ถือเป็นอีกประเด็นร้อนทางการเมืองช่วงนี้ จากการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบฯ 2570 ในวาระที่ 1 สส.ฝ่ายค้านได้อภิปรายท้วงติงการตั้งงบฯวงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะตั้งงบฯแบบขาดดุลถึง 7.8 แสนล้านบาท เพราะรายรับของประเทศไม่พอกับรายจ่ายแต่ที่น่าสนใจ บรรดา สส.ฝ่ายค้านได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตการตั้งงบประมาณด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล และมีโครงการที่มีชื่อเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในหน่วยงานต่างๆมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ดีกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของประเทศ แต่ก็มีข้อท้วงติงในหลายประเด็นโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นรหัสเอทีเอ็มใหม่ของปี 2570 ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับ AI จะได้รับงบฯเพิ่มขึ้นพิเศษ โดยปีนี้งบฯ ส่วนนี้เพิ่มขึ้น 2 เท่า ประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท 176 โครงการ แต่ยังหายุทธศาสตร์เกี่ยวกับ AI ในโครงการปีนี้ไม่เจอขณะที่นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า งบฯที่เกี่ยวกับดิจิทัลทั้งหมดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในภาพรวมสูงกว่า 33,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบฯ ปี 2569 ถึง 28 เปอร์เซ็นต์ และกระทรวงเดียวที่ได้รับงบฯเพิ่มขึ้นถึง 114 เปอร์เซ็นต์ คือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)การใช้คำว่า AI เป็นใบผ่านทาง ในการตั้งเรื่องของบฯ โดยแปะชื่อ AI จำนวนถึง 81 หน่วยงาน 176 โครงการ ถ้ามีโครงการแปะคำว่า AI ต่อท้ายถือว่าเสร็จเรียบร้อย เหมือนในอดีตใช้คำว่า Soft Power และหากพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่ามีบางโครงการที่จั่วหัวมาเป็น AI แต่ของจริงไม่ใช่ แต่เป็นงบฯการก่อสร้างอาคารนอกจากนี้ งบฯโครงการความปลอดภัยไซเบอร์ที่เติบโตท่ามกลางปัญหาหน่วยงานรัฐยังโดนแฮกข้อมูล และงบฯ ด้านดิจิทัลที่รัฐสภามีการตั้งงบฯค่าไอทีรวมกันมากกว่า 500 ล้านบาท ขอให้ดูว่าบริษัทที่ประมูลงานจะอยู่ในเครือข่ายเดิมหรือไม่ เพราะงบฯด้านดิจิทัลอาจเป็นขุมทรัพย์ ราคากลางไม่ชัดเจน ประเมินความคุ้มค่ายากถึงตรงนี้ แม้งบฯ ด้านเทคโนโลยีจะมีความจำเป็นเพื่อการพัฒนา และเปลี่ยนผ่านประเทศรับความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่เมื่อมีข้อทักท้วงก็ต้องรับฟัง โดยเฉพาะภาคปฏิบัติ รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆต้องระมัดระวังการใช้จ่ายให้คุ้มค่า เป็นประโยชน์และโปร่งใส ไม่ให้เกิดข้อครหาตั้งงบฯเพื่อเป็นขุมทรัพย์อย่างที่ถูกดักทางไว้.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม