หลังจากที่ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล มีคำสั่งยึดอำนาจสั่งการ “โครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC)” จาก คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรัฐมนตรีคมนาคม กลับมาดูแลเองเมื่อ 16 มิ.ย. เพราะที่ผ่านมาโครงการไม่มีความคืบหน้า แถมยังจะไป “ยกเลิกสัญญาโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน” เสียอีก ถือเป็นการหักหน้ากันเองในพรรค แต่ไม่เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองใดๆ เพราะ คุณพิพัฒน์ ยังคุมภาคใต้และยังคุมเค้กก้อนใหญ่ “แลนด์บริดจ์” อยู่ในมือเมื่อยึดคืนมาแล้ว เมื่อวานนี้ นายกฯอนุทิน ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว โครงการ Thailand Fast Pass ที่ทำเนียบรัฐบาล ผมขอเรียกว่า “บัตรผ่านด่วนการลงทุน” ก็แล้วกัน เพื่อเร่งรัดการลงทุนในอีอีซี โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ และบริษัทเอกชนที่ได้รับบีโอไอเข้าร่วมงานดร.เอกนิติ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการ Thailand Fast Pass เพื่อเร่งรัดการลงทุนในเขตเศรษฐกิจอีอีซี เปิดเผยว่าโครงการนี้รัฐบาลได้แสดงให้เห็นถึง ศักยภาพในการปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมายและการลงทุน โดยต่อยอดมาจากความสำเร็จของโครงการ “BOI Fast Pass” โดยการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องร่วมกันกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจริงอุปสรรคหลัก ที่ขัดขวางการลงทุนของเอกชนในปัจจุบัน ได้แก่ หน่วยงานการไฟฟ้าและพลังงานสะอาด การจัดพื้นที่ลงทุน บีโอไอ กรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมฯ สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กรมศุลกากร เป็นต้นดร.เอกนิติ ซึ่งมีฐานะเป็นประธานบอร์ด BOI ด้วยเปิดเผยอีกว่า เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา บอร์ดบีโอไอเห็นชอบการคัดเลือกโครงการลงทุนในโครงการสำคัญเข้าสู่ระบบเร่งรัดการลงทุน Thailand Fast Pass เพิ่มอีก 9 โครงการ รวมเงินลงทุน 52,104 ล้านบาท ต่อเนื่องจากลอตแรกที่อนุมัติไปในเดือน มี.ค. 16 โครงการ ทำให้ปัจจุบันมีโครงการเข้าสู่ระบบ Thailand Fast Pass ทั้งสิ้น 25 โครงการ มูลค่าลงทุน 223,216 ล้านบาทโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงปี 2566-2568 มีทั้งหมด 78 โครงการ มูลค่าการลงทุน 480,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้มี 35 โครงการที่สามารถเริ่มลงทุนได้แล้ว มูลค่าลงทุน 1 แสนล้านบาท และ อีก 30 โครงการ มูลค่าลงทุน 1.21 แสนล้านบาท แผนลงทุนจะเริ่มเห็นชัดในปี 2569–2570 ขณะที่อีก 13 โครงการมูลค่าลงทุนประมาณ 2.7 แสนล้านบาท ยังมีปัญหาและอุปสรรคเรื่องไฟฟ้า ที่ดิน และใบอนุญาตต่างๆในภาพรวม โครงการ Thailand Fast Pass ของ ดร.เอกนิติ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง เพื่อเร่งรัดการลงทุนกับบริษัทที่ได้รับบีโอไอ ถือว่าประสบความสำเร็จสูงมาก ที่ผ่านมา มีแต่ตัวเลขผู้ไปขอบีโอไอปีละเป็นล้านล้านบาท แต่มีการลงทุนจริงน้อยมาก เพราะมีอุปสรรคเบี้ยบ้ายรายทางเยอะมาก แม้จะมีมาตรการ One Stop Service แต่ก็ไม่เวิร์ก คนละหน่วยงานไม่ร่วมเซอร์วิสด้วย ต้องมีบัตรผ่าน ข้อมูลการจัดอันดับ “ขีดความสามารถการแข่งขันของไทย” ใน IMD 2026 ก็ระบุชัดเจนว่า ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจของไทย ลดลงถึง 2 อันดับ และ ประสิทธิภาพของภาครัฐ ก็ยังอยู่ที่เดิมคืออันดับ 32 จาก 70 เขตเศรษฐกิจความจริงมูลค่าการลงทุนใน EEC มีขนาดใหญ่มาก ตอนเริ่มโครงการปี 2561 ตั้งเป้าการลงทุนในอีอีซีสูงถึง 4 ล้านล้านบาทภายใน 10 ปี (2570) แต่ผ่านไป 9 ปีแล้วการลงทุนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้เริ่มเลย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ สนามบินอู่ตะเภา เมืองการบิน และ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทุกโครงการยังอยู่บนกระดาษ ไม่รู้เมื่อไหร่จะสร้างจริงนักการเมืองไทยมาแล้วก็ไป แล้วก็ทิ้งความเสียหายไว้กับชาติบ้านเมืองมากมาย ผมขอเสนอ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ไว้ตรงนี้ เมื่อยึดโครงการ EEC กลับมาดูแลเองแล้ว ขอให้เร่งรัดการลงทุนให้เกิดขึ้นจริง ถ้าลงทุนวันนี้มูลค่าการลงทุนจะสูงกว่าเดิม 4 ล้านล้านบาทแน่นอน อย่าเสียเวลาไปกับโครงการใหม่อย่าง “แลนด์บริดจ์” เลย ทำโครงการอีอีซีที่มีอยู่ให้สำเร็จ เศรษฐกิจไทยจะโชติช่วงชัชวาลอีกครั้งแน่นอน เพราะมีทุกอย่างพร้อมรับการลงทุนในวันนี้และเดี๋ยวนี้ได้เลย.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม