่างๆ เป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตที่ กกต. ต้องส่งศาลให้พิจารณากางปฏิทินซักฟอกจับโกง สว.ขึ้นเขียงต่อมาที่รัฐสภา นายพริษฐ์ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่าในสมัยประชุมหน้าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแน่นอน จะเป็นช่วงเดือนใดต้องหารือพรรคร่วมฝ่ายค้านและพิจารณาปฏิทินประชุมสภาฯ รัฐสภาจะเปิดสมัยประชุมปลายเดือน ส.ค. เบื้องต้นมีวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 วาระ 2-3 คาดว่าจะเข้าช่วงเดือน ก.ย. ยังพบว่าเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยฉบับเต็มของคำร้อง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาทออกมาแล้ว อาจเปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญหรือไม่เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ก.กู้เงินฯ แต่คงไม่ได้ชักช้ายืนยันการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่เสียของแน่นอน เนื้อหาอภิปรายมีการโกง สว.แน่นอน รวมถึงการโกงสอบท้องถิ่น โครงการ TH-AI passport การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ส่วนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน พรรคให้การบ้าน สส.หลายคนเริ่มนำเสนอข้อมูลแล้ว ยืนยันฮั้ว สว.เกี่ยวข้องกับรัฐบาลนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ รัฐมนตรีใน ครม.นี้อยู่ในสถานะถูกกล่าวหา น่าจะเป็นคดีทุจริตเกี่ยวข้องกับคนใน ครม.มากที่สุดคดีหนึ่งบี้ กกต.แจงเส้นเงิน สจ.ซุ้ม “สุขสมรวย”นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า หลักฐานการโยงเส้นเงินถึงเจ้าหน้าที่ กกต.มี 2 ประเด็น 1.พบว่ามีบุคคลทำหน้าที่ ส.อบจ.อำนาจเจริญ โอนเงินให้กับพนักงานสอบสวนของ กกต. 860,000 บาท กกต.ควรชี้แจงทันทีว่าสอบสวนแล้วและข้อเท็จจริงการโอนเงินดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เกี่ยวกับการเลือก สว.หรือไม่ เพราะพบหลักฐานการโอนเงินช่วงเดือน เม.ย.-ก.ค.ช่วงการเลือก สว. พอดี 2.อยากให้มองหลักฐานแต่ละชิ้นเป็นจิ๊กซอว์หลายส่วนนำมาประกอบกัน เส้นทางเงินยอด 860,000 บาท อาจไม่ใช่ผู้สมัคร สว.เป็นผู้โอน แต่เมื่อประกอบกับหลักฐานอื่น ใบสั่งและเส้นทางการเงินจังหวัดอื่น เชื่อได้ว่ากระบวนการโกง สว.มีอยู่จริง หาก กกต.มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดต้องส่งเรื่องไปยังศาล ส่วนบทบาทหน้าที่นายสุรชัย เจ้าหน้าที่ กกต.ที่รับเงิน จากเอกสาร กกต.ปี 67 ปรากฏชื่อเป็นพนักงานสอบสวนไต่สวนวินิจฉัยฝ่าย 7 มีอำนาจแค่ไหน รับผิดชอบอะไร เป็นหน้าที่ กกต.ชี้แจง ส่วนคนโอนเงินให้คือ น.ส.ญาณี เป็น ส.อบจ.เขต 5 อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ตอนสมัครใช้โลโก้กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ ปรากฏภาพร่วมกิจกรรมกับนางสุขสมรวย วันทนียกุล อยู่หลายครั้งดักคออย่าตัดตอนขวางคดีไปไม่ถึงศาลผู้สื่อข่าวถามว่า กกต.ออกเอกสารข่าวจะพิจารณาคดีฮั้ว สว.ภายในเดือน ส.ค. กระแสกดดันภายนอกมีผลหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ตามกรอบกฎหมาย กกต.ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 90 วัน การให้คำมั่นจะเสร็จในเดือน ส.ค.เป็นไปตามกรอบเวลา 90 วันที่จะครบช่วงต้นเดือน ก.ย. สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จบเมื่อไหร่ แต่จบอย่างไร ไม่ต้องการให้ กกต.ตัดตอนกระบวนการยุติธรรม ให้เรื่องไปไม่ถึงศาลเมื่อถามว่าหาก กกต.ไม่ตอบฝ่ายค้านว่าจะดำเนินการอย่างไร เกี่ยวกับนายสุรชัยที่รับเงิน มีช่องทางเอาผิดได้หรือไม่ ฝ่ายค้านจะใช้ช่องทางไหน นายพริษฐ์ถามกลับสื่อมวลชนว่า ให้เวลากี่วันดี ตนให้โอกาส กกต. 1-2 วันว่าจะชี้แจงหรือไม่ มั่นใจว่าเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เชื่อว่า กกต.เข้าถึงได้เช่นกัน หากสอบสวนไปแล้วขอให้ชี้แจงว่าเรื่องถึงขั้นไหนหากยังไม่ได้สอบสวน พร้อมนำข้อมูลที่มีไปยื่นต่อ กกต.จี้เร่งแจง-ส่งศาลฟันฮั้วอย่าละเว้นหน้าที่เมื่อถามว่าข้อสรุปสำนวนของ กกต.อาจไม่ได้นำเรื่องเส้นเงินมาเกี่ยวข้องด้วย จะทำให้น้ำหนักสำนวนเบาหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่นำพยานหลักฐานทุกส่วน ทั้งโพยและเส้นเงินไปพิจารณา หากความปรากฏว่าไม่ได้นำไปพิจารณา ต้องถามกลับว่า กกต.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เมื่อถามว่า สว.ดำรงตำแหน่งมาครึ่งทางแล้ว จะมีโอกาสไปยื่นให้เป็นโมฆะหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ตอนนี้ต้องพิจารณาว่า กกต.จะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ หากส่งตามข้อเรียกร้อง ถ้าคนที่ถูกส่งเรื่องไปยังศาลเป็น สว.จะมีกรอบกฎหมายเรื่องการหยุดปฏิบัติหน้าที่ สิ่งที่ต้องการคือความเป็นธรรม“ส้ม-เขียว-ฟ้า” ผนึกกำลังขย่มรัฐบาลนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงฝ่ายค้านรอหารือยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ทุกพรรคเก็บข้อมูลไว้หมด ทั้งพรรค ปชน. พรรคกล้าธรรม (กธ.) พรรค ปชป. วันนี้จะเอาแบบการเมืองใหม่หรือไม่ โดยใช้อานุภาพหนักๆเลยรัฐบาลก็สั่นคลอน ผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้าโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลมีท่าทีอย่างไรต้องดูให้ดี นายกฯต้องถูกอภิปรายไม่รอดอยู่แล้ว แต่วันนี้คีย์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ รมว.คลังและ รมว.พาณิชย์ รัฐบาลบริหารประเทศมาแค่ 4 เดือน แต่พูดอะไรสังคมไม่เชื่อ คล้ายอยู่ปลายเทอม เลือกตั้งครั้งใหม่พรรค ปชป.มั่นใจได้เยอะกว่าเดิม สส. 21 คนทำหน้าที่ตรวจสอบทุกมิติ เดินหน้าตามจุดยืนและอุดมการณ์พรรค สุดท้ายประชาชนเปรียบเทียบผลงานว่ารัฐบาลยุคไหนที่ดีที่สุด จะหวนกลับมาเลือก ถ้าถามว่าพรรค ปชป.พร้อมเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าตอบว่าไม่พร้อมจะอยู่เป็นรองหัวหน้าพรรคทำไม วันนี้ชัดเจนจะเลือกตั้งวันไหนต้องพร้อม เมื่อเสียงนกหวีดดัง เป็นนักกีฬาหลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องลงสนามเด็กเส้นหลุดโผสอบ สถ.จบเรื่องเลยหรือวันเดียวกัน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ “เด็กเส้นหลุดหมด จบเรื่องเลยไหม” ว่า คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ประกาศเพิกถอนรายชื่อบัญชีข้าราชการท้องถิ่น หลังตรวจรายชื่อที่มีการแก้กระดาษคำตอบออกจากระบบ พบว่ารายชื่อบุคคลที่ถูกประกาศในรอบแรก ที่มีสายสัมพันธ์หรือนามสกุลใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ และนักการเมืองหลายรายหลุดหายไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อใหม่ อย่างน้อยๆ 1.พี่ ผู้ว่านครศรีฯตกหมด 2.ลูกอดีตเลขานายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ที่ชิงลาออกไปแล้ว ทั้ง 2 คนสอบตกหมด 3.น้องคนใกล้ชิดอธิบดีธีรุตน์ ศุภวิบูลย์ผล ส่งตรงจากสาย จ.ยะลา ตกไป 1 คน ถูกเลื่อนลำดับลงอีก 1 คน คำถามคือจบแค่เอารายชื่อออก จะได้เห็นการสืบสาวต่อว่า เด็กใครเอเจนซีไหนยัดมา สืบต่อมั้ย???“เท้ง” ลั่นภารกิจ ปชน.สู้ระบอบสีน้ำเงินวันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อครบรอบ 2 ปี พรรค ปชน.กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ตอนหนึ่ง ว่า ยุคสมัยที่กลุ่มผู้ทำรัฐประหารหมดอำนาจลงแล้ว กลไกต่างๆที่ถูกวางไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 กลับกลายเป็นเครื่องมือสำคัญให้บางกลุ่มการเมืองนำไปใช้ประโยชน์ ทำให้เกิดระบอบสีน้ำเงิน ปรากฏการณ์นี้ทำให้หลักนิติรัฐและนิติธรรมสั่นคลอน การบังคับใช้กฎหมายและระบบยุติธรรมถูกตั้งคำถาม นำมาสู่โจทย์ใหม่ๆที่เราต้องหาทางออกร่วมกัน ป้องกันไม่ให้เกิดรัฐล้มเหลว ช่วงการเลือกตั้งต้นปี 69 พูดไว้ว่าเราจะเปลี่ยนอนาคตให้เป็นอนาคตใหม่ที่ดีกว่าของประชาชน สร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้าก้าวไกลไปด้วยกัน ความหมายตรงตัวยังคงเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าชื่อพวกเราจะเปลี่ยนไป แต่เป้าหมายยังคงเหมือนเดิม ในปีที่ 3 พรรค ปชน.จะยังคงทำงานด้วยความมุ่งมั่น ยึดถืออุดมการณ์ เจตจำนงทางการเมืองและความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคงเฉ่งเผชิญหน้ากำแพงสารพัดโกงนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคปชน. โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ว่า “กำแพง” ที่คนไทยกำลังเผชิญคือ การคอร์รัปชันโกงเลือกตั้ง ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน โกงสอบราชการ ฮั้ว สว. ฯลฯ ที่รัฐบาลกำลังทำให้เป็นเรื่องปกติ กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “บ้าน” ที่เรียกว่าสังคมไทยที่เราอยู่ร่วมกัน จุดแข็งของคุณอนุทินคือไม่หวั่นเกรงสถานการณ์การเมือง ไม่ต้องเห็นหัวประชาชน ยามประเทศมีปัญหาเมื่อไหร่แค่วิ่งเข้าหานาย กับให้ลูกน้องตบเท้าออกมาแก้ต่าง เปลี่ยนประเด็นหน้าข่าวการเมือง อีกด้านหนึ่งให้เทคโนแครตที่เห็นดีเห็นงามรอคิวเข้าสู่อำนาจขึ้นเวทีโชว์วิชันเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย AI Data Center Medical Hub เพื่อให้คนหลงลืมปัญหาคอร์รัปชันที่รุนแรงขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนี้ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 ส.ค. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวตอนหนึ่งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอ ยอมรับเหนื่อย มันเผาตัวเองรู้สึกว่าสู้ยังไงมันก็สู้กับกำแพง เอายังไงก็เอามันไม่ลง แล้วตอบประชาชนไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่สำเร็จ ระหว่างไปร่วมงานเสวนา ที่ มธ.ท่าพระจันทร์ วิชาการ หัวข้อ “อนาคตสังคมไทยในความชอบธรรมที่ล่มสลาย”นายกฯทอดผ้าป่าอุปกรณ์แพทย์เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงพยาบาลระนอง ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว. มหาดไทย เป็นประธานพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ รพ.ระนอง มีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ประธานกรรมการคู่สมรส ครม.และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายราชัน มีน้อย ผวจ.ระนอง นายไพรัตน์ เพชรยวน ผวจ.พังงา นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ภาคีเครือข่าย จ.ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี และจังหวัดพื้นที่ใต้กว่า 1,000 คนร่วมพิธี พระราชระณังควชิรมุนี เจ้าคณะ จ.ระนอง เจ้าอาวาสวัดสุวรรณคีรีวิหาร จ.ระนอง เป็นประธานสงฆ์ หลวงปู่บุญเพ็ง ขันติโก วัดป่าภูล้อมข้าว จ.สกลนคร พร้อมคณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ มียอดปัจจัยผ้าป่ารวม 20 ล้านบาท นายอนุทินร่วมรับชมการรำต้อนรับชุด “ลูกสาวชาวเล” โดยทีมยังแข็งแรง ลีลาศไลน์แดนซ์ วิทยาลัยชุมชน จ.ระนอง ก่อนเข้าสู่พิธีห้ามมีกินเงินทอนแม้แต่บาทเดียวนายอนุทินกล่าวว่า วันนี้มาอยู่ท่ามกลางญาติสนิทมิตรสหายคุ้นเคยกัน ผู้มีจิตศรัทธา ใจบุญสุนทานมาร่วมกันทอดผ้าป่าจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ รพ.ระนอง จะเป็นประโยชน์กับพวกเราเองยามเจ็บป่วย ถือเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ เป็นเชื้อสารตั้งต้นที่จะทำให้กระทรวง สธ. และรัฐบาลได้เห็นโอกาสในการทำให้ จ.ระนอง เจริญเติบโต ทั้งการท่องเที่ยว การอุตสาหกรรม เป็นจังหวัดเมืองท่า ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวจูงใจให้คนอยากมา จ.ระนอง มีโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ มีการแพทย์ที่ดี ทุกส่วนต้องให้สัญญา 20 ล้านบาทนี้ต้องเป็นเครื่องมือแพทย์ 100% เท่านั้น ห้ามกินเงินทอนแม้แต่แดงเดียว ต้องมีใบเสร็จชัดเจนทุกใบ เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ได้อย่างยั่งยืนมั่นคง ให้คำมั่นว่าเงินก้อนนี้จะได้ซื้อของที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวระนองแน่นอน จี้ดูทุกวินาทีหล่นไปไหนเป็นเรื่องแน่นอน ต้องอยู่ที่นี่เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ให้ไปอยู่ที่คลินิกคุณหมอหรือนอก รพ.ระนองลุย Missing Link หัวเชื้อพัฒนา ศก.ใต้นายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งถึงโครงการแลนด์ บริดจ์ว่า ตอนนี้โครงการแลนด์บริดจ์ยังไม่มีไม่เป็นไร เพราะยังไม่คุ้ม เอาไว้คุ้มก่อนค่อยมาว่ากัน แต่สิ่งที่จะเกิดคือจะมีระบบขนส่งเชื่อมส่วนที่ขาดไป หรือภาษาเทคนิคเวลาประชุม ครม.หรือประชุมการวางแผนพัฒนาประเทศ เขาใช้คำว่า Missing Link เชื่อมในสิ่งที่ขาดไป คือการเชื่อมเส้นทางลงไปยังภาคใต้ แต่ยังขาดพื้นที่ จ.ระนอง โดยเฉพาะการเชื่อมต่อจากอันดามันไปยังอ่าวไทย เราจะเร่งทำ Missing Link และจะมีการพัฒนาท่าเรือระนองให้มีความสำคัญ ให้รับสินค้า ตู้คอนเทนเนอร์ต่างๆได้มากขึ้น แม้ว่าปริมาณจะยังไม่คุ้มค่ากับการสร้างโครงการขนาดใหญ่อย่างแลนด์บริดจ์ แต่เราเริ่มสร้างหัวเชื้อเอาไว้ก่อน วันหนึ่งจะเห็นว่าสินค้ายุโรปเข้ามาทางระนอง ส่งสินค้าไปยังภาคใต้ด้ามขวานไทย และส่งไปถึงภาคเหนือ ลัดเลาะไปด้านตะวันตก ไปถึงต่างประเทศ ถึงจีนได้ สินค้าไทยออกทางช่องทางระนองไปยังอินเดีย ตะวันออกกลางหรือยุโรป หากเขาเห็นความสะดวกเช่นนี้ เหมือนเราเปิดร้านขายของ มาใหม่ๆเริ่มเปิดขายทีละนิดค่อยขยับขยายกิจการไป ศึกษาไว้เรียบร้อยแล้ว หากจำเป็นต้องขยายไม่ว่าจะรูปแบบใดพร้อมจะขยายรอจังหวะฟื้นคืนชีพแลนด์บริดจ์“ตอนนี้มีคนบอกไม่เอาแลนด์บริดจ์ พี่น้องชาวระนองและชุมพรต้องไปทำความเข้าใจด้วยว่าก่อให้เกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่ กลัวคนบอกว่าไม่เอาไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ถ้าพี่น้องระนอง ชุมพรหรือจังหวัดใกล้เคียง บอกไม่เอาอย่างไรก็ไม่เอา เราก็ไม่สร้าง แต่ถ้าโอกาสมันมา แล้วเราไม่เอา เชื่อว่าพี่น้องชาวระนอง ชาวชุมพร ชาวใต้ คงไม่ปล่อยโอกาสไป ยืนยันว่ารัฐบาลฟังประชาชนเสมอ ฟังประชาชนที่เป็นภาพรวมและประเมินว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศนี้ สำหรับระนองวันนี้ไม่มีขาดทุน ยังมีเส้นทางคมนาคมขนส่งที่มีความสมบูรณ์ครบวงจร และต้องค่อยๆดูว่าจะขยายต่อไปอย่างไรในอนาคต” นายอนุทินกล่าวเปรยกำแพงสูงยังวิ่งชนก็เจ็บหัวต่อมา เวลา 14.30 น. นายอนุทินเดินทางไป อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตรวจเยี่ยมและพบปะให้กำลังใจผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “RADIANCE OF SIAM สิริรัศมีแห่งแผ่นดิน” เป็นวันที่ 2 จากนั้นเวลา 16.08 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Anutin Charn virakul ว่า “วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก” โดยมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวน ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตโพสต์ถึงใครหรือไม่เล็งใช้เงินกู้ลุยไทยเที่ยวไทยพลัสนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลสำนักงบฯให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงการท่องเที่ยวฯเตรียมขอใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทมาดำเนินโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ว่า ไม่ผิดวัตถุประสงค์ เพราะนำเงินกู้ไปช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะรายเล็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แต่ต้องไปกำหนดเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการว่า ผู้ประกอบการ ประชาชนที่ได้รับสิทธิต้องมีเกณฑ์พิจารณาอย่างไร เมื่อถามว่าถือว่าเข้าหลักเกณฑ์ฉุกเฉินใช่หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ถือว่าเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ ทำได้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายเล็ก ได้รับผลกระทบจากสงครามต่างประเทศโดยตรงไทยช่วยไทยเฟส 2 รอ “เอกนิติ” เคาะเมื่อถามถึงความชัดเจนการดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 นายภราดรกล่าวว่า ต้องรอความชัดเจนและการตัดสินใจจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ในขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากกระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาโครงการ ทั้งนี้ ขอให้โครงการสิ้นสุดเฟสแรกก่อน จากนั้นค่อยมาประเมินสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้สถานการณ์สงครามก็ยังไม่สิ้นสุดรบ.ตามอีก 8.3 แสนคนยืนยันตัวตนน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯเปิดเผยว่า ด้วยความตั้งใจของรัฐบาลที่ต้องการดูแลประชาชนกลุ่มผู้ยากไร้ให้เข้าถึงสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างทั่วถึง จึงบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งอำนวยความสะดวกทั้งการยืนยันตัวตน (e-KYC) และการยื่นขอทบทวนสิทธิ ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อไม่ให้ตกหล่นหรือเสียสิทธิ โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 8 ส.ค. ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ 3.1 ล้านคน ยืนยันตัวตนแล้ว 2.3 ล้านคน ผู้ที่ยังไม่ยืนยันตัวตน 8.3 แสนคน ขอเชิญชวนให้ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่เร่งยืนยันตัวตน เพื่อให้เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. กระทรวงการคลังเปิดให้ยืนยันตัวตนได้จนถึงวันที่ 12 ม.ค.70 ผ่านช่องทางเปิดรับบริการหึ่ง “เนวิน” จีบ “บุญยิ่ง” อุ้มงูเขียวซบ ภท.ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค ภท.ว่า แกนนำพรรค ภท.ได้เปิดดีลกับนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้มาอยู่พรรค ภท.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เบื้องต้นนางบุญยิ่งจะให้ “เสี่ยฟลุ๊ค” นายธนวัชร นิติกาญจนา ลูกชายและผู้บริหารสโมสรฟุตบอลราชบุรี เอฟซี ไปอยู่พรรค ภท. เป็นที่น่าสังเกตว่าการทำหน้าที่ของนางบุญยิ่งในฐานะฝ่ายค้านที่มี สส.ในมือราว 10 คน มักโหวตญัตติสำคัญในที่ประชุมสภาฯไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาลตลอด ทำให้การแข่งขันฟุตบอลแมตช์อุ่นเครื่องไทย ลีกที่สนามราชบุรี สเตเดียม ระหว่างสโมสรราชบุรี เอฟซี กับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ฯช่วงค่ำวันที่ 9 ส.ค. ถูกจับตามองเป็นพิเศษที่นางบุญยิ่งและนายธนวัชรมีโอกาสได้พูดคุยทางการเมืองกับนายเนวินด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่