สนิมแต่เนื้อใน นับแต่ถูกฝ่ายค้านจุดพลุเรื่องระบอบสีน้ำเงิน รัฐบาลดูเหมือนจะเจอมรสุมหลายลูกติดต่อกัน แบบว่าตั้งตัวแทบไม่ติด จากเรื่องที่ภูเก็ตจนมาถึงเรื่องโกงสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น “ภูมิใจไทย” วุ่นกันไปทั้งพรรคเนื่องจาก“อนุทิน ชาญวีรกูล” นั่ง มท.1 ที่จะต้องรับผิดชอบโดยตรง แม้พยายามจะถอดสลักแต่ก็ไม่พ้น เนื่องจากมันเกี่ยวพันไปถึงบุคคลหลายคนจนกระทั่งมีข่าวว่า “2 น.” ขัดแย้งกันน.1 คือ “บิ๊กหนู”น.2 คือ “เนวิน ชิดชอบ”เพราะต่างคนต่างใหญ่ ไม่รู้ว่าใครใหญ่กว่ากัน ใครสั่งใครได้ได้เป็นรัฐบาลคุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้ศูนย์กลางมาอยู่ตรงนี้ คนใหญ่หลายคนก็ต้องมีลูกน้องมากจนสับสนวุ่นวายกันไปหมดปลัดกระทรวงมหาดไทยก็โดนหางเลขไปด้วยอดีต รมช.ก็โดนไปด้วยเพราะอยู่ในเครือข่ายเดียวกันคดีโกงข้อสอบนั้นทำท่าจะบานปลายขยายไปหลายมุม ส่วนใหญ่ก็อยู่ในแวดวงเครือข่ายระบอบสีน้ำเงินซ้ายก็เจอ ขวาก็เจอฝ่ายค้านที่มุ่งหวังจะเอาเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพื่อล้มรัฐบาลให้ได้ก็มาเจอรัฐบาลที่เขี้ยวยาวกว่า เพราะถูกตลบหลังเรื่องเอไอ พาสปอร์ตแต่เรื่องนี้เป็นหนังเรื่องยาวอีกนานกว่าจะจบได้ดังนั้น หากเกาะให้ติดกัดไม่ปล่อยก็จะได้เห็นตัวละครอีกหลายตัวที่พัวพันกับ “ภูมิใจไทย” ทั้งที่เป็นนักการเมืองและข้าราชการก็ตั้งรับให้ดีก็แล้วกันหากไม่ดีก็จบได้เช่นกันการเมืองมันก็เป็นอย่างนี้ มีขึ้นมีลง หากแก้ไม่ดีก็อาจจะไปได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเก่งกาจแค่ไหนก็ตามข่าวเรื่อง “2 น.” นั้น อย่าคิดเป็นเรื่องเล่นๆหากเป็นจริงขึ้นมาระบอบนี้ก็อยู่ไม่ได้เพราะแต่ละคนต่างก็เป็นองค์ประกอบที่แยกจากกันไม่ได้พูดง่ายๆต่างก็มีดีเมื่อเอามาผสมกันจึงเข้มข้นแต่ถ้าต่างคนต่างใช้ก็ไม่มีโอกาสใหญ่เท่าวันนี้เห็นมาหลายพรรค หลายก๊วน หลายกลุ่มรวมกันเราอยู่แยกกันเราตายก็รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีเพราะบรรดา“ลูกเทพ” ทั้งหลายก็หวังจะโตเป็นทายาทต่อไป!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม