การเมืองมีเรื่องต้อง ลุ้นเสียวกันทุกวันแต่วันนี้มีประเด็นสำคัญต้องลุ้นเสียวกันน้ำลายเหนียวคอ เพราะวันนี้ (9 ก.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยกรณี สส.ฝ่ายค้าน 133 คน ยื่นคำร้องว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงินด่วน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ขัดมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่เข้าข่ายเป็น “กรณีเร่งด่วนฉุกเฉินจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้” ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญโดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ 133 สส.ฝ่ายค้านตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมาแต่กว่าศาลรัฐธรรมนูญจะนัดฟังคำวินิจฉัยก็ล่วงเลยมาแล้วถึง 52 วัน(แม้จะล่าช้าไปบ้าง...ก็ยังไม่สายเกินเพล)“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าความจริงเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยมีประเด็นเดียวคือการออก พ.ร.ก.กู้เงินด่วนของรัฐบาลขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่เท่านั้นเองรัฐธรรมนูญมาตรา 172 กำหนดว่าเพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยของประเทศและความมั่นคงทางเศรษฐกิจคณะรัฐมนตรีมีอำนาจออก พ.ร.ก.กู้เงินนอกงบประมาณเฉพาะกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้เท่านั้นประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคือ...การออก พ.ร.ก.กู้เงินด่วน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในมาตรา 172 หรือไม่??หากที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญคำร้องของ สส.ฝ่ายค้านก็ตกไปแต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า การออก พ.ร.ก.กู้เงินด่วน 4 แสนล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญพ.ร.ก.กู้เงินด่วน 4 แสนล้านบาทก็ติดไฟแดง!!เงินกู้ที่ใช้ไปแล้วบางส่วนก็เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลต้องหาเงินมาใช้หนี้ก้อนนี้เองหรือจะกล้อมแกล้ม “เสนอเป็นร่าง พ.ร.บ.เพิ่มงบกลางปี” ให้ที่ประชุมสภาฯทำคลอดออกมาใช้แก้ขัดหนักขัดเบาก็ไม่ผิดกติกา“แม่ลูกจันทร์” มองว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญรัฐบาลต้องเสียรังวัดการเมืองไปบานตะเกียง!!แต่ นายกฯอนุทิน ยังลอยชายเป็นนายกฯต่อไปได้อย่างเดิมยังไม่ต้องลาออก หรือยุบสภาล้างไพ่ใหม่แต่อย่างใด“แม่ลูกจันทร์” คาดว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวันนี้มีโอกาสออกได้ 3 ประตูประตูที่ 1,การออก พ.ร.ก.กู้เงินด่วนไม่ขัดรัฐธรรมนูญประตูที่ 2,การออก พ.ร.ก.กู้เงินด่วนขัดรัฐธรรมนูญประตูที่ 3,การออก พ.ร.ก.กู้เงินด่วนไม่ขัดรัฐธรรมนูญ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ขัดรัฐธรรมนูญ 50 เปอร์เซ็นต์พูดง่ายๆ เงินกู้ 2 แสนล้านบาทก้อนแรกที่นำไปแจกประชาชนไม่ขัดรัฐธรรมนูญแต่เงินกู้ 2 แสนล้านบาทก้อนหลังที่รัฐบาลจะนำไปใช้เปลี่ยนผ่านพลังงานไม่เข้าข่ายเป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนแต่อย่างใดเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นโครงการระยะยาวต้องใช้เวลาดำเนินการหลายปี และปัจจุบันวิกฤติพลังงานได้คลี่คลายเป็นปกติแล้วจึงไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มให้เสียวินัยการคลังหนี้รัฐบาลก็ล้นคอหอยอยู่แล้ว เพลาๆ ซะบ้างเถอะโยม."แม่ลูกจันทร์"คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม