สภาผู้แทนราษฎร โดย โสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ได้บรรจุวาระเร่งด่วน ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือ ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทางการเมือง เข้าพิจารณาในที่ประชุมวันนี้ ก่อนหน้านี้ในสมัย รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทางการเมืองมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ถูกตีความว่า เป็น นิรโทษกรรม แบบสุดซอยหรือแบบเหมาเข่ง ซึ่งสมัยนั้นประธานสภาคือ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ที่ได้รับฉายาว่า ขุนค้อน พยายามที่จะนำเข้าสู่การประชุมสภาหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จวันที่ 31 ต.ค. 2556 สภาขณะนั้นได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผู้กระทำผิดจากการชุมนุมทางการเมือง ว่ากันยาวกว่า 19 ชั่วโมง จนเข้าสู่วาระที่ 3 สภามีมติ 310-0 เสียง ผ่านความเห็นชอบจากสภาส่งให้ สว.พิจารณาตามขั้นตอนทันที ปรากฏว่าร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวถูกต่อต้านจากภาคประชาชนจนต้องมีการเสนอร่างขึ้นมาใหม่และในชั้นกรรมาธิการมีการแปรญัตติสลับไปใช้ร่างใหม่ ที่ขยายไปถึงคดีทุจริตในปี 2547 ก็มีการคัดค้านกันอีกเพราะเกรงว่าจะเอื้อประโยชน์ให้คนบางคน บางกลุ่ม แต่ไม่ว่าจะเป็นร่างใดก็จะระบุเอาไว้ในตอนท้าย ให้ผู้กระทำผิดนั้นพ้นจากความผิดโดยสิ้นเชิง แต่ไม่รวมการกระทำผิดในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากนั้นเกิดการชุมนุมวุ่นวาย ในที่สุดนายกฯยิ่งลักษณ์ต้องแถลงได้ถอนร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนิรโทษกรรมออกจากวาระการประชุมสภาแล้วโดยที่ สว.ได้ลงมติไม่รับร่างดังกล่าวส่งคืนให้สภาผู้แทนราษฎรทบทวนใหม่แต่การชุมนุมคัดค้านยังรุนแรงยิ่งขึ้นจนในที่สุดเกิดการปฏิวัติรัฐประหารรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในปี 2557 แม้ต่อมาจะมีการเสนอร่างนิรโทษกรรมอีกแต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่ง รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้ง แต่เปลี่ยนชื่อเป็น พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขผ่านสภาในวาระ 2-3 เรียบร้อย เนื้อหามีอยู่ 13 มาตราภายใต้หลักการ ไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริตประพฤติไม่ชอบ ไม่นิรโทษกรรมคดีที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ไม่นิรโทษกรรมคดี มาตรา 112 ทุกกรณี เพราะฉะนั้นผู้ถูกกล่าวหา จำเลย ผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะไม่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้จนกระทั่งร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขได้รับความเห็นชอบจากสภาอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2568 รับหลักการเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของกรรมาธิการแต่ยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2568 ก่อน รัฐบาลอนุทิน 2 นำมาพิจารณาต่อผ่านวาระ 2-3 เข้าสู่การพิจารณาของ สว. เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ซึ่งมีอยู่มาตราหนึ่งที่ระบุว่า บรรดาการกระทำที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.นี้ ถ้าผู้กระทำความผิดอายุต่ำกว่า 18 ปี ในขณะกระทำความผิดไม่ว่าจะถูกดำเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหาแล้วหรือไม่ ให้จัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูผู้กระทำความผิดแล้วส่งให้พนักงานอัยการเพื่อใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาหรือยื่นคำร้องต่อศาลให้ใช้มาตรการและสั่งยุติคดีโดยไม่มีคำพิพากษาเป็นประเด็นที่ สว.สีน้ำเงิน ไม่เห็นด้วยไม่ต้องการให้มีกรณียกเว้นใดๆกับผู้กระทำความผิดตาม ม.112 และหากที่ประชุม สส.ยืนยันตามร่างเดิมก็ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมอีกกระทอก ถ้าจะแก้ก็ต้องตั้งกรรมาธิการ ว่ากันอีกยาว.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม