ปัตตานีเดือด โจรใต้จองเวร “เซเว่น- อีเลฟเว่น” ถือปืนไล่พนักงาน-ลูกค้าออก จากร้าน วางระเบิดเพลิงบึมสนั่นไฟลุกท่วม เผาสินค้าข้าวของพินาศย่อยยับ ช่วงหลบหนียิงปะทะกับตำรวจโรงพักมายอ หนึ่งใน คนร้ายถูกกระสุนเลือดสาด เจ้าหน้าที่เร่งเก็บดีเอ็นเอ ส่งตรวจ ก่อนขยายผลล็อก 2 ผู้ต้องสงสัยเข้าศูนย์ซักถาม “อนุทิน” ปัดลงพื้นที่ปลายด้ามขวานบอก สั่งการไปหมดแล้ว ยอมรับการข่าวบกพร่องต้องปรับปรุง สั่งแม่ทัพภาค 4 สอบให้กระจ่าง เหตุวัยรุ่นอ้างถูกยิงจาก เฮลิคอปเตอร์ “วันนอร์” มั่นใจฝีมือบีอาร์เอ็น เร่งเลื่อน พูดคุยสันติสุขเร็วขึ้น ไม่ตอบฝ่ายไหนเกียร์ว่างไฟใต้ลุกโชน แผ่นดินปลายด้ามขวานเดือดระอุ คนร้ายเหิมเกริมหนักก่อเหตุรุนแรงรายวัน ทั้งปล้น เผา วางระเบิด กราดยิง หลังเจ้าหน้าที่รัฐอ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพในเรื่องการข่าวและการปราบปราม ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ต้องอยู่อย่างหวาดผวาในสภาพเหมือนบ้านเมืองไร้ขื่อแป ล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 24 ส.ค. มีกลุ่มคนร้าย 4 คน ใช้รถ จยย. 2 คัน ขี่มาจอดหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หมู่ 3 บ้านตาแบ๊ะ ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี คนร้าย 1 คน ถือปืนยาวยืนคุมเชิงอยู่ฝั่งตรงข้าม อีก 3 คนบุกเข้า ไปในร้าน ใช้ปืนข่มขู่พนักงานและลูกค้าให้ออกจากร้าน ก่อนนำระเบิดแสวงเครื่องผูกติดถังบรรจุน้ำมันเบนซินไปวางกลางร้าน แล้วพากันหนีออกมาระหว่างนั้น พ.ต.ท.ยุทธนา ทองสงค์ สวป.สภ.มายอ พร้อมกำลัง 4 นาย ใช้รถยนต์หุ้มเกราะออกลาดตระเวนดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ เมื่อมา ถึงหน้าร้านเซเว่นฯ เห็นประชาชนวิ่งแตกตื่นออกจาก ร้าน เข้าตรวจสอบพบกลุ่มคนร้ายกำลังวิ่งออกจากร้าน เจ้าหน้าที่เข้าสกัดจนเกิดยิงปะทะกัน แต่ต้องระมัดระวังการใช้อาวุธ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมาก เกรงได้รับอันตรายจากลูกหลง ช่วงที่คนร้ายขี่รถ จยย.หลบหนี เจ้าหน้าที่ยิงถูกคนร้าย 1 คน ล้มลง พรรคพวกที่เหลือได้ยิงตอบโต้ ก่อนพาขึ้นรถ จยย.เร่งเครื่องหนีออกจากพื้นที่ จากนั้นเกิดระเบิดขึ้นในร้าน เปลวไฟลุกไหม้รวดเร็ว เจ้าหน้าที่ประสานรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ ท่ามกลางความชุลมุนเช้าวันที่ 25 ส.ค. พ.ต.อ.ต่อลาภ เล็งฮะ ผกก.สภ.มายอ พร้อมชุดสืบสวน ชุดเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด EOD พร้อมกำลังหน่วย ฉก.ทพ.ที่ 42 เข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ สภาพร้านเซเว่นฯ เสียหายหนักจากแรงระเบิดและเพลิงไหม้ กระจกแตก สินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ชั้นวางสินค้าและอุปกรณ์ต่างๆถูก เพลิงเผาพินาศ อยู่ระหว่างประเมินมูลค่าความเสียหาย รอบพื้นที่เกิดเหตุพบคราบเลือดและซองกระสุนปืนตกอยู่ คาดว่าคราบเลือดเป็นของคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บจากการยิงปะทะ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บดีเอ็นเอส่งตรวจอัตลักษณ์บุคคล พร้อมเช็กกล้องวงจรปิด และขยายผลเข้าคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คน ชื่อนายอัฟดอล และนายอาริส นำตัวส่งศูนย์ ซักถาม หน่วย ฉก.ทพ.ที่ 43 ทั้งสองอ้างว่า ทำหน้าที่ดูต้นทางในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ เชื่อมโยงกับเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุบางส่วนยังหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าและภูเขา เร่งกระจายกำลังปิดล้อมพื้นที่ล่าตัวทันทีนายรุสดี บินอัรซาด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านตาแบ๊ะ เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ได้ยิน เสียงระเบิดและเสียงปืนดังขึ้น ออกมาดูเนื่องจากบ้าน อยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อ พบการยิงปะทะกันระหว่างคนร้ายกับเจ้าหน้าที่ ก่อนที่คนร้ายจะขี่รถ จยย.หนี ไปทาง อ.มายอ ยอมรับว่ารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะช่วงที่ผ่านมาในพื้นที่ อ.มายอ ยังไม่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น ได้สั่งการให้ชุดรักษา ความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในคืนเกิดเหตุเป็นช่วงที่ตำรวจออกตรวจตราร้านค้าตามปกติ แต่คนร้ายยังกล้าก่อเหตุ ท้าทายกฎหมายที่สถานีรถไฟตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ขบวนรถไฟสายใต้ ที่มีต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ไปยังปลายทางสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และกรุงเทพอภิวัฒน์ ทั้งขาขึ้น และขาล่องรวม 14 ขบวน ได้เปิดให้บริการประชาชนตามปกติ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านา หลังต้องปิดการเดินรถมา 2 วัน เพื่อซ่อมแซมรางรถไฟ หลังถูกคนร้ายวาง ระเบิดรางรถไฟ กม.ที่ 1090 เขตรอยต่อสถานีรถไฟมะรือโบ กับสถานีรถไฟตันหยงมัส หมู่ 1 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้หมอนรองรางรถไฟแบบคอนกรีตหัก 2 ท่อน รางรถไฟฉีกขาดเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์จะลงพื้นที่ชายแดนใต้หรือไม่ หลังเกิดเหตุความไม่สงบว่า ถ้าลงไปจะทำความลำบากให้ เจ้าหน้าที่เปล่าๆ ได้สั่งการและให้แนวปฏิบัติผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว เมื่อถามถึงกรณีผู้บาดเจ็บอ้างเจ้าหน้าที่ยิงปืน ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ จะตั้งคณะกรรมการสอบหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีเหตุเช่นนี้ แต่หากต้องการให้สบายใจ จะกำชับ ให้แม่ทัพภาคที่ 4 ดำเนินการให้ชัดเจน เรื่องนี้โกหกไม่ได้ ผู้บาดเจ็บยังมีชีวิต การพิสูจน์วิถีกระสุนปืน ที่นำมาใช้ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ เมื่อถามว่าหลายฝ่ายโจมตีทหารใช้อาวุธสงครามทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ นายอนุทินตอบว่า หลักปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่มีอยู่แล้ว ทำตามกรอบกฎหมาย ไม่มีเจ้าหน้าที่ คนไหนทำนอกเหนือกฎหมายได้เมื่อถามว่าเกิดสถานการณ์ในพื้นที่กว่า 100 เหตุการณ์ ภายใน 3 วัน จะปรับมาตรการอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า การข่าวต้องปรับปรุงอีกเยอะ เป็นเรื่องที่อธิบายยาก เหตุที่เกิดขึ้นพร้อมกันนับร้อยครั้งในห้วงสถานการณ์เดียวกันจะบอกว่าไม่ทราบเลย แสดงว่าประสิทธิภาพใช้ไม่ได้ เขาบอกว่าเขาทราบ แต่ตอนที่เกิดเหตุ ฝ่ายก่อเหตุเตรียมการมาดี ส่วนที่ตนทำได้ ทั้งปรับปรุงบุคลากร วิธีการ ได้หารือกับ ผบ.ตร. ผบ.ทบ. แม่ทัพภาคที่ 4 สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวมถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกฯ มา 3-4 วันแล้ว มีแนวทาง เพื่อดำเนินการให้สถานการณ์ดีขึ้น เมื่อถามว่านโยบายภาคใต้ใช้การเมืองนำทหาร จากนี้ต้องเปลี่ยนมาใช้ทหารนำการเมืองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่มีใครนำใคร จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน สามัคคีกัน ร่วมมือกันทำงานเพื่อบ้านเมือง”ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการหารือกับนายกฯว่า ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปว่าต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ที่ผ่านมาการบูรณาการยังไม่แน่นพอ ต่างคนต่างทำ ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ถ้าความมั่นคงไม่เกิดขึ้น การลงทุนและการท่องเที่ยวไม่เกิดเช่นกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากหลายสาเหตุ เดากันไป ถูกบ้างผิดบ้าง ต้องตรวจสอบให้ถูกต้อง ไม่ควรคิดเอาเอง เราต้องให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ตอนนี้ประชาชนไม่กล้าพูดแล้ว เพราะถ้าพูดในทางตรงกันข้ามกับฝ่ายความมั่นคงจะกลายเป็นฝ่ายสนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบ เมื่อถามว่าเป็นฝีมือบีอาร์เอ็นหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า แน่นอนเป็นงานของเขา แต่หากเขาอยากคุย ต้องพูดคุยบนพื้นฐานรัฐธรรมนูญไทยถามต่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ หลังเจ้าหน้าที่รัฐใช้มาตรการเข้มข้นมากขึ้น นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า อาจมีส่วน เราต้องทำให้ตัวเองมั่นคงและแข็งแรงในการป้องกันพื้นที่และดูแลประชาชน จับกุมผู้ทำผิดกฎหมาย ทั้งก่อการร้าย ค้าของเถื่อน ยาเสพติด ให้ทำเต็มที่ เมื่อถามว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีไปมาเลเซียหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า มีบางส่วนหนีไปฝั่งมาเลเซีย ทางมาเลเซียพร้อมให้ความร่วมมือ ขอให้เราส่งข้อมูลไป เพราะเขาอยากให้เกิดความสงบ และการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.สงขลา ในรอบนี้จะหารือสถานการณ์ชายแดนใต้ด้วยนายวันมูหะมัดนอร์กล่าวอีกว่า ส่วนการพูดคุยสันติสุข ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ แจ้งว่าอาจพูดคุยให้เร็วขึ้น แต่ก่อนพูดคุยบนโต๊ะ ควรคุยระดับเทคนิคก่อน 1-2 รอบ คาดเป็นปลายเดือน ก.ย.หรือต้น ต.ค. เพื่อให้รู้สาเหตุการก่อเหตุ เมื่อถามว่านายกฯ พูดถึงการใช้ KPI ประเมินวัดผลการทำงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนงานเป็นรูปธรรมเร็วขึ้น นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ว่าจะไปวัด KPI ตรงไหนก็มีปัญหา แต่ต่อไป KPI ต้องดีขึ้น หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น นายกฯก็ต้องพิจารณาว่าเกิดจากอะไรแน่ ส่วนใครจะเกียร์ว่างหรือไม่นั้น ตนไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ที่ บก.ทบ. พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. แถลงถึงสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ เชื่อมโยงการเผา อบต. อาจเกิดจากเรื่องการเมืองว่า อยากให้สื่อเข้าใจคำสัมภาษณ์ของแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นเพียงมุมมองและข้อสังเกต ส่วนข้อเท็จจริงต้องนำพยานหลักฐานมาสนับสนุน เมื่อถามว่าจะทบทวนการข่าวหรือไม่ โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก แม้แต่ชาติมหาอำนาจยังมีปัญหาการรับทราบข่าวเชิงลึกแบบ 100% ส่วนกรณีเฮลิคอปเตอร์ยิงใส่วัยรุ่น ฉก.นราธิวาส ได้นำแพทย์ที่รักษาผู้บาดเจ็บมาชี้แจงแล้วว่า การถูกยิงไม่ได้เกิดจากอาวุธสงคราม เป็นแค่กระสุนปืน 9 มม. หรือ .22 จากผลนิติวิทยาศาสตร์ มุมยิงของปืน รวมถึงร่องรอยกระสุนปืนที่เข้าและออก ผิดไปจากปืนสงคราม เรื่องนี้ขอให้รอผลจากนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดเมื่อถามว่าการก่อเหตุประเมินว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่ไปกดดันจับกุมบุหรี่เถื่อนและยาเสพติด ถือว่าภาครัฐมาถูกทางหรือไม่ โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากเรื่องนี้ก็ได้ หรือเป็นภัยแทรกซ้อนอื่น ส่วนมูลเหตุจูงใจให้ผู้ก่อเหตุออกมา อย่างแรกคือช่องว่างของการปรับเปลี่ยนกำลัง ผู้ก่อเหตุวัยรุ่นฝึกมาใหม่จะยกระดับให้เป็น RKK ต้องก่อเหตุดิสเครดิตภาครัฐ ยืนยันว่าการก่อเหตุครั้งนี้เป็นการก่อกวน ไม่ได้หวังต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพราะมีผู้บาดเจ็บ 11 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต แสดงว่าผู้ก่อเหตุได้ลดความรุนแรงลง หากผู้ก่อเหตุไปฆ่าผู้บริสุทธิ์จะกลายเป็นผู้ก่อการร้าย แต่ถ้าทำต่อทรัพย์สินและเจ้าหน้าที่รัฐ จะเป็นแค่ผู้ก่อความไม่สงบเท่านั้น.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่