“นายกฯหนู” เปรย พวกทุจริตสอบเข้ารับราชการทำซะเคย ตรวจสอบเบื้องต้นเฉพาะผู้ที่สอบได้ 1.5 หมื่นคนก่อน ส่วนอื่นค่อยว่าต่อ ไฟเขียวระงับการบรรจุได้เลย ไม่ต้องรอผลคดีอาญาของ ป.ป.ช. ยันคดีทุจริตไม่มีอายุความ ถ้าหนีต้องไปตลอดชีวิต “วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์” รมช.มหาดไทย เปิดผลการตรวจกระดาษคำตอบสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น ตะลึง ผลคะแนนกับกระดาษคำตอบไม่ตรงกันกว่า 5 พันคน จากการตรวจเฉพาะผู้ที่สอบได้กว่า 1.5 หมื่นคน เตรียมส่งข้อมูลไปให้ ป.ป.ช.ฟันคดีอาญา “ปลัด มท.” แจง ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 5 บิ๊กราชการที่ถูกเด้งเข้ากรุ แต่ขออุบชื่อไว้เป็นความลับ พรรคภูมิใจไทยล้อมคอก เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานรัฐเข้าสภา ครอบคลุมการสอบแข่งขัน บรรจุหรือแต่งตั้งเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท ผู้เข้าสอบแทน การให้หรือรับสินบน การข่มขู่ให้ผู้อื่นกระทำความผิด มีโทษสูงสุดจำคุกถึง 15 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาทกรณีเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตำรวจ บก.ปปป. บุกตรวจค้นบ้านเลขที่ 93/64 หมู่ 9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ตั้งบริษัทสาเมือง เจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ของนายพิชิต ทั้งพรม อดีต ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมือง วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พบผู้กำลังแก้คะแนนสอบเข้ารับราชการหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กว่า 10 คน นำตัวมาสอบสวน และตรวจยึดคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ พร้อมหลักฐานจำนวนมาก เชื่อว่าเป็นแก๊งใหญ่มีผู้ร่วมขบวนการทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 4 พันล้านบาท หลังสอบสวนกลับยังไม่ได้แจ้งข้อหาใคร ต่อมา ป.ป.ช.แถลงจะสอบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าวเองไม่ส่งข้อมูลการสอบสวนให้ตำรวจดำเนินการตามที่ เสนอข่าวไปแล้วนั้นเล็งรับคดีทุจริตสอบเป็นคดีพิเศษความคืบหน้าจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 ก.ค. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 โดยดึง รมว.ยุติธรรมเข้ามาร่วมเป็นกรรมการจะมีบทบาทอย่างไรบ้างว่า คณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยหลายหน่วยงาน ในส่วนกระทรวงยุติธรรมได้รับมอบหมายเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมพิจารณาเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ และจะดำเนินการ สืบสวน หลังพบว่าติวเตอร์ในต่างจังหวัดหลอกลวงผู้สมัครสอบเข้าไปติว เชื่อว่านายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะเรียกประชุมเพื่อเร่งดำเนินการ เพราะนายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้รมว.ยุติธรรมไฟเขียวถามว่า หากคณะกรรมการได้ข้อสรุปจะดำเนินการ อย่างไรกับผู้กระทำผิด พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า หาก พบผู้กระทำผิดต้องดูว่าจะมอบหมายให้หน่วยงานใด เป็นผู้ดำเนินการ ถ้าเป็นในส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไป แต่ถ้าเป็นคดีที่เกิดขึ้นใหม่ มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง คงเป็นช่องทางของตำรวจ ส่วนถ้าเป็นช่องทางของดีเอสไอจะเป็นดีเอสไอดำเนินการ ถามต่อว่า ขณะนี้ดีเอสไอพบนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่ารับแต่เรื่องสืบสวน ยังไม่มีรายงานอะไร เพิ่มเติมเข้ามา ยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ เพราะต้องนำเข้าคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) หรือบอร์ดคดี พิเศษที่มีนายปกรณ์เป็นประธาน ส่วนจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ต้องดูหลักฐานก่อน หากมีผู้เสียหายจำนวนมาก และพบว่าเป็นการฉ้อโกงจะนำเข้าสู่การ พิจารณาของบอร์ดคดีพิเศษ และจะรับเป็นคดีพิเศษทันทีคะแนนไม่ตรงคำตอบ 5 พันคนเวลา 10.00 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีตรวจสอบกระดาษคำตอบกับคะแนนผู้สอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ว่า จาก การตรวจสอบ 15,000 กว่ารายชื่อแรก แบ่งเป็น 3 กลุ่มที่เรียกบรรจุไป พบข้อเท็จจริงคือ การประกาศผลคะแนนกับไฟล์รูปกระดาษคำตอบไม่ตรงกันประมาณ 5,000 คน ถือว่าเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากนี้จะส่งผลการตรวจสอบไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯเป็นประธาน และจะแจ้ง ไปยังคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุมการจัดสอบและประกาศผลว่า สถ.พบเรื่องแบบนี้ส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อถามว่าผลการสอบ 5,000 คนนี้ เป็นกระบวนการ เดียวกับที่ ป.ป.ช.จับกุมที่ จ.นนทบุรี หรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ต้องส่งให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ถามว่า จะนำข้อมูล ชุดนี้ไปเปรียบเทียบกับแฟลชไดรฟ์ที่ มศว ส่งให้ ป.ป.ช.หรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ ป.ป.ช.ต้องดำเนินการต่อ เพราะ สถ.ไม่มีข้อมูลตรงนี้ เราตรวจ ในสิ่งที่เรามี เป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องส่งข้อมูลทั้งหมด ไปให้ ป.ป.ช.ไปดำเนินการต่อ เพราะเป็นคนดูภาพใหญ่ แต่ยังทำงานต่อไปได้จนกว่าจะสอบเสร็จใครโกงโดนถอนชื่อ–วินัยร้ายแรงถามว่ารายชื่อ 5,000 คน ที่ตรวจพบจะถูกเพิกถอนจากการเป็นข้าราชการท้องถิ่นเมื่อใด นายวรศิษฎ์ตอบว่า เมื่อ ป.ป.ช.ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้กระทำความผิดถึงจะถูกเพิกถอนจากการเป็นข้าราชการท้องถิ่น แต่ขณะนี้บุคคลดังกล่าวยังสามารถทำงานต่อไปได้ตามปกติ แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงเป็นการภายในต่อ แต่ยังไม่ได้ดูว่าจะให้ใครเป็นประธาน รวมถึงมีชุดของนายปกรณ์ที่ดำเนินการในภาพรวมอยู่ ถามต่อว่า ป.ป.ช.จะใช้เวลาตรวจสอบเรื่องนี้ 3-6 เดือน จะกระทบกับการทำงานท้องถิ่นหรือไม่ เพราะรับไปแล้ว 5,000 คน นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ไม่มีปัญหาเพราะความผิดสำเร็จแล้ว ถามอีกว่า เงินเดือนที่ได้รับไปช่วงที่ตรวจสอบจะดำเนินการอย่างไร นายวรศิษฎ์กล่าวว่า เป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่ต้องไปดูว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง แต่อย่างไรต้องย้อนกลับอยู่แล้วเด้ง 5 คนสอบวินัยร้ายแรงด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า ตนเซ็นลงนามเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการต้องไปพิจารณา และกำหนดกรอบประเด็นการสอบก่อน จะเรียกข้าราชการทั้ง 5 คนเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ถามว่า 5 รายชื่อของข้าราชการที่ถูกสอบวินัยร้ายแรงเป็นไปตามที่ปรากฏในข่าวใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์พยักหน้ายอมรับว่าใช่ ผู้สื่อข่าวถามว่ากำหนดกรอบระยะเวลาการสอบไว้หรือไม่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า คณะกรรมการจะเป็นผู้กำหนดประเด็น และกรอบเวลาว่าจะระยะเวลาเท่าไหร่ ประเด็นใดบ้าง และจะรายงานความคืบหน้ามาที่ตน ถามว่าจะให้ออกจากราชการก่อนหรือไม่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า “ได้เซ็นคำสั่งให้ทั้ง 5 คนออกมาหมดแล้ว ให้มาช่วยราชการและพ้นจากตำแหน่งเดิม”แฉ 5 ชื่อถูกเด้งระหว่างสอบสำหรับ 5 ราชการ สถ. ที่ถูกคณะกรรมการตั้งสอบ โดยให้พ้นตำแหน่งเดิมไปช่วยราชการ ประกอบด้วย นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดี สถ. นายพิชิต ทั่งพรม อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี น.ส.บุรณีแพรโรจน์ ผอ.กลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น และนาย ป. ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ“อนุทิน” ชี้พวกทุจริตทำซะเคยเวลา 12.25 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ตรวจสอบ 15,000 กว่ารายชื่อแรกของผู้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น พบผลคะแนนกับกระดาษคำตอบไม่ตรงกันประมาณ 5,000 คนว่า นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ไปแล้วก็ตามนั้นเลย ถามว่า การตรวจสอบพบผู้กระทําผิดกว่า 5,000 คน สะท้อนอะไรบ้าง นายอนุทินตอบว่า สะท้อนถึงการร่วมกันโกงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่ได้โกง และไม่ได้มีส่วนร่วมการโกง เขาคงอาศัยช่องโหว่ หลักฐานจะต้องถูกกําจัดไป เขาคงหวังว่าพอถึงระยะเวลาทุกอย่างก็จบกันไป เขาทํามาซะเคย ก่อนหน้านี้ตนยกเลิกการสอบไปครั้งหนึ่งแล้ว เพื่อรับมือแก๊งเหล่านี้ บางคนไปบอกว่าที่ยังไม่สอบเพราะยังหาลูกค้าไม่ครบ พูดไปแบบผีเจาะปากมาพูด ไม่ได้ความถ้ามีหลักฐานระงับการบรรจุได้เลยถามว่า ส่วนของข้าราชการที่บรรจุไปแล้ว ได้ทํางาน รับเงินเดือนแล้วจะดำเนินการอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ใครผิดมันมีกระบวนการอยู่ถ้าผิดเรื่องนี้ไม่ต้องรอศาล เป็นอำนาจบริหารจัดการภายในกระทรวง ถ้าที่มาไม่ถูกต้องก็ยกเลิกที่มา เป็นอำนาจปลัดกระทรวงมหาดไทย ฐานะหัวหน้าส่วนราชการจะออกประกาศระงับ ถามว่า จะปล่อยให้ 5,000 คนอยู่ในตำแหน่งไปจน ป.ป.ช.ชี้มูลหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า คงไม่ถึงตรงนั้น ส่วนที่เป็นการบริหารภายในกระทรวงมหาดไทย ถ้ามีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ว่า ตรงนี้มันทุจริตแน่ เราต้องเพิกถอน เรื่องการบรรจุและเงินเดือนที่จ่ายไป ต้องเรียกคืน เป็นสิทธิ์ของกระทรวงที่ต้องฟ้องดำเนินคดีอาญา เพราะถือว่าที่มาที่ไปไม่ถูกต้อง ป.ป.ช.จะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องการทำผิดทางราชการ ใครเกี่ยวข้อง แต่การบริหารจัดการข้อสอบ ถ้าเป็นของนายคนนี้ แล้วคะแนนไม่ตรงกับที่ประกาศไว้ สิ่งที่เราต้องพิสูจน์คือ ใครแก้ข้อสอบ ที่มาที่ไปจริงหรือไม่ เพราะว่ามันสกรีนแผ่นกระดาษคำตอบ ถ้ามันไม่ตรงกับที่ประกาศก็ชัดเจน เราต้องใช้ระเบียบบริหารในกระทรวงมหาดไทยดำเนินการ ถามว่า ต้องตรวจสอบการสอบข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 ทั้งหมด 4 แสนคนหรือไม่ เพราะตอนนี้ตรวจสอบไปเพียง 1.5 หมื่นรายชื่อ นายกฯกล่าวว่า ต้องสอบทุกคนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้บรรจุไปแล้ว 15,000 คน เอาตรงนี้มาตรวจสอบก่อนนายกฯขู่ คดีทุจริตไม่มีอายุความถามว่า ผู้เข้าสอบ 4 แสนคนจะนำมาตรวจสอบหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังดำเนินการอยู่ กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าทุกข์อาจต้องไปแจ้งความดำเนินคดี ถามว่า กรณีบุกเข้าตรวจค้นบ้านพักข้าราชการระดับสูง พบหลักฐานการแก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบ ตอนนี้ยังติดตามตัวไม่ได้ นายอนุทินกล่าวว่า ปกติคนที่เป็นข้าราชการเขาอาจไปตั้งหลัก ยังไงเขาไปไหนไม่ได้หรอก เพราะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ถามว่า มั่นใจได้หรือไม่ว่าจะไม่หนี นายอนุทินกล่าวว่า ตนไปการันตีแทนเขาไม่ได้ ถ้าเขาหนีก็เอาเป็นว่า อยู่ในเมืองไทยไม่ได้ก็แล้วกัน ถ้าคิดว่าเขาจะไป เพราะอันนี้เป็นเรื่องของการทุจริต คดีไม่มีอายุความ ถามว่า คดีทุจริตมาทําลายความเชื่อมั่นรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ครับ ไม่เกี่ยว รัฐบาลมาสร้างความเชื่อมั่นมาปราบปราม ยังไม่เคยมีรัฐบาลไหนเข้ามาปราบปราม สรุปผล และดำเนินการได้เร็วเท่ารัฐบาลชุดนี้ มันไม่ใช่เพราะฝีมืออะไรหรอก แต่เราไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งนั้น เรารังเกียจเรื่องพวกนี้ พูดชัดเจน เห็นหรือไม่เราใช้หน่วยงานเข้ามาดำเนินการสืบสวนสอบสวนหรือดำเนินคดี เราถือว่าเป็นทีมเดียวกัน เข้ามาช่วยกันชะล้างความสกปรกให้ออกไปจากระบบ อาจไปเจอวงอื่นอีกก็ได้ภท.จ่อชงกฎหมายเอาผิดโกงสอบที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. เผยว่า วันที่ 8 ก.ค. พรรค ภท.จะเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐเข้าสภาฯ มีสาระสำคัญคือ กำหนดฐานความผิด และบทลงโทษ สำหรับการทุจริตการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานรัฐ ให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นของประชาชน ขอบเขตความผิดครอบคลุมไปถึงการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุ หรือแต่งตั้งเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตการสอบ ได้แก่ การเข้าสอบโดยทุจริต การสอบแทน การให้หรือรับสินบน การข่มขู่ให้ผู้อื่นกระทำความผิด มีทั้งโทษจำคุกและปรับ โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 15 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท ตามความร้ายแรงของการกระทำความผิด และผู้ที่เข้าสอบหากพบว่ากระทำความผิด จะถูกตัดสิทธิการเข้ารับราชการ หรือปฏิบัติงานในหน่วยงานรัฐทุกแห่งตลอดชีวิต หากเป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐให้ลงโทษถึงขั้นไล่ออกจากราชการ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่