เมื่อช่วงสายๆของวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักข่าวออนไลน์ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจเกือบทุกสำนักพร้อมใจกันรายงานข่าวเศร้าเกี่ยวกับการสูญเสียบุคคลสำคัญของวงการธุรกิจโฆษณา คุณประกิต อภิสารธนรักษ์ ไปอย่างกะทันหันด้วยการพาดหัวข่าวและนำเสนอข่าวดังนี้“วงการโฆษณาและธุรกิจไทย ร่วมไว้อาลัย ต่อการจากไปของ ประกิต อภิสารธนรักษ์ ผู้ก่อตั้งและประธาน บริษัทประกิตโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้สร้างตำนาน เจ้าพ่อโฆษณาสัญชาติไทย หลังถึงแต่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ในวัย 86 ปี” (ผู้จัดการออนไลน์+คุยทุกเรื่องกับสนธิ)“วงการโฆษณาไทยสูญเสีย ประกิต อภิสารธนรักษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บมจ.ประกิต โฮลดิ้งส์ หลังเสียชีวิตอย่างสงบในวัย 86 ปี...บริษัทประกิต โฮลดิ้งส์ และ ประกิตแอดเวอร์ไทซิ่ง เป็นบริษัทโฆษณาสัญชาติไทยที่เกิดขึ้นในยุคเอเจนซีโฆษณาต่างประเทศบุกตลาดประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2521 หรือเมื่อ 48 ปีที่แล้ว” (ประชาชาติธุรกิจ)“สิ้น “ประกิต อภิสารธนรักษ์” ตำนานวงการโฆษณาเมืองไทย...นับเป็นข่าวเศร้าของวงการโฆษณาไทยอีกครั้งต่อการจากไปของเจ้าพ่อโฆษณาเมืองไทย ผู้ก่อตั้งบริษัท ประกิต โฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) และบริษัทประกิตแอดเวอร์ไทซิ่ง เมื่อ 48 ปีก่อน ด้วยพนักงานเพียง 7 คน” (เพจ Brand Buffet)จริงๆแล้ว ยังมีอีกหลายๆสำนักข่าวแต่ด้วยเนื้อที่อันจำกัด ผมก็ขอยกตัวอย่างมาเพียง 3-4 สำนัก เพื่อเป็นเกียรติแก่ “เพื่อนรัก” มากที่สุดคนหนึ่งของผม และเพื่อเป็นการยืนยันว่าการเขียนถึงเพื่อนในวันนี้มิใช่เป็นเรื่อง ส่วนตัว แต่เป็นการเขียนถึง “บุคคลสำคัญ” คนหนึ่งของประเทศไทยผมกับประกิตรู้จักกันครั้งแรก เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2503 วันแรกที่ผู้สอบผ่านเข้าเรียน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2503 จำนวน 200 คนเศษๆ ไปรายงานตัวเป็นนักศึกษาใหม่ของปีดังกล่าวรุ่นเราถือเป็นรุ่น “หนูตะเภา” ทดลองระบบการศึกษาใหม่ของธรรมศาสตร์จากการที่เป็น “ตลาดวิชา” ใครก็ตามที่จบชั้นเตรียมอุดมศึกษาหรือ ม.8 หรือเทียบเท่า สามารถไปสมัครเข้าเรียนได้เลย...มาเป็นการ “สอบเข้า” จากผู้สมัครหลายพันคน เหลือเพียง 200 คนเท่านั้น สำหรับคณะเศรษฐศาสตร์นับมาถึงวันนี้จึงเท่ากับ 66 ปีเศษๆ...เข้าไปแล้วที่เรารู้จักกันและคบหากันมาผมรู้ประวัติของเพื่อนคนนี้ตั้งแต่เรียนธรรมศาสตร์แล้วว่า เพื่อนส่งเสียตัวเองมาเรียน...ทำงานด้วย...เรียนด้วย....ส่วนใหญ่จะมาเรียนได้เฉพาะช่วงเย็นๆเท่านั้นแต่เพื่อนก็ขยันมาทุกเย็น เพื่อที่จะเรียนในวิชาที่สอนช่วงเย็นพร้อมกับขอ “จด” ขอ “ลอก” โน้ตที่เพื่อนๆคนอื่นๆช่วยกันจดไว้ในวิชาภาคเช้า ภาคกลางวัน ที่เขาไม่สามารถมาเรียนได้ประกิต อภิสารธนรักษ์ คือนักศึกษาเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ รุ่นหนูตะเภา 2503 ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด และนำความภาคภูมิใจมาสู่รุ่นเรามากที่สุด...เพราะจะมีใครสักกี่คนในประเทศนี้ที่สื่อมวลชนยกย่องให้เป็น “เจ้าพ่อ” ในทางที่ดีเช่นเพื่อนเราการที่สื่อสายเศรษฐกิจยกให้เขาเป็น “เจ้าพ่อโฆษณาไทย” บ้าง “ตำนานโฆษณาไทย” บ้าง ถือว่าสุดๆแล้วเพื่อนเอ๋ยเป็นสุขเป็นสุขเถอะเพื่อน อีกไม่นานนักพวกเราก็คงได้ไปเลี้ยงรุ่นกันต่อและจะเลี้ยงไปตราบกาลนิรันดร์ ณ ก้อนเมฆก้อนใดก้อนหนึ่งบนท้องฟ้าแทน “ผู้ใหญ่ลี บูทีค” โรงแรมเล็กๆ แต่คลาสสิกมาก ของเพื่อนที่อยู่ข้างๆกรมการขนส่งทางบกไม่ไกลจากไทยรัฐเท่าไรนักที่เราเลี้ยงกันอยู่ทุกๆ 3 เดือนหมายเหตุ พิธีสวดพระอภิธรรม ประกิต อภิสารธนรักษ์ จะมีตั้งแต่วันนี้ 10 ส.ค.ถึง 16 ส.ค. เวลา 19.00 น. (12 ส.ค. งดสวด) 17 ส.ค.พิธีกงเต๊กและบรรจุ 100 วัน ณ อาคารบุญญาวาส วัดธรรมมงคล เถาบุญนนทวิหาร (หลวงพ่อวิริยังค์) ซอยสุขุมวิท 101 ครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม