ก่อนที่เรือจะอับปาง เสียงประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน หลังจากสำรวจความนิยมแล้วพบว่าคะแนนวูบ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี หวั่นไหวไม่น้อย นอกจากให้รัฐมนตรีเร่งผลิตผลงานและประชาสัมพันธ์ให้สังคมรับรู้ ล่าสุดเรียกรัฐมนตรี “ภูมิใจไทย” กับ “เพื่อไทย” ประชุมนัดพิเศษเพื่อปรับกระบวนการทำงานกันใหม่เพื่อแก้ไขสถานการณ์ปรับ ครม.คือมาตรการ!ไม่รอให้ถึง 1 ปีแล้ว จากนี้ไปหากคนไหนไม่มีผลงานโดนแน่ก็เป็นความเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรมของรัฐบาลเพื่อตั้งรับจากคะแนนนิยมที่ตกต่ำลงโดยหวังให้รัฐมนตรีตื่นตัว ตื่นรู้เป็นการขันนอตกันทุกคนโดยเฉพาะรัฐมนตรีจาก “ภูมิใจไทย” ทั้งหมดไม่ใช่แค่ “ลูกเทพ” เท่านั้น เนื่องจากยังมีรัฐมนตรีอีกหลายคนงานไม่เดินหรือเดินไปแค่นิดเดียวก็เป็นเรื่องดีที่ผู้นำรัฐบาลยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปากแข็งว่าดีแล้วแต่เป็นเพราะถูกการเมืองแซะกล่าวหาโจมตีหลายรายที่พังไม่เป็นท่าก็คือการไม่ยอมรับความจริง ไม่ฟังเสียงสะท้อนจากกระจกที่ส่องจากภายนอกได้แต่ชมกันเอง หลอกลวงกันสุดท้ายก็อยู่ไม่ได้ที่เห็นและเป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น รูปธรรมที่สุดคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่องคาพยพของประเทศนั้นมีหลายเรื่องหลายราวที่จะต้องเดินหน้าไปด้วยกันจะเห็นได้ว่างานด้านอื่นๆไม่ปรากฏให้เห็นนอกจากมีแต่เรื่องเสียหายเข้ามาแทบทุกวัน อย่าว่าแต่ประชาชนเลยคนในรัฐบาลเองก็ปวดหัวรับกันไม่ได้!เพราะมีแต่เรื่องที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย อย่างแอร์โฮสเตสนำเฮโรอีนไปส่งต่างประเทศโกงสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทยแทนที่จะแก้ปัญหาบริการประชาชนกลับกลายเป็นกระทรวงที่เกิดการทุจริต ข้าราชการทะเลาะกันเองความจริงรัฐมนตรีมหาดไทยต้องแสดงความรับผิดชอบแต่เป็นเพราะควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยจึงไม่ยอมลาออก แต่ใช้วิธีเร่งสอบสวนหาคนผิดมาลงโทษทั้งๆที่มันเละไปทั้งกระทรวงอีกวิธีหนึ่งก็คือหาแพะมารับผิดชอบแทนนั่นคือการขู่ใช้วิธีปรับ ครม.มาเป็นเครื่องมือถ้าหัวหน้ารัฐบาลอยู่ไม่ได้ใครก็อยู่ไม่ได้ก็ต้องดูผล จากนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้นหากยังไม่ดีขึ้นก็แสดงว่าเอาไม่อยู่แล้ว!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม