รีบตัดจบ สยบข่าวลือ “เกมพลิกขั้วรัฐบาล” “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย สะกดแรงกระเพื่อม “ปฏิญญาโมนาโก” ปฏิเสธดีลลับแดง-ส้ม-เขียว โค่นรัฐบาลสีน้ำเงิน การันตีกลางวง ครม. ขอให้รัฐมนตรีอย่าหวั่นไหวต่อกระแสข่าวที่มีเจตนาสร้างความแตกแยก เรียกความมั่นใจให้พรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีปรากฏการณ์ย้ายวิกสลับขั้วยืนยันสัมพันธภาพพรรคร่วมรัฐบาลยังเข้มแข็ง ไร้ความหวาดระแวงในการทำงานร่วมกันโชว์ช็อตหวานต่อหน้าสื่อ กอด “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยัน “น้ำเงิน-แดง” ยังรักกันเหนียวแน่นแผนเสี้ยมพลิกขั้วอ่อนกำลัง ไม่สามารถสร้างความสั่นคลอนในรัฐบาลได้รัฐบาลใหม่ สูตรไฟจราจรแค่กลยุทธ์ข่าวลวง ใช้เป็นช่องทางเพิ่มอำนาจต่อรองทางการเมือง ให้พรรคร่วมรัฐบาลระแวงกันเองในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะเกิดขึ้นหลังเปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 25 ส.ค.นี้ตามสภาพความเป็นจริงทางการเมืองที่เป็นได้แค่ข้ออุปโลกน์ทางทฤษฎี เป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติตัวเลขสมการการเมืองชี้ชัด รัฐบาล “แดง-ส้ม-เขียว” พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคประชาชน 120 เสียง และพรรคกล้าธรรม 58 เสียง เบ่งแต้มเต็มที่ได้แค่ 252 เสียง ทั้งปริ่มน้ำและเปราะบาง เสี่ยงสภาล่มได้ตลอด ถูลู่ถูกังยังไงก็ลากไปได้แค่ไม่กี่น้ำไม่มีพรรคไหนระริกระรี้ เนื้อเต้นไปกับสูตรรัฐบาลใหม่ เพราะเสถียรภาพรัฐบาลปัจจุบันยังแข็งแกร่ง แม้คะแนนความเชื่อมั่นค่ายแกนนำภูมิใจไทยจะขาลง แต่ไม่ถึงขั้นหมดเกลี้ยงหน้าตักฝั่งสีแดง ค่ายเพื่อไทยส่งสัญญาณชัด ขอเกาะขบวนอยู่ร่วมกับพรรคภูมิใจไทยต่อยังต้องเล่นเกมยาว เติมชั่วโมงบินปั้น ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้มีลูกเขี้ยวทางการเมืองมากขึ้น ใช้เวลาอีกพักใหญ่ สะสมอำนาจ บารมี สร้างการยอมรับ รวมถึงฟื้นฟูพรรคให้กลับมาปีกกล้าขาแข็งอีกครั้งไม่จำเป็นต้องเร่งเกมแตกหัก โค่นอำนาจพรรคแกนนำ ให้เป็นผลเสียมากกว่าผลได้ขณะที่เฉดสีเขียวขั้วฝ่ายค้าน พรรคกล้าธรรมก็ได้อัปเลเวลตัวเองเป็นพรรคตัวแปร ไหลไปได้ทุกสูตร เป็นได้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ยิ่งพรรคกล้าธรรมถูกพูดถึงมากเท่าไร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรค ก็ยิ่งมีอำนาจต่อรองมากขึ้นตรงกันข้ามกับเบอร์หนึ่งฝ่ายค้าน พรรคประชาชนได้รับผลกระทบเชิงลบ ถูกทำลายความเชื่อมั่น โดนปรามาสกลืนน้ำลาย “มีเรา ไม่มีเทา” แต้มต่อด้านภาพลักษณ์ ความซื่อตรงต่ออุดมการณ์ด่างพร้อยเหล่าแกนนำค่ายส้มต้องร่วมดับไฟ ไม่ให้กระแสข่าวลือดีลลับ สร้างวิกฤติศรัทธาต่อพรรคไม่ใช่เฉพาะฝ่ายรัฐบาลที่ระแวงกันเอง แม้แต่ฝ่ายค้านด้วยกันก็อดระแคะระคายไม่ได้ พรรคประชาชนจะทิ้งเพื่อนไปร่วมตั้งรัฐบาลข้ามขั้วหรือไม่ดีลลับรัฐบาล 3 สี แม้จะเป็นข่าวลวง แต่สร้างผลลัพธ์สะเทือนกันทุกเฉดสี เขย่าความไว้วางใจทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำไปสู่บรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง และระแวงกันเองแม้แต่กระทั่งพรรคภูมิใจไทยก็เห็นสัญญาณปรับดุลอำนาจในพรรคกันยกใหญ่บริหารรอยร้าว 2 น. 1 พ. แบ่งเค้กผลประโยชน์ทั้งโควตาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ และเก้าอี้ ครม.ให้ลงตัว ทั้งสายบุรีรัมย์ สายใต้ และโควตากลางหาข้อยุติสงบศึกหลังบ้าน แม้จะไม่กลับมาสนิทใจได้เหมือนเก่า แต่ก็ต้องไม่ขยายความขัดแย้งจากแตกแยกไปสู่แตกหัก ไม่ให้มีฝ่ายใดแยกมุ้งออกไปโดยเฉพาะฐานที่มั่นด้ามขวานที่มีข่าวหนาหู สาย “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ขาใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ระหองระแหงรุนแรงกับสายบุรีรัมย์ ของ นายเนวิน ชิดชอบ เจ้าของอำนาจตัวจริงในพรรคภูมิใจไทยลือกันถึงขั้นที่ผู้ยิ่งใหญ่จากบุรีรัมย์เตรียมดึง สส.ภาคใต้มาขึ้นตรงตัวเอง ภายหลังเปิดปฏิบัติการนุ่งขาสั้นลุยโซนด้ามขวาน ร่วมงานฟุตบอล 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เปิดปฏิบัติการยึดอำนาจเงียบ ซ่อนวาระแฝงทางการเมืองอยู่หลังเกมกีฬาแม้ทฤษฎีรัฐบาล 3 เฉดสี จะถูกตีตราแค่ข่าวปล่อย ข่าวปั่น เพราะสถานการณ์ยังไม่ถึงจุดสุกงอม ให้ลบค่ายน้ำเงินจากระบบสมการอำนาจ แต่หากความหวาดระแวงกันเองของเหล่าบิ๊กเนมยังเป็นภัยคุกคาม ความขัดแย้งอาจลุกลามจากแตกแยกไปสู่แตกหักหากบาลานซ์อำนาจไม่ลงตัว ดีลลวงอาจกลายเป็นดีลจริง เขย่าอำนาจกันครั้งใหญ่!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม