ความจริงอันแน่แท้คือ “อ่าวไทย” ต้องเป็นของประเทศไทยเพราะชื่อ “อ่าวไทย” ก็ชัดอยู่แล้วว่าไม่ใช่ “อ่าวกัมพูชา”!!เมื่อ “อ่าวไทย” เป็นของไทย ทรัพยากรใต้อ่าวไทย ซึ่งมีแหล่งก๊าซธรรมชาติประมาณ 12 ล้านล้าน ลบ.ฟุต และแหล่งนํ้ามันดิบประมาณ 700 ล้านบาร์เรล มูลค่าไม่ตํ่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 9.6 ล้านล้านบาทย่อมเป็นสมบัติของประเทศไทยโดยหลักแห่งความจริงการที่กัมพูชาของ “เฒ่าฮุน เซน” อ้างสิทธิพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย 26,000 ตร.กม. นอกจากขัดต่อหลักความจริงยังแสดงให้เห็นความตะกละตะกลาม ของผู้นำกัมพูชาที่จะชิงปล้นขุมทรัพย์ใต้อ่าวไทยเอาไปเป็นของตัวเอง“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการที่ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ยกเลิกเอ็มโอยู44 ที่กัมพูชาลากเส้นไหล่ทวีปยาวเฟื้อยเกือบครึ่งอ่าวไทยเพื่อให้การลากเส้นเขตแดนทางทะเลตรงกับหลักความจริง!!ทำให้ฝ่ายกัมพูชาต้องแก้เกมด้วยการยื่นคำร้องให้มีการไต่สวนภาคบังคับ ตามอนุสัญญายูเอ็นว่าด้วยกฎหมายทางทะเลโดยมีคณะกรรมการประนอมข้อพิพาท 5 คน ฝ่ายกัมพูชาเสนอมา 2 คน ฝ่ายไทยเสนอมา 2 คน และแต่งตั้งตัวแทนประเทศเป็นกลางอีก 1 คน เป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายกัมพูชาแต่งตั้งตัวแทน 2 คน คือ “นายปีเตอร์ ทักเซอเจนเซน” นักการทูตชาวเดนมาร์ก อดีตประธานตัดสินข้อพิพาททางทะเลระหว่างติมอร์เลสเต กับออสเตรเลียและ ศาสตราจารย์ ฌองมาร์ค ตูเวอแนง นักกฎหมายมือเก๋าชาวฝรั่งเศส ผู้เชี่ยวชาญด้านแก้ข้อพิพาททางทะเลเช่นกันส่วนฝ่ายไทยก็คัดเฟ้นสุดยอดนักกฎหมายมือฉมังผู้เชี่ยวชาญกฎหมายทางทะเล 2 คน เป็นผู้แทนไปวัดกึ๋นแง่กฎหมายกับตัวแทนฝ่ายกัมพูชาอย่างถึงไหนถึงกันโฉมหน้าตัวแทนฝ่ายไทย 2 คน คือ “ศาสตราจารย์รือดิเกอร์ โวลฟรุม” นักกฎหมายชื่อดังชาวเยอรมัน อดีตประธานศาลกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ ซึ่งเคยชนะคดีพิพาททางทะเลระหว่างติมอร์ เลสเต กับออสเตรเลียและ นายอัลเบิร์ต เจ.ออฟฟ์แมน นักกฎหมายมือเก๋าชาวแอฟริกาใต้ อดีตประธานศาลกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ และเป็นอดีตผู้พิพากษา ประจำศาลกฎหมายทางทะเล ผู้มีประสบการณ์ด้านข้อพิพาททางทะเลมาอย่างโชกโชนหากประกบกันปอนด์ต่อปอนด์ ตัวแทนคู่พิพาททั้ง 2 ฝ่ายต่างเป็นเซียนกฎหมายระดับอ๋องพอๆกันแต่ถ้าวัดกันหมัดต่อหมัด ตัวแทนฝ่ายไทยยังเหนือกว่าตัวแทนฝ่ายกัมพูชาครึ่งช่วงตัวเพราะตัวแทนฝ่ายไทยเป็นอดีตประธานศาลกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศทั้ง 2 คน“แม่ลูกจันทร์” มั่นใจว่าผลการไต่ สวนภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชา ชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเลฝ่ายไทยมีโอกาสชนะมากกว่าฝ่ายกัมพูชา!!หมายความว่าพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน 26,000 ตร.กม. ส่วนใหญ่ยังเป็นของไทยตามหลักความจริงฝ่ายกัมพูชาซึ่งมีพื้นที่ยื่นมาในอ่าวไทยเพียงเล็กน้อย จึงควรได้ส่วนแบ่งตามหลักความจริงเช่นกันถ้าข้อยุติออกมาแบบนี้ ฝ่ายกัมพูชาก็ไม่ได้กำไร ฝ่ายไทยก็ไม่ขาดทุนจบกันตามความจริงสบายใจกว่านะโยม.แม่ลูกจันทร์คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม