“คาวบอยจอมซ่า” โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้พลังแฝง “ฉีกใบแดง” ช่วยนักเตะมะกัน แต่สุดท้ายเจ้าภาพใหญ่สหรัฐฯต้องตกรอบเวิลด์คัพด้วยความสะใจของคนทั้งโลก พ่วงอารมณ์หมั่นไส้ “ขาใหญ่” ป่วนไปทุกวงการ วัดระดับอาการ “บ้าอำนาจ” ของผู้นำจอมป่วนแห่งทำเนียบขาว เทียบฟอร์มกับ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ของไทยแลนด์ ของเรายังห่างไกลกันหลายกิโล“เกรียน” ยังไง “ผู้นำเซราะกราว” ก็ไม่เคยโดนโห่ “ลุแก่อำนาจ”เรื่องของเรื่อง เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดที่ “นายกฯอนุทิน” กระตุกอำนาจ จังหวะกระชับดาบอาญาสิทธิ์ในกำมือ มันจึงเข้มขลังไม่ธรรมดากับสัญญาณส่งถึงรัฐมนตรี “โลกลืม” ให้ระวังจะโดน “นายกฯลืม”“ถ้านายกฯลืมก็ไม่จำเป็นต้องมีเขาในคณะรัฐมนตรี”ฟอร์มดุๆ “นายกฯอนุทิน” ไล่บี้รัฐมนตรีให้ทำงานแล้วต้องตีปี๊บผลงานผ่านสื่อ เพราะภาพรวมคะแนนนิยมกำลัง “ตกขีดแดง” ตามเงื่อนไขสถานการณ์โพลสะท้อนแต้มนายกฯและรัฐบาล “อนุทิน 2” ตกกราวรูดปล่อยนายกฯพูดอยู่คนเดียว เป็นเป้าถล่มเดี่ยว เด้งเชือกหนีไม่ออกใครเป็นใครอยู่ในข่ายเสี่ยงโดนขึ้นบัญชีโละ น่าจะรู้ตัวดี เพราะ “นายกฯอนุทิน”บอกเองว่ามีการเตือนไปแล้วรอบหนึ่ง ช็อตต่อไปคือเรียกเข้า “ห้องเย็น”ถ้าเข็นไม่ไหวก็เก็บกระเป๋าออกจากบ้านเอเอฟได้และก็ได้ผลทันทีทันควัน สัญญาณเข้มจากผู้นำทำให้บรรดารัฐมนตรีต้องกุลีกุจอเข้าร่วมยุทธการ “ตีปี๊บ” เปิดบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวกันคึกคัก แห่สมัครแอปพลิเคชัน “ติ๊กต่อก” กันขนานใหญ่ จับจองพื้นที่ในการนำเสนอผลงาน โชว์ความคืบหน้าโครงการในความรับผิดชอบของใครของมันนั่นไม่สำคัญเท่ากับการดีล “สื่อหลัก” ที่ยังทรงอิทธิพลคุมทิศทางกระแสขืนแห่แต่โซเชียลฯอาศัยเพจปั่นยอดไลค์ปลอม ตบตา “เกรียนเอไอ” ระดับ “นายกฯหนู” ไม่ได้แน่ตามเงื่อนเวลาที่นายกฯอนุทินแบะท่า ครม.ชุดนี้เพิ่งทำงานมาแค่ 2 เดือน นั่นหมายถึงยังมีเวลาอีกอย่างน้อยก็ 4 เดือนที่รัฐมนตรีจะเร่งทำแต้ม เก็บคะแนน ตามมาตรฐานการวัดผลของรัฐบาลที่ผ่านๆมา ปรับ ครม.ทุกรอบ 6 เดือนปักหมุดเดือนธันวาคมปลายปีนี้ถึงมกราคมต้นปีหน้า “ประกาศผลสอบ”ห้วงจังหวะครบรอบ “ยกเครื่อง” สู่โหมด “อนุทิน 2/1” พอดิบพอดี 4 เดือน นับถอยหลัง ต้องเร่งตีปี๊บพลิกจาก “โลกลืม” ให้ “โลกจำ” จึงเป็นโจทย์ท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับบรรดารัฐมนตรี “ลูกเทพ” ที่อาศัยบารมีผู้ปกครองส่อต้องหมดรอบ “ม้าหมุน” สลับคิวโควตาบ้านใหญ่ที่ต่อแถวจนล้นเบื้องต้นเลย “ประเมินตามเนื้อผ้า” วัดพื้นที่ข่าวจากหน้าสื่อรายวัน รัฐมนตรีในบัญชีคนการเมืองในค่ายภูมิใจไทยที่โลกจำชื่อได้ ใน “วงเล็บ” ด้านมุมของ “คนทำงาน”ฟอร์มเด่นกว่าใครก็คือ “ก๊วนคนสนิท” ของ “นายกฯอนุทิน”เองโฟกัสอยู่ที่ “มาดามผึ้ง” ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ กับบท “มือปราบเพื่อผู้บริโภค” ลุยฟาดดะตั้งแต่ปลากระป๋องยันรถยนต์ไฟฟ้าอีวีมี “โบแดง” แปะข้างฝา เป็นหัวหอกผลักดันกฎหมาย “Lemon Law” ผ่านสภาฯสามารถผลักดันกฎหมายที่ช่วยคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับสิทธิเปลี่ยนสินค้าใหม่ ซ่อมแซม เลิกสัญญา หรือขอลดราคาได้ทันที หากพบสินค้าชำรุดบกพร่อง ต่อเนื่องกับการประสานแพลตฟอร์มยักษ์ออนไลน์ให้ควบคุมมาตรฐานสินค้าราคา ทั้ง “Shopee-Lazada” ทำงานแบบตรงตามภารกิจ อัปเดตได้ตามยุคสมัย ตรงใจสังคม“นายกฯหนู” โปรฯน้องรักได้โดยไม่ต้องกลัวโดนด่าลำเอียงฟอร์มเดียวกับ “เดอะท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ที่ได้แต้มเครดิตสะสมของ “นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” คุมเกมโรงงานจีนแดง จีนเทา กำกับมาตรฐานปล่อยสารพิษได้ในระดับที่สังคมวางใจโดยไม่ต้องอาศัย “ทีมสุดซอย” ไปช่วยตามเก็บงานมีการรายงานการปฏิบัติงานผ่านเฟซบุ๊กแทบจะรายชั่วโมงส่งการบ้านทุกวันและก็ต้องโดดร่วมวง “ตีปี๊บ” เหมือนกัน สภาพมือใหม่หัดโพสต์เฟซบุ๊ก แต่เป็น “มืิอบริหารอาชีพ”ตามฟอร์มของ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ผู้โดดเด่นตามสถานะ “ผู้คุมชีพจร” หลักทางเศรษฐกิจ ประคองวิกฤติปากท้องชาวบ้านผ่านภาวะสงครามกระหน่ำพลังงานโลกมาได้แบบที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือยังให้เครดิตไทยอยู่ในระดับ BBB+, Baa1 สถานะ “มีเสถียรภาพ”ขาด “ดร.เอก” เมืองไทยอาจลำบากกว่านี้ และที่ลำบากกว่าก็คือรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” คงแทบ “ขาดใจ”“เอกนิติ” จึงไม่ใช่รัฐมนตรีโลกลืม และ “นายกฯหนู” ก็ไม่กล้าลืม.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม