ชี้ขาด “เค้กเงินกู้” วัดชะตา “ผู้นำ” มาถึงวันนี้ แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยกรณีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญในปม ความจำเป็นเร่งด่วนด้านความมั่นคงสาธารณะ ความมั่นคงเศรษฐกิจหรือไม่ไม่ว่าจะออกรูปใด จะคว่ำทั้งยวง ผ่านฉลุย หรือผ่านบางส่วน ยังไง “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็คงยังเป็น “นายกรัฐมนตรี”นาทีนี้ ถ้าอ่านทีท่าของผู้นำในห้วงที่ผ่านมา แม้เจอมรสุมถาโถมเข้ามา ก็ใช้วิชาตัวเบาปัดเป่าเภทภัยให้พ้นตัวไปได้ในระดับหนึ่ง จึงยังแอ็กสุขนิยมเฉยๆชิลๆได้ไม่สนกระทั่งคิวแปร่งๆกระแสร้อนๆ “นายกฯสำรอง” ที่มีข่าวว่าอาจมีเสือซุ่มมังกรซ่อนจัดมือปืนรับจ้างยิงกระแส ขานรับโดยฝ่ายขวาที่ชักไม่ปลื้มสีน้ำเงิน รับลูกโหมกระแสเป็นทอดๆจนเป็นเรื่องเป็นราวบรรดาพวกวิ่งเลนขวาชิดขอบไม่เข็ด เหมือนอยากใช้บริการนอกลู่ โหยหาอำนาจ “นอกระบบ” อีกแล้วแต่ “อนุทิน” ก็ยังมั่นใจพลังยังขลัง เป็น “ผู้ถูกเลือก”อย่างไรก็ดี คิวบริหารรอบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีบทจบ “สัญญาการงาน” ทำให้ “นายกฯอนุทิน” จะลอยตัวไปทุกเรื่องคงไม่ได้ ล่าสุดถึงได้เห็นฮึดสู้เกมชิงดุล สู้มรสุมขั้วอำนาจสั่งขันนอตรัฐมนตรี ปั่นผลงานและตีปี๊บประชาสัมพันธ์ จนบรรดา รมต.แห่กันให้ข่าวเช้าเย็น อัดฉีดจ้างทีมหาอินฟลูฯช่วยปั่น กลัวติดโผ “โลกลืม” แหยงประกาศิตผู้นำอีกทางก็ตามสะสางปมทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ขึงขังให้ดาบปลัดมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสอบวินัย 5 ข้าราชการ ขณะเดียวกันนายกฯก็ตั้งรองนายกฯมือกฎหมายรัฐบาล จัดทีมเช็กประกบอีกทางพร้อมกับบทถนัดเสียงเข้มขู่เอาผิดหัวโจกตัวใหญ่แก๊งโกง จะล้างบางไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมจนคนสงสัย จะลากคอ “ตัวใหญ่” มาลงโทษได้จริงหรือไม่ เพราะถ้าประกาศกันเรื่อยเปื่อย แม้ผู้คนให้กำลังใจ “อนุทิน” ฮึดสู้ฟัด กล้าหือกับผู้มากบารมีแต่ห่วงว่าถ้าขึงขังถี่ไป หากทำอะไรไม่ได้ก็จะเฝือไม่ต่างจาก “รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์” มือกฎหมายรัฐบาล คงซึมซับจากนายกฯ รอบนี้นั่งหัวโต๊ะเป็นทีมสอบ จัดมาครบบทขายดี ทั้งเศร้ารันทดกับคิวนี้ เห็นข้าราชการใส่ชุดสีกากีแก้ข้อสอบร่วมแก๊งโกง เป็นห่วงศักดิ์ศรี อีกทางก็เข้มขลัง ถึงโอกาสดีที่จะมาช่วยกันกวาดล้างพฤติกรรมโฉด มะเร็งร้าย เชื้อเลวจนคนดูทางบ้านเริ่มเคลิ้ม บทขุนทัพปราบโกงคนใหม่ถ้าไม่บังเอิญว่า ยังไม่ทันประชุมทีม ฉก.ล้างโกงสอบท้องถิ่น ทั่นรองก็ “ตัดตอน” บอกบทจบไว้ล่วงหน้า ปมโกงไม่เกี่ยวรัฐบาลที่ต้องโดนด่า แต่เป็นเรื่องทีม ขรก.ท้องถิ่นโบ้ยหักมุมกันแบบ “จบเห่ลิเกเลิก” ก่อนกำหนดนักแสดงหลงโรง คนดูพับเสื่อกลับบ้าน และหันไปโฟกัสที่ “ป.ป.ช.” ที่กำลังจัดทีมตรวจสอบเรียกศรัทธา มีรายการลงดาบถี่ในห้วงนี้หลังจากร่วมกับ ปปท. ตำรวจ ปปป.เปิดปฏิบัติการล้างแก๊งโกงสอบท้องถิ่นฮือฮา ล่าสุดตามมาด้วยคิวสอยข้าราชการ เครือข่ายนักการเมือง อดีต ผวจ.ภูเก็ต ไปจนกระทั่งชี้มูลเอาผิดพ่อและเครือญาติ รมต.ชนิดเขย่าฐานอำนาจบ้านใหญ่ จ.สตูล เครือข่ายบุรีรัมย์สีน้ำเงินโดนของ คนของบ้านใหญ่ถึงคราวเคราะห์เข้าคิวโดนเชือดตามกันติดๆประกอบกับเครือข่ายฝ่ายค้านฝ่ายต้านบี้แผลเครือข่ายสีน้ำเงินไม่หยุด ทั้งปมฮั้ว สว. วัดใจ กกต.เป่าปิดจบหรือไม่ ปมฮุบที่เขากระโดง ถูกเขี่ยแผลตลอด โครงการเอไอ–พาสปอร์ต โดนกระตุกเป็นช่วงๆ ฯลฯล่าสุดทีมฝ่ายค้าน พรรคสีส้ม แตะมือ สว.อิสระ ตามบี้ “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯสีน้ำเงิน อย่าดองเรื่องยื้อส่งประธานศาลฎีกา ไต่สวน ป.ป.ช.โยงปมซุกหุ้นของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” น้องชายคนโตบุรีรัมย์ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ “อนุทิน” ประมาทไม่ได้ เพราะแทบทุกเรื่องยังไงก็เกี่ยวพันในฐานะผู้นำจะเขี่ยขยะปัดสวะให้พ้นตัวร่ำไปก็คงไม่พ้น.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม